ดันกฎหมายห้ามแชร์ภาพใส่ร้ายตำรวจขณะปฏิบัติหน้าที่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/638060

วันที่ 15 พ.ย. 2563 เวลา 18:09 น.ดันกฎหมายห้ามแชร์ภาพใส่ร้ายตำรวจขณะปฏิบัติหน้าที่ฝรั่งเศสผลักดันกฎหมายเอาผิดผู้ที่แพร่ภาพหรือคลิปที่ทำให้ตำรวจดูเป็นผู้ร้ายในสายตาประชาชน

สำนักข่าว France24 รายงานว่าฝรั่งเศสเสนอร่างกฎหมายความมั่นคงฉบับใหม่ โดยจะห้ามมิให้เผยแพร่ภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีเจตนาจะป้ายสีเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มีภาพลักษณ์ที่เลวร้าย เพื่อปกป้องเจ้าหน้าที่จากการโจมตีที่มุ่งร้ายโดยใช้โซเชียลมีเดีย

มาตรา 24 ของร่างกฎหมายความมั่นคงฉบับใหม่ของฝรั่งเศสจะกำหนดความผิดทางอาญาใหม่ซึ่งมีโทษจำคุก 1 ปีและปรับ 45,000 ยูโร (ราว 1,6 ล้านบาท) หากผู้กระทำผิดเผยแพร่ภาพที่มีเป้าหมายซึ่ง “ทำร้ายให้ได้รับความกระทบกระเทือนทางร่างกายหรือจิตใจ” แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ

ข้อนี้ถูกเสนอครั้งแรกโดยฌอง มิเชล-โฟแวร์เกอ ซึ่งเป็น ส.ส. ของพรรค LREM ของประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง หลังจากที่สหภาพตำรวจได้พยายามผลักดันเรื่องนี้มานาน

อลิซ ตูโรต์ ส.ส. อีกคนของพรรค LREM กล่าวกับสถานีวิทยุ Inter radio ว่า จุดประสงค์ของกฎหมายฉบับนี้ก็คือเพื่อห้ามไม่ให้มีการเรียกร้องให้แก้แคนกับเจ้าหน้าที่และครอบครัวของพวกเขาด้วยวิธีการที่รุนแรง โดยผ่านทางการแพร่ภาพวิดีโอทางโซเชียลมีเดีย

กฎหมายฉบับนี้ยังอนุญาตให้มีการแพร่ภาพบันทึกจากกล้องติดตัวตำรวจขณะปฏิบัติหน้าที่ (body camera) เพื่อที่จะใช้เป็นการถ่วงดุลกับภาพที่มีผู็ถ่ายเอาไว้แล้วนำมาเผยแพร่ทางโซเชียลทีเดีย เนื่องจากผู้สนับสนุนกฎหมายบอกว่าภาพคลิของตำรวจขณะปฏิบัติหน้าที่ที่ถูกโพสต์บนโซเชียลมีเดียมักถูกตัดต่อจนหลายคัร้งทำให้ผู้คนเข้าใจการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจผิดไปจากบริบทของสถานการณ์แวดล้อม

อย่างไรก็ตาม มีผู้ต่อต้านร่างกฎหมายฉบับนี้ เช่น สมาคมผู้สื่อข่าวฝรั่งเศสเผยแพร่จดหมายเปิดผนึกประณามร่างกฎหมายนี้ว่าเป็นภัยคุกคามต่อเสรีภาพในการรายงานข่าว ส่วน ขณะเดียวกันแอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนล (Amnesty International) กล่าวว่าหากผ่านกฎหมายนี้รัฐบาลฝรั่งเศสจะละเมิดอนุสัญญาระหว่างประเทศปี 1966 ว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองซึ่งคุ้มครองเสรีภาพในการแสดงออก

ภาพประกอบ – ผู้ประท้วงต่อต้านการล็อคดาวน์ถูกตำรวจควบคุมตัวระหว่างการเดินขบวนในเมืองแฟรงก์เฟิร์ตอัมไมน์ทางตะวันตกของเยอรมนีเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2020 (ภาพโดย Yann Schreiber / AFP)

หยุดยิงแต่ไม่ยอมยกให้ ชาวอาร์เมเนียเผาบ้านทิ้งไม่ให้ศัตรูได้ไป #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/638049

วันที่ 15 พ.ย. 2563 เวลา 16:07 น.หยุดยิงแต่ไม่ยอมยกให้ ชาวอาร์เมเนียเผาบ้านทิ้งไม่ให้ศัตรูได้ไปสุดสัปดาห์นี้ชาวอาร์เมเนียต้องรีบอพยพออกจากพื้นที่ขัดแย้งที่ต้องยกให้อาเซอร์ไบจาน พวกเขาตัดสินใจที่จะไม่ยอมยกบ้านให้ศัตรู

ผู้สื่อข่าวของสำนักข่าว AFP เก็บภาพสะเทือนใจระหว่างที่ผู้อยู่อาศัยชาวอาร์เมเนียคนหนึ่งจุดไฟเผาบ้านของเขาในหมู่บ้านชาเรกตาร์ นอกเมืองคัลบาจาร์ เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2020 ซึ่งเป็นพื้นที่ความขัดแย้งทางทหารระหว่างอาร์เมเนียและอาเซอร์ไบจานในพื้นที่ที่เป็นกรณีพิพาทของทั้งสองฝ่ายคือ แคว้นนากอร์โน-คาราบัค

ในเวลานี้ชาวบ้านที่เป็นชาวอาร์เมเนียในนากอร์โน-คาราบัคพากันจุดไฟเผาบ้านก่อนจะหนีไปยังประเทศอาร์เมเนียก่อนกำหนดสุดสัปดาห์ ซึ่งจะมีการส่งมอบดินแดนบางส่วนของนากอร์โน-คาราบัคให้กับอาเซอร์ไบจานเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงสันติภาพ ทำให้ชาวอาร์เมเนียในพื้นที่หนีไปยังแผ่นดินใหญ่ของประเทศอาร์เมเนีย แทนที่จะเลือกอยู่ภายใต้การปกครองของประเทศอาเซอร์ไบจาน

ภาพโดย Alexander NEMENOV / AFP

ภาพโดย Alexander NEMENOV / AFP
ภาพโดย Alexander NEMENOV / AFP
ภาพโดย Alexander NEMENOV / AFP
ภาพโดย Alexander NEMENOV / AFP

ซื้อเท่าไหร่ก็ไม่ต้องทิ้ง เพราะทุกสิ่งมีค่า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/638062

วันที่ 15 พ.ย. 2563 เวลา 15:31 น.

ซื้อเท่าไหร่ก็ไม่ต้องทิ้ง เพราะทุกสิ่งมีค่า

Posttoday Podcast DeepTalk ซื้อเท่าไหร่ก็ไม่ต้องทิ้ง เพราะทุกสิ่งมีค่า

Posttoday Podcast DeepTalk ซื้อเท่าไหร่ก็ไม่ต้องทิ้ง เพราะทุกสิ่งมีค่า

ติดตาม PostToday Podcast ได้ที่ 

https://soundcloud.com/posttoday 

https://w.soundcloud.com/player/?url=https%3A//api.soundcloud.com/tracks/929583715&color=%23ff5500&auto_play=false&hide_related=false&show_comments=true&show_user=true&show_reposts=false&show_teaser=true&visual=true

PostToday · ซื้อเท่าไหร่ก็ไม่ต้องทิ้ง เพราะทุกสิ่งมีค่า

เอเชียผนึกกำลังเซ็นข้อตกลงการค้าเสรีที่ใหญ่ที่สุดในโลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/638059

วันที่ 15 พ.ย. 2563 เวลา 14:10 น.เอเชียผนึกกำลังเซ็นข้อตกลงการค้าเสรีที่ใหญ่ที่สุดในโลกการเจรจาเกี่ยวกับความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาคนี้ได้เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการในการประชุมอาเซียนที่ประเทศกัมพูชาเมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2555 จนลงนามสำเร็จในปีนี้

ประเทศและเขตเศรษฐกิจในเอเชียแปซิฟิก 15 แห่งได้จัดตั้งกลุ่มการค้าเสรีที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างเป็นทางการในวันอาทิตย์ซึ่งเป็นข้อตกลงที่ได้รับการสนับสนุนจากจีน นั่นคือ “ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค” (RCEP) โดยมีการลงนามในการประชุมสุดยอดระดับภูมิภาคในฮานอย

ข้อตกลงดังกล่าวได้รับการลงนามในระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียนผ่านระบบออนไลน์เนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา ผู้นำของประเทศ RCEP ต่างพากันยืนอยู่ข้างหลังรัฐมนตรีพาณิชย์ของตนเองซึ่งรับหน้าที่ลงนามในสำเนาข้อตกลงทีละคน จากนั้นก็แสดงสำเนาการลงนามให้กับกล้องให้ทุกคนได้เห็น

“RCEP จะได้รับการให้สัตยาบันโดยประเทศที่ลงนามในไม่ช้าและมีผลบังคับใช้ ซึ่งจะมีส่วนช่วยในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจหลังการระบาดของโควิด” เหงียนซวนฟุกนายกรัฐมนตรีเวียดนามซึ่งเป็นเจ้าภาพในพิธีในฐานะประธานอาเซียนกล่าว

รัฐบาลเวียดนามกล่าวว่า ขนาดเศรษฐกิจของ RCEP จะคิดเป็น 30% ของเศรษฐกิจโลก 30% ของประชากรทั่วโลกและเข้าถึงผู้บริโภค 2,200 ล้านคน (สมาชิกประกอบไปด้วย ออสเตรเลีย บรูไน กัมพูชา จีน อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ลาว มาเลเซีย พม่า นิวซีแลนด์ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม

ด้านกระทรวงการคลังของจีนกล่าวว่าคำมั่นสัญญาของกลุ่มใหม่นี้รวมถึงการยกเลิกภาษีบางส่วนภายในกลุ่มโดยบางส่วนจะยกเลิกในทันทีและกรณีอื่นๆ จะทยอยยกเลิกในช่วง 10 ปี (ทั้งนี้ ยังไม่มีรายละเอียดว่าผลิตภัณฑ์ใดและประเทศใดบ้างที่จะได้รับการลดภาษีทันที)

กระทรวงการคลังของจีนยังประกาศด้วยว่า “เป็นครั้งแรกที่จีนและญี่ปุ่นบรรลุข้อตกลงการลดภาษีทวิภาคีซึ่งเป็นความก้าวหน้าครั้งประวัติศาสตร์”

แต่ไม่เพียงแค่นั้น ข้อตกลงดังกล่าวนับเป็นครั้งแรกที่คู่กรณีต่างๆ ในเอเชียตะวันออก คือจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ พร้อมใจกันมาอยู่ในข้อตกลงการค้าเสรีฉบับเดียวกัน

ด้าน เหลื่อง ห่วง ไถ หัวหน้าฝ่ายนโยบายการค้าพหุภาคีของกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าของเวียดนามกล่าวว่า RCEP “จะช่วยลดหรือยกเลิกภาษีสินค้าอุตสาหกรรมและสินค้าเกษตรและกำหนดกฎเกณฑ์ในการส่งดาต้า”

รัฐมนตรีพาณิชย์ของอินโดนีเซียกล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าข้อตกลงดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้เมื่อประเทศที่เข้าร่วมจะให้สัตยาบันข้อตกลงภายภายในสองปีข้างหน้าในจำนวนที่เพียงพอที่จะมีผลบังคับใช้ได้

สำหรับจีนแล้ว การผลักดัน RCEP ถือเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่เพราะสมาชิกของ RCEP หลายประเทศยังรวมถึงพันธมิตรของสหรัฐ และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ยังถอนสหรัฐออกจาก “ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก” (TPP) ทำให้จีนได้โอกาสในการฟอร์มข้อตกลงใหม่

ส่วนอินเดียถอนตัวจากการเจรจา RCEP เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว แต่ผู้นำอาเซียนกล่าวว่ายังพร้อมต้อนรับอินเดียมาเข้าร่วมเสมอ

Photo by Handout / VIETNAM HOST BROADCASTER / AFP

สีจิ้นผิงสั่งเอง ขวางแจ็ค หม่าขายหุ้น Ant Group #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/638047

วันที่ 15 พ.ย. 2563 เวลา 12:06 น.สีจิ้นผิงสั่งเอง ขวางแจ็ค หม่าขายหุ้น Ant Groupคำพูดของแจ็ค หม่าสร้างความไม่พอใจอย่างมากให้กับผู้นำรัฐบาลจีน

สำนักข่าว Wall Street Journal อ้างข้อมูลจากเจ้าหน้าที่จีนที่ทราบความเป็นไปของกรณีที่รัฐบาลจีนสั่งระงับการขายหุ้นครั้งแรก หรือ IPO ของ Ant Group ว่าประธานาธิบดีสีจิ้นผิงของจีนได้ตัดสินใจด้วยตัวเองห้ยุติการเสนอขายหุ้น IPO ซึ่งถือเป็นการเปิดขาย IPO ครั้งใหญ่ที่สุดในโลก หลังจากที่แจ็ค หม่า ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ทำให้ผู้นำรัฐบาลโกรธเคืองอย่างมาก

Wall Street Journal รายงานว่า การขวางทางแจ็ค หม่าครั้งนี้ถือเป็นจุดสูงสุดของความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดระหว่างแจ็ค หม่าซึ่งผู้ประกอบการที่มีชื่อเสียงที่สุดของจีนกับรัฐบาลจีนที่ไม่สบายใจเกี่ยวกับอิทธิพลของเขาและการเติบโตอย่างรวดเร็วของการชำระเงินแบบดิจิทัลที่เขาควบคุมเอาไว้

การตัดสินใจที่จะหยุดการเสนอขายหุ้น IPO ที่ใหญ่ที่สุดในโลกไม่กี่วันหลังจากที่แจ็ค หม่าโจมตีหน่วยงานเฝ้าระวังทางการเงินและธนาคารของประเทศต่อหน้าสาธารณชน โดยชี้ว่าระเบียบควบคุมทางการเงินของโลกล้าหลังเกินไป

Wall Street Journal รายงานว่าหลังจากเหตุการณ์นั้นประธานาธิบดีสีจิ้นผิงสั่งให้หน่วยงานกำกับดูแลทางการเงินของจีนตรวจสอบและปิดการขาย IPO ของ Ant Group

ทั้งนี้ หม่าได้กล่าวกับที่ประชุมสุดยอดที่เซี่ยงไฮ้เมื่อวันที่ 24 ต.ค. ว่าระบบกำกับดูแลทางการเงินกำลังขัดขวางนวัตกรรมและต้องได้รับการปฏิรูปเพื่อกระตุ้นการเติบโต เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าคำปราศรัยดังกล่าวทำให้เกิดเหตุการณ์ต่างๆ ที่ขัดขวางการขาย IPO ของ Ant Group

ไม่นานหลังจากคำพูดที่น่าตกใจของแจ็ค หม่า หน่วยงานกำกับดูแลของรัฐก็เริ่มรวบรวมรายงานเกี่ยวกับ Ant รวมถึงวิธีการที่ Ant ใช้ผลิตภัณฑ์ทางการเงินดิจิทัลเช่น Huabei ซึ่งเป็นบริการบัตรเครดิตเสมือนเพื่อกระตุ้นให้คนยากจนและคนหนุ่มสาวก่อหนี้

รอยเตอร์รายงานว่าสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้รวบรวมรายงานเกี่ยวกับความเชื่อมั่นของสาธารณชนเกี่ยวกับคำพูดของแจ็ค หม่าและส่งให้ผู้นำระดับสูงรวมถึงประธานาธิบดีสีจิ้นผิงด้วย จนทำไปสู่การตัดสินใจขวาง Ant ในที่สุด

Photo by NOEL CELIS / AFP

กรีซสั่งปิดโรงเรียนทั่วประเทศชั่วคราวหลังล็อคดาวน์รอบ 2 สกัดโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/638032

วันที่ 15 พ.ย. 2563 เวลา 10:16 น.กรีซสั่งปิดโรงเรียนทั่วประเทศชั่วคราวหลังล็อคดาวน์รอบ2สกัดโควิด“กรีซ” สั่งปิดโรงเรียนระดับประถมและอนุบาลทั่วประเทศชั่วคราว หลังประกาศล็อคดาวน์รอบ2 เพื่อยับยั้งการระบาดของไวรัสโควิด-19

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า หลังจากกรีซได้ประกาศล็อกดาวน์ทั่วประเทศเป็นครั้งที่2 ตั้งแต่วันที่ 7-30 พ.ย. 63 รวมทั้งประกาศเคอร์ฟิวในช่วงกลางคืนเพื่อหยุดยั้งการระบาดของไวรัสโควิด-19

ล่าสุดกรีซได้เตรียมปิดโรงเรียนในระดับประถมและอนุบาลเป็นเวลา 2 สัปดาห์ทั่วประเทศเป็นการชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 16 พ.ย.เป็นต้นไป โดยจะมีการสอนผ่านทางไกลในโรงเรียนระดับมัธยมต้นและมัธยมปลาย รวมทั้งมหาวิทยาลัยที่จะหยุดการเรียนการสอนเป็นเวลา 2-3 วัน ยกเว้นโรงเรียนสำหรับเด็กผู้พิการ

รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการของกรีซ ระบุว่า มาตรการดังกล่าวเป็นสิ่งที่จำเป็น เพื่อควบคุมการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ปกครอง เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดล่าสุดทำให้รัฐบาลจำเป็นต้องใช้มาตรการต่างๆ เพื่อที่จะรับมือกับสถานการณ์

สำหรับจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ของกรีซอยู่ที่ 2,835 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 38 ราย ส่งผลให้ยอดรวมผู้ติดเชื้อทั้งหมดเพิ่มขึ้นเป็น 72,510 ราย และยอดผู้เสียชีวิตโดยรวมแตะ 1,000 ราย

ไต้ฝุ่นหว่ามก๋อจ่อถล่มเวียดนามซ้ำเติมพื้นที่น้ำท่วมเดิม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/638016

วันที่ 14 พ.ย. 2563 เวลา 17:26 น.ไต้ฝุ่นหว่ามก๋อจ่อถล่มเวียดนามซ้ำเติมพื้นที่น้ำท่วมเดิมเวียดนามสั่งอพยพชาวบ้านหนีไต้ฝุ่นหว่ามก๋อที่เตรียมถล่มตอนกลางพรุ่งนี้ ซ้ำเติมความเดือนร้อนจากพายุหลายลูกในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา  

หน่วยงานจัดการภัยพิบัติของเวียดนามสั่งอพยพประชาชนหลายพันคนใน 4 จังหวัดภาคกลางของประเทศ เพื่อเตรียมรับมือพายุไต้ฝุ่นหว่ามก๋อที่จะพัดขึ้นฝั่งในวันพรุ่งนี้ (15 พ.ย.) ด้วยความเร็วลม 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยคาดว่าจะขึ้นฝั่งที่เมืองเว้

ทางการคาดว่าชาวบ้านอีกนับแสนคนในพื้นที่เสี่ยงอาจต้องอพยพหนีไต้ฝุ่นลูกนี้ด้วย

เบื้องต้นท่าอากาศยานหลายแห่งได้หยุดให้บริการ รวมทั้งปิดชายหาด และมีคำสั่งห้ามออกเรือประมง

นายกรัฐมนตรี เหงียนซวนฟุก ของเวียดนามกล่าวเตือนว่า พายุลูกนี้มีความรุนแรงมาก และขอให้จังหวัดที่อยู่ในแนวที่พายุจะพัดผ่านเตรียมตัวรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้น

ในช่วง 6 สัปดาห์ที่ผ่านมา เวียดนามต้องเผชิญกับพายุหลายลูก ส่งผลให้เกิดน้ำท่วม ดินถล่ม และมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 159 ราย สูญหายอีก 70 ราย ขณะที่บ้านเรือนประชาชนเสียหายกว่า 400,000 หลัง

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ไต้ฝุ่นหว่ามก๋อสร้างความเสียหายเป็นวงกว้างในฟิลิปปินส์ ชาวบ้านกว่า 340,000 ด้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมครั้งใหญ่หลังพายุพัดขึ้นฝั่ง ทั่วประเทศมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 33 ราย

นอกจากนี้ชาวบ้านในจังหวัดคากายันซึ่งถูกน้ำท่วมหนักที่สุดอีกหลายร้อยรายต้องติดอยู่บนหลังคาบ้าน ในขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยยังไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือ เนื่องจากกระแสน้ำเชี่ยวกราก 

เจ้าหน้าที่ป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนของฟิลิปปินส์เผยว่า น้ำท่วมครั้งนี้รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยพบมา

องค์กรสิทธิฯ ห่วงข้อตกลงค้าเสรีเอเชียแปซิฟิกกระทบเกษตรกร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/637988

วันที่ 14 พ.ย. 2563 เวลา 15:25 น.องค์กรสิทธิฯ ห่วงข้อตกลงค้าเสรีเอเชียแปซิฟิกกระทบเกษตรกรองค์กรสิทธิมนุษยชนกังวล ข้อตกลงการค้าเสรีเอเชียแปซิฟิกที่มีจีนหนุนหลังอาจส่งผลกระทบกับเกษตรกรรายเล็กและแรงงานในประเทศยากจน  

ที่ประชุมความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ซึ่งประกอบด้วยประเทศสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ และญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ มีกำหนดลงนามในข้อตกลงการค้าเสรีในวันอาทิตย์ที่ 15 พ.ย.นี้ที่กรุงฮานอยของเวียดนามหลังจากเริ่มเจรจากันตั้งแต่ปี 2012

ข้อตกลงซึ่งจะลดภาษีระหว่างกันนี้จะกลายเป็นข้อตกลงทางการค้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก เนื่องจากสมาชิกทั้ง 15 ประเทศมีประชากรรวมกันเกือบ 1 ใน 3 ของประชากรโลก และมีจีดีพีรวมกันราว 30% ของจีดีพีโลก

ทว่ามูลนิธิธอมป์สัน รอยเตอร์สระบุว่า บรรดาองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนหลายองค์กรต่างกังวลว่าข้อตกลงนี้จะส่งผลกระทบกับเกษตรกรรายเล็ก ก่อให้เกิดความขัดแย้งเรื่องที่ดิน และทำให้แรงงานในประเทศยากจนตกที่นั่งลำบาก

เอเรียสกา คูรูนิอาวาตี จากองค์กรสิทธิมนุษยชน Solidaritas Perempuan ในอินโดนีเซียเผยว่า แม้ว่าข้อตกลงจะมีวัตถุประสงค์เพื่อต่อต้านนโยบายกีดกันทางการค้า กระตุ้นการลงทุน และเปิดโอกาสให้สินค้าเคลื่อนไหวได้อย่างเสรีในภูมิภาค แต่ข้อตกลงยังขาดกฎเกณฑ์ที่ปกป้องแรงงานและสิ่งแวดล้อม และจะกระทบกับเกษตรกรรายเล็กและธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจาก Covid-19   อยู่แล้ว

ด้าน คาร์ทินี ซามอน นักวิจัยจากองค์กร GRAIN ที่ทำงานร่วมกับเกษตรรายเล็กเผยกับมูลนิธิธอมป์สัน รอยเตอร์สว่า ข้อตกลงนี้อาจนำมาสู่การตกงาน การปิดกิจการของธุรกิจเล็กๆ การบั่นทอนสิทธิ์ของแรงงาน การทำลายทรัพยากรธรรมชาติ รวมทั้งป่าและที่ดิน “หนึ่งในข้อกังวลของเราคือ มันอาจจะเอื้อให้ที่ดินเกิดการเปลี่ยนมือจากชุมชนชนบทไปสู่งค์กรต่างชาติ”

ซามอนยังห่วงอีกว่า ข้อตกลง RCEP มีแนวโน้มทำให้เกิดการจับจองที่ดินและแหล่งน้ำเพื่อการลงทุนขนาดใหญ่ การตัดไม้ทำลายป่า และทำลายระบบนิเวศเพิ่มขึ้น

ส่วน รัศมี บันกา นักเศรษฐศาสตร์ของที่ประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (UNCTAD) มองว่า การบังคับใช้ข้อตกลง RCEP ในช่วงที่ประเทศกำลังพัฒนากำลังเผชิญกับโรคระบาดจะทำให้ประเทศยากจนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เปราะบางมากขึ้น

“ประเทศอาเซียนส่วนใหญ่จะเผชิญกับการนำเข้าเพิ่มขึ้นแต่การส่งออกลดลง ซึ่งกระทบกับดุลการค้าและทำให้ฐานะทางการเงินของประเทศแย่ลง”

เมื่อปีที่แล้ว อินเดียถอนตัวออกจากข้อตกลง RCEP โดยอ้างความแตกต่างทางภาษีและนโยบายกีดกันอื่นๆ หลังจากเกษตรกรรวมตัวกันประท้วงข้อตกลงดังกล่าว เนื่องจากกลัวว่าสินค้านำเข้าราคาถูกจากประเทศอื่น อาทิ จีน ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ จะทะลักเข้าประเทศ

ทรัมป์เริ่มยอมรับความพ่ายแพ้หลังไบเดนชนะรัฐจอร์เจียเพิ่ม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/637993

วันที่ 14 พ.ย. 2563 เวลา 12:20 น.ทรัมป์เริ่มยอมรับความพ่ายแพ้หลังไบเดนชนะรัฐจอร์เจียเพิ่มไบเดนชนะเลือกตั้งรัฐจอร์เจีย สะสมคณะผู้เลือกตั้ง 306 เสียง ต่อ 232 ทำให้ทรัมป์เริ่มเสียงอ่อนยอมรับความพ่ายแพ้

Edison Research ผู้จัดทำเอ็กซิตโพลล์ ประกาศให้ โจ ไบเดน จากพรรคเดโมแครตชนะการเลือกตั้งในรัฐจอร์เจียหลังนับคะแนนใหม่ ขณะที่ทรัมป์น่าจะเก็บชัยชนะที่รัฐนอร์ทแคโรไลนาซึ่งยังนับคะแนนกันอยู่ ส่งผลให้ศึกเลือกตั้งครั้งนี้จบลงที่ไบเดนคว้าคะแนนคณะผู้เลือกตั้ง 306 คะแนน ส่วนทรัมป์ได้ไป 232 คะแนน

ในเวลาต่อมา ทรัมป์แถลงข่าวสถานการณ์ Covid-19 จากสวน Rose Garden ในทำเนียบขาวซึ่งเป็นการกล่าวต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรกหลังสื่อประกาศให้ไบเดนชนะการเลือกตั้งเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า วัคซีน Covid-19 น่าจะพร้อมสำหรับชาวอเมริกันในเดือน เม.ย.ปีหน้า

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังเอ่ยเหมือนเป็นการยอมรับกลายๆ เป็นครั้งแรกว่าไบเดนอาจจะเข้ามาบริหารงานต่อ แม้จะยังไม่ยอมแพ้การเลือกตั้งก็ตามว่า “เราจะไม่กลับไปล็อกดาวน์ รัฐบาลชุดนี้จะไม่ใช้มาตรการล็อกดาวน์อีก และหวังว่า…เอ่อ…ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในอนาคต ใครจะไปรู้ล่ะว่ารัฐบาลใหม่จะเป็นใคร ผมว่าเวลาเท่านั้นที่จะบอก”

ญี่ปุ่นจับมือ 5 ประเทศลุ่มน้ำโขงรับมืออิทธิพลจีน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/637984

วันที่ 14 พ.ย. 2563 เวลา 10:25 น.ญี่ปุ่นจับมือ 5 ประเทศลุ่มน้ำโขงรับมืออิทธิพลจีนญี่ปุ่นและ 5 ประเทศลุ่มน้ำโขง รวมทั้งไทย จับมือสร้างเสถียรภาพทางทะเลในอินโด-แปซิฟิก เตรียมรับมืออิทธิพลจีน

นายกรัฐมนตรี โยชิฮิเดะ สุงะ ของญี่ปุ่น และผู้นำประเทศลุ่มน้ำโขงทั้ง 5 ได้แก่ กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม และไทย เห็นพ้องที่จะร่วมมือกันสร้างเสถียรภาพทางทะเลในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกท่ามกลางการแผ่ขยายอิทธิพลทางทะเลของจีน โดยเฉพาะในทะเลจีนใต้

ผู้นำญี่ปุ่นรับปากว่าจะจัดเตรียมเว็บไซต์เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลสำคัญทางทะเลที่จะส่งผลต่อความมั่นคง เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมของประเทศลุ่มน้ำโขงทั้ง 5 ประเทศ

“พื้นที่ลุ่มน้ำโขงเป็นพื้นที่สำคัญของภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก” สุงะกล่าวระหว่างการประชุมความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ทางออนไลน์ และยังให้คำมั่นว่าจะเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่นกับทั้ง 5 ประเทศ

นอกจากนี้ ผู้นำญี่ปุ่นยังจะจัดการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่จากประเทศลุ่มน้ำโขงอย่างน้อย 100 คนเป็นเวลา 1 ปี เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการทำความเข้าใจสถานการณ์ทางงทะเลและช่วยปกป้องผลประโยชน์ทางทะเลของทั้ง 5 ประเทศ

แถลงการณ์ร่วมของทั้ง 6 ประเทศเห็นพ้องต้องกันว่า การทำธุรกิจโดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจและสังคมของภูมิภาคลุ่มน้ำโขง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรับมือกับโรคระบาด

แถลงการณ์ยังระบุอีกว่า ทั้ง 6 ประเทศยังเห็นพ้องที่จะเสริมสร้างห่วงโซ่อุปทานผ่านการกระจายฐานการผลิตเพื่อลดความเสี่ยงจากการหยุดชะงักอันเนื่องมาจากการแพร่ระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัส

นอกจากนี้ ญี่ปุ่นยังสนับสนุนเงินทุนเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาด รวมทั้งให้เงินกู้แก่กัมพูชา 230 ล้านเหรียญสหรัฐ และเมียนมา 270 ล้านเหรียญสหรัฐ

ทั้งนี้ ญี่ปุ่นมองว่าลุ่มน้ำโขงคือจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เนื่องจากตั้งอยู่ระหว่างสองประเทศใหญ่อย่างอินเดียและจีน และยังอยู่ติดกับทะเลจีนใต้ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งสำคัญ