จ่อทะลุพัน! เกาหลีใต้ติดโควิด 977 ราย – เสียชีวิตแล้ว 11 คน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/615872

วันที่ 25 ก.พ. 2563 เวลา 18:21 น.

จ่อทะลุพัน! เกาหลีใต้ติดโควิด 977 ราย - เสียชีวิตแล้ว 11 คน

สิงคโปร์สั่งแบนคนเกาหลีจากพื้นที่ระบาดเข้าประเทศแล้ว หลังส่อเค้าติดเชื้อเกินพันคน

สำนักป้องกันและควบคุมโรคระบาดเกาหลีใต้ (KCDC) รายงานสถานการณ์ระบาดของไวรัสโควิด-19 ช่วงบ่ายของวันที่ 25 ก.พ. ว่า ยอดผู้ติดเชื้อไวรัสที่ได้รับการยืนยันแล้วเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 977 ราย เสียชีวิตแล้ว 11 ราย

ในจำนวนผู้ติดเชื้อเกือบพันคนนี้พบว่า ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่เมืองแทกูมากถึง 543 คน และเขตช็องโดของจังหวัดคย็องซังเหนือ 248 ราย ตามมาด้วยที่เมืองปูซาน 43 ราย กรุงโซลและปริมณฑล 82 ราย

ร้อยละ 70 ของจำนวนผู้ติดเชื้อทั่วประเทศเกือบพันคน ล้วนมีส่วนเกี่ยวข้องในสองจุดระบาดหลักคือที่โบสถ์ลัทธิชินชอนจิในเมืองแทกู และโรงพยาบาลแดนัมในเขตช็องโดที่อยู่ใกล้เคียง

เรื่องดังกล่าวส่งผลให้ตั้งแต่เวลาเที่ยงคืนนี้ เป็นต้นไปตามเวลาท้องถิ่นสิงคโปร์ จะเริ่มใช้มาตรการห้ามพลเมืองเกาหลีและคนสัญชาติอื่นที่มีประวัติเคยเดินทางไปยังพื้นที่ระบาดสองแห่งคือเมืองแทกู และเขตช็องโด ช่วงเวลา 14 วัน เข้าประเทศ รวมถึงอาจเตรียมใช้มาตรการจำกัดการเดินทางที่เข้มงวดมากขึ้นต่อชาวเกาหลีทุกคน รวมถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาจากเกาหลี แม้ไม่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ระบาดในสองจุดข้างต้น หากพบว่าสถานการณ์ระบาดในเกาหลีเลวร้ายลง

มาตรการดังกล่าวของสิงคโปร์ เป็นมาตรการเดียวกับที่สิงคโปร์เคยใช้กับจีนในช่วงก่อนหน้านี้ที่พบการระบาดของไวรัสในจีนเป็นวงกว้าง

ด้านเมืองเวยไห่ ในมณฑลชานตง ได้ประกาศใช้มาตรการคล้ายกับนี้กับพลเมืองเกาหลีเช่นกัน โดยสำหรับเมืองเวยไห่ เป็นเมืองที่อยู่ติดกับทะเลเหลือง และมีเที่ยวเรือเฟอร์รี่ที่้เดินทางระหว่างจีนกับเกาหลีใต้ รวมถึงยังเป็นที่ตั้งของชุมชุมชาวเกาหลีขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในจีน หลังเกาหลีพบการระบาดหนักเป็นวงกว้าง

คดีอุ้มสะเทือนโลกในไทยที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/615852

วันที่ 25 ก.พ. 2563 เวลา 18:19 น.

คดีอุ้มสะเทือนโลกในไทยที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้

กุ้ยหมินไห่ ถูกอุ้มหายไปจากคอนโดที่พัทยา ประเทศไทยเรานี่เอง

ในขณะที่ “คณะอนาคตใหม่” โฟกัสไปที่ความเกี่ยวข้องของรัฐบาลไทยกับคดี 1MDB ของมาเลเซีย ยังมีอีกคดีระดับโลกอีกคดีหนึ่งซึ่งรัฐบาลไทยต้องตอบคำถามกับชาวโลกด้วยว่า “ไม่รู้ไม่เห็นได้อย่างไร?”

“ช่อ” พรรณิการ์ วานิช แห่งคณะอนาคตใหม่กล่าวหาว่า รัฐบาล คสช. อาจเข้าไปกดดัน ฆาเบียร์ ฆุสโต ผู้เปิดโปงกรณี้อื้อฉาว 1MDB ของมาเลเซีย ระหว่างที่เขาถูกจับกุมตัวและติดคุกในเมืองไทย นอกจากนี้ยังกล่าวหาว่ารัฐบาลไทยปล่อยให้ “โจ โล” มือฟอกเงินของ 1MDB ดอดเข้ามาในไทยถึง 5 ครั้งโดยไม่จับกุมตัวให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินคดี

คดีระหว่างรัฐบาลทหารไทยในเวลานั้นกับ 1MDB ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องทำให้กระจ่างกันต่อไป ยังมีอีกคดีที่คล้ายๆ กันและอาจจะสะเทือนถึงอธิปไตยของชาติไทยมากว่า

ที่ต้องพูดถึงคดีนี้ก็เพราะในวันนี้ (25 กุมภาพันธ์ 2563) ศาลจีนในเมืองหนิงปอ มณฑลเจ้อเจียง ตัดสินจำคุกชายที่ชื่อ “กุ้ยหมินไห่” เป็นเวลา 10 ปีฐานให้ข้อมูลข่าวกรองให้กับชาวต่างชาติ

กุ้ยหมินไห่ เป็นชาวจีนที่เดินทางไปศึกษาต่อที่สวีเดนก่อนเหตุการณ์เทียนอันหมิน หลังเกิดกรณีเทียนอันเหมินแล้วเขาตัดสินใจอยู่ที่สวีเดนต่อไปและได้สัญชาติใหม่ ต่อมาเขาเดินทางกลับมายังบ้านเกิดเพื่อทำธุรกิจขายเครื่องกรองน้ำ แต่ต่อมาเปลี่ยนอาชีพใหม่แต่เผอิญว่ามันเป็นธุรกิจที่ออกจะหมิ่นเหม่อยู่สักหน่อย

คนๆ นี้จะไม่สำคัญเลยหากเขาไม่ใช่เจ้าของสำนักพิมพ์ Mighty Current Media และหุ้นส่วนร้านหนังสือในร้านหนังสือ Causeway Bay Books ในฮ่องกง ซึ่งตีพิมพ์หนังสือเกี่ยวกับการเมืองจีนด้วยสำนวนและเนื้อหาวงในสุดๆ จนน่าหวาดเสียว

ด้วยความที่เนื้อหาน่าหวาดเสียวต่อความมั่นคงของจีน จึงไม่น่าแปลกใจที่จีนจะเพ่งเล็งร้านหนังสือแห่งนี้เป็นพิเศษ

จู่ๆ ในปี 2558 – 2559 กุ้ยหมินไห่และหุ้นส่วนของร้านคนอื่นๆ ถูกอุ้มหายไปทีละคน ในภายหลังทางการจีนเริ่มเปิดเผยทีน้อยๆ ว่า แต่ละคนถูกจับกุมตัวไปอยู่ที่ไหนและด้วยข้อหาอะไร

แต่การหายตัวของกุ้ยหมินไห่มีปัญหากว่าเพื่อน เพราะเขาถูกอุ้มหายไปจากคอนโดที่พัทยา ประเทศไทยเรานี่เอง

จากการรายงานของ South China Morning Post ได้ข้อมูลจากเพื่อนของกุ้ยหมินไห่ว่า พบเขาครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2558 เมื่อตรวจกล้องวงจรปิดดูจึงพบว่าในวันที่ 17 ตุลาคม 2558 เขาถูกชายคนหนึ่งประกบตัวพาออกไปจากคอนโด

Time รายงานเรื่องนี้อย่างละเอียดว่า กุ้ยออกไปซื้อของชำ ระหว่างนั้นมีชายคนหนึ่งพูดภาษาไทยไม่ชัดและไม่พูดอังกฤษมาโผล่ที่ประตูของ Silver Beach คอนโดมิเนียม เมื่อกุ้ยกลับมาก็ขอให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของคอนโดช่วยนำเอาของที่ซื้อมาไปวางไว้ที่หน้าห้องเขา ส่วนตัวเขากับชายลึกลับก็พากันขึ้นรถของกุ้ยแล้วหายไปไม่กลับมานับแต่นั้น

อีก 2 สัปดาห์ต่อมา กุ้ยหมินไห่ติดต่อมายังผู้จัดการคอนโดซึ่งเป็นคนไทย บอกกับเธอว่ามีเพื่อนๆ จะเข้ามาเอาของในห้องของเขา ให้ช่วยพาเข้าไปในห้องหน่อย ต่อมามีชาย 4 คนมาที่คอนโดจริงๆ โดยสวมหมวกฟางและสวมแว่นดำ 2 คน พูดไทยชัดเจนแบบคนไทยทั่วไป ส่วนอีก 2 คนพูดภาษาจีนกลาง แต่เมื่อลงทะเบียนขอเข้าคอนโด ทั้งหมดลงชื่อในภาษาจีน

ชายทั้ง 4 คนอยู่ในห้องของกุ้ยไม่ถึงครึ่งชั่วโมงแล้วหยิบเอาคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปไป ก่อนที่จะออกไปหนึ่งในชายกลุ่มนั้นพูดคุยอย่างติดตลกกับผู้จัดการคอนโดว่าบางทีกุ้ยอาจจะกำลัง “ติดหญิง” อยู่ก็เป็นได้เลยไม่กลับมาที่ห้อง

ขณะที่ “เพื่อน” กลุ่มนี้มาเยือนที่คอนโด เพื่อนตัวจริงของกุ้ยก็เริ่มกังวลเพราะเขาไม่ได้ติดต่อมาบอกกล่าว

ตามปกติ กุ้ยจะติดต่อกับผู้จัดการหญิงชาวไทยที่คอนโดแม้แต่ตอนที่เขาหายตัวไป แต่เมื่อเขาติดต่อมาอีกครั้งช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนโดยเป็นเบอร์โทรศัพท์จากต่างประเทศ เมื่อผู้จัดการบอกกับเขาว่าครอบครัวของเขาเริ่มเป็นห่วง สายก็กลับถูกตัดไปเสียอย่างนั้น และกุ้ยไม่เคยโทรกลับมาอีกเลย

ผู้จัดการคอนโดจึงพยายามที่จะติดต่อเขากลับไป โดยโทรกลับไปที่เบอร์ของเพื่อนทั้ง 4 คนที่มาเยี่ยมคอนโดเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน

ปรากฎว่าคนที่รับโทรศัพท์ไม่ใช่คนที่เคยโทรมา แต่เป็นแท็กซี่ที่บอกเธอว่า เจ้าของโทรศัพท์ทิ้งเครื่องเอาไว้บนรถ และบอกว่าผู้โดยสาร (ซึ่งเป็นคนที่บุกมาคอนโด) กำลังจะไปที่เมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา ซึ่งเป็นเมืองด่านฝั่งตรงข้ามกับอรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว

ย้อนกลับไปวันที่ 6 พฤศจิกายน กุ้ยติดต่อมายังภรรยาของเขาบอกว่าตอนนี้ปลอดภัยดี แต่บอกไม่ได้ว่าอยู่ที่ไหน ภรรยาของเขาคงจะไม่เชื่อจึงแจ้งไปยังสถานทูตสวีเดน และสถานทูตสวีเดนแจ้งต่อไปยังตำรวจสากล

แต่ตำรวจสากลก็ทำอะไรไม่ได้มาก ส่วนทางการไทยไม่ได้กระตือรือร้นกับคดีนี้ มีเพียงข้อมูลจากทางการไทยว่ากุ้ยไม่ได้เดินทางออกจากไทย

จนกระทั่งในวันที่ 17 มกราคม 2559 สำนักข่าวซินหัวของทางการจีนรายงานว่า มีบุคคลชื่อกุ้ยหมินไห่ ถูกจับกุมตัวไว้โดยทางการจีนในข้อหาขับรถโดยประมาททำให้นักเรียนหญิงถูกรถชนถึงแก่ความตายเมื่อปี 2003 จากนั้นเขาปลอมตัวเป็นนักท่องเที่ยวหนีออกประเทศไปในปี 2004

ในตอนแรกรายงานของซินหัวดูเหมือนจะไม่ตรงกับตัวตนของกุ้ยหมินไห่ เพราะชื่อของเขาในภาษาจีนใช้ตัวอักษรคนละแบบแต่พ้องเสียงกัน นอกจากจีนอายุยังไม่ตรงกับที่ระบุในหนังสือเดินทาง แต่ซินหัวรายงานว่า ชายคนนี้มามอบตัวกับทางการจีนเมื่อเดือนตุลาคม 2558 ซึ่งตรงกับช่วงที่กุ้ยหมินไห่หายตัวไปพอดี

ในเวลาต่อมาสถานีโทรทัศน์ CCTV แพร่ภาพคลิปวิดิโอคำสารภาพของชายดังกล่าว ปรากฎว่าตัวตนของชายคนนี้คือกุ้ยหมินไห่จริงๆ และสารภาพตามที่ซินหัวรายงานข่าวไป และย้ำว่าเขาตัดสินใจมอบตัวโดยไม่ได้มีใครมาเกี่ยวข้องด้วย

แต่หาคนเชื่อเรื่องนี้ยากเต็มที สื่อตะวันตกชี้ให้เห็นถึงความสับสนของข้อมูล และข้อเท็จจริงที่ว่าจู่ๆ เขาก็หายตัวไปจากเมืองไทย โดยที่ทางการไทยไม่ได้รู้ร้อนรู้หนาวเลย และยังไม่มีบันทึกตรวจคนเข้าเมืองของไทยที่บ่งชี้ว่าเขาเดินทางกลับไปจีนด้วยตัวเอง ด้วยความยินยอมพร้อมใจของเขาเอง

นักเขียนที่ผลิตผลงานหนังสือให้กับสำนักพิมพ์ของกุ้ยหมินไห่เผยว่า กุ้ยหมินไห่มักจะตรวจงานที่คอนโดของเขาในประเทศไทย และตอนที่หายตัวไปกำลังตรวจงานหนังสือเล่มใหม่เกี่ยวกับ “เผิงลี่หยวน” ภริยาของประธานาธิบดีสีจิ้นผิง

พิจารณาจากผลงานที่ผ่านๆ มา คาดเดาได้ไม่ยากว่าหนังสือเกี่ยวกับเผิงลี่หยวนมีเนื้อหาที่หมิ่นเหม่แน่นอน และเรื่องนี้น่าจะเป็นเหตุให้กุ้ยถูกอุ้มไปจากเมืองไทย

เราไม่สามารถกล่าวหารัฐบาลไทยในขณะนั้นว่ามีส่วนรู้เห็นได้หรือไม่ แต่สื่อต่างประเทศเช่น The Guardian ของอังกฤษสรุปไปเรียบร้อยแล้วว่าในขณะนั้นรัฐบล คสช. ยอมทำตามข้อเรียกร้องต่างๆ ของจีนมากขึ้น

ไม่ต้องอ้างข้อสังเกตของสื่อฝรั่ง เราก็เห็นกันอยู่จะๆ ว่ารัฐบาล คสช. สนิทสนมกับจีนเป็นพิเศษ เพราะหลังทำรัฐประหาร นานาประเทศล่วนแต่ถอยห่างจากรัฐบาลทหารของไทย มีแต่จีนที่กระโจนใส่พร้อมผ่านดีลต่างๆ ทั้งด้านเศรษฐกิจ ธุรกิจอาวุธ และความมั่นคง

ในเวลาไม่ถึง 1 ปีหลังรัฐประหาร พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณเดินทางไปเยือนจีนด้วยตัวเองถึง 2 ครั้ง หลังจากนั้นก็เกิดการอุ้มคนจีนในไทยบ่อยครั้งขึ้น เรื่องนี้สอดคล้องกับที่จีนส่งทีมงานไปทั่วโลกเพื่อไล่ล่าผู้หลบหนีออกจากประเทศด้วยข้อหาต่างๆ ในชื่อปฏิบัติการ Operation Fox Hunt

ในฉากหน้าปฏิบัติการนี้เน้นไล่ล่าผู้ต้องหาคดีคอร์รัปชั่นตามที่สีจิ้นผิงประกาศจะกวาดล้างคนเหล่านี้อย่างหนัก แต่ในเบื้องลึกแล้วนอกจากจะลากตัวคนโกงหรือพวกหมาป่าแล้วยังมีการลักพาตัวคนที่เป็น “ภัยต่อความมั่นคง” กลับมาดำเนินคดีในจีนด้วย

ช่างประจวบเหมาะเหลือเกินเพราะช่วงที่จีนไล่ล่าคนฉ้อโกงไปทั่วโลกนั้น ประธานตำรวจสากล (Interpol) ดันเป็นชาวจีนเสียด้วย นั่นคือ “เมิ่งหงเหว่ย” ซึ่งดำรงตำแหน่งเมื่อเดือนพฤสจิกายน 2559 หลังจากนั้นมีหลักฐานว่าทางการจีนส่งหมายจับมาให้ตำรวจสากลเป็นจำนวนมากเพื่อให้ช่วยตามจับพวก “หมาป่า” ในปฏิบัติการ Operation Fox Hunt

เรื่องนี้อาจไม่เกี่ยวข้องกันแต่ก็มีเรื่องน่ากังขา เพราะเผอิญว่าลูกสาวของกุ้ยหมินไห่เผยว่าตำรวจสากลไม่ได้ขยับรับเรื่องคดีของพ่อเธอ ทำให้น่าสงสัยว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับการที่ประธานตำรวจสากลเป็นคนของรัฐบาลจีนหรือไม่?

กรณีของกุ้ยจึงไม่ใช่กรณีแรกที่คนจีนที่ท้าทายรัฐบาลจีนถูกอุ้มหายไปจากประเทศไทยช่วงรัฐบาล คสช.

เฉพาะปี 2558 หรือปีเดียวกับที่กุ้ยหายตัวไป รัฐบาลไทยในขณะนั้นส่งตัวชาวอุยกูร์กลับไปยังจีนถึง 100 คน Bangkok Post ตั้งข้อสังเหตว่าชาวอุยกูร์ที่ถูกส่งตัวกลับไปอาจถูกเล่นงานฐานขัดขืนรัฐบาลจีน

UNHCR ตำหนิรัฐบาลไทยว่า “ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างไร้จรรยา”

แต่กรณีที่ทำให้ทางการไทยถูกต่อว่าหนักที่สุดคือการส่งตัวนักเคลื่อนไหวชาวจีน 2 คืนคือ เจี่ยงเย่เฟย กับ ต่งกวงผิง เมื่อเดือนวันที่ 28 ตุลาคม 2558 และส่งตัวให้ทางการจีนในเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกัน

ทั้ง 2 คนได้รับการอนุมัติให้เดินทางไปปักหลักในประเทศที่ 3 แล้วแท้ๆ แต่ทางการไทยก็ยังไม่แคร์ UNHCR จัดการส่งตัวทั้ง 2 คน ให้กับจีนไป UNHCR จึงผิดหวังกับทางการไทยอย่างรุนแรง แต่ก็ทำอะไรไทยไม่ได้ เพราะไทยไม่ได้ลงนามอนุสัญญาว่าด้วยสถานภาพผู้ลี้ภัย(ต่อมาเดือนมกราคม 2558 ยังมีกรณีของหลี่ซิน นักเคลื่อนไหวชาวจีนที่หายตัวไประหว่างเดินทางโดยรถไฟจากประเทศไทยไปยังลาวเพื่อเตรียมลี้ภัยไปยังประเทศที่ 3)

ขณะที่ UNHCR ตำหนิไทยว่าละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศด้วยการส่งตัวผู้ลี้ภัยไปให้จีน ทางการไทยกลับทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นเมื่อมีคนแอบเข้ามาอุ้มกุ้ยหมินไห่ถึงในบ้านเรา

เป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและอธิปไตยของชาติอย่างร้ายแรงพอๆ กัน

ป.ล. กุ้ยหมินไห่ถูกปล่อยตัวในปี 2559 แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทางออกจากจีนและต้องรายงานตัวกับตำรวจทุกเดือน ทั้งๆ ที่ตัวเขาถือสัญชาติสวีเดน

ในปี 2560 ระหว่างที่กุ้ยเดินทางไปปักกิ่งพร้อมด้วยนักการทูตชาวสวีเดนเขาถูกจับกุมตัวอีกครั้งด้วยข้อหาให้ข้อมูลข่าวกรองให้กับชาวต่างชาติ และถูกตัดสินจำคุก 10 ปีในปี 2562 ตามที่เป็นข่าว

ส่วนเมิ่งหงเหว่ย ประธานตำรวจสากลในช่วงที่กุ้ยหมินไห่ถูกอุ้มไป ในปี 2560 เขาถูกอุ้มโดยรัฐบาลจีนเสียเองแล้วถูกดำเนินคดีฐานรับเงินสินบน ต่อมาวันที่ 21 มกราคม 2562 เขาถูกตัดสินจำคุก 13 ปีครึ่ง

กษัตริย์มาเลย์สัมภาษณ์เอง ถามสส.เรียงตัว ใครเหมาะนายกฯคนต่อไป #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/615856

วันที่ 25 ก.พ. 2563 เวลา 16:34 น.

กษัตริย์มาเลย์สัมภาษณ์เอง ถามสส.เรียงตัว ใครเหมาะนายกฯคนต่อไป

ครั้งแรกของประเทศ! สุลต่านมาเลย์สัมภาษณ์สมาชิกสภารายคน ใครเหมาะนั่งเก้าอี้นายกฯคนต่อไป หลังมหาเธร์ลาออก

เดอะสตาร์มาเลเซีย รายงานว่า สมเด็จพระราชาธิบดีอับดุลเลาะห์ ชาห์ ยังดีเปอร์ตวนอากง องค์ปัจจุบันของมาเลเซียทรงสร้างความประหลาดใจด้วยการที่ทรงสอบถามบรรดาสมาชิกรัฐสภาของมาเลเซียทั้ง 221 คน (ยกเว้นนายกมหาเธร์) ว่าใครเหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนต่อไปของประเทศ หลังดร. มหาเธร์ โมฮัมหมัด กราบบังคมทูลขอลาออกจากตำแหน่งนายกฯ

รายงานระบุว่า สมาชิกสภาของมาเลเซียทั้ง 221 คน จะทยอยเข้าเฝ้าสมเด็จพระราชาธิบดีในวันนี้ (25 ก.พ.) และวันพรุ่งนี้ โดยการนี้นาย Mohd Zuki Ali หัวหน้าเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเข้ารับฟังในฐานะพยาน สมาชิกสภาแต่ละคนมีเวลาคนละ 2-3 นาที ในการเข้าเฝ้าเพื่อตอบคำถามดังกล่าว

เลขาธิการสำนักพระราชวังอิสตานา เนอการา เผยว่า ที่สมเด็จพระราชิธิบดีทรงทำเช่นนี้ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ก็เพื่อให้มั่นใจว่าพระองค์ทรงเลือกบุคคลที่ได้รับเสียงสนุบสนุนส่วนใหญ่ในสภาอย่างแท้จริง

เลขาธิการสำนักพระราชวังมาเลย์ยังเผยอีกว่า “เพื่อให้กระบวนการนี้เป็นไปด้วยความโปร่งใส หลังเสร็จสิ้นการสัมภาษณ์ สุลต่านจะทรงเผยผลการสอบถามต่อสื่อ เพื่อป้องกันการเคลือบแคลงสงสัยของสาธารณชน”

อย่างไรก็ดี ยังไม่ชัดเจนว่า เมื่อสุลต่านทรงรับฟังข้อคิดเห็นจากสมาชิกสภาแล้ว จะทรงดำเนินการใดต่อไป แต่ตามบทบัญญัติที่ 43 (2)(a) ของรัฐธรรมนูญสหพันธ์มาเลเซีย ระบุว่า สมเด็จพระราชาธิบดีจะทรงแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีเพื่อทำหน้าที่แต่งตั้งคณะรัฐมนตรี โดยการตัดสินพระทัยของพระองค์เป็นไปตามแนวโน้มเสียงส่วนใหญ่ของส.ส.ในสภา

ด้าน ดร.มหาเธร์ ซึ่งตอนนี้เป็นรักษาการนายกรัฐมนตรี ได้ทวีตภาพพร้อมข้อความหลังการลาออกว่า “เป็นแค่วันทำงานอีกวัน”

สเปนปิดโรงแรมกักเชื้อแขกพันคน หลังพบหมออิตาลีติดโควิด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/615843

วันที่ 25 ก.พ. 2563 เวลา 15:04 น.

สเปนปิดโรงแรมกักเชื้อแขกพันคน หลังพบหมออิตาลีติดโควิด

สเปนผวา Super Spreader ปิดรีสอร์ทบนเกาะคาเนรี่ กักโรคแขก 1,000 คน หลังเจอหมออิตาลีติดเชื้อโคโรนา

รัฐบาลสเปนแถลงการณ์ว่า รัฐบาลท้องถิ่นเขตปกครองตนเองหมู่เกาะคาเนรี ดินแดนโพ้นทะเลของสเปน นอกชายฝั่งแอฟริกา ได้ยืนยันการตรวจพบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แล้วเป็นรายแรก โดยเป็นนายแพทย์ชาวอิตาลีที่อยู่ระหว่างการเที่ยวพักผ่อนในโรงแรม H10 Costa Adeje Palace รีสอร์ทหรู 5 ดาวบนเกาะเตเนรีฟในหมู่เกาะคาเนรี่ อันเป็นหมู่เกาะแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อของสเปนที่ชาวยุโรปนิยมไปพักผ่อน

ด้วยเหตุดังกล่าวส่งผลให้ รัฐบาลท้องถิ่นคาเนรีสั่งใช้มาตรการกักกันและตรวจคัดกรองเชื้อต่อแขกและพนักงานของโรงแรมเดียวกับนายแพทย์ชาวอิตาลีผู้นี้ทันที ราว 1,000 คน เพื่อสกัดการแพร่ระบาดที่อาจเกิดขึ้น

สื่อท้องถิ่นสเปนระบุว่า แขกที่นิยมไปพักยังโรงแรมดังกล่าว ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ โดยขณะนี้ตำรวจท้องถิ่นได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าประจำการบริเวณโดยรอบโรงแรมแล้ว เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีใครเล็ดรอดมาตรการกักกัน

สำหรับนายแพทย์ชาวอิตาลีผู้ติดเชื้อรายนี้ พบว่าเดินทางมาจากแคว้นลอมบาดี ทางเหนือของประเทศ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่พบการระบาดของไวรัสมากที่สุดของอิตาลี โดยเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เข้าได้เข้ารับการตรวจที่ศูนย์แพทย์ในท้องถิ่น หลังรู้สึกไม่สบายติดต่อมาหกวัน โดยหมออิตาลีรายนี้อยู่ในการควบคุมดูแลของโรงพยาบาลในท้องถิ่นแล้ว

บริษัทท่องเที่ยวยักษ์ใหญ่ จ่อปลดพนักงาน 3,000 คนเซ่นพิษขาดทุน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/615836

วันที่ 25 ก.พ. 2563 เวลา 14:10 น.

บริษัทท่องเที่ยวยักษ์ใหญ่ จ่อปลดพนักงาน 3,000 คนเซ่นพิษขาดทุน

เอเจนซี่ท่องเที่ยวออนไลน์ยักษ์ใหญ่ Expedia เตรียมปลดพนักงานประมาณ 3,000 คนทั่วโลก หลังรายได้ปีที่แล้วพลาดเป้า

บริษัท Expedia ผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวออนไลน์รายใหญ่ของโลกประกาศปลดพนักงานราว 3,000 คนทั่วโลก รวมทั้งเจ้าหน้าที่ 500 คนที่ปฏิบัติงานที่สำนักงานใหญ่ในเมืองซีแอตเติลของสหรัฐ ซึ่งคิดเป็น 12% ของพนักงานทั้งหมด เพื่อให้องค์กรมีความคล่องตัว

นอกจากนี้ Expedia ยังจะลดการใช้ตัวแทนขายด้วย โดยพนักงานที่ได้รับผลกระทบจะได้รับเงินชดเชยและยืดระยะเวลาการคุ้มครองของประกันสุขภาพ

อีเมลที่บริษัทแจ้งพนักงานระบุว่า การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่บริษัทพยายามสร้างความเติบโตในแบบที่ไม่ดีต่อองค์กรและไร้ระเบียบวินัย โดยหลังจากนี้บริษัทจะตัดลดความซับซ้อนในการบริหารธุรกิจและให้ความสำคัญกับงานที่เป็นประโยชน์กับบริษัท

การลดพนักงานครั้งนี้น่าจะเป็นส่วนหนึ่งของแผนกับปรับลดค่าใช่จ่ายราว 300-500 ล้านเหรียญสหรัฐให้ได้ภายในปี 2020 ที่ แบร์รี่ ดิลเลอร์ ประธานบริษัทประกาศไว้เมื่อวันที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา เนื่องจากผลประกอบการของปี 2019 ค่อนข้างน่าผิดหวัง

ในไตรมาสที่ผ่านมา ผลกำไรของบริษัทลดลง 4% และเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาบริษัทยังไม่ประกาศคาดการณ์ผลประกอบการประจำปีนี้ เนื่องจากยังต้องรอประเมินผลกระทบจากการระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัสที่แพร่ระบาดในหลายประเทศ

อย่างไรก็ดี Expedia ระบุว่าการปรับลดพนักงานครั้งนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโรค Covid-19 ที่ส่งผลกระทบกับธุรกิจท่องเที่ยวอย่างหนัก

เกาหลีใต้เข้มตรวจเชื้อสมาชิก”ชินชอนจิ” กว่า 2 แสนคน ด้านโคเรียนแอร์เจอลูกเรือติดโควิด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/615823

วันที่ 25 ก.พ. 2563 เวลา 13:05 น.

เกาหลีใต้เข้มตรวจเชื้อสมาชิก"ชินชอนจิ" กว่า 2 แสนคน ด้านโคเรียนแอร์เจอลูกเรือติดโควิด

ทางสายบินกำลังสอบประวัติว่าพนักงานต้อนรับบนเครื่องรายนี้ ให้บริการในเที่ยวบินใดบ้าง

สำนักควบคุมโรคระบาดเกาหลีใต้ (KCDC) เผยว่าหนึ่งในลูกเรือของสายการบินโคเรียนแอร์ (Korean Air) ถูกตรวจพบว่าติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เรื่องดังกล่าวส่งผลให้ทางสายการบินสั่งปิดสำนักงานและห้องบรีฟของลูกเรือบริเวณใกล้กับสนามบินอินชอน ซึ่งเป็นสนามบินหลักของประเทศ รวมถึงสายการบินกำลังสอบประวัติย้อนหลังว่าพนักงานคนนี้ให้บริการในเที่ยวบินใดบ้าง รวมถึงลูกเรือที่ปฏิบัติงานในเที่ยวบินเดียวกัน

ด้านรัฐบาลเกาหลีใต้สั่งการให้เตรียมตรวจสอบสมาชิกของลัทธิชินจอนจี จำนวนกว่า 200,000 ซึ่งลัทธิดังกล่าวถือเป็นต้นต่อการระบาดใหญ่ในประเทศ โดยสำนักนายกรัฐมนตรีเกาหลีใต้ เผยว่า ผู้นำลัทธิชินจอนจิยอมที่จะส่งรายชื่อสมาชิกทั้งหมดราว 215,000 คนให้กับทางการเพื่อเตรียมติดตามและคัดกรองเชื้ออย่างโดยเร็ว หลังจากที่ลัทธิดังกล่าวถูกวิจารณ์จากสาธารณะ ว่าเป็นต้นเหตุให้เกิดการระบาดอย่างหนักทั่วประเทศ จนส่งผลให้จำนวนผู้ติดเชื้อสะสมทั่วเกาหลีใต้ทะยานถึง 893 ราย โดยจำนวนนี้ราว 60% เกี่ยวข้องกับลัทธิดังกล่าว เสียชีวิตแล้ว 8 คน พร้อมกันนี้เกาหลีใต้ได้สั่งพ่นยาฆ่าทั่วตามสถานที่ราชการสำคัญในกรุงโซล ทั้งทำเนียบรัฐบาล อาคารรัฐสภา เพื่อความปลอดภัย

อนึ่ง ด้านศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC)สหรัฐ ได้ยกระดับคำเตือนโรคระบาดในเกาหลีใต้ว่า กำลังอยู่ในภาวะระบาดอย่างกว้างขวางและต่อเนื่อง พร้อมแนะพลเมืองอเมริกันหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังเกาหลีใต้หากไม่จำเป็น รวมถึงพิจารณาปรับยุทธวิธีการซ้อมรบระหว่างทัพสหรัฐกับกองทัพเกาหลีใต้ด้วย

เยอะสุดในยุโรป! อิตาลีเจอโควิด 229 ราย นายกฯรับโรงพยาบาลท้องถิ่นบกพร่องรับมือ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/615813

วันที่ 25 ก.พ. 2563 เวลา 12:04 น.

เยอะสุดในยุโรป! อิตาลีเจอโควิด 229 ราย นายกฯรับโรงพยาบาลท้องถิ่นบกพร่องรับมือ

เศรษกิจอิตาลีส่อพังหนัก หลังโคโรนาระบาดทั่วภาคเหนือ รัฐบาลโรมจ่อกระชับอำนาจท้องถิ่น หวั่นกระจายเชื้อทั่วยุโรป

สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในอิตาลีจากข้อมูล ณ วันที่ 25 ก.พ.พบว่า มีผู้ติดเชื้อแล้วอย่างน้อย 229 ราย จำนวนนี้เป็นส่วนใหญ่เป็นผู้ติดเชื้อในหลายแคว้นทั่วแถบภาคเหนือของประเทศ ดังนี้ ..

แคว้นลอมบาร์ดี 172 , แคว้นเวนีโต 33, แคว้นปีเอมอน 3 ,แคว้นเอมีเลีย-โรมานยา 18 และภูมิภาคลาซิโอ (กรุงโรม) 3 ราย

ที่แคว้นลอมบาร์ดี้ ซึ่งมีเมืองมิลานเป็นศูนย์กลางของภาคเหนือ รัฐบาลท้องถิ่นได้สั่งระงับใช้พื้นที่สาธารณะไปแล้วใน 11 เมือง กระทบประชาชนอย่างน้อย 50,000 คน

ด้านกระทรวงสาธารณสุขอิตาลีได้ตรวจคัดกรองเชื้อประชาชนและบุคคลากรทางการแพทย์กว่า 4,100 คน ซึ่่งคาดว่าจะมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีก

ด้านนายกรัฐมนตรีอิตาลี จูเซปเป้ คอนติ ให้สัมภาษณ์ว่า ความหย่อนยานบกพร่องในมาตรการรับมือการระบาดของไวรัสตามโรงพยาบาลท้องถิ่น เป็นเหตุให้เชื้อไวรัสแพร่กระจายในอิตาลีอย่างต่อเนื่อง

เรื่องดังกล่าวถือว่าเป็นอีกหนึ่งประเด็นความแตกร้าวระหว่างรัฐบาลอิตาลี กับรัฐบาลท้องถิ่นลอมบาร์ดี พรรค lega nord อดีตพรรคร่วมรัฐบาล ที่ประกาศแยกตัวจากรัฐบาลเมื่อปีก่อน

นายกคอนติของอิตาลีให้สัมภาษณ์ว่า รัฐบาลโรมอาจพิจารณาใช้อำนาจพิเศษ แทรกแซงการดำเนินการควบคุมการระบาดของรัฐบาลท้องถิ่นลอมบาร์ดี แต่ยังคงไม่ชัดเจนว่าจะเป็นไปในรูปแบบใด

การระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั่วแถบภาคเหนือของอิตาลี นับว่าเป็นอันตรายต่อเศรษฐกิจของอิตาลีในปีนี้อย่างมาก โดยช่วงก่อนที่จะพบการระบาด หลายฝ่ายคาดว่า GDP ของอิตาลีอาจโตไม่ถึง 1-1.5 ในปีนี้ แต่เมื่อพบการระบาดที่ยังไม่สามารถควบคุมได้  โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรม ตลาดหุ้น และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ  การประเมินเศรษฐกิจอิตาลีซึ่งได้ขยับมาเป็นประเทศเศรษฐกิจใหญ่เบอร์ 3 ของอียู หลังเบร็กซิต ก็ยากจะคาดเดา

ขณะที่มาตรการฟรีวีซ่าเช็งเก้นของกลุ่มสหภาพยุโรป ก็อาจยิ่งทำให้สถานการณ์ระบาดของอิตาลีขยายวงกว้างไปทั่วยุโรปได้เช่นกัน

นอกจากประเด็นไวรัสที่กระทบต่อเศรษฐกิจของอิตาลีแล้ว ประเด็นการเมืองในสหภาพยุโรปก็เปราะบางไม่แพ้ไวรัสเช่นกัน เนื่องจากการเบร็กซิตของอังกฤษ จะส่งผลให้ชาติสมาชิกอียูที่เหลืออยู่ ต้องแชร์กันแบ่งรับภาระงบประมาณในส่วนที่อังกฤษเคยจ่ายให้กับอียู ซึ่งเรื่องดังกล่าว มีหลายประเทศที่ทั้งเห็นด้วย และคัดค้าน

แซงทุกชาติ! ติดเชื้อโควิดในเกาหลีใต้ทะยานเกือบ 900 – ตายแล้ว 8 คน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/615797

วันที่ 25 ก.พ. 2563 เวลา 10:32 น.

แซงทุกชาติ! ติดเชื้อโควิดในเกาหลีใต้ทะยานเกือบ 900 - ตายแล้ว 8 คน

เกาหลีใต้เจอโควิดระบาดหนักกว่าทุกชาตินอกจีน ด้าน WHO หวั่นระบาดวงกว้างทั่วโลก

สำนักข่าวยอนฮับรายงานว่า ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคเกาหลีใต้ (KCDC) เผยข้อมูลสถานการณ์ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ช่วงเช้าของวันที่ 25 ก.พ. ระบุว่าเกาหลีใต้พบผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่มอีก 60 ราย ส่งผลให้ขณะนี้ทั้งประเทศมีจำนวนผู้ติดเชื้อสะสมทั้งสิ้น 893 คน ถือเป็นตัวเลขสูงที่สุดในทุกประเทศที่พบผู้ติดเชื้อนอกจีนแผ่นดินใหญ่

ขณะเดียวกัน KCDC ยังเผยอีกว่าพบผู้เสียชีวิตจากเชื้อโควิดแล้วทั้งสิ้น 8 ราย โดยจำนวนนี้ 6 ราย เชื่อมโยงกับโรงพยาบาลแดนัม ในเขตช็องโด ซึ่งตอนนี้มีคำสั่งปิดโรคพยาบาลแห่งนี้ช่วงคราวแล้ว เนื่องจากพบคนไข้รายหนึ่งเกี่ยวข้องโบสถ์ลัทธิชินชอนจีในเมืองแทกู สถานที่ซึ่งเป็น super spreader ของเกาหลีใต้

ด้านประธานาธิบดีมุนแจอิน ได้ประกาศยกระดับการเตือนภัยไวรัสทั้งประเทศเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมา

ส่วนองค์การอนามัยโลก ได้แถลงยอมรับว่า กรณีที่เชื้อไวรัสโควิด-19 แพร่ระบาดอย่างรวดเร็วนอกประเทศจีน แม้จะยังอยู่ในระดับควบคุมได้ แต่ยอมรับ “มีความเสี่ยงสูง” ที่สถานการณ์อาจถึงขั้น “โรคระบาดกระจายทั่วไป” (potential pandemic) ทั่วโลกควรเตรียมพร้อมรับมือในเรื่องนี้

ทารกอายุ17วันติดไวรัสตั้งแต่เกิด ผู้ป่วยอายุน้อยที่สุดรักษาหายแล้ว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/615774

วันที่ 24 ก.พ. 2563 เวลา 23:37 น.

ทารกอายุ17วันติดไวรัสตั้งแต่เกิด ผู้ป่วยอายุน้อยที่สุดรักษาหายแล้ว

เหมือนปาฏิหาริย์เพราะเด็กทารกเพศหญิงที่ชื่อ “เซี่ยวเซี่ยว” ฟื้นตัวได้ในที่สุด

สำนักข่าว CCTV ของทางการจีนรายงานเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ว่า ทารกแรกเกิดอายุ 17 วันได้รับการปล่อยตัวออกจากโรงพยาบาลเด็กอู่ฮั่น หลังจากรักษาโรคไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่หายแล้ว ถือเป็นผู้ป่วยอายุน้อยที่สุดที่ติดเชื้อไวรัสแล้วหายขาดในอู่ฮั่น

ในวันที่ 5 กุมภาพันธ์เมื่อทารกเพิ่งเกิด แม่ของเด็กถูกตรวจพบอาการผิดปกติในปอดจึงถูกส่งไปที่โรงพยาบาลเด็กอู่ฮั่นเพื่อสังเกตหลังคลอด ในวันที่ 9 การทดสอบกรดนิวคลีอิกของทารกแสดงผลบวกและการตรวจ CT พบว่าปอดมีอาการผิดปกติ

เด็กไม่ได้มีปัญหาการหายใจที่เห็นได้ชัดหรือมีอาการป่วยที่ชัดเจน เช่น มีไข้หรือไอ แต่เพราะเป็นทารกแรกเกิดจึงต้องได้รับการดูแลเรื่องการใช้ยาต้านไวรัสเป็นพิเศษ อีกทั้งยังไม่มีความชัดเจนว่าจะต้องรักษาด้วยยาสูตรใด แพทย์จึงเลือกการรักษาแบบประคับประคองแล้วรอให้เด็กหาย

แต่เหมือนปาฏิหาริย์เพราะเด็กทารกเพศหญิงที่ชื่อ “เซี่ยวเซี่ยว” ฟื้นตัวได้ในที่สุด โดยมีการติดเชื้อเล็กน้อย และกล้ามเนื้อหัวใจเสียหาย

หลังจากได้รับการดูแลจากแพทย์อย่างใกล้ชิด เด็กทารกคนนี้ก็กลับมาแข็งแรง ดื่มนมได้มาก และได้รับการปล่อยตัวในที่สุด รวมแล้วเป็นเวลา 12 วันนับตั้งแต่พบการติดเชื้อในเด็กเมื่อวันที่ 9 จนถึงวันยืนยันว่ารักษาหายในวันที่ 21  กุมภาพันธ์

โลกผวาไวรัสหนักถึงกับกักตัวชาวอิตาลีบนรถบัส-เครื่องบิน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/615762

วันที่ 24 ก.พ. 2563 เวลา 19:46 น.

โลกผวาไวรัสหนักถึงกับกักตัวชาวอิตาลีบนรถบัส-เครื่องบิน

ด้านสถานการณ์การระบาดที่อิตาลี ล่าสุดพบผู้เสียชีวิตรายที่ 5 แล้ว

ผู้โดยสารชาวอิตาลีถูกกักตัวไว้บนรถบัสที่ฝรั่งเศส หลังจากคนขับแสดงอาการน่าสงสัยและถูกนำตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลโดยมีอาการคล้ายกับไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

แหล่งข่าวด้านความมั่นคงเปิดเผยกับสำนักข่าว AFP ว่า รถบัสคันนี้เดินทางมาจากเมืองมิลานในประเทศอิตาลี มาถึงเมืองลียงทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศฝรั่งเศสแต่ต้องถูกกักตัวเอาไว้หลังจากเกิดเหตุดังกล่าว

ทั้งนี้ มิลานตั้งอยู่ในแคว้นลอมบาร์เดีย ซึ่งเป็นศูนย์กลางการระบาดครั้งใหญ่ในอิตาลีและมีการปิดเมืองต่างๆ 11 เมือง ในจำนวนนี้ 10 เมืองอยู่ในแคว้นลอมบาร์เดีย เป็นการกักประชาชนกว่า 50,000 คนเอาไว้เพื่อควบคุมไม่ให้ไวรัสแพร่กระจาย

เว็บไซต์ข่าว LyonMag รายงานว่ามีคนขับรถบัสชาวอิตาลีถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อทำการตรวจสอบเพราะเขามีอาการไออย่างหนัก

โฆษกหญิงของแผนกความปลอดภัยสาธารณะของลียงกล่าวว่า ตำรวจฝรั่งเศสทำการล้อมวงความปลอดภัยรอบๆ รถบัสที่สถานีแปราช ในเมืองลียงและสั่งให้ผู้โดยสารอยู่บนรถ

ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับจำนวนผู้โดยสารบนรถบัส

นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า เที่ยวบินของสายการบิน Alitalia จากกรุวโรมถูกกักไว้ที่ประเทศมอริเชียส หลังจากพบว่ามีผู้โดยสาร 40 คนจากแคว้นลอมบาร์เดียและเวเนโต ซึ่งเป็นพื้นที่ระบาดของไวรัส

ทางการมอริเชียสบอกกับผู้โดยสารว่า พวกเขาไม่สามารถลงจากเครื่องได้เว้นแต่จะยินยอมให้ถูกกักกัน

Alitalia กล่าวว่ากำลังเตรียมการส่งผู้โดยสารกลับประเทศโดยทันที แม้ว่าจะไม่มีผู้โดยสารแสดงอาการใดๆ ของโรคก็ตาม

ด้านสถานการณ์การระบาดที่อิตาลี ล่าสุดพบผู้เสียชีวิตรายที่ 5 แล้ว เป็นชายวัย 88 ปี ส่วนผู้ติดเชื้อทั้งหมดในอิตาลีมีถึง 219 ราย