เราจะพึ่ง Bitcoin เป็นการลงทุนในวัยชราได้ไหม?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/684615

วันที่ 31 พ.ค. 2565 เวลา 17:15 น.เราจะพึ่ง Bitcoin เป็นการลงทุนในวัยชราได้ไหม?

แม้ว่าตลาดคริปโตจะผันผวนและร่วงหนัก แต่ผู้สูงอายุเริ่มหันมาลุงทุนในสกุลเงินดิจิทัลเพื่อเป็นกองทุนในยามเกษียณกันมากขึ้น

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า หากคุณคิดว่าคริปโตเป็นเรื่องของคุนหนุ่มคนสาวละก็ คุณคิดผิด

เพราะผู้คนในสหรัฐมากที่สุดเท่าที่เคยมีมาก่อนหน้านี้พากันหันมาลงทุนในคริปโตเพื่อเป็นเงินกองทุนสำหรับใช้ในวัยเกษียณมากขึ้น แม้ว่าการล่มสลายของตลาดเมื่อเร็วๆ นี้จะเป็นเครื่องเตือนใจได้อย่างดีว่าตลาดที่ผันผวนอย่างหนักนี้ไม่เหมาะกับคนใจไม่ถึงก็ตาม

การสำรวจเมื่อปลายเดือน มี.ค.โดยแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโต KuCoin พบว่า 27% ของชาวอเมริกันอายุ 18-60 ปี หรือราว 50 ล้านคนถือหรือซื้อขายคริปโตในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา โดยชาวอเมริกันที่อายุมากขึ้นหันมาหาคริปโตมากกว่าชาวอเมริกันทั่วไป ซึ่ง 28% ของคนที่อายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไปเดิมพันกับคริปโตเพื่อหาเงินไว้ใช้ในวัยเกษียณ

คนกลุ่มนี้มองว่าคริปโตคืออนาคตของการเงิน พวกเขาไม่ต้องการตกเทรนด์ และมองว่าเป็นหนทางในการกระจายการลงทุนให้หลากหลาย

ความปั่นป่วนของตลาดคริปโตในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมากลบกระแสที่พูดคุยกันเมื่อตอนต้นปีว่า Bitcoin และคริปโตอื่นๆ จะได้รับการยอมรับจากกระแสหลักและถูกนำไปสู่แผนบำนาญเกษียณอายุ

อีริก คนุตเซน ประธานสายงานลงทุนของ Neuberger Berman เผยว่า “ถ้าพวกเขา (นักลงทุน) ต้องการคริปโต มันควรจะเป็นส่วนน้อยในพอร์ตการลงทุนของพวกเขา และพวกเขาควรเตรียมตัวที่จะสูญเสียมันไปด้วย เราจะไม่แนะนำให้ทุกคน”

Bitcoin ซื้อขายกันที่ราว 30,000 เหรียญสหรัฐ ลดลงจากช่วงพีคเมื่อเดือน พ.ย.ที่ 69,000 เหรียญสหรัฐถึง 60% และการล่มสลายของตลาดหมายความว่านักลงทุนหน้าใหม่หลายคนขาดทุนหนัก

อย่างไรก็ดี นักลงทุนคริปโตและนักวิเคราะห์กำลังจับตาดูสัญญาณบ่งชี้ว่า Bitcoin จะดีดตัวกลับมาอย่างใกล้ชิด

นิโคลอส ปานิยิตโจกลู และทีมยุทธศาสตร์ของ JP Morgan เผยเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ความโกลาหลของคริปโตทำให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนสั่นคลอนมากจนตัวชี้วัดส่งสัญญาณว่าเป็นจุดเข้าซื้อที่ดีสำหรับนักลงทุนระยะยาว

JP Morgan ระบุว่า กองทุน Bitcoin รวมทั้งกองทุนรวมดัชนี (ETFs) มีการไหลออกครั้งใหญ่นับตั้งแต่เดือน พ.ค.ปีที่แล้ว หนังสือมอบฉันทะสำหรับตลาดซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าชิคาโก (CME) ของ Bitcoin กำลังขยับเข้าใกล้แดนที่มีแรงเทขายจำนวนมาก

JP Morgan ประเมินมูลค่ายุติธรรมของ Bitcoin ไว้ที่ 38,000 เหรียญสหรัฐโดยใช้โมเดลอัตราส่วนความผันผวนของ Bitcoin ต่อทองคำ

การสำรวจของ KuCoin มีขึ้น 1 สัปดาห์หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด สำรวจความคิดเห็นผู้ใหญ่ชาวอเมริกัน 11,000 คนและพบว่า 12% ลงทุนในคริปโตเมื่อปีที่แล้ว โดยเกือบครึ่งหนึ่งของคนที่ถือคริปเพื่อการลงทุนมีรายได้ต่อปี 100,000 เหรียญสหรัฐขึ้นไป และเกือบ 1 ใน 3 มีรายได้ต่อปีต่ำว่า 50,000 เหรียญสหรัฐ

ความคิดเห็นของคนส่วนใหญ่มีความผันผวนที่ต้องห้ามสำหรับผู้ที่มีจุดประสงค์เพื่อการเกียณอายุ นอกเสียจากว่าจะเป็นนักลงทุนมืออาชีพ อาทิ กองทุนเฮดจ์ฟันด์ หรือเตรียมพร้อมที่จะรับการสูญเสียเงินจำนวนมหาศาล ถ้าไม่เป็นเช่นนั้นก็ควรหลีกเลี่ยง

REUTERS/Edgar Su/File Photo

ทางสายมรณะที่ถูกลืม รถไฟสายขั้วโลกที่คร่าชีวิตชาวรัสเซียมหาศาล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/684620

วันที่ 31 พ.ค. 2565 เวลา 18:29 น.ทางสายมรณะที่ถูกลืม รถไฟสายขั้วโลกที่คร่าชีวิตชาวรัสเซียมหาศาล

รัสเซียเล็งปัดฝุ่นโครงการเส้นทางรถไฟที่ได้ชื่อว่า “ถนนมรณะของสตาลิน”

เมื่อราว 70 ปีก่อนผู้คนหลายพันคนเสียชีวิตจากความหิวโหยและเย็นยะเยือก ขณะวางรางรถไฟข้ามพื้นที่รกร้างของไซบีเรียเหนือ ตอนนี้เซอร์เก ซอยกู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของรัสเซียกล่าวว่าพร้อมที่จะรื้อฟื้นโครงการ Transpolar Mainline ที่ถูกทิ้งไปเกือบ 70 ปีขึ้นมาใหม่ และจะร่วมกับสมาคมภูมิศาสตร์รัสเซียเพื่อสำรวจพื้นที่เร็วๆ นี้ ตามรายงานของ The Moscow Times

Transpolar Mainline เป็นหนึ่งในหลายโครงการที่ริเริ่มโดยโจเซฟ สตาลิน อดีตนายกรัฐมนตรีสหภาพโซเวียต การก่อสร้างเริ่มต้นในปี 1947 และดำเนินต่อไปจนกระทั่งผู้นำโซเวียตเสียชีวิตในปี 1953

เส้นทางรถไฟจากซาเลฮาร์ดไปยังอิการ์คา (Salekhard–Igarka) ระยะทาง 1,300 กิโลเมตร เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Transpolar Mainline ประมาณการว่ามีคนงานประมาณ 80,000-120,000 คน โดยส่วนใหญ่เป็นนักโทษ โดยเฉพาะนักโทษทางการเมือง

ทั้งนี้ เดิมทีมีแผนการสร้างท่าเรือซาเลฮาร์ดบนแม่น้ำอ็อบ เพื่อส่งสินค้าจากโรงงานในไซบีเรียตะวันตก รวมถึงโรงงานนิกเกิลในโนริลสค์ แต่แม่น้ำอ็อบตื้นเกินไปสำหรับเรือน้ำลึกจึงสร้างท่าเรืออีกแห่งที่อิการ์คาบนแม่น้ำเยนีเซย์ ต่อมาจึงได้มีการเชื่อมต่อซาเลฮาร์ดและอิการ์คาด้วยรถไฟ

ถนนมรณะ

การก่อสร้างอยู่ภายใต้การดูแลของพันเอกวาซิลี บาราบานอฟ โดยมีเป้าหมายเพื่ออำนวยความสะดวกในการส่งออกนิกเกิล, จัดหางานให้แก่นักโทษหลังสงคราม และเพื่อเชื่อต่อท่าน้ำอิการ์คาและซาเลฮาร์ดกับเครือข่ายรถไฟรัสเซียตะวันตก

ทว่า ตลอดระยะเวลา 6 ปีของการสร้างเส้นทางนี้ มีคนงานเสียชีวิตหลายพันคน จนมันถูกเรียกว่า “ถนนมรณะของสตาลิน” ในช่วงฤดูหนาวคนงานต้องเผชิญกับความหนาวเย็นและเยือกแข็ง อุณภูมิลดลงถึง -60 องศาเซลเซียส รวมถึงการขาดแคลนอาหารอย่างรุนแรง ส่วนในช่วงฤดูร้อนก็ประสบกับโรคภัยไข้เจ็บ การจู่โจมของยุง ริ้น และแมลงต่างๆ ทั้งยังต้องถูกกดขี่และเฆี่ยนตี

ตลอดจนยังมีปัญหาด้านการก่อสร้าง รวมถึงความยากในการก่อสร้างบนชั้นดินที่เยือกแข็ง ระบบลอจิสติกส์ที่ย่ำแย่ กรอบระยะเวลาที่สั้นเกินไป สภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย ประกอบกับการขาดแคลนเครื่องจักรอย่างรุนแรง

การก่อสร้างยังไม่ทันแล้วเสร็จ เหลืออีกอย่างน้อย 600 กิโลเมตรสตาลินก็เสียชีวิตไปเสียก่อน ขณะที่ผู้นำคนใหม่ก็ละทิ้งโครงการดังกล่าวไป

ไม่มีใครทราบจำนวนผู้เสียชีวิตที่แท้จริงบนทางสายมรณะนี้ ทราบเพียงแต่ว่าเป็นจำนวนหลายพันคน ขณะที่บางสื่อระบุว่า 1 ใน 3 ของคนงานทั้งหมดเสียชีวิต

Photo by ComIntern/Transpolar Railway between Salekhard and Nadym/Wikipedia

เผย ‘วาฬ’ แค่ 7 รายเป็นเหตุให้ทั้งตลาดคริปโตต้องย่อยยับ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/684598

วันที่ 31 พ.ค. 2565 เวลา 14:40 น.เผย 'วาฬ' แค่ 7 รายเป็นเหตุให้ทั้งตลาดคริปโตต้องย่อยยับ

ทีมวิจัย Nansen เจาะลึกสาเหตุที่ทำให้ UST หลุด Peg คริปโตร่วงระนาว

The Independent อ้างรายงานของ Nansen บริษัทวิเคราะห์คริปโตเคอร์เรนซีซึ่งเปิดเผยรายงานเชิงลึกเกี่ยวกับการล่มสลายของเหรียญ LUNA และ TerraUSD (UST) เมื่อต้นเดือนนี้ที่กวาดล้างมูลค่า 40,000 ล้านเหรียญสหรัฐจากการถือครองของนักลงทุน โดยชี้ว่าเกิดจาก “วาฬ” 7 ราย

รายงานล่าสุดของ Nansen แย้งข่าวหนาหูก่อนหน้านี้ที่ว่ามี “ผู้โจมตี” หรือ “แฮ็กเกอร์” คนหนึ่งทำงานเพื่อทำให้ UST ไม่เสถียร

“จากการตรวจสอบของเราพบว่ามีผู้เล่นจำนวนไม่กี่รายพบความไม่มั่นคงในช่วงต้นที่มูลค่าของ UST จะหลุดจากที่ตรึงราคาไว้ที่ 1 เหรียญสหรัฐ (de-peg)” Nansen กล่าวในรายงาน

ระหว่างวันที่ 7-11 พ.ค. กลุ่มคนเหล่านั้นซึ่งเรียกว่า “วาฬ” ดูเหมือนจะหมดศรัทธาในความสามารถของ UST ที่จะยังคงผูกมัดกับเงินดอลลาร์ ทำให้เกิดการขายเหรียญอย่างดุดัน

วาฬคืออะไร

Investopedia อธิบายว่า “วาฬ” หรือ “เจ้ามือ” ในตลาดคริปโตเคอร์เรนซีหมายถึงนักลงทุนที่มีสกุลเงินดิจิทัลในครอบครองจำนวนมาก มากพอที่จะสามารถเปลี่ยนแปลงมูลค่าของสกุลเงินได้ โดยวาฬสามารถสร้างความผันผวนของราคา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพวกเขาย้ายสกุลเงินดิจิทัลจำนวนมากในธุรกรรมเดียว เมื่อวาฬขายออกไป นักลงทุนรายอื่นๆ จะตื่นตัวในระดับสูงและจับตาดูสัญญาณบ่งชี้ว่าวาฬกำลัง “ทิ้ง” เหรียญนั้นๆ

ยกตัวอย่างนักลงทุนที่ถือคริปโตจำนวนมากที่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง อาทิ แซม แบงแมน-ฟรายด์, ไมเคิล เจ. เซย์เลอร์ และไบรอัน อาร์มสตรอง

เมื่อวาฬเทขาย UST

หลังจากความพยายามของ Luna Foundation Guard องค์กรไม่แสวงหากำไรที่จัดตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนการเติบโตของระบบนิเวศ Terra และรักษาเสถียรภาพราคาของ UST ไม่สำเร็จ ผู้ถือจำนวนก็มากตัดสินใจที่จะขายเหรียญดังกล่าวก่อนที่จะขาดทุนไปมากกว่านี้ เป็นสาเหตุให้ UST มีราคาตกต่ำกว่า 0.10 เหรียญสหรัฐในที่สุด แล้วยังทำให้เหรียญคู่หูอย่าง LUNA มีมูลค่าลดลงมากกว่า 99%

กระทบทั้งตลาด

การล่มสลายของเหรียญ LUNA และ UST มีส่วนทำให้ทั้งตลาดคริปโตตกต่ำซึ่ง Bitcoin, Ethereum และสกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ ตกลงมาสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 18 เดือน

หลังจากนั้น Terra ได้เปิดตัว LUNA เวอร์ชันใหม่ที่เรียกว่า Terra 2.0 ซึ่งหวังว่าจะสามารถชดเชยนักลงทุนด้วยการมอบเหรียญฟรีให้กับพวกเขา แต่หลังจากเปิดตัวบนกระดานเทรดในช่วงสุดสัปดาห์ก็ประสบปัญหาราคาตก โดยลดลงจากเกือบ 20 เหรียญสหรัฐมาอยู่ที่ต่ำกว่า 5 เหรียญสหรัฐในเวลาไม่กี่ชั่วโมง

Photo by REUTERS/Dado Ruvic/Illustration/File Photo/File Photo

ชีวิตสิ้นหวังของคนศรีลังกา ต่อคิวรอเติมน้ำมันถึง12ชั่วโมง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/684594

วันที่ 31 พ.ค. 2565 เวลา 14:00 น.ชีวิตสิ้นหวังของคนศรีลังกา ต่อคิวรอเติมน้ำมันถึง12ชั่วโมง

เสียงสะท้อนจากชาวศรีลังกาที่ต้องรอคิวเติมน้ำมันกว่า 12 ชั่วโมง บางครั้งถึงคิวแล้วแต่น้ำมันหมดก่อน

สำนักข่าว Reuters รายงานเสียงสะท้อนจาก ลาซานดา ทีปติ หญิงชาวศรีลังกาวัย 43 ปีที่มีอาชีพขับรถตุ๊กตุ๊กในแถบชานเมืองกรุงโคลอมโบที่แผนการในแต่ละวันของเธอต้องขึ้นอยู่กับการรอคิวเติมน้ำมันรถ

ก่อนรับลูกค้าเธอต้องก้มมองเกจ์น้ำมันรถเพื่อดูให้แน่ใจว่ายังมีพอ และเมื่อมันใกล้หมดเธอก็ต้องไปต่อแถวด้านนอกปั๊มน้ำมันร่วมกับชาวศรีลังหาคนอื่นๆ ซึ่งบางครั้งเธอต้องเฝ้ารอไปตลอดคืน และเมื่อถึงคิวก็ต้องพบว่าราคาน้ำมันสูงกว่าราคาเมื่อ 8 เดือนก่อนถึง 2.5 เท่า

ทีปติคือหนึ่งในชาวศรีลังกาหลายล้านคนที่ต้องดิ้นรนต้อสู้กับภาวะเงินเฟ้อที่ทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว รายได้ที่ลดลง และความขาดแคลนทุกๆ อย่างตั้งแต่น้ำมันไปจนถึงยารักษาโรค ขณะที่ประเทศกำลังเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจครั้งเลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่ได้รับเอกราชในปี 1948

การที่ผู้หญิงขับรถตุ๊กตุ๊กไม่ค่อยมีให้เห็นในศรีลังกา แต่มันก็เป็นงานที่ทีปติทำมา 7 ปีแล้วเพื่อเลี้ยงปากเลี้ยงท้องสมาชิกในครอบครัวที่มีด้วยกัน 5 คนคือ แม่ น้องชาย 3 คน และตัวเธอ โดยการใช้แอพพลิเคชันให้บริการเรียกรถสาธารณะอย่าง PickMe ของศรีลังกา

นับตั้งแต่เกิดวิกฤตทางการเงิน เธอต้องดิ้นรนกับการหาน้ำมันและรายได้ให้เพียงพอ เนื่องจากมีคนใช้บริการรถตุ๊กตุ๊กน้อยลงและภาวะเงินเฟ้อที่ทะยานทะลุ 30% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

รายได้เดือนละ 50,000 รูปีศรีลังกา หรือ 138 เหรียญสหรัฐ เริ่มลดลงตั้งแต่เดือน ม.ค. และตอนนี้หดลงมาเหลือไม่ถึงครึ่งของเงินที่เธอเคยหาได้

ธีปติเผยว่า “ฉันใช้เวลาไปกับการเติมน้ำมันมากกว่าทำอย่างอื่น บางครั้งฉันไปต่อคิวตั้งแต่บ่าย 3 กว่าจะได้เติมก็ 12 ชั่วโมงต่อมา มีสองสามครั้งที่ไปถึงหน้าแถวแล้วแต่น้ำมันหมดก่อน”

ธีปติเผยว่า เมื่อช่วงกลางเดือนที่ผ่านมาเธอต้องต่อคิวถึง 2 วันครึ่งเพื่อเติมน้ำมัน “ฉันไม่รู้จะใช้คำไหนมาอธิบายว่ามันแย่แค่ไหน บางครั้งก็รู้สึกไม่ปลอดภัยตอนกลางคืนแต่ก็ไม่มีอย่างอื่นให้ทำ”

กิจวัตรที่หญิงรายนี้ทำเป็นประจำช่วงเช้าคือการเปลี่ยนเสื้อผ้า เติมน้ำใส่ขวด เช็ดรถ แล้วจุดธูปเพื่อขอพรก่อนขึ้นรถ ภารกิจของเธอก็คือการตามหาน้ำมันซึ่งราคาพุ่ง 259% นับตั้งแต่เดือน ต.ค. ปีที่แล้ว หลังจากรัฐบาลตัดเงินอุดหนุนเพื่อพยายามรักษาเสถียรภาพของเศรษฐกิจที่กำลังสั่นคลอน

รากเหง้าของวิกฤตครั้งล่าสุดของศรีลังหาคือ การแพร่ระบาดของ Covid-19 ซึ่งทำลายอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและลดการส่งเงินกลับบ้านของชาวศรีลังหาในต่างแดน รวมทั้งการลดภาษีตามนโยบายประชานิยมของรัฐบาลประธานาธิบดี โกตาบายา ราชปักษา

ด้วยความโกรธแค้นต่อการขาดแคลนที่ขยายเป็นวงกว้าง และกล่าวหาครอบครัวราชปักษาที่มีอำนาจว่าจัดการเศรษฐกิจผิดพลาด ทำให้ผู้ประท้วงหลายพันคนไปรวมตัวกันที่ถนนทั่วประเทศในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาเพื่อจัดการประท้วงซึ่งส่วนใหญ่เป็นไปอย่างสันติ

รานิล วิกรามาสิงหะ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของศรีลังกา ซึ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเมื่อสัปดาห์ที่แล้วมีแผนประกาศงบประมาณใน 6 สัปดาห์ ซึ่งจะมีการตัดลดค่าใช้จ่ายต่างๆ ลงอย่างมาก แล้วโยกย้ายเงินส่วนนี้ไปไว้ในโครงการสวัสดิการที่มีระยะเวลา 2 ปีแทน

นโยบายของนายกรัฐมนตรีคนใหม่ยังรวมถึงการผลักดันการเจรจากับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เพื่อให้ได้เงินกู้ที่ศรีลังกาต้องการอย่างมากในเวลานี้

แต่ธีปติไม่เชื่ออีกแล้ว

รถยนต์ที่เธอใช้เงินเก็บซื้อต้องถูกขายไปเมื่อปีที่แล้ว เพราะเจ้าตัวไม่มีเงินจ่ายค่างวด ส่วนรถตุ๊กตุ๊กอีกคันหนึ่งซึ่งน้องชายของเธอขับเป็นส่วนใหญ่ก็ต้องซ่อม แต่ครอบครัวนี้แทบจะไม่มีเงินจ่ายค่าซ่อม และธีปติยังมีค่าที่ดินที่เธอซื้อก่อนเกิด Covid-19 ที่ค้างจ่ายอีกกว่า 100,000 รูปีศรีลังกา

ธีปติยังต้องการไปเยี่ยมหลานสาววัย 3 เดือนแต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะเดินทางไปที่เมืองมาธาราที่ลูกสาวที่เป็นพยาบาลของเธออาสัยอยู่ซึ่งห่างออกไปราว 170 กิโลเมตรได้อย่างไร

“ฉันแทบจะไม่มีข้าวและผักเพียงพอสำหรับครอบครัวของฉัน ฉันไม่สามารถซื้อยาที่แม่จำเป็นต้องใช้ เดือนหน้าเราจะอยู่กันอย่างไร ฉันไม่รู้เลยว่าอนาคตเราจะเป็นอย่างไร”

REUTERS/Adnan Abidi

เชือดไก่ให้ลิงดู ไม่จ่ายด้วยรูเบิลรัสเซียตัดก๊าซบริษัทดัตช์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/684584

วันที่ 31 พ.ค. 2565 เวลา 12:15 น.เชือดไก่ให้ลิงดู ไม่จ่ายด้วยรูเบิลรัสเซียตัดก๊าซบริษัทดัตช์

Gazprom ประกาศระงับจ่ายก๊าซไปยังเนเธอร์แลนด์ จนกว่าจะยอมจ่ายด้วยรูเบิล

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า Gazprom บริษัทส่งออกก๊าซธรรมชาติของรัสเซียประกาศว่าจะระงับการจ่ายก๊าซให้กับ GasTerra ผู้ค้าชาวเนเธอร์แลนด์ในวันที่ 31 พ.ค. เนื่องจากไม่ชำระค่าก๊าซที่ส่งมอบในเดือนเม.ย. ด้วยเงินรูเบิล ภายใต้โครงการ rouble-for-gas ของรัสเซีย

Gazprom ระบุว่าการระงับการจ่ายก๊าซจะมีผลบังคับใช้จนกว่าจะมีการชำระเงินตามโครงการที่รัสเซียเสนอ

ขณะที่ Orsted บริษัทพลังงานของเดนมาร์กเตือนในวันที่ 31 พ.ค. ว่ารัสเซียอาจตัดการจ่ายก๊าซไปยังเดนมาร์กไม่นานหลังจากที่บริษัทปฏิเสธที่จะชำระค่าก๊าซเป็นเงินรูเบิล

ตามรายงานของเอเอฟพีระบุว่า Orsted ยืนยันว่าจะยังคงชำระค่าก๊าซจากรัสเซียด้วยเงินยูโรต่อไป ขณะที่ Gazprom เรียกร้องให้ชำระเป็นรูเบิล

“เราไม่มีภาระผูกพันทางกฎหมายภายใต้สัญญาที่จะทำเช่นนั้น และเราได้แจ้ง Gazprom หลายครั้งแล้วว่าเราจะไม่ทำเช่นนั้น ดังนั้นจึงมีความเสี่ยงที่ Gazprom จะหยุดจ่ายก๊าซให้กับ Orsted ซึ่งเรามองว่านั่นเป็นการผิดสัญญา” Orsted กล่าวในแถลงการณ์

ด้านเมตเต เฟรเดอริกเซน นายกรัฐมนตรีของเดนมาร์กสนับสนุนการตัดสินใจของ Orsted โดยกล่าวว่าความต้องการของรัสเซียนั้นไม่เป็นที่ยอมรับ

ทั้งนี้ รัสเซียระงับการจ่ายก๊าซให้แก่ฟินแลนด์เมื่อวันที่ 21 พ.ค. หลังจากที่มีการขอเข้าร่วมเป็นสมาชิกนาโต และ Gasum บริษัทพลังงานของฟินแลนด์ปฏิเสธที่จะชำระเงินเป็นรูเบิล นอกจากนี้รัสเซียได้ตัดก๊าซโปแลนด์และบัลแกเรียด้วย

Photo by REUTERS/Dado Ruvic/Illustration/File Photo

ผู้นำอียูตกลงแบนนำเข้าน้ำมันรัสเซียเกือบทั้งหมดปลายปีนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/684580

วันที่ 31 พ.ค. 2565 เวลา 12:00 น.ผู้นำอียูตกลงแบนนำเข้าน้ำมันรัสเซียเกือบทั้งหมดปลายปีนี้

ผู้นำอียูแบนการนำเข้าน้ำมันส่วนใหญ่ 90% จากรัสเซียปลายปีนี้ยกเว้นบางประเทศ

สำนักข่าว AFP รายงานว่า ผู้นำประเทศสหภาพยุโรปตกลงแบนการนำเข้าน้ำมันส่วนใหญ่จากรัสเซีย หลังจากยินยอมให้ข้อยกเว้นกับฮังการี เพื่อลงโทษรัสเซียที่ก่อสงครามในยูเครน

ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปใช้เวลาหลายสัปดาห์ในการเจรจาต่อรองข้อเสนอแบนการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซียทั้งหมด เนื่องจากต้องเผชิญการคัดค้านจากนายกรัฐมนตรี วิกเตอร์ ออร์บาน ของฮังการี

การประชุมผู้นำสหภาพยุโรปในกรุงบรัสเซลส์ได้บรรลุข้อตกลงประนีประนอมเพื่อยกเว้นการแบนน้ำมันรัสเซียที่ถูกส่งมาทางท่อส่งน้ำมันเข้ามายังยุโรป หลังจากฮังการีเตือนว่าการหยุดส่งน้ำมันจะทำลายเศรษฐกิจของฮังการี

ชาร์ลส์ มิเชล ประธานคณะมนตรียุโรปทวีตระหว่างการประชุมว่า “มีข้อตกลงห้ามส่งออกน้ำมันรัสเซียไปยังสหภาพยุโรป ซึ่งครอบคลุมการนำเข้าน้ำมันมากกว่า 2 ใน 3 จากรัสเซียในทันที ทำให้แหล่งเงินทุนขนาดใหญ่สำหรับการทำสงครามลดลง เพิ่มแรงกดดันสูงสุดให้รัสเซียยุติสงคราม”

อัวร์ซูลา ฟอน เด ไลเยิน ประธานคณะกรรมธิการยุโรปเผยว่า ความเคลื่อนไหวนี้ “จะลดการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซียมายังอียูราว 90% ภายในสิ้นปีนี้” โดยเยอรมนีและโปแลนด์ให้คำมั่นที่จะปฏิเสธการส่งน้ำมันจากท่อส่งน้ำมันไปยังดินแดนของตัวเอง

การถกเถียงเกี่ยวกับมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียครั้งที่ 6 สั่นคลอรความเป็นอันหนึ่งอันเดียวของยุโรป

ข้อตกลงดังกล่าวยกเว้นการส่งน้ำมันจากท่อดรูชบาจากการแบนและคว่ำบาตรเฉพาะน้ำมันดิบที่ส่งมายังยุโรปด้วยเรือบรรทุกน้ำมัน

แม้ว่าจะมีช่องว่างของการแบนจากฝั่งของฮังการี แต่มาตรการคว่ำบาตรรอบล่าสุดนี้ถือเป็นหนึ่งมาตรการที่รุนแรงที่สุดที่ยุโรปใช้จนถึงขณะนี้

อียูนำเข้าน้ำมันจากรัสเซียราว 26% และถูกวิพาก์วิจารณ์ว่ายังคงส่งเงินเข้าคลังของรัสเซียในเวลาเดียวกันกับที่พยายามหาทางยุติสงครามของรัสเซีย

นอกจากนี้ มิเชลยังเผยอีกว่ามาตรการคว่ำบาตรรอบล่าสุดยังรวมถึงการตัดธนาคาร Sberbank ของรัสเซียออกจากระบบ SWIFT การแบนสถานทีโทรทัศน์ของทางการรัสซีย 3 แห่ง และการขึ้นบัญชีดำปัจเจกบุคคล และอียูยังตกลงจะส่งเงิน 9,000 ล้านยูโรไปยังยูเครน

REUTERS/Dado Ruvic/Illustration/File Photo

อาจมี “จอมมารต่างดาว” ที่คิดทำลายอารยธรรมของดาวอื่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/684579

วันที่ 31 พ.ค. 2565 เวลา 11:39 น.อาจมี "จอมมารต่างดาว" ที่คิดทำลายอารยธรรมของดาวอื่น

นักวิจัยประมาณการ 4 อารยธรรมอันตรายในกาแล็กซีทางช้างเผือก

สตีเฟน ฮอว์กิง นักฟิสิกส์ นักคณิตศาสตร์ และนักจักรวาลวิทยาชื่อดังเคยกล่าวไว้ว่าการส่งข้อความจากโลกสู่ห้วงอวกาศอาจทำให้อารยธรรมมนุษย์ถูกทำลายได้ “หากมนุษย์ต่างดาวมาเยือนโลก ผมคิดว่าผลลัพธ์คงจะพอๆ กับตอนที่คริสโตเฟอร์ โคลัมบัสลงจอดในอเมริกาครั้งแรก ซึ่งไม่ได้เป็นผลดีนักสำหรับชนพื้นเมืองอเมริกัน”

คำพูดของฮอว์กิงมักถูกใช้เพื่อกีดกันการดำเนินงานของ METI (Messaging Extraterrestrial Intelligence) องค์กรวิจัยไม่แสวงหาผลกำไรที่สร้างและส่งข้อความระหว่างดวงดาวเพื่อสื่อสารกับอารยธรรมนอกโลก

ขณะที่งานวิจัยชิ้นใหม่ๆ กำลังพยายามพิจารณาว่าจริงๆ แล้วการพยายามติดต่อกับอารยธรรมต่างดาวนั้นอันตรายแค่ไหน? บนอวกาศอาจมีอารยธรรมมนุษย์ต่างดาวที่ชั่วร้ายอยู่หรือไม่? และมีโอกาสไหมที่ข้อความจากโลกจะถูกส่งไปยังอารยธรรมมนุษย์ต่างดาวที่ชั่วร้าย?

ตามการประมาณการของเกลาดีโอ มักโกเน นักดาราศาสตร์ SETI ชาวอิตาลีเชื่อว่าอาจมีอารยธรรมมากถึง 15,758 อารยธรรมในทางช้างเผือก

VICE รายงานว่า อัลแบร์โต กาบาเยโร นักศึกษาระดับปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยวีโก ในสเปน ได้เขียนงานวิจัยเกี่ยวกับสิ่งที่เรียกว่าสัญญาณว้าว! (Wow! signal) ซึ่งถูกตีพิมพ์ในวารสาร International Journal of Astrobiology เมื่อต้นเดือนนี้

นอกจากนี้เขายังเป็นเจ้าของงานวิจัยเรื่องการประเมินความชุกของอารยธรรมนอกโลกที่เป็นอันตราย (Estimating the Prevalence of Malicious Extraterrestrial Civilizations) โดยคำนวณว่าในทางช้างเผือกอาจมี 4 อารยธรรมอันตรายที่สามารถบุรุกโลกได้

หมายความว่าความน่าจะเป็นที่เผ่าพันธุ์มนุษย์ต่างดาวที่เป็นศัตรูจะบุกรุกโลกนั้นต่ำมาก ต่ำกว่าโอกาสที่ดาวเคราะห์น้อยขนาดยักษ์จะพุ่งชนโลก ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นทุกๆ 100 ล้านปี ดังนั้นมนุษย์จึงมีโอกาสปลอดภัยในขณะนี้

กาบาเยโรใช้วิธีรวบรวมข้อมูลประวัติการรุกรานโลกในศตวรรษที่ผ่านมา ขีดความสามารถทางการทหารของประเทศที่เกี่ยวข้อง และอัตราการเติบโตของการใช้พลังงานทั่วโลกเพื่อคำนวณความน่าจะเป็น และพบว่ามีโอกาส 0.0014% ที่โลกจะถูกรุกรานโดยอารยธรรมที่ก้าวหน้าทางเทคโนโลยี

อย่างไรก็ตาม กาบาเยโรยอมรับว่างานวิจัยชิ้นนี้มีข้อจำกัดคือยังมีอีกหลายอย่างเกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาวที่เราไม่รู้ จึงเป็นการคำนวณความน่าจะเป็นเท่านั้น แต่เขาหวังว่าการใส่ตัวเลขลงไปจะเป็นจุดเริ่มต้นให้เกิดการถกเถียงว่าการส่งข้อความไปยังอวกาศนั้นมีความเสี่ยงหรือไม่ ซึ่งงานวิจัยชิ้นนี้ยังไม่ได้รับการตรวจสอบ (Peer-review)

ทั้งนี้ ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา บางประเทศรวมถึงสหรัฐได้ให้ความสำคัญกับสัญญาณของสิ่งมีชีวิตนอกโลกที่เพิ่มขึ้นอย่างจริงจัง แม้ว่าจะยังไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดก็ตาม

Photo by NASA/JPL-Caltech/Handout via REUTERS

อียิปต์พบโลงศพมัมมี่หลายร้อยโลง อายุกว่า 2,500 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/684571

วันที่ 31 พ.ค. 2565 เวลา 10:40 น.อียิปต์พบโลงศพมัมมี่หลายร้อยโลง อายุกว่า 2,500 ปี

อียิปต์พบโลงศพโบราณสภาพสมบูรณ์ 250 โลงมีอายุกว่า 2,500 ปี

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า นักโบราณคดีที่ทำงานขุดสำรวจใกล้กับกรุงไคโรของอียิปต์ค้นพบโลงศพสมัยอียิปต์โบราณหลายร้อยโลง รวมทั้งรูปปั้นเทพเจ้าทองแดงอีกหลายร้อยชิ้น

กระทรวงการท่องเที่ยวและการโบราณวัตถุสถานของอียิปต์ระบุว่า การค้นพบที่สุสานในเมืองซัคคาราประกอบด้วย โลงศพ 250 โลง รูปปั้นทองแดง 150 ชิ้น อาทิ รูปปั้นของเทพเจ้าอนูบิส อามุน มิน โอซิริส ไอซิส เนเฟอร์ตุม บัสเต็ท และแฮธอร์ รูปปั้นไร้ศีรษะของสถาปนิกนามอิมโฮเทปผู้สร้างพีระมิดซัคคารา และโบราณวัตถุอื่นๆ ที่มีอายุในช่วงยุคปลาย หรือราว 500 ปีก่อนคริสตกาล

นอกจากนี้ ยังมีเครื่องดนตรีที่เรียกว่า ซิสตรุม และภาชนะทองแดงที่ใช้ในการประกอบพิธีสักการะเทพีไอซิส

โลงไม้ที่ถูกตกแต่งด้วยสีสันต่างๆ ถูกพบในสภาพสมบูรณ์อยู่ในอุโมงค์ฝังศพ โดยมีมัมมี่ เครื่องราง และกล่องไม้อยู่ภายใน และยังพบรูปแกะสลักไม้ของเทพีเนฟธีสและเทพีไอซิสจากยุคก่อนหน้าโดยใบหน้าของเทพีทั้งสองถูกเคลือบด้วยทอง

มุสตาฟา วาซิริ เลขาธิการใหญ่สภาสูงด้านโบราณคดีเผยว่า โลงโลงหนึ่งบรรจุกระดาษปาปิรุสที่เขียนด้วยอักษรภาพเฮียโรกริฟฟิคซึ่งอาจเป็นข้อความจากคัมภีร์แห่งความตาย และถูกส่งไปยังห้องวิจัยของพิพิธภัณฑ์อียิปต์ในกรุงคโรเพื่อทำการศึกษาต่อไป

นอกจากนั้นยังพบเครื่องสำอางมากมาย รวมทั้งตลับใส่ผงทาขอบตา สร้อยข้อมือ และต่างหู

โลงเหล่านี้จะถูกลำเลียงไปจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์ใหญ่อียิปต์ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างซึ่งอยู่ใกล้กับมหาพีระมิดกีซา และมีกำหนดเปิดให้บริการภายในปีนี้

ทั้งนี้ เมืองซัคคาราซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของพีระมิดกีซาเป็นแหล่งค้นพบทางโบราณคดีอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยภารกิจการการขุดค้นในพื้นที่ของนักโบราณคดีกลุ่มนี้เริ่มตั้งแต่ปี 2018

ภาพประกอบ นักโบราณคดีอียิปต์ตรวจสอบโลงไม้ที่ค้นพบในสุสานอายะุ 3,500 ปีที่เมืองดราอา อาบุล นากาอาใกล้กับเมืองลักซอร์ทางตอนใต้ของอียิปต์เมื่อวันที่ 18 เม.ย. 2017 

Cover Photo by STRINGER / AFP

ภาพชุดการค้นพบครั้งสำคัญ

REUTERS/Mohamed Abd El Ghany
REUTERS/Mohamed Abd El Ghany
REUTERS/Mohamed Abd El Ghany
REUTERS/Mohamed Abd El Ghany
REUTERS/Mohamed Abd El Ghany
REUTERS/Mohamed Abd El Ghany
REUTERS/Mohamed Abd El Ghany

จีนพบขุมทรัพย์ยูเรเนียมมหึมา เทียบชั้นมหาอำนาจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/684570

วันที่ 31 พ.ค. 2565 เวลา 10:23 น.จีนพบขุมทรัพย์ยูเรเนียมมหึมา เทียบชั้นมหาอำนาจ

การค้นพบครั้งนี้หากได้รับการยืนยันจะทำให้จีนมีสถานะเทียบเท่ากับออสเตรเลีย ซึ่งเป็นมหาอำนาจด้านยูเรนียมของโลก

จากการรายงานของ Sina เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม หลี่จื้ออิ่ง หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ของ “โครงการสาธิตเทคโนโลยีสำรวจระดับลึกของฐานเหมืองยูเรเนียมไฮโดรเทอร์มอลใต้ของจีน”ประกาศว่ามีการค้นพบแหล่งยูเรเนียมอุตสาหกรรมถูกค้นพบที่ความลึก 950 เมตร และแหล่งยูเรเนียมอุตสาหกรรมที่ลึกที่สุดในประเทศจีนถูกค้นพบที่ระดับความลึก 1,550 เมตร ที่เมืองเสากวน อำเภอหัวเหริน มณฑลกวางตุ้ง 

ต่อมา บริษัท China Nuclear Industry Corporation (CNNC) ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของจีน ประกาศการค้นพบเหมืองยูเรเนียมเมื่อวันที่ 24 โดยกล่าวว่า “นักวิทยาศาสตร์ที่เข้าร่วมโครงการได้ขยายความลึกในการสำรวจใต้พื้นผิวเป็น 3,000 เมตรโดยใช้เทคโนโลยีและอุปกรณ์ล้ำสมัย และสูงกว่าแหล่งยูเรเนียมของประเทศส่วนใหญ่ โดยลึกกว่าหกเท่า”

พร้อมกับเสริมว่าปริมาณสำรองยูเรเนียมโดยประมาณของจีนจะเพิ่มขึ้นสิบเท่าเป็นมากกว่า 2 ล้านตัน เทียบเท่ากับออสเตรเลียที่อุดมด้วยยูเรเนียมมาก เนื่องจากมีการค้นพบแหล่งยูเรเนียมเกรดอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่อยู่ใต้ดินลึกมากขนาดนี้ซึ่งก่อนหน้านี้คิดว่าเป็นไปไม่ได้

South China Morning Post รายงานว่า เจ้าหน้าที่นิวเคลียร์ของจีนบอกว่าการค้นพบนี้เป็น “ความก้าวหน้าครั้งสำคัญสำหรับประเทศของเรา”

Global Times โครงการเสนอว่าแร่ยูเรเนียมไฮโดรเทอร์มอลมาจากดินลึก โดยมีแร่ยูเรเนียมก่อตัวที่ระดับความลึก 3,000 เมตร แนวคิดนี้สวนทางกับความเข้าใจก่อนหน้านี้ว่าการก่อตัวของแร่ส่วนใหญ่อยู่ที่ระดับความลึกตื้น แต่ข้อเสนอใหม่เป็นพื้นฐานทางทฤษฎีสำหรับการค้นหาแร่ยูเรเนียมที่ระดับความลึก จนกระทั่งพวกเขาพบมันในระดับความลึกที่คาดไม่ถึงจริงๆ 

ทั้งนี้ S&P Global คาดการณ์ว่าภายในปี 2035 กำลังการผลิตนิวเคลียร์ของจีนจะสูงถึง 145 กิกะวัตต์ คิดเป็น 10% ของกำลังการผลิตไฟฟ้าทั้งหมด

Photo – แท่งยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงที่นำกลับมาใช้ใหม่จากเศษเหล็กที่แปรรูปที่โรงงานศูนย์ความมั่นคงแห่งชาติ Y-12 ของสหรัฐ

Zircon ทะลวงฟ้าเร็วเหนือเสียง พิษสงใหม่ของรัสเซีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/684500

วันที่ 30 พ.ค. 2565 เวลา 16:30 น.Zircon ทะลวงฟ้าเร็วเหนือเสียง พิษสงใหม่ของรัสเซีย

รัสเซียประสบความสำเร็จทดสอบขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิก เคลื่อนที่เร็ว ยิงไกล 1,000 กิโลเมตร

เมื่อวันที่ 28 พ.ค. กระทรวงกลาโหมรัสเซียเผยถึงความสำเร็จในการทดสอบยิงขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียง Zircon (ซีร์คอน) จากเรือชั้นฟริเกต แอดมิรัล กอร์ชคอฟ ในทะเลแบเรนตส์ ซึ่งสามารถโจมตีเป้าหมายในทะเลขาวที่อยู่ห่างออกไปถึง 1,000 กิโลเมตร ด้วยความเร็วระดับ 9 มัค หรือเร็วกว่าเสียงถึง 9 เท่า

ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน กล่าวว่านี่เป็นส่วนหนึ่งของระบบขีปนาวุธรุ่นใหม่ที่ไม่มีใครเทียบได้ ซึ่งรัสเซียจะนำมาเสริมสร้างแสนยานุภาพให้แก่กองทัพในปีนี้ โดยก่อนหน้านี้ปูตินเคยขู่ว่า Zircon จะโจมตีฐานที่มั่นของศัตรูได้ภายในเวลาไม่กี่นาที

การทดสอบขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิกครั้งล่าสุดนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน หลังจากที่ Zircon ถูกทดสอบอย่างเป็นทางการครั้งแรกในปี 2020 และการทดสอบครั้งก่อนเกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว

สำนักข่าวรอยเตอร์สชี้ว่ากองทัพรัสเซียเผชิญกับความสูญเสียอย่างหนักทั้งกำลังพลและอาวุธยุทโธปกรณ์ในช่วง 3 เดือนของการปฏิบัติการทางทหารในยูเครน แต่รัสเซียยังคงเดินหน้าทำการทดสอบอาวุธระดับสูงอย่างต่อเนื่องเพื่อเตือนให้โลกเห็นถึงความเก่งกาจในด้านเทคโนโลยีขีปนาวุธ

ขีปนาวุธ Zircon ถูกยิงจากเรือแอดมิรัล กอร์ชคอฟ ในทะเลแบเรนตส์ ระหว่างการทดสอบเมื่อวันที่ 28 พ.ค. 2022 (Russian Defence Ministry/Handout via REUTERS)

ทั้งนี้ Zircon เป็นขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิกร่อนที่ใช้ความเร็วในการอัดอากาศและขับเคลื่อนเครื่องยนต์แบบ Scramjet เพื่อไต่ความเร็วให้ถึงระดับที่ต้องการและเคลื่อนที่ไปยังเป้าหมาย มีพิสัยอยู่ที่ราว 250-500 กิโลเมตรเมื่อเคลื่อนอยู่ในระดับต่ำ และเมื่ออยู่ในวิถีกึ่งขีปนาวุธพิสัยจะอยู่ที่ 460-740 กิโลเมตร ข้อมูลบางแหล่งอ้างว่าพิสัย ไกลถึง 1,000-2,000 กิโลเมตร ขึ้นอยู่กับชนิดของเป้าหมาย

ขีปนาวุธ Zircon มีความเร็ว 8-9 มัค (9,800–11,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) สามารถเล็ดลอดระบบป้องกันขีปนาวุธที่มีอยู่ในขณะนี้ และด้วยความที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วเหนือเสียงในชั้นบรรยากาศ ความกดอากาศด้านหน้าขีปนาวุธจะก่อตัวเป็นกลุ่มเมฆพลาสมาในขณะที่ขีปนาวุธเคลื่อนตัว แล้วดูดซับคลื่นวิทยุไว้ ทำให้ระบบเรดาร์ไม่สามารถตรวจจับได้

อีกทั้งการสกัดกั้นก็ทำได้ยากมาก เนื่องจากขีปนาวุธจะเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของเส้นทางโคจรภายในเวลาไม่ถึง 10 วินาที ศัตรูจึงไม่มีเวลาดำเนินการตามขั้นตอนที่จำเป็น ขีปนาวุธ Zircon จึงเป็นอันตรายสำหรับเป้าหมายใหญ่ๆ อย่างเรือบรรทุกเครื่องบิน

นอกจาก Zircon แล้วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมารัสเซียได้พัฒนาอาวุธความเร็วเหนือเสียงหรือไฮเปอร์โซนิกรุ่นใหม่ออกมาหลายตัวด้วยกัน รวมถึง Avangard และ Kinzhal ที่ได้ชื่อว่าเป็นอาวุธไร้เทียมทานของรัสเซีย

เมื่อเดือนที่แล้ว รัสเซียได้ทดสอบเปิดตัวขีปนาวุธนิวเคลียร์ข้ามทวีปตัวใหม่นั่นคือ Sarmat ซึ่งสามารถบรรทุกหัวรบได้มากกว่า 10 หัว และสามารถโจมตีเป้าหมายในสหรัฐได้ ซึ่งจะเข้าประจำการในกองทัพรัสเซียในช่วงฤดูใบไม้ร่วงนี้หรือภายในเดือนต.ค.

Photo by Russian Defence Ministry/Handout via REUTERS