เกิดระเบิดที่โรงพยาบาลในฮ่องกง หลังม็อบบุกเผาศูนย์กักกันโรค #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/612940

  • วันที่ 27 ม.ค. 2563 เวลา 14:01 น.

เกิดระเบิดที่โรงพยาบาลในฮ่องกง หลังม็อบบุกเผาศูนย์กักกันโรค

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า เกิดเหตุระเบิดขนาดเล็กขึ้นที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในฮ่องกงเมื่อวันจันทร์ ทำให้ผู้ป่วยบางรายต้องอพยพออกไปชั่วคราว แต่ไม่ได้รับบาดเจ็บ

Reuters รายงานว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา กลุ่มผู้ประท้วงบุกเข้าไปวางเพลิงเผาล็อบบี้ของอาคารที่พักอาศัยที่สร้างขึ้นใหม่ในฮ่องกง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้วางแผนที่จะใช้เป็นสถานที่กักกันโรค เนื่องจากประชาชนในท้องที่กลัวว่าจะมีการระบาดของโรคโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ หรือไวรัสอู่ฮั่น

ตำรวจกล่าวในแถลงการณ์ว่า วัตถุระเบิดเกิดระเบิดในห้องส้วมที่ศูนย์การแพทย์คาริตัส (Caritas Medical Centre) เวลาประมาณ 14.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น

หน่วยเก็บกู้วัตถุเบิดพบวัตถุต้องสงสัยว่าจะเป็นระเบิดภายในห้องน้ำ วัตถุดังกล่าวมีความยาว 15 เซนติเมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 10 เซนติเมตร

ตำรวจฮ่องกงเผยว่า เจ้าหน้าที่นำชิ้นส่วนวัตถุต้องสงสัยว่าจะเป็นระเบิดออกไปเพื่อตรวจสอบเพิ่มเติม และอพยพคนประมาณ 20 คนไปยังที่ปลอดภัย โดยไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ

ขณะนี้ยังไม่ทราบผู้ลงมือหรือแรงจูงใจที่ทำให้เกิดเหตุระเบิดที่โรงพยาบาลแห่งนี้

Reuters ชี้ว่าในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมามีการเรียกร้องจากสมาชิกสภานิติบัญญัติที่สนับสนุนประชาธิปไตยมในฮ่องกง นักเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตย และเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ เพื่อให้ฮ่องกงปิดชายแดนกับแผ่นดินใหญ่เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของไวรัสอู่ฮั่น และรัฐบาลฮ่องกงตัดสินใจห้ามชาวมณฑลหูเป่ยเดินทางเข้าฮ่องกงเมื่อวันอาทิตย์ที่่ผ่านมา

ภาพประกอบ – ตำรวจปราบจลาจลยืนอยู่ที่ปากทางเข้าอาคารพักอาศัย หลังจากผู้ประท้วงคัดค้านแผนการใช้อาคารที่พักอาศัยที่ไม่ได้ใช้งานในท้องถิ่นเพื่อเป็นศูนย์กักกันชั่วคราวสำหรับผู้ป่วยและเจ้าหน้าที่การแพทย์ในแนวหน้าของการระบาดของไวรัส เมื่อคืนวันที่ 26 มกราคม (ภาพถ่ายโดย Philip FONG / AFP)

ฝูงตั๊กแตนนับแสนล้านตัวถล่มแอฟริกาเหตุเพราะอากาศโลกแปรปรวน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/612935

  • วันที่ 27 ม.ค. 2563 เวลา 12:56 น.

ฝูงตั๊กแตนนับแสนล้านตัวถล่มแอฟริกาเหตุเพราะอากาศโลกแปรปรวน

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าฝูงตั๊กแตนนับพันล้านที่บินผ่านแอฟริกาตะวันออก เป็นผลมาจากสภาพอากาศแปรปรวนรุนแรง และเป็นหายนะของภูมิภาคนี้ที่ยังคงมีปัญหาจากภัยแล้งและอุทกภัยร้ายแรง

ฝูงตั๊กแตนที่รวมตัวกันเหมือนเมฆหมอกกลุ่มใหญ่และหิวกระหายอย่างหนัก แพร่กระจายจากเอธิโอเปียและโซมาเลียไปยังเคนยา ถือเป็นภัยคุกคามต่อภูมิภาคนี้ที่เลวร้ายที่สุดในรอบหลายทศวรรษ

Photo by TONY KARUMBA / AFP

องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ประมาณการว่า ตั๊กแตนหนึ่งฝูงในเคนยา กินพื้นที่ประมาณ 2,400 ตารางกิโลเมตร หรือพื้นที่เกือบขนาดของกรุงมอสโก ซึ่งหมายความว่าในพื้นที่นี้สามารถมีตั๊กแตนได้ถึง 200,000 ล้านตัว ทุกวันๆ วันแต่ละตัวกินอาหารเท่ากับน้ำหนักของตัวเอง

การโจมตีของตั๊กแตนในเอธิโอเปียและโซมาเลียครั้งนี้ รุนแรงที่สุดในรอบ 25 ปี และเลวร้ายที่สุดในเคนยาในรอบ 70 ปีตามรายงานของ FAO

Photo by TONY KARUMBA / AFP

หากไม่มีการสกัดกั้น จำนวนตั๊กแตนสามารถเติบโตได้ 500 เท่าภายในเดือนมิถุนายนปีนี้ และจะแพร่กระจายไปยังยูกันดาและซูดานใต้ กลายเป็นการระบาดที่จะทำลายพืชผลและทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ในภูมิภาคซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่ยากจนที่สุดและอ่อนแอที่สุดในโลก

Guleid Artan จากกลุ่มผู้เชี่ยวชาญระดับภูมิภาคในการพยากรณ์สภาพภูมิอากาศและศูนย์ประยุกต์ (ICPAC) กล่าวกับงานแถลงข่าวในกรุงไนโรบี ว่า ปรากฎการณ์นี้อาจก่อให้เกิดปัญหาความมั่นคงด้านอาหารที่สำคัญ

Photo by TONY KARUMBA / AFP

Artan บอกว่าตั๊กแตนเป็นสัญญาณล่าสุดของสภาพอากาศเลวร้ายที่เริ่มเด่นชัดในปี 2562 เริ่มต้นด้วยความแห้งแล้งและสิ้นสุดใด้วยภาวะฝนตกชุกที่สุดในรอบสี่ทศวรรษ ทำให้เกิดน้ำท่วมทำให้มีผู้เสียชีวิตนับร้อยทั่วแอฟริกาตะวันออกArtan ยังกล่าวว่าการบุกรุกของตั๊กแตนเกิดขึ้นหลังจากเกิเดความแปรปรวนของสภาพอากาศมานานหลายปี ซึ่งรวมถึงพายุไซโคลนที่เกิดขึ้นถึง 8 ลูกในแอฟริกาตะวันออก เป็นอัตราที่มากที่สุดภายในปีเดียวตั้งแต่ปี 1976

Photo by TONY KARUMBA / AFP

สาเหตุมาจากมหาสมุทรอินเดียตะวันตกที่อบอุ่นขึ้น สภาพภูมิอากาศนี้เรียกว่า Indian Ocean Dipole ซึ่งก่อให้เกิดความแห้งแล้งอย่างรุนแรงในประเทศออสเตรเลียที่กำลังประสบกับภาวะอภูมิอากาศสุดขั้วคือไฟป่าและพายุฝุ่นในขณะนี้

Photo by TONY KARUMBA / AFP

Photo by TONY KARUMBA / AFP

Photo by TONY KARUMBA / AFP

Photo by TONY KARUMBA / AFP

Photo by TONY KARUMBA / AFP

นายกฯจีนลงพื้นที่เอง สวมหน้ากากเยี่ยมเมืองอู่ฮั่นครั้งแรก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/612925

  • วันที่ 27 ม.ค. 2563 เวลา 10:59 น.

นายกฯจีนลงพื้นที่เอง สวมหน้ากากเยี่ยมเมืองอู่ฮั่นครั้งแรก

นายกรัฐมนตรี หลี่เค่อเฉียง แห่งจีน เดินทางไปตรวจสถานการณ์การระบาดที่เมืองอู่ฮั่นด้วยตัวเอง นับเป็นครั้งแรกที่บุคคลระดับผู้นำจีนลงพื้นที่ศูนย์กลางการระบาด นับตั้งแต่เกิดการระบาดที่แพร่กระจายไปทั่วประเทศและจุดกระแสความกังวลทั่วโลก และนำไปสู่การปิดเมืองอู่ฮั่น

หลี่เค่อเฉียงเดินทางไปยังอู่ฮั่นในครั้งนี้ก็เพื่อตรวจสอบและชี้แนะเจ้าหน้าที่ที่พยายามอย่างต่อเนื่องในการควบคุมไวรัส โดยหลี่ลงพื้นที่โดยสวมหน้ากากและสวมชุดป้องกันพลาสติกสีน้ำเงิน

ภาพจาก Yangshi xinwen

คณะรัฐมนตรีของจีนกล่าวว่า หลี่จะพบกับผู้ป่วยและเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ในแนวหน้า โดยนายกรัฐมนตรีได้รับการแต่งตั้งเป็นหัวหน้าคณะทำงานเพื่อจัดการกับการแพร่ระบาดของโรค และคณะทำงานนี้เพิ่งจะประกาศขยายวันหยุดตรุษจีนที่กำหนดจะสิ้นสุดในวันที่ 30 มกราคมออกไปถึงวันที่ 2 กุมภาพันธ์ เพื่อลดการถ่ายเทของประชากร

ด้าน Tedros Adhanom Ghebreyesus หัวหน้าองค์การอนามัยโลกกำลังเดินทางไปปักกิ่งเพื่อพบกับเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลจีนเพื่อหารือเกี่ยวกับวิกฤติดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สาธารณสุขระดับสูงของจีนเตือนเมื่อวันอาทิตย์ว่าการแพร่กระจายของโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ มีความรวดเร็วเป็นพิเศษ และจะระบาดขยายวงกว้างต่อไป

หม่าเสี่ยวเว่ย ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติของจีนกล่าวว่า แม้ว่าผู้ติดเชื้อจะยังไม่แสดงอาการ แต่ก็อาจทำให้ผู้อื่นติดเชื้อได้ ทำให้การควบคุมได้ยากขึ้น เนื่องจากคนที่ดูเหมือนว่าจะมีสุขภาพดีแต่ติดเชื้อไปแล้ว ยังคงเดินทางและมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นโดยที่เจ้าตัวและคนอื่นๆ ไม่ทราบ

“การแพร่ระบาดของโรคกำลังเข้าสู่ช่วงเวลาที่รุนแรงและซับซ้อนมากขึ้น” หม่ากล่าวระหว่างการแถลงข่าววันอาทิตย์ที่ปักกิ่ง “ดูเหมือนว่า (การระบาด) จะดำเนินต่อไปอีกระยะหนึ่งและจำนวนผู้ป่วยอาจเพิ่มขึ้น”

ภาพจาก Yangshi xinwen

ยอดดับจากไวรัสโคโรนาในจีนเพิ่มเป็น80รายผู้ติดเชื้อ2,744ราย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/612924

  • วันที่ 27 ม.ค. 2563 เวลา 10:55 น.

ยอดดับจากไวรัสโคโรนาในจีนเพิ่มเป็น80รายผู้ติดเชื้อ2,744ราย

จีนรายงานยอดผู้เสียชีวิตจากไวรัสโคโรนาเพิ่มเป็น 80 ราย มีผู้ติดเชื้อ 2,744 ราย อาการยังอยู่ในขั้นวิกฤต461 ราย

เมื่อวันที่ 27 ม.ค. 63 คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติของจีน (NHC) ได้รายงานสถานการณ์ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ว่า ขณะนี้มีจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาเพิ่มขึ้นเป็น 2,744 ราย โดยในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยวิกฤต 461 รายและมี ผู้ที่อยู่ในข่ายต้องสงสัยว่าติดเชื้อไวรัสดังกล่าว 5,794 ราย

ขณะที่ จำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคปอดอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ เพิ่มขึ้นเป็น 80 ราย

ด้าน รัฐบาลจีนได้ประกาศขยายเวลาวันหยุดเนื่องในเทศกาลตรุษจีน โดยให้สิ้นสุดวันที่ 2 ก.พ.63 จากเดิมที่มีกำหนดสิ้นสุดในวันที่ 30 ม.ค.63 โดยการตัดสินใจดังกล่าวเป็นหนึ่งในมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

“มาตรการนี้มีขึ้นเพื่อลดการรวมตัวกันของคนหมู่มาก ป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาด และรักษาความปลอดภัยและสุขภาพของชาวจีน ส่วนมหาวิทยาลัย โรงเรียนระดับอนุบาล ประถม และมัธยมทั่วประเทศ จะเลื่อนวันเปิดเทอมประจำฤดูใบไม้ผลิออกไปโดยไม่มีกำหนด”สำนักงานคณะรัฐมนตรีจีนระบุ

ญี่ปุ่นขยับก่อนใคร ส่งเครื่องบินไปรับประชาชนที่อู่ฮั่นอังคารนี้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/612916

  • วันที่ 27 ม.ค. 2563 เวลา 09:24 น.

ญี่ปุ่นขยับก่อนใคร ส่งเครื่องบินไปรับประชาชนที่อู่ฮั่นอังคารนี้

 ญี่ปุ่นจะส่งเครื่องบินเช่าเหมาลำไปยังเมืองอู่ฮั่นตอนกลางของจีนในวันอังคาร เพื่อช่วยอพยพประชาชนที่ต้องการเดินทางกลับบ้านเกิด ท่ามกลางการระบาดของโรคโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่

จาากสถิติเมื่อวันศุกร์ พบว่ามีชาวญี่ปุ่นประมาณ 710 คนในอู่ฮั่น เมืองซึ่งมีการค้นพบไวรัสตัวใหม่นี้เป็นครั้งแรก

รัฐมนตรีต่างประเทศโทชิมิตสึ โมเตงิ กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า รัฐบาลญี่ปุ่นเริ่มทำการสำรวจประชากรของตนที่อู่ฮั่นเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อที่จะตรวจสอบว่ามีชาวญี่ปุ่นจำนวนเท่าใดที่ต้องการกลับมา โดยสรุปสามารถติดต่อกับประชาชนญี่ปุ่นที่นั่นได้ประมาณ 430 คน

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันอาทิตย์ นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ได้เรียกประชุมคณะรัฐมนตรีเป็นการด่วน เพื่อหารือถึงแนวทางการอพยพประชาชนญี่ปุ่นจากอู่ฮั่น และผลสรุปในวันจันทร์ชัดเจนแล้วว่าจะเริ่มปฏิบัติการในวันอังคาร

ก่อนหน้านี้ รัสเซียได้หารือกับรัฐบาลจีนเรื่องอพยพประชาชนของตนจากอู่ฮั่นเช่นกัน แต่ยังไม่มีอะไรคืบหน้า

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐแถลงว่าจะดำเนินการอพยพประชาชนเช่นกันจากอู่ฮั่นและจะพาพลับมายังเมืองซานฟรานซิสโกก่อน แต่ยังไม่ประกาศกำหนดวันที่แน่ชัด

ล่าสุดก่อนที่ญี่ปุ่นจะประกาศกำหนดการณ์แน่นอน อักเนส บูซิน รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขของฝรั่งเศสกล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า รัฐบาลจะอพยพชาวฝรั่งเศสออกจากพื้นที่เมืองอู่ฮั่น

“ชาวฝรั่งเศสจะถูกส่งตัวกลับประเทศฝรั่งเศสโดยเครื่องบินไปยังฝรั่งเศสโดยตรง ตามข้อตกลงกับทางการจีน ซึ่งจะมีขึ้นกลางสัปดาห์”

UPDATE – สถิติเช้าวันที่ 27 มกราคม 2563 ยอดติดเชื้อทั่วโลกพุ่ง 2,806 ราย

โพสต์ทูเดย์ขออัปเดตสถานการณ์ช่วงเช้าของการระบาดของไวรัสอู่ฮั่น หรือไวรัสโคโนาสายพันธุ์ใหม่ (2019-nCoV)

• ยอดผู้ติดเชื้อทั้งหมดในจีน 2,748 ราย เสียชีวิต 80 ราย

• ในเวลานี้เหลือแค่เขตปกครองตนเองทิเบตเท่านั้นที่ไม่พบผู้ติดเชื้อในจีน

• ประเทศไทยยังพบผู้ติดเชื้อมากที่สุดนอกจีน ล่าสุดคือ 8 ราย เท่ากับฮ่องกงที่ 8 รายเช่น แต่กรณีของไทยมีผู้รักษาหายและกลับบ้านได้แล้วจำนวนหนึ่ง

• มาเก๊า กระโดดขึ้นมาอย่างรวดเร็วที่ 6 ราย

• สหรัฐมีตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในชั่วข้ามคืนเช่นกัน ตอนนี้อยู่ที่ 5 ราย

• ออสเตรเลีย ในขณะนี้เพิ่มขึ้นมา 5 ราย

• ญี่ปุ่น, มาเลเซีย, สิงคโปร์ และไต้หวัน 4 ราย

• ฝรั่งเศส และเกาหลีใต้ 3 ราย

• เวียดนาม 2 ราย

• แคนาดาและเนปาล 1 ราย

• ตลาดหุ้น Nikkei index ของญี่ปุ่นเปิดตลาดวันแรก หุ้นตกไปกว่า 2% เพราะความกังวลเรื่องการแพร่ระบาดของไวรัส

• ราคาน้ำมันซื้อขายล่วงหน้าที่ลอนดอนและนิวยอร์กดิ่งลงเช่นกันถึง 3.8% เพราะความกังวลการระบาดของไวรัสจะกระทบต่อเศรษฐกิจโลก

ชาวฮ่องกงบุกเผาอาคารที่จะใช้เป็นศูนย์กักกันผู้ติดเชื้อไวรัส #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/612904

  • วันที่ 26 ม.ค. 2563 เวลา 21:32 น.

ชาวฮ่องกงบุกเผาอาคารที่จะใช้เป็นศูนย์กักกันผู้ติดเชื้อไวรัส

ประชาชนในท้องถิ่นรวมตัวกันประท้วงและบุกเข้าไปวางเพลิงอาคารที่อยู่อาศัยของ Fai Ming Estate เขตฟานหลิง ในฮ่องกง เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2563

สาเหตุเนื่องจากชาวบ้านในพื้นที่ต่อต้านแผนการที่จะใช้อาคารแห่งนี้เป็นศูนย์กักกันสำหรับผู้ป่วยโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่และสถานที่ทำงานของเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์

โดยตามแผนการเดิม อาคารเหล่านี้จะใช้เป็นที่อยู่อาศัยของผู้คนที่อาจสัมผัสกับพาหะของไวรัสและต้องรอการทดสอบผลว่าติดเชื้อหรือไม่ และยังเป็นที่พักของเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ที่ทำงานในแนวหน้าของการระบาด และกังวลว่าหากกลับบ้านจะนำเชื้อไปติดต่อคนในครอบครัว

ทั้งนี้ ผู้ประท้วงนำสิ่งกีดขวางมาทำการปิดเส้นทางสัญจร จากนั้นจึงใช้ระเบิดเพลิงขว้างเข้าไปจนเกิดเพลิงไหม้

อย่างไรก็ตาม สำนักข่าว Reuters รายงานว่าผู้ที่ลงมือเผาเป็นผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลฮ่องกง โดยคนกลุ่มนี้สวมหน้ากากดำและชุดดำเหมือนผู้ที่เข้าร่วมการประท้วงต่อต้านรัฐบาลที่ผ่านๆ มา

เมื่อตำรวจปราบจลาจลเดินทางมาถึงที่เกิดเหตุ ผู้ประท้วงจึงสลายตัวออกไป แม้ว่าประชาชนในพื้นที่บางคนยังคงโต้เถียงกับเจ้าหน้าที่ที่ใช้สเปรย์พริกไทยในการควบคุมฝูงชน

ศูนย์คุ้มครองสุขภาพของฮ่องกงกล่าวว่า แผนการเปลี่ยนที่อาคารอยู่อาศัยเป็นโซนกักกันจะถูกระงับไป

ขณะนี้ ทางการฮ่องกงได้เปลี่ยนสวนพักผ่อนแห่งหนึ่งในพื้นที่ชนบทที่ห่างไกลเป็นสถานที่กักกันโรคแล้ว สวนพักผ่อนอีกสองแห่งที่ตั้งอยู่ห่างจากพื้นที่อยู่อาศัยหลักก็พร้อมที่จะใช้เป็นสถานที่กักกันโรคเช่นกัน

แต่เจ้าหน้าที่บอกว่า ยังพยายามหาโรงแรมและห้องว่างสำหรับแพทย์และพยาบาลที่ทำงานเกี่ยวกับคนไข้ที่ถูกกักกันโรค

เข้าใจ “ล่วน” เมื่อจีนแตกแล้วซ่อมยาก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/612898

  • วันที่ 26 ม.ค. 2563 เวลา 19:40 น.

PostToday Podcast:The Expert Ep.23เข้าใจ “ล่วน” เมื่อจีนแตกแล้วซ่อมยาก

***************************

ติดตาม PostToday Podcast ได้ที่ soundcloud PostToday

สถานการณ์ไวรัสที่บานปลาย การช่วยคนไทยกลับประเทศอาจไม่ใช่เรื่องง่าย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/612887

  • วันที่ 26 ม.ค. 2563 เวลา 17:24 น.

สถานการณ์ไวรัสที่บานปลาย การช่วยคนไทยกลับประเทศอาจไม่ใช่เรื่องง่าย

หลังจากที่รัฐบาลจีนสั่งปิดเมืองอู่ฮั่น บางประเทศก็เริ่มติดต่อกับรัฐบาลจีนเพื่อที่จะขอส่งเครื่องบินเช่าเหมาลำมารับพลเมืองของตน แม้แต่บริษัทเอกชนบางแห่งก็เสนอไปที่รัฐบาลจีนเช่นกัน

เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ เพราะจีนอาจจะไม่ยอมปล่อยให้ใครออกมาจากอู่ฮั่นง่ายๆ แม้จะเป็นพลเมืองชาติอื่น เพราะหากมีผู้ติดเชื้อออกมาจากเมืองแล้วลุกลามไปยังที่อื่นๆ จีนในฐานะพลเมืองโลกก็จะลำบากไปด้วยเช่นกัน

การควบคุมการระบาดไม่ให้ขยายวงกว้างก็จะล้มเหลวไป!

ดังนั้น เรื่องนี้จึงต้องเป็นระดับนายกรัฐมนตรีที่ต้องออกมาชี้แจง เช่น กรณีของญี่ปุ่น นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะเพิ่งจะแถลงด้วยตัวเองว่า รัฐบาลญี่ปุ่นกำลังหารือกับทางการจีนเพื่อขอส่งเครื่องบินเช่าเหมาลำไปรับพลเมืองญี่ปุ่นราว 700 คน ออกมาจากอู่ฮั่น

ในส่วนของสหรัฐ กระทรวงการต่างประเทศมีแถลงการณ์ว่า กำลังดำเนินการอพยพเจ้าหน้าที่และประชาชนชาวอเมริกันออกมาจากอู่ฮั่นแล้วแวะที่ซานฟรานซิสโก แต่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐเตือนว่า มีพื้นที่จำกัดสำหรับประชาชนทั่วไป ซึ่งหมายความว่า เจ้าหน้าที่จะมาก่อน ในส่วนประชาชนใครมาช้าอาจจะต้องติดแหงกอยู่ในอู่ฮั่นต่อไป

จะเห้นว่าแม้แต่สหรัฐยังเห็นว่าเป็นเรื่องยากในการอพยพประชาชนออกมา ดังนั้นเรื่องนี้จึงต้องเตรียมการแต่เนิ่นๆ จะช้าไม่ได้ เพราะกระบวนการซับซ้อน ทรัพยากรจำกัด และล่าสุด รัฐบาลจีนยอมรับแล้วว่า การระบาดรวดเร็วกว่าที่คาด

ดีไม่ดีอาจจะต้องอพยพประชาชนจากเมืองอื่นด้วยซ้ำ!

มาดูที่ฝรั่งเศส มีแผนการที่จะอพยพประชาชนจากมณฑลหูเป่ยด้วยรถบัส แต่เรื่องนี้ก็ไม่ง่ายเพราะหูเป่ยถูกปิดเส้นทางแล้ว ไหนจะต้องเสียเวลาตรวจสอบการติดเชื้อหรือแม้แต่การกักตัวเมื่อถึงจุดหมาย

กรณีที่ชัดเจนคือ บริษัท PSA ค่ายรถยนต์ของฝรั่งเศสเจ้าของเปอโยต์และซีตรองกล่าวในแถลงการณ์จะอพยพพนักงาน 38 คน แต่เมื่อออกจากอู่ฮั่นแล้วทั้งหมดถูกกักกันตัวในเมืองฉางซาซึ่งอยู่ห่างจากอู่ฮั่นประมาณ 300 กิโลเมตรก่อนที่จะได้รับอนุญาตให้กลับสู่ประเทศต้นกำเนิด

รัสเซียนั้นคุยกับทางการจีนตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม ว่าจะอพยพประชาชนจากอู่ฮั่นและมณฑลหูเป่ย แต่ตอนนี้ยังไม่มีความคืบหน้า

สรุปก็คือ สหรัฐ ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส และรัสเซียหารือกับฝ่ายจีนแล้วว่าจะอพยพคนของตนออกมา แต่อาจเป็นเพราะสถานการณ์ซับซ้อน จึงยังไม่มีประเทศไหนที่สามารถดำเนินการตามแผนได้

ในตอนนี้ เริ่มมีเสียงสะท้อนจากคนไทยในอู่ฮั่นแล้วว่าคงจะทนสถานการณ์ไม่ไหว และขอร้องให้รัฐบาลรับตัวกลับไป เรื่องนี้กระทรวงการต่างประเทศจัดประชุมหารือในวันนี้แล้ว

แต่ผู้เขียนคิดว่ารัฐบาลขยับตัวเรื่องนี้ช้าเกินไป ช้าจนสถานการณ์ซับซ้อนและรุนแรงเกินกว่าที่จีนจะปล่อยให้มีการอพยพคนออกมาจากเมืองได้ง่ายๆ แม้คนไทยจะมีแค่ราว 50 คนในอู่ฮั่นก็ตาม ขนาดประเทศมหาอำนาจยังรอแล้วรออีกกว่าจีนจะยอมให้อพยพ

ถึงอพยพออกมาได้ก็จะต้องถูกกักตัวเอาไว้ที่ใดที่หนึ่ง ไม่ในจีนก็ต้องในไทย

อย่างไรก็ตาม หากออกมาจากอู่ฮั่นได้พี่น้องคนไทยอาจรู้สึกอุ่นใจขึ้น ไม่ต้องทนอยู่ในภาวะสิ้นหวัง เงียบเหงา และหวาดกลัว โดยเฉพาะความขาดแคลนที่เกิดจากการปิดเมืองและกักตุนอาหาร

แต่ขอเตือนว่า หากสถานการณ์ร้ายแรงกว่านี้ เราอาจจะต้องเตรียมพร้อมกับการอพยพคนไทยจากเมืองอื่นๆ เช่นกัน และที่สำคัญรัฐบาลจะต้องทำงานรวดเร็วกว่านี้

และที่สำคัญ (กว่านั้นอีก) รัฐบาลควรจะเลิกมองโลกในแง่ดีในสถานการณ์เลวร้าย เพราะหน้าที่ของรัฐบาลคือการตั้งสมมติฐานที่เลวร้ายที่สุดเพื่อป้องกันไม่ให้มันเกิดขึ้นจริง

บทวิเคราะห์โดย กรกิจ ดิษฐาน

ผู้นำตุรกีเคียงข้างประชาชน แบกโลงศพผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/612878

  • วันที่ 26 ม.ค. 2563 เวลา 15:57 น.

ผู้นำตุรกีเคียงข้างประชาชน แบกโลงศพผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหว

ประธานาธิบ เรเจป ไตยิป แอร์โดอัน แห่งตุรกีร่วมแบกหีบศพของของเหยื่อผู้เสียชีวิต 2 คนจากเหตุแผ่นดินไหวความรุนแรง 6.8 แมกนิจูด ที่เมืองเอลาซิก ทางตะวันออกประเทศตุรกี

แอร์โดอัน กล่าวว่า เขาติดตามปฏิบัติการกู้ภัยอย่างใกล้ชิดและบอกว่า “เราอยู่เคียงข้างประเทศของเรา และสถาบันของทั้งหลายของประเทศเรา”

ล่าสุด มีผู้เสียชีวิต 31 ราย บาดเจ็บอีก 1,600 ราย ทั้งยังเกิดอาฟเตอร์ช็อคติดตามมาถึง 700 ครั้ง มีอาคารได้รับความเสียหาย 645 แห่ง พังทลายลงมา 76 แห่ง สำนักงานภัยพิบัติและภาวะฉุกเฉินของตุรกี AFAD แนะนำไม่ให้ประชาชนกลับไปยังบ้านเรือนของตน เพราะเสี่ยงที่อาคารที่เสียหายจะพังถล่มลงมาอีก

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความสูญเสียและความเสียหาย เจ้าหน้าที่กู้ภัยสามารถช่วยชีวิตผู้ที่ติดอยู่ในซากอาคารออกมาได้ 5 คนแล้ว

รวมภาพความเสียหายที่ตุรกี

Photo by BULENT KILIC / AFP

Photo by BULENT KILIC / AFP

Photo by STR / MEZOPOTAMYA AGENCY / AFP

Photo by BULENT KILIC / AFP

สาวจีนขอโทษกินค้างคาวที่แปซิฟิก ไม่รู้ว่าเป็นพาหะนำโรคร้ายแรงได้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/612863

  • วันที่ 26 ม.ค. 2563 เวลา 14:19 น.

สาวจีนขอโทษกินค้างคาวที่แปซิฟิก ไม่รู้ว่าเป็นพาหะนำโรคร้ายแรงได้

วังเมิ่งหยุน พิธีกรออนไลน์ชาวจีนขอโทษที่ทำให้เข้าใจผิดหลังจากมีคลิปของเธอรับประทานค้างคาวแพร่ในโลกโซเชียล จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักทั้งในประเทศจีนและต่างประเทศ

สำนักข่าว South China Morning Post และ sina.com รายงานว่า วังเมิ่งหยุนเขียนในไมโครบล็อกของเธอว่า เธอไม่ทราบว่าค้างคาวอาจเป็นพาหะของไวรัสตอนที่เธอกินมันและทำคลิปวิดีโอ โพสต์ไว้เมื่อปี 2560

“ระหว่างการถ่ายทำ (ฉัน) ไม่รู้ว่ามันมีไวรัสชนิดนี้ ฉันเพิ่งรู้เมื่อไม่นานมานี้เอง” เธอบอก “ฉันไม่รู้ว่าค้างคาวเป็นแหล่งกักเก็บไวรัสอันดับต้น ๆ … ฉันไม่ได้ตรวจสอบข้อมูลหรืออธิบายอันตรายของมัน”

เธอกล่าวว่าวิดีโอนี้ถ่ายทำที่ปาเลาซึ่งเป็นหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกเมื่อประมาณ 3 ปีที่แล้วเมื่อเธอและทีมของเธอถ่ายทำรายการท่องเที่ยวและลองชิมอาหารท้องถิ่นรวมถึงซุปค้างคาว

ตอนนั้นเธอบอกว่า “ค้างคาวมีรสชาติสดใหม่มาก เหมือนเนื้อไก่”

ในเวลาต่อมาคลิปนี้ถูกลบออกไป แต่ชาวเน็ตจีนกลับนำมาโพสต์ใหม่ หลังเกิดการระบาดของไวรัสอู่ฮั่น ซึ่งเชื่อว่าต้นเหตุของไวรัสอาจมาจากการกินเนื้อสัตว์ป่า

sina.com สื่อและโซเชียลเน็ตเวิร์กยักษ์ใหญ่ของจีนรายงานว่า เมื่อวันที่ 23 มกราคม สือเจิ้งลี่ หนึ่งในคณะทำงานของสถาบันไวรัสวิทยาแห่งอู่ฮั่น เปิดเผยผลวิจัยล่าสุดพบว่า ไวรัสอู่ฮั่นมีความเหมือนกับโคโรนาไวรัสของค้างคาวในระดับจีโนมถึง 96% ซึ่งหมายความว่ามีโอกาสสูงที่ไวรัสอู่ฮั่นน่าจะมาจากค้างคาว