ฝีดาษลิงอันตรายไหม? น่ากังวลแค่ไหน? ติดง่ายหรือเปล่า?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/683710

วันที่ 21 พ.ค. 2565 เวลา 16:35 น.ฝีดาษลิงอันตรายไหม? น่ากังวลแค่ไหน? ติดง่ายหรือเปล่า?

ขณะนี้ทั่วโลกพบโรคฝีดาษลิง (monkeypox) แล้วในอย่างน้อย 11 ประเทศในยุโรป สหราชอาณาจักร สหรัฐ แคนาดา และออสเตรเลีย

โรคฝีดาษลิงคืออะไร?

ฝีดาษลิงเกิดจากเชื้อไวรัสฝีดาษลิงซึ่งอยู่ในตระกูลเดียวกับฝีดาษ (smallpox) หรือไข้ทรพิษ แต่รุนแรงน้อยกว่าและมีโอกาสในการติดเชื้อต่ำกว่า ส่วนใหญ่ระบาดในประเทศแถบแอฟริกากลางและแอฟริกาตะวันตกใกล้กับป่าฝนเขตร้อน ฝีดาษลิงมี 2 สายพันธุ์คือ สายพันธุ์แอฟริกากลางและสายพันธุ์แอฟริกาตะวันตกซึ่งรุนแรงน้อยกว่า

มีอาการอะไรบ้าง?

อาการเบื้องต้น ได้แก่ มีไข้ ปวดศีรษะ ต่อมน้ำเหลืองบวม ปวดหลัง ปวดกล้ามเนื้อ กระสับกระส่าย จากนั้นจะเริ่มมีผื่นหรือตุ่มขึ้นโดยส่วนใหญ่เริ่มจากใบหน้า ก่อนจะกระจายไปตามส่วนอื่นของร่างกาย ที่พบบ่อยคือฝ่ามือ ฝ่าเท้า ตุ่มที่ขึ้นอาจทำให้คันหรือเจ็บและเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ก่อนจะกลายเป็นสะเก็ดและร่วงออกมา อาการจะปรากฏราววันที่ 6-13 หลังได้รับเชื้อ การติดเชื้ออาจหายเองโดยไม่ต้องรักษาและคงอยู่ประมาณ 14-21 วัน

ได้รับเชื้อจากอะไร?

ฝีดาษลิงแพร่กระจายจากการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ โดยเชื้อไวรัสสามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านผิวหนังที่เป็นแผล ทางเดินหายใจ ตา จมูก หรือปาก ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีการอธิบายว่าเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ แต่ฝีดาษลิงสามารถติดต่อได้โดยตรงระหว่างมีเพศสัมพันธ์ นอกจากนี้ยังติดต่อผ่านการสัมผัสสัตว์ที่ติดเชื้อ อาทิ ลิง หนู และระรอก หรือวัตถุที่มีเชื้อไวรัสปนเปื้อน เช่น เครื่องนอน เสื้อผ้า

ระยะแพร่เชื้อ?

ผู้ติดเชื้อสามารถแพร่เชื้อได้ตั้งแต่เกิดผื่นหรือตุ่มที่ผิวหนังจนกว่าสะเก็ดแผลจะหลุดลอกออกมา โดยสะเก็ดแผลที่หลุดออกมาอาจมีเชื้อไวรัสที่สามารถติดไปสู่ผู้อื่นได้

อันตรายแค่ไหน?

ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่มีอาการไม่รุนแรง บางครั้งอาการคล้ายกับการเป็นโรคอีสุกอีใส และสามารถหายได้เองภายใน 2-3 สัปดาห์ แต่บางครั้งฝีดาษลิงก็ก่อให้เกิดอาการรุนแรง และมีรายงานว่าถึงขั้นทำให้เสียชีวิตในแอฟริกาตะวันตก เมื่อปีที่แล้วองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า ค่า R0 หรืออัตราแพร่เชื้อของเชื้อฝีดาษลิงอยู่ที่ 2

ระบาดบ่อยไหม?

ฝีดาษลิงพบครั้งแรกเมื่อปี 1958 ในลิงที่นำมาศึกษาในห้องวิจัย พบการติดเชื้อในมนุษย์ครั้งแรกเมื่อปี 1970 ในคองโก นับตั้งแต่นั้นก็เกิดขึ้นนานๆ ครั้งในประเทศแอฟริกากลางและแอฟริกาตะวันตก จากนั้นในปี 2003 เกิดการระบาดในสหรัฐ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ฝีดาษลิงระบาดนอกแอฟริกา ผู้ป่วยในสหรัฐได้รับเชื้อจากการสัมผัสใกล้ชิดกับแพรีด็อก (สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมฟันแทะตระกูลกระรอก) ที่ติดเชื้อจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมตัวเล็กที่นำเข้ามาในประเทศ

มียาหรือวัคซีนไหม?

ปัจจุบันยังไม่มียาหรือวัคซีนรักษาฝีดาษลิง แต่สามารถควบคุมการระบาดด้วยการป้องกันการติดเชื้อ อย่างไรก็ดี วัคซีนป้องกันฝีดาษมีประสิทธิภาพในการป้องกันฝีดาษลิงได้ 85%

น่ากังวลไหม?

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่ายังไม่ถึงขั้นจะพัฒนาเป็นโรคระบาดระดับประเทศ ส่วนสำนักงานความมั่นคงด้านสุขภาพสหราชอาณาจักร (UKHSA) บอกว่าความเสี่ยงที่จะเกิดการระบาดครั้งใหญ่ต่ำ อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญอีกฝั่งหนึ่งบอกว่าการระบาด “น่ากังวล” และ “ผิดปกติมาก” ที่พบการระบาดในชุมชนในยุโรป

ไมเคิล เฮด ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพระดับโลกจากมหาวิทยาลัยเซาแธมป์ตันเผยว่า เคสที่เพิ่มขึ้นน่ากังวลอย่างไม่ต้องสงสัยเลย แต่การระบาดของฝีดาษลิงครั้งใหญ่ครั้งนี้ยังแตกต่างอย่างมากจากสถานการณ์ของ Covid-19

ระบาดในประเทศไหนแล้วบ้าง?

เยอรมนี เบลเยียม ฝรั่งเศส สเปน อิตาลี โปรตุเกส สวีเดน สหราชอาณาจักร เนเธอร์แลนด์ (พบเคสต้องสงสัยยังไม่ยืนยัน) สหรัฐ แคนาดา ออสเตรเลีย

Brian W.J. Mahy/CDC/Handout via REUTERS

ประธานธนาคารกลางยุโรปเตือนคริปโตไม่มีมูลค่าอ้างอิงต้องออกกฎคุม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/683700

วันที่ 21 พ.ค. 2565 เวลา 13:00 น.ประธานธนาคารกลางยุโรปเตือนคริปโตไม่มีมูลค่าอ้างอิงต้องออกกฎคุม

ประธานธนาคารกลางยุโรปออกโรงเตือนเกี่ยวกับมูลค่าของคริปโต

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า คริสทีน ลาการ์ด ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) เผยว่า คริปโตเคอร์เรนซี “ไม่ได้อ้างอิงกับสิ่งใด” และควรมีการควบคุมเพื่อไม่ให้ผู้คนนำเงินออมทั้งชีวิตมาเก็งกำไร

ลาการ์ดเผยกับสถานีโทรทัศน์ของเนเธอร์แลนด์ว่า เธอกังวลเกี่ยวกับ “คนที่ไม่มีความเข้าใจในความเสี่ยง คนที่จะสูญเงิน และคนที่จะผิดหวังอย่างรุนแรง นั่นคือเหตุผลที่ฉันเชื่อว่าสิ่งนี้ควรได้รับการควบคุม”

การแสดงความคิดเห็นของลาการ์ดมีขึ้นในช่วงที่ตลาดคริปโตผันผวน โดย Bitcoin และ Ether ร่วงถึง 50% จากช่วงพีคของปีที่แล้ว และในเวลาเดียวกันนี้คริปโตยังถูกตรวจสอบอย่างเข้มข้นจากหน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับดูแลซึ่งกังวลว่าอาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้างกับระบบการเงิน

ลาการ์ดเผยว่า เธอกังขากับมูลค่าของคริปโตซึ่งต่างกับดิจิทัลยูโรของ ECB ซึ่งอาจเห็นผลใน 4 ปีข้างหน้า

“จากการประเมินแบบถ่อมตัวของฉันคือมันไม่มีค่าอะไรเลย มันไม่ได้อ้างอิงกับสิ่งใด ไม่มีสินทรัพย์อ้างอิงที่จะทำหน้าที่เป็นที่ยึดเหนี่ยวของความปลอดภัย” ลาการ์ดเผย “วันที่เราออกสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง ยูโรดิจิทัลใดๆ ฉันจะรับประกัน ดังนั้นธนาคารกลางจะอยู่เบื้องหลัง และฉันคิดว่ามันแตกต่างอย่างมากจากสิ่งเหล่านั้น”

ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ของ ECB คนอื่นๆ ก็พูดถึงความกังวลเช่นเดียวกัน หนึ่งในนั้นคือ ฟาบิโอ พาเนตตา คณะกรรมการบริหาร ECB ที่เผยเมื่อเดือน เม.ย.ว่า คริปโต “ก่อให้เกิดความป่าเถื่อนไร้กฎหมายครั้งใหม่” และเปรียบเทียบกับวิกฤตสินเชื่อซับไพรม์เมื่อปี 2008

ลาการ์ดเผยว่า ตัวเธอไม่ได้ถือคริปโตเพราะ “ฉันต้องทำอย่างที่ฉันสอนคนอื่น” แต่ติดตามอย่างระมัดระวัง เนื่องจากหนึ่งในลูกชายของเธอขัดคำสั่งไปลงทุนในคริปโต

อนามัยโลกยืนยันพบฝีดาษลิงแล้วใน 11 ประเทศป่วยแล้วเกือบร้อย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/683687

วันที่ 21 พ.ค. 2565 เวลา 11:06 น.อนามัยโลกยืนยันพบฝีดาษลิงแล้วใน 11 ประเทศป่วยแล้วเกือบร้อย

ยุโรประส่ำเจอฝีดาษลิงระบาดแล้วเกือบ 100 รายยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด

องค์การอนามัยโลก (WHO) จัดการประชุมฉุกเฉินเพื่อหารือเกี่ยวการการระบาดของโรคฝีดาษลิง โดยยืนยันว่าเบื้องต้นพบผู้ป่วยแล้วอย่างน้อย 80 ราย และอีก 50 รายที่น่าสงสัยอยู่ระหว่างสอบสวน กระจายอยู่ใน 11 ประเทศ และเตือนว่าอาจพบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก

องค์การอนามัยโลกไม่ได้ระบุชื่อประเทศทั้ง 11 ประเทศ เพียงแต่บอกว่าทั้งหมดเป็นประเทศที่ไม่เคยพบโรคฝีดาษลิงมาก่อนซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่ากังวล

ประเทศที่ออกมายืนยันพบผู้ป่วยได้แก่ เบลเยียม ฝรั่งเศส เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ อิตาลี สวีเดน สเปน โปรตุเกส แคนาดา สหราชอาณาจักร สหรัฐ และออสเตรเลีย

อย่างไรก็ดี นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าการระบาดของฝีดาษลิงจะไม่พัฒนาเป็นโรคระบาดใหญ่ (pandemic) เหมือนโรค Covid-19 เนื่องจากไวรัสฝีดาษไม่ได้แพร่ระบาดง่ายเหมือนเชื้อโคโรนาไวรัส (SARS-COV-2)

ด้านเจ้าหน้าที่ระดับอาวุโสของสหรัฐเผยว่า “ดูเหมือนว่าจะมีความเสี่ยงต่ำต่อประชาชนทั่วไปในเวลานี้”

ฟาเบียน ลีนเดอร์ตซ์ จาก Robert Koch Institute เผยว่า “อย่างไรก็ดี ไม่น่าเป็นไปได้อย่างมากที่โรคระบาดนี้จะคงอยู่นาน เพราะสามารถแยกเคสได้ผ่านการติดตามการสัมผัส และยังมียาและวัคซีนที่มีประสิทธิภาพที่สามารถใช้ได้หากจำเป็น”

อย่างไรก็ดี ฮานส์ คลูเกอ ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลกประจำภูมิภาคยุโรปกังวลว่า การแพร่ระบาดอาจเพิ่มขึ้นในยุโรป เนื่องจากผู้คนจะออกมารวมตัวกันเพื่อจัดปาร์ตี้และเทศกาลต่างๆ ตลอดช่วงฤดูร้อนนี้

ทั้งนี้ โรคฝีดาษลิงเกิดจากเชื้อไวรัสที่พบในลิง โดยส่วนใหญ่พบในทวีปแอฟริกา ผู้ป่วยจะมีอาการเป็นไข้ หนาวสั่น ปวดศีรษะ เจ็บคอ ต่อมน้ำเหลืองโต ปวดกล้ามเนื้อ มีผื่นขึ้นตามร่างกายภายใน 1-3 วัน แล้วผื่นนั้นจะกลายเป็นตุ่มหนอง ก่อนกลายเป็นสะเก็ดและหลุดออก

ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนเฉพาะสำหรับโรคฝีดาษลิง แต่มีข้อมูลบ่งชี้ว่าวัคซีนป้องกันโรคไข้ทรพิษ หรือฝีดาษมีประสิทธิภาพ 85% ในการป้องกันโรคฝีดาษลิง

เคสแรกที่พบในยุโรปในการระบาดครั้งล่าสุดนี้ได้รับการยืนยันเมื่อวันที่ 7 พ.ค. โดยผู้ป่วยเดินทางกลับจากไนจีเรียมายังอังกฤษ ส่วนผู้ป่วยคนอื่นๆ มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่มีประวัติเดินทางไปยังพื้นที่ที่โรคฝีดาษเป็นโรคประจำถิ่น และส่วนใหญ่พบในผู้เข้ารับการรักษาในคลินิกสุขภาพทางเพศ และกลุ่มผู้ชายรักเพศเดียวกัน ดังนั้นสาเหตุของการแพร่ระบาดจึงยังไม่แน่ชัด

CDC/Brian W.J. Mahy/Handout via REUTERS

These #monkeypox cases are from non-endemic countries.WHO continues to receive updates on the status of ongoing outbreaks in endemic countries through established surveillance mechanisms https://t.co/CBDuiLtHo4 https://t.co/oVThPVuZUe— World Health Organization (WHO) (@WHO) May 20, 2022

ฟินแลนด์เตรียมพร้อมแล้ว! รัสเซียอาจตัดก๊าซเร็วๆ นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/683647

วันที่ 20 พ.ค. 2565 เวลา 19:00 น.ฟินแลนด์เตรียมพร้อมแล้ว! รัสเซียอาจตัดก๊าซเร็วๆ นี้

ฟินแลนด์เตรียมพร้อมถูกรัสเซียตัดก๊าซ หลังสมัครเข้านาโต-ปฏิเสธจ่ายด้วยรูเบิล

วันที่ 20 พ.ค. Bloomberg รายงานว่าฟินแลนด์เตรียมพร้อมที่จะถูกซัพพลายเออร์รายใหญ่อย่างรัสเซียตัดการส่งออกก๊าซธรรมชาติ ซึ่ง Gasum Oy รัฐวิสาหกิจผู้นำเข้าพลังงานคาดว่าอาจจะเกิดขึ้นในวันนี้ จากความเคลื่อนไหวของฟินแลนด์ที่สมัครเข้าเป็นสมาชิกนาโต และปฏิเสธที่จะจ่ายค่าก๊าซด้วยรูเบิล

ขณะที่บริษัทต่างๆ ในเตรียมพร้อมสำหรับการปิดก๊อกของรัสเซียตั้งแต่ที่รัสเซียเปิดปฏิบัติการทางทหารในยูเครนเมื่อปลายเดือนก.พ. แล้ว

“พวกเขาได้ทำสุดความสามารถเพื่อเตรียมความพร้อมมาเป็นเวลาอย่างน้อย 3 เดือนแล้ว” ไฮกิ ลินฟอร์ส ที่ปรึกษาอาวุโสของบริษัท Finnish Energy กล่าว

ขณะที่บริษัทกลั่นน้ำมัน Neste Oyj หนึ่งในผู้บริโภคก๊าซรายใหญ่ที่สุดในฟินแลนด์ ซึ่งใช้ก๊าซเพื่อผลิตโฮโดรเจนที่จำเป็นในการกลั่นน้ำมัน เผยว่าบริษัทสามารถแทนที่ก๊าซธรรมชาติด้วยทางเลือกอื่นๆ ซึ่งได้ดำเนินการอย่างจริงจังอยู่แล้ว เช่น การนำโพรเพนมาใช้ในการผลิตไฮโดรเจน

ผู้บริโภครายใหญ่อีกรายคือ Stora Enso Oyj ผู้ผลิตกระดาษและผลิตภัณฑ์จากป่าไม้เผยว่าได้หยุดใช้เชื้อเพลิงจากรัสเซียแล้ว และแทนที่ด้วยก๊าซธรรมชาติเหลวจากสหรัฐเป็นหลัก

ทั้งนี้ สำนักข่าว Interfax ของรัสเซียชี้ว่ารัสเซียส่งออกก๊าซไปยังฟินแลนด์โดยเฉลี่ยประมาณ 3.2 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน นับตั้งแต่วันที่ 1-16 มี.ค.

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าก๊าซเกือบทั้งหมดในฟินแลนด์จะนำเข้ามาจากรัสเซีย แต่การใช้ก๊าซของฟินแลนด์คิดเป็นสัดส่วนเพียง 5% ของการใช้พลังงานทั้งประเทศในแต่ละปี

Photo by REUTERS/Dado Ruvic/Illustration/File Photo

ผู้นำยูเครนเผยดอนบัส ‘ถูกทำลายอย่างราบคาบ’ ด้วยน้ำมือรัสเซีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/683635

วันที่ 20 พ.ค. 2565 เวลา 17:10 น.ผู้นำยูเครนเผยดอนบัส 'ถูกทำลายอย่างราบคาบ' ด้วยน้ำมือรัสเซีย

ผู้นำยูเครนชี้ ‘นี่คือนรก’ ดอนบัสทางตะวันออกของประเทศถูกทำลายอย่างราบคาบ

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่าประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครนกล่าวเมื่อคืนวันที่ 19 พ.ค. ตามเวลาท้องถิ่นว่ากองกำลังรัสเซียได้ทำลายล้างภูมิภาคดอนบัส แหล่งอุตสาหกรรมทางตะวันออกของยูเครน พร้อมกล่าวประณามรัสเซียสำหรับการกระหน่ำทิ้งระเบิดที่ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น

“มันคือนรก นี่ไม่ใช่การพูดเกินจริงเลย…ดอนบัสถูกทำลายอย่างราบคาบ” เซเลนสกีกล่าวโดยเสริมว่ามีผู้เสียชีวิต 12 รายจากการทิ้งระเบิดที่โหดร้ายป่าเถื่อนในเมืองซีวีโรโดเนสค์ แคว้นลูฮันสก์ ภูมิภาคดอนบัส เมื่อวันที่ 19 พ.ค.

เซเลนสกียังกล่าวหาว่ากองกำลังรัสเซียพยายามเข่นฆ่าชาวยูเครนให้ได้มากที่สุด และสร้างความเสียหายให้มากที่สุด โดยเน้นย้ำถึงข้อกล่าวหาว่ารัสเซียทำการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

ทั้งนี้ รัสเซียพยายามเพิ่มแรงกดดันในดอนบัส หลังจากที่เริ่มถอนกำลังจากรอบๆ กรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน และมุ่งโจมตีไปที่ภาคตะวันออกและภาคใต้แทน

โดยเริ่มบุกโจมตีตะวันออกอย่างจริงจังเมื่อเดือนที่แล้วและกลายเป็นเป้าหมายสำคัญของรัสเซีย ซึ่งอันดรี เยอร์มัค ประธานเสนาธิการยูเครนเรียกปฏิบัติการนี้ว่า “สงครามระยะที่ 2”

Photo by Ukrainian Presidential Press Service/Handout via REUTERS

อีลอน มัสก์ โต้กลับ หลังสื่อตีข่าวควักเงินปิดปากพนักงานแฉล่วงละเมิดทางเพศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/683625

วันที่ 20 พ.ค. 2565 เวลา 15:40 น.อีลอน มัสก์ โต้กลับ หลังสื่อตีข่าวควักเงินปิดปากพนักงานแฉล่วงละเมิดทางเพศ

อีลอน มัสก์ ท้า! บอกตำหนิในร่มผ้า หลังถูกกล่าวหาโชว์ของลับ-ขอมีเพศสัมพันธ์พนักงานหญิงพร้อมจ่ายกว่า 8 ล้านเพื่อจบเรื่อง

สืบเนื่องจากรายงานข่าวของ Business Insider ซึ่งระบุว่าบริษัท SpaceX ของอีลอน มัสก์ มหาเศรษฐีเบอร์หนึ่งของโลก จ่ายเงินจำนวน 250,000 เหรียญสหรัฐหรือกว่า 8.5 ล้านบาท ให้แก่พนักงานหญิงบนเครื่องบิน เพื่อยุติข้อกล่าวหาที่อ้างว่ามัสก์คุกคามทางเพศ ในปี 2016 โดยการโชว์ของลับ จับขา และขอมีเพศสัมพันธ์กับพนักงาน

ซึ่งมัสก์กล่าวกับ Insider ว่า “ถ้าผมมีแนวโน้มที่จะเป็นคนชอบล่วงละเมิดทางเพศแบบนั้น นี่คงไม่ใช่ครั้งแรกในตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ผมทำงานมา…เรื่องนี้มีแรงจูงใจทางการเมือง”

ล่าสุด Reuters รายงานโดยอ้างทวีตจากมัสก์ซึ่งระบุว่า “ข้อกล่าวหาที่ไร้สาระนั้นไม่เป็นความจริงเลย ผมมีคำท้าให้กับคนโกหก อธิบายมาสักอย่างหนึ่งสิ รอยแผลเป็น รอยสัก หรืออะไรก็ได้ที่อยู่ในร่มผ้า เธอทำไม่ได้หรอก เพราะเรื่องนี้มันไม่เคยเกิดขึ้น”

But I have a challenge to this liar who claims their friend saw me “exposed” – describe just one thing, anything at all (scars, tattoos, …) that isn’t known by the public. She won’t be able to do so, because it never happened.— Elon Musk (@elonmusk) May 20, 2022

ขณะที่มัสก์และ SpaceX ไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ กับ Reuters ทั้งในประเด็นการรายงานข่าวของ Business Insider และข้อความที่มัสก์ทวีต

Photo by REUTERS/Andrew Kelly

จีนเล็งดีลน้ำมันราคาถูกจากรัสเซีย ท่ามกลางวิกฤตน้ำมันแพง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/683622

วันที่ 20 พ.ค. 2565 เวลา 14:45 น.จีนเล็งดีลน้ำมันราคาถูกจากรัสเซีย ท่ามกลางวิกฤตน้ำมันแพง

แหล่งข่าวเผยรัฐบาลจีน-รัสเซีย เจรจาซื้อขายน้ำมันราคาถูก ขณะที่พลังงานรัสเซียถูกคว่ำบาตรจากตะวันตก

เมื่อวันที่ 20 พ.ค. บลูมเบิร์กรายงานว่าจีนกำลังกระชับความสัมพันธ์ด้านพลังงานกับรัสเซีย โดยการเจรจาซื้อน้ำมันราคาถูกเพื่อเติมเต็มคลังน้ำมันดิบของประเทศ ท่ามกลางความพยายามของยุโรปที่ต้องการแบนการนำเข้าพลังงานจากรัสเซียอันเนื่องมาจากสงครามในยูเครน

โดยแหล่งข่าวเผยว่ารัฐบาลจีนกำลังหารือกับรัฐบาลรัสเซียเพื่อซื้อขายน้ำมันดิบ โดยน้ำมันเหล่านี้จะนำมาเก็บในคลังสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ของจีน

ขณะที่ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นในปีนี้เนื่องจากการปฏิบัติการทางทหารของรัสเซียในยูเครน แต่น้ำมันจากรัสเซียร่วงลงเมื่อถูกคว่ำบาตร เนื่องจากผู้ซื้อหลีกเลี่ยงเพราะเกรงว่าจะส่งผลต่อชื่อเสียงหรืออาจถูกคว่ำบาตรทางการเงินไปด้วย จึงเป็นโอกาสสำหรับจีนในการเติมเต็มคลังน้ำมันของประเทศจำนวนมากในราคาถูก

ซึ่งแหล่งข่าวกล่าวว่ารายละเอียดเกี่ยวกับปริมาณน้ำมันหรือเงื่อนไขอื่นๆ ในข้อตกลงที่อาจเกิดขึ้นระหว่างจีนและรัสเซียนั้นยังไม่ได้ถูกระบุอย่างชัดเจน และยังไม่มีการรับประกันว่าจะมีการสรุปข้อตกลงระหว่างทั้งสอง

ด้านกระทรวงการต่างประเทศของจีนและรัสเซียยังไม่แสดงความเห็นใดๆ ต่อรายงานข่าวของบลูมเบิร์ก

ทั้งนี้ คณะกรรมการการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีน (NDRC) กล่าวในแถลงการณ์เมื่อวันที่ 19 พ.ค. ที่ผ่านมาว่าจีนได้จัดให้มีวิธีการต่างๆ ในการนำเข้าเชื้อเพลิงเพื่อรับมือกับปัญหาราคาน้ำมันและก๊าซที่พุ่งสูงขึ้นทั่วโลก

ขณะที่สหรัฐและสหราชอาณาจักรให้คำมั่นที่จะแบนการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซีย และสหภาพยุโรปกำลังหารือเพื่อดำเนินการในลักษณะเดียวกัน แต่น้ำมันดิบจากรัสเซียยังคงถูกส่งไปยังประเทศที่เต็มใจซื้อ รวมถึงจีนและอินเดีย

รายงานระบุว่าโรงกลั่นในจีนซื้อน้ำมันดิบของรัสเซียอย่างเงียบๆ นับตั้งแต่การบุกรุก แม้ว่าการแพร่ระบาดของโควิด-19 จะทำให้ความต้องการน้ำมันของจีนซึ่งเป็นผู้นำเข้าน้ำมันดิบรายใหญ่ที่สุดของโลกลดลง

ก่อนหน้านี้รอยเตอร์สรายงานโดยอ้างรองนายกรัฐมนตรีอเล็กซานเดอร์ โนวัค ของรัสเซีย ว่ารัสเซียจะส่งน้ำมันที่ถูกปฏิเสธโดยประเทศในยุโรปไปยังเอเชียและภูมิภาคอื่นๆ และเสริมว่ายุโรปจะต้องหาน้ำมันทดแทนที่จะมีราคาแพงกว่า

Photo by REUTERS/Alexei Nikolsky/RIA Novosti/Kremlin

จับตาเกาหลีเหนืออาจยิงมิสไซล์ข้ามทวีปอีกครั้ง เมื่อไบเดนเยือนเอเชีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/683600

วันที่ 20 พ.ค. 2565 เวลา 12:45 น.จับตาเกาหลีเหนืออาจยิงมิสไซล์ข้ามทวีปอีกครั้ง เมื่อไบเดนเยือนเอเชีย

เกาหลีเหนืออาจยิงขีปนาวุธรับไบเดนเยือนเอเชีย ญี่ปุ่นเชื่อผู้นำคิมพร้อมทดสอบนิวเคลียร์อีกครั้ง

สืบเนื่องจากประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐมีกำหนดการเยือนเอเชียระหว่างวันที่ 20-24 พ.ค. โดยจะเดินทางไปยังญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ เพื่อกระชับความร่วมมือในอินโด-แปซิฟิก และรับมือกับอิทธิพลของจีนที่แผ่ขยายในภูมิภาค โดยอาจมีการหารือทั้งในประเด็นจีนและเกาหลีเหนือ ซึ่งถือเป็นการเยือนเอเชียครั้งแรกของไบเดนในฐานะประธานาธิบดี

สำนักข่าวเกียวโดของญี่ปุ่นรายงานเมื่อวันที่ 20 พ.ค. โดยอ้างโนบุโอะ คิชิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมว่ามีความเป็นไปได้ที่เกาหลีเหนืออาจกระทำการยั่วยุบางอย่าง ซึ่งรวมถึงการทดสอบยิงขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM) อีกครั้งในช่วงที่ผู้นำสหรัฐเยือนเอเชีย

นอกจากนี้ คิชิยังเชื่อว่าเกาหลีเหนืออาจเตรียมการสำหรับการทดสอบนิวเคลียร์ครั้งที่ 7 ให้เสร็จสิ้นภายในเดือนนี้ ซึ่งจะเป็นการทดสอบนิวเคลียร์ครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2017

“ความตั้งใจของเกาหลีเหนือที่จะดำเนินการโครงการพัฒนาอาวุธต่อไปโดยไม่สนใจประชาคมระหว่างประเทศนั้นชัดเจน และเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้” คิชิกล่าว พร้อมเสริมว่าญี่ปุ่นจะทำงานร่วมกับสหรัฐเพื่อรวบรวมข้อมูลและติดตามสถานการณ์

รายงานระบุว่าญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสหรัฐกังวลว่าเกาหลีเหนืออาจทำการทดสอบนิวเคลียร์หรือขีปนาวุธระหว่างที่ไบเดนเดินทางเยือนประเทศพันธมิตรทั้งสอง

โดยเมื่อปลายเดือนมี.ค. ที่ผ่านมาเกาหลีเหนือทำการยิงขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM) ฮวาซอง-17 ซึ่งเป็นที่จับตามองจากนานาชาติ โดยสื่อต่างประเทศรายงานว่าเป็นการยิงขีปนาวุธที่ทรงพลังที่สุดของเกาหลีเหนือนับตั้งแต่ปี 2017

ขีปนาวุธดังกล่าวเป็นเป็นขีปนาวุธข้ามทวีปขนาดใหญ่ที่เปิดตัวครั้งแรกในเดือนต.ค. ปีที่แล้ว และได้รับการขนานนามจากบรรดานักวิเคราะห์ว่าเป็น “ขีปนาวุธปีศาจ” ซึ่งอาจโจมตีเป้าหมายในสหรัฐอเมริกาได้

นอกจากนี้คิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือได้เคยให้คำมั่นว่าจะดำเนินการเพื่อเสริมสร้างและพัฒนาขีดความสามารถด้านนิวเคลียร์ของประเทศอย่างรวดเร็ว โดยเสริมว่ากองกำลังนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือต้องพร้อมที่จะทำงานทุกเมื่อ และกล่าวถึงฮวาซอง-17 ว่า “ขีปนาวุธใหม่นี้จะปฏิบัติภารกิจและหน้าที่อย่างน่าเชื่อถือในฐานะผู้ยับยั้งสงครามนิวเคลียร์ที่ทรงพลัง…ให้คนทั้งโลกรู้ซึ้งถึงพลังของกองกำลังติดอาวุธของเราอีกครั้ง…และพร้อมอย่างเต็มที่สำหรับการเผชิญหน้ากับจักรวรรดินิยมอเมริกาที่มาพร้อมกับอันตรายของสงครามนิวเคลียร์”

Photo by KCNA via REUTERS

บิ๊กทหารสหรัฐ-รัสเซียต่อสายคุยครั้งแรก หวังการทูตสยบวิกฤตยูเครน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/683585

วันที่ 20 พ.ค. 2565 เวลา 10:30 น.บิ๊กทหารสหรัฐ-รัสเซียต่อสายคุยครั้งแรก หวังการทูตสยบวิกฤตยูเครน

นายพลระดับสูงของสหรัฐ-รัสเซีย ต่อสายคุยครั้งแรกหลังเกิดสงครามในยูเครน

Reuters รายงานเมื่อวันที่ 19 พ.ค. พลเอกมาร์ก มิลลีย์ ประธานคณะเสนาธิการร่วมกองทัพสหรัฐ สนทนาทางโทรศัพท์กับพลเอกวาเลรี เกราซิมอฟ เสนาธิการใหญ่กองทัพรัสเซีย ซึ่งเป็นการสนทนาครั้งแรกของทั้งสองนับตั้งแต่รัสเซียเปิดปฏิบัติการทางทหารในยูเครนเมื่อเดือนก.พ.

โฆษกของมิลลีย์เผยว่าผู้นำทางทหารได้หารือกันในประเด็นปัญหาด้านความมั่นคงหลายประเด็น และตกลงที่จะเปิดช่องทางการสื่อสารต่อไป แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดในการสนทนา โดยกล่าวว่าตามแนวทางปฏิบัติที่ผ่านมา รายละเอียดเฉพาะของการสนทนาจะถูกเก็บเป็นความลับ

ขณะที่พลอากาศเอก ท็อด วอลเตอร์ส ผู้นำกองกำลังสหรัฐทั้งหมดในยุโรปหวังว่าการพูดคุยกันระหว่างมิลลีย์และเกราซิมอฟในครั้งนี้จะเป็นอีกก้าวหนึ่งที่นำไปสู่ทางออกของปัญหาทางการทูตในยูเครน

ด้านสำนักข่าว RIA ของรัสเซียรายงานโดยอ้างข้อมูลจากกระทรวงกลาโหมว่าผู้นำกองทัพทั้งสองหารือกันในประเด็นที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน รวมถึงยูเครนด้วย

โดยการสนทนาเกิดขึ้นหลังจากที่ลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐ พูดคุยกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมรัสเซียเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งทางสหรัฐเรียกร้องให้มีการหยุดยิงทันทีในยูเครน

ทั้งนี้ สงครามในยูเครนที่ยืดเยื้อมานานเกือบ 3 เดือนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บหลายพันคน ทำให้เมืองต่างๆ กลายเป็นซากปรักหักพัง และบีบให้ผู้คนกว่า 5 ล้านชีวิตต้องลี้ภัยไปต่างประเทศ

Photo by REUTERS/Evelyn Hockstein/Pool

เมื่อยุโรปไม่เอาน้ำมัน รัสเซียจะส่งให้เอเชีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/683547

วันที่ 19 พ.ค. 2565 เวลา 18:35 น.เมื่อยุโรปไม่เอาน้ำมัน รัสเซียจะส่งให้เอเชีย

พร้อมเปิดเผยว่าผู้ซื้อก๊าซครึ่งหนึ่งของรัสเซียตกลงจ่ายเงินเป็นสกุลรูเบิล

สำนักข่าวรอยเตอร์ – รัสเซียจะส่งน้ำมันที่ถูกปฏิเสธโดยประเทศในยุโรปไปยังเอเชียและภูมิภาคอื่น ๆ รองนายกรัฐมนตรีอเล็กซานเดอร์ โนวัค ของรัสเซีย กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดี และเสริมว่ายุโรปจะต้องหาน้ำมันทดแทนที่จะมีราคาแพงกว่า

คณะกรรมาธิการยุโรปเมื่อวันพุธเปิดเผยแผนมูลค่า 210,000 ล้านยูโร (220,00 ล้านดอลลาร์) สำหรับยุโรปที่จะยุติการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลของรัสเซียภายในปี 2570 และใช้เรื่องนี้เป็นการสลัดตัวจากการพึ่งพาพลังงานรัสเซียเพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสีเขียว

ยุโรปได้รับน้ำมันรัสเซียประมาณ 4 ล้านบาร์เรลต่อวัน (bpd) โนวัคกล่าว และเสริมว่ารัสเซียพร้อมที่จะเปลี่ยนเส้นทางเสบียงเหล่านั้นออกจากยุโรป และยุโรปต้องแทนที่น้ำมันดิบที่มีราคาแพงกว่าจากแหล่งอื่น

มาตรการคว่ำบาตรของชาติตะวันตกที่บังคับใช้กับรัสเซียหลังจากกองทหารบุกเข้าไปในยูเครนในเดือนกุมภาพันธ์ บีบให้ผู้ซื้อน้ำมันจำนวนหนึ่งต้องชะลอหรือปฏิเสธการขนส่งสินค้า ซึ่งทำให้การผลิตน้ำมันของรัสเซียลดลง

โนวัคกล่าวว่าการผลิตน้ำมันของรัสเซียลดลงประมาณ 1 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนเมษายน แต่เพิ่มขึ้น 200,000-300,000 บาร์เรลต่อวันในเดือนพฤษภาคม โดยคาดว่าจะมีปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้นอีกในเดือนหน้า

เขากล่าวว่าการส่งออกน้ำมันของรัสเซียค่อยๆ ฟื้นตัว และประเทศจะสามารถค้นหาตลาดส่งออกได้เนื่องจากทรัพยากรพลังงานสามารถแข่งขันได้

ด้านสำนักข่าว  RIA Novosti รายงานว่า รองนายกรัฐมนตรีอเล็กซานเดอร์ โนวัค ผู้นำเข้าก๊าซของรัสเซีย 54 ราย หรือประมาณครึ่งหนึ่งของผู้นำเข้าก๊าซธรรมชาติได้เปิดบัญชีชำระเงินด้วยสกุลเงินรูเบิลกับ Gazprombank 

“ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เราจะเห็นรายชื่อสุดท้ายของผู้ที่จ่ายเป็นรูเบิลและผู้ที่ปฏิเสธที่จะจ่าย” โนวัคกล่าว เขาเสริมว่าบริษัทขนาดใหญ่ทั้งหมดได้เปิดบัญชีชำระค่าสินค้า หรือพร้อมที่จะจ่ายเมื่อถึงกำหนด