น้ำใจยามวิกฤต บริษัทญี่ปุ่นให้โบนัสพนักงานช่วยสู้ภัยไวรัส #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/617833

วันที่ 16 มี.ค. 2563 เวลา 15:54 น.

น้ำใจยามวิกฤต บริษัทญี่ปุ่นให้โบนัสพนักงานช่วยสู้ภัยไวรัส

เงินจำนวนนี้อาจจะไม่มากนัก แต่มีความหมายว่าบริษัทไม่ได้ทอดทิ้งพนักงานและพยายามที่จะช่วยเหลือเท่าที่จะทำได้

สำนักข่าว Japan Times รายงานว่าในเวลานี้บริษัทหลายแห่งในญี่ปุ่นได้สั่งให้พนักงานทำงานจากที่บ้านแล้ว เพื่อป้องกันการติดเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ แต่มีบางบริษัทที่ทำงานแบบนั้นไม่ได้ จึงให้เงินช่วยเหลือพิเศษ เป็นโบนัสให้พนักงานที่มุ่งมั่นทำงานในช่วงเวลาที่ยากลำบาก

ทางสำนักข่าวรายงานว่า มีชาวญี่ปุ่นคนหนึ่งในทวิตเตอร์ชื่อแอคเคาท์ว่า @the_folkees ได้โพสต์จดหมายขอบคุณแก่พนักงานเพื่อแสดงความซาบซึ้งของผู้บริหารที่พนักงานทุ่มเททำงานให้บริษัทในช่วงเวลานี้ พร้อมกับมอบเงินโบนัสให้ด้วย

จดหมายฉบับนี้ระบุว่าเป็น “กองทุนสนับสนุนการต่อสู้กับโต้โคโรนาไวรัส” เนื้อหาของจดหมายเริ่มต้นด้วยข้อความขอบคุณว่า “… ทุกคน ขอบคุณมากสำหรับความพยายามอย่างยากลำบากในการพบปะกับลูกค้าและไปที่ไซต์งานทุกวัน เราจึงขอให้ทุนสนับสนุนเพื่อนำไปใช้ด้วยสาเหตุเหล่านี้”

จดหมายระบุว่า โบนัสที่ให้มาเพื่อแสดงความขอบคุณสำหรับการทำงานอย่างหนักแก่บริษัทในช่วงเวลาที่ไม่มีเสถียรภาพ และเพื่อเป็นเงินทุนช่วยพนักงานซื้อเวชภัณฑ์ป้องกันไวรัส เช่นหน้ากากอนามัยและน้ำยาฆ่าเชื้อซึ่งมีราคาสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ ทางบริษัทยังให้เหตุผลว่า “เนื่องจากสุขภาพที่ดีต้องได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมทั้งสภาพร่างกายและจิตใจของคุณ โปรดใช้เงินนี้เพื่อซื้อของชำเพื่อทำอาหาร เช่าวิดีโอมาดู หรือใช้เวลาของคุณที่บ้านให้สนุกสนานยิ่งขึ้น”

จดหมายแนบมาพร้อมกับเงินสด 30,000 เยน หรือประมาณ 9,000 บาท

อย่าให้ถึงวันที่ระบาดจนรับไม่ไหว เพราะหมออาจต้องเลือกคนรอด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/617809

วันที่ 16 มี.ค. 2563 เวลา 13:27 น.

อย่าให้ถึงวันที่ระบาดจนรับไม่ไหว เพราะหมออาจต้องเลือกคนรอด

ประชาชนอาจไม่เชื่อรัฐบาลได้แต่จะต้องเชื่อเจ้าหน้าที่สาธารณสุขไม่อย่างนั้นเมื่อโรคระบาดพุ่งขึ้นมา ระบบสาธารณสุขจะแบกรับไว้ไม่ไหว

เป็นเรื่องน่าเศร้าใจอยู่แล้วที่ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่จากโคโรนาไวรัสมักเป็นผู้สูงวัย แต่ที่เศร้ายิ่งขึ้นไปอีกคือผู้ติดเชื้อไม่เลือกว่าแก่หรือหนุ่มสาว ดังนั้นจำนวนผู้ติดเชื้อจึงมีมากมายหลักพันหลักหมื่น ในจำนวนนี้มีหลักร้อยที่ต้องอาศัยเครื่องช่วยหายใจ

แต่น่าเศร้าที่เครื่องช่วยหายใจไม่พอใช้ แม้ว่าหลายประเทศจะร่ำรวยและเป็นประเทศพัฒนาแล้ว ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีเครื่องช่วยหายใจใช้ให้กับผู้ป่วยทุกคน

ขนาดประเทศมีเงินยังไม่รอดแล้วประเทศที่กำลังพัฒนาจะทำอย่างไรหากเกิดการระบาดในระดับนั้น? นี่คือคำถามที่คนไทยทุกคนต้องตระหนักเอาไว้ด้วย เพราะแม้ว่าเราจะยังไม่เกิดการระบาดในเฟสที่ 3 แต่หากเกิดขึ้นมาเราจะตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ในทันที นั่นคือสถานการณ์ที่อิตาลีและอังกฤษกำลังเผชิญอยู่

ลางร้ายปรากฎขึ้นเมื่ออิตาลีซึ่งเผชิญกับการระบาดที่รุนแรงที่สุดในยุโรปกำลังเดือดร้อนเนื่องจากมีเครื่องช่วยหายใจไม่เพียงพอ ทั้งๆ ที่อิตาลีเป็นประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำของโลก (G7) ที่น่าจะมีอุปกรณ์เหล่านี้ครบครัน และมีเงินพอที่จะจัดสรรมาให้ได้เป็นจำนวนมาก

แต่อิตาลีก็ยังไม่พอใช้ และทำให้ต้องมีแนวทางปฏิบัติสำหรับแพทย์ในการคัดกรองผู้ป่วยตามความน่าจะเป็นของการอยู่รอด

หมายความว่าคนที่พิจารณาแล้วว่าไม่น่ารอด จะไม่ใช้เครื่องช่วยหายใจกับคนนั้น ปล่อยให้เป็นไปตามยถากรรม

จากปากคำของแพทย์ชาวอิตาเลียนพื้นที่ ดร. ดานิเอล มัคคินีทำให้เราทราบว่าเมื่อสถานการณ์พีคแบบอิตาลี การทำงานของหน่วยฉุกเฉินจะล้มเหลวเพราะแบกรับเอาไว้ไม่ไหว

คุณหมอบอกว่า มีบางคนมีโอกาสใช้อุปกรณ์ช่วยหายใจ แต่บางคนก็สายเกินไป เขาบอกว่า “เครื่องช่วยหายใจทุกเครื่องกลายเป็นเหมือนทองคำ” นั่นคือหายากและมีค่ามาก แต่จริงๆ แล้วมันต่างจากทองคำตรงที่ทองคำช่วยชีวิตเราไม่ได้ แต่เครื่อช่วยหายใจทำได้

คุณหมอทิ้งท้ายด้วยว่า หมอทุกคนไม่อยากจะอยู่ในสถานการณ์ที่มีผู้ป่วย 2 คน แต่ต้องเลือกเอาคนใดคนหนึ่งมารับการรักษาในแผนกผู้ป่วยหนักที่มีเครื่องไม้เครื่องมือจำกัด

สถาบันวิสัญญีแพทย์, การระงับปวด, การช่วยชีวิตและผู้ป่วยหนักของอิตาลี (SIAARTI) ได้กำหนดแนวทางไว้ว่า “อาจจำเป็นต้องกำหนดอายุสำหรับการเข้าถึงบริการผู้ป่วยหนัก” เพื่อที่จะ “ให้เกิดประโยชน์สูงสุดให้กับ (ผู้ป่วย) จำนวนที่มากที่สุด”

พวกเขาแนะนำว่า จะต้องมีเกณฑ์การจัดสรรความช่วยเหลือให้ผู้ป่วย เพื่อที่รับประกันว่า ผู้ป่วยที่มีโอกาสรอดสูงสุดเมื่อได้การช่วยเหลือจากหน่วยผู้ป่วยหนัก”

อย่างไรก็ตาม แนวทางนี้ไม่ได้มีไว้สำหรับ CoVid-19 เท่านั้น แต่มีไว้ใช้กับผู้ป่วยทุกคนในสถานการณ์ที่คับขันแบบตอนนี้

ขณะที่แนวทางดังกล่าวได้รับการตีพิมพ์ก็มีรายงานว่าผู้ป่วยชาวอิตาลีสูงอายุถูกทิ้งให้อยู่ในสภาพที่ไม่ได้รับการรักษา ในขณะที่เด็กๆ ที่มีแนวโน้มที่จะรอดชีวิตสูงกว่าได้รับการรักษามากขึ้น

แต่เราต้องตระหนักว่าการเลือกรักษาไม่ได้ขึ้นอยู่กับอายุหรือความลำเอียง แต่ขึ้นอยู่กับประโยชน์สูงสุด

ผลการสำรวจความเห็นของแพทย์ในสำนักข่าการแพทย์ Medscape กับคำถามที่ว่า “คุณจะให้เครื่องช่วยชีวิตกับผู้ป่วยที่เห็นว่าไม่มีท่างรักษาหายหรือไม่” 23% ตอบว่าจะให้ 37% บอกว่าไม่ อีก 39.4% บอกว่าแล้วแต่สถานการณ์ นี่เป็นคำถามที่ไม่เกี่ยวกับการระบาดของ CoVid-19 แต่ยกขึ้นมาเพื่อจะชี้ให้เห็นว่าแพทย์คือผู้ที่ต้องทำใจลำบากที่สุดในสถานการณ์แบบนี้

ความลักลั่นที่เกิดขึ้นในอิตาลีอาจจะลามไปถึงอังกฤษ ทำให้ ดร. โจนาธาน อีฟส์ รองผู้อำนวยการศูนย์จริยศาสตร์การแพทย์ ที่มหาวิทยาลัยบริสตอล เขียนบทความใน The Guardian ว่า “โคโรนาไวรัสอาจบังคับให้แพทย์ชาวอังกฤษตัดสินว่าใครจะได้รับการช่วยเหลือ”

“สิ่งที่เราทำได้คือพยายามลด (การระบาด) ลง และถ้าเราไม่สามารถลดมันได้อย่างสมบูรณ์ เราจำเป็นต้องเข้าใจและยอมรับ แม้ว่ายากมากจนเกินจะแบกรับไว้ได้ที่เราไม่อาจช่วยทุกคนให้รอด นี่คือสิ่งที่เรารู้อยู่แล้ว เราแค่พยายามไม่คิดถึงมันเท่านั้น อย่างไรก็ตามในการระบาดใหญ่เช่นนี้ เราไม่สามารถทำอย่างอื่นได้นอกจากเผชิญหน้ากับมัน”

ตอนนี้ สถานการณ์ในออสเตรเลียน่าวิตกเช่นกัน เมื่อแพทย์อาจต้องเลือกระหว่างการช่วยชีวิตผู้ป่วยเด็กหรือผู้สูงอายุเนื่องจากเครื่องช่วยหายใจไม่เพียงพอ

ตามโรงพยาบาลต่างๆ ในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลียมีเครื่องช่วยหายใจสำหรับผู้ใหญ่ 253 เครื่องรวมถึงเครื่องช่วยหายใจสำหรับทารก 14 เครื่อง

หมายความว่าหากมีการระบาดครั้งใหญ่ หน่วยพยาบาลจะต้องเผชิญกับสถานการณ์เดียวกันกับแพทย์อิตาลีที่ต้องเลือกว่าจะรักษาใครก่อนถึงจะได้ผลที่สุด

วิธีการแก้ปัญหาของประเทศมีเงินคือสั่งซื้ออุปกรณ์เพิ่ม เช่น นายกรัฐมนตรีรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลียมีคำสั่งซื้อเครื่องช่วยหายใจอีก 51 เครื่อง กระทรวงสาธารณสุขของรัฐสั่งให้เพิ่มอีก 50 เครื่องขณะที่อีก 50 เครื่องอยู่ในหน่วยจัดเก็บ รวมแล้ว 151 เครื่องใหม่

จำนวนเท่านี้เพียงพอสำหรับรับมือการระบาดในระดับที่ยังไม่เลวร้ายเท่าอิตาลี แต่ถ้ามันเกิดเลวร้ายขึ้นมาแพทย์จะเป็นคนที่ลำบากใจที่สุดเพราะทั้งต้องเหนื่อยกายและจิตใจต้องอ่อนล้ากับความสับสนทางจริยธรรมที่พวกเขาต้องเผชิญ

หันมาดูที่บ้านเรา หนึ่งวันก่อนที่บทความนี้จะเผยแพร่ไป (เวันที่ 15 มีนาคม 2563) ประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อเพิ่มมากที่สุดในวันเดียวคือ 32 ราย มาอยู่ที่ 114 ราย และทำให้ยอดผู้ติดเชื้่อทะลุหลัก 100 รายแล้ว

แม้ว่าจะเทียบกับอิตาลีในแง่การระบาดไม่ได้ แต่เราก็เทียบกับอิตาลีกับอังกฤษไม่ได้เช่นกันในด้านเครื่องไม้เครื่องมือ หากระบาดเท่ากับ 2 ประเทศนี้เราคงได้แต่ภาวนาว่าจะไม่ล้มป่วยเสียเอง เพราะอาจกลายเป็นบุคคลที่แพทย์ต้องเลือกว่าควรจะรักษาหรือไม่

แต่ต้องขอบคุณทีมแพทย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกคนที่ทำงานอย่างมุ่งมั่นและกล้าหาญ ช่วยให้ไม่เกิดการระบาดที่หนักไปกว่านี้ พวกเขาคือทหารในแนวหน้าที่เราทุกคนจะต้องให้กำลังใจ

และในขณะเดียวกันคนในแนวหลังก็ต้องไม่ทำตัวให้เป็นภาระด้วยการไม่ป้องกันตัวอย่างถูกต้อง หรือยังเลินเล่อไม่ระวัง

เพราะการระบาดในหลายประเทศเกิดจากความเลินเล่อของคนในประเทศเอง จนทำให้แพทย์ต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่อ่อนล้าทั้งกายและใจ ทำให้ปราการป้องกันโรคถูกทำลาย กลายเป็นวิกฤตการณ์ที่เลวร้ายในที่สุด

บทวิเคราะห์โดย กรกิจ ดิษฐาน

ทรัมป์ทุ่มเงินหวังจะซื้อวัคซีนโควิด-19มาเป็นของสหรัฐเท่านั้น #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/617799

วันที่ 16 มี.ค. 2563 เวลา 11:40 น.

ทรัมป์ทุ่มเงินหวังจะซื้อวัคซีนโควิด-19มาเป็นของสหรัฐเท่านั้น

ขณะที่รัฐบาลเยอรมนีพยายามขัดขวางเพราะบริษัทที่จะผลิตวัคซีนนี้อยู่ในเยอรมนี

สื่อของประเทศเยอรมนี Die Welt รายงานว่า รัฐบาลทรัมป์เสนอเงินก้อนโตให้กับบริษัททางการแพทย์ของเยอรมนีเพื่อขอเข้าถึงวัคซีนโควิด -19 เป็นการเฉพาะ

Die Welt รายงานอ้างแหล่งข่าวในรัฐบาลเยอรมนีว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐเสนอ “ เงินจำนวนมหาศาล” ให้กับบริษัท CureVac ซึ่งเป็นบริษัทยาชีวภาพในเมืองทือบิงเงน เพื่อที่จะขอให้สหรัฐเข้าถึงวัคซีนโควิด -19 ได้เพียงประเทศเดียว

แหล่งข่าวนิรนามที่อ้างถึงในหนังสือพิมพ์ระบุว่า ทรัมป์กำลังทำทุกอย่างเพื่อที่จะยึดเอาวัคซีนป้องกันโคโรนาไวรัสมาใช้ในสหรัฐ โดยมีเงื่อนไขว่า ใช้สำหรับสหรัฐอเมริกาเท่านั้น

The New York Times รายงานว่าข้อเสนอดังกล่าวเกิดขึ้นจากการประชุมเมื่อวันที่ 2 มีนาคมที่ทำเนียบขาว ระหว่างรัฐบาลสหรัฐกับผู้บริหารระดับสูงของบริษัท CureVac คือ เดเนียล เมนิเชลลา โดยทรัมป์เข้าร่วมการประชุมชั่วครู่และรองประธานไมค์ เพนซ์ ผู้เป็นหัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจต่อต้านการระบาดของโคโรนาไวรัสก็อยู่ที่นั่นเช่นกัน

“เรามั่นใจมากว่าเราจะสามารถพัฒนาผู้สมัครที่มีศักยภาพด้านวัคซีนภายในไม่กี่เดือน” เมนิเชลลา กล่าวในแถลงการณ์ในวันประชุม

ส่วนรัฐบาลเยอรมนีกำลังพยายามขัดขวางการเทคโอเวอร์ของรัฐบาลสหรัฐด้วยการทุ่มเงินมหาศาลเพื่อซื้อวัคซีนมาเป็นของตัวเอง โดยเยอรมนีพยายามเสนอเงินจูงใจเพื่อให้วัคซีนอยู่ในประเทศต่อไป

ปรากฎว่าเมื่อ 4 วันก่อนบริษัท CureVac ประกาศว่า เดเนียล เมนิเชลลา ซึ่งเป็นชาวอเมริกันออกจากตำแหน่งผู้บริหารของบริษัทไป และผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งแทนคือ อิกมาร์ เฮอร์ ชาวเยอรมันที่ก่อตั้งบริษัท

น่าวิตก! อิตาลีเสียชีวิตมากกว่าจีนแล้วเมื่อคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/617791

วันที่ 16 มี.ค. 2563 เวลา 09:33 น.

น่าวิตก! อิตาลีเสียชีวิตมากกว่าจีนแล้วเมื่อคิดเป็นเปอร์เซ็นต์

ตอนนี้อิตาลีกำลังขาดแคลนเตียงพยาบาลและรถฉุกเฉินมีไม่พอใช้แล้วในพื้นที่รอบๆ มิลาน

สำนักข่าว NHK ของญี่ปุ่นได้คำนวณตัวเลขผู้เสียชีวิตและเทียบสัดส่วนผู้เสียชีวิตจากโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ในอิตาลีกับตัวเลขในประเทศจีน พบว่าอิตาลีมีสัดส่วนผู้เสียชีวิตสูงกว่าแล้ว

ทางการอิตาลีกล่าวเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่ามีผู้ติดเชื้อที่รับการยืนยันเพิ่มขึ้นมากกว่า 3,500 รายในวันเดียว รวมแล้วเป็น 24,747 ราย ส่วนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 368 คนในวันเดียวเป็น 1,809 คน

จากข้อมูลนี้บ่งชี้ว่าอัตราการเสียชีวิตในอิตาลีอยู่ที่ 7.3% สูงกว่าของจีนที่ 3.8% โดยตัวเลขของจีนคำนวณไว้เมื่อเดือนที่แล้วโดยทีมวิจัยทีมหนึ่งหนึ่ง ซึ่งรวมถึงผู้เชี่ยวชาญจากองค์การอนามัยโลก

ผู้เชี่ยวชาญชาวอิตาลีระบุว่าอาจเป็นเพราะอิตาลีเป็นสังคมผู้สูงอายุทำให้ตัวเลขผู้เสียชีวิตสูงมาก เนื่องจากผู้สูงวัยเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะเสียชีวิตได้ง่ายที่สุด

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้อาจเปลี่ยนแปลงเพราะอิตาลียังมีสถานการณ์การระบาดที่หนักหน่วง หมายความว่าอัตราการเสียชีวิตเสี่ยงที่จะสูงกกว่าในจีนไปมากกว่านี้

ด้านสำนักข่าว AFP รายงานว่า สมาชิกสภาสวัสดิการลอมบาร์เดียรายหนึ่งกล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันเสาร์ว่าในพื้นที่รอบๆ มิลานไม่มีรถฉุกเฉินเหลืออยู่อีกแล้ว

ส่วนผู้ว่าการเมืองเวนิสเรียกร้องให้ทุกคนกักตัวอยู่ในบ้าน เพื่อไม่ให้เกิดการติดเชื้อมากขึ้นและทำให้โรงพยาบาลอยู่ภายใต้ความกดดัน

“ถ้าพวกคุณไม่ปฏิบัติตามกฎ ระบบสุขภาพจะพังทลาย และผมะต้องประกาศเคอร์ฟิว” ลูก้า ซายา ผู้ว่าการเวเนโต กล่าวเตือน

สหรัฐลดดอกเบี้ยเหลือ0% ต่ำสุดเท่าวิกฤตการเงินโลก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/617786

วันที่ 16 มี.ค. 2563 เวลา 08:17 น.

สหรัฐลดดอกเบี้ยเหลือ0% ต่ำสุดเท่าวิกฤตการเงินโลก

เฟดยังได้ประกาศการซื้อสินทรัพย์จำนวนมาก และเปิดทางให้ธนาคารสามารถกู้ยืมเงินจากเฟดได้ง่ายขึ้น

เมื่อทั่วโลกเผชิญกับการชัตดาวน์ทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นจากการระบาดใหญ่ของโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม ซึ่งอาจทำให้เศรษฐกิจสหรัฐหดตัว ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จึงได้ประกาศมาตรการฉุกเฉินที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่ง รวมถึงการลดอัตราดอกเบี้ยหลักเหลือ 0% เพื่อหนุนความเชื่อมั่นและทำให้ภาคการเงินยังคงเคลื่อนไหวต่อไปได้

เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ยเป็นการฉุกเฉินครั้งที่ 2 ในเวลาไม่ถึง 2 สัปดาห์ โดยลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ให้อยู่ในระดับ 0-0.25% ซึ่งเท่ากับช่วงวิกฤตการเงินโลกปี 2551 และให้คำมั่นว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับนั้น จนกว่าจะมั่นใจว่า เศรษฐกิจสามารถต้านทานภัยคุกคามจากการระบาดไปได้

เฟดยังได้ประกาศมาตรการ QE ด้วยการซื้อสินทรัพย์จำนวนมากทั้งพันธบัตรัฐบาลและหลักทรัพย์ที่มีการจำนองมูลค่า 700,000 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยแบ่งเป็นพันธบัตรรัฐบาล 500,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และหลักทรัพย์ที่มีการจำนอง 200,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

ทั้งนี้ เพื่อเปิดทางให้ธนาคารสามารถกู้ยืมเงินจากเฟดได้ง่ายขึ้นและกระตุ้นให้พวกธนาคารต่างๆ ปล่อยเงินกู้เพื่อช่วยเหลือธุรกิจและครัวเรือน

นอกจากนี้ เฟดยังระงับข้อกำหนดเงินสำรองของธนาคารเพื่อให้พวกธนาคารใช้เงินสดรับมือกับความต้องการด้านเงินทุนจากสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด

ปิดประเทศยังไม่ได้ผล สเปนติดเชื้อ2,000คนในวันเดียวตายอีก100 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/617779

วันที่ 15 มี.ค. 2563 เวลา 23:03 น.

ปิดประเทศยังไม่ได้ผล สเปนติดเชื้อ2,000คนในวันเดียวตายอีก100

ประเทศที่มีสถานการณ์น่าเป็นห่วงตอนนี้กลายเป็นสเปนไปเสียแล้ว

สเปนรายงานกรณีการติดเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่อีกถึง 2,000 รายและผู้เสียชีวิตมากกว่า 100 รายสเปนในวันอาทิตย์ โดยจำนวนนี้เพิ่มขึ้นในเวลา 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ซึ่งเป็นสถิติล่าสุดในประเทศที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดเป็นอันดับสองของยุโรปรองจากอิตาลี

ตัวเลขใหม่ทำให้ตัวเลขการติดเชื้อ COVID-19 ของสเปนเพิ่มขึ้นเป็น 7,753 และมีผู้เสียชีวิตถึง 288 คนหลังจากรัฐบาลกำหนดให้มีการปิดเมืองทั่วประเทศ โดยห้ามผู้คนออกจากบ้านยกเว้นไปทำงานรับการรักษาพยาบาลหรือซื้ออาหาร

ขณะที่เพื่อนบ้านของสเปนคือฝรั่งเศสสั่งปิดธุรกิจที่ไม่จำเป็นทั้งหมดทั้งบรรดาคาเฟ่ ร้านค้า และร้านอาหาร

ส่วนสถานการณ์ที่เยอรมนี แหล่งข่าวเผยกับสำนักข่าว AFP ว่ารัฐบาลวางแผนที่จะปิดพรมแดนกับฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ และออสเตรียในวันจันทร์นี้

สเปนและฝรั่งเศสเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดในยุโรปและตัวเลขผู้ติดเชื้อของสเปนพุ่งขึ้นอย่างน่าตกใจในวันเดียว อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าตัวเลขจริงน่าจะสูงกว่านี้ เนื่องจากทุกคนไม่สามารถรับการตรวจสอบได้ และคนทั่วไปยังสามารถติดเชื้อได้โดยไม่แสดงอาการ

อังกฤษจะขอให้ผู้อายุเกิน70ปี กักตัวในบ้านนาน4เดือน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/617750

วันที่ 15 มี.ค. 2563 เวลา 17:56 น.

อังกฤษจะขอให้ผู้อายุเกิน70ปี กักตัวในบ้านนาน4เดือน

ผู้สูงอายุเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะเสียชีวิตจากโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่มากที่สุด

แมท แฮนค็อค รัฐมนตรีว่าการสาธารณสุขแห่งสหราชอาณาจักร จะขอให้ผู้ที่มีอายุสูงกว่า 70 ปีกักตัวอยู่บ้านเป็นเวลาหลายเดือน และใช้แผนการต่อสู้โรคระบาดเหมือนกับตอนที่สหราชอาณาจักรต่อสู้กับสงครามโลกครั้งที่ 2

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า แฮนค็อคเอ่ยถึงมาตรการต่างๆ ของรัฐบาล รวมถึงการกักตัวผู้ที่มีอายุเกินกว่า 70 ปีเป็นเวลา 4 เดือน

“เราจะกำหนดรายละเอียดให้มากขึ้นเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม เพราะเรารู้ว่าเป็นการขอร้องเรื่องใหญ่กับผู้สูงวัยและความเสี่ยงสูงและเพื่อเป็นการป้องกันตัวของพวกเขาเองด้วย” แฮนค็อค กล่าว

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้รัฐบาลอังกฤายังไม่ประกาศแผนออกมา และอาจต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์

แฮนค็อคยังกล่าวว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้ที่มีอาการจะต้องกักตัวอยู่บ้านแทนที่จะออกมาในที่ชุมนุมชน

แฮนค็อค ยังบอกด้วยว่ายุทธศาสตร์การสู้โรคระบาดของรัฐบาลสหราชอาณาจักรกำลังได้ผล ช่วยให้การติดเชื้อลดลง และเตรียมที่จะตีพิมพ์งานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับเรื่องนี้ออกมา

“คนรุ่นของเราไม่เคยผ่านการทดสอบเช่นนี้ แต่ปู่ย่าตายายของเราเคยผ่านมาแล้ว ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ตอนที่เมืองของเราถูกทิ้งระเบิดโดยพวกนาซีเยอรมัน” แฮนค็อค กล่าว

“แม้จะมีการทิ้งระเบิดทุกคืน มีการปันส่วน มีการสูญเสียชีวิต แต่พวกเขาก็รวมตัวกันเป็นความมุ่งมั่นในระดับชาติครั้งใหญ่ วันนี้คนรุ่นของเรากำลังเผชิญกับการทดสอบของตัวเองต่อสู้กับโรคใหม่ เป็นการต่อสู้ที่แท้จริง เราต้องต่อสู้กับโรคเพื่อปกป้องชีวิต”

ไทยต้องเร่งตามตัว มาเลย์ติดเชื้ออีก190ร่วมชุมนุมทางศาสนา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/617742

วันที่ 15 มี.ค. 2563 เวลา 16:15 น.

ไทยต้องเร่งตามตัว มาเลย์ติดเชื้ออีก190ร่วมชุมนุมทางศาสนา

นี่คือสัญญาณไม่ดีจากมาเลเซียเจ้าภาพการชุมนุมที่มัสยิด โดยมีผู้เข้าร่วมงานจากทั่วโลก แต่มากที่สุดมาจากกลุ่มประเทศอาเซียน

มาเลเซียรายงานพบผู้ป่วยโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่อีก 190 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เชื่อมโยงกับการชุมนุมทางศาสนาในมัสยิด ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ที่มีผู้เข้าร่วมกว่า 10,000 คนจากหลายประเทศ รวมถึงไทย

กระทรวงสาธารณสุขมาเลเซียกล่าวในแถลงการณ์ว่า ผู้ป่วยรายใหม่ 190  รายทำให้ตอนนี้มาเลเซียมีจำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศถึง 428 รายแล้ว

ทั้งนี้ งานชุมนุมทางศาสนาดังกล่าว มีคนไทยไปร่วมงานด้วย 132 คน และทาง สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์มีมีประกาศแจ้งข่าวเรื่องคนไทยกลุ่มนี้ที่เข้าร่วมงานชุมนุมทางศาสนาตั้งแต่วันที่ 13 มีนาคม และมีการติดตามตัวคนเหล่านี้มากักกันตัวเพื่อป้องกันการระบาด แต่ล่าสุด ยังไม่มีรายงานความคืบหน้าแต่อย่างใด

งานชุมนุมดังกล่าวมีชื่อว่า “JHor Qudama Malaysia” จัดขึ้นที่มัสยิด Sri Petaling Mosque มีชาวต่างชาติมาร่วมงานมากมาย คือ คนไทย 132 คน ฟิลิปปินส์ 215 คน อินโดนีเซีย 696 คน เวียดนาม 130 คน สิง๕โปกร์ 95 คน กัมพูชา 79 คน บรูไน 74 คน เปก็นต้น

วันนั้นมาถึงแล้ว จีนมีผู้ติดเชื้อวันเดียวน้อยกว่าในไทย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/617733

วันที่ 15 มี.ค. 2563 เวลา 14:45 น.

วันนั้นมาถึงแล้ว จีนมีผู้ติดเชื้อวันเดียวน้อยกว่าในไทย

การติดเชื้อส่วนใหญ่ในจีนตอนนี้เป็นผู้ที่เดินทางมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยงแล้วนำเชื้อกลับมา หนึ่งในนั้นคือประเทศไทย

วันที่ 15 มีนาคม กระทรวงสาธารณสุขของไทย แถลงพบผู้ติดเชื้อ Co-Vid-19 เพิ่มอีก 32 ราย ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อทั้งหมดพุ่งทะลุ 114 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้ที่เดินทางไปสนามมวย 9 คน ไปเที่ยวผับ 3 คน มาจากสนามบินสุวรรณภูมิ 3 คน เดินทางไปต่างประเทศ 7 คน ไปดูงานที่ประเทศสเปน 1 คน เป็นต้น และในจำนวนนี้เป็นต่างชาติ 2 คน

จะเห็นได้ว่าผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่คือกลุ่มไปไปในที่ชุมนุม ทั้งๆ ที่อยู่ในสถานการณ์การระบาดซึ่งไม่ควรจะไปอยู่ในที่ชุมนุมชน

ขณะที่ประเทศไทยมีรายงานผู้ติดเชื้อในวันเดียวมากถึง 32 ราย ประเทศจีนกลับมีผู้ติดเชื้อลดลงเหลือเพียง 20 ราย และในจำนวนนี้ 16 รายเป็นการนำเข้ามาจากต่างประเทศ หมายความว่าตอนนี้ในจีนมีการติดเชื้อในบ้านตัวเองแค่ 4 รายเท่านั้นทั้งหมดอยู่ในเมืองอู่ฮั่น และจีนไม่พบผู้ติดเชื้อนอกมณฑลหูเป่ยมา 3 วันติดต่อกันแล้ว

ตัวเลขผู้ติดเชื้อที่นำเข้ามาทำให้จีนมีอัตราการติดเชื้อทั้งประเทศสูงสุดในรอบ 1 สัปดาห์ ซึ่งหากไม่มีคนเหล่านี้จะทำให้ความพยายามควบคุมการระบาดในจีนยิ่งจะใกล้ความสำเร็จขึ้นไปอีก

ดังนั้นจีนจึงหันมาควบคุมการนำเข้าเชื้อจากต่างประเทศมากขึ้น ขณะนี้มีการติดเชื้อนำเข้ารวม 111 ราย ทำให้เกิดความกลัวว่ามาตรการของจีนในการกักกันไวรัสในประเทศอาจไม่ได้ผล เพราะการแพร่ระบาดซ้ำจากภายนอก หนึ่งในนั้นรวมถึงผู้ติดเชื้อมาจากประเทศไทยที่เดินทางไปยังจีน

อย่างไรก็ตาม ทางการจีนมุ่งมั่นที่จะควบคุมการระบาดจากนอกประเทศ และมีสัญญาณที่ดีแล้วว่าการระบาดภายในเริ่มหมดฤทธิ์ โดยในวันเสาร์เจ้าหน้าที่ในมณฑลหูเป่ยตัดสินใจคลายข้อห้ามมิให้ประชาชนออกจากที่พักอาศัยและหมู่บ้านที่ใช้มาตั้งแต่เดือนมกราคม เพื่อให้ประชาชนได้ออกมาสัญจรเคลื่อนไหวอย่างอิสระ

คนไทยในสหรัฐแชร์ภาพโกลาหล อเมริกันตุนของใช้จนเกลี้ยง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/617723

วันที่ 15 มี.ค. 2563 เวลา 12:52 น.

คนไทยในสหรัฐแชร์ภาพโกลาหล อเมริกันตุนของใช้จนเกลี้ยง

หลายคนที่นี่บอกว่า ปรากฏการณ์เช่นนี้ตั้งแต่เกิดมาก็เพิ่งเคยเจอ นึกไม่ถึงเหมือนกันว่าอเมริกันจะเอาโควิด-19 ไม่อยู่

คนไทยที่ไปพำนักในสหรัฐ เผยภาพความโกลาหลอยู่ในเมืองออโรรา รัฐโคโลราโด ซึ่งมีประชากร 325,078 คน และเพิ่งประกาศภาวะฉุกเฉินไป

ล่าสุด รัฐโคโลราโดพบผู้เสียชีวิตจากโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่เป็นรายแรก ส่วนนายกรัฐมนตรีเมืองออโรราประกาศภาวะฉุกเฉินเมื่อวันศุกร์ตามเวลาท้องถิ่น หรือวันเสาร์ตามเวลาประเทศไทย เนื่องจากพบผู้ติดเชื้อในโคโลราโดอย่างต่อเนื่อง

ประยูร หงษาธร ซึ่งอาศัยที่เมืองออโรราได้บอกเล่าสถานการณ์ความวุ่นวายในสหรัญผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว โดยบรรยายว่า “เมื่อเช้าหิมะโปรยมาอีกระลอกหลังจากหายไปหลายวัน คราวนี้มันมาพร้อมความตื่นตระหนกของชาวเมืองต่อโควิด-19 แบบเต็มพิกัด ด้วยประชากรของเมืองติดโรคนี้ไปแล้วสิบกว่าราย ตายไปหนึ่ง”

“ค่ำวันนี้ก่อนเข้าบ้าน แวะห้างใหญ่ของที่นี่คือ Sam’s club และ Walmart เห็นผู้คนออกไปซื้ออาหาร น้ำดื่ม กระดาษชำระ ยารักษาโรค ฯลฯ กันจนสินค้าขาดสต๊อก..”

“ความจริง การกักตุนสินค้าอุปโภคบริโภคในโคโลราโดก็เริ่มมาตั้งแต่สองสัปดาห์ก่อนแล้ว หากแต่ตื่นตัวกันสุดขีดก็เพิ่งคราวนี้”

“หลายคนที่นี่บอกว่า ปรากฏการณ์เช่นนี้ตั้งแต่เกิดมาก็เพิ่งเคยเจอ นึกไม่ถึงเหมือนกันว่าอเมริกันจะเอาโควิด-19 ไม่อยู่..”

Prayoon Hongsathon
Prayoon Hongsathon
Prayoon Hongsathon
Prayoon Hongsathon