อินเดียชี้วัคซีนที่กำลังพัฒนามีประสิทธิภาพต้านไวรัสกลายพันธุ์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641621

วันที่ 31 ธ.ค. 2563 เวลา 09:30 น.อินเดียชี้วัคซีนที่กำลังพัฒนามีประสิทธิภาพต้านไวรัสกลายพันธุ์รัฐบาลอินเดียเผยวัคซีน Covid-19 ที่อยู่ระหว่างการผลิต มีประสิทธิภาพการป้องกันเชื้อโคโรนาไวรัสชนิดกลายพันธุ์

“ไม่มีหลักฐานบ่งชี้ว่าวัคซีนดังกล่าวจะไม่สามารถป้องกัน Covid-19 ชนิดกลายพันธุ์ที่มาจากสหราชอาณาจักรหรือแอฟริกาใต้ เนื่องจากวัคซีนส่วนใหญ่มุ่งเป้าไปที่โปรตีนหนาม (Spike protein) ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงในชนิดกลายพันธุ์ แต่วัคซีนยังคงสามารถกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้ผลิตแอนติบอดีป้องกันที่หลากหลายได้” เค วีเจย์ รากาวาน ที่ปรึกษาทางวิทยาศาสตร์ของรัฐบาลอินเดียกล่าว

“โปรตีนหนามของ Covid-19 ชนิดกลายพันธุ์เปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น วัคซีนจึงยังคงมีประสิทธิภาพป้องกันได้” รากาวานกล่าว พร้อมให้คำมั่นว่าวัคซีนดังกล่าวจะสามารถป้องกันโรคได้อย่างแน่นอน รวมถึงชนิดกลายพันธุ์อื่นๆ ด้วย

ด้านฮาร์ช วาร์ดัน รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขกลางของอินเดีย เปิดเผยเมื่อไม่นานนี้ว่าวัคซีนป้องกัน Covid-19 อาจเริ่มใช้งานในประเทศช่วงเดือนมกราคมปีหน้า โดยวัคซีนอยู่ระหว่างการพัฒนา

ทั้งนี้ ปัจจุบันอินเดียมีวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 จำนวน 6 ตัว ซึ่งอยู่ระหว่างการทดลองทางคลินิกในระยะที่แตกต่างกัน

สรุปเหตุการณ์รอบโลกปี 2020 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641431

วันที่ 30 ธ.ค. 2563 เวลา 21:00 น.สรุปเหตุการณ์รอบโลกปี 2020สรุปเหตุการณ์สำคัญทั่วโลกตลอดปี 2020 มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง?

ก่อนที่จะเตรียมตัวนับถอยหลังเข้าสู่ปี 2021 ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ลองมาย้อนไทม์ไลน์ทบทวนเหตุการณ์ต่างๆ ในปี 2020 ว่าตลอด 1 ปีที่ผ่านมามีเหตุการณ์อะไรที่น่าสนใจบ้าง เพื่อเตรียมเดินหน้าเข้าสู่ปีใหม่

  • ไฟป่าออสเตรเลีย

เปิดตัวปี 2020 มาอย่างร้อนแรงด้วยสถานการณ์ไฟป่าออสเตรเลียที่ลากยาวมาตั้งแต่ปี 2019 ซึ่งเผาไหม้พื้นที่ประมาณ 26 ล้านเอเคอร์ ทำลายอาคารบ้านเรือนกว่า 5 พันแห่ง สัตว์ป่าเสียชีวิตกว่าพันล้านตัว และคร่าชีวิตผู้คนไปถึง 28 ชีวิต โดยหน่วยงานดับเพลิงในพื้นที่ชนบทรัฐนิวเซาท์เวลส์พิจารณาว่าเป็นฤดูไฟป่าที่เลวร้ายที่สุดในความทรงจำเลยทีเดียว

  • ปมขัดแย่งอิหร่าน-สหรัฐ

สหรัฐปฏิบัติการโจมตีทางอากาศปลิดชีพนายพล กอเซม โซเลย์มานี ผู้บัญชาการกองกำลังโกดส์แห่งกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่านและมือขวาคนสำคัญของอายะตุลลอฮ์ คอเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่าน รวมถึงอะบู มะฮ์ดี อัลมุฮันดิส รองผู้บัญชาการกองกำลังระดมพลประชาชน กองกำลังติดอาวุธอิรักซึ่งมีความใกล้ชิดกับอิหร่าน โดยการปล่อยขีปนาวุธหลายลูกซึ่งสังหารผู้คนไป 10 ราย

  • Black Lives Matter

การประท้วงเพื่อความเท่าเทียมของคนผิวสีที่เกิดขึ้นหลังจอร์จ ฟลอยด์ ชายผิวสีคนหนึ่งถูกตำรวจอเมริกันสังหารอย่างโหดเหี้ยมระหว่างการจับกุม โดยการประท้วงดังกล่าวเริ่มต้นในรัฐมินนิโซตา ก่อนที่จะขายไปทั่วสหรัฐและทั่วโลกในเวลาไม่นาน ซึ่งนำไปสู่เหตุการณ์ปะทะระหว่างกลุ่มผู้ประท้วงและเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายครั้ง

  • เหตุระเบิดเบรุต

เหตุการณ์ระเบิดของแอมโมเนียมไนเตรตประมาณ 2,750 ตัน ที่ถูกทิ้งร้างไว้ในท่าเรือเบรุตโดยไม่มีมาตรการด้านความปลอดภัยมานาน 6 ปี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 204 คน บาดเจ็บกว่า 7,500 คน และผู้สูญหายอีกจำนวนมาก รวมทั้งยังประชาชนกว่า 300,000 คนต้องกลายเป็นผู้ไร้ที่อยู่อาศัย และเกิดเหตุการณ์ประท้วงรุนแรงจากประชาชนที่ไม่พอใจในความขาดความรับผิดชอบของรัฐบาล ส่งผลให้ท้ายที่สุดคณะรัฐมนตรีพร้อมด้วย ฮัสซัน ดิอับ นายกรัฐมนตรีของเลบานอน ประกาศลาออกจากตำแหน่งเนื่องจากความกดดันที่ทวีความรุนแรงขึ้น

  • กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติฮ่องกง

หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า กฎหมายสาธารณรัฐประชาชนจีนว่าด้วยการรักษาความมั่นคงแห่งชาติในเขตปกครองพิเศษฮ่องกง ซึ่งออกแบบมาเพื่อคุ้มครองการแทรกแซงกิจการดินแดนของฮ่องกง และถูกนำมาใช้ดำนเนินคดีกับผู้ประท้วงชาวฮ่องกงอย่างกว้างขวางในเวลาต่อมา นำไปสู่จับกุมผู้ประท้วงหลายคนรวมทั้งโจชัว หว่อง แกนนำเยาวชนชื่อดัง และส่งผลให้ผู้ประท้วงฮ่องกงจำนวนมากต้องขอลี้ภัยไปยังต่างประเทศ

  • สงครามนากอร์โน-คาราบัค

ความขัดแย้งระหว่างอาเซอร์ไบจานและอาร์เมเนียในพื้นที่นากอร์โน-คาราบัค ซึ่งเป็นการต่อสู้ที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายปี ซึ่งสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง และคร่าชีวิตผู้คนไปหลายพันคน รวมทั้งส่งผลให้มีผู้อพยพกว่า 7 หมื่นคน โดยล่าสุดทั้งสองได้ร่วมลงนามในความตกลงหยุดยิงที่มีประเทศรัสเซียเป็นคนกลาง

  • โลกมุสลิมต่อต้านฝรั่งเศส

เริ่มต้นมากจากการที่ครูชาวฝรั่งเศสถูกฆ่าตัดคอหลังนำภาพการ์ตูนศาสดามูฮัมหมัดมาประกอบการเรียนการสอน โดยประธานาธิบดีแอมมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศสเรียกว่าเป็นการลงมือของกลุ่มก่อการร้ายมุสลิมและจะปราบปรามกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงในฝรั่งเศส ส่งผลให้ประเทศมุสลิมหลายประเทศไม่พอใจและจับมือกันประณามฝรั่งเศสกรณีเหยียดศาสนา ถึงขั้นออกมาตรการคว่ำบาตรฝรั่งเศสและไล่ให้ไปเช็คสุขภาพจิตกันเลยทีเดียว

  • ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค

ประเทศกลุ่มเอเชียแปซิฟิก 15 ประเทศ ประกอบด้วยประเทศอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ และจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ลงนามในความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค หรืออาร์เซ็ป (Regional Comprehensive Economic Partnership: RCEP) หลังเจรจายาวนานถึง 8 ปี ซึ่งจะกลายเป็นเขตการค้าเสรีที่ใหญ่ที่สุดในโลก

  • ภารกิจนอกโลก

หลายประเทศมุ่งหน้าปฏิบัติภารกิจนอกโลกชนิดที่ว่าไม่มีใครยอมใคร ไม่ว่าจะเป็นยานอวกาศโอไซริส-เร็กซ์ ของนาซาประสบความสำเร็จในการเก็บตัวอย่างบน “ดาวเคราะห์น้อยเบ็นนู” ซึ่งจะถูกส่งกลับมายังโลกในปี 2023 และนาซายังยืนยันการค้นพบโมเลกุลน้ำบนดวงจันทร์ รวมถึงรวมมือกับ SpaceX ในปฏิบัติการส่งนักบินอวกาศเพื่อไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ นอกจากนี้ยังมีประเทศจีนที่สามารถเก็บตัวอย่างดวงจันทร์มาศึกษาได้สำเร็จ รวมทั้งไทยเองที่ทำหลายคนตกตะลึงโดยแง้มว่าจะมีการผลิตยานอวกาศไปโคจรรอบดวงจันทร์ด้วย!

  • เลือกตั้งสหรัฐ 2020

การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐเกิดขึ้นในวันที่ 3 พ.ย. มีผู้เข้าชิงตำแหน่งคือโดนัลด์ ทรัมป์ และโจ ไบเดน ท่ามกลางการประชันกันอย่างดุเดือดด้วยนโยบายคนละขั้ว รวมถึงวาทกรรมเชือดเฉือนกันมากมาย ก่อนที่ทรัมป์จะออกมาประกาศว่าตนและสตรีหมายเลขหนึ่งติดเชื้อไวัสโคโรนาในช่วงไม่กี่วันก่อนการเลือกตั้ง ทำให้คะแนนความเชื่อมั่นลดลงไปอย่างมาก สุดท้ายสหรัฐได้ผู้นำคนใหม่เป็นโจ ไบเดน และมีกำนดเข้ารับตำแหน่งในวันที่ 20 ม.ค. โดยหลายคนจับตามองว่าความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและจีนจะเป็นอย่างไรต่อไปหลังจากที่ค่อนข้างแย่มากในสมัยประธานาธิบดีทรัมป์ รวมถึงไบเดนจะนำสหรัฐกลับเข้าข้อตกลงปารีสที่ทรัมป์ได้ถอนตัวออกไปหรือไม่

  • COVID-19

เป็นประเด็นเด่นที่สุดของปีนี้เลยก็ว่าได้สำหรับการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา ซึ่งมีการยืนยันครั้งแรกในเมืองอู่ฮั่น ตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่แล้ว ก่อนที่จะกระจายไปทั่วโลก ส่งผลให้เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวซบเซาอย่างมาก โดยหลายประเทศต้องออกมาตรการเพื่อป้องกันและควบคุมโรค เช่น การล็อกดาวน์ ปิดประเทศ การสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา และการเว้นระยะห่างทางสังคม ทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “นิวนอร์มอล”

นอกจากนี้ยังทำให้เกิดกระแสต่อต้านอย่างรุนแรงต่อชาติที่มีอัตราการแพร่ระบาดของโรคสูง เช่น การแบนประเทศจีนของนานาประเทศในช่วงต้นปีเนื่องจากเชื่อว่าเป็นจุดเริ่มต้นของไวรัส

ผู้นำประเทศและคนสำคัญหลายคนจากทั่วโลกติดเชื้อกันจำนวนมาก อาทิ เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ เจ้าชายแห่งเวลส์, เจ้าชายวิลเลียม ดยุกแห่งเคมบริดจ์, บอร์ริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร, โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐพร้อมด้วยสตรีหมายเลขหนึ่ง และเอมมานูแอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส

โดยทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขจากทั่วโลกเร่งหาแนวทางการรักษารวมถึงการผลิตวัคซีน โดยขณะนี้หลายประเทศได้อนุมัติใช้วัคซีนในประเทศเรียบร้อยแล้ว

แต่ล่าสุดมีการพบไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ซึ่งมีประสิทธิภาพในการแพร่ระบาดสูงขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งเป็นโจทย์หนักที่ต้องเผชิญกันต่อไปในปี 2021

บางกอกโพสต์เตรียมเฟซบุ๊คไลฟ์การจุดพลุฉลองปีใหม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641613

วันที่ 30 ธ.ค. 2563 เวลา 19:20 น.บางกอกโพสต์เตรียมเฟซบุ๊คไลฟ์การจุดพลุฉลองปีใหม่บางกอกโพสต์ชวนชมถ่ายทอดสดการจุดพลุฉลองปีใหม่ผ่านเพจเฟซบุ๊ค Bangkok Post

คืนพรุ่งนี้หลายเมืองทั่วประเทศจะเริ่มต้นการนับถอยหลังเข้าสู่ปีใหม่กันแล้ว เริ่มจากเมืองออคแลนด์ของนิวซีแลนด์ ตามด้วยเมืองซิดนีย์ กรุงโตเกียว กรุงโซล กรุงปักกิ่ง และกรุงเทพมหานคร ซึ่งจะได้เฉลิมฉลองปีใหม่กันก่อนที่งานเคาต์ดาวน์ยอดฮิตระดับโลกที่จัดขึ้นที่จัตุรัสไทม์สแควร์ในมหานครนิวยอร์กจะเริ่มขึ้นในอีก 12 ชั่วโมงต่อมา

เนื่องจากการฉีดวัคซีนเพิ่มเริ่มต้นขึ้น ด้วยความคาดหวังอย่างสูงว่าปี 2021 จะเป็นจุดสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์ที่แสดงให้เห็นว่า ชุมชนทั่วโลกได้เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ซึ่งนับเป็นหนึ่งในปีที่ท้าทายสำหรับหลายๆ คน

เพื่อให้สอดคล้องกับการมองโลกในแง่ดีในปีหน้า เฟซบุ๊คเพจของบางกอกโพสต์จึงเตรียมถ่ายทอดสดการแสดงพลุที่น่าตื่นตาตื่นใจจากงาน CentralWorld Bangkok Countdown 2021 ซึ่งในปีนี้มาในธีม “A Symbol of Hope” (สัญลักษณ์แห่งความหวัง) ในวันพรุ่งนี้เวลาเที่ยงคืน

แม้ว่าขณะนี้ประชาชนจะไม่สามารถออกไปร่วมงานเฉลิมฉลองร่วมกันนอกบ้าน บางกอกโพสต์และผู้จัดงานหวังเป็นอย่างยิ่งว่างานแสดงพลุอันยิ่งใหญ่นี้จะเป็น “ไทม์สแควร์แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” เพื่อปลุกอารมณ์ของภูมิภาคที่ต้องทนทุกข์กับ Covid-19 มาเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว และเพื่อเป็นการเริ่มต้นปีใหม่อย่างมีชีวิตชีวา  

บุรุษพยาบาลสฉีดวัคซีนแล้วแต่ผลตรวจโควิดเป็นบวก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641619

วันที่ 30 ธ.ค. 2563 เวลา 19:00 น.บุรุษพยาบาลสฉีดวัคซีนแล้วแต่ผลตรวจโควิดเป็นบวกบุรุษพยาบาลในแคลิฟอร์เนียมีผลการตรวจหาเชื้อโคโรนาไวรัสเป็นบวกแม้จะได้รับวัคซีนแล้ว  

สำนักข่าวเดลิเมล์รายงานว่า แมทธิว ดับเบิลยู. บุรุษพยาบาลจากโรงพยาบาลในเมืองซานดิเอโก รัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐ มีผลการตรวจหาเชื้อโคโรนาไวรัสเป็นบวก แม้จะได้รับวัคซีนเมื่อ 8 วันก่อนหน้า

บุรุษพยาบาลรายนี้ได้รับวัคซีน Covid-19 ของบริษัทไฟเซอร์ (Pfizer) เมื่อวันที่ 18 ธ.ค.ที่ผ่านมา จากนั้นในวันคริสต์มาสอีฟ หรือวันที่ 24 ธ.ค.ก็เริ่มมีไข้ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และอิดโรย โดยระหว่างนั้นเขาเข้าเวรในแผนกผู้ป่วย Covid-19  ก่อนจะเข้ารับการตรวจหาเชื้อในวันที่ 26 ธ.ค.

คริสเตียน ราเมส ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อจากศูนย์สุขภาพครอบครัวในซานดิเอโกเผยว่า แม้ว่ากรณีนี้จะเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย “หากลองคำนวณดูแล้ว นี่คือสิ่งที่เราคาดว่าจะเกิดขึ้นกับคนที่สัมผัสโรค”

ราเมสยังเผยอีกว่า เป็นไปได้ว่าแมทธิวอาจติดเชื้อก่อนได้รับวัคซีน และหากเขาไม่ได้รับเชื้อก่อนได้รับวัคซีนกรณีที่เกิดขึ้นก็ยังเป็นเรื่องที่คาดหมายได้ในวงการแพทย์

ด้านผู้ตรวจสอบวัคซีนไฟเซอร์พบว่าภูมิคุ้มกันเชื้อโคโรนาไวรัสจะทำงานได้ดีที่สุดหลังได้รับวัคซีนโดสที่ 2 แล้ว 7 วัน ซึ่งโดสที่ 2 นี้จะฉีดหลังจากได้รับวัคซีนโดสแรก 3 สัปดาห์ ซึ่งหมายความว่ามีความเป็นไปได้ที่คนที่ได้รับวัคซีนจะติดเชื้อในช่วงเวลานั้น

เปิดลิสต์ข่าวต่างประเทศที่มีคนอ่านมากที่สุดบนเว็บไซต์โพสต์ทูเดย์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641596

วันที่ 30 ธ.ค. 2563 เวลา 18:30 น.เปิดลิสต์ข่าวต่างประเทศที่มีคนอ่านมากที่สุดบนเว็บไซต์โพสต์ทูเดย์ปีนี้ข่าวต่างประเทศข่าว-บทความไหนบนเว็บไซต์โพสต์ทูเดย์ได้รับความสนใจบ้างไปดูกัน 

ทีมงานโพสต์ทูเดย์รวบรวมข่าวหรือบทความต่างประเทศบนเว็บไซต์ของเราที่มีคนอ่านมากที่สุดในปีนี้ 20 อันดับ โดยสถิติที่น่าสนใจคือ จากข่าวที่ติดท็อป 20 ปรากฏว่าเป็นข่าวหรือบทความที่เกี่ยวข้องกับ Covid-19 ถึง 10 ข่าว ซึ่งเป็นไปในทางเดียวกับความสนใจของผู้คนทั่วโลกที่เปิดอ่านบทความเกี่ยวกับ Covid-19 กันมากที่สุดบนเว็บไซต์วิกิพีเดีย   

ทว่าข่าวต่างประเทศที่มียอดอ่านมากที่สุดบนเว็บไซต์โพสต์ทูเดย์ซึ่งมียอดวิวสูงถึง 201,006 ครั้ง ไม่ใช่เรื่อง Covid-19 แต่เป็นเรื่อง เบื้องหลังการล่มสลายของอาณาจักรน้ำมันสิงคโปร์ ที่เบื้องหน้ามีชื่อเสียงดี แต่เบื้องหลังซุกหนี้ไว้เพียบถึง 3,850 ล้านเหรียญสหรัฐ  

อันดับที่ 2 จึงจะเป็นเรื่องของ Covid-19 ในบทความเอ็กซ์คลูซีฟเรื่อง ตายเยอะกว่าโคโรนา โรคระบาดที่สหรัฐไม่อยากให้โลกรู้ ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 4 ก.พ. ทีมงานเล่าว่าในขณะที่ชาวโลกกำลังตื่นตระหนกกับโคโรนาไวรัสจากจีน โรคระบาดร้ายแรงโรคหนึ่งที่กำลังระบาดในสหรัฐกลับไม่มีการพูดถึง  

อันดับที่ 3 เป็นเรื่องปริศนาลี้ลับของมัมมี่ในข่าวเรื่อง ดูกันจะๆ เปิดโลงมัมมี่ครั้งแรกในรอบ 2,500 ปี ซึ่งเป็นการค้นพบครั้งสำคัญของอียิปต์และชาวโลก  

อันดับที่ 4 เป็นบทความเอ็กซ์คลูซีฟเกี่ยวกับ แจ็ค หม่า เจ้าพ่ออาลีบาบาที่กำลังถูกรัฐบาลจีนจ้องเล่นงานในขณะนี้ เรื่อง ความพ่ายแพ้ของแจ็ค หม่า  

อันดับ 5 เป็นข่าว พบเรือดำน้ำที่สาบสูญช่วงสงครามใกล้กับภูเก็ต

ตามด้วยบทความเอ็กซ์คลูซีฟเรื่อง คำทำนายของมหาเศรษฐีผู้รู้อนาคตเหมือนตาเห็น ที่เขียนถึงความมีวิสัยทัศน์ของ บิล เกตส์ ที่เคยบอกไว้หลายปีก่อนที่ Covid-19 จะระบาดว่า ให้ชาวโลกระมัดระวังการระบาดใหญ่ที่อาจเกิดขึ้นเมื่อไรก็ได้ แล้วมันก็เกิดขึ้นจริงๆ โดยที่เราแทบจะตั้งรับกันไม่ทัน

บทความต่อมาก็ยังเป็นเรื่องเกี่ยวกับ Covid-19 คือ การล่มสลายของร้านอาหารในตำนาน อยู่มาเป็นร้อยปี แต่ต้องมีอันเป็นไปเพราะโควิด บทความนี้เล่าถึงร้านอาหารชื่อดังหลายแห่งที่ทนพิษโควิดไม่ไหวจนต้องยอมปิดตำนานของตัวเองลงท่ามกลางความไม่แน่นอนว่าโควิดจะหมดเมื่อไร

อันดับที่ 8 ก็หนีไม่พ้นเรื่องราวเกี่ยวกับ Covid-19 แต่ขยับเข้าใกล้ตัวคนไทยขึ้นมาอีกนิดกับข่าว เมียนมาไม่พอใจไทยเลือกปฏิบัติ ที่ทางทีมงานนำเสนอมุมมองอีกด้านของสื่อเมียนมาเกี่ยวกับแรงงานเมียนมาในไทย หลังจากเชื้อโคโรนาไวรัสระบาดที่ตลาดขายอาหารสมุทรสาคร

สองอันดับสุดท้ายในท็อป 10 คือ ภาพสะเทือนใจ ภรรยาผอ.โรงพยาบาลอู่ฮั่นยื้อรถขนศพสามี ที่เผยแพร่เมื่อเดือน ก.พ. ซึ่งเป็นช่วงที่เชื้อโคโรนาไวรัสระบาดหนักในจีน และจีนตะลึง! พบพระพุทธรูปไร้เศียรเก่าแก่ขนาดมหึมาซ่อนกลางชุมชน ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 18 ธ.ค.ที่ผ่านมา

ส่วนข่าวอื่นในท็อป 20 ได้แก่ ถ้าคิมจองอึนตาย เธอคนนี้อาจกลายเป็นท่านผู้นำโลกกลับตาลปัตร จีนเริ่มเดินหน้าอีกครั้ง ประเทศอื่นกำลังชะงักงันบุญหล่นทับไทยแลนด์? เมื่อญี่ปุ่นหนีจีนย้ายฐานมาอาเซียน

จีนยกระดับเตือนภัยหลังจากพบกาฬโรคระบาดสื่อจีน-ญี่ปุ่นชี้ ‘สหรัฐ’ ต้นกำเนิด ‘โคโรนาไวรัส’ ตัวจริง (2)เยอรมนีเจอติดโควิดพรวด 109 รายในวันเดียว–สวิตเซอร์แลนด์พบตายรายแรกแล้ว

เผยภาพดาวเทียมความเสียหาย หลังฐานสหรัฐถูกอิหร่านถล่มไบเดนเป็นอันตรายต่อดุลอำนาจโลกมากกว่าทรัมป์หลักฐานใหม่ ผู้ติดเชื้อไวรัสจะสูญเสียการรับกลิ่นและรสชาติ และโรงพยาบาลในนิวยอร์กใช้วิตามินซีรักษาโควิด-19

***หมายเหตุ ยอดอ่านนับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-30 ธ.ค.2563

อินโดฯลงนามซื้อวัคซีนโควิด 100 ล้านโดส #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641609

วันที่ 30 ธ.ค. 2563 เวลา 17:15 น.อินโดฯลงนามซื้อวัคซีนโควิด 100 ล้านโดสทางการอินโดนีเซียลงนามซื้อวัคซีน Covid-19 100 ล้านโดส

เรตโน มาร์ซูดี รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซียเผยว่า ทางการอินโดนีเซียได้ลงนามซื้อวัคซีนต้าน Covid-19 จากบริษัทแอสตราเซเนกา (AstraZeneca) ที่พัฒนาร่วมกับมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด และโนวาแว็กซ์ (Novavax) ของจีน แห่งละ 50 ล้านโดส รวมเป็น 100 ล้านโดส

ขณะที่ บูดี กูนาดี ซาดิคิน รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขเผยว่า วัคซีนทั้งสองขนานจะช่วยให้อินโดนีเซียมีทางเลือกมากขึ้น และสามารถวางแผนการฉีดวัคซีนในระยะที่สอง รวมถึงการแจกจ่ายวัคซีนด้วย

ทางการอินโดนีเซียรายงานว่า พบผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่ 7,903 คน และผู้เสียชีวิต 251 คน ทำให้มียอดผู้ป่วยติดเชื้อสะสมกว่า 727,000 คน และผู้เสียชีวิตกว่า 21,700 คน โดยยังคงเป็นประเทศที่มียอดผู้ป่วยติดเชื้อและผู้เสียชีวิตสูงสุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ไต้หวันปิดประเทศหลังพบคนติดโควิดกลายพันธุ์รายแรก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641606

วันที่ 30 ธ.ค. 2563 เวลา 16:39 น.ไต้หวันปิดประเทศหลังพบคนติดโควิดกลายพันธุ์รายแรกนับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.เป็นต้นไปไต้หวันจะห้ามชาวต่างชาติเข้าประเทศ

ศูนย์บัญชาการโรคระบาดไต้หวันประกาศเพิ่มมาตรการควบคุมระหว่างพรมแดนสูงสุดตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2564 เป็นต้นไป โดยห้ามชาวต่างชาติเดินทางเข้าไต้หวันเป็นการชั่วคราว ยกเว้นผู้ที่มีใบถิ่นที่อยู่หรือได้รับอนุญาตเป็นกรณีพิเศษ

นอกจากนี้ ตั้งแต่วันที่ 15 ม.ค.เป็นต้นไป คนไต้หวันที่เดินทางกลับเข้าประเทศ และจำเป็นต้องกักตัวในที่พักอาศัยต้องอาศัยอยู่เพียงคนเดียวเท่านั้น หรืออาศัยอยู่กับผู้เดินทางเข้ามาพร้อมกัน และคนที่ไม่ได้ออกนอกประเทศไม่สามารถอาศัยอยู่ภายในบ้านหลังเดียวกันกับผู้ที่ต้องกักตัว

มาตรการนี้เกิดขึ้นหลังจากพบวัยรุ่นชายรายหนึ่งที่เดินทางกลับมาจากอังกฤษมาถึงไต้หวันเมื่อวันที่ 27 ธ.ค.ที่ผ่านมาติดเชื้อโคโรนาไวรัสชนิดที่ที่กลายพันธุ์และกำลังแพร่ระบาดอยู่ในประเทศอังกฤษ

นอกจากนี้ ในเที่ยวบินเดียวกันนั้นซึ่งมีผู้โดยสารทั้งหมด 114 คน ยังพบผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัสอีก 2 ราย

รัฐบาลดัตช์ถูกตำหนิเริ่มฉีดวัคซีนให้ ปชช.ช้า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641604

วันที่ 30 ธ.ค. 2563 เวลา 16:21 น.รัฐบาลดัตช์ถูกตำหนิเริ่มฉีดวัคซีนให้ ปชช.ช้าในขณะที่ประเทศอื่นในยุโรปเริ่มฉีดวัคซีนกันแล้ว แต่ชาวดัตช์ยังต้องรอจนถึงต้นปีหน้า

รูเอล โกทินโญ อดีตผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมโรคติดต่อแห่งสถาบันสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมแห่งชาติของเนเธอร์แลนด์เผยกับรายการ Nieuwsuur ว่า ยุทธศาสตร์การฉีดวัคซีนต้าน Covid-19 ของเนเธอร์แลนด์ช่างน่าอับอาย เนื่องจากต้องรอจนถึงวันที่ 8 ม.ค.จึงจะเริ่มฉีด ขณะที่ประเทศอื่นในยุโรปเริ่มฉีดวัคซีนให้ประชาชนแล้ว

“ทุกสัปดาห์มีความหมาย” โกทินโญกล่าว

อดีตผู้อำนวยการยังต่อว่ารัฐบาลอีกว่า การชะลอการเริ่มโครงการฉีดวัคซีนหมายความว่าระบบสาธารณสุขที่แบกรับภาระหนักอยู่แล้วจะต้องรับหน้าที่นี้ต่อไปอีกนาน ซึ่งจะมีผลกระทบกับทั้งคนที่ติดเชื้อโคโรนาไวรัสและคนอื่นๆ เนื่องจากไม่สามารถเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลหรือต้องเลื่อนการผ่าตัด

เนเธอร์แลนด์ได้รับวัคซีน Covid-19 จากไฟเซอร์และไบโอเอ็นเทค (Pfizer- BioNTech) ล็อตแรกเรียบร้อยแล้ว แต่จะยังไม่เริ่มฉีดจนกว่าจะถึงวันที่ 8 ม.ค. โดยรัฐบาลเผยว่า ยังต้องเตรียมการต่างๆ ทั้งการเตรียมระบบไอทีให้พร้อมสำหรับการลงทะเบียน และการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่

เนเธอร์แลนด์มีผู้เสียชีวิตจาก Covid-19 กว่า 10,500 คน ซึ่งเป็นตัวเลขการเสียชีวิตที่สูงที่สุดนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2

ทั้งนี้ เนเธอร์แลนด์ล็อกดาวน์อย่างเข้มงวดตั้งแต่วันที่ 15 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยปิดทั้งโรงเรียน ผับบาร์ ร้านอาหาร และร้านค้าที่ไม่จำเป็นอย่างน้อย 5 สัปดาห์ รวมทั้งจำกัดจำนวนบุคคลที่รวมตัวกันทั้งในที่ปิดและกลางแจ้ง

ขณะที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเป็นห่วงว่าโรงพยาบาลทั่วประเทศจะรองรับผู้ป่วยไม่ไหว และบางแห่งได้ร้องขอให้กองทัพส่งเจ้าหน้าที่ทหารเข้ามาช่วยแล้ว เนื่องจากขาดบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งขณะนี้ทหารได้ถูกส่งไปช่วยเจ้าหน้าที่ที่โรงพยาบาลทหารในเมืองยูเทรคต์และบ้านพักผู้สูงอายุในเมืองเอเดที่พบการระบาดหนักแล้ว

โครเอเชียเจอแผ่นดินไหวซ้ำสองก่อนสิ้นปี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641583

วันที่ 30 ธ.ค. 2563 เวลา 13:59 น.โครเอเชียเจอแผ่นดินไหวซ้ำสองก่อนสิ้นปี   ชาวโครเอเชียเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 7 ราย หลังแผ่นดินไหว 6.4 แมกนิจูดเขย่าตอนกลางประเทศ 

เกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.4 แมกนิจูดในเมืองเปตรินญาทางตอนกลางของโครเอเชียเมื่อช่วงบ่ายของวานนี้ (29 ธ.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น ลึกลงไปใต้ดินประมาณ 10 กิโลเมตร จากนั้นอีกราว 1 ชั่วโมงให้หลังได้เกิดแรงสั่นสะเทือนตามมาอีกครั้ง

แรงสั่นสะเทือนครั้งแรกรับรู้ไปทั่วคาบสมุทรบอลข่าน ไม่ว่าจะเป็นกรุงซาเกร็บซึ่งอยู่ห่างราว 48.2 กิโลเมตร และประเทศเพื่อนบ้านอย่างบอสเนีย เซอร์เบีย และไกลถึงอิตาลี  

ทางการเปิดเผยว่าเบื้องต้นพบผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 7 ราย โดยหนึ่งในนั้นเป็นเด็กหญิงวัย 12 ปี และคาดว่าตัวเลขผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มขึ้น ขณะที่นายกเทศมนตรีเมืองเปตรินญาเผยว่าเมืองราวครึ่งเมืองถูกทำลาย โดยมีผู้รอดชีวิตหลายคนถูกดึงออกมาจากซากปรักหักพัง 

ในบรรดาอาคารบ้านเรือนที่พังถล่มรวมถุงโรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่ง แต่เคราะห์ดีที่ขณะเกิดเหตุไม่มีเด็กนักเรียนอยู่ในโรงเรียน   

มาริกา เพฟโลวิช ชาวบ้านวัย 72 ปีเผยกับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า “กระเบื้องทุกแผ่นในห้องน้ำแตกหมด จานชามตกลงมาแตกกระจาย แม้พวกเราจะอยากกลับบ้านแต่ก็ทำไม่ได้ เพราะมันไม่มีไฟฟ้า” 

เหตุแผ่นดินไหวครั้งล่าสุดนี้เป็นแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นครั้งที่ 2 ในสัปดาห์นี้ หลังจากเมื่อวันจันทร์ที่ 28 ธ.ค.มีแผ่นดินไหวขนาด 5.0 ใกล้กับเมืองเปตรินญา และเมื่อเดือน มี.ค. มีเหตุแผ่นเดินไหวขนาด 5.3 ที่กรุงซาเกร็บ มีผู้ชีวิต 1 ศพ และบาดเจ็บอีก 27 ราย

วิจัยชี้อู่ฮั่นอาจมีคนติดโควิดมากกว่าที่จีนเปิดเผย 10 เท่า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641566

วันที่ 30 ธ.ค. 2563 เวลา 11:57 น.วิจัยชี้อู่ฮั่นอาจมีคนติดโควิดมากกว่าที่จีนเปิดเผย 10 เท่าผลการสุ่มตรวจแอนติบอดี้ผู้คนในอู่ฮั่นพบอาจมีผู้เคยติดเชื้อโคโรนาไวรัสเกือบ 10 เท่าของจำนวนผู้ติดเชื้อสะสมอย่างเป็นทางการ  

ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคของจีน (CDC) เผยผลการสุ่มตรวจหาแอนติบอดี้ต้านเชื้อโคโรนาไวรัสในเลือดของกลุ่มตัวอย่าง ซึ่งพบว่าอาจมีผู้เคยติดเชื้อโคโรนาไวรัสในเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ยซึ่งเป็นต้นตอการระบาดของ Covid-19 ถึงเกือบ 500,000 คน หรือสูงกว่าจำนวนผู้ติดเชื้อสะสมอย่างเป็นทางการเกือบ 10 เท่า

การศึกษาดังกล่าวทำขึ้นในเดือน เม.ย. หรือ 1 เดือนหลังจากควบคุมการแพร่ระบาดได้แล้ว โดยการสุ่มตรวจชาวจีน 34,000 คนจากพื้นที่ต่างๆ อาทิ เมืองอู่ฮั่น ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ มณฑลกวางตุ้ง มณฑลเจียงซู มณฑลเสฉวน มณฑลเหลียวหนิง เพื่อศึกษาอัตราการติดเชื้อ

ผลการศึกษาพบว่าประชาชนที่อาศัยอยู่ในเมืองอู่ฮั่นมีอัตราการพบแอนติบอดีอยู่ที่ 4.43% ของประชากรทั้งหมด โดยเมืองอู่ฮั่นมีประชากรราว 11 ล้านคน ซึ่งหมายความว่ามีความเป็นไปได้ที่อาจมีคนเคยติด Covid-19 เกือบ 500,000 คน แต่ในขณะนั้นทางการระบุว่าพบผู้ติดเชื้อราว 50,000 คน

ขณะที่นอกเมืองอู่ฮั่นมีอัตราการพบแอนติบอดีอยู่ที่ 0.44 % เท่านั้น ซึ่ง CDC ของจีนระบุว่าเป็นการชี้วัดว่าจีนควบคุมการแพร่ระบาดไม่ให้กระจายเป็นวงกว้างได้ดี

อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมาจีนถูกนานาชาติวิจารณ์เรื่องการรับมือกับ Covid-19 และการนับจำนวนผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตที่มีการเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา

และผลการศึกษาชิ้นนี้อาจทำให้ข้อกล่าวหานี้วนกลับมาอีกครั้ง ทว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่จะรายงานตัวเลขต่ำกว่าความเป็นจริงในช่วงที่เกิดการระบาดอย่างหนัก เนื่องจากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นความสามารถในการตรวจอาจจำกัด โรงพยาบาลเนืองแน่นไปด้วยผู้ป่วย หรือการติดเชื้อโดยไม่แสดงอาการ เป็นต้น