เปิดเกมรุก! อินโดลุยฉีดวัคซีนประชาชน 180 ล้านคนใน มี.ค. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641852

วันที่ 03 ม.ค. 2564 เวลา 16:16 น.เปิดเกมรุก! อินโดลุยฉีดวัคซีนประชาชน180ล้านคนในมี.ค.เพื่อนบ้านเปิดเกมรุก อินโดนีเซียจะฉีดวัคซีน 181.5 ล้านคนภายในเดือนมีนาคม 2565

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า อินโดนีเซียกำลังวางแผนที่จะเริ่มฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด -19 ให้กับประชากรในเดือนนี้และกำลังพยายามส่งมอบวัคซีนให้กับประชาชนจำนวน 181.5 ล้านคนภายในเดือนมีนาคม 2021 ตามที่กระทรวงสาธารณสุขระบุ

ซิติ นาเดีย ตาร์มิซี โฆษกหญิงผู้แถลงข่าวการฉีดวัคซีนของกระทรวงสาธารณสุจกล่าวในการบรรยายสรุปเมื่อในอาทิตย์ว่า ระยะแรกของการฉีดวัคซีนจะกำหนดเป้าหมายไปที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุข 1.3 ล้านคนและเจ้าหน้าที่สาธารณะ 17.4 ล้านคนทั่วประเทศในช่วงไตรมาสแรกของปี 2021

กระทรวงสาธารณสุขกำลังพยายามเริ่มการฉีดวัคซีนไม่ให้เกินสัปดาห์ที่สามของเดือนมกราคมหลังจากได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานควบคุมอาหารและยา

ตาร์มิซี กล่าว่าด้วยจำนวนศูนย์สุขภาพชุมชนประมาณ 13,000 แห่งและโรงพยาบาล 9,000 แห่งทั่วประเทศ รัฐบาลจะสามารถฉีดวัคซีนให้ครบตามเป้าหมายเพื่อให้มีภูมิคุ้มกันมากขึ้น

อินโดนีเซียได้รับวัคซีนโควิด -19 ชุดแรกจาก บริษัท Sinovac Biotech Ltd. ของจีนเมื่อเดือนที่แล้วและหนังสือพิมพ์ Kompas รายงานว่ามีการเผยแพร่ภาพดังกล่าวเมื่อวันอาทิตย์

PT Bio Farma ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายวัคซีนของรัฐกล่าวว่าเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในภูมิภาคได้เตรียมพร้อมสำหรับการแจกจ่ายวัคซีนดังกล่าวแล้ว

“ทุกอย่างถูกเตรียมไว้แล้ว ตู้เก็บความเย็นทั้งหมดพร้อมแล้วเพื่อรับประกันคุณภาพของวัคซีนที่แจกจ่ายให้ทั้งหมด”โฆษกของ PT Bio Farma กล่าว

ทั้งนี้ อินโดนีเซียมีประชากรทั้งสิ้น 267 ล้านคน

Photo by CHAIDEER MAHYUDDIN / AFP

เวียดนาม-สิงคโปร์จะสกัดไวรัสได้และเศรษฐกิจจะรุ่ง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641838

วันที่ 03 ม.ค. 2564 เวลา 14:09 น.เวียดนาม-สิงคโปร์จะสกัดไวรัสได้และเศรษฐกิจจะรุ่งเพื่อนบ้านอาเซียนของไทยทั้งสองประเทศจะสามารถผงาดจากวิกฤตโควิดได้ในปีนี้

สำนักข่าว CNBC ได้สัมภาษณ์โจเซฟ อินคัลคาเทอร์รา จากบริษัทวิจัย HSBC Global Research เกี่ยวกับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประเทศไหนที่จะสามารถควบคุมโควิดได้และทำการแจกจ่ายวัคซีนได้อย่างราบรื่น ซึ่งอินอัลคาเทอร์ราตอบว่า สิงคโปร์และเวียดนามน่าจะมีแนวโน้มที่ดีมากที่สุด

อินคัลคาเทอร์รากล่าวว่าทั้งสิงคโปร์และเวียดนามประสบความสำเร็จในการควบคุมโคโรนาไวรัสในปี 2020 และมีแนวโน้มที่จะรักษาสถานการณ์ไว้ได้ในปี 2021

ในส่วนของสิงคโปร์สามารถควบคุมการแพร่ระบาดก่อนหน้านี้เอาไว้ได้และในช่วงเวลาที่ประเทศส่วนใหญ่ในโลกกำลังเข้มงวดกวดขันเพื่อป้องกันการระบาด สิงคโปร์กำลังเดินหน้าไไปในทางตรงกันข้าม

อินคัลคาเทอร์รายังกล่าวว่าสิงคโปร์ยังมีกลยุทธ์ด้านวัคซีนที่มีประสิทธิภาพ และด้วยจำนวนประชากรที่ค่อนข้างน้อย แนวโน้มของสิงคโปร์จึงสดใสมากสำหรับปี 2021 ทั้งนี้ สิงคโปร์เป็นประเทศแรกในเอเชียที่ได้รับวัคซีน Pfizer-BioNTech ในวันที่ 21 ธันวาคม 2020

อินคัลคาเทอร์รายังกล่าวชื่นชมการจัดการไวรัสของเวียดนามและกล่าวว่าการตอบสนองต่อการแพร่ระบาดทำให้ประเทศเวียดนามสามารถรักษาชื่อเสียงในฐานะ “จุดหมายปลายทางที่ดีมาก” สำหรับการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ

ในเวลานี้เวียดนามนี้ถูกมองว่าเป็นศูนย์กลางการผลิตทางเลือกสำหรับบริษัทที่ต้องการย้ายออกจากจีน และอินคัลคาเทอร์ราบอกว่าการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศที่ไหลเข้าเวียดนามในปีนี้ยังคงอยู่ในระดับที่ดี สะท้อนถึงความยืนหยุ่นในการรับมือกับวิกฤตของเวียดนาม

อย่างไรก็ตาม อินคัลคาเทอร์ราคาดว่าโดยรวมแล้วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อาจไม่ได้รับประโยชน์จากวัคซีนในอนาคตอันใกล้เนื่องจากปัญหาด้านลอจิสติกส์เพื่อจัดส่งไปถึงพื้นที่ชนบทของภูมิภาค และในปี 2021 นไม่น่าจะมีประชากรของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ได้รับวัคซีนในวงกว้าง

Photo by Manan VATSYAYANA / AFP

ศาสตราจารย์ฮาร์วาร์ดชี้เอเลี่ยนมาเยือนโลกแล้ว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641829

วันที่ 03 ม.ค. 2564 เวลา 12:14 น.ศาสตราจารย์ฮาร์วาร์ดชี้เอเลี่ยนมาเยือนโลกแล้วเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในปี 2017 เมื่อวัตถุปริศนาเคลื่อนตัวเข้ามาในระบบสุริยะและสร้างความงุนงงให้กับมนุษยชาติ

เอไว เลิบ (Avi Loeb) หัวหน้าภาควิชาดาราศาสตร์ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด Harvard เชื่อว่าเขาพบขยะบางส่วนแล้ว อ้างว่ามุนษย์ต่างดาวได้มาเยือนโลกของเราแล้วตั้งแต่ปี 2017 และยังจะมีมาอีกเรื่อยๆ

ศาสตราจารย์เลิบกำลังจะเปิดตัวหนังสือเล่มล่าสุดของเขาที่มีชื่อว่า “สิ่งมีต่างดาว: สัญญาณแรกของชีวิตที่ชาญฉลาดจากนอกโลก” (Extraterrestrial: The First Sign of Intelligent Life Beyond Earth) ซึ่งจะวางจำหน่ายในวันที่ 26 มกราคม โดยศาสตราจารย์เลิบได้กล่าวถึงกรณีที่น่าสนใจว่วัตถุแปลกปลอมที่เพิ่งหลงเข้ามาในระบบสุริยะของเราไม่ใช่แค่ดาวหางหรืออุกกาบาต แต่จริงๆ แล้วมันเป็นเทคโนโลยีของมนุษย์ต่างดาว

New York Post รายงานว่าวัตถุดังกล่าวเดินทางจากทิศทางของเวก้าซึ่งเป็นดาวฤกษ์ที่อยู่ใกล้ระบบสุริยะของเราซึ่งอยู่ห่างออกไป 25 ปีแสงและต่อมาเข้าสู่วงโคจรของระบบสุริยะของเราเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2017

วัตถุดังกล่าวถูกค้นพบครั้งแรกโดยหอดูดาวในฮาวายซึ่งมีกล้องโทรทรรศน์ที่มีความละเอียดสูงที่สุดในโลก มันจึงได้รับการขนานนามว่า Oumuamua (โอมูอามูอา) ซึ่งเป็นภาษาฮาวายแปลว่า “ยานลาดตระเวน”

ตอนแรกนักวิทยาศาสตร์คิดว่ามันเป็นดาวหางธรรมดา แต่ศาสตราจารย์เลิบกล่าวว่าการสันนิษฐานแบบนั้อาจทำให้เราพลาดที่จะพบอะไรที่สำคัญไปก็ได้

เขาบอกว่ามันอาจจะเป็นสิ่งที่เราคาดไม่ถึงก็ได้ เหมือนกับที่มนุษย์ถ้ำเห็นโทรศัพท์มือถือครั้งแรก คนเหล่านี้เห็นหินมาตลอดชีวิตและคงคิดว่าโทรศัพท์มือเป็นแค่หินเงาๆ ดังนั้นศาสตราจารย์เลิบจึงตั้งข้อสันนิษฐานว่ามันไม่ใช่ดาวหาง แต่เป็นเทคโนโลยีที่ถูกทิ้งจากอารยธรรมต่างดาวอื่นๆ

ศาสตราจารย์เลิบระบุถึงคุณสมบัติที่ผิดปกติหลายประการเกี่ยวกับ Oumuamua เช่น มันมีความสว่างผิดธรรมดา อย่างน้อยมันมีอัตราการสะท้อนแสงมากกว่าดาวหางหรืออุกกาบาตในระบบสุริยะถึง 10 เท่า ทำให้ศาสตราจารย์เลิบชี้ว่าพื้นผิวของมันอาจเป็นโลหะที่มันวาว

นักดาราศาสตร์คนอื่นๆ ยังพบว่าเมื่อวัตถุนี้สะท้อนแสงอาทิตย์ ความสว่างของมันจะแปรผันเป็นสิบเท่าทุกๆ แปดชั่วโมงซึ่งบ่งบอกว่านั่นคือระยะเวลาที่ใช้ในการหมุนเต็มวงโคจร

นักวิทยาศาสตร์จึงสรุปว่าวัตถุดังกล่าวมีความยาวมากกว่าความกว้างอย่างน้อยห้าถึงสิบเท่าซึ่งทำให้มันมีลักษณะคล้ายซิการ์ ซึ่งที่ผ่านมาไม่มีวัตถุในอวกาศชิ่้นไหนที่มีลักษณะคล้ายซิการ์หรือแม้แจะจะมีรูปร่างใกล้เคียง

แต่คุณสมบัติของมันที่ทำให้ศาสตราจารย์เลิบคิดว่ามันเป็นวัตถุจากต่างดาวก็คือลักษณะการโคจรของมัน ตามปกติแล้วเมื่อวัตถุโคจรใกล้ดวงอาทิตย์มในจะโคจรเร็วขึ้นเพราะแรงดึงจากดวงอาทิตย์ จากนันจะเกิดแรงเหวี่ยงผลักออกไปให้ไกลจากดวงอาทิตย์แล้ววัตถึนั้นจะเคลื่อนที่ช้าลงมากเมื่อห่างจากดวงอาทิตย์

แต่ Oumuamua ไม่ได้เคลื่อนที่ตามหลักการดังกล่าว มันเคลื่อนที่ไวขึ้นเล็กน้อยเมื่อออกจากแรงดึงดูดของดวงอาทิตย์ และยังเคลื่อนที่อย่างเสถียรอย่างมาก โดยสรุปก็คือ มันไม่ได้เคลื่อนที่โดยแรงดึงดูดของดวงอาทิตย์เท่านั้น แต่ยังมีแรงอื่นผลักดันมันด้วย

อย่างไรก็ตาม ทฤษฎีของศาสตราจารย์เลิบก็ยังมีจุดที่ให้โต้เถียงได้ เช่นการเคลื่อนที่ที่ผิดปกติของ Oumuamua เมื่อเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ อาจเกิดจากแรงดันจากไฮโดรเจนแข็งที่ละลายกล่ายเป็นแก๊สขับเคลื่อนมัน

ภาพ ESO/M

ส.ว. พรรคทรัมป์ก่อหวอดไม่รับรองผลเลือกตั้งไบเดน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641822

วันที่ 03 ม.ค. 2564 เวลา 10:00 น.ส.ว. พรรคทรัมป์ก่อหวอดไม่รับรองผลเลือกตั้งไบเดนการต่อต้านผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐยังไม่จบไม่สิ้น ล่าสุดเกิดวิกฤตครั้งใหม่อีกแล้ว

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่ากลุ่มวุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกัน 11 คนประกาศที่จะคัดค้านการรับรองว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เป็นฝ่ายพ่ายแพ้การเลือกตั้ง และจะไม่รับรองผลการเลือกตั้งที่ระบุว่าโจ ไบเดน เป็นผู้ชนะซึ่งเสี่ยงที่จะทำให้เกิดความแตกแยกครั้งใหญ่ทั้งในพรรครีพับลิกันและอาจลามไปถึงประชาชนที่สนับสนุนคนทั้งสอง

ตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญของสหรัฐ ในวันที่ 6 มกราคม 2021 สภาคองเกรสจะจัดการประชุมและยอมรับผลการเลือกตั้งของคณะผู้เลือกตั้ง (Electoral College) ซึ่งได้ยืนยันว่าโจ ไบเดนจากพรรคเดโมแครตชนะการเลือกตั้งและเป็นประธานาธิบดีคนใหม่ ซึ่งการประชุมนี้เป็นเพียงการทำเป็นพิธีตามรัฐธรรมนูญ เพราะผลเลือกตั้งชัดเจนแล้ว

แต่วุฒิสมาชิก เท็ด ครูซ แห่งรัฐเท็กซัสประกาศตั้งตัวเป็นผู้นำกลุ่มนักการเมืองเพื่อเรียกร้องให้ชะลอการรับรองผลเลือกตั้งเต็มรูปแบบและตั้งคณะกรรมการสอบสวนเป็นเวลา 10 วันเพื่อตรวจสอบข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการกระทำผิดในระหว่างการเลือกตั้ง ซึ่งข้อกล่าวหาเหล่านี้ทรัมป์พยายามทำให้เป็นประเด็น แต่ศาลในรัฐต่างๆ ไม่รับคำร้อง

กลุ่มนี้ประกอบด้วยวุฒิสมาชิกครูซ, รอน จอห์นสัน, เจมส์ แลงก์ฟอร์ด, สตีฟ เดนส์, จอห์น เคนเนดี้, มาร์แชล แบล็กเบิร์น และไมค์ เบราน์ รวมถึงซินเทีย ลุมมิส, บิล แฮเกอร์ตี, ทอมมี่ ทูเบอร์วิลล์ และโรเจอร์ มาร์แชล

“ไม่ว่าเจ้าหน้าที่ที่มาจากการเลือกตั้งหรือนักข่าวของเราจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม ความไม่ไว้วางใจอย่างลึกซึ้งต่อกระบวนการประชาธิปไตยของเราจะไม่หายไปอย่างเหลือเชื่อ เราทุกคนควรกังวลในเรื่องนี้ และมันก่อให้เกิดภัยคุกคามอย่างต่อเนื่องต่อความชอบธรรมของรัฐบาลใดๆ ในภายหลัง” ทางกลุ่มกล่าวในแถลงการณ์ร่วม

จนถึงบัดนี้ทรัมป์ก็ยังไม่ได้แสดงหลักฐานการฉ้อโกงการเลือกตั้งในวงกว้าง และวิลเลียม บาร์อัยการสูงสุดซึ่งก้าวลงจากตำแหน่งก่อนวันคริสต์มาสกล่าวเมื่อต้นเดือนธันวาคมว่ากระทรวงยุติธรรมของสหรัฐไม่ได้พบหลักฐานการฉ้อโกงในระดับที่อาจทำให้ผลการเลือกตั้งเปลี่ยนแปลงไป

ทั้งนี้ หากทั้งสมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกสภาผู้แทนคัดค้านผลการเลือกตั้งของรัฐหนึ่งๆ ทั้งสองสภาจะระงับจากการประชุมร่วมเพื่ออภิปรายถึงสาเหตุที่คัดค้านโดยใช้เวลาถึงสองชั่วโมงแล้วจึงลงคะแนน สมาชิกสามารถคัดค้านผลการเลือกตั้งจากรัฐต่างๆ ได้มากเท่าที่ต้องการ แต่การอภิปรายจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อฝ่ายนิติบัญญัติจากทั้งสองสภาค้านตรงกัน

กับการกระทำของเท็ด ครูซแลพรรคพวกนั้น จอห์น ธูน ซึ่งสมาชิกที่อาวุโสอันดับที่ 2 ของพรรครีพับลิกันในวุฒิสภากล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าความพยายามที่จะคัดค้านการนับผลการเลือกตั้งจะไม่ประสบความสำเร็จ และวิงวอนให้สมาชิกร่วมพรรคที่คิดแบบนั้นให้คิดใหม่เสีย

Photo by SAUL LOEB / AFP

“เวียดนาม” พบหญิงติดโควิดสายพันธุ์ใหม่รายแรกในประเทศ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641810

วันที่ 02 ม.ค. 2564 เวลา 20:49 น."เวียดนาม" พบหญิงติดโควิดสายพันธุ์ใหม่รายแรกในประเทศสาธารณสุขเวียดนามรายงาน พบ หญิงกลับจากอังกฤษติดเชื้อไวรัสโควิดสายพันธุ์ใหม่เป็นรายแรกในประเทศ ชี้เป็นสายพันธุ์เดียวกับที่กำลังแพร่ระบาดในอังกฤษ

เมื่อวันที่ 2 ม.ค. 64 กระทรวงสาธารณสุขเวียดนามรายงานว่า เวียดนามพบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่รายแรกในประเทศ ซึ่งเป็นสายพันธุ์เดียวกับที่กำลังแพร่ระบาดในอังกฤษ

กระทรวงสาธารณสุขเวียดนาม ชี้แจงรายละเอียดว่า ผู้ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่เป็นสตรีวัย 44 ปีซึ่งเดินทางกลับจากอังกฤษ โดยได้ถูกกักตัวในทันทีที่เดินทางถึงเวียดนาม และได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อในวันที่ 24 ธ.ค.63 โดยจากการตรวจสอบเชื้อไวรัสพบว่าเป็นสายพันธุ์ใหม่ที่กำลังแพร่ระบาดในอังกฤษ

รายงานข่าวระบุว่า เวียดนามยังคงมีเที่ยวบินเพื่อนำประชาชนที่ตกค้างในอังกฤษกลับประเทศ แต่มีมาตรการกักตัวและติดตามผู้มีความเสี่ยงติดเชื้ออย่างเข้มงวด โดยปัจจุบัน เวียดนามมียอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 สะสม 1,474 ราย และมีผู้เสียชีวิต 35 ราย

ทำไมลาวได้วัคซีนก่อนไทย? #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641805

วันที่ 02 ม.ค. 2564 เวลา 18:13 น.ทำไมลาวได้วัคซีนก่อนไทย?ไม่ใช่แค่ลาว แต่เพื่อนบ้านบางประเทศในอาเซียนได้วัคซีนกันแล้ว แต่เหตุผลคืออะไร?

คนไทยให้ความสนใจกันอย่างกว้างขวางหลังจากที่มีข่าวว่าประเทศ สปป.ลาว ได้รับวัคซีนจากป้องกันโควิด-19 จากบริษัท Sinopharm ของประเทศจีนแล้วจำนวน 2,000 โดส โดยจะทำการฉีดให้กับบุคคลากรทางการแพทย์ที่ทำงานใกล้ชิดกับผู้ป่วยโควิด-19 ก่อน เพื่อป้องกันความเสี่ยงให้กับบุคคลเหล่านี้

ข่าวนี้เปิดเผยโดย ดร.บุนกอง สีหาวง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข สปป.ลาว ระหว่างการแถลงข่าวโดยศูนย์ปฏิบัติการคณะเฉพาะกิจควบคุมโควิด-19 ของรัฐบาล สปป.ลาว เมื่อวันที่ 31 ธันวาคมที่ผ่านมาโดยกล่าวว่า ทางการลาวได้ติดต่อกับประเทศมิตรสหายของลาว คือจีนและรัสเซีย และได้วัคซีนที่องค์การอนามัยโลกอนุมัติให้ใช้ฉุกเฉินได้ คือ Sinopharm จากจีน Sinovac จากจีน และ SPUTNIK V จากรัสเซีย

ในส่วนของวัคซีน Sinopharm จากจีน ดร.บุนกอง ยืนยันว่าเป็นวัคซีนที่มีคุณภาพ มีความปลอดภัย และผลข้างเคียงน้อยได้ผล และศักยภาพของหน่วยงานใน สปป. ลาวสามารถเก็บรักษาไว้ได้ และในเวลานี้ทางจีนได้ส่งมาให้ สปป. ลาวเพื่อใช้ในกรณีฉุกเฉิน และได้ฉีดรอบที่ 1 ไปแล้วให้กับกลุ่มที่มีความเสี่ยง

เบื้องต้นวัคซีนไม่มีผลข้างเคียงร้ายแรงกับผู้ที่ได้รับการฉีด ดร.บุนกองจึงกล่าวว่าจึงเป็นวัคซีนที่เชื่อถือได้ และเมื่อวันที่ 22 ธันวาคมที่ผ่านมาก็ไม่ได้มีการฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 แล้ว

ส่วนวัคซีนจาก Sinovac ของจีนเช่นกันนั้น ยังอยู่ระหว่างการผลิตและทดลองระดับที่ 3 แต่คุณสมบัติกับผลข้างเคียงก็เหมือนกับ Sinopharm ทางกระทรวงสาธารณสุขลาวได้ติดต่อสอบถามไปทางบริษัทผู้ผลิต ซึ่งยังต้องเจรจากันในบางประเด็น เช่น ราคา

ดร.บุนกองกล่าวว่าสำหรับวัคซีน SPUTNIK V จากรัสเซีย ได้ปรึกษาหารือกับทางรัสเซียอยู่เช่นกัน โดยเป็นวัคซีนที่มีคุณภาพเหมือนกันมีผลข้างเคียงน้อย โดยต้องฉีด 2 ครั้งสร้างภูมิคุ้มกันได้ 2 ปี เทียบกับของ Sinopharm จากจีนคุ้มครองได้ 3 ปี

วัคซีนของรัสเซียได้เดินทางมาถึงประเทศ สปป. ลาวในวันที่ 2 มกราคม 2021 โดยล็อตแรกจะช่วยฝ่ายลาวจำนวน 500 โดส เพียงแต่ต้องอาศัยการเก็บรักษาที่ยุ่งยาก

นอกจากนี้ ลาวยังได้รับความช่าวยเหลือจาก GAVI หรือพันธมิตรวัคซีน ในฐานะ 1 ใน 92 ประเทศกำลังพัฒนาและในปี 2021 จะได้รับวัคซีนสำหรับประชากร 20% หรือประมาณ 1.44 ล้านคน

แต่วัคซีนที่จะได้รับมาจะต้องผ่านการยืนยันคุณภาพทั้งหมดจากการทดลองขั้นที่ 3 แล้วและได้รับการอนุมัติจากองค์การอนามัยโลกแล้ว คาดว่าจะสามารถฉีดให้กับประชาชนชาวลาวได้ภายในเดือนมีนาคมหรือเมษายน

หลังจากที่มีข่าวเรื่องนี้ออกมา เว็บไซต์ข่าวใน สปป. ลาวได้มีชาวลาวเข้ามาแสดงความเห็นกันพอสมควร เช่น ในเพจเฟซบุ๊คของสำนักข่าว Tholakhong มีผู้เข้ามาตั้งข้อสงสัยว่า “กำหนดอย่างไรกับ 1,400,000 คน คนลาวมีเจ็ดล้านกว่าคน” อีกคนแสดงความเห็นว่า “ทำไมได้รับวัคซีนเพียง 1.4 ล้านคน ทำไมถึงไม่ได้รับทั้งหมด ส่วนที่เหลือเป็นพลเมืองส่วนเกินหรือ?”

ชาวลาวคนหนึ่งบอกว่า “ระวังเป็นหนูทดลองยานะ” ซึ่งความเห็นนี้มีผู้เข้ามาตอบว่า “ข้อยยอมได้ ยอมเป็นหนูทดลองยา ก็ยังดีกว่าไม่ได้ทำอะไรกับโรค XX นี้เลย”

ในประเด็นเรื่องที่กังวลว่าชาวลาวจะเป็นหนูทดลองยาให้กับจีนและรัสเซียนั้นถูกพูดถึงพอสมควร เช่น ในผู้แสดงความเห็นในเพจหนึ่งตั้งข้อสังเกตว่าวัคซีนของจีนกับรัสเซียนั้นประสิทธิภาพไม่ถึง 95% (เทียบกับของ Pfizer/BioNTechX และยังอ้างว่าคุณภาพวัคซีนของจีนและรัสเซียไม่ถึงขั้นที่จะได้รับอนุญาตให้ใช้งานได้

อย่างไรก็ตาม ความเห็นนี้ไม่ตรงกับความจริง เช่น Sinopharm มีประสิทธิภาพ 79% แต่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ที่อนุมัติใช้วัคซีนตัวนี้เผยว่ามีประสิทธิภาพ 86%

ก่อนหน้านี้เปรูรับวัคซีนของ Sinopharm ไปทดลองและระงับการทดลองโดยบอกว่ามีผลข้างเคียงรุนแรงต่ออาสาสมัคร 1 รายช่วงกลางเดือนธันวาคม แต่ไม่กี่วันต่อมาเปรูสั่งวัคซีนของ Sinopharm กลับมาทดลองใหม่อีกครั้ง หลังจากเคลียร์เรื่องผลข้างเคียงแล้ว

เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม คณะกรรมาธิการสาธารณสุขแห่งชาติ0uoอนุมัติให้มีการใช้วัคซีนของ Sinopharm ทั่วประเทศ และคาดว่าจะครอบคลุม 60 – 70% ของประชากรเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ เนื้่องจากวัคซีนของจีนได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพความปลอดภัย แต่ทางการจีนยังไม่เปิดเผยว่าจะเริ่มการฉีดเมื่อใด

ในส่วนของวัคซีนจาก Sinovac ของจีนเช่นกันนั้น ได้เดินทางไปถึงอินโดนีเซียเมื่อวันที่ 31 ธันวาคมแล้วจำนวน 1.8 ล้านโดส รวมกับ 1.2 ล้านโดสที่ได้รับไปเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม โดยอินโดนีเซียตั้งเป้าว่าจะฉีดให้กับประชากร 267 ล้านคนโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายโดยเริ่มจากบุคคลากรทางการแพทย์ก่อน

จะเห็นได้ว่าจำนวนวัคซีนที่อินโดนีเซียได้รับมีสัดส่วนน้อยกว่าจำนวนประชากรอย่างลิบลับ เมื่อเทียบกับสัดส่วนประชากรลาวแล้ว วัคซีนที่ลาวจะได้รับในช่วงเดือนมีนาคมยังมีมากกว่าเสียอีก

ชาวลาวบางคนยังแสดงความเห็นว่า การที่อินโดนีเซียรับวัคซีนจากจีนก็เท่ากับยอมเป็นหนูลองยา ประเด็นนี้ถึงแม้จะเป็นการกล่าวหาโดยไม่มีมูล แต่สะท้อนความเห็นของผู้วิจารณ์บางคนเกี่ยวกับการที่อินโดนีเซียพึ่งพา Sinovac มากเกินไปโดยที่ Sinovac ยังไม่มีข้อมูลรวบยอดเกี่ยวกับประสิทธิภาพ

เบื้องต้นบราซิลเผยเมื่อวันที่ 23 ธันวาคมว่ามีประสิทธิภาพ 50% แต่ทางบริษัทขอร้องไม่ให้เปิดข้อมูลทั้งหมด ยิ่งทำให้เกิดความกังวลเรื่องความโปร่งใส แต่ตุรกีที่ใช้ Sinovac เช่นกันเผยเมื่อวันที่ 25 ธันวาคมว่าประสิทธิภาพถึง 91% แต่จำนวนผู้ทดลองในตุรกีน้อยกว่าวัคซีนตัวอื่นมากทำให้ผลของมันยังไม่ชัวร์เข้าไปอีก

สาเหตุที่ สปป. ลาวได้รับวัคซีนในสัดส่วนน้อยมากในช่วงแรกจึงอาจทำให้บางคนคิดว่าน่าจะเป็นการทดลองประสิทธิภาพแบบเดียวกับบราซิลและตุรกี แต่เรื่องหนึ่งที่ต้องพิจารณาคือลาวมีประชากรน้อยและเบาบาง ระดับความจำเป็นเร่งด่วนจึงไม่เหมือนประเทศอื่น กลุ่มเสี่ยงที่เป็นบุคลากรแพทย์ก็ไม่มากเท่าประเทศอื่น

เจียงไจ้ตง เอกอัครราชทูตจีนประจำเวียงจันทน์กล่าวเมื่อวันที่ 2 มกราคม 2021 ว่าฝ่ายจีนตระหนักถึงความจำเป็นเร่งด่วนที่ลาวจำเป็นจะต้องใช้วัคซีน

ที่ผ่านมาลาวไม่ได้มีการระบาดในวงกว้าง และเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดน้อยที่สุด ดังนั้นความจำเป็นเร่งด่วนนี้อาจเกี่ยวกับการที่โควิด-19 กลับมาระบาดในวงกว้างในประเทศไทยซึ่งเป็นเพื่อนบ้านใกล้ชิดของลาวด้วย

อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับไทยแล้ว การรับวัคซีนของไทยเป็นวาระเร่งด่วนมากกว่า และล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเปิดเผยเมื่อวันที่ 31 ธันวาคมว่าได้เจรจาขอซื้อวัคซีนจากผู้ผลิตวัคซีนทุกราย จนสามารถรับประกันได้มาจำนวน 2 ล้านโดสเป็นล็อตพิเศษที่จะมาถึงเดือนกุมภาพันธ์-เมษยน เพื่อฉีดให้กลุ่มเสี่ยงคือบุคคลากรการแพทย์ก่อน

นอกจากนี้ยังได้เจรจากับบริษัท AstraZeneca เพื่อขอซื้อวัคซีนเพิ่มอีก 26 ล้านโดส รวมของเดิมเป็น 52 ล้านโดส ซึ่งวัคซีนตัวนี้รัฐบาลสหราชอาณาจักรได้อุมัติให้ใช้แล้ว โดยมีประสิทธิภาพ 70%

โดยสรุปแล้ว สปป. ลาวได้ทำการ “ทดลอง” ฉีดให้กับบุคคลากรทางแพทย์แล้วปรากฎว่าได้ผลน่าพอใจ แต่กว่าจะได้รับล็อตใหญ่ก็จะเป็นเดือนมีนาคมเป็นต้นไป

ส่วนประเทศไทยจะได้วัคซีนในจำนวนมากกว่าในเดือนกุมภาพันธ์เนื่องจากสถานการณ์ที่คับขันมากกว่าและหากควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้ ก็ต้องรออีกสักระยะหนึ่งเพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้รับวัคซีน

แต่ไม่ว่าประเทศไหนจะได้วัคซีนก่อนหรือหลังไม่สำคัญเท่ากับว่าประเทศทั่วโลกยังมีโควิดระบาดในวงกว้างหรือไม่ เพราะหากประเทศอื่นยังระบาด ประเทศไทยก็ยังลำบากไปด้วย เพราะเราไม่สามารถปิดประตูประเทศเราได้นานไปกว่าปีนี้แล้ว

Photo by JACK GUEZ / AFP

จีนสั่งย้ายรูปกวนอูใหญ่ที่สุดในโลกให้พ้นเมือง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641794

วันที่ 02 ม.ค. 2564 เวลา 16:08 น.จีนสั่งย้ายรูปกวนอูใหญ่ที่สุดในโลกให้พ้นเมืองอนุสาวรีย์นี้ติดตาชาวโลกมานานหลายปีและเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในจิงโจว แต่ตอนนี้ไม่มีที่ให้มันอยู่ในเมืองแล้ว

อนุสาวรีย์กวนอูทำจากทองสัมฤทธิ์ขนาดยักษ์ความสูงถึง 58 เมตรในเมืองจิงโจว มณฑลหูเป่ย ประเทศจีน นับเป็นอนุสาวรีย์ที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง เป็นอนุสรณ์ที่สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึง “กวนอู” หรือ “กวนกง” บุคคลในประวัติศาสตร์ของจีนในยุคสามก๊กและเป็นหนึ่งในตัวละครของนิยายสามก๊ก วรรณกรรมอมตะของจีนและได้รับความนิยมในไทยมานับร้อยปี

เมืองจิงโจวสร้างอนุสรณ์ของกวนอูขึ้นมาเพราะเชื่อว่าเมืองแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นโดยกวนอูเพื่อใช้เป็นที่ฝึกทหาร นอกจากนี้จิงโจวยังเป็นที่ตั้งของสมรภูมิการรบในยุคสามก๊กด้วย เช่น สมรภูมิที่เป็นส่วนหนึ่งของยุทธการผาแดงที่โจโฉพ่ายแพ้อย่างยับเยิน

แต่อนุสรณ์นี้สร้างขึ้นอย่างผิดกฎหมาย ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากหน่วยงานภาครัฐและประชาชนเพราะอนุสรณ์แห่งนี้ขนาดที่ไม่เหมาะสมและรูปลักษณ์ที่ไม่สมมาตร ซึ่งใช้งบประมาณในการสร้างถึง 1,500 ล้านหยวน ใช้แผ่นทองสัมฤทธิ์ถึง 4,000 แผ่นน้ำหนักรวม 1,197 ตัน

ในเดือนกันยายนปี 2020 กระทรวงการเคหะและการพัฒนาเมืองและชนบทได้วิพากษ์วิจารณ์รูปปั้นกวนอูว่า “ไร้ประโยชน์และสิ้นเปลือง” และลักษณะที่สูงตระหง่านเหนือเส้นขอบฟ้าของเมือง “ทำลายลักษณะและวัฒนธรรมของเมืองจิงโจวในฐานะเมืองประวัติศาสตร์” และเรียกร้องให้มีการแก้ไข

การสอบสวนโดยสถานีโทรทัศน์ CCTV ของทางการจีนเปิดเผยว่าผู้พัฒนาโครงการได้รับอนุญาตให้สร้างฐานของรูปกวนอูเท่านั้น แต่ผู้สร้างอ้างว่าไม่รู้ว่ารูปปั้นขนาดใหญ่ต้องใช้ใบอนุญาตอีกส่วนหนึ่งแยกต่างหาก และไม่ทราบว่าตำแหน่งปัจจุบันของรูปปั้นจะต้องมีความสูงไม่เกิน 15 เมตร นอกจากนี้ที่ดินใต้รูปปั้นเริ่มทรุดลงเพราะน้ำหนักมหาศาลที่กดทับ

เพื่อตอบสนองต่อคำสั่งของรัฐบาลกลางเจ้าหน้าที่ของเมืองจิงโจวได้ประกาศในเดือนตุลาคมว่าจะย้ายรูปปั้นไปยังสถานที่อื่น อย่างไรก็ตามแผนการย้ายอนุสาวรีย์นี้ต้องค่าใช้จ่ายถึง 155 ล้านหยวน ทำให้เกิดความขัดแย้งมากขึ้น

สำนักข่าว Global Times รายงานความเห็นของชาวเน็ตจีนที่ระบุว่า “เป็นเรื่องน่าขันที่ต้องใช้เงินอีก 155 ล้านหยวนเพื่อย้ายไปที่อื่น เราควรให้ผู้เกี่ยวข้องรับผิดชอบทางกฎหมายและเก็บรูปปั้นไว้ไม่ใช่หรือ?”

“ลองนึกดูว่าจะสร้างโรงเรียนสำหรับเด็กในพื้นที่ยากจนได้กี่แห่ง ที่ช่วยป้องกันเด็กๆ ไม่ให้ออกกลางจากโรงเรียนคันด้วยเงิน 40 ล้านหยวน” อีกคนกล่าว “สร้างมันแล้วรื้อมันลง นั่นคือวิธีที่ใครบางคนได้รับผลกำไร”

ภาพจาก SifaV6 (CC BY-SA 4.0) 

เปิดคำทำนาย “นอสตราดามุส” จะเกิดอะไรขึ้นในปี 2021 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641782

วันที่ 02 ม.ค. 2564 เวลา 14:05 น.เปิดคำทำนาย "นอสตราดามุส" จะเกิดอะไรขึ้นในปี 2021 หนึ่งในโหรที่มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งของโลก ทิ้งคำทำนายเอาไว้หลายพันชิ้น หนึ่งในนั้นคือคำทำนายของปี 2021

นอสตราดามุส นักปราชญ์ชาวฝรั่งเศสมีชื่อเสียงก้องโลกจากการทิ้งคำทำนายไว้ถึง 6,338 คำทำนาย พยากรณ์ยาวไปจนถึงปีค.ศ. 3797 และคำทำนายส่วนใหญ่ไม่ค่อยให้ความกวังกับมนุษยชาติมากนัก

เว็บไซต์ yearly-horoscope ได้รวบรวมคำทำนายของเขาในปี 2021 เอาไว้อย่างละเอียด แต่ทั้งนี้คำทำนายของเขามักเขียนด้วยภาษาที่กำกวม ไม่สามารถเข้าใจได้ทันทีต้องอาศัยการตีความ ซึ่งขึ้นอยู่กับความเข้าใจส่วนตัวของผู้ตีความด้วย ดังนั้นเรื่องนี้จึงขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของผู้อ่าน

ในปี 2021 เขาเขียนไว้ว่า จะมีการแพร่กระจายของของโรค “ชั่วร้าย” ที่ทำให้ผู้ติดเชื้อ “ตายไปแล้วครึ่งหนึ่ง” ในหนังสือเล่มนี้เขาเขียนไว้ว่า “อสุรกายตัวเมีย” ของโรคระบาดนี้จะทำให้ “โลกทั้งใบดับสิ้น” และปล่อยให้ “พ่อและแม่ตายจากความทุกข์ทรมานไม่สิ้นสุด”

จะเห็นได้ว่าคำทำนายของนอสตราดามุสค่อนข้างตีความได้ยาก แต่เรายังพอเข้าใจได้ว่าเขาพูดถึงโรคร้ายแรงอย่างหนึ่งที่ทำให้คนเหมือนตายทั้งเป็น ดังนั้นสื่อบางแห่งจึงตีความว่าเขาอาจจะหมายถึงโรคที่ทำให้คนกลายเป็นซอมบี้ ส่วนโอก่าสที่จะเป็นโควิด-19 นั้นก็มีแต่ดูเหมือนว่าเขาจะทำนายถึงโควิด-19 เอาไว้ในคำทำนายปี 2020 แล้ว

หลังจากการระบาดของโควิด-19 เขาทำนายถึงสิ่งที่จะเกิดในปี 2021 ว่า “หลังจากความยากลำบากครั้งใหญ่สำหรับมนุษยชาติแล้ว ผู้ที่ยิ่งใหญ่กว่าก็ถูกเตรียมไว้ ผู้เคลื่อนไหวอันยิ่งใหญ่ได้ต่ออายุยุคใหม่: ฝน, เลือด, น้ำนม, ความอดอยาก, เหล็กกล้า, และโรคระบาด, เห็นไฟจากสวรรค์หรือไม่ ประกายวิ่งยาวลงมา”

คำทำนายตอนนี้ถูกตีความว่าหมายถึงโลกจะเผชิญกับภัยความอดอยาก แผ่นดินไหว และโรคระบาดอื่นๆ ในประเด็นเรื่องภัยอดอยาก องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติเตือนว่าปี 2021 จะเลวร้ายกว่าปี 2020 โดยชี้ว่าหากไม่มีงบประมาณหลายพันล้านดอลลาร์มารองรับ โลกของเราจะพบกับภัยอดอยากที่รุนแรงขนาดหนักในปี 2021

ในเรื่องของภัยพิบัติการที่เขาระบุว่า “เห็นไฟจากสวรรค์หรือไม่ ประกายวิ่งยาวลงมา” จึงมีผู้เชื่อว่าน่าจะเกิดพายุสุริยะในปี 2021 บางคนวิเคราะห์ว่าน่าจะหมายถึงการโจมตีของอุกกาบาต นอสตราดามุสทำนายว่าจะเกิดแผ่นดินไหวขึ้นใน “ดินแดนตะวันตก” ซึ่งวิเคราะห์กันว่าน่าจะหมายถึงรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐ

นอกจากนี้เขายังเอ่ยถึง “เราจะเห็นน้ำสูงขึ้นและโลกจมลงภายใต้น้ำ” ซึ่งอาจเป็นคำเตือนถึงผลของภาวะโลกร้อนที่ทำให้น้ำแข็งขั้วโลกละลลายจนทำให้น้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งกระบวนการนี้เกิดขึ้นอยงรวดเร็วมากเมื่อปีที่แล้ว และในปีนี้อาจจะหนักกว่าเดิม

นอสตราดามุสยังเตือนเรื่อง “สองพี่น้องถูกแยกออกจากกัน” เชื่อว่าเป็นคำทำนายที่หมายถึง “สงครามใหญ่ครั้งที่สาม” จะเริ่มขึ้นระหว่างสองประเทศพันธมิตร ซึ่งเขาบอกใบ้ว่าสงครามจะเริ่มต้นขึ้นหลังจากการตายของ “ผู้นำที่ยิ่งใหญ่” ซึ่งเรายังไม่ทราบว่าเขาหมายถึงประเทศไหนและผู้นำคนใด

ฉีดวัคซีนแล้วยังติดโควิดนับร้อยคน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641777

วันที่ 02 ม.ค. 2564 เวลา 12:03 น.ฉีดวัคซีนแล้วยังติดโควิดนับร้อยคนอิสราเอลเริ่มการฉีดวัคซีนตั้งแต่เดือนที่แล้ว แต่ปรากฎว่ามีถึง 200 กว่าคนที่ยังติดเชื้อไวรัส

สถานีโทรทัศน์ Channel 13 News ของอิสราเอลรายงานว่า ประชาชนชาวอิสราเอลประมาณ 240 คนติดเชื้อโควิด-19 ทั้งๆ ที่เพิ่งจะรับการฉีดวัคซีนของไฟเซอร์ / ไบโอเอ็นเทค (Pfizer / BioNTech)

สาเหตุเนื่องมาจากวัคซีนไม่ได้ให้ภูมิคุ้มกันโควิด-19 ในทันที เพราะต้องใช้เวลาสำหรับรหัสพันธุกรรมในยาเพื่อฝึกระบบภูมิคุ้มกันในการรับรู้และโจมตีโรค

สำนักข่าว RT รายงานว่าวัคซีนดังกล่าวต้องฉีด 2 ครั้ง จากการศึกษาพบว่าภูมิคุ้มกันต่อโควิด-19 จะเพิ่มขึ้นมา 8 – 10 วันหลังจากฉีดครั้งแรกและในที่สุดประสิทธิภาพในการป้องกันจึงจะถึง 50%

การฉีดครั้งที่สองจะใช้เวลา 21 วันหลังจากการฉีดครั้งแรกภูมิคุ้มกันที่ประกาศไว้ว่าสูง 95% จะเกิดขึ้นหนึ่งสัปดาห์หลังจากนั้น และแน่นอนว่ายังมีโอกาส 5% ที่จะติดเชื้อแม้ว่าวัคซีนจะเต็มศักยภาพก็ตาม

สำนักข่าว Kan ในอิสราเอลรายงานว่านับตั้งแต่การฉีดวัคซีนเริ่มขึ้นในวันที่ 20 ธันวาคมมีคนอย่างน้อย 4 คนในอิสราเอลเสียชีวิตหลังจากได้รับการฉัดวัคซีนได้ไม่นาน

อย่างไรก็ตามกระทรวงสาธารณสุขกล่าวว่าผู้เสียชีวิต 3 รายไม่เกี่ยวข้องกับวัคซีน โดยในกรณีที่ 4 เป็นชายอายุ 88 ปีที่มีอาการป่วยก่อนหน้านี้อยู่แล้ว และตอนนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบสาเหตุ

Photo by JACK GUEZ / AFP

ญี่ปุ่นเอาไม่อยู่ โตเกียวขอรัฐบาลประกาศภาวะฉุกเฉิน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641767

วันที่ 02 ม.ค. 2564 เวลา 10:03 น.ญี่ปุ่นเอาไม่อยู่ โตเกียวขอรัฐบาลประกาศภาวะฉุกเฉินโตเกียวขอประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินครั้งใหม่เมื่อมีผู้ติดเชื้อโควิด -19 เพิ่มขึ้น

หนังสือพิมพ์ Nikkei รายงานว่ารัฐบาลกรุงโตเกียวจะขอให้รัฐบาลประกาศภาวะฉุกเฉินครั้งใหม่เพื่อรับมือการการระบาดอย่างหนักอีกรอบของโควิด -19 ในเมืองหลวงของญี่ปุ่น

Nikkei  อ้างแหล่งข่าวหลายแห่งระบุว่า ยูริโกะ โคอิเกะผู้ว่าการกรุงโตเกียวจะพบกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ ยาสุโตชิ นิชิมูระ ในบ่ายวันเสาร์เพื่อยื่นคำร้องดังกล่าว

นายกรัฐมนตรีโยชิฮิเดะ สุงะ ไม่เห็นด้วยกับการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินซึ่งรัฐบาลเคยประกาศในเดือนเมษายนในช่วงก่อนหน้านี้ของการระบาดใหญ่ปีที่แล้ว และประกาศยกเลิกไปในวันที่ 25 พฤษภาคม

ทว่าล่าสุด ผู้ติดเชื้อโควิด -19รายใหม่ในโตเกียวพุ่งแตะ 1,337 รายเมื่อวันที่ 31 ธ.ค.

เบื้องต้น ทางการกรุงโตเกียวได้ร้องขอให้ร้านอาหารและสถานประกอบการอื่นๆ ลดเวลาทำการและปิดให้บริการภายในเวลา 22.00 น. แต่มาตรการนี้ไม่ได้ส่งผลอย่างมีนัยสำคัญในการควบคุมการระบาด และขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ตัดสินใจขอให้รัฐบาลออกประกาศเพื่อให้สามารถใช้มาตรการที่รัดกุมยิ่งขึ้น 

Photo by STR / JIJI PRESS / AFP