Bill Gates เจอสอบฐานมีกิ๊กกับพนักงาน Microsoft #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/653040

วันที่ 17 พ.ค. 2564 เวลา 13:31 น.

Bill Gates เจอสอบฐานมีกิ๊กกับพนักงาน Microsoft เขาออกจากตำแหน่งตั้งแต่ปีที่แล้วหลังจากเกิดเรื่องอื้อฉาวนี้ขึ้น ข่าวนี้มาในช่วงเวลาที่เขาหย่าร้างกับภรรยาที่อยู่กินกันมาหลายสิบปี

Wall Street Journal รายงานเมื่อวันอาทิตย์ว่า บิล เกตส์ (Bill Gates) ออกจากคณะกรรมการ Microsoft ในปี 2020 เนื่องจากคณะกรรมการดำเนินการสอบสวนความสัมพันธ์เชิงชู้สาวของมหาเศรษฐีรายนี้กับพนักงานหญิงในบริษัท

ผู้ก่อตั้งและอดีตประธาน Microsoft ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของสหรัฐก้าวลงจากตำแหน่งประธานกรรมการในเดือนมีนาคมปี 2020

“สมาชิกคณะกรรมการของ Microsoft Corp. ตัดสินใจว่าบิล เกตส์จำเป็นต้องลงจากตำแหน่งในปี 2020 เนื่องจากคณะกรรมการดำเนินการสอบสวนความสัมพันธ์เชิงชู้สาวของมหาเศรษฐีก่อนหน้านี้กับพนักงานหญิงของ Microsoft ซึ่งถือว่าไม่เหมาะสม” Wall Street Journal รายงานโดยอ้างถึงคนใกล้ชิดกับกรณีนี้

นี่เป็น “ความสัมพันธ์เมื่อเกือบ 20 ปีก่อนซึ่งจบลงด้วยความเป็นมิตร” โฆษกหญิงของบิล เกตส์ กล่าวกับ Wall Street Journal และโฆษกหญิงกล่าวว่าบิล เกตส์ออกจาก Microsoft เพื่อมุ่งเน้นไปที่องค์กรการกุศลของเขามูลนิธิ Bill and Melinda Gates

เกตส์และเมลินดาภรรยาของเขาผู้ร่วมก่อตั้งองค์กรการกุศลของพวกเขาเมื่อสองทศวรรษก่อนเพื่อต่อสู้กับความยากจนและโรคภัยไข้เจ็บทั่วโลก ประกาศการหย่าร้างในวันที่ 3 พฤษภาคมหลังแต่งงาน 27 ปี

โฆษกของ Microsoft กล่าวกับ AFP ว่า บริษัทได้รับการแจ้งเตือนในช่วงครึ่งหลังของปี 2019 ว่า “บิล เกตส์พยายามเริ่มต้นความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับพนักงานของบริษัท ในปี 2000 คณะกรรมการของคณะกรรมการตรวจสอบข้อกังวลโดยได้รับความช่วยเหลือจากสำนักงานกฎหมายภายนอกบริษัท เพื่อทำการสอบสวนอย่างละเอียด”

พนักงานซึ่งเป็นวิศวกรอ้างในจดหมายว่ามีความสัมพันธ์ทางเพศกับเกตส์ “เป็นเวลาหลายปี” Wall Street Journal รายงาน

ตามรายงานของ Wall Street Journal สมาชิกคณะกรรมการบางคนยังถามเกี่ยวกับความเชื่อมโยงระหว่างเกตส์และเจฟฟรีย์ เอพสไตนนักการเงินซึ่งฆ่าตัวตายในคุกในปี 2019 ขณะที่รอการพิจารณาคดีข้อหาค้ามนุษย์ผู้เยาว์

ทีมงานของเกตส์ยืนยันว่าคณะกรรมการผู้ก่อตั้ง Microsoft ได้พบกับเอพสไตน์ด้วย “เหตุผลด้านการกุศล” และ “เสียใจที่ทำเช่นนั้น” Wall Street Journal กล่าว

เกตส์ผู้ก่อตั้ง Microsoft ในปี 1975 ก้าวลงจากตำแหน่งซีอีโอของ บริษัท ในปี 2000 กล่าวว่าเขาต้องการมุ่งเน้นไปที่มูลนิธิของเขา เขาออกจากตำแหน่งการทำงานเต็มเวลาที่ Microsoft ในปี 2008

ตำแหน่งกรรมการบริหารของเขาซึ่งเขาออกไปในเดือนมีนาคมปี 2020 เป็นตำแหน่งสุดท้ายที่เชื่อมโยงเขากับบริษัทอย่างเป็นทางการ

Photo by Ludovic MARIN / AFP

สหรัฐชาติเดียวขวาง UN แถลงหยุดยิงอิสราเอล-ปาเลสไตน์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/653022

วันที่ 17 พ.ค. 2564 เวลา 12:06 น.

สหรัฐชาติเดียวขวาง UN แถลงหยุดยิงอิสราเอล-ปาเลสไตน์สมาชิก 14 จากทั้งหมด 15 ประเทศเห็นด้วยกับแถลงการณ์หยุดยิง มีเพียงสหรัฐที่คัดค้านคำสั่งดังกล่าว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่าในระหว่างการประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเมื่อวันอาทิตย์ (16 พ.ค.) ที่ผ่านมาเกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและฮามาสที่ทวีความรุนแรงขึ้น โดยสมาชิก 14 จากทั้งหมด 15 ประเทศเห็นด้วยกับแถลงการณ์หยุดยิง มีเพียงสหรัฐที่คัดค้านคำสั่งดังกล่าว

เช่นเดียวกับการประชุมเมื่อวันที่ 10 พ.ค. ที่ผ่านมาสหรัฐก็เป็นเพียงประเทศเดียวที่ไม่เห็นด้วยกับแนวทางการแก้ปัญหาของที่ประชุมโดยมองว่าไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น

ด้านหวังอี้ รัฐมนตรีว่าการทระทรวงการต่างประเทศของจีนก็ได้วิพากษ์วิจารณ์ว่าสหรัฐขัดขวางการลงมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติโดยระบุว่า “คณะมนตรีความมั่นคงมีหน้าที่หลักในการปกป้องสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ น่าเสียใจที่เสียงแตกเพียงเพราะการขัดขวางของประเทศเดียว”

Wang Yi: The #SecurityCouncil shoulders the primary responsibility for safeguarding international peace and security. Regrettably, simply because of the obstruction by one country, the Security Council hasn’t been able to speak with one voice. pic.twitter.com/t6kTMQWI79

— Chinese Mission to UN (@Chinamission2un) May 16, 2021

นอกจากจีนแล้วสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงประเทศอื่นๆ รวมถึงไอร์แลนด์ นอร์เวย์ และเม็กซิโกก็ย้ำว่าการเรียกร้องให้หยุดยิงเป็นปัญหาเร่งด่วนอย่างยิ่งในขณะนี้

ต่อมาลินดา โทมัส-กรีนฟิลด์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำสหประชาชาติกล่าวว่ารัฐบาลสหรัฐกำลังดำเนินการอย่างสุดความสามารถเพื่อให้ทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงหยุดยิงและเจรจาบนพื้นฐานหลักการสองรัฐ

ขณะที่แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐกล่าวว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้นต้องยุติทันที

อย่างไรก็ตามแม้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติได้จัดประชุมครั้งใหม่เพื่อหาแนวทางยุติความขัดแย้งแต่อิสราเอลยังคงยกระดับการใช้ความรุนแรงในฉนวนกาซาส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 42 รายภายในวันเดียว ในจำนวนนี้เป็นเด็กอย่างน้อย 10 ราย ซึ่งนับว่าเป็นวันที่นองเลือดที่สุดนับตั้งแต่เกิดการโจมตีขึ้นเมื่อต้นสัปดาห์ก่อน

ด้านกระทรวงสาธารณสุขปาเลสไตน์รายงานว่าการสู้รบครั้งนี้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตสะสมอย่างน้อย 192 รายเป็นเด็กอย่างน้อย 58 ราย และในอิสราเอลมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 10 ราย

ทั้งนี้ ศาสตราจารย์สตีเฟน ซูเนส นักวิชาการด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและการเมืองในตะวันออกกลางจากมหาวิทยาลัยซานฟรานซิสโกกล่าวว่าหลายครั้งที่ความพยายามที่จะประณามอิสราเอลถูงขัดขวางโดยหน่วยงานของสหรัฐโดยสหรัฐได้คัดค้านมติที่วิพากษ์วิจารณ์อิสราเอลไปแล้วไม่น้อยกว่า 45 มติ

Photo by Nicholas Kamm / AFP

“คนของเรากำลังจะตาย” Miss Universe เมียนมาวอนโลกช่วย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/653023

วันที่ 17 พ.ค. 2564 เวลา 11:50 น.

"คนของเรากำลังจะตาย" Miss Universe เมียนมาวอนโลกช่วย ในการประกวด Miss Universe ผู้เข้าประกวดของเมียนมาขอร้องต่อชาวโลกให้หันมาสนใจและช่วยเหลือประชาชนเมียนมาที่กำลังต่อสู้กับการกำราบของรัฐบาลรัฐประหาร

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ทูซาร์ วิน ลวิน (Thuzar Wint Lwin) ผู้เข้าประกวดมิสยูนิเวิร์สของเมียนมาร์ใช้การประกวดเมื่อวันอาทิตย์ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐ เพื่อเรียกร้องให้โลกออกมาพูดต่อต้านรัฐบาลทหารที่ใช้กำลังสังหารฝ่ายตรงข้ามหลายร้อยคนนับตั้งแต่ยึดอำนาจในการรัฐประหารเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์

“คนของเรากำลังจะตายและถูกทหารยิงทุกวัน” เธอกล่าวในข้อความวิดีโอสำหรับการแข่งขันซึ่งเธอปรากฏตัวในรอบชิงชนะเลิศที่ Seminole Hard Rock Hotel & Casino ในฮอลลีวูด รัฐฟลอริดา

“ฉันอยากจะเรียกร้องให้ทุกคนพูดเกี่ยวกับเมียนมา ในฐานะมิสยูนิเวิร์สเมียนมานับตั้งแต่รัฐประหาร ฉันพูด (ถึงเมียนมา) หลายครั้งแล้วเท่าที่ฉันจะทำได้”

โฆษกรัฐบาลทหารพม่าไม่รับสายเพื่อขอความคิดเห็นจากสำนักข่าวรอยเตอร์

ทูซาร์ วิน ลวินเป็นหนึ่งในคนดังชาวเมียนมา, นักแสดง, ผู้มีอิทธิพลทางโซเชียลมีเดีย และคนกีฬาหลายสิบคนที่แสดงความเห็นคัดค้านการรัฐประหาร

มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 790 คนโดยกองกำลังความมั่นคงนับตั้งแต่การรัฐประหารตามที่กลุ่มนักเคลื่อนไหวของสมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมืองระบุ และยังระบุว่ามีผู้ถูกจับกุมมากกว่า 5,000 คนโดยมีผู้ถูกควบคุมตัวราว 4,000 คนรวมถึงคนดังหลายคน

ทูซาร์ วิน ลวินไม่ได้เข้ารอบสุดท้ายของการประกวด Miss Universe แต่เธอได้รับรางวัลชุดประจำชาติยอดเยี่ยมซึ่งเป็นเครื่องแต่งกายประจำชนชาติของชาวชินทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมียนมา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เกิดการสู้รบรุนแรงขึ้นในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาระหว่างกองทัพและนักสู้อาสาสมัครต่อต้านรัฐบาลทหาร

ขณะที่เธอเดินขบวนด้วยชุดประจำชาติเธอถือป้ายที่มีข้อความว่า “Pray for Myanmar”

ทั้งนี้ เกิดการสู้รบในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาที่เมืองมินดัต รัฐชิน ปรากฎว่ากลุ่มกองกำลังต่อต้านรัฐประหาร 6 คนถูกสังหารหลังจากการปะทะกัน โดยพื้นที่รัฐชินได้กลายเป็นจุดสำคัญของการปะทะระหว่าง 2 ฝ่ายเมื่อคนพื้นเมืองบางส่วนได้จัดตั้งกองกำลังป้องกันชินแลนด์ (CDF) ขึ้น แต่เมื่อวันอาทิตย์กองกำลัง CDF ต้องล่าถอยออกจากเมืองมินดัต เนื่องจากเพลี่ยงพล้ำให้กับกองทัพเมียนมา

Photo – Rodrigo Varela/AFP

Elon Musk ทำท่าจะเทขาย Bitcoin แล้วกลับลำทำราคาปั่นป่วน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/653018

วันที่ 17 พ.ค. 2564 เวลา 11:28 น.

Elon Musk ทำท่าจะเทขาย Bitcoin แล้วกลับลำทำราคาปั่นป่วนควมปันป่วนที่เกิดขึ้นกับสกุลเงินคริปโคเคอร์เรนซี่ที่ใหญ่ที่สุดยังไม่จางหายไป แม้แต่เอลอน มัสก์ก็ยังไม่เลิกเถียงกับผู้ที่เขามาโต้แย้งกับเขาเรื่องการตัดสินใจสะเทือนโลกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

บิตคอยน์ (Bitcoin) สกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุยังมีราคาที่ลดลงสู่ระดับ 43,874 ดอลลาร์ในวันอาทิตย์ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์และเพิ่มขึ้นเป็น 45,200 ดอลลาร์ ณ เวลา 11:38 น. ในวันจันทร์ในเวลากรุงโตเกียว แต่ยังคงต่ำกว่าราคาสถิติ 20,000 ดอลลาร์ในเดือนเมษายน คริปโตอื่น ๆ เช่น Ether และ Dogecoin ก็อยู่ภายใต้แรงกดดันเช่นกัน

เอลอน มัสก์ (Elon Musk) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Tesla ใช้เวลาสองสามวันที่ผ่านมาในการโต้เถียงใน Twitter กับนักวิจารณ์เกี่ยวกับการตัดสินใจของเขาที่จะระงับการชำระเงินโดยใช้ Bitcoin โดยอ้างประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมามหาเศรษฐีคนดังแสดงอาการหวั่นไหวอีกครั้ง เพราะดูเหมือนจะเห็นด้วยกับบางโพสต์ที่ระบุว่า Tesla ควรจะขาย Bitcoin 1,500 ล้านดอลลาร์ที่ซื้อมา

ในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาเอลอน มัสก์เผยว่า Tesla ได้ใช้เงินสดของบริษัท 1,500 ล้านดอลลาร์เพื่อซื้อ Bitcoin ทำให้ราคาของ Bitcoin พุ่งเป็นประวัติการณ์และยังสร้างความชอบธรรมให้กับคริปโตให้ค่อยๆ กลายเป็นสินทรัพย์หลักมากขึ้นในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาแม้ว่าจะยังคงมีความสงสัยอยู่ก็ตาม

แต่สัปดาห์ที่ผ่านมาเขาทำให้ราคาคริปโตที่เขาสนับสนุนสั่นคลอนหนัก แม้ว่าเขาจะอ้างว่ายังสนับสนุนเงินดิจิทัลอยู่ก็ตาม โดยเริ่มจาก Dogecoin ที่เขาเชียร์มาตลอด แต่ในระหว่างร่วมแสดงในรายการ Saturday Night Live เขาพูดติดตลกว่า Dogecoin อาจจะเป็นการปั่นทำให้ราคาของมันลดลง แต่หลายวันต่อมาเขากลับทวีตว่าเขาทำงานร่วมกับนักพัฒนา Doge เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการทำธุรกรรม

ต่อมาเป็นทีของ Bitcoin เขาทำให้ราคาของมันดิ่งลงเกือบ 10,000 เหรียญในไม่กี่ชั่วโมงเมื่อวันพุธที่ผ่านมาหลังจากที่บอกว่า Tesla จะไม่ยอมรับมันเป็นการชำระเงินสำหรับรถยนต์อีกต่อไป แต่ในแถลงการณ์เดียวกันมัสก์กล่าวว่า Tesla จะไม่ขายการถือครอง Bitcoin

Bitcoin ร่วงลงอีกครั้งในวันอาทิตย์เมื่อมัสก์ตอบกลับทวีตจาก @CryptoWhale ที่แนะนำให้ Tesla ควรกำจัดการถือครอง Bitcoin ที่เหลืออยู่ คำตอบของเขาทำให้การราคาของมันยิ่งแย่ลงไปอีก

อีกเทรดที่วิจารณ์จุดยืดของเขาต่อ Bitcoin มัสก์กล่าวว่า “เทรดที่น่ารังเกียจเช่นนี้ทำให้ผมอยากจะทุ่มกับ Doge ทั้งหมด”

Bitcoin คงที่ขึ้นหลังจากมัสก์กล่าวในวันจันทร์ว่า Tesla ยังไม่ได้ขายการถือครอง Bitcoin โดยทวีตว่า “Tesla has not sold any Bitcoin”

มูลค่า Bitcoin เด้งขึ้นอยู่ที่ 44,900 ดอลลาร์ ณ เวลา 7:21 น. ตามเวลาลอนดอนในวันจันทร์หลังจากที่มัสก์กล่าวในทวีตกล่าวว่า“ เพื่อชี้แจงการเก็งกำไร Tesla ไม่ได้ขาย Bitcoin แต่อย่างใด”

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่าผู้สังเกตการณ์บางคนเตือนว่าเซคเตอร์คริปโตกำลังใกล้จะถดถอยหลังจากที่โกยผลกำไรมหาศาลในปีที่ผ่านมา ตัวอย่างเช่น Bitcoin ยังมีมูลค่าเพิ่มขึ้นมา 4 เท่าในช่วงเวลาดังกล่าว Ether ซึ่งเป็นโทเค็นที่ใหญ่เป็นอันดับสองเพิ่มขึ้นมากกว่า 1,500% และ Dogecoin มากกว่า 19,000%

Photo by Britta Pedersen / POOL / AFP

ผลการศึกษาอิตาลีพบหลังฉีดวัคซีนติดเชื้อลด 80% ตายลด 95% #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/652974

วันที่ 16 พ.ค. 2564 เวลา 17:37 น.

ผลการศึกษาอิตาลีพบหลังฉีดวัคซีนติดเชื้อลด 80% ตายลด 95%ประสิทธิภาพของวัคซีนได้รับการยืนยันอีกครั้งจากการศึกษาของอิตาลี หนึ่งในประเทศที่เผชิญกับการระบาดที่ร้ายแรงที่สุดเมื่อปีที่แล้ว

รอยเตอร์รายงานว่าการติดเชื้อโควิด-19 ในผู้ใหญ่ทุกวัยลดลง 80% ห้าสัปดาห์หลังจากได้รับวัคซีนครั้งแรกไม่ว่าจะเป็น Pfizer , Moderna AstraZeneca ตามผลการวิจัยของอิตาลีที่ตีพิมพ์เมื่อวันเสาร์

การศึกษาดังกล่าวดำเนินการโดยสถาบันสุขภาพแห่งชาติของอิตาลี (ISS) และกระทรวงสาธารณสุขกับผู้ได้รับการฉีดวัคซีน 13.7 ล้านคนทั่วประเทศ นับเป็นการศึกษาครั้งแรกโดยประเทศในสหภาพยุโรปเกี่ยวกับผลกระทบในโลกแห่งความเป็นจริง (ไม่ใช่ผลจากห้องทดลอง) จากการรณรงค์สร้างภูมิคุ้มหมู่ผ่านการฉีดวัคซีน

นักวิทยาศาสตร์เริ่มศึกษาข้อมูลตั้งแต่วันที่เริ่มแคมเปญฉีดวัคซีนของอิตาลีเริ่มในวันที่ 27 ธันวาคม 2020 จนถึงวันที่ 3 พฤษภาคม 2021

การวิเคราะห์แสดงให้เห็นว่าความเสี่ยงของการติดเชื้อ SARS-CoV-2 การเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลและการเสียชีวิตลดลงอย่างต่อเนื่องหลังจากสองสัปดาห์แรกหลังการฉีดวัคซีนครั้งแรก

“เมื่อถึง 35 วันหลังการให้วัคซีนครั้งแรกการติดเชื้อลดลง 80% การเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลลดลง 90% และการเสียชีวิตลดลง 95%” ISS กล่าวและเสริมว่ารูปแบบผลการศึกษาเดียวกันนี้พบได้ในทั้งชายและหญิงโดยไม่คำนึงถึงอายุ

“ข้อมูลนี้ยืนยันถึงประสิทธิภาพของการรณรงค์ฉีดวัคซีนและความจำเป็นในการได้รับความครอบคลุมทั่วทั้งประชากรอย่างรวดเร็วเพื่อยุติภาวะฉุกเฉิน” ประธาน ISS ซิลวิโอ บรูซาแฟร์โรกล่าวในแถลงการณ์

ในบรรดาผู้คนเกือบ 14 ล้านคนที่รวมอยู่ในการศึกษาของอิตาลี 95% ของผู้ที่รับ Pfizer และ Moderna ได้รับวัคซีนครบวงจร ในขณะที่ผู้ที่รับ AstraZeneca ยังไม่ได้รับการฉีดครั้งที่สอง

จนถึงขณะนี้อิตาลีได้ปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิตโดยให้วัคซีน Pfizer ครั้งที่สองสามสัปดาห์หลังจากครั้งแรก Moderna ครั้งที่สองหลังจากเว้นระยะสี่สัปดาห์และ AstraZeneca ครั้งที่สองหลังจากเว้นช่วง 12 สัปดาห์

เมื่อเช้าวันเสาร์มีชาวอิตาลี 8.3 ล้านคนหรือ 14% ของประชากรได้รับการฉีดวัคซีนครบถ้วนในขณะที่ประมาณ 10 ล้านคนได้รับการฉีดวัคซีนครั้งแรก

Photo – ผู้หญิงคนหนึ่งได้รับการฉีดวัคซีน Pfizer-BioNTech ที่ Poliambulatorio Health Canter ในเกาะเปลาเจีย หมู่เกาะลัมเปดูซา ทางตอนใต้ของอิตาลีเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2564 (ภาพโดย Alberto PIZZOLI / AFP)

พี่น้องลงทุน Shiba Inu coin จาก 8,000 ฟันกำไร 9 ล้านดอล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/652968

วันที่ 16 พ.ค. 2564 เวลา 15:11 น.

พี่น้องลงทุน Shiba Inu coin จาก 8,000 ฟันกำไร 9 ล้านดอลจากที่ต้องเผชิญกับธุรกิจของพวกเขาที่กำลังพังพินาศจากโควิด-19 ตอนนี้พี่น้องกำลังรวยอื้อจากเหรียญที่เลียนแบบ Dogecoin

CNN Business รายงานว่าครอบครัวหนึ่งในนิวยอร์กที่ลงทุนมูลค่า 8,000 ดอลลาร์ในเหรียญชิบะอินุ (Shiba Inu coin) ซึ่งเป็นเหรียญคริปโตเคอร์เรนซี่ประเภทหนึ่ง แต่เหรียญมีมกลับทำให้พวกเขาทำเงินได้ 9 ล้านดอลลาร์ในช่วงเวลาไม่กี่เดือน

Shiba Inu coin หรือที่เรียกว่า Shiba Token เป็นสกุลเงินดิจิทัลแบบกระจายอำนาจที่สร้างขึ้นในเดือนสิงหาคม 2020 โดยบุคคลนิรนามที่รู้จักกันในชื่อ “Ryoshi” มันไดรับฉายาว่านามว่า “DOGE killer” เพาะเลียนแบบแบบมาจาก Dogecoin เช่นเดียวกับคริปโตอื่นๆ Shiba Inu coin มีมูลค่าตลาดมากกว่า 7,000 ล้านดอลลาร์ ณ เดือนพฤษภาคม 2020

Shiba Inu coin ได้รับความสนใจเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเนื่องจากวิตาลิก บูเทอร์ริน (Vitalik Buterin) ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum และมหาเศรษฐีคริปโตได้บริจาคเหรียญชิบะอินุมูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์เพื่อช่วยเหลือแก้ไขการระบาดโควิด -19 ของอินเดีย

มูลค่าของเหรียญเพิ่มขึ้นประมาณ 10,000% ในปีนี้ตามข้อมูลของ Coinbase แต่ลดลงประมาณ 34% หลังจากวิตาลิก บูเทอร์ริน ประกาศการบริจาคเงินช่วยชาวอินเดียจาก

ทั้งนี้ พี่น้องครอบครัวหนึ่งในชาวนิวยอร์กซึ่งขอให้ CNN Business อย่าเปิดเผยนามสกุลของพงกเขา เริ่มลงทุนด้วยเงินไม่กี่ร้อยดอลลาร์ในเดือนกุมภาพันธ์ท่ามกลางความกังขาของคนในครอบครัว แต่พวกเขายังคงซื้อเหรียญต่อไปจนกระทั่งมีเงินลงทุนประมาณ 8,000 เหรียญสหรัฐ จนกระทั่งเมื่อถึงวันพฤหัสบดีที่ 13 พฤษภาคมการลงทุนของพี่น้องกลุ่มนี้ก็มีมูลค่าเกือบ 9 ล้านดอลลาร์ ซึ่ง CNN Business ได้ตรวจสอบบันทึกคริปโตของพวกเขาแล้ว

นับเป็นโชคดีอย่างเหลือเชื่อและนับเป็นการพลิกผันครั้งใหญ่ในโชคชะตาของพี่น้องกลุ่มนี้ที่อาศัยอยู่ในเขตเวสต์เชสเตอร์ของนิวยอร์ก เพราะธุรกิจงานแต่งงานของพวกเขาเกือบจะพังพินาศจากการระบาดของโควิด-19

ทอมมี่กล่าว หนึ่งในพี่น้องกลุ่มนี้เผยว่าเขาคิดมันเหมือน Bitcoin ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นแค่เศษสตางค์แต่ตอนนี้มันมีมูลค่าหลายหมื่นดอลลาร์ “ถ้ามันเป็นศูนย์ก็ยังโอเค ผมคิดว่ามันเป็นหวยที่จะไม่วันหมดอายุ”

ทั้งนี้ ราคา Shiba Inu coin ในช่วงแรกมีน้อยมากจนกระทั่งถึง 0.000002 ดอลลาร์สหรัฐในวันที่ 20 เมษายน เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคมราคาพุ่งสูงขึ้นไปกว่า 0.000009 ดอลลาร์โดยแตะที่ 0.0000388 ดอลลาร์ในวันที่ 10 พฤษภาคม ราคาลดลงเหลือ 0.000018 ดอลลาร์ลดลงกว่า 40% ภายในวันที่ 13 พฤษภาคมซึ่งเป็นวันเดียวกับที่วิตาลิก บูเทอร์รินบริจาค Shiba Inu coin มากกว่า 50 ล้านล้านเหรียญให้กับกองทุน COVID-Crypto Relief ของอินเดีย

ในเวลานี้ Shiba Inu coin มีมูลค่าตลาดมากกว่า 13 พันล้านตามข้อมูลของ CoinMarketCap ซึ่งเป็นมูลค่าตลาดสูงสุดอันดับที่ 14 ในตลาดสกุลเงินดิจิทัล

Iron Dome โดมเหล็กสกัดขีปนาวุธของอิสราเอล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/652950

วันที่ 16 พ.ค. 2564 เวลา 12:21 น.

Iron Dome โดมเหล็กสกัดขีปนาวุธของอิสราเอล ภาพของระบบต่อต้านจรวจที่ยิงสกัดการโจมตีของปาเลสไตน์ทั่วท้องฟ้าของอิสราเอลทำให้เกิดความสนใจในระบบป้องกันนี้อย่างมาก

1. Iron Dome เป็นระบบป้องกันภัยทางอากาศทุกสภาพอากาศแบบเคลื่อนที่ได้ พัฒนาโดย Rafael Advanced Defense Systems และ Israel Aerospace Industries เบื้องหลังมาจากกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ซึ่งตั้งอยู่ในเลบานอนยิงจรวดไปยังศูนย์กลางประชากรของอิสราเอลทางตอนเหนือในช่วงทศวรรษ 1990 ซึ่งเป็นความท้าทายด้านความมั่นคงสำหรับกองกำลังป้องกันอิสราเอล อิสราเอลริเริ่มแนวคิดเกี่ยวกับระบบต่อต้านขีปนาวุธระยะสั้นของตนเอง แต่เจ้าหน้าที่กลาโหมของสหรัฐเตือนว่าจะ “จะล้มเหลวแน่นอน”

2. ในช่วงสงครามเลบานอนครั้งที่ 2 ปี 2006 จรวดเฮซบอลเลาะห์ประมาณ 4,000 ลูก (ส่วนใหญ่เป็นจรวด Katyusha พิสัยสั้น) ถูกยิงมาตกตอนเหนือของอิสราเอลรวมถึงเมืองไฮฟาซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสามของประเทศ การระดมยิงจรวดครั้งนั้นคร่าชีวิตพลเรือนชาวอิสราเอล 44 คน และทำให้พลเมืองอิสราเอลราว 250,000 คนต้องอพยพและย้ายถิ่นฐานไปยังส่วนอื่นๆ ของอิสราเอลในขณะที่ชาวอิสราเอลประมาณ 1 ล้านคนต้องอาศัยอยู่ในหลุมหลบภัยระเบิดระหว่างความขัดแย้ง

Photo by JACK GUEZ / AFP

3. ขณะเดียว ทางทิศใต้มีขีปนาวุธมากกว่า 8,000 ลูก (จรวดประมาณ 4,000 ลูกและระเบิดครก 4,000 ลูก) ถูกยิงจากฉนวนกาซาไปยังศูนย์กลางประชากรของอิสราเอลระหว่างปี 2000 ถึง 2008 โดยเฉพาะอย่างยิ่งโดยกลุ่มฮามาส จรวดที่ยิงเกือบทั้งหมดเป็นรุ่น Qassams ที่ปล่อยโดยเครื่องยิง Grad ขนาด 122 มม. ที่ถูกลักลอบนำเข้าไปในฉนวนกาซาซึ่งให้ระยะยิงไกลกว่าวิธีการยิงแบบอื่น ชาวอิสราเอลเกือบล้านคนที่อาศัยอยู่ทางตอนใต้อยู่ในระยะยิงจรวดซึ่งเป็นภัยคุกคามด้านความมั่นคงที่ร้ายแรงต่อประเทศและพลเมืองของอิสราเอล

4. ในที่สุดอิสราอลก็พัมนาระบบป้องกันขึ้นมา โดยทุนเริ่มต้นมาจากอิสราเอลเองจนสามารถใช้งานระบบ Iron Dome สองระบบแรกได้ โดยในปี 2007 อิสราเอลได้จ้างผู้รับเหมาสร้าง Iron Dome โดยเลือกผู้รับเหมาชาวอิสราเอล Rafael และบริษัท mPrest Systems ของอิสราเอลได้รับหน้าที่ในการเขียนโปรแกรมซึ่งเป็นแกนหลักของระบบการจัดการการต่อสู้ของ Iron Dome พวกเขาใช้เวลาพัฒนาตั้งแต่เริ่มรับเหมาจนถึงความต่อสู้ใช้เวลาไม่ถึง 4 ปีซึ่งเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ที่น่าทึ่งสำหรับระบบอาวุธที่ออกแบบมาจากศูนย์ เอยัล รอน (Eyal Ron) ผู้จัดการของ mPrest ถึงกับบอกว่า “ไม่มีระบบแบบนี้ที่ไหนในโลกทั้งในด้านความสามารถความเร็วความแม่นยำ เรารู้สึกเหมือนเป็นสตาร์ทอัพ”

Photo by Jack GUEZ / AFP

5. ต่อจากนั้นการระดมทุนสำหรับระบบ Iron Dome เพิ่มเติมอีก 8 ระบบพร้อมกับเงินทุนสำหรับการจัดหาขีปนาวุธสกัดกั้นกำลังได้รับการจัดหาโดยสหรัฐโดยสองระบบเพิ่มเติมเหล่านี้จะได้รับการส่งมอบภายในปี 2012 เงินทุนสำหรับการผลิตและการติดระบบ Iron Dome และขีปนาวุธสกัดกั้นเพิ่มเติมเหล่านี้ได้รับการอนุมัติจากรัฐสภาคองเกรสแห่งสหรัฐหลังจากได้รับการร้องขอจากประธานาธิบดีโอบามาในปี 2010 หลังจากนั้นโอบามาก็ให้ทุนต่อเนื่อง และยังเกิดการแลกเปลี่ยนทเคโนโลยีและการใช้งาน Iron Dome ระหว่างสหรัฐกับอิสราเอลด้วย

6. ระบบนี้ออกแบบมาเพื่อสกัดกั้นและทำลายจรวดระยะสั้นและกระสุนปืนใหญ่ที่ยิงจากระยะทาง 4 กิโลเมตร ถึง 70 กิโลเมตร (43 ไมล์) ที่เล็งเป้ามายังพื้นที่ที่มีประชากรอิสราเอลหนาแน่นอิสราเอลหวังที่จะเพิ่มระยะการสกัดกั้นของ Iron Dome จากปัจจุบันสูงสุด 70 กิโลเมตร เป็น 250 กิโลเมตรและทำให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้นเพื่อให้สามารถสกัดกั้นจรวดที่มาจากสองทิศทางพร้อมกันได้

Photo by Menahem KAHANA / AFP

7. ระบบ Iron Dome ประกอบด้วยหน่วยเรดาร์และศูนย์ควบคุมที่สามารถตรวจจับโพรเจกไทล์การยิงจากฝ่ายตรงข้ามได้ไม่นานหลังจากปล่อยและคำนวณวิถีและเป้าหมาย ใช้เวลาไม่กี่วินาทีในการตรวจพบจรวดที่เข้าใกล้ ในระบบ Iron Dome จะมีเครื่องยิงจรวด 3 หรือ 4 เครื่องพร้อมขีปนาวุธ 20 ลูกแต่ละลูกจะหันไปทางพื้นที่ที่มีประชากรอาศัยอยู่ เมื่อจรวจดฝั่งตรงข้ามลอยเข้ามาจรวดของ Iron Dome จะถูกยิงขึ้นไปและจะระเบิดในระยะใกล้และทำลายจรวดของฝ่ายตรงข้าม ด้วยวิธีนี้จึงยังมีเศษซากที่ตกลงมา จึงยังคงก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมาก

8. Iron Dome เริ่มใช้งานครั้งแรกเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2011 ใกล้เมืองเบียร์ชีบา และเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2011 ระบบสามารถสกัดกั้นการยิงของ BM-21 Grad จากฉนวนกาซาได้สำเร็จเป็นครั้งแรก ต่อมาเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2012 สำนักข่าว The Jerusalem Post รายงานว่าระบบนี้ได้ยิงสกัดจรวด 90% จากฉนวนกาซาซึ่งจะตกในพื้นที่ที่มีประชากรอาศัยอยู่ ภายในเดือนพฤศจิกายน 2012 แถลงการณ์อย่างเป็นทางการระบุว่าสกัดกั้นจรวดได้มากกว่า 400 ลูก และเมื่อปลายเดือนตุลาคม 2014 ระบบ Iron Dome ได้สกัดกั้นจรวดกว่า 1,200 ลูก

Photo by ahmad gharabli / AFP

9. ระบบนี้ใช้ในระหว่างปฏิบัติการ “Protective Edge” หรือสงครามกาซาปี 2014 สามารถสกัดกั้นจรวดจากฉนวนกาซาไปทางตอนใต้ตอนกลางและตอนเหนือของอิสราเอล ในเดือนสิงหาคม 2014 ระบบ Iron Dome จำนวน 10 หน่วยได้ไปประจำการใช้งานทั่วอิสราเอล ในช่วง 50 วันของความขัดแย้ง จรวดและปืนครก 4,594 ถูกยิงใส่เป้าหมายของอิสราเอล ระบบ Iron Dome สกัดกั้นขีปนาวุธที่ถือเป็นภัยคุกคามได้ 735 ลูกซึ่งเป็นตราความสำเร็จในการสกัดกั้นที่ 90% มีจรวดเพียง 70 ลูกที่ยิงใส่อิสราเอลจากฉนวนกาซาเท่านั้นไม่สามารถสกัดกั้นได้

10. ในช่วงวิกฤตอิสราเอล – ปาเลสไตน์ปี 2021 มีการยิงจรวดประมาณ 1,600 ลูกเข้าใส่อิสราเอลโดยกลุ่มฮามาสจากฉนวนกาซา จาก 1,200 ลูกที่ยิงจากฉนวนกาซาระบบ Iron Dome สามารถสกัดกั้น 90% -95% ตามรายงานที่แตกต่างกันโดย AP และกองกำลังของอิสราเอล

11. และอิสราเอลยังกำลังวางแผนที่จะติดตั้งระบบ Iron Dome ในทะเลเพื่อปกป้องฐานขุดเจาะก๊าซนอกชายฝั่งโดยทำงานร่วมกับระบบขีปนาวุธ Barak 8 ของอิสราเอล เรือคอร์เวต 6 ชั้น Sa’ar ของกองทัพเรืออิสราเอลจะติดตั้งระบบ Iron Dome สองชุดในเรือแต่ละลำ

รัฐบาลอินเดียยืนยันชาวบ้านผวาโรค ทิ้งเหยื่อโควิดลงแม่น้ำหลายสาย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/652942

วันที่ 16 พ.ค. 2564 เวลา 11:14 น.

รัฐบาลอินเดียยืนยันชาวบ้านผวาโรค ทิ้งเหยื่อโควิดลงแม่น้ำหลายสายพบศพลอยอยู่ในแม่น้ำในรัฐอุตตรประเทศ ทางการกล่าวว่าความยากจน, ความกลัวโรคคือสาเหตุที่ทำให้ทิ้งศพลงแม่น้ำ

รอยเตอร์รายงานว่าได้เห็นเอกสารของทางการอินเดียที่ยืนยันว่าชาวบ้านได้ทิ้งศพเหยื่อโควิด-19 ที่ถูกพบทิ้งในแม่น้ำอินเดียบางสายเนื่องจากคนในหมู่บ้านยากจนและกลัวการระบาด

ก่อนหน้านี้ภาพศพที่ลอยไปตามแม่น้ำคงคาซึ่งชาวฮินดูถือว่าศักดิ์สิทธิ์ได้สร้างความตกตะลึงใไปทั่วโลก แม้แต่กับชาวอินเดีที่ประเทศของพวกเขากำลังตกอยู่ภายสถานการณ์การติดเชื้อที่เลวร้ายที่สุดในโลก

แม้ว่าสื่อจะเชื่อมโยงการเพิ่มขึ้นของจำนวนศพดังกล่าวกับการแพร่ระบาดเมื่อเร็วๆ นี้ แต่รัฐอุตตรประเทศทางตอนเหนือของอินเดียซึ่งมีประชากร 240 ล้านคนจนถึงขณะนี้ยังไม่มีการเปิดเผยสาเหตุของการเสียชีวิตต่อสาธารณะ อย่างไรก็ตาม รอยเตอร์ได้รับการยืนยันจากเอกสารทางการว่าศพเหล่านั้นติดเชื้อโคิด-19 และการทิ้งศพไม่เกิดขึ้นกับแม่น้ำคงคาเท่านั้น

“หน่วยงานบริหารมีข้อมูลว่าศพของผู้ที่เสียชีวิตจากโควิด-19 หรือโรคอื่นๆ กำลังถูกโยนทิ้งลงแม่น้ำแทนที่จะถูกกำจัดทิ้งตามพิธีกรรมที่เหมาะสม เป็นผลให้มีการกู้ศพขึ้นจากแม่น้ำในหลายๆ แห่ง” มาโนช กุมาร สิงห์ (Manoj Kumar Singh) เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐกล่าวเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม ในจดหมายถึงหัวหน้าเขตที่ได้รับการตรวจสอบโดยรอยเตอร์

สิงห์ยืนยันสำนักข่าวรอยเตอร์ว่าจดหมายเป็นของจริง แต่กล่าวว่าการชันสูตรศพที่ถูกควบคุมโดยรัฐจำนวน 4 – 5 ศพในกาซิปูร์ไม่ได้เปิดรับการเผยว่ามีการติดเชื้อไวรัส

“ศพถูกย่อยสลายดังนั้นฉันไม่แน่ใจว่าในสถานะนี้จะพบโคโรนาบวก” เขากล่าวในข้อความที่ส่งมาให้รอยเตอร์

ในวันเสาร์นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดีเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่เร่งเพิ่มทรัพยากรด้านการดูแลสาธารณสุขในชนบทและเพิ่มการเฝ้าระวัง เนื่องจากไวรัสแพร่กระจายอย่างรวดเร็วในพื้นที่เหล่านั้นหลังจากไวรัสทำลายล้างเมืองต่างๆ อยางหนัก

อุตตรประเทศซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของผู้คนจำนวนมากกว่าบราซิลหรือปากีสถานได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากการแพร่ระบาดของโควิด -19 ครั้งที่สองของอินเดีย ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขกล่าวว่าหลายกรณีติดเชื้อกลับไม่ถูกตรวจพบในหมู่บ้านต่างๆ ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของผู้คนจำนวนมาก

ในบันทึกดังกล่าว สิงห์กล่าวว่าการขาดเงินทุนสำหรับวัสดุ เช่น ฟืนสำหรับเผาศพ, ความเชื่อทางศาสนาในบางชุมชน และครอบครัวที่ทิ้งเหยื่อเพราะกลัวโรคนี้ เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการทิ้งสพลงในแม่น้ำตางๆ

เขาขอให้เจ้าหน้าที่ระดับหมู่บ้านตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีศพถูกโยนลงน้ำและกล่าวว่ารัฐบาลของรัฐจะจ่ายเงินให้ครอบครัวยากจนคนละ 5,000 รูปี (2,137 บาท) เพื่อเผาศพหรือฝังศพของคนตาย

รัฐยังขอให้ตำรวจลาดตระเวนแม่น้ำสอดส่องและสกัดกั้นการทิ้งศพลงแม่น้ำด้วย

อินเดียได้มีจำนวนผู้เสียชีวิต 4,000 รายต่อวันจากโรคนี้เป็นเวลาเกือบสองสัปดาห์ แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขกล่าวว่าตัวเลขอาจสูงขึ้นมากเนื่องจากปัจจัยต่างๆ เช่น การตรวจเชื้อที่ไม่ประสิทธิภาพในพื้นที่ชนบท

การเสียชีวิตเพิ่มขึ้นทำให้เกิดงานค้างที่เมรุเผาศพในหลายๆ แห่งและเพิ่มค่าใช้จ่ายในการทำพิธีศพมากขึ้นเป็นทวีคูณ

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมานาวนีต เซห์กัล (Navneet Sehgal) โฆษกของรัฐอุตตรประเทศปฏิเสธรายงานของสื่อว่าศพของเหยื่อไวรัสมากถึง 2,000 ศพถูกกู้ขึ้นจากแม่น้ำในรัฐและรัฐพิหารใกล้เคียงในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา

“เราเก็บกู้ศพ 10 ถึง 20 ศพทุกๆ คราว” เซห์กัลกล่าวกับรอยเตอร์และเสริมว่าหมู่บ้านริมแม่น้ำบางแห่งไม่ได้เผาศพเนื่องจากประเพณีของชาวฮินดูในบางช่วงเวลาจะไม่เผาศพในช่วงเวลาที่มีความสำคัญทางศาสนา

เจ้าหน้าที่รัฐพิหารไม่ตอบคำร้องขอความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้

Photo – ญาตินำศพผู้เสียชีวิตgfboผ่านหลุมฝังศพตื้นq ที่ปกคลุมไปด้วยเสื้อผ้าสีเหลืองของผู้ที่คาดว่าเสียชีวิตจากโควิด -19  ใกล้ที่เผาศพริมฝั่งแม่น้ำคงคาในหมู่บ้านศรีนคเวอร์ปูร์ ห่างจากอัลลาฮาบัดประมาณ 40 กม. เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2564 (ภาพโดย SANJAY KANOJIA / AFP)

เอเชียด่านแตก ไต้หวันส่อวุ่น-เวียดนามตายรายแรกในรอบปี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/652936

วันที่ 16 พ.ค. 2564 เวลา 10:31 น.

เอเชียด่านแตก ไต้หวันส่อวุ่น-เวียดนามตายรายแรกในรอบปี สิงคโปร์ปิดประตูหนีเชื้อใหม่โจมตี พร้อมกับสั่งเข้มงวดการเดินทางมาจากไต้หวัน

สิงคโปร์และไต้หวันประสบความสำเร็จในการควบคุมโควิด-19 โดยเฉพาะไต้หวันได้รับการชื่นชมจากสื่อทั่วโลกอย่างมากในการรักษาตัวเองจากการระบาดระลอกใหม่ๆ ทั้งๆ ที่ประเทสอื่นๆ ในเอเชียต้องเจอวิกฤตครั้งแล้วครั้งเล่า (ยกเว้นจีน) แต่ล่าสุด ทั้งสองประเทศต่างกำหนดข้อจำกัดเชิงรุกอย่างรวดเร็วทั้งในประเทศและการเดินทางระหว่างกัน เมื่อเกิดการระบาดระลอกใหม่ขึ้นมาและอาจจะน่าวิตกกกว่าครั้งไหนๆ

ไต้หวันยกระดับการแจ้งเตือนโคโรนาไวรัสในเมืองหลวงไทเปและเมืองโดยรอบเมื่อวันเสาร์โดยกำหนดข้อจำกัด 2 สัปดาห์ที่จะปิดสถานที่หลายแห่ง ทางการขอร้องให้ผู้คนอยู่บ้านในสุดสัปดาห์นี้หลังจากมีรายงานผู้ป่วยในท้องถิ่นใหม่ 180 รายเมื่อวันเสาร์ การชุมนุมในครอบครัวและการชุมนุมในไทเปจะจำกัดไว้ที่ 5 คนในขณะที่การชุมนุมกลางแจ้งจะจำกัดไว้ที่ 10 คน

ในขณะที่การติดเชื้อทั้งหมดนับตั้งแต่เริ่มระบาดยังคงอยู่ในระดับต่ำที่ 1,475 แต่การแพร่ระบาดในชุมชนเมื่อไม่นานมานี้ได้สร้างความตื่นตระหนกให้กับประชากรที่เคยชินกับชีวิตที่ใกล้เคียงกับภาวะปกติโดยไม่มีการปิดกั้นเต็มรูปแบบแบบที่เห็นจากที่อื่น

รอยเตอร์รายงานว่าทางการไต้หวันเรียกร้องให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการตุนสินค้า เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและกระดาษชำระอย่างตื่นตระหนกเนื่องจากมีการออกมาตรการใหม่ในการชุมนุมและจำกัดการเคลื่อนไหวเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด -19 ในช่วงที่มีการติดเชื้อในประเทศ

ในสิงคโปร์มีคำสั่งห้ามรับประทานอาหารในร่มตามประกาศเมื่อวันศุกร์และตอนนี้จะเริ่มให้พนักงานต่างๆ ทำงานจากที่บ้าน

การระบาดและมาตรการควบคุมไวรัสยังคุกคามความคืบหน้าของการเดินทางในภูมิภาคอีกครั้ง ก่อนหน้านี้สิงคโปร์อนุญาตให้นักเดินทางจากไต้หวันเข้าโดยไม่ต้องมีการกักกัน แต่เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมามีการประกาศห้ามผู้เข้าเมืองระยะสั้นที่มีประวัติการเดินทางไปไต้หวันในช่วง 21 วันที่ผ่านมา และกำหนดให้พลเมืองผู้อยู่อาศัยถาวรและผู้ถือบัตรอาสัยระยะยาวต้องกักกันเมื่อเดินทางจากไต้หวันมาถึงสิงคโปร์

ศูนย์บัญชาการการแพร่ระบาดกลางของไต้หวันยังลดระดับสิงคโปร์พร้อมกับเวียดนามเป็น “ความเสี่ยงปานกลาง” จากกลุ่มประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำ ซึ่งรวมถึงนิวซีแลนด์, มาเก๊า และออสเตรเลียซึ่งชี้ให้เห็นถึงการติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นในเอเชียแปซิฟิกโดยเฉพาะในกลุ่มที่ต้านทานการระบาดมากได้ดีกว่าประเทศอื่นๆ

เวียดนามรายงานผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 165 รายและมีผู้เสียชีวิตรายใหม่ 1 รายเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เนื่องจากพบว่ามีการติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่มีการแพร่ระบาดของไวรัสอีกครั้งเมื่อปลายเดือนที่แล้ว

แม้แต่จีนก็น่ากังวล เจ้าหน้าที่ในจีนแผ่นดินใหญ่ซึ่งปลอดผู้ติดเชื้อในพื้นที่เป็นเวลาประมาณ 1 เดือน ในสัปดาห์นี้เพิ่มจะรายงานผู้ป่วยในท้องถิ่นจำนวนหนึ่งในมณฑลอันฮุยและเหลียวหนิง

สำนักข่าว Bloomberg ชี้ว่าสิงคโปร์และไต้หวันถูกมองว่าเป็นตัวอย่างความสำเร็จในการควบคุมโควิด-19 โดยประชาชนส่วนใหญ่หันมาใช้ชีวิตประจำวันโดยไม่ต้องกลัวการติดเชื้อ ในส่วนของไต้หวันไม่มีการติดเชื้อโคโรนาไวรัสภายในประเทศระหว่างเดือนเมษายน-ธันวาคม 2020 ในสิงคโปร์ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ดีที่สุดที่จะอยู่ในยุคโควิด -19 โดยการจัดอันดับความยืดหยุ่นโควิด-19 ของ Bloomberg หลังจากควบคุมได้ผู้คนสามารถเข้าร่วมคอนเสิร์ตและไปล่องเรือสำราญ

แต่ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว และเมื่อไต้หวันไม่มีภัยคุกคามมานานหลายเดือนทำให้ประชาชนไม่เต็มใจที่จะรับการฉีดวัคซีน ในไต้หวันมีผู้ฉีดวัคซีนน้อยกว่า 1% จากข้อมูลของ Bloomberg Vaccine Tracker

Photo by Sam Yeh / AFP

เจ้าพ่อ Rakuten เตือนโอลิมปิกญี่ปุ่นคือภารกิจฆ่าตัวตาย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/652909

วันที่ 15 พ.ค. 2564 เวลา 18:30 น.

เจ้าพ่อ Rakuten เตือนโอลิมปิกญี่ปุ่นคือภารกิจฆ่าตัวตายซีอีโอ Rakuten เตือนรัฐบาลญี่ปุ่น การจัดโอลิมปิกคือภารกิจฆ่าตัวตาย ส่วนชาวญี่ปุ่นลงชื่อค้านกว่า 3.5 แสนคน

ฮิโรชิ มิกิตานิ ผู้ก่อตั้งและซีอีโอบริษัทอีคอมเมิร์ซ Rakuten ของญี่ปุ่นให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว CNN ว่า มหกรรมกีฬาโอลิมปิกซึ่งกำลังจะเปิดฉากในวันที่ 23 ก.ค.นี้ ยังไม่ควรจัดในปีนี้

“การที่เราฉีดวัคซีนช้าเป็นอันตรายอย่างยิ่งที่จะจัดงานใหญ่ระดับนานาชาติ” และยังกล่าวอีกว่า “นี่ไม่ต่างกับภารกิจฆ่าตัวตาย”

คำให้สัมภาษณ์ของมิกิตานิซึ่งมักจะวิจารณ์การรับมือ Covid-19 ของรัฐบาลญี่ปุ่นมีขึ้นหลังจากนายกรัฐมนตรี โยชิฮิเดะ สุงะ ย้ำเมื่อวันศุกร์ (14 พ.ค.) ว่า ญี่ปุ่นจะจัดการแข่งขันได้อย่างปลอดภัย

ขณะที่ชาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่ก็คัดค้านการเดินหน้าจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกซึ่งเลื่อนมาจากปีที่แล้วในช่วงเวลานี้เช่นกัน โดยผลการสำรวจความคิดเห็นโดยหนังสือพิมพ์ Yomiuri ในสัปดาห์นี้พบว่า 59% ของผู้ตอบแบบสอบถามบอกว่าควรยกเลิกโอลิมปิก

นอกจากนี้ ยังมีการรวบรวมรายชื่อกว่า 350,000 รายชื่อเรียกร้องให้ยกเลิกการแข่งขัน

แม้ว่าจะคาดการณ์ว่านักกีฬาส่นใหญ่จะได้รับการฉีดวัคซีน หลายคนยังกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงที่จะเกิดจากคนอื่นๆ อีกหลายพันคนที่จะเดินทางมาชมการแข่งขันในกรุงโตเกียว

ทั้งนี้ ขณะนี้เมืองใหญ่ๆ ของญี่ปุ่นอยู่ภายใต้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อควบคุมการแพร่ระบาด และชาวญี่ปุ่นเพียง 3.2% ของประชากรทั้งหมดเท่านั้นที่ได้รับวัคซีนอย่างน้อย 1 โดส

Photo by KIM KYUNG-HOON / POOL / AFP