รัสเซียตะเพิด NGO ตะวันตก ชี้ละเมิดกฎหมายประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/680323

วันที่ 09 เม.ย. 2565 เวลา 11:00 น.รัสเซียตะเพิด NGO ตะวันตก ชี้ละเมิดกฎหมายประเทศ

รัสเซียสั่งปิดแอมเนสตี้- ฮิวแมนไรท์วอทช์ และอีกหลายองค์กรเอกชนจากตะวันตก

สำนักข่าว RT ของรัสเซียรายงานว่ากระทรวงยุติธรรมของรัสเซียประกาศเมื่อวันที่ 8 เม.ย. ว่าจะมีการสั่งปิดองค์กรไม่แสวงหากำไร มูลนิธิ และองค์กรพัฒนาเอกชน (NGO) ของชาติตะวันตกที่ตั้งอยู่ในรัสเซียรวมทั้งสิ้น 15 แห่ง โดยให้เหตุผลว่าเป็นการละเมิดกฎหมายของรัสเซีย

โดยองค์กรที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ของสหราชอาณาจักร, ฮิวแมนไรท์วอทช์, มูลนิธิคาร์เนกี้เพื่อสันติภาพโลก และสถาบันการศึกษานานาชาติ (IIE) ของสหรัฐอเมริกา, มูลนิธิอากา ข่าน ของสวิตเซอร์แลนด์, สมาคมชุมชนชาวโปแลนด์ ของโปแลนด์ และองค์กรพัฒนาเอกชนของเยอรมนีอีกหลายแห่ง

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวเมื่อวันที่ 7 เม.ย. ที่ผ่านมาว่ารัสเซียมีส่วนร่วมในการวิสามัญฆาตกรรมและการสังหารที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายในยูเครน ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการสอบสวนในข้อหาก่ออาชญากรรมสงคราม

ขณะที่รัสเซียปฏิเสธข้อกล่าวหาเหล่านี้ โดยยืนยันว่าการปฏิบัติการทางทหารที่กำลังดำเนินอยู่ในยูเครนไม่ได้มุ่งเป้าไปที่พลเรือน

Photo by REUTERS/Carlos Jass/File Photo

เพราะตบเป็นเหตุ ‘วิลล์ สมิธ’ ถูกห้ามร่วมงานออสการ์ 10 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/680318

วันที่ 09 เม.ย. 2565 เวลา 09:44 น.เพราะตบเป็นเหตุ 'วิลล์ สมิธ' ถูกห้ามร่วมงานออสการ์ 10 ปี

สถาบันภาพยนตร์แห่งวงการฮอลลีวูดสั่งห้ามวิลล์ สมิธเข้าร่วมงานออสการ์เป็นเวลา 10 ปีหลังจากผู้ชนะนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมตบพิธีกรในงาน คือ คริส ร็อคบนเวทีในพิธีมอบรางวัลออสการ์เมื่อ 12 วันที่แล้ว

รอยเตอร์รายงานว่า คณะกรรมการผู้ว่าการ Academy of Motion Picture Arts and Sciences ดำเนินการในการประชุมที่จัดขึ้นหนึ่งสัปดาห์หลังจากที่ วิลล์ สมิธลาออกจากสถาบันล่วงหน้าเนื่องจากการแสดงอารมณืเกรี้ยวกราดของเขาต่อคริส ร็อคในงานถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์

“รางวัลออสการ์ครั้งที่ 94 ตั้งใจให้เป็นการเฉลิมฉลองของบุคคลหลายคนในชุมชนของเราที่ทำงานอย่างเหลือเชื่อในปีที่ผ่านมา” David Rubin ประธานสถาบันการศึกษาและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Dawn Hudson กล่าวในแถลงการณ์

“อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาเหล่านั้นถูกบดบังด้วยพฤติกรรมที่ยอมรับไม่ได้และเป็นอันตรายที่เราเห็นคุณสมิธแสดงอยู่บนเวที”

ในแถลงการณ์ สมิธกล่าวว่า “ผมยอมรับและเคารพการตัดสินใจของ Academy” สมิธได้ออกแถลงการณ์ก่อนหน้านี้เพื่อขอโทษ คริส ร็อค, ผู้ผลิตรางวัลออสการ์, ผู้ได้รับการเสนอชื่อรับรางวัล และผู้ชม

นอกเหนือจากรางวัลออสการ์ซึ่งเป็นรางวัลอันทรงเกียรติที่สุดในโลกของภาพยนตร์แล้ว คณะกรรมการยังสั่งห้ามสมิธจากกิจการร่วมกรรมและโปรแกรมของสถาบัน Academy อื่นๆ ทั้งหมด ทั้งการร่วมด้วยตนเองหรือการร่วมผ่านระบบออนไลน์จะเป็นเวลา 10 ปี

อย่างไรก็ตาม ทางกลุ่มไม่ได้บอกว่าเขาจะไม่มีสิทธิ์ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ในช่วงเวลานั้น โดยภาพยนตร์เรื่องต่อไปของสมิธ คือภาพยนต์แอ็คชั่นตื่นเต้นเร้าใจ “Emancipation” เกี่ยวกับชายคนหนึ่งที่หนีจากการเป็นทาสได้รับการปล่อยตัวในปลายปีนี้

ไม่มีข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับภาพยนตร์ Apple TV+ ตั้งแต่ สมิธก้าวขึ้นไปบนเวทีในพิธีวันที่ 27 มีนาคม หลังจากที่นักแสดงตลกคริส ร็อคเล่นมุกเกี่ยวกับการปรากฏตัวของเจดา พิงค์เก็ต สมิธ ภรรยาของวิลล์ สมิธ แล้วตบ คริส ร็อคเต็มใบหน้า

ไม่ถึงชั่วโมงต่อมา สมิธกล่าวทั้งน้ำตาบนเวทีเมื่อเขารับรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจากบทบาทของเขาใน “King Richard” ซึ่งรับบทเป็นบิดาของซูเปอร์สตาร์เทนนิส เซรีน่าและวีนัส วิลเลียมส์ หลังพิธีเขายังได้เต้นรำในงานปาร์ตี้หลังออสการ์ประจำปีของ Vanity Fair

Dana Harris-Bridson หัวหน้าบรรณาธิการของสื่อบันเทิงออนไลน์ IndieWire กล่าวถึงการห้ามสมิธของสถาบัน Academy  ว่า “น้อยเกินไป สายเกินไป” โดยกล่าวว่า Academy  ควรไล่นักแสดงออกจากพิธีที่โรงละครระหว่างการประกาศรางวัลเสียแต่เนิ่นๆ 

หลังจากข้อเท็จจริง สถาบัน Academy  มีทางเลือกไม่มากนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสมิธลาออกก่อนที่สมาชิกภาพของเขาใน Academy จะถูกเพิกถอน เธอกล่าว

“ช่วงเวลาที่พวกเขามีคือช่วงเวลาในโรงละคร” เธอกล่าว

ในแถลงการณ์เมื่อวันศุกร์ ผู้นำของสถาบัน Academy กล่าวว่าพวกเขาไม่ได้กล่าวถึงสถานการณ์อย่างเพียงพอในระหว่างการออกอากาศ

“สำหรับเรื่องนี้ เราขอโทษ” พวกเขากล่าว “นี่เป็นโอกาสสำหรับเราที่จะเป็นแบบอย่างสำหรับแขกรับเชิญ ผู้ชม และครอบครัว Academy ของเราทั่วโลก และเราล้มเหลว — ไม่พร้อมสำหรับสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน”

ไม่นานหลังจากเกิดเหตุการณ์ สถาบัน Academy กล่าวว่าได้ขอให้สมิธ ออกไป แต่รายละเอียดของคำแถลงนั้นมีการโต้แย้งกันและนักแสดงก็อยู่ต่อตลอดพิธี

ซีอีโอและประธานของสถาบัน Academy  ยังแสดงความขอบคุณอย่างสุดซึ้งต่อคริส ร็อคที่รักษาความสงบของเขาไว้ภายใต้สถานการณ์ที่ไม่ธรรมดา

“เราอยากจะขอบคุณพิธีกร ผู้ได้รับการเสนอชื่อ พรีเซ็นเตอร์ และผู้ชนะสำหรับความมีมารยาทและความสง่างามในระหว่างการออกอากาศของเรา” พวกเขากล่าว

“เรายังหวังว่าสิ่งนี้จะสามารถเริ่มต้นช่วงเวลาแห่งการเยียวยาและฟื้นฟูสำหรับทุกคนที่เกี่ยวข้องและได้รับผลกระทบ”

Photo –  REUTERS/Brian Snyder/File Photo

สหรัฐรวบหัวหน้าแก๊งยากูซ่าพร้อม 3 สมุนชาวไทย ค้ายา-อาวุธ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/680281

วันที่ 08 เม.ย. 2565 เวลา 17:12 น.สหรัฐรวบหัวหน้าแก๊งยากูซ่าพร้อม 3 สมุนชาวไทย ค้ายา-อาวุธ

สหรัฐจับกุมหัวหน้าแก๊งยากูซ่าพร้อม 3 ชายไทยลักลอบค้ายาเสพติด-อาวุธข้ามชาติ

AFP รายงานว่า เมื่อวันที่ 7 เม.ย. ตามเวลาท้องถิ่น ทางการสหรัฐแถลงถึงการจับกุมหัวหน้าแก๊งยากูซ่า พร้อมด้วยคนไทย 3 คน ที่ลักลอบค้าเฮโรอีนและยาบ้า และพยายามจัดหาขีปนาวุธสำหรับกลุ่มติดอาวุธในเมียนมาและศรีลังกาอีกด้วย

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐระบุว่านายทาเคชิ เอบิซาวะ อายุ 57 ปี หัวหน้าแก๊งยากูซ่าชาวญี่ปุ่น, นายสมภักดิ์ รักษ์สราณี อายุ 55 ปี สัญชาติไทย, นายสมภพ สิงห์ศิริ อายุ 58 ปี สัญชาติไทย และนายสุขสันต์ จุลนันท์ อายุ 53 ปี สัญชาติไทย-อเมริกัน ถูกจับกุมในนิวยอร์กเมื่อวันที่ 4 และ 5 เม.ย. ที่ผ่านมา ในข้อหาลักลอบขนยาเสพติดและอาวุธ และข้อหาฟอกเงิน

การสอบสวนโดยสำนักงานปราบปรามยาเสพติดของสหรัฐในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2019 พบว่า ชายกลุ่มนี้ลักลอบค้าเฮโรอีนและยาบ้าล็อตใหญ่กับกองกำลังติดอาวุธกลุ่มกบฏจากรัฐวา เขตปกครองตนเองในเมียนมา ขณะที่นายเอบิซาวะพยายามค้าอาวุธปืนอัตโนมัติ, จรวด ปืนกล และขีปนาวุธจากพื้นสู่อากาศ กับกองกำลังพยัคฆ์ทมิฬอีแลม (LTTE) ของศรีลังกา, กองกำลังรัฐวา, สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง กองทัพรัฐฉาน และกองกำลังติดอาวุธของชนกลุ่มน้อยอื่นๆ ในเมียนมาที่ต่อสู้กับกองทัพของรัฐบาลทหารมาเป็นเวลานาน

เมื่อวันที่ 3 ก.พ. นายเอบิซาวะและพวกเดินทางไปยังกรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก เพื่อพบกับเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบจากกองอำนวยบังคับใช้กฎหมายยาเสพติดสหรัฐ (DEA) และเจ้าหน้าที่ตำรวจสายลับของเดนมาร์กอีก 2 นาย ที่แฝงตัวเข้าไปขายอาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพสหรัฐ รวมทั้งปืนกลและจรวดต่อต้านรถถัง

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐระบุว่า “เรากล่าวหาว่านายเอบิซาวะและพวกเป็นนายหน้าซื้ออาวุธกับสายลับ DEA ที่แฝงตัวเข้าไป เพื่อขายต่อให้กับกองกำลังติดอาวุธในต่างประเทศ และลักลอบค้ายาเสพติดผิดกฎหมายจำนวนมาก พวกเขายังเสนอขายเฮโรอีนและยาบ้าอย่างละ 500 กิโลกรัมให้กับสายลับ DEA เพื่อนำไปแจกจ่ายในนิวยอร์กด้วย”

ในระหว่างการสอบสวนนายเอบิซาวะให้การว่านายสุขสันต์ เป็นนายพลกองทัพอากาศไทย และนายสมภักดิ์ เป็นทหารเกษียณอายุ ขณะที่กระทรวงยุติธรรมไม่ได้เปิดเผยว่าชายทั้ง 4 คนเดินทางเข้าสหรัฐได้อย่างไร ตามรายงานของ Al jazeera

ทั้งนี้ กระทรวงยุติธรรมสหรัฐระบุว่าการกระทำความผิดในข้อหาลักลอบค้าขายสิ่งผิดกฎหมายและอาวุธ รวมถึงครอบครองอาวุธหนักมีโทษสูงสุดคือจำคุกตลอดชีวิต และข้อหาฟอกเงินมีโทษจำคุกสูงสุด 20 ปี

Photi by REUTERS/Carlo Allegri/File Photo

รัสเซียเจอเศรษฐกิจถดถอยเลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่โซเวียตล่มสลาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/680279

วันที่ 08 เม.ย. 2565 เวลา 16:47 น.รัสเซียเจอเศรษฐกิจถดถอยเลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่โซเวียตล่มสลาย

อังกฤษตามรอยสหรัฐคว่ำบาตรลูกสาวปูติน คณะกรรมาธิการสหภาพยุโรปลุยเคียฟให้กำลังเซเลนสกี พร้อมช่วยเลหือการเงินเพิ่ม

รัฐบาลสหราชอาณาจักรคาดการณ์ว่ารัสเซียกำลังมุ่งหน้าไปสู่ภาวะถดถอยที่ลึกที่สุดนับตั้งแต่การล่มสลายของสหภาพโซเวียต  โดยคาดว่าเงินรัสเซียกว่า 275,000 ล้านปอนด์ (358,520 ล้านดอลลาร์) ถูกอายัดจากการคว่ำบาตรจากนานาประเทศในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา

การวิเคราะห์ดังกล่าวแสดงให้เห็นว่ารัสเซียกำลังเข้าสู่ภาวะถดถอยที่ลึกที่สุดนับตั้งแต่การล่มสลายของสหภาพโซเวียต สหราชอาณาจักรประมาณการว่า 60% ของทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของรัสเซียถูกระงับเนื่องจากการคว่ำบาตรระหว่างประเทศ

นอกจากนี้ รัฐบาลสหราชอาณาจักรยังเพิ่มลูกสาวของวลาดิมีร์ ปูตินเข้าไปในรายการคว่ำบาตรเมื่อวันศุกร์ ตามรอยรัฐบาลสหรัฐฯ โดยประกาศให้ระงับทรัพย์สินของเคเทรินา ทิโคโนวา (Katerina Tikhonova) และมาเรีย โวรอนซอฟวา (Maria Vorontsova) ลูกสาววัยผู้ใหญ่ของปูติน และเซร์เกเยฟนา วิโนคูโรวา (Sergeyevna Vinokurova) ลูกสาวของรัฐมนตรีต่างประเทศเซอร์เก ลาฟรอฟ ทั้งสามคนถูกคว่ำบาตรจากสหรัฐอเมริกาเมื่อต้นสัปดาห์นี้

ลิซ ทรัสส์ รัฐมนตรีต่างประเทศสหราชอาณาจักร ระบุในถ้อยแถลงว่า “มาตรการคว่ำบาตรอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนของเราส่งผลกระทบต่อกลุ่มชนชั้นนำและครอบครัวของพวกเขา ในขณะที่เศรษฐกิจของรัสเซียเสื่อมโทรมในระดับที่รัสเซียไม่เคยพบเห็นตั้งแต่การล่มสลายของสหภาพโซเวียต”

“วิถีชีวิตที่ฟุ่มเฟือยของวงในของเครมลินจะถูกกำหนดเป้าหมายต่อไปตั้งแต่วันนี้ ในขณะที่สหราชอาณาจักรคว่ำบาตรลูกสาววัยผู้ใหญ่ของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน และเซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศของเขา” รัฐบาลสหราชอาณาจักรกล่าวในแถลงการณ์

ด้านหัวหน้าคณะกรรมาธิการยุโรปและนักการทูตระดับสูงของสหภาพยุโรปจะพบกับประธานาธิบดียูเครน โวโลดีมีรื เซเลนสกี ในกรุงเคียฟv ในวันศุกร์ที่จะให้การสนับสนุนทางการเงินและกำลังใจในเมืองหลวงของยูเครนที่ค่อย ๆ ฟื้นตัวอีกครั้งขึ้นหลังจากที่กองกำลังรัสเซียถอนตัวออกจากเขตชานเมือง

ระหว่างการเดินทางโดยรถไฟจากบรัสเซลส์ไปยังเคียฟ โจเซป บอร์เรลล์ หัวหน้านักการทูตของสหภาพยุโรป กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่าการเยือนครั้งนี้เป็นสัญญาณว่า “ยูเครนสามารถควบคุมอาณาเขตของตน” และรัฐบาลยูเครนยังคงมีอำนาจอยู่

“ยูเครนไม่ใช่ประเทศที่ถูกรุกราน ถูกครอบงำ ยังมีรัฐบาล (ซึ่ง) รับผู้คนจากภายนอก และคุณสามารถเดินทางไปยังเคียฟได้” บอร์เรลล์กล่าว และเสริมว่าเขาหวังว่าสหภาพยุโรปจะเสนอเงินอีก 500 ล้านยูโร (543.25 ล้านเหรียญสหรัฐ) ให้กับรัฐบาลยูเครนในวันข้างหน้า

นอกจากนี้ เขายังกล่าวอีกว่า การเดินทางครั้งนี้จะช่วยให้กลุ่มประเทศสหภาพยุโรปสามารถร่างโครงร่างมาตรการที่สหภาพยุโรปใช้เพื่อ “โดดเดี่ยวรัสเซีย”

Photo -Sputnik/Mikhail Klimentyev/Kremlin via REUTERS/File Photo

สหรัฐรวบหัวหน้าแก๊งยากูซ่าพร้อม 3 สมุนชาวไทย ค้ายา-อาวุธ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/680281

วันที่ 08 เม.ย. 2565 เวลา 17:12 น.สหรัฐรวบหัวหน้าแก๊งยากูซ่าพร้อม 3 สมุนชาวไทย ค้ายา-อาวุธ

สหรัฐจับกุมหัวหน้าแก๊งยากูซ่าพร้อม 3 ชายไทยลักลอบค้ายาเสพติด-อาวุธข้ามชาติ

AFP รายงานว่า เมื่อวันที่ 7 เม.ย. ตามเวลาท้องถิ่น ทางการสหรัฐแถลงถึงการจับกุมหัวหน้าแก๊งยากูซ่า พร้อมด้วยคนไทย 3 คน ที่ลักลอบค้าเฮโรอีนและยาบ้า และพยายามจัดหาขีปนาวุธสำหรับกลุ่มติดอาวุธในเมียนมาและศรีลังกาอีกด้วย

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐระบุว่านายทาเคชิ เอบิซาวะ อายุ 57 ปี หัวหน้าแก๊งยากูซ่าชาวญี่ปุ่น, นายสมภักดิ์ รักษ์สราณี อายุ 55 ปี สัญชาติไทย, นายสมภพ สิงห์ศิริ อายุ 58 ปี สัญชาติไทย และนายสุขสันต์ จุลนันท์ อายุ 53 ปี สัญชาติไทย-อเมริกัน ถูกจับกุมในนิวยอร์กเมื่อวันที่ 4 และ 5 เม.ย. ที่ผ่านมา ในข้อหาลักลอบขนยาเสพติดและอาวุธ และข้อหาฟอกเงิน

การสอบสวนโดยสำนักงานปราบปรามยาเสพติดของสหรัฐในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2019 พบว่า ชายกลุ่มนี้ลักลอบค้าเฮโรอีนและยาบ้าล็อตใหญ่กับกองกำลังติดอาวุธกลุ่มกบฏจากรัฐวา เขตปกครองตนเองในเมียนมา ขณะที่นายเอบิซาวะพยายามค้าอาวุธปืนอัตโนมัติ, จรวด ปืนกล และขีปนาวุธจากพื้นสู่อากาศ กับกองกำลังพยัคฆ์ทมิฬอีแลม (LTTE) ของศรีลังกา, กองกำลังรัฐวา, สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง กองทัพรัฐฉาน และกองกำลังติดอาวุธของชนกลุ่มน้อยอื่นๆ ในเมียนมาที่ต่อสู้กับกองทัพของรัฐบาลทหารมาเป็นเวลานาน

เมื่อวันที่ 3 ก.พ. นายเอบิซาวะและพวกเดินทางไปยังกรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก เพื่อพบกับเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบจากกองอำนวยบังคับใช้กฎหมายยาเสพติดสหรัฐ (DEA) และเจ้าหน้าที่ตำรวจสายลับของเดนมาร์กอีก 2 นาย ที่แฝงตัวเข้าไปขายอาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพสหรัฐ รวมทั้งปืนกลและจรวดต่อต้านรถถัง

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐระบุว่า “เรากล่าวหาว่านายเอบิซาวะและพวกเป็นนายหน้าซื้ออาวุธกับสายลับ DEA ที่แฝงตัวเข้าไป เพื่อขายต่อให้กับกองกำลังติดอาวุธในต่างประเทศ และลักลอบค้ายาเสพติดผิดกฎหมายจำนวนมาก พวกเขายังเสนอขายเฮโรอีนและยาบ้าอย่างละ 500 กิโลกรัมให้กับสายลับ DEA เพื่อนำไปแจกจ่ายในนิวยอร์กด้วย”

ในระหว่างการสอบสวนนายเอบิซาวะให้การว่านายสุขสันต์ เป็นนายพลกองทัพอากาศไทย และนายสมภักดิ์ เป็นทหารเกษียณอายุ ขณะที่กระทรวงยุติธรรมไม่ได้เปิดเผยว่าชายทั้ง 4 คนเดินทางเข้าสหรัฐได้อย่างไร ตามรายงานของ Al jazeera

ทั้งนี้ กระทรวงยุติธรรมสหรัฐระบุว่าการกระทำความผิดในข้อหาลักลอบค้าขายสิ่งผิดกฎหมายและอาวุธ รวมถึงครอบครองอาวุธหนักมีโทษสูงสุดคือจำคุกตลอดชีวิต และข้อหาฟอกเงินมีโทษจำคุกสูงสุด 20 ปี

Photi by REUTERS/Carlo Allegri/File Photo

เด็กหญิง 13 ขวบกลายเป็นเศรษฐีร้อยล้านจากศิลปะ NFT

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/680265

วันที่ 08 เม.ย. 2565 เวลา 15:15 น.เด็กหญิง 13 ขวบกลายเป็นเศรษฐีร้อยล้านจากศิลปะ NFT

ไนล่า เฮย์ส เด็กหญิง 13 ขวบที่สร้างเงิน 100 ล้านบาทจากงานศิลปะ NFT

ก่อนหน้านี้ เราได้นำเสนอเรื่องราวของศิลปินหลายคนที่โกยเงินล้านจาก NFT สินทรัพย์ดิจิทัลที่ค่อนข้างเป็นที่นิยมบนโลกอินเทอร์เน็ตขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็น สุลต่าน กุสตาฟ อัล กอซาลี นักศึกษาอินโดนีเซียที่ทำรายได้กว่า 30 ล้านบาทจากการอัพโหลดรูปเซลฟี่ขายเป็น NFT และเบนจามิน อาเหม็ด เด็กชายวัย 12 ปีจากลอนดอนที่คว้าเงินกว่า 12 ล้านจากการเขียนโปรแกรมสร้างงานศิลปะดิจิทัล

ล่าสุด เด็กหญิงไนล่า เฮย์ส (Nyla Hayes) วัย 13 ปี กำลังถูกพูดถึงอย่างมากเมื่อเธอกลายเป็นศิลปินรุ่นเยาว์ที่สามารถทำเงินได้ราว 3 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 100 ล้านบาท ผ่านการขายงานศิลปะในรูปแบบ NFT

เว็บไซต์ Today.com ระบุว่า ผลงานของเฮย์สมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นคือเธอจะวาดภาพคนคอยาว ที่เธอเรียกว่า “long neckies” โดยได้รับแรงบันดาลใจจากบรอนโตซอรัส (Brontosaurus) ไดโนเสาร์ที่เธอชื่นชอบตั้งแต่เด็กๆ

ไม่ใช่แค่ภาพวาดที่เป็นเอกลักษณ์ แต่เฮย์สต้องการสร้างงานศิลปะที่สร้างพลังให้กับผู้หญิงและเด็กหญิงทั่วโลก ภาพวาดทั้ง 3,333 ภาพในคอลเลกชันของเธอล้วนเป็นผู้หญิง รวมถึง โอปราห์ วินฟรีย์, มิเชลล์ โอบามา และเซเรนา วิลเลียมส์ ตามรายงานของ The Talko

“ฉันชอบวาดรูปผู้หญิงจากทั่วทุกมุมโลก เพราะฉันชอบวัฒนธรรมและภูมิหลังที่แตกต่างกัน” เฮย์สกล่าวกับ NBC News Now

“ตอนแรกฉันแค่อยากจะรวมสองสิ่งที่ฉันรักไว้ด้วยกัน นั่นก็คือไดโนเสาร์บรอนโตซอรัสกับผู้หญิง ฉันต้องการแสดงให้เห็นว่าผู้หญิงสวยและแข็งแกร่งขนาดไหน”

NFTevening ระบุว่า เฮย์สเปิดตัวคอลเลกชันนี้เมื่อ 8 เดือนก่อน โดยมีภาพวาดในคอลเลกชันทั้งหมด 3,333 ภาพ ซึ่งวางขายบนเว็บไซต์ OpenSea และขายหมดเกลี้ยงแล้วด้วยมูลค่าประมาณ 885 ETH หรือประมาณ 3 ล้านเหรียญสหรัฐในขณะนั้น (กว่า 100 ล้านบาท)

นอกจากนี้ ในปี 2021 เฮย์สได้รับเลือกให้เป็น Artist-in-Residence คนแรก ในโครงการเพื่อศิลปินที่สร้างผลงานผ่าน NFT ของนิตยสาร TIME

เส้นทางสู่ความสำเร็จ

เฮย์สเริ่มวาดภาพตั้งแต่อายุ 4 ขวบ และเมื่อายุได้ 9 ขวบแม่ของเธอตัดสินใจซื้อสมาร์ทโฟนให้เธอเพื่อที่เธอจะได้เริ่มทดลองศิลปะดิจิทัล

“ฉันเห็นว่าเธอหลงใหลในงานศิลปะมากแค่ไหน และฉันก็คิดว่าถ้าฉันสนับสนุนเธอในทางใดทางหนึ่งได้นั่นคือสิ่งที่ฉันต้องการทำ” ลาโทยา แม่ของเฮย์สกล่าว

อีกไม่กี่ปีต่อมาเมื่อ NFT เริ่มเป็นที่รู้จัก เฮย์สและแม่เรียนรู้มันผ่านทาง Youtube เพื่อศึกษาว่าพวกเขาจะนำผลงานของเฮย์สเข้าไปขายได้อย่างไร

“บอกตามตรง เมื่อฉันได้ยินเกี่ยวกับ NFT ครั้งแรก ฉันไม่รู้จริงๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ฉันอยากนำเสนอผลงานศิลปะของตัวเองมาสักพักแล้ว นี่จึงเป็นโอกาสที่ดี” เฮย์สกล่าว

เธอเผยว่าเมื่อเริ่มขาย NFT ครั้งแรก เธอไม่คิดไม่ฝันเลยว่าธุรกิจของเธอจะประสบความสำเร็จขนาดนี้ “ฉันแค่คิดว่ามันคงเจ๋งถ้าเอางานศิลปะของฉันไปโชว์ที่นั่นให้คนอื่นเห็น และดูว่าคนอื่นจะชอบมันไหม … ฉันไม่เคยคาดคิดเลยว่ามันจะบูมแบบนี้”

“ทุกอย่างจะไม่เกิดขึ้นเลยถ้าไม่ได้รับการสนับสนุนจากแม่ เธอเป็นผู้หญิงที่น่าทึ่งมาก”

ทั้งนี้ NFT หรือ Non-fungible token เป็นสินทรัพย์ดิจิทัลอีกประเภทหนึ่งที่ได้รับความนิยมและเติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งใช้บล็อกเชนเช่นเดียวกับคริปโตเคอร์เรนซี ทว่า ต่างกันตรงที่แต่ละโทเคนจะมีลักษณะเฉพาะตัว ซึ่งไม่สามารถทำซ้ำหรือลอกเลียนได้ โดยอาจมาในรูปแบบของภาพวาด ภาพถ่าย ภาพกราฟิก เพลง คลิปวิดีโอ หรือผลงานศิลปะอื่นๆ ในรูปแบบดิจิทัล โดยงานศิลปะบางชิ้นขายได้ถึงหลักร้อยหรือพันล้านเหรียญสหรัฐ จึงถูกมองว่านี่คืออนาคตของงานศิลปะ และเป็นช่องทางใหม่สำหรับนักลงทุนด้วย

Photo by nylacollection_nft/Instagram

เปิดภาพลับคุกนรกอินเส่ง ขังฝ่ายต่อต้านเผด็จการเมียนมา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/680240

วันที่ 08 เม.ย. 2565 เวลา 13:15 น.เปิดภาพลับคุกนรกอินเส่ง ขังฝ่ายต่อต้านเผด็จการเมียนมา

รอยเตอร์เปิดข้อมูลลับ ภาพสเก็ตช์ที่ถูกลักลอบออกมาเผยห็นสภาพเรือนจำชื่อกระฉ่อนของเมียนมา

(รอยเตอร์) – ในภาพวาดหนึ่ง ผู้ชายหลายสิบคนนั่งอัดกันในห้องเดี่ยว คุกเข่าลงด้วยกัน ทุกตารางนิ้วของพื้นที่ถูกครอบครอง ในอีกด้านหนึ่งพวกเขานอนหงายอยู่บนพื้น ใบหน้าของพวกเขาเครียดด้วยความรู้สึกไม่สบาย

ภาพสเก็ตช์ 14 ภาพที่ถูกลักลอบนำเข้าจากเรือนจำอินเส่ง (Insein) ของเมียนมา และบทสัมภาษณ์อดีตนักโทษ 8 คน เผยให้เห็นภาพภายในเรือนจำที่โด่งดังที่สุดของประเทศ ซึ่งถูกเปิดเผยข้อมูลไม่บ่อยนัก นักโทษการเมืองหลายพันคนถูกส่งตัวไปตั้งแต่การทำรัฐประหารในปีที่แล้วและการสื่อสารกับโลกภายนอกมีอย่างจำกัด

ภาพสเก็ตช์ด้วยหมึกสีน้ำเงิน แสดงชีวิตประจำวันของกลุ่มนักโทษชายในห้องขัง การเข้าคิวรอน้ำจากรางเพื่อชำระล้างร่างกาย การพูดคุย หรือนอนบนพื้นท่ามกลางความร้อน

นอกเหนือจากการพรรณนาจากภาพเหล่านั้น ผู้ต้องขัง 8 คนที่เพิ่งได้รับการปล่อยตัวบอกกับรอยเตอร์ว่าเรือนจำอินเส่ง ซึ่งเคยเป็นโรงงานในยุคอาณานิคมในย่างกุ้งเต็มไปด้วยหนู เป็นสถานที่รับสินบนเป็นประจำ ผู้ต้องขังต้องจ่ายค่าพื้นที่นอนบนพื้น และไม่รักษาอาการเจ็บป่วยที่ลุกลามให้กับนักโทษ

“เราไม่ใช่มนุษย์ที่ถูกคุมขังอีกต่อไปแล้ว” ญี ญี ทแว (Nyi Nyi Htwe) วัย 24 ปี ซึ่งลักลอบนำภาพสเก็ตช์ออกจากเรือนจำเมื่อเขาได้รับการปล่อยตัวในเดือนตุลาคม หลังจากใช้เวลาหลายเดือนในข้อหาหมิ่นประมาท ในข้อกล่าวหาที่เขาปฏิเสธ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการร่วมประท้วงต่อต้านรัฐประหาร

เมืองอินเส่งสร้างขึ้นโดยชาวอังกฤษในปี พ.ศ. 2414 เป็นเรือนจำที่ใหญ่ที่สุดของเมียนมาร์ เป็นที่คุมขังผู้คนที่ต่อต้านรัฐบาลทหารจำนวนมาก

วา โลน และจ่อ โซ อู นักข่าวของรอยเตอร์ ซึ่งถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานละเมิดกฎหมายความลับทางการของเมียนมาในปี 2560 ใช้เวลาส่วนใหญ่ 511 วันหลังการคุมขังในอินเส่ง พวกเขาได้รับการปล่อยตัวในการนิรโทษกรรมปี 2019 ก่อนการทำรัฐประหารครั้งล่าสุด

ศิลปินผู้ต้องโทษวาดภาพเรือนจำระหว่างเดือนเมษายนถึงกรกฎาคมปีที่แล้ว ภายหลังการปล่อยตัว เขาปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์หรือระบุตัวตน โดยบอกกับ Nyi Nyi Htwe ว่าเขากลัวว่าจะถูกเอาคืน

Nyi Nyi Htwe ซึ่งพบศิลปินดังกล่าวในเรือนจำกล่าวว่าเขาวาดภาพนักโทษหากถูกร้องขอและวาดฉากในเรือนจำทุกที่ที่เขาไปโดยบอกว่าเขารู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นขณะวาดภาพ เขาให้ภาพสเก็ตช์แก่ Nyi Nyi Htwe เป็นของขวัญวันเกิด

Nyi Nyi Htwe กล่าวว่าเขาลักลอบนำพวกเขาออกไปในการปล่อยตัวเพื่อแสดงให้เพื่อน ครอบครัว และคนอื่นๆ ทราบถึงสภาพภายใน

นับตั้งแต่การรัฐประหาร มีผู้ถูกควบคุมตัว 10,072 คนในเมียนมา รวมทั้งซูจีและคณะรัฐมนตรีส่วนใหญ่ของเธอ และมีผู้เสียชีวิตกว่า 1,730 คน ตามการระบุของสมาคมช่วยเหลือผู้ต้องขังทางการเมือง (AAPP) ซึ่งมีการอ้างตัวเลขอย่างกว้างขวาง รัฐบาลทหารกล่าวว่าตัวเลขของ AAPP  เกินจริงผู้ถูกคุมขังหลายคนถูกส่งไปยังอินเส่ง

โฆษกของ AAPP ระบุว่า เรือนจำสร้างขึ้นเพื่อรองรับผู้ต้องขังราว 5,000 คน โดยมีจำนวนผู้ต้องขังเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 10,000 คนนับตั้งแต่รัฐประหาร สำนักข่าวรอยเตอร์ไม่สามารถยืนยันตัวเลขได้

ภาพร่างที่นำออกมาจากคุกสะท้อนให้เห็นถึงตัวเลขนักโทษที่เพิ่มขึ้นในช่วงหลายเดือนหลังการรัฐประหาร นาย Nyi Nyi Htwe กล่าว

ในคราวหนึ่งตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน นักโทษสองสามคนนั่งแยกจากกันในหอพัก และอ่านหนังสือ ภาพจากเดือนมิถุนายนแสดงให้เห็นผู้คนประมาณ 60 คนอยู่ในห้องเดียวกัน หลายคนนอนเรียงกันเป็นแถวแน่นๆ ตรงกลาง ที่เหลือเอนหลังพิงกำแพง

Nyi Nyi Htwe กล่าวว่าเขาและคนอื่น ๆ อีกกว่า 100 คนถูกอัดแน่นเกินความสามารถที่จะเข้าไปในห้องที่พวกเขา “นอนห่างกันเพียงนิ้วเดียว” และเขาเฝ้าดูเจ้าหน้าที่เรือนจำทุบตีผู้ต้องขังด้วยกระบองและต้องจ่ายสินบนเพื่อส่งข้อความถึงครอบครัว ที่พวกเขาบอกเขามักจะมาไม่ถึง

คนที่ได้รับการปล่อยตัวในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาเผยว่า ความแออัดยัดเยียดทำให้เกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำ โรคภัยไข้เจ็บ การต่อสู้ระหว่างนักโทษ และการติดสินบนที่แพร่หลาย 

“หนูวิ่งไปรอบๆ ห้อง ห้องน้ำก็สกปรก อาหารมีแมลงวันปน พวกที่ไม่สามารถจ่ายสินบนต้องนอนข้างถังส้วม” ซันดาร์ วิน นักสังคมสงเคราะห์วัย 42 ปี กล่าว ถูกจำคุกที่อินเส่งเป็นเวลาหลายเดือนในข้อหาหมิ่นประมาทหลังจากประท้วงรัฐบาลทหาร

เธอได้รับการปล่อยตัวภายใต้การนิรโทษกรรมขณะรอการพิจารณาสำหรับข้อกล่าวหา ซึ่งเธอปฏิเสธ เธอหนีออกจากพม่าตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

การเข้าถึงส้วมกลางแจ้งมีอย่างจำกัด ทำให้นักโทษต้องถ่ายอุจจาระในถังในห้องของตน อดีตผู้ต้องขังหญิงสามคนกล่าว สภาพที่ไม่ถูกสุขอนามัยเหล่านี้ทำให้โรคผิวหนังและลำไส้แพร่กระจายได้ และความช่วยเหลือทางการแพทย์เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

บันทึกที่เขียนด้วยลายมือโดยกลุ่มผู้ต้องขังเรือนจำอินเส่งซึ่งไม่ประสงค์ออกนาม ถูกลักลอบส่งไปยังนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนที่มีชื่อเสียงในเดือนกุมภาพันธ์ โดยอ้างว่ามีกรณีละเลยทางการแพทย์หลายกรณี ซึ่งรวมถึงความล้มเหลวในการรักษาผู้ที่ถูกทุบตีหมดสติ และบุคคลที่เป็นโรคหลอดเลือดสมองและเป็นอัมพาต

“กรณีเหล่านี้กำลังเกิดขึ้นต่อหน้าเรา” บันทึกดังกล่าวระบุ ซึ่ง นัน ลิน นักเคลื่อนไหวแสดงบันทึกนั้นต่อรอยเตอร์ “เราขอความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนจากองค์กรระหว่างประเทศและองค์กรท้องถิ่น”

สำนักข่าวรอยเตอร์ไม่สามารถตรวจสอบความถูกต้องของบันทึกดังกล่าวได้ แต่อดีตผู้ต้องขังหลายคนกล่าวว่าพวกเขาเคยเห็นหรือถูกเจ้าหน้าที่ทุบตี และได้รับความช่วยเหลือทางการแพทย์เพียงเล็กน้อย

แม้จะมีการขับเคลื่อนการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่เมืองอินเส่งเมื่อฤดูร้อนปีที่แล้ว ซึ่งได้รับการเผยแพร่ทางสื่อของรัฐ แต่อดีตผู้ต้องขังกล่าวว่าโรคระบาดแพร่ได้ดีในเรือนจำที่มีผู้คนพลุกพล่าน ผู้ต้องขังอย่างน้อย 10 คนต้องสงสัยว่าเสียชีวิตจากโรคนี้ ตามรายงานของ AAPP

Nyi Nyi Htwe ซึ่งเข้าร่วมกลุ่มกบฏติดอาวุธ กล่าวว่าเกือบ 2 ใน 3 ของหอพักของเขาป่วยด้วยอาการโควิด-19 เมื่อฤดูร้อนที่แล้ว

“พวกเขาให้คนป่วยทั้งหมดอยู่ในห้องของเรา — มีไข้สูง ไอ และป่วย” เขากล่าว “ผมโชคดีที่ไม่ตาย”

ชุดบันทึกลักลอบออกมาที่แสดงต่อรอยเตอร์โดยกลุ่มช่วยเหลือแสดงให้เห็นการติดต่อกันระหว่างพ่อที่ถูกตั้งข้อหาหมิ่นประมาทและลูกชายคนเล็กของเขา

“ทำตัวดีๆ นะพ่อ หนูคิดถึงพ่อ หนูอยากได้เรือของเล่น” เด็กชายเขียน

พ่อส่งคำตอบมาถึงลูกพร้อมเรือลำเล็กๆ ที่คุณพ่อทำมาจากกระดาษห่อกาแฟสำเร็จรูป  “ลูกชายตัวน้อยของพ่อ พ่อรักลูกมากนะที่รัก เชื่อฟังคุณย่าของลูกนะ”

Source and Photo by REUTERS

ขุนคลังสหรัฐเสนอกฎคุมคริปโต ชี้อีกหลายปีกว่าจะมีดอลลาร์ดิจิทัล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/680242

วันที่ 08 เม.ย. 2565 เวลา 11:50 น.ขุนคลังสหรัฐเสนอกฎคุมคริปโต ชี้อีกหลายปีกว่าจะมีดอลลาร์ดิจิทัล

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหรัฐเรียกร้องให้มีการกำกับดูแลคริปโตเคอร์เรนซีมากขึ้น

AFP รายงานว่าเจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหรัฐเรียกร้องให้มีการกำกับดูแลคริปโตเคอร์เรนซีมากขึ้น และมีการสร้างกฎระเบียบที่ดีขึ้นเพื่อคุ้มครองผู้ใช้งาน ในขณะที่ยังคงอนุญาตให้มีคริปโตเคอร์เรนซีต่อไป

รายงานระบุว่าสกุลเงินดิจิทัลอย่าง Bitcoin และ Ethereum มีการเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แม้ว่าเจ้าหน้าที่ของอเมริกาจะแสดงความกังวลว่าสินทรัพย์เหล่านี้จะได้รับการควบคุมอย่างเหมาะสมหรือไม่ หรือโอกาสในการนำไปใช้เพื่อก่ออาชญากรรม หรือสนับสนุนกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย

เยลเลนกล่าวว่า “ในขณะที่ธนาคารและบริษัททางการเงินเข้ามามีส่วนร่วมในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลมากขึ้น กรอบการกำกับดูแลจะต้องสะท้อนความเสี่ยงของกิจกรรมใหม่เหล่านี้ได้อย่างเหมาะสม … การแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลควรอยู่ภายใต้รูปแบบการกำกับดูแลที่เหมาะสม”

เยลเลนเสริมว่ากระทรวงการคลังกำลังทำงานร่วมกับสภาคองเกรสเพื่อควบคุม Stablecoins ด้วย พร้อมทิ้งท้ายว่า “เราจะให้คำแนะนำด้านนโยบาย รวมถึงการประเมินการดำเนินการด้านกฎระเบียบที่อาจเกิดขึ้นและการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมาย”

ทั้งนี้ รัฐบาลเปิดเผยเมื่อเดือนที่แล้วว่ากำลังทำงานเพื่อสร้างดอลลาร์ดิจิทัล ทำให้สหรัฐเป็นหนึ่งในกว่า 100 ประเทศที่กำลังเดินหน้าสร้างสกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลาง (CBDC) รวมถึงจีนซึ่งออกเงินหยวนดิจิทัล

อย่างไรก็ตาม เยลเลนกล่าวว่าการออกเงินดอลลาร์ดิจิทัลคาดว่าต้องใช้เวลาหลายปีในการพัฒนา

Photo by REUTERS/Gary Cameron TPX

นาโตชี้ จีนคือความท้าทายเหตุเพราะไม่ยอมประณามรัสเซีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/680237

วันที่ 08 เม.ย. 2565 เวลา 11:05 น.นาโตชี้ จีนคือความท้าทายเหตุเพราะไม่ยอมประณามรัสเซีย

นาโตชี้การที่จีนปฏิเสธร่วมประณามรัสเซีย ถือเป็นการท้าทาย

เย็นส์ สต็อลเตินบาร์ก เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) แถลงภายหลังการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศของนาโตเมื่อวันที่ 7 เม.ย. ซึ่งได้มีการเชิญดมิโทร คูเลบา รัฐมนตรีต่างประเทศของยูเครน และรัฐมนตรีต่างประเทศจากพันธมิตรในเอเชียแปซิฟิก ได้แก่ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ เข้าร่วมการประชุมด้วย

แถลงการณ์ระบุว่า “เราได้เห็นแล้วว่าจีนไม่เต็มใจที่จะประณามการรุกรานของรัสเซีย และร่วมกับรัสเซียในการตั้งคำถามถึงสิทธิของชาติต่างๆ ในการเลือกเส้นทางของตนเอง ท่าทีดังกล่าวถือเป็นความท้าทายที่ร้ายแรงสำหรับพวกเราทุกคน และยิ่งทำให้เราต้องยืนหยัดร่วมกันเพื่อปกป้องค่านิยมของเรา”

พร้อมเผยว่านาโตและพันธมิตรในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกได้ตกลงที่จะยกระดับความร่วมมือเชิงปฏิบัติและความร่วมมือทางการเมืองในหลายๆ ด้าน รวมถึงไซเบอร์ เทคโนโลยีใหม่ และการต่อต้านการบิดเบือนข้อมูล ตลอดจนร่วมกันทำงานอย่างใกล้ชิดในด้านอื่นๆ เช่น ความมั่นคงทางทะเล และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

สำหรับสถานการณ์ความขัดแย้งในยูเครนนั้นนาโตยืนยันว่าได้ให้การสนับสนุนยูเครนไปมาก และจะทำมากขึ้นอีก เพื่อช่วยชาวยูเครนปกป้องบ้านเมืองของพวกเขา และขับไล่กองกำลังที่รุกรานออกไป และจะยกระดับความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม การสนับสนุนทางการเงิน ความช่วยเหลือด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ และจัดหาอุปกรณ์เพื่อช่วยยูเครนป้องกันภัยคุกคามทางเคมีและชีวภาพ

พร้อมกล่าวถึงมาตรการคว่ำบาตรของนาโตและพันธมิตรว่าเป็นความพยานามในการทำลายเครื่องจักรสงครามของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ซึ่งพันธมิตรจำเป็นต้องร่วมกันกดดันต่อไปเพื่อช่วยยุติสงครามที่ไร้สตินี้

เว็บไซต์ RT ของรัสเซียระบุว่า ทางการจีนเรียกร้องให้ยุติสงครามในยูเครนด้วยสันติวิธีเสมอมา แต่ไม่ได้ร่วมคว่ำบาตรรัสเซียกับบรรดาชาติตะวันตก และปฏิเสธที่จะประณามรัสเซียตามคำเรียกร้องของนาโต

โดยกระทรวงการต่างประเทศจีนอ้างถึงเหตุการณ์ที่นาโตทิ้งระเบิดสถานทูตจีนในกรุงเบลเกรด ประเทศเซอร์เบีย เมื่อปี 1999 “เป็นเหตุผลหนึ่งที่จะไม่ฟังการบรรยายเรื่องความยุติธรรมจากผู้ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ” และจีนก็ไม่หวั่นเกรงต่อการคว่ำบาตรจากสหรัฐและสหภาพยุโรปเช่นเดียวกัน

Photo by REUTERS/Evelyn Hockstein/Pool

กลาโหมอเมริกันชี้ ปูตินยอมรามือจากการพิชิตกรุงเคียฟ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/680234

วันที่ 08 เม.ย. 2565 เวลา 10:21 น.กลาโหมอเมริกันชี้ ปูตินยอมรามือจากการพิชิตกรุงเคียฟ

แต่สหรัฐยังไม่มั่นใจว่าสงครามนี้จะจบลงอย่างไร ชี้เป็นความพยายามที่ยืดยาว

ลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมสหรัฐ กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซียยอมแพ้ในการยึดครองเคียฟ หลังจากที่กองกำลังของเขาถูกกองทัพยูเครนโจมตีกลับ

“ปูตินคิดว่าเขาสามารถเข้ายึดครองประเทศยูเครนได้อย่างรวดเร็ว และสามารถยึดเมืองหลวงแห่งนี้ได้อย่างรวดเร็ว เขาคิดผิด” ออสตินกล่าวในการฟังของคณะกรรมการบริการติดอาวุธของวุฒิสภาในสภาคองเกรส

“ผมคิดว่าปูตินละทิ้งความพยายามในการยึดเมืองหลวง และตอนนี้กำลังมุ่งเน้นไปที่ภาคใต้และตะวันออกของประเทศ” ออสตินกล่าว

แต่เส้นทางของสงครามโดยรวม หลังจาก 6 สัปดาห์หลังจากที่รัสเซียบุกยูเครน ยังคงไม่แน่นอน ประธานเสนาธิการร่วม พล.อ. มาร์ค มิลลีย์ กล่าวในการให้การกับครองเกรสคราวเดียวกัน

เพื่อให้ยูเครน “ชนะ” การต่อสู้นั้น ยูเครนจะต้องเป็นประเทศที่เป็นอิสระและเป็นอกราช โดยมีอาณาเขตที่ได้รับการยอมรับไม่เสียหาย เขากล่าว

“นั่นจะเป็นเรื่องยากมาก นั่นจะเป็นการฟันฝ่าที่ยาวนาน” มิลลีย์กล่าว

“ส่วนแรกน่าจะทำสำเร็จแล้ว” เขากล่าวถึงสงครามที่เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์

“แต่ยังมีการต่อสู้ที่สำคัญรออยู่ข้างหน้าในภาคตะวันออกเฉียงใต้ รอบภูมิภาคดอนบัสที่รัสเซียตั้งใจจะรวมกองกำลังและโจมตีต่อไป” เขากล่าว

“ดังนั้น ผมคิดว่ามันเป็นคำถามปลายเปิดในตอนนี้ เรื่องนี้จะจบลงอย่างไร”

ออสตินบอกกับคณะสมาชิกสภานิติบัญญัติว่า สหรัฐให้ข่าวกรองแก่กองทัพของยูเครนเพื่อสนับสนุนการต่อสู้ในดอนบัส ซึ่งกลุ่มแบ่งแยกดินแดนที่ได้รับการสนับสนุนจากมอสโกได้ต่อสู้กับกองกำลังของรัฐบาลมาตั้งแต่ปี 2014 และขณะนี้ได้รับการสนับสนุนโดยตรงจากกองทหารรัสเซีย

แต่มิลลีย์กล่าวว่าการต่อสู้ในพื้นที่นั้นจะยาก และเพื่อพยายามผลักดันรัสเซียออกไป ยูเครนน่าจะต้องการการสนับสนุนด้านอาวุธมากขึ้น เช่น รถถัง

“การต่อสู้ทางตะวันออกเฉียงใต้ ภูมิประเทศแตกต่างจากทางตอนเหนือ” มิลลีย์อธิบาย

“มันเปิดกว้างกว่ามาก และใช้ยานเกราะ ปฏิบัติการเชิงรุกด้วยยานยนต์จากทั้งสองฝ่าย และนั่นคือระบบที่พวกเขากำลังมองหา” เขากล่าว

“พวกเขากำลังขอและพวกเขาอาจจะใช้ยานเกราะและปืนใหญ่เพิ่มเติมได้” เขากล่าว

© Agence France-Presse

Photo – Liubov Khomenko แสดงปฏิกิริยาเมื่อเธอเดินผ่านบ้านที่ถูกทำลายของเธอ ท่ามกลางการรุกรานของยูเครนของรัสเซียในหมู่บ้าน Andriivka ในภูมิภาค Kyiv ประเทศยูเครน 7 เมษายน 2022 REUTERS/Marko Djurica