ตอลิบานเริ่มเข้าสู่กรุงคาบูลจากทุกทิศทุกทาง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/660612

วันที่ 15 ส.ค. 2564 เวลา 15:32 น.

ตอลิบานเริ่มเข้าสู่กรุงคาบูลจากทุกทิศทุกทางจุดจบของกรุงคาบูลใกล้จะมาถึงแล้ว กองกำลังตอลิบานที่ล้อมเอาไว้ด้านนอกเริ่มทำการบุก

รอยเตอร์รายงานว่ากลุ่มตอลิบานได้เริ่มเข้าสู่กรุงคาบูลเมืองหลวงของอัฟกานิสถานจากทุกทิศทุกทาง กระทรวงมหาดไทยอัฟกานิสถานกล่าวเมื่อช่วงบ่ายวันอาทิตย์ตามเวลาประเทศไทย ขณะที่เจ้าหน้าที่สหรัฐและสหภาพยุโรปพยายามหาทางคุ้มครองตัวเองให้ปลอดภัย

อย่างไรก็ตาม นักรบของกลุ่มตอลิบานได้รับคำสั่งให้รอที่ประตูเมืองคาบูลและยังไม่เข้าไปในเมือง โฆษกของกลุ่มกบฏกล่าว หลังจากการล่มสลายของกองกำลังความมั่นคงของประเทศอย่างแน่นอนแล้ว

“อิสลามเอมิเรต (ตอลิบาน) สั่งกองกำลังทั้งหมดของตนให้ประจำการอยู่ที่ประตูเมืองคาบูล อย่าพยายามเข้าไปในเมือง” โฆษกของกลุ่มตอลิบานทวีต แม้ชาวบ้านบางคนรายงานว่ากองกำลังได้เข้าไปในเขตชานเมืองชั้นนอกบางแห่งอย่างสงบแล้ว

โฆษกตาลีบันกล่าวว่ากลุ่มกำลังพูดคุยกับรัฐบาลอัฟกานิสถาน “เพื่อให้เกิดการยอมจำนนอย่างสันติ” ในกรุงคาบูล

เจ้าหน้าที่สหรัฐกล่าว สมาชิกในทีม “แกนกลาง” ของสหรัฐฯ กำลังทำงานจากสนามบินคาบูล ขณะที่เจ้าหน้าที่ของนาโต้กล่าวว่าเจ้าหน้าที่สหภาพยุโรปหลายคนได้ย้ายไปอยู่ในสถานที่ที่ปลอดภัยในเมืองหลวงและไม่เปิดเผยว่าที่ใด

หลังจากโจมตีเมืองหลวงแล้ว ตอลิบานได้สั่งให้กองกำลังของตนงดใช้ความรุนแรง อนุญาตให้ทุกคนที่พยายามจะออกไปสามารถออกไปได้อย่างปลอดภัย และขอให้ผู้หญิงเดินทางไปยังพื้นที่คุ้มครอง 

Photo by – / AFP

อีกครั้งที่อเมริกันล้มเหลว เมื่อกองทัพที่ปั้นมาไร้น้ำยาสู้ตอลิบาน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/660589

วันที่ 15 ส.ค. 2564 เวลา 12:35 น.

อีกครั้งที่อเมริกันล้มเหลว เมื่อกองทัพที่ปั้นมาไร้น้ำยาสู้ตอลิบาน ตอลิบานเผยความล้มเหลวของความพยายามของสหรัฐ ในการสร้างกองทัพอัฟกัน

สำนักข่าวสรอยเตอร์ชี้ ความพ่ายแพ้ของกองกำลังอัฟกันในขณะที่กลุ่มตอลิบานเข้ายึดครองจังหวัดแล้วจังหวัดเล่าให้คำตอบที่ชัดเจนว่าความพยายามยาวนานสองทศวรรษของสหรัฐที่จะสร้างกองทัพท้องถิ่นในอัฟกานิสถานนั้นประสบความสำเร็จหรือไม่

แม้จะมีงบประมาณประมาณ 89,000 ล้านดอลลาร์สำหรับการฝึกกองทัพอัฟกัน แต่กลุ่มตอลิบานใช้เวลาแค่หนึ่งเดือนในการทำลายกองทัพนี้ ในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบได้ยึดเมืองใหญ่ทุกแห่งในอัฟกานิสถาน ตั้งแต่กันดาฮาร์ทางตอนใต้ไปจนถึงมาซาร์-อี-ชาริฟทางเหนือ และเฮรัตทางตะวันตกถึงจาลาลาบัดทางตะวันออก

ตอนนี้พวกเขายืนอยู่แค่ปากทางเข้ากรุงคาบูล

ประธานาธิบดีอัชราฟ ฆานี แห่งอัฟกันยกย่องกองกำลังความมั่นคงและการป้องกันอัฟกันในการปราศรัยทางโทรทัศน์สั้น ๆ เมื่อวันเสาร์ว่าพวกเขามี “จิตวิญญาณที่แข็งแกร่งในการปกป้องประชาชนและประเทศของพวกเขา”

แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีความตกใจที่หน่วยทหารอัฟกันจำนวนมากแทบไม่ต่อต้าน บางคนละทิ้งหน้าที่ของตนและคนอื่นๆ ได้บรรลุข้อตกลงกับกลุ่มตอลิบานเพื่อหยุดการต่อสู้และมอบอาวุธและยุทโธปกรณ์ของพวกเขาให้ตอลิบาน

ในบางกรณี เจ้าหน้าที่ของสหรัฐกล่าวว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดขอให้กองกำลังความมั่นคงยอมจำนนหรือหลบหนี บางทีเพื่อหลีกเลี่ยงการนองเลือดต่อไปเพราะพวกเขาเชื่อว่าไม่อาจหลีกเลี่ยงความพ่ายแพ้ได้

หากที่ไหนไม่มีการทำข้อตกลงกัน กองกำลังอัฟกันก็ดูเหมือนจะไม่มีตัวตนอยู่เลย

“เมื่อขวัญกำลังใจหมดสิ้นไป มันจะลุกลามอย่างรวดเร็ว และอย่างน้อยเรื่องนี้ก็มีส่วน” เจ้าหน้าที่สหรัฐคนหนึ่งกล่าว

เจ้าหน้าที่อเมริกันกังวลมานานแล้วว่าการคอร์รัปชั่นที่ลุกลามไปทั่วในหมู่ผู้นำทางการทหารและการเมืองของอัฟกานิสถานที่มีกฐานคาหนังคาเขาจะบ่อนทำลายกาขวัญกำลังใจของทหารแนวหน้าที่ได้รับค่าจ้างไม่ดี ขาดแคลนอาหาร และการจัดหายุทโธปกรณ์ที่ไม่แน่นอน ซึ่งบางคนถูกทิ้งไว้นานหลายเดือนหรือหลายปีในด่านที่ห่างไกลซึ่งกลุ่มตอลิบานสามารถโจมตีได้ง่ายๆ

หลายปีที่ผ่านมา ทหารอัฟกันหลายร้อยนายถูกสังหารในแต่ละเดือน แต่กองทัพต่อสู้ต่อไปโดยไม่มีการอพยพผู้บาดเจ็บล้มตายทางอากาศและขาดมาตรฐานการดูแลการผ่าตัดโดยผู้เชี่ยวชาญเหมือนในกองทัพตะวันตก ตราบใดที่กองทัพนานาชาติยังอยู่ที่อัฟกานิสถานพวดเขากฌ็ยังพอมีกำลังใจ แต่เมือถอนกำลังออกไป กองทัพอัฟกันก็หมดแรงใจที่จะสู้

“คุณจะสละชีวิตของคุณให้กับผู้นำที่ไม่จ่ายเงินให้คุณตรงเวลาและสนใจอนาคตของตัวเองมากขึ้นไหม” เจ้าหน้าที่สหรัฐคนที่สองซึ่งพูดโดยขอไม่เปิดเผยชื่อถาม

เป็นการวิเคราะห์บางคนในขบวนการตอลิบานเองเห็นพ้องด้วย

ผู้บัญชาการกลุ่มตอลิบานคนหนึ่งในจังหวัดฆัซนีทางตอนกลางกล่าวว่ากองกำลังของรัฐบาลเริ่มล่มสลายทันทีที่กองกำลังสหรัฐเริ่มถอนตัว “เนื่องจากพวกเขาไม่มีอุดมการณ์ใด ๆ ยกเว้นโหนอเมริกาเอาไว้”

“เหตุผลเดียวที่ทำให้จังหวัดต่างๆ ล่มสลายอย่างไม่คาดคิดก็คือความมุ่งมั่นของเราและการถอนทหารสหรัฐฯ” เขากล่าว

ความพ่ายแพ้เน้นย้ำถึงความล้มเหลวของสหรัฐในการสร้างกองกำลังต่อสู้ในภาพลักษณ์ของกองทัพที่มีความเป็นมืออาชีพสูง โดยมีความเป็นผู้นำที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี แรงบันดาลใจ อาวุธไฮเทค และการสนับสนุนด้านลอจิสติกส์ที่ราบรื่น

ตัวเลขในรายงานทางการนั้น กองกำลังความมั่นคงอัฟกานิสถานมีจำนวนทหารประมาณ 300,000 นาย ในความเป็นจริง ตัวเลขไม่เคยสูงขนาดนั้น

มันปฏิบัติการโดยกองกำลังพิเศษชั้นยอดจำนวนน้อยที่ถูกไล่ต้อนออกจากจังหวัดหนึ่งไปอีกจังหวัดหลังจากเมืองจำนวนมากตกอยู่ในกำมือกลุ่มตอลิบาน อัตราหนีทหารในกองทัพที่สูงอยู่แล้วก็เพิ่มสูงขึ้นอีก

ขณะที่กองกำลังของรัฐบาลเริ่มแตกซ่านกอง กำลังติดอาวุธในท้องถิ่นที่รับเกณฑ์กำลังมารบ ซึ่งภักดีต่อผู้นำระดับภูมิภาคที่มีชื่อเสียง เช่น ขุนศึกอับดุล ราชิด ดอสตุม ในจังหวัดฟาริยาบทางเหนือหรืออิสมาอิล ข่าน ในเมืองเฮรัต ก็รีบเร่งเข้าต่อสู้เช่นกัน

ประเทศตะวันตกระวังกลุ่มติดอาวุธดังกล่าวมานานแล้ว แม้ว่ากองกำลังท้องถิ่นและขุนศึกท้องถิ่นจะเป็นเรื่องปกติตามแนวทางเมืองอัฟกานิสถานแบบดั้งเดิมที่ความสัมพันธ์ส่วนตัว ระดับท้องถิ่น หรือชาติพันธุ์มีน้ำหนักมากกว่าความภักดีต่อรัฐชาติ กลุ่มเหล่านี้พัวพันคอร์รัปชั่นและการล่วงละเมิดจนเป็นปกติ และท้ายที่สุดกลุ่มขุนศึกเหล่านี้ไม่มีประสิทธิภาพเท่ากับองกำลังตามระบบที่ควบคุฒโดยรัฐบาล

ผลก็คือขุนศึกดอสตุม หนีไปอุซเบกิสถานเมื่อกลุ่มตอลิบานบุกเข้ามา และขุนศึกข่านก็ยอมจำนนต่อพวกตอลิบาน

แต่มันเป็นเรื่องสมเหตุสมผลหรือไม่ที่จะสร้างกองทัพแบบตะวันตกในประเทศที่ยากจนที่สุดแห่งหนึ่งของโลกด้วยอัตราการรู้หนังสือ 40% และยังมีวัฒนธรรมทางสังคมและการเมืองที่ห่างไกลจากความรู้สึกเป็นรัฐชาติที่เป็นหนึ่งเดียวเหมือนชาติที่พัฒนาแล้ว

ผู้ฝึกสอนทหารในกองทัพสหรัฐที่ทำงานร่วมกับกองกำลังอัฟกันพยายามสอนบทเรียนพื้นฐานขององค์กรทางทหารที่ทำการจัดหา บำรุงรักษาอุปกรณ์ และดูแลให้หน่วยได้รับการสนับสนุนอย่างเหมาะสมเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จในสนามรบ

โจนาธาน ชรอเดน (Jonathan Schroden) ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันนโยบาย CNA ซึ่งทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้กับหน่วยบัญชาการกลางของสหรัฐฯ CENTCOM และกองกำลังระหว่างประเทศที่นำโดยสหรัฐในอัฟกานิสถาน กล่าวว่ากองทัพอัฟกันทำหน้าที่ได้มากเท่ากับ “โครงการจัดหางาน”มากกว่าจะเป็นกองกำลังต่อสู้ “เพราะมันเป็นแหล่งที่มาของเงินเดือน (สำหรับประชาชน) ในประเทศที่หาเงินได้ยาก”

แต่ความล้มเหลวเรื้อรังของการสนับสนุนด้านลอจิสติกส์ ยุทโธปกรณ์/อุปกรณ์ และกำลังคนในหลายหน่วย ยังผลให้ “แม้ว่าพวกเขาต้องการต่อสู้ พวกเขาก็หมดความสามารถในการต่อสู้ในระยะเวลาอันสั้น”

กองกำลังอัฟกันถูกบีบให้ยอมแพ้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า หลังการร้องขอเสบียงและกำลังเสริมไม่ได้รับคำตอบ อาจเป็นเพราะขาดความสามารถในการส่งกำลังหนุนหรือระบบไม่สามารถส่งมอบได้

แม้แต่หน่วยกองกำลังพิเศษชั้นยอดที่จมปลักจากการสู้รบในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาก็ยังได้รับความเดือดร้อน เมื่อเดือนที่แล้ว หน่วยคอมมานโดอย่างน้อยสิบกว่านายถูกสังหารโดยกลุ่มตอลิบานในจังหวัดฟายยับ ทางภาคเหนือของประเทศ หลังจากกระสุนหมดและถูกบังคับให้มอบตัว

ริชาร์ด อาร์มิเทจ (Richard Armitage) อดีตนักการทูตสหรัฐซึ่งจัดกองเรือกองเรือของกองทัพเรือเวียดนามใต้เพื่อบรรทุกผู้ลี้ภัยประมาณ 30,000 คนออกจากไซง่อนก่อนที่เรือจะล่มในเดือนเมษายน พ.ศ. 2518 ได้เฝ้าดูภัยคุกคามจากภัยพิบัติที่คล้ายกันที่เกิดขึ้นในกรุงคาบูล

ในฐานะรองเลขาธิการแห่งรัฐภายใต้อดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช เมื่อสหรัฐบุกโจมตีอัฟกานิสถานในปี 2544 เขามีส่วนเกี่ยวข้องอย่างมากกับการทูตอัฟกานิสถาน เขากล่าวว่าการล่มสลายของกองทัพอัฟกันชี้ให้เห็นถึงความล้มเหลวในวงกว้างของความพยายามระหว่างประเทศกว่า 2 ทศวรรษ

“ผมได้ยินคนแสดงความไม่พอใจในหมู่สื่อมวลชนว่ากองทัพอัฟกันไม่สามารถต่อสู้ได้นาน” เขากล่าว “ผมรับรองได้เลยว่ากองทัพอัฟกันต่อสู้แล้ว สู้ได้ และถ้ามีปืนและมีบางอย่างเอาไว้สู้ พวกเขาก็สามารถใช้มันได้”

“คำถามคือ รัฐบาลนี้คุ้มที่จะต่อสู้หรือเปล่า?”

Photo by – / AFP

สหรัฐเริ่มอพยพสถานทูตในกรุงคาบูลหลังตอลิบานล้อมกรุง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/660584

วันที่ 15 ส.ค. 2564 เวลา 11:45 น.

สหรัฐเริ่มอพยพสถานทูตในกรุงคาบูลหลังตอลิบานล้อมกรุงตอลิบานรุกคืบถึงชานกรุงคาบูล เพียงแค่รอเวลาว่ารัฐบาลจะสู้หรือจะยอมแพ้เท่านั้น ขณะที่สหรัฐสั่งอพยพสถานทูต แม้จะมีการตรึงกำลังทหารอีกนับพัน

สหรัฐเริ่มอพยพนักการทูตออกจากสถานทูตในกรุงคาบูล เมืองหลวงของประเทศอะัฟกานิสถานแล้ว เจ้าหน้าที่สหรัฐ 2 คนบอกกับสำนักรอยเตอร์เมื่อวันอาทิตย์

เจ้าหน้าที่คนหนึ่งซึ่งไม่ประสงค์ออกนามกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่พร้อมที่จะออกเดินทางแล้ว สถานทูตยังคงทำงานอยู่ 

เป็นที่คาดการณ์กันว่าการอพยพของนักการทูตส่วนใหญ่จะเริ่มในวันอาทิตย์นี้ เนื่องจากกลุ่มตอลิบานยังคงเดินหน้าโจมตีแบบสายฟ้าแลบ ซึ่งคาดว่าจะมาถึงคาบูลในเวลาอีกไม่กี่วัน 

ในขณะนี้ตอลิบานได้เคลื่อนกำลังยึดเมืองสำคัญได้เกือบหมดและล้อมกรุงคาบูลเอาไว้โดดๆ เตรียมที่จะจู่โจมเมื่อใดก็ได้ และขึ้นอยู่กับว่าประธานาธิบดีอัชราฟ ฆานี ที่ปักหลักในเมืองจะประกาศต่อต้านการรุกรานหรือว่าจะยอมวางอาวุธ 

ประธานาธิบดี โจ ไบเดน สั่งให้ส่งทหารสหรัฐเพิ่มอีก 1,000 นาย เพื่อช่วยรักษาความปลอดภัยในการอพยพฉุกเฉินจากพนักงานสถานทูตในกรุงคาบูล และชาวอัฟกันหลายพันคนที่ทำงานในกองกำลังอเมริกัน 

ไบเดนกล่าวในแถลงการณ์ว่าเป้าหมายคือ “เพื่อให้แน่ใจว่าเราสามารถมีการปลดประจำการอย่างเป็นระเบียบและปลอดภัยสำหรับบุคลากรของสหรัฐ และบุคลากรพันธมิตรอื่นๆ และการอพยพชาวอัฟกันที่เป็นระเบียบและปลอดภัยซึ่งช่วยกองกำลังของเราในระหว่างภารกิจของเราและผู้ที่มีความเสี่ยงพิเศษจากการรุกของตอลิบาน” 

Photo by – / AFP

3 ช็อตยังเอาไม่อยู่? อิสราเอลพบผู้ติดเชื้อหลังฉีดบูสเตอร์แล้ว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/660581

วันที่ 15 ส.ค. 2564 เวลา 11:14 น.

3 ช็อตยังเอาไม่อยู่? อิสราเอลพบผู้ติดเชื้อหลังฉีดบูสเตอร์แล้วอิสราเอลที่เคยเป็นความหวังในการควบคุมวัคซีนด้วยการเร่งฉีดให้ครอบคลุม ตอนนี้กลายเป็นตัวอย่างที่น่ากังวลของความร้ายกาจจากเชื้อเดลตา

สำนักข่าว Precision Vaccinations รายงานว่า อัตราการติดเชื้อทั้งๆ ที่รับวัคซีนแล้วในอิสราเอลมีถึง 50% โดยตามข้อมูลโควิด-19 ของกระทรวงสาธารณสุขของอิสราเอล เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2564 จำนวนผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่ร้ายแรงมีถึง 405 ราย (ตัวเลขวันที่ 10 สิงหาคม) ซึ่งเป็นจำนวนสูงสุดในหนึ่งวันนับตั้งแต่เดือนมีนาคม พ.ศ. 2564

แต่สิ่งที่น่าสนใจในตัวเลขนี้ก็คือผู้ป่วยเหล่านี้ประมาณ 250 รายได้รับการฉีดวัคซีนอย่างครบถ้วนแล้วการติดเชื้่อของคนเหล่านี้ ซึ่งเรียกว่า ‘breakthrough case’ หรือเคสที่เชื้อไวรัสตีด่านวัคซีนแตก หซึ่งคิดเปฌนสัดส่วนถึง 50%

นอกจากนี้ The Timeof Israel ยังรายงานเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ชาวอิสราเอล 14 คนได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อแม้จะได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันเป็นครั้งที่สามแล้วก็ตาม ตามข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขและรายงานโดย Channel 12 ของอิสราเอล และจากรายงานข่าว พบว่าผู้ติดเชื้อ 2 รายหลังจากได้รับการฉีดบูสเตอร์แล้วยังมีอาการหนักจนถูกนำส่งโรงพยาบาลด้วย

อย่างไรก็ตาม จากรายงานในขณะนั้น The Timeof Israel ชี้ว่าไม่ชัดเจนในทันทีว่า 14 คนติดไวรัสก่อนหรือหลังได้รับบูสเตอร์ และเคสที่เกิดขึ้นประปรายแบบนี้ยังไม่เพียงพอสำหรับเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ที่จะสรุปผลเกี่ยวกับประสิทธิภาพโดยทั่วไปของวัคซีนช็อตที่ 3 ในการต่อสู้กับโรคเดลต้า

อย่างไรก็ตาม Haaretz สื่อของอิสราเอลอีกรายยังรายงานเมื่อวันที่ 14 สิงหาคมว่า รัฐบาลคาดการณ์ว่าจำนวนผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลจากการคิดเชื้อโควิด-19 จะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าทุกๆ 10 วัน โดยอยู่ที่ 4,800 คน ภายในวันที่ 10 กันยายน ครึ่งหนึ่งเป็นผู้ป่วยร้ายแรง

ตามตัวเลขของกระทรวงสาธารณสุข จำนวนผู้ป่วยโควิดที่ร้ายแรงในวันพุธเพิ่มขึ้นเป็น 400 ราย ซึ่งเป็นตัวเลขสูงสุดนับตั้งแต่มีนาคม ผู้ป่วยประมาณ 150 รายไม่ได้รับการฉีดวัคซีนครบถ้วน

แม้จะมี breakthrough case แต่ Haaretz ชี้ว่าวัคซีน Pfizer นั้นได้ผลโดยผู้ที่ฉีดวัคซีนจะมีความต้านทานต่อโรคโควิด-19 มากกว่าผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีน 5-10 เท่า และ ผู้สูงอายุที่ไม่ได้ฉีดวัคซีนมีโอกาสติดเชื้อรุนแรงมากกว่าผู้ที่ได้รับวัคซีนถึง 5 เท่า

Photo by MENAHEM KAHANA / AFP

ตอลิบานยกทัพถึงชานกรุงคาบูล ยึดได้เกือบทั้งประเทศแล้ว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/660579

วันที่ 15 ส.ค. 2564 เวลา 10:12 น.

ตอลิบานยกทัพถึงชานกรุงคาบูล ยึดได้เกือบทั้งประเทศแล้วกลุ่มตอลิบานยึดเมืองมาซาร์-อี-ชาริฟ ทางตอนเหนือของอัฟกานิสถานได้เมื่อวันเสาร์ เหลือเพียงกรุงคาบูลที่โดดเดี่ยวเท่านั้น และการเข้ายึดครองทางทหารโดยสมบูรณ์ของประเทศ

เมื่อเมืองมาซาร์-อี-ชารีฟ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นที่มั่นต่อต้านตอลิบาน ถูกตอลิบานยึดได้แล้วก็เท่ากับว่าตอลิบานเข้าควบคุมเกือบทั้งประเทศ หลังจากที่กองกำลังของรัฐบาลและกองทหารติดอาวุธต่อต้านตอลิบานพ่ายแพ้อย่างรวดเร็วจนน่าเหลือเชื่อ และตอลิบานทำได้สำเร็จในเวลาเพียง 10 วัน

เช้าวันอาทิตย์ยังมีรายงานว่า กลุ่มตอลิบานเข้าควบคุมเมืองจาลาลาบัดทางตะวันออกที่สำคัญของอัฟกานิสถานโดยไม่มีการต่อสู้ในเช้าวันอาทิตย์ สามาถรควบคุมถนนที่เชื่อมระหว่างประเทศกับปากีสถานได้แล้ว

“ขณะนี้ไม่มีการปะทะกันเกิดขึ้นที่จาลาลาบัด เนื่องจากผู้ว่าการได้มอบตัวต่อกลุ่มตอลิบานแล้ว” เจ้าหน้าที่ชาวอัฟกันในจาลาลาบัดกล่าวกับ Reuters “การอนุญาตให้กลุ่มตอลิบานผ่านไปได้เป็นวิธีเดียวที่จะช่วยชีวิตพลเรือนได้”

หลายชั่วโมงก่อนที่เมืองจะถูกยึด ประธานาธิบดีอัชราฟ ฆานี ผู้นำอัฟกานิสถานอย่างเป็นทางการ มีแถลงการต่อประชาชนโดยกล่าวถึง “การระดมกำลัง” ของทหารอีกครั้ง และจะแสวงหา “วิธีแก้ปัญหาทางการเมือง” เพื่อยุติวิกฤตครั้งนี้

แต่การสูญเสียมาซาร์-อี-ชารีฟนั้นส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อฆานีและรัฐบาลของเขา และทำให้กลุ่มตอลิบานซึ่งมีนักสู้อยู่ห่างจากคาบูลไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงโดยรถยนต์ และถือไพ่เหนือกว่าในการบีบให้เมืองหลวงต้องยอมจำนนโดยไม่มีการเจรจาใดๆ

ในมาซาร์-อี-ชารีฟนักสู้ตอลิบานเข้าควบคุมอย่างรวดเร็ว

“พวกเขาขับรถและมอเตอร์ไซค์ของพวกเขาเป็นขบวนแห่ ยิงปืนขึ้นฟ้าเพื่อเฉลิมฉลอง” อาติกุลลฮฮ์ ฆายอร์ ซึ่งอาศัยอยู่ใกล้กับมัสยิดสีน้ำเงินที่มีชื่อเสียงของเมืองกล่าวกับ AFP

ขุนศึก อับดุล ราชิด ดอสตุม และอัตตา โมฮัมหมัด นูร์ ซึ่งเป็นผู้นำกองกำลังติดอาวุธในเมืองที่สนับสนุนกองกำลังของรัฐบาลต่อต้านตอลิบาน ได้หลบหนีไปยังอุซเบกิสถาน ซึ่งอยู่ทางเหนือประมาณ 30 กิโลเมตร ผู้ช่วยนูร์ กล่าว

นูร์ทวีตในภายหลังว่าพวกเขาถูกกองทัพหักหลังและอยู่ใน “สถานที่ปลอดภัย” และเสริมว่า “ผมมีเรื่องราวมากมายที่ผมจะบอกเล่าใฟ้ฟังในเวลาที่เหมาะสม”

ขณะที่กลุ่มตอลิบานปิดล้อมเมืองหลวงประชาชนที่ตื่นตระหนกก็ต่อแถวยาวนอกธนาคาร โดยหวังว่าจะถอนเงินออมของพวกเขา บางสาขาดูเหมือนเงินสดจะหมดแล้ว

ผู้อยู่อาศัยใกล้กับเรือนจำ Pul-e-Charkhi นอกกรุงคาบูลบอกกับ AFP ว่าพวกเขาได้ยินเสียงปืนมาจากข้างในซึ่งอาจเป็นผลมาจากการจลาจลของนักโทษ

สำหรับชาวคาบูลและผู้คนหลายหมื่นคนที่หาที่หลบภัยที่นั่นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา อารมณ์ที่ท่วมท้นตอนนี้คือความหวาดหวั่นและหวาดกลัว

มูชดาวัย 35 ปี หญิงโสดที่เดินทางมาถึงเมืองหลวงพร้อมกับพี่สาวสองคนของเธอหลังจากหลบหนีจากเมืองปารวานซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับคาบูลกล่าวว่าเธอรู้สึกหวาดกลัว

“ฉันร้องไห้ทั้งวันทั้งคืน” เธอบอกกับ AFP “ถ้าตาลีบันมาบังคับฉันให้แต่งงาน ฉันจะฆ่าตัวตาย”

ประธานาธิบดี โจ ไบเดน สั่งให้ส่งทหารสหรัฐเพิ่มอีก 1,000 นาย เพื่อช่วยรักษาความปลอดภัยในการอพยพฉุกเฉินจากพนักงานสถานทูตในกรุงคาบูล และชาวอัฟกันหลายพันคนที่ทำงานในกองกำลังอเมริกัน และตอนนี้หวาดกลัวการล้างแค้นของตอลิบาน

จำนวนทหารอเมริกันที่มีอยู่เดิมคือ 3,000 นายที่ประจำการในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา และอีก 1,000 นายที่ทิ้งไว้ในอัฟกานิสถานหลังจากไบเดนประกาศเมื่อเดือนพฤษภาคมว่าการถอนกำลังทหารอเมริกันครั้งสุดท้ายในอัฟกานิสถานจะเสร็จสิ้นภายในวันที่ 11 กันยายน หลังจากประจำการมานานถึง 20 ปี

การตัดสินใจดังกล่าวถูกโจมตีมากขึ้นเนื่องจากการล่มสลายของกองกำลังรัฐบาลอัฟกานิสถาน แต่เขายืนยันว่าไม่มีทางเลือกอื่น

“ผมเป็นประธานาธิบดีคนที่ 4 ที่ควบคุมการประจำการของทหารอเมริกันในอัฟกานิสถาน (มีประธานาธิบดี) รีพับลิกันสองคน เดโมแครตสองคน ผมจะไม่และจะไม่มีทางส่งต่อสงครามนี้ไปยังคนที่ห้า” ไบเดนกล่าว

Photo by – / AFP

เฮติค้นหาผู้รอดชีวิตหลังแผ่นดินไหวคร่าชีวิตอย่างน้อย 304 ราย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/660574

วันที่ 15 ส.ค. 2564 เวลา 09:39 น.

เฮติค้นหาผู้รอดชีวิตหลังแผ่นดินไหวคร่าชีวิตอย่างน้อย 304 รายขณะที่ชาวไทยกำลังหลับไหล แต่ชาวเฮติต้องประสบกับมหันตภัยร้ายแรง หลังจากประเทศเคยเจอกับแผ่นดินไหวใหญ่ที่เกือบทำให้คั้งประเทศย่อยยับมาแล้วเมื่อกว่าสิบปีก่อน

เจ้าหน้าที่กู้ภัยพยายามหาผู้รอดชีวิตหลังจากเกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.2 ริกเตอร์ที่เฮติเมื่อต้นวันเสาร์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 304 ราย และอาคารถล่มเป็นจำนวนมาก ซึ่งเหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัดเพราะเฮติยังคงพยายามฟื้นตัวจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในปี 2010

ศูนย์กลางของการสั่นสะเทือนเริ่มเวลาประมาณ 8:30 น. (1230 GMT) อยู่ห่างออกไปประมาณ160 กิโลเมตร ตามถนนทางตะวันตกของศูนย์กลางของเมืองหลวงปอร์โตแพรงซ์ที่มีประชากรหนาแน่น

โบสถ์ ธุรกิจ โรงเรียน และบ้านเรือนพังทลายลงในแผ่นดินไหว ซึ่งทำให้เหยื่อหลายร้อยคนติดอยู่กับซากปรักหักพัง และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 1,800 คน สำนักงานคุ้มครองพลเรือนของประเทศ ระบุ

หน่วยกู้ภัยต้องแข่งกับเวลาเพื่อค้นหาผู้รอดชีวิต หน่วยงานคุ้มครองพลเรือนทวีตว่าด้วยความพยายามของ “ทั้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยมืออาชีพและสมาชิกในที่สาธารณะ สามารถช่วยผู้คนจำนวนมากออกจากซากปรักหักพัง” และกล่าวเสริมว่า โรงพยาบาลที่มีภาระหนักอยู่แล้วยังคงต้องรับผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างต่อเนื่อง

หลายชั่วโมงหลังเกิดแผ่นดินไหว หน่วยงานประกาศว่ายอดผู้เสียชีวิตพุ่งขึ้นเป็น 304 ราย เพิ่มขึ้นตลอดทั้งวันจากรายงานครั้งแรกที่มีผู้เสียชีวิต 29 ราย

แผ่นดินไหวครั้งแรกที่เกิดขึ้นเป็นเวลานานนั้นรู้สึกได้ในพื้นที่ส่วนใหญ่ของทะเลแคริบเบียน โดยเกิดขึ้นจากศูนย์กลางของแผ่นดินไหวที่คาบสมุทรตะวันตกเฉียงใต้ของเฮติ

หน่วยงานคุ้มครองพลเรือนกล่าวว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 160 คนในเขตทางใต้ของประเทศเพียงจุดเดียว

“บ้านเรือนจำนวนมากถูกทำลาย ผู้คนเสียชีวิตจำนวนมาก และบางคนอยู่ในโรงพยาบาล” คริสเตลลา แซงต์ อิแลร์ วัย 21 ปี ซึ่งอาศัยอยู่ใกล้ศูนย์กลางแผ่นดินไหว บอกกับเอเอฟพี

เจอร์รี แชนด์เลอร์ หัวหน้าหน่วยงานคุ้มครองพลเรือนระบุว่า โรงพยาบาลในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุดจากแผ่นดินไหวนั้นกำลังดิ้นรนเพื่อให้การรักษาพยาบาลฉุกเฉิน และอย่างน้อย 3 แห่งในเขตเทศบาลเมืองเปสเตล โครายส์ และโรโซซ์ก็เต็มแล้ว

Photo by Tamas JEAN PIERRE / AFP

เกาหลีใต้ประจำการเรือดำน้ำต่อเองรับมือภัยจากเกาหลีเหนือ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/660553

วันที่ 14 ส.ค. 2564 เวลา 18:29 น.

เกาหลีใต้ประจำการเรือดำน้ำต่อเองรับมือภัยจากเกาหลีเหนือกองทัพเรือเกาหลีใต้รับมอบเรือดำน้ำยิงขีปนาวุธข้ามทวีปติดเรือดำน้ำต่อเองในประเทศลำแรก

สำนักข่าว Yonhap ของเกาหลีใต้รายงานว่า กองทัพเรือเกาหลีใต้รับมอบเรือดำน้ำระวางขับน้ำ 3,000 ตันที่สามารถยิงขีปนาวุธข้ามทวีปติดเรือดำน้ำ (SLBMs) ลำแรกที่ต่อเองในประเทศ เพื่อรับมือกับภัยคุกคามจากขีปนาวุธใต้น้ำจากเกาหลีเหนือ

กองทัพเรือทำพิธีประจำการเรือดำน้ำที่ตั้งชื่อตามชื่อของ โทซาน อันชางโฮ นักต่อสู้เพื่อเอกราชของเกาหลีใต้ชื่อดัง ที่อู่ต่อเรืออคโปของบริษัท Daewoo Shipbuilding and Marine Engineering ทางตอนใต้ของเกาะเกียวเชเมื่อวันศุกร์ (13 ส.ค.)

เรือดำน้ำลำนี้เป็นเรือดำน้ำขนาด 3,000 ตันชั้น Changbogo-III Batch-I ลำแรกในจำนวน 3 ลำที่รัฐบาลเกาหลีใต้มีแผนจะต่อขึ้นด้วยเทคโนโลยีของตัวเองภายในปี 2023 ภายใต้โครงการมูลค่า 2,700 ล้านเหรียญสหรัฐของปี 2007 โดยเรือลำล่าสุดนี้ออกแบบในประเทศและใช้ชิ้นส่วนจากท้องถิ่นถึง 76%

เรือดำน้ำลำล่าสุดของกองทัพยาว 83.5 เมตร กว้าง 9.6 เมตร สามารถบรรทุกลูกเรือ 50 คน สามารถยิงขีปนาวุธโจมตีเป้าหมายบนบกด้วยท่อยิงแนวดิ่ง 6 ท่อ และสามารถปฏิบัติภารกิจใต้น้ำนาน 20 วันโดยไม่ต้องขึ้นสู่ผิวน้ำ

ทางกองทัพเรือเกาหลีใต้มีแผนจะนำเรือโทซาน อันชางโฮเข้าปฏิบัติภารกิจในเดือน ส.ค.ปีหน้าหลังจากผ่านการประเมิน 1 ปี

ปัจจุบันเกาหลีใต้มีเรือดำน้ำระวางขับน้ำ 1,200 ตันและ 1,800 ตันประจำการ ขณะที่เกาหลีเหนือคาดว่ามี 70 ลำแต่ส่วนใหญ่ล้าสมัยและไม่เหมาะกับการใช้งานนอกชายฝั่ง

ด้านคิมจองอึนผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือมีแผนเสริมกำลังเรือดำน้ำเช่นกัน โดยเมื่อปี 2019 คิมจองอึนเดินทางไปตรวจสอบเรือดำน้ำลำใหม่ที่สำนักข่าวกรองกลางเกาหลีเหนือ (KCNA) รายงานว่าจะเข้าประจำการเร็วๆ นี้ แต่ไม่เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมรวมทั้งสมรรถนะของเรือ

Photo by Handout / YONHAP / AFP

เผยอุณหภูมิโลกเดือน ก.ค.ร้อนที่สุดในรอบ 142 ปี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/660551

วันที่ 14 ส.ค. 2564 เวลา 16:26 น.

เผยอุณหภูมิโลกเดือน ก.ค.ร้อนที่สุดในรอบ 142 ปีสหรัฐเผยเดือน ก.ค.โลกร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์ ส่วนเอเชียร้อนสุดในรอบ 11 ปี

สำนักงานสมุทรศาสตร์และชั้นบรรยากาศแห่งชาติของสหรัฐ (NOAA) เผยว่า เดือน ก.ค. เป็นเดือนที่อุณหภูมิเฉลี่ยทั่วโลกสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่ NOAA เริ่มบันทึกสถิตินี้เมื่อ 142 ปีที่แล้ว

NOAA ระบุว่า อุณหภูมิของพื้นดินและพื้นผิวมหาสมุทรสูงกว่าอุณหภูมิเฉลี่ยของศตวรรษที่ 20 (15.8 องศาเซลเซียส) ถึง 0.93 องศาเซลเซียส และสูงกว่าสถิติเก่าของเดือน ก.ค. 2016 ถึง 0.01 องศาเซลเซียส

ริค สปินราด ผู้บริหาร NOAA เผยว่า ปกติแล้วเดือน ก.ค.เป็นเดือนที่อุณหภูมิโลกสูงที่สุดของปี แต่เดือน ก.ค.ปีนี้ทุบสถิติเดิมของตัวเองเป็นเดือน ก.ค. ที่ร้อนที่สุดและเดือนที่ร้อนที่สุดเท่าที่เคยมีมา

อย่างไรก็ดี รายงานโดยหน่วยงานติดตามการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโคเปอร์นิคัส (Copernicus) ของสหภาพยุโรป (EU) เมื่อเดือนที่แล้วระบุว่า เดือน ก.ค.ที่ผ่านมาเป็นต้นที่ร้อนที่สุดอันดับ 3 ของโลก ขณะที่องค์การนาซาระบุว่าเดือน ก.ค.ปีนี้ร้อนที่สุดเป็นอันดับ 2

ทว่า เซค เฮาส์ฟาเธอร์ นักวิทยาศาสตร์ด้านสภาพภูมิอากาศจาก Breakthrough Institute เผยว่า ไม่ใช่เรื่องผิดปกติที่รายงานของแต่ละหน่วยงานจะแตกต่างกันเล็กๆ น้อยๆ เนื่องจาก NOAA จัดเก็บข้อมูลในอาร์กติกในขอบเขตที่จำกัดกว่าบันทึกอุณหภูมิในส่วนอื่นๆ ของโลก

“แต่ไม่ว่าจะร้อนเป็นอันดับที่เท่าไร ความร้อนที่โลกเผชิญในช่วงฤดูร้อนปีนี้เป็นผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และก๊าซเรือนกระจกอื่นของมนุษย์อย่างชัดเจน” เฮาส์ฟาเธอร์เผยกับสำนักข่าว AFP “มันจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนกว่าโลกจะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และก๊าซเรือนกระจกอื่นจนเหลือศูนย์”

นอกจากนี้ อุณหภูมิในพื้นที่อื่นก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน อาทิ อุณหภูมิผิวดินของซีกโลกเหนือของเดือน ก.ค. สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2012 (สูงกว่าค่าเฉลี่ย 1.54 องศาเซลเซียส) เดือน ก.ค.ของเอเชียร้อนที่สุดนับตั้งแต่ปี 2010 ส่วนเดือน ก.ค.ของยุโรปร้อนที่สุดเป็นอันดับ 2 รองจากปี 2018

ทั้งนี้ เพียงอุณหภูมิร้อนขึ้นเพียง 1.1 องศาเซลเซียส ภัยพิบัติจากสภาพอากาศที่รุนแรงที่หนักขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศได้แผ่ขยายไปทั่วโลกในฤดูร้อนนี้ ตั้งแต่คลื่นความร้อนที่ละลายถนนแอสฟัลต์ในแคนาดา ไปจนถึงพายุฝนที่เปลี่ยนถนนหนทางในจีนและเยอรมนีเป็นแม่น้ำ ไปจนถึงไฟป่ารุนแรงในกรีซและแคลิฟอร์เนีย

REUTERS/Issei Kato/File Photo

จีนเตรียมรับรองกลุ่มตอลิบานเป็นรัฐบาลอัฟกัน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/660544

วันที่ 14 ส.ค. 2564 เวลา 14:27 น.

จีนเตรียมรับรองกลุ่มตอลิบานเป็นรัฐบาลอัฟกันแหล่งข่าวเผยทางการจีนเตรียมรับรองตอลิบานเป็นรัฐบาลที่ชอบธรรมของอัฟกานิสถานทันทีที่ตอลิบันยึดกรุงคาบูลสำเร็จ

US News & World Report รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวชาวอเมริกันและหน่วยข่าวกรองต่างประเทศหลายคนว่า จีนพร้อมจะรับรองให้กลุ่มตอลิบานเป็นรัฐบาลที่ชอบธรรมของอัฟกานิสถานหากตอลิบานโค่นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยของอัฟกานิสถานสำเร็จ

ก่อนหน้านี้จีนเคยกดดันให้กลุ่มตอลิบานหันมาเจรจาสงบศึกกับรัฐบาลของประธานาธิบดี อัชราฟ ฆานี ของอัฟกานิสถาน และจีนยังร่วมกับประเทศอื่นๆ รวมทั้งสหรัฐรับปากว่าจะไม่ยอมรับรัฐบาลที่มาจากการใช้กำลังทหาร

ทว่าแหล่งข่าวเผยว่า การประเมินทางทหารและข่าวกรองของจีนครั้งใหม่ทำให้รัฐบาลจีนหันมาเตรียมกระชับความสัมพันธ์กับกลุ่มตอลิบาน

การรับรองความชอบธรรมให้กลุ่มตอลิบานของจีนอาจทำให้ความพยายามของประธานาธิบดี โจ ไบเดน ที่จะใช้การคว่ำบาตรจากนานาชาติบีบบังคับให้กลุ่มตอลิบานกลับมาสู่โต๊ะเจรจาหาทางออกทางการเมือง

ด้าน ไทเลอร์ จอสต์ ผู้เชี่ยวชาญด้านจีนจากมหาวิทยาลัยบราวน์เผยว่า มันเป็นกลยุทธ์ที่จีนนำมาเล่น “ถ้าคุณคาดว่ามีความเป็นไปได้สูงที่รัฐบาลใหม่กำลังจะขึ้นสู่อำนาจ การกำหนดเงื่อนไขดังกล่าวอาจเป็นประโยชน์หากคนเหล่านั้นยึดอำนาจสำเร็จ คุณก็อยู่ในตำแหน่งที่ดีที่จะเจรจาต่อรองกับพวกเขา”

“ในกรณีนี้ ความเชื่อมโยงใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นระหว่างกลุ่มอิสลามิสต์และซินเจียงน่าจะเป็นประเด็นสำคัญสำหรับผู้มีอำนาจตัดสินใจของจีน ซินเจียงเป็นเรื่องสำคัญสำหรับจีน จีนไม่จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับปัจจัยที่สหรัฐมองว่าสำคัญกับอนาคตของอัฟกานิสถานอย่างการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยที่ยั่งยืน หรือสิทธิมนุษยชน”

ด้าน เดเรค กรอสแมน นักวิเคราะห์ด้านกลาโหมของ RAND เผยว่า จีนเกี่ยวพันกับอัฟกานิสถานจากการก่อสร้างมอเตอร์เวย์เปชวาร์-คาบูลซึ่งเชื่อมปากีสถานกับอัฟกานิสถานและทำให้คาบูลอยู่ในโครงการเส้นทางสายไหมศตวรรษที่ 21 (Belt and Road Initiative) ของจีน

กรอสแมนเผยอีกว่า จีนยังสร้างถนนสายหลักสู่ฉนวนวาคาน (Wakhan Corridor) เส้นทางเล็กๆที่เชื่อมซินเจียงของจีนกับอัฟกานิสถาน ไปยังปากีสถานและเอเชียกลาง เกื้อหนุนเครือข่ายเส้นทางที่มีอยู่แล้วในภูมิภาค เมื่อสร้างเสร็จเส้นทางเหล่านี้จะช่วยให้จีนบรรลุเป้าหมายเพิ่มการค้ากับภูมิภาคนี้และการสกัดทรัพยากรธรรมชาติในอัฟกานิสถาน

กรอสแมนย้ำว่า จีนจะได้ผลประโยชน์มหาศาลหากตอลิบานขึ้นครองอำนาจในอัฟกานิสถาน

ทั้งนี้ ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมากลุ่มตอลิบานเข้ายึดเมืองเฮรัตทางตะวันตกและกันดาฮาร์ทางใต้ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับ 2 และ 3 ของอัฟกานิสถาน เมื่อรวมกันแล้วขณะนี้ตอลิบานยึดครึ่งหนึ่งของเมืองเอกของอัฟกานิสถานที่มีทั้งหมด 34 เมือง และครอบครองพื้นที่มากกว่า 2 ใน 3 ของประเทศ

Photo by Li Ran / XINHUA / AFP

คิวบาเผยวัคซีนผลิตเองสู้สายพันธุ์เดลตาได้ดี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/660532

วันที่ 14 ส.ค. 2564 เวลา 12:07 น.

คิวบาเผยวัคซีนผลิตเองสู้สายพันธุ์เดลตาได้ดีคิวบาเผยวัคซีนที่ผลิตเอง 2 ยี่ห้อมีประสิทธิภาพป้องกันการป่วยได้ดีสู้สายพันธุ์เดลตาได้

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า ทางการคิวบาซึ่งกำลังเผชิญกับการระบาดของสายพันธุ์เดลตาเผยว่า ในจำนวนชาวคิวบา 2.5 ล้านคนจากประชากรทั้งหมดราว 11 ล้านคนที่ได้รับวัคซีน Abdala และ Soberana 2 ซึ่งเป็นวัคซีนที่พัฒนาและผลิตเองในประเทศแล้ว มีเพียง 21,000 คน หรือ 0.8% เท่านั้นที่มีอาการป่วยจาก Covid-19

และในจำนวนนี้มีเพียง 99 คน หรือ 0.003% ที่เสียชีวิต ซึ่งในทางสถิติถือว่าน้อยมาก

ขณะที่ไบโอคิวบาฟาร์มา (BioCubaFarma) บริษัทเภสัชกรรมของรัฐเผยว่า ผลลัพธ์ดังกล่าวบ่งชี้ว่าวัคซีนทั้งสองยี่ห้อได้ผล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการป้องกันอาการป่วยรุนแรง รวมทั้งต่อสายพันธุ์เดลตา

ด้าน เอดูอาร์โด มาร์ติเนซ ประธาน BioCubaFarma เผยว่า “นี่เป็นข้อมูลที่มีความหวังมาก” โดยขณะนี้บริษัทกำลังเดินหน้าผลิตวัคซีน Abdala และ Soberana 2 ให้เพียงพอที่จะฉีดให้ประชาชนชาวคิวบาทุกคนให้ทันภายในเดือน ก.ย.นี้

ทั้งนี้ ทางการคิวบาเริ่มฉีดวัคซีนตั้งแต่เดือน พ.ค.ที่ผ่านมาโดยใช้วัคซีน Abdala and Soberana 2 ซึ่งผลการทดลองทางคลินิกระยะสุดท้ายออกมาว่ามีประสิทธิภาพมากกว่า 90%

Photo by Joaquin Hernandez / AFP