3 ระดับ จัดการมูลฝอยติดเชื้อช่วงโควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/651956

วันที่ 04 พ.ค. 2564 เวลา 10:33 น.

3 ระดับ จัดการมูลฝอยติดเชื้อช่วงโควิด-19กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ยกระดับการจัดการมูลฝอยติดเชื้อในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค โควิด-19 แบ่งการจัดการเป็น 3  ระดับ พร้อมเผยแนวโน้มปริมาณมูลฝอยติดเชื้อเพิ่มขึ้น แต่ในภาพรวมยังบริหารจัดการได้

นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ณ วันที่ 29 เมษายน 2564 มียอดผู้ป่วยสะสมอยู่ที่ 63,570 คน ส่งผลให้มีมูลฝอยติดเชื้อตั้งแต่มกราคม-เมษายน 2564 เพิ่มขึ้นจากเดิมร้อยละ 22.9 หรือเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 28.4 ตันต่อวัน โดยคาดการณ์แหล่งกำเนิดมูลฝอยติดเชื้อโควิดจากโรงพยาบาล 2.85 กิโลกรัมต่อเตียงต่อวัน โรงพยาบาลสนาม 1.82 กิโลกรัมต่อเตียงต่อวัน State Quarantine 1.32 กิโลกรัมต่อคนต่อวัน  และจากห้องปฏิบัติการ (Lab) 0.05 กิโลกรัมต่อตัวอย่าง

ได้มีข้อเสนอเพื่อเตรียมการรองรับการกำจัดมูลฝอยติดเชื้อโควิด-19 ในด้านการกำจัดมูลฝอยติดเชื้อ ซึ่งได้แบ่งเป็น 3 ระดับสถานการณ์ คือ 1) ระดับสถานการณ์ปกติ มีหน่วยงานรับกำจัดมูลฝอยติดเชื้อหลัก จำนวน 14 แห่ง สามารถกำจัดได้ 273.5 ตันต่อวัน และ Onsite Treatment จำนวน 27 แห่ง กำจัดได้ 27 ตันต่อวัน  2) ระดับสถานการณ์ระดับปานกลาง จัดการใช้ทรัพยากรที่มีศักยภาพเทียบเท่าเตาเผามูลฝอยติดเชื้อ โดยใช้เตาเผากากของเสีย กำจัดได้ 50 ตันต่อวัน และเตาเผาปูนซิเมนต์ และ 3) ระดับสถานการณ์รุนแรงใช้วิธีการจำกัดมูลฝอยติดเชื้อด้วยการทำลายเชื้อ และเผาในเตาเผามูลฝอยทั่วไป

นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าวต่อไปว่า แนวทางการจัดการมูลฝอยติดเชื้อในครัวเรือนหรือชุมชน กรณีพบผู้ติดเชื้อหรือกลุ่มเสี่ยง เพื่อลดการเกิดมูลฝอยติดเชื้อและลดการแพร่กระจายของเชื้อโควิด–19 นั้น หากในพื้นที่ระบบการเก็บขนมูลฝอยติดเชื้อไม่สามารถเข้าถึงได้ให้ใช้วิธีการ ดังนี้

1) เก็บรวบรวมและทำลายเชื้อ โดยใส่ถุงขยะ 2 ชั้น ถุงใบแรกที่บรรจุมูลฝอยติดเชื้อ ให้ราดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อหรือน้ำยาฟอกขาว จากนั้นมัดปากถุงให้แน่น แล้วฉีดพ่นด้วยสารฆ่าเชื้อ (สารโซเดียมไฮโปรคลอไรท์ 5,000 ppm หรือแอลกอฮอล์ 70 เปอร์เซ็นต์) บริเวณปากถุงแล้วซ้อนด้วยถุงขยะอีก 1 ชั้น แล้วมัดปากถุงชั้นนอกให้แน่น และฉีดพ่นด้วยสารฆ่าเชื้ออีกครั้ง

2) เคลื่อนย้ายไปพักยังที่พักที่จัดไว้เฉพาะ เพื่อรอประสานให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาเก็บขนไปกำจัดอย่างถูกต้อง 

3) ภายหลังจัดการมูลฝอยแล้วล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำและสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ทันที

สำหรับประชาชนทั่วไปหากต้องทิ้งหน้ากากอนามัย ควรปฏิบัติตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ เริ่มจากถอดหน้ากาก โดยจับสายรัดและถอดหน้ากากอนามัยจากด้านหลัง จากนั้นให้พับหรือม้วนหน้ากากส่วนที่สัมผัสกับใบหน้าเข้าหากัน  จนมีขนาดเล็กแล้วมัดด้วยสายรัดให้แน่น โดยหากสถานที่นั้นมีจุดทิ้งหน้ากากไว้เป็นการเฉพาะ ให้ทิ้งลงในถังหรือภาชนะนั้น

“กรณีสถานที่นั้นไม่มีจุดสำหรับทิ้งหน้ากากอนามัย ให้นำหน้ากากอนามัยที่พับแล้วใส่ถุงพลาสติก จากนั้นมัดหรือปิดปากถุงให้แน่น ก่อนทิ้งลงในถังหรือภาชนะรองรับขยะทั่วไปที่มีฝาปิดมิดชิด เพื่อนำไปกำจัดอย่างถูกต้อง และต้องล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำทุกครั้งหลังการทิ้ง” อธิบดีกรมอนามัย กล่าวในที่สุด

ชวนเลิกสูบบุหรี่ระหว่างรอฉีดวัคซีน ช่วยภูมิคุ้มกันฟื้นตัวดีขึ้น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/651955

วันที่ 04 พ.ค. 2564 เวลา 10:30 น.

ชวนเลิกสูบบุหรี่ระหว่างรอฉีดวัคซีน ช่วยภูมิคุ้มกันฟื้นตัวดีขึ้นCovid-19 : แพทย์รามาฯ เผยวิจัยจากอิตาลี พบคนสูบบุหรี่ที่ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด ภูมิคุ้มกันขึ้นต่ำกว่าคนไม่สูบบุหรี่ถึง 40% เหตุบุหรี่ทำลายภูมิคุ้มกันในร่างกาย พร้อมชวนคนไทยเลิกสูบบุหรี่ระหว่างรอฉีดวัคซีนป้องกันโควิด ชี้หากเลิกสูบ 1-2 เดือนภูมิคุ้มกันฟื้นตัวดีขึ้น

ดร.พญ.เริงฤดี ปธานวนิช ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวถึงงานวิจัยชิ้นใหม่โดยทีมวิจัยจากอิตาลี ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากกระทรวงอุดมศึกษาและวิจัยของรัฐบาลอิตาลี พบว่า การสูบบุหรี่เป็นปัจจัยตัวหนึ่งที่ทำให้ประสิทธิภาพของวัคซีนได้ผลน้อยลง งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาวิจัยตรวจระดับภูมิคุ้มกันร่างกายต่อเชื้อไวรัสโควิด-19 (Anti SARS-Cov2 antibodies) ภายหลังจากได้รับวัคซีนประเภท COVID-19 mRNA ของ Pfizer/BioNTech ครบ 2 เข็ม ในกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์จำนวน 86 คน ผลการศึกษา พบว่า คนที่สูบบุหรี่จะมีระดับภูมิคุ้มกันเฉลี่ยอยู่ที่ 1,099 U/ml ในขณะที่คนที่ไม่สูบบุหรี่จะอยู่ที่ระดับ 1,921 U/ml หรืออาจจะกล่าวได้ว่าคนที่สูบบุหรี่หลังจากได้รับวัคซีนแล้วระดับภูมิคุ้มกันเชื้อไวรัสโควิด-19 จะขึ้นต่ำคนที่ไม่สูบบุหรี่ถึง 40%

นอกจากนี้ งานวิจัยชิ้นนี้ยังชี้ว่า คนอ้วนหรือคนที่มีความดันโลหิตสูงก็มีแนวโน้มที่ระดับภูมิคุ้มกันหลังจากฉีดวัคซีนจะได้ผลน้อยกว่า

ดร.พญ.เริงฤดี กล่าวว่า ทาง พญ.มิกิโกะ วาตานาเบะ หัวหน้าทีมวิจัยตั้งข้อสังเกตว่า การที่คนสูบบุหรี่มีระดับภูมิคุ้มกันขึ้นต่ำกว่าคนไม่สูบบุหรี่นั้น คล้ายกับกรณีของวัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่พบผลคล้ายกันคือภูมิคุ้มกันไข้หวัดใหญ่ของคนสูบบุหรี่จะลดลงอย่างรวดเร็วกว่าคนไม่สูบบุหรี่ ซึ่งน่าจะเป็นผลจากการสูบบุหรี่ที่จะทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานไม่ปกติ เป็นผลทำให้เกิดการติดเชื้อโรคต่าง ๆ ง่ายกว่าคนไม่สูบ อย่างไรก็ตาม กลไกที่ทำให้คนสูบบุหรี่ตอบสนองต่อวัคซีนป้องกันโควิด-19 น้อยกว่าคนไม่สูบบุหรี่นั้นจำเป็นต้องมีการศึกษารายละเอียดต่อไป

ดร.พญ.เริงฤดี ปธานวนิช  กล่าวเพิ่มเติมว่า รายงานกระทรวงสาธารณสุขสหรัฐอเมริกา สรุปชัดเจนว่า    สารเคมีจากควันบุหรี่ทำให้ภูมิต้านทานของร่างกายและปอดลดลง เพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดการติดเชื้อของปอด และทำให้เกิดโรคที่เกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันอีกหลาย ๆ โรค และหากเลิกสูบบุหรี่ ภายในระยะเวลาประมาณ 1-2 เดือน ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจะเริ่มทำงานดีขึ้นโดยปอดจะกลับมาทำงานดีขึ้นช่วยกำจัดเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกาย  ดังนั้นในระหว่างที่คอยรับการฉีดวัคซีน คนที่สูบบุหรี่จึงควรเลิกสูบทันที  ซึ่งนอกจากจะลดความเสี่ยงที่จะติดเชื้อโควิด-19 ลงปอดรุนแรงแล้ว การเลิกสูบบุหรี่ยังจะทำให้ร่างกายสามารถสร้างภูมิคุ้มกันโรคโควิด-19  ได้เต็มที่เมื่อได้รับการฉีดวัคซีนอีกด้วย

เปลี่ยนทุกที่ให้เป็นรันเวย์ส่วนตัว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/651871

วันที่ 03 พ.ค. 2564 เวลา 10:02 น.เปลี่ยนทุกที่ให้เป็นรันเวย์ส่วนตัวSpring/Summer 2021 คอลเลคชั่นล่าสุดจากแบรนด์ชั้นนำระดับโลกโดยสยามดิสคัฟเวอรี่ พร้อมให้คุณผู้หญิงเปลี่ยนทุกที่ให้เป็นรันเวย์ส่วนตัว

เดสติเนชั่นที่อุดมไปด้วยไอเดียสร้างสรรค์และความล้ำสมัย Siam Discovery The Exploratorium นำเสนอคอลเลคชั่น Sping/Summer 2021 สำหรับคุณผู้หญิงที่มีสไตล์เป็นของตัวเองและกำลังค้นหาไอเทมใหม่ล่าสุดเพื่อเติมเต็มความเป็นตัวเองอย่างไร้ขีดจำกัดในฤดูกาลนี้ ตอบทุกโจทย์สถานที่การใช้ชีวิตพร้อมให้เปลี่ยนทุกพื้นที่เป็นรันเวย์ส่วนตัว ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็สามารถประกาศสไตล์ของตัวเองได้ประดุจอยู่บนรันเวย์ชั้นนำ

Discovery Selection โดยสยามดิสคัฟเวอรี่ คือโซนที่คอลเลคชั่นล่าสุดจากแบรนด์แฟชั่นชั้นนำจากทั่วทุกมุมโลกที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติสำหรับคุณผู้หญิงพร้อมนำเสนอคอลเลคชั่นล่าสุด Sping/Summer 2021 ที่เต็มไปด้วยสีสันและสไตล์มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแต่ละแบรนด์เพื่อให้คุณผู้หญิงสามาถเลือกแมทช์ลุคส์ประจำซีซั่นตามโอกาสต่างๆ ได้อย่างอิสระตามคอนเซปต์ Lifestyle Lab ที่สยามดิฟคัฟเวอรี่อยากนำเสนอพื้นที่ที่เต็มไปด้วยความหลากหลายและเปิดกว้างทางไลฟ์สไตล์ให้ทุกคนได้นำเสนอตัวตนของตัวเองผ่านคอลเลคชั่น Spring/Summer 2021 แฟชั่นไอเทมจากแบรนด์ชื่อดังมากมาย ได้แก่

GANNI ที่คอลเลคชั่นนี้เป็นสไตล์ GANNI ที่แท้จริง โดยเน้นไปที่ไอเทมอย่างเดรส ซึ่งเล่นกับเดรสหน้าร้อนสุดน่ารักที่เป็นชิ้นไอเทมซิกเนเจอร์ของ GANNI ด้วยการเพิ่มวอลุ่มให้กับแขนเสื้อ และการใส่รายละเอียดสม็อคลงบนเสื้อท่อนบน และเดรสดิสโก้เมทัลลิกสีเงินเข้มที่มาพร้อมแพทเทิร์นแบบ Swirl ซึ่งจะทำให้อยากเต้นทันทีเมื่อสวมใส่ นอกจากนี้ยังมีเสื้อเชิ้ตแบบปีเตอร์แพนซิกเนเจอร์ และเบรเซอร์กระดุมแถวเดียวที่ตัดมาให้เหมือนเสื้อเชิ้ตโอเวอร์ไซส์ ซึ่งเหมาะแก่การเลเยอร์ลุคส์เป็นที่สุด

SAMSOE SAMSOE คอลเลคชั่นนี้มาในเฉดสีเอิร์ธโทน สีน้ำเงินคราม สีเขียวชะอุ่ม สีม่วง และสีแดงสด โดยนำเสนอผ่านรูปทรงและรูปร่างทุกแบบ รวมทั้งเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นบนโลกที่ทีมของแบรนด์ได้ลงมือลงแรงศึกษาอย่างลึกซึ้งเพื่อออกแบบคอลเลคชั่น SS21 โดยเฉพาะมีการใช้ผ้าพริ้วบางเบาและโครงสร้างโอเวอร์ไซส์เล่าเรื่องราวของยุคใหม่ของแบรนด์ผ่านความหรูหราของรูปทรงขนาดใหญ่อันสวยงาม การเล่นกับสัมผัส และการเทเลอริ่งแบบนุ่มนวลถูกถ่ายทอดมาในรูปของเสื้อตัวนอก ซึ่งถือเป็นการเพิ่มองค์ประกอบของสไตล์สแกนดิเนเวียนลงในคอลเลคชั่น ขณะที่ลายทางของชุดนอนและลายดอกไม้รูปแบบใหม่จะทำให้ผู้สวมใส่อยากภาวนาให้ฤดูร้อนเวียนมาถึงโดยเร็ว

STINE GOYA โดยโทนสีประจำซีซันนี้ว่าด้วยการจับคู่สีที่รุนแรง เพื่อสร้างการตัดกันกับความเคลื่อนไหวแบบพริ้วไหวขององค์ประกอบในชิ้นงานและโครงร่างแบบเดรป นอกจากนี้ยังเสริมคุณภาพด้านผิวสัมผัสและโทนสีคมกริบบนชิ้นเสื้อนอก รวมถึงการใช้เทคนิคการเดรป หูรูด และการเย็บแขนเสื้อตะเข็บเฉียงจากคอเสื้ออย่างเชี่ยวชาญ หรือจะเป็นการจับคู่แทร็คสูทสุดคลาสสิคเข้ากับผ้าที่ได้แรงบันดาลใจจากเสื้อผ้าสไตล์กูตูร์ หรือเสื้อนอกที่เน้นการใช้งานและเป็นเสื้อยูนิเซ็กส์ โดยแบรนด์หวังว่าจะได้มอบความหมายที่ลึกซึ้งให้กับผู้สวมใส่เพื่อที่พวกเขาจะได้ค้นพบสไตล์ที่แท้จริงของตัวเอง และพบความสุขสนุกสนานระหว่างทาง

YUZEFI แบรนด์กระเป๋ามาแรงที่คอลเลคชั่นนี้มาพร้อมการปฏิวัติรูปทรงไอคอนิกของแบรนด์ที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นใหม่พร้อมคุณสมบัติด้านการใช้งานรอบด้าน ความสามารถที่ใช้ได้หลายอย่างในชิ้นเดียว และฟังก์ชั่นการใช้งาน รูปทรงที่คุ้นเคยถูกตกแต่งด้วยหูจับโซ่ขนาดใหญ่อันเป็นองค์ประกอบซิกเนเจอร์ของแบรนด์เพื่อเพิ่มฟังก์ชั่นการใช้งานที่มากขึ้น อีกทั้งรูปทรงใหม่ประจำซีซั่นนี้ก็ยังคงรักษาความเป็น Yuzefi ที่เน้นรูปทรงนำสมัยแบบ Ultra Modern ไว้ รวมถึงโทนสีที่สวยขึ้นโดยการยกระดับโทนสีเชอร์รี่, ไอริส และน้ำผึ้ง ให้สดใสยิ่งขึ้น พร้อมใส่ความสนุกให้กับโทนสีหลักซึ่งขายดีที่สุดอย่างสีข้าวโอ๊ตและสีดำ ขณะที่เอฟเฟกต์ลายงูสีเดียวก็ถูกทำให้โมเดิร์นขึ้นมากกว่าคลาสสิก และมาพร้อมลูกเล่น Colour Block กับสีเทาเพื่อสอดแทรกความแปลกใหม่

นอกจากนี้ ยังมีแบรนด์ชั้นนำอีกมากมายพร้อมให้เลือกเติมเต็มลุคส์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ว่าจะเป็น YAYA, TELA, SUNCOO, SECOND FEMALE, MODSTORM, ESSENTIAL ANTWERP, CHLOE STORA, Baum, Baum und Pferdgarten, ACLER หรือแบรนด์กระเป๋าอย่าง Scotria และ Danse Lente ที่พร้อมให้คุณแมทช์สไตล์สำหรับการเปลี่ยนทุกพื้นที่ให้เป็นรันเวย์ส่วนตัวที่ชั้น G สยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซ์พลอราทอเรี่ยม เปิดบริการทุกวัน 11.00 น. – 20.00 น. และบริการพิเศษ “SIAM DISCOVERY CHAT-CLICK-CALL” ให้คุณช้อปปิ๊งได้จากทุกที่ทุกเวลาด้วย 3 ช่องทาง ดังนี้ 1.CHAT เลือกสินค้าที่สนใจและสอบถามรายละเอียดและขั้นตอนการสั่งซื้อได้ผ่านกล่องข้อความใน Facebook หรือ Instagram และ LINE OA: @SiamDiscovery ตั้งแต่เวลา 10.00-19.00 น. 2.CLICK คลิกสั่งซื้อสินค้าตลอด 24 ชั่วโมงทาง OneSiam Line Official Account 3.CALL โทรสอบถามสินค้าและขั้นตอนการสั่งซื้อได้โดยตรงจากพนักงานขายที่เบอร์ 061-404-8331 ซึ่งบริการ Call สามารถติดต่อสอบถามและสั่งซื้อสินค้าจาก Club 21 ที่อยู่ในสยามดิสคัฟเวอรี่ได้อีกด้วย ตั้งแต่เวลา 10.00-19.00 น. และรอรับสินค้าง่ายๆ ได้ที่บ้าน หรือมารับได้ด้วยตนเองที่ Pick Up Station สยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซ์พลอราทอเรี่ยม

ติดตามรายละเอียดและอัพเดตแฟชั่นเพิ่มเติมในแบบสยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซ์พลอราทอเรี่ยม ได้ที่ Website: www.siamdiscovery.co.th, Facebook: https://www.facebook.com/siamdiscovery/ และ Instagram: @siamdiscovery

อะไรคือตัวฉุดรั้งศักยภาพ? #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/651866

วันที่ 03 พ.ค. 2564 เวลา 08:44 น.อะไรคือตัวฉุดรั้งศักยภาพ?โดย ภก.ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล สถาบันอินทรานส์ Hipot – การปฏิรูปศักยภาพมนุษย์อย่างบูรณาการศาสตร์ชีวิตองค์รวมเพื่อความมั่นคงยั่งยืน

ท่านสงสัยไหมว่า ทำไมบ่อยครั้งที่ตนมีความคิดดีๆ แต่ไม่กล้านำเสนอ ขาดความเชื่อมั่น คิดไปเองว่ามันจะเข้าท่าหรือ เดี๋ยวก็คงโดนด่ากลับมาอีก

ทำไมคิดเองไม่เป็น คอยแต่จะตามคนอื่น กลัวพลาด ไม่สามารถนำตนเองได้ ไม่เล่นเชิงรุก

ทำไมเวลาที่มีประเด็นเข้ามา ตนจึงมักแก้ปัญหาไม่ตก คิดทีไรก็ได้แต่แนวทางเดิมๆ ไม่มีอะไรใหม่ ไม่มีอะไรที่แตกต่าง ที่แปลกใหม่ ขาดความคิดสร้างสรรค์ ขาดนวัตกรรม

ทำไมตนจึงอ่อนไหวต่อความรู้สึกคนอื่นมากเกินไป เวลามีคนเตือนอะไร ตนจึงรู้สึกหวั่นไหว

ทำไมตนจึงเปราะบาง ขาดภูมิต้านทาน ไม่หนักแน่น ไม่ยืนหยัด ขาดความอดทน ไม่อาจทนต่อแรงเสียดทานได้

บ่อยครั้งที่เจอเรื่องแย่ๆ แล้วรู้สึกท้อถอย จมอยู่กับความผิดหวัง ไม่สามารถพลิกฟื้นตนเองให้กลับมาได้

ทำไมเวลาใครได้รับการชื่นชม ตนจึงรู้สึกกัดกินใจตนเอง เหมือนตนได้สูญเสียอะไรบางอย่าง หรือเหมือนมีใครมาแย่งของๆ ตนไป

ทำไมตนจึงปฏิเสธไม่เป็น ไม่เป็นตัวของตัวเอง แกว่งไปตามกระแสสังคมและโซเชียล หรือความคิดของคนอื่น บ่อยครั้งทำให้ต้องตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก

ตนเป็นผู้นำองค์กร แต่ทำไมจึงไม่สามารถผลักดันทีมงานให้ไปในแนวทางเดียวกันได้

ทั้งหมดนี้คือเหตุที่ทำให้บุคคลไม่สามารถระเบิดศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่ ผลงานไม่เข้าตา ตนเองก็เสียโอกาส องค์กรไม่บรรลุเป้าหมาย ส่วนรวมก็เสียหาย

แล้วท่านคิดว่าอะไรที่คอยฉุดรั้งศักยภาพท่านไว้

เราพบว่า ทุกการแสดงออกมาจากกรอบความคิด (ภาพในใจ) หรือ Mindset พฤติกรรมเชิงลบจึงมาจากกรอบความคิดที่ติดลบ กรอบความคิดคือตัวตน ตัวตนที่ว่านี้คือ ตัวตนในอดีต มันคือภาพในอดีตที่เรามักจะขุดค้นขึ้นมา แล้วตำหนิตนเองที่ผ่านมาว่าคือต้นเหตุของปัญหาที่ส่งผลในปัจจุบัน นั่นคือในขณะที่ตนกำลังถดถอยนั้น ในขณะนั้นตนเห็น (ภาพในใจ) ตนเองเชิงลบ ภาพเชิงลบที่ว่านี้ก็คือ ความรู้สึกที่ตำหนิตนเอง โทษตนเองว่าคือสาเหตุของปัญหาต่างๆ

ภาวะดังกล่าวเปรียบได้กับการที่คนสองคนกำลังทะเลาะกัน นั่นคือ ตัวตนในปัจจุบันกำลังโทษอดีตตนเอง มันเป็นความขัดแย้งภายใน มันเป็นสงครามกลางใจ ภายในบุคคลจึงแตกสลาย มันเป็นภาวะที่ไม่เป็นหนึ่งเดียว มันไม่กลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกัน ภายในจึงไม่สงบ มันครุกรุ่นอยู่ภายในตลอดเวลา รอวันระเบิดเป็นอารมณ์เมื่อมีอะไรมากระทบ หากปล่อยไว้ ก็ยากที่บุคคลจะถึงฝั่ง ว่าไปแล้ว อดีตที่ว่านั้นตายไปนานแล้ว แต่ที่ยังอยู่คือภาพจำ ภาพที่ว่านี้ก็คือ กรอบความคิด นั่นเอง แต่เป็นไปในเชิงลบ และนี่คือรากของปัญหาที่แท้จริงที่คอยฉุดรั้งศักยภาพของบุคคล ดังนั้น ทางออกของปัญหานี้จึงต้องสร้างความเป็นหนึ่งเดียวให้เกิดขึ้นภายในใจให้ได้ โดยเราต้องเรียกตัวเองในอดีตขึ้นมา แล้วคุยกันให้รู้เรื่อง มันจะได้จบเสียที และที่ว่าคุยกันให้รู้เรื่องนั้นก็คือ การยอมรับตนเอง เข้าใจตนเอง การให้อภัยตนเองในสิ่งที่ได้เกิดขึ้นแล้วในอดีต ไม่ว่าอะไรก็ตาม

อดีตคืออดีต มันได้เกิดขึ้นแล้ว และไม่ว่าอะไรก็ตาม ในความเป็นจริง เราไม่อาจย้อนเวลาได้ แต่เราสามารถย้อนจินตนาการได้ มันคือกรอบความคิดที่เรามีอำนาจเหนือมัน ประเด็นจึงอยู่ที่ว่า เราจะเล่นกับมันอย่างไร

กรอบความคิดคือตัวตน ตัวตนต้องการคุณค่าและความหมาย ชีวิตคนเราที่ผ่านมามีทั้งเรื่องบวกและลบ ในส่วนที่เป็นลบนั้น มันคือความรู้สึกผิดต่อตนเอง แต่นั่นมิใช่ปัญหา ประเด็นมันอยู่ที่ว่า เราไปรับรู้และเข้าใจมันผิด ดังนั้น บุคคลที่อยู่ในภาวะถดถอยนั้นเป็นเพราะว่า ตนยังเข้าใจผิดต่อความรู้สึกผิด

ด้วยเหตุนี้ การจะพลิกฟื้นตนเองให้กลับมาเข้มแข็งได้ เราจึงจำเป็นต้องปรับความเข้าใจต่อตนเองเสียใหม่ ดังนั้น ที่สุดของการแก้ไขภาวะถดถอยก็คือ การเห็นคุณค่าตนเอง

G-SHOCK ยกทัพนาฬิการุ่นไฮไลท์ โดนใจสายเซิร์ฟ-นักสะสม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/651690

วันที่ 30 เม.ย. 2564 เวลา 11:11 น.G-SHOCK ยกทัพนาฬิการุ่นไฮไลท์ โดนใจสายเซิร์ฟ-นักสะสมพบโมเดลสุดลิมิเต็ดและการเปิดตัวครั้งแรกจาก G-SHOCK พร้อมชมทัพนาฬิการุ่นลิมิเต็ดล่าสุด โดนใจเหล่านักสะสมและสายแอ็คทีฟ ในงาน “Central The Ultimate Watch Fair 2021”

G-SHOCK แบรนด์นาฬิการะดับโลก ยกทัพนาฬิการุ่นไฮไลท์เด็ดแห่งปี มาเปิดตัวเป็นครั้งแรกสำหรับงาน Central The Ultimate Watch Fair 2021 ไม่ว่าจะเป็นโมเดลสุดลิมิเต็ดและการเปิดตัวครั้งแรกของ G-LIDE Night Surfing Editions ดีไซน์เท่และฟังก์ชั่นการใช้งานถูกใจสายเซิร์ฟอย่างแน่นอน 

นาฬิกา G-LIDE เป็นผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มเข้ามาของหมวดนาฬิกาสำหรับสายสปอร์ตของ G-SHOCK ซึ่งเป็นตัวเลือกสุดโปรดของนักโต้คลื่นชื่อดังระดับโลก สำหรับ G-LIDE Night Surfing Editions รุ่น GBX-100NS มาพร้อมความสามารถในการแสดงข้อมูลที่นักโต้คลื่นต้องการ (เวลาและระดับน้ำขึ้นน้ำลง) และสามารถใช้แอปพลิเคชันมือถือเพื่อเลือกตำแหน่งที่ตั้งประมาณ 3,300 แห่งทั่วโลกได้อย่างง่ายดาย

Highlight Model : G-LIDE Night Surfing Editions / ราคา 7,000 บาท

หน้าปัดที่กว้างและหน้าจอแบบ LCD ที่มี MIP (หน่วยความจำในระดับพิกเซล) คมชัดสูงช่วยเพิ่มความสะดวกในการอ่านฟังก์ชันพื้นฐานบนหน้าจอ เช่น กราฟแสดงระดับน้ำขึ้นน้ำลง ข้อมูลดวงจันทร์ เวลาน้ำขึ้นน้ำลง และเวลาพระอาทิตย์ขึ้น/ตกดิน ฟังก์ชันนี้ให้ข้อมูลที่สำคัญเกี่ยวกับสภาวะปัจจุบันได้ทันที ซึ่งเมื่อผสานรวมกับชุดฟังก์ชันการวัดค่าตอนฝึกซ้อม (ระยะทาง ความเร็ว ความเร็วเฉลี่ย รอบ ระดับความลาดเอียง) จะให้การสนับสนุนนักโต้คลื่นได้พัฒนาขีดความสามารถ พร้อมที่จะเผชิญกับความท้าทายใหม่ๆ

นอกจากฟังก์ชันที่ทรงประสิทธิภาพแล้ว G-LIDE Night Surfing Editions รุ่น GBX-100NS ยังมีเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าในด้านการออกแบบ โครงสร้าง และวัสดุอีกด้วย กรอบของรุ่นนี้ทำจากเรซินและโลหะเพื่อให้ทนทานต่อการกระแทกหินใต้น้ำได้ดียิ่งขึ้น ผิวของกรอบมีฝาสเตนเลสสตีลลายเส้นผมและพื้นผิวที่เกิดจากการขัด ให้รูปลักษณ์ที่ทนทานและหรูหรา โครงสร้างป้องกันที่ทำจากเรซินช่วยปกป้องการกระแทกจากทุกทิศทาง มาพร้อมกับโครงสร้างป้องกันปุ่มที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกาซึ่งมอบการปกป้องที่เหนือชั้น ปลายสายยูรีเทนแบบนุ่มที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกามีสลักที่ช่วยระบายน้ำและเหงื่อเพื่อมอบความสบายขณะสวมใส่ เหมาะทั้งใส่เพื่อใช้งานและเพื่อเติมเต็มลุคนักเซิร์ฟสุดเท่ให้คุณ

พิเศษ! กับข้อเสนอระดับพรีเมียมภายในงาน โดยงานดังกล่าวจัดขึ้นตั้งแต่ วันที่ 29 เมษายน – 12 พฤษภาคม 2564 ที่บูธ CASIO ชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว สายช้อปทั้งหลายไม่ควรพลาด!! รีบเชิญมาสัมผัสนาฬิกาสุดลิมิเต็ดต่างๆได้ที่งาน Central The Ultimate Watch Fair 2021 ชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว ตั้งแต่วันที่ 29 เมษายน – 12 พฤษภาคม 2564 หรือช้อปออนไลน์ได้ที่ CENTRAL ONLINE

ติดตามข่าวสารที่ Facebook : Casio Watches Thailand หรือ Instagram : CASIOTHAILAND

#GLIDE #GBX100NS #NightSurfing #GSHOCKTH #CASIOCMG #Central #TheUltimateWatchFair2021

ปัญญ์ปุริ คอลเลคชั่นใหม่ ‘Voyage of Curiosities Haze of Grass’ เครื่องหอมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากกลิ่นของกัญชา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/651593

วันที่ 29 เม.ย. 2564 เวลา 11:05 น.ปัญญ์ปุริ คอลเลคชั่นใหม่ 'Voyage of Curiosities Haze of Grass' เครื่องหอมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากกลิ่นของกัญชาเปิดประสบการณ์ที่แรกของไทยกับ Holistic Cannabis Wellness Experience ด้วยคอลเลคชั่นล่าสุด Voyage of Curiosities Haze of Grass จากปัญญ์ปุริ

ผ่อนคลายสบายจากภายในด้วยพลังของธรรมชาติ ปัญญ์ปุริ (PAÑPURI) Holistic Wellness แบรนด์นำเสนอการมีสุขภาพดีแบบองค์รวม ให้ทุกคนสัมผัสถึงพลังแห่งสมดุลของชีวิตในแบบของตัวเอง พร้อมนำเสนอประสบการณ์ความผ่อนคลายอีกระดับกับคอลเลคชั่นเครื่องหอมตกแต่งบ้านล่าสุด Voyage of Curiosities Haze of Grass ที่แรกของประเทศไทย เปิดประตูพาคุณให้สัมผัสเครื่องหอมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากกลิ่นของกัญชา พืชธรรมชาติที่มอบความสบาย ผ่อนคลายอย่างมีประสิทธิภาพ คลายความวิตกกังวล และช่วยให้คุณนอนหลับดียิ่งขึ้น

ในปัจจุบันเรามักประสบกับปัญหาความเครียดจากสิ่งแวดล้อมรอบตัว รวมถึงความเครียดที่สะสมภายในร่างกายและจิตใจอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ร่างกายหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล ที่จะทำงานมากกว่าปรกติเมื่อร่างกายอยู่ในสภาวะความกดดัน ความเครียด วิตกกังวล หรือเจ็บป่วย ซึ่งก่อให้เกิดผลเสียต่อร่างกาย เพราะฮอร์โมนชนิดนี้มีฤทธิ์สลายกลูโคส กรดไขมัน และโปรตีน จึงทำให้ร่างกายเสื่อมเร็วกว่าปรกติ และส่งผลเสียต่อร่างกายในระยะยาวได้ ดังนั้นปัญญ์ปุริ จึงศึกษาค้นคว้าส่วนผสมจากธรรมชาติที่จะช่วยคลายความเครียดทั้งภายใน และภายนอก และได้พบว่าหนึ่งในพืชสมุนไพรเก่าแก่ของไทยอย่างกัญชานั้นเป็นพืชที่มีคุณสมบัติในเรื่องคลายความเครียดได้อย่างดี พร้อมทั้งบำบัดความขุ่นมัวภายในจิตใจให้สดชื่น

กัญชา เป็นพืชที่มีการนำมาใช้ประโยชน์อย่างยาวนาน อาทิเช่น ประเทศจีนมีการใช้กัญชาเป็นหนึ่งในสมุนไพรรักษาโรคมายาวนานกว่า 2,000 ปี และในประเทศไทยตั้งแต่สมัยพระนารายณ์มหาราช แห่งกรุงศรีอยุธยาในศตวรรษที่ 17 มีบันทึกข้อมูลระบุถึงการใช้ประโยชน์จากสมุนไพรใบกัญชาอย่างแพร่หลาย ซึ่งจากการศึกษาพบว่าคุณสมบัติโดดเด่นของพืชกัญชานั้นมีประโยชน์ ช่วยคลายความเครียด ลดความเหนื่อยล้าทั้งร่างกายและจิตใจ มอบการนอนหลับที่ดียิ่งขึ้น ทำให้ปัญญ์ปุรินำความโดดเด่นของกัญชานี้มาและเป็นแรงบันดาลใจในการนำเสนอคอลเลคชั่น Voyage of Curiosities Haze of Grass ถ่ายทอดเรื่องราวของความทรงจำที่สวยงามของทุ่งหญ้าบนเทือกเขาของดินแดนสามเหลี่ยมทองคำ จังหวัดเชียงราย โดยรังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถันกับมิติใหม่ของกลิ่นหอมที่หลอมรวมจินตนาการแห่งความสุข ไว้กับความผ่อนคลายที่ลุ่มลึกด้วยการผสานกลิ่นหอมของตะไคร้, โรสแมรี่ และเปลือกผิวเลมอน ผสมรวมเป็นกลิ่นหอมสมุนไพรสดชื่น สร้างเป็น Cannabis Terpenes Fingerprint กลิ่นจากธรรมชาติ 100% ที่ใกล้เคียงกับ เทอปีนส์ของกัญชามากที่สุด เพื่อให้ได้เอกลักษณ์กลิ่นหอมอันพิเศษสุดในแบบฉบับ ปัญญ์ปุริ ช่วยบำบัดอารมณ์ สร้างความผ่อนคลาย แต่ปราศจากสารที่อาจก่อให้เกิดความมึนเมา ปัญญ์ปุริพร้อมนำเสนอประสบการณ์ที่น่าจดจำของคอลเลคชั่น Voyage of Curiosities Haze of Grass ผ่าน 3 ผลิตภัณฑ์ได้แก่ เทียนหอม, ก้านไม้หอม หรือ ดิฟฟิวเซอร์ และ เทอปีนส์ เบลนด์ ออยล์ (Terpene Blend Oil) ดังนี้ 

เทียนหอม Voyage of Curiosities Haze of Grass Perfume Candle เนื้อเทียนหอมสีเขียวไข่กานำพาจินตนาการคุณดั่งการเปิดประตูสู่ทุ่งหญ้าสีเขียวอันแสนสดชื่นของเทือกเขาในดินแดนสามเหลี่ยมทองคำ สัมผัสถึงความผ่อนคลายอย่างแท้จริงจากการปรุงกลิ่นหอมที่ได้แรงบันดาลใจจากกัญชา ด้วยการผสานกลิ่นตะไคร้, โรสแมรี่ และเปลือกผิวเลมอน ผสมรวมเป็นกลิ่นหอมสมุนไพรสดชื่น พร้อมเจือความสดชื่นของสวีท เบซิล, จูนิเปอร์ เบอร์รี่ ปิดท้ายด้วยแบล็ค เปปเปอร์ จนได้เป็นกลิ่นหอมที่ลงตัว ช่วยให้ผ่อนคลายจากภายในอย่างแท้จริง เนื้อเทียนทำจากแว๊กซ์ถั่วเหลืองจากธรรมชาติ 100% ปราศจากสารพาราฟิน จึงทำให้ เทียนหอมนี้มีการเผาไหม้ที่ดี และยาวนานมากขึ้น ส่วนไส้เทียนทำจากฝ้ายธรรมชาติ 100% ไม่มีส่วนประกอบของโลหะหนัก ทำให้มั่นใจได้ว่าเป็นกลิ่นหอมผ่อนคลายจากธรรมชาติที่ปราศจากสารเคมีที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ เทียนหอมนี้มีจำหน่ายในจำนวนที่จำกัด ซึ่งเป็นหนึ่งในความตั้งใจของแบรนด์ที่จะควบคุมคุณภาพของการผลิตให้ดีที่สุด

ดิฟฟิวเซอร์ Voyage of Curiosities Haze of Grass Perfume Diffuser ก้านไม้หอมที่ช่วยสร้างสรรค์อารมณ์คุณให้ผ่อนคลายได้อย่างล้ำลึกด้วยกลิ่นหอมที่ปรุงขึ้นโดยมีแรงบันดาลใจจากกลิ่นของกัญชา และยังสามารถใช้ตกแต่งห้องเพื่อความสวยงามได้อย่างโดดเด่น ด้วยส่วนผสมของตะไคร้, โรสแมรี่ และเปลือกผิวเลมอน พร้อมตัดกลิ่นให้โดดเด่นด้วยสมุนไพรเพื่อเติมความสดชื่น ปรับอารมณ์ และเติมพลังงานให้กับคุณ โดยกลิ่นหอมนี้ปราศจากสารเคมีที่อาจก่อให้เกิดอันตราย หรือการระคายเคือง โดยเลือกใช้แอลกอฮอล์ที่สกัดจากธรรมชาติอย่างชูการ์ บีท และใช้ก้านไม้ดิฟฟิวเซอร์ที่ทำจากใยฝ้ายธรรมชาติ

เทอปีนส์ เบลนด์ ออยล์ Voyage of Curiosities Haze of Grass Terpene Blend Oil น้ำมันหอมระเหยเข้มข้นที่มีกลิ่นหอมที่โดดเด่นจากแรงบันดาลใจของกลิ่นกัญชาจากสามเหลี่ยมทองคำ พร้อมพาคุณให้ปลดปล่อยความเครียด บรรเทาจิตใจให้ปล่อยวาง ลดความวิตกกังวลจากความเครียดในแต่ละวัน เทอปีนส์ เบลนด์ ออยล์ นี้เป็นการผสานกลิ่นจากธรรมชาติอย่างกลิ่นที่โดดเด่นของตะไคร้ โรสแมรี่ และเลมอน ร่วมกับกลิ่นสมุนไพรที่แสนสดชื่น สร้างสรรค์เป็นกลิ่นหอมที่ลงตัว พร้อมพาคุณออกเดินทางสู่ความสบายที่ไร้ขีดจำกัด โดยการใช้เทอปีนส์ เบลนด์ ออยล์ร่วมกับเครื่องพ่นดิฟฟิวเซอร์ของปัญญ์ปุริ กลิ่นหอมที่ปรุงขึ้นอย่างพิถีพิถันนี้จะพาให้คุณได้สัมผัสถึงอีกระดับของความผ่อนคลายในพื้นที่ส่วนตัวของคุณเอง

ทั้งนี้ สารเทอปีนส์ที่ปัญญ์ปุรินำมาเป็นหนึ่งในส่วนผสมนั้น จากบริษัท โทพิเคิล เทอร์ปีนส์ จำกัด ที่เป็นบริษัทลูกของ บมจ.โกลเด้น ไทรแองเกิ้ล กรุ๊ป (GTG) โดยเทอปีนส์นั้นใช้กรรมวิธีทางธรรมชาติให้ใกล้เคียงกับกลิ่นของกัญชามากที่สุด โดยไม่มีการใช้กัญชาในการสกัดจึงเป็นเทอปีนส์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย

สัมผัสประสบการณ์ความผ่อนคลายสุดพิเศษที่แรกในประเทศไทยกับคอลเลคชั่น Voyage of Curiosities Haze of Grass จากปัญญ์ปุริ ดังนี้ เทียนหอม จำหน่ายเฉพาะปัญญ์ปุริ สาขาเกษร, เซ็นทรัล เวิล์ด, เซ็นทรัลเอมบาสซี่, เมกะบางนา และ PANPURI.com สำหรับ ดิฟฟิวเซอร์ และเทอร์ปีนส์ เบลนด์ ออยล์ มีจำหน่ายที่ปัญญ์ปุริทุกสาขา และ PANPURI.com สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่อีเมล MEDIA@PANPURI.COM รวมไปถึง Facebook, Twitter, Instagram, Weibo ในชื่อ @panpuriofficial และ Line@ ในชื่อ @PANPURI

Buffollow รองเท้าสตรีทสไตล์เท่ๆ แฝงสีสันแห่งความสนุกแบบฉบับคนรักษ์โลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/651589

วันที่ 29 เม.ย. 2564 เวลา 10:55 น.Buffollow รองเท้าสตรีทสไตล์เท่ๆ แฝงสีสันแห่งความสนุกแบบฉบับคนรักษ์โลกรู้จักกับ “Buffollow” รองเท้าสตรีทสไตล์เท่ๆ ของคนรักษ์โลก ที่ไม่ได้เป็นแค่ไอเท็มตามกระแส แต่เป็นสิ่งที่ใส่ได้จริงในทุกวัน

ครั้งนี้โพสต์ทูเดย์พาไปพบกับแหล่งรวมความคิดสร้างสรรค์อันมีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร ที่ร้าน Absolute Siam Store บนชั้น 1 สยามเซ็นเตอร์ เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์ แหล่งรวมสินค้างานดีไซน์และความคิดสร้างสรรค์อันมีเอกลักษณ์เฉพาะ ทั้งสินค้าที่เป็นเอ็กซ์คลูซีฟ และคอลลาบอเรชั่น ตอกย้ำความเป็นที่สุดแห่งการสร้างสรรค์แรงบันดาลใจ Be Inspire พร้อมแนะนำ “Buffollow” รองเท้าสตรีทสไตล์เท่ๆของคนรักษ์โลกที่ไม่ได้เป็นแค่ไอเท็มตามกระแสแต่เป็นสิ่งที่ใส่ได้จริงในทุกวัน

แพรว-วรกุล ต่อเทียนชัย เล่าว่า ได้ร่วมกับเพื่อนคือ แยม-อมราภา เลาหพจนารถ ก่อตั้งแบรนด์นี้ขึ้น ตั้งใจให้ “Buffollow” คือตัวตนของคนๆ หนึ่งที่มีความ street เท่ๆ แต่แฝงด้วยความสนุก มีสีสันสดใส ทุก item ของ buffollow จะไม่ได้เป็นของตามกระแส แบรนด์เริ่มต้นจากความเป็นคนชอบ แฟชั่นแนวสตรีทสไตล์ ชอบเอายีนส์วินเทจมาตกแต่งลูกเล่นด้วย patch แผ่นลายต่างๆ แปะนั่นนิดนี่หน่อย ตัดต่อจนเป็นยีนส์ D.I.Y ที่แต่ละตัวลายไม่เหมือนใคร ไม่ซ้ำใคร จึงเริ่มอยากเปิดแบรนด์เป็นของตัวเอง เปิดขายทางออนไลน์ ต่อมาจึงเริ่มผลิตกางเกงยีนส์เอง เสื้อยืด และออกแบบลาย patch กว่า 400 ลาย เพื่อให้ลูกค้าได้เลือกทำเป็น personalized ซึ่งลูกค้าจะชอบมากทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนไทยจะชอบมากเป็นพิเศษกับการได้ใช้สินค้าที่ตัวเองมีส่วนร่วมในการออกแบบลายปะติดต่างๆ

จากยีนส์ เสื้อยืด แจ็คเก็ต มาสู่การทำรองเท้า Slip on , Sneakers แต่ยังคงคอนเซปต์ที่ให้ลูกค้าทำ personalize ได้เช่นกัน เลือกลายมาปะติดที่รองเท้า ซึ่งมีทั้งตัวอักษรภาษาอังกฤษ , ลายอาหารต่างๆ อย่างแฮมเบอร์เกอร์ เฟรนส์ฟราย ,ลายผลไม้ ,ป๊อปคอร์น ,ลายลูกตา ฯลฯ ได้รับการตอบรับค่อนข้างดี จนมาถึงยุคที่ได้ยินคนพูดถึงเรื่องการรักษ์สิ่งแวดล้อม sustainable มากขึ้น จึงเริ่มสนใจและคิดถึงการขยายฐานลูกค้าไปยังคนกลุ่มนี้ผ่าน product จึงตัดสินใจทำรองเท้าแตะที่ใช้ผ้าสต็อคเหลือใช้จากโรงงาน เพราะส่วนตัวก็ชอบรองเท้าแตะอยู่แล้ว และคิดว่าเหมาะกับคนไทย เพราะอากาศร้อนอยากใส่รองเท้าที่สบายๆระบายอากาศ หาแบบรองเท้าอยู่นานจนในที่สุดมาลงตัวที่รองเท้าแตะ รุ่น Strap on เป็นรองเท้าแตะที่ไม่แตะ คลาสสิคใส่ง่าย พื้นรองเท้านิ่มเป็นพิเศษเพื่อซัพพอร์ตคนที่ต้องเดินเยอะ รูปทรงใส่ง่ายใส่ไปทำกิจกรรมต่างๆได้สบายๆ ไปชายทะเล เดินเล่น ไปคาเฟ่ ใส่ไปทำกิจกรรม Outdoor เหมาะกับทุกเพศทุกวัย

“ลายรองเท้าใช้ผ้าสต็อคตามโรงงานที่ไม่ใช้แล้วมาออกแบบพันเข้ากับทรงรองเท้าให้มีดีไซน์และดัดแปลงใหม่ ให้ลวดลายต่างกันไปตามการเลือกผ้าแต่ละชิ้น มาแมทช์กับโทนสีให้มีความหลากหลาย อย่างการจับคู่สีที่เข้ากัน หรือคู่สีที่ขัดกัน กลายเป็นรองเท้าที่พิเศษหมดแล้ว หมดเลย ไม่มีผลิลลายผ้านั้นอีก ดังนั้น ในแต่ละลายจะมีรองเท้าอยู่แค่ประมาณ 50 – ไม่เกิน 100 คู่เท่านั้น อีกทั้งการที่เราเลือกใช้ผ้าสต็อคโรงงาน เป็นการนำผ้าที่ไม่มีประโยชน์แล้วมาใช้ให้เกิดประโยชน์อีกครั้ง ดีกว่าปล่อยผ้าทิ้งไปให้เสียเปล่า เสียทรัพยากร ทุก items ที่อยู่ในแบรนด์คือตัวตนของเราจริงๆ สิ่งที่ทำให้เราโดดเด่นก็คือเราเลือกผ้าเหลือใช้จริงๆ เอามาทำให้เกิดประโยชน์ จับแมทช์ตัดคู่สี และเปิดโอกาสให้คนได้ทำ personalized คิดว่าเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่สำคัญเพราะคนไทยชอบความยูนีค ได้เลือกได้มีส่วนร่วมกับผลิตภัณฑ์ที่เราใข้ ทำเองเลือกเองใช้เองก็จะภูมิใจอินไปกับมัน” คุณแพรว กล่าว

เลือกชมสินค้าใหม่ๆ จาก Buffollow ได้แล้ววันนี้ที่ร้าน Absolute Siam Store ชั้น 1 สยามเซ็นเตอร์ หรือ FB:absolutesiamstore , Line@absolutesiamstore นอกจากนี้ ยังสามารถช้อปปิ้งผ่านบริการพิเศษ Call & Shop ช้อปให้ทุกอย่างแค่โทรมา บริการสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับสมาชิก VIZ Card และ Platinum M Card ช้อปได้ทุกอย่างที่ต้องการในสยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ โทร. 063-205-7989 หรือ 063-205-7974 พร้อมบริการทุกวัน

5 เคล็ดลับขจัดปัญหาในช่วงฤดูร้อน ปลดล็อกสกินหน้าสวยไร้สิว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/651582

วันที่ 29 เม.ย. 2564 เวลา 09:30 น.5 เคล็ดลับขจัดปัญหาในช่วงฤดูร้อน ปลดล็อกสกินหน้าสวยไร้สิวปลดล็อกสกินหน้าสวยไร้สิว! ลอรีอัลแชร์ 5 เคล็ดลับขจัดปัญหาในช่วงฤดูร้อน พร้อมชี้เป้าโปรฯ ลดจัดเต็มในแคมเปญ Shopee 5.5 Lowest Price Festival

การกลับมาของฤดูร้อน อาจเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้สาวๆ หลายคนต้องเจอกับฝันร้ายอย่างปัญหาสิวผด จนทำเอาความมั่นใจที่เคยมีหายไปหมดเลย วันนี้ ‘ลอรีอัล’ จึงมีเคล็ดลับสุดพิเศษมาร่วมแชร์ให้สาวๆ ร้อนนี้ไม่มีสิว พร้อมแจกความสดใสในช่วงซัมเมอร์นี้ แม้สถานการณ์โควิด 19 จะทำให้ต้องเว้นระยะในการเดินทางท่องเที่ยว แต่การดูแลความสวยใสของผิว ต้องไม่มีแผ่ว โดยปัญหาหน้ามันและสิว ที่มักจะผุดขึ้นมาในช่วงฤดูร้อนนั้น เป็นเพราะอุณหภูมิของอากาศที่ร้อนขึ้นอย่างมาก ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวเร่งปฏิกิริยาให้รูขุมขนบนผิวหน้าของเรากว้างขึ้น ทำให้มีโอกาสที่สิ่งสกปรกระหว่างวันจะเข้าไปอุดตันได้ง่ายกว่าปกติ ผนวกกับต่อมไขมันในร่างกายที่เร่งผลิตน้ำมันมาหล่อเลี้ยงผิวมากขึ้นเพื่อรักษาความชุ่มชื้นจากการระเหยของน้ำซึ่งอาจเข้าไปอุดตันรูขุมขนจนเกิดเป็นปัญหาสิวกวนใจได้เช่นกัน

แต่ปัญหานี้แก้ไขได้อย่างง่ายดาย โดย ลอรีอัล ควงแขน 3 แบรนด์ดังอย่าง La Roche Posay, CeraVe, และ Vichy มอบ 5 เคล็ดลับสุดสเปเชียล ที่จะช่วยให้เหล่าซิสหน้าใส ไร้สิวรับซัมเมอร์แบบฉบับผู้เชี่ยวชาญ พร้อมกระซิบต่อกับโปรโมชั่นสุดน่าตำในแคมเปญ Shopee 5.5 Lowest Price Festival

สะอาดใส ใส่ใจขั้นตอนการล้างหน้า

การทำความสะอาดใบหน้า นับเป็นขั้นตอนแรก ที่ต้องให้ความสำคัญมากเป็นพิเศษ โดยการล้างหน้าที่ดี ไม่ควรเกินวันละ 2 ครั้งเท่านั้น ซึ่งเริ่มต้นได้ง่ายๆ ด้วยการเช็ดเครื่องสำอางค์ และชโลมใบหน้าด้วยน้ำเปล่าก่อน จากนั้นจึงบีบเจลล้างหน้าและถูเข้าเบาๆ บนฝ่ามือจนเนื้อผลิตภัณฑ์แตกตัว จากนั้นจึงค่อยๆ นวดไปตามใบหน้าราว 15-20 วินาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด โดยแนะนำให้ใช้เจลล้างหน้าสูตรที่มีส่วนผสมของ Salicylic Acid อย่าง La Roche Posay Effaclar Micro-Peeling Purifying Gel ซึ่งจะช่วยขจัดคราบอุดตันในรูขุมขน พร้อมช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วได้อย่างหมดจด

เติมความชุ่มชื้น ปรับสภาพผิว 

เมื่อล้างหน้าทำความสะอาดด้วยโฟมจนเกลี้ยงเกลาแล้ว ขั้นตอนสำคัญต่อไปคือการใช้ โทนเนอร์ทำความสะอาด ซ้ำ เพราะไม่เพียงแต่จะช่วยล็อกความชุ่มชื้นและปกป้องผิวจากความแห้งตึงเท่านั้น แต่โทนเนอร์ยังเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนสุดเอ็กซ์ ตร้าสำคัญที่จะช่วยลบคราบเมคอัพบนใบหน้าให้สะอาดหมดจด เพียงหยด Vichy Normaderm Toner ลงบนแผ่นสำลีสัก 2 – 3 หยด แล้วจึงเช็ดเบาๆ ให้ทั่วใบหน้า แค่นี้ก็สามารถขจัดคราบสกปรกจากเครื่องสำอางระหว่างวันที่ตกค้างไว้บนใบหน้า จนอาจทำให้เกิดปัญหาสิวอุดตันตามมาได้ อีกทั้งยังเป็นการเตรียมพร้อมสภาพผิวก่อนการบำรุงด้วยสกินแคร์อีกขั้น

ปรับสกินแคร์ ให้เข้ากับสภาพอากาศ

อีกหนึ่งปัญหาที่พบบ่อยในช่วงหน้าร้อนแบบนี้ คือผิวหน้าที่มันเพิ่มขึ้นอาจก่อให้เกิดปัญหาสิวได้ง่าย ดังนั้น จึงแนะนำให้เหล่าสาวๆ ที่หน้ามันทั้งหลาย ลองเปลี่ยนสกินแคร์รูทีน ของตัวเองดู แล้วลองเปลี่ยนจากมอยส์เจอร์ไรเซอร์มาเป็นเพียงกันแดดที่ผสมความชุ่มชื้นเบาๆ อย่าง La Roche Posay Anthelios XL Dry Touch SPF 50+ นอกจากเหมาะกับสภาพผิวในช่วงอากาศร้อนและไม่เสริมให้หน้ามันเยิ้ม ยังช่วยปกป้องรังสียูวีที่เป็นส่วนประกอบสำคัญที่ส่งทำร้ายผิวสวยของเราอีกด้วย

ความสะอาดเครื่องนอน ป้องกันปัญหาสิว

การดูแลความสะอาดเครื่องนอนก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ การที่เราเอนตัวลงบนเตียงทั้งๆ ที่ยังไม่ได้อาบน้ำหรือเปลี่ยนเสื้อผ้า จนเผลอทิ้งคราบน้ำมันและสิ่งสกปรกบนใบหน้าลงบนปอกหมอนและผ้าปูที่นอนโดยไม่ทันรู้ตัว จนทำให้เกิดการหมักหมมของสิ่งสกปรก เป็นอีกหนึ่งสาเหตุของสิวอุดตัน จึงแนะนำให้หมั่นเปลี่ยนปลอกหมอนและผ้าปูที่นอนอยู่เนืองๆ เพราะเมื่อผิวต้องเผชิญกับฝุ่นจากที่นอน ซ้ำๆ บ่อยๆ อาจส่งผลให้ผิวของเราแห้ง ลอก คัน เป็นสิว หรือมีอาการระคายเคือง เพื่อฟื้นบำรุงเกราะปกป้องผิวให้กลับมาแข็งแรง ดังนั้นก่อนนอนเราควรใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ช่วยเสริมปราการ ที่อ่อนโยนต่อทุกสภาพผิว เน้นผลิตภัณฑ์ ที่มีสารสำคัญอย่าง Ceramide และ Niacinamide ช่วยลดการระคายเคืองของผิว พร้อมปรับให้ผิวแลดูกระจ่างใสยิ่งขึ้น

เลือกผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ตรงจุด

ปัญหาสิวคงไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น เราจึงไม่ควรละเลยการดูแลสุขภาพผิวหน้าของเราให้ดูสวยสุขภาพดี ในแต่ละช่วงภูมิอากาศอยู่อย่างเสมอๆ ช่วยลดแบคทีเรียบนใบหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสาวๆ ที่ต้องการดูแลสุขภาพหน้าแบ่งตามระดับสิว สำหรับคนสิวน้อย แนะนำให้ใช้ Effaclar K (+) ช่วยลดสิวอุดตันและบำรุงผิว พร้อมคุมมันยาวนานถึง 8 ชั่วโมง และสำหรับคนสิวมาก แนะนำให้ใช้ Effaclar Duo (+) ที่จะช่วยปลอบประโลมผิวอย่างอ่อนโยนด้วยคุณสมบัติในการฟื้นบำรุงผิวจากการปัญหาสิวในช่วงฤดูร้อนนี้ นอกจากนี้ในช่วงที่อากาศร้อนแบบนี้ก็อย่าลืมพกสเปรย์คุมมันเสริมความมั่นใจ เพราะเป็นผลิตภัณฑ์คุมมันทันทีที่ใช้ และยังล๊อคเครื่องสำอางไม่ให้ไหลเยิ้ม เพิ่มความมั่นใจในตลอดซัมเมอร์นี้ได้เลย

นับว่าการล้างหน้าให้ถูกวิธี และเลือกผลิตภัณฑ์รักษาสิวพร้อมป้องกันผิว อย่างตรงจุด! ก็มีชัยในความสวยไปกว่าครึ่ง! และเพื่อการเตรียมพร้อมในทุกการดูแลผิวให้สดอย่างต่อเนื่อง คนรักผิวต้องไม่พลาด โปรโมชั่นดีๆ ในแคมเปญ Shopee 5.5 Lowest Price Festival เพราะมีส่วนลดสุดพิเศษจาก La Roche Posay, Vichy, และ CeraVe ถึง 50% พร้อมโค้ดส่วนลดเพิ่ม 800 บาท เมื่อชำระเงินผ่าน ShopeePay และสิทธิประโยชน์สุดเลอค่าอีกมากมาย ไว้ให้ ได้ปลดล็อกสกินความเปล่งประกายสดใสในออร่า

ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 5 พฤษภาคม 2564 ร่วมช้อปสินค้า พร้อมกดติดตามร้านค้าบน Shopee Mall เมื่อไม่ให้พลาดข่าวสารและอัพเดท โปรโมชั่นสำคัญจากแบรนด์ดัง อาทิ La Roche Posay Official Store ได้ที่ https://shopee.co.th/la_roche_posay_official_shop กดติดตาม Vichy Official Store https://shopee.co.th/vichy_official_shop ได้ที่ และ CeraVe Official Store https://shopee.co.th/cerave_official_shop

‘แสงแดด’ Follower ดีเด่นประจำวัน ตามไปทุกที่…แบบนี้ต้องรับมือ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/651494

วันที่ 28 เม.ย. 2564 เวลา 11:01 น.‘แสงแดด’ Follower ดีเด่นประจำวัน ตามไปทุกที่...แบบนี้ต้องรับมือเมื่อแสงแดดรับบท Follower ดีเด่นที่อยากอยู่กับคุณตลอดเวลา มาหาวิธีรับมือและป้องกัน พร้อมรู้ทันการเลือกประเภทของครีมกันแดดเพื่อผิวของเรากันเถอะ

จะเลือกติดตามหรือกด Follow ใครสักคนทั้งที หลายคนคงมีเหตุผลต่างๆ กันไป ไม่ว่าจะสนใจไลฟ์สไตล์ ชื่นชอบในรูปลักษณ์ หรือเป็นศิลปินคนดังที่อยากจะติดตามชีวิต แต่ใครจะรู้บ้างล่ะว่าทุกวันนี้เราเองก็กลายเป็นบุคคลที่ถูกติดตามได้เหมือนกัน จะใครที่ไหนล่ะก็ ‘แสงแดด’ นั่นแหละที่ตามติดชีวิตเราไปทุกที่ ทุกหนแห่ง ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหนหรือทำอะไรก็ตาม ถ้านับว่าหนึ่งวันมี 24 ชั่วโมง Follower อย่างแสงแดดก็ตามส่องเราแทบด้วยระยะเวลาเฉลี่ยนานกว่าการรอคนที่ชอบตอบแชทในแต่ละวันเสียอีก เรียกได้ว่า ‘แสงแดด’ นั้นอยู่กับคุณตลอด รับบท Follower ดีเด่นแบบไม่แพ้ใคร

หรือที่จริงแล้วเนื้อคู่ของคุณจะมาในรูปแบบของแสง เพราะนอกจากแสงแดดที่ตามเราไปทุกที่แล้วนั้นยังมีแสงอื่นๆ แอบแฝงตัวอีกด้วย เช่น แสงสีฟ้า (HEV Light) ที่อยู่กับคุณทุกครั้งที่เปิดหน้าจอโทรศัพท์ อาจจะเป็นในช่วงเวลาที่คุณกำลังติดซีรีส์อย่างงอมแงม หรือหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอัปเดตโซเชียลต่างๆ ต่อให้ในขณะนั้นไม่มีข้อความเตือนหรือแชทเด้งตอบมา แต่แสงสีฟ้า (HEV Light) ก็ยังโผล่มาหาคุณอยู่ตลอด นอกจากนี้ยังมีสถานการณ์อื่นๆ ที่เราถูกแสงตามไม่รู้ตัวในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็น ตอนดินเนอร์ใต้แสงไฟโคมระย้าในร้านอาหาร หรือจะเป็นตอนที่เราอยากจะถ่ายรูปเซลฟีเพื่อส่งไปอ้อนคนที่ชอบ ระหว่างรอเขาตอบแชท เปิดไฟในห้องรอคอยเวลาแบบเหงาๆ ที่กล่าวมาทั้งหมดไม่ได้ต้องการให้เศร้าหรอก แต่อยากให้รู้ไว้ว่า ทุกสถานการณ์ ทุกเวลา ทุกสถานที่ที่เราใช้ชีวิตประจำวันนั้นมันมีแสงที่คอยแอบแฝง ซึ่งรวมๆ เฉลี่ยอยู่ที่ 6.2 ชั่วโมงต่อหนึ่งวัน ใครนึกว่าหลบมาอยู่ในห้องหรืออาคารแล้วจะรอด บอกได้เลยว่าไม่ง่ายขนาดนั้น

ตามติดกันขนาดนี้ ถึงเวลาหรือยังที่ต้องหาทางรับมือ ?

หากเรามี Follower เพิ่มมากขึ้นเท่าไหร่ จากเดิมที่ดูเหมือนจะเป็นผลดี แต่กลับเริ่มมีผลเสียที่ตามมามากขึ้นเรื่อยๆ แสงแดดก็เช่นกัน แม้จะมีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่ขณะเดียวกันก็มีโทษหากได้รับในปริมาณที่มากเกินไป เมื่อผิวของเราที่โดนติดตามอยู่ตลอด ผิวของเราคงเกิดความอึดอัดแสดงความหมองคล้ำออกมาให้เห็น ซึ่งมากไปกว่านั้นบางครั้งหากโดนแดดที่เบอร์แรง อาจจะเกิดผิวแห้งกร้าน ฝ้าตกกระ ฝากริ้วรอยเอาไว้เป็นที่ระลึก และสำหรับบุคคลที่มีปัญหาผิวในเรื่องของสิวที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติของมนุษย์แล้วนั้น เมื่อผิวของเราต้องเผชิญกับ Follower อย่างแสงแดด ที่ทั้งแรงและแผดเผา มันยิ่งทำให้สิวของเรานั้น ฝากรอยแดง รอยดำ ไว้ให้จดจำไปอีกนาน แล้วเราต้องทำอย่างไรล่ะถึงจะปกป้องผิวของเราได้ 

มีทางใดที่อาจทำให้ Follower อย่างแสงแดดไม่สนใจ ได้โปรด

เริ่มต้นง่ายๆ กับการใส่หมวกป้องกันแสงแดดที่จะตกกระทบลงใบหน้าของเรา แต่ต้องใส่หมวกที่ใหญ่เบอร์ไหนถึงจะป้องกันได้จริง ต่อให้เป็นหมวกสานปีกกว้างที่มีขายในตลาดสำเพ็งที่ต้องใหญ่สะดุดตาให้สุด เพื่อใช้เป็นโล่ป้องกัน ร่มคันใหญ่ที่เราใช้กางระหว่างเดินลุยไปกลางแจ้ง แต่สิ่งเหล่านั้นไม่ได้ช่วยป้องกันเราจากแสงแดดได้จริง หรือแม้กระทั่งการสวมใส่หน้ากากอนามัยที่จำเป็นต้องทำในปัจจุบัน หลายคนคิดว่าการสวมใส่สิ่งนี้นอกจากป้องกันอย่างอื่นได้แล้ว อาจจะสามารถป้องกันแสงแดดได้ด้วย เราคงต้องดับฝันคุณด้วยการบอกว่า สวมใส่หน้ากากอนามัยไม่ได้ช่วยป้องกันแสงแดด

และสำหรับอีกหนึ่งวิธีรับมือที่หลายคนคงรู้อยู่แล้ว ถ้าไม่อยากให้แสงแดดทำร้ายผิว เราก็ต้องทาครีมกันแดดป้องกันผิวเรา วิธีง่ายๆ แต่ยังคงมีอีกหลายคนที่ไม่ทาครีมกันแดด บ้างก็บอกว่าทาไปแล้วรู้สึกถึงความเหนียว เหนอะหนะ ทาแล้วรู้สึกหน้าหมองคล้ำกว่าปกติ หรือทากันแดดแล้วสิวขึ้นอีก สาเหตุอาจจะเกิดจากประเภทของกันแดดที่เราเลือกใช้ไม่เหมาะสำหรับผิวเรา ดังนั้น เพื่อไม่ให้ Follower อย่างแสงแดดได้ใจ เรามารู้จักประเภทของครีมกันแดดกัน

ประเภทของครีมกันแดดในท้องตลาดมี 2 ประเภทหลัก

1. ครีมกันแดดแบบ Physical เมื่อทาครีมกันแดดประเภทนี้ไป กันแดดจะเคลือบเป็นเกราะบนผิวของเรา เพื่อสะท้อนแสงแดดให้ออกไป ข้อดีคือทาแล้วสามารถกันแดดได้ในทันที กันแดดได้อย่างยาวนาน มีโอกาสอุดตันน้อยกว่าจึงเหมาะกับคนเป็นสิว แต่ข้อเสียก็มีพอเป็นเกราะแบบนี้ก็เนื้อหนา เกลี่ยยาก หรือบางทีเป็นคราบขาว

2. ครีมกันแดดแบบ Chemical เมื่อทาครีมกันแดดประเภทนี้ไปจะทำหน้าที่ดูดซับแสงแดด แล้วคายออกในรูปแบบของความร้อน ไม่ใช่การสะท้อนแสงกลับออกไป ข้อดีคือเนื้อครีมบาง เกลี่ยง่าย แต่ข้อเสียคือไม่สามารถกันแดดได้ในทันที ต้องรอให้กันแดดพร้อมที่จะป้องกันเราก่อน และยิ่งแดดแรง ยิ่งต้องทาเยอะ พอทาเยอะไปก็อาจจะทำให้อุดตันรูขุมขนได้ จึงไม่เหมาะกับคนผิวมัน

พอได้รู้จักประเภทของครีมกันแดดจริงๆ แล้วนั้นก็รู้ได้เลยว่า Follower ดีเด่นของเรารับมือได้ยากจริงๆ ซึ่งถ้าจะให้เลือกว่าประเภทใดดีที่สุดคงบอกไม่ได้ ขึ้นอยู่กับว่าจะเลือกอย่างไรให้เข้ากับผิวเรามากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นคนผิวแห้ง ผิวมัน หรือผิวแพ้ง่าย เพื่อที่จะทำให้เราได้เฉิดฉายกล้าเผชิญกับ Follower ได้อย่างมั่นใจ และครีมกันแดดตัวไหนที่คุณจะเลือกใช้รับมือกับ Follower อย่างแสงแดด

ตัวช่วยที่จะทำให้เราเฉิดฉายสู้กับ Follower อย่างแสงแดด และพร้อม Block สิวไม่ให้เกิดได้

สำหรับครีมกันแดดที่น่าสนใจ และอาจจะสามารถตอบโจทย์ความต้องการให้กับใครหลายๆ คนที่อยากจะมีผิวสวยได้อย่างมั่นใจ ไม่ยุ่งยาก สำหรับสังคมที่เร่งรีบในปัจจุบัน คือ กันแดด Dermaction plus by Watsons Advance Sun สูตร Zinc Acne-prone สินค้าใหม่ที่กันแดดให้คุณได้จริง มาทางไหนกลับไปทางนั้นไปเลย ด้วยค่า SPF50+ PA++++ เพื่อป้องกันผิวเราอย่างดีที่สุด

ป้องกันได้ทุกแสงทั้ง UVA UVB, Blue Light และ UVIR (Infrared) ถ้า Follower ดีเด่นของเราจะแฝงตัวมาในรูปแบบแสงใดก็ตาม บอกเลยตัวนี้เอาอยู่ทุกสถานการณ์ พร้อมทั้งช่วยให้เราสามารถ Block สิวที่ต้องการจะเฉิดฉายบนใบหน้าของเราได้ด้วย Salicylic Acid และ Zinc PCA ที่ช่วยควบคุมความมัน ป้องกันการเกิดสิว และช่วยลดการสะสมของแบคทีเรีย P.Acne ที่ทำให้สิวเกิดอักเสบได้อีกด้วย

ยังไม่หมดนะ ถ้ากังวลเรื่องความเหนอะหนะอยู่ ครีมกันแดดตัวนี้เป็นเนื้อ Aqua Gel สูตร Hybrid Activated บางเบามาก ไม่มีน้ำหอม พาราเบน น้ำมัน สี ลาโนลิน และ DEA, MIT/CMIT และเหมาะกับทุกสภาพผิวอีกด้วย เอาเป็นว่าไว้ใจครีมกันแดดตัวนี้ได้เลย ต่อไปนี้จะทาครีมกันแดดก่อนจะสวมใส่หน้ากากอนามัยออกจากบ้านก็มั่นใจได้ว่าผิวของเราจะสวยทนสู้แดดสู้สิวได้ในทุกๆ วัน เพราะวัตสันเขาคิดมาแล้วว่าเราต้องเจอปัญหาอะไรเมื่อต้องทากันแดดพร้อมทั้งใส่หน้ากากอนามัยไปด้วย หาซื้อได้แล้ววันนี้ที่วัตสัน และวัตสันออนไลน์ https://watsonsonline.store/ydj

หากอ่านมาถึงตรงนี้แล้ว สิ่งที่ทุกคนควรจะรู้ไว้อีกอย่างคือ ครีมกันแดด ไม่ต้องรอใช้เฉพาะเวลาไปทะเลเท่านั้นหรอก แต่ควรจะถูกนำมาใช้ในทุกวันเพื่อป้องกันผิวเราจากแสงแดดอย่างเป็นประจำ เพราะทุกวัน ทุกเวลาเราต้องเจอกับแสงตามตลอดทุกที่ ถ้าอยากมีผิวที่สดใสพร้อมให้ Follower ตามอย่างมั่นใจก็ต้องทาครีมกันแดด เพราะสุดท้าย Follower อย่างแสงแดดไม่เคยกด Unfollow เราเลยสักวัน

ทิชชู่เปียกรักษ์โลกเบเบ้ซุป ชวนสอนลูกสอนหลานให้รักษ์โลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/651492

วันที่ 28 เม.ย. 2564 เวลา 10:40 น.ทิชชู่เปียกรักษ์โลกเบเบ้ซุป ชวนสอนลูกสอนหลานให้รักษ์โลก เบเบ้ซุป ชวนทุกครอบครัว “สอนลูกสอนหลานให้รักษ์โลก” เรียนรู้การรักษาสิ่งแวดล้อมและใช้ประโยชน์จากผลิตภัณฑ์เบเบ้ซุปด้วยภาพชุดประกอบแคมเปญ “ย่อยได้ I แยกได้ I เล่นได้”

กลับมาอีกครั้งกับกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) ผ่านทางโซเชียล มีเดีย สำหรับ เบเบ้ซุป (Bebesup) ผลิตภัณฑ์ทิชชู่เปียกรักษ์โลกที่การันตีจากสถาบันวิจัย Baby Skin Lab ประเทศเกาหลี ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความปลอดภัยยิ่งกว่าน้ำสะอาด ปลอดภัยต่อผิวเด็ก และย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ ครั้งนี้เชิญชวนทุกครอบครัวร่วมทำกิจกรรมเพื่อส่งเสริมพัฒนาการการเรียนรู้และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมให้กับลูกน้อย อีกทั้งยังเสริมสร้างความรักความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว ผ่านแคมเปญ “สอนลูกสอนหลานให้รักษ์โลก” โดยร่วมกับ “ปอ ศตายุ แสนคำ” ศิลปินนักวาดภาพประกอบรุ่นใหม่ เจ้าของผลงานวาดภาพประกอบหนังสือ How I Love Myself , นิตยสารบ้านและสวน, เว็บไซต์ My home, เพจ Xself ฯลฯ

ร่วมถ่ายทอดผลงานให้กับเบเบ้ซุปในรูปแบบภาพวาดประกอบ เพื่อสื่อให้คุณพ่อ คุณแม่ ครอบครัว และเด็กๆ ได้เข้าถึงธรรมชาติ เเละสิ่งเเวดล้อมด้วยความเข้าใจ พร้อมทำกิจกรรมร่วมกัน ตลอดจนได้เรียนรู้ถึงการรักษ์โลกผ่านผลิตภัณฑ์ทิชชู่เปียกเบเบ้ซุปด้วยเรื่องราวง่ายๆ 3 ซีรีส์ ได้แก่  “ย่อยได้ I แยกได้ I เล่นได้”

ซีรีย์ที่ 1 – เรียนรู้การ “ย่อยได้” 

ส่งเสริมการเรียนรู้และการใช้ผลิตภัณฑ์เบเบ้ซุป ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ ตัวทิชชู่สามารถย่อยสลายกลับคืนสู่ธรรมชาติได้ (BIODEGRADABLE) โดยเริ่มจากห้องทดลองเล็กๆ ที่บ้าน ด้วยการนำทิชชู่เปียกไปฝังดิน เมื่อเวลาผ่านไปแสงแดดและความชื้นจะทำให้ทิชชู่เปียกกลายเป็นปุ๋ยที่ดีสำหรับต้นไม้ได้  

 ซีรีย์ที่ 2 – เรียนรู้การ  “แยกได้”

ส่งเสริมการเรียนรู้เรื่องการคัดแยกขยะอย่างถูกวิธี หลังการใช้ผลิตภัณฑ์ เบเบ้ซุป โดยสอนให้เด็กๆ เรียนรู้ว่าใน 1 ซองของเบเบ้ซุป ประกอบด้วยซองพลาสติก (Packaging) ,ฝาปิด (Cap) และสติกเกอร์ใบไม้ด้านใน (Leaf Label) ซึ่งทั้ง 3 ส่วนทำจากวัสดุที่แตกต่างกัน ดังนั้น ต้องมีการแยกทิ้งให้ถูกต้องตามประเภทของขยะ เเละส่วนประกอบบางส่วนสามารถนำมาใช้งานใหม่ (Reuse) เเละบางส่วนสามารถนำมารีไซเคิลได้ (Recycle) 

ซีรีย์ที่ 3 – เรียนรู้การ “เล่นได้” 

ส่วนประกอบบางส่วนผลิตภัณฑ์เบเบ้ซุป สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ เพื่อทำให้เกิดประโยชน์ได้ ดังนี้

  • ฝา (CAP) ที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ต่าง ๆ ในบ้าน อาทิ แปะปิดคร่อมรูปลั๊กไฟที่ผนังกำแพง เพื่อป้องกันเด็กๆ เอานิ้วไปเล่น/เเหย่รูปลั๊ก
  • นำฝา (Cap) มาประกบกัน เพื่อทำเป็นกล่องใส่ของ เช่น ที่ใส่เหรียญ ใส่ยางรัดผม ใส่พลาสเตอร์ยา ที่เก็บสะสมสติ๊กเกอร์ ฯลฯใช้เป็นฝาปิดถุงขนม คอร์นเฟลก (Cornflakes) เพื่อการถนอมอาหาร 
  • ใช้เล่นเป็นการ์ดคำศัพท์ เพื่อเสริมความรู้ เเละทบทวนความจำของลูกน้อย
  • สติกเกอร์ใบไม้ด้านใน (Leaf Label) –  สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ เพื่อสร้างสรรค์สิ่งของน่ารักๆ เสริมพัฒนาการของลูกในชีวิตประจำวัน อาทิ สติกเกอร์โน้ตเขียนเตือนความจำ (Post It) ที่เเปะคั่นหนังสือนิทาน ที่เเปะบอกชื่อต้นไม้ที่กระถางต้นไม้

โดยศิลปิน “ปอ ศตายุ แสนคำ” ให้แนวคิดและแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานแคมเปญนี้ให้กับเบเบ้ซุป กับชุดภาพประกอบทั้ง 3 ซีรีย์ ว่า “เพื่อสื่อถึงความเป็นครอบครัว พ่อ แม่ ลูก ที่มีแนวคิดการใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อความปลอดภัยของทุกคนในครอบครัว” 

ศิลปินเลือกใช้สีสันที่สดใส เพื่อแสดงถึงความสุขของครอบครัว โดยลงสี Earth Tone เขียว เหลือง น้ำตาล แสดงถึงความเป็นธรรมชาติให้มากที่สุด โดยเทคนิคการเล่าเรื่องและลงสีของแต่ละซีรี่ย์มีแนวคิด ดังนี้

ซีรี่ย์ที่ 1 – เรียนรู้การ “ย่อยได้” – เน้นการใช้โทนสีภาพ Earth Tone 3 สีหลักคือ เขียว เหลือง น้ำตาล เพื่อสื่อถึงความเป็นธรรมชาติให้มากที่สุด

ซีรี่ย์ที่ 2 – เรียนรู้การ “แยกได้” – ภาพแสดงถึงกิจกรรมแยกขยะทิ้งให้ถูกต้อง โดยให้ตัวละครคุณแม่สอนลูกให้สีสันสดใสแสดงถึงความดี ความสุขของภาพ

ซีรีย์ที่ 3 – เรียนรู้การ “เล่นได้” ภาพกิจกรรมจากการใช้ฝาจะใช้สีโทนของฝาผลิตภัณฑ์ในการเล่าเรื่องราวไปในอารมณ์เดียวกันกับสี และภาพกิจกรรมจากสติกเกอร์ใบไม้จะใช้โทนสีเขียวและคู่ตรงข้ามเป็นหลักในการเล่าเรื่องของภาพ

นอกจากนี้ ทางศิลปินยังได้ร่วมออกเเบบสติ๊กเกอร์รักษ์โลกติดหน้าห่อ     ทิชชู่เปียกเบเบ้ซุป (Bebesup Packaging) สำหรับวางขายในซุปเปอร์มาร์เก็ต และร้านขายยาชั้นนำ อาทิ กูร์เมต์ มาร์เก็ต (Gourmet Market) ฟู้ดแลนด์  ซุปเปอร์มาร์เก็ต (Foodland Supermarket) เลมอนฟาร์ม (Lemon Farm) วิลล่า มาร์เก็ท (Villa Market) เมดเเคร์ ดีเชน (D-Chain) เซฟ แอนด์ เซฟ (Safe & Save) เเละสหภัณฑ์นมผงราชพฤกษ์  ออนไลน์ อาทิ FB/IG: Bebesup.th, Central Online, Lazada/Shopee: Bebesup_Officialshop

ติดตามภาพชุดประกอบแคมเปญ ‘ย่อยได้ แยกได้ เล่นได้’ ในแต่ละซีรี่ย์ ได้ทาง เว็บไซต์ แฟนเพจ เฟสบุ๊ค และอินสตาแกรม Bebesup.th เเละมาร่วมเเชร์วิธีการ ‘รักษ์โลกในแบบครอบครัวของคุณ’ ผ่านคอมเมนท์ใต้ภาพ พร้อมลุ้นรับของรางวัลจากทางเบเบ้ซุปได้ ตั้งเเต่ วันที่ 1 พฤษภาคม 2564 เป็นต้นไป

.

ครอบครัวเบเบ้ซุปเริ่มเเล้ว ครอบครัวคุณเริ่มรึยัง!!!

#Bebesup #ทิชชู่เปียกรักษ์โลก #โลกไม่พัง #สงสารโลก #คืนโลกให้NextGen 

#ทุกที่ทำไทยก็ทำ #เบเบ้ซุปไทยทำ #zerowaste #ลดการสร้างขยะพลาสติก #ทำให้เด็กดู 

#มิตรรักษ์เนเจอร์