อาลีบาบาผูกขาดตลาดต้องโทษรัฐบาลจีน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641153

วันที่ 24 ธ.ค. 2563 เวลา 19:02 น.อาลีบาบาผูกขาดตลาดต้องโทษรัฐบาลจีนบทวิเคราะห์ของสำนักข่าวบลูมเบิร์กชี้ว่า รัฐบาลจีนเองเป็นต้นเหตุและสนับสนุนให้เกิดการผูกขาดของอาลีบาบา

วันนี้ (24 ธ.ค.) ทางการจีนประกาศว่าจะเดินหน้าสอบสวนอาลีบาบาในข้อหาผูกขาดทางการค้า และธนาคารกลางของจีน รวมทั้งหน่วยงานกำกับดูแลด้านการธนาคารจะเรียกแอนท์ กรุ๊ป (Ant Group) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของอาลีบาบาเข้าชี้แจง คำสั่งฟ้าผ่านี้ส่งผลให้หุ้นของอาลีบาบาร่วงถึง 8.6% ต่ำสุดในรอบ 5 เดือน

บลูมเบิร์กระบุว่า การก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดตลอดช่วง 20 ปีที่ผ่านมาของอาลีบาบาเป็นผลมาจากนโยบายของรัฐบาลทั้งการปกป้องและการเอาอกเอาใจภาคธุรกิจอินเทอร์เน็ตที่กำลังเติบโตอยู่ในขณะนี้ ภายใต้ข้ออ้างว่าเพื่อความมั่นคงของชาติ ผู้นำจีนงัดทั้งการเซ็นเซอร์ การจำกัดการเป็นเจ้าของกิจการของชาวต่างชาติ และข้อจำกัดอื่นๆ มาสกัดบรรดาคู่แข่งจากต่างชาติ

ตลอดหลายปีที่ผ่านมาไป่ตู้ (Baidu) อาลีบาบา (Alibaba)  และเท็นเซนต์ (Tencent) หรือที่รู้จักกันในนาม BAT ถูกมองว่าเป็นตัวอย่างนวัตกรรมและความทันสมัยของจีน และการที่รัฐบาลจีนไม่ได้เอาอะไรไปจากผู้ก่อตั้งบริษัทเหล่านี้ที่สร้างธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ขึ้นมาด้วยมือเปล่า บวกกับการที่ไม่ต้องเผชิญหน้ากับยักษ์ใหญ่อย่างไมโครซอฟท์ กูเกิล แอมะซอน และเฟซบุ๊ค ก็ทำให้ BAT ได้เกราะป้องกันชั้นดี

การผ่อนผันจากรัฐบาลในช่วงที่บริษัทกำลังตั้งไข่ได้ฟูมฟักให้อาลีบาบาผงาดขึ้นเป็นยักษ์ใหญ่ในภายหลัง โดยรัฐบาลจีนเป็นผู้เปิดไฟเขียวและสนับสนุนให้การผูกขาดเกิดขึ้น

แต่ตอนนี้อาณาจักรอาลีบาบาใหญ่โตเกินไป และรัฐบาลจีนก็ต้องการเด็ดปีกยักษ์ใหญ่ตนนี้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่อยู่เหนือความคาดหมาย

การเสนอขายหุ้นแก่สาธารณชนครั้งแรก (IPO) เมื่อเดือน พ.ย.ของแอนท์ กรุ๊ป ซึ่งจะเป็นการ IPO ครั้งใหญ่ที่สุดของโลกหากสำเร็จ ถูกสั่งระงับกะทันหันในนาทีสุดท้าย หลังจากที่ แจ็ก หม่า วิจารณ์ระบบการธนาคารของจีนไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้า

หลังจากทางการจีนสั่งตรวจสอบอาลีบาบา หนังสือพิมพ์ People’s Daily ซึ่งเป็นปากเสียงของรัฐบาลจีนระบุในบทความว่า ทางการจีนต้องการกำกับดูแลและชี้แนวทางการพัฒนาให้ธุรกิจที่ดำเนินการผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล

People’s Daily ยังเสริมอีกว่า การเคลื่อนไหวดังกล่าวไม่ได้สะท้อนถึงการเปลี่ยนทัศนคติเกี่ยวกับการสนับสนุนและส่งเสริมภาคธุรกิจนี้ แต่การต่อสู้กับการผูกขาดกลายเป็นประเด็นเร่งด่วนเนื่องจากทรัพยากรทั้งหลายไหลไปสู่บริษัทเหล่านี้

เหตุการณ์นี้คล้ายกับที่เกิดขึ้นในสหรัฐและยุโรปที่บรรดาบริษัทยักษ์ใหญ่ถูกตรวจสอบในข้อหาผูกขาดทางการค้า แต่ก็มีความแตกต่างกัน โดยในสหรัฐคณะกรรมการกำกับดูแลทำได้เพียงหวังว่าพวกเขาจะมีอำนาจเพียงพอที่จะสกัดบริษัทอย่างกูเกิล เฟซบุ๊ค หรือแอมะซอน

ทว่าด้วยโครงสร้างนโยบายเศรษฐกิจแบบเสรีนิยมของสหรัฐ ทำให้ทางการทำได้เพียงรอคอยให้บริษัทใดบริษัทหนึ่งเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จนเรียกได้ว่าเป็นการผูกขาด แล้วค่อยก้าวเข้าไปจัดการ

ขณะที่ในจีน มืออันแข็งแกร่งของรัฐบาลเอื้อมไปได้ทุกที่ ไม่ว่าจะเปิดเผยหรือซ่อนเร้น ซึ่งบรรดาเจ้าของบริษัทถูกบีบบังคับให้เดินอยู่บนเส้นบางๆ ระหว่าง “ใกล้ชิดกับรัฐบาล” และ “ใกล้ชิดเกินไป” บรรดาบริษัทในแดนมังกรจึงเป็นเชียร์ลีดเดอร์ของชาติ และบางครั้งก็เป็นศัตรูที่เข้มแข็ง

แต่ไม่ว่าสุดท้ายแล้วทางการจีนจะฟันธงว่าอาลีบาบาผูกขาดตลาดหรือไม่ เพียงโอกาสที่จะถูกรัฐบาลจีนควบคุมก็เพียงพอให้บรรดาเจ้าของบริษัทลุกขึ้นมาดำเนินการอะไรสักอย่างแล้ว

และจากรายงานของวอลล์สตรีทเจอร์นัล หม่าได้ยื่นข้อเสนอแบ่งแอนท์ กรุ๊ป ส่วนหนึ่งให้รัฐบาลจีนเพื่อแสดงความมีน้ำใจก่อนที่ IPO จะถูกระงับแบบฟ้าผ่า ผิดกับท่าทีของ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ที่แสดงท่าทีแข็งขืนระห่างการตอบคำถามในสภาคองเกรส

แต่ในท้ายที่สุดแล้ว “ข้อเสนอ” ของหม่าก็ไม่เพียงพอ

และในเมื่อรัฐบาลจีนช่วยปลุกปั้นอาลีบาบาขึ้นมา อำนาจที่จะตัดสินอนาคตของอาลีบาบาจึงอยู่ในมือรัฐบาลแต่เพียงผู้เดียว

สื่อนอกกังวลไทยเหยียดเมียนมาแรงบนโซเชียล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641147

วันที่ 24 ธ.ค. 2563 เวลา 17:33 น.สื่อนอกกังวลไทยเหยียดเมียนมาแรงบนโซเชียลรอยเตอร์สพบคนไทยบางส่วนใช้คำพูดสร้างความเกลียดชังต่อชาวเมียนมา

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่าการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศไทยที่มีผู้ติดเชื้อเป็นแรงงานชาวเมียนมาจำนวนมาก ส่งผลให้เกิดคำพูดสร้างความเกลียดชัง (hate speech) ของคนไทยบางส่วนต่อชาวเมียนมา เช่น “ถ้าเห็นคนเมียนมาที่ไหนให้ยิงทิ้งซะ” หนึ่งในคอมเมนต์ของคนไทยในยูทูบหลังพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาในกลุ่มแรงงานชาวเมียนมา

โดยรอยเตอร์สพบความคิดเห็นที่ก่อความไม่สงบบนโซเชียลมีเดียคือการเรียกร้องไม่ให้แรงงานต่างด้าวที่ติดเชื้อเข้ารับการรักษา และลงโทษที่พวกเขาทำให้เชื้อไวรัสแพร่ระบาดในประเทศ

รวมทั้งยังมีการตั้งคำถามในการปฏิบัติต่อแรงงานเมียนมาหลายล้านคนในประเทศไทย โดยพวกเขาถูกปิดกั้นไม่ให้เข้าถึงรถประจำทาง, รถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง รวมถึงสำนักงาน

กลุ่มตรวจสอบโซเชียลมีเดียเพื่อสันติภาพ (Social Media Monitoring for Peace) กล่าวกับรอยเตอร์สว่าพบความคิดเห็นหลายร้อยรายการที่จัดว่าเป็นคำพูดสร้างความเกลียดชังบนยูทูบ, เฟซบุ๊ก และทวิตเตอร์

หนึ่งในสมาชิกกลุ่มกล่าวว่า “ความคิดเห็นเหล่านั้นและการเหยียดเชื้อชาติมีจุดมุ่งหมายเพื่อกระตุ้นให้เกิดการเลือกปฏิบัติและส่งเสริมความเป็นชาตินิยม เรากังวลว่าการเลือกปฏิบัติบนโซเชียลมีเดียอาจนำไปสู่การเลือกปฏิบัติและความรุนแรงในโลกแห่งความเป็นจริงด้วย”

โฆษกของเฟซบุ๊กเผยว่า ตรวจพบคำพูดสร้างความเกลียดชังจำนวนมาก และทราบดีว่าคำพูดเหล่านั้นเป็นเรื่องที่เปราะบางและเป็นอันตราย โดยเฟซบุ๊กได้ทำการลบความคิดเห็นหลายรายการเนื่องจากละเมิดนโยบายคำพูดสร้างความเกลียดชัง

ด้านทวิตเตอร์กล่าวว่ากำลังตรวจสอบปัญหานี้ ขณะที่โฆษกรัฐบาลไทยและเมียนมายังไม่แสดงความคิดเห็นใดๆ

Photo by Lillian SUWANRUMPHA / AFP

ม็อบฮ่องกงต้องกบดานหลังสหรัฐปฏิเสธลี้ภัย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641134

วันที่ 24 ธ.ค. 2563 เวลา 16:02 น.ม็อบฮ่องกงต้องกบดานหลังสหรัฐปฏิเสธลี้ภัยเปิดบทสัมภาษณ์ เจิงจี้เจี้ยน นักเคลื่อนไหวชาวฮ่องกงที่กำลังหลบซ่อนตัวหลังถูกปฏิเสธลี้ภัยไปสหรัฐ

เซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์เปิดเผยบทสัมภษณ์ของ เจิงจี้เจี้ยน  (Tsang Chi-kin) วัย 19 ปี หนึ่งในผู้ประท้วงชาวฮ่องกง ซึ่งขณะนี้กำลังซ่อนตัวและหวาดระแวงต่อกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ โดยเมื่อวันที่ 22 ธ.ค. เขามีกำหนดเข้ารับทราบข้อกล่าวหาแต่ไม่ได้ปรากฏตัวต่อศาล

เจิงจี้เจี้ยนเป็นนักเคลื่อนไหวที่เคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจยิงบริเวณหน้าอกในเหตุการณ์ประท้วงรุนแรงเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2020 และถูกจับในเวลาต่อมาในข้อหาก่อจลาจลและทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ตำรวจ

เขายังเป็นหนึ่งในนักเคลื่อนไหว 4 คนที่ไปขอยื่นลี้ภัยที่สถานกงสุลสหรัฐในฮ่องกงเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา แต่แผนการลี้ภัยของเขาต้องจบลงเมื่อมีนักเคลื่อนไหวคนอื่นๆ ถูกจับกุมขณะเดินทางไปยื่นขอลี้ภัยเช่นกัน

เจิงจี้เจี้ยนเล่าว่า ก่อนหน้านี้พวกเขาเคยติดต่อสถานกงสุลแล้วและได้รับอนุญาตให้เขาไปได้ เขาเริ่มเห็นความหวังแม้รู้ว่ามันจะเสี่ยงก็ตาม แต่เมื่อไปถึงเจ้าหน้าที่กลับขับไล่พวกเขาและบังคับให้พวกเขากลับไป

ตั้งแต่ที่เขาพยายามขอความช่วยเหลือจากสถานกงสุลสหรัฐ เขาต้องเจอกับข้อหาสมรู้ร่วมคิดกับต่างชาติภายใต้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ

เขากล่าวว่า “ผมคิดว่าจะไม่ได้รับความยุติธรรมในฮ่องกง เมื่อมีการบัญญัติกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ การปราบปรามก็ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น สถานการณ์ในฮ่องกงตอนนี้กำลังแย่ และผมไม่คิดว่าจะอยู่ในฮ่องกงต่อไปได้” พร้อมยืนยันว่าอย่างไรก็ตามเขาจะหาทางลี้ภัยออกจากฮ่องกงให้ได้

ทุกวันนี้เขาอยู่ด้วยความหวาดกลัวว่าจะถูกตำรวจตามล่าและถูกตั้งข้อหาเพิ่ม ซ่างเผยว่าเขายังรอคอยความช่วยเหลือแม้จะรู้ดีว่าเป็นไปได้ยากแต่เขาถอยกลับไปไม่ได้แล้วและจะพยายามผ่านมันไปให้ได้

Photo by ISAAC LAWRENCE / AFP

เชือด แจ็ก หม่า ซ้ำ! รัฐบาลจีนฟันอาลีบาบาผูกขาดการค้า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641123

วันที่ 24 ธ.ค. 2563 เวลา 14:34 น.เชือด แจ็ก หม่า ซ้ำ! รัฐบาลจีนฟันอาลีบาบาผูกขาดการค้าทางการจีนไล่ตรวจสอบอาลีบาบาอย่างหนัก ทำหุ้นร่วงหนักสุดในรอบ 5 เดือน

สำนักงานบริหารจัดการกฎระเบียบตลาดแห่งรัฐ ซึ่งเป็นหน่วยงานต่อต้านการผูกขาดทางการค้าของจีนเผยว่า รัฐบาลจีนกำลังตรวจสอบบริษัท อาลีบาบา ของ แจ็ก หม่า ในข้อหาผูกขาดการค้า รวมทั้งจะเรียกผู้บริหารจากบริษัท แอนท์ กรุ๊ป (Ant Group) ซึ่งเป็นบริษัทในเครืออาลีบาบาเข้าพบหน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงิน รวมทั้งธนาคารกลาง

ด้านอาลีบาบาและแอนท์ กรุ๊ปออกแถลงการณ์ว่า จะให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่อย่างเต็มที่

คำสั่งตรวจสอบดังกล่าวส่งผลให้หุ้นของอาลีบาบาในตลาดหุ้นฮ่องกงร่วงลง 8.6% ซึ่งต่ำสุดในรอบ 5 เดือน

การเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นในขณะที่ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ประกาศจะจัดการกับการผูดขาดตลาดและการขยายการลงทุนของบริษัทเทคโนโลยีที่เติบโตอย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้ นอกจากแอนท์ กรุ๊ปจะให้บริการการชำระเงินทางออนไลน์แล้ว ยังขยับขยายไปสู่การปล่อยเงินกู้สำหรับลูกค้าและธุรกิจขนดาดเล็ก ทำให้รัฐบาลเริ่มกังวลว่าหนี้ส่วนตัวของชาวจีนจะเพิ่มขึ้นจนเป็นปัญหากับระบบการเงินในภาพรวมของประเทศ

ทางการจีนออกกฎหมายควบคุมการปล่อยเงินกู้ผ่านช่องทางออนไลน์หลังจากฟินเทคบักษ์ใหญ่อย่างอาลีบาบาและเท็นเซนต์กลายเป็นผู้นำตลาด

ทั่วโลกชื่นชมกู้ภัยไทย ช่วย CPR ลูกช้าง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641114

วันที่ 24 ธ.ค. 2563 เวลา 13:34 น.ทั่วโลกชื่นชมกู้ภัยไทย ช่วย CPR ลูกช้างสื่อนอกเผยคลิปนาทีชีวิตกู้ภัยไทยปั๊มหัวใจลูกช้างป่า

สื่อต่างประเทศ อาทิ บีบีซีซีเอ็นเอ็นรอยเตอร์ส และเดอะ การ์เดียน เผยแพร่คลิป มานะ ศรีเวช เจ้าหน้าที่กู้ภัยชาวไทยพยายามทำ CPR ปั๊มหัวใจลูกช้างป่าที่นอนหมดสติหลังถูกรถจักรยานยนต์พุ่งชนขณะกำลังข้ามถนน ที่อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี จนกระทั่งลูกช้างฟื้นและสามารถลุกขึ้นยืนได้

รวมทั้งในเฟซบุ๊กของบีบีซี ซึ่งมีคนเข้ามากดถูกใจกว่า 7 หมื่นคน รวมทั้งความคิดเห็นอีกกว่าพันรายการ อาทิ Cora Chan ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งกล่าวว่า “เราต้องการฮีโร่แบบเขาอีกมากเพื่อส่งต่อความรัก ความเมตตากรุณา ศักด์ศรีความเป็นมนุษย์ และความช่วยเหลือ”

และ Sarah Campbell Marchment กล่าวว่า “ฉันร้องไห้เลย ชายคนนั้นน่ารักมาก หวังว่าช้างตัวนั้นจะไม่ถูกรถชนอีกและมีอายุยืน”

รวมถึงเพจดังอย่าง 9GAG  ก็ได้เผยแพร่คลิปดังกล่าวด้วยยอดกดถูกใจกว่า 4 หมื่น และความคิดเห็นอีกกว่า 300 รายการ อาทิผู้ใช้เฟซบุ๊ก Laetitia Cavinato แสดงความเห็นว่า “เป็นเรื่องราวที่ดีมาก คุณทำได้ดีมากมานะ ช้างเป็นสัตว์ที่ฉลาด เขาอาจจะจำได้ว่าคุณช่วยชีวิตเขา”

ทั้งนี้ ส่วนหนึ่งมองว่าผู้คนสร้างถนนบนเส้นทางของสัตว์ป่าดังนั้นเราจึงควรระมัดระวังในการขับขี่เป็นอย่างมากเพื่อไม่ให้เดือดร้อนรบกวนสัตว์ป่าเหล่านั้น

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2F9gag%2Fposts%2F10161215229131840&width=500&show_text=true&height=489&appId

กลัวโควิด! ลาวห้ามนำเข้าอาหารทะเลจากไทยชั่วคราว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641111

วันที่ 24 ธ.ค. 2563 เวลา 12:30 น.กลัวโควิด! ลาวห้ามนำเข้าอาหารทะเลจากไทยชั่วคราวทางการลาวสั่งห้ามนำเข้าซีฟู้ดจากไทยชั่วคราว หลัง Covid-19 ระบาดหนักที่สมุทรสาคร  

The Laotian Times รายงานว่า กระทรวงอุตสาหกรรมและการพาณิชย์ของลาวได้ออกประกาศเมื่อวันที่ 23 ธ.ค.ที่ผ่านมาว่า ห้ามนำเข้าอาหารทะเลทั้งแบบสดและแช่แข็งจากประเทศไทยชั่วคราว เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของ Covid-19

คำสั่งดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 23 ที่ผ่านมา จนกว่าเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจากทั้งทางการลาวและไทยจะหารือเรื่องนี้ รวมทั้งหามาตรการป้องกัน ตรวจสอบความปลอดภัยของอาหารทะเลที่นำเข้าจากไทยว่าปลอดจากเชื้อโคโรนาไวรัส

นอกจากนี้ คณะกรรมการอาหารและยาของลาวจะรับผิดชอบในการประสานงานกับทางการไทยเพื่อหาทางแก้ไขอย่างทันท่วงที

คำสั่งดังกล่าวมีขึ้นหลังจาก Covid-19 ระลอกใหม่ระบาดจากตลาดกลางค้ากุ้งในจังหวัดสมุทรสาครจนมีผู้ติดเชื้อนับพันคนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทำให้มีความเสี่ยงที่เชื้อโคโรนาไวรัสจะปนเปื้อนไปกับอาหารทะเลนำเข้าจากไทย

มันใกล้เข้ามาแล้ว โควิดสายพันธุ์อังกฤษมาถึงสิงคโปร์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641105

วันที่ 24 ธ.ค. 2563 เวลา 11:30 น.มันใกล้เข้ามาแล้ว โควิดสายพันธุ์อังกฤษมาถึงสิงคโปร์กระทรวงสาธารณสุขสิงคโปร์พบผู้ติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์อังกฤษรายแรกในประเทศ

เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม สำนักข่าวท้องถิ่นสิงคโปร์รายงานว่ากระทรวงสาธารณสุขสิงคโปร์ยืนยันพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เป็นรายแรกในประเทศ ซึ่งเป็นสายพันธุ์เดียวกับที่แพร่ระบาดในสหราชอาณาจักร

กระทรวงสาธารณสุขเผยว่า ผู้ป่วยคนดังกล่าวเป็นเพศหญิง อายุ 17 ปี ซึ่งไปเรียนที่สหราชอาณาจักรตั้งแต่เดือนสิงหาคม และกลับมายังสิงคโปร์ในวันที่ 6 ธันวาคม โดยเริ่มมีไข้ในวันต่อมาก่อนที่จะมีผลตรวจเป็นบวก และผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดทั้งหมดได้ทำการกักตัวและมีผลตรวจเป็นลบ โดยขณะนี้ยังไม่พบว่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่มีการแพร่ระบาดในชุมชน

ทั้งนี้ สิงคโปร์มีผู้ป่วยที่เดินทางกลับจากยุโรประหว่างวันที่ 17 พฤศจิกายน ถึง 17 ธันวาคม และได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนาในเดือนนี้รวม 31 ราย

โดยนอกเหนือจากนักเรียนวัย 17 ปีข้างต้นที่ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่แล้ว ยังมีอีก 11 รายที่มีผลตรวจหาเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่เบื้องต้นเป็นบวก

นอกนั้น 12 รายพบว่าไม่ได้ติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ อีก 5 รายยังไม่สามารถตรวจสอบได้เนื่องจากมีปริมาณไวรัสต่ำ และอีก 2 รายยังไม่ได้เข้ารับการตรวจ

ทั้งนี้ สิงคโปร์ได้ระงับชาวต่างชาติที่มีประวัติเดินทางไปยังสหราชอาณาจักรในช่วงเร็วๆ นี้ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่

Photo by Handout / RAFFLES MEDICAL GROUP / AFP

การนิรโทษกรรมจะป้องกันไม่ให้ต่างด้าวหลบหนี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641076

วันที่ 23 ธ.ค. 2563 เวลา 20:25 น.การนิรโทษกรรมจะป้องกันไม่ให้ต่างด้าวหลบหนีมีเขื่อนไขมากกมายที่ทำให้การป้องปราบแรงงานต่างด้าวไม่ได้ผล แต่มีวิธีเฉพาะหน้าอย่างหนึ่งอาจช่วยลดแรงกดดันให้ทุกฝ่ายได้

และแล้วสิ่งที่หลายคนกังวลก็กลายเป็นจริง เมื่อมีข่าวเรื่องนายจ้างที่ จ. สมุทรสาครลอยแพลูกจ้างเมียนมาซึ่งไม่มีหลักฐานอนุญาตทำงาน จากการสอบสวนยังทราบว่านายจ้างพาหลบหนีออกมาเพราะกลัวตำรวจเข้ามาตรวจ และกำลังจะนำแรงงานข้ามชาติเหล่านี้ไปส่งต่อที่ จ.ระยอง แต่ทั้งหมดปฏิเสธจึงต้องนำตัวไปส่งญาติที่บางพลี แต่ญาติไม่ยอมรับเพราะรู้ว่ามาจาก จ.สมุทรสาคร จึงลอยแพทิ้งไว้เสียอย่างนั้น

กรณีแบบนี้คงไม่ใช่ครั้งแรกและครั้งเดียว ตราบใดที่ยังมีแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง คนเหล่านี้ก็จะใช้วิธีหลบหนีต่อไป ไม่ยอมออกมามอบตัว และนายจ้างจะใช้วิธีพาไปส่งที่ไกลๆ เพื่อทำงานตามท้องไร่ท้องนาไกลหูไกลตาเจ้าหน้าที่บ้านเมือง หรือลอยแพ้ทิ้งไว้กลางทางเสียเลย

แรงงานเหล่านี้กระทำความผิด แต่ความผิดของพวกเขาเกิดจากความกระเสือกกระสนหางานทำช่วงที่โควิด-19 ทำให้พวกเขามีสภาพที่ยากแค้นในบ้านเกิดเมืองนอน แน่นอนว่าแม้จะมีเรื่องน่าเห็นใจแต่มันยังเป็นความผิดอยู่ดี และยังทำให้คนไทยเห็นใจได้ยากเพราะทำให้คนไทยพลอยเสี่ยงติดโรคไปด้วย

หากแรงงานต่างด้าวผิดจนเห็นใจได้ยากแล้ว คนที่นำพวกเขาเข้ามาและว่าจ้างแรงงานเหล่านี้ยิ่งผิดมากกว่า ได้กระทำทั้งเรื่องผิดกฎหมายอย่างการจ้างแรงงานเถื่อน ช่วยเหลือผู้ลักลอบเข้าเมือง และขาดจิตสำนึกเพราะทำให้เพื่อนร่วมชาติเสี่ยงกับโรคระบาดเพียงเพื่อจะทำธุรกิจ นายจ้างเหล่านี้จึงมี “โทษมหันต์”

แต่การเอาโทษคนเหล่านี้รังแต่จะเป็นภัยต่อประเทศไทย เพราะอย่างที่กล่าวไปว่าในเมืองแรงงานเข้ามาแบบเถื่อนๆ ถูกจ้างแบบเถื่อนๆ คนเหล่านี้ไม่มีทางกล้ามาแสดงตัวต่อเจ้าหน้าที่ มีแต่จะถูกส่งไปที่ไกลๆ หรือทิ้งไว้เป็นภาระคนไทยเสียอีก

หนึ่งในวิธีการเฉพาะหน้าคือรัฐบาลอาจจะต้อง “ประกาศนิรโทษกรรมแรงงานผิดกฎหมายและนายจ้างแรงงานผิดกฎหมาย”

โดยเริ่มทดลองการนิรโทษกรรมในพื้นที่ Ground zero หรือจุดที่เกิดการระบาดแรกเริ่มก่อนคือ จ. สมุทรสาคร หากได้ผลจึงค่อยขยายให้ครอบคลุมในที่อื่นๆ

การนิรโทษกรรมควรประกาศให้ชัดว่า แรงงานผิดกฎหมายจะไม่ถูกลงโทษ นายจ้างจะไม่ถูกเอาความ และผู้นำเข้ามาจะไม่ถูกดำเนินคดีเป็นชั่วคราว

เมื่อแรงงานมามอบตัวแล้วจัดการตรวจโรคและสอบถามความสมัครใจว่าจะกลับประเทศต้นทางหรือจะขึ้นทะเบียนเป็นแรงงานถูกกฎหมาย (วิธีการนี้มาเลเซียใช้ในเดือนธันวาคมนี่เอง)

รัฐบาลต้องกำหนดระยะเวลาให้ชัดเจนว่าจะครอบคลุมช่วงเวลาใดและสิ้นสุดระยะใด เพื่อป้องกันไม่ให้มีคนฉวยโอกาสที่มีการละเว้นโทษแล้วนำแรงงานเข้ามาสวมรอย และในเวลาเดียวกันเจ้าหน้าที่ชายแดนและหน่วยสกัดตามจุดต่างๆ ต้องทำงานเข้มข้นขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้มีแรงงานฉวยโอกาสที่มีการนิรโทษกรรมเพื่อที่จะลักลอบข้าประเทศ

การประกาศนิรโทษกรรมแรงงานต่างด้าวถูกนำมาใช้ในบางประเทศ เช่น มาเลเซีย เกาหลีใต้ หรือแม้แต่สหรัฐ โจ ไบเดนก็เสนอจะนิรโทษกรรมแรงงานต่างด้าว

ในกรณีของเกาหลีใต้มีการนิรโทษกรรมตั้งแต่ก่อนการระบาดของโควิด-19 คือเมื่อปี 2019 โดยเป้าหมายของการนิรโทษกรรมคือการลดภาระให้กับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองซึ่งต้องทำงานหนักเพราะจำนวนผู้อพยพผิดกฎหมายเพิ่มมากขึ้น และการอพยพแรงงานผิดกฎหมายออกจากเกาหลีโดยความสมัครใจทำต่อเนื่องมาจนถึงปีนี้

เกาหลีใต้จึงไม่ใช้การนิรโทษกรรมที่เกิดขึ้นในช่วงโควิด-19 เหมือนกับประเทศไทย แต่มีประเด็นหนึ่งน่าสนใจก็คือความไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่าจะทำอย่างที่พูดหรือไม่ (คือไม่เอาผิดแรงงานผิดกฎหมาย) ในเรื่องนี้หัวหน้าคณะกรรมาธิการกิจการตรวจคนเข้าเมืองเกาหลีใต้ (KIS) เคยให้สัมภาษณ์กับ The Korea Times ว่ารัฐบาลจะออกหนังสือยืนยันให้ ตราบใดที่มารายงานตัวตามกำหนด พวกเขาจะได้รับวีซ่าเข้าออกหลายครั้งในคราวต่อไป

สิ่งสำคัญก็คือหัวหน้า KIS บอกว่า จะต้องสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจกันทีละน้อยๆ

หัวใจของการนิรโทษกรรมก็คือการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ หากรัฐบาลไทยจะใช้วิธีนี้จะต้องมีการประชาสัมพันธ์ให้เห็นว่าแรงงานที่ผิดกฎหมายที่มารายงานตัวไม่ถูกลงโทษจริง และได้รับบริการตรวจเชื่อจริง และจะมีการจัดระเบียบจริงๆ เพื่อที่พวกเขาจะไม่ต้องถูกขึ้นบัญชีดำในอนาคต

ในกรณีของมาเลเซียไม่ได้นิรโทษกรรมแบบฟรีๆ เพราะมีการปรับนายจ้างด้วยและต้องจ่ายภาษี ซึ่งไม่ใช่เงินจำนวนมากนัก แต่ยังดีกว่าโทษทางอาญาที่รุนแรงกกว่านี้และยังช่วยลดแรงกดดันให้กับทุกฝ่ายด้วย

สถานะอย่างประเทศไทยที่มีแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายหลายแสนคนหรืออาจจะหลายล้านคน ทางเลือกที่จะกวาดคนเหล่านี้มาควบคุมให้อยู่กับที่ “เป็นเรื่องเหลือบ่ากว่าแรง”

แต่หากปฏิบัติต่อพวกเขาอย่างจริงใจ และยืนยันว่าจะไม่มีการเอาผิดหากมอบตัวในเวลาที่กำหนด เชื่อว่านายจ้างและแรงงานต่างด้าวจะมาแสดงตัวอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง

สิ่งที่ไทยต่างจากเกาหลีใต้และมาเลเซียก็คือ พรมแดนทั้งสี่ทิศของไทยประชิดเพื่อนบ้านทั้งสี่ทิศ โดยที่มีพรมแดนติดกับเมียนมายาวที่สุดและควบคุมยากที่สุดด้วย

เกาหลีใต้นั้นติดแค่เกาหลีเหนือซึ่งมีพรมแดนที่เข้มงวดที่สุดในโลก แรงงานต่างด้าวส่วนใหญ่เป็นพวก “หนีวี” คือเข้ามาทางเครื่องบินด้วยวีซ่านักท่องเที่ยวแล้วโดดทัวร์ไปทำงาน

มาเลเซียมีพรมแดนติดกับไทยแค่ทางเหนือเท่านั้น โดยแรงงานส่วนใหญ่เข้ามาทางประเทศไทยนั่นเองและจำนวนไม่น้อยก็เป็นคนไทย คนเมียนมา คนกัมพูชา และโรฮิงยา/บังกลาเทศ เมื่อไทยปิดพรมแดนมาเลเซียจึงกังวลน้อยลง เหลือแค่นิรโทษกรรมคนเดิมที่อยู่ตกค้างในประเทศเท่านั้น

ดังนั้นระยะเวลานิรโทษกรรมของมาเลเซียจึงลากยาวไปถึง 30 มิถุนายน 2021 สาเหตุก็เพราะมาเลเซียไม่ต้องกังวลมากนักว่าจะมีแรงงานทะลักเข้ามาอีก และในช่วงเดือนมิถุนายนก็น่าจะเป็นเวลาที่หลายประเทศได้รับวัคซีนที่สั่งไปแล้ว

ความท้าทายของไทยคือ ถึงแม้จะนิรโทษกรรมไปแล้ว ยังมีโอกาสที่แรงงานผิดกฎหมายจะทะลักเข้าอีก คราวนี้ไม้ควรจะใช้ไม้อ่อนอีก ถึงเวลาที่รัฐบาลจะต้องใช้ไม้แข็งแบบไม่ต้องเกรงหน้าอินทร์ หน้าพรหม หรือเกรงใจเพื่อนพ้อง เครือข่ายผลประโยชน์หน้าไหนอีก

อย่าลืมว่าปัญหาใหญ่ที่สุดของประเทศไม่ใช่ไม่มีกฎหมาย แต่มีกฎหมายแล้วไม่บังคับใช้จริงจัง เช่นเดียวกันเมื่อจะใช้วิธีนิรโทษกรรมก็ต้องใช้อย่างจริงใจเช่นกัน ไม่ใช่ว่าปากบอกว่าไม่เอาผิดแล้วฉวยโอกาสข่มขู่รีดไถ

ไม่เช่นนั้นต่อให้ใช้กี่ครั้งก็ไม่มีวันสำเร็จ

Photo by Jack TAYLOR / AFP

เสียวหมี่มาแรง มูลค่าตลาดทะลุแสนล้านเหรียญ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641059

วันที่ 23 ธ.ค. 2563 เวลา 18:20 น.เสียวหมี่มาแรง มูลค่าตลาดทะลุแสนล้านเหรียญเสียวหมี่เติบโตต่อเนื่องทั้งตลาดในบ้านและต่างประเทศ โดยในจีนสามารถแซงหน้าคู่แข่งอย่างหัวเว่ย

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า มูลค่าการตลาดของบริษัทเสียวหมี่ ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนสัญชาติจีนทะลุ 100,000 ล้านเหรียญสหรัฐเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยในวันนี้ (23 ธ.ค.) หุ้นของเสียวหมี่ในตลาดหุ้นฮั่งเส็งของฮ่องกงทะยานทุบสถิติถึง 9.1%

ผลจากหุ้นที่เพิ่มขึ้นทำให้หุ้นของเสียวหมี่เป็นหุ้นตัวที่ 13 ที่มีมูลค่าการตลาดแตะ 100,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

แหล่งข่าววงในเผยว่า เมื่อครั้งเปิดขายหุ้นต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก (IPO) เมื่อ 2 ปีที่แล้ว เสียวหมี่ตั้งเป้าระดมทุน 100,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ทว่าขณะนั้นทำได้เพียงครึ่งหนึ่งของที่ตั้งเป้าไว้เท่านั้น และในช่วง 2 ปีแรกที่จดทะเบียนเป็นบริษัทมหาชนมูลค่าหุ้นของบริษัทต่ำกว่า 17 เหรียญฮ่องกง หรือ 66.15 บาท

ทว่านับตั้งแต่เสียวหมี่ประกาศว่าจะนำหุ้นเข้าซื้อขายในตลาดหุ้นฮั่งเส็งของฮ่องกงเมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา มูลค่าหุ้นของเสียวหมี่ก็เพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่า อีกทั้งยอดขายสินค้าในช่วงเทศกาลช็อปปิ้ง 12.12 ที่จีนยังดันให้หุ้นของเสียวหมี่เพิ่มขึ้น 20%

เมื่อเดือนที่แล้ว เสียวหมี่ทำรายได้ทะลุเป้าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ และยังทำยอดขายรายไตรมาสเติบโตเร็วที่สุดในรอบ 2 ปี

นอกจากนี้ เสียวหมี่ยังเป็นหนึ่งในบริษัทเทคโนโลยีของจีนเพียงไม่กี่แห่งที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งในตลาดต่างประเทศและยังได้อานิสงส์จากการใช้เทคโนโลยี 5G รวมทั้งแย่งส่วนแบ่งการตลาดของคู่แข่งอย่างหัวเว่ยได้สำเร็จ

สหรัฐเย้ยจีนส่งเรือรบเข้าหมู่เกาะสแปรตลีย์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641041

วันที่ 23 ธ.ค. 2563 เวลา 16:19 น.สหรัฐเย้ยจีนส่งเรือรบเข้าหมู่เกาะสแปรตลีย์กองทัพเรือสหรัฐท้าทายข้อจำกัดจีน ส่งเรือรบเข้าใกล้หมู่เกาะสแปรตลีย์

เซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์รายงานเมื่อวันที่ 22 ธ.ค. กองทัพเรือสหรัฐส่งเรือรบเข้าใกล้หมู่เกาะสแปรตลีย์ หมู่เกาะพิาทในทะเลจีนใต้ เพื่อท้าทายข้อจำกัดการผ่านโดยสุจริต (innocent passage) ที่กำหนดโดยจีน, เวียดนาม และไต้หวัน

โดยเทียน จุนหลี่ โฆษกกองบัญชาการภาคใต้ของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (PLA) เผยว่าเรือรบ ยูเอสเอส จอห์นเอส. แมคเคน ของสหรัฐแล่นเข้าใกล้หมู่เกาะสแปรตลีย์ หรือที่จีนเรียกว่าหมู่เกาะหนานซา ก่อนที่จะเคลื่อนออกไปหลังได้รับคำเตือนจาก PLA

เทียนกล่าวว่า “จีนไม่เห็นด้วยกับพฤติกรรมที่บ่อนทำลายอธิปไตยและความมั่นคงของจีน ซึ่งเป็นการทำลายสันติภาพและเสถียรภาพในทะเลจีนใต้อย่างร้ายแรงเช่นกัน”

ด้านผู้บัญชาการกองเรือแปซิฟิกของสหรัฐแถลงว่า เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. เรือรบ ยูเอสเอส จอห์นเอส. แมคเคน ได้ยืนยันสิทธิและเสรีภาพในการเดินเรือในหมู่เกาะสแปรตลีย์ซึ่งสอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ

โดยกล่าวว่าการอ้างสิทธิ์ทางทะเลที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายของจีนเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อเสรีภาพในทะเล รวมถึงเสรีภาพในการเดินเรือ เสรีภาพทางการค้า และการเปิดโอกาสทางเศรษฐกิจสำหรับประเทศอื่นๆ ในทะเลจีนใต้

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่กองทัพสหรัฐส่งคำเตือนในเอกสารเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าจะรุกจีนหนักมากขึ้น

โดยระยะหลังมานี้สหรัฐได้ส่งเรือไปยังทะเลจีนใต้บ่อยขึ้นซึ่งอ้างว่าเป็น “เสรีภาพในการเดินเรือ” โดยครั้งล่าสุดถือเป็นครั้งที่ 9 ในปีนี้ที่เรือของสหรัฐแล่นไปในเขตที่จีนอ้างสิทธิ์

ทั้งนี้ จีนอ้างสิทธิ์ในหมู่เกาะเกือบทั้งหมดในทะเลจีนใต้ แต่ถูกโต้แย้งจากประเทศอื่นๆ ในภูมิภาครวมถึงไต้หวัน เวียดนาม มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และบรูไน

AFP PHOTO / US NAVY / HO