บทวิเคราะห์ ‘สวิตเซอร์แลนด์’สลัดความเป็นกลาง หันซบ’นาโต’รับมือรัสเซีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/683212

วันที่ 16 พ.ค. 2565 เวลา 20:19 น.บทวิเคราะห์ 'สวิตเซอร์แลนด์'สลัดความเป็นกลาง หันซบ'นาโต'รับมือรัสเซีย

จับตาสถานการณ์ยุโรปที่จะไม่มีวันเหมือนเดิมอีก บทวิเคราะห์โดย จอห์น รีวิลล์แห่งสำนักข่าวรอยเตอร์ แปลโดยทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

สถานะเป็นกลางในตำนานของสวิตเซอร์แลนด์กำลังเผชิญกับการทดสอบครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ โดยกระทรวงกลาโหมสวิตเซอร์แลนด์เอียงใกล้ชิดกับมหาอำนาจทหารตะวันตกมากขึ้นเพื่อตอบโต้การรุกรานยูเครนของรัสเซีย

กระทรวงกลาโหมสวิตเซอร์แลนกำลังจัดทำรายงานเกี่ยวกับทางเลือกด้านความมั่นคงที่รวมถึงการซ้อมรบร่วมกับกลุ่มประเทศนาโต และอาวุธยุทโธปกรณ์ “ทดแทน” (Backfilling) จากกลุ่มประเทศนาโต ปาเอลี ปุลลี หัวหน้าฝ่ายนโยบายความมั่นคงของกระทรวงกลาโหมสวิสกล่าวกับรอยเตอร์

รายละเอียดของตัวเลือกนโยบายที่กำลังอยู่ระหว่างการหารือในรัฐบาลยังไม่เคยมีการรายงานมาก่อน

“ในท้ายที่สุด อาจมีการเปลี่ยนแปลงวิธีการตีความความเป็นกลาง” ปุลลีกล่าวในการให้สัมภาษณ์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ในการเดินทางไปวอชิงตันในสัปดาห์นี้ สื่อสวิสรายงานว่ารัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม วิโอลา อัมเฮิร์ด กล่าวว่าสวิตเซอร์แลนด์ควรทำงานอย่างใกล้ชิดกับนาโต อันเป็นพันธมิตรทางทหารที่นำโดยสหรัฐฯ แต่จะไม่เข้าร่วม 

ปุลลีกล่าวว่า ความเป็นกลางซึ่งทำให้สวิตเซอร์แลนด์ไม่กลายเป็นส่วนหนึ่งในสงครามโลกครั้งที่สองในช่วงศตวรรษที่ 20 นั้นไม่ใช่วัตถุประสงค์ในตัวมันเอง แต่มีจุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่มความปลอดภัยของสวิส 

ปุลลีกล่าวว่าตัวเลือกอื่นๆ ได้แก่ การประชุมระดับสูงและเป็นประจำระหว่างผู้บัญชาการและนักการเมืองชาวสวิสและนาโต

การขยับเข้าไปใกล้พันธมิตรนาโตมากขึ้นจะเป็นการถอยห่างประเพณีทางการเมืองที่สวิตเซอร์แลนด์ประคับประคองมาอย่างดีนั่นคือการไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ซึ่งผู้สนับสนุนแนวทางนี้กล่าวว่าช่วยให้สวิตเซอร์แลนด์เจริญรุ่งเรืองอย่างสงบสุขและรักษาบทบาทพิเศษในฐานะคนกลางรวมถึงในช่วงความขัดแย้งของตะวันตกกับสหภาพโซเวียต 

มีการหารือเกี่ยวกับความคิดในการเป็นสมาชิกนาโตอย่างเต็มรูปแบบ แต่ในขณะที่สวีเดนและฟินแลนด์ ซึ่งเป็นประเทศที่มีประวัติความเป็นกลางเช่นกัน กำลังใกล้จะเข้าร่วมแล้ว ปุลลีกล่าวว่ารายงานที่กำลังหารืออยู่ไม่น่าจะแนะนำให้สวิตเซอร์แลนด์ทำตามขั้นตอนนั้น

รายงานมีกำหนดจะแล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนกันยายนที่จะส่งให้คณะรัฐมนตรีสวิสพิจารณา

เอกสารดังกล่าวจะถูกส่งไปยังรัฐสภาเพื่ออภิปรายและเป็นพื้นฐานสำหรับการตัดสินใจที่เป็นไปได้เกี่ยวกับทิศทางในอนาคตของนโยบายความมั่นคงของประเทศสวิสเซอร์แลนด์ รายงานจะไม่ถูกส่งไปให้พิจารณาเพื่อการลงคะแนนเสียง

กระทรวงการต่างประเทศกล่าว กระทรวงกลาโหมจะมีส่วนร่วมในการศึกษาในวงกว้างซึ่งเตรียมโดยกระทรวงการต่างประเทศ โครงการดังกล่าวจะพิจารณาการนำมาตรการคว่ำบาตร อาวุธ การส่งออกอาวุธยุทโธปกรณ์ และความสัมพันธ์กับนาโตจากมุมมองของความเป็นกลาง 

ยูเครนฟื้นการอภิปรายความเป็นกลางของสวิส

ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ไม่ได้ต่อสู้ในสงครามระหว่างประเทศมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1815 หลังจากยอมรับความเป็นกลางที่การประชุมใหญ่แห่งเวียนนา (Congress of Vienna) ซึ่งยุติสงครามปฏิวัติฝรั่งเศส

อนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ. 1907 กำหนดว่าสวิตเซอร์แลนด์จะไม่เข้าร่วมในการขัดกันด้วยอาวุธระหว่างประเทศ ไม่สนับสนุนฝ่ายที่ทำสงครามด้วยกองกำลังหรืออาวุธยุทโธปกรณ์ หรือทำให้ดินแดนของตนเข้าถึงฝ่ายที่ทำสงครามได้

ความเป็นกลางซึ่งรวมอยู่ในรัฐธรรมนูญทำให้สวิตเซอร์แลนด์มีสิทธิในการป้องกันตนเองและขอบเขตในการตีความแง่มุมทางการเมืองของแนวคิดที่ไม่ครอบคลุมในคำจำกัดความทางกฎหมาย

มีการปรับปรุงครั้งล่าสุดในช่วงต้นทศวรรษ 1990 หลังจากการล่มสลายของสหภาพโซเวียต เพื่ออนุญาตให้ใช้นโยบายต่างประเทศบนพื้นฐานของความร่วมมือกับประเทศอื่นๆ ในด้านต่างๆ เช่น ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบัติ

ความขัดแย้งในยูเครนได้รื้อฟื้นการโต้เถียงในประเด็นนี้อีกครั้ง ซึ่งขณะนี้มีศูนย์กลางอยู่ที่การตัดสินใจของรัฐบาลที่จะกำหนดมาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย แต่ไม่มีการเอ่ยถึงการไม่ให้มีการส่งออกกระสุนปืนที่ผลิตในสวิสไปยังยูเครนอีกครั้ง

“มีความไม่สบายใจมากมายที่สวิตเซอร์แลนด์ไม่สามารถช่วยเหลือยูเครนได้อีกมาก” ปุลลี กล่าว

การทำ Backfilling (การเติมอาวุธ) ซึ่งเป็นวิธีการที่สวิตเซอร์แลนด์จัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ให้กับประเทศอื่นๆ เพื่อทดแทนอาวุธที่ประเทศนั้นๆ ส่งไปยังยูเครน เป็นอีกมาตรการหนึ่งที่เป็นไปได้ ปุลลีกล่าวในการเปลี่ยนแปลงจากนโยบายของรัฐบาลมาจนถึงตอนนี้ แม้ว่าการจัดหาโดยตรงนั้นยังเป็นไปไม่ได้

ประธานาธิบดี อิกนาซิโอ คัสซิส ปฏิเสธการส่งมอบอาวุธให้กับประเทศที่สามเพื่อสนับสนุนยูเครน แต่อาจแสดงมุมมองที่กว้างขึ้นเกี่ยวกับปัญหานี้ เขายังกล่าวด้วยว่าความเป็นกลางไม่ใช่ “ความเชื่อ” และความล้มเหลวในการตอบโต้ด้วยการคว่ำบาตร “จะทำให้ผู้รุกรานได้เปรียบ”

การสนับสนุนนาโตที่เพิ่มมากขึ้น

สวิตเซอร์แลนด์มีความผูกพันกับนาโตอยู่แล้ว โดยปีที่แล้วก็ตัดสินใจซื้อเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-35A ซึ่งสมาชิก NATO บางคนประเทศหรือใช้อยู่แล้ว

สวิตเซอร์แลนด์ “ไม่สามารถเข้าร่วมพันธมิตรใดๆ ได้เนื่องจากความเป็นกลาง แต่เราสามารถทำงานร่วมกันได้ และระบบ (อาวุธ) ที่เรากำลังซื้อเป็นพื้นฐานที่ดีสำหรับสิ่งนั้น” รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมอัมเฮิรืดกล่าวกับสถานีโทรทัศน์ SRF

มาตรการที่อยู่ระหว่างการพิจารณาจะเป็นการเปลี่ยนท่าทีสำหรับสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งไม่ได้เข้าร่วมสหประชาชาติจนถึงกระทั่งปี 2002 และผลิตอาวุธจำนวนมากขึ้นเอง

วลาดิมีร์ คอคลอฟ โฆษกสถานทูตรัสเซียในกรุงเบิร์น กล่าวว่า มาตรการดังกล่าวจะเท่ากับการเปลี่ยนแปลงนโยบายครั้งใหญ่ของสวิตเซอร์แลนด์ มอสโกจะ “ไม่สามารถเพิกเฉย” ต่อการสละความเป็นกลางได้ในที่สุด ซึ่งจะมีผลตามมา คอคลอฟกล่าว แต่เขาไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม

กองทัพสวิสสนับสนุนความร่วมมือกับนาโตมากขึ้นเพื่อเสริมสร้างการป้องกันประเทศ ในขณะที่ความคิดเห็นของสาธารณชนเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่งใหญ่หลวงนับตั้งแต่การรุกรานของยูเครน

มากกว่าครึ่งของผู้ตอบแบบสอบถาม – 56% – สนับสนุนความสัมพันธ์ที่เพิ่มขึ้นกับนาโต ซึ่งเป็นผลสำรวจล่าสุดที่พบ ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ย 37% ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

การสนับสนุนให้เข้าร่วมนาโตจริงๆ ยังคงเป็นความคิดเห็นของชนกลุ่มน้อย แต่มีการเติบโตอย่างมาก ผลสำรวจเมื่อเดือนเมษายนโดย Sotomo พบว่า 33% ของชาวสวิสสนับสนุนการเข้าร่วมเป็นพันธมิตร สูงกว่ามุมมองระยะยาว 21% ในการศึกษาแยกโดยมหาวิทยาลัย ETH ในเมืองซูริก

มิชาเอล แฮร์มานน์ จาก Sotomo กล่าวว่า “เห็นได้ชัดว่าการรุกรานยูเครนของรัสเซียได้เปลี่ยนความคิดมากมาย นี่คือการโจมตีค่านิยมประชาธิปไตยแบบตะวันตกของเรา” 

เทียร์รี บูร์การ์ต หัวหน้าพรรคเสรีประชาธิปไตยที่มีอุดมการณ์ทางการเมืองฝ่ายกลางซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาลผสม กล่าวถึง “การเปลี่ยนแปลงระดับแผ่นดินสะเทือน” ในความรู้สึกของผู้คนที่มีต่อความเป็นกลาง

ความเป็นกลาง “ต้องยืดหยุ่น” เขากล่าวกับรอยเตอร์

“ก่อนกรณียูเครน บางคนคิดว่าจะไม่มีวันทำสงครามตามแบบแผนอีกในยุโรป” เขากล่าว และเสริมว่าบางคนสนับสนุนให้ยุบกองทัพ “ความขัดแย้งในยูเครนแสดงให้เห็นว่าเราไม่สามารถนิ่งนอนใจได้”

บูร์การ์ต กล่าวว่าเขาสนับสนุนการใช้จ่ายทางทหารที่สูงขึ้นและความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับนาโต แต่ไม่เป็นสมาชิกเต็มรูปแบบ

อย่างไรก็ตาม ปีเตอร์ เคลเลอร์ เลขาธิการพรรคสวิสพีเพิลส์ (SVP) ฝ่ายขวาสุด บอกกับรอยเตอร์ว่าความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับนาโต ไม่สอดคล้องกับความเป็นกลาง

SVP ยังเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาลผสมและเป็นพรรคที่ใหญ่ที่สุดในสภาล่างของสวิสเซอร์แลนด์

“ไม่มีเหตุผลใดที่จะต้องเปลี่ยนหลักนโยบายต่างประเทศที่ประสบความสำเร็จนี้ มันนำความสงบสุขและความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ประชาชน” เคลเลอร์กล่าว

กระทรวงกลาโหมไม่เห็นด้วย ในระหว่างการเยือนวอชิงตันของเธอ รัฐมนตรีอัมเฮิร์ดกล่าวว่ากรอบการทำงานของกฎหมายความเป็นกลาง “ช่วยให้เราทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับนาโต และกับพันธมิตรในยุโรปของเราด้วย” หนังสือพิมพ์ Tagesanzeiger รายงาน

แปลจาก ANALYSIS-Neutral Switzerland leans closer to NATO in response to Russia By John Revill (Reuters) 

Photo – REUTERS/Denis Balibouse/File Photo

ยุโรปเตือนความเสี่ยงคริปโต หลัง Bitcoin ร่วงทะลุ 30,000 ดอลลาร์อีกครั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/683218

วันที่ 16 พ.ค. 2565 เวลา 18:30 น.ยุโรปเตือนความเสี่ยงคริปโต หลัง Bitcoin ร่วงทะลุ 30,000 ดอลลาร์อีกครั้ง

บรรดาหน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงินย้ำเตือนความเสี่ยงของคริปโตเคอร์เรนซี ชี้ Stablecoin ไม่ใช่ไม่เสี่ยง

เมื่อวันที่ 16 พ.ค. รอยเตอร์สรายงานว่าตลาดคริปโตเคอร์เรนซีร่วงอีกครั้งหลังจากที่เริ่มฟื้นตัวในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดย Bitcoin ร่วงลงต่ำกว่าระดับ 30,000 เหรียญสหรัฐ สอดคล้องกับตลาดหุ้นที่ปรับตัวลงเนื่องจากความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น

ขณะที่ Bitcoin สกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในโลกสูญเสียมูลค่าไปประมาณ 1 ใน 5 ของมูลค่าจนถึงเดือนนี้ เนื่องจากการดิ่งของ stablecoin อย่าง TerraUSD ที่ฉุดให้ราคาเหรียญอื่นๆ ร่วงลง

รายงานระบุว่า TerraUSD ซึ่งตรึงราคาไว้ที่ 1 เหรียญสหรัฐ ปัจจุบันมีราคาซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 14 เซนต์ตามเว็บไซต์ coingecko ท่ามกลางการจับตามองของบรรดาหน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงินซึ่งยังคงย้ำเตือนถึงความเสี่ยงที่เกิดจากคริปโตเคอร์เรนซี

Francois Villeroy de Galhau ผู้ว่าการธนาคารแห่งฝรั่งเศสกล่าวว่าสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างคริปโตเคอร์เรนซีอาจขัดขวางระบบการเงินระหว่างประเทศหากไม่ได้รับการควบคุม และไม่มีการทำงานร่วมกันในลักษณะที่สอดคล้องกันและเหมาะสมข้ามเขตอำนาจศาล พร้อมชี้ไปที่ stablecoin ว่ามีความเสี่ยง ไม่ได้มั่นคงอย่างชื่อที่เรียกกัน

เช่นเดียวกับ Fabio Panetta สมาชิกคณะกรรมการบริหารของธนาคารกลางยุโรปซึ่งชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงของ stablecoin

หน่วยงานกำกับดูแลในประเทศอื่นๆ ก็มีความกังวลเช่นเดียวกัน รวมถึงธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งเตือนเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า stablecoin นั้นเสี่ยงต่อการทำงานของนักลงทุน เนื่องจากได้รับการสนับสนุนจากสินทรัพย์ที่อาจสูญเสียมูลค่าหรือไม่มีสภาพคล่องในช่วงเวลาที่ตลาดตึงเครียด

ทั้งนี้ เมื่อราคาของ stablecoin ร่วงลงต่ำกว่าราคาที่ตรึงไว้ที่ 1 เหรียญสหรัฐเมื่อสัปดาห์ก่อน ด้านราคาของ Bitcoin ร่วงลงมาแตะระดับ 25,400 เหรียญสหรัฐซึ่งเป็นระดับที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค. 2020 แต่ขยับขึ้นมาถึง 31,400 เหรียญสหรัฐเมื่อวานนี้ ก่อนที่จะร่วงลงต่ำกว่าระดับ 30,000 เหรียญสหรัฐอีกครั้งในวันนี้

ด้าน Ether ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่เป็นอันดับสอง ร่วง 5.6% เหลือประมาณ 2,000 เหรียญสหรัฐ

Photo by REUTERS/Dado Ruvic/Illustration/File Photo

เกมพลิกแล้ว ยูเครนสวนกลับ รุกถึงชายแดนรัสเซีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/683214

วันที่ 16 พ.ค. 2565 เวลา 17:25 น.เกมพลิกแล้ว ยูเครนสวนกลับ รุกถึงชายแดนรัสเซีย

กองกำลังยูเครนไล่ทหารรัสเซียพ้นคาร์คิฟ เข้าควบคุมพื้นที่บริเวณชายแดนติดกับรัสเซีย

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 16 พ.ค. ยูเครนประกาศว่ากองกำลังของตนได้เข้าควบคุมดินแดนบริเวณชายแดนรัสเซีย ใกล้กับเมืองคาร์คิฟ เมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศซึ่งถูกโจมตีอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปฏิบัติการทางทหารของรัสเซียเริ่มต้นขึ้น

กระทรวงกลาโหมของยูเครนเปิดเผยว่าทหารยูเครนของกองพลที่ 127 ในภูมิภาคคาร์คิฟขับไล่ทหารรัสเซียออกไป และเข้าควบคุมพื้นที่บริเวณชายแดน

ทหารคนหนึ่งกล่าวว่า “กองทัพยูเครนได้เข้าถึงชายแดนสหพันธรัฐรัสเซีย เราทำได้ เราอยู่ที่นี่แล้ว”

“เราขอขอบคุณทุกคนที่เสี่ยงชีวิตปลดปล่อยยูเครนจากผู้รุกรานชาวรัสเซีย” ผู้ว่าเมืองคาร์คิฟกล่าว พร้อมเสริมว่า “เรายังมีงานอีกมากรออยู่ข้างหน้า”

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โอเล็กซี อาเรสโตวิช ที่ปรึกษาประธานาธิบดียูเครนกล่าวกับสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นว่ากองทัพรัสเซียกำลังถูกส่งไปยังภูมิภาคดอนบัส ทางภาคตะวันของประเทศ หลังจากถอนกำลังออกไปจากคาร์คิฟเมื่อถูกตอบโต้จากกองกำลังยูเครน

รายงานระบุว่านับตั้งแต่ล้มเหลวในการยึดกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน การเข้าควบคุมดอนบัสได้กลายเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของรัสเซีย แต่หน่วยข่าวกรองของตะวันตกคาดการณ์ว่าความพยายามของรัสเซียจะหยุดลงท่ามกลางความสูญเสียและการต่อต้านอย่างดุเดือด

นอกจากนี้ยังมีรายงานว่ากองทัพรัสเซียสูญเสียกำลังทหารจำนวนหนึ่งในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังพยายามข้ามแม่น้ำทางตะวันออกของยูเครน โดยคาดว่ามีรถถังและยานพาหนะหุ้มเกราะมากกว่า 70 คันถูกทำลาย ขณะที่ทหารราว 1,000 นายถูกสังหารโดยกองกำลังยูเครน

Photo by REUTERS/Jorge Silva

ยุโรปเตือนความเสี่ยงคริปโต หลัง Bitcoin ร่วงทะลุ 30,000 ดอลลาร์อีกครั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/683218

วันที่ 16 พ.ค. 2565 เวลา 18:30 น.ยุโรปเตือนความเสี่ยงคริปโต หลัง Bitcoin ร่วงทะลุ 30,000 ดอลลาร์อีกครั้ง

บรรดาหน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงินย้ำเตือนความเสี่ยงของคริปโตเคอร์เรนซี ชี้ Stablecoin ไม่ใช่ไม่เสี่ยง

เมื่อวันที่ 16 พ.ค. รอยเตอร์สรายงานว่าตลาดคริปโตเคอร์เรนซีร่วงอีกครั้งหลังจากที่เริ่มฟื้นตัวในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดย Bitcoin ร่วงลงต่ำกว่าระดับ 30,000 เหรียญสหรัฐ สอดคล้องกับตลาดหุ้นที่ปรับตัวลงเนื่องจากความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น

ขณะที่ Bitcoin สกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในโลกสูญเสียมูลค่าไปประมาณ 1 ใน 5 ของมูลค่าจนถึงเดือนนี้ เนื่องจากการดิ่งของ stablecoin อย่าง TerraUSD ที่ฉุดให้ราคาเหรียญอื่นๆ ร่วงลง

รายงานระบุว่า TerraUSD ซึ่งตรึงราคาไว้ที่ 1 เหรียญสหรัฐ ปัจจุบันมีราคาซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 14 เซนต์ตามเว็บไซต์ coingecko ท่ามกลางการจับตามองของบรรดาหน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงินซึ่งยังคงย้ำเตือนถึงความเสี่ยงที่เกิดจากคริปโตเคอร์เรนซี

Francois Villeroy de Galhau ผู้ว่าการธนาคารแห่งฝรั่งเศสกล่าวว่าสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างคริปโตเคอร์เรนซีอาจขัดขวางระบบการเงินระหว่างประเทศหากไม่ได้รับการควบคุม และไม่มีการทำงานร่วมกันในลักษณะที่สอดคล้องกันและเหมาะสมข้ามเขตอำนาจศาล พร้อมชี้ไปที่ stablecoin ว่ามีความเสี่ยง ไม่ได้มั่นคงอย่างชื่อที่เรียกกัน

เช่นเดียวกับ Fabio Panetta สมาชิกคณะกรรมการบริหารของธนาคารกลางยุโรปซึ่งชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงของ stablecoin

หน่วยงานกำกับดูแลในประเทศอื่นๆ ก็มีความกังวลเช่นเดียวกัน รวมถึงธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งเตือนเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า stablecoin นั้นเสี่ยงต่อการทำงานของนักลงทุน เนื่องจากได้รับการสนับสนุนจากสินทรัพย์ที่อาจสูญเสียมูลค่าหรือไม่มีสภาพคล่องในช่วงเวลาที่ตลาดตึงเครียด

ทั้งนี้ เมื่อราคาของ stablecoin ร่วงลงต่ำกว่าราคาที่ตรึงไว้ที่ 1 เหรียญสหรัฐเมื่อสัปดาห์ก่อน ด้านราคาของ Bitcoin ร่วงลงมาแตะระดับ 25,400 เหรียญสหรัฐซึ่งเป็นระดับที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค. 2020 แต่ขยับขึ้นมาถึง 31,400 เหรียญสหรัฐเมื่อวานนี้ ก่อนที่จะร่วงลงต่ำกว่าระดับ 30,000 เหรียญสหรัฐอีกครั้งในวันนี้

ด้าน Ether ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่เป็นอันดับสอง ร่วง 5.6% เหลือประมาณ 2,000 เหรียญสหรัฐ

Photo by REUTERS/Dado Ruvic/Illustration/File Photo

ผู้ก่อตั้ง FTX มอง Bitcoin ไม่มีอนาคตในฐานะเครื่องมือชำระเงิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/683207

วันที่ 16 พ.ค. 2565 เวลา 16:00 น.ผู้ก่อตั้ง FTX มอง Bitcoin ไม่มีอนาคตในฐานะเครื่องมือชำระเงิน

ผู้ก่อตั้งแพลตฟอร์มเทรดคริปโต FTX ไม่เชื่อว่าอนาคตของ Bitcoin จะถูกใช้เป็นเงิน แต่อยู่ในรูปแบบของสินทรัพย์ หรือแหล่งเก็บมูลค่าอย่างทองคำ

Reuters อ้างรายงานจาก Financial Times ว่าแซม แบงก์แมน-ฟรายด์ ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ FTX แพลตฟอร์มเทรดคริปโตเคอร์เรนซีชื่อดังกล่าวว่าสกุลเงินดิจิทัลอันดับหนึ่งอย่าง Bitcoin ไม่มีอนาคตในฐานะเครือข่ายการชำระเงิน ทั้งยังวิพากษ์วิจารณ์ว่าไร้ประสิทธิภาพและมีต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อมสูง

แบงก์แมน-ฟรายด์ ยังกล่าวว่าเขาไม่เชื่อว่าอนาคตของ Bitcoin จะถูกใช้เป็นสกุลเงิน แต่เชื่อว่ามันจะอยู่ในรูปแบบของสินทรัพย์ สินค้า หรือแหล่งเก็บมูลค่าเหมือนกับทองคำมากกว่า

ทั้งนี้ Bitcoin ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุด มีกระบวนการที่เรียกว่า “proof of work” โดยนักขุดต้องใช้คอมพิวเตอร์ในการขุด Bitcoin ซึ่งต้องใช้พลังงานไฟฟ้าปริมาณมาก

ในทางกลับกัน แบงก์แมน-ฟรายด์ กล่าวว่าเหรียญคริปโตอื่นๆ ที่เป็นแบบ “proof of stake” นั้นจะได้รับการพัฒนาเป็นเครือข่ายการชำระเงิน เนื่องจากมีต้นทุนถูกกว่าและใช้พลังงานน้อยกว่า รวมถึง Ethereum สกุลเงินดิจิทัลอันดับสอง

ทั้งนี้ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาราคาของ Bitcoin แตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค. 2020 หลังจากการดิ่งของ Stablecoin อย่าง TerraUSD (UST)

Photo by REUTERS/Dado Ruvic/Illustration/File Photo

เปิดเมืองใต้ดินฟินแลนด์ รับภัยนิวเคลียร์จากรัสเซีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/683197

วันที่ 16 พ.ค. 2565 เวลา 14:30 น.เปิดเมืองใต้ดินฟินแลนด์ รับภัยนิวเคลียร์จากรัสเซีย

เมืองขนาดใหญ่สุดแข็งแกร่งที่ซ่อนอยู่ใต้เมืองหลวงของฟินแลนด์

บังเกอร์ใต้ดินในฟินแลนด์ได้รับความสนใจอีกครั้งหลังจากที่ฟินแลนด์ซึ่งเคยวางตัวเป็นกลางมาตลอด ตัดสินใจเปลี่ยนท่าทีเพื่อขอเข้าร่วมกลุ่มนาโต ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้แก่รัสเซียอย่างมาก ทั้งยังลั่นวาจาว่าจะมีมาตรการตอบโต้กับฟินแลนด์ รวมถึงการย้ายนิวเคลียร์ให้เข้าใกล้ยุโรปมากขึ้นด้วย

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าฟินแลนด์จะไม่สะทกสะท้านกับคำขู่ของปูติน ตามรายงานของ Daily Mail ชี้ให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของเครือข่ายบังเกอร์นิวเคลียร์ขนาดใหญ่ที่อยู่ใต้ดินของประเทศฟินแลนด์

ลึกลงไปใต้ท้องถนนของเมืองหลวงเฮลซิงกิราว 25 เมตร มีเครือข่ายอุโมงค์และถ้ำขนาดใหญ่และแข็งแรง ที่สามารถทนทานต่อระเบิดนิวเคลียร์ พร้อมกับ 500 บังเกอร์ซึ่งรองรับผู้คนได้กว่า 600,000 คน พวกเขาสามารถหลบภัยจากสงครามนิวเคลียร์อยู่ใต้ดินนี้ได้นานหลายเดือน

บังเกอร์ใต้ดินสร้างขึ้นครั้งแรกในช่วงทศวรรษ 1960 โดยได้มีการขุดพื้นหินด้านล่างของประเทศมากกว่า 9 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือเพียงพอต่อการจัดเก็บรถโดยสารสองชั้นถึง 50,000 คัน

เจ้าหน้าที่ยังพูดถึงความแข็งแกร่งของบังเกอร์ที่สร้างขึ้นในช่วงสงครามเย็นนี้ว่าประตูของมันมีความทนทานชนิดที่ว่าระเบิดนิวเคลียร์ก็ไม่สามารถแม้แต่จะทำให้เกิดรอยบุ๋ม นอกจากนี้ที่นี่ยังได้รับการคุ้มครองจากการโจมตีทางไซเบอร์ที่อาจเกิดขึ้นด้วย

ขณะที่ประธานาธิบดีฟินแลนด์เตือนว่ารัสเซียอาจยกระดับการทำสงครามเทคโนโลยีกับฟินแลนด์ได้ หากข้อเสนอของนาโตได้รับไฟเขียวจากสมาชิก

ในขณะที่เกิดการโจมตีทางทหารชาวฟินแลนด์กว่า 600,000 คนสามารถพักพิงในบังเกอร์หินแข็งแห่งนี้ ซึ่งนอกจากจะมีเสบียงอาหาร เครื่องนอน สุขาภิบาล หน่วยพยาบาล และเตียงสองชั้นอีกหลายพันหลังแล้ว ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกไม่ว่าจะเป็นโรงจอดรถ สนามแข่งรถโกคาร์ท สนามซอฟต์บอล สระว่ายน้ำ โรงเรียน ร้านกาแฟ หรือแม้แต่ลานสเก็ตน้ำแข็งใต้ดิน

แต่ที่นี่ก็มีกฎอยู่เหมือนกัน นั่นก็คือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาเสพติด อาวุธ อุปกรณ์ที่ก่อให้เกิดความร้อนหรือสิ่งที่ส่งกลิ่นเหม็นจะไม่ได้รับอนุญาตให้นำเข้ามาในที่พักพิง ขณะที่ผู้คนที่มาหลบภัยที่นี่จะได้ใช้ทักษะความสามารถที่ตัวเองมี ส่วนเด็กๆ จะมีผู้ดูแลขณะที่พ่อแม่ต้องทำงาน

“เมื่อเราปกป้องประเทศ เราต้องมีความสามารถในการคุ้มครองพลเรือนอย่างเหมาะสมด้วย” คาริม เพลโตเนน ผู้อำนวยการฝ่ายบริการผู้เชี่ยวชาญของสมาคมกู้ภัยแห่งชาติฟินแลนด์ (SPEK) กล่าวกับ CNN ขณะกำลังให้ดูรอบๆ หลุมหลบภัยนิวเคลียร์ใต้ดิน

นอกจากนี้เพลโตเนนยังกล่าวว่า “รัสเซียนี่แหละคือศัตรูตัวฉกาจ” ซึ่งฟินแลนด์ต่อสู้ดิ้นรนมานานกว่าศตวรรษเพื่อยืนยันความเป็นอิสระจากรัสเซีย

นอกจากที่พักพิงหลายร้อยแห่งแล้ว สถานีรถไฟใต้ดิน 25 แห่งของเฮลซิงกิยังสามารถแปลงเป็นบังเกอร์ใต้ดินได้ด้วย ซึ่งผู้คนสามารถใช้หลบภัยได้นานหลายสัปดาห์

ทั้งนี้ การปกป้องพลเรือนในฟินแลนด์เป็นความรับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทยภายใต้กฎหมายป้องกันพลเรือนปี 1958 ซึ่งกำหนดให้มีการปกป้องพลเรือนเพื่อคุ้มครองบุคคลและทรัพย์สินทั้งในยามสงครามและในยามสงบ โดยกฎหมายกำหนดว่ากระทรวงมีหน้าที่จัดหาที่พักพิงในพื้นที่เสี่ยง อพยพพลเรือนออกจากพื้นที่เสี่ยงภัย และจำกัดความเสียหายจากภัยธรรมชาติ

Photo by Sergei SUPINSKY / AFP

‘อัจฉริยะผู้ชั่วร้าย’ จริงหรือไม่ที่มีใครบงการเบื้องหลังตลาดคริปโตดิ่งเหว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/683182

วันที่ 16 พ.ค. 2565 เวลา 13:01 น.'อัจฉริยะผู้ชั่วร้าย' จริงหรือไม่ที่มีใครบงการเบื้องหลังตลาดคริปโตดิ่งเหว

ส่องความเห็นของนัทฤษฎีสมคบคิด ผู้เชื่อมั่นว่าการดิ่งลงของตลาดคริปโตเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ไม่ใช่เรื่องของอุปสงค์และอุปทาน แต่เป็นการลงการของบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่มีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว

1. ในวันที่ตลาดคริปโตพังกันไปตามๆ จากการ TerraUSD (UST) และ LUNA ก็เกิดคำถามขึ้นมาในวงการนักลงทุนกันแล้วว่า หรือวา่นี่อาจเป็นแผนการของใครบางคน (หรือบางกลุ่ม?) ที่ทำให้มันเป็นไปแบบนี้?

2. Paolo Ardoino หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลัง Tether ซึ่งเป็นเหรียญ Stablecoin ที่ใหญ่ที่สุดในโลก กล่าวใน Twitter เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคมว่า แม้ว่ามันจะดูเป็นทฤษฎีสมคบคิดในตอนนี้ แต่เขาคิดว่าน่าจะมีการโจมตี Terra เขาบอกว่า “ถ้าคุณมีจุดอ่อน คุณสามารถคาดหวังให้ใครบางคนที่ใหญ่กว่าคุณใช้จุดอ่อนนั้นได้ และเราได้เห็นสิ่งนั้นกับ Terra แล้ว” 

3. “การโจมตี” นี้คือการเก็งกำไรระดับฉริยะที่มีเล่ห์เหลี่ยมรอบจัด แต่มันต้องอาศัยพลังการเงินมหาศาลด้วย หนึ่งในแนวคิดนี้คือบัญชี Twitter ชื่อ @OnChainWizard ที่โพสต์ภาพของจอร์จ โซรอส พร้อมโปรยก่อนเข้าเรื่องว่า “วิธีสร้างรายได้ >800 ล้านดอลลาร์ในคริปโตโจมตีสเตเบิลคอยน์ที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ในสไตล์โซรอส” 

4. (ย้ำว่านี่คือทัศนะ/ทฤษฎีเท่านั้น) ในเทรดจากนั้น @OnChainWizard เล่าว่า “เรื่องราวของเราเริ่มต้นในปลายเดือนมีนาคม เมื่อ Luna Foundation Guard (หรือ LFG) เริ่มซื้อ BTC เพื่อช่วยหนุน $UST ซึ่ง LFG เริ่มสะสม BTC ในวันที่ 22 มีนาคม และในวันที่ 26 มีนาคมมีสถานะ BTC มูลค่า 1,000 ล้านดอลลาร์ นี่คือเลกที่ 1 ที่ทำให้การค้าขาย (หรือการโจมตี) นี้ยอดเยี่ยม”

5. “เลกที่สองมาในรูปแบบของการประกาศของ 4pool Frax เรื่อง $UST (มาตรฐานทองคำใหม่สำหรับสภาพคล่องของ Stablecoin) ในวันที่ 1 เมษายน การทำแบบนี้เพิ่มเติมในเลกที่สองที่ถือว่ามีจำเป็นเพื่อช่วยดำเนินการตามกลยุทธ์ด้วยวิธีที่มีประสิทธิภาพของเงินทุน (สภาพคล่องจะลดลงและจากนั้นการโจมตีจะเริ่มขึ้น)”

6. @OnChainWizard วิเคราะห์ต่อไปว่า “เราไม่ทราบว่าเมื่อไรที่ผู้โจมตียืม BTC จำนวน 100,000 เพื่อเริ่มต้นสถานะการโจมตี นอกเหนือจากนั้นมันถูกขายไปเพื่อให้โด ควอนซื้อต่อ (ยังคงเป็นการเก็งกำไร) LFG ซื้อ BTC 15,000 ระหว่างวันที่ 27 มีนาคมถึง 11 เมษายน ดังนั้นเราลองพิจารณาราคาเฉลี่ยระหว่างวันที่เหล่านี้ (42,000) กัน”

7. “ดังนั้นคุณจึงมีสถานะขายช็อร์ต ~4,200 ล้านดอลลาร์ที่ถูกสร้างขึ้นมา ในเวลาเดียวกัน ผู้โจมตีสร้างสถานะ OTC (การซื้อขายแบบไม่เป็นทางการ) 1,000 ล้านดอลลาร์ใน $UST ตอนนี้สถานะถูกกำหนดไว้เพื่อให้เกิดภาวะจ่ายเงินไม่ไหวและโกยเงินจากการทำช็อร์ต BTC ของคุณ ในความคาดหมายของ 4pool นั้น LFG ในขั้นต้นจะถอน 150 ล้านดอลลาร์จากสภาพคล่องของ 3pool

8 “สภาพคล่องหายไปในวันที่ 8 พฤษภาคม จากนั้นผู้โจมตีใช้ UST มูลค่า 350 ล้านดอลลาร์ เพื่อระบายสภาพคล่องของ Curve (และ LFG ดึงสภาพคล่องออกอีก 100 ล้านดอลลาร์)” @OnChainWizard บอกต่อไปว่า “แต่นี่เป็นเพียงการเริ่มต้นการยกเลิกการตรึงกับดอลลาร์ (ลงไปที่ 0.972 ที่ระดับต่ำสุด) LFG เริ่มขาย $BTC เพื่อปกป้องการตรึง ทำให้เกิดแรงกดดันต่อ BTC ในขณะที่การจ่ายเงินไม่ไม่ทันของ $UST เพิ่งเริ่มต้น

9. “เมื่อสภาพคล่องของ Curve (แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนสภาพคล่องคริปโต) หมดลง ผู้โจมตีจึงใช้สถานะซื้อขาย $UST แบบ OTC มูลค่า 1,000  ที่เหลือ (650 ล้าน หรือประมาณนั้น) เพื่อเริ่มขนถ่ายบน Binance เมื่อการถอนตัวจาก Anchor (แพลตฟอร์มโปรโตคอลคริปโต) เปลี่ยนจากความกังวลกลายเป็นความตื่นตระหนก สิ่งนี้ทำให้เกิดการถอนการตรึงกับดอลลาร์ ขณะที่ผู้คนต่างพากันหนีจากการลงทุน”

10. “ดังนั้น LFG จึงขาย $BTC เพื่อกู้คืนการตรึงในขณะที่ผู้โจมตีขาย $UST บน Binance ในที่สุดห่วงโซ่ก็แออัดและ CEX ระงับการถอนเงิน $UST ซึ่งทำให้ความตื่นตระหนกจนจ่ายเงินไม่ทัน $UST ตรึงไว้ที่ 60c ที่ระดับต่ำสุด ในขณะที่ $BTC เงินไหลออก”

11. “ชุมชนคริปโจตื่นตระหนกเพราะพวกเขาสงสัยว่าจะขาย $BTC ได้เท่าไรเพื่อรักษาการตรึงดอลลาร์ไว้ มีขายทิ้งทั่วกระดานและ LUNA กระอักเนื่องจากกลไกการไถ่ถอน (ผู้โจมตีสามารถโจมตี LUNA ได้ไม่ยากเช่นกัน) BTC ลดลง 25% จาก 42,000 ดอลลาร์จากในวันที่ 11 เมษายน เป็น 31,300″

12. @OnChainWizard สรุปว่า “แล้วผู้โจมตีของเราทำเงินได้เท่าไหร่? ไม่มีรายละเอียดว่าพวกเขาเล่นงานครอบคลุมที่ใดอย่างชัดเจน แต่ถ้าพวกเขาสามารถกุมสถานะ (หรือซื้อคืน) ทั้งตำแหน่งที่ ~32,000 ดอลลาร์ นั่นหมายความว่าพวกเขาทำเงินได้ 952 ล้านดอลลาร์จากการขายชอร์ต”

13. นี่เป็นเพียงหนึ่งในทฤษฎีหนึ่งเท่านั้น ทฤษฎีทำนองนี้หลายทฤษีเข้าข่ายทฤษฎีสมคบคิด ซึ่ง Lisa Wade ซีอีโอของ DigitalX บริษัทบล็อคเชนกล่าวกับ ABC สื่อของออสเตรเลียว่าในขณะที่ยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่าตลาดล้มเกิดจากการสมรู้ร่วมคิดกันหรือไม่ เธอบอกว่ามันดูเหมือนเป็นการฉวยโอกาสในตลาดมากกว่า แต่เธอยอมรับว่า “นักทฤษฎีสมคบคิดจะบอกว่า ‘ใช่’ (มันเป็นการสมคบกันโกยกำไร) เพราะเป็นการค้าขายขนาดใหญ่

“ฉันขอบอกว่าตลอดอาชีพการงานของฉัน มันเป็นหนึ่งในการซื้อขายที่ใหญ่ที่สุดที่ฉันเคยเห็น” เธอบอกกับ ABC  “มันเกือบจะเหมือนกับแผนอัจฉริยะที่ชั่วร้าย เพราะมันมีหลายขั้นตอน”

ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

Photo REUTERS/Dado Ruvic/Illustration

นาโตชี้สงครามผิดแผนรัสเซีย เชื่อยูเครนต้องชนะ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/683183

วันที่ 16 พ.ค. 2565 เวลา 11:00 น.นาโตชี้สงครามผิดแผนรัสเซีย เชื่อยูเครนต้องชนะ

เลขาธิการนาโตเชื่อปฏิบัติการในยูเครนจะไม่เป็นไปตามแผนที่รัสเซียวางไว้

สำนักข่าว RT ของรัสเซียรายงานว่าเย็นส์ สต็อลเตินบาร์ก เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) กล่าวว่ายูเครนจะสามารถคว้าชัยชนะในการต่อสู้กับกองกำลังรัสเซีย เนื่องจากสถานการณ์ในสมรภูมิรบไม่เป็นไปตามแผนของรัสเซีย

“สงครามของรัสเซียในยูเครนไม่เป็นไปตามที่รัฐบาลรัสเซียวางแผนไว้ พวกเขาล้มเหลวในการยึดกรุงเคียฟ พวกเขาถอยกลับจากรอบๆ เมืองคาร์คิฟ การรุกครั้งใหญ่ของพวกเขาในดอนบัสหยุดชะงัก รัสเซียไม่บรรลุวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์” สต็อลเตินบาร์กกล่าว “ยูเครนสามารถชนะสงครามได้ ชาวยูเครนกำลังปกป้องบ้านเกิดอย่างกล้าหาญ”

พร้อมเสริมว่า “ยูเครนยังคงสู้ต่อไป นาโตแข็งแกร่งกว่าที่เคย ขณะที่สหรัฐและยุโรปรวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันอย่างแข็งแกร่ง”

สต็อลเตินบาร์กยังคงเน้นย้ำถึงการสนับสนุนต่อยูเครน และการความแข็งแกร่งในการป้องกันของนาโต ตลอดจนมีการอภิปรายถึงผลกระทบระยะยาวของสงครม รวมถึงจุดยืนของพันธมิตรที่มีต่อรัสเซียในอนาคตด้วย

ขณะเดียวกัน รัสเซียยืนยันว่ากำลังบรรลุวัตถุประสงค์ทั้งหมดในยูเครน และจะไม่ปิดเส้นทางที่ตั้งใจไว้ ในระหว่างการปราศัยทางโทรทัศน์เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เอกอัครราชทูตรัสเซียในสหรัฐยืนยันว่าจะไม่มีการ “ยอมจำนน”

“เราจะไม่ยอมแพ้ เราจะไม่ถอย” เขากล่าว

เช่นเดียวกับดมิทรี เปสคอฟ โฆษกรัฐบาลรัสเซียซึ่งกล่าวเมื่อต้นเดือนว่า “ปฏิบัติการทางทหารของรัสเซียในยูเครนกำลังดำเนินไปตามแผน”

Photo by REUTERS/Gonzalo Fuentes

เกิดอะไรขึ้นกับเกาหลีเหนือ จากไร้โควิดจู่ๆ พบคน’มีไข้’1.2ล้านคน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/683175

วันที่ 16 พ.ค. 2565 เวลา 09:50 น.เกิดอะไรขึ้นกับเกาหลีเหนือ จากไร้โควิดจู่ๆ พบคน'มีไข้'1.2ล้านคน

เกาหลีเหนือที่เคยประกาศว่าไม่พบการระบาดของโควิด-19 จู่ๆ ก็พบผู้เสียชีวิตจากโรคนี้มากขึ้นเรื่อยๆ และมีผู้ติดเชื้อเกือบครึ่งล้านในวันเดียว

1. ก่อนเดือนพฤษภาคม 2022 รัฐบาลเกาหลีเหนือไม่ได้รายงานผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันของโควิด-19 แม้ว่านักวิเคราะห์ต่างประเทศบางคนเชื่อว่าไวรัสได้แพร่กระจายที่นั่นตั้งแต่ เดือนมีนาคม 2020

2. Daily NK ซึ่งเป็นเว็บไซต์ข่าวของเกาหลีใต้ที่เจาะลุึกข่าวในเกาหลีเหนือ กล่าวว่า ทหารประมาณ 180 นายอาจเสียชีวิตจากอาการโควิด-19 ในเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ 2020 และแพทย์ได้รับคำสั่งว่าอย่าพูดถึงโควิด-19 เพื่อที่จะไม่สร้างความเสียหายต่ออชื่ออเสียงและภาพลักษณ์ของผู้นำสูงสุด คิม จอง-อึน

3. แต่พอถึงปี 2021 ก็มีรายงานเพิ่มขึ้นว่าการกักตัวเพื่อหลีกเลี่ยงการแพร่ระบาดที่กำลังส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อเศรษฐกิจ จนกระทั่ง เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2022 สำนักข่าวกลางของเกาหลี (KCNA) รายงานว่ามีประชาชนจำนวนหนึ่งในกรุงเปียงยางซึ่งเป็นเมืองหลวงมีผลตรวจไวรัสเป็นบวก แต่ไม่ได้ระบุจำนวนแน่ชัด

4. ในวันที่ 12 พฤษภาคมนั่นเอง รัฐบาลเกาหลีเหนือได้ประกาศ “ภาวะฉุกเฉินระดับชาติขั้นรุนแรง” หลังจากกลุ่มตัวอย่างจากจำนวนที่ไม่ระบุชื่อมีผลตรวจโควิด-19 เป็นบวก นับเป็นครั้งแรกที่เกาหลีเหนือได้เปิดเผยต่อสาธารณะว่ามีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศ

5. สำนักข่าวกลางของเกาหลีระบุว่าผู้นำสูงสุด คิม จอง-อึน ได้เรียกประชุมฉุกเฉินกรมการเมืองของพรรคแรงงานของเกาหลี ซึ่งเป็นหน่วยงานบริหารสูงสุดของประเทศ หลังจากทราบตัวอย่างซึ่งได้มาจากผู้อยู่อาศัยในเปียงยางและมีอาการ “สอดคล้องกับ” เชื้อโอมิครอน ระหว่างการประชุมกรมการเมืองมีการวิจารณ์การจัดการต่อต้านการแพร่ระบาดครั้งก่อน คราวนี้กรมการเมืองจึงแนะนำให้ดำเนินการกักกันฉุกเฉิน “สูงสุด” ซึ่งจะรวมถึงการล็อกดาวน์ทั่วประเทศ ข้อจำกัดด้านพรมแดน และข้อจำกัดเกี่ยวกับขนาดกลุ่มในที่ทำงาน

6. เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม คิม จอง-อึน ได้จัดประชุมที่สำนักงานป้องกันโรคระบาดฉุกเฉินแห่งรัฐ ซึ่งเขาเรียกร้องให้มีการดำเนินการต่อต้านการแพร่ระบาดเพิ่มเติม การล็อกดาวน์ และการแยกตัวผู้ต้องสงสัยว่าติดเชื้อและความพยายามที่จะหยุดการแพร่กระจายได้รับการประกาศให้เป็นขั้นสูงสุด และ KCNA รายงานว่า ‘ไข้’ เริ่มแพร่กระจายตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน โดยเปียงยางเป็นศูนย์กลางของการแพร่กระจาย

7. วันที่ 13 พฤษภาคมเช่นกัน สื่อทางการของเกาหลีเหนือรายงานผู้เสียชีวิต 6 รายและมีไข้ 350,000 ราย วันที่ 14 พฤษภาคม มีรายงานผู้ป่วยเพิ่มอีก 174,440 ราย รักษาหาย 81,430 ราย เสียชีวิต 21 ราย 

8. ในระหว่างการประชุมกรมการเมือง คิม จอง-อึน กล่าวว่าสถานการณ์ปัจจุบันเทียบเท่ากับความวุ่นวายในช่วงการก่อตั้งประเทศ แต่สถานการณ์นี้สามารถเอาชนะได้ด้วยธรรมาภิบาลที่เข้มแข็งเหนือสถานการณ์ 

9. ตามรายงานของ KCNA วันที่ 14 พบเคสที่แพร่กระจายในภูมิภาคต่างๆ ลดลง พร้อมทั้งสั่งจ่ายยาฉุกเฉินให้ประชาชนตามแผนป้องกันโรคระบาด อย่งรก็ตาม พอถึงวันที่ 16 รายงานผู้ป่วย 392,920 คนที่มี ‘อาการไข้’ พร้อมด้วยผู้เสียชีวิตอีก 8 ราย แต่รายงานช่วงเช้าระบุว่าเสียชีวิต 15 รายในวันที่ 16 (ซึ่งหมายความว่าตัวเลขเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว) รวมแล้วมีประชาชนที่มีอาการเป็นไข้ 1.2 ล้านคนแล้ส และ 564,860 รายอยู่ระหว่างการกักตัว ผู้เสียชีวิตรวม 50 ราสย จากรายงานวันที่ 15 และ 16 

10. KCNA รายงานวันที่ 16 ว่า ผู้นำ คิม จอง-อึน แเป็นผู้นำการประชุมกรมการเมืองฉุกเฉิน และสั่งให้กองทัพใช้เพื่อรักษาเสถียรภาพในการจัดหายาในเปียงยาง 

Photo by KCNA VIA KNS / AFP

บทวิเคราะห์ ทำไมตุรกีถึงขวางฟินแลนด์-สวีเดนเข้าร่วมนาโต?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/683105

วันที่ 15 พ.ค. 2565 เวลา 16:27 น.บทวิเคราะห์ ทำไมตุรกีถึงขวางฟินแลนด์-สวีเดนเข้าร่วมนาโต?

เปิดสาเหตุที่ตุรกี ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกนาโตที่สำคัญที่สุดแล้วในเวลานี้ กำลังทำตัวเป็น “ก้างขวางคอ” เมื่อสองประเทศนี้ต้องการเป็นสมาชิกใหม่ของนาโต

1. สวีเดนกับฟินแลนด์ที่เคยวางตัวเป็นกลางมาตลอดความขัดแย้งในยุโรปยุคใหม่ ตัดสินใจเปลี่ยนท่าทีเพื่อเข้าร่วมกับกลุ่มนาโต สาเหตุสำคัญคือการรุกรานยูเครนของรัสเซีย แต่การเปลี่ยนจุดยืนครั้งนี้ไม่เพียงแต่ทำให้รัสเซียไม่พอใจ แต่ยังอาจสร้างความขัดแย้งภายในกลุ่มด้วย

2. ความขัดแย้งเกิดขึ้นตั้งแต่ทั้งสองประเทศยังไม่ได้เข้าร่วมนาโต เมื่อตุรกี ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกของนาโต และมีบทบาทมากขึ้นในฐานะสื่อกลางระหว่างรัสเซีย กับยูเครนและรัสเซียกับนาโต แสดงท่าทีไม่ยอมรับทั้งสวีเดนและฟินแลนด์เข้ามาเป็นสมาชิกของนาต

3. สาเหตุคืออะไร? หนึ่งวันหลังจากรัฐบาลฟนิแลนด์ประกาศแผนการที่จะเข้าร่วมนาโต ประธานาธิบดีเรเจป ไตยิป แอร์โดอันของตุรกีกล่าวว่าว่า “เราไม่มีความคิดเห็นในเชิงบวก” เกี่ยวกับการเสนอเป็นสมาชิกของฟินแลนด์และสวีเดน เขายังกล่าวอีกว่าทั้งสองประเทศนอร์ดิกเป็น “เกสต์เฮาส์สำหรับองค์กรก่อการร้าย” และลั่นว่า “เป็นไปไม่ได้ที่เราจะเห็นชอบด้วย”

4. ต่อมารัฐมนตรีต่างประเทศของตุรกีเผยว่าเพราะทั้งสวีเดนและฟินแลนด์ให้การสนับสนุน “อย่างยอมรับไม่ได้และอุกอาจ” ให้แก่กลุ่มติดอาวุธพรรคแรงงานเคอร์ดิสถาน (PKK) ซึ่งเป็นกลุ่มแบ่งแยกดินแดนชาวเคิร์ดในตุรกี รวมถึงหน่วยป้องกันประชาชน (YPG) ในซีเรีย  “ปัญหาคือทั้งสองประเทศสนับสนุนและมีส่วนร่วมกับ PKK และ YPG อย่างเปิดเผย องค์กรเหล่านี้เป็นองค์กรก่อการร้ายที่โจมตีกองทหารของเราทุกวัน” เมฟลุต คาวูโซกลู รัฐมนตรีต่างประเทศของตุรกี กล่าวขณะเดินทางถึงกรุงเบอร์ลินเพื่อพบปะกับผู้แทนจากกลุ่มนาโต

5.  รัฐมนตรีต่างประเทศของตุรกียังกล่าวว่า “ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้และน่ารังเกียจที่เพื่อนและพันธมิตรของเราสนับสนุนองค์กรก่อการร้ายนี้” และบอกว่า  “นี่คือประเด็นที่เราจำเป็นต้องพูดคุยกับพันธมิตรนาโต้ของเรา เช่นเดียวกับประเทศเหล่านี้” คือสวีเดนและฟินแลนด์ 

6. แม้ว่านาโตจะพยายามเคลียร์ประเด็นนี้ แต่นอร์เวย์กลับแสดงท่าทีทัดทานตุรกี โดยนอร์เวย์สนับสนุนแผนการของฟินแลนด์และสวีเดนที่จะเข้าร่วมนาโต และสวนกลับคำวิจารณ์จากตุรกี โดยแอนนิเคน ฮุตเฟลด์ รัฐมนตรีต่างประเทศนอร์เวย์กล่าวขณะเดินทางถึงการประชุมกับนาโตว่า  “เราไม่รู้จริงๆ ว่าตุรกีหมายถึงอะไร แต่จากมุมมองของนอร์เวย์ เราหนุนหลังหลังฟินแลนด์และสวีเดน 100% หากพวกเขาตัดสินใจสมัครเป็นสมาชิกในนาโต” 

7. หากวิเคราะห์ดูแล้ว ไม่มีทางที่นอร์เวย์จะไม่เข้าใจในสิ่งที่รัฐมนตรีต่างประเทศของตุรกีหมายถึง เพราะมันชัดเจนในตัวมันเองแล้วว่าฟินแลนด์และสวีเดนสนับสนุนกลุ่มที่ก่อความไม่สงบในตุรกีหรือใกล้กับตุรกี ยังไม่นับการที่ตุรกีไม่พอใจนาโตและชาตจิตะวันตกที่ปลบ่อยให้ตุรกีต้องแบกรับปัญหานานาประหารจากสงครามในซีเรียและความวุ่นวายในอิรักที่ทำให้ชาวเคิร์ดพลังมากขึ้นในการแยกตัวเองมาตั้งรัฐอิสระ

8. ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจกันก่อนว่าตัวการความขัดแย้งนี้คืออะไร พรรคแรงงานเคอร์ดิสถานหรือ (PKK) เป็นองค์กรทางการเมืองของกลุ่มติดอาวุธชาวเคิร์ดและขบวนการกองโจรติดอาวุธ ซึ่งในอดีตเคยดำเนินการทั่วทั้งเคอร์ดิสถาน แต่ปัจจุบันส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในพื้นที่ภูเขาทางตะวันออกเฉียงใต้ของตุรกี และทางเหนือของอิรัก

9. ตั้งแต่ปี 1984 PKK ได้ใช้การทำสงครามแบบอสมมาตรในความขัดแย้งระหว่างเคิร์ด–ตุรกี (ด้วยการหยุดยิงหลายครั้งระหว่างปี 1993 ถึง 2013–2015) แม้ว่า PKK จะเคยตั้งใจที่จะสถาปนารัฐเคิร์ดที่เป็นอิสระ แต่ในช่วงทศวรรษ 1990 เป้าหมายได้เปลี่ยนไปเน้นที่การเพิ่มความเป็นอิสระและเพิ่มสิทธิสำหรับชาวเคิร์ดในตุรกี

10. แม้จะลดดีกรีการเรียกร้องลง แต่ PKK ถูกกำหนดให้เป็นองค์กรก่อการร้ายโดยตุรกี สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป และบางประเทศอื่นๆ เพราะ PKK ก่อเหตุเข้าข่ายการก่อการร้ายโดยการวางระเบิดกลางเมืองและเกณฑ์ทหารเด็ก

11. ข้อกล่าวหาของรัฐมนตรีต่างประเทศตุรกีที่ว่าฟินแลนด์และสวีเดนสนับสนุน PKK เพราะทั้งสองประเทศให้พื้นที่ในการดำเนินการกับกลุ่มแบ่งแยกดินแดนชาวเคิร์ดหลายกลุ่มรวมถึง PKK จากข่าวกรองของตุรกีระบุว่ากลุ่มเคิร์ดเหล่านี้รีดเงินจากชา่วเคิร์ดและชาวตุรกีในฟินแลนด์และสวีเดนเพื่อนำไปใช้ในดำเนินการสำหรับกลุ่ม PKK

12. นอกจากสวีเดนและฟินแลนด์แล้ว สมาชิกนาโตด้วยกันเองยัง “หักหน้า” ตุรกีด้วยการให้พื้นที่กับกลุ่มเหล่านี้ในการเคลื่อนไหว เช่น เดนมาร์ก เยอรมนี หรือแม้แต่ที่กรุงบรัสเซลส์ศูนย์กลางของสหภาพยุโรป ประเด็นนี้จึงเป็นประเด็นที่ตุรกีไม่พอใจอย่างมากอยู่แล้ว และสบโอกาสที่จะ “หักหน้า” นาโตด้วยกันเองด้วยประเด็นนี้ ดังนั้น การที่นอร์เวย์ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นจึงเป็นเรื่องที่เชื่อได้ยาก

13. ขณะที่หน่วยป้องกันประชาชน หรือ YPG เป็นกองกำลังติดอาวุธชาวเคิร์ดในซีเรียและเป็นองค์ประกอบหลักของกองกำลังประชาธิปไตยซีเรีย (SDF) YPG ส่วนใหญ่ประกอบด้วยกลุ่มชาติพันธุ์เคิร์ด แต่ยังรวมถึงชาวอาหรับและอาสาสมัครต่างชาติด้วย และตุรกีกำหนดให้เป็นกลุ่มก่อการร้าย

14. กรณีของ YPG นั้นนอกจากตุรกีจะกล่าวหาว่าฟินแลนด์และสวีเดนให้การสนับสนุนแล้ว ยังมีสหรัฐที่เป็นสมาชิกของนาโตสนับสนุนด้วย และทำให้ตุรกีไม่พอใจอย่างมาก โดยสหรัฐนั้นให้การสนับสนุนด้านอาวุธอย่างโจ่งแจ้งกับกลุ่มนี้ ทำให้ตุรกีต้องเตือนสหรัฐ นี่เป็นระเบิดเวลาอีกลูกหนึ่งที่ฝังไว้ในนาโต และรอให้ตุรกีจุดชนวนมัน

ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์ 

Photo Lehtikuva/Heikki Saukkomaa via REUTERS