ยุโรประส่ำ หลายประเทศสั่งปิดสนามบิน-โรงเรียน ตัดตอนไวรัส #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/617597

วันที่ 13 มี.ค. 2563 เวลา 17:45 น.

ยุโรประส่ำ หลายประเทศสั่งปิดสนามบิน-โรงเรียน ตัดตอนไวรัส

หลายประเทศในยุโรปพยายามอย่างหนักในการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัส หลังตัวเลขผู้ติดเชื้อพุ่ง

อิตาลี-การท่าอากาศยานประกาศปิดอาคารผู้โดยสารหลักของสนามบิน Fiumicino ตั้งแต่วันที่ 17 มี.ค., สนามบิน Ciampino ตั้งแต่วันที่ 14 มี.ค. และกำลังพิจารณาปิดสนามบิน Linate ในเมืองมิลาน

เนเธอร์แลนด์-ปิดพิพิธภัณฑ์ไรกส์ หรือพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอัมสเตอร์ดัมจนถึงวันที่ 31 มี.ค., ห้ามจัดกิจกรรมสาธารณะที่มีผู้ร่วมงานตั้งแต่ 100 คนขึ้นไป, กักตัวอยู่ที่บ้านหากมีอาการ, รัฐบาลเตรียมออกมาตรการใหม่ เนื่องจากมีเคสที่ไม่สามารถแกะรอยได้

เชก-ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน 30 วัน, ห้ามนักท่องเที่ยวที่เดินทางจากเยอรมนี ออสเตรีย ยกเว้นผู้ที่มีถิ่นพำนักอยู่ในเชก, ห้ามจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรม กีฬา ศาสนา หรือกิจกรรมสาธารณอื่นๆ ที่มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 30 คน, ห้ามชาวเชกเดินทางไปหรือเดินทางกลับจากประเทศเสี่ยง, ร้านอาหารต้องปิดก่อน 20.00 น.

แอลจีเรีย-ปิดโรงเรียนและมหาวิทยาลัย

ลิทัวเนีย-ปิดโรงเรียนและมหาวิทยาลัย 2 สัปดาห์

อาเซอร์ไบจาน-ปิดพรมแดนติดกับอิหร่านเพิ่มอีก 2 สัปดาห์

สโลวเกีย-ปิดห้างสรรพสินค้าช่วงสุดสัปดาห์ ยกเว้นร้านอาหาร ร้านยา, ปิดโรงเรียนทุกแห่ง 14 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 16 มี.ค., ปิดสนามบินนานาชาติทั้ง 3 แห่งตั้งแต่วันที่ 13 มี.ค., ปิดการเดินรถไฟและรถบัสระหว่างประเทศ, เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจจุดผ่านแดน

อิสราเอล-ปิดโรงเรียนรัฐบาลส่วนใหญ่

เอสโตเนีย-ปิดโรงเรียนและห้ามรวมตัวในที่สาธารณะจนถึงวันที่ 1 พ.ค.

ออสเตรีย-ปิดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจนถึงวันที่ 31 มี.ค., โรงละคร Musikverein ยกเลิกคอนเสิร์ตจนถึงสิ้นเดือน มี.ค., ห้ามจัดกิจกรรมที่มีการรวมตัวในที่ปิดเกิน 100 คน, ปิดห้องสมุดแห่งชาติ, หยุดให้บริการรถไฟไปอิตาลี

หลายชาติทั่วยุโรปพบติดเชื้อโควิดเพิ่มเป็นเท่าตัว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/617592

วันที่ 13 มี.ค. 2563 เวลา 16:47 น.

หลายชาติทั่วยุโรปพบติดเชื้อโควิดเพิ่มเป็นเท่าตัว

อัพเดตสถานการณ์ไวรัสโควิดในยุโรป หลายชาติพบติดเชื้อรายใหม่ทะยานเพิ่มเป็นเท่าตัว

วันที่ 13 มีนาคม สถานการณ์ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในหลายชาติของยุโรป พบว่ามีความคืบหน้าในส่วนของรายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างรวมเร็วเป็นเท่าตัว ดังนี้

  • เนเธอร์แลนด์ ติดเชื้อเพิ่ม 111 คนในวันเดียว ยอดรวม 614 ราย
  • เดนมาร์ก วันเดียวติดเพิ่มมากกว่า 100 คน ยอดรวม 785 ราย รัฐบาลสั่งปิดสถานศึกษาทั่วประเทศสองสัปดาห์
  • นอร์เวย์ รอบ 48 ชั่วโมงพบผู้ติดเชื้อเพิ่มนับร้อย ยอดรวมที่ 702 ราย พบตายรายแรก ด้านนายกนอร์เวย์กราบบังคมทูลสมาชิกพระราชวงศ์งดเสด็จออกงาน หลังเสด็จไปตามประเทศช่วงสัปดาห์ก่อนหน้านี้
  • สวีเดน พบเสียชีวิตเป็นรายแรกของประเทศและของกลุ่มสแกนดิเนเวีย ยอดรวม 599
  • สเปน แคว้นกาตาลันสั่งกักกันโรคในหลายเมือง กระทบประชาชน 70,000 คน เสียชีวิต 84 คน ผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็นเกือบสองเท่า จากวันก่อนหน้านี้ที่ 55 คน ผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็น 2,968 คน เพิ่มขึ้นจากวันก่อนหน้ากว่า 800 คน นอกจากนี้รัฐบาลสเปนได้ตรวจเชื้อโควิดจากครม.ทั้งชุด หลังพบหนึ่งในรัฐมนตรีหญิงติดเชื้อโควิด รวมทั้ง สมเด็จพระราชาธิบดีเฟลิเปและสมเด็จพระราชินีเลตีเซียแห่งสเปนก็ตรวจเชื้อด้วยเพราะมีประวัติเข้าประชุมร่วมกับรัฐมนตรีหญิงผู้ติดเชื้อรายนี้
  • เยอรมนี ทั้งประเทศติดเชื้อสะสม 2,750 เสียชีวิตแล้ว 6
  • ฝรั่งเศส ติดเชื้อ 2,284 เสียชีวิตแล้ว 48 ราย ปธน.มาครง ขอให้คนอายุเกิน 70 ปี อยู่แต่ในบ้าน
  • โปแลนด์ ติดเชื้อ 42 ราย ออสเตรีย ติดเชื้อ 302 ราย พบเสียชีวิตรายแรกในทั้งสองชาติ
  • สหราชอาณาจักร ติดเชื้อรวม 596 ราย เพิ่มจากวันก่อนหน้าที่ 456 จำนวนนี้ 491 อยู่ในอังกฤษ 60 ในสก็อตแลนด์ 20 ไอร์แลนด์เหนือ และ 25 ในเวลส์

ทรัมป์ยันไม่ตรวจโรคแม้ใกล้ชิดเจ้าหน้าที่บราซิลป่วยโควิด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/617572

วันที่ 13 มี.ค. 2563 เวลา 14:50 น.

ทรัมป์ยันไม่ตรวจโรคแม้ใกล้ชิดเจ้าหน้าที่บราซิลป่วยโควิด

โฆษกทำเนียบขาวย้ำว่าทั้งทรัมป์และเพนซ์แทบจะไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์กับเจ้าหน้าที่ที่ติดเชื้อ

สเตฟานี กริชแฮม โฆษกทำเนียบขาวเผยว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ และรองประธานาธิบดี ไมค์ เพนซ์ จะไม่ตรวจหาเชื้อโคโรนาไวรัสหรือกักตัวเองเพื่อสังเกตอาการ หลังจากเมื่อสัปดาห์ก่อนทั้งคู่พบปะกับ ฟาบิโอ เวนการ์เตน โฆษกประจำตัวของประธานาธิบดี ฌาอีร์ โบลโซนารู ของบราซิล ที่เพิ่งตรวจพบว่าติดเชื้อโคโรนาไวรัส

นอกจากนี้โฆษกทำเนียบขาวย้ำว่าทั้งทรัมป์และเพนซ์แทบจะไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์กับเวนการ์เตน

คำแถลงดังกล่าวขัดกับภาพที่ปรากฏเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เวนการ์เตนเข้าพบทรัมป์ เพนซ์ พร้อมกับโบลโซนารูที่บ้านพักมาร์อะลาโกของทรัมป์ในรัฐฟลอริดา และได้โพสต์ภาพที่เจ้าตัวยืนใกล้ชิดไหล่ชนไหล่กับทรัมป์ และยังร่วมโต๊ะรับประทานอาหารมื้อเย็นร่วมกันด้วย

ส่วนประธานาธิบดีโบลโซนารูอยู่ระหว่างรอผลการตรวจ โดย เอดูอาร์โด โบลโซนารู บุตรชายเผยว่าผู้นำบราซิลยังไม่แสดงอาการใดๆ

รัฐมนตรีมหาดไทยออสซี่ติดเชื้อโควิด-19 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/617571

วันที่ 13 มี.ค. 2563 เวลา 14:18 น.

รัฐมนตรีมหาดไทยออสซี่ติดเชื้อโควิด-19

ปีเตอร์ ดัตตัน เป็นรัฐมนตรีคนแรกในครม.ออสเตรเลียที่ยืนยันว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนา

สื่อออสเตรเลียรายงานวาา นายปีเตอร์ ดัตตัน (Peter Dutton) รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยของออสเตรเลีย (Home Affairs) ได้รับการยืนยันว่าเป็นผู้ติดเชื้อโควิด-19

นายดัตตัน ถือเป็นคนแรกในคณะรัฐมนตรีของออสเตรเลียที่ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อไวรัสโควิด โดยขณะนี้เขาเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลในรัฐควีนส์แลนด์แล้ว

“ช่วงเช้าวันนี้ ผมตื่นมาด้วยอาการมีไข้และระคายคอ จึงรีบแจ้งไปยังสำนักการสาธารณสุขแห่งรัฐควีนส์แลนด์ เพื่อเข้ารับการตรวจเชื้อโควิดตามมาตรการของรัฐ .. กระทั่งช่วงบ่ายผลการตรวจยืนยันว่าผมติดเชื้อไวรัสดังกล่าว .. ด้วยมาตรการของสำนักสาธารณสุขควีนส์แลนด์ที่ระบุว่า ผู้ติดเชื้อไวรัสโควิดต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลทันที ผมจึงจำเป็นต้องเข้ากักโรคที่โรงพยาบาลด้วยอาการทรงตัว” คำแถลงของนายดัตตันระบุ

ก่อนหน้านี้ นายดัตตันมีประวัติเพิ่งเดินทางไปร่วมประชุมด้านความมั่นคงของกลุ่มประเทศ  Five Eyes ที่กรุงวอชิงตันดี.ซี. เมื่อวันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมา โดยมีการเข้าพบกับอิวานก้า ทรัมป์ ลูกสาวปธน.ทรัมป์ และรัฐมนตรียุติธรรมสหรัฐ วิลเลียม บาร์ ด้วย

จากนั้นเดินทางกลับออสเตรเลียด้วยสายการบินพาณิชย์มายังนครบริสเบน ก่อนจะเดินทางจากบริสเบนไปยังนครซิดนีย์ เพื่อร่วมประชุมคณะรัฐมนตรีกับนายกรัฐมนตรี สก็อต มอร์ริสัน เมื่อวันอังคาร (10 มี.ค.) ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ออสเตรเลียติดเชื้อสะสมทั้งประเทศที่ 133 เสียชีวิตแล้ว 4 ราย

ฟิลิปปินส์เตรียมชัตดาวน์เมืองหลวง 1 เดือน กักกันโรคคน12ล้าน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/617555

วันที่ 13 มี.ค. 2563 เวลา 13:03 น.

ฟิลิปปินส์เตรียมชัตดาวน์เมืองหลวง 1 เดือน กักกันโรคคน12ล้าน

แม้ฟิลิปปินส์พบผู้ติดไวรัสเพียง 52 แต่ปธน.ดูเตอร์เตเตรียมใช้มาตรการปิดกรุงมะนิลา 1 เดือน เริ่ม15มีนาคมนี้ ห้ามพลเมืองเข้าออกเมืองทุกทาง

ประธานาธิบดีแถลงการณ์ช่วงเย็นของวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ถึงการเตรียมใช้มาตรการปิดกรุงมะนิลาเป็นเวลา 1 เดือน เริ่มตั้งแต่เที่ยงคืนวันที่ 15 มีนาคม ถึงวันที่ 14 เมษายน พร้อมจำกัดการเดินทางเข้าออกในย่านเมโทรมะนิลาทั้งทางบน ทางเรือ และทางอากาศภายในประเทศ พร้อมตั้งจุดตรวจคัดกรองทุกช่องทางที่เข้าออกเมือง เพื่อกักกันและสกัดการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา กระทบประชากรจำนวน 12 ล้านคน

มาตรการดังกล่าว มีขึ้นหลังจากกระทรวงสาธารณสุขฟิลิปปินส์แถลงว่าพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 แล้วอย่างน้อย 52 คน เสียชีวิตแล้ว 5 ราย รักษาหายแล้ว 2 คน

ขณะเดียวกัน ดูเตร์เตได้สั่งขยายมาตรการปิดโรงเรียนในเขตกรุงมะนิลาเพิ่มอีกเป็น 1 เดือน จนถึงวันที่ 12 เมษานนนี้ จากเดิมที่สั่งปิดเพียงสัปดาห์เดียว ส่วนข้าราชการของรัฐที่ไม่มีเหตุจำเป็นให้ทำงานจากที่บ้าน ส่วนภาคเอกชนให้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแต่ละแห่งตัดสินใจ

นอกจากนี้ ผู้นำฟิลิปปินส์ยังสั่งห้ามจัดกิจกรรมขนาดใหญ่ในทุกพื้นที่ทั่วเมือง ทั้งงานสันทนาการ กีฬา หรือแม้แต่กิจกรรมทางการเมือง หากพบฝ่าฝืนจะใช้กฎหมายอาญาจัดการ อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้มีรายงานข่าวว่าผู้นำปินส์ พร้อมคณะรัฐมนตรีได้เข้าตรวจคัดกรองเชื้อโควิดด้วย แต่ยังไม่มีรายงานผลการตรวจดังกล่าว

แฟ้มภาพ

โควิดคร่าชีวิตอิตาลีเกิน 1,000 ราย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/617540

วันที่ 13 มี.ค. 2563 เวลา 11:30 น.

โควิดคร่าชีวิตอิตาลีเกิน 1,000 ราย

เสียชีวิตจากเชื้อโควิดในอิตาลีทะยานเกินพัน วันเดียวตายเพิ่ม 189 ติดเชื้อพุ่งไม่หยุดกว่า 15,000 ราย

การระบาดของโคโรนาไวรัสในอิตาลียังคงเลวร้ายต่อเนื่อง แม้ว่ารัฐบาลโรมจะสั่งปิดประเทศและจำกักการเดินทางของพลเมืองราว 60 ล้านคนตั้งแต่ช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีรายงานว่ารอบ 24 ชั่วโมงของวันที่ 12 มีนาคม มีผู้เสียชีวิตจากไวรัสโควิดรายใหม่ที่ 189 ราย

ส่งผลให้ตัวเลขผู้เสียชีวิตสะสมทั้งประเทศทะยานถึง 1,016 คน จากเมื่อวันที่ 11 มี.ค. ตัวเลขเสียชีวิตอยู่ที่ราว 800 คน

นอกจากผู้เสียชีวิตแล้ว ยังพบว่าในวันเดียวกันมีผู้ติดเชื้อเพิ่มถึง 2,651 คนจาก 2,313 คนในวันพุธ ยอดสะสมรวมกว่า 15,113 คน

นอกจากนี้ตลาดหุ้นอิตาลีที่เมืองมิลาน นักลงทุนเทขายดิ่ง 17% ในวันเดียว ไม่ต่างตลาดหุ้นหลายแห่งทั่วโลกที่นักลงทุนหวั่นวิตกต่อสถานการณ์ไวรัสโคโรนา ต่างเทขายหุ้นร่วงจนตลาดหุ้นหลายแห่งต้องใช้มาตรการหยุดการซื้อขายชั่วคราว

ภรรยานายกฯทรูโดติดโควิด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/617532

วันที่ 13 มี.ค. 2563 เวลา 10:11 น.

ภรรยานายกฯทรูโดติดโควิด

โซฟี ทรูโด ภริยานายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด แห่งแคนาดาตรวจพบเชื้อโควิด ตัวนายกฯต้องแยกตนเองจากครม.

นางโซฟี ทรูโด ภริยาของนายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด ของแคนาดา เปิดเผยว่า เธอได้รับคำยืนยันว่าติดเชื้อไวรัสโคโนาด้วยอาการไม่รุนแรง หลังจากเธอและนายกจัสติน เพิ่งเสร็จสิ้นภารกิจเดือนทางเยือนสหราชอาณาจักร

รายงานระบุว่า นางทรูโดวัย 44 ปี จะเข้ามาตรการแยกกักตัวเองเป็นเวลา 14 วัน ส่วนนายกจัสติน ผู้เป็นสามีซึ่งอยู่ใกล้ชิดยังคงไม่มีการแสดงอาการใดๆ แต่จะแยกกักตัวจากภรรยา และทำงานเพียงลำพังจากคณะรัฐมนตรีเป็นเวลา 2 สัปดาห์เช่นกัน

แถลงการจากสำนักนายกรัฐมนตรีแคนาดาระบุว่า นางโซฟี ทรูโด ภริยาของนากยรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด ได้รับการยืนยันว่าผลทดสอบโควิด-19 เป็นบวก เธอได้เข้ามาตรการกักกันตนเองตามคำสั่งแพทย์ทันที ขณะนี้อาการไม่รุนแรง นอกจากผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดต่อแล้ว เธอจะได้รับการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตด้วยหากจำเป็น

ส่วนนายกรัฐมนตรีทรูโด ยังคงสุขภาพดีไม่มีแสดงอาการป่วยใดๆ แต่เพื่อความปลอดภัย เขาได้ทำตามคำแนะนำของแพทย์โดยจะแยกทำงานลำพังเป็นเวลา 14 วัน โดยไม่ติดต่อกับคณะรัฐมนตรีแบบตัวต่อตัว พร้อมรอผลตรวจว่าจะติดเชื้อด้วยหรือไม่

ต้องอยู่ร่วมกันอีกนาน โคโรนาไวรัสอาจระบาดอีกเป็นปี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/617499

วันที่ 12 มี.ค. 2563 เวลา 21:31 น.

ต้องอยู่ร่วมกันอีกนาน โคโรนาไวรัสอาจระบาดอีกเป็นปี

เราอยู่กับเชื้อโคโรนาไวรัสมาเกือบ 3 เดือนแล้ว และตอนนี้ยังไม่มีทีท่าว่าโลกจะควบคุมโรคนี้ได้ คำถามก็คือ แล้วมันจะระบาดไปถึงเมื่อไร

ในขณะที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัสในจีนเริ่มน้อยลงจนสามารถปิดโรงพยาบาลสนามชั่วคราวได้แล้ว สถานการณ์ในฝั่งยุโรปกำลังแย่ โดยเฉพาะในอิตาลีที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนโรงพยาบาลแทบจะรับไม่ไหว คำถามยอดฮิตในช่วงนี้คงหนีไม่พ้น “แล้วเมื่อไรโรคนี้จะหายไป”

แนนซี เมสซันเนียร์ จากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐ (CDC) เผยว่า การแพร่ระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัสอาจจะอยู่ในสหรัฐจนถึงปีหน้า

สอดคล้องกับการคาดการณ์ของผู้เชี่ยวชาญหลายรายที่มองว่าเชื้อโคโรนาไวรัสจะแพร่ระบาดไปอีกระยะหนึ่ง อาทิ อาเมช อาดัลฮา ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดต่อจากศูนย์ความมั่นคงด้านสุขภาพจอห์น ฮอปกินส์  ระบุว่า “เราต่างทราบดีว่าไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจเป็นไวรัสที่ควบคุมยาก ผมคิดว่าโรคนี้จะหยุดลงเมื่อมันกลายเป็นโรคประจำถิ่น (endemic)”

เช่นเดียวกับ ซูลีหยาง จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ มองว่า เชื้อโคโรนาไวรัสจะแพร่ระบาดไปจนถึงช่วงปลายปีนี้ ความหวังว่าการแพร่ระบาดจะยุติในช่วงเดือน เม.ย. หรือ พ.ค. ไม่น่าจะเป็นไปได้ เนื่องจากเชื้อกำลังแพร่ระบาดหนักในยุโรป

แต่ก็มีความเป็นไปได้ว่าโรค Covid-19 อาจระยะลากยาวกว่านั้น

ฮารายูกิ ทาคาฮาชิ หนึ่งในคณะกรรมการบริหารคณะกรรมการจัดการแข็งขันกีฬาโอลิมปิกกรุงโตเกียวเผยว่า การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนที่จะเริ่มขึ้นในวันที่ 24 ก.ค.-9 ส.ค.ปีนี้ อาจต้องเลื่อนไปอีก 1-2 ปีข้างหน้า

แม้เหตุผลส่วนหนึ่งที่ทาคาฮาชิเสนอให้เลื่อนไปถึง 2 ปีจะเกี่ยวข้องกับตารางการแข่งขันกีฬาอีเว้นท์อื่นๆ แต่ก็มีความเป็นไปได้ว่าการเลื่อนเกี่ยวข้องกับการแพร่ระบาดของโรค Covid-19 โดยตรง เพราะกว่าแต่ละประเทศจะฟื้นตัวจากโคโรนาไวรัสก็ต้องรอจนกว่าโรคจะหยุดการแพร่ระบาดเสียก่อน

อย่างไรก็ดี ด้วยความที่โรคนี้เป็นโรคอุบัติใหม่ทำให้นักวิทยาศาสตร์หรือผู้เชี่ยวชาญเองก็ไม่สามารถทำนายระยะเวลาการระบาดที่แน่นอนได้

ฮาวเวิร์ด มาร์เคล นักประวัติศาสตร์การแพทย์จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน กล่าวว่า “ไวรัสแต่ละชนิดล้วนแตกต่างกัน บทเรียนที่ผมได้จากการศึกษาการระบาดครั้งที่ผ่านๆ มาก็คือ คนที่ทำนายอนาคตจากโรคระบาดครั้งก่อนๆ ถ้าไม่โกหกก็โง่ เพราะไม่มีใครทำนายได้”

ขณะที่นักวิจัยของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคระบาดของจีนเตือนว่า แม้ว่าการติดเชื้อในจีนจะลดลง แต่หากจีนกลับมาดำเนินชีวิตตามปกติกันอีกครั้งหลังการปิดเมืองก็มีโอกาสที่เชื้อโคโรนาไวรัสจะกลับมาอีกครั้ง

นักช้อปชาวจีนคืนชีพ เตรียมใช้จ่ายไม่อั้นหลังพื้นไวรัส #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/617509

วันที่ 12 มี.ค. 2563 เวลา 20:36 น.

นักช้อปชาวจีนคืนชีพ เตรียมใช้จ่ายไม่อั้นหลังพื้นไวรัส

เพราะความอัดอั้นที่ไม่ได้จับจ่ายมานาน ชาวจีนกำลังจะกลับมาปลดปล่อยมันอีกครั้ง

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า นักช้อปชาวจีนเริ่มกลับไปยังห้างสรรพสินค้าและร้านสินค้าแบรนด์เนมทีละน้อยๆ หลังจากมาตรการกักกันโคโรนาไวรัสผ่อนคลายลง โดยตลาดสินค้าหรูในประเทศจีนเป็นตลาดใหญ่ที่ขับเคลื่อนสินค้าแบรนด์เนมทั่วโลก

ร้านค้าในประเทศจีนกลับมีความเคลื่อนไหวอีกครั้ง หลังจากการซื้อขายลดลงมากถึง 80% ในช่วงจุดสูงสุดของการระบาดเมื่อต้นฤดูหนาว ทำให้ยอดขายของแบรนด์ต่างๆ ตั้งแต่ Burberry ไปจนถึง Gucci ทรุดฮวบ

แต่การฟื้นจะเริ่มมีพลังมากขึ้นในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า เพราะชาวจีนจะหันมามีพฤติกรรมที่เรียกว่า “จ่ายไม่อั้นเพื่อล้างแค้น” (Revenge Spending) ซึ่งเป็นการปลดปล่อยความอัดอั้นที่ไม่สามารช้อปปิ้งได้เป็นเวลานาน

ผู้ที่ใช้คำๆ นี้ คือ Amrita Banta กรรมการผู้จัดการของ Agility Research เพื่ออธิบายการซื้อของลูกค้าหรูหรา อย่างบ้าคลั่งด้วยเงินสดหลังจากต้องเลื่อนแผนการจับจ่ายไปนานหลายสัปดาห์

ก่อนหน้านี้คำดังกล่าวใช้อธิบายความต้องการผู้บริโภคชาวจีนที่ถูกกักขังไว้นานหลายสิบปี แล้วถูกปลดปล่อยออกมาในช่วงทศวรรษ 1980 หลังจากจีนเริ่มเปิดประเทศและปฏิรูปเศรษฐกิจ

ประเทศจีนดูเหมือนจะมาถึงจุดเปลี่ยนแล้ว และตามเมืองใหญ่ ๆ เริ่มามีความหวังด้านบวกอย่างสงวนท่าที เรากำลังมองเห็นการฟื้นตัวอย่างช้าๆ แต่ว่าแน่นอน” Banta กล่าว

ผู้ซื้อชาวจีนคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 1 ใน 3 ของยอดขายของสินค้าฟุ้มเฟือยทั่วโลก และคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 2 ใน 3 ของอัตราการเติบโตของอุตสาหกรรมนี้ในปีที่ผ่านมา แม้ว่าไวรัสจะแพร่กระจายไปทั่วโลก แต่ก็มีสัญญาณว่าจีนกำลังควบคุมการระบาดได้ จีนรายงานว่ามีผู้ป่วยโรคใหม่เพียงหลักสิบเท่านั้นในวันพุธที่ผ่านมา ลดลงจากหลักร้อยหรือหลักพันคนต่อวันเมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา และแบรนด์หรูเช่น Hermes กำลังกลับมาเปิดร้านค้าอีกครั้ง

“เราเห็นการการฟื้นตัวอย่างช้าๆ ของธุรกิจในประเทศจีน นอกจากความเคลื่อนไหวแล้ว บรรยากาศของลูกค้าชาวจีนก็มีความสำคัญเช่นกัน หลังจากหนึ่งเดือนครึ่งของการปิดและการกักกัน ตอนนี้มีความต้องการกลับมาใช้จ่ายและใช้ชีวิตตามปกติอีกครั้ง” Micaela Le Divelec Lemmi ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ Salvatore Ferragamo SpA กล่าว

ชาวจีนที่ชื่อ แอนดี้ หลี่ ผู้ทำงานด้านเทคโนโลยีการเงินวัย 29 ปีเดินทางไปยังห้างสรรพสินค้าในมณฑลซานซีถึง 3 ครั้งแล้วนับตั้งแต่มีการผ่อนคล้ายมตรการกักกันเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน โดยห้างสรรพสินค้าที่มีแบรนด์ดังๆ รวมถึง Kering’s Gucci และ Bottega Veneta มีตรวจสอบอุณหภูมิของผู้ซื้อก่อนที่จะอนุญาตให้เข้ามา และผู้เข้ามาจับจ่ายยังต้องสวมหน้ากากอนามัย

“ผมถูกขังอยู่ในบ้านตลอดทั้งเดือน” หลี่กล่าว “อาคารที่พักอาศัยของเราถูกล่ามโซ่และเราไม่ได้รับอนุญาตให้ไปที่ไหนก็ตาม ตอนนี้ผมรู้สึกเป็นอิสระอีกครั้ง”

เขาพยายามซื้อสินค้าทางออนไลน์มากขึ้นในระหว่างการกักกัน แต่บอกว่าผลิตภัณฑ์ที่เขาสั่งติดค้างที่ศุลกากรเพราะความล่าช้าด้านโลจิสติกส์

Hermes กล่าวว่าได้เปิดร้านสาขาในจีนทั้งหมดอีกครั้งยกเว้นอีก 2 ร้าน หลังจากปิดร้านสาขาทั้งหมดที่ 11 แห่งเมื่อจีนใช้มาตรการกักกันสูงสุด

ส่วน Chow Tai Fook Jewellery Group Ltd. ซึ่งเป็นแบรนด์อัญมณีที่ใหญ่ที่สุดในโลกในด้านยอดขายกล่าวว่าประมาณ 85% ของร้านค้าในจีนกว่า 3,600 แห่งกลับมาเปิดดำเนินการในสัปดาห์นี้

และเมื่อวันอาทิตย์ ที่ห้างสรรพสินค้าหรูหราในเมืองหางโจวมีลูกค้าเข้าแถวเพื่อรอเข้ามาช้อปในร้าน Chanel

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีแรงหนุนจากการฟื้นตัวจากจีน แต่ความเสียหายในธุรกิจนี้จะลากยาวไปถึงครึ่งแรกของปีไม่ใช่แค่ไตรมาสแรกของปี เพราะแม้ว่าจีนจะฟื้นตัว แต่ศูนย์กลางแบรนด์หรูอย่างอิตาลีเกิดการระบาดหนักและปิดประเทศ ส่วนตลาดใหญ่อีกแห่งคือสหรัฐมีสถานกาณ์ที่แย่เหมือนกัน

แปลและเรียบเรียงจาก ‘Revenge Spending’ Spurs Chinese Luxury Rebound From Virus โดยสำนักข่าว Bloomberg

มองโกเลียในกลับมาเดินเครื่องการผลิตหลังโคโรนาคลี่คลาย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/617503

วันที่ 12 มี.ค. 2563 เวลา 19:17 น.

มองโกเลียในกลับมาเดินเครื่องการผลิตหลังโคโรนาคลี่คลาย

บริษัทอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในเขตไซ่ห่าน นครฮูฮอต เมืองเอกของเขตปกครองตนเองมองโกเลียใน ทางตอนเหนือของจีน กลับมาดำเนินการผลิตแล้วมากกว่าร้อยละ 93 จากทั้งหมด 31 แห่ง หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัสเริ่มคลี่คลาย พร้อมบังคับใช้มาตรการป้องกันและควบคุมโรค Covid-19 อย่างเข้มงวด