ประเทศต่างๆ ควรเก็บภาษีนิติบุคคลขั้นต่ำเพื่อหลีกเลี่ยงการสูญเสียรายได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/686040

วันที่ 21 มิ.ย. 2565 เวลา 10:55 น.

ประเทศต่างๆ ควรเก็บภาษีนิติบุคคลขั้นต่ำเพื่อหลีกเลี่ยงการสูญเสียรายได้

นี่คือข้อเสนอแนะที่เกี่ยวกับ “อัตราภาษีนิติบุคคลขั้นต่ำทั่วโลก” ซึ่ริเริ่มไปเมื่อไม่นานมานี้

สำนักข่าวรอยเตอร์- เจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า เมื่อบางประเทศเริ่มบังคับใช้ภาษีขั้นต่ำทั่วโลกสำหรับบริษัทข้ามชาติ ประเทศอื่นๆ ที่มีอัตราภาษีนิติบุคคลต่ำกว่าจะต้องปฏิบัติตามหรือเสี่ยงต่อการสูญเสียรายได้จากภาษี

“เมื่อบางประเทศเลือกใช้ (ภาษีนิติบุคคลขั้นต่ำ) และบังคับใช้ภาษีเหล่านี้ ก็จะเริ่มมี (ประเทศต่างๆ) มากขึ้นเรื่อยๆ ที่เห็นว่าพวกเขาสนใจที่จะเข้าร่วม” เยลเลนกล่าวในการหารือกับรัฐมนตรีกระทรวงการคลังของแคนาดา คริสเชีย ฟรีแลนด์ ในเมืองโตรอนโต

ทั้งนี้ มี 136 ประเทศตกลงข้อตกลงระดับโลกเกี่ยวกับภาษีนิติบุคคลขั้นต่ำในเดือนตุลาคม 2564 เพื่อให้แน่ใจว่าบริษัทขนาดใหญ่จ่ายอัตราภาษีขั้นต่ำที่ 15% และทำให้ยากขึ้นสำหรับบริษัทเหล่านี้ที่จะหลีกเลี่ยงการเก็บภาษี แต่มาตรการภาษีดังกล่าวยังไม่ได้ดำเนินการที่ไหนเลย

ทั้งนี้ “อัตราภาษีนิติบุคคลขั้นต่ำทั่วโลก” (Global minimum corporate tax rate) เป็นอัตราภาษีขั้นต่ำสำหรับรายได้นิติบุคคลที่ตกลงและยอมรับในระดับสากลโดยเขตอำนาจศาลแต่ละแห่ง แต่ละประเทศจะมีสิทธิ์ได้รับส่วนแบ่งรายได้ที่เกิดจากภาษี เป้าหมายคือเพื่อลดการแข่งขันด้านภาษีระหว่างประเทศและกีดกันบรรษัทข้ามชาติ (MNC) จากการเปลี่ยนแปลงผลกำไรเพื่อบรรลุการหลีกเลี่ยงภาษี

เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2564 มี 136 ประเทศตกลงตามแผนขององค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) เพื่อใช้อัตราภาษีขั้นต่ำทั่วโลก 15% โดยเริ่มในปี 2566 โดย 4 ประเทศยังไม่ได้ลงทะเบียน (เคนยา ไนจีเรีย ปากีสถาน และศรีลังกา)

หากประเทศที่มีภาษีนิติบุคคลขั้นต่ำต่ำกว่า 15% ตัดสินใจที่จะไม่ทำอะไรเลย พวกเขาอาจสูญเสียสิทธิ์ในการเก็บภาษี สิทธิการเก็บภาษีจากรายได้ที่เกิดขึ้นในท้องถิ่นเหล่านี้อาจไปประเทศอื่น ตัวอย่างเช่น หากบรรษัทข้ามชาติตั้งอยู่ในเขตอำนาจศาลภาษีต่ำซึ่งไม่ได้ใช้มาตรการที่เกี่ยวข้อง ภาษีที่ถูกทบมาจะถูกคำนวณโดยบริษัทโฮลดิ้งคนกลางรายถัดไปในห่วงโซ่ความเป็นเจ้าของ ในกรณีนี้ เขตอำนาจศาลภาษีต่ำจะสูญเสียรายได้จากภาษีซึ่งมีสิทธิในการจัดเก็บภาษีเบื้องต้น

ทุบสถิติ! นักข่าวรัสเซียขายเหรียญโนเบลสันติภาพช่วยเด็กยูเครนจากสงคราม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/686039

วันที่ 21 มิ.ย. 2565 เวลา 10:34 น.

ทุบสถิติ! นักข่าวรัสเซียขายเหรียญโนเบลสันติภาพช่วยเด็กยูเครนจากสงคราม

การเปิดประมูลเหรียญรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพของนักข่าวรัสเซียเพื่อช่วยเด็กยูเครนที่เดือดร้อนเพราะสงครามได้ราคาทุบสถิติ

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า ดมิทรีมูราตอฟ เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพปี 2021 และบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ Novaya Gazeta สื่ออิสระรายใหญ่เจ้าสุดท้ายของรัสเซีย นำเหรียญรางวัลออกประมูล โดยทำราคาสูงทุบสถิติที่ 103.5 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 3,660,432,750 บาท เพื่อช่วยเหลือเด็กๆ ที่ต้องพลัดถิ่นพราะสงครามในยูเครน

Heritage Auctions ซึ่งเป็นผู้จัดประมูลในนิวยอร์กเผยว่า เงินที่ได้จากการประมูลทั้งหมดจะมอบให้กับองค์การยูนิเซฟเพื่อการดำเนินการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมต่อเด็กๆ ยูเครนที่พลัดถิ่นเพราะสงคราม

“เหรียญรางวัลนี้ไม่เหมือนการประมูลอื่นๆ ที่จะนำเสนอ” Heritage Auctions ระบุไว้ในแถลงการณ์ก่อนการประมูล “มูราตอฟอนุญาตให้เรานำเหรียญรางวัลของเขาออกประมูล ด้วยความสนับสนุนอย่างเต็มเปี่ยมของทีมงานของเขาที่ Novaya Gazeta ไม่ใช่เพื่อเป็นของสะสม แต่เพื่อเป็นเหตุการณ์สำคัญที่เขาหวังว่าจะส่งผลดีต่อชีวิตของผู้อพยพชาวยูเครนหลายล้านคน”

จากการรายงานของสื่อในสหรัฐ การประมูลเหรียญรางวัลโนเบลของมูราตอฟทุบสถิติราคาของเหรียญรางวัลโนเบลที่เคยนำออกมาประมูลก่อนหน้านี้ทั้งหมด โดยยอดประมูลสูงสุดครั้งก่อนทำได้ไม่ถึง 5 ล้านเหรียญสหรัฐ

ทั้งนี้ มูราตอฟร่วมก่อตั้งหนังสือพิมพ์ Novaya Gazeta เมื่อปี 1991 เป็นหนังสือพิมพ์ที่วิพากษ์วิจารณ์ประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูตินและรัฐบาลอย่างรุนแรงและเพิ่งยุติการดำเนินการในรัสเซียเมื่อเดือน มี.ค. หลังรัฐบาลเตือนเรื่องการรายงานข่าวสงครามในยูเครน

มูราตอฟได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพร่วมกับ มาเรีย เรสซา นักข่าวของฟิลิปปินส์ เมื่อปี 2021 จากสิ่งที่คณะกรรมการระบุว่าเป็น “ความพยายามของพวกเขาในการปกป้องเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ซึ่งเป็นเงื่อนไขเบื้องต้นสำหรับประชาธิปไตยและสันติภาพที่ยั่งยืน”

Photo by Michael M. Santiago / GETTY IMAGES NORTH AMERICA / Getty Images via AFP

มื้อกลางวันสุดเอ็กซ์คลูซีฟกับ ‘วอร์เรน บัฟเฟตต์’ ปิดประมูลที่ 19 ล้านดอลลาร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/685993

วันที่ 20 มิ.ย. 2565 เวลา 17:00 น.

มื้อกลางวันสุดเอ็กซ์คลูซีฟกับ 'วอร์เรน บัฟเฟตต์' ปิดประมูลที่ 19 ล้านดอลลาร์

Power Lunch with Warren Buffett ปีสุดท้ายปิดประมูลไปด้วยราคาทุบสถิติ

วันที่ 20 มิ.ย. CNN รายงานว่าผู้ประมูลที่ไม่เปิดเผยตัวตนทุ่มเงินกว่า 19 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 670 ล้านบาท เพื่อร่วมโต๊ะทานสเต็ก เป็นมื้อกลางวันสุดเอ็กซ์คลูซีฟกับวอร์เรน บัฟเฟตต์ อภิมหาเศรษฐีนักลงทุนในตำนาน

การประมูล Power Lunch with Warren Buffett มื้อกลางวันอันทรงพลังกับ วอร์เรน บัฟเฟตต์ ครั้งล่าสุดนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 21 ด้วยความร่วมมือของ eBay และ Glide Foundation องค์กรไม่แสวงผลกำไรในซานฟรานซิสโกที่ทำงานเพื่อต่อสู้กับปัญหาความยากจน ความหิวโหย และคนเร่ร่อน

การประมูลเริ่มต้นที่ 25,000 เหรียญสหรัฐเมื่อวันที่ 12 มิ.ย. และจบลงที่ 19,000,100 จากผู้เสนอราคาที่ไม่ระบุชื่อเมื่อวันที่ 18 มิ.ย. ซึ่งมากกว่าผู้ชนะการประมูลในปี 2019 กว่า 4 เท่า โดยขณะนั้นปิดประมูลไปที่ 4,567,888 เหรียญสหรัฐ

โดยผู้ชนะการประมูลจะได้เพลิดเพลินกับการรับประทานอาหารกลางวันแบบส่วนตัวกับบัฟเฟตต์ ที่ร้านสเต็ก Smith & Wollensky ในนิวยอร์กซิตี้

สำหรับใครที่อยากมีประสบการสุดเอ็กซ์คลูซีฟแบบนี้ต้องขอแสดงความเสียใจเพราะ Power Lunch with Warren Buffett ประจำปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว โดยได้ระดมทุนจากการประมูลรวมทั้งสิ้นกว่า 53 ล้านเหรียญสหรัฐเพื่อมอบให้แก่มูลนิธิ Glide

“ในนามของ Glide ดิฉันขอขอบคุณบัฟเฟตต์สำหรับความเอื้ออาทร หุ้นส่วน และความทุ่มเทที่แน่วแน่ของเขา และสำหรับผลงานอันน่าทึ่งของเขาในภารกิจของเรา” คาเรน ฮานราฮาน ประธานและซีอีโอของมูลนิธิ Glide

ทั้งนี้ การประมูลริเริ่มขึ้นโดยซูซี่ บัฟเฟตต์ ในปี 2000 และตั้งแต่ปี 2003 เป็นต้นมา eBay เป็นผู้จัดการประมูล

“เราภูมิใจอย่างยิ่งที่ Power Lunch มื้อสุดท้ายสามารถระดมทุนได้ทำลายสถิติทุกปีที่ผ่านมา โดยรายได้ทั้งหมดจะนำไปสนับสนุนความพยายามของ Glide ในการสร้างเส้นทางเพื่อออกจากวิกฤตและเปลี่ยนชีวิตผู้คน” เจมี่ เอียนโนเน่ ซีอีโอ eBay กล่าว

Photo by REUTERS/Rick Wilking/File Photo

รัสเซียลั่นพร้อมตอบโต้ ลิทัวเนียแบนสินค้าขนส่งเข้าดินแดนรัสเซีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/686001

วันที่ 20 มิ.ย. 2565 เวลา 18:00 น.

รัสเซียลั่นพร้อมตอบโต้ ลิทัวเนียแบนสินค้าขนส่งเข้าดินแดนรัสเซีย

รัฐบาลรัสเซียเคลื่อนไหวหลังลิทัวเนียห้ามขนส่งสินค้าบางอย่างไปยังภูมิภาคคาลินินกราดของรัสเซีย

เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. รอยเตอร์สรายงานว่ารัฐบาลรัสเซียเคลื่อนไหวหลังลิทัวเนียห้ามขนส่งสินค้าบางอย่าง อาทิ ถ่านหิน โลหะ วัสดุก่อสร้างและเทคโนโลยีขั้นสูง ไปยังภูมิภาคคาลินินกราดของรัสเซีย โดยกล่าวว่าเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนและให้คำมั่นว่ารัสเซียจะตอบโต้การกระทำดังกล่าวของลิทัวเนีย

ดิมิทรี เปสคอฟ โฆษกรัฐบาลรัสเซียกล่าวว่า “การตัดสินใจครั้งนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนจริงๆ นี่เป็นการละเมิดทุกสิ่ง เราถือว่าเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย สถานการณ์นี้รุนแรงกว่าปกติ เราต้องใช้เวลาวิเคราะห์อย่างลึกซึ้งและจริงจังเพื่อตอบสนอง”

ขณะที่ทางการคาลินินกราดประเมินว่าคำสั่งแบนของลิทัวเนียอาจส่งผลกระทบถึงครึ่งหนึ่งของสินค้าทั้งหมดที่นำเข้ามาในภูมิภาคคาลินินกราดโดยรถไฟ

เมื่อเดือนที่แล้วมีรายงานว่ารัสเซียระงับการส่งกระแสไฟฟ้าให้แก่ลิทัวเนีย หลังจากที่กระทรวงพลังงานของลิทัวเนียประกาศว่าจะยุติการซื้อกระแสไฟฟ้าจากรัสเซีย และหันไปซื้อจากสวีเดน โปแลนด์ และลัตเวียแทน

นอกจากนี้ลิทัวเนียยังเป็นประเทศแรกในยุโรปที่ประกาศตัดขาดก๊าซธรรมชาติจากรัสเซีย

Photo by REUTERS/Evgenia Novozhenina/File Photo

เยอรมนีหันกลับไปพึ่งถ่านหิน หลังรัสเซียลดส่งก๊าซธรรมชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/685986

วันที่ 20 มิ.ย. 2565 เวลา 15:25 น.

เยอรมนีหันกลับไปพึ่งถ่านหิน หลังรัสเซียลดส่งก๊าซธรรมชาติ

เยอรมนีหันพึ่งถ่านหินผลิตไฟฟ้า ยอมรับเป็นเรื่องที่ขมขื่นแต่จำเป็น

CNN รายงานว่าโรเบิร์ต ฮาเบ็ค รัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจของเยอรมนี ประกาศว่าเยอรมนีต้องลดการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียในการผลิตไฟฟ้า และหันกลับไปใช้ถ่านหินเหมือนเดิมเป็นการชั่วคราว แม้ว่าจะก่อมลพิษมากกว่าแต่เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในช่วงฤดูหนาว หลังจากที่รัฐบาลตั้งเป้าที่จะเลิกใช้พลังงานจากถ่านหินภายในปี 2030

ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการตัดอุปทานจากรัสเซียซึ่งอาจทำให้เยอรมนีประสบปัญหาขาดแคลนไฟฟ้าในช่วงฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึง โดยความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่รัสเซียลดการส่งออกก๊าซผ่านท่อนอร์ดสตรีม 1 ที่ส่งไปยังยุโรปซึ่งทำให้ราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้นอีก โดยรัสเซียให้เหตุผลว่าเกิดปัญหาทางเทคนิคที่ต้องซ่อมแซม แต่เยอรมนีเชื่อว่าเป็นเรื่องการเมืองมากกว่า

“นี่เป็นสถานการณ์ร้ายแรง ดังนั้นเราจึงต้องใช้มาตรการเพิ่มเติมเพื่อลดการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติ มิเช่นนั้นสถานการณ์จะตึงเครียดมากในช่วงฤดูหนาว” ฮาเบ็คกล่าว

ทั้งนี้ เยอรมนีพึ่งพาก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียในปริมาณมากโดยช่วงก่อนที่จะเกิดสงครามในยูเครนเยอมนีนำเข้าก๊าซจากรัสเซียคิดเป็นสัดส่วน 55% แต่ตอนนี้ลดลงมาได้เหลือ 35%

ฮาเบ็คกล่าวต่อว่า “สถานการณ์ในตลาดก๊าซเลวร้ายลงในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ราคาก๊าซที่สูงขึ้นคือกลยุทธ์ของปูตินที่จะทำให้เราปั่นป่วน เราจะไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้น เรากำลังโต้กลับอย่างเด็ดขาด แม่นยำ และรอบคอบ”

“เป็นเรื่องที่ขมขื่น แต่ในสถานการณ์เช่นนี้มันค่อนข้างจำเป็นเพื่อลดการใช้ก๊าซ”

Photo by REUTERS/Wolfgang Rattay/File Photo

อีลอน มัสก์ ตั้งคำถาม TikTok ทำลายอารยธรรมหรือไม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/685976

วันที่ 20 มิ.ย. 2565 เวลา 12:00 น.

อีลอน มัสก์ ตั้งคำถาม TikTok ทำลายอารยธรรมหรือไม่

มหาเศรษฐีเบอร์หนึ่งของโลกตั้งคำถามถึงโซเชียลมีเดียยอดฮิตอย่าง TikTok

ความคิดเห็นของอีลอน มัสก์ กลายเป็นไวรัลหลายครั้งเมื่อเขาออกมาพูดถึงแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียยอดนิยมต่างๆ โดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็น Twitter บริษัทที่เขาจะได้ครอบครองในไม่ช้านี้ แต่มัสก์ก็เคยวิพากษ์วิจารณ์แพลตฟอร์มอื่นๆ ด้วยเช่นกัน โดยก่อนหน้านี้มัสก์กล่าวว่า Youtube เป็น “โฆษณาหลอกลวงที่ไม่หยุดนิ่ง”

LADbible รายงานว่าอีลอน มัสก์ ตั้งคำถามบน Twitter เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. ว่าแอปพลิเคชันยอดฮิตอย่าง TikTok เป็นอันตรายต่อโลกหรือไม่ ซึ่งทวีตที่ตั้งคำถามถึงผลกระทบด้านลบของ TikTok ต่อสังคมกลายเป็นไวรัลในทันที โดยขณะนี้มียอดรีทวีตแล้วกว่า 3 หมื่นครั้ง

“TikTok กำลังทำลายอารยธรรมหรือไม่? บางคนคิดเช่นนั้น หรือบางทีอาจเป็นเรื่องทั่วไปของโซเชียลมีเดีย” มัสก์ทวีต

Or perhaps social media in general— Elon Musk (@elonmusk) June 18, 2022

เจ้าพ่อเทคโนโลยีรายนี้ตั้งคำถามหลังจากที่ได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ของ Twitter เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. โดยได้มีการพูดถึง TikTok โซเชียลมีเดียที่นำเสนอคอนเทนต์เป็นวิดีโอสั้นๆ ซึ่งได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

“มันทำหน้าที่ได้ดีมากในการทำให้แน่ใจว่าคุณจะไม่เบื่อ” มัสก์กล่าวพร้อมชื่นชมนักพัฒนาของ TikTok และระบบอัลกอริทึม

มัสก์ใช้ TikTok เป็นตัวอย่่างขณะที่เขากำลังอธิบายให้พนักงานว่าเขาไม่ต้องการให้ Twitter เสนอเนื้อหาที่ “น่าเบื่อ” แก่ผู้ใช้ แต่มัสก์ก็แอบรู้สึกว่าคอนเทนต์แบบนี้เหมือนทำให้สมาธิสั้นอยู่เหมือนกัน

“ผมเห็นว่าบางวิดีโอก็ไม่เหมาะสม แต่มันก็ไม่น่าเบื่อ” มัสก์กล่าว

ทั้งนี้ มัสก์ยังได้เน้นย้ำถึงแนวคิดที่เขาต้องการให้ Twitter เป็นพื้นที่เสรีแห่งการพูด (free-speech) โดยกล่าวกับพนักงานว่า Twitter ควรอนุญาตให้ผู้คนพูดในสิ่งที่พวกเขาต้องการตราบใดที่ไม่ละเมิดกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม มัสก์ชี้แจงว่าเขาไม่ต้องการให้ผู้ใช้ “ถูกคุกคามหรือไม่สบายใจ” และเสรีภาพในการพูดนั้นไม่ได้หมายถึง “เสรีภาพในการเข้าถึง” ซึ่งหมายความว่าแพลตฟอร์มนี้อาจจำกัดการเข้าถึงทวีตที่เป็นอันตราย

Photo by REUTERS/Andrew Kelly/File Photo

อุตสาหกรรมคริปโตระส่ำระสาย เมื่อBitcoinsหล่นลงมาต่ำกว่า$20,000

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/685975

วันที่ 20 มิ.ย. 2565 เวลา 11:45 น.

อุตสาหกรรมคริปโตระส่ำระสาย เมื่อBitcoinsหล่นลงมาต่ำกว่า$20,000

อุตสาหกรรมสกุลเงินดิจิทัลต้องอยู่ในภาวะกระสับกระส่ายโดยเฉพาะในเช้าวันจันทร์ เนื่องจากนักลงทุนกลัวว่าจะเกิดการลุกลามของปัญหาจากผู้เล่นคริปโตรายใหญ่ จนอาจปลดปล่อยภาวะสั่นสะเทือนครั้งใหญ่หากไม่มีการควบคุม

สำนักข่าวรอยเตอร์ – Bitcoin ซึ่งสูญเสียไป 57% จนถึงปีนี้และ 37% ในเดือนนี้ลดลงต่ำกว่า 20,000 ดอลลาร์ในช่วงสุดสัปดาห์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2020 ระดับนี้มีนัยสำคัญเชิงสัญลักษณ์เนื่องจากมันมาถึงช่วงพีคของรอบวัฏจักรนับตั้งแต่ปี 2017 โดยประมาณ

การลดลงของราคาเกิดขึ้นจากความยุ่งยากของผู้เล่นในอุตสาหกรรมรายใหญ่หลายราย ในขณะที่การลดลงต่อไปอาจส่งผลกระทบเนื่องจากนักลงทุนคริปโตรายอื่นถูกบังคับให้ขายการถือครองของตนเพื่อให้เป็นไปตามหลักประกันและครอบคลุมการขาดทุน

Three Arrows Capital กองทุนป้องกันความเสี่ยงคริปโตกำลังสำรวจทางเลือกต่างๆ รวมถึงการขายสินทรัพย์และเงินช่วยเหลือจากบริษัทอื่น ผู้ก่อตั้งบอกกับ Wall Street Journal ในบทความที่ตีพิมพ์เมื่อวันศุกร์ ในวันเดียวกับที่ Babel Finance ผู้ให้กู้คริปโตในเอเชียกล่าวว่าจะระงับการถอนเงิน

บริษัท Celsius Network ในสหรัฐเมื่อต้นเดือนนี้กล่าวว่าจะระงับการถอนเงิน และปัญหาล่าสุดของอุตสาหกรรมหลายอย่างสามารถสืบย้อนไปถึงการล่มสลายของ TerraUSD ซึ่งเป็น Stablecoin ในเดือนพฤษภาคม

Bitcoin ขึ้นๆ ลงๆ ที่ระหว่างเหนือและต่ำกว่า 20,000 ดอลลาร์ในวันจันทร์ ในขณะที่ ether โทเค็นอันดับ 2 อยู่ที่ 1,075 ดอลลาร์ โดยลดลงต่ำกว่าระดับสัญลักษณ์ของตัวเองที่ 1,000 ดอลลาร์ในช่วงสุดสัปดาห์

“หากตลาดสูงขึ้น ทุกคนก็ถอนหายใจด้วยความโล่งใจ สิ่งต่างๆ จะได้รับการอัดฉีดทุนเข้ามาใหม่ ผู้คนจะระดมทุน และความเสี่ยงทั้งหมดก็จะกระจายไป แต่ถ้าเราลดต่ำลงมากจากที่นี่ ผมคิดว่ามันอาจจะเป็นพายุอึมครึม Adam Farthing หัวหน้าสำนักงานความเสี่ยง B2C2 ของญี่ปุ่นที่ผู้ให้บริการสภาพคล่องของคริปโต กล่าว

“มีการถอนเครดิตออกจากระบบเป็นจำนวนมาก และหากผู้ให้กู้ต้องรับผลขาดทุนจาก Celsius Network และ Three Arrows Capital พวกเขาจะลดขนาดของจำนวนเงินกู้ในอนาคต ซึ่งหมายความว่าจำนวนเครดิตทั้งหมดที่มีอยู่ในระบบนิเวศของคริปโตจะลดลงมาก”

Farthing กล่าวว่า “ผมรู้สึกเหมือนกับปี 2008 ในแง่ของผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากการล้มละลายและการชำระบัญชี”

ที่แน่นอนก็คือ ความเคลื่อนไหวของคริปโตนั้นใกล้เคียงกับการร่วงของหุ้น เนื่องจากหุ้นสหรัฐประสบปัญหาการลดลงในอัตราเปอร์เซนต์ช่วงรายสัปดาห์ที่ใหญ่ที่สุดในรอบสองปี เนื่องจากกลัวว่าอัตราดอกเบี้ยจะสูงขึ้นและแนวโน้มที่เศรษฐกิจถดถอยจะเพิ่มขึ้น

ราคา Bitcoin มีแนวโน้มที่จะเคลื่อนไหวในลักษณะใกล้เคียงกับสินทรัพย์เสี่ยงอื่น ๆ เช่นหุ้นเทคโนโลยี

คริปโตที่มีขนาดเล็กกว่านั้นได้รับผลกระทบหนักกว่าโทเค็นหลักๆ เนื่องจากนักลงทุนมองหาความปลอดภัยเปรียบเทียบของ Bitcoin และ Stablecoin ซึ่งมูลค่านั้นถูกตรึงไว้กับสินทรัพย์แบบดั้งเดิม ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นดอลลาร์สหรัฐ

มูลค่าตลาดรวมของตลาดคริปโตอยู่ที่ประมาณ 870,000 ล้านดอลลาร์ ตามเว็บไซต์ราคา Coinmarketcap ลดลงจากจุดสูงสุดที่ 2.9 ล้านล้านดอลลาร์ในเดือนพฤศจิกายน 2564

อย่างไรก็ตาม แม้แต่มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดของ Stablecoins ก็ลดลงในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ซึ่งบ่งชี้ว่านักลงทุนกำลังดึงเงินจากภาคส่วนโดยรวม

Tether ซึ่งเป็นเหรียญ Stablecoin ที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีมูลค่าตามราคาตลาดลดลงเหลือประมาณ 68,000 ล้านดอลลาร์ในวันจันทร์ จากที่มากกว่า 83,000 ล้านดอลลาร์ในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม

จีนประสบความสำเร็จในการทดสอบระบบสกัดกั้นขีปนาวุธ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/685970

วันที่ 20 มิ.ย. 2565 เวลา 10:40 น.

จีนประสบความสำเร็จในการทดสอบระบบสกัดกั้นขีปนาวุธ

กระทรวงกลาโหมจีนกล่าวว่าได้ดำเนินการทดสอบสกัดกั้นขีปนาวุธภาคพื้นดินที่ “บรรลุวัตถุประสงค์ที่คาดหวัง” โดยอธิบายว่าเป็นการป้องกันและไม่ได้มุ่งเป้าไปที่ประเทศใด

สำนักข่าวรอยเตอร์ – ประเทศจีนได้เพิ่มการวิจัยเกี่ยวกับขีปนาวุธทุกประเภท ตั้งแต่ระดับที่สามารถทำลายดาวเทียมในอวกาศไปจนถึงขีปนาวุธนำวิถีหัวรบนิวเคลียร์ขั้นสูง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการปรับปรุงแสนยานุภาพใหม่ที่ทะเยอทะยานภายใต้การบริหารของประธานาธิบดี สีจิ้นผิง

จีนเคยทดสอบเครื่องสกัดกั้นขีปนาวุธมาก่อน การประกาศการทดสอบต่อสาธารณะครั้งล่าสุดครั้งล่าสุดเกิดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564 และก่อนหน้านั้นในปี พ.ศ. 2561 สื่อของรัฐกล่าวว่าจีนได้ดำเนินการทดสอบระบบต่อต้านขีปนาวุธตั้งแต่อย่างน้อยปี พ.ศ. 2553

กระทรวงระบุในถ้อยแถลงสั้น ๆ เมื่อค่ำวันอาทิตย์ว่าได้ทำการทดสอบ “เทคโนโลยีสกัดกั้นขีปนาวุธกลางสนามภาคพื้นดิน” ในคืนนั้นแล้ว

“การทดสอบบรรลุเป้าหมายที่คาดไว้” กระทรวงกล่าว “การทดสอบนี้เป็นการป้องกันและไม่ได้มุ่งเป้าไปที่ประเทศใดเลย”

แต่กระทรวงไม่ได้ให้รายละเอียดอื่น ๆ

จีนและพันธมิตรรัสเซีย ได้แสดงท่าทีคัดค้านหลายครั้งต่อการนำระบบต่อต้านขีปนาวุธต่อต้านขีปนาวุธของสหรัฐฯ (THAAD) ของสหรัฐฯ ในเกาหลีใต้

จีนแย้งว่าเรดาร์ที่ทรงพลังของอุปกรณ์สามารถเจาะเข้าไปในอาณาเขตของตนได้ จีนและรัสเซียยังได้จำลองการฝึกซ้อมต่อต้านขีปนาวุธ

จีนได้ให้รายละเอียดเล็กน้อยเกี่ยวกับโครงการขีปนาวุธของตนเอง นอกเหนือจากถ้อยแถลงสั้นๆ เป็นครั้งคราวโดยกระทรวงกลาโหมหรือในสื่อของรัฐ

ในปี 2559 กระทรวงกลาโหมจีนยืนยันว่ากำลังดำเนินการทดสอบระบบต่อต้านขีปนาวุธหลังจากภาพปรากฏบนโทรทัศน์ของรัฐ

รัฐบาลปักกิ่งกล่าวว่าเทคโนโลยีดังกล่าวจำเป็นสำหรับการป้องกันประเทศและความมั่นคง

Photo – REUTERS/Thomas Peter/File Photo

รัสเซียมีแนวโน้มที่จะเพิ่มการโจมตีระหว่างที่ยูเครนรอเข้าร่วมสหภาพยุโรป

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/685964

วันที่ 20 มิ.ย. 2565 เวลา 10:04 น.

รัสเซียมีแนวโน้มที่จะเพิ่มการโจมตีระหว่างที่ยูเครนรอเข้าร่วมสหภาพยุโรป

ประธานาธิบดีของยูเครน โวโลดิมีร์ เซเลนสกีเผยว่า ประเทศของเขามีแนวโน้มที่จะถูกโจมตีมากขึ้นในระยะนี้

สำนักข่าวรอยเตอร์ – ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกีของยูเครนกล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่าเขาคาดว่ารัสเซียจะโจมตีประเทศของเขารุนแรงขึ้น ในขณะที่รัฐบาลเคียฟรอการตัดสินใจของสหภาพยุโรปในสัปดาห์นี้ในการให้สถานะประเทศแก่ยูเครนในฐานะผู้ขอสมัครเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรป

“เห็นได้ชัดว่าในสัปดาห์นี้ เราควรคาดหวังจากรัสเซียว่าจะมีกิจกรรมที่เป็นปฏิปักษ์รุนแรงขึ้นเพื่อให้เป็นเยี่ยงอย่าง” เซเลนสกีกล่าวในวิดีโอประจำวันของเขา

“และไม่เพียงแต่กับยูเครน แต่ยังรวมถึงประเทศอื่นๆ ในยุโรปด้วย เรากำลังเตรียมการ เราพร้อมแล้ว”

ยูเครนสมัครเข้าร่วมสหภาพยุโรป 4 วันหลังจากกองทหารรัสเซียหลั่งไหลข้ามพรมแดนในเดือนกุมภาพันธ์ คณะกรรมาธิการยุโรป ผู้บริหารของสหภาพยุโรป เสนอให้ยูเครนได้รับสถานะผู้สมัครเข้าร่วมกลุ่ม (candidate status) เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

ผู้นำของสหภาพ 27 ชาติจะพิจารณาข้อเสนอนี้ในการประชุมสุดยอดในวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ และคาดว่าจะรับรองคำขอของยูเครน แม้ว่าจะมีความกังวลจากบางประเทศสมาชิก กระบวนการนี้อาจใช้เวลาหลายปีกว่าจะเสร็จสมบูรณ์

การรับยูเครนเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มโดยสหภาพยุโรปจะขัดขวางหนึ่งในเป้าหมายของประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิมีร์ ปูตินที่ต้องการไม่ให้เพื่อนบ้านทางตอนใต้ของรัสเซียอยู่นอกเขตอิทธิพลของตะวันตก

ปูตินเมื่อวันศุกร์กล่าวว่ารัสเซีย”ไม่มีอะไรต่อต้าน” การเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปของยูเครน แต่โฆษกเครมลินกล่าวว่ารัสเซียติดตามการเสนอตัวของยูเครนอย่างใกล้ชิดโดยเฉพาะอย่างยิ่งในแง่ของความร่วมมือด้านการป้องกันที่เพิ่มขึ้นระหว่างประเทศสมาชิก

Photo – Ukrainian Presidential Press Service/Handout via REUTERS

ผู้ว่าFedแย้มจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยครั้งใหญ่ แต่ถ้าถึง100 จุดจะทำให้ตลาดตกใจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/685912

วันที่ 19 มิ.ย. 2565 เวลา 11:34 น.

ผู้ว่าFedแย้มจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยครั้งใหญ่ แต่ถ้าถึง100 จุดจะทำให้ตลาดตกใจ

มันยังไม่จบแค่ 0.75 หลังการขึ้นครั้งใหญ่ในรอบหลายสิบปี Fed แสดงท่าทีต้องปราบเงินเฟ้อด้วยกำปั้นเหล็ก

สำนักข่าวรอยเตอร์ – ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ต้องขยับอัตราดอกเบี้ย “มาก” เพื่อให้อยู่ในระดับที่ทำให้เงินเฟ้อคุมอยู่และอยู่ในขอบเขตที่จำกัดเงินเฟ้อได้ ทั้งนี้เพื่อลดอัตราเงินเฟ้อที่กำลังรุนแรง แต่การเพิ่มขึ้นทีละ 100 จุดจะทำให้ตลาดตกใจโดยไม่จำเป็นคริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ ผู้ว่าการเฟดกล่าวเมื่อวันเสาร์

“มันเหมือนกับว่า ผมคิดว่าตลาดจะมีอาการหัวใจวาย” วอลเลอร์กล่าวระหว่างการประชุมในดัลลัส ในทางกลับกัน เขาเสริมว่า เมื่อข้อมูลเงินเฟ้อแย่กว่าที่คาดไว้น้อยกว่าหนึ่งสัปดาห์ก่อนการประชุมนโยบาย 14-15 มิถุนายน Fed ก็มีสิทธิ์ที่จะละทิ้งคำแนะนำในการขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครึ่งเปอร์เซ็นต์และเปิดตัว ธุดงค์ที่ใหญ่กว่า

“ผมไม่ต้องการที่จะทำให้เกิดภาวะถดถอย … เป้าหมายของผมคือแค่การชะลอตัวของเศรษฐกิจ”

Photo – REUTERS/Dado Ruvic/Illustration