ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แล้ว นาซายืนยันร่วมภารกิจตามล่ายูเอฟโอกับเพนตากอน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/684368

วันที่ 28 พ.ค. 2565 เวลา 15:47 น.ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แล้ว นาซายืนยันร่วมภารกิจตามล่ายูเอฟโอกับเพนตากอน

ในที่สุดนาซาก็เข้าร่วมภารกิจตามล่ายูเอฟโอกับรัฐบาลสหรัฐอย่างเป็นทางการ

DailyMail รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า หลังจากการรายงานผลต่อสภาคองเกรสเกี่ยวกับปรากฏการณ์ทางอากาศที่ไม่สามารถอธิบายได้ (UAP) ที่เปิดให้สาธารณชนรับฟังด้วยเป็นครั้งแรกในรอบ 54 ปี เมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา องค์การนาซาได้เข้าร่วมภารกิจตามล่ายูเอฟโออย่างเป็นทางการแล้ว

แคเรน ฟ็อกซ์ โฆษกนาซายืนยันว่า นาซากำลังประเมินว่าจะถ่ายทอดความเชี่ยวชาญขององค์การเกี่ยวกับการสำรวจโลกจากอวกาศเพื่อให้เข้าใจเกี่ยวกับปรากฏการณ์ทางอากาศที่ไม่สามารถอธิบายได้ได้อย่างไร และได้ปรึกษาหารือกับหน่วยงานของรัฐบาลหลายหน่วยงานว่าจะประยุกต์เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์เพื่อสร้างความกระจ่างเกี่ยวกับธรรมชาติและที่มาของปรากฏการณ์ทางอากาศที่ไม่สามารถอธิบายได้อย่างไร

ความเคลื่อนไหวล่าสุดนี้ถือเป็นการก้าวกระโดดครั้งใหญ่ของนาซา ซึ่งก่อนหน้านี้เคยปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับภารกิจเกี่ยวกับยูเอฟโอ

แหล่งข่าวใกล้ชิดรัฐบาลสหรัฐและทราบเรื่องการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับปรากฏการณ์ทางอากาศที่ไม่สามารถอธิบายได้ของนาซาเผยกับ DailyMail ว่า โครงการนี้รวมถึงการรวบรวมหลักฐานจากนักบินอวกาศที่เคยพบเห็นวัตถุที่ไม่สามารถระบุอัตลักษณ์ได้ในอวกาศ และตรวจสอบคลิปวิดีโอและข้อมูลจากภารกิจที่ผ่านมาเพื่อค้นหาการเผชิญหน้ากับสิ่งลึกลับนี้

แหล่งข่าวเผยอีกว่า ภารกิจของนาซาจะช่วยเติมเต็มภารกิจตามล่ายูเอฟโอของกระทรวงกลาโหมสหรัฐ ซึ่งรับผิดชอบโดยสภาคองเกรส เพื่อตรวจสอบภัยคุกคามจากวัตถุแปลกประหลาดในน่านฟ้าของสหรัฐและนอกเหนือจากนั้น

แหล่งข่าวระบุต่อว่า “ฉันว่ามันน่าจะเป็นความพยายามหลายๆ อย่างรวมกัน ซึ่งอาจรวมถึงคำให้การของพยานที่เห็นเหตุการด้วยตาตัวเองของนักบินอวกาศและพนักงานของนาซา และการตรวจสอบภาพเก่าๆ ที่เก็บไว้ เพื่อประเมินว่ามีการค้นพบบางอย่างในคลังเอกสารสำคัญของนาซาที่สามารถช่วย AOIMSG (คณะทำงานเกี่ยวกับปรากฏการณ์ทางอากาศที่ไม่สามารถอธิบายได้) ได้หรือไม่”

แหล่งข่าวยังระบุว่า ทีมตามล่ายูเอฟโอของกระทรวงกลาโหมขอวิดีโอจากกล้องกระสวยอวกาศจากภารกิจเยือนอวกาศบางภารกิจของนาซาเพื่อนำมาตรวจสอบ “มีหลายเหตุการณ์ที่นักบินอวกาศของนาซาและภารกิจของนาซาเกี่ยวข้องกับปรากฏการณ์ทางอากาศที่ไม่สามารถอธิบายได้”

Photo by Handout / DoD / AFP

พบสารเคมีชนิดใหม่ที่อาจก่อโรคหัวใจในชั้นบรรยากาศโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/684357

วันที่ 28 พ.ค. 2565 เวลา 13:05 น.พบสารเคมีชนิดใหม่ที่อาจก่อโรคหัวใจในชั้นบรรยากาศโลก

สารชนิดใหม่นี้อาจก่อให้เกิดโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจและโรคหัวใจ รวมทั้งมีส่วนทำให้เกิดภาวะโลกร้อน

DailyMail รายงานว่า นักวิทยาศาสตร์พบสารเคมีชนิดใหม่ซึ่งเป็นสารทำปฏิกิริยาในชั้นบรรยากาศของโลกซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพของมนุษย์และสภาพอากาศของโลก

ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยโคเปนเฮเกนของเดนมาร์กแสดงให้เห็นว่า ไตรออกไซด์ซึ่งเป็นสารประกอบทางเคมีที่มีออกซิเจนสามอะตอมติดกัน ก่อตัวขึ้นภายใต้สภาวะบรรยากาศ

ไตรออกไซด์เกิดปฏิกิริยาได้มากกว่าเพอร์ออกไซด์ซึ่งมีอะตอมของออกซิเจน 2 อะตอมติดกัน ส่งผลให้ไวต่อปฏิกิริยาเคมีสูงและมักติดไฟและระเบิดได้

เป็นที่ทราบดีว่าเพอร์ออกไซด์มีอยู่ในอากาศรอบตัวเรา และคาดกันว่าอาจจะมีไตรออกไซด์อยู่ในชั้นบรรยากาศด้วย แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีการพิสูจน์ที่ชัดเจนไร้ข้อโต้แย้ง

เฮนริก กรุม เคียร์โกด์ ศาสตราจารย์จากภาควิชาเคมี มหาวิทยาลัยโคเปนเฮเกนเผยว่า “ชนิดของสารประกอบที่เราค้นพบมีโครงสร้างที่เป็นเอกลักษณ์ และเพราะว่ามันสามารถรวมตัวกับโมเลกุลของออกซิเจนได้สูง จึงอาจนำมาซึ่งผลกระทบหลายอย่างที่เรายังไม่ทราบ”

ไตรออกไซด์ที่ทีมนักวิทยาศาสตร์ของเดนมาร์กค้นพบเรียกว่า ไฮโดรไตรออกไซด์ (ROOOH) ซึ่งเป็นสารประกอบทางเคมีหมวดหมู่ใหม่ โดยก่อตัวขึ้นจากปฏิกิริยาระหว่างอนุมูล 2 ชนิด (โมเลกุลที่ประกอบด้วยอิเล็กตรอนเดี่ยวอย่างน้อย 1 อิเล็กตรอน)

ในการทดลองในห้องปฏิบัติการ นักวิจัยได้แสดงให้เห็นว่าไฮโดรไตรออกไซด์เกิดขึ้นระหว่างการสลายตัวในบรรยากาศของสารที่เป็นที่รู้จักและถูกปล่อยอย่างกว้างขวางหลายชนิด รวมทั้งไอโซพรีนและไดเมทิลซัลไฟด์

ไอโซพรีนเป็นหนึ่งในสารประกอบอินทรีย์ที่ปล่อยสู่บรรยากาศบ่อยที่สุด สารนี้ผลิตโดยพืชและสัตว์หลายชนิด และโพลีเมอร์ของไอโซพรีนเป็นส่วนประกอบหลักของยางธรรมชาติ

การวิจัยแสดงให้เห็นว่า ราว 1% ของไอโซพรีนที่ถูกปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศเปลี่ยนเป็นไฮโดรไตรออกไซด์

อย่างไรก็ดี นักวิจัยคาดว่าสารประกอบทางเคมีเกือบทั้งหมดจะก่อตัวเป็นไฮโดรไตรออกไซด์ในบรรยากาศ และประมาณการว่าอายุขัยของพวกมันมีตั้งแต่นาทีถึงชั่วโมง ซึ่งทำให้สารเหล่านี้เสถียรมากพอที่จะทำปฏิกิริยากับการประกอบอื่นในบรรยากาศ

นักวิจัยประเมินว่าความเข้มข้นของไฮโดรไตรออกไซด์ในชั้นบรรยากาศอยู่ที่ราว 10 ล้านต่อคิวบิกเซนติเมตร ขณะที่ไฮดรอกซิล ซึ่งเป็นอนุมูลอิสระของออกซิเจน (หนึ่งในอนุมูลอิสระที่สำคัญในชั้นบรรยากาศ) มีความเข้มข้นราว 1 ล้านต่อคิวบิกเซนติเมตร

จิงเฉิน นักศึกษาระดับปริญญาเอกของภาควิชาเคมีซึ่งเป็นผู้ช่วยเขียนงานวิจัยชิ้นนี้เผยว่า “จากการสังเกตโดยตรงเราบอกได้ว่าจริงๆ แล้วสารประกอบเหล่านี้ก่อตัวในชั้นบรรยากาศ มันมีความเสถียรอย่างน่าประหลาดใจ และพวกมันก่อตัวขึ้นจากสารประกอบทางเคมีเกือบทั้งหมด”

ทีมวิจัยระบุว่า ไฮโดรไตรออกไซด์มีแนวโน้มที่จะสามารถแทรกซึมเข้าไปในอนุภาคขนาดเล็กในอากาศที่เรียกว่าละอองลอย ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพและอาจนำไปสู่โรคระบบทางเดินหายใจและหลอดเลือดหัวใจ

เคียร์โกด์เผยว่า “พวกมันมักจะเข้าสู่ละอองลอยแล้วจะก่อตัวเป็นสารประกอบใหม่พร้อมผลกระทบใหม่ เป็นเรื่องง่ายที่จะจินตนาการว่าสารใหม่ก่อตัวขึ้นในละอองลอยซึ่งเป็นอันตรายหากสูดดมเข้าไป แต่จำเป็นต้องมีการตรวจสอบเพิ่มเติมเพื่อจัดการกับผลกระทบต่อสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นเหล่านี้”

งานวิจัยยังระบุว่ามีความเป็นไปได้สูงที่ไฮโดรไตรออกไซด์จะส่งผลกระทบต่อจำนวนของละอองลอยที่เกิดขึ้น ซึ่งในทางกลับกันจะส่งผลกระทบกับสภาพอากาศ

อีวา อาร์. เคียร์โกด์ ผู้ประพันธ์บรรณกิจและนักศึกษาระดับปริญญาเอกเผยว่า “เนื่องจากละอองลอยทั้งดูดซับและสะท้อนแสดงอาทิตย์ ซึ่งกระทบกับสมดุลความร้อนของโลก นั่นคืออัตราส่วนของแสงแดดที่โลกดูดซับและส่งกลับเข้าไปในอวกาศ เมื่อละอองลอยดูดซับสาร มันจะขยายและมีส่วนในการก่อตัวของเมฆ ซึ่งส่งผลกับสภาพอากาศของโลกเช่นกัน”

ทีมวิจัยหวังว่าการค้นพบไฮโดรไตรออกไวด์จะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจผลกระทบของสารเคมีที่มนุษย์ปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศมากขึ้น

ผลการวิจัยชิ้นนี้ตีพิมพ์ลงในวารสาร Science

หนุ่มไต้หวันดิ่งตึกดับหลังสูญเงินเกือบ 70 ล้านบาทเพราะเหรียญ LUNA

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/684337

วันที่ 28 พ.ค. 2565 เวลา 10:28 น.หนุ่มไต้หวันดิ่งตึกดับหลังสูญเงินเกือบ 70 ล้านบาทเพราะเหรียญ LUNA

นักลงทุนไต้หวันเครียดหนักโดดตึกหลังสูญเงินมหาศาลเพราะการล่มสลายของเหรียญ LUNA

สำนักข่าว Taiwan News รายงานว่า เมื่อวันที่ 24 ที่ผ่านมา ชายหนุ่มในเมืองไถจงของไต้หวันเสียชีวิตหลังจากตกลงมาจากอพาร์ทเม้นต์ซึ่งคาดว่าเป็นการฆ่าตัวตายหลังจากสูญเงินมหาศาลจากการล่มสลายของเหรียญ LUNA

NOWnews รายงานว่า ราว 02.00 น.ของวันอังคารมีรายงานว่าผู้พักอาศัยรายหนึ่ง ตกลงมาจากอพาร์ทเม้นต์สุดหรูสูงตระหง่าน เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่รับหน้าที่กะกลางคืนรายหนึ่งได้ยินเสียงดังจึงรีบไปตรวจสอบ และพบชายรายหนึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสนอนอยู่บนพื้น

ทว่าเมื่อตำรวจมาถึงที่เกิดเหตุก็พบว่าชายคนดังกล่าวเสียชีวิตแล้ว การตรวจสอบอพาร์ทเม้นต์ทีละชั้นๆ ทำให้ทราบว่าผู้เสียชีวิตคือ ผู้เช่าแซ่อู๋วัย 29 ปีที่อาศัยอยู่บนชั้น 13

Taiwan News ระบุว่า อู๋ไม่ได้ทิ้งจดหมายลาตายไว้และไม่พบสัญญาณการบุกรุกหรือการต่อสู้ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังตัดสาเหตุการเสียชีวิตจากการติด Covid-19 ออกหลังจากตรวจพบว่าผู้เสียชีวิตไม่ได้ติดเชื้อ

จากการตรวจสอบโทรศัพท์ พนักงานอัยการพบว่าอู๋บ่นกับญาติๆ และเพื่อนๆ ว่าราคาของเหรียญ LUNA ที่เขาลงทุนร่วงลงไปถึง 99% ภายใน 2 วัน

อู๋ระบุว่าเหตุการณ์นั้นทำให้เขาสูญเงินก้อนใหญ่และทำให้เกิดความเครียด ข้อความพูดคุยครั้งหนึ่งระบุว่าอู๋ลงทุนในเหรียญ LUNA ถึง 58.63 ล้านเหรียญไต้หวัน หรือราว 68,161,626 บาท แต่หลังจากมูลค่าของมันดิ่งลง เขาเหลือเงินเพียง 29,314 เหรียญไต้หวัน หรือราว 34,080 บาท

อย่างไรก็ดี ตำรวจจะสืบสวนสอบสวนเกี่ยวกับการเงินและสาเหตุของการตกตึกต่อไป

ทั้งนี้ มูลค่าของเหรียญคริปโต LUNA ร่วงลงแทบจะไม่มีค่าเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา จากที่เคยทำราคาสูงสุดตลอดกาลไว้ที่ 119.51 เหรียญสหรัฐ

REUTERS/Dado Ruvic/File Photo

ยุโรปกำลังแพ้เงินเฟ้อ? ฝรั่งเศสแจกคูปองอาหารช่วยประชาชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/684306

วันที่ 27 พ.ค. 2565 เวลา 17:30 น.ยุโรปกำลังแพ้เงินเฟ้อ? ฝรั่งเศสแจกคูปองอาหารช่วยประชาชน

ฝรั่งเศสแจกคูปองอาหารเยียวยาประชาชนในช่วงข้าวยากหมากแพง

Financial Times รายงานว่าภาวะเงินเฟ้อกำลังเป็นที่น่ากังวลในยุโรป โดยประมาณ 1 ใน 3 ของประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปประสบปัญหาเงินเฟ้อเป็นตัวเลขสองหลัก ข้อมูลสถิติของเดนมาร์กพบว่าราคาสินค้าทั้งหมดในประเทศที่พุ่งสูงที่สุดในรอบ 40 ปี

เช่นเดียวกับฝรั่งเศสซึ่งมีอัตราเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้นโดยได้รับแรงหนุนจากต้นทุนอาหารและพลังงานที่สูงขึ้น ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าเศรษฐกิจของประเทศอาจเข้าสู่ภาวะซบเซา

สำนักข่าว RT ของรัสเซียอ้างรายงานจากสถานีโทรทัศน์ France 2 ว่าหลายเมืองในฝรั่งเศสเริ่มแจกบัตรกำนัลอาหารเพื่อเยียวยาประชาชนในขณะที่ราคาอาหารแพงขึ้น

ตามรายงานระบุว่าประชาชนจะได้รับคูปองมูลค่า 5 ยูโร, 20 ยูโร และ 30 ยูโร ซึ่งคาดว่ารัฐบาลฝรั่งเศสจะใช้งบประมาณไม่ต่ำกว่า 37 ล้านยูโร ในการออกคูปองอาหารตลอดจนมาตรการอื่นๆ เพื่อเยียวยาประชาชนในช่วงข้าวยากหมากแพง

แนวคิดในการแจกคูปองอาหารแก่ครัวเรือนที่มีรายได้ปานกลางและต่ำได้รับการเสนอโดยประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง โดยจะมีพลเมืองฝรั่งเศสประมาณ 8 ล้านคนที่ได้รับการเยียวยาดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เอกสารสรุปงบประมาณจากรัฐบาลกลางยังไม่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ แต่รัฐบาลท้องถิ่นบางเมืองตัดสินใจที่จะออกคูปองอาหารแจกประชาชนด้วยตัวเองโดยไม่รอรัฐบาลกลาง

France Info ของฝรั่งเศสรายงานว่าเบอร์นาเดตต์ ชากอร์นัก หนึ่งในผู้ที่ได้รับคูปองนี้เผยว่า “ทุกอย่างขึ้นราคาหมดเลย แม้กระทั่งพาสต้า คูปองนี้ช่วยเราได้มาก”

“ราคาอาหารเพิ่งขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา และผมคิดว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น” ไลโอเนล บูเชต์ นายกเทศมนตรีเมือง Saint-Arcons-de-Barges กล่าว

เช่นเดียวกับเมือง Hélesmes ทางตอนเหนือของฝรั่งเศสได้แจกคูปองอาหารมูลค่า 30 ยูโรให้แก่ประชาชนไปแล้ว 2,000 คน

โอลิเวีย เกรกัวร์ โฆษกรัฐบาลฝรั่งเศสยืนยันว่าผู้รับผิดชอบกำลังร่างกฎหมายที่จะให้การสนับสนุนประชาชน แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดของผู้มีสิทธิ์ได้รับคูปองอาหาร

ทั้งนี้ คาดว่ารัฐบาลจะแจกคูปองดังกล่าวสำหรับผู้เกษียณอายุ พลเมืองฝรั่งเศสที่ยากจน และคนหนุ่มสาวอายุ 18-25 ปี ซึ่งคูปองดังกล่าวมีการวางแผนที่จะแจกเป็นรายเดือน ตามรายงานของ Lithuania Posts

คุณไหมไทย ในฝรั่งเศส ยูทูบเบอร์ซึ่งเปิดร้านขายอาหารอยู่ในฝรั่งเศสเล่าว่าอาหารในฝรั่งเศสตอนนี้ถือว่าขาดตอน แต่ไม่ขาดแคลน คือสินค้าอาหารมาไม่สม่ำเสมอ อาทิ น้ำมันพืช แป้งสาลี และเนื้อไก่ซึ่งหายากและแพงขึ้น แต่ไม่ถึงกับขาดแคลนอาหาร เพียงแต่ว่าผู้คนต้องใช้ชีวิตอย่างระวังมากขึ้นว่าแต่ก่อน เนื่องจากอาหารมีราคาแพงขึ้น

Photo by REUTERS/Eric Gaillard/File Photo

จับตาสงครามชิป สหรัฐจับมือไต้หวัน-เกาหลี โดดเดี่ยวจีน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/684312

วันที่ 27 พ.ค. 2565 เวลา 18:29 น.จับตาสงครามชิป สหรัฐจับมือไต้หวัน-เกาหลี โดดเดี่ยวจีน

ขณะนี้การขาดแคลนชิปถูกมองว่าร้ายแรงถึงขั้นเป็นปัญหาด้านความมั่นคงของประเทศไปแล้ว

1.การขาดแคลนชิปอันเนื่องมาจากซัพพลายเชนสะดุดนับตั้งแต่การแพร่ระบาดของ Covid-19 เมื่อกว่า 2 ปีที่ผ่านมา ยังไม่มีท่าที่ว่าจะคลี่คลายแม้ผู้ผลิตจะพยายามเพิ่มกำลังการผลิตให้เพียงพอกับความต้องการที่เพิ่มสูงแล้วก็ตาม ทำให้หลายประเทศเริ่มแข็งขันแย่งชิงความเป็นหนึ่ง

2.เซมิคอนดักเตอร์เป็นชิ้นส่วนในอุปกรณ์สำคัญในชีวิตประจำวันอย่างสมาร์ทโฟน รถยนต์ ไปจนถึงสำคัญกับกองทัพเพราะเป็นส่วนประกอบของอาวุธยุทโธปกรณ์ล้ำสมัยหลายชิ้น หลายประเทศจึงเริ่มมองว่าการขาดแคลนชิปเป็นปัญหาด้านความมั่นคงของประเทศไปแล้ว

3.ด้วยเหตุนี้ญี่ปุ่นจึงทุ่มงบประมาณถึง 6,800 ล้านเหรียญสหรัฐ อียูประกาศว่าจะเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดเป็น 2 เท่าให้ได้ภายในปี 2030 เช่นเดียวกับสหรัฐที่ต้องการบรรลุเป้าหมายการพึ่งพาตนเองในการผลิตชิป

4.สหรัฐสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศเซมิคอนดักเตอร์ในประเทศผ่านการออกกฎหมาย รวมทั้งกฎหมายการสร้างแรงจูงใจที่เป็นประโยชน์ในการผลิตเซมิคอนดักเตอร์สำหรับอเมริกา (CHIPS for America Act) โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างแรงจูงใจให้เกิดการลงทุนด้านการผลิต วิจัยและพัฒนา เซมิคอนดักเตอร์ในสหรัฐ ทว่าจนถึงตอนนี้แม้ว่าร่างกฎหมายจะผ่านตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่สภาคองเกรสยังไม่ยอมเห็นด้วย

5.ล่าสุดในการประชุมเวิลด์อีโคโนมิกฟอรัมที่เมืองดาวอสของสวิตเซอร์แลนด์ จีนา ไรมอนโด รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเรียกร้องให้สภาคองเกรสผ่านร่างกฎหมายนี้ โดยเผยกับ CNBC ว่า “มันเป็นปัญหาใหญ่ด้านความมั่นคงของชาติ และเราจำเป็นต้องผลิตชิปในสหรัฐ ไม่ใช่การแสวงหาสินค้าจากประเทศพันธมิตร”

6.ข้อมูลของสำนักงานวิจัยแห่งรัฐสภาสหรัฐระบุว่า ส่วนแบ่งการตลาดการผลิตชิปของสหรัฐลดลงจากราว 40% ในปี 1990 เหลือราว 12% เมื่อปี 2020 ซึ่ง เกรกอรี อาร์คิวรี ผู้ช่วยวิจัยจากศูนย์เพื่อการศึกษายุทธศาสตร์ระหว่างประเทศ (CSIS) อธิบายไว้ในบล็อกเมื่อเดือน ม.ค.ว่า การผลิตชิปที่มีต้นทุนสูงและมีความซับซ้อนทำให้บริษัทเซมิคอนดักเตอร์ในสหรัฐหลายแห่งเปลี่ยนโมเดลธุรกิจไปเป็น “fabless” คือ บริษัทที่มีความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบและพัฒนาเซมิคอนดักเตอร์ แต่ไม่ได้ผลิตเอง ใช้การว่าจ้างบริษัทอื่นที่มีความเชี่ยวชาญด้านการผลิตและมีเทคโนโลยีขั้นสูงกว่าในต่างประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในเอเชียตะวันออกซึ่งเป็นแหล่งผลิตชิปเกือบ 80% ของโลกให้ผลิตให้แทน

7.ขณะนี้ไต้หวันคือแหล่งนำเข้าชิปที่สำคัญของสหรัฐ เฉพาะบริษัท TSMC แห่งเดียวครองสัดส่วนเกือบ 90% ของการผลิตชิปให้ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของสหรัฐอย่าง Apple, Amazon และ Google รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐเผยอีกว่า สหรัฐซื้อชิปที่ล้ำสมัยที่สุดจากไต้หวันถึง 70% โดยชิปเหล่านี้ถูกนำไปใช้ในอุปกรณ์ทางการทหาร อาทิ ระบบยิงขีปนาวุธ Javelin ที่ใช้ชิปนี้ถึง 250 ชิ้น และย้ำว่าการซื้อชิปเหล่านี้จากไต้หวันทั้งหมดไม่ปลอดภัย สหรัฐต้องผลิตเอง

8.ปัจจุบันหลายบริษัทที่เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมใช้บริการโรงงานผลิตชิปในแถบเอเชียตะวันออก รวมทั้ง Apple, NVIDIA, AMD, Qualcomm และ Broadcom โดยสานสัมพันธ์มายาวนานกับบริษัทในเอเชีย อาทิ TSMC ของไต้หวันและ Samsung ของเกาหลีใต้

9.ซัพพลายเออร์เซมิคอนดักเตอร์ในเอเชียเหล่านี้ตอบรับคำขอของสหรัฐให้นำการผลิตเข้าไปในสหรัฐ โดย TSMC ลงทุน 12,000 ล้านเหรียญสหรัฐสร้างโรงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์ในรัฐแอริโซนาซึ่งจะใช้เทคโนโลยีการผลิตชิปแบบ 5 นาโนเมตร ส่วน Samsung มีแผนลงทุนสร้างโรงงาน 17,000 ล้านเหรียญสหรัฐในเทกซัส

ไบเดนเยี่ยมชมโรงงานผลิตชิปของ Samsung ในเกาหลีใต้ REUTERS/Jonathan Ernst

10.มีรายงานว่าการเดินทางเยือนเกาหลีใต้ของประธานาธิบดี โจ ไบเดน เมื่อเร็วๆ นี้ มีการไปเยี่ยมชมโรงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์ของ Samsung ที่เมืองพยองแท็ก โดย Samsung โชว์เทคโนโลยีชิปขนาด 3 นาโนเมตร เจนใหม่ของบริษัทให้ไบเดนดูด้วย

11.ขณะที่ในไต้หวัน สำนักข่าว Reuters รายงานว่า ทางการปราบบริษัทจีนที่เข้ามาดึงตัว วิศวกรชิปและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีอย่างผิดกฎหมายในไต้หวันอย่างหนัก โดยเพิ่งบุกค้นบริษัทจีน 10 แห่งทั่วประเทศในสัปดาห์นี้รวมทั้งในไทเปและ ซินจู๋ เพื่อปกป้องความเป็นมหาอำนาจด้านชิปของประเทศ โดยแถลงการณ์ของทางการระบุว่า การเข้ามาดึงตัวคนเก่งของจีนในไต้หวันส่งผลกระทบอย่างหนักต่อความสามารถในการแข่งขันในระดับโลกและเป็นภัยต่อความมั่นคงของไต้หวัน

12.นอกจากนี้ไต้หวันยังมีกฎหมายห้ามไม่ให้ชาวจีนลงทุนในห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์ของไต้หวัน รวมถึงการออกแบบชิป ส่วนบางธุรกิจ เช่น การประกอบชิป จำเป็นต้องผ่านการตรวจสอบจากทางการก่อน ทำให้เป็นการยากที่บริษัทชิปสัญชาติจีนจะเข้าไปดำเนินการในไต้หวันอย่างถูกกฎหมาย

13.ไม่เพียงเท่านั้น จีนยังเจอก้างชิ้นใหญ่ในอังกฤษ เมื่อดีลเทกโอเวอร์ Newport Wafer Fab บริษัทผลิตชิปรายใหญ่ที่สุดในอังกฤษในแง่ของปริมาณเมื่อปีที่แล้วของบริษัท Nexperia ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ Wingtech บริษัทเทคโนโลยีในเซี่ยงไฮ้ที่รัฐบาลจีนเป็นเจ้าของอยู่ส่วนหนึ่ง ส่อเค้าว่าอาจจะล่ม หลังจากรัฐบาลอังกฤษสั่งตรวจสอบด้านความมั่นคงเพื่อไม่ให้เป็นภัยต่อประเทศ

REUTERS/Ann Wang/File Photo

2 ลูกเกือบล้านบาท! เปิดสาเหตุความแพงหูฉี่ของเมล่อนจากฮอกไกโด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/684291

วันที่ 27 พ.ค. 2565 เวลา 15:00 น.2 ลูกเกือบล้านบาท! เปิดสาเหตุความแพงหูฉี่ของเมล่อนจากฮอกไกโด

คนญี่ปุ่นมักจะมองว่าผลไม้คือสินค้าหรูที่ให้กันเป็นของขวัญและเมล่อนก็เป็นหนึ่งในผลไม้ที่ราคาสูงที่สุด

การประมูลเมล่อนครั้งแรกของฤดูกาลในปีนี้ของญี่ปุ่นเพิ่งจบลงไปเมื่อวานนี้ (26 พ.ค.) โดยเมล่อนสายพันธุ์ยูบาริ 2 ลูกจากจังหวัดฮอกไกโดทางตอนเหนือของญี่ปุ่น ทำราคาประมูลสูงถึง 3 ล้านเยน หรือราว 808,084 บาท สูงกว่าค่าตัวเมล่อนสายพันธุ์เดียวกันที่ถูกประมูลไปเมื่อปีที่แล้ว 10%

ส่วนสถิติเมล่อนสายพันธุ์ยูบาริที่สนนราคาสูงที่สุดเป็นของการประมูลเมื่อปี 2019 ซึ่งปิดประมูลที่ 5 ล้านเยน หรือราว 1,346,297 บาท

ทำไมเมล่อนจากญี่ปุ่นถึงมีค่าตัวแพงหูฉี่ขนาดนี้

ต้องดูและเอาใจใส่อย่างดีทุกขั้นตอน

ระหว่าง 100 วันของการปลูก ชาวสวนจะดูแลประคบประหงมเมล่อนแต่ละลูกอย่างดีราวไข่ในหิน มีการควบคุมปริมาณน้ำ อากาศ และแสงแดด และทุกขั้นตอนเป็นการทำด้วยมือทั้งหมด

หลังผ่านไป 50 วัน เมล่อนจะเริ่มออกดอก เมื่อผลเมล่อนเริ่มโตขึ้นเกษตรกรจะใช้กระดาษสีขาวห่อหุ้มเพื่อปกป้องเมล่อน เมื่อเปลือกเริ่มมีลวดลายก็จะถูกนวดถูกขัดด้วยสองมือที่สวมถุงมือสีขาวเพื่อให้รูปร่างหน้าตาออกมาดูดีที่สุด ทั้งยังทำหมวกเล็กๆ บังแดดให้ในช่วงระยะสุดท้ายของการเติบโต

สำหรับเมล่อนสายพันธุ์ยูบาริจะปลูกกันในโรงเรือนและใช้ดินพิเศษที่มีเถ้าถ่านภูเขาไฟ ทั้งยังทำการผสมเกสรด้วยมือ เมื่อถึงคราวเก็บเกี่ยวก็ทำอย่างระมัดระวังด้วยกรรไกร แม้แต่ลูกที่มีตำหนิยังราคาสูงถึงลูกละ 50-100 เหรียญสหรัฐ

ถึงอย่างนั้นก็ใช่ว่าเมล่อนทุกลูกจะเป็นเมล่อนพรีเมียม เกษตรกรญี่ปุ่นจะแบ่งเมล่อนออกเป็น 4 เกรดมาตรฐาน ได้แก่ ฟูจิ ยะมะ ชิโร และยูกิ ตามลำดับจากสูงสุดไปต่ำสุด

เมล่อนลูกไหนมีตำหนิแม่เพียงเล็กน้อยจะถูกปัดตกเป็นเกรดยูกิซึ่งเป็นเกรดต่ำที่สุดทันที ส่วนอีก 3 เกรดที่เหลือวัดกันที่ความหวานและรูปร่าง โดยราว 55% ของเมล่อนจะอยู่ในเกรดชิโร 25% เป็นเกรดยะมะ มีเพียง 0.1% หรือ 1 ใน 1,000 ลูกเท่านั้นที่ถูกจัดให้อยู่ในเกรดฟูจิ

มีสหกรณ์ป้องกันการตัดราคา

เกษตรกรญี่ปุ่นจะจัดตั้งสหกรณ์เพื่อรักษาราคาไม่ให้ตกต่ำ อาทิ ที่เมืองชิซุโอกะจะมีบริษัท Shizuoka Crown Melon ทำหน้าที่ควบคุมการกระจายและตรวจเช็คเมล่อนจากเกษตรกรกว่า 200 ราย เพื่อให้แน่ใจว่าเมล่อนมีคุณภาพสูง ไม่มีการขายตัดราคา

วัฒนธรรมและประวัติศาสตร์

อีกหนึ่งเหตุผลที่เมล่อนญี่ปุ่นราคาสูงคือ วัฒนธรรมเก่าแก่ในการให้ของขวัญ ซึ่งอาจย้อนไปได้ถึงศตวรรษที่ 14 ที่ซามูไรจะให้ผลไม้เป็นของขวัญแก่โชกุน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการแสดงความกตัญญู เคารพนับถือ จงรักภักดี และ

วัฒนธรรมนี้ยังฝังอยู่ในตัวชาวญี่ปุ่นมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งมีการมอบผลไม้ที่รูปร่างดูดีเป็นของขวัญให้หัวหน้า ครู หรือของขวัญแสดงความขอบคุณทั่วไป ผู้ซื้อมักจะเต็มใจจ่ายเพื่อให้ได้ของขวัญที่ดีที่สุด ดังนั้นจึงเลี่ยงไม่ได้ที่ราคาจะเป็นตัวตัดสินคุณภาพของของขวัญชิ้นนั้นๆ

การประมูล

ในช่วงเริ่มต้นฤดูกาลเก็บเกี่ยว เมล่อนลูกที่ไร้ตำหนิ เกรดพรีเมียมจะถูกนำมาประมูลและมักจะเป็นที่ต้องการของบรรดาธุรกิจในท้องถิ่นในฐานะเป็นถ้วยรางวัลหรือของที่ระลึก จึงได้ราคาสูง อีกทั้งผู้ซื้อยังได้ผลพลอยได้จากการได้โปรโมทกิจการของตัวเองโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายจากการทำข่าวผู้ชนะการประมูล

และสำหรับผู้ชนะการประมูลในปีนี้เหตุผลของเขาคือ ตั้งใจประมูลเพื่อช่วยเหลือท้องถิ่น และเมลอนยูบาริปีนี้หวานอร่อยเป็นพิเศษ อยากให้ได้ลองชิมกันมากๆ โดยจะจัดอีเว้นต์ให้ชิมเมล่อนฟรี รวมทั้งสองลูกที่ประมูลได้ในต้นเดือนหน้า

REUTERS/Lim Huey Teng

ทำไมไทยไม่ต้องวิตก วิกฤตขาดแคลนอาหารจากสงครามยูเครน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/684283

วันที่ 27 พ.ค. 2565 เวลา 14:00 น.ทำไมไทยไม่ต้องวิตก วิกฤตขาดแคลนอาหารจากสงครามยูเครน

หวั่นสงครามก่อภัยความอดอยากระดับโลก หลายประเทศระงับส่งออกสินค้าอาหาร

1. สืบเนื่องจากความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ยืดเยื้อมานานกว่า 3 เดือน ทำให้หลายประเทศทั่วโลกกำลังกังวลเกี่ยวกับวิกฤตขาดแคลนอาหารที่กำลังจะมาถึง เซม เอิซเดเมียร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรของเยอรมนี กล่าวกับหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น Westdeutsche Allgemeine Zeitung ว่าสงครามระหว่างสองประเทศอาจก่อให้เกิดภัยความอดอยากในระดับโลก

2. สงครามส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานอาหารของโลก เนื่องจากรัสเซียเป็นผู้ส่งออกข้าวสาลีรายใหญ่ที่สุด ขณะที่ยูเครนก็ได้ชื่อว่าเป็น “ตะกร้าขนมปังของยุโรป” เนื่องจากเป็นแหล่งปลูกข้าวสาลี ข้าวโพด และธัญพืชอื่นๆ

3. โดยยูเครนส่งออกข้าวสาลีและข้าวโพดคิดเป็นสัดส่วน 12% และ 17% ของอุปทานทั่วโลกตามลำดับ ส่วนรัสเซียส่งออกข้าวสาลีเกือบ 17% ของอุปทานทั่วโลก ตามรายงานของ Business Insider ส่งผลให้ราคาอาหารเริ่มพุ่งสูงขึ้นนับตั้งแต่รัสเซียเปิดปฏิบัติการทางทหารในยูเครนเมื่อเดือนก.พ. ขณะที่ราคาข้าวสาลีพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบหลายปี รวมไปถึงราคาพลังงาน ราคาอาหารและสินค้าเกษตรอื่นๆ รวมถึงปุ๋ยก็เพิ่มขึ้นด้วย

4. Bloomberg รายงานว่าธนาคารโลก (World Bank) เตือนว่าราคาสินค้าโภคภัณฑ์รวมทั้งอาหาร และราคาพลังงานจะยังคงพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องไปตลอดทั้งปี อันเนื่องมาจากสงครามในยูเครนที่ยืดเยื้อ และราคาสินค้าเหล่านี้อาจยังคงสูงไปจนถึงสิ้นปี 2024 เนื่องจากห่วงโห่อุปทานที่หยุดชะงัก

5. ดร. สุวิทย์ เมษินทรีย์ โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 24 พ.ค. ที่ผ่านมาโดยเตือนถึงวิกฤตอาหารโลกที่เริ่มต้นขึ้นแล้ว อ้างอิงข้อมูลจากสถาบัน Peterson Institute for International Economics (PIIE) พบว่า ขณะนี้มีหลายประเทศที่มีนโยบายห้ามส่งออกสินค้าอาหาร

6. อย่างไรก็ตาม นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เชื่อมั่นว่าไทยมีความสามารถในการผลิตอาหารเพียงพอต่อความต้องการในประเทศ โดยชี้ว่าไทยใช้วัตถุดิบภายในประเทศประมาณร้อยละ 75 และนำเข้าจากต่างประเทศร้อยละ 25

7. นายสนั่นกล่าวว่าไทยยังคงเป็นผู้ผลิตและส่งออกพืชผลทางการเกษตรและปศุสัตว์รายใหญ่ อาทิ ข้าว อ้อย และไก่ แต่ก็ได้รับผลกระทบจากการนำเข้าวัตถุดิบสำหรับเลี้ยงสัตว์อย่าง ข้าวสาลี และถั่วเหลือง ตลอดจนขาดแคลนปุ๋ยสำหรับภาคการเกษตร ซึ่งรัฐบาลต้องเร่งจัดหาสินค้าจากประเทศอื่นเพื่อทดแทนการนำเข้าจากรัสเซีย แต่ยังคงเน้นย้ำว่าไทยคือ “Food Production Base ที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก”

8. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวภายหลังเป็นประธานเปิดงาน THAIFEX-ANUGA ASIA 2022 “The Hybrid Edition” ว่า “ยังไม่มีสัญญาณที่น่าเป็นห่วง” เกี่ยวกับการขาดแคลนอาหารในประเทศไทย ขณะที่ในไตรมาสแรกของปีนี้ไทยสามารถส่งออกสินค้าอาหารได้มากกว่า 286,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปีที่แล้ว

Photo by REUTERS/Valentyn Ogirenko/File Photo

สามีครูที่เสียชีวิตจากเหตุกราดยิงโรงเรียนเทกซัสตรอมใจตายตามภรรยา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/684272

วันที่ 27 พ.ค. 2565 เวลา 13:00 น.สามีครูที่เสียชีวิตจากเหตุกราดยิงโรงเรียนเทกซัสตรอมใจตายตามภรรยา

หลังจากภรรยาเสียชีวิตจากเหตุกราดยิงในโรงเรียนที่เทกซัสเพียง 2 วัน สามีก็ตรอมใจจนเสียชีวิตตามไปอีกคน

สำนักข่าว NBC News โจ การ์เซีย สามีของ เออร์มา การ์เซีย หนึ่งในครูที่เสียชีวิตจากเหตุวัยรุ่นชายวัย 18 ปีกราดยิงโรงเรียนประถมในรัฐเทกซัสของสหรัฐ เสียชีวิตกะทันหันจากภาวะหัวใจวายเมื่อวันพฤหัสบดีตามเวลาท้องถิ่น โดยญาติคาดว่าโจตรอมใจอย่างหนักหลังสูญเสียภรรยาจนเสียชีวิตตามไป

เดบรา ออสติน ลูกพี่ลูกร้องของเออร์มา ระบุในเพจโกฟันด์มีสำหรับระดมทุนช่วยเหลือครอบครัวการ์เซียว่า “ฉันเชื่ออย่างแท้จริงว่าโจเสียชีวิตด้วยอาการหัวใจสลาย และการสูญเสียคนที่เขารักมานานกว่า 25 ปีมันเกินจะรับไหว”

ส่วน จอห์น มาร์ติเนซ หลานของเออร์มาเผยกับ NBC News ว่า โจไปวางดอกไม้ที่โรงเรียนเพื่อรำลึกถึงภรรยาที่จากไป “พอเขากลับถึงบ้าน เขาอยู่ที่บ้านไม่เกิน 3 นาทีหลังจากนั่งบนเก้าอี้กับครอบครัว แล้วก็ล้มลง พวกเขาพยายามกดหน้าอกปั๊มหัวใจแต่ไม่สำเร็จ รถพยาบาลมาแต่พวกเขาก็ไม่ ไม่สามารถพาเขากลับมา”

สื่อท้องถิ่นรายงานว่าโจเสียชีวิตจากภาวะหัวใจวาย

NBC News รายงานว่า แพทย์อธิบายว่าเป็นตัวอย่างที่เป็นไปได้ของอาการหัวใจสลาย (broken heart syndrome) หรือชื่อทางการคือ takotsubo cardiomyopathy ซึ่งมักเกิดขึ้นเพื่อตอบสนองต่อความเครียดที่รุนแรง เช่น การเสียชีวิตอย่างกะทันหันของคู่สมรส

ผู้ที่มีภาวะหัวใจสลายจะปล่อยฮอร์โมนความเครียดที่ขัดขวางไม่ให้หัวใจบีบตัวตามปกติ ซึ่งต่างจากอาการหัวใจวายตามปกติที่เกิดจากหลอดเลือดแดงอุดตัน

ทีพัค ภาตต์ แพทย์โรคหัวใจจากโรงพยาบาลบริกแฮมในเมืองบอสตันของสหรัฐเผยว่า “จากสิ่งที่ได้อธิบายไว้นี่เป็นกรณีคลาสสิกของอาการหัวใจสลาย” แต่เราไม่รู้ว่าโจเป็นหัวใจวายตามปกติหรือมีภาวะหัวใจสลายจนกว่าจะได้เอกซเรย์หรือชันสูตร

“อาการหัวใจวายทั้งสองประเภทสามารถเกิดขึ้นได้จากความเครียดทางอารมณ์ที่รุนแรงซึ่งจะเกิดขึ้นในกรณีที่ได้รับทราบว่าภรรยาเสียชีวิตเป็นต้น”

ภาตต์เผยอีกว่า โดยทั่วไปภาวะหัวใจสลายจะเกิดขึ้นทันทีหลังได้รับข่าวร้าย แต่บางคนอาจใช้เวลาในการประมวลผลทางอารมณ์ ซึ่งหมายความว่าอาการหัวใจสลายจะไม่เกิดขึ้นทันที “บางเคสมันอาจเกิดขึ้น 1 วันให้หลัง มันอาจเกิดขึ้นตอนนี้คนคนนั้นรับรู้ว่า ‘โอ้ คนที่เรารักเสียชีวิตจริงๆ เขาจะไม่กลับมาแล้ว’ ซึ่งดูเหมือนนั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นกับเคสนี้”

ทั้งนี้ โจและเออร์มาเป็นแฟนกันตั้งแต่สมัยมัธยมปลายและใช้ชีวิตคู่ร่วมกันกันมา 24 ปี

EXTREMELY heartbreaking and come with deep sorrow to say that my Tia Irma’s husband Joe Garcia has passed away due to grief, i truly am at a loss for words for how we are all feeling, PLEASE PRAY FOR OUR FAMILY, God have mercy on us, this isn’t easy pic.twitter.com/GlUSOutRVV— john martinez ??‍ (@fuhknjo) May 26, 2022

ปูตินลั่นพร้อมช่วยโลกฝ่าวิกฤตอาหาร หากตะวันตกยกเลิกคว่ำบาตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/684265

วันที่ 27 พ.ค. 2565 เวลา 11:50 น.ปูตินลั่นพร้อมช่วยโลกฝ่าวิกฤตอาหาร หากตะวันตกยกเลิกคว่ำบาตร

รัสเซียโทษตะวันตกคว่ำบาตรสาเหตุหลักของวิกฤตอาหารโลก สหรัฐชี้รัสเซียกำลังใช้อาหารเป็นอาวุธ

เมื่อวันที่ 27 พ.ค. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่าประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียบอกกับนายกรัฐมนตรีมาริโอ ดรากี ของอิตาลี ว่ารัสเซียพร้อมที่จะให้การสนับสนุนที่สำคัญเพื่อหลีกเลี่ยงวิกฤตอาหารที่กำลังจะเกิดขึ้น หากชาติตะวันตกยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร

หลังจากที่ชาติตะวันตกพร้อมใจกันใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซียเพื่อตอบโต้ปฏิบัติการทางทหารในยูเครน ซึ่งขัดขวางห่วงโซ่อุปทานอาหาร ปุ๋ย และสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆ จากทั้งรัสเซียและยูเครน โดยเฉพาะข้าวสาลี ซึ่งทั้งสองประเทศผลิตข้าวสาลีได้ร้อยละ 30 ของอุปทานข้าวสาลีทั่วโลก

รัฐบาลรัสเซียแถลงภายหลังจากการสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างผู้นำรัสเซียและอิตาลีว่า “ปูตินเน้นย้ำว่าสหพันธรัฐรัสเซียพร้อมที่จะมีส่วนสนับสนุนสำคัญในการเอาชนะวิกฤติอาหารด้วยการส่งออกธัญพืชและปุ๋ย ภายใต้การยกเลิกข้อจำกัดที่มีแรงจูงใจทางการเมืองโดยตะวันตก”

โดยก่อนหน้านี้กระทรวงกลาโหมรัสเซียกล่าวว่าพร้อมที่จะเปิดเส้นทางเดินเรือในทะเลดำ เพื่อให้ยูเครนสามารถส่งสินค้าสู่ตลาดโลกได้อีกครั้งและหลีกเลี่ยงการเกิดวิกฤตอาหาร หากตะวันตกผ่อนมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซีย

ดิมิทรี เปสคอฟ โฆษกรัฐบาลรัสเซียกล่าวโทษมาตรการคว่ำบาตรของบรรดาชาติตะวันตกว่าเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดปัญหาด้านอาหาร

ขณะที่จอห์น เคอร์บี้ โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐกล่าวว่ารัสเซียกำลังใช้เศรษฐกิจและอาหารเป็นอาวุธ ซึ่งรัฐบาลสหรัฐกำลังหารือกับประเทศพันธมิตรเพื่อแก้ไขปัญหานี้

Photo by Sputnik/Mikhail Metzel/Pool via REUTERS

ธนาคารโลกเตือนสงครามยูเครนจุดชนวนภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/684262

วันที่ 27 พ.ค. 2565 เวลา 11:13 น.ธนาคารโลกเตือนสงครามยูเครนจุดชนวนภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก

การรุกรานยูเครนของรัสเซียอาจทำให้ทั่วโลกเผชิญเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย

เดวิด มัลพาส ประธานธนาคารโลกเตือนว่า สงครามรัสเซียในยูเครนและผลกระทบของสงครามต่อราคาพลังงาน อาหาร และปุ๋ยเคมีอาจทำให้เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก

“เมื่อมองที่จีดีพีโลก…ตอนนี้มันยากมากที่จะหลีกเลี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจถดถอย” มัลพาสเผยโดยไม่ได้ระบุถึงการคาดการณ์ที่เฉพาะเจาะจงและไม่ให้รายละเอียดว่าภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลกจะเริ่มขึ้นเมื่อใด “แค่ราคาพลังงานพุ่งขึ้น 2 เท่าตัวก็เพียงพอที่จะทำให้เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยแล้ว”

เมื่อเดือนที่แล้วธนาคารโลกได้ปรับลดคาดการณ์อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจโลกสำหรับปีนี้ลงเกือบ 1% จาก 4.1% เหลือ 3.2% อันเนื่องมาจากผลกระทบจากการรุกรานยูเครนของรัสเซีย

มัลพาสเผยในงานอีเว้นต์ที่จัดโดยสภาหอการค้าสหรัฐว่า เศรษฐกิจของเยอรมนีซึ่งใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลกและอันดับ 1 ของยุโรปเติบโตช้าลงเนื่องจากราคาพลังงานสูงขึ้น และว่าการที่รัสเซียตัดการส่งก๊าซไปยังยุโรปทำให้เศรษฐกิจเกิดการชะลอตัวอย่างมากในภูมิภาค

มัลพาสกล่าวอีกว่า เศรษฐกิจของรัสเซียและยูเครนจะหดตัวอย่างมาก ขณะที่ศรษฐกิจจีนและสหรัฐจะชะลอตัวลง ทว่าประเทศที่กำลังพัฒนาจะได้รับผลกระทบหนักสุด เนื่องจากการขาดแคลนปุ๋ยเคมี อาหาร และพลังงาน

ประธานธนาคารโลกกล่าวถึงจีนว่า การเติบโตที่ชะลอตัวค่อนข้างมากเป็นผลสืบเนื่องจากการระบาดของ Covid-19 ภาวะเงินเฟ้อ และวิกฤตด้านอสังหาริมทรัพย์ที่จีนกำลังเผชิญอยู่ และว่าการล็อกดาวน์ในเมืองใหญ่ๆ ของจีน รวมทั้งในเมืองศูนย์กลางด้านการเงินและการผลิตและการขนส่งทางเรืออย่างเซี่ยงไฮ้ ยังคงส่งผลต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก

Fortune ระบุว่า สงครามในยูเครน ทำให้วิกฤตราคาพลังงานและอาหารแย่ลง เนื่องจากการส่งออกพลังงานของรัสเซียกลายเป็นจุดที่ตะวันตกใช้คว่ำบาตรรัสเซีย

โดยในอังกฤษราคาพลังงานถีบตัวทุบสถิติ 54% ในเดือน เม.ย. และคาดว่าจะเพิ่มเป็นเกือบ 2 เท่าอีกครั้งในเดือน ต.ค.

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ธนาคารโลกเคยเตือนเกี่ยวกับวิกฤตอาหารโลกว่าอาจนำมาสู่ภัยพิบัติสำหรับมนุษย์ โดยคาดว่าการสะดุดของซัพพลายจากการรุกรานยูเครนของรัสเซียอาจดันราคาอาหารขึ้นอีก 37%

REUTERS/Yves Herman/File Photo