เวียดนามไปไกลแล้ว VinFast เริ่มผลิตรถไฟฟ้าเพื่อส่งออก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/683983

วันที่ 24 พ.ค. 2565 เวลา 17:15 น.เวียดนามไปไกลแล้ว VinFast เริ่มผลิตรถไฟฟ้าเพื่อส่งออก

VinFast จ่อเป็นค่ายรถยนต์รายแรกจากอาเซียนที่จำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าในระดับโลก

วันที่ 24 พ.ค. Le Thi Thu Thuy ซีอีโอ VinFast บริษัทรถยนต์ของเวียดนามเปิดเผยว่าจะเริ่มการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) สำหรับการส่งออกไปยังตลาดสหรัฐและยุโรปล็อตแรกในสัปดาห์หน้า และตั้งเป้าส่งออกรถยนต์สู่ต่างประเทศภายในสิ้นปีนี้ โดยเริ่มจากรุ่น VF8

นอกจากนี้ ยังเผยถึงแผนการย้ายสำนักงานใหญ่จากฮานอยไปยังสิงคโปร์ก่อนการเสนอขายหุ้น IPO ในตลาดสหรัฐ และแผนการสร้างโรงงานมูลค่า 4,000 ล้านเหรียญสหรัฐในนอร์ทแคโรไลนาในช่วงปลายฤดูร้อน ซึ่งเป็นโรงงานแห่งแรกในสหรัฐ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2024 และตั้งเป้าผลิตรถยนต์ให้ได้ 150,000 คันต่อปี ตลอดจนมีแผนเริ่มผลิตแบตเตอรี่ EV ของตัวเองในเดือนส.ค.

เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา Vingroup บริษัทแม่ของ VinFast เปิดเผยว่าได้ยื่นขอเสนอขายหุ้นแก่ประชาชนทั่วไป (IPO) ในสหรัฐอเมริกาผ่านบริษัทโฮลดิ้งในสิงคโปร์ไปแล้ว ซึ่งซีอีโอคาดว่าการเปิด IPO น่าจะเกิดขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง

โดยแหล่งข่าววงในกล่าวกับสำนักข่าวรอยเตอร์สว่า VinFast คาดว่าจะสามารถระดมทุนได้ประมาณ 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งก็จะนำมาเป็นทุนสนับสนุนการสร้างโรงงานใหม่ในนอร์ทแคโรไลนาด้วย

บริษัทตั้งเป้ายอดขายในสหรัฐไว้ที่ 1.6-1.8 แสนคันต่อปี นอกจากนี้ยังมุ่งตีตลาดประเทศอื่นๆ ในยุโรปด้วย ซึ่งหากสามารถตีตลาดสหรัฐและยุโรปได้ตามเป้า VinFast จะถือว่าเป็นแบรนด์รถยนต์รายแรกจากอาเซียนที่จำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าในระดับโลก

อย่างไรก็ตาม VF8 รุ่นแรกของ VinFast จะใช้แบตเตอรี่จาก Samsung SDI Co Ltd ของเกาหลีใต้ แต่ผู้ผลิตรถยนต์ได้พัฒนาแบตเตอรี่ของตัวเองเพื่อป้องกันปัญหาการขาดแคลนในอนาคต โดยจะเริ่มผลิตแบตเตอรี่ในเดือนส.ค. และคาดว่าจะมีกำลังการผลิตรถยนต์ประมาณ 3,000 คันด้วยแบตเตอรี่ของตัวเองภายในสิ้นปีนี้

ทั้งนี้ Vingroup เป็นเครือบริษัทยักษ์ใหญ่ที่สุดของเวียดนาม เมื่อพิจารณาจากมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด โดยมีธุรกิจต่างๆ ที่หลากหลาย เช่น การค้าปลีก และอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงบริษัทรถยนต์อย่าง VinFast ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2019 ก่อนที่จะมาเป็นผู้ผลิตรถ EV อย่างเต็มตัวในปีที่แล้ว

แม้ว่าขณะนี้ตลาดโลกจะเต็มไปด้วยผู้ผลิตรถยนต์ชื่อดังมากมาย ตลอดจนมีการแข่งขันจากบริษัทสตาร์ทอัพต่างๆ แต่ Vingroup มองว่าทั่วโลกยังคงขาดแคลนผู้ผลิตรถ EV และนี่ถือเป็น “โอกาสทอง”

Photo by REUTERS/Thinh Nguyen/File Photo

มนุษย์อาจมาจากดาวอังคาร? นักฟิสิกส์ชื่อดังบอกว่าเป็นไปได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/683967

วันที่ 24 พ.ค. 2565 เวลา 15:30 น.มนุษย์อาจมาจากดาวอังคาร? นักฟิสิกส์ชื่อดังบอกว่าเป็นไปได้

มีหลายสิ่งบนอวกาศที่ยังหาคำตอบไม่ได้ ศาสตราจารย์ไบรอัน ค็อกซ์ชี้ความเป็นไปได้ที่มนุษย์อาจมีต้นกำเนิดมาจากดาวดวงอื่น พร้อมอธิบายเหตุผลว่าทำไมเราถึงยังไม่เจอมนุษย์ต่างดาว

ศาสตราจารย์ไบรอัน ค็อกซ์ นักฟิสิกส์ชื่อดังให้สัมภาษณ์ในรายการ Sunday Morning ของ BBC โดยกล่าวว่ายังมีสิ่งที่เรายังไม่รู้อีกมากเกี่ยวกับอวกาศ สิ่งมีชีวิตบนอวกาศ หรืออาจมีความเป็นไปได้ที่สิ่งมีชีวิตบนโลกรวมถึงมนุษย์มีต้นกำเนิดมาจากดาวดวงอื่น อย่างเช่นดาวอังคาร

“เป็นไปได้ที่สิ่งมีชีวิตกำเนิดขึ้นบนโลกและถูกย้ายไปยังดาวอังคารหรืออาจกลับกัน เพราะมีเศษของดาวอังคารอยู่บนโลกนั่นก็คืออุกกาบาต และมีเศษของโลกบนดาวอังคาร เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสิ่งมีชีวิตอาจกำเนิดขึ้นบนดาวอังคารแล้วมาตกลงสู่พื้นโลกกับอุกกาบาตบางก้อน เราอาจเป็นชาวดาวอังคารก็ได้ มันเป็นสิ่งที่เรายังหาคำตอบไม่ได้”

นอกจากนี้ศาสตราจารย์ค็อกซ์ยังชี้ว่าเหตุผลที่มนุษย์ไม่เคยติดต่อกับเอเลี่ยนได้ อาจเป็นเพราะเราเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตที่ชาญฉลาดเพียงหนึ่งเดียวในกาแล็กซี่

“ถ้าจะถามว่าอารยธรรมต่อไปอยู่ที่ไหน จากการศึกษาชีววิทยาและประวัติสิ่งมีชีวิตบนโลกคุณจะรู้ว่าอารยธรรมนั้นหายากมาก บางทีอาจมีเพียงแค่หนึ่งเดียวบนกาแล็กซี่ ที่นี่อาจเป็นที่เดียวที่มีอะตอมที่สามารถคิดและสร้างอารยธรรมได้”

ศาสตราจารย์ค็อกซ์เสริมว่า “ผมจะบอกว่าอาจมีจุลินทรีย์อยู่ทั่วทุกแห่ง นั่นคือเหตุผลที่เรากำลังมองหาสิ่งมีชีวิตบนดาวอังคาร แต่ในแง่ของความฉลาด สิ่งหนึ่งที่ต้องคิดคือเรามีหลักฐานว่าสิ่งมีชีวิตบนโลกเกิดขึ้นเมื่อ 3.8 พันล้านปีก่อน หมายความว่าต้องใช้เวลาเกือบ 4 พันล้านปีในการพัฒนาจากต้นกำเนิดของสิ่งมีชีวิตไปสู่อารยธรรม”

“นั่นคืออายุ 1 ใน 3 ของจักรวาล และนั่นเป็นเวลานาน ดังนั้นอาจบ่งชี้ว่าจุลินทรีย์อาจพบได้ทั่วไป แต่สิ่งมีชีวิตที่มีอารยธรรมอย่างพวกเราอาจหายากมาก”

https://www.bbc.com/news/av-embeds/61540945

Photo by Jeff Overs/BBC/Handout via REUTERS

สหรัฐปั้นนายทหารรุ่นใหม่ เตรียมพร้อมรับสงครามหุ่นยนต์-โดรน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/683944

วันที่ 24 พ.ค. 2565 เวลา 13:45 น.สหรัฐปั้นนายทหารรุ่นใหม่ เตรียมพร้อมรับสงครามหุ่นยนต์-โดรน

กองทัพสหรัฐสั่งนักเรียนนายร้อยต้องเตรียมพร้อมสำหรับสงครามหุ่นยนต์-โดรนในอนาคต

สำนักข่าว AP รายงานว่า พลเอก มาร์ก มิลลีย์ ประธานคณะเสนาธิการร่วมของสหรัฐ กระตุ้นให้ทหารกองทัพรุ่นต่อไปเตรียมกองทัพของอเมริกาให้พร้อมรับมือกับสงครามในอนาคตที่อาจแตกต่างจากสงครามในทุกวันนี้

มิลลีย์วาดภาพโลกที่น่ากลัวที่นับวันจะเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนมากขึ้น เนื่องจากบรรดามหาอำนาจตั้งใจจะเปลี่ยนระเบียบโลกใหม่ และบอกกับนักเรียนนายร้อยที่เพิ่งจบการศึกษาจากโรงเรียนเตรียมทหารเวสต์พอยต์ว่าพวกเขาต้องรับผิดชอบในการทำให้สหรัฐมีความพร้อม

“ความเป็นไปได้ที่ความขัดแย้งระหว่างประเทศที่มีนัยสำคัญระหว่างมหาอำนาจกำลังเพิ่มขึ้น ไม่ใช่กำลังลดลง” มิลลีย์กล่าว “อะไรก็ตามที่เราเหนือกว่าทางการทหารมาตลอด 70 ปีที่ผ่านมากำลังปิดลงอย่างรวดเร็ว และสหรัฐจะถูกท้าทาย อันที่จริงเราถูกท้าทายแล้วในทุกด้านของสงคราม อวกาศ ไวเบอร์ ทะเล อากาศ และภาคพื้นดิน”

มิลลีย์กล่าวว่า สหรัฐไม่ใช่มหาอำนาจที่ไม่มีวันถูกท้าทายอีกต่อไปแล้ว ตอนนี้สหรัฐกำลังถูกทดสอบในยุโรปโดยการรุกรานของรัสเซีย ในเอเชียโดยการเติบโตอย่างน่าทึ่งทางเศรษฐกิจและการทหารของจีนและภัยคุกคามจากนิวเคลียร์และขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ และในตะวันออกกลางและแอฟริกาโดยความไม่มีเสถียรภาพจากผู้ก่อการร้าย

โดยการเปรียบเทียบกับสิ่งที่เจ้าหน้าที่ทางการทหารได้พบเห็นในสงครามรัสเซียในยูเครน มิลลีย์กล่าวว่า สงครามในอนาคตจะซับซ้อนยิ่งขึ้น ศัตรูที่เข้าใจยากและการทำสงครามในเมืองที่ต้องใช้อาวุธที่มีความแม่นยำในระยะไกล และเทคโนโลยีขั้นสูงใหม่ๆ

สหรัฐเร่งส่งโดรนและอาวุธไฮเทคใหม่ๆ ไปยังยูเครน บางกรณีอาวุธเหล่านั้นยังอยู่ในระยะต้นแบบช่วงต้นๆ อาวุธ อาทิ โดรนกามิกาเซที่ยิงในท่าประทับบ่าและโดรน Switchblade ถูกใช้จัดการกับรัสเซียแม้ว่ายังอยู่ในช่วงกำลังพัฒนา

และในขณะที่สงครามในยูเครนเปลี่ยนแปลง จากความพยายามที่ไม่ประสบความสำเร็จของรัสเซียในการยึดกรุงเคียฟไปสู่สงครามในเมืองในภูมิภาคดอนบัสทางตะวันออก ชนิดของอาวุธก็ต้องเปลี่ยนแปลงเช่นกัน

สัปดาห์แรกๆ เน้นไปที่อาวุธมีความแม่นยำในระยะไกล เช่น ขีปนาวุธ Stinger และ Javelin แต่ขณะนี้ให้ความสำคัญกับปืนใหญ่และการเพิ่มการจัดส่งปืนครก

และในอีก 20-30 ปีข้างหน้าลักษณะพื้นฐานของสงครามและอาวุธที่ใช้จะยังคงเปลี่ยนแปลงต่อไป

มิลลีย์กล่าวว่า กองทัพสหรัฐไม่อาจยึดติดอยู่กับแนวคิดและอาวุธแบบเก่าๆ แต่ต้องปรับปรุงและพัฒนากำลังและอุปกรณ์ที่สามารถยับยั้ง หรือหากจำเป็นก็ต้องทำให้ชนะในความขัดแย้งระดับโลกให้ทันสมัยอย่างเร่งด่วน และเจ้าหน้าที่ที่กำลังจะจบการศึกษาจะต้องเปลี่ยนแปลงวิธีการคิด การฝึก และการสู้รบของกองกำลังสหรัฐ

มิลลีย์กล่าวอีกว่า ในฐานะผู้นำของกองทัพในอนาคต ร้อยตรีที่เพิ่งสำเร็จการศึกษาใหม่ๆ จะต้องสู้รบด้วยหุ่นยนต์รถถัง เรือ และอากาศยาน และพึ่งพาปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ น้ำมันเชื้อเพลิงสังเคราะห์ เทคโนโลยีการผลิตแบบสามมิติ และวิศวกรรมมนุษย์

“รุ่นของคุณต้องรับภาระและแบกรับความรับผิดชอบในการรักษาความสงบ การควบคุมและการป้องกันการเกิดขึ้นของสงครามมหาอำนาจ” มิลลีย์กล่าว

มิลลีย์อธิบายถึงความล้มเหลวในการป้องกันสงครามระหว่างมหาอำนาจว่าเป็นอย่างไรโดยใช้ถ้อยคำตรงไปตรงมาว่า “ลองนึกถึงว่าทหารและนาวิกโยธินสหรัฐ 26,000 นายถูกสังหารในช่วง 6 สัปดาห์ตั้งแต่ ต.ค.-พ.ย. 1918 ในสมรภูมิการรุกเมิซ-อาร์กอนในสงครามโลกครั้งที่ 1 ลองนึกถึงทหารสหรัฐ 26,000 นายที่เสียชีวิตใน 8 สัปดาห์จากการยกพลขึ้นบกที่นอร์มังดีไปจนถึงการทลายปารีส ลองนึกถึงชาวอเมริกัน 58,000 คนที่เสียชีวิตในช่วงฤดูร้อนของปี 1944 จากความเดือดดาลของสงครามโลกครั้งที่ 2 นั่นคือต้นทุนของมนุษย์ในสงครามมหาอำนาจ ใบเสร็จของคนที่ฆ่าคน”

มิลลีย์อ้างถึงเพลงของ บ็อบ ดีแลน ว่า “เราสัมผัสได้ถึงสายลมเบาๆ ในอากาศ เราสามารถเห็นธงพายุโบกสะบัดในสายลม เราได้ยินเสียงฟ้าร้องดังในระยะไกล ฝนกำลังจะตกหนัก”

REUTERS/David Dee Delgado??

สุดช้ำ! หญิงอังกฤษเปิดบ้านรับผู้ลี้ภัยสาวยูเครน สุดท้ายสามีหนีตามสาวไป

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/683941

วันที่ 24 พ.ค. 2565 เวลา 13:03 น.สุดช้ำ! หญิงอังกฤษเปิดบ้านรับผู้ลี้ภัยสาวยูเครน สุดท้ายสามีหนีตามสาวไป

หญิงอังกฤษใจสลาย สามีทิ้งรัก 10 ปีไปกับผู้ลี้ภัยสาวยูเครนที่เข้ามาอยู่ในบ้านได้เพียง 10 วัน

เว็บไซต์ The Mirror ของอังกฤษรายงานเรื่องราวสุดช้ำของลอร์นา การ์เน็ตต์ ภรรยาและคุณแม่ลูก 2 ชาวอังกฤษ วัย 28 ปี ที่เปิดเผยว่าชีวิตของเธอพังทลายหลังโทนี การ์เน็ตต์ สามีที่อยู่กินกันมาเกือบ 10 ปี ทิ้งเธอไปพร้อมกับผู้ลี้ภัยชาวยูเครนสาวที่ครอบครัวของเธอให้เข้ามาพักพิงที่บ้านได้เพียง 10 วัน

ลอร์นาเผยว่าครอบครัวของเธอเข้าร่วมโครงการให้ที่พักพิงผู้ลี้ภัยกับรัฐบาล และได้รู้จักกับโซเฟีย คาร์คาดิม ผู้ลี้ภัยชาวยูเครนวัย 22 ปี ผ่านทางโซเชียลมีเดีย ก่อนที่จะเปิดบ้านต้อนรับเธอ

ลอร์นาเล่าว่าเธอเริ่มกังวลเมื่อเห็นโซเฟียสวมเสื้อรัดรูปและทาลิปสติกสีแดงเดินรอบบ้าน และยิ่งกังวลมากขึ้นอีกเมื่อเธอสังเกตว่าโซเฟียจะแต่งหน้า ทำผม และสวมเสื้อคอลึกในช่วงเวลาที่โทนีกลับมาจากที่ทำงาน

โซเฟียและโทนีเริ่มใกล้ชิดสนิทสนมกันจนลอร์นาไม่สบายใจ พวกเธอทะเลาะกันรุนแรงจนโซเฟียไม่สามารถอยู่บ้านหลังนี้ได้อีกต่อไป ขณะที่โทนีสารภาพว่าเขาตกหลุมรักโซเฟียและต้องการสร้างชีวิตใหม่ร่วมกัน

“เธอสนใจโทนีตั้งแต่แรกแล้ว และเธอก็อยากได้เขา” ลอร์นากล่าวถึงโซเฟีย “ฉันแค่ไม่เข้าใจว่าเขา (โทนี) ทิ้งทุกอย่างไปกับผู้หญิงที่รู้จักกันมา 2 สัปดาห์ได้อย่างไร ชีวิตของฉันพังแล้ว”

“ฉันคิดว่ามันถูกต้องที่จะให้ที่พักพิงช่วยเหลือพวกเขา ในช่วงเวลาที่พวกเขาต้องการความช่วยเหลือ แต่นี่คือสิ่งที่โซเฟียตอบแทนฉัน”

ลอร์นาย้ำว่าเธอไม่ได้ห้ามใครเลยหากต้องการช่วยเหลือให้ที่พักพิงผู้ลี้ภัย เพียงแต่มาแชร์เรื่องราวของเธอเพื่อเป็นอุทาหรณ์ เพราะเธอไม่ต้องการเห็นใครต้องเจ็บปวดแบบเธออีก

ด้านโซเฟีย พนักงานไอทีชาวยูเครน ตกเป็นข่าวดังถูกพาดหัวทั้งในสื่อบ้านเกิดของเธอและสื่ออังกฤษ เธอให้สัมภาษณ์พร้อมน้ำตาว่าเธอไม่ได้เป็นคนทำบ้านแตก แต่ลอร์นาเป็นคนไล่เธอและโทนีออกมาเอง โซเฟียยังกล่าวอีกว่าเมื่อพ่อแม่ของเธอรู้ข่าว พวกเขาละอายใจกับการกระทำของเธอจนไม่กล้าออกจากบ้าน

ทั้งยังกล่าวว่าลอร์นาเป็นคนตีสองหน้า และยืนยันว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นระหว่างเธอกับโทนีจนกระทั่งทั้งคู่ออกจากบ้านหลังนั้นมา

“ความสงสัยของเธอ (ลอร์นา) และความตึงเครียด มันทำให้ฉันและโทนีใกล้ชิดกันมากขึ้น ฉันตัดสินใจที่จะออกมาและโทนีเลือกที่จะมากับฉัน”

ขณะที่โทนีกล่าวว่าเขารู้สึกแย่ไม่ต่างกัน และไม่ได้ต้องการให้เรื่องนี้เกิดขึ้น เขาไม่ได้ต้องการทำร้ายใคร แต่เขารักโซเฟีย และลอร์นาก็ไม่ได้ผิดอะไร

ภาพประกอบข่าว: ผู้ลี้ภัยชาวยูเครนอุ้มเด็กขณะรอขึ้นรถไฟมุ่งหน้าสู่คราคูฟหลังจากหนีการรุกรานยูเครนของรัสเซีย (REUTERS/Hannah McKay)

คว่ำบาตรไม่สะเทือน? ค่าเงินรูเบิลรัสเซียสูงสุดในรอบ 7 ปีเมื่อเทียบกับยูโร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/683930

วันที่ 24 พ.ค. 2565 เวลา 11:30 น.คว่ำบาตรไม่สะเทือน? ค่าเงินรูเบิลรัสเซียสูงสุดในรอบ 7 ปีเมื่อเทียบกับยูโร

ค่าเงินรูเบิลของรัสเซียแข็งค่าทำสถิติสูงสุดในรอบเกือบ 7 ปีแม้ถูกตะวันตกคว่ำบาตรอย่างหนัก

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า เมื่อวันจันทร์ (23 พ.ค.) ค่าเงินรูเบิลของรัสเซียแข็งค่าขึ้นกว่า 6% เมื่อเทียบกับเงินยูโร แตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 7 ปี ซึ่งได้อานิสงส์จากการควบคุมเงินทุนที่ไหลเข้าออกประเทศ ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น และการชำระภาษีที่กำลังจะเกิดขึ้นในสิ้นเดือนนี้

ณ เวลา 20.38 น.ตามเวลาประเทศไทยเงินรูเบิลแข็งค่าขึ้น 6.3% เมื่อเทียบกับเงินยูโร โดยขยับขึ้นไปแตะ 58.75 รูเบิลต่อยูโร ซึ่งสูงสุดนับตั้งแต่ต้นเดือน มิ.ย. 2015

และเมื่อวันศุกร์ยังแข็งค่าขึ้น 4.6% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ แตะ 57.47 รูเบิลต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งใกล้เคียงกับจุดที่เคยแข็งค่าที่สุดเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐนับตั้งแต่ปลายเดือน มี.ค. 2018 ที่ 57.0750 รูเบิลต่อดอลลาร์สหรัฐ

Reuters ระบุว่า ในปีนี้เงินรูเบิลแข็งค่าขึ้นราว 30% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ แม้ว่าจะเกดวิกฤตเศรษฐกิจอย่างหนักในรัสเซียก็ตาม ส่งผลให้เงินรูเบิลขึ้นแท่นเป็นสกุลเงินที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก แม้ว่าจะได้รับการสนับสนุนจากการควบคุมเมื่อปลายเดือน ก.พ. เพื่อป้องกันภาคการเงินของรัสเซีย หลังจากการตัดสินใจส่งทหารหลายหมื่นนายไปยังยูเครนส่งผลให้ชาติตะวันตกออกมาตรการคว่ำบาตรที่คาดไม่ถึง

เงินรูเบิลที่แข็งค่าขึ้นเป็นผลมาจากบรรดาบริษัทที่เน้นการส่งออกที่มีหน้าที่เปลี่ยนเงินรายได้ที่เป็นสกุลเงินต่างประเทศเป็นเงินรูเบิล หลังจากการคว่ำบาตรแช่แข็งทองคำและทุนสำรองระหว่างประเทศของรัสเซีย

นักวิเคราะห์จาก Tinkoff Investments เผยว่า แม้ว่าธนาคารกลางและรัฐบาลจะคงข้อจำกัดไว้ แต่รูเบิลอาจแข็งค่าต่อไปอีกในระยะกลาง “ยิ่งใกล้ช่วงฤดูใบไม้ร่วง อัตราแลกเปลี่ยนอาจเริ่มคงที่ใกล้กับระดับ 60-65 เนื่องจากการนำเข้าฟื้นตัวและเป็นไปได้ว่าอาจยกเลิกข้อจำกัด”

นักวิเคราะห์จาก Otkritie Bank เผยว่า รูเบิลอาจแข็งค่าอยู่ที่ 55 รูเบิลต่อดอลลาร์สหรัฐภายใน 1 เดือน ก่อนจะอ่อนค่าลงมาอยู่ที่ 70-80 ภายในสิ้นปี

สัปดาห์ที่แล้วนักวิเคราะห์เผยว่า การที่รัสเซียกำหนดให้ผู้ซื้อต่างชาติชำระค่าก๊าซเป็นเงินรูเบิลก็ส่งผลให้เงินรูเบิลแข็งค่าขึ้น

BCS Express ระบุว่า เงินตราต่างประเทศจากผู้ส่งออก ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น และการชำระภาษีที่กำลังจะเกิดขึ้นซึ่งมักจะกำหนดให้บริษัทที่เน้นการส่งออกเปลี่ยนค่าเงินต่างประเทศเป็นเงินรูเบิลล้วนสนับสนุนค่าเงินของรัสเซีย

ธนาคารกลางแทรกแซงหรือไม่?

หนังสือพิมพ์ Vedomosti รายงานเมื่อวันจันทร์โดยอ้างแหล่งข่าวว่า ธนาคารกลางเริ่มซื้อเงินตราต่างประเทศเพื่อหยุดการแข็งค่าที่ควบคุมไม่ได้ของเงินรูเบิล มว่าธนาคารกลางรัสเซียปฏิเสธรายงานข่าวดังกล่าว โดยระบุว่า “ข้อมูลนี้ไม่สอดคล้องกับความจริง”

นักวิเคราะห์จาก Promsvyazbank เผยว่า หากธนาคารกลางเข้ามาแรกแซงตามที่เป็นข่าว ผลกระทบต่ออัตราแลกเปลี่ยนเงินรูเบิลน่าจะชัดเจนกว่านี้ “อย่างไรก็ดี ข่าวดังกล่าวอาจส่งผลต่อพฤติกรรมของผู้เข้าร่วมตลาดและกระตุ้นให้เงินรูเบิลอ่อนค่าลง”

REUTERS/Ilya Naymushin

ผู้นำสิงคโปร์แนะเอเชีย หลีกเลี่ยงการรวมกลุ่มอย่างนาโต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/683928

วันที่ 24 พ.ค. 2565 เวลา 11:07 น.ผู้นำสิงคโปร์แนะเอเชีย หลีกเลี่ยงการรวมกลุ่มอย่างนาโต

นายกฯ สิงคโปร์ชี้เอเชียไม่จำเป็นต้องมีนาโต หลายประเทศมีความสัมพันธ์อันดีกับทั้งจีนและสหรัฐ

นายกรัฐมนตรีลี เซียนลุง ของสิงคโปร์ให้สัมภาษณ์กับ Nikkei Asia ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 23 พ.ค. ที่ผ่านมา โดยได้แบ่งปันความคิดในประเด็นต่างๆ ตั้งแต่ผลกระทบจากความขัดแย้งในยูเครน อัตราเงินเฟ้อ ไปจนถึงการแผ่อิทธิพลของจีน

เมื่อกล่าวถึงสถานการณ์ในยุโรปซึ่งมีนาโตเพื่อรับมือกับรัสเซีย แต่ในเอเชียไม่มีความร่วมมือด้านความมั่นคงเช่นนั้น ลีมองว่าเอเชียและยุโรปมีประวัติศาสตร์ที่แตกต่างกัน ขณะที่ประเทศต่างๆ ในเอเชียหลายประเทศก็มีความสัมพันธ์อันดีกับทั้งจีนและสหรัฐ รวมถึงพันธมิตรของสหรัฐ ตนจึงมองว่าความร่วมมือด้านความมั่นคงในภูมิภาคอย่างนาโตไม่มีความจำเป็นในเอเชีย

หลังจากที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐกล่าวเมื่อวันเสาร์ว่าจำเป็นต้องมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นระหว่างประเทศที่มีแนวคิดคล้ายคลึงกัน ท่ามกลางการแข่งขันระหว่างระบอบประชาธิปไตยกับเผด็จการ แต่ผู้นำสิงคโปร์มองว่าจะเป็นการดีกว่าหากแต่ละประเทศไม่เข้าร่วมกลุ่มที่เป็นปฏิปักษ์

นอกจากนี้ลียังกล่าวถึงสงครามในยูเครนที่ยังคงดำเนินต่อไปว่า ยิ่งนานไปเท่าไรความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นและลุกลามก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น และนั่นไม่เพียงส่งผลกระทบแต่ในยุโรปแต่รวมถึงทั่วโลก

สำหรับสถานการณ์ในไต้หวันลีเชื่อว่าจีนและไต้หวันกำลังศึกษาบทเรียนของสงครามในยูเครน และเขาหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะได้ข้อสรุปซึ่งจะช่วยจัดการปัญหาได้อย่างชาญฉลาดและสงบสุข

โดยก่อนหน้านี้ลิซ ทรัสส์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหราชอาณาจักรเรียกร้องให้มีนาโตระดับโลก (global NATO) โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อให้การสนับสนุนไต้หวันในการรับมือกับจีน เหมือนที่นาโตให้การสนับสนุนยูเครน ขณะที่ถูกรุกรานจากรัสเซีย

ขณะที่หวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีนเตือนว่าความพยายามใดๆ ที่จะจัดตั้งนาโตในเอเชียจะต้องถูกขัดขวาง โดยชี้ว่าเอเชียแปซิฟิกเป็นดินแดนแห่งความหวังสำหรับความร่วมมือและการพัฒนา ไม่ใช่กระดานหมากรุกสำหรับการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์

Photo by REUTERS/Evelyn Hockstein/Pool/File Photo

คนอังกฤษชีวิตแสนลำบาก อดอยาก-ไร้บ้านจนต้องนอนร้านฟาสต์ฟู๊ด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/683865

วันที่ 23 พ.ค. 2565 เวลา 18:33 น.คนอังกฤษชีวิตแสนลำบาก อดอยาก-ไร้บ้านจนต้องนอนร้านฟาสต์ฟู๊ด

ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อและราคาพลังงานที่พุ่งกระฉูด ชาวอังกฤษส่วนหนึ่งต้องอดมื้อกินมื้อ-พักพิงในร้านอาหาร

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่าขณะนี้ชาวอังกฤษกำลังประสบปัญหาปากท้องท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อ และราคาพลังงานที่พุ่งกระฉูด โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ (ONS) ของอังกฤษเผยว่าอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นในเดือนเม.ย. ซึ่งระดับสูงสุดในรอบ 40 ปีที่ 9%

ท่ามกลางราคาพลังงานที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ ตลอดจนราคาอาหารและค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น โดยได้รับแรงหนุนจากสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน ส่งผลให้ชาวอังกฤษจำนวนไม่น้อยต้องใช้ชีวิตอย่างลำบาก

แอนดรูว์ เบลีย์ ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) กล่าวว่าปัญหาอาหารราคาสูงและขาดแคลนอันเป็นผลมาจากสงครามในยูเครน เป็นความกังวลใหญ่สำหรับชาวอังกฤษ และหลายพื้นที่ทั่วโลก

พักพิงในร้านอาหาร

The Guardian รายงานว่าครอบครัวที่ประสบปัญหาในการรับมือกับค่าไฟกำลังใช้ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดอย่างแมคโดนัลด์เป็นที่พักพิงชั่วคราว โดยใช้สิ่งอำนวยความสะดวกในร้านเป็นครัวฉุกเฉิน ห้องน้ำ และห้องนั่งเล่น

แมทธิว โคล ประธานคณะกรรมาธิการของมูลนิธิ Fuel Bank ซึ่งเป็นหน่วยงานช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในด้านต่างๆ ของครัวเรือน กล่าวว่าท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อที่รุนแรง ผู้คนกำลังซื้อ Happy Meal ในราคาไม่กี่ปอนด์ให้ลูกๆ และเพื่อพักพิงในร้านแมคโดนัลด์ พวกเขาล้างหน้าและแปรงฟันในอ่าง และดูทีวีเป็นเวลาหลายชั่วโมงด้วย wifi ฟรีของทางร้าน

โคลยังเผยว่าพ่อแม่ที่มีปัญหาด้านการเงินพาลูกๆ ไปที่ศูนย์นันทนาการ Leisure Centre เพื่อใช้ห้องน้ำ บางคนใช้เทียนทีไลท์เพื่อตั้งไฟกระทะ ขณะที่เจ้าหน้าที่พยายามห้ามไม่ให้พวกเขาเผาเฟอร์นิเจอร์หรือพาเลทไม้เพื่ออุ่นร่างกาย

“ปัญหาขาดแคลนเชื้อเพลิงมักไม่ใช่ปัญหาเดียว หากคุณประสบปัญหานี้ คุณมักประสบปัญหาด้านอาหารและเครื่องนุ่งห่มด้วย” โคลกล่าว

แคลร์ โมริอาตี้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Citizens Advice หน่วยงานอิสระซึ่งให้คำแนะนำด้านกฎหมายเผยว่าหลายครัวเรือนจะไม่มีเงินจ่ายค่าน้ำอุ่น ต้องอดมื้อกินมื้อ ขณะที่คนพิการอาจไม่มีเงินสำหรับอุปกรณ์ที่สำคัญเนื่องจากค่าไฟที่สูงขึ้น

อดมื้อกินมื้อ

CNBC รายงานเมื่อสัปดาห์ที่แล้วโดยอ้างผลสำรวจของ Ipsos และ Sky News ซึ่งทำการสำรวจชาวอังกฤษจำนวน 2,000 คน พบว่า 1 ใน 4 ต้องอดมื้อกินมื้อเนื่องจากแรงกดดันจากภาวะเงินเฟ้อและราคาอาหารที่แพงขึ้น ขณะที่ 4 ใน 5 มีความกังวลเกี่ยวกับค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้นและกลัวว่าจะไม่สามารถในการซื้อสิ่งของจำเป็นอย่างอาหารและพลังงานได้ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

รายงานยังระบุว่า 89% ของผู้ตอบแบบสอบถามกังวลว่าวิกฤตค่าครองชีพจะส่งผลกระทบต่อประเทศโดยรวมในช่วง 6 เดือนข้างหน้า ขณะที่ 83% มีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ส่วนตัวของพวกเขา

ในขณะที่สถานการณ์คล้ายคลึงกันทั่วประเทศ แต่โดยเฉพาะผู้ที่มีค่าแรงต่ำกว่าก็มีความกังวลอย่างมาก โดยมากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่า 20,000 ปอนด์กล่าวว่า “กังวลมาก” ว่าพวกเขาจะใช้ชีวิตจนจบปีนี้อย่างไร ขณะที่ 2 ใน 5 ของผู้ที่มีรายได้ 55,000 ปอนด์ขึ้นไปรู้สึกแบบเดียวกัน

สะเทือนไปทั่วโลก

ความกังวลเกี่ยวกับการขาดแคลนอาหารเพิ่มมากขึ้นในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา เนื่องจากสงครามในยูเครนทำให้ปัญหาห่วงโซ่อุปทานอาหารที่มีอยู่แย่ลงไปอีก ขณะที่ยูเครนซึ่งถูกมองว่าเป็นตะกร้าขนมปังของยุโรป ไม่สามารถส่งออกธัญพืช ปุ๋ย และน้ำมันพืชได้ท่ามกลางความขัดแย้ง นอกจากนี้สงครามยังทำลายพื้นที่เพาะปลูกและขัดขวางการเก็บเกี่ยว

“ผมไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน” จอห์น ริช ประธานกรรมการบริหาร MHP และผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมอาหารกล่าวกับ CNBC

“เรามีโควิด เรามีสงคราม เรามีนโยบายปลอดโควิดของจีน ซึ่งทำให้การขนส่งสินค้าแทบเป็นไปไม่ได้ และปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วย ทั้งหมดนี้ขัดขวางการทำงานของซัพพลายเชนโลก”

Photo – ภาพประกอบข่าว ชายไร้บ้านที่นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา 20 เมษายน 2565 – REUTERS/Mike Segar

ไบเดนให้คำมั่นปกป้องไต้หวันหากถูกรุกราน จีนโต้อย่าประเมินต่ำไป

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/683850

วันที่ 23 พ.ค. 2565 เวลา 15:50 น.ไบเดนให้คำมั่นปกป้องไต้หวันหากถูกรุกราน จีนโต้อย่าประเมินต่ำไป

การเยือนเอเชียของไบเดนร้อนฉ่าในทันที เมื่อผู้นำสหรัฐให้คำมั่นปกป้องไต้หวันหากจีนรุกราน ด้านจีนโต้กลับทันควัน

สำนักข่าวเกียวโดรายงานเมื่อวันที่ 23 พ.ค. ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐแถลงข่าวหลังพบกับฟูมิโอะ คิชิดะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นในทริปเยือนเอเชียระหว่างวันที่ 20-24 พ.ค. เพื่อกระชับความร่วมมือในอินโด-แปซิฟิก และรับมือกับอิทธิพลของจีนที่แผ่ขยายในภูมิภาค

โดยไบเดนยืนยันคำมั่นสัญญาว่าสหรัฐมุ่งมั่นที่จะปกป้องไต้หวันหากเกิดการรุกรานจากจีน ขณะเดียวกันผู้นำสหรัฐเน้นย้ำว่าสหรัฐเคารพนโยบายจีนเดียว ภายใต้การยอมรับว่ารัฐบาลจีนเป็นรัฐบาลที่ถูกต้องตามกฎหมายแต่เพียงผู้เดียว แต่ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดที่ว่าสามารถยึดครองไต้หวันด้วยกำลังทหาร ซึ่งไบเดนกล่าวว่ามันจะเป็นการกระทำที่คล้ายกับสิ่งที่เกิดขึ้นในยูเครน

คำพูดของประธานาธิบดีสหรัฐสะท้อนถึงความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับท่าทีที่แข็งกร้าวของจีนในภูมิภาค ขณะที่จีนกล่าวว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีนและอาจต้องใช้กำลังเพื่อรวมชาติหากจำเป็น

ในวันเดียวกันสำนักข่าวเอเอฟพีรายงานโดยอ้างหวัง เหวินปิน โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีน ซึ่งยืนกรานว่ารัฐบาลจีนพร้อมที่จะปกป้องผลประโยชน์ของชาติเหนือไต้หวัน “ไม่ควรมีใครดูถูกดูแคลนความตั้งใจแน่วแน่ และความสามารถอันเข้มแข็งของจีนในการปกป้องอธิปไตยของชาติและบูรณภาพแห่งดินแดน”

Photo by REUTERS/Jonathan Ernst

ชนะเลือกตั้งแบบฝังคู่แข่งจมดิน ยังไงถึงเรียกว่า’Landslide’?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/683841

วันที่ 23 พ.ค. 2565 เวลา 15:02 น.ชนะเลือกตั้งแบบฝังคู่แข่งจมดิน ยังไงถึงเรียกว่า'Landslide'?

คำว่า Landslide กลายเป็นฮิตในการเมืองไทยไปแล้วในตอนนี้ หลังจากชัยชนะแบบ Landslide ของชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และก่อนหน้านี้คือคำประกาศของ แพทองธาร ชินวัตร ที่ประกาศภารกิจแลนด์สไลด์ทั้งแผ่นดิน

1. Landslide ที่แปลเป็นภาษาไทยว่า “ชัยชนะอย่างถล่มทลาย” หมายถึงผลการเลือกตั้งโดยที่ผู้สมัครหรือพรรคที่ได้รับชัยชนะได้รับชัยชนะอย่างท่วมท้น ในภาษาอังกฤษคำนี้ได้รับความนิยมในปี ค.ศ. 1800 เพื่ออธิบายถึงชัยชนะที่ฝ่ายค้านถูก “ฝัง” จากฝ่ายผู้มีชัยชนะที่ชนะด้วยคะแนนท่วมท้นจนคะแนนนั้นฝังฝ่ายตรงข้าม เหมือนดินที่ถล่มลงมาทับทุกสิ่งทุกอย่างบนเส้นทางของมัน 

2. ชัยชนะแบบ Landslide ไม่มีนิยามชัดเจนว่าต้องชนะด้วยอัตราส่วนคะแนนเท่าไรถึงจะเรียกว่าท่วมท้นจนฝังฝ่ายตรงข้ามแบบไม่ได้ผุดได้เกิด ในพจนานุกรม Cambridge Dictionary ระบุเพียงแค่ว่ามันเป็น “a clear victory in an election” หรือชัยชนะที่ชัดเจนในการเลือกตั้ง พูดภาษาบ้านๆ ก็คือ “ชนะใสๆ” นั่นเอง ขณะที่พจนานุกรม Merriam-Webster นิยามว่ามันคือ “to win an election by a heavy majority” คือ การชนะการเลือกตั้งด้วยคะแนนเสียงส่วนใหญ่อย่างมาก 

3. Mary McMahon นักเขียนของเว็บไซต์ HistoricalIndex ในบทความเรื่อง What Is a Landslide Election? พยายามอธิบายว่าคำจัดความนั้นต่างกันออกไป โดยบางคนบอกว่าอัตราส่วนคะแนนต้องมากกว่า 5 จุดขึ้นไป (ซึ่งผู้เขียนบอกว่าค่อนข้างต่ำ) ในขณะที่คนอื่นบอกว่าอัตราคะแนนควรอยู่ที่ 10 หรือ 15 จุด และชี้ว่า “หากผู้สมัครได้รับชัยชนะอย่างถล่มทลาย แสดงว่าได้รับมอบอำนาจจากประชาชนอย่างเข้มแข็ง”

4. จากข้อมูลของเว็บไซต์ FairVote ซึ่งให้ข้อมูลเรื่องการเลือกตั้งอย่างเป็นการในสหรัฐระบุว่า Landslide ต้องได้คะแนนเสียงในอัตราส่วนเหนือกว่าคู่แข่ง 20% หรือหากไม่อิงเปอร์เซนต์หนังสือบางเล่มเกี่ยวกับการเมืองสหรัฐระบุว่าชัยชนะแบบ Landslide ต้องชนะกันเหนือคู่แข่งเป็นล้านคะแนนขึ้นไป 

5. แล้วทำไมถึงชนะแบบ Landslide เรื่องนี้ Mary McMahon ยังตั้งข้อสังเกตว่า ชัยชนะแบบ Landslide นั้นเกิดขึ้นยาก โดยเฉพาะในประเทศขนาดใหญ่ เพราะเขตเลือกตั้งมักถูกแบ่งออกเป็นจำนวนมาก ทำให้ผู้สมัครรับคะแนนเสียงจากพลเมืองของฝ่ายตรงข้ามได้ยาก “โดยปกติแล้ว การเลือกตั้งอย่างถล่มทลายจะเกิดขึ้นเมื่อพลเมืองของประเทศหนึ่งไม่พอใจกับแนวทางการบริหารของรัฐบาล และพวกเขาเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรคฝ่ายค้านโดยหวังว่าจะปรับปรุงสถานการณ์ของพวกเขา” 

6. ตัวอย่างการเลือกตั้งที่ชนะกันแบบ Landslide เช่น การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ปี 1984 โรนัลด์ เรแกน ได้รับคะแนนเสียงคะณะเลือกตั้ง 525 คะแนน (97.6%) ในขณะที่วอลเตอร์ มอนเดล ได้รับเพียง 13 คะแนน (2.4%) และปี 1988) จอร์จ เอช. ดับเบิลยู. บุช  ได้รับคะแนนเสียงคณะเลือกตั้ง 426 คะแนน (79.2%) ในขณะที่ไมเคิล ดูคากิส ได้รับเพียง 111 คะแนน (20.8%) ทั้ง 2 กรณีนี้เป็น Landslide ของกาเรมืองสหรัฐครั้งสำคัญที่สุดและล่าสุด

7. ในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ได้คะแนน (อย่างไม่เป็นทางการ) 1,386,215 คะแนน ขณะที่อันดับที่ 2 คือ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ได้ 254,647 คะแนน เพียงแค่ 2 อันดับนี้อัตราส่วนเปอร์เซนต์ของคะแนนยังห่างกันเกือบ 85%

ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

ภาพจาก ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

สหรัฐเตือนทหารเตรียมพร้อมสงครามระดับโลก รับเผชิญหน้ากับจีน-รัสเซีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/683843

วันที่ 23 พ.ค. 2565 เวลา 14:45 น.สหรัฐเตือนทหารเตรียมพร้อมสงครามระดับโลก รับเผชิญหน้ากับจีน-รัสเซีย

ประธานคณะเสนาธิการร่วมสหรัฐเตือนถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของความขัดแย้งระดับโลก และสงครามสมัยใหม่ที่จะเปลี่ยนไปจากเดิม

Fox News และ Daily Mail รายงานว่าพลเอกมาร์ค มิลลีย์ ประธานคณะเสนาธิการร่วมสหรัฐกล่าวกับนักเรียนนายร้อยที่สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยทหารบก แห่งสหรัฐอเมริกา (USMA) เวสต์พอยต์ เมื่อวันที่ 21 พ.ค. ที่ผ่านมา โดยมีใจความสำคัญให้ทุกคนเตรียมพร้อมกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของสงครามระดับโลก และความขัดแย้งที่เกิดจากมหาอำนาจอย่างจีนและรัสเซียที่กำลังขยายตัว

“ขณะนี้เรากำลังเผชิญหน้ากับ 2 มหาอำนาจของโลก คือ จีนและรัสเซีย ซึ่งแต่ละประเทศมีขีดความสามารถทางทหารที่สำคัญ และทั้งคู่ตั้งใจอย่างเต็มที่ที่จะเปลี่ยนกฎในปัจจุบัน” มิลลีย์กล่าว

โดยเสริมว่าสหรัฐไม่สามารถนิ่งเฉยได้อีกต่อไป ในฐานะมหาอำนาจทางทหาร เนื่องจากทั้งจีนและรัสเซียยังคงแสดงความปรารถนาที่จะพิชิตโลกทั้งใบ เห็นได้จากการเปิดปฏิบัติการทางทหารของรัสเซียในยูเครน รวมถึงการแผ่อิทธิพลทางทหารและเศรษฐกิจของจีน

“อย่าลืมการสังหารหมู่ที่เพิ่งเกิดขึ้นในเมืองบูชา หรือการสังหารในมาริอูโปล วิธีที่ดีที่สุดในการยกย่องการเสียสละของพวกเขาคือสนับสนุนการต่อสู้เพื่ออิสรภาพและต่อต้านการกดขี่ข่มเหง” มิลลีย์กล่าว

พร้อมเตือนว่าสงครามในอนาคตจะซับซ้อนยิ่งขึ้นด้วยศัตรูที่มองไม่เห็นและการทำสงครามที่ซับซ้อน ซึ่งสหรัฐต้องเตรียมพร้อมที่จะไล่ตามการพัฒนาในการสงครามที่ดำเนินไปอย่างรวดเร็วให้ทัน โดยชี้ให้เห็นถึงอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัยมากขึ้น มีความเปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อก่อน

“สงครามที่ไม่เหมือนกับในปัจจุบัน คุณจะต้องต่อสู้ด้วยหุ่นยนต์รถถัง เรือรบ และเครื่องบิน เราได้เห็นการปฏิวัติในด้านอาวุธสังหารและอาวุธยุทโธปกรณ์ที่แม่นยำ ปัญญาประดิษฐ์และเทคโนโลยีสงครามที่ก้าวล้ำกำลังทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างลึกซึ้ง และเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ลึกซึ้งที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษย์”

มิลลีย์กล่าวโดยชี้ว่าเทคโนโลยีอาวุธจะเปลี่ยนไปอย่างมากในทศวรรษต่อๆ ไป เหมือนกับการเปลี่ยนแปลงจากปืนคาบศิลาเป็นปืนไรเฟิล ปืนไรเฟิลเป็นปืนกล หรือเปลี่ยนจากการแล่นเรือเป็นเรือกลไฟ ซึ่งสหรัฐจะถูกท้าทายในทุกขอบเขตของการทำสงครามไม่ว่าจะเป็นทางบก อากาศ อวกาศ เรือ และไซเบอร์

Photo by REUTERS/David Dee Delgado