เบียดเวลางาน..เผาผลาญแคลอรียังไงภายใน 10 นาที #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/643139

วันที่ 20 ม.ค. 2564 เวลา 09:39 น.เบียดเวลางาน..เผาผลาญแคลอรียังไงภายใน 10 นาทีขอเศษเวลามาสร้างสุขภาพที่ดีให้ตัวเอง แม้การออกกำลังกายที่ดีควรทำอย่างน้อย 30 นาที แต่บางครั้งคนทำงานก็ไม่มีเวลาว่างพอ ครั้งนี้จึงนำเคล็ดลับการออกกำลังกาย โดยใช้เวลาเพียง 10 นาที ก็สามารถเผาผลาญพลังงานได้ดีเช่นเดียวกันมาฝาก

แอโรบิคมันส์ๆ

การออกกำลังกายประเภทแอโรบิคแบบง่ายๆ สามารถทำได้หลังตื่นนอน โดยใช้เวลาเพียงแค่ 10 นาทีเท่านั้น อาจจะเพิ่มความสนุกสนานโดยการเปิดเพลง เต้นตามจังหวะเพลง โดยเฉพาะเพลงสนุกๆ เพลงแดนซ์มันๆ จากนั้นก็ฟังเพลงแล้วก็เต้นแอโรบิคแบบง่ายๆ เริ่มจากการวอมอัพเบาๆ ก่อน หลังจากนั้น ก็ค่อยๆ แรงขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นการกระโดดตบ กระโดดตบใต้ขา โดยควรเลือกท่าที่เกี่ยวกับการเหยียดกล้ามเนื้อด้วยก็ได้ และสามารถกระโดดเหนือพื้นเพื่อเป็นการเผาผลาญพลังงานที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทำให้หัวใจเต้นเร็วมากขึ้นด้วย ถือว่ายังเป็นการกระตุ้นให้เราเองรู้สึกตื่นตัว หลังตื่นนอนได้อีกด้วย ไม่ทำให้รู้สึกง่วงนอน หรือว่าอ่อนเพลีย

เบิร์นด้วยบันได

การออกกำลังกายด้วยการขึ้นลงบันได วิธีนี้ง่ายมาก บ้านใครมีบันไดจะกี่ชั้นก็ตามจะ 2 ชั้น 3 ชั้นก็ตาม สามารถออกกำลังกายจนทำให้เหนื่อยหอบได้ไม่ยากเลยทีเดียว แค่วิ่งขึ้นลงบันไดเพียง 10 นาทีเท่านั้น ขอแนะนำว่า ให้วิ่งในจังหวะที่ไม่ต้องช้าหรือเร็วเกินไป โดยวิ่งแบบพอดีๆ เพราะว่าบันไดบ้านนั้นถ้าวิ่งเร็วเกินไปอาจทำให้เกิดอันตรายได้ สำหรับบางบ้านบันไดอาจจะเป็นแบบแคบ บางบ้านเป็นบันไดปูน ซึ่งบางครั้งก็จะทำให้ลื่นได้เช่นกัน ดังนั้น ถ้าเป็นไปได้ควรที่จะสวมรองเท้าผ้าใบก่อนออกกำลังกายด้วย การวิ่งขึ้นลงบันไดแบบนี้ เพื่อเป็นการป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้

กระโดดให้ตื่นตัว

การกระโดดเชือก ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ทำได้ไม่ยาก และทุกคนสามารถทำได้เพียงแค่มีเชือกเส้นเดียว หลายคนอาจจะนึกไม่ถึง แต่ความเป็นจริงแล้วนี่เป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมมาก เพราะว่าสามารถกระโดดเชือกที่ไหนก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นลานจอดรถ พื้นที่โล่งหน้าบ้าน ก็สามารถทำได้เช่นกัน อาจจะมีการกระโดดแบบขาคู่ หรือกระโดดแบบสลับข้างก็ได้ จนครบ 10 นาที หรือใครจะมีท่ากระโดดแปลกพิสดารก็สามารถกระโดดได้เช่นกัน แต่ยังไงก็ควรที่จะต้องระมัดระวังด้วย สำหรับวิธีนี้จะทำให้เหนื่อยได้เหมือนกันเพียงแค่ 10 นาทีเท่านั้น บางครั้งการกระโดดเชือกอาจจะสลับกับการออกกำลังกายด้วยวิธีอื่น อย่างเช่น การปั่นจักรยานกลางอากาศ เป็นต้น

เดินและเดิน

การออกกำลังกายด้วยการเดินก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ประหยัดเวลาได้ โดยเฉพาะคนที่อยู่ในวัยทำงานที่ไม่ค่อยมีเวลาว่างในแต่ละวัน สามารถทำได้ไม่ยากเลย ง่ายๆ ก็คือ การเดินไปทำงาน หรือใครไม่อยากเหนื่อยก่อนที่จะเริ่มทำงาน ก็สามารถเดินสัก 10 นาที หลังเลิกงาน ก่อนที่จะกลับบ้านก็ได้เช่นกัน อาจจะลงรถให้ไกลจากบ้านสักหน่อย แล้วก็เดินต่อไปจนถึงบ้าน ก็เป็นวิธีที่ไม่เลวเหมือนกัน วิธีนี้ถือได้ว่าเป็นการใช้เวลาให้คุ้มค่าแบบสุดๆ และยังได้สุขภาพดีอีกด้วย เป็นการช่วยเผาผลาญไขมันได้ดีอีกวิธีหนึ่ง

แดนซ์ลืมโลก

การออกกำลังกายด้วยการเต้น บางคนอาจจะคิดว่า จะเต้นยังไง เต้นก็ไม่เป็น ไม่รู้ว่าท่าเต้นเป็นยังไง แต่ครั้งนี้จะแนะให้เปิดเพลงมันๆ สนุกๆ แล้วก็เต้นไปเรื่อยเปื่อย ไม่จำเป็นต้องมีท่าทางตามแบบแผนใดๆ นึกอยากเต้นอะไรก็เต้นไปเรื่อย ไม่มีกฎเกณฑ์ เอาแบบสนุกสุดเหวี่ยงไปเลย รับรองได้ว่า จะทำให้สนุกๆ จนไม่อยากหยุดเต้นกันเลยทีเดียว บางทีอาจจะเต้นได้นานกว่า 10 นาทีเลยก็เป็นไปได้ เพราะความสนุกมันพาไป

บางคนอาจจะคิดว่า ไม่ค่อยมีเวลา แต่เพียงแค่ 10 นาที ก็สามารถออกกำลังกายได้สุขภาพที่ดี และยังลดน้ำหนักได้อีกด้วย ดีกว่าจะอยู่เฉยๆ เอาเวลาเพียงน้อยนิดมาสร้างความแข็งแรงให้กับร่างกายเราดีกว่า

7 กิจกรรมเร่งพลังความสำเร็จ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/643136

วันที่ 20 ม.ค. 2564 เวลา 08:30 น.7  กิจกรรมเร่งพลังความสำเร็จHow to การสร้างความสำเร็จด้วยกิจกรรมที่ใครๆ ก็ทำได้ แต่ผลลัพธ์กลับมากมายกว่าที่ใครๆ จะคาดคิด แบ่งเวลายามเช้ามาลองทำ แล้วรอดูผลไปพร้อมๆ กัน

1) ออกกำลังกาย 20-30 นาทีต่อวัน 

ช่วงเช้าอยากแนะนำให้ออกกำลังกาย  จะยืดเส้นยืดสาย หรือคาร์ดิโอก็เลือกได้แบบที่ชอบ เพื่อให้ร่างกายเกิดการตื่นตัว เลือดสูบฉีด ปอดทำงานได้ดีขึ้น มีงานวิจัยบ่งชี้ว่าคนที่ออกกำลังกายในตอนเช้า 20 นาทีขึ้นไป จะส่งผลให้ร่างกายของเรามีพลังงานต่อเนื่องไปอีก 12 ชั่วโมง

ด้านสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ  (สสส.) ก็สนับสนุนให้คนไทยมีสุขภาพที่ดีจากการลดพฤติกรรมเนือยนิ่งและหันมาออกกำลังกาย โดยแนะนำว่า ควรออกกำลังกาย หรือเคลื่อนไหวร่างกายอย่างน้อยวันละ 30 นาที อาทิตย์ละอย่างน้อย 150 นาที โดยผสานการออกกำลังกายทั้ง 3 แบบคือ คาร์ดิโอ การใช้แรงต้าน และการยืดเหยียด

เชื่อเลยว่าบางคนเครียดจากงานก็ออกกำลังกายเพื่อผ่อนคลายความเครียด หรือออกกำลังกายเพื่อลดอาการของโรคที่เป็น ป้องกันโรคที่จะเกิดขึ้น ป้องกันออฟฟิศซินโดรม หรือเพื่อให้สุขภาพแข็งแรง มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ไม่เหนื่อยหอบ ร่างกายแข็งแรง รวมทั้งเพื่อเป้าหมายของการชะลอวัย ทำให้กระตุ้นการหลั่งเอ็นโดรฟิน หรือสารแห่งความสุข เมื่อเราออกกำลังกาย อย่างน้อย 20-30 นาที จะทำให้เรามีความสดชื่น มีความตื่นตัว แจ่มใส มีบุคคลิกภาพที่ดี มีความสุข

ข้อควรระวัง : ไม่ควรออกกำลังกายหักโหมจนเกินไป เพราะจะทำให้ร่างกายล้าแทน และเกิดการบาดเจ็บได้ในที่สุด ควรออกกำลังกายแต่พอดี เอาแค่พอสดชื่น เหงื่อออก ทำให้ร่างกายตื่นตัวพอ กิจกรรมนี้จะช่วยในเรื่องสมดุลชีวิตด้านสุขภาพ

2) จับดี 

แน่นอนเรื่องร้าย เรื่องดี เราพบเจออยู่ทุกวัน แต่คุณเลือกได้ว่า คุณจะหาข้อดีจากเหตุการณ์ที่เราเจอได้อย่างไร ซึ่งเราขอเรียกว่า “การจับดี” ถ้าคุณหมั่นจับดีกับทุกเรื่อง กับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัวของคุณ เพื่อนร่วมงาน หัวหน้า เจ้านาย ลูกน้อง ลูกค้า แฟน คนรู้จัก คนไม่รู้จัก กับทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พลังการจับดี จะส่งผลให้คุณพบแต่เรื่องราวดีๆ กิจกรรมนี้จะช่วยคุณในเรื่องสมดุลชีวิตด้านสัมพันธภาพ 

3) เลือกทำสิ่งสำคัญก่อน

มองหาสิ่งสำคัญแล้วทำมันก่อน  แบบนี้เรียกว่า “พลังแห่งการโฟกัส” ให้เราตัดสิ่งรบกวนออกไปให้หมด แล้วลงมือทำสิ่งสำคัญให้เสร็จก่อนเป็นอันดับแรก ในทางสากลนิยมเรียกวิธีการแบบนี้ว่า “เวลาการทำงานทรงประสิทธิภาพ” ซึ่งเมื่อไหร่ที่เราฝึกพฤติกรรมนี้บ่อยๆ เราจะกลายเป็นคนมีพลังแห่งการโฟกัส และไม่หลุดโฟกัสเหมือนที่แล้วมา กิจกรรมนี้จะช่วยในเรื่องสมดุลชีวิตด้านการงาน

4) จ่ายให้ตัวเองก่อน

หมายถึง เมื่อไหร่ก็ตามที่ได้รับเงิน ควรแบ่งเงินจ่ายให้ตัวเองก่อนอย่างน้อย 10% สำหรับเอาไว้เป็นเงินเก็บออม หรือลงทุนให้เงินเติบโตงอกเงยมากยิ่งขึ้นในอนาคต เป็นการปลูกฝังนิสัยการจ่ายให้ตัวเองก่อน “อย่าเรียนรู้การทำงานเพื่อเงินอย่างเดียว จงเรียนรู้ให้เงินทำงานให้คุณด้วย” จำไว้ว่า เราทำงานหนักก็ยิ่งเหนื่อย เงินทำงานหนักเรายิ่งรวย กิจกรรมนี้จะช่วยในเรื่องสมดุลชีวิตด้านการเงิน

5) นั่งสมาธิ 20 นาที

การนั่งสมาธิ เป็นการเข้าไปเชื่อมในสิ่งที่คุณเชื่อ คุณศรัทธา พลังมหาศาลที่อยู่ในตัวคุณ จะเป็นเครื่องรับสัญญาณจักรวาลที่ยอดเยี่ยมที่สุด

จักรวาลจะส่งพลังงานดีๆ พลังแห่งความโชคดีมาให้คุณ หน้าที่ของคุณคือ หลับตา นั่งสมาธิ มีสติ อยู่กับลมหายใจเข้า-ออก อยู่กับปัจจุบัน ง่ายๆเพียงวันละ 20 นาที ชั่วโมงทองในการนั่งสมาธิคือ เวลาตี 4 ถึงตี 5 และก่อนเข้านอน กิจกรรมนี้จะช่วยในเรื่องสมดุลชีวิตด้านจิตใจ

6) สนับสนุนผู้อื่น

จงใช้ศักยภาพของคุณ ความสามารถของคุณ ความเชี่ยวชาญของคุณ ทรัพยากรของคุณ สนับสนุนผู้อื่น กรณีที่คุณสามารถช่วยเหลือพวกเขาได้ แต่ถ้าคุณคิดว่า ฉันไม่มีอะไรเลย ฉันยังไม่ประสบความสำเร็จ ฉันยังไม่รวย ฉันจะสนับสนุนผู้อื่นได้ยังไง ง่ายๆ ให้คุณเริ่มจากส่งยิ้มให้ผู้อื่นก่อน พูดให้กำลังใจผู้อื่น พูดชมผู้อื่น ช่วยงานผู้อื่นด้วยใจ สนับสนุนให้ผู้อื่นมีพลัง มีกำลังใจในการใช้ชีวิตต่อไป แบบนี้ก็ถือว่าเป็นการสนับสนุนผู้อื่น เมื่อคุณส่งพลังความดีออกไป ท้ายสุดคุณจะได้รับสิ่งดีๆ นั้นกลับมาเช่นกัน กิจกรรมนี้จะช่วยในเรื่องสมดุลชีวิตด้านภารกิจ

7) ฟังเสียงหัวใจตัวเอง

ยกมือขวาทาบอก ฟังเสียงหัวใจตัวเองให้มากขึ้น สัมผัสเสียงที่ดังก้องในใจ หัวใจกำลังบอกคุณว่า…สิ่งที่ใช่คืออะไร สิ่งสำคัญคืออะไร คุณควรตัดสินใจกับเรื่องนี้อย่างไร ที่ผ่านมา คุณฟังเสียงคนอื่นมาเยอะแล้ว แต่ชีวิตคุณก็ยังไม่ไปถึงไหน จนได้มาอ่านบทความนี้

ไม่ต้องแปลกใจว่า ทำไมที่ผ่านมาคุณไปเข้าสัมมนาก็แล้ว ทำอะไรก็แล้ว แต่ชีวิตก็เหมือนเดิม เพิ่มเติมคือหนี้สิน เพราะอะไรทราบไหม เพราะคุณไม่เคยฟังเสียงหัวใจตัวเอง คนอื่นอาจจะหลอกคุณได้ แต่คำตอบจากหัวใจไม่เคยหลอกคุณ ดังนั้น จงฟังเสียงหัวใจตัวเองตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป แล้วคุณจะค้นพบคุณค่าในชีวิตที่แท้จริง

ขอบคุณข้อคิดดีๆ จาก Kitti Trirat และ สสส 

ภาพ freepik

ครั้งแรกในประเทศไทยกับความหรูหราบนเรือนเวลาสัญชาติอิตาลี ‘VERSACE’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/643005

วันที่ 18 ม.ค. 2564 เวลา 14:35 น.ครั้งแรกในประเทศไทยกับความหรูหราบนเรือนเวลาสัญชาติอิตาลี 'VERSACE'ยลโฉม VERSACE WATCHES สุนทรียภาพแห่งตัวเรือนนาฬิกาที่สะท้อนความหรูหรา ล้ำค่าเหนือกาลเวลา

ครั้งแรกในประเทศไทยกับความหรูหราบนเรือนนาฬิกาสัญชาติอิตาลี VERSACE ที่รังสรรค์อย่างพิถีพิถันโดยช่างมากประสบการณ์ พร้อมทั้งด้วยวัสดุชั้นเลิศ เพื่อนำเสนอนวัตกรรมผ่านดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ โดดเด่นกับแฟชั่นอันเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เคยหลับใหลสไตล์อิตาเลียน

นาฬิกา VERSACE ที่แข็งแกร่งโดดเด่นและล้ำค่า คือการแสดงออกถึงสุนทรียภาพอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ผลิตจากสวิส ด้วยจิตวิญญาณร็อคแอนด์โรลแบบเดียวกันของคอลเลกชั่นแฟชั่นและตีความสัญลักษณ์อันเป็นที่โด่งดังไปทั่วโลก อย่างหัวเมดูซ่า กุญแจกรีก และลวดลายบาร็อค

นาฬิการุ่นต่างๆ ผลิตด้วยวัสดุชั้นเลิศที่มีความซับซ้อนและกลไกคุณภาพสูงโดยเฉพาะ การออกแบบที่สร้างสรรค์โดยเน้นย้ำความมีชีวิตชีวา โดดเด่น มีเสน่ห์และเย้ายวนยิ่งขึ้น รวมถึงเทคนิคและคอลเลคชั่นของคุณสุภาพสตรี คุณสุภาพบุรุษอันเก๋ไก๋แสดงออกถึงบุคลิกอันทรงพลัง ภาพลักษณ์ของแบรนด์ VERSACE คอลเลกชั่นใหม่นี้เจาะลึกถึงรากฐานของแบรนด์เพื่อค้นพบความเป็นตัวตนและแก่นแท้ของมันอีกครั้ง Safety Pin สำหรับผู้หญิงที่ยอดเยี่ยม เป็นเครื่องบรรณาการให้ Versace Safety Pin ทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบบนรูปทรงการออกแบบเคส

Palazzo Empire Baroque

Palazzo Empire Baroque เผยให้เห็นสัมผัสสไตล์บาโรกที่ได้รับจากการใช้งานพิมพ์ทั้งบนสายรัดและพื้นผิวบนหน้าปัด การพักผ่อนที่สมบูรณ์แบบของอาณาจักร Palazzo อันเป็นสัญลักษณ์ที่นิรันดร์และเป็นสัญลักษณ์ด้วยการบิดแบบบาร็อค! หัวเมดูซ่าที่วางอยู่ตรงกลางนั้นลอยได้เนื่องจากโครงสร้างระหว่าง 2 คริสตัล

Meander

Meander มีความโดดเด่นอย่างมากด้วยการใช้ Greek Key ในขณะที่ Versace Logo เสร็จสิ้นตามรหัสการออกแบบ Meander ที่แข็งแรงและต่อเนื่องด้วยรูปทรงของโต๊ะเครื่องแป้ง พร้อมการออกแบบเคสที่เป็นเอกลักษณ์ การใช้คีย์กรีกอย่างประณีตรวมกับโลโก้ทำให้เกิดความโดดเด่น 

Medusa Chain

Medusa Chain เล่นอย่างชาญฉลาดด้วยการใช้ตัวอักษร V ด้วยโทนแบบบาโรกเมื่อ V กลายเป็น Virtus และด้วยรหัสการออกแบบที่ทันสมัยเมื่อ V คือ Versace สำหรับฤดูใบไม้ร่วงไอคอนต่างๆจะถูกเปิดเผยเพื่อถ่ายทอดข้อความ Versace ที่เป็นเอกลักษณ์และ ไม่ผิดเพี้ยน

Medusa Chain ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจาก “การเจียระไนเพชร” ที่มักใช้ในการตกแต่งอัญมณี สายโซ่รอบหน้าปัดช่วยเติมเต็มรูปลักษณ์ โลโก้ Versace และ Medusa ที่เวลา 12 ชม. กำลังบ่งบอกถึงการมีอยู่ของไอคอนที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดของแบรนด์

FERRAGAMO TIMEPIECES

โลกของนาฬิกา Salvatore Ferragamo รวบรวมคุณค่าของ ประเพณีการผลิตนาฬิกาของสวิสและสะท้อนให้เห็นถึงการออกแบบที่ซับซ้อนของ Florentine Maison ซึ่งเป็นรูปแบบที่รู้จักกันดีทั่วโลก จากการผสมผสานอย่างสร้างสรรค์ของพื้นผิวประเภทต่างๆ การค้นคว้าวัสดุที่เป็นนวัตกรรมใหม่ และการใช้สีที่ไม่ผิดเพี้ยน ทั้งหมดได้รับการปรุงแต่งด้วยกระบวนการผลิตโดยอาศัยงานฝีมือชั้นเลิศโดยเฉพาะ Ferragamo Timepieces ประสบความสำเร็จตั้งแต่เริ่มแรก โดยนำเสนอการตีความความสปอร์ตหรูหราและสไตล์ที่โดดเด่นอื่นๆ โลกที่คุณลักษณะที่โดดเด่นของ Florentine Maison พบการแสดงออกในอุดมคติตั้งแต่การใช้สี รวมถึง Ferragamo Red อันเป็นเอกลักษณ์ไปจนถึงการผสมผสานสัญลักษณ์อันเป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์ เช่น Gancino และโบว์ Vara

Double Gancini

Double Gancini ช่วยเพิ่มเสน่ห์ผ่านสร้อยข้อมือซึ่งเป็นคำกล่าวของความประณีตและสไตล์ Double Gancini Cuff คือวิวัฒนาการอันทันสมัยของคอลเลคชั่น Double Gancini ตัวเรือนที่โดดเด่นตอนนี้เสริมด้วยข้อมือหนังลูกวัวที่เฉลิมฉลองมรดกการผลิตเครื่องหนังของ Maison และให้สำเนียงที่หรูหรายิ่งขึ้น เป็นนาฬิกาสำหรับผู้หญิงที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อบอกถึงความหลงใหลในแฟชั่นและไอคอนของแบรนด์ Ferragamo

Ferragamo Boxyz

เปล่งประกายสง่างามไร้กาลเวลา Ferragamo Boxyz รุ่นใหม่ได้รับการตั้งชื่อตามกระเป๋าถืออันเป็นเอกลักษณ์ของ House และได้รับแรงบันดาลใจจากเข็มกลัดอันเป็นสัญลักษณ์ซึ่งติดตามสไตล์ที่ไม่ผิดเพี้ยนในการผสมผสานของเส้นสายที่สะอาดตาและรายละเอียดที่ประณีต

อะไรที่คอยฉุดรั้งให้ศักยภาพถดถอย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/642972

วันที่ 18 ม.ค. 2564 เวลา 08:57 น.อะไรที่คอยฉุดรั้งให้ศักยภาพถดถอยโดย ภก.ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล สถาบันอินทรานส์ Hipot – การปฏิรูปศักยภาพมนุษย์อย่างบูรณาการศาสตร์ชีวิตองค์รวมเพื่อความมั่นคงยั่งยืน

หลายคนมีศักยภาพสูง แต่ไม่สามารถขับมันออกมาได้อย่างเต็มที่ แก้ปัญหาไม่เป็นระบบ เล่นไม่เป็นทีม ขาดภาวะผู้นำ องค์กรไม่ถึงเป้าหมาย ส่วนรวมก็เสียหาย ท่านคิดว่าอะไรฉุดรั้งท่านไว้ อะไรทำให้คนเราแตกต่างกัน แล้วท่านจะขับศักยภาพออกมาอย่างเต็มที่ได้อย่างไร ในการพิจารณาภาวะดังกล่าว มีมุมมองที่ต้องพิจารณาดังนี้

มุมมองที่ 1 ศักยภาพเป็นเรื่องที่ตนกำหนดได้เอง เราต้องเข้าใจก่อนว่าศักยภาพที่แสดงออกมาภายนอกในรูปของพฤติกรรมนั้น มันมาจากกรอบความคิด กรอบความคิดนี้คือตัวตน ตัวตนต้องการคุณค่าและความหมาย หากมองตัวเองในเชิงลบ ศักยภาพที่แสดงออกมาก็ติดลบ ถดถอย แต่หากมองในเชิงบวก ศักยภาพก็ออกมาเป็นบวก มุ่งมั่น โดยนัยดังกล่าว มันให้ความหมายว่า ศักยภาพเป็นเรื่องที่ตนกำหนดได้เอง

มุมมองที่ 2 ความผิดมีสองประเภท ในโลกนี้มีความผิดอยู่สองประเภท ประเภทแรกคือ ความผิดในลักษณะของความเป็นรูปธรรมซึ่งเป็นความผิดพลาดที่จับต้องได้ วัดได้ เช่น ความพลาดพลั้งจากการที่ไม่สามารถทำงานให้สำเร็จตามเป้าหมาย แต่ในขณะที่ความพลาดพลั้งดังกล่าวเกิดขึ้นนั้น เรานำมันมาตีความเป็นความพลาดพลั้งอย่างที่ 2 นั่นคือ ความรู้สึกผิด ความผิดประเภทนี้จับต้องไม่ได้ แต่รู้สึกได้ และมันเกิดขึ้นที่ภายในส่วนลึกของจิตใจตนเอง

มุมมองที่ 3 ที่ไม่ถึงฝั่งทุกวันนี้ เพราะเข้าใจผิดต่อความรู้สึกผิด โดยปกติคนเราทำงานใดๆ ก็ตาม ไม่เคยสำเร็จอย่างสมบูรณ์แบบ 100% ได้มากบ้าง น้อยบ้าง แตกต่างกัน แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา ปัญหาก็คือว่า เรามักเอาความผิดพลาดจากการที่ไม่ถึงเป้าหมายในเชิงรูปธรรมที่วัดได้นั้นมาสร้างความรู้สึกผิด ภาวะดังกล่าวคือ ภาวะที่เห็นตนเองติดลบ เห็นว่าตนเองใช้ไม่ได้ รู้สึกว่าตนเองไม่เอาไหน ไม่ได้เรื่อง คิดว่าตนเองด้อยกว่าคนอื่น หรือทำไมจึงต่ำกว่ามาตรฐาน โดยรวมก็คือ เห็นตนเองไร้ค่า เมื่อเห็นตนเองไร้ค่าจึงทำให้ภายในตนเองอ่อนแอ เปราะบาง ขาดความมั่นคง ขาดความเชื่อมั่น ขาดภูมิต้านทาน อ่อนไหวไปตามกระแสหรือสิ่งที่เข้ามากระทบ เมื่อเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ตนรู้สึกผิดหวัง รับไม่ได้ จึงเกิดความขัดแย้งภายใน กลายเป็นแรงกดดัน มากๆ เข้าก็เลยคิดมาก วิตกจริต กดดันตนเอง หงุดหงิดง่าย เจ้าอารมณ์ ควบคุมตนเองไม่ได้ แล้วชอบเหวี่ยงใส่คนอื่น ซึมเศร้า และในบางกรณีกลับมาทำร้ายตนเอง ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเพราะตนไปเอาความพลาดพลั้งในเชิงรูปธรรมมาทำร้ายตัวตนของตนเองอย่างเข้าใจผิด ปัญหาของบุคคลจึงเป็นเรื่องของ “ความเข้าใจผิดต่อความรู้สึกผิด” ตรงนี้แหละที่เป็นประเด็น ที่เอาความเข้าใจผิดต่อความรู้สึกผิดมาทำร้ายตนเอง มาทำลายคุณค่าตนเอง และนี่คือสาเหตุหลักที่คอยฉุดรั้งศักยภาพของบุคคลให้ถดถอยและเป็นรากของปัญหาในทุกความสัมพันธ์

มุมมองที่ 4 การตีตรา ในบางกรณี ที่ท่านถูกตำหนิ หรือถูกว่ากล่าวตักเตือน แล้วทำให้ตนเองรู้สึกแย่ หมดกำลังใจ ท้อแท้ ไฟในตัวมอดดับ ท่านลองถามตนเองว่าขณะนั้น ใครกันแน่ที่รู้สึกแย่ มันไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นตนเอง แล้วภาวะนั้นมันมาจากไหน ก็มาจากกรอบความคิดเชิงลบที่ตนมีต่อตนเอง มิใช่ใครที่ไหน แต่เรากลับบ่นว่ามาจากบุคคลอื่นภายนอกที่พูดพาดพิง ตำหนิ หรือนินทาเรา เมื่อท่านอยู่ในสภาพนั้น นั่นแสดงว่า ภายในท่านอ่อนไหว ขาดความมั่นคง ขาดภูมิต้านทาน เปราะบาง ไม่สามารถนำตนเองได้ และรับเอาการตีตราจากคนอื่นมากำหนดชีวิตตนเอง หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง ท่านเองนั่นแหละที่เอาตัวเองเข้าไปอยู่ภายใต้อิทธิพลของปัจจัยภายนอกที่ท่านไม่อาจควบคุมได้ ท่านลองถามตนเองลึกๆ อย่างจริงจังว่ามีใครที่ไหนที่สามารถทำให้ท่านรู้สึกแย่ได้จริงๆ หรือ แล้วที่ท่านรู้สึกแย่ทุกวันนี้ มันขึ้นกับความคิดของคนอื่นจริงๆ หรือ หรือว่าท่านไปรับเอาการตีตราจากผู้อื่นมาทำร้ายตนเอง ซึ่งท่านเป็นผู้เลือกเอง ใช่หรือไม่

มุมมองที่ 5 ผลกระทบ จะเห็นได้ว่าการที่บุคคลไม่สามารถขับศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่ องค์กรไม่ถึงเป้าหมาย ส่วนรวมก็เสียหาย และมีประเด็นทางอารมณ์นั้น ล้วนมีรากมาจากความเข้าใจผิดต่อความรู้สึกผิดที่ตนสร้างขึ้นเองทั้งสิ้น และที่สำคัญปมลบดังกล่าว นอกจากสร้างปัญหาให้กับตัวเองแล้ว ยังไปทำลายคุณค่าของคนรอบข้างด้วย เมื่อทำให้คนรอบข้างเขารู้สึกว่าคุณค่าตัวเขาลดลง เขาก็ไม่เห็นความสำคัญของท่านเช่นกัน “เพราะใครก็ตามที่เห็นฉันไม่มีค่า เธอก็ไม่มีราคาเช่นกัน” สถานการณ์เช่นนี้นำไปสู่ปัญหาด้านความสัมพันธ์กับบุคคลอื่น ตนจึงไม่ได้รับการยอมรับ ภาวะผู้นำจึงถดถอย และลดทอนบรรยากาศการทำงานเป็นทีม ขาดการมีส่วนร่วม ทีมงานจึงไม่สามารถขับศักยภาพให้ออกมาเป็นพลังร่วมได้อย่างเต็มที่ และไม่สอดคล้องไปในแนวเดียวกัน นอกจากนี้ ท่านยังเอาความรู้สึกแย่ๆ นั้นไปสร้างเป็นปมเชิงลบให้กับคนในครอบครัว ทำให้คนที่เรารักพลอยได้รับผลกระทบไปด้วย ความสัมพันธ์ก็เสียหาย และก่อรูปขึ้นเป็นปมลบ ศักยภาพของบุตรหลานก็ถดถอย ความรักความเข้าใจเริ่มจืดจาง สุดท้ายก็ไม่มีความสุข และเป็นปัญหากระทบสืบเนื่องต่อไปไม่สิ้นสุด

โดยสรุป บุคคลสามารถระเบิดศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่เพื่อสร้างความแตกต่าง เพราะ

  1. รู้จักปรับกรอบความคิดและทัศนคติเชิงบวก มองปัญหาเป็นความท้าทาย ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใดก็ตาม
  2. ไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบ มองความพลาดพลั้งเป็นการเรียนรู้
  3. ไม่เอาความพลาดพลั้งมาทำลายคุณค่าตนเอง
  4. เห็นคนเป็นมนุษย์ เห็นคุณค่าในความแตกต่าง
  5. ตนจะเป็นอย่างไรขึ้นกับมุมมองของตนเองที่เห็นว่าตนเป็นใครอย่างไร และเป็นอิสระและอยู่เหนือความเห็นของผู้อื่นและปัจจัยภายนอก
  6. การแสดงออกใดๆ มันอยู่ในอำนาจของตนเองว่าจะเลือกตอบสนองอย่างไรให้เหมาะสม

Keds Life on the Skateboard สนีกเกอร์สุดคูลของสาวสายสปอร์ต #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/642763

วันที่ 15 ม.ค. 2564 เวลา 09:33 น.Keds Life on the Skateboard สนีกเกอร์สุดคูลของสาวสายสปอร์ต Keds ชี้เป้ารองเท้า 5 รุ่นเด่นที่สาวๆ เห็นเป็นต้องรัก Keds Life on the Skateboard ดีไซน์ที่ใช่กับไลฟ์สไตล์ที่ชอบ

สำหรับสาวๆ ที่เป็นแฟนของรองเท้าสนีกเกอร์ Keds (เคดส์) จะทราบกันดีว่าหัวใจหลักของแบรนด์ คือการออกแบบรองเท้าสำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และความต้องการที่แตกต่างกันออกไปของพวกเธอ หนึ่งในไลฟ์สไตล์ที่โดดเด่นสำหรับสาวเคดส์ คือการเล่นสเกตบอร์ด (Skateboard) ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมของสาวๆ สายสปอร์ตในปัจจุบันนี้ ด้วยการดีไซน์ที่เข้ากับรูปทรงเท้าและพื้นรองเท้าด้านใน (insole) ที่นุ่มสบายกับพื้นรองเท้าที่ผลิตจากยางซึ่งมีความยืดหยุ่นสูง ทำให้เหมาะแก่การทรงตัวบนบอร์ดที่เคลื่อนไปด้านหน้าอย่างรวดเร็วได้ดี วันนี้เรามีรองเท้า 5 รุ่นที่เหมาะสำหรับคนที่กำลังมองหารองเท้าสนีกเกอร์คู่ใหม่สำหรับกิจกรรมสุดคูลแบบนี้

รุ่น Champion รองเท้ารุ่นเด่นของแบรนด์ เปิดตัวครั้งแรกในปี 1916 เป็นรองเท้าผ้าใบที่ทำจากยางและมีการปรับเปลี่ยนงานดีไซน์ตามกาลเวลาเพื่อให้สอดรับกับรูปร่างเท้าที่แตกต่างกันของผู้หญิง และความสะดวกสบายที่ทันสมัยยิ่งขึ้น แต่รูปร่างที่เป็นเอกลักษณ์นั้นส่วนใหญ่ยังคงงานดีไซน์อันโดดเด่นอันเป็นชื่นชอบเอาไว้

Crew Kick 75 เป็นรองเท้าสไตล์ย้อนยุคที่เรียกว่ามีความเท่แบบแมนๆ แต่ไม่แมนจนผู้หญิงไม่สามารถใส่ได้ งานดีไซน์เป็นแนวย้อนยุคถูกนำมาจากงานออกแบบรุ่นก่อนของแบรนด์ ส่วนบนได้รับแรงบันดาลใจจากสไตล์ วินเทจ พร้อมเพิ่มกันชนยางนิ้วเท้า และโลโก้ “Sporty Wave” ที่ได้แรงบันดาลใจในการออกแบบจากช่วงปี 1970

Kickstart เป็นรองเท้าที่ได้รับแรงบันดาลใจและการออกแบบมาจากรองเท้าเทนนิส ที่สามารถเป็นคู่ที่สาวๆ เลือกใส่ได้กับเสื้อผ้าหลากสไตล์ ตัวรองเท้าผลิตจากผ้า Canvas รูร้อยเชือกรองเท้า 6 รู พื้นรองเท้าด้านในผลิตและบุด้วยเทคโนโลยี Dream Foam™ ที่มีความนุ่มสบาย ช่วยรองรับน้ำหนักช่วงฝ่าเท้าได้ดี

Chillax รองเท้ารุ่นยอดนิยมสำหรับสาวๆ ที่ชอบความนุ่มสบาย สวมใส่ง่าย ไม่ต้องมาผูกชือกด้านหน้าให้วุ่นวาย อีกทั้งช่วงพื้นรองเท้ายังผลิตจากยางที่มีความยืดหยุ่นและทรงตัวได้ดี จึงเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่สาวๆ ชื่นชอบ

Crew Kick75 Slip On รองเท้าสไตล์สลิปออนที่ขึ้นแท่นหนึ่งในรองเท้ารุ่นยอดนิยม ที่สาวๆ สายสเก็ตบอร์ดเลือกใส่ ด้วยความนุ่มเบาสบาย ใส่ง่ายไม่ยุ่งยาก แถมยังสามารถใส่ได้ในชีวิตประจำวันอีกด้วย เรียกว่าคู่เดียวคุ้มสุดๆ

แวะไปเลือกช้อปรองเท้าสำหรับทรงตัวสบายๆ บนบอร์ดได้ที่ www.keds.co.th ทาง LINE :@KedsThailand หรือคลิกได้เลยที่ http://bit.ly/KedsLine หรือที่ร้าน Keds, เคานท์เตอร์ Keds และร้าน Ikon ทุกสาขา ติดตามข่าวสารจาก Keds Thailand ได้ที่ Facebook และ Instagram : @KedsThailand

Burberry ปีฉลูปล่อยแคมเปญ Chinese New Year 2021 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/642713

วันที่ 14 ม.ค. 2564 เวลา 12:33 น.Burberry ปีฉลูปล่อยแคมเปญ Chinese New Year 2021 Burberry ปล่อยแคมเปญ Chinese New Year 2021 เฉลิมฉลองปีฉลู ดึงนางแบบและนายแบบดาวเด่นร่วมถ่ายทอดเรื่องราว

Burberry ปล่อยแคมเปญ Chinese New Year 2021 ที่ได้นางแบบและนายแบบดาวเด่นมาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวอย่าง Liu Wen @liuwenlw และ Wang Xiangguo พร้อมด้วยช่างภาพมากฝีมืออย่าง Feng Li

แคปซูลคอลเลคชั่นนี้ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านมนต์เสน่ห์ของธรรมชาติ นำเสนอคอลเลคชั่นพิมพ์ลาย Burberry Check อันเป็นเอกลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อเทรนช์โค้ทและชุดกีฬา พร้อมกับกระเป๋า Olympia Bag ที่มาในเฉดสีใหม่ และที่พิเศษไปกว่านั้น Burberry ได้นำเสนอลวดลาย Thomas Burberry โมโนแกรมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากปีนักษัตร เพื่อเฉลิมฉลองให้แก่ปีฉลูอันเกี่ยวข้องกับธาตุดินแสดงถึงความทรงพลังและความสงบ

สาวก Burberry สามารถเข้าไปเลือกช้อปคอลเลคชั่นพิเศษได้แล้วที่ Burberry สโตร์ ทุกสาขา และ ออนไลน์ สโตร์ www.burberry.com

รวมคุณสมบัติเด่นในเรซูเม่ ฉบับอัพเดทใหม่ปี 2021 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/642576

วันที่ 13 ม.ค. 2564 เวลา 09:01 น.รวมคุณสมบัติเด่นในเรซูเม่ ฉบับอัพเดทใหม่ปี 2021เขียนเรซูเม่ยังไงให้ได้งาน รวมคุณสมบัติน่าจับตาในเรซูเม่ที่เห็นแล้วเทคะแนนให้จนอยากเรียกไปสัมภาษณ์ในปี 2021

ส่อง 20 สกิลการทำงานที่จะเป็นที่ต้องการของคนทำงานในปี 2021 สำหรับคนที่อยากเริ่มทำงานหรือหางานใหม่ ด้วย 20 คุณสมบัติที่จะทำให้คุณมี attitude ดู positive และน่าเรียกมาสัมภาษณ์รับเข้าทำงาน ลองเลือกข้อที่ใช่สำหรับตัวเราแล้วไปปรับใช้กันได้เลย

1. Adaptability จะบอกว่าโควิด-19 เป็นเหตุก็ได้ ทำให้คุณสมบัติของคนที่ปรับตัวเก่ง สามารถปรับตัวให้เข้ากับทุกสถานการณ์ได้จะเป็นที่ต้องการขององค์กรเป็นอย่างมาก คุณสมบัตินี้เริ่มเป็นที่ต้องการเมื่อโลกก้าวเข้าสู่ยุคดิจทัล ดังนั้น ระบุไว้ในเรซูเม่เท่ๆ ได้เลยสำหรับคนหัวไวที่พร้อมปรับตัวให้ทันยุคสมัยอยู่เสมอ

2. Dependability นายจ้างส่วนใหญ่กำลังมองหาพนักงานที่สามารถพึ่งพาได้จริง หมายถึงการมีความรับผิดชอบต่องานสูง ซึ่งเป็นหนึ่งคุณสมบัติจำเป็นในยุคที่หลายออฟฟิศเริ่มเปลี่ยนมา work from home 

3. Creativity เรื่องของความคิดสร้างสรรค์เป็นอีกพรสวรรค์ที่หลายองค์กรต้องการมาก และนับเป็นเครื่องมือชั้นยอดที่ AI ยังไม่สามารถเลียนแบบได้ตอนนี้หากเราเป็นคนที่ครีเอทสิ่งใหม่ๆทำเรื่องใหม่ๆห็จะมองเห็นโอกาสใหม่ๆเพื่อมาใช้ในงานได้อยู่เสมอ

4. Innovation ปีนี้ใครๆ ก็อยากเห็นนวัตกรรมใหม่ๆ ที่จะนำมาแก้ปัญหาเดิมๆ ถ้าเราเป็นคนที่มีแนวคิดสร้างสรรค์บวกกับความรู้ และพร้อมพัฒนาหาทางออกใหม่ๆ เพื่อใช้ทำในการทำงาน และทำธุรกิจ ก็จะเป็นคนที่มี Innovation และบริษัทต้องการตัวเป็นอย่างมาก 

5.Critical Thinking คนที่สามารถมองเห็นปัญหา และเข้าใจปัญหาได้อย่างละเอียดจนสามารถสร้างสรรค์วิธีแก้ไขและตัดสินใจได้อย่างตรงจุด คือคนที่มี Critical Thinking ที่บริษัทส่วนใหญ่มองหาอยู่ เพราะสามารถนำไปใช้ได้ในทุกส่วนของงาน รวมไปถึงการใช้ชีวิตด้วย

6. Customer Focus คนที่มีเป้าหมายสูงสุดที่จะสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า จะเป็นหนึ่งในคนที่บริษัทส่วนใหญ่มองหาในปี 2021 และหากเราใส่คุณสมบัติข้อนี้ลงไป อย่าลืมที่จะแสดงความตั้งใจของคุณในการใส่ใจลูกค้า และพร้อมหาคำตอบและทางออกที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าลงไปด้วย 

7. Initiative คือคุณสมบัติของคนที่รู้ว่าหน้าที่ของตัวเองต้องทำอะไร และลงมือทำโดยที่ไม่ต้องรอคำสั่ง รวมถึงการมีความคิดริเริ่ม เตรียมพร้อมอยู่เสมอ อาทิ สามารถคาดการณ์ปัญหาและเตรียมทางออกไว้แล้ว หรือเตรียมไอเดียที่จะนำเสนองานไปล่วงหน้าก่อนที่หัวหน้าจะสั่งงาน  

8.Attitude หนึ่งใน Key to Success ของคนที่ประสบความสำเร็จ สำหรับคนที่มี open mindset พร้อมทำงานด้วย Positive Attitude ย่อมสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีในการทำงาน เป็นขุมพลังแก่ทีมและเพื่อนร่วมงาน สร้างโอกาสที่จะทำให้งานสำเร็จได้มากกว่าเดิม

9. Integrity ในที่นี่คือการรับผิดชอบต่อคำพูด และมี commitment ต่องานอย่างจริงจัง เพราะบริษัทมองหาคนที่ “พูดจริงทำจริง” เพื่อให้แน่ใจได้ว่าจะได้พนักงานที่มีความรับผิดชอบและซื่อสัตย์ต่อคำพูดของตัวเอง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้งานสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี

10. Leadership ภาวะผู้นำคือสิ่งที่บริษัทต้องการในตัวพนักงานยุค work from home ผู้นำในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการกล้าออกคำสั่ง แต่หมายถึงการไม่กลัวที่เข้ามารับผิดชอบในงาน และสามารถชี้แนะทีมในเรื่องที่จำเป็นได้ พร้อมแก้ปัญหาและมุ่งพาบริษัทไปสู่โอกาสใหม่ๆ 

11. Mathematics เพราะวิชาเลขและการคำนวณเป็นพื้นฐานความรู้ที่คนเราใช้ในทุกวันและในทุกสาขาอาชีพ หากเราสามารถคำนวณเลขแบบง่ายๆ ได้อย่างรวดเร็ว มีโลจิคที่จะเข้าใจการคำนวณอย่างง่ายได้ เท่านี้ก็เพียงพอที่จะทำให้เรซูเม่คุณดูโดดเด่นขึ้นแล้ว 

12. Organization คุณสมบัติการจัดการที่ดีเป็นที่ต้องการขององค์กรเสมอมา และยิ่งต้องการหนักขึ้นเมื่อต้องทำงานที่บ้าน หรือต้องประชุมออนไลน์เป็นส่วนใหญ่ เพราะจะทำให้พนักงานสามารถจัดการและทำงานหลายอย่างที่เข้ามาพร้อมกัน ในขณะที่ทำงานร่วมกับทีมที่อยู่คนละที่ เพื่อทำงานให้เสร็จตามเวลาได้

13. Planning แทบทุกองค์กรล้วนต้องทำงานเป็นทีม และการวางแผนที่ดี คือหัวใจสำคัญของการทำงานเป็นทีมให้สำเร็จ ดังนั้น หากเราเป็นพนักงานที่สามารถเสนอแผนงานที่ดีให้กับทีม และสามารถทำให้แผนสำเร็จพร้อมทั้งแสดงให้เห็นในเรซูเม่ของเราได้ รับรอง HR ต้องสะดุดตาแน่นอน 

14. Professionalism เพราะใครๆ ก็อยากได้คนเป๊ะไปร่วมงานด้วย เพราะมีทั้งความรับผิดชอบ และรู้จักกาลเทศะ ยิ่งในช่วงที่หลายๆ ออฟฟิศเน้นบรรยากาศสบายๆ บวกกับการได้ work from home มากขึ้น ความเป็น Professionalism ยิ่งถูกมองหา เพื่อภาพลักษณ์ที่ดีและผลงานที่คาดหวังได้

15. Reading Comprehension อีเมลคือเครื่องมือหลักที่ใช้ติดต่อกันในโลกของการทำงาน นี่ยังไม่นับรวมเอกสารอีกมากมาย ถ้าเราเป็นคนที่อ่านหนังสือได้แตกฉาน จับใจความได้เป็นอย่างดี ย่อมทำให้ HR คาดการณ์ได้ว่าเราจะสามารถสื่อสารในที่ทำงานผ่านอีเมลและเอกสารต่างๆ ได้ดีไปด้วย

16. Reliability คือคนที่พร้อมจะทำงานและแก้ไขปัญหา ไม่ว่าจะยากหรือง่าย เล็กหรือใหญ่ และเป็นคนที่หัวหน้าหรือนายจ้างรู้ว่าจะสามารถสร้างให้ไปต่อในตำแหน่งและความรับผิดชอบที่มากขึ้นได้ คุณสมบัติข้อนี้จึงเป็นอีกข้อที่น่าเอามาใส่และแสดงให้เห็นในเรซูเม่เป็นอย่างมาก

17. Respect ความเคารพที่ไม่ใช่เพียงแค่เคารพเจ้านาย แต่ยังต้องเป็นความเคารพที่มีให้กับเพื่อนร่วมงานด้วย เพราะนี่เป็นทัศนคติที่ดีและจำเป็นต่อการสร้าง Teamwork ที่ดีและนำไปสู่สภาพแวดล้อมในออฟฟิศที่น่าอยู่ ซึ่งเป็นอีกคุณสมบัติสำคัญขั้นพื้นฐานที่บริษัทมองหา

18. Teamwork นี่คืออีกหนึ่งคุณสมบัติที่จำเป็นในปี 2021 ที่เราอาจจะได้เห็นการ work from home มากขึ้น เพียงเราอธิบายความตั้งใจที่จะทำงานร่วมกันเป็นทีม และพร้อมที่จะสนับสนุนเพื่อนในทีมเพื่อให้งานสำเร็จไปได้อย่างดีในเรซูเม่ ก็จะทำให้ได้คะแนนเพิ่มจาก HR ได้ไม่ยาก

19. Verbal Communication การต้องทำงานกันคนละที่และต้องใช้การประชุม Conference Call  ส่วนใหญ่ ยิ่งทำให้การสื่อสารผ่านคำพูดที่ดีเป็นคุณสมบัติที่จำเป็นมาก เพราะเราอาจจะเจอปัญหาขัดข้องทางเทคนิคจากการประชุมออนไลน์ หรือจะต้องประชุมในเวลาอันสั้น ยิ่งทำให้ต้องพูดอย่างชัดเจน ตรงประเด็น เพื่อความถูกต้องในการสื่อสารที่มากที่สุด

20. Non-Verbal Communication นอกจากการพูดในออฟฟิศยังใช้การสื่อสารผ่านตัวอักษรจากอีเมล หรือ text ข้อความ ทำให้การแสดงความสามารถในการสื่อสารด้านการเขียนที่ดีในเรซูเม่ปี 2021 ของเราด้วย กระชับ ชัดเจน และตรงประเด็น ยังคงเป็น 3 หลักที่ต้องยึดไว้ในการสื่อสารที่ดีทุกประเภท

How to เลือกชุดว่ายน้ำให้เหมาะกับรูปร่าง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/642507

วันที่ 12 ม.ค. 2564 เวลา 09:50 น.How to เลือกชุดว่ายน้ำให้เหมาะกับรูปร่างดีไซเนอร์สาว แองจี้-แอนเจลิส บาเลก เผยเคล็ดลับเริ่ดๆ ในการเลือกชุดว่ายน้ำให้เหมาะกับรูปร่าง ไม่ว่าจะสาวขี้อาย สาวเจ้าเนื้อ หน้าอกใหญ่ หน้าอกเล็ก ก็สวยได้อย่างมั่นใจ

อยากใส่ชุดว่ายน้ำแต่ไม่กล้าอวดหุ่น สุดท้ายจบลงด้วยการคว้าเสื้อยืด กางเกงขาสั้น วันนี้ โพสต์ทูเดย์ มีเคล็ดลับการเลือกชุดว่ายน้ำอย่างไรใส่แล้วปัง สวย เริ่ด ของดีไซเนอร์สาวลูกครึ่งไทย-อเมริกัน แองจี้-แอนเจลิส บาเลก ผู้ก่อตั้งแบรนด์ AB. Angelys Balek มาฝาก

เริ่มต้นจาก ปรับ Mindset ให้รักในรูปร่างของตัวเองก่อนเลือกซื้อชุดว่ายน้ำ เพราะหากเราไม่มั่นใจ แคร์สายตาคนรอบข้าง แม้จะเลือกชุดว่ายน้ำที่ช่วยพรางรูปร่าง หรือปกปิดส่วนที่เราไม่มั่นใจแค่ไหน ตัวเราเองก็ไม่มีความสุขเวลาใส่ชุดว่ายน้ำอยู่ดี ดังนั้น ก่อนจะเลือกซื้อชุดว่ายน้ำ หรือเสื้อผ้า ลองปรับมุมมองของตัวเองก่อน ผู้หญิงทุกคนมีความสวยในสไตล์ตัวเอง ขอเพียงรักในตัวตน มีความสุขในทุกชุดที่สวมใส่ ไม่ว่าจะเลือกชุดว่ายน้ำดีไซน์ไหนก็สามารถสวยได้ เพราะความสวย ความสดใสจะถูกสื่อสารออกมาจากท่าทาง แววตา และรอยยิ้มของเราเอง

เนื้อผ้าและการตัดเย็บ อีกหัวใจหลักที่ช่วยเพิ่มความสวยให้ผู้หญิงได้ ชุดว่ายน้ำที่เนื้อผ้ามีความยืดหยุ่นน้อยจะมีผลต่อการสวมใส่ได้ ดังนั้นก่อนจะเลือกซื้อชุดว่ายน้ำต้องพิจารณาด้วยว่า เมื่อได้ลองสวมใส่แล้วชุดว่ายน้ำนั้นๆ สามารถยืดหยุ่น ใส่แล้วกระชับรูปร่างและช่วยอำพรางจุดด้อยและเสริมจุดเด่นของผู้หญิงแต่ละคนได้หรือไม่

สาวขี้อาย

ใครที่ไม่ค่อยมั่นใจที่จะสวมใส่ชุดว่ายน้ำ ก็ค่อยๆ เริ่มสร้างความมั่นใจให้ตัวเองด้วยการเลือกชุดว่ายน้ำวันพีชดีไซน์เรียบๆ มีลูกเล่นเล็กน้อย หรือจะเป็นดีไซน์แนวสปอร์ตก็ดูเท่ไม่เบา

สาวเจ้าเนื้อ หน้าอกไซส์ใหญ่ มีสะโพก

ชุดว่ายน้ำวันพีช โชว์ความเซ็กซี่เบาๆ ด้วยคอวี ควรหลีกเลี่ยงลวดลายหรือลูกเล่นช่วงอก เพราะจะเป็นการเน้นให้ช่วงบนดูใหญ่ยิ่งขึ้น ชุดว่ายน้ำสไตล์วินเทจ ที่โชว์หน้าอกนิดหน่อย คู่กับกางเกงเอวสูง หรือชุดว่ายน้ำที่เล่นแทบสีแนวตรง ก็ช่วยให้รูปร่างดูเพรียวขึ้น 

สาวหน้าอกเล็ก มีสะโพก

ชุดวันพีชที่มีลูกเล่น ช่วงอก ช่วยเสริมให้หน้าอกดูใหญ่ขึ้น ชุดวันพีชดีไซน์เรียบง่าย หรือ มีลูกเล่นแบบบ่าเดียว สามารถพรางให้ร่างกายดูเพรียวสมส่วนมากขึ้น สาวคนไทยที่มั่นใจจะจัดชุดทูพีชลวดลายสวยๆ เว้าสูงก็สามารถเน้นสัดส่วนความเว้าได้อย่างดี

สาวหน้าอกเล็ก สะโพกเล็ก มีส่วนเว้าแค่เล็กน้อย

แนะนำให้เลือกชุดว่ายน้ำที่โชว์ส่วนเว้าส่วนโค้ง มีลูกเล่น เช่น ระบาย ลายดอก ปักเลื่อม เพื่อเพิ่มมิติให้หุ่น หรือจะเลือกชุดว่ายน้ำวันพีชคอวีแหวกลึก ก็เพิ่มเสน่ห์ให้ชวนมอง สำหรับสาวขี้อาย สามารถเลือกทูพีช ที่ช่วงบนดีไซน์แบบเสื้อครอป ท่อนล่างเป็นกระโปรงระบาย ก็สวยเก๋ไปอีกแบบ 

สาวมีหน้าท้อง

สาวคนไหนกังวลเรื่องหน้าท้อง จนไม่กล้าใส่ชุดว่ายน้ำ หมดกังวลได้เลยเพราะคุณแองจี้ แนะนำว่า ให้เลือกชุดว่ายน้ำที่มีลูกเล่นช่วงเอว หากเป็นวันพีช ให้เลือกชุดที่มีดีไซน์จับจีบช่วงเอว เพื่อพรางสัดส่วนช่วงเอว หรือ เลือกชุดว่ายน้ำโทนสีเข้ม ช่วยพรางหุ่นได้ หรือจะเป็นดีไซน์ที่มีลูกเล่นตรงช่วงไหล่ หรือแขนพองๆ ก็เป็นการดึงดูดสายตาได้

ผลงานสุดสร้างสรรค์ในแบบฉบับของความรักนิจนิรันดร์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/642428

วันที่ 12 ม.ค. 2564 เวลา 09:20 น.ผลงานสุดสร้างสรรค์ในแบบฉบับของความรักนิจนิรันดร์วนัช กูตูร์ ต้อนรับปี 2021 ด้วยคอลเลคชั่นชุดแต่งงานในฝันสุดโรแมนติกราวกับซินเดอเรลล่า Vanus Couture Ultra Luxury Bridal Collection 2021

สร้างบิ๊กเซอร์ไพรส์ให้แฟนๆ ที่ติดตามผลงานมาตลอดทั้งปีเลยทีเดียว สำหรับห้องเสื้อ วนัช กูตูร์ และเพื่อเป็นเฉลิมฉลองต้อนรับเทศกาลปีใหม่นี้ วนัช กูตูร์ เผยโแมคอลเลคชั่นชุดแต่งงานสไตล์ฝรั่งเศสสุดตระการตาภายใต้ชื่อ “Vanus Couture Ultra Luxury Bridal Collection 2021” ซึ่งเป็นชุดผลงานสุดสร้างสรรค์ในแบบฉบับของความรักที่เป็นนิจนิรันดร์คงความงดงามเหนือกาลเวลาและความสวยสง่าที่สมบูรณ์แบบ

คอลเลคชั่นนี้เกิดจากแรงบันดาลใจและจินตนาการที่ยิ่งใหญ่ของสรรค์สุดเกตุดีไซเนอร์ผู้ออกแบบและเจ้าของห้องเสื้อที่ต้องการสร้างสรรค์ผลงานชุดแต่งงานทั้งหมดนี้ให้ออกมาเป็นชุดที่ดูมีความซับซ้อนมากขึ้นด้วยการเพิ่มเลเยอร์และใส่ความพลิ้วไหวให้ชุดดูสวยงดงามดั่งเจ้าหญิงในนิยายรวมถึงลวดลายของงานปักแบบกูตูร์ที่ยังไม่เคยทำมาก่อนซึ่งยังคงเอกลักษณ์เฉพาะที่ใครได้พบเห็นก็จดจำได้เป็นผลงานที่เกิดจากความรักเปล่งประกายไปด้วยความสุขสะท้อนออกมาด้วยคริสตัลสวารอฟสกี้เมื่อต้องกับแสงไฟเต็มไปด้วยความหมายและดูทรงคุณค่าในแบบของตัวเอง รวมถึงขนนกและลูกไม้ที่ละเอียดอ่อนที่มีความประณีตงดงาม ให้อารมย์ความรู้สึกที่แฝงไปด้วยความโรแมนติกที่ยังคงคลาสสิคแบบมิรู้ลืม

โดยได้สาวสวยลุคนางแบบ จีน่า-วิรายา ภัทรโชคชัย มาร่วมอวดโฉมความงดงามในครั้งนี้กว่า 10 ชุด เรียกได้ว่าถ่ายทอดผลงานออกมาได้สวยตราตรึงใจมากจริงๆ สำหรับว่าที่เจ้าสาวท่านไหนที่มีความฝันที่อยากสวมใส่ชุดที่ถูกออกแบบมาในสไตล์เจ้าหญิงสุดโรแมนติกแบบนี้  สามารถติดตามผลงานของทางห้องเสื้อ วนัช กูตูร์ ผ่านช่องทาง www.facebook.com/vanuscouture

สิ่งสำคัญในปี 2021 ชี้คนอยากใช้เวลากับคนที่รัก และทำสิ่งที่สร้างความแตกต่างมากขึ้น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/642501

วันที่ 12 ม.ค. 2564 เวลา 08:40 น.สิ่งสำคัญในปี 2021 ชี้คนอยากใช้เวลากับคนที่รัก และทำสิ่งที่สร้างความแตกต่างมากขึ้นปี 2021 ปีที่ผู้คนให้ความสำคัญกับคนที่รัก เน้นสร้างความแตกต่างมากขึ้น เดินทางท่องเที่ยวได้แบบไม่มีข้อจำกัด

ผลการสำรวจ สิ่งสำคัญในปี 2021’ (What Matters 2021) ทั่วโลกของ อโกด้า แพลตฟอร์มดิจิทัลด้านการเดินทางท่องเที่ยวระดับโลก พบว่า ปี 2021 จะเป็นปีที่ผู้คนให้ความสำคัญกับคนที่รัก และการสร้างความแตกต่างมากขึ้น โดยการใช้เวลาที่มีค่ากับคนที่รักมากขึ้น เป็นสิ่งที่ผู้คนตั้งใจที่จะทำมากที่สุด (1 ใน 3) ตามมาด้วยการเดินทางท่องเที่ยวได้แบบไม่มีข้อจำกัด (24%) และการทำสิ่งที่สำคัญ/สิ่งที่สร้างความแตกต่าง (21%)

สิ่งที่น่าสนใจจากผลการสำรวจนี้คือ การท่องเที่ยวได้แบบไม่มีข้อจำกัดเป็นสิ่งที่ผู้ตอบแบบสอบถามอายุ 55 ปีขึ้นไปตั้งใจที่จะทำมากที่สุด ส่วนการใช้เวลาที่มีค่ากับครอบครัวและเพื่อนเป็นสิ่งที่ผู้ตอบแบบสอบถามอายุ 25-54 ปีตั้งใจที่จะทำมากที่สุด ขณะเดียวกันการทำสิ่งที่สำคัญ/สิ่งที่สร้างความแตกต่างเป็นสิ่งที่ผู้ตอบแบบสอบถามอายุ 18-24 ปีตั้งใจที่จะทำมากที่สุด

นอกจากนี้ ผลสำรวจยังชี้ให้เห็นว่า การวางแผนท่องเที่ยวกับครอบครัวและเพื่อนมากขึ้น การไปท่องเที่ยวแบบไม่ต้องวางแผนล่วงหน้าให้บ่อยขึ้น และการเลือกท่องเที่ยวโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมให้มากขึ้นเป็นสิ่งสำคัญ 3 อันดับแรกที่ผู้คนทั่วโลกมุ่งมั่นที่จะทำมากที่สุดในปีนี้

“ปี 2020 เป็นปีแห่งการต่อสู้ และการทำให้ดีที่สุดเพื่อความอยู่รอด ถึงแม้บททดสอบที่ผ่านมาจะหนักหนา แต่ผลการสำรวจของเราแสดงให้เห็นว่า ในปีนี้ผู้คนทั่วโลกตั้งใจที่จะเดินทางท่องเที่ยว ทำความรู้จักกับผู้คนใหม่ ๆ อย่างมีความหมาย รวมถึงใช้เวลาร่วมกับครอบครัวและเพื่อน สุดท้ายแล้วผู้คนก็จะต้องออกเดินทางท่องเที่ยวเหมือนเคย เนื่องจากความปรารถนาในเรื่องนี้ของมนุษย์เป็นสิ่งที่ไม่สามารถหยุดได้” นายทิม ฮิวจ์ส รองประธานฝ่ายพัฒนาองค์กร อโกด้า กล่าว  

ภาพรวมผลการสำรวจ 

สิ่งที่ผู้คนตั้งใจที่จะทำมากที่สุดในปี 2021

  • การใช้เวลาที่มีค่ากับคนที่รักมากขึ้นเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่จากสหราชอาณาจักร ไทย สหรัฐอเมริกา ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และจีนตั้งใจที่จะทำมากที่สุด
  • การเดินทางท่องเที่ยวได้แบบไม่มีข้อจำกัดคือสิ่งที่ชาวสิงคโปร์ เกาหลีใต้ และญี่ปุ่นตั้งใจที่จะทำมากที่สุด
  • การทำสิ่งที่สำคัญ/สิ่งที่สร้างความแตกต่างเป็นสิ่งที่ชาวอินโดนีเซีย ไต้หวัน และเวียดนามตั้งใจที่จะทำมากที่สุด
  • การได้ออกไปอยู่ใกล้ชิดธรรมชาติและทำกิจกรรมกลางแจ้งสนุก ๆ มากขึ้น อยู่ในอันดับ 2 และ 3 สำหรับชาวไทย และญี่ปุ่นตามลำดับ
  • การหยุดทำงานทางไกล และ/หรือกลับไปทำงานที่ออฟฟิศ คือสิ่งที่ชาวฟิลิปปินส์ (9%) เวียดนาม (7%) และอินโดนีเซีย (7%) ตั้งตารอมากที่สุด ขณะที่ชาวจีน (1.2%) ญี่ปุ่น (1.5%) และสหราชอาณาจักร (2%) ตั้งตารอน้อยที่สุด
  • การชมการแสดงสด การแข่งขันกีฬา หรืองานอีเว้นท์ขนาดใหญ่เป็นสิ่งที่ผู้คนตั้งตารอน้อยที่สุดเป็นอันดับ 2 แต่ชาวสหรัฐอเมริกา (8%) สหราชอาณาจักร (8%) และญี่ปุ่น (7%) มีแนวโน้มที่จะตั้งตารอมากกว่าผู้คนชาติอื่นที่สุด 

ตามกลุ่มอายุ

  • การใช้เวลาที่มีค่ากับคนที่รักมากขึ้นเป็นสิ่งที่กลุ่มคนอายุ 25-34, 35-44 และ 45-54 ปี ตั้งใจจะทำมากที่สุด ส่วนการทำสิ่งที่สำคัญ/สิ่งที่สร้างความแตกต่างเป็นสิ่งที่กลุ่มคนอายุ 18-24 ปี ตั้งใจจะทำมากที่สุด ขณะที่ “การเดินทางท่องเที่ยวได้แบบไม่มีข้อจำกัด” เป็นสิ่งที่กลุ่มคนอายุ 55 ขึ้นไปตั้งใจทจะทำมากที่สุด
  • การได้ออกไปอยู่ใกล้ชิดธรรมชาติ และทำกิจกรรมกลางแจ้งสนุก ๆ มากขึ้น อยู่ในอันดับ 3 สำหรับกลุ่มคนอายุ 55 ปีขึ้นไป 

การเดินทางท่องเที่ยว

  • การเดินทางกับคนที่รักมากขึ้น เป็นสิ่งที่คนเกือบทุกชาติมุ่งมั่นที่จะทำมากที่สุด ยกเว้นชาวสหราชอาณาจักรและไต้หวันที่มุ่งมั่นจะเดินทางแบบไม่ต้องวางแผนให้บ่อยขึ้นมากที่สุด ส่วนชาวญี่ปุ่นก็มุ่งมั่นที่จะเดินทางแบบไม่รีบร้อนมากที่สุด เพื่อใช้เวลากับสถานที่ท่องเที่ยวแต่ละที่มากขึ้น
  • การเดินทางแบบไม่รีบร้อน อยู่ในอันดับ 2 สำหรับชาวสิงคโปร์และมาเลเซีย
  • การเลือกท่องเที่ยวโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมให้มากขึ้น อยู่ในอันดับ 2 สำหรับชาวเวียดนาม เกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ ไทย และอินโดนีเซีย
  • การไปเที่ยวในสถานที่ที่ยังไม่ค่อยมีคนไป คือสิ่งที่ชาวอินโดนีเซีย (16%) ไทย (14%) และญี่ปุ่น (13%) มุ่งมั่นที่จะทำมากกว่าผู้คนชาติอื่นที่สุด

ตามกลุ่มอายุ

  • การเดินทางกับคนที่รักมากขึ้น เป็นสิ่งที่คนทุกกลุ่มอายุมุ่งมั่นที่จะทำมากที่สุด
  • การเลือกท่องเที่ยวโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมให้มากขึ้น อยู่ในอันดับ 2 สำหรับกลุ่มคนอายุ 25-34, 35-44 และ 45-54 ปี
  • การเดินทางแบบไม่รีบร้อน อยู่ในอันดับ 2 สำหรับกลุ่มคนอายุ 55 ปีขึ้นไป
  • การเดินทางแบบไม่ต้องคิดวางแผนให้บ่อยขึ้น อยู่ในอันดับ 2 สำหรับกลุ่มคนอายุ 18-24 ปี อันดับ 3 สำหรับกลุ่มคนอายุ 24-34, 35-44, และ 55+ ปี และอันดับ 4 สำหรับกลุ่มคนอายุ 45-54 ปี 

ประเทศไทย

  • การใช้เวลาที่มีค่ากับคนที่รักมากขึ้น (38%) เป็นสิ่งที่ชาวไทยตั้งใจที่จะทำมากที่สุด ตามมาด้วยการได้ออกไปอยู่ใกล้ชิดธรรมชาติและทำกิจกรรมกลางแจ้งสนุก ๆ มากขึ้น (22%) และการทำสิ่งที่สำคัญ/สิ่งที่สร้างความแตกต่าง (17%)
  • ในด้านการเดินทางท่องเที่ยว การเดินทางกับครอบครัวและเพื่อนให้มากขึ้น (43%) คือสิ่งที่ชาวไทยมุ่งมั่นที่จะทำมากที่สุด ถัดมาคือ การท่องเที่ยวโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมให้มากขึ้น (22%) และการไปเที่ยวในสถานที่ที่ยังไม่ค่อยมีคนไป (14%)