ออสเตรเลียพบติดเชื้อโควิดรายใหม่ในควีนส์แลนด์ มีประวัติกลับจากไทย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/616891

วันที่ 06 มี.ค. 2563 เวลา 16:40 น.

ออสเตรเลียพบติดเชื้อโควิดรายใหม่ในควีนส์แลนด์ มีประวัติกลับจากไทย

รัฐควีนส์แลนด์ยืนยันพบผู้ติดเชื้อโควิดใหม่ 2 คน หนึ่งในนั้นมีประวัติเดินทางกลับจากไทย

เฟซบุ๊กของสำนักสาธารณสุขควีนส์แลนด์ โพสต์เมื่อวันที่ 5 มี.ค. ยืนยันถึงการพบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิดรายที่ 12 และ 13 ของรัฐควีนส์แลนด์ โดยรายแรกเป็นชายวัย 81 ปี ล้มป่วยและเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล Sunshine Coast University Hospital ด้วยอาการทรงตัว โดยพบว่ามีประวัติเดินทางกลับมาจากประเทศไทย

ส่วนอีกราย เป็นหญิงวัย 29 มีประวัติเพิ่งเดินทางกลับจากลอนดอน โดยแวะเปลี่ยนเครื่องที่สิงคโปร์ ก่อนเดินทางกลับมายังบริสเบน

อย่างไรก็ดี สำหรับเคสผู้ป่วยวัย 81 ที่กลับจากไทย ไม่ได้ระบุวันที่อย่างชัดเจนว่ากลับจากไทยเมื่อใด และระหว่างพำนักในไทย เดินทางไปที่ใดบ้าง

ทางการรัฐควีนส์แลนด์ยังระบุด้วยว่า กำลังเร่งดำเนินการสืบหาผู้ที่อาจเคยติดต่อกับผู้ป่วยสองรายนี้ เนื่องจากเกรงว่าจะเสี่ยงและแพร่เชื้อสู่สาธารณะ ทั้งนี้ สำหรับยอดติดเชื้อสะสมในออสเตรเลียอยู่ที่ 60 ราย รักษาหายแล้ว 21 คน ยังไม่พบผู้เสียชีวิตรายแรก

ด้วยสถานการณ์ไวรัสระบาดที่พบผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่มขึ้นในออสเตรเลีย ส่งผลให้ชาวออสซี่หลายรายโดยเฉพาะในเมืองใหญ่อย่าง ซิดนีย์ เมลเบิร์น ต่างพากันกักตุนสินค้าประเภทกระดาษชำระ และเจลล้างมือ จนเกลี้ยงชั้นวางในร้านค้าปลีกหลายแห่ง

แฟ้มภาพ : AFP

ไอเดียเจ๋ง โรงเรียนอังกฤษสอนนักเรียนไหว้แทนจับมือ ป้องกัน Covid-19 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/616883

วันที่ 06 มี.ค. 2563 เวลา 15:47 น.

ไอเดียเจ๋ง โรงเรียนอังกฤษสอนนักเรียนไหว้แทนจับมือ ป้องกัน Covid-19

ในเมื่อการจับมืออาจแพร่กระจายเชื้อโคโรนาไวรัส ผู้อำนวยการจึงขอให้นักเรียนไทยช่วยสอนน้องๆ ไหว้แบบไทยแทน

ประเทศอังกฤษกำลังเผชิญกับการแพร่ระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัสและพยายามอย่างหนักในการควบคุมโรคไม่ให้แพร่กระจายในวงกว้าง โรงเรียน Brighton College ในเมืองไบรตัน มณฑลอีสซัสเซ็กซ์ของอังกฤษ จึงผุดกิจกรรมให้นักเรียนไทยรุ่นพี่สอนน้องๆ ในโรงเรียน Brighton College Prep School ไหว้แบบไทยแทนการจับมือทักทาย เพื่อลดการสัมผัสที่อาจแพร่กระจายเชื้อโรค

จอห์น วีคส์ ผู้อำนวยการโรงเรียน Brighton College Prep School เผยว่า ที่โรงเรียนมักจะสอนให้เด็กๆ จับมือ ทักทายและแนะนำตัวเองกับผู้ที่มาเยือน แต่ทางโรงเรียนไม่อยากให้การทักทายอย่างอบอุ่นนี้หายไป จึงขอให้นักเรียนไทยรุ่นพี่ 3 คนมาช่วยอธิบายการไหว้แบบไทย เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสกัดกั้นการระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัส

ในช่วงที่เชื้อโคโรนาไวรัสแพร่ระบาดในยุโรป หลายประเทศยุติการทักทายแบบจับมือชั่วคราว แล้วหันมาใช้วิธีอื่นแทน อาทิ ที่ฝรั่งเศสมีการแนะนำให้มองตากันแทนการจูบแก้ม ส่วน แบรด ฮาซซาด รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขออสเตรเลีย แนะนำให้แตะหลังแทนการจับมือ เป็นต้น

จีนพบเคสเชื้อโคโรนาทำลายระบบประสาทครั้งแรก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/616874

วันที่ 06 มี.ค. 2563 เวลา 14:31 น.

จีนพบเคสเชื้อโคโรนาทำลายระบบประสาทครั้งแรก

ผู้ป่วยรายนี้ไม่ตอบสนองการรักษาตามปกติ และมีความรู้สึกตัวลดลง

ทีมแพทย์จากโรงพยาบาลปักกิ่งตี้ถานในเครือมหาวิทยาลัยการแพทย์ปักกิ่ง (CMU) ซึ่งเป็นสถาบันที่ทำหน้าที่รักษาผู้ป่วยติดเชื้อโคโรนาไวรัส พบหลักฐานเป็นครั้งแรกว่าเชื้อโคโรนาไวรัสสามารถทำลายระบบประสาทส่วนกลางของผู้ป่วย

ผู้ป่วยรายนี้เป็นชายวัย 56 ปีที่เข้ารักษาตัวด้วยโรค Covid-19 เมื่อวันที่ 24 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยคนไข้มีอาการรุนแรงและไม่ตอบสนองต่อการรักษาตามปกติ

ขณะที่รักษาตัวในห้องผู้ป่วยวิกฤต (ICU) ชายรายนี้มีความรู้สึกตัวลดลง แต่จากการทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ที่ศีรษะกลับไม่พบความผิดปกติ ทีมแพทย์จึงตัดสินใจนำน้ำไขสันหลังในโพรงสมองของคนไข้มาตรวจและพบเชื้อโคโรนาไวรัส

แพทย์วินิจฉัยว่าผู้ป่วยมีอาการสมองอักเสบจากเชื้อไวรัสและทำการรักษาเรื่อยมาจนกระทั่งอาการหายดีและได้รับอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลเมื่อวันที่ 25 ก.พ.

หลิวจิงหยวน ผู้อำนวยการแผนกผู้ป่วยวิกฤตของโรงพยาบาลเผยว่า หากพบผู้ป่วย Covid-19 มีความรู้สึกตัวลดลง ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่ามีการติดเชื้อในระบบประสาทแล้วรีบตรวจหาเชื้อโคโรนาไวรัสในน้ำไขสันหลังในโพรงสมองของผู้ป่วยทันที เพื่อให้พบโรคได้รวดเร็วและลดอัตราการเสียชีวิตในผู้ป่วยวิกฤต

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้พบหลักฐานว่าเชื้อโคโรนาไวรัสสร้างความเสียหายในหลายอวัยวะ อาทิ ไต ตับ หัวใจ โดยการพบความเสียหายในระบบประสาทของผู้ป่วยรายนี้ถือเป็นครั้งแรก

แคลิฟอร์เนียหวั่นเรือสำราญติดโควิด ส่งยามฝั่งโรยตัวทดสอบเชื้อผู้โดยสาร #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/616872

วันที่ 06 มี.ค. 2563 เวลา 14:30 น.

แคลิฟอร์เนียหวั่นเรือสำราญติดโควิด ส่งยามฝั่งโรยตัวทดสอบเชื้อผู้โดยสาร

สหรัฐส่งเจ้าหน้าที่โรยตัวขึ้นเรือแกรนด์ ปริ้นเซส ตรวจเชื้อคนกว่า3,500 ผู้ว่ารัฐสั่งกักโรคนอกฝั่งแคลิฟอร์เนีย

หน่วยรักษาดินแดนรัฐแคลิฟอร์เนียได้ประสานงานกับสำนักควบคุมโรคสหรัฐ (CDC) ส่งเฮลิคอปเตอร์พร้อมด้วยชุดอุปกรณ์ทดสอบการติดเชื้อไวรัสโควิดจำนวน 300 ชุด และเจ้าหน้าที่ โรยขึ้นเรือแกรนด์ ปริ้นเซส เรือสำราญที่มีผู้โดยสาร 2,383 คน และลูกเรือ 1,100 คน หลังจากพบว่ามีหนึ่งในอดีตผู้โดยสารของเรือลำดังกล่าว ซึ่งล่องไปในทริปเม็กซิโกระหว่างวันที่ 11-21 ก.พ. เสียชีวิตจากไวรัสโควิดเป็นรายแรกของรัฐแคลิฟอร์เนีย

เรือแกรนด์ปริ้นเซส หลังแล่นให้บริการในเส้นทางซานฟรานฯ-เม็กซิโก ได้มีกำหนดเดินทางต่อไปยังเกาะฮาวาย พร้อมกับผู้โดยสาร 62 คนที่ร่วมทริปเม็กซิโกร่วมเดินทางด้วย แต่ทว่าหลังพบผู้เสียชีวิตรายแรกของรัฐที่เป็นชายวัย 71 ปี นาย Gavin Newsom ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียได้สั่งกักกันโรคคนบนเรือลำดังกล่าวนอกชายฝั่งนครซานฟรานซิสโกทันที ทั้งนี้ มีรายงานมีผู้โดยสารและลูกเรือบางส่วนแสดงอาการป่วยแล้ว 35 ราย แต่ยังไม่ยืนยันว่าเป็นโควิดหรือไม่ โดยรัฐแคลิฟอร์เนียเตรียมรับผู้โดยสารที่เริ่มมีอาการต้องสังสัย เข้ามาตรการกักกันของทางรัฐ

ด้านบริษัทCarnival ผู้ประกอบการเรือลำดังกล่าว และเป็นเจ้าเดียวกับเรือไดมอนด์ ปริ้นเซส ที่ถูกกักตัวในท่าเรือโยโกฮามา ออกแถลงการณ์ให้ความร่วมมือกับรัฐบาลเต็มในการตรวจสอบผู้โดยสารบนเรืออย่างเต็มที่

ทั้งนี้ สำหรับตัวเลขผู้ติดเชื้อสะสมในสหรัฐอยู่ที่ 225 ราย เสียชีวิตแล้ว 12 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้เสียชีวิตในรัฐวอชิงตัน

กระทรวงการต่างประเทศมอบห้องสมุดอาเซียนติดอาวุธปัญญาให้ประชาชน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/616863

วันที่ 06 มี.ค. 2563 เวลา 13:07 น.

กระทรวงการต่างประเทศมอบห้องสมุดอาเซียนติดอาวุธปัญญาให้ประชาชน

ตามโครงการ 1 จังหวัด 1 โรงเรียน 1 ห้องสมุดอาเซียน เพื่อประชาชนและเยาวชนไทย

เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2563 นายชัยสิริ อนะมาน ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะผู้แทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมด้วยนายไพฑูรย์ มหาพัณณาภรณ์ รองอธิบดีกรมอาเซียน นายณัฐภาณุ นพคุณ รองอธิบดีกรมสารนิเทศ ได้เข้าร่วมพิธีส่งมอบห้องสมุดอาเซียนให้แก่โรงเรียนกะทู้วิทยา จังหวัดภูเก็ต โดยมี นายวงศ์กร นุ่นชูคันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายสนิท รอดเซ็น ผู้อำนวยการโรงเรียนกะทู้วิทยา ตลอดจนตัวแทนครูและนักเรียนของโรงเรียน เข้าร่วมด้วย

นับเป็นห้องสมุดอาเซียนแห่งที่ 51 ตามโครงการ “1 จังหวัด 1 โรงเรียน 1 ห้องสมุดอาเซียน เพื่อประชาชนและเยาวชนไทย” ของกระทรวงการต่างประเทศ ที่ีมุ่งเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนให้แก่ประชาชน เยาวชนและชุมชนในท้องถิ่นต่าง ๆ ทั่วทุกภูมิภาค

หนังสือ?ในห้องสมุด? เป็นชุดเรียนรู้เกี่ยวกับอาเซียน?ให้นักเรียน? ได้เรียนเกี่ยวกับประเทศอาเซียน?มากกว่าแค่วัฒนธรรม? กล่าวคือ? นส.เกี่ยวกับสังคม? ภาษา? อาเซียน? และมี? e-book สาธิต? นส. อ่านเล่น? การ์ตูนอาเซียน? ฯลฯ

นายไพฑูรย์ มหาพัณณาภรณ์ รองอธิบดีกรมอาเซียน กล่าวว่า กรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะสำนักเลขาธิการอาเซียนแห่งชาติ มีภารกิจสำคัญอย่างหนึ่ง คือ การสร้างความตระหนักรู้ เผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอาเซียนและประชาคมอาเซียนให้แก่ทุกภาคส่วนในสังคม ซึ่งรวมถึงการบรรยายให้ความรู้แก่เจ้าหน้าที่ภาครัฐ ภาคเอกชน นักศึกษาและนักเรียนในระดับต่าง ๆ และการจัดกิจกรรมเกี่ยวกับอาเซียนอยู่เป็นประจำ

“กรมอาเซียนยังเห็นควรจัดโครงการที่ให้ความรู้แก่ประชาชนอย่างยั่งยืนและเข้าถึงประชาชนอย่างกว้างขวางได้มากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลทั่วประเทศ ดังนั้น ในปี 2557 กรมอาเซียนจึงได้ริเริ่มโครงการ “1 จังหวัด  1  โรงเรียน 1 ห้องสมุดอาเซียน เพื่อประชาชนและเยาวชนไทย” เพื่อเตรียมความพร้อมให้แก่เยาวชน ประชาชน และชุมชนท้องถิ่นในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนผ่านการสร้างห้องสมุดอาเซียนให้แก่โรงเรียนต่าง ๆ โดยได้พิจารณาสรรหาโรงเรียนในระดับประถมศึกษา-มัธยมศึกษาที่มีศักยภาพและเหมาะสมในแต่ละจังหวัด รวมทั้งโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลหรือพื้นที่ชายแดนติดกับมิตรประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อเป็นสถานที่ตั้งของห้องสมุดอาเซียน โดยภายในห้องสมุดจะมีหนังสือ สื่อการเรียนการสอน บอร์ดนิทรรศการเกี่ยวกับอาเซียน รวมทั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ให้นักเรียนและประชาชนทั่วไปสามารถศึกษาและค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับอาเซียนได้” นายไพฑูรย์ กล่าว

ติดเชื้อโควิดสะสมทั่วโลก จ่อแตะแสนราย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/616861

วันที่ 06 มี.ค. 2563 เวลา 12:25 น.

ติดเชื้อโควิดสะสมทั่วโลก จ่อแตะแสนราย

ยอดติดเชื้อไวรัสโควิดสะสมทั่วโลกทะลุ 98,000 ราย จีนทยอยลด เกาหลีใต้-อิหร่าน-ยุโรปพุ่ง วันเดียวเพิ่มหลายร้อย

สถานการณ์ผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด ณ วันที่ 6 มีนาคม พบว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อสะสมทั่วโลกอยู่ที่กว่า 98,300 ราย จำนวนนี้รักษาหายแล้วถึง 55,000 คน เสียชีวิตแล้ว 3,383 คน

ประเทศที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุดคือจีนแผ่นดินใหญ่ ตัวเลขสะสมถึง 80,000 ราย แต่รักษาหายกว่า 53,000 คน เสียชีวิตมากที่สุดถึง 3,042 คน

แม้ตัวเลขผู้ติดเชื้อในจีนจะสูง แต่ก็พบว่ามีอัตราการรักษาหายสูงเช่นกัน โดยสถานการณ์ในจีนพบว่าจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ในแต่ละวันโดยรวมทั้งประเทศทยอยลดลง ที่เมืองอู่ฮั่นอันเป็นจุดต้นกำเนิดและศูนย์กลางระบาด มีรายงานว่าทางการเตรียมปิดโรงพยาบาลชั่วคราวทั้ง 16 แห่งภายในสิ้นเดือนมีนาคมนี้

เกาหลีใต้

สถานการณ์ไวรัสกำลังทวีความรุนแรงขึ้น โดยข้อมูลล่าสุดจาก KCDC พบว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อสะสมทั้งประเทศพุ่งถึง 6,300 คน รอบหนึ่งวันพบป่วยเพิ่ม 518 ราย เสียชีวิตแล้ว 42 ราย

เมื่อวานนี้ทางการเกาหลีใต้ ประกาศเพิ่มพื้นที่พิเศษควบคุมโรคระบาดอีกแห่งคือเมืองคยองซาน ในจังหวัดคยองซังเหนือ ซึ่งอยู่ใกล้กับเมืองแทกู อันเป็นจุดแพร่ระบาดหลักของประเทศ ขณะเดียวกันเกาหลียังพบรายงานการระบาดในพื้นที่จังหวัดคย็องกี ซึ่งอยู่รอบกรุงโซล โดยมีตัวเลขผู้ป่วยที่ 120 ราย อย่างไรก็ดี พื้นที่สีแดงของเกาหลีใต้ยังคงเป็ฯที่เมืองแทกู และจังหวัดคยองซังเหนือที่อยู่ใกล้เคียง

อิตาลี

ผู้ติดเชื้อสะสมของอิตาลี ณ วันที่ 6 มีนาคม อยู่ที่ 3,858 ราย รักษาหายแล้ว 414 คน เสียชีวิต 148 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้ติดเชื้อที่อยู่ทางตอนเหนือของประเทศ ทางการต้องสั่งปิดโรงเรียน มหาวิทยาลัย และสถานศึกษาทั่วประเทศ กระทบจำนวนนักเรียนและนักศึกษาถึง 8.5 ล้านคน

การระบาดของไวรัสโควิดในอิตาลีทำให้เศรษฐกิจของอิตาลี ซึ่งแย่อยู่แล้วเป็นทุนเดิม ได้รับผลกระทบอย่างหนัก รัฐบาลจูเซปเป้ คอนติ เตรียมออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจก้อนใหญ่ถึง 7.5 พันล้านยูโร เพื่อรับมือเรื่องดังกล่าว

อิหร่าน

ที่อิหร่านซึ่งตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็นอันดับสองได้ไม่นาน ก็หล่นลงมาเป็นอันดับสามของประเทศที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุด หากไม่นับรวมจีนแผ่นดินใหญ่ เป็นรองเกาหลีใต้ และอิตาลี ด้วยตัวเลขสะสมที่ 3,513 คน รักษาหาย 739 ราย เสียชีวิต 107 คน

รัฐบาลเตหะรานได้สั่งปิดโรงเรียน มหาวิทยาลัยทั่วประเทศเป็นเวลา 1 เดือนเพื่อสกัดการระบาด รวมถึงสั่งจำกัดการเดินทางของพลเมืองระหว่างเมืองใหญ่ๆทั่วประเทศ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ได้แนะนำประชาชนงดจับมือ และให้ล้างมือบ่อยๆ เช่นเดียวกับรมว.สาธารณสุขอิหร่านที่แนะประชาชนหลีกเลี่ยงการใช้ธนบัตรเงินสด

เยอรมนี

เยอรมนีนับเป็นประเทศยุโรปอีกแห่งที่พบตัวเลขติดเชื้อในรอบ 24 ชั่วโมงเพิ่มขึ้นระดับหลักร้อยคน โดยขณะนี้ตัวเลขติดเชื้ออยู่ที่ 545 ราย รัฐที่พบติดเชื้อมากสุดคือนอร์ทไรน์-เวสต์ฟาเลีย ถึง 302 ราย

ส่องชีวิตคนจีน เริ่มกลับมาใช้ชีวิตปกติกันมากขึ้น #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/616835

วันที่ 06 มี.ค. 2563 เวลา 11:30 น.

ส่องชีวิตคนจีน เริ่มกลับมาใช้ชีวิตปกติกันมากขึ้น

รัฐบาลจีนกระตุ้นให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตตามปกติอีกครั้ง เช่น เปิดร้านค้า ออกไปจับจ่ายใช้สอย

รัฐบาลจีนกระตุ้นให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตตามปกติอีกครั้ง เช่น เปิดร้านค้า ออกไปจับจ่ายใช้สอย แม้ว่าการระบาดจะยังน่าเป็นห่วงในบางพื้นที่ ปรากฏว่าชาวจีนใช้ชีวิตตามปกติกันมากขึ้นโดยยังป้องกันตัวเองจากการติดเชื้อ ด้วยการสวมหน้ากากอนามัย

แม้ว่าจำนวนผู้คนในพื้นที่สาธารณะจะยังน้อย เพราะหลายคนยังไม่กล้าออกมาจากเขตกักกัน แต่เริ่มที่จะออกไปซื้อหาสินค้าและทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันอย่างที่เคยเป็นมามากขึ้น รวมถึงการไปตัดผม ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ใกล้ชิดและดุเหมือนจะเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจของชาวจีน หลังจากที่ตัวเลขติดเชื้อลดลงอย่างต่อเนื่อง

ต่อไปนี้เป็นภาพนิ่งจากคลิปวิดิโอแหล่งต่างๆ ที่ชาวจีนได้บันทึกเรื่องราวชีวิตประจำวันของพวกเขา และคัดสรรมานำเสนอ เพื่อให้ผู้อ่านได้รรับรู้ตอนนี้คนจีนใช้ชีวิตกันอย่างไร

1

1. ผู้คนซื้อหาสินค้าในซูเปอร์มาร์เก็ตที่เมืองเฉิงตู เมืองเอกของมณฑลเสฉวน จะเห็นว่าสินค้ามีอยู่เต็มไม่ได้ขาดแคลนแต่อย่างใด จากคลิปของ Traveling-alone-in-China

2

2. สถานีรถไฟความเร็วสูงที่เมืองจีหนาน เมืองใหญ่ของมณฑลซานตง แม้ว่าจำนวนคึนเดินทางจะยังไม่คับคั่ง แต่ก็เริ่มหนาตามากขึ้นเรื่อยๆ จากคลิปของ Traveling-alone-in-China

3

 3. ร้านของชำแห่งหนึ่งในเขตชนบท มณฑลซานตง มีผู้คนมาจับจ่ายซื้อหาอาหารตามปกติ โดยสวมหน้ากากอนามัยป้องกันตัวเอง คลิปของ Traveling-alone-in-China

4

 4. Vlogger ชาวซินเจียงชื่อ Anni Guli อัพโหลดคลิปชีวิตประจำวันของเธอที่เขตปกครองตนเองซินเจียง ในร้านค้ายังมีผลไม้ให้ซื้อหามากมาย

5

 5. สภาพชีวิตประจำวันบนท้องถนนในซินเจียง ในคลิปของ Anni Guli  ผู้คนยังออกจากบ้านมาใช้ชีวิตกันตามปกติ และตัวยังดูมีชีวิตชีวาเหมือนไม่เกิดการระบาดที่น่ากลัว

6

 6. แม้ว่าโรงเรียนจะปิดการเรียนการสอน แต่เด็กๆ ชาวจีนยังคงเรียนหนังสือกันที่บ้าน โดยใช้เทคโนโลยีที่ล้ำสมัยเป็นตัวช่วย

7

 7. คลิปจาก China Plus ที่ถ่ายทำวิถีชีวิตของชาวกรุงปักกิ่ง คนเมืองหลวงยังคงออกไปตัดผมและเสริมสวยเหมือนปกติ โดยทั้งลุกค้าและช่างตัดผมสวมหน้ากากอนามัย

8

 8. Vlogger สาวชาวจีนชื่อ Youqu feifei Murphy แสดงวิธีการเตรียมพร้อมก่อนออกจากบ้าน โดยสวมชุดที่รัดกุม สวมถุงมือ สวมหน้ากากอนามัย และใช้แอลกอฮอล์ 75% ทำความสะอาดทั้งก่อนไปและตอนกลับมา

จีนคาดอู่ฮั่นไร้ป่วยโควิดรายใหม่ในสิ้นเดือนมีนาคม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/616850

วันที่ 06 มี.ค. 2563 เวลา 10:36 น.

จีนคาดอู่ฮั่นไร้ป่วยโควิดรายใหม่ในสิ้นเดือนมีนาคม

นักวิทย์ฯจีนคาด ภายในสิ้นเดือนมีนาคมนี้ ผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่ในอู่ฮั่นจะเป็นศูนย์

สถานการณ์ระบาดของไวรัสโควิดในหลายประเทศอย่าง อิตาลี อิหร่าน และเกาหลีใต้ กำลังทวีความรุนแรงขึ้น แต่ดูเหมือนที่เมืองอู่ฮั่น อันเป็นจุดต้นกำเนิดและศูนย์กลางการแพร่ระบาดของไวรัสนี้ สถานการณ์เริ่มทยอยดีขึ้น ผู้คนเริ่มออกมาใช้ชีวิตซื้อของตามปกติ โดยพบว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ค่อยๆลดลงอย่างต่อเนื่อง จนมีรายงานว่าจีนเริ่มปิดทำการโรงพยาบาลชั่วคราวในบางแห่งแล้ว และคาดว่าจะปิดทั้งหมดภายในสิ้นเดือนมีนาคมนี้เช่นกัน (ข่าวที่เกี่ยวข้อง : https://www.posttoday.com/world/616716)

ไม่เพียงแค่ในเมืองอู่ฮั่น หลายมณฑลของจีนได้รับรายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อที่ทยอยลดลงเช่นกัน โดยจากรายงานของคณะกรรมาธิการสาธารณสุขแห่งชาติจีนเผยเมื่อว่าข้อมูล ณ วันพุธ ระบุว่า ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ในจีนแผ่นดินใหญ่อยู่ที่ 139 ราย

ศาสตราจารย์ Zhang Boli อธิการบดีจากมหาวิทยาลัย Tianjin University of Traditional Chinese Medicine ผู้ซึ่งรัฐบาลปักกิ่งแต่งตั้งให้เป็นหนึ่งในทีมนักวิทยาศาสตร์ที่รับมือกับการแพร่ระบาดของไวรัสนี้ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว People’s Daily ของทางการจีน โดยคาดว่า ภายในสิ้นเดือนมีนาคมนี้ เมืองอู่ฮั่นจะไม่มีการพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มอีก

นักวิชาการจีนผู้นี้ ยังคาดอีกว่า ส่วนเมืองอื่นๆที่อยู่ในมณฑลหูเป่ยจะไร้ผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มเช่นกันภายในช่วงกลางเดือนมีนาคมนี้ โดยอ้างอิงข้อมูลด้านระบาดวิทยา แต่เขาไม่ได้อธิบายถึงรายละเอียดดังกล่าว

อย่างไรก็ดี ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ในอู่ฮั่นล่าสุด ณ วันนี้พบว่าอยู่ที่ 131 ราย เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากวันก่อนหน้าที่ 114 ราย

โคโรนาพ่นพิษเศรษฐกิจ ไทยติดท็อป 15 ประเทศที่ได้รับผลกระทบหนักสุด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/616834

วันที่ 05 มี.ค. 2563 เวลา 20:50 น.

โคโรนาพ่นพิษเศรษฐกิจ ไทยติดท็อป 15 ประเทศที่ได้รับผลกระทบหนักสุด

ประเทศที่ต้องพึ่งพาสินค้าและวัตถุดิบจากจีนล้วนได้รับผลกระทบจากการระบาดของเชื้อ

รายงานขององค์การการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (UNCTAD) ระบุว่า อุตสาหกรรมการผลิตในจีนที่ลดลงเนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัสส่งผลกระทบต่อการค้าโลก และอาจทำให้มูลค่าการส่งออกทั่วโลกลดลง 50,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

เมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ดัชนีผู้จัดการฝ่ายซื้อ (PMI) ที่เป็นตัวบ่งชี้สภาวะทางเศรษฐกิจของภาคการผลิตและบริการของจีนลดลงมาอยู่ที่ 37.5 ซึ่งน้อยที่สุดนับตั้งแต่ปี 2004 บ่งชี้ว่าการส่งออกของจีนลดลง 2%

และด้วยความที่จีนกลายเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมการผลิตของโลก ดังนั้นการผลิตที่ลดลงในจีนย่อมกระทบกับประเทศที่ต้องพึ่งพาสินค้าและวัตถุดิบจากจีน รวมทั้งประเทศไทย

จากรายงานของ UNCTAD อุตสาหกรรมที่จะได้รับผลกระทบหนักหน่วงที่สุด ได้แก่ อุตสาหกรรมเครื่องมือวัดความแม่นยำ เครื่องจักร รถยนต์ และอุปกรณ์สื่อสาร

ส่วนประเทศที่จะได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจร้ายแรงที่สุด อาทิ สหภาพยุโรป สหรัฐ ฐี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน เวียดนาม ส่วนไทยอยู่ในอันดับ 11 จาก 15 อันดับ

ทั้งนี้ การประเมินผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรค Covid-19 อาจมีการเปลี่ยนแปลง ขึ้นอยู่กับการควบคุมโรคและการเปลี่ยนแหล่งวัตถุดิบใหม่

ธนาคารโลกเผยคนไทยยากจนและเหลื่อมล้ำมากขึ้น #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/616836

วันที่ 05 มี.ค. 2563 เวลา 20:46 น.

ธนาคารโลกเผยคนไทยยากจนและเหลื่อมล้ำมากขึ้น

อัตราความยากจนของประเทศไทยเพิ่มขึ้นถึง 2 ครั้งในปี 2559 และปี 2561

ธนาคารโลกเผยรายงาน “จับชีพจรความยากจนและความเหลื่อมล้ำในประเทศไทย” โดยระบุว่า ในช่วงไม่กี่ปีก่อนนี้ การเติบโตของรายได้และการบริโภคของครัวเรือนได้หยุดชะงักทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ครัวเรือนที่อยู่ในกลุ่มรายได้ต่ำล่างสุดของระดับการกระจายรายได้ ทำให้ระหว่างปี 2558 ถึงปี 2561 อัตราความยากจนของประเทศไทยเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 7.21 เป็นร้อยละ 9.85 และค่าสัมบูรณ์ของประชากรที่อยู่ในภาวะยากจนเพิ่มสูงขึ้นจาก 4,850,000 คน เป็นมากกว่า 6,700,000 คน

ในภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวนประชากรในสองภูมิภาคนี้ยากจนเพิ่มขึ้นมากกว่าครึ่งล้านคนตั้งแต่ปี 2558 จนถึงปี 2561

อัตราความยากจนอย่างเป็นทางการของประเทศไทยเพิ่มสูงขึ้นในปี 2559 และอีกครั้งในปี 2561 ซึ่งนับว่าเป็นอัตราความยากจนอย่างเป็นทางการที่เพิ่มขึ้นเป็นครั้งที่สี่และครั้งที่ห้านับแต่ปี 2541 โดยก่อนหน้านี้ อัตราความยากจนของประเทศไทยเคยเพิ่มขึ้นมาแล้วสามครั้งในปี 2541, 2543 และ 2551 ซึ่งเกิดขึ้นพร้อม ๆ กับวิกฤติการณ์ทางการเงิน

ในปี 2561 นับเป็นครั้งแรกที่ภาคใต้เป็นภูมิภาคที่มีอัตราความยากจนสูงที่สุดในประเทศ

ในปี 2561 แม่ฮ่องสอน ปัตตานี กาฬสินธุ์ นราธิวาส และตากเป็นห้าจังหวัดที่มีอัตราความยากจนสูงที่สุด จังหวัดในกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ใกล้พรมแดน หรืออยู่ในเขตพื้นที่ขัดแย้งในภาคใต้

ภาวะความยากจนที่เพิ่มสูงขึ้นในปี 2561 เกิดขึ้นทั่วทุกภูมิภาคใน 61 จังหวัดจาก 77 จังหวัดทั่วประเทศ

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ อัตราการเติบโตของประเทศไทยอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าประเทศกำลังพัฒนาอื่น ๆ ที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ในปี 2562 ประเทศไทยมีผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ต่ำที่สุดในภูมิภาคอยู่ที่ร้อยละ 2.7 (ตัวเลขประมาณการณ์ เดือนตุลาคม 2562)

การเติบโตทางเศรษฐกิจอยู่ในระดับปานกลางทั่วทั้งภูมิภาค เนื่องจากการเติบโตด้านเศรษฐกิจและการค้าทั่วโลกอ่อนตัวลงและส่งผลกระทบต่อการส่งออกของประเทศไทย

ภาวะภัยแล้งได้เริ่มส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของเกษตรกรซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มที่ยากจนที่สุดอยู่แล้ว อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวก็เผชิญกับการหดตัว

รายได้ที่แท้จริงจากภาคการเกษตรและภาคธุรกิจลดลงในครัวเรือนที่อยู่ในเขตชนบทและเขตเมืองตามลำดับ รายได้จากค่าแรงของครัวเรือนในเขตเมืองก็ลดลงด้วยเช่นกัน

เรื่องนี้เป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงแนวโน้มความผลิกผันที่เคยเกิดขึ้นทั่วประเทศในอดีต ระหว่างปี 2550-2556 นั้น ค่าแรง รายได้จากภาคการเกษตร และเงินกลับบ้านของแรงงานในประเทศมีผลช่วยให้ความยากจนลดลง แต่ในปี 2558–2560 นี้ สิ่งเหล่านี้กลับเป็นต้นตอทำให้ความยากจนเพิ่มสูงขึ้น

การสังเกตุข้อมูลตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมาแสดงให้เห็นว่าครัวเรือนต่างรู้สึกว่าสภาพชีวิตความเป็นอยู่แย่ลงกว่าเดิม

รายงานฉบับนี้เรียกร้องให้มีมาตรการและการลงทุนเพื่อช่วยเหลือครัวเรือนให้หลุดพ้นจากภาวะความยากจนที่ส่งผ่านจากรุ่นสู่รุ่น ให้การสนับสนุนกลุ่มคนสูงวัย และกระตุ้นโอกาสการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทย