ปีหายนะแจ็ค หม่าสูญเงินกว่า 3 แสนล้านใน 2 เดือน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641741

วันที่ 01 ม.ค. 2564 เวลา 18:47 น.ปีหายนะแจ็ค หม่าสูญเงินกว่า3แสนล้านใน2เดือนนี่อาจเป็นแค่จุดเริ่มต้นของความยากลำบากที่แจ็ค หม่ากำลังจะเจอ เพียงแค่ 2 เดือนเขาก็พบกับความสูญเสียอย่างหนักหน่วง

จากการรายงานของสำนักข่าว Bloomberg แจ็ค หม่า ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Alibaba ต้องสูญเงินไปถึง 11,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 330,000 ล้านบาท) นับตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคมจนถึงปลายเดือนธันวาคม 2020 โดยตอนนี้มูลค่าทรัพย์สินของเขาอยู่ที่ 50,000 ล้านเหรียญสหรัฐจากที่มีช่วงหนึ่งของปีนี้เคยสูงถึง 61,700 ล้านเหรียญสหรัฐ

ทรัพย์สินที่ลดลงเกิดขึ้นในช่วงที่แจ็ค หม่าถูกทางการจีนตครวจสอบอย่างหนักเรื่องการทำธุรกิจผูกขาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ทางการจีนสั่งระงับการเปิดขายหุ้นครั้งแรก (IPO) ของบริษัท Ant Group ที่หม่าปั้นขึ้นมาให้เป็นฟินเทคชั้นนำขเองโลก ซึ่งหากขาย IPO สำเร็จหม่าจะกลายเป็นคนที่รวยที่สุดในเอเชียแทบจะทันที

ตอนนี้แจ็ค หม่ายังไม่ใช่คนที่รวยที่สุดในจีนด้วยซ้ำ โดยตำแหน่งของเขาในรายชื่อเจ้าสัวจีนระดับมหาเศรษฐีหล่นลงไปอยู่ที่ 4 ตามหลังโพนี หม่า แห่งบริษัท Tencent ที่อยู่ที่ 3 และบริษัทของเขากำลังถูกทางการจีนจับตามองอยู่เช่นกัน ทั้งนี้ แจ็ค หม่ารั้งตำแหน่งมหาเศรษฐีโลกลำดับที่ 25 จากดัชนี Bloomberg Billionaires Index

การตรวจสอบบริษัทเทคยักษ์ใหญ่ของทางการจีนยังทำให้เกิดกระเทขายหุ้นอย่างขนานใหญ่ เช่นเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2020 มีการเทขายหุ้นครั้งใหญ่ในกลุ่มบริษัทเทคของจีน บริษัทที่ถูกเทขายมากที่สุดคือ Alibaba เพราะนักลงทุนเกิดความกลัวว่าการตรวจสอบการต่อต้านการผูกขาดของรัฐบาลจะลุกลามไปไกลกว่าบริษัทของแจ็ค หม่าและกระทบไปถึงบริษัทอื่นๆ ด้วย

ผลคือ Alibaba และคู่แข่งรายใหญ่ที่สุดสามราย ได้แก่ Tencent Holdings Ltd. ยักษ์ใหญ่ด้านการจัดส่งอาหาร Meituan และ JD.com Inc. สูญเงินเกือบ 200,000 ล้านเหรียญสหรัฐในช่วง 2 วันหลังจากที่หน่วยงานกำกับดูแลของจีนเปิดเผยการสอบสวนบริษัทของแจ็ค หม่า ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นอย่างเป็นทางการของการปราบปรามบริษัทใหญ่ๆ โดยพรรคคอมมิวนิสต์ ที่ไม่ใช่แค่ Alibaba จะโดนรายเดียวเท่านั้น แต่ยังรวมถึงยักษ์ด้านเทคโนโลยีรายอื่นๆ ด้วย

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม ธนาคารกลางของจีนสั่งให้ Ant Group หวนกลับไปทำธุรกิจเดิมที่เริ่มต้นมาคือบริการชำระเงินและยกเครื่องธุรกิจที่ผูกติดบริการการเงินอื่นๆ ตั้งแต่การประกันภัยไปจนถึงการจัดการเงิน คำสั่งนี้ทำให้เกิดกระแสกังวลกันว่าบริษัทอาจจะไปไม่รอดในท้ายที่สุด

Photo by STR / AFP

จีนกระอักรับปีใหม่ ตลาดหุ้นนิวยอร์กไล่ 3 บริษัทมังกร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641736

วันที่ 01 ม.ค. 2564 เวลา 16:31 น.จีนกระอักรับปีใหม่ ตลาดหุ้นนิวยอร์กไล่3บริษัทมังกรตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) จะเพิกถอนบริษัทโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ของจีนตามคำสั่งของรัฐบาลสหรัฐ

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่าตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กกล่าวว่าจะเพิกถอนบริษัทจีน 3 รายเพื่อปฏิบัติตามคำสั่งของรัฐบาลสหรัฐที่กำหนดข้อจำกัดสำหรับบริษัทที่ระบุว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับกองทัพจีนไม่ให้ขจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐ

ตามคำแถลงของตลาดหลักทรัพย์ China Mobile Ltd. , China Telecom Corp Ltd. , China Unicom HongKong Ltd. จะถูกระงับจากการซื้อขายระหว่างวันที่ 7 มกราคมถึง 11 มกราคมและหลังจากนั้นจะการดำเนินการเพิกถอนออกจากการซื้อขายหุ้นในตลาด

บริษัทจีนทั้ง 3 แห่งนี้สร้างรายได้ทั้งหมดในประเทศจีนและยังจดทะเบียนในตลาดฮ่องกงด้วย จึงไม่ได้มีสถานะที่สำคัญต่อเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกายกเว้นแต่จดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐ หุ้นของบริษัทเหล่านี้ยังมีการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นในฮ่องกง ทำให้การถอดถอนโดย NYSE เป็นการโจมตีเชิงสัญลักษณ์มากขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้นระหว่างสหรัฐและจีน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐลงนามในคำสั่งเมื่อเดือนพฤศจิกายน ห้ามนักลงทุนสหรัฐซื้อและขายหุ้นในรายชื่อบริษัทจีนที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐระบุว่ามีความสัมพันธ์ทางทหาร ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบริษัทจีนที่กองทัพปลดแอกประชาชนเป็นเจ้าของหรือควบคุม ทั้งนี้เพื่อกดดันรัฐบาลจีนโดยอ้างว่าเป็นการปฏิบัติทางธุรกิจที่ไม่เหมาะสม

ต่อมากระทรวงต่างประเทศของจีนกล่าวหาว่าสหรัฐ “ใส่ร้ายป้ายสี” นโยบายบูรณาการทหารกับพลเรือนของจีน และสาบานว่าจะปกป้องบริษัทจีนต่างๆ เจ้าหน้าที่จีนยังขู่ว่าจะตอบโต้การกระทำของรัฐบาลทรัมป์ด้วยบัญชีดำของบริษัทสหรัฐด้วย

Photo by Angela Weiss / AFP

ล้มแล้วโครงการรถไฟความเร็วสูงมาเลย์-สิงคโปร์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641723

วันที่ 01 ม.ค. 2564 เวลา 14:34 น.ล้มแล้วโครงการรถไฟความเร็วสูงมาเลย์-สิงคโปร์โครงการรถไฟความเร็วสูงที่ฝันกันมานานนับสิบปีสุดท้ายก็กลายเป็นแค่ฝันของทั้งสองประเทศ

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่าโครงการสร้างเส้นทางรถไฟความเร็วสูงมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์เชื่อมต่อระหว่างสิงคโปร์และกัวลาลัมเปอร์ของมาเลเซียถูกยกเลิกแล้วอย่างเป็นทางการ

ตามแถลงการณ์ร่วมในวันศุกร์นี้ระบุว่า ทั้งสองประเทศไม่สามารถบรรลุข้อตกลงในโครงการนี้ได้หลังจากที่มาเลเซียต้องการการเปลี่ยนแปลงข้อตกลงเนื่องจากผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากโรคระบาด

กระทรวงคมนาคมของสิงคโปร์กล่าวในแถลงการณ์ว่ามาเลเซียจะต้องชดเชยให้สิงคโปร์สำหรับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นแล้ว

การประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากผ่านวันที่ 31 ธันวาคม 2020 ซึ่งเป็นเส้นตายสำหรับการขยายเวลาการระงับโครงการครั้งที่สองและครั้งสุดท้าย โครงการนี้ริเริ่มเมื่อทศวรรษที่แล้วและได้รับไฟเขียวในปี 2013 แต่ในเดือนมิถุนายนมาเลเซียและสิงคโปร์ได้ตกลงที่จะระงับโครงการเอาไว้ก่อนครั้งท่ามกลางการอภิปรายเกี่ยวกับค่าใช้จ่าย

โครงการนี้มีชื่อย่อว่า HSR นี้มีกำหนดจะเริ่มใช้ในปี 2026 โดยการเชื่อมต่อทางรถไฟความเร็วสูง 350 กิโลเมตร หากสำเร็จจะช่วยลดเวลาในการเดินทางระหว่างศูนย์กลางทั้งสองประเทศลงเหลือประมาณ 90 นาทีเมื่อเทียบกับการเดินทางโดยรถยนต์มากกว่า 4 ชั่วโมง แม้ว่าการบินระหว่างทั้งสองจะใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง แต่ก็นานกว่ามากเมื่อรวมเวลาที่ต้องเช็คอินที่สนามบินและมาตรการด้านความปลอดภัย

“ เนื่องจากผลกระทบของการระบาดของโรคโควิด -19 ต่อเศรษฐกิจมาเลเซีย รัฐบาลมาเลเซียได้เสนอให้มีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างในโครงการ HSR รัฐบาลทั้งสองได้ทำการหารือหลายครั้งเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้และไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้” แถลงการณ์ร่วมของนายกรัฐมนตรีมูฮึดดินยัสซินและนายกรัฐมนตรีลีเซียนลุงระบุ

สื่อท้องถิ่นในมาเลเซียรายงานในเดือนพฤศจิกายนว่ามาเลเซียกำลังพิจารณาที่จะสร้างสถานีปลายทางในเมืองยะโฮร์บาห์รูทางตอนใต้ของประเทศแทนที่จะเดินทางไปถึงสิงคโปร์

รัฐบาลของอดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซียมหาเธร์ โมฮัมหมัดซึ่งลาออกในเดือนกุมภาพันธ์ 2020 ขอยกเลิกโครงการนี้เนื่องจากประเทศต้องรับมือกับหนี้สินจำนวนมากกว่า 1 ล้านล้านริงกิต (249,000 ล้านดอลลาร์) และมีอยู่ช่วงหนึ่งที่มหาเธร์ประเมินว่ามาเลเซียจะต้องใช้งบประมาณกับโครงการนี้ประมาณ 110,000 ล้านริงกิต ก่อนที่จะผ่อนผันและจ่ายเงิน 15 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (11.4 ล้านดอลลาร์) เป็นค่าชดเชยให้สิงคโปร์

เปิดคำทำนายตาทิพย์ ปี 2021 จะเกิดอะไรขึ้น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641712

วันที่ 01 ม.ค. 2564 เวลา 12:30 น.เปิดคำทำนายตาทิพย์ ปี 2021 จะเกิดอะไรขึ้นคำทำนายของ บาบา วานก้า หลายเรื่องก็น่าจะเกิดขึ้นจริง แต่บางเรื่องก็พลาดอย่างหนัก แต่เพื่อสีสันของปีใหม่เราจะนำคำทำนายต่างๆ เกี่ยวกับปีนี้มาตีแผ่กัน

บาบา วานก้า (Baba Vanga) เป็น “หมอดูตาทิพย์” ชาวบัลแกเรียที่ตาบอดตั้งแต่วัยเด็กแต่มีอายุยืนถึง 84 ปีจนกระทั่งเสียชีวิตในปี 1996 วานก้ามีชื่อเสียงโด่งดังมาจากคำทำนายหลายเรื่องที่เป็นความจริงในเวลาต่อมา (แต่หลายเรื่องก็พลาด) แต่ความที่ทำนายถูกมากกว่าจึงได้รับฉายาว่า “นอสตราดามุสแห่งคาบสมุทรบอลข่าน”

แม่หมอญาณทิพย์เคยพยากรณ์เหตุการณ์ 9/11 พิบัติภัยสึนามิ และการก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำสหรัฐของ บารัก โอบามา ไว้อย่างแม่นยำ รวมถึงทำนายว่าจะเกิดสึนามิปี 2004 รวมถึงการล่มสลายของสหภาพโซเวียต กรณีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิล และความเสียหายของโรงไฟฟ้าฟุกุชิมะ

ในปีนี้มีผู้ขุดเอาคำทำนายของบาบา วานก้ามาเผยแพร่กันอีกครั้ง เช่น สำนักข่าว Metro ของสหราชอาณาจักรที่สนใจข่าวสีสันทำนองนี้ โดยอ้างว่าวานก้าเคยทำนายว่าโลกจะต้องเผชิญกับ “หายนะและภัยพิบัติครั้งใหญ่” ในระหว่างปี 2021 ในขณะที่ “ยักษ์” สามตัวรวมกันและ “มังกรที่แข็งแกร่ง” จะยึดมนุษยชาติ

จากคำทำนายนี้บางคนคาดเดาว่า “มังกร” หมายถึงจีนและยังหมายถึงว่าอำนาจของจีนที่แผ่ไปทั่วโลกจะยังคงแข็งแกร่งขึ้น วานก้ายังบอกว่า บางคนจะใช้ “เงินสีแดง” ซึ่งอาจหมายถึงเงินหยวนของจีน

แต่ยักษ์สามตัวรวมกันยังไม่มีการตีความว่าหมายถึงอะไร บางทีอาจจะหมายถึงพันธมิตรมหาอำนาจสามฝ่ายที่ผนึกกำลังกันต่อต้านจีน หรืออาจเป็นพันธมิตรจีนกับอีก 2 ชาติก็เป็นได้

หนึ่งในสองชาติอาจเป็นรัสเซียก็ได้ แม่หมอเคยทำนายไว้คือการผงาดขึ้นมาของบุคคลหนึ่งที่ชื่อ “วลาดิมีร์” จากรัสเซีย ในบทสัมภาษณ์ที่ให้ไว้เมื่อปี 1979 นางบอกเอาไว้ว่า “ทุกสิ่งจะล่มสลายราวกับแผ่นน้ำแข็งละลาย มีเพียงหนึ่งเดียวที่ไร้ผู้ต่อต้าน คือความเกริกไกรของวลาดิมีร์ ความเกริกไกรของรัสเซีย”

วานก้ายังทำนายด้วยว่าในปีนี้มนุษยชาติจะค้นพบยารักษามะเร็งและน้ำมันจะไม่มีประโยชน์อีกเพราะต่อไปรถไฟจะบินได้ด้วยพลังแสงอาทิตย์

บางคนยังตีความว่าแม่หมอตาทิพย์ยังทำนายถึงระบาดของโควิด-19 เอาไว้ด้วยโดยคำทำนายของนางระบุว่า “โคโรนาจะอยู่เหนือพวกเราทุกคน ทั้งนี้คำว่าโคโรนาหมายถึงมงกุฏได้ด้วย แต่เชื้อโคโรนาได้ชื่อนี้มาเพราะลักษณะของมันที่คล้ายกับสวมมงกุฏ

วานก้ายังทำนายว่าประธานาธิบดีสหรัฐคนที่ 45 จะล้มป่วยในปี 2020 ซึ่งน่าจะหมายถึงโดนัลด์ ทรัมป์ที่ติดเชื้อโคโรนาไวรัสเมื่อปีที่แล้ว แต่วานก้ายังไปไกลขนาดบอกว่าผู้นำสหรัฐจะป่วยถึงขนาดหูหนวกและมีเนื้องอกในสมอง

นอกจากนี้ ยังบอกว่า “ไม่มีใครสามารถหยุดยั้งรัสเซียได้ ทุกคนจะถูกรัสเซียกวาดต้อนไป ไม่เพียงรัสเซียจะรอดพ้น แต่ยังจะกลายเป็นเจ้าโลก” และก่อนที่จะเสียชีวิตได้ไม่นาน วันก้ายังทำนายถึงรัสเซียอีกครั้งว่า จะกลายเป็นมหาอำนาจเพียงหนึ่งเดียว ซึ่งอาจเกิดขึ้นภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 3 ที่มีการใช้อาวุธนิวเคลียร์ประหัตประหารกัน

อย่างไรก็ตาม แม่หมอมีพลาดเหมือนกัน เพราะเคยทำนายว่าสงครามโลกครั้งที่ 3 จะเกิดขึ้นในปี 2010 ปี สงครามจะเริ่มในเดือนพฤศจิกายน 2010 และสิ้นสุดในเดือนตุลาคม 2014 โดยจะใช้อาวุธนิวเคลียร์ก่อนจากนั้นจึงใช้อาวุธเคมี

ในปี 2011 จากผลกระทบของสารกัมมันตภาพรังสีที่หลุดออกมาทั้งสัตว์และพืชพันธุ์จะไม่หลงเหลืออยู่ในซีกโลกเหนือ จากนั้นชาวมุสลิมจะเริ่มทำสงครามเคมีกับชาวยุโรปที่รอดชีวิต ปี 2014 คนส่วนใหญ่จะป่วยเป็นแผลมะเร็งผิวหนังและโรคผิวหนังอื่น ๆ (ผลจากสงครามเคมี) และปี 2016 ยุโรปแทบจะเป็นเมืองร้าง แต่ปรากฎว่าไม่ได้เกิดขึ้นอย่างที่ทำนายไว้

นอกจากนี้ เมื่อเร็ว ๆ นี้ Daily Express สื่อของของสหราชอาณาจักรยังระบุว่ามีการสอบสวนที่พบว่าคำทำนายที่ของบาบา วานก้าจำนวนมากถูกสร้างขึ้นโดยโทรลล์โซเชียลมีเดียของรัสเซีย

ส่วนคำทำนายที่ยังต้องลุ้นกันต่อไปคือ ในปี 2043 จะมีการสถาปนารัฐอิสลามกลางแผ่นดินวาติกัน ในปี 2028 จะมีการส่งมนุษย์ไปดาวอังคาร ในปี 2100 จะมีการสร้างดาวเคราะห์ประดิษฐ์ มนุษย์จะกลายเป็นหุ่นแอนดรอยด์ในปี 2111 และโลกจะสิ้นสุดในปี 5079 เมื่อมนุษย์เดินทางไปเสาะหาที่อยู่แห่งใหม่ในจักรวาล

ก่อนที่แม่หมอตาบอดจะสิ้นใจในปี 1996 ได้เผยว่าจะมีเด็กหญิงตาบอดในฝรั่งเศสสืบทอดความสามารถด้านทำนายทายทักของนาง ซึ่งขณะนี้เด็กคนดังกล่าว (ถ้ามีอยู่จริง) จะโตเป็นผู้ใหญ่อายุได้ 34 ปีแล้ว

รสชาติปีใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน มีทั้งฉลองและหงอยเหงา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641705

วันที่ 01 ม.ค. 2564 เวลา 10:35 น.รสชาติปีใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน มีทั้งฉลองและหงอยเหงารวมภาพการเฉลิมฉลองวันปีใหม่ของประเทศต่างๆตั้งแต่ประเทศคึกคักจนถึงประเทศสุดกร่อย

ภาพหลักของรายงานข่าวรับปีใหม่คือภาพของเจ้าหน้าที่ตำรวจอเมริกันเดินลาดตระเวนในจตุรัสไทม์สแควร์ที่ว่างเปล่าเนื่องจากไม่มีผู้คนมาร่วมงานเหมือนทุกปีที่ผ่านมา หลังจากมีการกำหนดมาตรการป้องกันโควิด-19 ในวันส่งท้ายปีเก่าในนิวยอร์กซิตี้วันที่ 31 ธันวาคม 2020 (ภาพโดย COREY SIPKIN / AFP)

เจ้าหน้าที่ตำรวจม้าพยายามที่จะแยกย้ายผู้คนที่ The Victoria Embankment ในลอนดอน เนื่องจากกลุ่มผู้ยังหลั่งไหลรวมตัวกันในลอนดอนที่ใกล้ร้างในช่วงดึกของวันส่งท้ายปีเก่าที่ 31 ธันวาคม 2020 เนื่องจากเจ้าหน้าที่ในเมืองเพิ่มมาตรการควบคุมระดับ 4 โดยหวังว่าผู้คนจะปฏิบัติตาม (ภาพโดย Tolga Akmen / AFP)
ผู้คนมารวมตัวกันที่หาดชิงาซากิ เพื่อชมพระอาทิตย์ขึ้นในวันปีใหม่ในจังหวัดคานางาวะ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของโตเกียวในวันที่ 1 มกราคม 2021 (ภาพโดย Philip FONG / AFP)
บรรยากาศการฉลองปีใหม่ที่อู่ฮั่นค่อนข้างคึกครื้น ผู้คนถ่ายรูปริมฝั่งแม่น้ำแยงซีในวันส่งท้ายปีเก่าที่เมืองอู่ฮั่นในมณฑลหูเป่ยตอนกลางของจีนเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2020 (ภาพโดย NOEL CELIS / AFP)
ผู้นมัสการสวดมนต์ระหว่างร่วมพิธีในช่วงกลางคืนที่โบสถ์แองกลิกันแห่งสังฆมณฑลลากอสตะวันตก เมืองอิบาโฟ ในรัฐโอกุนทางตะวันตกเฉียงใต้ของไนจีเรียเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. แม้ว่ารัฐบาลจะแนะนำไม่ให้คริสตจักรจัดพิธีกีมเพื่อมิให้เกิดการการรวมตัวกันของผู้คนจำนวนมากจนเสี่ยงต่อการกระจายของไวรัสโคโรนา (ภาพโดย PIUS UTOMI EKPEI / AFP)
การปล่อยดอกไม้ไฟจากอาคารไทเป 101 เพื่อเฉลิมฉลองปีใหม่ในไทเปในวันที่ 1 มกราคม 2564 (ภาพโดย Sam Yeh / AFP)
ตำรวจออกลาดตระเวนในตัวเมืองจาการ์ตาเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2020 ขณะที่เจ้าหน้าที่ปิดถนนสายหลักในเมืองหลวงเพื่อบังคับใช้มาตรการควบคุมโคโรนาไวรัสในวันส่งท้ายปีเก่า (ภาพโดย Bay ISMOYO / AFP
พลุส่งท้ายปีเก่าเหนือแม่น้ำเจ้าพระยาระหว่างการแสดงดอกไม้ไฟส่งท้ายปีเก่าที่กรุงเทพฯเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2564 (ภาพโดย Mladen ANTONOV / AFP)
ตำรวจจับกุมชายคนหนึ่งที่จัตุรัส Bebelplatz หลังจากที่พวกเขาพยายามสลายฝูงชนที่ถนน Unter den Linden หลังจากงานเฉลิมฉลองปีใหม่ที่ประตู Brandenburg ในกรุงเบอร์ลินเมื่อต้นวันที่ 1 มกราคม 2021 (ภาพโดย Odd ANDERSEN / AFP)
ภาพนี้ถ่ายและเผยแพร่เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2021 จากสำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) ของเกาหลีเหนือแสดงดอกไม้ไฟที่จัตุรัสคิมอิลซองในกรุงเปียงยางตอนเที่ยงคืนเพื่อเฉลิมฉลองปีใหม่ (ภาพโดย STR / KCNA VIA KNS / AFP) /
เจ้าหน้าที่ตำรวจสวิตเซอร์แลนด์ยืนอยู่ที่จัตุรัสกลางของรีสอร์ทอัลไพน์สวิสในเมือง Verbier เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้คนมารวมตัวกันในช่วงปีใหม่ในวันที่ 1 มกราคม 2021 (ภาพโดย Fabrice COFFRINI / AFP)

ทั่วโลกเคาต์ดาวน์ท่ามกลางมาตรการล็อกดาวน์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641678

วันที่ 31 ธ.ค. 2563 เวลา 19:00 น.ทั่วโลกเคาต์ดาวน์ท่ามกลางมาตรการล็อกดาวน์มาตรการสกัดโควิดทำบรรยากาศเคาต์ดาวน์ทั่วโลกเงียบเหงา

การระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัสระลอกใหม่ ทำให้ทั่วโลกต้องหันกลับมาใช้มาตรการคุม Covid-19 อาทิ การล็อกดาวน์ ปิดประเทศ เคอร์ฟิวกันอีกครั้ง ซึ่งส่งผลให้ผู้คนทั่วโลกต้องนั่งชมอีเว้นต์เคาต์ดาวน์ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่กันอยู่ที่บ้าน

หลายประเทศไล่ตั้งแต่ออสเตรเลียที่จะก้าวเข้าสู่ปีใหม่ก่อนประเทศอื่นไปจนถึงอีกซีกโลกหนึ่งที่จะได้ฉลองปีใหม่ในอีก 26 ชั่วโมงให้หลัง ต้องเปลี่ยนแผนการจัดงานจากเดิมที่มีคนออกไปรวมตัวกันในสถานที่แลนด์มาร์ก เป็นการถ่ายทอดสดผ่านช่องทางออนไลน์ หรือไม่ก็ยกเลิกงานไปเลย

ในเมืองซิดนีย์ของออสเตรเลียยังคงมีการจัดแสดงพลุแต่จำกัดจำนวนผู้คนที่จะเข้าไปชม เนื่องจากทางการสั่งเข้มงวดการเดินทางเข้าออกซิดนีย์หลังพบกลุ่มก้อนการแพร่ระบาดราว 150 ราย

ขณะที่ฝรั่งเศส บราซิล ทั้งตำรวจและทหารจะลาดตระเวนตามท้องถนนในช่วงเวลาเคอร์ฟิว รวมทั้งห้ามชุมนุมกันเป็นกลุ่มใหญ่

ขณะที่ในกรุงลอนดอนของอังกฤษซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ระบาดหนัก แพตตี สมิธ จะร้องเพลงสดุดีเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ที่เสียชีวิตจาก Covid-19 โดยถ่ายทอดสดผ่านยูทูบ

มีเพียงบางประเทศเท่านั้นที่จะได้ฉลองปีใหม่แบบไม่ต้องมีมาตรการเข้มงวดมาควบคุม อาทิ นิวซีแลนด์ ซึ่งในหลายเมืองจะจัดงานจุดพลุตามเดิม เพียงแต่จำกัดจำนวนคนเข้าชม และเมืองดูไบ ที่คาดว่าผู้คนนับพันจะเข้าร่วมชมการจุดพลุและยิงแสงเลเซอร์จากตึกเบิร์จ คาลิฟา แต่ต้องสวมหน้ากากอนามัยและสแกนคิวอาร์โค้ด

สหรัฐเสียชีวิตจากโควิดสูงสุดนับตั้งแต่ระบาด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641672

วันที่ 31 ธ.ค. 2563 เวลา 17:00 น.สหรัฐเสียชีวิตจากโควิดสูงสุดนับตั้งแต่ระบาด สหรัฐทำสถิติใหม่ในยุคโควิด วันเดียวยอดเสียชีวิตพุ่งทะลุ 3,000 คน สูงสุดนับตั้งแต่ Covid-19 ระบาด

มหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ ของสหรัฐ ซึ่งรวบรวมสถิติตัวเลขผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตจาก Covid-19 ในสหรัฐเผยว่า ในรอบ 24 ชั่งโมงนับจนถึงเวลา 20.30 น.ของวันอังคารตามเวลาในสหรัฐ หรือตรงกับ 08.30 น.ของวันพุธตามเวลาในประเทศไทย สหรัฐมียอดผู้เสียชีวิต 3,927 ราย นับเป็นตัวเลขรายวันที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ Covid-19 ระบาดในสหรัฐ ขณะที่ผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นอีกกว่า 247,000 ราย

ขณะนี้สหรัฐยังคงเป็นประเทศที่พบผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตมากที่สุดในโลก ซึ่งตัวเลขผู้เสียชีวิตรวมที่ 340,586 ราย หรือคิดเป็น 18% ของตัวเลขผู้เสียชีวิตทั้งโลก

ฤดูหนาวบวกกับการเดินทางหนาแน่นในช่วงเทศกาลวันหยุดแม้จะมีคำเตือนจากทางการเชื้อโคโรนาไวรัสกลับมาระบาดหนักในสหรัฐอีกครั้ง โดยหน่วยงานด้านความปลอดภัยในการเดินทางของสหรัฐ (TSA) เผยว่าเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น มีการตรวจเช็คผู้คนที่สนามบินมากกว่า 1.1 ล้านคน ซึ่งนับว่ามีผู้คนเดินทางด้วยเครื่องบินมากที่สุดนับตั้งแต่เดือน มี.ค.

ก่อนหน้านี้ แอนโทนี ฟาวซี ผู้อำนวยการสถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดต่อแห่งชาติสหรัฐเตือนว่า หายนะยังรออยู่ข้างหน้า โดยกังวลว่าหลังช่วงเทศกาลทั้งคริสต์มาสและปีใหม่อาจพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีก

ข่าวกรองพบจีนจ้างคนนอกโจมตีทหารอเมริกันในอัฟกานิสถาน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641655

วันที่ 31 ธ.ค. 2563 เวลา 15:00 น.ข่าวกรองพบจีนจ้างคนนอกโจมตีทหารอเมริกันในอัฟกานิสถาน โดนัลด์ ทรัมป์ ได้รับแจ้งว่าจีนพยายามจ่ายเงินให้คนนอกโจมตีกองกำลังสหรัฐในอัฟกานิสถาน

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานโดยอ้างคำให้สัมภาษณ์ของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐรายหนึ่งว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้รับแจ้งข่าวกรองเมื่อวันที่ 17 ธ.ค.ว่า ทางการจีนพยายามจ่ายเงินให้คนนอกโจมตีกองกำลังของสหรัฐในอัฟกานิสถาน และทรัมป์ได้หารือเรื่องดังกล่าวกับ โรเบิร์ต โอไบรอัน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงในวันเดียวกันนั้น

แม้ว่าข้อมูลเกี่ยวกับข่าวกรองดังกล่าวยังไม่มีการยืนยัน แต่กรณีนี้ก็คล้ายกับข่าวกรองก่อนหน้านี้ว่ารัสเซียเสนอเงินรางวัลให้กลุ่มตาลีบันสังหารทหารอเมริกันในอัฟกานิสถานซึ่งทรัมป์ก็ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่เช่นกัน

ในขณะนั้นเจ้าหน้าที่สหรัฐที่ทราบเรื่องดังกล่าวยืนยันกับซีเอ็นเอ็นว่าพบการโอนเงิน แต่ไม่แน่ชัดว่าข้อมูลดังกล่าวเชื่อถือได้มากน้อยเพียงใดและรัสเซียติดต่อกับใคร

ซีเอ็นเอ็นระบุว่า ข่าวกรองครั้งล่าสุดนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ทางการจีนรอดูท่าทีว่า โจ ไบเดน จะสานต่อนโยบายกดดันจีนของทรัมป์หรือจะเดินหน้าฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ

นักการทูตในสมัยของอดีตประธานาธิบดี บารัก โอบามา ชี้แนะให้สหรัฐสร้างความร่วมมือกับจีนแทนที่การเผชิญหน้า ทว่ามีหลักฐานว่ามุมมองของไบเดนต่อจีนได้เปลี่ยนไปในช่วงหลายปีที่ผ่านมาซึ่งสอดคล้องกับคนอเมริกันส่วนใหญ่ที่มองว่าจีนเป็นศัตรูของสหรัฐ

จีนอนุมัติให้ใช้วัคซีนกับคนทั่วไปครั้งแรก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641659

วันที่ 31 ธ.ค. 2563 เวลา 13:00 น.จีนอนุมัติให้ใช้วัคซีนกับคนทั่วไปครั้งแรกทางการจีนอนุมัติให้ใช้วัควีนของซิโนฟาร์มกับประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรกของประเทศ  

สำนักงานการบริหารผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์แห่งชาติอนุมัติแบบมีเงื่อนไขให้ใช้วัคซีนต้าน Covid-19 ที่พัฒนาโดยบริษัท ไชนา เนชันแนลไบโอเทค กรุ๊ป ในเครือบริษัทซิโนฟาร์ม (Sinopharm) แก่ประชาชนทั่วไปเป็นเจ้าแรกของประเทศ จากวัคซีนหลายตัวของจีนที่อยู่ระหว่างการทดสอบระยะต่างๆ

เจ้าหน้าที่ของสำนักงานเวชภัณฑ์แห่งชาติของจีน ซึ่งทำหน้าที่ตรวจสอบอาหารและยาในประเทศจีนกล่าวว่า จีนจะอนุมัติให้ใช้วัคซีนอย่างมีเงื่อนไขแก่วัคซีนที่ยังไม่เสร็จสิ้นกระบวนการทดสอบทางคลินิก หากเห็นว่ามีความจำเป็นเร่งด่วนในการใช้วัคซีนนั้นเพื่อควบคุมเหตุฉุกเฉินทางด้านสาธารณสุข และพิจารณาแล้วเห็นว่าจะเป็นประโยชน์มากกว่าเป็นโทษ

อย่างไรก็ดี ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับประสิทธิภาพของวัคซีนดังกล่าว แต่สำนักงานเวชภัณฑ์แห่งชาติเผยว่า วัคซีนมีประสิทธิภาพในการป้องกันเชื้อโคโรนาไวรัส 79.34%

การอนุมัติให้ใช้วัคซีนของซิโนฟาร์มครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เป็นประเทศแรกที่เริ่มการฉีดวัคซีนนี้ให้กับประชาชนในเดือนนี้

ทั้งนี้ แม้ว่าจีนจะล่าช้ากว่าหลายประเทศในการอนุมัติวัคซีน Covid-19 แต่จีนก็เริ่มฉีดวัคซีนให้กับประชาชนมานานหลายเดือนแล้ว โดยใช้วัคซีน 3 ขนานที่ยังอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการทดสอบ

ปัจจุบันจีนฉีดวัคซีนไปแล้ว 4.5 ล้านโดส และตั้งเป้าว่าจะฉีดให้กับประชาชน 50 ล้านภายในเดือน ก.พ.ปีหน้าก่อนจะถึงช่วงเทศกาลตรุษจีน

อนามัยโลกเตือนโรคระบาดครั้งต่อไปอาจร้ายแรงกว่า Covid-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641647

วันที่ 31 ธ.ค. 2563 เวลา 11:09 น.อนามัยโลกเตือนโรคระบาดครั้งต่อไปอาจร้ายแรงกว่า Covid-19ผู้เชี่ยวชาญจากอนามัยโลกบอกโควิดแค่สัญญาณเตือน อาจมีโรคระบาดที่ร้ายแรงกว่านี้รอมนุษย์อยู่

ไมค์ ไรอัน ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายโครงการฉุกเฉินขององค์การอนามัยโลก (WHO) เผยระหว่างการแถลงข่าวครั้งสุดท้ายของปีนี้ว่า โรคระบาดครั้งต่อไปอาจรุนแรงกว่า Covid-19 และ Covid-19 เป็นสัญญาณเตือนว่าโลกของเรากำลังเปราะบาง

“โรคระบาดครั้งนี้ (Covid-19) รุนแรงมาก มันส่งผลกระทบไปทั่วทุกมุมโลก แต่ครั้งนี้อาจไม่ใช่โรคระบาดครั้งใหญ่ที่สุด นี่เป็นสัญญาณเตือน ตอนนี้เรากำลังเรียนรู้ว่าจะทำสิ่งต่างๆ ให้ดีขึ้นได้อย่างไร ไม่ว่าจะเป็นวิทยาศาสตร์ การขนส่ง การสื่อสาร แต่โลกกำลังเปราะบาง” ไรอันกล่าว

ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายโครงการฉุกเฉินเผยอีกว่า “เราอยู่ในสังคมโลกที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ ภัยคุกคามจากโรคระบาดจะเกิดขึ้นต่อเนื่อง มีสิ่งหนึ่งที่เราต้องเรียนรู้จากการระบาดครั้งนี้คือ เราต้องร่วมมือกัน”

ไรอันยังกล่าวอีกว่าเชื้อโคโรนาไวรัสจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันแม้จะมีวัคซีนที่เริ่มฉีดในสหรัฐและยุโรปแล้วก็ตาม เรายังต้องติดตามดูว่าวัคซีนจะได้ผลมากน้อยเพียงใด ถึงขั้นที่จะสามารถกำจัดโรคนี้ให้หมดไปได้หรือไม่ เพราะการมีวัคซีน ที่แม้จะมีประสิทธิภาพสูง แต่ก็ไม่รับประกันว่าจะกำจัดหรือถอนรากถอนโคนโรคติดเชื้อได้ 

ทั้งนี้ จนถึงขณะนี้ Covid-19 คร่าชีวิตชาวโลกไปแล้ว 1,812,108 ราย และการประเมินล่าสุดของกลุ่มที่ปรึกษาทางวิทยาศาสตร์สำหรับกรณีฉุกเฉิน (SAGE) ของอังกฤษพบว่าอัตราการเสียชีวิตจาก Covid-19 อยู่ที่ 0.5% ซึ่งหมายความว่าจะมีผู้เสียชีวิต 1 คนในทุกๆ 200 คนที่ติดเชื้อ