ปูตินเย้ยมาตรการคว่ำบาตรตะวันตกล้มเหลวย้อนทำเศรษฐกิจตัวเองพัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/680933

วันที่ 19 เม.ย. 2565 เวลา 13:00 น.ปูตินเย้ยมาตรการคว่ำบาตรตะวันตกล้มเหลวย้อนทำเศรษฐกิจตัวเองพัง

ปูตินเผยมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียของตะวันตกย้อนทำให้เศรษฐกิจตะวันตกแย่เสียเอง

Tass รายงานว่า ประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียเผยระหว่างพูดคุยกับเจ้าหน้าที่เศรษฐกิจระดับสูงว่า มาตรการคว่ำบาตรรัสเซียของตะวันตกล้มเหลว ทั้งยังย้อนกลับไปทำให้เศรษฐกิจของตะวันตกแย่ลงเสียเอง

“เห็นได้ชัดว่าเมื่อเร็วๆ นี้ปัจจัยลบหลักต่อเศรษฐกิจคือแรงกดดันจากการคว่ำบาตรเพิ่มเติมจากประเทศตะวันตก เป้าหมายคือการทำลายสถานการณ์ทางการเงินและเศรษฐกิจในประเทศของเรา กระตุ้นให้ตลาดตื่นตระหนก ทำให้ระบบธนาคารล้ม และทำให้สินค้าขนาดแคลนขนานใหญ่” ปูตินกล่าว

ปูตินเผยว่า “แต่เราสามารถพูดได้อย่างมั่นใจว่านโยบายนี้ต่อรัสเซียล้มเหลว ยุทธศาสตร์สายฟ้าแลบทางเศรษฐกิจล้มเหลว”

ปูตินเผยอีกว่า “นอกจากนี้ มาตรการคว่ำบาตรยังย้อนกลับไปส่งผลกระทบกับคนที่ออกมาตรการเสียเอง ทั้งภาวะเงินเฟ้อและอัตราว่างงานที่พุ่งสูงขึ้น พลวัตรทางเศรษฐกิจในสหรัฐและยุโรปที่เสื่อมถอยลง มาตรฐานคุณภาพชีวิตที่ตกต่ำลงในยุโรป เงินออมของพวกเขาที่มีค่าน้อยลง”

ปูตินอ้างว่า ในเวลาเดียวกันนั้นเศรษฐกิจของรัสเซียกลับมีเสถียรภาพ โดยอ้างถึงการฟื้นตัวของค่าเงินรูเบิล “รัสเซียอดทนต่อแรงกดดันอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ตอนนี้สถานการณ์คลี่คลายแล้ว อัตราแลกเปลี่ยนเงินรูเบิลกลับมาอยู่ในระดับเดียวกับช่วงครึ่งแรกของเดือน ก.พ.”

Sputnik/Mikhail Klimentyev/Kremlin via REUTERS

เผยมูลค่าความเสียหายของยูเครน หลังกองทัพรัสเซียบุกถล่ม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/680930

วันที่ 19 เม.ย. 2565 เวลา 12:00 น.เผยมูลค่าความเสียหายของยูเครน หลังกองทัพรัสเซียบุกถล่ม

ยูเครนเผยโครงสร้างพื้นฐาน 30% พังยับ มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 16 ล้านล้านบาท ชี้อาจต้องใช้เวลาฟื้นฟูอย่างน้อย 2 ปี

เมื่อวันที่ 18 เม.ย. สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า โอเล็กซานเดอร์ คูบราคอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงโครงสร้างพื้นฐานของยูเครนเผยการรุกรานของรัสเซียได้ทำลายโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไปมากถึง 30% คิดเป็นมูลค่าราว 100,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3.37 ล้านล้านบาท ขณะที่การฟื้นฟูต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2 ปี

อย่างไรก็ตาม หากนับรวมความเสียหายอื่นๆ อย่างเช่น อาคารบ้านเรือน และสิ่งปลูกสร้างอื่น เจ้าหน้าที่ประเมินว่ามูลค่าความเสียหายจะพุ่งขึ้นเป็นประมาณ 500,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 16.8 ล้านล้านบาท

คูบราคอฟระบุว่าการปฏิบัติการทางทหารของรัสเซียที่เริ่มต้นขึ้นในเดือนก.พ. ที่ผ่านมา ได้สร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานของยูเครนประมาณ 20% ถึง 30% โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่ง

โดยสะพานในประเทศมากกว่า 300 แห่งได้รับความเสียหายหรือถูกทำลาย ส่วนถนนของยูเครนต้องได้รับการซ่อมแซมหรือสร้างใหม่เป็นระยะทางยาวกว่า 8,000 กิโลเมตร ขณะที่สะพานรถไฟหลายสิบแห่งถูกวางระเบิด ซึ่งต้องใช้งบประมาณในการฟื้นฟูไม่ต่ำกว่า 100,000 ล้านเหรียญสหรัฐจนถึงตอนนี้

“หากพูดถึงถนน สะพาน และอาคารบ้านเรือน ผมเชื่อว่าทุกอย่างสามารถสร้างใหม่ได้ภายในเวลา 2 ปี หากทุกฝ่ายทำงานอย่างรวดเร็ว”

ทั้งนี้ กระทรวงโครงสร้างพื้นฐานของยูเครนได้เริ่มบูรณะพื้นที่บางส่วนที่กลับมาอยู่ภายใต้การควบคุมของกองทัพยูเครนแล้ว

รายงานระบุว่าในช่วงสัปดาห์แรกของสงคราม กองกำลังรัสเซียเคลื่อนพลเข้าประชิดกรุงเคียฟ ทำให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้างต่อสิ่งปลูกสร้างและโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ โดยในเดือนนี้รัสเซียเริ่มถอนกำลังจากทางเหนือรอบๆ กรุงเคียฟแล้ว และมุ่งโจมตีไปที่ภาคตะวันออกและภาคใต้ของยูเครน รวมถึงเมืองท่าที่สำคัญอย่างมาริอูโปลถูกปิดล้อมและได้รับความเสียหายอย่างหนัก

คูบราคอฟหวังว่าชาติตะวันตกจะให้การสนับสนุนในการฟื้นฟูยูเครน โดยเสริมว่าสามารถหาเงินทุนได้จากแหล่งต่างๆ เพื่อสนับสนุนความพยายามในการบูรณะซ่อมแซม ขณะที่นักการเมืองสหภาพยุโรปบางคนเรียกร้องให้ใช้ทรัพย์สินของรัสเซียที่ถูกแช่แข็งโดยตะวันตก รวมถึงเงินสำรองของธนาคารกลางรัสเซีย 300,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

Photo by REUTERS/Alexander Ermochenko

รัสเซียเปิดฉากบุกตะวันออก ถล่มดอนบัสอย่างหนัก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/680928

วันที่ 19 เม.ย. 2565 เวลา 10:42 น.รัสเซียเปิดฉากบุกตะวันออก ถล่มดอนบัสอย่างหนัก

รัสเซียเปิดสงครามเฟสใหม่มุ่งหน้าบุกฝั่งตะวันออกโจมตีภูมิภาคดอนบัสครั้งใหญ่

Reuters รายงานว่า ประธานาธิบดี โวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครนเผยว่า กองทัพรัสเซียเริ่มเปิดฉากโจมตีครั้งใหม่ทางฝั่งตะวันออกของยูเครน และว่า “สมรภูมิดอนบัสได้เริ่มขึ้นแล้ว”

“ตอนนี้เราสามารถพูดได้ว่ากองทัพรัสเซียเริ่มการสู้รบที่ดอนบัสซึ่งพวกเขาได้เตรียมการไว้นานแล้ว” เซเลนสกีเผยผ่านคลิปวิดีโอ “ทางตะวันออกและใต้ของประเทศ พวกทหารพยายามโจมตีในลักษณะที่ผ่านการไตร่ตรองมากขึ้นกว่าเดิม พวกเขากดดัน หาจุดอ่อนในการป้องกันของเรา แล้วส่งกองกำลังหลักไปที่นั่น”

ด้าน โอเล็กซี ดานิลอฟ เลขาธิการสภาความมั่นคงยูเครนเผยว่า “พวกเขา (กองทัพรัสเซีย) เริ่มปฏิบัติการเชิงรุกในเช้าวันนี้ เช้านี้เกือบตลอดแนวหน้าของโดเนตสก์ ลูฮันสก์ และภูมิภาคคาร์คิว พวกที่ยึดอยู่พยายามฝ่าแนวป้องกันของเรา”

ขณะที่กองบัญชาการกองทัพยูเครนโพสต์เฟซบุ๊คว่า กองกำลังหลักของรัสเซียกำลังพุ่งความสนใจมาที่การควบคุมภูมิภาคโดเนตสก์และลูฮันสก์ หรือภูมิภาคดอนบัสทั้งหมด

อันดรี เยอร์มัค ประธานเสนาธิการยูเครนเผยผ่านเทเลแกรมว่า “สงครามระยะที่ 2 เริ่มขึ้นแล้ว…จงเชื่อมั่นในกองทัพที่แข็งแกร่งของเรา”

ทั้งนี้ กองทัพรัสเซียระดมกำลังทหารทางตะวันออกของยูเครนมานานนับสัปดาห์ โดยใช้ทหารที่ถอนกำลังออกมาจากทางตอนเหนือของยูเครนและจากเบลารุส

เมื่อยุโรปมองหาแหล่งพลังงานใหม่ แต่จะทดแทนก๊าซรัสเซียได้หรือไม่?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/680906

วันที่ 18 เม.ย. 2565 เวลา 19:00 น.เมื่อยุโรปมองหาแหล่งพลังงานใหม่ แต่จะทดแทนก๊าซรัสเซียได้หรือไม่?

ในขณะที่สหภาพยุโรปกำลังอยู่ภายใต้แรงกดดันที่จะแบนการนำเข้าพลังงานจากรัสเซีย ดูเหมือนว่าจะนำไปสู่โอกาสทองของแอฟริกา

Business Insider รายงานว่ายุโรปกำลังมองหาทางเลือกด้านพลังงานในแอฟริกา ในขณะที่ประเทศต่างๆ พยายามลดการพึ่งพาการนำเข้าจากรัสเซีย เนื่องจากทวีปแอฟริกามีน้ำมันและก๊าซสำรองมากมาย โดยในปี 2017 มีรายงานว่าแอฟริกามีก๊าซสำรอง 148.6 ล้านล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งมากกว่า 7% ของปริมาณสำรองทั่วโลก

โดยอิตาลีซึ่งเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 3 ของสหภาพยุโรป ได้ผลักดันให้ดำเนินการตามข้อตกลง ระหว่าง Eni บริษัทน้ำมันและก๊าซสัญชาติอิตาลีและ EGAS บริษัทโฮลดิ้งของอียิปต์ เพื่อส่งเสริมการส่งออกก๊าซไปยังยุโรป

ในสัปดาห์เดียวกัน มาริโอ ดรากี นายกรัฐมนตรีอิตาลีได้เยือนแอลจีเรีย ซึ่ง Eni ก็ได้ลงนามในข้อตกลงเพื่อซื้อก๊าซธรรมชาติเพิ่มเติมจาก Sonatrach บริษัทพลังงานของแอลจีเรียเช่นกัน ซึ่งรายงานระบุว่าข้อตกลงในการสั่งซื้อก๊าซจนถึงปี 2024 เทียบเท่ากับ 12% ของปริมาณการใช้ก๊าซของอิตาลีในปีที่แล้ว

ทั้งนี้ แอลจีเรียได้ส่งก๊าซไปยังยุโรปผ่านท่อส่งก๊าซ 3 แห่ง ซึ่งหนึ่งในนั้นส่งไปยังอิตาลี และอีก 2 ท่อเชื่อมโยงกับสเปน

นอกจากนี้ Bloomberg รายงานว่าดรากีมีกำหนดเดินทางไปยังแอฟริกาตอนกลางและตอนใต้ในสัปดาห์นี้ และเป็นไปได้ว่าจะมีการดีลกับคองโกและแองโกลา ซึ่งเมื่อรวมกับข้อตกลงการสั่งซื้อก๊าซจากแอลจีเรียแล้ว คาดว่าจะสามารถทดแทนก๊าซจากรัสเซียได้มากกว่าครึ่งหนึ่งโดยเร็วที่สุดในปี 2023

“เราไม่ต้องการพึ่งพาก๊าซของรัสเซียอีกต่อไป…เราจำเป็นต้องกระจายแหล่งพลังงานและหาซัพพลายเออร์รายใหม่” ดรากีกล่าว

อย่างไรก็ตาม ยังคงเป็นที่ถกเถียงระหว่างประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปเองว่าจะสามารถคว่ำบาตรพลังงานรัสเซียได้หรือไม่ เนื่องจากบางประเทศอย่างเช่นเยอรมนีและเนเธอร์แลนด์มองว่าสหภาพยุโรปพึ่งพาน้ำมันและก๊าซปริมาณมากจากรัสเซีย และยังไม่สามารถตัดขาดได้ในตอนนี้

โดยสหภาพยุโรปนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียกว่าร้อยละ 40 นำเข้าน้ำมันร้อยละ 27 และนำเข้าถ่านหินเกือบครึ่งหนึ่งของการนำเข้าทั้งหมด

ขณะที่รัสเซียเคยประกาศว่าประเทศที่ไม่เป็นมิตร รวมถึงประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป จะต้องชำระค่าก๊าซด้วยเงินรูเบิลของรัสเซีย

ด้านรัฐมนตรีต่างประเทศอิตาลีได้กล่าวกับ CNBC ว่าในช่วงเดือนที่ผ่านมาเขาได้เดินทางเยือนประเทศต่างๆ เช่น โมซัมบิก สาธารณรัฐคองโก และแองโกลา เพื่อสร้างพันธมิตรด้านการจัดหาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) เพื่อลดการพึ่งพารัสเซีย

ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่า เซเนกัล มอริเตเนีย ไนจีเรีย และแองโกลา อยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดในการเพิ่มการผลิต นอกจากนี้โมซัมบิกยังเป็นแหล่งสำรองก๊าซธรรมชาติขนาดมหึมา โดยมียักษ์ใหญ่ด้านพลังงานในยุโรปหลายแห่งตั้งโรงงานอยู่ในประเทศ นักวิเคราะห์ยังแนะว่ายังมีพื้นที่สำหรับการขยายตัวในกลุ่มอุตสาหกรรมก๊าซธรรมชาติอื่นๆ ในอ่าวกินี เช่น ไนจีเรีย แคเมอรูน และอิเควทอเรียลกินี

ในปี 2019 สหภาพยุโรปนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลวประมาณ 108,000 ล้านลูกบาศก์เมตรจากแอฟริกา โดยมากกว่า 12,000 ล้านนั้น มาจากไนจีเรีย และในปี 2020 ส่วนแบ่งของแอฟริกาในการส่งออกน้ำมันทั่วโลกอยู่ที่เกือบ 9%

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่าแม้จะช่วยเพิ่มอุปทาน แต่ก็ยังเป็นเรื่องยากที่จะมาทดแทนการนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากรัสเซีย ซึ่งยุโรปได้นำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลวจากรัสเซียเฉลี่ยมากถึง 380 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน คิดเป็น 140,000 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี หรือ 45% ของปริมาณการใช้ก๊าซเกือบทั้งหมดของสหภาพยุโรป ตามรายงานของ Deutsche Welle

Photo by REUTERS/Dado Ruvic/File Photo

เศรษฐียูเครนลั่นพร้อมสร้างเมือง ‘มารีอูปอล’ ขึ้นใหม่ หลังถูกถล่มเละ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/680888

วันที่ 18 เม.ย. 2565 เวลา 17:00 น.เศรษฐียูเครนลั่นพร้อมสร้างเมือง 'มารีอูปอล' ขึ้นใหม่ หลังถูกถล่มเละ

มหาเศรษฐีผู้ร่ำรวยที่สุดในยูเครนลั่นพร้อมช่วยสร้างเมืองมารีอูปอล และสร้างยูเครนขึ้นใหม่ หลังถูกรัสเซียถล่มโจมตี

รอยเตอร์สรายงานว่ารินาต อัคเมตอฟ มหาเศรษฐีผู้ร่ำรวยที่สุดในยูเครนลั่นวาจาว่าเขาพร้อมที่จะช่วยสร้างเมืองมารีอูปอลขึ้นมาใหม่ หลังจากที่เมืองท่าสำคัญริมชายฝั่งทะเลอะซอฟแห่งนี้ถูกปิดล้อมและถล่มโจมตีโดยกองกำลังรัสเซียมานานกว่า 7 สัปดาห์แล้ว

นอกจากมารีอูปอลจะเป็นเมืองท่าที่สำคัญของยูเครนแล้ว ยังมีความสำคัญต่อธุรกิจของอัคเมตอฟด้วย โดยบริษัท Metinvest ผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ที่สุดของยูเครนประกาศว่าไม่สามารถส่งมอบสินค้าได้ตามสัญญา และไม่สามารถดำเนินงานใดๆ ภายใต้การยึดครองของรัสเซีย นอกจากนี้การปิดล้อมมารีอูปอลยังทำให้ความสามารถในการผลิตโลหะของยูเครนลดลงกว่า 1 ใน 3

“สิ่งที่เกิดขึ้นในมารีอูปอลคือโศกนาฏกรรมระดับโลก และเป็นตัวอย่างหนึ่งของความกล้าหาญ สำหรับผมมารีอูปอลจะเป็นเมืองของยูเครนตลอดไป” อัคเมตอฟกล่าวกับรอยเตอร์ส “ผมเชื่อมั่นในเหล่าทหารผู้กล้าว่าพวกเขาจะสามารถปกป้องบ้านเมืองเอาไว้ได้ แม้จะเข้าใจดีว่ามันยากแค่ไหน”

“เราจะสร้างยูเครนขึ้นมาใหม่…ผมมั่นใจว่าธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดของประเทศจะมีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟูยูเครนหลังสงคราม” อัคเมตอฟกล่าว

“แน่นอนว่าเราต้องการโครงการฟื้นฟูระหว่างประเทศอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน นี่คือแผนมาร์แชลของยูเครน” เขากล่าวต่อ โดยอ้างถึงแผนมาร์แชล โครงการช่วยเหลือของสหรัฐที่ช่วยสร้างยุโรปตะวันตกขึ้นใหม่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2

“ผมเชื่อว่าเราทุกคนจะสร้างยูเครนที่เสรี เป็นส่วนหนึ่งของยุโรป เป็นประชาธิปไตย และประสบความสำเร็จ ขึ้นมาใหม่ หลังจากชัยชนะในสงครามครั้งนี้”

อัคเมตอฟระบุว่าเขาเดินทางกลับยูเครนตั้งแต่วันที่ 23 ก.พ. “ความตั้งใจของผมคือการกลับไปที่มารีอูปอล และดำเนินการตามแผนการผลิตเพื่อให้เหล็กที่ผลิตในมารีอูปอลสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อีกครั้ง”

ทั้งนี้ อัคเมตอฟเป็นเศรษฐีผู้ร่ำรวยที่สุดของยูเครนมายาวนาน โดยนอกจาก Metinvest แล้วเขายังเป็นเจ้าของ SCM Group กลุ่มธุรกิจด้านการเงินและอุตสาหกรรม และ DTEK บริษัทด้านพลังงานชื่อดังในยูเครนด้วย

ทว่า อาณาจักรธุรกิจของเขาหดตัวลงตั้งแต่ปี 2014 เมื่อรัสเซียผนวกไครเมีย และภูมิภาคดอนบัส ที่ตั้งของเขตโดเนตสก์และลูฮันสก์ ทางตะวันออกของยูเครน ประกาศอิสรภาพจากยูเครน

อัคเมตอฟเผยว่า “เมื่อความขัดแย้งปะทุขึ้นในปี 2014 เราสูญเสียทรัพย์สินของเราทั้งในไครเมีย และดอนบัสที่ถูกยึดครองชั่วคราว เราสูญเสียธุรกิจของเรา แต่มันทำให้เราแข็งแกร่งขึ้น”

ตามรายงานของฟอร์บส์ระบุว่าความมั่งคั่งของอัคเมตอฟ ในปี 2013 อยู่ที่ 15,400 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ปัจจุบันอยู่ที่ 3,900 ล้านเหรียญสหรัฐ

Photo by REUTERS/Stringer

รัสเซียอ้างสอยเครื่องบินขนอาวุธจากตะวันตกร่วงใกล้โอเดสซา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/680900

วันที่ 18 เม.ย. 2565 เวลา 17:30 น.รัสเซียอ้างสอยเครื่องบินขนอาวุธจากตะวันตกร่วงใกล้โอเดสซา

เครื่องบินลำเลียงอาวุธจากตะวันตกถูกกองทัพรัสเซียสอยร่วง

TASS รายงานว่า อิกอร์ โคนาเชนคอฟ โฆษกกระทรวงกลาโหมรัสเซียเผยว่า หน่วยป้องกันภัยทางอากาศของกองทัพรัสเซียยิงเครื่องบินขนส่งทางการทหารที่ลำเลียงอาวุธยุทโธปกรณ์จากประเทศตะวันตกมามอบให้ยูเครนตกใกล้เมืองโอเดสซา

“หน่วยต่อต้านอากาศยานของรัสเซียได้ยิงเครื่องบินขนส่งทางการทหารของยูเครนซึ่งกำลังลำเลียงอาวุธยุทโธปกรณ์จำนวนมากที่ประเทศตะวันตกส่งมาให้ยูเครนตกใกล้กับเมืองโอเดสซา” แถลงการณ์ของกระทรวงกลาโหมระบุ

REUTERS/Valentyn Ogirenko

มหาเศรษฐีรัสเซียหลายคนวอนอย่าเรียกผมว่า ‘คนรัสเซีย’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/680881

วันที่ 18 เม.ย. 2565 เวลา 15:40 น.มหาเศรษฐีรัสเซียหลายคนวอนอย่าเรียกผมว่า ‘คนรัสเซีย’

บรรดามหาเศรษฐีรัสเซียเริ่มกังวลกับความเป็นคนรัสเซียของตัวเองว่าจะพลอยถูกคว่ำบาตรไปด้วย

Russia Today รายงานว่า มหาเศรษฐีจำนวนหนึ่งที่เกิดและเติบโตในรัสเซียขอให้นิตยสารธรุกิจชื่อดังอย่างฟอร์บส์ไม่ระบุว่าพวกเขาเป็นคนรัสเซีย เนื่องจากมองว่ารากเหง้าของตัวเองไม่ส่งผลดีต่อภาพลักษณ์ ท่ามกลางปฏิบัติการทางทหารของรัสเซียในยูเครน และผลจากมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียจากชาติตะวันตก

Russia Today ระบุว่า ฟอร์บส์ได้รับคำร้องขอดังกล่าวมาหลายปีแล้ว แต่จำนวนคำร้องขอเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งนับตั้งแต่รัสเซียเปิดปฏิบัติการในยูเครน

บรรดามหาเศรษฐีที่ยื่นคำร้องไปยังฟอร์บส์ ได้แก่ เยฟเกนี ชวิดเลอร์ หุ้นส่วนของ โรมัน อับราโมวิช และประธานบริษัทด้านการลงทุน Millhouse นิโคไล สโตรอนสกี ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทเทคโนโลยี Revolut ปาเวล ดูรอฟ ผู้ก่อตั้ง VKontakte หรือเฟซบุ๊คเวอร์ชันรัสเซีย และแอพพลิเคชัน Telegram

เช่นเดียวกับสองพี่น้อง อิกอร์และดมิทรี บุคมัน เจ้าของบริษัทพัฒนาเกม Playrix เลโอนาร์ด บลาวัตนิค บุคคลที่มั่งคั่งที่สุดในโลกในอันดับที่ 20 และยูริ มิลเนอร์ ซึ่งฟอร์บส์ระบุว่าเป็น “นักลงทุนด้านเทคโนโลยีที่ทรงอิทธิพลที่สุดในรัสเซีย”

Russia Today ระบุว่า นักธุรกิจที่ยื่นคำขอไปยังฟอร์บส์แจ้งว่า แม้ว่าพวกเขาจะเกิดและเติบโตในรัสเซีย แต่หลังจากนั้นพวกเขาได้ย้ายออกนอกประเทศพร้อมกับธุรกิจของพวกเขา และไม่ใช่พลเมืองรัสเซียอีกแล้ว และหลายคนยังแจ้งอีกว่า พวกเขาไม่เคยพบกับประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน และไม่ควรถูกเรียกว่า “ผู้มีอำนาจในรัสเซีย” (Russian oligarchs)

Russia Today ระบุว่า คำนี้กลายเป็นคำไม่พึงประสงค์กว่าที่เคยหลังจากชาติตะวันตก รวมทั้งสหรัฐ อังกฤษ และประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปบางประเทศออกมาตรการคว่ำบาตรนักธุรกิจรัสเซียในข้อหามีความเกี่ยวข้องกับรัฐบาลรัสเซียและสนับสนุนทางการเงินแก่ปฏิบัติการในยูเครน

ภาพ: wikipedia

เยอรมนีแนะส่งอาวุธให้ยูเครน ช่วยโลกไม่อดอยาก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/680854

วันที่ 18 เม.ย. 2565 เวลา 14:15 น.เยอรมนีแนะส่งอาวุธให้ยูเครน ช่วยโลกไม่อดอยาก

เยอรมนีชี้จำเป็นต้องส่งอาวุธช่วยยูเครน เพื่อหลีกเลี่ยงภัยความอดอยากระดับโลก

เว็บไซต์ข่าว RT ของรัสเซียรายงานว่า เซม เอิซเดเมียร์ (Cem Özdemir) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรของเยอรมนีกล่าวกับหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น Westdeutsche Allgemeine Zeitung ว่าสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนอาจก่อให้เกิดภัยความอดอยากในระดับโลก และแนะนำให้ตะวันตกจัดหาอาวุธที่มีประสิทธิภาพให้แก่ยูเครนเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาดังกล่าว

พร้อมชี้ว่า “การที่รัสเซียโจมตียูเครนจะกลายเป็นการโจมตีประชาคมระหว่างประเทศมากขึ้นเรื่อยๆ นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมตะวันตกรวมถึงเยอรมนีจึงควรสนับสนุนยูเครนด้วยอาวุธที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น”

เอิซเดเมียร์ระบุว่ากองทัพรัสเซียจงใจมุ่งเป้าไปที่ภาคการเกษตรของยูเครน นับตั้งแต่ที่ความขัดแย้งปะทุขึ้นเมื่อปลายเดือนก.พ. “เราได้รับข่าวที่น่าตกใจจากยูเครน ซึ่งดูเหมือนว่ากองทัพรัสเซียจงใจทำลายโครงสร้างพื้นฐานทางการเกษตรและห่วงโซ่อุปทาน หากยังคงเป็นเช่นนี้อาจเกิดผลกระทบร้ายแรงต่อห่วงโซ่อุปทานอาหารของโลก”

โดยเสริมว่ากลยุทธ์ดังกล่าวจะนำมาซึ่งความกันดารอาหาร และส่งผลกระทบอย่างหนักต่อหลายประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศที่ประสบปัญหาด้านความมั่นคงทางอาหารอยู่แล้วอย่างประเทศในแอฟริกา ดังนั้น สถานการณ์นี้จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขในระดับโลก และองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติควรเข้ามามีบทบาทสำคัญ

ทั้งนี้ สงครามที่ยืดเยื้อในยูเครนทำให้เกิดความกังวลต่อการขาดแคลนธัญพืชทั่วโลก โดย Business Insider ระบุว่ายูเครนเป็นผู้ส่งออกข้าวสาลีและข้าวโพดรายใหญ่ โดยคิดเป็นสัดส่วน 12% และ 17% ของอุปทานทั่วโลกตามลำดับ ส่วนรัสเซียส่งออกข้าวสาลีเกือบ 17% ของอุปทานทั่วโลก

ส่งผลให้ราคาอาหารเริ่มพุ่งสูงขึ้นนับตั้งแต่รัสเซียเปิดปฏิบัติการทางทหารในยูเครนเมื่อเดือนก.พ. ขณะที่ราคาข้าวสาลีพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบหลายปีเมื่อเดือนที่แล้ว

Photo by Bernd von Jutrczenka / POOL / AFP

IS ยุสมุนอาศัยช่วงชุลมุนสงครามยูเครนโจมตียุโรปแก้แค้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/680853

วันที่ 18 เม.ย. 2565 เวลา 13:30 น.IS ยุสมุนอาศัยช่วงชุลมุนสงครามยูเครนโจมตียุโรปแก้แค้น

กลุ่ม IS ยุสาวกให้อาศัยช่วงชุลมุนสงครามยูเครนโจมตียุโรปแก้แค้นการตายของหัวหน้ากลุ่ม

AFP รายงานว่า กลุ่มก่อการร้าย IS ประกาศแก้แค้นการสังหารอดีตหัวหน้ากลุ่มด้วยการเรียกร้องให้บรรดาผู้สนับสนุนอาศัยช่วงชุลมุนจากสงครามยูเครนลงมือก่อเหตุโจมตีในยุโรป

ข้อความเสียงที่ออกมาจากกลุ่ม IS ที่เผยแพร่ในแอพพลิเคชัน Telegram ระบุว่า “โดยอาศัยอำนาจจากพระเจ้า เราขอประกาศการต่อสู้อันศักดิ์สิทธิ์เพื่อแก้แค้นต่อการเสียชีวิตของ อาบู อิบราฮิม อัล-คูราชี และกลุ่มของอดีตโฆษก”

กลุ่มของ อาบู-โอมาร์ อัล-มูฮัจญี โฆษกคนใหม่ ยังเรียกร้องให้กลุ่มผู้สนับสนุนกลับมาโจมตียุโรปอีกครั้ง โดยใช้ประโยชน์จากโอกาสที่ “พวกผู้บุกรุกกำลังสู้รบกันเอง” ซึ่งหมายถึงการรุกรานยูเครนของรัสเซีย

ทั้งนี้ ข้อมูลของทำเนียบขาวและเจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐระบุว่า ผู้นำคนก่อนของกลุ่ม IS เสียชีวิตเมื่อต้นเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา หลังจากจุดระเบิดฆ่าตัวตายเพื่อหนีการจับกุมระหว่างที่สหรัฐบุกที่พักอาศัยทางตะวันตกเฉียงเหนือของซีเรีย

ต่อมาวันที่ 10 มี.ค. กลุ่ม IS ยืนยันการเสียชีวิตของผู้นำกลุ่มและอดีตโฆษก และประกาศแต่งตั้ง อาบู ฮัสซาน อัล-ฮาเชมี อัล-คูราชี เป็นผู้นำกลุ่มคนใหม่ซึ่งเป็นคนที่ 3 นับตั้งแต่ก่อตั้งกลุ่ม

หลังจากเสียที่มั่นสุดท้ายภายใต้การโจมตีของกลุ่มพันธมิตรที่นำโดยสหรัฐเมื่อเดือน มี.ค. 2019 กลุ่ม IS ที่เหลือในซีเรียส่วนใหญ่หนีไปกบดานในแถบทะเลทราย และใช้ที่กบดานซุ่มโจมตีกองกำลังเคิร์ดและกองทัพรัฐบาลซีเรีย และยังคงโจมตีอิรักอย่างต่อเนื่อง

REUTERS/Stringer

ยูเครนเตือนรัสเซียเตรียมถล่มภาคตะวันออก ชี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนของสงคราม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/680846

วันที่ 18 เม.ย. 2565 เวลา 12:00 น.ยูเครนเตือนรัสเซียเตรียมถล่มภาคตะวันออก ชี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนของสงคราม

ประธานาธิบดียูเครนเตือนการสู้รบอย่างเต็มรูปแบบในดอนบัสจะเกิดขึ้นในไม่ช้า ชี้การรบครั้งนี้อาจมีอิทธิพลต่อสงครามทั้งหมด

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานเมื่อวันที่ 18 เม.ย. ว่าประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน แถลงเตือนถึงกองกำลังรัสเซียที่กำลังรุกคืบเข้ามาในภาคตะวันออกของยูเครน โดยระบุว่า “กองกำลังทหารรัสเซียกำลังเตรียมปฏิบัติการเชิงรุกทางตะวันออกของประเทศของเรา และมันจะเริ่มขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้”

เซเลนสกีระบุว่าภูมิภาคดอนบัส ทางตะวันออกของยูเครน ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองโดเนตสก์และลูฮันสก์กำลังจะเกิดการสู้รบอย่างเต็มรูปแบบในไม่ช้า

“พวกเขาต้องการเข่นฆ่าและทำลายภูมิภาคดอนบัส ทำลายล้างทุกสิ่งที่เคยรุ่งโรจน์ในเขตอุตสาหกรรมนี้ เช่นเดียวกับที่พวกเขาทำลายมารีอูปอล พวกเขาต้องการกวาดล้างเมืองและชุมชนอื่นๆ ในโดเนตสก์ และลูฮันสก์”

อย่างไรก็ตาม แม้ว่ารัสเซียจะรับรองสถานะรัฐอิสระของโดเนตสก์และลูฮันสก์ แต่เซเลนสกียืนยันว่ายูเครนจะไม่ยอมสละดินแดนส่วนหนึ่งส่วนใดให้แก่รัสเซีย พร้อมแสดงความกังวลว่าการสู้รบในภูมิภาคดอนบัสอาจเป็นจุดเปลี่ยนของสงคราม

“ด้วยเหตุนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับเราที่จะไม่อนุญาตให้พวกเขารุกรานแผ่นดินของเรา เพราะการต่อสู้ครั้งนี้ … มันสามารถมีอิทธิพลต่อแนวทางของสงครามทั้งหมด” เซเลนสกีกล่าว

ขณะที่เมืองลูฮันสก์ ทางตะวันออกของยูเครนออกคำเตือนให้ผู้อยู่อาศัยเร่งอพยพออกจากพื้นที่ทันที โดยเซอร์เกย์ ไกได หัวหน้าฝ่ายบริหารการทหารของภูมิภาคชี้ว่า “การอพยพขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของพวกคุณ แต่เตือนว่าสุสานมีขนาดใหญ่ขึ้นทุกวัน สัปดาห์หน้าอาจเกิดความยากลำบาก นี่อาจเป็นครั้งสุดท้ายที่เรายังคงมีโอกาสที่ช่วยเหลือพวกคุณได้”

เซเลนสกียังได้กล่าวถึงสถานการณ์ในเมืองคาร์คิฟโดยระบุว่าการยิงปืนใหญ่ของรัสเซียเมื่อวันที่ 17 เม.ย. ได้คร่าชีวิตพลเมืองไปแล้วอย่างน้อย 5 คน และบาดเจ็บอีก 15 คน และเสริมว่าในช่วง 4 วันที่ผ่านมามีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 18 คน และบาดเจ็บ 106 คน จากการที่รัสเซียทิ้งระเบิดในเมืองคาร์คิฟ

นอกจากนี้เซเลนสกีกล่าวหาว่ากองกำลังรัสเซียยังกระทำการละเมิดสิทธิมนุษยธรรมในเมืองเคอร์ซอนและซาปอริซเซีย ทางตอนใต้ของยูเครนด้วย

Photo by Sergei SUPINSKY / AFP