สภาคองเกรสจ่อโหวตจำกัดอำนาจ “ทรัมป์” ใช้ปฏิบัติการทางทหาร #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/610955

  • วันที่ 06 ม.ค. 2563 เวลา 20:43 น.

สภาคองเกรสจ่อโหวตจำกัดอำนาจ "ทรัมป์" ใช้ปฏิบัติการทางทหาร

สภาสหรัฐเตรียมลงคะแนนเสียงจำกัดอำนาจของ “ทรัมป์” ในการใช้ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน ประธานสภาผู้แทนราษฎรชี้ทำให้ชาวอเมริกันตกอยู่ในอันตราย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ได้เปิดเผยว่าสภาผู้แทนราษฎรจะลงคะแนนเสียงในสัปดาห์นี้ต่อญัตติจำกัดอำนาจของ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐในการใช้ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน

รายงานข่าวระบุว่า สมาชิกพรรคเดโมแครตต่างแสดงความไม่พอใจต่อการที่ นายทรัมป์ไม่ได้แจ้งต่อรัฐสภา และไม่ได้ขออนุมัติก่อนที่จะใช้ปฎิบัติการทางทหารโจมตีจนทำให้นายพลกัสซิม โซเลมานี ผู้บัญชาการกองกำลัง Quds Force ของอิหร่าน และนายอาบู มาห์ดี อัล-มูฮันดิส รองผู้นำกองกำลังฮาชด์ชาบี ของอิรัก เสียชีวิต

ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ระบุว่า มาตรการยั่วยุของรัฐบาลประธานาธิบดีทรัมป์ได้ทำให้เจ้าหน้าที่สหรัฐ, นักการทูต และชาวอเมริกันตกอยู่ในอันตราย

“ในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาคองเกรส ความรับผิดชอบอย่างแรกของเราคือการทำให้ชาวอเมริกันมีความปลอดภัย และเนื่องจากสาเหตุนี้ เราจึงมีความกังวลต่อการดำเนินการของรัฐบาลโดยไม่มีการปรึกษาหารือกับสภาคองเกรส และไม่มีความเคารพต่ออำนาจในการประกาศสงครามของสภาคองเกรสตามที่ได้ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ” นางเพโลซีกล่าว

อย่างไรก็ตามแม้จะมีการคาดการณ์กันว่าญัตติจำกัดอำนาจของประธานาธิบดีทรัมป์ในการใช้ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านจะผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ แต่ก็จะเผชิญความไม่แน่นอนในวุฒิสภา ซึ่งพรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมาก

ภาพ เอเอฟพี

ทำไมสหรัฐกับอิหร่านทะเลาะกันแล้วน้ำมันบ้านเราแพง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/610953

  • วันที่ 06 ม.ค. 2563 เวลา 20:15 น.

ทำไมสหรัฐกับอิหร่านทะเลาะกันแล้วน้ำมันบ้านเราแพง

ทันทีที่ทางการสหรัฐประกาศว่าได้ปลิดชีพ กัสซิม โซเลมานี ผู้บัญชาการหน่วยรบพิเศษกองกำลังกุดส์ ที่ทรงอิทธิพลอันดับ 2 ของอิหร่าน ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ก็ทะยานขึ้นมาถึง 3.6% เนื่องจากนักลงทุนมองว่าความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับอิหร่านถึงจุดแตกหักรุนแรงแล้ว

นักวิเคราะห์เตือนว่าไม่ว่าอิหร่านจะตอบโต้สหรัฐอย่างไร ก็ล้วนส่งผลกระทบกับการลำเลียงน้ำมันที่ขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางผ่านของเรือบรรทุกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่คึกคักที่สุด

ช่องแคบฮอร์มุซ ถือเป็นช่องแคบที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ระหว่างอ่าวเปอร์เซียและอ่าวโอมาน ยาว 154 กิโลเมตร ส่วนที่แคบที่สุดกว้าง 34 กิโลเมตร อยู่ติดกับประเทศโอมาน อิหร่าน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

ช่องแคบฮอร์มุซเป็นทางขนส่งน้ำมันจากตะวันออกกลางออกไปยังมหาสมุทรอินเดีย จากข้อมูลของสำนักงานบริหารสารสนเทศพลังงานสหรัฐ (EIA) เมื่อปี 2018 มีการขนส่งน้ำมันผ่านเส้นทางนี้ราว 21 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือ 1 ใน 5 ของน้ำมันที่บริโภคทั่วโลก

น้ำมันเหล่านี้ 76% ถูกส่งมายังเอเชีย โดยมีจีน อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้เป็นจุดหมายหลักๆ

ช่องแคบฮอร์มุซเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญถึงขนาดที่อดีตผู้นำอิหร่านขนานนามว่าเป็น “เส้นเลือดใหญ่ของเศรษฐกิจโลก”

ดังนั้นการโจมตีเรือขนส่งน้ำมันไม่ว่าเรือลำนั้นๆ จะมีจุดหมายปลายทางที่ไหนจะส่งผลกระทบกับราคาน้ำมันไปทั้งโลก เนื่องจากน้ำมันเป็นสินค้าที่ซื้อขายกันทั่วโลก หากปริมาณน้ำมันจากแถบอ่าวเปอร์เซียลดลง จะดันให้ราคาน้ำมันจากแหล่งอื่นของโลกสูงขึ้นทันที

ตัวอย่างเมื่อเร็วๆ นี้คือ หลังจากอิหร่านโจมตีเรือขนส่งน้ำมันสัญชาติอังกฤษเมื่อช่วงกลางปีที่แล้ว ราคาน้ำมันดิบเบรนท์จากทะเลเหนือก็ทะยานขึ้นทันที 2 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล

วอร์เรน แพทเทอร์สัน หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ด้านสินค้าโภคภัณฑ์ของ ING มองว่าการตอบโต้วิธีนี้จะทำให้ราคาน้ำมันดีดตัวขึ้นช่วงสั้นๆ แต่ก็มีผลกับเศรษฐกิจโลก

นอกจากนี้ กลุ่มกบฏฮูษีที่อิหร่านหนุนหลังยังลงมือโจมตีคลังน้ำมันของซาอุดีอาระเบียเมื่อปลายปีที่แล้ว ทำให้ปริมาณน้ำมันจากซาอุดีอาระเบียหายไปถึงวันละ 5.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน ผลที่ตามมาคือ ราคาน้ำมันทะยานขึ้น

แล้วมีเส้นทางขนส่งน้ำมันอื่นไหม

คำตอบคือมี แต่ช่องแคบฮอร์มุซเป็นช่องทางขนส่งน้ำมันปริมาณมหาศาลได้ดีที่สุด และยังเป็นช่องทางทางทะเลเพียงหนึ่งเดียว

ซาอุดีอาระเบียมีท่อส่งน้ำมันเชื่อมต่อกับทะเลแดง มีศักยภาพลำเลียงน้ำมันวันละ 5 ล้านบาร์เรลต่อวัน ท่อส่งน้ำมันในกรุงอาบูดาบีของสหรัฐอาหรับเอมเรตส์ลำเลียงได้ 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน และยังมีท่อส่งน้ำมันจากอิรักไปยังทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

ทว่าทั้งหมดนี้ยังเทียบไม่ได้กับศักยภาพของช่องแคบฮอร์มุซ

แล้วอิหร่านจะปิดช่องแคบฮอร์มุซเพื่อเอาคืนสหรัฐได้หรือไม่

อนุสัญญาว่าด้วยกฎหมายทางทะเลขององค์การสหประชาชาติกำหนดว่ารัฐที่มีอาณาเขตติดกับทะเลมีอำนาจอธิปไตยเหนือทะเลอาณาเขตที่วัดออกไปจากเส้นฐานชายฝั่ง 12 ไมล์ทะเล หรือราว 22 กิโลเมตร (ทำให้เส้นทางเดินเรือในส่วนที่แคบที่สุดของช่องแคบฮอร์มุซที่กว้างเลนละ 3 กิโลเมตรอยู่ทั้งในน่านน้ำของอิหร่านและโอมาน)

แต่อนุสัญญาดังกล่าวยังอนุญาตให้เรือ รวมทั้งเรือรบ มีสิทธิในการเดินเรือผ่านทะเลอาณาเขตได้ตามหลัก Right to Innocent Passage

ดังนั้น แม้อิหร่านจะมีอำนาจอธิปไตยเหนือทะเลอาณาเขตในช่องแคบฮอร์มุซ แต่ก็ยังต้องเคารพหลัก Right to Innocent Passage ด้วย

หรือหากอิหร่านยังดึงดันจะปิดน่านน้ำจริงๆ ก็มีการวิเคราะห์ว่าอิหร่านจะไม่เพียงทำลายเศรษฐกิจของประเทศเพื่อนบ้านที่ส่งออกน้ำมันและประเทศที่นำเข้าน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียเท่านั้น แต่เศรษฐกิจของอิหร่านเองจะได้รับผลกระทบตามไปด้วย

และอาจถูกสหรัฐและประเทศเพื่อนบ้านที่ไม่ค่อยถูกกันรุมกินโต๊ะเสียเอง

ทรัมป์เข้าข่ายก่ออาชญากรรมสงคราม หากสั่งโจมตีแหล่งวัฒนธรรมอิหร่าน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/610949

  • วันที่ 06 ม.ค. 2563 เวลา 18:48 น.

ทรัมป์เข้าข่ายก่ออาชญากรรมสงคราม หากสั่งโจมตีแหล่งวัฒนธรรมอิหร่าน

อิหร่านถือเป็นอู่อารยธรรมสำคัญแห่งหนึ่งของโลก หากทรัมป์สั่งโจมตีแหล่งวัฒนธรรมอิหร่านตามที่ขู่ จะเข้าข่ายก่ออาชญากรรมสงครามไม่ต่างกับนาซี

ท่ามกลางสถานการณ์อันน่ากังวลในตะวันออกกลางขณะนี้ ระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน จากการที่สหรัฐเปิดปฏิบัติการสังหารนายพล กัสซิม โซเลมานี ผบ.หน่วยรบพิเศษและผู้ทรงอิทธิพลของอิหร่าน

ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ทวีตข้อความหนึ่งที่ระบุถึงการขู่ว่า หากอิหร่านแก้แค้นให้กับนายพลโซเล มานี ด้วยการมุ่งเป้าโจมตีทหารหรือพลเรือนอเมริกัน … สหรัฐพร้อมตอบโต้เป้าหมายสำคัญของอิหร่านใน 52 แห่ง ซึ่งหนึ่งในเป้าหมายเหล่านั้น รวมถึงแหล่งทางวัฒนธรรมที่สำคัญของอิหร่านด้วย

อนึ่งจำนวนเป้าหมาย 52 แห่ง ทรัมป์บอกว่าแทนจำนวนพลเมืองอเมริกัน 52 คนที่อิหร่านเคยจับเป็นตัวประกันเมื่อหลายปีก่อน ซึ่งมองได้ว่า ทรัมป์พยายามใช้แนวคิดชาตินิยม ปลุกความฮึกเหิมและแรงสนับสนุนจากชาวอเมริกัน

ไม่เพียงแค่ข้อความผ่านทวิตเตอร์เท่านั้น ต่อมาทรัมป์ได้ย้ำกับผู้สื่อข่าวด้วยว่า สหรัฐต้องการที่จะโจมตีแหล่งวัฒนธรรมของอิหร่าน เนื่องจากอิหร่านได้คร่าชีวิตชาวสหรัฐไปหลายราย

“พวกเขากล้าจุดชนวนระเบิดคร่าชีวิตผู้คนบนถน แล้วเราจะไม่สามารถแตะต้องแหล่งวัฒนธรรมของพวกเขาได้เลยหรือ” ทรัมป์ระบุ

Golestan Palace

ภายหลัง นายไมค์ ปอมเปโอ รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์ผ่านสำนักข่าว CNN โดยเลี่ยงการตอบว่าสหรัฐอเมริกามุ่งเป้าโจมตีแหล่งวัฒนธรรมอิหร่านตามที่ทรัมป์ทวีตข้อความไว้จริงหรือไม่ โดยรมว.ต่างประเทศสหรัฐระบุเพียงว่า

“เราจะปกป้องผลประโยชน์ของสหรัฐอย่างกล้าหาญ และเราจะทำในลักษณะที่สอดคล้องกับหลักนิติธรร เรามักทำเช่นนั้นเสมอ .. ข้อความทวิตของประธานาธิบดีทรัมป์ไม่ได้เบี่ยงเบนจากประเด็นเหล่านี้เลยแม้แต่น้อย”

 

Shah Mosque (Isfahan)

เมื่อนายปอมเปโอถูกถามว่า “เป้าแหล่งวัฒนธรรมสำคัญเหล่านี้ เป็นเพียงเป้าหมายในเชิงทฤษฎีหรือไม่?” รมว.ปอมเปโอตอบว่า “เรากำลังทำสิ่งที่ถูกต้อง และหลายสิ่งสอดคล้องกับกฎหมายของสหรัฐฯ”

Sheikh Safi al-Din Khanegah and Shrine Ensemble

อิหร่านถือเป็นหนึ่งในอู่อารยธรรมสำคัญของโลก ไม่ต่างจากจีนหรืออินเดีย สามารถนับย้อนไปได้ไกลกว่ายุคเปอร์เซีย อิหร่านมีแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมที่ถูกขึ้นทะเบียนโดยองค์การยูเนสโกมากถึง 22 แห่ง

หากย้อนกลับไปในปี 2012 เหตุการณ์ที่กลุ่มอัลกออิดะห์ ใช้ปืนใหญ่ยิงทำลายศาสนสถานในเมืองทิมบักตู (Timbuktu) ของประเทศมาลี จนได้รับความเสียหาย จนต่อมาศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) ได้สร้างประวัติศาสตร์ตัดสินลงโทษจำคุก 9 ปี นาย Ahmad al-Faqi al-Mahdi กับพวกโทษฐานก่ออาชญากรรมสงคราม ซึ่งนับเป็นคดีอาญาแรกที่ ICC ตัดสินลงโทษในความผิดทำลายแหล่งมรดกทางวัฒนธรรม

Jameh Mosque of Isfahan

หรือแม้แต่ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ฝ่ายพันธมิตรได้จัดตั้งคณะทำงานด้านการรวบรวมและรักษางานศิลปะ ซึ่งมีทั้งฝ่ายทหารและผู้เชี่ยวชาญงานศิลป์ภายใต้ชื่อ Monuments, Fine Arts, and Archives program มุ่งพิทักษ์รักษางานศิลปะหลายแขนงไม่ให้ถูกทำลายด้วยฝีมือนาซีหรือได้รับผลกระทบจากสงคราม

ปี 2017 คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติได้มีมติ ประณามการทำลายมรดกทางวัฒนธรรมอย่างผิดกฎหมายรวมถึงการทำลายสถานที่ทางศาสนา อันเป็นผลเนื่องจากการบุุกทำลายสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมของกลุ่มไอซิส ในซีเรียและอิรักระหว่างปี 2014-2015

 

Sheikh Safi al-Din Khanegah and Shrine Ensemble

ตามกฎหมายระหว่างประเทศหลายฉบับ ระบุไว้อย่างชัดเจนถึงความผิดต่อมนุษยชาติหากใช้ปฏิบัติการทางทหารมุ่งโจมตีมรดกทางวัฒนธรรม ยกตัวอย่างเช่น อนุสัญญากรุงเฮกในปี 1954 ที่สหรัฐฯเป็นร่วมเป็นภาคีด้วย ระบุอย่างชัดเจนแล้วถึง ห้ามหน่วยทหารใดก็ตาม ทำลายหรือทำสงครามโดยตรงกับทรัพย์สินทางวัฒนธรรม

Oona Hathaway ศาสตราจารย์ด้านกฎหมายระหว่างประเทศจากมหาวิทยาลัยเยล และเคยเป็นหนึ่งในเจ้าหน้าที่ระดับสูงฝ่ายกฎหมายด้านความมั่นคงในกระทรวงกลาโหมสหรัฐ เตือนทรัมป์ว่า หากทรัมป์หมายจะโจมตีแหล่งวัฒนธรรมสำคัญของอิหร่านตามที่ขู่ ถือเป็นการก่ออาชญากรรมสงครามอย่างชัดเจน

Shah Mosque (Isfahan)

ยังมีรายงานด้วยว่าบรรดาเจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐหลายฝ่ายแสดงความคิดเห็นคัดค้านกันเป็นวงกว้าง หลังการทวิตข้อความมุ่งเป้าโจมตีอิหร่านใน 52 แห่งของทรัมป์

นอกจากนี้ในโลกโซเชียลยังมีการติด #IranianCulturalSites พร้อมโพสต์รูปสถานที่สำคัญทางวัฒนธรรมของอิหร่านว่าหลายแห่งสวยงามและทรงคุณค่าต่อมนุษยชาติเกินประเมินได้

Photo : WikiCommon

ควันพิษไฟป่าออสเตรเลียจ่อกระทบไกลถึงอเมริกาใต้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/610932

  • วันที่ 06 ม.ค. 2563 เวลา 15:36 น.

ควันพิษไฟป่าออสเตรเลียจ่อกระทบไกลถึงอเมริกาใต้

ภาพดาวเทียมเผย กลุ่มควันขนาดใหญ่จากวิกฤตไฟป่าออสเตรเลีย กำลังลอยไกลถึง 12,000 กิโลเมตรข้ามแปซิฟิกไปอเมริกาใต้

องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐ หรือนาซา ได้เผยภาพของกลุ่มควันขนาดใหญ่ที่เกิดจากวิกฤตไฟป่าบริเวณตะวันออกเฉียงใต้ของออสเตรเลีย กำลังพัดลอยมุ่งหน้าไปยังทวีปอเมริกาใต้ ซึ่งคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศของหลายประเทศในบริเวณดังกล่าวภายในช่วงสัปดาห์นี้

นาซาระบุว่า สถานการณ์ไฟป่าที่กำลังเผาผลาญในหลายพื้นที่ของออสเตรเลียอยู่ในขณะนี้ ได้สร้างกลุ่มควันขนาดใหญ่ลอยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศจนสามารถมองเห็นได้จากนอกโลก โดยกลุ่มควันพิษนี้ประเมินว่ามีขนาดใหญ่กว่าพื้นที่ของสหรัฐอเมริกาทั้งประเทศ

 

ข้อมูลจากภาพถ่ายจากดาวเทียม SuomiNPP ตั้งแต่ช่วงวันขึ้นปีใหม่ แสดงให้เห็นกลุ่มควันจับตัวกันเป็นก้อนขนาดมหึมา โดยจากแบบจำลอแบบจำลอง GEOS-5 พบว่าควันกำลังถูกกระแสลมพัดพาออกจากออสเตรเลีย มุ่งหน้าไปทางนิวซีแลนด์ จากนั้นคาดว่ากลุ่มควันจะทยอยส่งผลกระทบไกลถึงแถบอเมริกาใต้ในสัปดาห์นี้หรืออาจเร็วกว่านั้น

 

ก่อนหน้านี้มีรายงานว่าในเมืองใหญ่ของประเทศอย่าง นครเมลเบิร์น รัฐวิคตอเรีย นครซิดนีย์ รัฐนิวเซาท์เวลส์ และกรุงแคนเบอร์รา เผชิญกับควันพิษจากไฟป่าปกคลุมเมือง จนส่งผลให้คุณภาพอากาศในเมืองย่ำแย่ติดอันดับโลก

 

Photo : AFP / Copernicus EMS; Sentinel 2/ESA

เผยภาพจากดาวเทียม วิกฤตไฟป่าครั้งประวัติศาสตร์ออสเตรเลีย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/610927

  • วันที่ 06 ม.ค. 2563 เวลา 15:13 น.

เผยภาพจากดาวเทียม วิกฤตไฟป่าครั้งประวัติศาสตร์ออสเตรเลีย

เผยภาพถ่ายจากดาวเทียมที่เผยให้เห็นความรุนแรงของวิกฤตไฟป่าครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของออสเตรเลีย

Maxar Technologies บริษัท ด้านเทคโนโลยีอวกาศซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ใน สหรัฐอเมริกา ได้เผยแพร่ภาพถ่ายดาวเทียมบริเวณที่มีไฟไหม้ป่า ทางทิศตะวันออกของเมือง ออร์บอสท์ ประเทศอออสเตรเลีย โดยได้บันทึกภาพเอาไว้เมื่อวันที่ 4 ม.ค. 63

ภาพได้เผยให้เห็นความรุนแรงของเปลวเพลิงและอาณาบริเวณที่ถูกไฟป่าทำลายล้าง รวมทั้งกลุ่มควันจำนวนมากที่ลอยปกคลุมพื้นที่

ขณะที่ สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น ได้เผยแพร่ภาพดาวเทียมที่บันทึกเมื่อวันที่ 3 ม.ค.63 ที่เผยให้เห็นกลุ่มควันจากไฟป่าทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ

“ออสเตรเลีย” จ่อเผชิญภาวะ “นมขาดแคลน” หลังปศุสัตว์ตายจากไฟป่าจำนวนมาก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/610924

  • วันที่ 06 ม.ค. 2563 เวลา 14:53 น.

"ออสเตรเลีย" จ่อเผชิญภาวะ "นมขาดแคลน" หลังปศุสัตว์ตายจากไฟป่าจำนวนมาก

ทางการออสเตรเลียเตือนประชาชนอาจเผชิญภาวะผลิตภัณฑ์นมขาดแคลน หลังจากที่ไฟป่าได้คร่าชีวิตปศุสัตว์ไปเป็นจำนวนมาก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทางการออสเตรเลียได้เตือนว่า ผลิตภัณฑ์นมของออสเตรเลียอาจเผชิญกับภาวะขาดแคลน เนื่องจากอุตสาหกรรมการผลิตนมได้รับผลกระทบจากวิกฤตไฟป่าครั้งใหญ่ ซึ่งคร่าชีวิตปศุสัตว์จำนวนมาก

กระทรวงอุตสาหกรรมขั้นปฐมภูมิของออสเตรเลีย (DPI) ประมาณการเบื้องต้นว่า ปศุสัตว์กว่า 3,900 ตัวในรัฐนิวเซาท์เวลส์ล้มตายจากเหตุไฟป่าไปแล้วในขณะนี้

รายงานระบุว่า ปศุสัตว์ได้ล้มตายลงเป็นจำนวนมากนับตั้งแต่ช่วงวันคริสมาสต์ เนื่องจากไฟลุกลามเข้าไปยังฟาร์มแกะและฟาร์มโคนมทางตอนใต้ของรัฐนิวเซาท์เวลส์

แคเรน โรเบิร์ต เจ้าหน้าที่ฝ่ายควบคุมอุบัติเหตุของรัฐ เปิดเผยว่า การที่สามารถเข้าถึงพื้นที่ไฟป่าได้อย่างจำกัด และการที่ไม่มีไฟฟ้าหรือโทรศัพท์ใช้ในพื้นที่ดังกล่าว ทำให้ต้องใช้เวลาอีกสักระยะในการประเมินความเสียหายทั้งหมด

“ตัวเลขของปศุสัตว์ที่ล้มตายจากไฟป่าในนิวเซาท์เวลว์ตะวันออกเฉียงใต้นั้น อยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูง โดยมีรายงานแล้วว่าขณะนี้มีปศุสัตว์ล้มตายราว 2,800 ตัว”เจ้าหน้าที่ระบุ

ทั้งนี้ ออสเตรเลียได้ส่งออกผลิตภัณฑ์นม อาทิ นม ชีส และนมผงสำหรับเด็กไปยังหลายประเทศทั่วโลก

นายโรเบิร์ต มิลเลอร์ เกษตรกรชาวออสเตรเลีย กล่าวว่า ปริมาณนมสดอาจปรับตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ หลังจากได้รับผลกระทบจากวิกฤตครั้งนี้

“เกษตรกรโคนมในนิวเซาท์เวลส์ได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก เราขาดแคลนนม และสถานการณ์ก็ดูจะเลวร้ายลงเรื่อยๆ” นายมิลเลอร์กล่าว

ภาพ เอเอฟพี

นายกฟินแลนด์เตรียมชงนโยบายทำงานสัปดาห์ 4 วัน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/610922

  • วันที่ 06 ม.ค. 2563 เวลา 14:42 น.

นายกฟินแลนด์เตรียมชงนโยบายทำงานสัปดาห์ 4 วัน

นายกหญิงฟินแลนด์เสนอนโยบายลดชั่วโมงการทำงานเหลือ 6 ชั่วโมงต่อวัน สัปดาห์ละ 4 วัน

ซันนา มาริน (Sanna Marin) นายกรัฐมนตรีหญิงที่อายุน้อยที่สุดของของฟินแลนด์ ด้วยวัย 34 ปี ผู้ที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 10 ธันวาคมที่ผ่านมา ได้เตรียมประกาศนโยบายให้มีการปฏิรูปชั่วโมงการทำงานใหม่ เพื่อประชาชนใช้เวลากับครอบครัวมากขึ้น

“ดิฉันเชื่อว่าผู้คนควรใช้เวลากับครอบครัว คนที่รัก งานอดิเรก หรือด้านอื่นที่ให้คุณค่ากับชีวิตอย่างวัฒนธรรมให้มากขึ้น ” นางมารินระบุ “สิ่งเหล่านี้ถือเป็นขั้นแรกก่อนการมีชีวิตการทำงานที่ดี”

รายงานระบุว่า รัฐบาลของเธอเตรียมจะเสนอให้ยืดหยุ่นเวลาการทำงานจากปัจจุบันที่ ฟินแลนด์ทำงานสัปดาห์ละ 5 วัน วันละ 8 ชั่วโมง เหลือทำงานสัปดาห์ละ 4 วัน วันละ 6 ชั่วโมง

ก่อนหน้าที่เธอจะขึ้นมารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เธอเคยเป็นรัฐมนตรีคมนาคมมาก่อน โดยช่วงที่เธอเป็นรมว.คมนาคมนั้น เธอเคยได้ใช้วิธีลดการทำงานในกระทรวงลงเพื่อเพิ่มศักยภาพของเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานมาแล้ว

นางมารินยังเผยอีกว่า เป็นเรื่องสำคัญที่ชาวฟินแลนด์ต้องทำงานน้อยลง .. สิ่งนี้ไม่ใช่สไตล์การบริหารประเทศแบบเฟมินิสต์ แต่เป็นการช่วยผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้มีชีวิตดีขึ้น

สำหรับประเทศเพื่อนบ้านในแถบสแกนดิเนเวียอย่าง สวีเดน ได้ใช้นโยบายปรับลดชั่วโมงการทำงานมาตั้งแต่ปี 2015 แล้ว ซึ่งผลวิจัยพบว่าพนักงานในสวีเดนมีความสุขมากขึ้น มีรายได้เพิ่มขึ้น และงานมีสิทธิภาพสูงขึ้นเช่นกัน

อิหร่านเล็งระดมค่าหัวทรัมป์ 2,400 ล้านบาท พร้อมปลดล็อกขีดจำกัดเดินหน้านิวเคลียร์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/610913

  • วันที่ 06 ม.ค. 2563 เวลา 13:21 น.

อิหร่านเล็งระดมค่าหัวทรัมป์ 2,400 ล้านบาท พร้อมปลดล็อกขีดจำกัดเดินหน้านิวเคลียร์

อิหร่านไม่สนข้อตกลงนิวเคลียร์ปลดล็อกทุกขีดจำกัดพัฒนายูเรเนียม จีนลั่นพร้อมจับมืออิหร่านป้องสันติภาพในตะวันออกกลาง

รัฐบาลอิหร่านออกแถลงการณ์เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยระบุว่าอิหร่านจะไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงในปี 2015 ที่อิหร่านเคยตกลงไว้กับชาติมหาอำนาจ ซึ่งบังคับให้อิหร่านจำกัดการเสริมสมรรถนะนิวเคลียร์ พร้อมประกาศเดินหน้าเต็มที่ในการเสริมสมรรถนะแร่ยูเรเนียมเพื่อพัฒนาศักยภาพขีปนาวุธนิวเคลียร์แบบไร้ขีดจำกัด

แถลงการณ์นี้เทียบเท่ากับการยุติข้อตกลงนิวเคลียร์ไปโดยปริยาย ซึ่งข้อตกลงดังกล่าวรัฐบาลทรัมป์ได้ประกาศถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์ตั้งแต่ต้นปี 2019 แล้ว อย่างไรก็ดี อิหร่านยังคงยืนยันว่าจะให้ความร่วมมือกับสำนักพลังงานปรมาณูสากล หรือ IAEA ซึ่งเป็นหน่วยงานของยูเอ็นต่อไป

ขณะเดียวกันมีรายงานว่าระหว่างพิธีศพของนายพลโซเลมานีนั้น ได้มีจากสื่อท้องถิ่นว่า สมาชิกสภาอิหร่านรายหนึ่งได้เรียกร้องในระหว่างพิธีให้ชาวอิหร่านร่วมกันบริจาคเงินคนละ 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อให้ได้ครบ 80 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 2,400 ล้านบาท สำหรับใช้เป็นค่าหัวสำหรับผู้ใดก็ตามที่สามารถปลิดชีพประธานาธิบดีทรัมป์ได้

สถาการณ์ในตะวันออกกลางกำลังเป็นที่จับตามองของทั่วโลก โดยจีนได้เป็นประเทศล่าสุดที่ออกมาแสดงจุดยืนในเรื่องนี้ โดยสำนักข่าวซินหัวของจีนรายงานว่า นายหวังอี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน ได้เผยหลังการหารือทางโทรศัพท์กับนาย Mohammad Javad Zarif. รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านเมื่อวันที่ 3 ม.ค. ที่ผ่านมาว่า จีนพร้อมเข้าไปมีบทบาทการรักษาสันติภาพในตะวันออกกลาง และอ่าวเปอร์เซีย

การนี้ นายหวังอี้ได้ประนามการกระทำของสหรัฐว่า เป็นอันตราย และละเมิดหลักการพื้นฐานของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่จะส่งผลให้สถานการณ์ในตะวันออกกลางรุนแรงมากขึ้น รายงานของซินหัวยังระบุด้วยว่า ก่อนหน้านี้อิหร่านได้ส่งจดหมายไปยังสหประชาชาติ เพื่อเรียกร้องให้จีนมีบทบาทในการป้องกันไม่ให้เกิดความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

สภาอิรักลงมติ ไล่ทัพสหรัฐพ้นประเทศ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/610893

  • วันที่ 06 ม.ค. 2563 เวลา 10:52 น.

สภาอิรักลงมติ ไล่ทัพสหรัฐพ้นประเทศ

ชาวอิหร่านนับล้านร่วมงานศพ”โซเลมานี” ขณะที่สภาอิรักโหวตขับทหารอเมริกัน 5,200 คน ออกจากประเทศ

เย็นของวันที่ 5 ม.ค.ที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น สภาผู้แทนราษฎรอิรักได้พิจารณาญัตติเร่งด่วนกรณีพิเศษ โดยมีมติเรียกร้องให้รัฐบาล ขับไล่ทหารอเมริกันในอิรักซึ่งมีอยู่ราว 5,200 นายออกจากประเทศ อันเป็นผลสืบเนื่องจากการใช้โดรนโจมตีทางอากาศสังหารนายพลกัสซิม โซเลมานี ผู้นำระดับสูงของอิหร่าน

รายงานระบุว่า ส.ส.อิรัก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นมุสลิมชีอะห์ซึ่งมีสัมพันธ์ใกล้ชิดกับอิหร่าน ได้ผ่านญัตติให้รัฐบาลยกเลิกข้อตกลงความร่วมมือกับสหรัฐและพันธมิตรที่ตั้งกองกำลังความมั่นคงในอิรัก

ตอนหนึ่งในคำแถลงของสภาอิรักระบุว่า “รัฐบาลอิรักต้องยุติการแทรกแซงของกำลังต่างชาติบนแผ่นดินอิรัก และห้ามกองทัพของต่างประเทศใช้น่านฟ้า น่านน้ำ และแผ่นดินของอิรักเพื่อปฏิบัติการทางทหารในทุกกรณี … ปฏิบัติการสังหารนายพลโซเลมานีนับเป็นการละเมิดอธิปไตยของอิรักอย่างรับไม่ได้”

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวยังไม่ชัดเจนว่า นายกรัฐมนตรี อะเดล อับดุล เมห์ดี จะดำเนินการต่อไปอย่างไร เนื่องจากมีข้อกำหนดว่าต้องให้เวลาเตรียมการหนึ่งปี หากว่ามีการถอนทหาร รวมถึงต้องคำนึงถึงผลกระทบหากไม่มีทหารอเมริกันในอิรัก

ด้านนายไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวว่าคงเป็นการยากที่จะเกิดการถอนทหารสหรัฐฯในอิรักในทันที

ความเคลื่อนไหวนี้นับว่าเป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปี ที่อิรักต้องการให้ถอนทัพอเมริกันออกจากประเทศ ซึ่งครั้งหนึ่งในปี 2007 เคยมีทหารอเมริกันในอิรักมากถึง 170,000 นาย

ด้านอิรักซึ่งยังอยู่ในช่วงไว้อาลัยพลเอกโซเลมานี ได้มีประชาชนนับแสนคน เข้าร่วมพิธีลำเลียงศพของนายพลโซเลมานี ซึ่งเดินทางกลับมาถึงอิหร่านแฃ้ง ไปตามถนนสายหลักใจกลางเมืองอาห์วาซ โดยสื่อของอิหร่านให้ข่าวว่ามีประชาชนกว่าล้านคนเข้าร่วมในพิธี ก่อนที่ในวันนี้ (6 ม.ค.) จะมีการเคลื่อนศพไปยังกรุงเตหะราน เพื่อประกอบพิธีทางศาสนาครั้งใหญ่ อีกทั้งรัฐบาลได้ประกาศให้วันจันทร์นี้เป็นวันหยุดกรณีพิเศษเพื่อไว้อาลัยนายพลที่คนทั้งประเทศยกย่องเยี่ยงฮีโร่ผู้นี้

Citiponics Farm ฟาร์มผักยุคใหม่ใช้พื้นที่น้อย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/610877

  • วันที่ 05 ม.ค. 2563 เวลา 20:00 น.

Citiponics Farm ฟาร์มผักยุคใหม่ใช้พื้นที่น้อย

สิงคโปร์มีพื้นที่น้อยแต่ใช้คุ้ม ดาดฟ้า 1,800 ตร.ม. ปลูกผักได้เดือนละ 4 ตัน

แม้สิงคโปร์จะเป็นประเทศเล็กๆ มีทรัพยากรคือดินและน้ำอยู่อย่างจำกัด แต่ชาวสิงคโปร์กลับหันมาให้ความสนใจกับการปลูกผักรับประทานกันเองมากขึ้น

โดยมีโครงการสนับสนุนการปลูกผักทั่วประเทศจากรัฐบาลมาตั้งแต่ปี 2005 จนถึงปัจจุบันมีชุมชนต่างๆ รวมตัวกันปลูกผักแล้วไม่ต่ำกว่า 1,000 กลุ่ม

สวนผักเหล่านี้จึงกลายเป็นความหวังของชาวสิงคโปร์ที่จะผลิตอาหารปลอดสารพิษรับประทานกันเอง ไม่ต้องพึ่งพาการนำเข้าจากแถบประเทศเพื่อนบ้าน

จากวันนั้นถึงวันนี้ผ่านไปราว 15 ปี สวนผักเหล่านั้นได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพิ่มผลผลิตและลดพื้นที่เพาะปลูก รวมทั้งลดการใช้น้ำซึ่งเป็นทรัพยากรอันมีค่าของประเทศเพื่อนบ้านเราแห่งนี้

ที่สำคัญคือจากแปลงผักในชุมชนชานเมืองก็เริ่มขยับเข้าสู่ใจกลางเมืองจนกลายเป็น urban farming หรือการทำฟาร์มผักในเมือง เพื่อลดการขนส่ง

ถือเป็นการลดการใช้พลังงาน ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และเหนืออื่นใดคือ เกษตรกรบางรายเริ่มหันมาใช้พื้นที่ดาดฟ้าของอาคารจอดรถเป็นฟาร์มผักกันมากขึ้น

หนึ่งในนั้นคือ Citiponics Farm ที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ 1,800 ตร.ม. ของดาดฟ้าอาคารจอดรถในย่านอังมอเกียว หนึ่งในย่านที่มีประชากรหนาแน่นของสิงคโปร์ ฟาร์มดาดฟ้าแห่งผลิตผักใบเขียวได้ราว 4 ตันต่อเดือน เพียงพอเลี้ยงคนประมาณ 1,600 คน

ฟาร์มคนเมืองแห่งนี้ใช้พื้นที่ที่มีอยู่อย่างจำกัดด้วยการสร้างแปลงผักแนวตั้งสูงประมาณ 1.8 ม. โดยใช้ระบบพิเศษที่เรียกว่า Aqua Organic System (ระบบน้ำออร์แกนิค)

ที่ฐานของแต่ละแปลงจะมีแท็งก์ใส่น้ำสารอาหารของพืชเพื่อปั๊มส่งขึ้นไปตามท่อที่เชื่อมต่อกัน แล้วปล่อยให้น้ำไหลลงมายังท่อใส่ผักที่เรียงซิกแซกสลับกันทั้ง 7 ชั้น โดยน้ำสารอาหารที่เหลือก็ยังนำกลับมาใช้ซ้ำอีก จนแทบจะไม่มีการทิ้งของเสียใดๆ ให้เป็นภาระของโลก

ทั้งยังปลอดภัยสำหรับทั้งคนปลูกและคนกินเนื่องจากไม่มียาฆ่าแมลงเลย

ระบบ Aqua Organic System ถูกคิดค้นและพัฒนาโดย เตียวฮวาก็อก เจ้าของ Citiponics Farm วัย 58 ปี ที่อยู่ในวงการที่เกี่ยวข้องกับการทำการเกษตรมายาวนาน

แต่เขาไม่ได้เริ่มจากการเป็นเกษตรกร เตียวฮวาก็อก เป็นชาวมาเลย์ที่ย้ายมาอยู่ที่สิงคโปร์เมื่อ 33 ปีที่แล้วเพื่อทำงานในบริษัทขายยาฆ่าแมลง 6 ปี

จากนั้นก็ลาออกมาเปิดร้านขายส่วนประกอบที่ใช้ผลิตยาฆ่าแมลงของตัวเอง

แต่ยิ่งได้เห็นการใช้ยาฆ่าแมลงแบบผิดๆ ของเกษตรกรหลายๆ ครั้ง ก็ทำให้เขาตัดสินใจหันมาทำฟาร์มออร์แกนิคทันที เพราะรู้สึกไม่สบายใจที่สินค้าที่ตัวเองขายส่งผลกระทบกับสุขภาพผู้บริโภค

ปี 2001 เตียวฮวาก็อก ลงทุนกลับไปปลูกผักผักออร์แกนิคที่มาเลเซีย แต่สุดท้ายก็ต้องยอมแพ้ในอีก 2 ปีต่อมา เนื่องจากตอนนั้นผู้บริโภคยังไม่พร้อมจ่ายแพงกว่าเพื่อซื้อผักปลอดสารพิษ

จนเมื่อ 11 ปีที่แล้ว เตียวฮวาก็อก ตัดสินใจลองปลูกผักออร์แกนิคอีกครั้ง

ครั้งนี้เขากลับมาในจังหวะเวลาที่ผู้บริโภคหันมาใส่ใจกับการเลือกรับประทานผักปลอดสารพิษกันในวงกว้าง

จนปัจจุบันนี้ระบบ Aqua Organic System ดังไปไกลถึงมาเลเซียและจีนแล้ว

เตียวฮวาก็อก พูดคุยให้ความรู้กับเด็กๆ

นอกจากนี้ ฟาร์มดาดฟ้าแห่งนี้ยังเอื้อเฟื้อต่อชุมชนรอบข้าง โดยการจ้างงานให้ผู้สูงอายุเข้าไปทำงานในแปลงผัก

และยังเปิดรับนักศึกษาเข้ามาฝึกงานหรือทำงานอาสาสมัครเพื่อบ่มเพาะทักษะการทำฟาร์มคนเมืองและปลูกฝังความสนใจด้านเทคโนโลยีสีเขียวให้กับคนรุ่นใหม่

นับเป็นการพลิกโฉมการทำการเกษตรผ่านการบริหารจัดการทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ และน่าจะเป็นแบบอย่างให้คนกรุงอย่างเราๆ โดยเฉพาะชาวคอนโดที่มีพื้นที่จำกัดลุกขึ้นมาปลูกผักกินกันเองบ้าง

ภาพ : http://www.citiponics.com