เจ้าฟ้าชายชาลส์ทรงไหว้ทักทายแทนการจับพระหัตถ์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/617324

วันที่ 11 มี.ค. 2563 เวลา 12:17 น.

เจ้าฟ้าชายชาลส์ทรงไหว้ทักทายแทนการจับพระหัตถ์

เจ้าฟ้าชายชาลส์ทรงเลี่ยงการจับพระหัตถ์ผู้เข้าเฝ้าช่วงไวรัสระบาด ด้วยการไหว้ทักทายแทน

แม้สถานการณ์ของไวรัสโควิดในสหราชอาณาจักร จะยังไม่รุนแรงเท่าประเทศในยุโรปด้วยกันเหมือนที่อิตาลี แต่จากข้อมูลในอังกฤษ ณ วันที่ 11 มี.ค. พบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิดสะสมถึง 382 ราย รักษาหายแล้ว 18 ราย เสียชีวิตแล้ว 6 ราย

ด้วยเหตุดังกล่าว ทำให้สมาชิกระดับสูงในราชวงศ์อังกฤษตต่างปรับพระองค์ในการพบปะกับผู้มาเข้าเฝ้า โดยเมื่อวันที่ 9 มีนาคมที่ผ่านมา เจ้าฟ้าชายชาลส์ เจ้าชายแห่งเวลส์ เสด็จไปยังมหาวิหารเวสต์มินสเตอร์เพื่อร่วมพิธีทางศาสนาเนื่องในวันเครือจักรภพ (Commonwealth Day) โดยการนี้ทรงใช้วิธีการไหว้ (หรือนมัสเต) แทนการสัมผัสพระหัตถ์ต่อคณะบุคคลที่รอต้อนรับ

https://twitter.com/IkonPictures/status/1237032557990084608

เช่นเดียวกับสมาชิกราชวงศ์องค์อื่นๆอย่างดยุกแฮร์รี่ ซึ่งเดินทางมาร่วมในพิธีดังกล่าวด้วย พร้อมกับดัชเชสเมแกน แห่งซัสเซกส์ ก็ใช้การทักทายแบบใหม่ที่เรียกว่า “elbow bump” หรือการใช้ข้อศอกชนกันเพื่อทักทาย แทนการจับมือ
Photo : BBC

ส่วนสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ทรงตัดสินพระทัยไม่ยืนพระหัตถ์ทักทายผู้มาเข้าเฝ้าเช่นกัน โดยเมื่อวันที่ 10 มีนาคม ทรงเสด็จออกเพื่อต้อนรับนาง Saroja Sirisena เอกอัครราชทูตศรีลังกาประจำอังกฤษ พร้อมคู่สมรส ซึ่งทรงไม่ได้สวมถุงพระหัตถ์ พระองค์จึงไม่ได้ยื่นพระหัตถ์เพื่อทักทายแต่อย่างใด

Photo : AFP

Photo : Aaron Chown/Pool via REUTERS

โควิดอิตาลีสุดวิกฤต วันเดียวตายเพิ่ม 168 ราย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/617317

วันที่ 11 มี.ค. 2563 เวลา 11:20 น.

โควิดอิตาลีสุดวิกฤต วันเดียวตายเพิ่ม 168 ราย

โคโรนาในอิตาลีทะลุ 10,149 รายเสียชีวิตแล้ว 631 รอบ 24ชั่วโมงติดเชื้อเพิ่ม 1,000 ราย

สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิดในอิตาลียังคงน่าวิตกแม้รัฐบาลโรมจะสั่งกักกันประชาชนทั้งประเทศราว 60 ล้านคน ด้วยมาตรการจำกัดการเดินทาง เพื่อกักกันโรคหวังสกัดการแพร่ระบาดของไวรัส

แต่ทว่าในรอบ 24 ชั่วโมงของวันอังคารที่ผ่านมา ตัวเลขสะสมติดเชื้อไวรัสโควิดของอิตาลีพบว่าพุ่งสะสมถึง 10,149 ราย เพิ่มขึ้นจากวันก่อนหน้าราว 1,000 ราย

ที่น่าตกใจคือยอดผู้เสียชีวิตจากไวรัสดังกล่าวเพียงวันเดียวเพิ่มถึง 168 ราย ส่งผลให้ยอดเสียชีวิตทั้งหมดอยู่ที่ 631 คน นับเป็นประเทศที่มีอัตราการเสียชีวิตจากไวรัสมากที่สุดในโลกนอกจีนแผ่นดินใหญ่

รัฐมนตรีช่วยสาธารณสุขอังกฤษติดเชื้อโควิด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/617313

วันที่ 11 มี.ค. 2563 เวลา 10:22 น.

รัฐมนตรีช่วยสาธารณสุขอังกฤษติดเชื้อโควิด

แม้แต่รัฐมนตรีช่วยสาธารณสุขอังกฤษ ยังตรวจพบไวรัสโคโรนา นับเป็นสส.ในสภาอังกฤษคนแรกที่ติดเชื้อ

เดอะการ์เดี้ยนรายงานว่า นางนาดีน ดอร์รีส์ วัย62ปี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขอังกฤษ เผยว่าตนเองถูกตรวจพบเชื้อไวรัสโควิด-19 และกำลังอยู่ในระหว่างการกักกันตนเองอยู่ที่บ้าน

นางนาดีน ซึ่งเป็นสมาชิกพรรคอนุรักษ์นิยมและถือเป็นสมาชิกรัฐสภาอังกฤษคนแรกที่ถูกตรวจพบว่าติดเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยเธอบอกว่าเธอได้ทำตามคำแนะนำของหน่วยงานควบคุมโรคอังกฤษอย่างเคร่งครัด พร้อมขอบคุณทุกกำลังใจที่หลายฝ่ายมอบให้

อย่างไรก็ดี ช่วงก่อนหน้านี้เธอได้พบปะกับสมาชิกรัฐสภาหลายร้อยคนตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งยังเข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองเดียวกันกับนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสันด้วย

ทั้งนี้ สำหรับอังกฤษ มียอดผู้ติดเชื้อสะสมที่ 382 ราย เสียชีวิตแล้ว 6 ราย

(Picture: Rex Features)

ตุนกระดาษชำระ กลัว Covid-19 หรือแค่ตื่นตระหนก? #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/617290

วันที่ 11 มี.ค. 2563 เวลา 09:00 น.

ตุนกระดาษชำระ กลัว Covid-19 หรือแค่ตื่นตระหนก?

ท่ามกลางการระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัสในหลายประเทศ กระดาษชำระกลายเป็นสินค้าหายากจนถึงขั้นต้องปล้นหรือวางมวยเพื่อแย่งชิงกัน

การระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัสทำให้กระดาษชำระกลายเป็นสินค้าหายากในหลายที่ ในฮ่องกงแก๊งโจรถึงกับจับอาวุธปล้นกระดาษชำระมูลค่ากว่า 1,000 เหรียญฮ่องกง หรือราว 4,049 บาท ในญี่ปุ่นมีการคล้องโซ่ล็อกกระดาษชำระในห้องน้ำสาธารณะ ในออสเตรเลียเกิดการลงไม้ลงมือกันเพื่อแย่งกระดาษชำระ จนห้างสรรพสินค้าบางแห่งต้องจัดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมาเฝ้าชั้นวางสินค้า

ชาวออสเตรเลียถึงกับเรียกกลุ่มคนที่แห่ไปตุนกระดาษชำระว่าเป็น “วิกฤตที่โง่ที่สุด” เพราะเมื่อเทียบกับหน้ากากอนามัยหรือเจลล้างมือแล้ว กระดาษชำระดูจะไม่ใช่สิ่งของที่จะใช้ต่อสู้กับโรค Covid-19 ด้วยซ้ำไป

แล้วเหตุใดผู้คนจึงยังกักตุนจนเหลือแต่ชั้นวางว่างเปล่า

เรื่องนี้เหตุผลทางจิตวิทยาอยู่เบื้องหลัง

นิติกา การ์ก ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ของออสเตรเลียเผยว่า ปรากฏการณ์ตุนกระดาษชำระเกิดจากอาการ FOMO หรือ Fear Of Missing Out ที่เรียกง่ายๆ ว่า กลัวตกกระแส คือเมื่อเห็นคนนั้นซื้อคนนี้ซื้อ ฉันก็ต้องซื้อด้วย

นอกจากนี้ยังเกิดจากความกลัว เนื่องจากการระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัสถือเป็นเรื่องใหม่สำหรับชาวโลก และยังไม่มีข้อมูลแน่นอนว่าการแพร่ระบาดจะหยุดเมื่อไร จะร้ายแรงเพียงใด ดังนั้นมนุษย์จึงต้องเตรียมตัวโดยการกักตุนสินค้าเพื่อให้ตัวเองรู้สึกว่าสามารถควบคุมสถานการณ์ได้

ส่วนอีกเหตุผลหนึ่งคือ เป็นการสะท้อนไลฟ์สไตล์ของความสะดวกสบาย โรฮาน มิลเลอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านผู้บริโภคจากมหาวิทยาลัยซิดนีย์ระบุว่า กระดาษชำระไม่ได้เป็นอุปกรณ์ยังชีพอันดับต้นๆ แต่เป็นสิ่งที่ผู้คนขาดไม่ได้ในฐานะที่เป็นมาตรฐานความสะดวกสบายที่ควรมี

ด้านเหตุผลของผู้บริโภคนั้น มีชาวนิวซีแลนด์เข้ามาตอบคำถามนี้ในชุมชนออนไลน์ Reddit ซึ่งเป็นไปในทำนองเดียวกันว่า ตุนไว้ในกรณีที่ถูกกักตัวหรือต้องปิดเมือง ส่วนผู้ใช้ที่ชื่อ kimono เผยว่า “การไม่มีการะดาษชำระนี่น่าอึดอัดมาก ถึงจะมีตัวเลือกอื่นอย่างสมุดหน้าเหลืองหรือสายชำระ แต่มันไม่เวิร์กอ่ะ”

ต้องบอกก่อนว่าบางประเทศนิยมใช้กระดาษชำระในการทำความสะอาดหลังเข้าห้องน้ำ ผิดกับคนไทยที่จะต้องมีสายชำระติดห้องน้ำ

แล้วเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินอย่างการปิดเมืองเพื่อไม่ให้เชื้อโคโรนาไวรัสแพร่กระจายอย่างที่จีนเคยทำมาแล้ว และอิตาลีกำลังทำอยู่ เราจะต้องเตรียมอะไรบ้าง

กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐแนะนำว่าก่อนที่เชื้อโรคจะแพร่ระบาดไปทั่วโลก (pandemic) ให้เตรียมอาหารและน้ำดื่มให้เพียงพอสำหรับ 2 สัปดาห์ โดยอาหารต้องเป็นอาหารที่ไม่เน่าเสียง่าย อาทิ ผลไม้แห้ง ถั่วต่างๆ อาหารกระป๋อง ข้าว รวมทั้งยารักษาโรค

นอกจากนี้ กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิยังแนะนำให้ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ดื่มน้ำมากๆ  พักผ่อนให้เพียงพอ และไม่เครียดเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงสู้กับเชื้อโรคได้

หากจะสรุปการรับมือกับการแพร่ระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัสก็คือ ต้องเตรียมตัวให้พร้อม แต่ไม่จำเป็นต้องกักตุน

การเสี่ยงเดิมพันกับจีน อาจกอบกู้สถานการณ์ของไทยได้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/617288

วันที่ 10 มี.ค. 2563 เวลา 21:39 น.

การเสี่ยงเดิมพันกับจีน อาจกอบกู้สถานการณ์ของไทยได้

เมื่อจีนฟื้นประเทศที่ค้าขายใกล้ชิดกับจีนจะฟื้นตามไปด้วย แต่ทำไมต้องเป็นไทย?

ในช่วงที่การระบาดในจีนรุนแรงมาก รัฐบาลไทยถูกกดันให้ปิดประเทศไม่ต้อนรับคนจีน แต่รัฐบาลก็ยังทนทานกับแรงกดดันมาได้ตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา จนกระทั่งกระแสนี้เงียบไปเอง เพราะจุดสนใจเบนไปที่ญี่ปุ่น ตามด้วยเกาหลีใต้ และล่าสุดคืออิตาลี

ขณะที่จีนสถานการณ์ดีขึ้นมาก จนในวันนี้ (10 มีนาคม 2563) ไม่พบผู้ป่วยนอกมณฑลหูเป่ยเลย มันปลอดภัยหายห่วงถึงขนาดที่ “แม่ทัพ” คือ สีจิ้นผิงถึงกับลงไปตรวจราชการที่เมืองอู่ฮั่นด้วยตัวเอง

ว่ากันที่สัญญาณทางเศรษฐกิจ ขณะที่หุ้นทั่วโลกดิ่งเหว ค่าเงินอ่อนระทวย แต่จีนตรงกันข้าม

เราไม่ได้พูดถึงการเทขาย “จันทร์ทมิฬ” (9 มีนาคม 2563) แต่พูดถึงความเคลื่อนไหวในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมาตั้งแต่วันที่ 9 กุมภาพนธ์ – 9 มีนาคม ปรากฎว่าขณะที่ดัชนีหลักๆ ของโลกตั้งแต่นิคเคอิ ดาวโจนส์ แดกซ์ ลอนดอนและฮั่งเส็งติดลบทั้งหมด แต่ดัชนีหุ้นจีนทั้ง 3 แห่ง คือที่เซินเจิ้นทั้ง 2 ตลาดและที่เซี่ยงไฮ้ปรากฎว่าบวกทั้งหมด

ค่าเงินหยวนในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาถีบตัวเองจากราว 6.98 หยวนต่อเหรียญสหรัฐ เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ แล้วดิ่งลงในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ที่ 7.04 แล้วกระโจนกลับมาที่ 6.94 เหรียญสหรัฐเมื่อถึงเดือนมีนาคมและในตอนนี้ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อในจีนลดลงมาก และธุรกิจต่างๆ เริ่มขับเคลื่อนอีกครั้ง

การที่เงินหยวนมั่นคงขึ้นมาเป็นอานิสงส์ที่สีจิ้นผิงเดินทางไปเยือนอู่ฮั่นด้วยตัวเองทำให้นักลงทุนเชื่อมั่นอีกครั้ง

แต่ความเชื่อมั่นนี้จะยั่งยืนหรือไม่เรายังฟันธงไม่ได้ เหตุผลอยู่ที่ท้ายบทความนี้

จีนเป็นประเทศแรกที่เกิดการระบาดและอาจจะกลายเป็นประเทศแรกที่ฟื้นตัวได้ เมื่อจีนฟื้นตัวได้เศรษฐกิจจะกลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง

ดังนั้น การที่ไทยไม่ห้ามนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาอาจเป็นการตัดสินใจที่ถูกในตอนนี้แม้ว่ามันจะเป็นการเดิมพันที่เสี่ยงมากก็ตาม

ที่เรียกว่า “เสี่ยงดวง” ไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลไทยเอาชีวิตของประชาชนเป็นเดิมพัน แต่การตัดสินใจใดๆ มีความเสี่ยงที่จะตามมา ซึ่งเราไม่ทราบว่ารัฐบาลคิดอย่างไรจึงไม่มีคำสั่งห้ามคนจีนเข้าประเทศ

เราอาจจะบอกได้ว่าหากเสี่ยงดวงผิดมันจะกลายเป็นการตัดสินใจที่ผิดมหันต์ กลายเป็นวิกฤตที่เลวร้ายแบบเกาหลีใต้หรืออิตาลี

แต่ผู้เขียนมองว่า ถึงไทยจะไม่สั่งห้ามคนจีนเข้ามา คนจีนก็จะไม่เข้ามาอยู่ดีเพราะในเวลานั้นรัฐบาลจีนได้ออกมาตรการห้ามต่างๆ นานา แม้จะมีคนจีนเข้ามาบ้างแต่ก็ไม่มาก

การตัดสินใจยังต้อนรับคนจีนจึงเป็นการกระทำ “ในเชิงสัญลักษณ์” แต่มันทำให้คนจีนมองไทยในด้านบวก มองไทยว่าร่วมทุกข์ร่วมสุขกับจีน เมื่อจีนฟื้นตัวอีกครั้งย่อมไม่ลังเลที่จะกลับมาเที่ยวประเทศไทยอีก

ใครบอกว่าไม่อยากได้ทัวร์จีน ผู้เขียนขอให้คิดใหม่ เพราะตอนนี้อุตสาหกรรมทั้งหลายหยุดชะงักหมด หากไม่มีเงินจากส่วนอื่นหล่อเลี้ยง “เราจะตายกันหมดเสียก่อน” ไม่ว่าจะมีผู้นำแบบไหนก็ตาม

ผู้เขียนชื่อว่าหลายคนจินตนาการไม่ออกว่า การท่องเที่ยวพังแล้วมันจะกระทบกับชีวิตของพวกเขาอย่างไร? แม้ว่ามันจะเป็นหลักเศรษฐศาสตร์ขั้นพื้นฐานที่เราส่วนใหญ่เรียนกันมา แต่เราๆ มักจะทำเป็นลืมว่าธุรกิจทุกอย่างโยงใยถึงกันหมด เมื่อธุรกิจหลักของชาติล่มสลาย หลายๆ ธุรกิจก็ไปไม่รอด

อย่างไรก็ตาม เราอย่าเพิ่งดีใจไปว่าจีนฟื้นแล้วจะกลับมาเที่ยวหรือใช้จ่ายทันที คนจีนจะยังคงอยู่ในประเทศของตนไปอีกหลายเดือนโดยไม่ออกมา

นายแพทย์จงหนานซาน หนึ่งในหัวเรือใหญ่ของปฏิบัติการควบคุมการระบาดคาดการณ์ว่าการระบาดในจีนจะเริ่มสงบลงในเดือนเมษายน แต่กว่าจะเรียบร้อยอาจจะปาเข้าไปเดือนมิถุนายน

หลังจากเดือนมิถุนายนไม่ได้หมายความว่าจีนจะเคลื่อนไหวอีกครั้ง กลับมาเที่ยวไทยอีก หรือจับจ่ายใช้สอยอีก เพราะการระบาดนอกจีนอาจจะยังไม่ถึงจุดสูงสุด ดีไม่ดีอาจจะลากยาวไปถึงปลายปีนี้

อีกเรื่องก็คือ นักลงทุนต่างชาติยังไม่เชื่อว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อของจีนน่าเชื่อถือพอ อาจเป็นเพราะความเชื่อฝังใจว่าจีนมักจะตบแต่งตัวเลขสถิติต่างๆ ให้ดูดีเพื่อหวังผลทางเศรษฐกิจ เรื่องนี้เราคงห้ามไม่ให้พวกเขาคิดแบบนั้นได้ เพราะนี่เป็นข้อหาที่ติดตัวจีนมาตลอดหลายปี

ล่าสุดในเดือนกุมภาพันธ์นี่เอง นักวิจัยของ Yale SOM ระบุว่ารัฐบาลท้องถิ่นของจีนมักจะบิดเบือนตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจเพื่อให้ถึงเป้าที่ตั้งไว้

หลายคนสงสัยว่าจีนมีผู้ติดเชื้อน้อยลงจริงหรือไม่ หรือเป็นการตกแต่งตัวเลขเหมือนที่บางคนกล่าวหา

ถ้าเราไม่เชื่อจีนแต่เชื่อองค์การอนามัยโลกตัวเลขผู้ติดเชื้อของจีนควรจะลดลงจริงๆ และนี่ถือเป็นเรื่องที่ดีไม่ว่าจะดีต่อจีนเองและประเทศอื่นๆ ที่พึ่งพาจีนทางเศรษฐกิจ

ถ้าตัวเลขทุกอย่างคือข้อเท็จจริงที่ไม่มีการปรุงแต่ง เราก็คาดหวังได้เลยว่าความมั่นใจของธุรกิจจะเพิ่มมากขึ้น และมันจะมีผลดีต่อประเทศไทยด้วย

บทวิเคราะห์โดย กรกิจ ดิษฐาน

โดนกักอยู่บ้านไม่รู้ทำอะไร คนจีนส่องหนังโป๊กันมากขึ้น #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/617284

วันที่ 10 มี.ค. 2563 เวลา 20:29 น.

โดนกักอยู่บ้านไม่รู้ทำอะไร คนจีนส่องหนังโป๊กันมากขึ้น

การที่คนจีนค้นหาสื่อลามกในช่วงกักกันตัว แสดงว่าคนจีนปฏิบัติตามคำแนะนำของรัฐบาลที่สั่งให้อยู่กับบ้านอย่างเคร่งครัด

ในช่วงที่จีนประกาศกักกันหลายพื้นที่ สั่งปิดสำนักงานและโรงงาน ทำให้ประชาชนต้องติดแหงกอยู่ในบ้านตัวเองทำให้พวกเขาต้องหันไปฆ่าเวลาด้วยการเล่นเกมส์ เล่นกีฬา และรวมถึงการดูหนังโป๊

abacusnews รายงานว่า ค้นหาคำว่า “maopian” (คำแสลงในภาษาจีนหมายถึงสื่อลามก) เพิ่มขึ้นจากเสิร์ชเอนจิ้นที่ใหญ่ที่สุดของจีนในช่วงตรุษจีน ตามตัวเลขที่ได้จากดัชนี Baidu Index

นอกจากจะใช้คำค้นดังกล่าว ชาวจีนยังใช้คำค้นอื่นๆ ด้วย เช่น “หนัง A” ซึ่งเป็นคำแสลงในภาษาจีนที่หมายถึงหนังโป๊ และยังมีรหัสคำอื่นๆ อีกที่เมื่อพิมพ์แล้วจะพาผู้ค้นหาไปยังเว็บไซต์หนังหวาบหวิวภายนอกประเทศ

แม้ว่าสื่อลามกออนไลน์จะถูกแบนอย่างเป็นทางการในประเทศจีน แต่ประชาชนยังสามารถเจาะด่านป้องกันของรัฐบาลเพื่อเข้าสู่เว็บสื่อวาบหวิวภายนอกประเทศได้

John Brownstein หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายนวัตกรรมของโรงพยาบาล Boston Children ได้ทวีตว่า เขาและเพื่อนร่วมงานเห็นว่า การที่คนจีนค้นหาสื่อลามกในช่วงกักกันตัว แสดงว่าคนจีนปฏิบัติตามคำแนะนำของรัฐบาลที่สั่งให้อยู่กับบ้านอย่างเคร่งครัด เขาให้เหตุผลว่าเพราะการที่เราจะดูหนังโป๊ได้เราต้องอยู่กับบ้านเท่านั้น

เมื่อ “เทคโนโลยีดิจิทัล” ช่วยนำทางให้ชาวจีนฝ่าฟันวิกฤตการระบาดของไวรัส #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/617282

วันที่ 10 มี.ค. 2563 เวลา 19:35 น.

เมื่อ "เทคโนโลยีดิจิทัล" ช่วยนำทางให้ชาวจีนฝ่าฟันวิกฤตการระบาดของไวรัส

กรณีศึกษา ชาวจีนใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการทำงาน เรียนรู้ และใช้ชีวิตท่ามกลางการระบาดของไวรัสโควิด-19 และฝ่าฟันวิกฤตในช่วงที่ยากลำบากที่สุดไปได้อย่างไร?

เริ่มต้นปี 2563 หลายประเทศในเอเชียต้องเผชิญกับการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือโควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต การทำงาน และการดำเนินธุรกิจ แต่ด้วยการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย เช่น วิดีโอคอนเฟอเรนซ์อย่าง Zoom, แอปสำหรับการแชทและการทำงานร่วมกันทางออนไลน์อย่าง Slack และแอปบริการส่งอาหารและสินค้าต่างๆ ที่ช่วยให้ผู้คนสามารถใช้ชีวิตและทำงานได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นสิ่งที่เราไม่เคยมีเมื่อห้าปีที่แล้ว

บริษัทและเจ้าของเทคโนโลยีต่างๆ พยายามหาทางแก้ปัญหาเพื่อให้คนจีนหลายล้านคนผ่านช่วงเวลาที่วิกฤตนี้ เรื่องราวเหล่านี้เป็นกรณีศีกษาว่าเทคโนโลยีดิจิทัลสามารถนำทางและช่วยคนจีนฝ่าฟันอุปสรรค และใช้ชีวิตต่อไปอย่างไรในช่วงที่มีการระบาดของโรค

ช่วงที่ 1 – การทำให้ชีวิตกลับคืนสู่ปกติ

การใช้ชีวิตท่ามกลางการระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั่วโลกนับเป็นเรื่องที่ลำบากอย่างยิ่ง แต่ด้วยความคิดสร้างสรรค์ที่หลากหลาย บริษัทเทคโนโลยีต่างๆได้นำเสนอโซลูชั่นที่ช่วยให้คนจีนใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติมากที่สุด เช่น

การทำงานการทำงานและการศึกษาผ่านออนไลน์ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในช่วงนี้ ในประเทศจีน บุคลากรหลายล้านคนใช้เครื่องมือในการทำงานร่วมกัน เช่น DingTalk ของอาลีบาบา, WeChat Work and Meeting ของเท็นเซ็นต์, Feishu ของไบต์แดนซ์ และ WeLink ของหัวเว่ย เครื่องมือเหล่านี้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆ เช่น โควตาสำหรับผู้เข้าร่วมการประชุมและระยะเวลาในการโทร, การตรวจสุขภาพออนไลน์ และโซลูชั่นสำหรับอุตสาหกรรมที่เฉพาะเจาะจง

ในวันที่ 5 มีนาคม มายแบงค์ (MYbank) ซึ่งเป็นธนาคารพาณิชย์เอกชนสำหรับธุรกิจขนาดเล็กในเครือแอนท์ไฟแนนเชียล (Ant Financial) ได้เปิดตัวการบริการกู้ยืมเงิน “Contactless Loans” ภายใต้ความร่วมมือกับธนาคารของจีนและองค์กรชั้นนำกว่า 100 แห่ง โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ธุรกิจเอสเอ็มอี ผู้ประกอบการรายย่อย และเกษตรกรกว่า 10 ล้านรายทั่วประเทศจีน ผ่านโมเดลการกู้ยืม “310” ซึ่งอาลีเพย์และมายแบงค์เป็นผู้บุกเบิก โดยใช้เวลาเพียง 3 นาทีในการยื่นเรื่องขอกู้ยืมเงินผ่านโทรศัพท์มือถือ และอนุมัติทันทีภายใน 1 วินาที

ทุกขั้นตอนดำเนินการโดยระบบอัตโนมัติ หรือ Zero (0) Manual Intervention นับเป็นช่องทางที่สะดวกรวดเร็วสำหรับผู้ประกอบการในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในช่วงเวลาที่เกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโดยไม่ต้องเดินทางไปติดต่อที่สาขาของธนาคารด้วยตนเอง

การใช้ชีวิต ท่ามกลางการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสซึ่งก่อให้เกิดข่าวลือมากมายในโลกออนไลน์ Ding Xiang Yuan ผู้ให้บริการคอนเทนต์ออนไลน์ยอดนิยมของจีน ภายใต้การสนับสนุนของบุคลากรทางการแพทย์ ได้ดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อนำเสนอข้อมูลทางการแพทย์ที่มีประโยชน์ บริการตรวจเช็คอัพร่างกายทางออนไลน์ และการจัดการกับข่าวลือเกี่ยวกับไวรัสโควิด-19

นอกจากนี้ Yikuang ซึ่งเป็นบริการในเครือ WeChat ผลงานของนักพัฒนาอิสระ และแอป Sspai.com ก็ช่วยจัดทำแผนที่เพื่อระบุเคสผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันในพื้นที่ใกล้เคียง โดยใช้ข้อมูลจากทางการจีน

การเล่นและเรียนรู้นักเรียนนักศึกษาชาวจีนหลายล้านคนจำเป็นต้องหยุดอยู่บ้านเป็นเวลานาน แต่เทคโนโลยีดิจิทัลช่วยให้พวกเขาไม่พลาดโอกาสที่จะเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นวันเปิดเทอมวันแรกภายหลังการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นักเรียนนักศึกษากว่า 50 ล้านคนในเมืองต่างๆ กว่า 300 เมืองของจีนได้เข้าร่วมโครงการห้องเรียนออนไลน์ ซึ่งริเริ่มโดย DingTalk และ Youku โดยเปิดโอกาสให้อาจารย์กว่า 600,000 คนเปิดสอนวิชาต่างๆ ผ่านระบบไลฟ์สตรีม

ช่วงที่ 2 – การต่อสู้กับเชื้อไวรัสโควิด-19

ขณะที่หลายพื้นที่ในประเทศจีนพยายามฟื้นฟูวิถีชีวิตให้กลับคืนสู่ปกติ บริษัทเทคโนโลยีของจีนได้นำเสนอนวัตกรรมที่เหนือชั้นในการต่อสู้กับเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยใช้โซลูชั่นที่ช่วยยับยั้งการแพร่ระบาดและค้นหาวิธีการรักษาโรค เช่น

Damo Academy ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยของอาลีบาบา ได้พัฒนาระบบวินิจฉัยโรคโดยอาศัยเทคโนโลยี AI เพื่อตรวจจับเคสผู้ติดเชื้อรายใหม่ผ่านการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) ซึ่งนักวิจัยได้ฝึกฝนโมเดล AI โดยใช้ข้อมูลตัวอย่างจากเคสผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันกว่า 5,000 ราย ช่วยให้ระบบสามารถระบุความแตกต่างในภาพ CT Scan ระหว่างผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 กับผู้ป่วยโรคปอดบวมทั่วไป โดยมีความแม่นยำสูงถึง 96%

อาลีบาบา คลาวด์ (Alibaba Cloud) เปิดให้สถาบันวิจัยของรัฐเข้าใช้งานระบบประมวลผล AI ของบริษัทฯได้ฟรี เพื่อช่วยเร่งขั้นตอนการจัดลำดับยีนของไวรัส การวิจัยและพัฒนายารักษาโรค และการคัดกรองโปรตีน

ขณะเดียวกัน ไป่ตู้ (Baidu) ก็ได้เปิดแพลตฟอร์ม Smart Cloud Tiangong IoT สำหรับโครงการที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันการแพร่ระบาด รวมถึงหน่วยงานภาครัฐที่มีหน้าที่ยับยั้งการแพร่ระบาด ส่วนเท็นเซ็นต์ก็ได้เปิดให้ใช้งานระบบ Supercomputing เพื่อช่วยให้นักวิจัยคิดค้นวิธีการรักษาโรค

DJI ผู้ผลิตโดรนของจีน นำเอาโดรนที่ใช้ในการพ่นสารเคมีในภาคการเกษตรมาใช้ในการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อในบริเวณที่อาจมีการติดเชื้อ

นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งลำโพงไว้กับโดรนเพื่อช่วยในการแจ้งเตือนให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการชุมนุมในพื้นที่หนาแน่น และมีการบินโดรนที่ติดป้ายประกาศแจ้งเกี่ยวกับมาตรการป้องกัน รวมถึงมีการติดตั้งกล้องตรวจจับความร้อนไว้บนโดรนเพื่อตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายของประชาชน ช่วยให้คณะแพทย์สามารถระบุเคสที่ต้องสงสัยได้อย่างรวดเร็ว

มีการใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) เพื่อช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์ในมณฑลหูเป่ยได้รับบริจาคหน้ากากอนามัย เครื่องมือทางการแพทย์ และเงินบริจาค ซึ่งจำเป็นอย่างมากต่อการดำเนินงาน โดยผ่านแพลตฟอร์ม Shanzong สำหรับการตรวจสอบติดตามเงินและสิ่งของบริจาคโดยอาศัยเทคโนโลยีบล็อกเชนซึ่งเป็นผลงานการพัฒนาของบริษัทสตาร์ทอัพ Hyperchain และ China Xiong’an Group

นอกจากนี้ แพลตฟอร์มที่ให้ความช่วยเหลือทางออนไลน์ Xiang Hu Bao ของแอนท์ไฟแนนเชียล ก็ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนเพื่อตรวจสอบติดตามการจ่ายเงินเคลมประกันอย่างรวดเร็ว หลังจากที่มีการเพิ่มโควิด-19 ไว้ในรายชื่อโรคติดต่อร้ายแรงที่สามารถเคลมประกันได้สูงสุด 100,000 หยวน (14,320 ดอลลาร์ หรือประมาณ 460,000 บาท)

ช่วงที่ 3 – เรื่องราวสนุกๆ และผ่อนคลาย

ขณะที่การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ใกล้จะถึงจุดเปลี่ยน ชาวจีนจึงเริ่มมองหาวิธีผ่อนคลายจากภาวะความเครียดที่เกิดจากการแพร่ระบาดของโรค โดยอาศัยเทคโนโลยีดิจิทัล เช่น

ที่กรุงปักกิ่ง ผับมีชื่อว่า Jing-A Brewing Co. ยังเปิดให้บริการโดยรับเฉพาะออเดอร์ที่สั่งอาหารและเครื่องดื่มกลับบ้าน และให้บริการส่งอาหารถึงบ้าน รวมถึงรีฟิลสำหรับลูกค้าที่นำเหยือกแก้วใส่เบียร์มาเอง บาร์แห่งนี้มีสองสาขาในกรุงปักกิ่งได้ขยายเวลาให้บริการจัดส่งอาหารเป็น 11.00 น. ถึง 23.00 น. ลูกค้าสามารถสั่งอาหารและเครื่องดื่มผ่านทางแพลตฟอร์มออนไลน์ Meituan และทางผับก็ยังให้ส่วนลดพิเศษสำหรับบริการจัดส่งเบียร์อีกด้วย

สำหรับประเทศไทย บริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็ได้ร่วมมือกันในการใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์และ 5G เพื่อช่วยควบคุมวิกฤตการณ์โควิด-19 โดยมีการใช้ 5G เพื่อปรับปรุงความสามารถของหุ่นยนต์ทางการแพทย์ ซึ่งทำหน้าที่ตรวจวินิจฉัยอาการของผู้ป่วยที่สงสัยว่าอาจติดเชื้อ และช่วยเหลือแพทย์และพยาบาลในการดูแลผู้ป่วยที่ติดเชื้อหรือสงสัยว่าอาจติดเชื้อ

ออสเตรียปิดพรมแดนอิตาลี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/617279

วันที่ 10 มี.ค. 2563 เวลา 18:42 น.

ออสเตรียปิดพรมแดนอิตาลี

นายกออสเตรียสั่งปิดพรมแดนอิตาลี ห้ามคนเดินทางเข้าออกหากไม่มีเอกสารยืนยันปลอดเชื้อ

นายเซบาสเตียน เคิร์ซ นายกรัฐมนตรีออสเตรีย แถลงระบุว่าออสเตรียจะใช้มาตรการปิดพรมแดนระหว่างอิตาลีและออสเตรีย โดยจะห้ามพลเมืองจากอิตาลีเดินทางผ่านแดนเข้ามายังออสเตรียหากไม่มีเอกสารยืนยันการปลอดเชื้อ

ความคืบหน้าของออสเตรีย มีขึ้นในเช้าวันแรกหลังจากที่รัฐบาลโรมประกาศใช้มาตรการกักกันพลเมืองทั้งประเทศถึง 60 ล้านคน ให้อยู่แต่ในเคหะสถาน พร้อมจำกักการเดินทางของพลเมือง

“สิ่งสำคัญที่สุดคือการป้องกันการแพร่กระจายและการนำเข้าผู้เจ็บป่วยเข้าสู่สังคมของเรา ดังนั้นผมจึงอนุมัติมาตรการห้ามไม่ให้ผู้คนจากอิตาลีเข้ามายังออสเตรียยกเว้นผู้ที่มีหนังสือรับรองทางการแพทย์” เคิร์ซ์ กล่าว

นอกจากนี้ ออสเตรียยังประกาศใช้มาตรการอื่นๆร่วมด้วยเช่น การห้ามจัดงานอีเวนต์ในร่มที่มีคนเข้าร่วมเกิน 100 คนขึ้นไป รวมถึงห้ามการจัดงานนอกสถานที่ที่มีคนเข้าร่วมเกิน 500 คนขึ้นไป

การเรียนการสอนในมหาวิทยาลัยหลายแห่งถูกระงับตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา บริษัทขนาดใหญ่หลายแห่งให้พนักงานทำงานที่บ้าน

สำหรับออสเตรียพบผู้ติดเชื้อโควิดแล้ว 157 ราย ยังไม่พบผู้เสียชีวิตรายแรก ส่วนอิตาลีมีคนติดเชื้อแล้วถึง 9,000 คน เสียชีวิตแล้วถึง 463 ราย

แกะรอยหน้ากากอนามัยจากไทย ทำไมไปโผล่ที่เมืองจีน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/617270

วันที่ 10 มี.ค. 2563 เวลา 17:50 น.

แกะรอยหน้ากากอนามัยจากไทย ทำไมไปโผล่ที่เมืองจีน

บริษัทจีนดังกล่าวต้องมีของในสต็อคเป็นล้านชิ้นจึงจะป้อนลูกค้าได้ตลอดเวลา คำถามก็คือของเหล่านั้นได้มาจากไหน?

ทีมข่าวโพสต์ทูเดย์เอ็กซ์คลูซีฟทราบข้อมูลว่าในเว็บไซต์ tmall ซึ่งเป็นเว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์ในประเทศจีนมีร้านค้าแห่งหนึ่งขายหน้ากากอนามัยที่ระบุว่ามาจากประเทศไทย

ในเพจซื้อขาย ระบุชื่อบริษัทว่า Gaga huoban qijian dian อยู่ที่เมืองหังโจว มณฑลเจ้อเจียง จัดจำหน่ายหน้ากากอนามัยและแอลกอฮอล์ โดยขายเป็นแพ็กเกจรูปแบบต่างๆ

บริษัทที่จัดจำหน่ายระบุว่า สินค้าตัวนี้ใช้ชื่อ “ไท่กั๋วเหมิงเป่า” (ของน่ารักจากเมืองไทย) แต่เมื่อทีมข่าวโพสต์ทูเดย์เอ็กซ์คลูซีฟได้สอบถามไป พนักงานบริการของบริษัทได้ตอบว่าหน้ากากเหล่านี้ผลิตที่มณฑลเจียงซู ประเทศจีน

หน้าร้านใน tmall ของบริษัทที่อ้างว่านำหน้ากากมาจากประเทศไทย

เมื่อซักถามว่าเหตุใดทางบริษัทจึงระบุว่าหน้ากากเหล่านี้จึงใช้ชื่อเกี่ยวกับประเทศไทย พนักงานบริษัทไม่ได้ตอบคำถามนี้แล้วเงียบหายไป ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดสังเกตเรื่องจากพนักงานบริการข้อมูลในเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซของจีนมักจะตอบคำถามลูกค้าอย่างรวดเร็ว

ที่น่าสังเกตคือบริษัทแห่งนี้ได้รับความพึงพอใจจากลูกค้าในระดับสูงมากคือ 4.5 – 4.7 จาก 5 ดาว

เมื่อทีมงานตราวจสอบไปยัง Taobao ซึ่งเป็นอีกแพล็ตฟอร์มค้าขายออนไลน์ พบว่ามีเพจที่ระบุถึงหน้ากากอนามัยจากประเทศไทย 4 ราย แต่เมื่อคลิกเข้าไปปรากฎว่าไม่มีทั้งสินค้าและรายละเอียดใดๆ เลย

ทีมข่าวโพสต์ทูเดย์เอ็กซ์คลูซีฟได้ข้อมูลมาจากแหล่งข่าวในประเทศจีนว่า มีผู้นำเข้าหน้ากากอนามัยจากประเทศไทยเข้าไปในจีนเช่นกัน แต่เป็นการนำเข้าโดยบุคคลทั่วไปในช่วงที่จีนขาดแคลนหน้ากากอนามัย แต่อาจจะมีการย้อมแมวขายเพราะคุณภาพสินค้าอยู่ในเกณฑ์แย่

นอกจากนี้ ในช่วงที่เกิดการระบาดรุนแรงในจีนมีชุมชนชาวจีนในไทยกักตุนหน้ากากอนามัยจากไทยเพื่อนำไปขายในจีน แต่ต้องพบกับการกวาดล้างจากเจ้าหน้าที่ในจีน จึงค่อยๆ ลบแอคเคาท์โฆษณาขายหน้ากากเหล่านี้ไป

เบื้องต้นเมื่อตรวจสอบคำค้น “หน้ากากอนามัยจากประเทศไทย” พบว่ายังมีขายในเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซของฮ่องกงไม่เพียงกี่แห่ง

มีข้อสังเกตว่า หน้ากากอนามัยที่อ้างว่านำมาจากไทยแล้วขายในจีน ไม่ได้ระบุว่านำมาจากบริษัทที่ถูกเอ่ยถึงในกรณีหน้ากากอนามัยของนายศรสุวีร์ ภู่รวีรัศวัชรีหรือไม่

อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตว่า ตอนนี้จีนเริ่มการผลิตหน้ากากอนามัยอีกครั้งแล้ว แต่จะยังไม่ส่งออกจนกว่าจะถึงเดือนตุลาคม และตอนนี้กำลังการผลิตของจีนยังไม่ถึง 100 ล้านชิ้นต่อวันตามเป้าหมายที่นายกรัฐมนตรีหลี่เค่อเฉียง (หัวหน้าปฏิบัติการควบคุมการระบาด) ได้ตั้งไว้

แต่บริษัท Premier Inc. ระบุกับนิตยสาร TIME ว่า จีนอาจมีความต้องการหน้ากากอนามัยถึง 400 ล้านชิ้นต่อวัน หมายความว่าจีนยังต้องการการนำเข้าอยู่ซึ่งอาจเป็นทั้งการนำเข้าบนดินและใต้ดิน

ส่วนประเทศไทยได้มีคำสั่งห้ามส่งออกหน้ากากอนามัยตั้งแต่วันที่ 20 กุมภาพันธ์ ต่อมาวันที่ 21 กุมภาพันธ์ มีคำสั่งให้ผู้จำหน่ายและผลิตหน้ากากอนามัยแบ่งสินค้าในสต๊อกให้ศูนย์บริหารจัดการหน้ากากอนามัยของกรมการค้าภายใน 50% จากปริมาณการผลิตทั้งหมด

แต่หน้ากากอนามัยในประเทศก็ยังไม่เพียงพอ และยังเกิดคำถามที่น่าฉงนขึ้นมาอีกว่าหน้ากากอนามัยที่ส่งให้รัฐบาลจัดการนั้น หายไปไหนบ้าง เพราะตั้งแต่วันที่ 20 กุมภาพันธ์แล้วที่รัฐบาลไทยมีคำสั่งห้ามนำหน้ากากอนามัยออกนอกประเทศเกิน 30 ชิ้นต่อคน

ว่ากันตามตรรกะแล้ว หน้ากากอนามัยยี่ห้อไทยที่ขายกันในจีน (หากมีอยู่จริง) ควรจะหมดไปตั้งนานแล้ว เพราะความต้องการในจีนอยู่ในระดับหลักร้อยล้านชิ้นต่อวัน

หมายความว่าบริษัทจีนดังกล่าวต้องมีของในสต็อคเป็นล้านชิ้นจึงจะป้อนลูกค้าได้ตลอดเวลา

จีนปิดโรงพยาบาลชั่วคราวรักษาโควิดทุกแห่งในอู่ฮั่น #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/617264

วันที่ 10 มี.ค. 2563 เวลา 17:26 น.

จีนปิดโรงพยาบาลชั่วคราวรักษาโควิดทุกแห่งในอู่ฮั่น

หมอพยาบาลจีนสุดยินดี โรงพยาบาลสนามรักษาผู้ป่วยโควิดทุกแห่งในกลางเมืองอู่ฮั่นปิดตัว วันเดียวกับสีจิ้นผิงเดินทางเยือน

The Paper เว็บไซต์ข่าวของรัฐบาลจีนรายงานว่า โรงพยาบาลชั่วคราวทุกแห่งในอู่ฮั่นปิดตัวลงทั้งหมดแล้วในวันนี้ (10 มีนาคม) ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่ประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ผู้นำจีนเดินทางลงพื้นที่เมืองอู่ฮั่น ศูนย์กลางการแพร่ระบาดของไวรัสโควิดเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สถานการณ์ระบาดเริ่มรุนแรงตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา

รายงานจากCGTNระบุว่า ในวันนี้ จีนได้ปิดโรงพยาบาลชั่วคราวในอู่ฮั่นเพิ่มอีก 2 แห่ง ในเขต Jiangxia และ Wuchang หลังจากที่วันก่อนหน้านี้ จีนได้ปิดโรงพยาบาลชั่วคราวแล้ว 14 แห่ง โดยข้อมูลจากสำนักคณะกรรมาธิการสาธารณสุขแห่งชาติจีนระบุว่า ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาคนไข้กว่า 12,000 รักษาหายและถูกปล่อยตัวกลับบ้าน ขณะที่บางส่วนจะถูกส่งตัวไปยังสถานที่กักกันซึ่งรัฐบาลจัดเตรียมไว้สำหรับเฝ้าดูอาการอีก 2 อาทิตย์

ทางการอู่ฮั่นเผยว่า แม้ทางการจะปิดทำการโรงพยาบาลชั่วคราวในเมืองหลายแห่ง แต่ยังคงมาตรการเข้มงวดในการควบคุมการแพร่ระบาดต่อไป

อนึ่ง วันนี้ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงซึ่งลงพื้นที่เยือนอู่ฮั่น ได้เยือนโรงพยาบาลหั่วเสินซาน อันเป็นโรงพยาบาลสนามขนาดใหญ่ 1,000 เตียงในเขต Caidian เพื่อตรวจเยี่ยมการทำงานพร้อมให้กำลังใจทีมแพทย์พยาบาลและคนไข้บางส่วนซึ่งยังคงรักษาตัวอยู่ อย่างไรก็ดีรายงานจากสื่อจีนไม่ได้ระบุอย่างชัดเจนว่า โรงพยาบาลสนามที่มีการก่อสร้างขึ้นเป็นการเฉพาะอย่าง หั่วเสินซาน และ เหลยเสินซาน นั้นจะปิดทำการลงด้วยหรือไม่