La boutique ต้อนรับสปริง/ซัมเมอร์ 2021 ด้วยคอลเลกชั่น Palm Spring #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/650132

วันที่ 10 เม.ย. 2564 เวลา 11:02 น.La boutique ต้อนรับสปริง/ซัมเมอร์ 2021 ด้วยคอลเลกชั่น Palm Springแบรนด์แฟชั่นชั้นนำ ‘ลา บูทีคส์’ (La boutique) เปิดตัวคอลเลกชั่นต้อนรับฤดูกาลสปริง/ซัมเมอร์ 2021 ที่ชื่อว่า ‘ปาล์ม สปริง’ (Palm Spring) แรงบัลดาลใจจากเทศกาลสปริงเบรก (Spring Break) อันมีชีวิตชีวาของเหล่าหนุ่มสาวแคลิฟอร์เนีย ในปี 1990 ถ่ายทอดสู่เสื้อผ้าลายพิมพ์อันเป็นเอกลักษณ์ประจำซีซั่น

สนุกกับการแต่งตัวต้อนรับลมร้อนด้วยคอลเลกชั่นลายพิมพ์ดีไซน์ล่าสุดจากแบรนด์ ‘ลา บูทีคส์’ (La boutique) ของครีเอทีฟไดเร็คเตอร์ฝีมือเฉียบประจำแบรนด์ พัชรวัฒน์ ตระกาลสันติกูล ที่ยังคงสร้างสรรค์เสื้อผ้าดีไซน์ใหม่เอาใจเหล่าแฟชั่นนิสต้าให้สนุกกับการแต่งตัวกันอยู่เสมอ โดยคอลเลกชั่นสปริง/ซัมเมอร์ 2021 นี้ มีชื่อว่า ‘ปาล์ม สปริง’ (Palm Spring) ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากเสน่ห์อันมีชีวิตชีวา ในเทศกาลสปริงเบรก (Spring Break) ของเหล่าหนุ่มสาวแคลิฟอร์เนียจากปี 1990 ได้ถูกนำมาถ่ายทอดลงบนเสื้อผ้า และลายพิมพ์ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของฤดูร้อนอันน่าค้นหา

‘ลา บูทีคส์’ (La Boutique) แบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นสตรี ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘นีโอ โรแมนติก’ ที่ถ่ายทอดความงดงามทางแฟชั่นกับกลิ่นอายประวัติศาสตร์ทางศิลปะอันน่าจดจำมาผสมผสานด้วยแนวความคิดที่ร่วมสมัย หล่อหลอมผ่านมุมมองการออกแบบอันสร้างสรรค์ออกมาเป็นเครื่องแต่งกายดีไซน์ทันสมัย พร้อมการตัดเย็บสุดประณีตตามแบบฉบับของห้องเสื้อชั้นสูงสไตล์ฝรั่งเศส ให้ผู้สวมใส่มีเสน่ห์โดดเด่นทั้งในชีวิตประจำวันจวบจนถึงกระทั่งปาร์ตี้ในยามค่ำคืน

พัชรวัฒน์ ตระกาลสันติกูล กล่าวถึงแนวคิดหลักในการออกแบบคอลเลกชั่นนี้ว่า “คอลเลกชั่นนี้เรานึกถึงบรรยากาศการใช้ชีวิตของวัยรุ่นอเมริกันในช่วงเวลาสปริงเบรก พวกเขามักจะสนุก และเต็มที่กับช่วงเวลาแห่งการพักผ่อน เราก็เลยเกิดไอเดียที่จะหยิบยกเรื่องราวตรงนี้มาเป็นแรงบันดาลใจหลักในการออกแบบคอลเลกชั่น รวมไปถึงบรรยากาศของเมืองปาล์ม สปริง ที่มีเสน่ห์น่าค้นหา ก็ได้ถูกนำมาบอกเล่าผ่านการดีไซน์ซิลลูเอท ลายพิมพ์ รวมไปถึงการเลือกใช้โทนสีที่มีความโดดเด่นขึ้น สามารถสนุกกับการมิกซ์แอนด์แมทช์ได้มากขึ้น”

‘ปาล์ม สปริง’ (Palm Spring) คอลเลกชั่นที่บอกเล่าเรื่องราวของหนุ่มสาววัยรุ่นอเมริกันที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง จาก ‘ปาล์ม สปริง’ (Palm Spring) สถานที่อันมีชีวิตชีวาที่เป็นดั่งโอเอซิสแห่งแคลิฟอร์เนียในช่วงเวลาสปริงเบรก (Spring Break) ที่ใช้ชีวิตในช่วงเวลาแห่งการพักผ่อน ท่ามกลางท้องถนนทอดยาว ที่ถูกปกคลุมด้วยต้นปาล์มตลอดเส้นทาง ซึ่งมีเด็กสาวในชุดว่ายน้ำนอนเหยียดกายกลางสวนสาธารณะ เพื่อต้อนรับอ้อมกอดจากแสงแดดแห่งฤดูร้อนในแคลิฟอร์เนีย พร้อมกลุ่มชายหนุ่มที่สวมกางเกงขาสั้นยืนพูดคุยอย่างสนุกสนานเคียงข้างรถยนต์ฟอร์ด มัสแตง (Ford Mustang) คู่ใจ คลอเคล้าด้วยเสียงเพลงป๊อปผสมผสานกับเสียงแตรที่ดังกึกก้องไปทั่วทุกมุมถนน ซึ่งแม้ภูเขาแห้งแล้งสูงชัน และทะเลทรายทอดยาวไม่รู้จบจะเป็นดั่งฉากหลังอันกว้างใหญ่ของพื้นที่แห่งนี้ แต่จิตวิญญาณที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งการใช้ชีวิตของเหล่าหนุ่มสาวแคลิฟอร์เนีย กลับสร้างความชุ่มฉ่ำ และความมีชีวิตชีวาไปทั่วทั้งปาล์ม สปริง (Palm Spring)

โดยจากแรงบันดาลใจดังกล่าวทางทีมดีไซน์ได้ใช้เทคนิคพิเศษ เพื่อถ่ายทอดความรู้สึก และกลิ่นอายจากแรงบันดาลใจที่อบอวลไปด้วยความสดใส และความมีชีวิตชีวา ไม่ว่าจะเป็นภาพร่างลายต้นปาล์มอันเป็นเอกลักษณ์ของปาล์ม สปริง (Palm Spring) ที่ถูกนำมาออกแบบใหม่ โดยผสมผสานกับการจับคู่สีสดแบบคัลเลอร์ บล็อก (Color block) เพื่อให้มีความทันสมัย และสนุกมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงเทคนิคการรูดระบายเพิ่มวอลุ่มบนผ้าที่มีน้ำหนักบางเบา เพื่อให้มีความพลิ้วไหวของผ้ามากยิ่งขึ้น ทั้งยังเลือกใช้เทคนิคการสกรีนบนเสื้อยืดคอกลม และเสื้อแขนกุด ซึ่งเป็นรูปแบบของเสื้อผ้าที่เป็นเอกลักษณ์ของหนุ่มสาวอเมริกันในยุค 90s ซึ่งในคอลเลกชั่นนี้มีชิ้นเด่นเป็นบีชแวร์ (Beachwear) และเสื้อผ้าลำลองที่ใส่สบาย และมีความพลิ้วไหว พร้อมผสานเทคนิคการตัดเย็บที่ช่วยขับเน้นรูปร่าง (Body Conscious) ให้เด่นชัดยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ชุดว่ายน้ำเว้าขาสูง, ชุดว่ายน้ำแบบวันพีช (One- Piece) และทูพีช (Two-Piece), กางเกง และกระโปรงผูกเอวแบบผ่าสูง อีกทั้งยังมีชุดเดรสทรงเอไลน์ (A-Line Dress) พิมพ์ลวดลายต้นปาล์มทั้งแบบสั้น และแบบยาว

ซึ่งนอกจากชุดสำหรับสุภาพสตรีแล้ว ในคอลเลกชั่นนี้ยังมีชิ้นที่ทางทีมดีไซน์ออกแบบมาสำหรับหนุ่มสาวของลา บูทีคส์ อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อยืดแขนสั้น และแขนกุด, กางเกงเซิร์ฟบอร์ด และกางเกงยาวขาบาน รวมไปถึงเสื้อฮาวายทรงโอเวอร์ไซส์ ที่เหมาะสำหรับสวมใส่ในช่วงฤดูร้อนนี้ ด้วยการเลือกใช้ผ้าไหมที่มีเนื้อสัมผัสนุ่มลื่น รวมถึงผ้าไหมซาตินที่มอบผิวสัมผัสที่เบาสบายถูกนำมาใช้ในการออกแบบกางเกง และกระโปรงผูกเอว อีกทั้งยังเลือกใช้ผ้าโปร่งบางเบาที่มีความพลิ้วไหวให้ผิวสัมผัสที่เบาสบายเหมาะกับหน้าร้อน อย่างผ้าชีฟองที่มีผิวสัมผัสพิเศษ ทักทอรวมกับวัสดุประกายทอง เพื่อเพิ่มกลิ่นอายความเย้ายวนในแบบฉบับสาวปารีเซียง (Parisian) ของลา บูทีคส์ รวมถึงชุดบีชแวร์ที่นำผ้าไลคร่า (Lycra Fabric) มาพิมพ์ลายเฉพาะของลา บูทีคส์ เพื่อให้สามารถสวมใส่ได้ทั้งในสระว่ายน้ำและในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ยังได้เลือกใช้ผ้าคอตตอน สเปนเดก ที่มีเนื้อบางเบา เหมาะสำหรับการสวมใส่ในทุกโอกาส

สำหรับโทนสีเด่นประจำซีซั่นนี้ได้หยิบยกมาจากกลิ่นอายของ 4 ช่วงเวลา ในช่วงสปริงเบรก (Spring Break) ได้แก่ ช่วงพระอาทิตย์ขึ้น พระอาทิตย์ตก ช่วงกลางวันที่แสงแดดส่องสว่าง และช่วงเวลาพลบค่ำ มาถ่ายทอดผ่านโทนสีที่ตรงข้ามกัน (Contrast) ในรูปแบบการไล่เฉดสี (Ombre) นอกจากนี้ทางทีมดีไซน์ยังเลือกใช้โทนสีสดใสอันเป็นเอกลักษณ์ของฤดูร้อน อาทิ สีชมพูฟลามิงโก้ (Flamingo Pink), สีฟ้าซีรูเลียน(Cerulean Blue), สีเทอร์ควอยซ์ (Turquoise) และสีเหลืองแดฟฟอดิล (Daffodil Yellow) ถูกนำมาผสมผสานควบคู่กับลายพิมพ์ต้นปาล์มแบบย้อนแสง (Palm Tree Silhouette) โดยเลือกใช้การจับคู่สีแบบคัลเลอร์ บล็อก (Color block) ที่เป็นคู่สีตรงข้าม ไม่ว่าจะเป็นการจับคู่สีฟ้ากับสีชมพู หรือการเลือกใช้สีม่วง สีเหลือง และสีเขียวผสมผสานกัน เพื่อถ่ายทอดความสนุกสนาน และความเป็นอิสระในการสร้างสรรค์ผลงานของคอลเลกชั่นนี้

นอกจากนี้ พัชรวัฒน์ ตระกาลสันติกูล ยังได้แนะนำเคล็ดลับการแต่งตัวด้วยชุดลายพิมพ์ให้โดดเด่นรับซัมเมอร์นี้ว่า “การใส่ชุดลายพิมพ์นั้นไม่ได้เป็นเรื่องยากอย่างที่หลายคนคิด บางคนอาจจะมองว่าลายพิมพ์แต่งยาก แต่ในมุมของเรากลับมองว่า การหยิบเสื้อผ้าลายพิมพ์มาใส่นั้น จะทำให้การแต่งตัวของเราดูมีความน่าสนใจมากขึ้น เพราะชุดลายพิมพ์มันมีความสนุกในตัวเองอยู่แล้ว อย่างถ้าใครเพิ่งเริ่มต้นก็อาจจะหยิบชุดลายพิมพ์มาแมทช์กับชิ้นเบสิกสีเรียบๆ ก่อน สำหรับซัมเมอร์นี้ก็อาจจะใส่ชุดว่ายน้ำวันพีชลายพิมพ์ไว้ด้านในคู่กับกางเกงยีนส์ขาสั้นก็ได้ หรือเป็นชุดว่ายน้ำทูพีชลายพิมพ์ แล้วทับด้วยเสื้อยืด ก็จะได้ลุคเดินเล่นชิลล์ๆ ริมทะเล ที่มีความเป็นอเมริกันสไตล์ขึ้น หรือถ้าใครที่ชอบใส่ลายพิมพ์อยู่แล้ว เราก็สามารถแมทช์แบบลายชนลายได้เลย แต่ควรเลือกใส่ชิ้นที่มีโทนสีเดียวกัน หรือใกล้เคียงกัน ถ้าด้านในเราใส่ชุดว่ายน้ำอยู่ก็สามารถคลุมด้วยเสื้อฮาวายลายพิมพ์เดียวกันเลยก็ได้ หรือจะใส่เป็นเสื้อฮาวายกับกางเกงก็ได้เช่นกัน หรือถ้าใครที่ไม่ถนัดมิกซ์แอนด์แมทช์ก็สามารถหยิบเดรสลายพิมพ์มาใส่ได้เลย แต่อาจจะเลือกชิ้นที่มีลูกเล่นเรื่องโทนสีหน่อย ก็จะได้ลุคที่ดูสนุกขึ้น”

ร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษจากคอลเลกชั่น ‘ปาล์ม สปริง’ (Palm Spring) ได้แล้ววันนี้ที่ La Boutique Flagship Store ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โทร 096-884-0295, La Boutique Flagship Store ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามสแควร์วัน โทร 02-011-7124, 096-884-0825, La Boutique Corner ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน ดีพาร์ทเม้นสโตร์ โทร 090-797-2479, Instagram: laboutique_official, Facebook: www.facebook.com/laboutiquebkk และ www.laboutiqueofficial.com

.

#LBPALMSPRINGS21

#LA_BOUTIQUE

#laboutiquesociety

PIAGET เปิด MUST HAVE ลิสต์ปีนี้ที่สาวๆ ควรมีไว้ในครอบครอง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/650100

วันที่ 09 เม.ย. 2564 เวลา 19:50 น.PIAGET เปิด MUST HAVE ลิสต์ปีนี้ที่สาวๆ ควรมีไว้ในครอบครองPIAGET (เพียเจต์) เปิดภาพ 6 เรือนเวลาลิมิเต็ดเอดิชั่นประจำปี 2021 ที่เผยโฉมในงาน Watches & Wonders

กลายเป็นอีก Must Have ไอเท็มที่ถูกจับตาทันที หลังเมซงเปิดตัวเรือนเวลากลไกอัตโนมัติตัวแรกในซีรีส์ Limelight Gala เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา และสำหรับสาวๆ ที่รออัพเดทล่าสุดปีนี้เตรียมจดลิสต์กันได้เลย เพราะ PIAGET (เพียเจต์) มาเปิดภาพให้ชมกันชัดๆ กับ 6 เรือนเวลาลิมิเต็ดประจำปี 2021 ที่เพิ่งเผยโฉมในงาน Watches & Wonders ไปหมาดๆ

LIMELIGHT GALA PRECIOUSLIMITED EDITIONS

เริ่มด้วย 3 โมเดลที่มาพร้อมกลไกอัตโนมัติล่าสุด 501P1 กับ Limelight Gala Precious Limited Editions ผลงานจากดวงอาทิตย์ กับ 3 โทนสีล่าสุดที่เมซงนำมาถอดรหัสให้ได้ชมในฤดูกาลนี้

Limelight Gala Precious Sunrise

เรือนเวลาที่หยิบประกายงามของดวงอาทิตย์ยามเช้าขณะซ่อนตัวอยู่หลังก้อนเมฆมาเล่าเรื่องราว – ตัวเรือนไวท์โกลด์ขนาด 32 มิลลิเมตร ขอบตัวเรือนตกแต่งด้วยแซฟไฟร์บริลเลียนต์คัตสีน้ำเงินไล่เฉดสี 32 เม็ด (ราว 4.70 กะรัต) และเพชรบริลเลียนต์คัต 10 เม็ด (ราว 0.90 กะรัต) หน้าปัดประดับเพชรกว่า 289 เม็ด (ราว 1.76 กะรัต) ซึ่งแต่ละเม็ดถูกฝังอย่างประณีตด้วยเทคนิค Snow Setting เข้าคู่สายรัดข้อมือที่ตกแต่งด้วยเทคนิคงานฝีมือแบบ Palace Décor ผลิตจำกัดเพียง 18 เรือน

Limelight Gala Precious Zenith

เรือนเวลาที่หยิบยืมความเจิดจรัสของดวงอาทิตย์ ขณะหยอกล้อเล่นแสงยามเที่ยงวันมาเป็นแรงบันดาลใจ – ตัวเรือนไวท์โกลด์ขนาด 32 มิลลิเมตร ผสมผสานแซฟไฟร์บริลเลียนต์คัตสีเหลืองไล่เฉดสี 32 เม็ด (ราว 4.70 กะรัต) กับเพชร บริลเลียนต์คัต 10 เม็ด (ราว 0.90 กะรัต) ไว้อย่างเข้ากัน หน้าปัดประดับเพชร 289 เม็ดด้วยเทคนิค Snow Setting จับคู่สายรัดข้อมือไฮจิวเวลรี่ที่สอดประสานเพชรบริลเลียนต์คัต 267 เม็ด และแซฟไฟร์สีเหลืองน้ำงามอีก 124 เม็ด ได้อย่างโดดเด่น ทั้งยังมอบสัมผัสที่บางเบาเป็นเนื้อเดียวกับข้อมือ ผลิตจำกัดเพียง 8 เรือนเท่านั้น

Limelight Gala Precious Sunset

เรือนเวลารับซัมเมอร์ที่มาพร้อมประกายอบอุ่นของดวงอาทิตย์ยามอัสดง – ตัวเรือนโรสโกลด์ขนาด 32 มิลลิเมตร ขอบตัวเรือนประดับด้วยแซฟไฟร์บริลเลียนต์คัตสีชมพูไล่เฉดสี 32 เม็ด (ราว 4.70 กะรัต) และเพชรบริลเลียนต์คัต 10 เม็ด (ราว 0.90 กะรัต) ตัดรับกับหน้าปัดมาเธอร์ออฟเพิร์ลสีขาวได้อย่างลงตัว จับคู่สายรัดข้อมือซาตินสีขาว ผลิตจำกัดเพียง 50 เรือน

Limelight Gala High Jewellery Black Opal 

ต่อด้วยความสง่างามแบบที่ยากจะลอกเลียนกับ เรือนเวลาชั้นสูงที่มาพร้อมหน้าปัดประดับอัญมณีหายาก อย่าง แบล็ค โอปอล ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องปรากฏการณ์แห่งสีสันที่ทอประกายนับไม่ถ้วนยามต้องแสง โดยปัจจุบันแบล็คโอปอลที่เมซงนำมาใช้คัดสรรจากแหล่งคุณภาพในออสเตรเลีย ขณะที่สายรัดข้อมือ ขาตัวเรือนและรอบหน้าปัดรายล้อมด้วยเพชรบริลเลียนต์คัต 91 เม็ด (ราว 5.25 กะรัต) และมรกตทรงมาร์คีส์ 83 เม็ด (ราว 8.18 กะรัต) โดยทรงมาร์คีส์นี้ถือเป็นหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์สำคัญของเมซง เมื่อพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศสมีประสงค์ให้ช่างฝีมือเจียระไนเพชรทรงใหม่ที่สะท้อนถึงรอยยิ้มงดงามของมาดามอันเป็นที่รักอย่าง ‘Marquise de Pompadour’ ซึ่งปัจจุบันซิกเนเจอร์คัตเลื่องชื่อดังกล่าว ยังคงมอบประกายงามได้อย่างแตกต่างและชวนหลงใหลเช่นเคย นอกจากนี้ยังใส่กลไกควอตซ์ 56P ที่ผลิตขึ้นภายในโรงงานของแบรนด์เองไว้อีกด้วย

LIMELIGHT GALAPRECIOUS RAINBOW

หรูหราลุคใหม่ในเฉดสีรุ้ง กับ Limelight Gala Rainbow ความน่าสนใจของ Limelight Gala เฉดสีรุ้งเรือนนี้ นอกจากจะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของเมซงที่นำเสนอเรือนเวลาที่ผสานเข้ากับอัญมณีหลากหลายสีสันแล้ว ยังเสริมความเป็นเลิศด้วยการใส่ระบบกลไกอัตโนมัติแบบใหม่ล่าสุดที่ผลิตขึ้นในโรงงานของเมซง อย่าง 501P1 ไว้อีกด้วย 

ตัวเรือนโรสโกลด์ขนาด 32 มิลลิเมตร ขณะที่หน้าปัดและสายรัดข้อมือคราฟต์ขึ้นอย่างประณีตด้วยวัสดุชนิดเดียวกัน แต่พิเศษกว่าตรงที่แบรนด์เลือกใช้เทคนิคหัตถศิลป์เก่าแก่อย่าง Palace Décor มาผสานไว้ได้อย่างแยบยล โดยการแกะสลักแบบดั้งเดิมนี้ อาศัยทักษะจากช่างฝีมือที่ผ่านการฝึกฝนอย่างชำนาญจาก “Atelier de l’Extraordinaire” ซึ่งปัจจุบันมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ทำได้ กล่าวคือ ชิ้นส่วนหน้าปัดใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมงในการตกแต่ง ขณะที่สายรัดข้อมือใช้เวลาเป็น 4 เท่าของหน้าปัดเลยทีเดียว โดยแรงบันดาลใจหลักของแพทเทิร์นต่างๆ มักถ่ายทอดต้นแบบมาจากธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น ขนนก คลื่น ผืนป่า ขนสัตว์ ทุ่งหญ้า เปลือกไม้ใบไม้ เกล็ดงู ตลอดจนความมหัศจรรย์อื่นๆ อีกมากมาย 

เพื่อเสริมประกายงามให้ดูเด่นขึ้นอีกขั้น แบรนด์เลือกตกแต่งขอบตัวเรือนด้วยเหล่าอัญมณีหลากสี อย่าง ซาวอไรต์ สีเขียว และ แซฟไฟร์ไล่เฉดตั้งแต่ สีแดง ส้ม เหลือง น้ำเงิน อินดิโก ไปจนถึงสีม่วง โดยร้อยเรียงแต่ละเม็ดด้วยเทคนิค Serti Descendu ที่ช่วยเผยให้เห็นประกายงามได้ชัดเจนกว่าการฝังลงไปในเนื้อทองแบบที่ใช้ทั่วไปในปัจจุบัน

ขณะที่การแสวงหาอัญมณีสีที่เข้ากับเรือนเวลาได้อย่างสมบูรณ์แบบ ก็ถือเป็นอีกความท้าทายอันดับต้น ๆ ที่เพียเจต์ให้ความสำคัญ และเพื่อผลลัพธ์ที่พึงพอใจที่สุด การสำรวจหินสีจำนวนมหาศาลจึงจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะนอกจากสีจะตรงกับความต้องการแล้ว ขนาดและคุณภาพระดับสูงก็ต้องอยู่บนมาตรฐานที่เมซงรับรองด้วยเช่นกัน และนี่จริงเป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมเรือนเวลาชิ้นนี้จึงเป็น Limited Piece ที่ควรค่าแก่การครอบครอง สนนราคา 3,370,000 บาท

Limelight Gala Mother-of-Pearl Palace

เรือนเวลาที่ผลิตจำกัดเพียง 300 เรือน มาพร้อมตัวเรือนโรสโกลด์ขนาด 26 มิลลิเมตร ขอบตัวเรือนประดับเพชร บริลเลียนต์คัตรวม 60เม็ด (ราว 0.92 กะรัต) โอบล้อมหน้าปัดมาเธอร์ออฟเพิร์ลสีขาวที่แกะสลักด้วยเทคนิค Palace Décor ไว้อย่างเข้ากัน เข้าคู่สายหนังจระเข้สีขาวที่เสริมสไตล์ในแบบโมเดิร์นลักชัวรีอย่างมีเอกลักษณ์ สนนราคา 815,000 บาท

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเฟซบุ๊ก Piaget

ลองจินส์ ส่ง White Campaign ถ่ายทอดความงามนาฬิกา 4 คอลเลกชั่น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/649886

วันที่ 07 เม.ย. 2564 เวลา 18:02 น.ลองจินส์ ส่ง White Campaign ถ่ายทอดความงามนาฬิกา 4 คอลเลกชั่นโชว์ความปัง “เก้า สุภัสสรา” Friend of Longines ประเดิมงานแรก ส่ง “White Campaign” ถ่ายทอดความงามนาฬิกา 4 คอลเลกชั่น

เพราะเชื่อว่าความงดงามไม่ได้มีเพียงด้านเดียว ลองจินส์ (Longines) แบรนด์นาฬิกาชั้นนำจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ประเดิมผลงานชิ้นแรกให้กับ “เก้า-สุภัสสรา ธนชาต” Friend of Longines (เฟรนด์ ออฟ ลองจินส์) หญิงคนแรก มาร่วมถ่ายทอดความงามของนาฬิกาสีขาวจาก 4 คอลเลกชั่น ผ่าน “White Campaign” (ไวท์ แคมเปญ) เพื่อตอกย้ำถึงเอกลักษณ์อันสะท้อนถึงเสน่ห์เฉพาะตัวของนาฬิกาแต่ละเรือน

งานนี้สาว “เก้า-สุภัสสรา” สวมมาดเรียบโก้ของผู้หญิงยุคใหม่ ในชุดโททัลลุคออลไวต์ สวยเฉียบเข้ากับ White Campaign และนาฬิกาทั้ง 4 คอลเลกชั่นจากลองจินส์ ไม่ว่าจะเป็น Longines DolceVita (ลองจินส์ โดลเชวิต้า), La Grande Classique de Longines (ลา กรองด์ คลาสสิก เดอ ลองจินส์), The Longines Legend Diver Watch (เดอะ ลองจินส์ เลเจนด์ ไดเวอร์ วอทช์) และ Longines PrimaLuna (ลองจินส์ พริมาลูนา) เมื่อสวมอยู่บนข้อมือของ Friend of Longines แล้ว เธอสามารถมาถ่ายทอดความเรียบหรูและสง่างามเหนือกาลออกมาได้อย่างลงตัว ถึงแม้ว่านาฬิกาในแต่ละเรือนมีความแตกต่างกัน ทั้ง ผิวสัมผัส เฉดสี และรูปทรงก็ตาม

นอกจากนี้ “สีขาว” ของนาฬิกาทุกคอลเลกชั่น ยังเป็นหนึ่งในสีที่สะท้อนถึงจิตวิญญาณของแบรนด์ เนื่องด้วยลองจินส์ก่อตั้งขึ้นในแซงต์ อิมิเยร์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมืองแห่งขุนเขาที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะสีขาวโพลนในช่วงฤดูหนาว โดยที่สีขาวของหิมะจะมีเฉดสีที่แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับช่วงเวลาและแสงที่สาดส่องของแต่ละวัน จึงเป็นที่มาของ White Campaign นั่นเอง

สามารถเป็นเจ้าของนาฬิกาลองจินส์ได้ที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป หรือทางออนไลน์ที่ Longines Official Store @Lazada และ @Shopee โดยสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.longines.co.th และ http://www.facebook.com/LonginesTH รวมทั้ง Line official : @Longines_th

เมื่อปัญหาผิวและสิว…แยกจากกันไม่ได้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/649724

วันที่ 05 เม.ย. 2564 เวลา 17:31 น.เมื่อปัญหาผิวและสิว...แยกจากกันไม่ได้ศศิ (sasi) แบรนด์เครื่องสำอางไทยตัวแทนของคนรุ่นใหม่ เผยไอเท็มเด็ดทั้งปราบสิวและปลอบผิวใน 3 ขั้นตอน เอาใจสาวๆ ที่อยากสวยแต่ไม่อยากเป็นสิว

เมื่อ “ปัญหาผิว” และ ”สิว” แยกจากกันไม่ได้ ศศิ (sasi) แบรนด์เครื่องสำอางไทยที่เป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ ซึ่งบริหารโดยคุณรวิศ หาญอุตสาหะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด จึงรังสรรค์ไอเท็มใหม่ๆ เพื่อช่วยให้สาวๆ ดูแลและปกป้องผิวให้แข็งแรงไปพร้อมๆ กัน

ล่าสุด ศศิ (sasi) เฉลิมฉลองก้าวเข้าสู่ขวบปีที่ 4 ของแบรนด์ พร้อมเผยภาพลักษณ์วัยรุ่นยุคใหม่ สดใส เป็นตัวเองอย่างแท้จริง และเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์คนดัง มินนี่-ภัณฑิรา พิพิธยากร พร้อมแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ sasi Acne Sol ปราบสิวและปลอบผิว จบในหนึ่งเดียว

และเพื่อเป็นการลดโอกาสการเกิดสิวในอนาคตจากปัจจัยต่างๆทั้งอากาศที่ร้อนอบอ้าวและการใส่มาส์กเป็นประจำ

ศศิ (sasi) ได้แนะนำวิธีการง่ายๆ ที่ทั้งปราบสิวและปลอบผิวใน 3 ขั้นตอน ดังนี้

ขั้นตอนแรก : ล้างหน้าให้สะอาด ด้วยเจลล้างหน้าสูตรควบคุมความมัน ลดการสะสมของแบคทีเรีย สาเหตุของการเกิดสิว

ขั้นตอนที่ 2 : ซับหน้าเบาๆ ให้แห้ง ใช้เจลแต้มสิว แต้มเฉพาะบริเวณสิวอักเสบ ช่วยลดการอักเสบของสิวได้ ช่วยให้สิวยุบ

ขั้นตอนที่ 3 : วันสบายๆ ไม่ได้ออกไปไหน ไม่ได้แต่งหน้า ให้ใช้แป้งฝุ่นก็พอ เป็นการพักหน้า พักผิวด้วย ทาแป้งฝุ่นที่มีส่วนผสมของ Salicylic Acid Encapsulation และ Tea Tree Oil ป้องกันการเกิดสิวและช่วยลดความมันของผิวบนใบหน้าหรือหากต้องการปกปิดเพิ่มเล็กน้อยในช่วงที่มีสิวก็ใช้แป้งพัฟฟ์สำหรับคนเป็นสิวช่วยคุมมันผิวไม่ระคายเคืองมีสารสกัดจากใบบัวบกช่วยปลอบประโลมผิวที่เป็นสิวได้

เพียงเท่านี้เราก็สามารถดูแลและปกป้องผิวให้แข็งแรงไปพร้อมๆ กันได้ สบายใจไร้กังวลแล้ว 

และสำหรับสาวๆ คนไหนที่อยากสวยใสไร้สิว sasi Acne Sol คือหนึ่งในตัวเลือกที่เราอยากแนะนำ พบกับ sasi Acne Sol Collection ได้แล้ววันนี้ที่ Watsons, Eveandboy, Beautrium และร้านเครื่องสำอางทั่วประเทศ หรือสั่งซื้อออนไลน์ได้ที่ 1948beauty.com, Lazada, Shopee, Konvy, EB online และWatsons online

สามารถดูข้อมูลสินค้าเพิ่มเติม https://www.1948beauty.com/th/shop/sasi และ Call Center 02 300 1661 www.facebook.com/sasidiary  ,  www.instagram.com/sasidiary/ 

องค์กรจะยั่งยืน มิใช่แค่การปรับเปลี่ยน (Change) แต่มันต้องปฏิรูป (Transformation) ตอนที่ 1 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/649649

วันที่ 05 เม.ย. 2564 เวลา 08:30 น.องค์กรจะยั่งยืน มิใช่แค่การปรับเปลี่ยน (Change) แต่มันต้องปฏิรูป (Transformation) ตอนที่ 1โดย ภก.ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล สถาบันอินทรานส์ Hipot – การปฏิรูปศักยภาพมนุษย์อย่างบูรณาการศาสตร์ชีวิตองค์รวมเพื่อความมั่นคงยั่งยืน

องค์กรจะยั่งยืน มิใช่แค่การปรับเปลี่ยน (Change) แต่มันต้องปฏิรูป (Transformation) ตอนที่ 1

เพราะโลกไม่แน่นอน อ่อนไหว ซับซ้อน คลุมเครือ การดำเนินธุรกิจมีการแข่งขันสูงและทวีความรุนแรงมากขี้น โดยเฉพาะการเปลี่ยนโฉมรูปแบบการทำธุรกิจที่ให้ความสำคัญเรื่องการใช้นวัตกรรมเทคโนโลยี หุ่นยนต์ ปัญญาประดิษฐ์ เพื่อมาสร้างความได้เปรียบด้านการแข่งขัน รวมทั้งการลดต้นทุนและการให้บริการเชิงรุก

ด้วยเหตุนี้ องค์กรจึงต้องปรับตัว แต่การปรับตัวเพื่อความอยู่รอดอย่างยั่งยืนได้นั้น ต้องก้าวข้ามจากมุมมองของแค่การปรับเปลี่ยน (Change) มาเป็นการปฏิรูป (Transformation) คำถามคือ เราต้องปฏิรูปอะไร อย่างไร องค์กรจึงจะอยู่รอด

1. การปรับมุมมองจากการพัฒนาเพื่อ “ความมีประสิทธิภาพ” มาเป็นการพัฒนาเพื่อ “ความยั่งยืน” เพราะชีวิตมีมิติของเวลา มันดำเนินไปอย่างสืบเนื่องเชื่อมโยง ดังนั้น การพัฒนาจึงต้องก้าวข้ามจากมุมมองที่คับแคบ เพียงเพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพ มาเป็นการพัฒนาในมุมมองที่กว้างไกล เพื่อการเติบโตอย่างสมดุล เข้มแข็ง มั่นคงยั่งยืน

2. การก้าวข้ามจากการพัฒนา “คน” มาเป็นการพัฒนา “มนุษย์” เพราะองค์ประกอบสำคัญที่สุดขององค์กรคือ มนุษย์ มนุษย์มีชีวิต ชีวิตต้องการคุณค่าและความหมาย ดังนั้น การบริหารองค์กรให้ยั่งยืนจึงต้องก้าวข้ามจากการพัฒนา “คน” มาเป็นการยกระดับ “คุณค่าความเป็นมนุษย์” จึงจะสามารถระเบิดศักยภาพภายในของบุคลากรออกมาได้อย่างเต็มที่ สามารถนำตนเองได้ เพื่อเล่นเชิงรุก

3. การยกระดับการเปลี่ยนแปลงจาก “การปรับแต่งพฤติกรรม” มาเป็น “การพัฒนาที่ฐานรากชีวิต” เพราะความยั่งยืนไม่อาจจะเกิดขึ้นได้ ด้วยเพียงการปรับแต่งพฤติกรรมซึ่งเป็นเรื่องผิวเผิน ฉาบฉวย แต่ต้องเป็นการเปลี่ยนที่ฐานรากชีวิต นั่นคือ “กรอบความคิด” ด้วยการปรับมุมมองที่มีต่อตนเองเชิงบวก และเห็นคุณค่าในความแตกต่าง จึงจะสามารถดึงศักยภาพภายในตนเองและทีมงาน ให้ระเบิดออกมาได้อย่างมีพลังร่วม เป็นหนึ่งเดียว

4. การพลิกมุมมองจาก “การพัฒนาเชิงเดี่ยว” มาเป็น “การพัฒนาเชิงองค์รวม” ที่ผ่านมา การพัฒนาองค์กรยังไม่ยั่งยืนนั้นเป็นเพราะ บุคลากรยังยึดติดอยู่กับกรอบแนวคิดของการพัฒนาแบบแยกส่วน เราจึงต้องปรับมุมมองจากการพัฒนาเชิงเดี่ยว มาเป็น “การพัฒนาเชิงองค์รวม” ที่ครอบคลุมทุกมิติชีวิต คือ จิตใจ ปัญญา อารมณ์ และภาวะผู้นำ

5. การปรับยุทธศาสตร์จาก “การขายของ” มาเป็น “การสร้างคุณค่า” เพราะเป้าหมายขององค์กรคือความอยู่รอดอย่างยั่งยืน ดังนั้น ในการดำเนินงาน องค์กรจึงต้องยกระดับจากเพียงการปรับปรุงสินค้าและบริการเพียงเพื่อเพิ่มยอดขายและตอบสนองความพึงพอใจของลูกค้าอย่างผิวเผิน มาเป็น “การสร้างคุณค่า” ให้เกิดขึ้นแก่ผู้บริโภคอย่างจริงจัง

ดังนั้น ในยุคของความผันผวน เพื่อความอยู่รอด แนวทางการพัฒนาองค์กรจึงจำเป็นต้องปฏิรูปเสียใหม่ โดยยึดมั่นต่อความยั่งยืน ผ่านการเห็นุคุณค่าของความเป็นมนุษย์ มุ่งเน้นการเปลี่ยนที่ฐานรากชีวิต ด้วยมุมมองการพัฒนาเชิงระบบอย่างเป็นองค์รวม เพื่อสร้างคุณค่าที่แท้จริงให้กับผู้บริโภค

ท่านในฐานะผู้นำองค์กร ท่านและจะนำความเข้าใจดังกล่าวไปกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาศักยภาพทีมงาน และปลดปล่อยศักยภาพนั้นออกมาได้อย่างเต็มที่และไปในแนวเดียวกันได้อย่างไร

Kate Spade New York เปิดตัวคอลเลกชั่น สปริง 2021 เผยกลิ่นอายมนต์เสน่ห์แห่งท้องทะเล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/649381

วันที่ 01 เม.ย. 2564 เวลา 09:15 น.Kate Spade New York เปิดตัวคอลเลกชั่น สปริง 2021 เผยกลิ่นอายมนต์เสน่ห์แห่งท้องทะเล“แพรวา” นำทีมพาสาวๆ สวมลุคสดใสจาก “เคท สเปด นิวยอร์ก” ร่วมงานเปิดตัวคอลเลกชั่น สปริง 2021 กลิ่นอายมนต์เสน่ห์แห่งท้องทะเล ผสมผสานลวดลายดอกไม้ ผ่านเสื้อผ้าและแฟชั่นไอเท็มต่างๆ

เคท สเปด นิวยอร์ก (Kate Spade New York) สร้างความสดใสต้อนรับฤดูใบไม้ผลิ จัดงานเปิดตัวคอลเลกชั่น “เคท สเปด นิวยอร์ก สปริง 2021” ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเสน่ห์อันเย้ายวนและน่าค้นหาของท้องทะเลอันลึกลับและชายหาดที่ทอดยาวอย่างไม่รู้จบ ผสมผสานลวดลายดอกไม้ผ่านเสื้อผ้าและแฟชั่นไอเท็มต่างๆ ที่เต็มไปด้วย ความสนุกสนานของท้องทะเล ณ ช็อปเคท สเปด นิวยอร์ก ศูนย์การค้าดิ เอ็มควอเทียร์

พรเดช จันทวานิช ประธานกรรมการบริหาร บริษัท พีเอที ลักซูรี่ คอนเซป จำกัด ผู้นำเข้าแบรนด์ เคท สเปด นิวยอร์ก (Kate Spade New York) กล่าวว่า สำหรับคอลเลกชั่นสปริง 2021 นี้ เคท สเปด นิวยอร์ก ยังคงความเฟมินีนอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ แต่เพิ่มความพิเศษด้วยการสอดแทรกดีเทลที่มีกลิ่นอายของท้องทะเล ชายหาด และการเดินเรือ ด้วยการใช้ลายทางอันเป็นไอคอนิกของเหล่ากะลาสีเรือ ลายจุดสีน้ำเงินสลับกับสีขาว และลายตารางสุดคลาสสิก รวมไปถึงการใช้ลวดลายดอกไม้เล็กๆ และลวดลายที่มีความแปลกตา เช่น ลวดลายของเรือกระดาษ และปูสแนปปี้ (Snappy) ในโทนสีสัน สดใสอย่าง สีเขียวอ่อน, สีเหลืองอ่อน, สีส้ม, สีพีช, สีฟ้าคริสตัล ไปจนถึงสีน้ำเงินเข้มหรือสีกรมท่า มาช่วยเติมเต็ม ความสมบูรณ์ให้กับคอลเลกชั่นนี้ยิ่งขึ้น พร้อมเปิดตัวกระเป๋ารุ่นไอคอนิกอย่าง “สเปด ฟาวเวอร์ แจ็คการ์ด (Spade Flower Jacquard)” ภายใต้การออกแบบของ นิโคลา กลาส ครีเอทีฟไดเรคเตอร์คนล่าสุด ในโทนสีใหม่อย่างสีน้ำเงินและกรมท่า อีกทั้งยังร่วมมือกับโรงงานสีชั้นนำในประเทศอิตาลีและผู้คิดค้นผ้าแจ็คการ์ดมานานกว่า 100 ปี อย่าง Limonta (est. 1893) เพื่อนำเสนอกระเป๋าที่สมบูรณ์แบบที่สุดให้กับสาวเคท สเปด นิวยอร์ก โดยเปิดตัวกระเป๋าสไตล์ใหม่อย่าง น็อตท์ (Knott) ซึ่งเป็นกระเป๋าทรง Satchel หนังเพบเบิล (Pebbled Leather) ที่มีสัมผัสและโครงสร้างที่อ่อนนุ่ม เพิ่มความน่าสนใจด้วยการออกแบบที่ผูกปมเล็กๆ ไว้บริเวณด้านข้างของตัวกระเป๋า ให้สาวๆ เลือกช้อปและสนุกกับการแต่งตัวได้ตลอดซีซั่นนี้

ภายในงานได้รับเกียรติจากคนดัง อาทิ แพรวา-ณิชาภัทร ฉัตรชัยพลรัตน์, ฟ้า-ยงวรี งามเกษม, ดรีม-อภิชญา พานิชตระกูล, นัตตี้-นันทนัท ฐกัดกุล มาร่วมงานในลุคสุดสดใสจาก เคท สเปด นิวยอร์ก คอลเลกชั่น สปริง 2021

พบกับคอลเลกชั่นสปริง 2021 ที่ช็อป Kate Spade New York ได้ทุกสาขา หรือช่องทางออนไลน์, Lazada LazMall และ Thailand Official Online Store ที่พร้อมให้ช้อปออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ PAT Luxury Group ที่ https://onlinestore.patluxurygroup.com/collections/kate-spade

Baby Icing Collection บีชแวร์สีสันสดใส ย้อนความสุขในวัยเด็ก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/649355

วันที่ 31 มี.ค. 2564 เวลา 19:06 น.Baby Icing Collection บีชแวร์สีสันสดใส ย้อนความสุขในวัยเด็กพาสู่โลกแห่งความสุขในวัยเด็ก กับบีชแวร์สีสันสดใส จาก AB. Angelys Balek Spring Summer 2021 “Baby Icing” Collection

เมื่อลมแห่งฤดูร้อนมาเยือน ถึงเวลาของ AB. Angelys Balek (เอบี. แอนเจลิส บาเลก) อวดโฉมชุดว่ายน้ำคอลเลกชั่นใหม่ Spring Summer 2021 – “Baby Icing” ดึงความสดใสในวัยเด็กให้หวนคืนมาอีกครั้ง

ROMANCE IS THE ICING BUT THE LOVE IS THE CAKE! ส่วนผสมความรักแบบฉบับของ แองจี้-แอนเจลิส บาเลก ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของแบรนด์ ส่งต่อความสุขถึงผู้หญิงทุกคน ผ่านความชื่นชอบของเธอที่มีต่อขนมเค้กที่เปรียบได้กับตัวแทนแห่งความทรงจำในวัยเด็ก งานเฉลิมฉลองของสมาชิกในครอบครัว เพื่อนสนิท กับการรอคอยช่วงเวลาอันน่าตื่นเต้นในขณะเป่าเค้กวันเกิด ลวดลายของเค้ก และการยืนอยู่ หน้าตู้เค้กในร้านเบเกอรี่เพื่อเลือกชิ้นที่ถูกใจมากที่สุด สร้างสรรค์เป็นบีชแวร์ที่โดดเด่นด้วยสีสันฉูดฉาด ลายพิมพ์สุดพิเศษพร้อมด้วยดีเทล หนึ่งเดียวไม่ซ้ำใคร

“Baby Icing” คือความลงตัวของแฟชั่นและช่วงเวลาแห่งความสุข นำไอเดียการแต่งหน้าเค้กมาเป็นแรงบันดาลใจในการดีไซน์ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้หญิงสไตล์ #ABWOMEN หญิงสาวที่รักในงานศิลปะและชื่นชอบการเดินทาง สะท้อนผ่านซิลลูเอตที่สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับชุดว่ายน้ำอันน่าตื่นเต้น SWAROVSKI (สวารอฟสกี้) ถูกนำมาประดับลงบนชุดว่ายน้ำ เปรียบเสมือนน้ำตาลตกแต่งขนม (Sprinkles) ที่โรยอยู่บนตัวเค้ก ลวดลายที่ครีเอทขึ้นจากงานศิลปะผสานเข้ากับแฟชั่นตามแบบฉบับ แอนเจลิส บาเลก กลายเป็นบีชแวร์ที่มาเติมเต็มความมั่นใจให้ผู้หญิง

ซีซั่นนี้ แอนเจลิส บาเลก เพิ่มดีกรีความเปรี้ยวซ่า ในงานดีไซน์ด้วยลายพิมพ์ที่ใช้เทคนิคเพ้นท์ติ้งภาพแนวแอบสแตก อาร์ต ซึ่งถือเป็นหนึ่งในซิกเนเจอร์ของแบรนด์ที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน โดยลายพิมพ์ของคอลเลกชั่นนี้ แอนเจลิส เลือกใช้คู่สีที่จัดจ้าน อย่าง สีน้ำเงิน Navy Peony – สีส้ม Tangerine Tango, สีเหลือง Yellow Iris – สีเขียว Jelly Bean Green, สีส้ม Flame Orange – สีชมพู Orchid Pink สื่อถึงความสดใสรับซัมเมอร์ ไอเดียการตกแต่งเค้กด้วย Pastry tip (หัวบีบครีมแต่งหน้าขนม) ถูกนำมาดัดแปลงสร้างสรรค์เป็นลายเส้นโค้ง ลายจุดในรูปแบบฟรีฟอร์ม รวมไปถึงการนำงานลูกไม้วินเทจหลายรูปแบบมาตีความใหม่ในสไตล์โมเดิร์น เทคนิคคอลลาจ (Collage) หรือ ศิลปะภาพปะติด และ เทคนิค โอริกามิ (Origami) หรือ การพับกระดาษเป็นรูปต่างๆ สร้างลายพิมพ์ดอกไม้ในรูปแบบสามมิติ เพื่อความสวยงามบนชุดเดรสคาฟทัน (Kaftan Dress) และงานปักประดับเลื่อมแบบเต็มตัวที่ได้ช่างฝีมือผู้ชำนาญจากอิตาลีมาสร้างสรรค์ชุดว่ายน้ำที่ดึงดูดทุกสายตาบนคอนเซ็ปต์ Wearable Art บ่งบอกถึงดีเอ็นเอของแบรนด์ที่ผูกพันกับงานศิลปะมาโดยตลอด

ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านบีชแวร์ที่เข้าใจในสรีระและโครงร่างของผู้หญิงทุกรูปแบบ แอนเจลิส บาเลก เพิ่มความมั่นใจให้กับผู้สวมใส่ชุดของเธอด้วยงานดีไซน์แบบ Laser-cut (เลเซอร์-คัท) ที่ยกระดับความเซ็กซี่ แบบเหนือชั้นบนคอนเซปต์ Paper Art – ศิลปะกระดาษ ที่นำมาพัฒนาลงบนเสื้อผ้าในคอลเลกชั่นนี้

แอนเจลิส บาเลก สนุกกับการนำฟอร์มของชุดเดรสวินเทจ อาทิ แขนตุ๊กตา การจับเดรป และงานระบายมาเพิ่มความอ่อนหวานน่ารักให้กับชุดบีชแวร์ที่สาวๆ สามารถนำมามิกซ์แอนด์แมทช์ใส่ได้หลายโอกาสในชีวิตประจำวัน รวมไปถึงการนำผ้าลายทางมาดีไซน์ใหม่บนไอเดียของกระดาษห่อของขวัญที่แอนเจลิสตั้งใจส่งความสุขให้กับผู้หญิงทุกคนในทุกคอลเลกชั่น

เติมความสดใสไปกับ AB. Angelys Balek Spring Summer 2021 Collection – Baby Icing ได้ที่ ชั้น G ศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอร์รี่ หรือ ช่องทางออนไลน์ https://www.angelysbalekshop.com/ และ Instagram: @angelysbalek, @angelysbalekth

#AB #ABWorld #ABAngelysBalek #ABSS2021

เสื้อฮาวายลายไทยสไตล์ฮิป ไอเท็มที่ซัมเมอร์นี้ต้องมี!!! #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/649270

วันที่ 31 มี.ค. 2564 เวลา 08:50 น.เสื้อฮาวายลายไทยสไตล์ฮิป ไอเท็มที่ซัมเมอร์นี้ต้องมี!!!สงกรานต์ปีนี้ใครที่กำลังมองหาเสื้อฮาวายฮิปๆ เก๋ไม่ซ้ำใคร แนะนำ “Windwear” เสื้อฮาวายสไตล์ฮิปส์เตอร์สุดล้ำไม่ซ้ำใคร จาก Absolute Siam Store @สยามเซ็นเตอร์ เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์

ใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว สำหรับเทศกาลสงกรานต์ ที่แม้ว่าปีนี้จะได้เล่นสาดน้ำเพราะต้องรักษาระยะห่างกันไว้ก่อน แต่วันหยุดยาวทั้งทีต้องมีรื่นเริงใจด้วยการออกไปถ่ายรูปกันบ้าง ซึ่งสงกรานต์เป็นประเพณีแบบไทยๆ เราจึงไม่อยากให้คุณพลาดแบรนด์เสื้อฮาวายลายไทยสุดครีเอทสไตล์ฮิปๆ จาก Windwear (วินด์แวร์) ที่รับรองว่าใส่สบายแถมงานดีมีเรื่องเล่า ใครเห็นต้องร้องว้าว

รู้จักกับ Windwear

Windwear เกิดขึ้นจากความชอบส่วนตัวของสองหนุ่ม ก้อง–สรภัค บุษราคัมวดี และ ซีน–นิธิกร ปรีดาเกียรติ Co–Founder แห่ง Windwear ที่ทั้งสองต่างชื่นชอบเสื้อฮาวายที่มีสไตล์และมีดีไซน์เอกลักษณ์เฉพาะตัว แต่กว่าจะได้มาครอบครองต้องไปหาตามสถานที่ต่างๆในต่างประเทศ โดยเฉพาะในญี่ปุ่นและอเมริกา นอกจากนี้ถ้าจะมองหาเสื้อฮาวายสักตัวที่มีดีไซน์ของความเป็นไทยแทบไม่มี จึงผุดไอเดียในการสร้างแบรนด์เสื้อฮาวายสไตล์ไทยแท้ของคนไทยขึ้นมาเอง เพื่อประกาศศักดาให้คนทั่วโลกได้เห็นว่าฝีมือคนไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก

คุณก้อง สรภัค เล่าว่า ความที่ชอบเดินทางท่องเที่ยวเก็บเกี่ยวแรงบันดาลใจและประสบการณ์จากสิ่งที่พบเห็นจะนำมารังสรรค์เป็นงานดีไซน์บอกเล่าเรื่องราวความเป็นไทยผ่านลายผ้า ด้วยการออกแบบและผลิตโดยคนไทย ในราคาคนไทยที่จับต้องได้เริ่มต้นที่ 590 -2,590 บาท บอกเล่าสตอรี่เรื่องราวของคัลเจอร์ สิ่งแวดล้อม ชีวิตความเป็นไทย แม้กระทั่งลายสัตว์ต่างๆ ออกไปสู่สายตาชาวโลก ด้วยคุณภาพและวัสดุที่เทียบเท่าต่างประเทศในราคาคนไทย ซึ่งเสน่ห์ที่ทำให้หลงใหลในเสื้อฮาวายคือความใส่สบาย สีสันที่โดดเด่นฉูดฉาดไม่ร้อน เหมาะกับอากาศเมืองไทย แต่สิ่งที่พิเศษไปกว่านั้นคือเรื่องของดีไซน์และสไตล์ที่หายาก ซึ่งแม้ว่าจะมีเงินบางครั้งก็ซื้อไม่ได้เช่นกัน ทำให้มองเห็นถึงจุดเปลี่ยนตรงนี้ที่ทำไมเราไม่ทำให้เอกลักษณ์ความเป็นไทยถูกนำมาสร้างเสน่ห์ให้เกิดขึ้น เราอยากให้เมื่อพูดถึงฮาวายลายไทยแล้วภาพของปลากัด ไก่ชน ทุเรียน ความเป็นไทยลอยออกมาบ้าง ด้วยเหตุนี้ “Windwear” จึงถือกำเนิดขึ้นเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา

การออกแบบลวดลายในแต่ละครั้งได้แรงบันดาลใจมาจากแหล่งท่องเที่ยวไทย วิถีไทย สิ่งต่างๆที่อยู่รอบตัว ไม่ว่าจะเดินไปไหนทุกอย่างสามารถถูกหยิบจับนำมาเป็นจุดเริ่มของงานดีไซน์ได้หมด อย่างไปเที่ยวหัวหินเห็นของเล่นสังกะสีก็เอามาทำเป็นเสื้อฮาวายลายของเล่นสังกะสีได้ ไอเดียทุกอย่างอยู่รอบตัวเราอยู่ที่เราจะเอามาใช้อย่างไร เราไม่ได้จำกัดแค่ลายสัตว์เท่านั้น แต่เป็นอินสไปร์ทุกอย่างที่มาจากความเป็นไทย ผลไม้ สัตว์สวยงาม วัฒนธรรมประเพณี ทั้งหมดทั้งมวลที่เป็นไทย สามารถที่จะบอกกล่าวต่อยอดและบอกเล่าเรื่องราวลงบนผืนผ้านำไปสู่การเผยแพร่สู่สายตาชาวโลกได้

Windwear คอลเลคชั่นใหม่

ล่าสุด Windwear คอลเลคชั่นการท่องเที่ยว จะบ่งบอกวัฒนธรรมการท่องเที่ยวบ้านเรา โดยทั้งหมดอยู่บนด้านหน้าของเสื้อตัวนึง อย่างเทศกาลสงกรานต์ ชายหาดประเทศไทย การสาดน้ำทางภาคเหนือ พญานาคทางภาคอีสาน เรือทะเลอันดามัน เป็นต้น เป็นภาพสะท้อนของการท่องเที่ยวทั่วประเทศ

ส่วนด้านหลังเป็นแผนที่ประเทศไทย หรือจะเป็นคอลเลคชั่นเกาะรัตนโกสินทร์ แรงบันดาลใจจากวัยเด็กที่เกิดและเติบโตจาก ถ.เจริญกรุง มีแหล่งท่องเที่ยวที่เป็น hidden มากมาย มุมต่างๆที่วัดพระแก้ว เสาชิงช้า รถตุ๊กๆ นำสิ่งเหล่านี้มาไว้รวมกันในเสื้อตัวเดียว เป็นการแบ่งปันประสบการณ์ความประทับใจวัยเด็กที่อยากให้คนรับรู้ ดีไซน์ส่วนใหญ่ของเราจะเป็นการเล่นกับคัลเจอร์และ Emotional ของคน อย่างสัตว์ต่างๆ ปลากัด แมว เสือ ผลไม้ ทุเรียน เมื่อนำมาวางสตอรี่อยู่บนเสื้อลิงค์ไปกับความชอบของคนก็จะทำให้ Collector ทั้งหลายมาตามเก็บสะสม

“สินค้าของเราเป็นลิมิเต็ดในแต่ละคอลเลคชั่นผลิตไม่เยอะเพียง 80 – 100 ตัวเท่านั้น เป็นของสะสมที่มีคุณค่า ครึ่งนึงของลูกค้าเราคือ Collector ซื้อสะสมทุกคอลเลคชั่น ดังนั้นเราจะไม่ทิ้งคอนเซปต์ในการคงไว้ซึ่งการบอกเล่าคุณค่าของความเป็นไทย เราอยากให้เมื่อพูดถึงเสื้อฮาวายคนจะนึกถึง Windwear เป็นอันดับต้นๆ ด้วยสตอรี่ที่เราพยายามสอดแทรกถือเป็นการช่วยโปรโมทประเทศไทยไปในตัวทั้งกับคนไทยด้วยกันเองและนักท่องเที่ยวในอนาคต ซึ่ง product ของเราไม่ใช่เพียงแค่สินค้าเท่านั้น แต่เป็นเหมือนของสะสมมีคุณค่าต่อนักสะสมเหล่า Collector ทั้งหลายซื้อสะสมเองหรือส่งต่อให้คนรัก ส่งต่อเป็นของขวัญ ไม่เพียงแต่เราได้ทำธุรกิจเท่านั้นแต่เรายังได้ส่งต่อการประชาสัมพันธ์วัฒนธรรมการท่องเที่ยววิถีชีวิตของประเทศเราไปในตัวด้วย บอกให้คนทั่วโลกได้รู้ว่าประเทศไทยยังมีอะไรที่น่าค้นหาอีกเยอะมากกว่าที่ชาวต่างชาติหรือแม้แต่คนไทยเองจะเห็นด้วยซ้ำ”คุณก้องกล่าว

ไอเท็มที่ต้องมีสำหรับซัมเมอร์นี้ เสื้อฮาวายลายไทยเก๋ๆ มีเอกลักษณ์ของงานดีไซน์ แถมโปรโมทวิถีไทยที่น่าสนใจไปในตัว แวะไปได้ที่ “Windwear” ใน Absolute Siam Store ชั้น 1 สยามเซ็นเตอร์ หรือคลิ๊กเลย Line : @absolutesiamstore

ศักยภาพในการนำตนเองเชิงรุกต้องระเบิดจากภายใน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/649093

วันที่ 29 มี.ค. 2564 เวลา 11:31 น.ศักยภาพในการนำตนเองเชิงรุกต้องระเบิดจากภายในโดย ภก.ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล สถาบันอินทรานส์ Hipot – การปฏิรูปศักยภาพมนุษย์อย่างบูรณาการศาสตร์ชีวิตองค์รวมเพื่อความมั่นคงยั่งยืน

เพราะโลกไม่แน่นอน อ่อนไหว ซับซ้อน และคลุมเครือ นำมาซึ่งความท้าทาย โดยเฉพาะการแข่งขันที่สูงขึ้นบนฐานของเทคโนโลยีที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด ธุรกิจจึงมีความเสี่ยง องค์กรจึงต้องปรับตัว แต่เราขาดบุคลากรที่มีคุณภาพ และดูเหมือนจะ “ติดกับดัก” ของศักยภาพที่ตีบตัน จึงไม่สามารถก้าวข้ามพ้นขีดจำกัดของตนเองได้ ในการรับมือกับความท้าทายดังกล่าว เพื่อความอยู่รอดขององค์กรอย่างยั่งยืน จำเป็นที่บุคลากรต้องพัฒนาศักยภาพ และศักยภาพที่แท้จริงต้องระเบิดจากภายใน

เมื่อพูดถึงศักยภาพภายใน เราลองพิจารณาชีวิตผีเสื้อ วงจรชีวิตของมันมี 4 ระยะ เริ่มด้วยระยะเป็นไข่ จากนั้นจะเป็นตัวหนอน ในช่วงนี้ หากนกเห็น มันจะกลายเป็นเหยื่อแน่นอน แต่หากมันรอด มันจะขับใยเหนียวๆ ออกมาห่อหุ้มตัวมันเอง กลายเป็นดักแด้ จากนั้นไม่นาน มันจะใช้ขาดันเปลือกให้แตกออก กลายเป็นชีวิตใหม่ เรียกว่า ผีเสื้อ ชีวิตใหม่ที่เกิดขึ้นนี้แตกต่างจากสภาพเดิมอย่างสิ้นเชิง และสามารถแสดงศักยภาพที่แตกต่างและสูงกว่าเดิม สามารถบินหลบหลีก ซ่อนเร้นจากศัตรูได้ สามารถบินหาน้ำหวานเพื่อยังชีพและดำรงเผ่าพันธุ์เพื่อความอยู่รอด

ทำนองเดียวกับการเกิดขึ้นของลูกเจี๊ยบ เมื่อได้เวลา มันใช้ปากแทงทะลุเปลือกไข่ แล้วดันตัวมันเองออกมาเป็นชีวิตใหม่ที่สามารถแสดงศักยภาพของความเป็นไก่อย่างที่มันเป็น สามารถหาอาหารเลี้ยงชีพและดำรงเผ่าพันธุ์เพื่อความอยู่รอด จะเห็นได้ว่า ศักยภาพใหม่ที่ว่านี้ต้องระเบิดจากภายใน

มนุษย์เราก็เช่นกัน แรงบันดาลใจ ความมุ่งมั่น แรงขับเคลื่อนชีวิต ย่อมต้องมาจากภายใน เมื่อมาจากภายใน นั่นแสดงว่ามนุษย์ย่อมสามารถนำตนเองได้

เมื่อพูดถึงการพัฒนาศักยภาพในการนำตนเอง ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจก่อนว่า ไม่ว่าในสถานการณ์ใดๆ เรามีสิทธิ์ที่จะเลือกตอบสนอง นั่นคือ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เรามีสิทธิ์ที่จะเลือกว่าเราจะโต้ตอบอย่างไร เพราะการตอบสนองใดๆ มันล้วนมาจากกรอบความคิดตนเอง กรอบความคิดเปลี่ยนได้ และตนมีอำนาจเหนือมัน ดังนั้น การตอบสนองใดๆ ในรูปของพฤติกรรม มันจึงมาจากการเลือกของตนเองทั้งสิ้นความสามารถในการเลือกนี้เองคือ อำนาจ

อำนาจดังกล่าวคือ ความเป็นอิสระ คืออิสระจากแรงกดดันภายนอก อิสระจากข้อจำกัดภายนอก บุคคลประเภทนี้จะไม่บ่น จะไม่โวยวาย ไม่ตีโพยตีพาย ไม่โทษโน่นนี่นั่น หรือโทษใคร หรืออ้างเหตุภายนอกว่าเป็นสาเหตุ นั่นคือ เขาจะไม่เอาข้อจำกัดภายนอกมากำหนดชะตาชีวิตตนเอง เพราะถ้าทำอย่างนั้น นั่นเท่ากับว่า ตนพาเอาตนเองไปอยู่ภายใต้เงื่อนไขบางอย่างที่อยู่นอกเหนือการควบคุมซึ่งสะท้อนถึงความอ่อนแอ ความอ่อนด้อย ความไร้สมรรถภาพ แต่จะตระหนักว่า ตนอยู่เหนือสถานการณ์นั้นๆ เพราะเรามีอำนาจเหนือมัน ตนจึงไม่กวัดแก่วงไปตามกระแส จะไม่ยอมให้มันมามีอิทธิพลเหนือตนเอง แต่จะดูว่าตนมีทางเลือกอะไรบ้างที่พอจะทำได้ในสถานการณ์ดังกล่าว และไม่ว่าจะเกิดผลอะไรที่ตามมา ตนก็พร้อมที่จะรับผิดชอบ

ภาวะนี้เองคือ ศักยภาพสูงสุด มันคือ ความสามารถในการนำตนเอง เพราะนำตนเองได้ จึงปรับตัวได้ และด้วยสามารถในการคาดการณ์ได้ล่วงหน้า ตนจึงสามารถสร้างทางเลือกได้หลากหลาย เพื่อรองรับสิ่งที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ความสามารถในการปรับตัวได้อย่างยืดหยุ่นล่วงหน้านี้เอง บุคคลจึงเล่นเชิงรุกได้

การเล่นเชิงรุกจึงมิได้มีความหมายเพียงแค่ว่าคิดไปได้ไกล คิดไปข้างหน้า หรือขยัน เอางานที่จะถึงกำหนดในวันข้างหน้ามาทำวันนี้เท่านั้น แต่มันคือการตระหนักถึงศักยภาพภายในที่ตนมี รู้ว่าตนมีอำนาจในการเลือกว่าจะตอบสนองต่อสถานการณ์ข้างหน้านั้นๆ อย่างไร และใช้ให้เป็น เพื่อรับมือกับปัญหา แก้ปัญหาได้อย่างทันการณ์ และด้วยทัศนคติที่ถูกต้อง หากว่าผลที่ออกมาไม่เป็นไปตามที่คาดตนก็รู้ว่ามันพลาดที่ตรงไหน โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องมองว่านั่นคือ กระบวนการเรียนรู้ แล้วจะหาทางปรับแก้ไขอย่างไร เพื่อทางออกที่ดีกว่า ดังนั้น ไม่ว่าในสถานการณ์ใดๆ ด้วยข้อจำกัดอย่างไรก็ตาม ขอให้เข้าใจว่า ตนมีศักยภาพในการนำตนเอง นั่นคือ เรามีอำนาจในการเลือกที่จะเล่นเชิงรุก เล่นเชิงบวกได้

เราสามารถสรุปได้ว่า ศักยภาพคือ ความจริงที่ปรากฏออกมาภายนอกและที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในศักยภาพทั้งสองเชื่อมโยงอย่างเป็นหนึ่งเดียว ส่งผลซึ่งกันและกัน ไม่อาจแยกออกจากกันได้ ศักยภาพภายในไร้ขีดจำกัด รอวันเผยตัวออกมา ศักยภาพคือ แรงบันดาลใจ แรงขับเคลื่อนภายใน ความมุ่งมั่น

กรอบความคิดคือฐานรากชีวิต มันเป็นแหล่งที่มาของศักยภาพภายใน ศักยภาพไม่เคยออกนอกกรอบความคิด จะยกศักยภาพต้องเปลี่ยนกรอบ กรอบความคิดเปลี่ยนได้ ศักยภาพจึงถูกพัฒนาและยกระดับได้ กรอบความคิดเป็นของตนเอง ตนเท่านั้นที่มีอำนาจเหนือมัน เราจึงนำตนเองได้ เมื่อนำตนเองได้ ก็เลือกตอบสนองได้ เมื่อเลือกได้ เราจึงเล่นเชิงรุกได้ ด้วยภาพเป้าหมายเดียวกัน องค์กรจึงสอดคล้องไปในแนวเดียวกัน เป็นเอกภาพ

ในสถานการณ์ที่โลกมีความผันผวนสูง อีกทั้งเทคโยโลยีที่ก้าวล้ำในอัตราเร่ง องค์กรจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องยกระดับศักยภาพบุคลากร ให้ก้าวข้ามพ้นขีดจำกัดอันเกิดจาก “กับดัก” กับดักดังกล่าวก็คือ กรอบความคิด (Mindset) ของตนเองนั่นเอง ข้อจำกัดต่างๆ จึงเป็นเรื่องที่ตนสร้างขึ้นเองทั้งสิ้น เมื่อเกิดในทางลบ ตนและองค์กรจึงตีบตัน แต่หากเป็นไปในทางบวก บุคคลย่อมพัฒนาความสามารถในการนำตนเองและเล่นเชิงรุกได้ เมื่อนั้น องค์กรก็มีโอกาสเดินต่อไปได้อย่างมั่นคงยั่งยืน

ท่านในฐานะผู้นำองค์กร ท่านและจะนำความเข้าใจดังกล่าวไปกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาศักยภาพทีมงาน และปลดปล่อยศักยภาพนั้นออกมาได้อย่างเต็มที่และไปในแนวเดียวกันได้อย่างไร

T.Twinkle เครื่องประดับดีไซน์กลิ่นอายสถาปัตยกรรมร่วมสมัย ที่ใครๆ ก็ต้องหลงใหล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/649058

วันที่ 29 มี.ค. 2564 เวลา 09:28 น.T.Twinkle เครื่องประดับดีไซน์กลิ่นอายสถาปัตยกรรมร่วมสมัย ที่ใครๆ ก็ต้องหลงใหลเครื่องประดับถือเป็นอีกหนึ่งของสำคัญสำหรับคุณผู้หญิงที่รักการแต่งตัว แต่จะดีแค่ไหนถ้า แบรนด์และดีไซน์ของเครื่องประดับนั้นเป็นฝีมือของคนไทยเราเอง

T.Twinkle หนึ่งในเครื่องประดับแบรนด์ไทย คนไทยดีไซน์เอง  เป็นแบรนด์เครื่องประดับ Fine Jewelry ภายใต้คอนเซ็ปต์ Modern Luxury ที่ขึ้นชื่อเรื่องทองคำ 18 กะรัต และ อัญมณีล้ำค่าหลากหลายชนิด ด้วยความหลงใหลในสถาปัตยกรรมอันสวยงามจากทั่วโลกของดีไซน์เนอร์ ไม่ว่าจะเป็น Duomo,  Labirinto Della Masone ประเทศอิตาลี มาจนถึง หน้าจั่ว สถาปัตยกรรมที่สวยงามของคนไทย  ดีไซน์เนอร์ก็สามารถนำเอาเสน่ห์ของสถาปัตยกรรมต่างๆ นั้นมาผสมผสานกับโครงสร้างและลายเส้นของตัวเรือนทองคำ 18 กะรัตได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ด้วยจุดเด่นนี้เองที่ทำให้เครื่องประดับแบรนด์ T.Twinkle ได้ถูกรังสรรค์และถ่ายทอดออกมาในงานดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแต่ยังคงความหรูหราของ Fine Jewelry ได้เป็นอย่างดีและด้วยประสบการณ์ผลิตเครื่องประดับอัญมณีคุณภาพมาตรฐานสากลมากว่า 30 ปี ทำให้มั่นใจได้ว่าลูกค้าทุกท่านจะได้หินอัญมณีและเพชรน้ำร้อยที่มีคุณภาพเต็มเปี่ยมและงดงามไม่เหมือนใคร

สามารถเข้าชม Collection ต่างๆ ได้ที่ www.t-twinkle.com