เตือนการล่มสลายของคริปโตล่าสุดคือสัญญาณเตือนครั้งใหญ่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/682949

วันที่ 13 พ.ค. 2565 เวลา 14:39 น.เตือนการล่มสลายของคริปโตล่าสุดคือสัญญาณเตือนครั้งใหญ่

โลกของคริปโตเคอร์เรนซีมีทั้งความซับซ้อนและความเสี่ยงสำหรับคนที่ไม่คุ้นเคยกับมัน

สำนักข่าว CBS Boston รายงานว่า ในจุดสูงสุดนั้นคริปโตทั่วโลกมีมูลค่ารวมกันมากกว่า 2.2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ แต่ช่วงเดือนที่ผ่านมามูลค่าของมันหายไป 800,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่งผลให้นักลงทุนกังวลหนัก

แลร์รี แกลเซอร์ หุ้นส่วนผู้จัดการของบริษัทที่ปรึกษา Mayflower Advisors ในเมืองบอสตันของสหรัฐเผยว่า “ผู้คนได้รับสัญญาณเตือนครั้งใหญ่เกี่ยวกับความเสี่ยงและแผนการเกษียณอายุของพวกเขา เรากำลังได้เห็นว่าคริปโตเคอร์เรนซีจะทำได้ดีแค่ไหนในโลกที่กำลังพัฒนานี้ และโชคร้ายที่การทดสอบนี้มันน่าตกใจสำหรับคนส่วนใหญ่”

แกลเซอร์กล่าวว่า ตลาดคริปโตกำลังดิ่งลงเนื่องจากปฏิกิริยาจากภาวะเงินเฟ้อทั่วโลกซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้สร้างคริปโตบอกว่าสกุลเงินดิจิทัลจะไม่ได้รับผลกระทบ

“เทคโนโลยีพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว มันพัฒนาไปเร็วกว่าข้อบังคับ และนั่นคือส่วนหนึ่งของความท้าทาย” ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินเผย

แกลเซอร์กล่าวอีกว่า คริปโตคือหนึ่งในที่ที่มีความเสี่ยงสูงที่สุดที่จะนำเงินไปลงทุน และแนะนำให้ผู้ที่กำลังตัดสินใจซื้อให้หาข้อมูลให้ดีก่อน

REUTERS/Dado Ruvic/Illustration/File Photo

ฟองสบู่คริปโต กับความสูญเสียมหาศาลในชั่วข้ามคืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/682947

วันที่ 13 พ.ค. 2565 เวลา 13:30 น.ฟองสบู่คริปโต กับความสูญเสียมหาศาลในชั่วข้ามคืน

นักลงทุนจำนวนไม่น้อยสูญเงินมหาศาลในชั่วข้ามคืนเมื่อตลาดคริปโตดิ่งหนัก

แม้ว่าขณะนี้สกุลเงินดิจิทัลหลายรายเริ่มขยับขึ้นมาแล้ว หลังจากที่ดิ่งลงอย่างหนักเมื่อวานนี้ (12 พ.ค.) แต่ผู้คนจำนวนไม่น้อยที่ฝากเงินออมของพวกเขาไว้กับสกุลเงินดิจิทัล ต้องเผชิญกับความสูญเสียครั้งใหญ่ในชั่วข้ามคืน เมื่อราคาคริปโตเคอร์เรนซีดิ่งหนักในช่วงคืนที่ผ่านมา โดยเว็บไซต์ Metro ของอังกฤษรายงานว่าบางคนถึงขั้นต้องสูญเสียบ้าน

รายงานระบุว่าวานนี้ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีสูญเสียมูลค่าไปมากกว่า 200,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ท่ามกลางการเทขายจากบรรดานักลงทุนที่อยู่ในความตื่นตระหนก โดย Bitcoin สกุลเงินดิจิทัลอันดับ 1 ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 2 ปี และดิ่งลงถึง 50% เมื่อเทียบกับระดับสูงสุดตลอดกาลที่ทำไว้ในเดือนพ.ย.

ขณะที่ Ethereum สกุลเงินดิจิทัลอันดับ 2 ร่วงลง 20% ในเวลา 24 ชั่วโมง รวมไปถึงราคาเหรียญอื่นๆ ในตลาดก็ดิ่งลงไปด้วยเช่นกัน อาทิ Shiba Inu และ Dogecoin สูญเสีย 30% และ 25% ตามลำดับ

ขณะเดียวกัน Terra Luna ซึ่งเป็นหนึ่งใน 10 อันดับแรกของสกุลเงินดิจิทัลที่มีมูลค่ามากที่สุด ร่วงลงกว่า 98% โดยราคาตกลงมาใกล้ศูนย์ ขณะที่หลายกระดานเทรดต้องประกาศยุติซื้อขายเหรียญดังกล่าวเป็นการชั่วคราว

บรรดานักลงทุนแบ่งปันประสบการณ์สูญเสียครั้งใหญ่ของพวกเขาบน Reddit ซึ่งนักลงทุนรายหนึ่งกล่าวว่าเขาสูญเสียเงินออมทั้งชีวิตไปแล้ว หลังจากที่เคยซื้อ Luna ในราคาเหรียญละ 85 เหรียญสหรัฐ และตอนนี้เขาไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป

อีกคนหนึ่งกล่าวว่าเขาสูญเงิน 15,000 เหรียญสหรัฐ หรือกว่า 520,000 บาท จากการถือเหรียญ Luna ที่เขาเคยซื้อมาในราคาเหรียญละมากกว่า 100 เหรียญสหรัฐเมื่อเดือนที่แล้ว

นักลงทุนยังเผยว่าเขาน่าจะขายเหรียญพวกนี้ไปตั้งแต่ที่พอจะได้กำไรแล้ว อย่างน้อยก็มีเงินสำหรับดาวน์บ้าน แต่ด้วยความโลภมากอยากจะได้กำไรมากกว่านี้จึงถือเหรียญต่อไป แต่มันกลับราคาดิ่งลงจนเขาไม่เหลือเงินออมและเงินสำหรับจ่ายค่าบ้านแล้ว

นักลงทุนอีกรายเล่าว่า “ฉันเสียเงินไปมากกว่า 450,000 เหรียญสหรัฐ ฉันไม่มีเงินจ่ายหนี้ธนาคาร ฉันจะสูญเสียบ้านและกลายเป็นคนไร้บ้านในไม่ช้า”

“อดีตเพื่อนร่วมงานของฉันพยายามฆ่าตัวตาย” ผู้ใช้ Reddit รายหนึ่งกล่าวโดยเล่าว่าเขาย้ายเงินออมทั้งหมดไปไว้ในคริปโตตั้งแต่ปีที่แล้ว และหมดเงินไปกับ LUNA มากที่สุด

New York Post อ้างคำพูดของ แกร์ริก ฮิลแมน หัวหน้านักวิจัยจาก blockchain.com ซึ่งกล่าวว่ามีคนจำนวนมากที่เจ็บปวด แต่ในตลาดคริปโตโทเค็นที่แข็งแกร่งจะอยู่รอด เขายังคงมีมุมมองเชิงบวกเกี่ยวกับโอกาสในระยะยาวของคริปโตเคอร์เรนซี แต่กล่าวว่าราคาที่ดิ่งลงในปัจจุบันแสดงให้เห็นว่านักลงทุนโดยเฉพาะมือใหม่ต้องระวัง พร้อมเตือนว่าไม่ควรทุ่มเงินลงทุนมากเกินไป เพราะต้องยอมรับว่าเงินจำนวนนั้นมีโอกาสที่จะสูญเสียไปได้

Photo by REUTERS/Dado Ruvic/Illustration/File Photo/File Photo

นักลงทุนคริปโตฆ่าตัวตายหลังสูญเงิน 41 ล้านบาทเพราะเหรียญ LUNA

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/682938

วันที่ 13 พ.ค. 2565 เวลา 12:15 น.นักลงทุนคริปโตฆ่าตัวตายหลังสูญเงิน 41 ล้านบาทเพราะเหรียญ LUNA

ราคาเหรียญ stablecoin LUNA ราคาร่วงจนทำจะไม่มีค่าทำนักลงทุนหลายคนหมดตัว

การล่มสลายของเหรียญ LUNA ส่งผลให้นักลงทุนไม่น้อยต้องสูญเงินจำนวนมหาศาล โดยหนึ่งในนั้นเป็นนักลงทุนที่คาดว่าจะเป็นชาวอินเดียสูญเงินไป 1.2 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 41.67 ล้านบาทจึงคิดสั้นพยายามฆ่าตัวตาย

เจ้าของบัญชีทวิตเตอร์ @Akassh03 เจ้าไปโพสต์เรื่องราวของเพื่อนใต้ทวีตของ โด ควอน ผู้ก่อตั้ง Terraform Labs ซึ่งเป็นเจ้าของเหรียญ LUNA ว่า “เพื่อนผมคนนึงพยายามฆ่าตัวตาย แต่พวกเราช่วยเขาไว้ได้ทัน เขาอยู่ในห้องไอซียู เขาเสียเงินไป กับ $LUNA 1.2 ล้านเหรียญสหรัฐ $LUNA คุณทำอะไรลงไปเนี่ย” พร้อมกับโพสต์ภาพที่คาดว่าน่าจะเป็นจดหมายลาตาย

One of my friends he try to attempt suicide. But We were able to save him. He is in ICU. .He lost 1.2M $ in $LUNA$LUNA what you have done Man .@stablekwon how responsible for that?? pic.twitter.com/oApUVBftsF— Moon_K_Night 03_ K (@Akassh03) May 11, 2022

REUTERS/Edgar Su/Illustration

ไบเดนให้คำมั่นทุ่มงบ 5 พันล้านบาท สนับสนุนอาเซียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/682931

วันที่ 13 พ.ค. 2565 เวลา 11:30 น.ไบเดนให้คำมั่นทุ่มงบ 5 พันล้านบาท สนับสนุนอาเซียน

สหรัฐให้คำมั่นสนับสนุนอาเซียนกว่า 5 พันล้านบาท ท่ามกลางความพยายามในการต้านอิทธิพลจีนในภูมิภาค

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 13 พ.ค. ประธานาธิบดีโจ ไบเดน เปิดการประชุมร่วมกับผู้นำประเทศสมาชิกเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยให้คำมั่นว่าจัดสรรเงิน 150 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 5 พันล้านบาท

เพื่อสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ความมั่นคง และการเตรียมความพร้อมสำหรับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ท่ามกลางความพยายามของสหรัฐในการต้านอิทธิพลของจีนในภูมิภาค

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลสหรัฐกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “เราต้องยกระดับการทำงานในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เราไม่ได้ขอให้ประเทศต่างๆ เลือกระหว่างอเมริกาหรือจีน แต่เราต้องให้ทำให้เห็นว่าสหรัฐอเมริกาแสวงหาความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นขึ้น”

ทั้งนี้ ในเดือนพ.ย. ปีที่แล้วจีนให้คำมั่นว่าจะจัดสรรงบประมาณ 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 52,000 ล้านบาทแก่กลุ่มประเทศอาเซียนเพื่อต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโควิด-19 และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

Photo by REUTERS/Leah Millis

เหรียญ LUNA ราคาดิ่งไม่หยุดจนเกือบจะไม่มีค่าแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/682929

วันที่ 13 พ.ค. 2565 เวลา 10:42 น.เหรียญ LUNA ราคาดิ่งไม่หยุดจนเกือบจะไม่มีค่าแล้ว

ราคาเหรียญคริปโต LUNA ยังดิ่งไม่หยุดจนหลายคนเริ่มตั้งคำถามว่ามันจะร่วงลงไปเหลือ 0 หรือไม่

เว็บไซต์ที่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัล CoinMarketCap เผยว่า วานนี้ (12 พ.ค.) ณ เวลา 10.45 น.ตามเวลาท้องถิ่น หรือตรงกับ 21.45 น.ตามเวลาประเทศไทย ราคาเหรียญ LUNA ร่วงลงไปจนเกือบจะไม่มีค่าแล้วเพียงชั่วข้ามคืน โดยซื้อขายกันที่ 0.005 เหรียญสหรัฐ มูลค่าทางการตลาดอยู่ที่ 56 ล้านเหรียญสหรัฐ จากที่เคยมีมูลค่าทางการตลาดสูงถึง 28,000 ล้านเหรียญสหรัฐเมื่อ 1 สัปดาห์ก่อน

ก่อนที่ 10.30 น.วันนี้ตามเวลาประเทศไทยราคาจะขยับไปอยู่ที่ 0.0080 เหรียญสหรัฐ

ก่อนหน้านี้เหรียญ LUNA พุ่งขึ้นไปแตะราคาออลไทม์ไฮที่ 119.22 เหรียญสหรัฐเมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา

REUTERS/Dado Ruvic/File Photo

‘มือปราบคัลท์งานเข้า’ การจับผิดพระละเอียดอ่อนกว่าการปราบลัทธินอกรีต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/682674

วันที่ 12 พ.ค. 2565 เวลา 21:44 น.'มือปราบคัลท์งานเข้า' การจับผิดพระละเอียดอ่อนกว่าการปราบลัทธินอกรีต

Cult (คัลท์) เมื่อแปลเป็นไทยแล้วได้ความว่า “ลัทธิบูชา” แต่ความหมายของมันเบาหวิวจนไม่สะท้อนถึงนัยของมันในภาษาอังกฤษที่ใช้เป็นคำดูหมิ่นดูแคลนกลุ่มคนที่เชื่อถืออะไรเป็นตุเป็นตะแล้วรวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนขึ้นมา

Cult (คัลท์) ไม่ใช่ศาสนา มันเป็นกลุ่มความเชื่อที่เล็กกว่าศาสนา ส่วนใหญ่ไม่เป็นพิษเป็นภัยอะไร แต่บางครั้งมันกลายเป็นความลุ่มหลงที่คล้ายศาสนา มันไม่มีลิมิต ยึดถือเจ้าลัทธิจนเกินเหตุ ขณะที่เจ้าลัทธิก็หลงอำนาจบารมีจนเกินไป หลายกรณีสั่งให้คนไปตาย ก็ไปตาย

ในภาษาอังกฤษคำว่าคัลท์เป็นคำด่าคำดูแคลนไปแล้ว ไม่ใช่คำกลางๆ และมักจะใช้กับลัทธิกระทำอันตรายต่อชีวิตมนุษย์ไม่เว้นแม้แต่สาวกของตัวเอง

“ลัทธิพระบิดา” ก็เข้าข่ายเป็นคัลท์อย่างหนึ่ง เพราะว่ากันว่ามีความเชื่อเรื่องกินสิ่งปฏิกูลเจ้าลัทธิ และพบศพเสียชีวิตถึง 11 ราย

ดังนั้น สังคมเราจึงต้องการการสอดส่องดูแลเรื่องคัลท์ หาไม่มันอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตผู้คนที่หลงเชื่อได้

ในต่างประเทศมีการ “ล่าคัลท์” กันเป็นปกติ เพื่อป้องกันไม่ให้ศาสนาหลักเสื่อมจากการถูกบิดเบือนและป้องกันคนบริสุทธิ์ไม่ให้ถูกหลอก 

แต่การล่า “คัลท์” นั้นต่างจากการตรวจสอบ “รีลิเจียน” อย่างมาก 

เพราะศาสนานั้นมีการจัดการเป็นระบบ มี “วินัย” ที่เป็นลายลักษณ์อักษร และบางประเทศนั้นศาสนามีรัฐช่วยจัดระเบียบอีกที การไปจับผิดพระที่ถูกกล่าวหานั้นจึงต้องทำผ่านกระบวนการเหล่านี้ จะตั้งศาลเตี้ยโดยพลการเหมือนกับการล่าคัลท์ไม่ได้

ก่อนอื่น เรามาดูกันก่อนว่าคัลท์ที่ควรถูกล่าได้นั้นพึงมีลักษณะอย่างไร

อย่างคัลท์ที่เข้าข่ายอันตรายและมี “ชื่อเสีย” เลื่องลือไปทั่วโลก เช่น ลัทธิ Heaven’s Gate หรือลัทธิประตูสวรรค์ก่อเหตุฆ่าตัวตายหมู่ที่ซานดิเอโก เมื่อปี 2540 เสียชีวิต 39 คน เพราะเชื่อว่าเวลาของพวกเขามาถึงแล้ว เมื่อดาวหางเฮล-บอปป์ปรากฏตัวขึ้นในปีนั้น ข้อความในเว็บไซต์ของลัทธิระบุว่า “เฮล–บอปป์ปิดประตูสวรรค์ …ห้องเรียน 22 ปีของเราบนโลกนี้ใกล้จะจบลงแล้ว คือ ‘การสำเร็จการศึกษา’ จากระดับวิวัฒนาการของมนุษย์ เรายินดีที่จะออกจาก ‘โลกนี้’ และไปกับคณะนี้”

นี่คือคือกรณีของความหลงที่ทำให้ตัวเองตาย

ลัทธิ Peoples Temple ของจิม โจนส์ ที่สั่ง (และบังคับ) ให้สาวก 909 คนฆ่าตัวตายพร้อมกันกลางป่าในประเทศกายอานา เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2521 วันนั้นเจ้าลัทธิคือจิม โจนส์ ผู้ทึ่สาวกเชื่อถือว่าเป็น “พระผู้ช่วยให้รอด” สั่งกองกำลังพร้อมปืนและหน้าไม้ล้อมวงสาวกและบอกให้พวกเขาฆ่าตัวตายหมู่ด้วยการดื่มน้ำหวานผสมยาพิษ ไม่ว่าคนเหล่าน้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม

นี่คือการบีบให้ตายหมู่พร้อมกันทั้งพวกที่หลงและไม่หลง

พวก Aum Shinrikyo ที่ก่อเหตุโจมตีสถานีรถไฟใต้ดินกรุงโตเกียวเมื่อปี 2538 จนมีผู้เสียชีวิต 14 คน บาดเจ็บ 1,050 คน เพราะเชื่อว่าโลกจะเกิดมหาสงครามระหว่างสหรัฐกับญี่ปุ่นตามมาด้วยวันสิ้นโลก มีแต่สาวกของลัทธิเท่านั้นที่จะรอดจากวันสิ้นโลกและจะไม่ตกนรกเมื่อถึงวันสิ้นโลก แต่หากคนผู้อื่นถูกสาวกของลัทธิสังหาร คนเหล่านั้นก็จะรอดพ้นจากนรกได้

นี่คือการหลงจนทำให้คนอื่นต้องตาย

กรณีเหล่านี้คงจะพอให้เห็นภาพได้ว่าคัลท์ “หลง” กันแบบไหนและความหลงทำให้ถึงฆาตได้อย่างไร

ในเมืองไทยเรามีคัลท์ที่หลากหลายรูปแบบ ทั้งระดับเบาะๆ ที่ไม่เป็นพิษเป็นภัย จนถึงระดับหลงไม่ลืมหูลืมตา

การบูชาไอ้ไข่ก็ถือเป็นคัลท์แบบหนึ่ง แต่ไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใด (ยกเว้นตีเลขหวยผิดตัว) เป็นคัลท์ที่หมายถึงการเชื่อถือบูชานอกกรอบของศาสนาเท่านั้น แม้แต่การกราบไหว้ท้าวเวสวัณ (หรือที่มักเขียนว่าท้าวเวสสุวรรณ) ก็เป็นคัลท์แบบหนึ่ง แต่ยังยึดโยงกับพุทธศาสนา

คัลท์ที่แปลกๆ ในไทยที่คนไทยอาจจะลืมไปแล้ว (เพราะมันมีมากเหลือเกิน) ก็เช่น สำนักปู่สวรรค์ที่โยงศาสนาเข้ากับการเมืองเพื่อต่อต้านลัทธิคอมมิวนิสต์ในช่วงสงครามเย็น และเหมือนกับคัลท์ทั้งหลาย สำนักปู่สวรรค์ก็มีคำทำนายกับเขาเหมือนกันถึงสงครามโลก สงครามกับคอมมิวนิสต์ และโลกพระศรีอาริย์

แต่คัลท์ในเมืองไทยที่จะเลวร้ายถึงขนาดชี้นำให้คนไปตายหรือฆ่าคนอื่นให้ตายนั้นแทบไม่มี แต่อาจต้องทบทวนกันอีกทีหลังเกิดกรณีลัทธิพระบิดา

คัลท์ที่ทำให้คนไปตายนั้นเรียกว่า Destructive cult หรือ “คัลท์แห่งความหายนะ” มักจะมุ่งเป้าไปที่คนที่มีจิตใจหวั่นไหว หรือคนที่มีปัญหาชีวิต หรือถูกกดขี่จากสังคม เช่น สมาชิกส่วนใหญ่ของ Peoples Temple ของจิม โจนส์ เป็นคนผิวดำอเมริกันที่ถูกเหยียดและกีดกันจากโอกาสในสังคม ลัทธินี้จึงชี้ชวนให้ไปสร้าง “เมืองแมนแดนสวนสวรรค์” กลางป่าประเทศกายานา เพื่อสร้างสังคมคอมมูนเต็มรูปแบบที่คนเท่ากัน แต่มันจบลงด้วยการตายทุกคนเหมือนกัน

ดูเผินๆ แล้วเหมือนหลักการของมันจะดี แต่เพราะคัลท์มีคุณลักษณะสำคัญอย่างหนึ่งคือต้องมีเจ้าลัทธิที่มีความน่าเชื่อถืออย่างมาก (หรือชวนให้หลง) เมื่อสาวกหลงหัวปักหัวปำแล้ว จะสั่งให้หันซ้ายหันขวาย่อมได้

แต่เพราะเจ้าลัทธิก็เป็นคนเดินดินเหมือนเราๆ และส่วนใหญ่มักมีปัญหาทางจิต และหลงเสียยิ่งกว่าสาวกตัวอง พวกเจ้าลัทธิจึงใช้ความฝันเฟื่องและอุดมการณ์สวยหรูมาลวงคนที่จิตอ่อนและสภาพชีวิตเปราะบางทำให้พวกเขาลงเอยด้วยความตายในที่สุด

ดังนั้นคนที่หลงเชื่อคัลท์ไม่ควรถูกปฏิบัติดั่งคนโง่หรือคนบ้า แต่ควรปฏิบัติด้วยความเห็นอกเห็นใจ

นอกจากความเปราะบางในชีวิตจนต้องหันมาพึ่งเจ้าคัลท์ บางคนก็ยังเป็นพวกขี้กลัว กลัวสงครามโลก กลัวโลกแตก กลัวตกนรก คนกลุ่มนี้จะตกเป็นเหยื่อของลัทธิวันสิ้นโลก เช่น พวก Aum Shinrikyo หรือพวก Heaven’s Gate ในโลกเรามีลัทธิจำพวกนี้เยอะมากจนจาระไนไม่ไหว เพียงแต่ที่สุดโต่งจนพาคนไปตายนั้นมีนับลัทธิได้

ดังนั้น ถามว่าคัลท์เป็นพิษภัยไหม? ในแง่ทางโลกหากมันผิดกฎหมายทั้งอาญาและแพ่งก็ไม่ถือว่าเป็นสิ่งเลวร้ายอะไร ใรแง่ศาสนา บางคัลท์อาจจะไปหยิบยืมหลักการศาสนาอื่นๆ มาบิดเบือน ซึ่งในแง่หลักศาสนาอาจเป็นปัญหาได้ แต่ละศาสนาจึงต้องชี้แจงกันเอาเองว่าไม่เกี่ยวข้อง

บางประเทศที่มีเสรีภาพทางศาสนาแบบครึ่งใบ เช่น ในไทย หากคัลท์บางคัลท์ไปอ้างศาสนาหลักในชาติแล้วบิดเบือนเพื่อรับใช้ตัวเอง ก็มีโอกาสที่จะถูกกำราบได้

แต่ในเมืองไทยเป็นดินแดนที่ “คัลท์” ในตัวมันเอง บางครั้งคนในประเทศนี้เรียกร้องเสรีภาพในศาสนา ให้ทุกคนมีสิทธิเป็นสมาชิกของคัลท์อะไรก็ได้ โดยห้ามรัฐเข้ามายุ่มย่ามและศาสนาหลักห้ามมาทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของความเชื่อ

แต่พอเกิดกรณีคัลท์ที่ดราม่าหนักๆ เช่น กรณีพระบิดา ก็จะมีคนโวยวายว่าทำไมรัฐไม่ขยับใช้อำนาจรัฐกวาดล้างคัลท์พวกนี้ก่อนที่จะมีเรื่องมีราวขึ้นมา?

ก็อย่างเหตุผลแรก รัฐเข้าไปกวาดล้างคัลท์ตามใจชอบไม่ได้ เพราะเป็นความเชื่อส่วนบุคคล เว้นแต่คัลท์นั้นๆ ไปป่าวประกาศว่าตัวเองเป็นแขนงหนึ่งศาสนาหลัก แล้วองค์กรศาสนาร้องเรียนขึ้นมา แบบรัฐเข้าไปแทรกแซงได้

แน่นอนว่า กว่าจะถึงกระบวนการนั้น คัลท์อาจจะทำให้คนตายไปเรียบร้อยแล้ว

แล้วเราจะทำอย่างไร? ตอบว่าคงต้องระแวดระวังกันเอง หากมีญาติพี่น้องไปพัวพันคัลท์แปลกๆ ก็ให้สอบถามคำสอนว่ามันเข้าเค้าเป็นพวก “คัลท์แห่งความหายนะ” หรือไม่ แต่หากเข้าเป็นสาวกเพื่อจะขอหวยก็คงไม่ต้องกังวลมากนัก

ดังนั้นในสังคมจึงเกิดกลุ่ม “คนล่าคัลท์” ขึ้นมา เช่นในเมืองไทยมีคนอย่างหมอปลา ที่ตอนแรกเป็นมือปราบสัมภเวสี ตอนหลังยกระดับเป็นมือปราบเจ้าลัทธิและพระที่กนระทำตัวไม่เหมาะสมเสียแล้ว 

แต่พระไม่ใช่ผีที่มองไม่เห็นตัว และพระไม่ใช่เจ้าพ่อคัลท์เหมือน “พระบิดา” พระนั้นสังกัดคณะสงฆ์ที่มีระเบียบแบบแผนจัดการทั้งด้วยพระวินัยและพระราชบัญญัติต่างๆ 

เอาแค่เฉพาะพระวินัยจัดการภิกษุนอกรีตก็พอแล้ว ไม่ต้องถึงใช้อำนาจรัฐ ยิ่งไม่ต้องใช้อำนาจคนล่าคัลท์ หากพบพระนอกรีตก็ไห้แจ้งคณะสงฆ์ สงฆ์จะตั้งสอบอธิกรณ์กันเอง ไม่ใช่หน้าที่ของคนนอก

การไปเรียกสื่อมาประจานแล้วสื่อไปแขวนให้คนด่ากันต่อ ต่อให้พระผู้นั้นผิดจริง ก็ไม่ยุติธรรม เพราะทั้งคนล่าคัลท์และสื่อไม่ใช่คณะสอบอธิกรณ์ จะทำตัวเป็นศาลเตี้ยไม่ได้ ที่ทำได้คือแจ้งให้ผู้รับผิดชอบได้ทราบเท่านั้น

ยังไม่นับว่าศาสนาพุทธไม่ใช่คัลท์และมีจารีตคือพระวินัยที่ละเอียดละออตอบรับทุกสถานการณ์ จะมาปราบแบบพระบิดา ซึ่งเป็น Destructive cult เป็นนอกรีตจริงๆ ไม่ได้ 

คนล่าคัลท์จึงต้องสำรวมตัวเองให้ดี เพราะอาจทำพลาดไปใส่ความคนที่แก้ต่างให้ตัวเองไม่ได้ 

ในสหรัฐเคยมีองค์กรเอกชนที่คอยจับตาคัลท์โดยเฉพาะ เช่น Cult Awareness Network แต่มันมักจะทำงานเชิงรุกเหมือนหมอปลา ทำให้เกิด “สงครามคัลท์” ระหว่างพวกต่อต้านคัลท์กับคัลท์ต่างๆ มันรุกหนักจนถึงกับเคยบอกเจ้าหน้าที่ให้จัดการเจ้าลัทธิหนึ่งด้วยวิธีการจับตายก็เคยมาแล้ว

นี่แหละคืออันตรายของพวกล่าคัลท์ที่คิดว่าตัวเองมีพันธกิจอันยิ่งใหญ่ จึงทำอะไรเกินตัว

พอทำอะไรเกินตัวก็จะจบไม่สวย เช่น Cult Awareness Network ผลสุดท้ายองค์การนี้ต้องล้มละลายและขายต่อ แต่คนที่ซื้อไปไปเปิดองค์กรชื่อคล้ายกันแต่กลับกลายเป็นว่าเจ้าของก็เกี่ยวข้องกับคัลท์ใหญ่ในสหรัฐ เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยกับคัลท์ต่างๆ กลายเป็นว่ามันถูกซื้อเพื่อเอาไปใช้งานงานตรงกันข้ามกับจุดประสงค์เดิม

ส่วนการจะให้รัฐเข้ามาสอดส่องก็ต้องระวังให้ดีด้วย เพราะหากเป็นพวก “คัลท์แห่งความหายนะ” ที่บ้าดีเดือดอาจจะจบลงด้วยโศกนาฏกรรมเหมือนกรณีการล้อมเวโก (Waco siege) ที่เจ้าหน้าที่สหรัฐสนธิกำลังกันปิดล้อมสำนักงานของลัทธิแบรนช์ดาวิเดียนส์ (Branch Davidians) ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ – เมษายน พ.ศ. 2536

การปิดล้อมจบลงด้วยเพลิงไหม้ศูนย์กลางของคัลท์นี้ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 76 รายในกองเพลิง รวมแล้วการปิดล้อมนี้มีคนตายทั้งสาวกและเจ้าหน้าที่รวม 82 ราย

แต่จนบัดนี้ก็ยังเป็นที่ถกเถียงกันว่าเพลิงไหม้ที่คร่าชีวิตสาวกของแบรนช์ดาวิเดียนส์เกิดจากพวกเขาวางเพลิงเอง หรือเพราะเจ้าหน้าที่ยิงแก๊สน้ำตาเข้าไปจนติดไฟลุกลาม กลายเป็นจุดจบของคัลท์นี้

จะเห็นได้ว่าแม้แต่การจับคัลท์ยังมีจุดจบที่นองเลือดได้เหมือนกัน มันไม่ใช่งานที่จะทำแบบโผงผางได้ 

โดย กรกิจ ดิษฐาน

Photo – ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหา – พระภิกษุสงฆ์ดูตำรวจใช้แก๊สน้ำตาและกระบอกฉีดน้ำสลายนักศึกษามหาวิทยาลัยที่เรียกร้องการลาออกของประธานาธิบดีโคตาบายา ราชปักษา แห่งศรีลังกา เกี่ยวกับวิกฤตเศรษฐกิจของประเทศ ใกล้อาคารรัฐสภาในกรุงโคลัมโบ เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 ภาพโดย ISHARA S. KODIKARA / AFP)

ตลาดคริปโตระส่ำวันเดียวมูลค่าตลาดหายไปเกือบ 7 ล้านล้านบาท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/682889

วันที่ 12 พ.ค. 2565 เวลา 17:15 น.ตลาดคริปโตระส่ำวันเดียวมูลค่าตลาดหายไปเกือบ 7 ล้านล้านบาท

คริปโตสกุลหลักกอดคอกันร่วงหนักจากผลพวงของ stablecoin อย่าง TerraUSD กระทบถึงตลาดเอเชีย

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า การประเมินจากของเว็บไซต์ติดตามราคาสกุลเงินดิจิทัล CoinMarketCap พบว่า การเทขายคริปโตเคอร์เรนซีครั้งใหญ่ส่งผลให้มูลค่าในตลาดหายไปถึง 200,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 6.946 ล้านล้านบาทภายในเวลาเพียง 24 ชั่วโมง

ราคาที่ตกเป็นวงกว้างทั่วตลาดซึ่งเป็นผลมาจากการล่มสลายของ stablecoin อย่าง TerraUSD สร้างแรงกระเพื่อมมหาศาลต่อสกุลเงินหลักๆ ของตลาด

Bitcoin ร่วง 10% สู่จุดต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2020 ส่วน Ethereum ได้รับแรงกระแทกค่อนข้างหนัก ร่วง 14.2% ลงไปซื้อขายในราคา 1,780.54 เหรียญสหรัฐ ต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือน ก.ค. 2021 และร่วงมากกว่า 50% นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน

ความระส่ำระสายนี้แสดงสัญญาณว่าจะกระจายเป็นวงกว้างในวันนี้ โดยหุ้นที่เกี่ยวข้องกับคริปโตในเอเชียพลอยได้รับผลกระทบไปด้วย BC Technology Group ฟินเทคที่จดทะเบียนในฮ่องกงปิดตลาดร่วงลงมา 6.7% ส่วน Monex Group ของญี่ปุ่นซึ่งเป็นเจ้าของแพลตฟอร์มซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล TradeStation และ Coincheck ร่วงลงมา 10%

Photo by JACK GUEZ / AFP

Coinbase เตือนลูกค้าคริปโตอาจไม่เหลืออะไรเลยถ้าบริษัทล้มละลาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/682881

วันที่ 12 พ.ค. 2565 เวลา 16:28 น.Coinbase เตือนลูกค้าคริปโตอาจไม่เหลืออะไรเลยถ้าบริษัทล้มละลาย

แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโต Coinbase เตือนลูกค้าอาจไม่ได้เงินสักบาทหากบริษัทล้มละลาย

Business Insider รายงานว่า Coinbase หนึ่งในแพลตฟอร์มซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลรายใหญ่เผยว่า สินทรัพย์ดิจิทัลของลูกค้าของ Coinbase จะกลายเป็นทรัพย์สินของบริษัทหากบริษัทล้มละลาย

การเปิดเผยที่สร้างความหวั่นวิตกให้กับบรรดานักลงทุนนี้ปรากฏอยู่ในรายงานผลประกอบการไตรมาสแรกของบริษัท ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่มีการเอ่ยถึงปัจจัยเสี่ยงต่างๆ

Coinbase ยังเปิดเผยว่าบริษัทถือทั้งสกุลเงินที่ออกโดยรัฐบาล (fiat currency) และเงินสกุลดิจิทัลในนามของลูกค้าไว้ 256,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

Coinbase ระบุว่า “เนื่องจากสินทรัพย์ดิจิทัลที่รับฝากจากลูกค้าอาจถือเป็นทรัพย์สมบัติของกองทรัพย์สินในคดีล้มละลายในกรณีที่เกิดการล้มละลาย ดังนั้นสินทรัพย์ดิจิทัลที่อยู่ในการดูแลของเราในนามของลูกค้าอาจตกอยู่ภายใต้กระบวนการล้มละลาย และลูกค้าดังกล่าวอาจได้รับการปฏิบัติเหมือนเจ้าหนี้ที่ไม่มีหลักประกันทั่วไปของเรา”

หมายความว่าลูกค้าจะไม่สามารถเข้าถึงสินทรัพย์ดิจิทัลที่ตัวเองฝากไว้กับ Coinbase เนื่องจากสินทรัพย์เหล่านั้นจะกลายเป็นทรัพย์สินของบริษัทโดยอัตโนมัติตามกฎหมาย

ทั้งนี้ ตามกฎหมายเจ้าหนี้ที่ไม่มีหลักประกันทั่วไปจะได้รับการชำระหนี้เป็นลำดับสุดท้าย และจะต้องกรอกเอกสารระบุว่าเป็นเจ้าหนี้อะไรบ้างแล้วยื่นภายในเวลาที่กำหนด จากนั้นต้องรอรับการชำระหนี้อีกหลายเดือนหรือหลายปี ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเจ้าหนี้ในลำดับท้ายๆ แทบจะไม่ได้รับเงินคืน

ข้อบังคับดังกล่าวต่างจากการประกาศล้มละลายของธนาคารซึ่งจะมีการคุ้มครองเงินฝากของลูกค้าตามจำนวนที่กำหนดไว้ อาทิ สถาบันประกันเงินฝาก (FDIC) ของสหรัฐ คุ้มครองเงินฝากไม่เกิน 250,000 เหรียญสหรัฐต่อบัญชีหากธนาคารล้มละลาย ส่วนกองทุนค้มครองนักลงทุนในหลักทรัพย์ (SIPC) ให้ความช่วยเหลือกรณีที่โบรกเกอร์หรือดีลเลอร์ล้มละลาย

การเปิดเผยผลประกอบการและความเสี่ยงดังกล่าวส่งผลให้หุ้นของบริษัทร่วงลง 27% ร้อนถึง ไบรอัน อาร์มสตรอง ซีอีโอ Coinbase ที่ต้องยืนยันกับลูกค้าว่าบริษัทยังไม่มีความเสี่ยงจะล้มละลายในขณะนี้

ในทวิตเตอร์ที่โพสต์เมื่อคืนวันอังคาร อาร์มสตรองพยายามสร้างความมั่นใจกับลูกค้าว่าเงินของพวกเขายังปลอดภัย และขอโทษที่ไม่สามารถสื่อสารอย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นนี้ และบอกว่าบริษัทเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวตามกฎที่คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ตั้งขึ้นมาเมื่อเร็วๆ นี้

“การเปิดเผยนี้สมเหตุสมผลเนื่องจากการคุ้มครองทางกฎหมายเหล่านี้ยังไม่เคยมีการตัดสินใจศาลสำหรับสินทรัพย์คริปโตโดยเฉพาะ และเป็นไปได้ แม้จะไม่น่าเกิดขึ้น ที่ศาลจะพิจารณาว่าทรัพย์สินของลูกค้าเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทในกระบวนการล้มละลายแม้ว่าจะเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคก็ตาม”

REUTERS/Dado Ruvic/Illustration

ตลาดคริปโตระส่ำวันเดียวมูลค่าตลาดหายไปเกือบ 7 ล้านล้านบาท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/682889

วันที่ 12 พ.ค. 2565 เวลา 17:15 น.ตลาดคริปโตระส่ำวันเดียวมูลค่าตลาดหายไปเกือบ 7 ล้านล้านบาท

คริปโตสกุลหลักกอดคอกันร่วงหนักจากผลพวงของ stablecoin อย่าง TerraUSD กระทบถึงตลาดเอเชีย

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า การประเมินจากของเว็บไซต์ติดตามราคาสกุลเงินดิจิทัล CoinMarketCap พบว่า การเทขายคริปโตเคอร์เรนซีครั้งใหญ่ส่งผลให้มูลค่าในตลาดหายไปถึง 200,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 6.946 ล้านล้านบาทภายในเวลาเพียง 24 ชั่วโมง

ราคาที่ตกเป็นวงกว้างทั่วตลาดซึ่งเป็นผลมาจากการล่มสลายของ stablecoin อย่าง TerraUSD สร้างแรงกระเพื่อมมหาศาลต่อสกุลเงินหลักๆ ของตลาด

Bitcoin ร่วง 10% สู่จุดต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2020 ส่วน Ethereum ได้รับแรงกระแทกค่อนข้างหนัก ร่วง 14.2% ลงไปซื้อขายในราคา 1,780.54 เหรียญสหรัฐ ต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือน ก.ค. 2021 และร่วงมากกว่า 50% นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน

ความระส่ำระสายนี้แสดงสัญญาณว่าจะกระจายเป็นวงกว้างในวันนี้ โดยหุ้นที่เกี่ยวข้องกับคริปโตในเอเชียพลอยได้รับผลกระทบไปด้วย BC Technology Group ฟินเทคที่จดทะเบียนในฮ่องกงปิดตลาดร่วงลงมา 6.7% ส่วน Monex Group ของญี่ปุ่นซึ่งเป็นเจ้าของแพลตฟอร์มซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล TradeStation และ Coincheck ร่วงลงมา 10%

Photo by JACK GUEZ / AFP

“ฉันสูญเงินเก็บทั้งชีวิต” เหรียญคริปโต Terra Luna ร่วง 98% ชั่วข้ามคืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/682870

วันที่ 12 พ.ค. 2565 เวลา 14:15 น.“ฉันสูญเงินเก็บทั้งชีวิต” เหรียญคริปโต Terra Luna ร่วง 98% ชั่วข้ามคืน

ราคาของเหรียญ Terra (LUNA) ดิ่งลงกว่า 98% ทำนักลงทุนสูญเงินเก็บทั้งชีวิต

เมื่อวันพุธ (11 พ.ค.) มูลค่าของ Terra ซึ่งติด 1 ใน 10 สกุลเงินดิจิทัลที่มีมูลค่าสูงที่สุดร่วงลงไปต่ำกว่า 1 เหรียญสหรัฐ จากที่เมื่อเดือนที่แล้วทะยานขึ้นไปสูงถึง 120 เหรียญสหรัฐ

ที่น่าตกใจคือราคาที่ลดลงฮวบฮาบครั้งใหญ่เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืนเท่านั้น เพียง 24 ชั่วโมงมูลค่าของ Terra ร่วงไป 98% ส่งผลให้มูลค่าตามราคาตลาดลดลงจากกว่า 40,000 ล้านเหรียญสหรัฐ มาอยู่ที่ 500 ล้านเหรียญสหรัฐ ทำให้บรรดานักลงทุนสูญเงินอย่างไม่ทันตั้งตัว

นักลงทุนรายหนึ่งซึ่งเป็นสมาชิกในหมวดหมู่ r/TerraLuna ของ Reddit โพสต์ข้อความว่า “ฉันสูญเงินเก็บทั้งชีวิต ซื้อ Luna มา 85 เหรียญสหรัฐ ทำอะไรไม่ถูกเลย”

สมาชิกอีกคนหนึ่งบอกว่า สูญเงินไป 15,000 เหรียญสหรัฐ เพราะขายไม่ทันตอนที่ซื้อขายกันเหนือ 100 เหรียญสหรัฐเมื่อเดือนที่แล้ว

“ฉันควรจะขายทำเงินตอนที่มันราคา 100 เหรียญสหรัฐ ซึ่งจะได้กำไร 25,000 เหรียญสหรัฐ” ผู้ใช้ Reddit ชื่อ No-Forever ระบุ “แต่ฉันโลภอยากได้เงินมากกว่านั้นเพื่อที่อย่างน้อยจะได้ดาวน์บ้านสักหลังให้ครอบครัว แต่ตอนนี้น่าจะไม่มีทั้งบ้านทั้งเงินเก็บแล้ว”

สมาชิกบางคนโพสต์ทำนองอยากฆ่าตัวตายหลังจากรู้ว่าเหรียญที่ตัวเองถืออยู่แทบจะไม่มีค่าเพียงชั่วข้ามคืน ขณะที่บางคนเข้ามาเสนอความช่วยเหลือด้วยการโพสต์เบอร์โทรศัพท์สายด่วนป้องกันการฆ่าตัวตายทั่วโลก

สมาชิกในหมวดหมู่ Terra ใน Reddit รายหนึ่งบอกว่า “ฉันหมดเงินไปกว่า 450,000 เหรียญสหรัฐ ฉันจ่ายหนี้ธนาคารไม่ได้แล้ว ฉันจะต้องเสียบ้านไปเร็วๆ นี้ ฉันกำลังจะกลายเป็นคนไร้บ้าน ฆ่าตัวตายคือทางออกเดียวสำหรับฉัน”

ด้านผู้ดำเนินการของฟอรัมนี้ซึ่งมีสมาชิกกว่า 44,000 คนได้ปักหมุดโพสต์ระบุเบอร์สายด่วนไว้ด้านบนสุดของเพจ

หลังราคาร่วง Binance บริษัทซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซีชั้นนำได้สั่งระงับการถอนเหรียญในเครือข่าย Terra (LUNA) ชั่วคราว โดยอ้างว่ามีธุรกรรมการขายที่อยู่ระหว่างดำเนินการมีจำนวนมาก ทำให้แม้แต่คนที่ต้องการขายก็ไม่สามารถทำธุรกรรมได้

การล่มสลายของ Terra เกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดคริปโตอยู่ในช่วงขาลง โดย Bitcoin ร่วงกว่า 50% นับตั้งแต่ขึ้นไปแตะออลไทม์ไฮที่เกือบ 69,000 เหรียญสหรัฐเมื่อเดือน พ.ย. ขณะที่ขาลงของ LUNA ส่วนหนึ่งมาจากประเด็นเกี่ยวกับเหรียญ stablecoin UST ของ Terra ที่ตรึงราคาไว้กับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ

ก่อนหน้านี้ มูลค่าของ UST ร่วงลงมาเหลือเพียง 0.29 เหรียญสหรัฐ โดยองค์กร Luna Foundation Guard ซึ่งตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนการเติบโตของระบบนิเวศ Terra ประกาศระดมทุน 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐเพื่อกู้ระบบอัลกอริทึมที่ใช้ตรึงราคาของเหรียญให้คงที่ แต่นักลงทุนหลายคนเชื่อว่าจะทำไม่สำเร็จ

ส่วน โด ควอน หนุ่มเกาหลีใต้ผู้ก่อตั้ง Terra ทวีตเมื่อวันอังคาร (10 พ.ค.) ว่า “เกือบจะแก้ไขสถานการณ์ UST ได้แล้ว รอก่อนนะ” ต่อด้วยเธรดในวันถัดมาโดยขอให้ทุกคนอดทนกันก่อน

“ผมเข้าใจว่าสถานการณ์ 72 ชั่วโมงที่ผ่านมายากมากสำหรับทุกคน ที่ได้รับรู้ว่าผมตัดสินใจทำงานร่วมกับทุกๆ คนเพื่อฝ่าฟันวิกฤตนี้ และเราจะสร้างทางออกสำหรับปัญหานี้” ควอนทวีต REUTERS/Dado Ruvic/Illustration/File Photo