อนามัยโลกชี้เป็นไปได้โควิดหลุดจากแล็บอู่ฮั่น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/660530

วันที่ 14 ส.ค. 2564 เวลา 10:59 น.

อนามัยโลกชี้เป็นไปได้โควิดหลุดจากแล็บอู่ฮั่นหัวหน้าทีมหาต้นตอ Covid-19 ของอนามัยโลกชี้เป็นไปได้ที่เชื้อจะหลุดออกมาจากห้องแล็บที่อู่ฮั่น โดยผู้ป่วยหมายเลข 0 คือเจ้าหน้าที่ในแล็บ

ปิแอร์ เบ็น เอ็มบาเร็ค หัวหน้าทีมสืบสวนหาต้นตอของ Covid-19 ขององค์การอนามัยโลก (WHO) เผยในรายการสารคดีของสถานีโทรทัศน์ช่อง 2 ของเดนมาร์กว่า สมมติฐานที่ว่า Covid-19 หลุดออกมาจากห้องวิจัยในเมืองอู่ฮั่นมีความเป็นไปได้ และผู้ป่วยหมายเลข 0 ก็คือ เจ้าหน้าที่ของห้องวิจัยดังกล่าว

บางส่วนของสารคดีที่ตัดตอนมาซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 12 ส.ค. เอ็มบาเร็คเผยว่า การระบาดอาจเริ่มจากเจ้าหน้าที่ของหนึ่งในห้องวิจัยในเมืองอู่ฮั่นที่มีอยู่หลายแห่ง หลังจากเจ้าหน้าที่เหล่านั้นได้รับเชื้อจากค้างคาวระหว่างออกไปทำงานภาคสนามหรือทำการทดลองในห้องวิจัย

เอ็มบาเรคอธิบายว่า เขาเชื่อว่าการติดเชื้อจากค้างคาวของเจ้าหน้าที่ห้องวิจัยเป็นตัวอย่างของการแพร่เชื้อจากสัตว์สู่คนโดยตรง ดังนั้นจึงเป็นไปได้ที่ “เจ้าหน้าที่คนหนึ่งของห้องวิจัยติดเชื้อขณะเข้าไปเก็บตัวอย่างค้างคาวในถ้ำ นี่คือจุดที่ไวรัสกระโดดจากค้างคาวมายังมนุษย์โดยตรง ในกรณีนี้จึงเป็นเจ้าหน้าที่ห้องวิจัยแทนที่จะเป็นชาวบ้านคนใดคนหนึ่ง หรือคนอื่นที่สัมผัสกับค้างคาวเป็นปกติ”

เอ็มบาเร็คย้ำว่า ทีมของเขาไม่พบหลักฐานโดยตรงว่าการระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัสเกี่ยวข้องกับการวิจัยค้างคาวในห้องวิจัยในเมืองอู่ฮั่น แต่ที่ทราบคือ ค้างคาวเกือกม้าสามารถเป็นพาหะของเชื้อโคโรนาไวรัสที่เกี่ยวข้องกับเชื้อ Sars-CoV-2 ที่ทำให้เกิดโรค Covid-19 แต่เชื้อดังกล่าวไม่ใช่โรคประจำถิ่นของอู่ฮั่น และคนในเมืองที่สัมผัสโดยตรงกับค้างคาวดังกล่าวก็คือเจ้าหน้าที่ห้องวิจัยในเมืองอู่ฮั่น

หัวหน้าทีมสืบสวนหาต้นตอของ Covid-19เผยอีกว่า ทีมของเขาได้รับอนุญาตให้เยี่ยมชมห้องวิจัย 2 แห่งที่ทำการวิจัยเกี่ยวกับค้างคาว โดยที่ทั้งสองแห่งให้พวกเขาชมวิดีโอนำเสนอเกี่ยวกับห้องวิจัยและอนุญาตให้ถามคำถามได้ แต่ไม่อนุญาตให้ดูเอกสารหรือบันทึกต่างๆ

เอ็มบาเร็คเล่าว่าตอนแรกทีมพุ่งความสนใจไปที่สถาบันไวรัสวิทยาอู่ฮั่น (WIV) แต่ภายหลังได้เข้าไปสืบสวนที่ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคอู่ฮั่น (CDC) ด้วย และกล่าวอีกว่า การตีพิมพ์การวิจัยเกี่ยวกับค้างคาวครั้งสุดท้ายคือเมื่อปี 2013 แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะหยุดทำการวิจัยค้างคาว

เอ็มบาเรคสอบถามเจ้าหน้าที่จาก CDC ว่าห้องวิจัยก่อตั้งมากี่ปีแล้วและได้คำตอบว่า พวกเขาเพิ่งย้ายมาที่ห้องวิจัยนี้ในเดือน ธ.ค. 2019 โดยห้องวิจัยแห่งนี้อยู่ห่างจากตลาดขายอาหารทะเลฮัวหนานที่พบการติดเชื้อเป็นครั้งแรกเพียง 500 เมตร

เอ็มบาเร็คเผยว่า เรื่องนี้น่าสนใจมากเพราะการเคลื่อนย้ายเกิดขึ้นในวันที่ 2 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่พบการติด Covid-19 เคสแรกๆ เอ็มบาเรคย้ำว่า “เมื่อคุณย้ายห้องวิจัย ทุกอย่างจะยุ่งเหยิงไปหมด” และการย้ายจะมีทั้งการย้ายไวรัส ตัวอย่าง และอื่นๆ ที่รวบรวมไว้จากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง และจากความยุ่งเหยิงนี้ทำให้เขามองว่าจะต้องมองให้ลึกลงไปในช่วงเวลาดังกล่าวและในห้องวิจัย

เอ็มบาเร็คกล่าวอีกว่า เขาเชื่อว่าทฤษฎีห้องวิจัยนี้จะถูกคัดค้าน เนื่องจากเคยมีความผิดพลาดเกิดขึ้น “อาจเป็นเพราะมันหมายความว่ามีความผิดพลาดของมนุษย์เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุครั้งนี้ และพวกเขาจะไม่ยอมรับมัน”

Photo by NICOLAS ASFOURI / AFP

รู้จักคริปโตจาก PSG ที่เมสซีได้เป็นแพ็กเกจต้อนรับ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/660500

วันที่ 13 ส.ค. 2564 เวลา 19:00 น.

รู้จักคริปโตจาก PSG ที่เมสซีได้เป็นแพ็กเกจต้อนรับPSG ยืนยันเมสซีจะได้รับเหรียญดิจิทัลมูลค่ามหาศาลรวมอยู่ใน “แพ็กเกจต้อนรับ”

หลังจากที่ลิโอเนล เมสซี (Lionel Messi) นักเตะระดับโลกชาวอาร์เจนตินา ย้ายจากสโมสรบาร์เซโลนา (Barcelona) ของสเปนไปเป็นกองหน้าให้กับปารีแซ็ง-แฌร์แม็ง (Paris Saint-Germain) หรือ PSG ของฝรั่งเศส

ก็ได้มีการเปิดเผยว่าเขาจะได้รับค่าเหนื่อยถึง 650,000 ปอนด์ (เกือบ 30 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ และยังได้ค่าตอบแทนเป็นเหรียญดิจิทัลหรือ Fan Tokens ของ PSG อีกด้วย

สำนักข่าวรอยเตอร์สได้รับการยืนยันจาก PSG แล้วว่าเหรียญดิจิทัลดังกล่าวจะรวมอยู่ใน “แพ็กเกจต้อนรับ” ซึ่งทางสโมสรจะมอบให้แก่เมสซี แม้ไม่ได้เปิดเผยจำนวนชัดเจนแต่สโมสรระบุว่าเป็น “มูลค่ามหาศาล” ขณะที่บางสื่อรายงานว่าอาจมีมูลค่าประมาณ 25 ถึง 30 ล้านยูโร (ประมาณ 1,000 ล้านบาท)

นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าเมสซีอาจได้รับค่าเหนื่อยหรือโบนัสเป็นเหรียญดิจิทัลจาก PSG ในอนาคตด้วย

Fan Tokens ของ PSG เป็นสกุลเงินดิจิทัลประเภทหนึ่งที่ผู้ถือสามารถมีส่วนร่วมในการโหวตและการตัดสินใจบางอย่างเกี่ยวกับสโมสร รวมถึงได้รับสิทธิประโยชน์พิเศษจากสโมสรด้วย

โดย Fan Tokens สามารถซื้อขายแลกเปลี่ยนได้เช่นเดียวกับ Bitcoin และสกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ รวมถึงราคาซึ่งมีความผันผวนไปตามตลาดคริปโต

นอกจาก PSG แล้วสโมสรใหญ่อื่นๆ อย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี (Manchester City) และเอซีมิลาน (AC Milan) ก็มีแผนที่จะเปิดตัว Fan Tokens ในปีนี้ด้วย ขณะที่บาร์เซโลนา (Barcelona) สโมสรเก่าของเมสซีได้เปิดตัวเหรียญดิจิทัลไปเมื่อปีที่แล้ว

Fan Tokens ถูกมองว่าเป็นแหล่งรายได้ใหม่ของบรรดาสโมสรฟุตบอล โดย Socios.com เว็บไซต์ซึ่งให้บริการจัดหาเหรียญให้กับ PSG และองค์กรกีฬาอื่นๆ กว่า 50 แห่ง กล่าวว่าเหรียญดิจิทัลสร้างรายได้เกือบ 200 ล้านเหรียญสหรัฐให้กับสโมสรเหล่านั้นในปีนี้ และ PSG ก็กอบโกยรายได้จากการมาของเมสซีไปแล้ว

ซึ่งเหรียญของ PSG นั้นมีราคาพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วหลังมีรายงานว่าเมสซีจะมาร่วมค้าแข้งให้กับสโมสร โดยขณะนี้ PSG Fan Tokens มีราคาอยู่ที่ 42.32 เหรียญสหรัฐ หลังจากราคาพุ่งสูงสุดทำ all-time high ในเดือนเมษายนที่ผ่านมาแตะที่ระดับ 58.79 เหรียญสหรัฐ

Photo by STEPHANE DE SAKUTIN / AFP

จีนเจอน้ำท่วมหนักอีก หูเป่ยต้องยกระดับเตือนภัยสีแดง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/660496

วันที่ 13 ส.ค. 2564 เวลา 17:45 น.

จีนเจอน้ำท่วมหนักอีก หูเป่ยต้องยกระดับเตือนภัยสีแดง มณฑลหูเป่ยของจีนเจอน้ำท่วมหนักอีกครั้ง หลังเมื่อเดือนที่แล้วท่วมเหอหนานหนักสุดในรอบพันปี

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า 5 เมืองของมณฑลหูเป่ยทางตอนกลางของจีนประกาศเตือนภัยระดับสีแดงหลังถูกพายุฝนกระหน่ำ 2 วันติดต่อกันจนน้ำทะลักท่วมบ้านเรือนประชาชนเสียหายกว่า 3,600 หลังคาเรือน คร่าชีวิตชาวบ้านแล้วอย่างน้อย 21 คน ส่วนอีกเกือบ 6,000 คนต้องอพยพ

ส่วนสำนักข่าว CCTV ของจีนรายงานว่า พื้นที่ทางตอนเหนือและตะวันออกของมณฑลมีปริมาณฝนมากที่สุด โดยเมืองลิ่วหลินมีปริมาณฝนมากกว่า 500 มิลลิเมตรในช่วงเวลา 12 ชั่วโมงของวันพฤหัสบดี (12 ส.ค.)

China News Service รายงานว่า ขณะนี้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ 774 แห่งในมณฑลหูเป่ยสูงกว่าระดับเตือนภัยน้ำท่วมเมื่อช่วงค่ำของวันพฤหัสบดี

China Daily รายงานโดยอ้างข้อมูลของสำนักจัดการเหตุฉุกเฉินของมณฑลหูเป่ยว่า คาดว่าความเสียหายจากอุทกภัยครั้งนี้อยู่ที่ 108 ล้านหยวน หรือราว 556 ล้านบาท

ด้านกรมอุตุนิยมวิทยาของจีนเตือนว่า พายุฝนตกหนักจะคงอยู่ไปจนถึงสัปดาห์หน้า ส่งผลให้พื้นที่ริมแม่น้ำแยงซีเสี่ยงถูกน้ำท่วม รวมทั้งมณฑลเหอหนานที่เพิ่งถูกน้ำท่วมหนักสุดในรอบพันปีเมื่อเดือนที่แล้วจนมีผู้เสียชีวิตกว่า 300 คน มณฑลหูหนาน อันฮุย ฉงชิ่ง เสฉวน กุ้ยโจว และเจ้อเจียง

Photo by – / CNS / AFP

อียิปต์เปิดตัว ‘หุ่นยนต์พยาบาล’ ตัวช่วยแพทย์ยุคโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/660483

วันที่ 13 ส.ค. 2564 เวลา 17:00 น.

อียิปต์เปิดตัว 'หุ่นยนต์พยาบาล' ตัวช่วยแพทย์ยุคโควิดหุ่นยนต์พยาบาลฝีมือนักศึกษาและอาจารย์จากมหาวิทยาลัยในอียิปต์

สำนักข่าว Xinhua และ Global Times รายงานว่านักศึกษาและคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยอัยน์ ชัมส์ (Ain Shams University) ในกรุงไคโร ประเทศอียิปต์ พัฒนาหุ่นยนต์พยาบาลเพื่อช่วยเหลือทีมแพทย์ในช่วงวิกฤตการณ์โรคระบาด

หุ่นยนต์ดังกล่าวมีชื่อว่า “ชามส์” (Shams) ซึ่งแปลว่าดวงอาทิตย์ในภาษาอาหรับ ซึ่งทีมพัฒนาใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อพัฒนาหุ่นยนต์โดยมีฟังก์ชันต่างๆ อาทิ การสั่งการด้วยเสียง จอภาพแบบทัชสกรีน และระบบชาร์จแบตเตอรี่

ชามส์ ได้รับการติดตั้งซอฟต์แวร์เฉพาะทางเพื่อช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วยท่ามกลางการแพร่ระบาดของโควิด-19

เพื่อทำหน้าที่หลายอย่างไม่ว่าจะเป็นการนำน้ำยาจากแล็บไปยังห้องผู้ป่วย การเก็บตัวอย่างเชื้อจากห้องผู้ป่วยไปยังห้องแล็บ และการสนทนาทางวิดีโอระหว่างผู้ป่วยและแพทย์ เพื่อลดการสื่อสารโดยตรงระหว่างแพทย์และผู้ติดเชื้อ

นอกจากนี้ชามส์ยังสามารถฆ่าเชื้อทางเดินหรือห้องต่างๆ ของโรงพยาบาล และทำการวินิจฉัยผู้ป่วยเบื้องต้นผ่านการซักถามอาการและอุณหภูมิร่างกายได้อีกด้วย

ก่อนหน้านี้อียิปต์ได้พัฒนาหุ่นยนต์ตรวจโรคโควิด-19 เอนกประสงค์ที่มีชื่อว่า ซีรา 03 (Cira 03) โดยนักวิศวกรรมเมคคาทรอนิกส์วัย 27 ปี เพื่อช่วยบุคลากรทางการแพทย์ในการทดสอบ PCR และการวินิจฉัยทางการแพทย์เบื้องต้น

ภาพจาก Xinhuathai

อินโดพบด่านหน้าที่ฉีดวัคซีนครบแล้วติดโควิดเพิ่มขึ้น 5 เท่า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/660482

วันที่ 13 ส.ค. 2564 เวลา 15:45 น.

อินโดพบด่านหน้าที่ฉีดวัคซีนครบแล้วติดโควิดเพิ่มขึ้น 5 เท่าบุคลากรทางการแพทย์อินโดที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้วติด Covid-19 เพิ่มขึ้นหลังเดลตาระบาด

การวิจัยโดยกระทรวงสาธารณสุขอินโดนีเซียพบว่า ตัวเลขบุคลากรด้านสาธารณสุขที่ติด Covid-19 หลังฉีดวัคซีนครบโดสแล้วในกรุงจาการ์ตาเพิ่มขึ้น 5 เท่าภายในเวลาเพียง 3 เดือนในปีนี้ โดยส่วนใหญ่ติดเชื้อสายพันธุ์เดลตา

การวิจัยพบว่า 5.03% ของบุคลากรด้านสาธารณสุขที่ฉีดวัคซีนของ Sinovac ครบทั้งสองเข็มแล้วติด Covid-19 ระหว่างเดือน เม.ย.-มิ.ย. เมื่อเทียบกับ 0.98% ที่ติดระหว่างเดือน ม.ค.-มี.ค. 

และในจำนวนบุคลากรด้านสาธารณสุขที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้วแล้วติดเชื้อ มี 0.01% เสียชีวิตระหว่างเดือน เม.ย.-มิ.ย. เมื่อเทียบกับ 0.001% ในช่วง 3 เดือนก่อนหน้า

การวิจัยนี้ทำในพยาบาล พยาบาลผดุงครรภ์ แพทย์ เจ้าหน้าที่เทคนิคของโรงพยาบาล และเจ้าหน้าที่ด้านการสนับสนุนอื่นๆ ในโรงพยาบาลในกรุงจาการ์ตา 71,455 คน

จากข้อมูลการจัดลำดับจีโนมเชื้อไวรัสของรัฐบาลอินโดนีเซียพบว่า เดลตาเริ่มระบาดในอินโดนีเซียเมื่อเดือน มี.ค. และมีสัดส่วนมากกว่า 90% ของจำนวนผู้ติดเชื้อทั้งหมดที่พบตั้งแต่เดือน มิ.ย.

อินโดนีเซียใช้วัคซีนของ Sinovac เป็นหลัก ขณะที่งานวิจัยชิ้นนี้ทำในช่วงที่กราฟการติดเชื้อขึ้นๆ ลงๆ คือ ผู้ติดเชื้อพุ่งในเดือน ก.พ. ก่อนจะลดลงมาจนถึงช่วงกลางเดือน พ.ค. ก่อนจะพุ่งขึ้นอีกครั้งหลังการเฉลิมฉลองเทศกาลอีดิลฟิฏร์

ด้าน อาดี ซาซองโก จากมหาวิทยาลัยอินโดนีเซียเผยกับ The Straits Times ว่า มีหลายปัจจัยที่ทำให้บุคลากรทางการแพทย์ที่ฉีดวัคซีนแล้วติด Covid-19 เพิ่มขึ้น รวมทั้งความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักเพราะผู้ป่วยล้น อุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อไม่ได้คุณภาพ ละเลยข้อปฏิบัติในการสวมชุด PPE การขาดการติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ติดเชื้อ และการฉีดวัคซีนที่ไม่ครอบคลุม

ขณะที่งานวิจัยระบุว่า บุคลากรด้านสาธารณสุขเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงที่มีโอกาสสัมผัสเชื้อทั้งจากการทำงานกับผู้ติดเชื้อและจากการใช้ชีวิตตามปกติในสังคม

ปล่อยตัวทายาทซัมซุงพ้นคุกก่อนกำหนด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/660462

วันที่ 13 ส.ค. 2564 เวลา 14:15 น.

ปล่อยตัวทายาทซัมซุงพ้นคุกก่อนกำหนดทายาทซัมซุงได้รับอภัยโทษเนื่องในวันชาติเกาหลีใต้

วันนี้ (13 ก.ค.) เจย์ วาย ลี หรือ อี-แจยอง ทายาทรุ่นที่ 3 และรองประธานบริหารของบริษัทซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ ได้รับการปล่อยตัวออกจากเรือนจำก่อนกำหนดโดยมีทัณฑ์บน หลังถูกตัดสินจำคุก 2 ปีครึ่งในข้อหาติดสินบน

นายลี วัย 53 ปี กล่าวขอโทษที่ได้สร้างความกังวลให้กับประชาชนทุกคน พร้อมเผยว่าตนรับรู้ถึงความกังวล คำวิพากษ์วิจารณ์ และความคาดหวังทั้งหมดที่ประชาชนมีต่อตัวเขา ก่อนจะขึ้นรถออกไป

นายลีเป็นหนึ่งในผู้ต้องขัง 810 คนที่ได้รับการปล่อยตัวก่อนกำหนดภายใต้เงื่อนไขคุมประพฤติโดยกระทรวงยุติธรรม เนื่องในวันชาติเกาหลีใต้ซึ่งตรงกับวันที่ 15 ก.ค.

หลังจากที่ก่อนหน้านี้เกิดกระแสจากภาคเอกชนเรียกร้องให้มีการอภัยโทษนายลีเพื่อรักษาผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศ เพราะการที่นายลีถูกจำคุกอาจส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของซัมซุงซึ่งมีส่วนสำคัญอย่างมากต่อเศรษฐกิจของประเทศ ตลอดจนอาจลดทอนความสามารถในการแข่งขันด้านเทคโนโลยีกับชาติอื่นๆ รวมถึงการที่ซัมซุงมีแผนขยายฐานผลิตชิปเซมิคอนดักเตอร์ซึ่งทั่วโลกกำลังขาดแคลนด้วย

อย่างไรก็ตามยังมีประชาชนอีกส่วนหนึ่งที่ไม่เห็นด้วยกับการปล่อยตัวนายลีก่อนกำหนด โดยมองว่าเป็นการผ่อนผันที่มากเกินไป

ทั้งนี้ ศาลกรุงโซลได้ตัดสินจำคุกนายลีในข้อหาติดสินบนต่อชเว ซุน-ซิล คนสนิทของอดีตประธานาธิบดีพัค กึน-ฮเย เพื่อให้รัฐบาลสนับสนุนแผนการสืบทอดอำนาจในบริษัท จนทำให้อดีตประธานาธิบดีถูกฟ้องร้องและถอดถอนออกจากตำแหน่งก่อนที่ศาลฎีกาจะตัดสินจำคุกเธอเป็นเวลา 20 ปีในข้อข้อทุจริตและใช้อำนาจในทางมิชอบ

โดยในปี 2017 ศาลตัดสินจำคุกนายลีเป็นเวลา 5 ปี ก่อนจะได้รับการลดโทษเหลือ 2 ปีครึ่งและปล่อยตัวในปีถัดมาเพื่อพิจารณาคดีอีกครั้งในปี 2019 ก่อนที่จะถูกนำตัวส่งเข้าเรือนจำอีกครั้งหลังตัดสินใจไม่ยื่นอุทธรณ์คำตัดสิน

ส่งผลให้นายลีรับโทษจำคุกเป็นเวลารวม 18 เดือนจากโทษจำคุกทั้งหมด 2 ปีครึ่ง (30 เดือน)

Photo by Jung Yeon-je / AFP

อังกฤษไม่พบลิ่มเลือดอุดตันหลังจำกัดอายุฉีด AZ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/660450

วันที่ 13 ส.ค. 2564 เวลา 13:30 น.

อังกฤษไม่พบลิ่มเลือดอุดตันหลังจำกัดอายุฉีด AZอังกฤษไม่พบการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันหลังไม่ฉีด AZ ให้ผู้ที่อายุต่ำกว่า 40 ปี

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานผลการวิจัยซึ่งเผยแพร่ในวารสารการแพทย์นิวอิงแลนด์ระบุว่าสหราชอาณาจักรไม่มีรายงานการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันหลังได้รับวัคซีนโควิด-19 ของ AstraZeneca ในช่วงเวลา 4 สัปดาห์ที่ผ่านมาหลังจากที่มีการจำกัดให้ใช้งานได้ในผู้ที่อายุ 40 ปีขึ้นไป

หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีรายงานการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันและภาวะเกล็ดเลือดต่ำที่เกิดขึ้นหลังได้รับวัคซีนชนิดไวรัลเวกเตอร์ (viral vector) ของ AstraZeneca และ Johnson & Johnson โดยพบมากในกลุ่มคนหนุ่มสาวส่งผลให้หลายประเทศมีการจำกัดอายุผู้ที่สามารถรับวัคซีน

จากการศึกษาในอังกฤษพบว่าประมาณ 85% ของผู้ที่เกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันหลังได้รับวัคซีน AstraZeneca มีอายุต่ำกว่า 60 ปี แม้ว่าวัคซีนดังกล่าวส่วนใหญ่จะถูกฉีดให้กับผู้สูงอายุ

แต่กรณีการเกิดผลข้างเคียงได้ลดลงหลังจากที่ทางการอังกฤษตัดสินใจให้ประชาชนที่มีอายุต่ำกว่า 40 ปีได้รับวัคซีนยี่ห้ออื่นแทน AstraZeneca ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้ไม่มีรายงานการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันรายใหม่เลยในช่วง 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา

รายงานระบุว่าอัตราการเสียชีวิตจากภาวะลิ่มเลือดอุดตันโดยรวมอยู่ที่ 23% แต่มีโอกาสเพิ่มขึ้นเป็น 73% หากเกิดลิ่มเลือดอุดตันในสมอง หรือ cerebral venous sinus thrombosis (CVST) แต่การรักษาเช่นการแลกเปลี่ยนพลาสมาจะเพิ่มโอกาสในการรอดชีวิตในกรณีที่อาการหนักถึง 90%

ทีมวิจัยหวังว่าการศึกษาดังกล่าวจะช่วยเป็นแนวทางในการกำหนดกลยุทธ์ในการฉีดวัคซีน แต่ยังคงเน้นย้ำถึงความสำคัญของการฉีดวัคซีนซึ่งมีประโยชน์มากกว่าความเสี่ยง

Photo by CLAUDIO REYES / AFP

เวียดนามยอมรับสถานการณ์โควิดตึงเครียดวัคซีนไม่พอ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/660447

วันที่ 13 ส.ค. 2564 เวลา 12:40 น.

เวียดนามยอมรับสถานการณ์โควิดตึงเครียดวัคซีนไม่พอรัฐบาลเวียดนามรับสถานการณ์ Covid-19 วิกฤตหนัก วัคซีนไม่เพียงพอ

รองนายกรัฐมนตรี หวูดึ๊กดัม ของเวียดนามซึ่งเป็นหัวหน้าคณะทำงานด้าน Covid-19 เผยว่า เวียดนามกำลังเผชิญกับสถานการณ์ตึงเครียดจากการพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นและการขาดแคลนวัคซีน หลังจากตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันพุ่งขึ้นเกือบทุบสถิติอีกครั้ง

“สถานการณ์โรคระบาดตึงเครียดมาก และเรายังเผชิญการขาดแคลนวัคซีนทั่วประเทศ” หวูดึ๊กดัมกล่าว

หวูดึ๊กดัมเผยอีกว่า เวียดนามลงนามซื้อวัคซีนป้องกัน Covid-19 ไปแล้วหลายร้อยล้านโดส แต่การจัดส่งล่าช้า และช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาผู้นำเวียดนามพยายามติดต่อผู้นำต่างประเทศทางโทรศัพท์ราว 20 ครั้ง เพื่อจัดหาวัคซีนเพิ่มเติม

ด้านนายกรัฐมนตรี ฝ่ามมินห์ฉินห์ เรียกร้องระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรีให้เร่งผลิตวัคซีนที่พัฒนาในประเทศ

เมื่อวันพฤหัสบดี (12 ส.ค.) เวียดนามพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 9,653 ราย เสียชีวิต 326 ราย โดยผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่อยู่ในโฮจิมินห์ซิตีและจังหวัดอุตสาหกรรมใกล้เคียงอย่างบินห์เซืองและด่งนาย

ขณะที่ชาวเวียดนามไม่ถึง 1.1 ล้านคนจากประชากรทั้งหมด 98 ล้านคนได้รับวัคซีนครบโดสแล้ว ซึ่งเป็นจำนวนที่น้อยที่สุดประเทศหนึ่งในเอเชีย

ยุโรปเร่งศึกษาผลข้างเคียงใหม่อาจเชื่อมโยงวัคซีน mRNA #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/660441

วันที่ 13 ส.ค. 2564 เวลา 12:00 น.

ยุโรปเร่งศึกษาผลข้างเคียงใหม่อาจเชื่อมโยงวัคซีน mRNAยุโรปตรวจสอบ 3 อาการไม่พึงประสงค์ที่เกิดขึ้นในผู้ที่ได้รับวัคซีน Pfizer และ Moderna

เมื่อวันที่ 12 ก.ค. สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่าสำนักงานยายุโรป (EMA) กำลังเร่งตรวจสอบอาการไม่พึงประสงค์ 3 อาการว่าเป็นผลข้างเคียงจากวัคซีนชนิด mRNA ของ Pfizer และ Moderna หรือไม่ หลังมีรายงานว่าผู้ฉีดวัคซีนจำนวนหนึ่งเกิดอาการไม่พึงประสงค์หลังจากได้รับวัคซีนดังกล่าว

อาการไม่พึงประสงค์ที่พบ ได้แก่ ผื่นขึ้นอย่างเฉียบพลันบนผิวหนังหลังการใช้ยา (erythema multiforme), ภาวะไตอักเสบ (glomerulonephritis) และ อาการโปรตีนรั่วในปัสสาวะหรือเนโฟรติก ซินโดรม (nephrotic syndrome)

ข้อมูลจากสำนักงานยายุโรป ณ วันที่ 29 กรกฎาคมเผยว่าประชากรในยุโรปได้รับวัคซีนของ Moderna ไปแล้วเป็นจำนวน 43.5 ล้านโดส และได้รับวัคซีนของ Pfizer ไปแล้วกว่า 330 ล้านโดส

โดยขณะนี้ยังไม่มีการเปิดเผยตัวเลขผู้ที่เกิดอาการไม่พึงประสงค์ที่พบใหม่ทั้ง 3 อาการ แต่ระบุว่าเป็นเพียงจำนวนน้อยเท่านั้น ขณะที่หน่วยงานกำกับดูแลได้มีการขอข้อมูลเพิ่มเติมจากบริษัทผู้ผลิตวัคซีนแล้ว และกำลังตรวจสอบว่าอาการดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับวัคซีนหรือไม่

ทั้งนี้ ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาสำนักงานยายุโรปพบว่าวัคซีนชนิด mRNA ของ Pfizer และ Moderna มีความเชื่อมโยงกับอาการกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบและเยื่อบุหัวใจอักเสบ ซึ่งมักเกิดขึ้นในกลุ่มวัยรุ่นชายและหลังจากฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 เป็นส่วนใหญ่

เช่นเดียวกับคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐ (FDA) ซึ่งมีการเพิ่มคำเตือนเกี่ยวกับความเสี่ยงของอาการไม่พึงประสงค์ดังกล่าวที่อาจเกิดขึ้นหลังได้รับวัคซีน 2 ชนิดนี้

อย่างไรก็ตามเป็นผลข้างเคียงที่พบได้น้อยมาก ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่าประโยชน์ของวัคซีนยังคงมีมากกว่าความเสี่ยง

Photo by HAZEM BADER / AFP

วัคซีน Moderna ปกป้องสายพันธุ์เดลตาได้นานกว่า 6 เดือน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/660442

วันที่ 13 ส.ค. 2564 เวลา 11:20 น.

วัคซีน Moderna ปกป้องสายพันธุ์เดลตาได้นานกว่า 6 เดือนวัคซีนของ Moderna ปกป้อง Covid-19 ได้อย่างน้อย 6 เดือนหรืออาจนานกว่านั้น แม้กับสายพันธุ์กลายพันธุ์

ทีมวิจัยซึ่งนำโดยสถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐ (NIH) พบว่า การปกป้องของวัคซีนของ Moderna คงอยู่อย่างน้อย 6 เดือนหรืออาจจะนานกว่านั้น แม้ในสายพันธุ์กลายพันธุ์ที่เป็นสายพันธุ์หลักที่ระบาดไปทั่วโลกอย่างเดลตา

“แอนติบอดีที่จับกับโปรตีนแอนติเจนของเชื้อ (Binding Antibody) ปริมาณสูงที่สามารถจดจำสายพันธุ์กลายพันธุ์ที่ทดสอบทั้งหมด รวมทั้งสายพันธุ์เบตา (B.1.351) ที่พบครั้งแรกในแอฟริกาใต้ เดลตา (B.1.617.2) ที่พบครั้งแรกในอินเดีย ยังคงอยู่ในตัวอาสาสมัครทุกคนหลังจากครบ 6 เดือน” นิโคล ดอเรีย-โรส และเพื่อนร่วมทีมวิจัยจากสถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดเชื้อแห่งชาติของ NIH ระบุในรายงานการวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Science

ทีมวิจัยทำการทดสอบเลือดจากอาสาสมัครที่ฉีดวัคซีนครบทั้งสองโดสแล้วจำนวน 24 คนในช่วงเวลาต่างๆ คือ 4 สัปดาห์หลังจากฉีดวัคซีนของ Moderna เข็มแรก และทดสอบอีก 3 ครั้งหลังจากได้รับวัคซีนโดสที่ 2 ในระยะเวลา 6 เดือน

ทีมวิจัยพบว่า ที่จุดสูงสุดของการตอบสนองต่อวัคซีนโดสที่ 2 อาสาสมัครทุกคนมีการตอบสนองต่อทุกสายพันธุ์ และ 2 สัปดาห์หลังจากฉีดวัคซีนของ Moderna โดสที่ 2 ตัวอย่างเลือดทุกตัวอย่างสามารถลบล้างฤทธิ์ของเชื้อได้ทุกสายพันธุ์

สายพันธุ์ที่ทดสอบมีทั้งสายพันธุ์ทั่วไปและสายพันธุ์ที่น่ากังวล ได้แก่ สายพันธุ์อัลฟา (B.1.1.7) ซึ่งพบครั้งแรกในอังกฤษ, เบตา (B.1.351), แกมมา (P.1) ซึ่งพบครั้งแรกในบราซิล, เอพซิลอน (B.1.429) ซึ่งพบครั้งแรกในสหรัฐ, ไอโอตา (B.1.526) ซึ่งพบครั้งแรกในนิวยอร์กซิตี และเดลตา

สายพันธุ์ที่มีแนวโน้มที่จะหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันมากที่สุดคือ สายพันธุ์เบตา โดย 6 เดือนหลังจากฉีดวัคซีนของ Moderna โดสที่ 2 กว่าครึ่งหนึ่งของตัวอย่างเลือดยังคงมีภูมิคุ้มกันที่สามารถลบล้างฤทธิ์ของสายพันธุ์เบตาได้อย่างเต็มที่ ขณะที่ 96% ของตัวอย่างเลือดมีภูมิคุ้มกันตอบสนองต่อสายพันธุ์เดลตาอย่างเต็มที่

หลังจากนี้ทีมวิจัยจะเดินหน้าตรวจหาประสิทธิภาพในการป้องกันของวัคซีนหลังจากผ่าน 6 เดือนไปแล้ว

อย่างไรก็ดี ทีมวิจัยเผยว่าภูมิคุ้มกันไม่ใช่ทั้งหมด โดยหลังจากเวลาผ่านไปร่างกายของเราจะสร้างเซลล์ภูมิคุ้มกันที่เรียกว่า บีเซลล์และทีเซลล์ (B and T cells) เพื่อปกป้องเราจากไวรัส

“ผู้ที่ภูมิคุ้มกันตอบสนองลดลงเมื่อเวลาผ่านไปมีแนวโน้มจะมีบีเซลล์ที่สามารถกระตุ้นการตอบสนองต่อสายพันธุ์กลายพันธุ์ต่างๆ หลังจากได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้น” งานวิจัยระบุ

นอกจากนี้ ทีมวิจัยยังพบหลักฐานว่าภูมิคุ้มกันในกลุ่มผู้สูงอายุบางคนลดลงเร็วกว่ากลุ่มอื่น แต่ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ยังมีภูมิคุ้มกันต่อสายพันธุ์ต่างๆ หลังจากฉีดโดสที่ 2 ไปแล้ว 6 เดือน

ทั้งนี้ Covid-19 สายพันธุ์ต่างๆ มีการกลายพันธุ์แตกต่างกัน โดยตำแหน่งการกลายพันธุ์ที่ทำให้ภูมิคุ้มกันอ่อนแอลงคือ E484K ซึ่งพบในสายพันธุ์เบตา แกมมา และไอโอตา แต่ไม่พบในเดลตา

Photo by Johan ORDONEZ / AFP