นักวิทย์ห่วงโควิดกลายพันธุ์ในแอฟริกาใต้อาจต้านวัคซีน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641988

วันที่ 05 ม.ค. 2564 เวลา 15:24 น.นักวิทย์ห่วงโควิดกลายพันธุ์ในแอฟริกาใต้อาจต้านวัคซีนนักวิทยาศาสตร์กังวลไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในแอฟริกาใต้อาจลดประสิทธิภาพวัคซีน คาดได้คำตอบชัดเจนภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

เมื่อวันที่ 5 ม.ค. บีบีซีรายงานว่านักวิทยาศาสตร์แอฟริกาใต้กำลังกังวลว่าไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่แพร่ระบาดในแอฟริกาใต้อาจสามารถต้านทานวัคซีนที่กำลังแจกจ่ายอยู่ในขณะนี้

โดยศาสตราจารย์ ซาเบียร์ มาดี (Shabir Madhi) ผู้นำการทดลองวัคซีนแอสตราเซเนกา (AstraZeneca) เผยว่า “เป็นเรื่องน่ากังวลว่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่ในแอฟริกาใต้อาจมีประสิทธิภาพในการต้านทานวัคซีนมากขึ้น”

พร้อมคาดว่าจะได้คำตอบที่ชัดเจนภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า โดยขณะนี้กำลังดำเนินการทดสอบเป็นวงกว้างในแอฟริกาใต้

ความกังวลดังกล่าวเกิดขึ้นเนื่องจากไวรัสสายพันธุ์นี้แพร่ระบาดไปไกลกว่าสายพันธุ์ที่ระบาดในสหราชอาณาจักร ซึ่งอาจหมายความว่ามันสามารถต้านทานแอนติบอดีได้

ทั้งนี้ ศาสตราจารย์มาดีย้ำว่าไวรัสกลายพันธุ์ในแอฟริกาใต้ไม่น่าจะทำให้วัคซีนในปัจจุบัน “ไร้ประโยชน์” แต่อาจส่งผลให้วัคซีนมีประสิทธิภาพลดลง

เมื่อไม่นานมานี้แอฟริกาใต้กล่าวว่าไวรัสกลายพันธุ์ในแอฟริกาใต้สามารถแพร่ระบาดได้มากกว่าไวรัสกลายพันธุ์ในสหราชอาณาจักร ขณะที่นักวิทยาศาสตร์ยืนยันว่ายังไม่พบหลักฐาน

ด้านศาสตราจารย์เฮเลน รีส (Helen Rees) ผู้เชี่ยวชาญด้านวัคซีนจากมหาวิทยาลัยวิตวอเตอร์สแรนด์กล่าวว่าควรมีการปรับเปลี่ยนวัคซีนเพิ่มเติมเพื่อตอบสนองต่อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ๆ และเทคโนโลยีในการพัฒนาวัคซีนที่มีอยู่ในปัจจุบันสามารถทำให้การดำเนินการเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว

พร้อมเสริมว่าความกังวลเกี่ยวกับการกลายพันธุ์ที่เกิดขึ้นน่าจะเพิ่มแรงกดดันให้ทั่วโลกพยายามแจกจ่ายวัคซีนโดยเร็วไม่ใช่เพียงแต่ประเทศร่ำรวยกว่าเท่านั้น

“เนื่องจากไวรัสสายพันธุ์ใหม่กำลังแพร่ระบาดไปยังประเทศอื่นๆ ทั่วโลกแล้ว การตรวจสอบประสิทธิภาพของวัคซีนต่อไวรัสสายพันธุ์ใหม่จึงเป็นเรื่องสำคัญระดับโลก” ศาสตราจารย์รีสกล่าว

Photo by Pascal GUYOT / AFP

อิหร่านฉีกสัญญานิวเคลียร์ เดินหน้าเพิ่มสมรรถนะยูเรเนียม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641983

วันที่ 05 ม.ค. 2564 เวลา 13:26 น.อิหร่านฉีกสัญญานิวเคลียร์ เดินหน้าเพิ่มสมรรถนะยูเรเนียมอิหร่านเดินหน้าเพิ่มสมรรถนะนิวเคลียร์ สหรัฐจับตาใกล้ชิดหวั่นผลิตอาวุธปรมาณู

นิวยอร์กไทมส์รายงานว่า เมื่อวันที่ 4 ม.ค. ที่ผ่านมาอิหร่านได้ประกาศเดินหน้าเสริมสมรรถนะยูเรเนียม ส่งผลให้อิหร่านเข้าใกล้การพัฒนาขีดความสามารถในการผลิตอาวุธนิวเคลียร์ภายใน 6 เดือน

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวถือเป็นการฉีกสัญญาว่าด้วยการพัฒนานิวเคลียร์ที่ทำขึ้นในปี 2015 โดยอาลี ราบีอี โฆษกรัฐบาลอิหร่านกล่าวว่าประธานาธิบดีฮัสซัน รูฮานี ได้สั่งให้มีมาตรการบังคับใช้กฎหมายเมื่อสัปดาห์ที่แล้วโดยอนุญาตให้มีการเสริมสมรรถนะกระบวนการผลิตยูเรเนียม 20 เปอร์เซ็นต์

โดยสมรรถภาพที่เพิ่มขึ้นนั้นเข้าใกล้ขีดความสามารถในการผลิตระเบิดปรมาณู ซึ่งการตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่สหรัฐลอบสังหารนายพลคาเซ็ม สุเลมานี ในกรุงแบกแดด และเหตุการณ์ลอบสังหารนักวิทยาศาสตร์ด้านนิวเคลียร์ชั้นนำของอิหร่าน

ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ว่าสหรัฐจะตอบโต้อย่างเต็มรูปแบบทันทีหากอิหร่านกระทำการใดๆ เพื่อแก้แค้นต่อเหตุการณ์ลอบสังหารนายพลสุเลมานี

อย่างไรก็ตามแม้ว่าอิหร่านจะแสดงความโกรธแค้นต่อการลอบสังหารบุคลลสำคัญดังกล่าวแต่ก็ยังยืนยันมาโดยตลอดว่าความพยายามในการผลิตนิวเคลียร์นั้นมีขึ้นเพื่อจุดประสงค์ที่สันติไม่ใช่การสร้างอาวุธปรมาณูแต่อย่างใด

ขณะที่นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู แห่งอิสราเอลยังกล่าวหาว่าอิหร่านกำลังดำเนินการพัฒนาโครการนิวเคลียร์ทางทหาร และอิสราเอลจะไม่อนุญาตให้อิหร่านผลิตอาวุธนิวเคลียร์เป็นอันขาด

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาสหภาพยุโรปกล่าวว่าการตัดสินใจของอิหร่านในการเพิ่มการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมถือเป็นการ ละเมิดสัญญาอย่างรุนแรง

โดยในเดือนธันวาคมฝ่ายนิติบัญญัติของอิหร่านได้ผ่านกฎหมายสั่งให้มีการเพิ่มระดับยูเรเนียมในทันทีและเรียกร้องให้มีการขับไล่ผู้ตรวจสอบนิวเคลียร์ระหว่างประเทศหากการคว่ำบาตรของสหรัฐไม่ถูกยกเลิกภายในต้นเดือนกุมภาพันธ์

นอกจากนี้อิหร่านยังได้ยึดเรือบรรทุกน้ำมันของเกาหลีใต้โดยอ้างถึง “ความกังวลด้านมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อมและสารเคมี”

การยึดเรือดังกล่าวได้รับการยืนยันโดยรัฐบาลเกาหลีใต้ ขณะที่อิหร่านกดดันให้เกาหลีใต้ปล่อยเงินจำนวน 7 พันล้านเหรียญสหรัฐที่ถูกระงับเนื่องจากการคว่ำบาตรของสหรัฐ

โดยเรือบรรทุกน้ำมันเกาหลีใต้ถูกทางการอิหร่านเรียกไปสอบสวนขณะที่กำลังแล่นอยู่ในน่านน้ำนอกโอมานเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

ด้านกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้แถลงว่าทางกระทรวงและสถานทูตเกาหลีใต้ในอิหร่านได้ตรวจสอบสถานการณ์โดยละเอียดและยืนยันความปลอดภัยของลูกเรือ พร้อมเร่งดำเนินการขอส่งคืนเรือโดยด่วน

ขณะที่กระทรวงกลาโหมของเกาหลีใต้ได้ส่งเรือรบของกองทัพเรือเกาหลีใต้ไปยังน่านน้ำที่เรือบรรทุกนำมันลำดังกล่าวถูกยึดเพื่อต่อต้านการละเมิดในภูมิภาค

ทั้งนี้ เพนตากอนของสหรัฐยังได้สั่งให้เรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐประจำอยู่ในตะวันออกกลาง โดยคริสโตเฟอร์ ซี. มิลเลอร์ รักษาการเลขาธิการกระทรวงกลาโหมให้เหตุผลว่าเนื่องจากคำขู่ของผู้นำอิหร่านต่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และเจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐคนอื่นๆ

Photo by MAHMUD HAMS / AFP

นักวิทย์เตือน ไวรัสใหม่ ‘Disease X’ รุนแรงกว่าโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641973

วันที่ 05 ม.ค. 2564 เวลา 11:23 น.นักวิทย์เตือน ไวรัสใหม่ 'Disease X' รุนแรงกว่าโควิดนักวิทยาศาสตร์เตือนหลังพบไวรัสปริศนา Disease X แพร่ระบาดเร็วเหมือนโควิดแต่รุนแรงกว่า

ศาสตราจารย์ฌอง-ฌาร์คส มูเยมเบ นักวิทยาศาสตร์ผู้ร่วมค้นพบเชื้อไวรัสอีโบลาในปี 1976 และผู้นำสถาบันวิจัยชีวการแพทย์แห่งชาติในกินชาซา เตือนว่าขณะนี้โลกกำลังเผชิญกับไวรัสชนิดใหม่ที่กำเนิดขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อมนุษยชาติ

หลังจากที่ล่าสุดมีการตรวจพบไวรัส Disease X ซึ่งสามารถแพร่ระบาดได้เช่นเดียวกับไวรัสโคโรนาแต่นักวิทยาศาสตร์เตือนว่าอาจเป็นอันตรายกว่ามาก และร้ายแรงเท่ากับเชื้ออีโบลา โดยมีอัตราเสียชีวิตถึง 50-90% ซึ่งคาดว่าไวรัสดังกล่าวเกิดในป่าฝนเขตร้อน ทวีปแอฟริกา

ด้านองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า Disease X เป็นเชื้อโรคที่ยังไม่ทราบชนิดและสาเหตุซึ่งถูกระบุเป็น 1 ใน 9 โรคอันตรายและเป็นภัยต่อมนุษย์เป็นที่เรียบร้อย

โดยมีการตรวจพบไวรัสดังกล่าวจากผู้หญิงคนหนึ่งในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกซึ่งมีอาการเบื้องต้นคล้ายโรคไข้เลือดออก และได้ทำการตรวจหาโรคหลายชนิดรวมถึงอีโบลาแต่ผลการตรวจโรคทั้งหมดเป็นลบ

ศาสตราจารย์มูเยมเบกล่าวว่าหากเชื้อไวรัสดังกล่าวเกิดขึ้นในแอฟริกาจะต้องใช้เวลาในการแพร่ระบาดทั่วโลก ดังนั้นการตรวจพบตั้งแต่เนิ่นๆ ส่งผลให้ทั่วโลกสามารถพัฒนากลยุทธ์ใหม่เพื่อต่อสู้กับไวรัสได้ทันท่วงที

นอกจากนี้ยังได้เตือนถึงความอันตรายของไวรัสอีกหลายชนิดที่อาจเกิดจากสัตว์หรือระบาดจากสิ่งมีชีวิตอื่นสู่ร่างกายมนุษย์ โดยกล่าวว่าไวรัสโคโรนา โรคพิษสุนัขบ้า และไข้เหลืองก็เป็นหนึ่งในนั้น

ทั้งนี้ ไวรัสโคโรนาหรือ SARS-CoV-2 ซึ่งคาดว่ามีต้นกำเนิดมาจากค้างคาว ส่งผลให่มีผู้ติดเชื้อทั่วโลกกว่า 85 ล้านคน และคร่าชีวิตผู้คนไปกว่า 1.8 ล้านคน

Photo by ERNESTO BENAVIDES / AFP

สังคมส่วยๆ ที่ทำให้คนไทยซวยทั้งประเทศ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641950

วันที่ 05 ม.ค. 2564 เวลา 08:30 น.สังคมส่วยๆ ที่ทำให้คนไทยซวยทั้งประเทศเศรษฐกิจในเงามืดที่มีขนาดใหญ่กว่าเศรษฐกิจในที่แจ้งถึงเกือบครึ่งหนึ่งกำลังสร้างปัญหาที่คาดไม่ถึง

คงไม่มีประเทศไหนอีกแล้วที่การระบาดระลอกใหญ่ของโควิด-19 เกิดขึ้นเพราะธุรกิจมืด คงมีแต่ประเทศที่เศรษฐกิจมืดเฟื่องฟูอย่างประเทศไทยเท่านั้นที่ปล่อยให้เกิดเรื่องทำนองนี้ได้

เป็นเรื่องที่น่าเศร้าและน่าขายหน้าในเวลาเดียวกัน น่าเศร้าที่ประชาชนไทยไม่เพียงแต่ต้องถูกมอมเมาจากธุรกิจมืด แต่ยังต้องถูกโรคระบาดเล่นงานเพราะธุรกิจมืดซ้ำเข้าไปอีก

น่าอายที่รัฐบาลปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นมาได้ ไม่ใช่แค่รัฐบาลนี้ แต่ไม่ว่ารัฐบาลไหนก็ตามที่ทำเป็นหูหนวกตาบอดกับธุรกิจมืดย่อมมีส่วนรับผิดชอบด้วย เพราะเท่ากับมองไม่เห็นว่ามันจะเป็นภยันตรายอย่าที่กำลังเกิดขึ้นในทุกวันนี้

ใครจะไปเชื่อว่าการค้าแรงงานเถื่อน บ่อการพนัน และแหล่งอโคจรผิดกฎหมายจะทำให้ไทยติดโควิด-19 ได้ขนาดนี้!

ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีเศรษฐกิจมืดหรือเศรษฐกิจใต้ดินใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

เศรษฐกิจมืดคืออะไร? มันคือเศรษฐกิจนอกระบบ ไม่เป็นทางการ ไม่ผ่านการเก็บภาษี และในหลายกรณีผิดกฎหมายร้ายแรงแต่ทำเงินมหาศาล มันจึงถูกเรียกว่า Shadow Economy บ้าง Black Economy บ้าง Informal economy บ้าง และบางครั้ง Underground Economy

ชื่อเรียกเหล่านี้ไม่ได้สะท้อนเลยว่ามันเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่ดี แต่ประเทศเราก็ปล่อยให้มันคาราคาซังอยู่แบบนี้มาหลายสิบปีแล้ว

เศรษฐกิจใต้ดินในเงามืดมีทั้งที่เป็นคุณกับประชาชนตาดำๆ คือการค้าขายแผงลอย และที่เป็นคุณกับมิจฉาชีพทั้งที่เป็นมิจฉาชีพโดยอาชีพและมิจฉาชีพในเครื่องแบบ

ที่บอกว่าเศรษฐกิจใต้ดินเป็นคุณกับประชาชนตาดำๆ ก็เพราะมันเปิดโอกาสให้คนจนได้มีโอกาสให้ทำมาหากิน ไม่จำเป็นจะต้องไปหางานทำในระบบคือสมัครงานเป็นลูกจ้างใคร ดังนั้นในประเทศที่งานน้อย คนจนจึงมีโอกาสได้ลืมตาอ้าปากจากการทำธุรกิจนอกระบบ เช่น การค้าขายแบบบ้านๆ 

อย่างในประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจที่ชอกช้ำน้อยที่สุดในโลกจากการจัดอันดับโดย Misery index ก็เพราะอัตราเงินเฟ้อไม่มากอัตราว่างงานต่ำ ทั้งนี้ก็เพราะคนไทยไม่ค่อยจะว่างงาน แต่ไปทำงานนอกระบบ เช่น ขายของตามตลาดนัดหรือสตรีทฟู๊ดที่ไม่มีการแจ้งเจ้าหน้าที่ให้เก็บภาษีอย่างเป็นกิจจะลักษณะ

เรื่องนี้เราจะละเอาไว้ก่อน เพราะประเด็นที่เราจะพูดถึงคือเศรษฐกิจในเงามืดอีกประเภทที่ไม่เป็นคุณประชาชนและกำลังสร้างโทษให้กับบ้านเมืองอย่างร้ายแรง

เศรษฐกิจในเงามืดของไทยจากตัวเลขของ The Global Economy (ซึ่งทำมาจาก IMF อีกต่อหนึ่ง) ระบุว่ามีสัดส่วนอยู่ที่ 43.12% (ปี 2015) เมื่อเทียบกับขนาดจีดีพีหรือเศรษฐกิจในระบบของประเทศไทย หมายความว่าเศรษฐกิจในเงามืดของไทยมันใหญ่เกือบจะครึ่งหนึ่งของเศรษฐกิจจริงๆ ขณะที่อัตราเฉลี่ยทั่วโลกอยู่ที่เพียง 27.78%

เศรษฐกิจส่วนนี้ของไทยยังใหญ่ที่สุดอันดับ 2 รองจากเมียนมา (51%) และยังใหญ่กว่าเวียดนาม (14.8%) และลาว (25%) เป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อที่ไทยซึ่งอยู่ในกลุ่มปานกลางรายได้สูง ปล่อยให้เรื่องนอกระบบใหญ่ขนาดนี้ได้

เราไม่มีตัวเลขชัดๆ ว่าในเศรษฐกิจเงามืดรายได้ส่วนไหนที่ใหญ่กว่ากันระหว่างการค้าขายของประชาชนตาดำๆ กับพวก “ธุรกิจบาป” เช่น การค้าประเวณี การพนัน และค้ามนุษย์?

ฟรีดิช ชไนเดอร์ (Friedrich Schneider) นักเศรษฐศาสตร์ผู้เขียนหนังสือเรื่องเศรษฐกิจในเงาบอกว่าเศรษฐกิจส่วนนี้ของไทยรวมถึงส่วนที่ผิดกฎหมาย เช่น การพนันและอาวุธปืน แต่ไม่รวมเอาการค้ายาเสพติดเข้าไปมากนัก

แต่ในกรณีของบ้านเราตอนนี้ เรารู้ว่าการค้าประเวณี การพนัน และค้ามนุษย์คือเหตุแห่งการระบาดครั้งใหญ่ที่กำลังทำลายเศรษฐกิจจริงๆ ให้ย่อยยับแบบที่รัฐบาลต้องก่ายหน้าผากกันเลยทีเดียว

ขอยกตัวอย่างยูเครนที่มีปัญหาเรื้อรังเรื่องธุรกิจนอกระบบ กระทรวงพัฒนาเศรษฐกิจและการพาณิชย์ประเมินว่ามีขนาดเทียบกับจีดีพีถึง 33% แต่นักเศรษฐศาสตร์บอกว่าน่าจะสูงถึง 40% รัฐบาลยูเครนจึงเดินหน้ากวาดล้างบ่อนและธุรกิจที่ไม่เสียภาษี เรียกว่าไม่ไว้หน้าทั้งธุรกิจบาปและธุรกิจของชาวบ้าน

รัฐบาลยูเครนเริ่มการยกเรื่องในเงามาไว้บนที่แจ้งแล้วจะสำเร็จหรือไม่ก็อีกเรื่อง ที่สำคัญคือพวกเขาได้ลงมือทำแล้ว

ถามว่ารัฐบาลไทยทำไมไม่ทำบ้าง?

เพราะติด “คนกันเอง” ทั้งนั้นนั่นคือตำรวจ กองทัพ นักการเมืองท้องถิ่น ซึ่งเป็นผู้ทรงอิทธิพลตัวจริงในอาณาจักรผลประโยชน์ในเงาที่มีมูลค่ามหาศาล ที่สร้างความมั่งมีและระบาดไปทั่วพอๆ กับโรคร้าย คือ “บ่อนการพนัน”

ขณะที่ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ไปจนถึงคนระดับรองนายกรัฐมนตรีบอกว่า “ไม่มีบ่อน”

แต่ตาสีตาสาก็ยังรู้ว่าที่ไหนมีบ่อน ไม่ต้องไปถามถึงนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์จอมแฉเรื่องผลประโยชน์คนมีสี และไม่ต้องไปถามนักวิชาการระดับประเทศอย่างรศ.ดร.สังศิต พิริยะรังสรรค์ ที่ติดตามเรื่องเศรษฐกิจใต้ดินของคนมีสีมานานหลายปีแล้ว

ที่น่าหัวร่อซ้ำสองก็คือขณะที่ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองบอกปัดเป็นพัลวันว่าไม่มีบ่อน แต่กลับมีคนไปเที่ยวบ่อนอยู่ทนโท่ แล้วคนไปเที่ยวก็ยังอมพะนำไม่ยอมบอกว่าไปบ่อนมา ทำให้ไวรัสระบาดไปทั่ว

เอาแค่ก่อนหน้านั้นไม่กี่เดือน ช่วงสิงหาคมปีที่แล้วเกิดกรณียิงกันตาย 4 ศพที่ “บ่อนเฮียตี้” ย่านพระราม 3 ในช่วงแรกนั้น ผบช.น. กล่าวว่า ” สถานที่ดังกล่าวมีการลักลอบเล่นการพนัน แต่ไม่ยืนยันว่าจะเป็นบ่อนการพนันหรือไม่”

เป็นเรื่องเหลือเชื่อที่ผบช.น. ไม่ทราบว่าย่านนั้นไม่มีบ่อน เพราะแม้แต่คนขับแท็กซี่ยังรู้! แถมมันยังเป็นบ่อนใหญ่น้องๆ คาสิโนที่เจ้าของมีเงินหมุนเข้าวันละหลายล้าน

กรณีนั้นรศ.ดร.สังศิต พิริยะรังสรรค์ถึงกับกล่าวว่าอย่าไปเอาคาสิโนขึ้นบนดินเลย ให้ปฏิรูปตำรวจก่อนดีกว่า เพราะมันคือต้นเหตุที่แท้จริง

ธุรกิจผิดกฎหมายพวกนี้ยังอยู่ได้ด้วยส่วย เช่น ส่วยนำเข้าคนต่างด้าวมาทำงาน ส่วยเปิดบ่อน ส่วยเปิดซ่อง แม้แต่การหาเช้ากินค่ำของประชาชน อย่างคนขายอาหารริมถนนยังถูกบางหน่วยงานเก็บส่วยกันเป็นล่ำเป็นสัน เศรษฐกิจในเงามืดของเราจึงเป็นเศรษฐกิจที่อยู่ได้ด้วยส่วยโดยเท้

เราจึงอยู่ในสังคมที่เต็มไปด้วย “ส่วย” พูดในภาษาเศรษฐศาตร์การเมืองก็คือพวกหากินกับส่วยคือ “พวกแสวงหากำไรส่วนเกิน” หรือ Rent-seeking ซึ่งเป็นพวกที่แสวงหาความมั่งคั่งโดยไม่ทำการผลิตอะไรขึ้นมา ทำให้รัฐขาดรายได้ ทำให้ประชาชนถูกขูดรีด

พูดภาษาชาวบ้าน Rent-seeking ก็คือพวก “ทำนาบนหลังคน” ประเภทหนึ่งแต่ทำด้วยความฉ้อฉลโดยอาศัยช่องโหว่ในอำนาจรัฐ ยิ่งสังคมนั้นชอบทำอะไรลับๆ บ่อๆ การขูดรีดเอากำไรหรือส่วยจากประชาชนยิ่งมีมาก เพราะมันอยู่ในเงามืดจึงขูดรีดได้ง่ายๆ ไม่ต้องกลัวว่าใครจะเห็น

ดังนั้นเราจึงสรุปได้ว่าเศรษฐกิจในเงามืดเอื้อให้เกิดการคอร์รัปชั่น และการที่รัฐบาลไหนๆ ไม่ยอมทำเรื่องนี้ให้เป็นระบบระเบียบเพราะมันเกี่ยวกับกลุ่มผลประโยชน์ทางการเมืองและคนมีสี ขณะเดียวกันหากจะนำคนหาเช้ากินค่ำมาขึ้นทะเบียนเสียภาษีก็เกรงว่าจะทำให้คนเหล่านี้ไม่พอใจจนเสี่ยงต่อคะแนนนิยมไปอีก

เศรษฐกิจในเงามักเป็นคุณลักษณะหนึ่งของประเทศกำลังพัฒนา นั่นคือยังพัฒนาไม่เต็มที่ หากพัฒนาแล้วและบ้านเมืองมีความโปร่งใสจะไม่ปล่อยให้เรื่องนอกระบบโตขนาดนี้ (แต่ไม่ใช่ว่าประเทศพัฒนาแล้วจะไม่มี อย่างเศรษฐกิจในเงาของสหรัฐมีขนาด 11% – 12%)

ดังนั้นหากเราต้องการเป็นประเทศพัฒนาแล้ว สิ่งหนึ่งที่จะต้องทำคือเอาเรื่องใต้ดินขึ้นมาบนดินเท่าที่จะทำได้ ทำให้เรื่องนอกระบบมาอยู่ในระบบให้มากที่สุด ซึ่งฟังแล้วดูเหมือนจะง่าย แต่ต้องบอกว่าเป็นเรื่องที่สุดหิน ไม่ใช่แต่รัฐบาลไทยจะ “ทำแทบไม่ได้” แต่รัฐบาลประเทศอื่นๆ ยังทำได้ยากเช่นกัน

แต่ความท้าทายของไทยไม่ใช่แค่การเล่นบทยักษ์กับประชาชนตาดำๆ ด้วยการลากเข้ามาจดทะเบียนเสียภาษีให้หมดเท่านั้น รัฐบาลยังต้องสู้รบปรบมือกับผู้ทรงอิทธิพล “ตัวจริง” ที่กอบโกยจากธุรกิจใต้ดินสารพัด แต่คนเหล่านี้นี่แหละที่เป็นฐานอำนาจของรัฐบาล

รัฐบาลไทยไหนๆ ก็เป็นจำพวกที่ติดอยู่กับคณาธิปไตย (ไม่ฆ่าน้อง ไม่ฟ้องนาย ไม่ขายเพื่อน) และธนาธิปไตย (มีเงินนับเป็นน้องมีทองนับเป็นพี่) ที่ไม่สามารถเล่นงานเครือข่ายผลประโยชน์พวกเดียวกันเองได้

ตัวอย่างเช่น ข้อมูลจากคริส เบลค (Chris Blake) ผู้สื่อข่าวของ Bloomberg รายงานเมื่อปี 2015 (หรือหลังจากรัฐประหารมาได้ 1 ปี) เผยว่าส่วยที่เรียกเก็บจากธุรกิจย่านบันเทิงยามราตรีที่ผิดกฎหมายเพิ่มขึ้นมาหลังจากที่กองทัพทำรัฐประหาร เพราะ “คนที่เธอ (เจ้าของธุรกิจ) จ่ายส่วยให้บอกว่าพวกนั้นบอกให้จ่ายเพิ่มขึ้น”

ในระยะ 5 ปีที่ผ่านมามีข่าวคราวการกวาดล้างระบบส่วยหลายครั้งรวมถึงการจัดการกับขบวนการค้ามนุษย์จนรัฐบาลสหรัฐปรับระดับให้ดีขึ้น (เล็กน้อย) แต่แล้วเราก็ยังถูกธุรกิจในอิทธิพลส่วนสร้างปัญหาให้จนได้

การเห็นแก่พวกพ้องและผลประโยชน์ทำให้ประเทศชาติอ่อนแอมานาน และไม่น่าเชื่อว่ามันยังทำให้ประชาชาชนตาดำๆ ต้องพลอยติดโรคระบาดไปด้วยแล้วในวันนี้!

หมายเหตุ – หากจะถามว่าถ้าเกิดไทยนำธุรกิจมืดขึ้นมาบนที่แจ้งตั้งแต่แรกแล้ว มันจะช่วยให้เราติดโควิด-419 น้อยลงหรืแเปล่าในตอนนี้? ขอตอบว่าคงจะไม่ช่วยเท่าไร เพราะคนที่ไปพัวพันกับเรื่องนี้ก็มีโอกาสปกปิดข้อมูลอยู่ดี

ก็ในสังคมที่ยังมองว่าการพนันคือทางแห่งหายนะ ใครเล่าจะอยากให้คนอื่นรู้ว่าไปเล่นพนัน และใครจะกล้าบอกทางบ้านว่าไปเที่ยว “อีหนู” มา ต่อให้มันถูกกฎหมายก็เถอะ?

Photo by Mladen ANTONOV / AFP

เศรษฐกิจมืดทำลายไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641861

วันที่ 03 ม.ค. 2564 เวลา 18:05 น.

เศรษฐกิจมืดทำลายไทย

Posttoday Podcast : The Expert Ep.72 เศรษฐกิจมืดทำลายไทย

Posttoday Podcast : The Expert Ep.72 เศรษฐกิจมืดทำลายไทย

ติดตาม PostToday Podcast ได้ที่ https://soundcloud.com/posttoday 

https://w.soundcloud.com/player/?url=https%3A//api.soundcloud.com/tracks/958559470&color=%23ff5500&auto_play=false&hide_related=false&show_comments=true&show_user=true&show_reposts=false&show_teaser=true&visual=true

PostToday · เศรษฐกิจมืดทำลายไทย

ชี้จีนไม่ใช่ตัวการระบาดใหญ่ แต่ลุกลามเองหลายจุดทั่วโลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641923

วันที่ 04 ม.ค. 2564 เวลา 15:46 น.ชี้จีนไม่ใช่ตัวการระบาดใหญ่ แต่ลุกลามเองหลายจุดทั่วโลกรัฐมนตรีต่างประเทศของจีนกล่าวว่าการแพร่ระบาดนอกประเทศจีนอาจทำให้เกิดการระบาดของโรคโควิด -19

หวางอี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีนแสดงความเห็นระหว่างการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวซินหัวและสำนักข่าว CCTV ว่า จากการวิจัยที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ ชี้ให้เห็นว่าการระบาดของโรคโควิด-19 น่าจะเกิดจากการระบาดหลายจุดที่เกิดแยกจากกันในพื้นที่หลายแห่งในโลก”

หวางอี้กล่าวว่าจีนดำเนินการทันทีเพื่อดำเนินการสอบสวนทางระบาดวิทยา ระบุเชื้อโรค และเผยแพร่ข้อมูล สำคัญรวมถึงลำดับจีโนมของไวรัส ซึ่งการกระทำทั้งหมดนี้ของจีนช่วยส่งสัญญาณเตือนไปทั่วโลก

ในการให้สัมภาษณ์หวางอี้กล่าวว่าจีน “มีส่วนร่วมอย่างแข็งขัน” ในการตอบสนองทั่วโลกต่อการระบาดใหญ่

“เรายืนอยู่แถวหน้าในการต่อสู้กับข้อมูลที่ผิดๆ โดยไม่ยอมให้มีความพยายามทำให้ประเด็นนี้เป็นเรื่องการเมืองและเป็นการการตีตราบาป เราตั้งใจแน่วแน่ที่จะตรวจสอบให้แน่ใจว่าคำอธิบายที่เที่ยงตรงและเป็นความทรงจำร่วมกันในการต่อสู้กับการระบาดทั่วโลก จะไม่ถูกบิดเบือนโดยเรื่องโกหก” หวางอี้กล่าว

ทั้งนี้ จีนพยายามที่จะอธิบายเรื่องการระบาดของไวรัสตามมุมมองของจีนเอง ขณะที่สื่อตะวันตกมักจะอธิบายว่าจีนคือตัวการการระบาดแรกเริ่ม แม้ว่าการอธิบายของทั้ง 2 ฝ่ายยังไม่อาจยืนยันได้เพราะยังไม่มีผลการสืบสวน ต้นกำเนิดของโรคอย่างเป็นทางการจากองค์กรนานาชาติที่เชื่อถือได้

นอกจากนี้จีนยังพยายามที่อธิบายการระบาดช่วงแรกในเวอร์ชั่นของตัวเอง โดยเจ้าหน้าที่และสื่อของรัฐบาลจีนต่างผลักดันทฤษฎีที่เชื่อมโยงโควิด-19 กับกองทัพสหรัฐ และอ้างว่าไวรัสอาจเข้าสู่ประเทศจีนจากอาหารแช่แข็งที่นำเข้าจากประเทศอื่น และทางการจีนยังรีบอ้างงานการวิจัยที่ชี้ว่าพบการระบาดในสหรัฐและอิตาลีก่อนการระบาดที่อู่ฮั่น

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญขององค์การอนามัยโลก (WHO) ซึ่งเดินทางไปประเทศจีนในปีที่ผ่านมากลับไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในอู่ฮั่นซึ่งเป็นศูนย์กลางของการแพร่ระบาด โฆษกของ WHO กล่าวเมื่อเดือนที่แล้วว่า WHO หวังว่าคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญที่ตรวจสอบต้นกำเนิดจะสามารถเยือนอู่ฮั่นได้ในเดือนมกราคม

Photo by KIM Min-Hee / POOL / AFP

ชาวฮาวายเห็น UFO ปรากฎตัวบนท้องฟ้าแล้วดำลงทะเล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641915

วันที่ 04 ม.ค. 2564 เวลา 14:49 น.ชาวฮาวายเห็น UFO ปรากฎตัวบนท้องฟ้าแล้วดำลงทะเลหน่วยงานของรัฐบาลกลางสหรัฐยืนยันว่าในวันนั้นไม่มีอะไรผิดปกติเกี่ยวกับอากาศยานเลย

สำนักข่าว Hawaii News Now รายงานว่ามีผู้คนพบเห็นวัตถุบินได้ลักษณะประหลาดที่น่าจะเป็นจานบิน UFO ปรากฏบนท้องฟ้ายามเย็นเหนือเกาะโออาฮู ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองโฮโนลูลู และผู้พบเห็นพยายามแจ้งให้ให้ตำรวจได้รับทราบ

การพบยานปริศนาดังกล่าวเห็นเกิดขึ้นประมาณ 20.30 น. วันที่ 29 ธันวาคม 2020 และมีผู้ถ่ายคลิปวิดีโอหลายคลิปที่สามารถจับภาพวัตถุรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่เรืองแสงได้ทั้งลอยจากท้องฟ้าแล้วตกลงไปในทะเล

เจ้าหน้าที่จากสำนักบริหารการบินของรัฐบาลกลางสหรัฐ (FAA) กล่าวว่าไม่มีเหตุการณ์ใดๆ ที่เกี่ยวเครื่องบินหรือเกิดอุบัติเหตุทางอากาศในพื้นที่ดังกล่าวในเวลานั้น

หนึ่งในผู้ที่จับภาพวัตถุปริศนาได้คือ มิซิตินา ซาเป บอกกับสำนักข่าว Hawaii News ว่าเธอจับวัตถุปริศนาได้เมื่อเวลา 20:26 น. ใกล้ๆ ถนนฮาเลอากาลา

ในเวลาไล่เลี่ยกันมีผู้หญิงชื่อโมริยาห์เห็นวัตถุอย่างเดียวกันลอยผ่านมาแถวๆ ถนนพรินเซสคาฮานูซึ่งอยู่ไม่ไกลจากรายแรกที่พบเห็น โดยบรรยายว่ามันมีขนาดใหญ่กว่าเสาโทรศัพท์และไม่ได้ยินเสียงอะไรออกมา

โมริยาห์วัย 38 ปีกล่าวว่าเธอไม่เคยเชื่อเรื่องยูเอฟโอมาก่อน แต่วัตถุสีฟ้าสดใสทำให้เธอและสามีและคนที่อยู่ใกล้ๆ กันที่ได้พบเห็นรู้สึกทึ่งมากจนพวกเขากระโดดขึ้นรถและเริ่มติดตามมัน แต่พบว่ามันเคลื่อนที่เร็วมาก

กลุ่มของโมริยาห์ติดตามมันไปเป็นระยะทางถึงเกือบ 5 กิโลเมตรจากจุดเริ่มต้น หลังจากนั้นดูเหมือนว่าวัตถุลึกลับหายลงไปในมหาสมุทร ซึ่งในคลิปมีเสียงบรรยายว่ามันดำลงทะเลเช่นกัน แม้ว่าคลิปจะค่อนข้างมืดและเห็นแต่วัตถุเรืองแสงบสีฟ้าเป็นหลัก

ในเวลาต่อมาตำรวจได้แจ้งไปยัง FAA แต่ทางหน่วยงานได้มีคำตอบดังที่ระบุไว้ข้างต้นว่าไม่พบว่ามีเหตุการณ์ใดๆ เกี่ยวข้องกับอากาศยานในเวลานั้น

ภาพ – Misitina Sape

Hawaii – An unidentified flying object spotted in the evening sky over Leeward Oahu prompted witnesses to call 911. Multiple witnesses reported seeing a large blue object fall out of the sky and into the ocean.#Hawaii #UFO pic.twitter.com/hvdry0zyN0— Insider Paper (@TheInsiderPaper) January 2, 2021

Bitcoin ราคาทะลุ1ล้านบาท สัญญาณฟองสบู่ก่อตัว? #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641897

วันที่ 04 ม.ค. 2564 เวลา 12:48 น.Bitcoin ราคาทะลุ1ล้านบาท สัญญาณฟองสบู่ก่อตัว?เป็นอีกครั้งที่คริปโทเคอร์เรนซีรายนี้ทำให้เกิดความกังขาเกี่ยวกับราคาที่พุ่งขึ้นมาแรงจัด

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 มกราคมที่ผ่านมามูลค่าของ Bitcoin ทำลายสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์โดยขึ้นมาถึง 34,800 เหรียญสหรัฐหรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 1.01 ล้านบาท ก่อนที่ราคาจะถอยลงมาในวันจันทร์โดยอยู่ที่ 32,990 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 9.87 แสนบาทในตลาดซื้อขายเอเชียช่วงเช้า

การทำมูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของสกุลเงินคริปโทเคอร์เรนซีรายนี้สร้างความตื่นเต้นให้กับนักลงทุนพอสมควร และหากย้อนกลับไปดูความเคลื่อนไหวที่ผ่านมาจะพบว่า Bitcoin มีมูลค่าเพิ่มขึ้นประมาณ 800% ตั้งแต่กลางเดือนมีนาคม 2020 เนื่องจากมีผู้ค้าและนักลงทุนจำนวนมากขึ้นพากันเดิมพันกับ Bitcoin ว่ากำลังจะกลายเป็นแนวทางการชำระเงินหลัก

ที่น่าสนใจก็คือการทำราคาถึง 34,800 ของ Bitcoin เหรียญสหรัฐเกิดขึ้นเพียง 3 สัปดาห์หลังจากที่เคยทำราคาทะลุ 20,000 เหรียญสหรัฐเป็นครั้งแรกในวันที่ 16 ธันวาคม ถือเป็นความเคลื่อนไหวที่รวดเร็วอย่างมาก

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่าฝ่ายโปร Bitcoin ให้เหตุผลว่าสกุลเงินดิจิทัลนี้มีส่วนสำคัญในการเป็นตัวเลือกนอกจากทองคำในฐานะการลงทุนทางเลือกในเวลาที่เงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่าลงและความเสี่ยงจากอัตราเงินเฟ้อ และอ้างว่า Bitcoin ได้รับความสนใจที่เพิ่มขึ้นในหมู่นักลงทุนสถาบัน

ทั้งนี้ ความต้องการ Bitcoin เพิ่มขึ้นมาส่วนหนึ่งเพราะ PayPal ยักษ์ใหญ่ด้านการชำระเงินออนไลน์ประกาศในเดือนตุลาคมปีที่แล้วว่าจะให้เจ้าของบัญชีสามารถใช้งาน Bitcoin ได้

แอนโทนี เทรนเชฟ หุ้นส่วนผู้จัดการและผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Nexo ในลอนดอน (ซึ่งระบุว่าผู้ให้กู้คริปโทเคอร์เรนซีรายใหญ่ที่สุดของโลก) กล่าวกับสำนักข่าว Bloomberg ว่า Bitcoin จะอยู่ในระดับ 50,000 เหรียญสหรัฐในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้

ส่วนสก็อต ไมเนิร์ด ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุนของ Guggenheim Investments กล่าวกับ Bloomberg Television ในการสัมภาษณ์เมื่อวันที่ 16 ธันวาคมว่า ในที่สุดแล้วคาดว่ามูลค่าของ Bitcoin จะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 400,000 เหรียญสหรัฐ

แต่ผู้คลางแคลงมองว่าการที่ราคาของ Bitcoin พุ่งขึ้นมากกว่า 300% ในปีที่ผ่านมาเป็นผลมาจากฟองสบู่ที่มีความเสี่ยง ซึ่งเกิดจากนักลงทุนที่ไล่ตามแรงเหวี่ยงของสกุลเงินนี้

นอกจากนี้ Bitcoin ยังมีประวัติที่น่ากังวล ในระยะใกล้ๆ Bitcoin เคยร่วงลงมากถึง 14% ในวันที่ 26 พฤศจิกายน ก่อนหน้านี้ และมีผู้เตือนว่าการลงทุนประเภทนี้จะพบกับภาวะตลาดปรับฐาน นอกจากนี้ราคาเคยขึ้นครั้งใหญ่ในปี 2017 แต่ตามมาด้วยการสูญเสียถึง 83% เป็นช่วงขาลงที่กินเวลานานถึงหนึ่งปี

แฮมิช แม็คแรแห่ง The Independent คาดการณ์ว่า ฟองสบู่ของ Bitcoin จะแตกในปีนี้เพราะนักลงทุนจะหันหลังให้กับการลงทุนที่เป็นฟองสบู่ง่ายมาเป็นการลงทุนที่เป็นเนื้อเป็นหนังมากขึ้น

Photo by Ozan KOSE / AFP

แจ็ค หม่าหายหน้าจากสาธารณชนกว่า2เดือนแล้ว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641883

วันที่ 04 ม.ค. 2564 เวลา 10:47 น.แจ็ค หม่าหายหน้าจากสาธารณชนกว่า2เดือนแล้วนอกจากนี้เมื่อปลายปีที่แล้ว แจ็ค หม่ายังสูญเงินกว่า3แสนล้านใน2เดือน

แจ็ค หม่า มหาเศรษฐีนักธุรกิชาวจีนและผู้ก่อตั้งบริษัท Alibaba ไม่ได้ปรากฏตัวต่อสาธารณะนานกว่า 2 เดือนแล้ว หลังจากที่เข้ากล่าวท้าทายระเบียบการเงินการธนาคารของประเทศ จนทำให้รัฐบาลจีนขวางการเปิดขายหุ้นครั้งแรกของ Ant Group ของเขา

Telegraph ของสหราชอาณาจักรรายงานว่า แจ็ค หม่า ยังไม่ได้ไปปรากฏตัวตามกำหนดในตอนสุดท้ายของรายการโทรทัศน์ของเขาเองชื่อ Africa’s Business Heroes ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการชาวแอฟริกันรุ่นใหม่ได้แข่งขันเพื่อชิงเงิน 1.5 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งหม่าควรรจะเขาร่วมรายการในฐานะผู้ตัดสิน แต่เขาไม่ได้มาร่วมงานในเดือนพฤศจิกายน นอกจากนี้ภาพถ่ายของเขายังหายไปจากเว็บไซต์ของรายการด้วย

ในกรณีนี้ต่อมาโฆษกของ Alibaba กล่าวว่าหม่าไม่สามารถมีส่วนร่วมในฐานะคณะกรรมการตัดสินได้ “เนื่องจากตารางเวลาทับซ้อนกับกำหนดการอื่น” จากการรายงานข่าวของ Financial Times

ก่อนหน้านี้สำนักข่าว Bloomberg อ้างแหล่งข่าวที่คุ้นเคยกับเรื่องนี้ว่าทางการจีนแนะนำให้แจ็ค หม่าอยู่ในประเทศจีนอย่างน้อยจนถึงต้นเดือนธันวาคมปีที่แล้ว 

จากสถานการณ์ที่เกิดจขึ้นเลห่านี้ทำให้โลกภายนอกจีนเชื่อว่าแจ็ค หม่าคนรวยที่สุดของจีนกำลังตกที่นั่งลำบาก

ทั้งนี้ นอกจากเขาจะหายตัวไปจากสายตาของสาธารณชนแล้ว จากการรายงานของสำนักข่าว Bloomberg แจ็ค หม่าต้องสูญเงินไปถึง 11,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 330,000 ล้านบาท) นับตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคมจนถึงปลายเดือนธันวาคม 2020 โดยตอนนี้มูลค่าทรัพย์สินของเขาอยู่ที่ 50,000 ล้านเหรียญสหรัฐจากที่มีช่วงหนึ่งของปีนี้เคยสูงถึง 61,700 ล้านเหรียญสหรัฐ

ทรัพย์สินที่ลดลงเกิดขึ้นในช่วงที่แจ็ค หม่าถูกทางการจีนตรวจสอบอย่างหนักเรื่องการทำธุรกิจผูกขาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ทางการจีนสั่งระงับการเปิดขายหุ้นครั้งแรกของบริษัท Ant Group ที่หม่าปั้นขึ้นมาให้เป็นฟินเทคชั้นนำของโลก ซึ่งหากขาย IPO สำเร็จหม่าจะกลายเป็นคนที่รวยที่สุดในเอเชียแทบจะทันที

Photo by Philippe LOPEZ / AFP

เพิ่มอำนาจสีจิ้นผิงกุมกองทัพ สั่งระดมพลเรือนสู้ภัยคุกคามได้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641854

วันที่ 03 ม.ค. 2564 เวลา 18:20 น.เพิ่มอำนาจสีจิ้นผิงกุมกองทัพ สั่งระดมพลเรือนสู้ภัยคุกคามได้กาสรแก้ไขกฎหมายใหม่มีนัยสำคัญด้านการป้องกันประทเทศจีนรวมถึงการให้อำนาจกับประธานาธิบดีมากขึ้น

เมื่อวันที่ 3 มกราคม สำนักข่าว ซินหัวรายงานว่าประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ผู้ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการการทหารส่วนกลางของจีน ได้ลงนามในคำสั่งเพื่อประกาศใช้กฎระเบียบเกี่ยวกับยุทโธปกรณ์ทางการทหารฉบับแก้ไข โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2021

กฎระเบียบฉบับปรับปรุงใหม่นี้มุ่งเน้นการเตรียมความพร้อมในสงครามและความสามารถในการรบ มีการกำหนดภารกิจพื้นฐาน กำหนดเนื้อหาและกลไกการบริหารจัดการสำหรับงานด้านยุทโธปกรณ์ทางทหารภายใต้สถานการณ์และระบบใหม่

กฎระเบียบข้างต้นมี 14 บท ประกอบด้วยข้อกำหนด 100 ข้อ เป็นข้อกำหนดที่เป็นไปตามหลักการทั่วไปว่าด้วย “การบัญชาการโดยคณะกรรมาธิการการทหารส่วนกลาง การปฏิบัติการทางทหารโดยกองบัญชาการยุทธบริเวณ และการเพิ่มขีดความสามารถโดยเหล่าทัพ”

ด้านสำนักข่าว SCMP รายงานว่า กฎหมายฉบันี้เพิ่มอำนาจให้กับคณะกรรมาธิการกลางการทหารซึ่งดูแลกองทัพและมีสีจิ้นผิงเป็นประธาน โดยอำนาจที่เพิ่มขึ้นคือสามารถระดมทรัพยากรทั้งทางทหารและของพลเรือนมาใช้ปกป้องผลประโยชน์ของประเทศทั้งในและต่างแดนได้

กฎหมายใหม่ระบุถึงความจำเป็นที่จะต้องสร้างกลไดประสานงานรัฐวิสาหกิจและกิจการเอกชนเพื่อรวมทำการวิจัยเทคโนโลยีการป้องกันประเทศครอบครอบคลุมทั้งการสงครามในรูปแบบและสงครามไซเยอร์ สงครามอวกาศ และอาวุธแม่เหล็กไฟฟ้า

นักวิเคราะห์ด้านการทหารและการเมืองกล่าวว่าการแก้ไขกฎหมายดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับผู้นำทางทหารของประเทศภายใต้การนำของสีจิ้นผิงโดยใช้ความชอบธรรมทางกฎหมายมารองรับ เพื่อตอบสนองต่อความท้าทายจากการเผชิญหน้าระหว่างจีนและสหรัฐที่รุนแรงขึ้น

กฎหมายฉบับนี้ลดอำนาของสภาแห่งรัฐลงและให้อำนาจสีจิ้นผิงโดยตรงมากขึ้นในการกำกับดูแลกองทัพ เจิงจื้อผิง ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายทหารของมหาวิทยาลัยซูโจวกล่าวว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ประการหนึ่งของกฎหมายฉบับนี้คือการลดระดับบทบาทของสภาแห่งรัฐในการกำหนดหลักการป้องกันประเทศของจีน และต่อจากนี้คณะกรรมาธิการที่นำโดยสีจิ้นผิงจะเป็นผู้ชี้นำนโยบายป้องกันประเทศ

Photo by NOEL CELIS / AFP