นิวซีแลนด์ด่านแตก เจอโควิดเคสแรกในรอบครึ่งปี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/660768

วันที่ 17 ส.ค. 2564 เวลา 11:45 น.

นิวซีแลนด์ด่านแตก เจอโควิดเคสแรกในรอบครึ่งปีนิวซีแลนด์พบโควิด-19 ระบาดในชุมชนเป็นครั้งแรกหลังคุมได้นาน 6 เดือน

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่านิวซีแลนด์พบผู้ป่วยโควิด-19 จากภายในประเทศเป็นครั้งแรกในรอบ 6 เดือน ขณะที่เจ้าหน้าที่เร่งสอบสวนโรคและหาต้นตอของการแพร่ระบาด

กรมอนามัยระบุว่าเคสดังกล่าวถูกพบในโอ๊คแลนด์ ซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ หลังจากที่ไม่พบผู้ติดเชื้อจากภายในประเทศมาตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.

โดยในวันนี้ (17 ส.ค.) ทางการนิวซีแลนด์จะมีการประชุมเพื่อหาแนวทางการรับมืออย่างจริงจังและรวดเร็วเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดในวงกว้าง

เบื้องต้นยังไม่มีการให้รายละเอียดเกี่ยวกับผู้ติดเชื้อคนดังกล่าวว่าได้รับเชื้อมาจากที่ใด หรือเป็นเชื้อสายพันธุ์ใด ขณะที่เจ้าหน้าที่จะเร่งสอบสวนโรคและหาข้อมูลเพิ่มเติมต่อไป

พร้อมขอให้ประชาชนทุกคนอย่าเพิ่งตื่นตระหนก และปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโรค โดยมีการขอความร่วมมือให้ประชาชนกลับมาสวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในที่สาธารณะที่ไม่สามารถเว้นระยะห่างรวมถึงขนส่งสาธารณะ

ทั้งนี้ นิวซีแลนด์ได้รับการยกย่องจากนานาชาติว่าเป็นประเทศที่สามารถควบคุมและรับมือกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้เป็นอย่างดี โดยขณะนี้มีผู้ติดเชื้อสะสม 2,990 คน และมีผู้เสียชีวิตเพียง 26 คนจากประชากรทั้งหมด 5 ล้านคน

ขณะที่ประชากรประมาณ 20% ของประเทศได้รับวัคซีนโควิด-19 ครบโดสแล้ว

ไบเดนยันคิดถูกแล้วที่ถอนทัพจากอัฟกานิสถาน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/660764

วันที่ 17 ส.ค. 2564 เวลา 11:00 น.

ไบเดนยันคิดถูกแล้วที่ถอนทัพจากอัฟกานิสถานไบเดนแถลงครั้งแรกหลังถูกวิจารณ์ถอนกำลังทหารสหรัฐออกจากอัฟกานิสถาน

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่าประธานาธิบดีโจ ไบเดนของสหรัฐปรากฏตัวต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรกหลังถอนกำลังทหารสหรัฐออกจากอัฟกานิสถาน ขณะที่กลุ่มตอลิบานเข้ายึดกรุงคาบูลได้สำเร็จ

ส่งผลให้ชาวอัฟกันจำนวนมากมารวมตัวกันที่สบามบินคาบูลเพื่อหวังหนีออกนอกประเทศ บางคนถึงขั้นเกาะไปกับเครื่องบินของกองทัพสหรัฐที่กำลังจะเทคออฟ สุดท้ายร่วงลงมาเสียชีวิตอย่างน้อย 3 ศพ

โดยผู้นำสหรัฐยอมรับว่ากลุ่มตอลิบานเข้ายึดเมืองสำคัญได้อย่างรวดเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ แต่ยืนยันว่าสหรัฐให้โอกาสอัฟกานิสถานเป็นคนกำหนดอนาคตของตัวเอง

“กองทัพอเมริกันไม่สามารถและไม่ควรต่อสู้หรือตายในสงครามที่อัฟกันไม่เต็มใจจะต่อสู้เพื่อตนเอง” ไบเดนกล่าว

พร้อมยืนยันว่าการตัดสินใจครั้งนี้ถูกต้องแล้วหากต้องเลือกระหว่างการถอนกำลังทหารวันนี้ หรือส่งกำลังทหารเพื่อทำสงครามอีกเป็นทศวรรษที่ 3 ซึ่งจะส่งผลเสียต่อความมั่นคงของสหรัฐ โดยสหรัฐได้เสียทหารไปอย่างน้อย 2,420 นายแล้ว

ดังนั้น การถอนกำลังทหารสหรัฐออกมาจากอัฟกานิสถานนั้นต้องเกิดขึ้นอยู่ดีไม่ว่าจะช้าหรือเร็ว เพียงแต่เหตุการณ์เกิดขึนเร็วกว่าที่คาดไว้

ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากประชาชนและสื่อหลายสำนักของสหรัฐซึ่งมองว่าไบเดนตัดสินใจผิดพลาด และมีการนำไปเปรียบเทียบกับเหตุการณ์เวียดนามแตกที่ทหารอเมริกันอพยพหนีกองทัพเวียดนามเหนือ

ขณะที่อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ไบเดนลาออกตำแหน่ง เนื่องจากการถอนกำลังทหารสหัฐออกมานั้นส่งผลให้กลุ่มตอลิบานเข้ายึดครองอีฟกานิสถานได้สำเร็จ

นอกจากนี้ทรัมป์ยังตำหนิการรับมือกับโควิด-19 และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ตลอดจนการบริหารประเทศในด้านอื่นๆ ของไบเดน รวมถึงย้ำคำกล่าวอ้างที่ว่าไบเดนชนะการเลือกตั้งมาด้วยความไม่โปร่งใส

Photo by Brendan Smialowski / AFP

แฉอดีต ปธน.อัฟกันขนเงินใส่รถ-ฮ.หนีออกนอกประเทศ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเด

https://www.posttoday.com/world/660763

วันที่ 17 ส.ค. 2564 เวลา 10:45 น.

แฉอดีต ปธน.อัฟกันขนเงินใส่รถ-ฮ.หนีออกนอกประเทศอดีตผู้นำอัฟกานิสถานขนเงินใส่รถยนต์ 4 คันและเฮลิคอปเตอร์ก่อนหนีออกนอกประเทศ

สำนักข่าว RIA ของรัสเซียรายงานโดยอ้างคำให้สัมภาษณ์ของ นิกิตะ อิชเชงโก โฆษกสถานเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำกรุงคาบูลของอัฟกานิสถานว่า อดีตประธานาธิบดี อัชราฟ ฆานี ของอัฟกานิสถานขนเงินเต็มรถยนต์ 4 คันแลเฮลิคอปเตอร์อีก 1 ลำหนีออกจากอัฟกานิสถาน

“รถยนต์ 4 คันเต็มไปด้วยเงิน พวกเขาพยายามยัดเงินอีกส่วนหนึ่งใส่เฮลิคอปเตอร์ แต่ใส่ได้ไม่หมด และเงินบางส่วนที่เหลือถูกทิ้งไว้บนรันเวย์ของสนามบิน” อิชเชงโกเผยโดยอ้างพยานบุคคลหลายคนเป็นแหล่งข้อมูลของตัวเอง และยังกล่าวอีกว่า การล่มสลายของรัฐบาลอัฟกันแสดงให้เห็นโดยวิธีการหนีของฆานี

คำให้สัมภาษณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจาก ดิมิทรี ชอร์นอฟ ทูตรัสเซียประจำอัฟกานิสถานเผยกับสื่อท้องถิ่นว่า สถานการณ์ของกรุงคาบูลภายใต้การปกครองของตอลิบันดีกว่าอยู่ภายใต้อดีตประธานาธิบดีฆานี

ด้าน ซามีร์ คาบูลอฟ ตัวแทนพิเศษในอัฟกานิสถานของประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน เผยกับสถานีวิทยุ Ekho Moskvy ของรัสเซียก่อนหน้านี้ว่า ยังไม่ทราบชัดเจนว่าอดีตประธานาธิบดีฆานีเหลือเงินไว้เท่าไร “ผมหวังว่ารัฐบาลที่หนีไปไม่ได้เอาเงินของประเทศไปจนหมด ถ้ามีอะไรเหลืออยู่บ้างมันจะเป็นเงินก้นถุง”

ชีวิตลำเค็ญของผู้หญิงอัฟกันใต้การปกครองของตอลิบาน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/660702

วันที่ 16 ส.ค. 2564 เวลา 20:27 น.

ชีวิตลำเค็ญของผู้หญิงอัฟกันใต้การปกครองของตอลิบานชีวิตของผู้หญิงในอัฟกานิสถานที่กำลังอยู่อย่างหวาดกลัวและสิ้นหวัง

ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ขณะที่กลุ่มตอลิบานเข้าควบคุมจังหวัดต่างๆ ในอัฟกานิสถาน ผู้คนหลายร้อยคนอพยพมายังคาบูลเพื่อเอาชีวิตรอด และวันนี้เมื่อตอลิบานมาถึงคาบูลและประกาศชัยชนะ ทำให้ผู้หญิงรู้สึกราวกับว่าพวกเขากำลังจะตกเป็นทาส

“พวกเขาสามารถเล่นกับชีวิตของฉันได้ตามที่พวกเขาต้องการ”

ภายใต้การปกครองของตอลิบานก่อนหน้านี้ เด็กผู้หญิงถูกกีดกันไม่ให้เข้าเรียน โดยผู้หญิงต้องสวมบุรเกาะอ์ปิดบังทั้งร่างกาย และไม่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างอิสระ โดยผู้ที่ฝ่าฝืนกฎจะถูกเฆี่ยนตีในที่สาธารณะหรืออาจถึงประหารชีวิต

The Guardian รายงานว่าเมื่อกลุ่มตอลิบานมาถึงคาบูลบรรดาสตรีชาวอัฟกันต่างพากันรีบกลับบ้านด้วยความหวาดกลัว หญิงวัย 24 ปีคนหนึ่งที่ต้องรีบกลับบ้านหลังเลิกงานเผยว่า เธอปิดคอมพิวเตอร์ด้วยความเจ็บปวด บอกลาเพื่อนร่วมงานทั้งน้ำตา เพราะรู้ดีว่านี่คือการทำงานวันสุดท้ายของเธอ

“ในฐานะผู้หญิงฉันรู้สึกเหมือนเป็นเหยื่อของสงครามการเมืองที่ผู้ชายเป็นคนก่อขึ้นมา ฉันไม่สามารถหัวเราะ ไม่สามารถฟังเพลงโปรด ไม่สามารถไปทำงานหรือพบปะกับเพื่อนที่ร้านประจำได้อีกต่อไป ไม่สามารถสวมชุดสีเหลืองหรือทาลิปสติกสีชมพูที่ฉันชอบได้ด้วยซ้ำ”

“วันนี้ระหว่างทางกลับบ้านฉันเหลือบมองร้านเสริมสวยที่ฉันเคยไปทำเล็บ หน้าร้านที่เคยตกแต่งด้วยภาพผู้หญิงสวยๆ ถูกทาสีทับในชั่วข้ามคืน”

สิ่งที่เธอทำมาตลอด 24 ปีจบลงแล้ว ใบปริญญา รางวัลที่ได้จากมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกา หรือแม้แต่บัตรประชาชนไม่มีค่าอะไรเลย เพราะเธอใช้ทำอะไรไม่ได้ และไม่มีงานให้พวกเธอทำอีกต่อไปแล้วในอัฟกานิสถาน

เธอเผยว่าหญิงชาวอัฟกันต้องเสียสละอย่างมากเพื่อแลกกับอิสรภาพเพียงเล็กน้อย ในฐานะเด็กกำพร้าเธอต้องทำงานหนักเพื่อหาเงินส่งตัวเองเรียน และเผชิญกับความท้าทายทางการเงินมากมาย แต่เธอวางแผนสำหรับอนาคตของตัวเองไว้อย่างดีและไม่ได้คาดคิดว่าทุกอย่างจะจบลงเช่นนี้

สิ่งที่ทำให้เธอผิดหวังที่สุดคือเห็นบรรดาผู้ชายหลายคนดูมีความสุขกับการล้อเลียนผู้หญิง แทนที่จะยืนเคียงข้างกันแต่พวกเขากลับยืนข้างกลุ่มตอลิบาน

ผู้ชายบริเวณนั้นต่างหัวเราะเยาะและล้อเลียนด้วยคำพูกต่างๆ นานา ไม่ว่าจะเป็น “ไปสวมบุรเกาะอ์ซะ” “นี่เป็นวันสุดท้ายของพวกเธอแล้วที่จะได้ออกมาข้างนอก” “ฉันจะแต่งงานกับผู้หญิง 4 คนในวันเดียวเลย”

เธอเผยว่ารอบตัวที่เธอเห็นเต็มไปด้วยใบหน้าน่ารังเกียจของผู้ชายพวกนั้นที่เกลียดผู้หญิง พวกเขาไม่ชอบให้ผู้หญิงมีการศึกษา ทำงาน หรือมีอิสระ

โดยกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ (United Nations Population Fund) ระบุว่า 87% ของผู้หญิงอัฟกานิสถานเผชิญกับการถูกทำร้ายร่างกายหรือล่วงละเมิดทางเพศอย่างน้อย 1 ครั้ง

ผู้หญิงในอัฟกานิสถานกลายเป็นกลุ่มที่เสี่ยงที่สุดในประเทศเมื่อกลุ่มตอลิบานร่วมกับบรรดาผู้ที่ไม่พอใจที่ผู้หญิงเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา

นัสรีน สุลตานี ครูใหญ่ของโรงเรียนมัธยมศึกษาหญิงแห่งหนึ่งในกรุงคาบูลเผยต่อ NBC ว่าเธอใช้เวลาหลายปีในการต่อสู้เพื่อสิทธิของเด็กหญิงชาวอัฟกัน แต่ตอนนี้เธอต้องใช้ชีวิตอย่างหวาดกลัวเพื่อปกป้องนักเรียนของเธอ

เธอเล่าว่าเธอเคยถูกคุกคามโดยกลุ่มติดอาวุธตอลิบานซึ่งบอกกับเธอว่ามีรถทีติดระเบิดและพวกเธอทุกคนจะต้องตาย

ก่อนที่กลุ่มตอลิบานจะยึดครองอัฟกานิสถานได้ เคยมีรายงานว่ากลุ่มตอลิบานบุกเข้าบ้านต่างๆ ในจังหวัดที่ยึดครองได้เพื่อนำตัวผู้หญิงมาบังคับให้แต่งงานด้วยหรือเป็นทาสบำเรอ โดยผู้หญิงเหล่านั้นที่ถูกบังคับให้แต่งงานมีตั้งแต่เด็กอายุ 12 ปี

ทั้งนี้ กลุ่มตอลิบานก่อเหตุรุนแรงต่อเด็กและสตรีมาแล้วหลายครั้ง โดยเมื่อหลายปีก่อน มาลาลา ยูซุฟไซ เด็กนักเรียนหญิงวัย 14 ปี ถูกยิงระหว่างนั่งรถโรงเรียนกลับบ้าน โดยมือปืนตอลิบาน 2 คน ได้เรียกหยุดรถโรงเรียน และถือปืนขึ้นมาบนรถก่อนจะลั่นไกยิงเข้าที่ที่ศีรษะและคอของเธอ เพราะเธอเคยเขียนบล็อกต่อต้านกลุ่มตอลิบานและรณรงค์ให้เด็กผู้หญิงได้เรียนหนังสือ

บรรดาผู้หญิงในอัฟกานิสถานกำลังรู้สึกว่าชีวิตของพวกเธอกำลังตกอยู่ในอันตรายและมองไม่เห็นอนาคตเมื่ออยู่ภายใต้การควบคุมของตอลิบาน แม้กลุ่มตอลิบานจะยืนยันว่าจะคุ้มครองสิทธิสตรีหากยึดอำนาจได้สำเร็จ

Photo by ADEK BERRY / AFP

Elon Musk ย้ำ DOGE แข็งแกร่งที่สุดในด้านการชำระเงิน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/660720

วันที่ 16 ส.ค. 2564 เวลา 17:30 น.

Elon Musk ย้ำ DOGE แข็งแกร่งที่สุดในด้านการชำระเงินElon Musk และ Mark Cuban ประสานเสียงสนับสนุน Dogecoin

ราคาเหรียญ Dogecoin พุ่งขึ้นมากกว่า 13% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา โดยขณะนี้อยู่ที่ 0.34 เหรียญสหรัฐ นับว่าเป็นราคาที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน

โดยส่วนหนึ่งได้รับแรงสนับสนุนจากการที่ Mark Cuban มหาเศรษฐีและนักธุรกิจชื่อดังให้สัมภาษณ์ต่อ CNBC ว่า “Dogecoin เป็นสกุลเงินดิจิทัลที่แข็งแกร่งที่สุดในแง่ของการเป็นสื่อกลางในการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการ”

ยิ่งไปกว่านั้น Elon Musk ก็ออกมาพูดเป็นเสียงเดียวกันโดยทวีตตอบกลับบทสัมภาษณ์ของ Cuban ว่า “ผมเคยพูดแบบนี้มาสักพักแล้ว”

โดยในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาทั้งคู่แสดงท่าทีสนับสนุน Dogecoin เช่นเดียวกัน โดยทีมบาสเก็ตบอล Dallas Mavericks ของ Cuban ประกาศรับชำระสินค้าด้วยเหรียญ Dogecoin ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

นอกจากนี้ยังได้เสนอ “ราคาพิเศษ” สำหรับลูกค้าที่ซื้อสินค้าด้วย Dogecoin อีกด้วย

ขณะที่บริษัท SpaceX ของ Musk วางแผนเปิดตัวภารกิจ “DOGE-1 Mission to the Moon” ในช่วงต้นปีหน้า และยังเคยถามบรรดาผู้ติดตามว่าบริษัท Tesla ควรรับชำะด้วยเหรียญ Dogecoin หรือไม่ หลังจากที่ประกาศงดรับชำระด้วย Bitcoin เนื่องจากกังวลถึงปัญหาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม

เมื่อวันที่ 15 ส.ค. ที่ผ่านมาบรรดาผู้สนับสนุน Dogecoin ยังร่วมกันติดแฮชแท็ก #DogeCoinTo1Dollar ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Twitter Facebook หรือ TikTok

การสำรวจล่าสุดโดย Finder ชี้ว่าบรรดาผู้เชี่ยวชาญคาดหวังว่าราคาของ Dogecoin จะแตะ 1.21 เหรียญสหรัฐภายในปี 2025 และ 3.60 เหรียญสหรัฐภายในปี 2030

นอกจากนี้การเพิ่มขึ้นของราคา Dogecoin อาจประกอบกับการที่ Watford สโมสรฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษสกรีนโลโก้ Dogecoin ลงบนแขนเสื้อของนักเตะสำหรับการแข่งขันพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2021-2022 หลังได้รับการสนับสนุนจากเว็บไซต์ Stake.com

นายกฯ มาเลเซียลาออก เซ่นพิษการเมือง-จัดการโควิดแย่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/660676

วันที่ 16 ส.ค. 2564 เวลา 14:08 น.

นายกฯ มาเลเซียลาออก เซ่นพิษการเมือง-จัดการโควิดแย่นายกรัฐมนตรีมูห์ยิดดิน ยัสซิน ลาออกจากตำแหน่งหลังถูกกดดันอย่างต่อเนื่อง

นายกรัฐมนตรีมูห์ยิดดิน ยัสซิน ของมาเลเซียตัดสินใจออกจากตำแหน่งหลังสูญเสียเสียงข้างมากในสภา และเผชิญแรงกดดันจากหลายฝ่ายให้ลาออกจากตำแหน่งในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา รวมถึงความไม่พอใจของประชาชนในการรับมือกับการแพร่ระบาดของโควิด-19

มูห์ยิดดินยังเผชิญแรงกดดันจากการที่พรรคสหมาเลย์แห่งชาติ (อัมโน) ซึ่งเป็นพรรคการเมืองใหญ่ที่มีเสียงมากที่สุดในมาเลเซียประกาศถอนตัวจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาลและยุติการสนับสนุนนายกรัฐมนตรี พร้อมทั้งเรียกร้องให้มูห์ยิดดินลาออกจากตำแหน่ง

ก่อนหน้านี้มูห์ยิดดินเดินทางไปกราบบังคมทูลลาออกจากตำแหน่งต่อสมเด็จพระราชาธิบดีอัล สุลต่าน อับดุลลาห์ พระมหากษัตริย์ของมาเลเซีย หลังจากที่มูห์ยิดดินได้แจ้งความประสงค์ที่จะลาออกต่อสมาชิกพรรคเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ระหว่างที่เขากำลังเข้าเฝ้าก็มีรายงานแทรกเข้ามาว่าคณะรัฐมนตรีประกาศลาออกยกชุด

ต่อมาในช่วงบ่าย สำนักพระราชวังจึงประกาศว่าสมเด็จพระราชาธิบดีทรงรับหนังสือกราบบังคมทูลลาออกจากตำแหน่งของมูห์ยิดดิน ยัสซินแล้ว และทรงแต่งตั้งเขาเป็นนายกรัฐมนตรีรักษาการ

ต่อมามูห์ยิดดินแถลงว่าที่ต้องลาออกเพราะสูญเสียความไว้วางใจส่วนใหญ่ในรัฐสภา และกล่าวว่า “ผมจะไม่ทำงานร่วมกับพวกมีอำนาจที่ทำตัวเป็นโจร (โจราธิปไตย)” และกล่าวว่า “ผมหวังว่ารัฐบาลใหม่จะฟอร์มขึ้นมาขึ้นโดยเร็วที่สุด”

ทั้งนี้ ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่ารัฐบาลชุดใหม่จะเป็นใครเนื่องจากไม่มีส.ส. จากพรรคใดครองเสียงข้างมากอย่างเด็ดขาดในสภา หรือจะมีการจัดเลือกตั้งใหม่ได้หรือไม่ท่ามกลางตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โดยรายงานระบุว่าการตัดสินใจทั้งหมดนี้คาดว่าจะขึ้นอยู่กับสมเด็จพระราชาธิบดีอัล สุลต่าน อับดุลลาห์

อย่างไรก็ตามการลาออกครั้งนี้อาจเป็นการขัดขวางความพยายามของประเทศในการฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 และการควบคุมการแพร่ระบาด เนื่องจากยังไม่มีผู้สืบทอดตำแหน่งที่ชัดเจน นอกจากนี้การประกาศดังกล่าวยังส่งผลให้ค่าเงินริงกิตของมาเลเซียร่วงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 1 ปี

ทั้งนี้ มูห์ยิดดินขึ้นสู่อำนาจในเดือนมีนาคมปีที่แล้วโดยไม่มีการเลือกหลังจากการล่มสลายของรัฐบาลที่นำโดยมหาเธร์ โมฮัมหมัดที่บริหารประเทศได้เพียง 2 ปี 

แต่รัฐบาลของเขาต้องเผชิญกับความโกลาหลตั้งแต่วันแรก โดยเฉพาะปัญหาเรื่องเสียงส่วนใหญ่ในสภา และความชอบธรรมของรัฐบาลมูห์ยิดดินถูกตั้งคำถามอยู่ตลอดเวลา และเขาต้องเผชิญกับการท้าทายอย่างต่อเนื่องจากหัวหน้าฝ่ายค้านคือ อันวาร์ อิบราฮิม

Photo by Mohd RASFAN / AFP

ใกล้เข้ามาแล้ว! ‘แลมบ์ดา’ โผล่ฟิลิปปินส์ครั้งแรก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/660681

วันที่ 16 ส.ค. 2564 เวลา 12:55 น.

ใกล้เข้ามาแล้ว! 'แลมบ์ดา' โผล่ฟิลิปปินส์ครั้งแรกฟิลิปปินส์พบโควิด-19 สายพันธุ์แลมบ์ดารายแรกของประเทศหลังระบาดในแถบอเมริกาใต้

เมื่อวันที่ 15 ส.ค. ที่ผ่านมากระทรวงสาธารณสุขฟิลิปปินส์เปิดเผยว่าพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์แลมบ์ดารายแรกของประเทศ พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการควบคุมและป้องกันโรคของรัฐบาลอย่างเข้มงวด

โดยผู้ติดเชื้อรายดังกล่าวเป็นหญิงวัย 35 ปี ซึ่งมีประวัติติดเชื้อแต่ไม่แสดงอาการโดยได้รับการยืนยันก่อนหน้านี้ว่าหายดีแล้วหลังจากที่กักตัวเป็นเวลา 10 วัน

รายงานไม่ได้เผยประวัติการเดินทางและไม่ได้ระบุว่าผู้ติดเชื้อได้เดินทางไปยังต่างประเทศหรือไม่ แต่เบื้องต้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังติดตามผู้ที่มีประวัติสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อคนดังกล่าว

ขณะที่ฟิลิปปินส์รายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่ทั่วประเทศเมื่อวันที่ 15 ส.ค. ที่ผ่านมาอยู่ที่ 14,749 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 270 ราย ส่งผลให้ผู้ติดเชื้อสะสมทั้งหมดอยู่ที่กว่า 1.74 ล้านรายและมีผู้เสียชีวิต 30,340 ราย

แลมบ์ดารุนแรงแค่ไหน?

องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุให้โควิด-19 กลายพันธุ์สายพันธุ์แลมบ์ดาซึ่งพบครั้งแรกในเปรูเมื่อปลายปีก่อน จัดเป็นสายพันธุ์ที่น่าจับตามอง (variant of interest) หลังผลการศึกษาพบว่าเชื้อกลายพันธุ์ดังกล่าวอาจสามารถต้านภูมิคุ้มกันจากวัคซีน และมีความสามารถในการแพร่ระบาดมากกว่าสายพันธุ์ดั้งเดิมที่พบครั้งแรกในอู่ฮั่น

ทั้งนี้ เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาการทดลองในห้องปฏิบัติการพบว่า การกลายพันธุ์ที่โปรตีนหนาม (spike protein) ของสายพันธุ์แลมบ์ดาที่ตำแหน่ง RSYLTPGD246-253N, 260 L452Q และ F490S ช่วยให้ไวรัสสายพันธุ์นี้ต้านทานภูมิคุ้มกันที่สร้างจากวัคซีน และการกลายพันธุ์ที่ตำแหน่ง T76I และ L452Q ช่วยให้แลมบ์ดาติดต่อได้ง่ายขึ้น

โดยก่อนหน้านี้สายพันธุ์แลมบ์ดาพบการแพร่ระบาดในแถบอเมริกาใต้ แต่การพบล่าสุดในฟิลิปปินส์ส่งผลให้เกิดความกังวลว่าจะเกิดการแพร่ระบาดเป็นวงกว้างทั่วโลกเหมือนกับสายพันธุ์เดลตาหรือไม่ โดยขณะนี้แลมบ์ดาแพร่ระบาดไปแล้วราว 30 ประเทศทั่วโลก

อย่างไรก็ตามองค์การอนามัยโลกยังไม่จัดให้แลมบ์ดาเป็นสายพันธุ์ที่น่ากังวล (variant of concern) เช่นเดียวกับเดลตา และข้อมูลที่มีอยู่ในปัจจุบันยังไม่สามารถสรุปได้ว่าสายพันธุ์แลมบ์ดาร้ายแรงกว่าสายพันธุ์เดลตาหรือไม่ แต่ เคอิ ซาโตะ นักวิจัยอาวุโสของมหาวิทยาลัยโตเกียวเชื่อว่า “แลมบ์ดาอาจเป็นภัยคุกคามต่อสังคมมนุษย์ได้”

Photo by Ted ALJIBE / AFP

จีนคุมเดลตาได้อย่างไว ตัวเลขติดเชื้อลดลงต่อเนื่อง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/660678

วันที่ 16 ส.ค. 2564 เวลา 12:28 น.

จีนคุมเดลตาได้อย่างไว ตัวเลขติดเชื้อลดลงต่อเนื่องผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ในท้องถิ่นต่างๆ ของจีนลดลงเป็นวันที่หก

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าการติดเชื้อโควิด-19ในในจีนลดลงเป็นวันที่หก จากข้อมูลอย่างเป็นทางการที่เปิดเผยเมื่อวันจันทร์ เนื่องจากภูมิภาคส่วนใหญ่ควบคุมการแพร่ระบาดครั้งล่าสุดได้ แต่บางพื้นที่ยังคงเฝ้าระวังโดยเพิ่มการตรวจเชื้อจำนวนมากหรือสั่งเลื่อนการเปิดโรงเรียน

ข้อมูลจากคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (NHC) เปิดเผยว่า ในจำนวนการติดเชื้อโควิด-19 รายวันต่ำที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค. จีนรายงานผู้ป่วยโรคติดเชื้อรายใหม่ในประเทศเพียง 13 รายในวันอาทิตย์

คณะกรรมการดังกล่าวตรวจพบผู้ป่วยในท้องถิ่น 6 รายในมณฑลทางตะวันออกของมณฑลเจียงซูและมณฑลเหอหนานทางตอนกลาง โดย 1 รายอยู่ในมณฑลหูหนานทางตอนใต้

ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เมืองต่างๆ ของเจิ้งโจวและซ่างชิวในเหอหนานได้เริ่มการตรวจมวลชนรอบที่สี่ทั่วทั้งเมือง

สำนักข่าวซินหวาของทางการ ระบุว่าเจ้าหน้าที่ 5 คนในเมืองซ่างชิว รวมถึง 1 คนจากโรงพยาบาล ถูกปลดออกจากตำแหน่งเนื่องจากความประมาทเลินเล่อในความพยายามควบคุมไวรัส

ในแถลงการณ์เมื่อวันอาทิตย์ เจ้าหน้าที่ของเมืองกล่าวว่ามีผู้ป่วยเพิ่มเติมหลังจากมีผู้ป่วยรายหนึ่งและครอบครัวของพวกเขาไม่ยอมรายงานรายละเอียดการเดินทางได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำเพื่อให้ทางการสามารถติดตามการแพร่เชื้ออย่างทันท่วงที

ในขณะที่เมืองหนานจิงทางตะวันออกซึ่งเชื่อมโยงกับการติดเชื้อในท้องถิ่นจำนวนมากตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคม มีรายงานผู้ป่วยในท้องถิ่นไม่เกิน 2 รายต่อวันตั้งแต่วันที่ 4 ส.ค. อยางไรก็ตามเจ้าหน้าที่ก็ยังไม่วางใจ โดยในวันอาทิตย์ได้เลื่อนการเปิดโรงเรียนมัธยมและโรงเรียนอนุบาลภาคการศึกษาฤดูใบไม้ร่วง จนกว่าความเสี่ยงจะลดน้อยลงไปอีก

เมื่อวันที่ 15 ส.ค. NHC มีรายงานผู้ป่วยยืนยันรายใหม่ทั้งหมด 51 รายในแผ่นดินใหญ่ รวมถึงผู้ป่วยรายใหม่ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ

นอกจากนี้ยังรายงานผู้ป่วยที่ไม่แสดงอาการรายใหม่ 20 ราย ซึ่งจีนไม่ได้จัดว่าเป็นการติดเชื้อที่ได้รับการยืนยัน

ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตรายใหม่ เมื่อวันอาทิตย์ ยอดผู้ติดเชื้อในจีนแผ่นดินใหญ่อยู่ที่ 94,430 ราย โดยยอดผู้เสียชีวิตไม่เปลี่ยนแปลงอยู่ที่ 4,636 ราย

ตอลิบานประกาศชัยชนะ ยุติสงคราม 20 ปี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/660663

วันที่ 16 ส.ค. 2564 เวลา 10:43 น.

ตอลิบานประกาศชัยชนะ ยุติสงคราม 20 ปีกลุ่มตอลิบานเตรียมจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ด้านอดีตประธานาธิบดีอัฟกานิสถานหลบหนีออกนอกประเทศ

กลุ่มตอลิบานออกแถลงการณ์ยุติสงครามที่ต่อเนื่องยาวนานกว่า 20 ปีในอัฟกานิสถานหลังจากที่บุกเข้ากรุงคาบูลและยึดทำเนียบประธานาธิบดีได้สำเร็จ

พร้อมเผยว่ากลุ่มตอลิบานไม่ต้องการใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยว และเรียกร้องความสัมพันธ์อย่างสันติกับประชาคมนานาชาติ โดยภายหลังจากนี้จะเปิดประชุมร่วมกับชาวอัฟกัน นานาชาติ และองค์กรต่างๆ เพื่อคลี่คลายและแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่สั่งสมมานาน

โซฮาอิล ชาบีน โฆษกกลุ่มตอลิบานเผยว่าขณะนี้กำลังดำเนินการถ่ายโอนอำนาจจากรัฐบาลอัฟกานิสถาน ซึ่งยังไม่สามารถระบุได้ว่าคณะรัฐบาลใหม่จะมีใครบ้าง แต่คาดว่าจะเป็นบุคคลที่เป็นที่รู้จักกันดีและคาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในไม่กี่วันข้างหน้านี้

ขณะที่ผู้ที่มอบอาวุธและให้ความร่วมมือกับกองกำลังตอลิบานจะได้รับการนิรโทษกรรม พร้อมยืนยันว่าประชาชนทุกคนโดยเฉพาะในกรุงคาบูลจะได้รับการคุ้มครอง รวมถึงสิทธิสตรี ผู้สื่อข่าว และทูต

ด้านอัซราฟ กานี อดีตประธานาธิบดีอัฟกานิสถานโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กหลังหลบหนีออกจากประเทศเมื่อช่วงค่ำวานนี้ (15 ส.ค.) พร้อมด้วยรองประธานาธิบดีและเจ้าหน้าที่อาวุโสจำนวนหนึ่ง

ข้อความระบุว่าตนต้องเลือกระหว่างเผชิญหน้ากับกลุ่มตอลิบานที่กำลังบุกเข้าทำเนียบประธานาธิบดี หรือออกจากประเทศอันเป็นที่รักที่ตนปกป้องมาตลอด 20 ปี แต่เพื่อหลีกเลี่ยงการนองเลือดตนคิดว่าการออกไปคือทางเลือกที่ดีที่สุด

พร้อมเสริมว่ากลุ่มตอลิบานเอาชนะมาด้วยอาวุธ และพวกเขาต้องรับผิดชอบต่อเกียรติยศ ทรพย์สิน และศักดิ์ศรีของชาวอัฟกานิสถาน ตลอดจนให้การรับรองแก่ประชาชนทุกคน ทุกชนเผ่า รวมถึงสตรี

ขณะที่ลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐส่งกำลังทหารไปยังอัฟกานิสถานเพิ่มหลายพันนายเพื่อรักษาความปลอดภัยบริเวณท่าอากาศยานนานาชาติในกรุงคาบูล และเร่งอพยพเจ้าหน้าที่ทางการทูตและพลเมือง

ทั้งสหรัฐและสหราชอาณาจักรต่างเร่งอพยพเจ้าหน้าที่ของตนจากสถานเอกอัครราชทูตในกรุงคาบูล หลังเกิดความวุ่นวายอย่างหนักที่ท่าอากาศยานนานาชาติในกรุงคาบูลจนมีประชาชนจำนวนมากได้รับบาดเจ็บ

Photo by AFP

ประธานาธิบดีอัฟกาเผ่นออกประเทศ ตอลิบานยกทัพเข้าคาบูล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/660641

วันที่ 15 ส.ค. 2564 เวลา 22:01 น.

ประธานาธิบดีอัฟกาเผ่นออกประเทศ ตอลิบานยกทัพเข้าคาบูล ความคืบหน้าการบึดกรุงคาบูลของกลุ่มตอลิบาน หลังจากเข้าประชิดเมืองตั้งแต่ช่วงบ่าย ผู้นำประเทศเดินทางออกไปแล้วในช่วงค่ำ

ประธานาธิบดีอัชราฟ ฆานี แห่งอัฟกันเดินทางออกนอกประเทศเมื่อวันอาทิตย์ ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่กลุ่มตอลิบานสั่งให้นักรบของตนรอที่ชานเมืองเมืองหลวงหลังกองกำลังรัฐบาลพ่ายแพ้อย่างหมดทางสู้

“อดีตประธานาธิบดีอัฟกันออกจากประเทศแล้ว” อับดุลลอฮ์ อับดุลลอฮ์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่ด้านสันติภาพของอัฟกานิสถาน กล่าวในวิดีโอบนเพจ Facebook ของเขา

อับดุลลอฮ์ อับดุลลอฮ์ เจ้าหน้าที่ด้านสันติภาพของอัฟกานิสถาน ยังกล่าวถึงอัชราฟ ฆานี นฐานะอดีตประธานาธิบดีอัฟกานิสถานในข้อความวิดีโอ ซึ่งแสดงว่าอัชราฟ ฆานีไม่มีสถานะผุ้นำอีกต่อไป

เขาตำหนิอัชราฟ ฆานี ที่มีส่วนให้เกิดสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในอัฟกานิสถาน หลายชั่วโมงหลังจากกลุ่มก่อการร้ายตอลิบานเข้าสู่กรุงคาบูล เมืองหลวง

เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศอัฟกานิสถานระดับสูงกล่าวเช่นกันว่าอัชราฟ ฆานี  ออกจากอัฟกานิสถานแล้ว แต่ยังไม่ชัดเจนว่าเขากำลังมุ่งหน้าไปยังประเทศใด เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงมหาดไทยอัฟกานิสถานกล่าวก่อนหน้านี้ว่า อัชราฟ ฆานีได้เดินทางไปทาจิกิสถานแล้ว

กลุ่มตอลิบานได้สั่งให้นักรบของตนเข้าไปในกรุงคาบูล เมืองหลวงของอัฟกานิสถาน เพื่อป้องกันการโจรกรรมหลังจากที่ตำรวจท้องที่ละทิ้งตำแหน่ง ซาบีฮุลเลาะห์ มูจาฮิด  โฆษกของกลุ่มติดอาวุธกล่าวเมื่อวันอาทิตย์

คำแถลงของซาบีฮุลเลาะห์ มูจาฮิด มีขึ้นไม่นานหลังจากอับดุลลอฮ์ อับดุลลอฮ์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่ด้านสันติภาพของอัฟกานิสถานเผยว่าประธานาธิบดีอัชราฟ ฆานี ออกจากประเทศแล้ว