โควิด-19 ไม่ได้เล่นงานแต่ปอด!! #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

โควิด-19 ไม่ได้เล่นงานแต่ปอด!! – โพสต์ทูเดย์ สุขภาพ (posttoday.com)

วันที่ 19 พ.ย. 2563 เวลา 10:15 น.โควิด-19 ไม่ได้เล่นงานแต่ปอด!!หมอมนูญ ลีเชวงวงศ์ โพสต์ไวรัสโควิด-19 ไม่ได้เล่นงานแต่ปอด และทางเดินหายใจ สามารถเล่นงานอวัยวะอื่นๆ เช่น หัวใจ ไต ลำไส้ สมอง และไขสันหลัง

เพจเฟซบุ๊ก หมอมนูญ ลีเชวงวงศ์ FC ของนายแพทย์มนูญ ลีเชวงวงศ์ หัวหน้าห้องไอซียู เฉพาะทางด้านโรคระบบการหายใจ ผู้ป่วยหนัก และโรคผู้สูงอายุ ประจำที่โรงพยาบาลวิชัยยุทธ และ ประธานชมรมเชื้อราทางการแพทย์ประเทศไทย ได้โพสต์ข้อความ

…ไวรัสโควิด-19 ไม่ได้เล่นงานแต่ปอด และทางเดินหายใจ สามารถเล่นงานอวัยวะอื่นๆ เช่น หัวใจ ไต ลำไส้ สมอง และไขสันหลัง

ผลข้างเคียงของระบบประสาทจากเชื้อไวรัสโควิด- 19 แบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ 3 กลุ่ม

1 กลุ่มแรกแบ่งเป็น

1.1 สมองขาดออกซิเจน Hypoxic encephalopathy เนื่องจากไวรัสโควิด-19 ทำลายเนื้อปอดในคนที่ป่วยหนักต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ ทำให้ออกซิเจนในเลือดต่ำ มีผลต่อความรู้สึกตัว การรับรู้

และ 1.2 อัมพฤกษ์ อัมพาต Stroke จากการมีลิ่มเลือดอุดตันในเส้นเลือดไปเลี้ยงสมอง เนื่องจากไวรัสทำให้เลือดแข็งตัวง่ายผิดปกติ อาจเกิดขึ้นได้กับคนอายุไม่มาก

2 ไวรัสเล่นงานระบบประสาทโดยตรง ทำให้เกิดการติดเชื้ออักเสบในสมอง Acute virus encephalitis ตรวจรหัสพันธุกรรม PCR พบไวรัสโควิด-19 ในน้ำไขสันหลัง

3 ระบบภูมิคุ้มกันผิดปกติเกิดขึ้นหลังจากรับเชื้อไวรัสโควิด-19 ภูมิคุ้มกันของตัวเองทำให้เกิดการอักเสบและการเสียหายของสมองและไขสันหลังอย่างหนัก เช่น Acute disseminated encephalomyelitis (ADEM) และ Acute necrotizing encephalitis

ไข้หวัดใหญ่ Influenza เป็นไวรัสอีกตัวหนึ่งที่สามารถทำให้เกิดความผิดปกติทางระบบประสาทเหมือนไวรัสโควิด-19 ในข้อ 2 และ 3

คนสูงอายุและคนที่มีโรคประจำตัวควรฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ทุกปี

ที่มา https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=1802237996609623&id=604030819763686

รู้จัก ‘เซโรโทนิน’ สารที่มีผลต่ออารมณ์ความรู้สึก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

รู้จัก ‘เซโรโทนิน’ สารที่มีผลต่ออารมณ์ความรู้สึก – โพสต์ทูเดย์ สุขภาพ (posttoday.com)

วันที่ 19 พ.ย. 2563 เวลา 07:55 น.รู้จัก ‘เซโรโทนิน’ สารที่มีผลต่ออารมณ์ความรู้สึก‘เซโรโทนิน’ สารที่มีผลต่ออารมณ์ความรู้สึก จะเกิดอะไรขึ้นหากร่างกายขาดเซโรโทนิน ปิดท้ายที่วิธีเพิ่มระดับเซโรโทนินในร่างกายเพื่อป้องสภาวะผิดปกติทางจิต ช่วยให้นอนหลับดีขึ้น

เมื่อคืนที่ผ่านมาใครนอนไม่ค่อยหลับ เช้านี้รู้สึกไม่สดชื่นเต็มร้อย คืนนี้หากอยากนอนให้ดีขึ้น ลองมาทำความเข้าใจกับ เซโรโทนิน (Serotonin) สารชีวเคมีชนิดหนึ่งทีร่างกายสร้างขึ้นมีคุณสมบัติเป็นทั้งสารสื่อประสาทและเป็นฮอร์โมนมีบทบาทสำคัญต่อการทำงานในหลายๆ ส่วนของร่างกาย ทั้งด้านการควบคุมอารมณ์ การย่อยอาหาร ความรู้สึกอยากหรือเบื่ออาหาร รวมไปถึงกานนอนหลับ และยังมีความเกี่ยวข้องกับโรคทางจิตเวชหลายโรค 

หน้าที่ของเซโรโทนินต่อระบบต่างๆ ในร่างกาย มีดังนี้

  • เซโรโทนินในสมองและระบบประสาท มีหน้าที่ควบคุมความรู้สึกเจ็บปวด ความหิว ความอิ่ม ความอยากอาหาร การนอนหลับ อารมณ์ทางเพศ และความรู้สึกสุขสงบ ช่วยระงับความโกรธและความก้าวร้าว
  • เซโรโทนินในระบบทางเดินอาหาร ช่วยกระตุ้นการเคลื่อนตัวของกระเพาะอาหารและลำไส้ กระตุ้นการหลั่งน้ำย่อย ทำให้เกิดความอยากอาหาร หรือบางครั้งก็ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ได้เช่นกัน
  • เซโรโทนินในระบบไหลเวียนเลือด ช่วยกระตุ้นให้กล้ามเนื้อหัวใจบีบตัว หลอดเลือดหดตัว ทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น

นอกจากนี้ เซโรโทนินจะกระตุ้นให้เกิดการเจริญเติบโตผ่านการรับรู้ปริมาณสารอาหาร เมื่อร่างกายหลั่งเซโรโทนินออกมา เราจะรู้สึกอยากอาหาร หลังจากรับประทานอาหารเข้าไปอย่างเพียงพอ สารชนิดนี้ก็จะส่งสัญญาณแสดงความอิ่ม ทำให้กระเพาะและลำไส้บีบตัวเพื่อย่อยอาหาร เกิดการดูดซึมและเผาผลาญสารอาหารอย่างรวดเร็ว ทั้งยังกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อตับและเซลล์ที่มีหน้าที่สร้างหรือสลายมวลกระดูกด้วย หากร่างกายมีปริมาณเซโรโทนินไม่เพียงพอ ระบบการทำงานเหล่านี้ก็จะได้รับผลกระทบและแปรปรวนไป

จะเกิดอะไรขึ้น หากร่างกายขาดเซโรโทนิน?

หากร่างกายหลั่งเซโรโทนินออกมาน้อยลง ทำให้มีระดับเซโรโทนินลดต่ำ หรือมีความผิดปกติที่ตัวรับเซโรโทนิน จะส่งผลกระทบต่อระบบการทำงานต่างๆ ดังต่อไปนี้

  1. มีความผิดปกติด้านอารมณ์และพฤติกรรม มีอาการซึมเศร้า การขาดเซโรโทนินมักทำให้เกิดความเครียด วิตกกังวล อยู่ไม่สุข โกรธง่าย หงุดหงิด และบางครั้งก็แสดงพฤติกรรมที่ก้าวร้าวรุนแรงได้ นอกจากนี้ ความบกพร่องในการรับเซโรโทนินยังเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของโรคซึมเศร้าและโรคทางจิตอื่นๆ โดยมีสภาวะแวดล้อมและสิ่งกระตุ้นภายนอกเป็นปัจจัยร่วม การให้เซโรโทนินจึงเป็นวิธีหนึ่งที่นำมาใช้ในการรักษาโรคซึมเศร้า
  2. กระตุ้นอาการก่อนมีประจำเดือน กลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือน เช่น รู้สึกซึมเศร้า หงุดหงิดง่าย วิตกกังวล อยากอาหารมากกว่าปกติ ไปจนถึงคลื่นไส้อาเจียน เป็นผลมาจากระดับเซโรโทนินในร่างกายที่ลดต่ำลงนั่นเอง
  3. ขาดสมาธิ เซโรโทนินเป็นสารที่ช่วยทำให้จิตใจสงบ เกิดสมาธิและความคิดสร้างสรรค์ หากร่างกายขาดเซโรโทนิน คุณจะรู้สึกกระวนกระวายจนไม่สามารถตั้งสมาธิจดจ่อกับอะไรได้ มักส่งผลต่อการเรียนและการทำงานด้วย
  4. นอนไม่หลับ หน้าที่อีกอย่างของเซโรโทนินคือควบคุมการนอนหลับ เมื่อร่างกายมีระดับเซโรโทนินลดลงจึงส่งผลให้คุณรู้สึกกระสับกระส่าย นอนไม่หลับ มีอาการอ่อนเพลีย และรู้สึกไม่สดชื่น
  5. รู้สึกเจ็บปวด เซโรโทนินมีส่วนช่วยบรรเทาความเจ็บปวดต่างๆ ที่เกิดขึ้น และกระตุ้นให้หลอดเลือดหดตัวเพื่อให้เลือดหยุดไหลเมื่อเกิดแผล ดังนั้น หากร่างกายได้รับความเจ็บปวด เช่น ถูกมีดบาด หรือบาดเจ็บ การขาดเซโรโทนินก็จะทำให้ความรู้สึกเจ็บปวดรุนแรงขึ้น และทำให้เลือดหยุดไหลช้าลงด้วย
  6. พฤติกรรมการรับประทานอาหารผิดปกติ เซโรโทนินเป็นสารที่ควบคุมความหิวและความอิ่ม การขาดสารนี้จึงอาจทำให้รู้สึกหิวตลอดเวลาและกินอาหารอย่างบ้าคลั่ง หรืออาจรู้สึกเบื่ออาหารก็ได้ และมักทำให้ระบบย่อยอาหารผิดปกติ คุณจึงมีอาการปวดท้อง จุกเสียด หรือแน่นท้องได้
  7. เกิดโรคลำไส้แปรปรวน เซโรโทนินเกือบ 95% ถูกผลิตและเก็บไว้ที่ลำไส้เล็ก หากขาดสารสื่อประสาทชนิดนี้ การทำงานของลำไส้เล็กก็จะเปลี่ยนไป โดยสามารถทำให้เกิดปัญหาท้องผูก ท้องเสีย หรือทำให้เกิดอาการท้องผูกท้องเสียสลับกัน ที่เรียกว่าโรคลำไส้แปรปรวน หากคุณสงสัยว่าอาการที่เกิดขึ้นมีความเชื่อมโยงกับระดับเซโรโทนินที่ลดต่ำลง คุณควรไปพบแพทย์
  8. ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ หากคุณสังเกตว่าตัวเองมีกล้ามเนื้ออ่อนแรง รู้สึกเหนื่อยมาก อารมณ์ไม่ดี เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อหรือเป็นหวัดบ่อยกว่าปกติ อย่าลังเลที่จะไปพบแพทย์ เพราะการมีระดับเซโรโทนินต่ำสามารถส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ไม่เต็มที่ ทำให้ร่างกายอ่อนแอกว่าที่เคย
  9. นาฬิกาชีวิตเปลี่ยนไป การมีระดับเซโรโทนินต่ำสามารถทำให้เกิดความแปรปรวนของนาฬิกาชีวิตของร่างกาย (Circadian rhythm)ซึ่งอาการทั่วไปที่พบได้คือ รู้สึกง่วงนอนในระหว่างวันมากกว่าตอนกลางคืน อาการดังกล่าวยังเป็นอาการพื้นฐานของโรคซึมเศร้าอีกด้วย เพราะผู้ป่วยโรคนี้มักมีปัญหาเกี่ยวกับการนอน ได้แก่ นอนไม่หลับ นอนหลับไม่สนิท ตื่นเช้ามาไม่สดชื่น เป็นต้น
  10. วิตกกังวลมากขึ้น ร่างกายของคนเรามีตัวรับเซโรโทนินที่แตกต่างกันอย่างน้อย 14 ชนิด และ 5-HT1A คือตัวที่สำคัญที่สุดในทั้งหมด ในช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิต หากตัวรับชนิดนี้บกพร่อง คุณก็จะกลายเป็นคนที่อ่อนไหวง่าย ประหม่า และขี้กังวลมากขึ้น
  11. มีปัญหาเกี่ยวกับความจำ การขาดความสนใจต่อสิ่งต่างๆ  อ่อนเพลีย และไม่สามารถจดจ่อต่อบางสิ่งบางอย่าง ล้วนแต่มีความสัมพันธ์กับการขาดเซโรโทนินได้ ซึ่งจะสังเกตได้ว่าอาการเหล่านี้พบได้ทั่วไปในคนที่เป็นโรคซึมเศร้าด้วย

วิธีเพิ่มระดับเซโรโทนินในร่างกาย

นอกจากการใช้ยา คุณสามารถใช้วิธีทางธรรมชาติในการช่วยเพิ่มระดับสาร Serotonin ในร่างกาย ดังนี้

  • กินของมีประโยชน์ ได้แก่ อาหารที่มีทริปโตเฟนสูง เช่น เนื้อสัตว์ นม ไข่ ถั่วเหลือง อาหารที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3 ซึ่งกระตุ้นการทำงานของสารสื่อประสาท เช่น ปลาแซลมอนและปลาทูน่า อาหารที่ช่วยเพิ่มระดับเซโรโทนิน เช่น ดาร์กช็อกโกแลต และควรหันมารับประทานทานแป้งไม่ขัดสีอย่างข้าวกล้องและขนมปังโฮลวีทแทนแป้งขัดสี นอกจากนี้ อาหารเสริมที่มีส่วนประกอบเป็น 5-Hydroxytryptophan ก็ช่วยเพิ่มเซโรโทนินได้เช่นกัน แต่เพื่อความปลอดภัย ก่อนเลือกรับประทานอาหารเสริมใดๆ ควรปรึกษาแพทย์เสมอ
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ การออกกำลังกายในระดับคงที่เป็นประจำ วันละ 30-40 นาที จะช่วยเพิ่มระดับเซโรโทนินและทริปโตเฟน ซึ่งเป็นสารตั้งต้นในการผลิตเซโรโทนินได้ ทั้งยังช่วยให้ระบบต่างๆ ในร่างกายทำงานเป็นปกติ
  • ออกไปรับแสงแดดเป็นประจำ มีงานวิจัยที่เผยว่าแสงแดดช่วยในการสังเคราะห์เซโรโทนิน และยังช่วยให้มีอารมณ์สดใสเบิกบานยิ่งขึ้น การเปิดบ้านรับแสงธรรมชาติ หรือออกไปเผชิญแสงแดดอ่อนๆ บ้าง จึงเป็นการช่วยบำบัดทั้งทางร่างกายและจิตใจไปพร้อมๆ กัน
  • หมั่นบำบัดความเครียด ความเครียดเป็นตัวขัดขวางการหลั่งเซโรโทนิน การทำกิจกรรรมเพื่อผ่อนคลายจากความเครียด เช่น การฟังเพลง ดูหนัง เล่นเกม จึงเป็นอีกวิธีที่ช่วยเพิ่มระดับเซโรโทนินได้
  • เติมวิตามินซี บี  มีงานวิจัยบางชิ้นกล่าวว่า วิตามินซีเป็นยากล่อมประสาทตามธรรมชาติ ที่สามารถช่วยในเรื่องนี้ได้ ส่วนวิตามินบี ร่างกายได้รับปริมาณวิตามินบี 50-100 มิลลิกรัมต่อวัน  อย่างไรก็ตามควรปรึกษาแพทย์ควบคู่กันไปด้วย เพื่อความปลอดภัย 
  • ลดปริมาณน้ำตาล การทานน้ำตาลมากเกินไป อาจส่งผลต่ออารมณ์ของเราจนขาดความสมดุล และอาจแสดงออกทางอารมณ์ที่ผิดพลาดได้ง่ายขึ้น

เคล็ดลับการเลือกเลนส์แว่นตาสไตล์มินิมอลแบบฉบับพี่ดู๋ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

เคล็ดลับการเลือกเลนส์แว่นตาสไตล์มินิมอลแบบฉบับพี่ดู๋ – โพสต์ทูเดย์ สุขภาพ (posttoday.com)

วันที่ 18 พ.ย. 2563 เวลา 10:30 น.เคล็ดลับการเลือกเลนส์แว่นตาสไตล์มินิมอลแบบฉบับพี่ดู๋เจาะลึกเคล็ดลับการเลือกเลนส์แว่นฉบับ “ดู๋-สัญญา คุณากร” เพราะเลนส์แว่นตาไม่ใช่อะไรก็ได้

หลังจากรับหน้าที่แบรนด์เอมบาสเดอร์ให้กับเอสซีลอร์มาตลอด 1 ปี พิธีกรมากความสามารถ ดู๋-สัญญา คุณากร พูดคุยผ่านรายการไลฟ์สตรีมมิ่ง เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพดวงตาและการเลือกเลนส์แว่นตาที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์กับบทบาทพิธีกรที่เป็นอยู่ พร้อมสรุปเคล็ดลับการเลือกเลนส์แว่นตาฉบับมินิมอลสไตล์พี่ดู๋

คนส่วนใหญ่เมื่อเดินเข้าร้านแว่นก็มักให้ความสำคัญในการเลือกกรอบแว่นเป็นอันดับแรก เพราะคิดว่ากรอบแว่นที่สวมใส่สบายและทำให้ผู้สวมใส่ดูดีนั้นเป็นสิ่งสำคัญที่สุด แล้วปล่อยขั้นตอนสำคัญในการเลือกเลนส์ให้ถูกกำหนดด้วยราคาของเลนส์มาก่อน การเลือกเลนส์ที่เหมาะสมกับการใช้ชีวิตของเราแท้จริงแล้ว สำคัญประหนึ่งการเลือกอวัยวะที่ต้องอยู่เคียงคู่กับเราเลย เพราะเลนส์คือองค์ประกอบสำคัญที่สุดในการแก้ไขปัญหาและปรับปรุงคุณภาพการมองเห็นของเรา ฉะนั้น สิ่งแรกที่เราควรศึกษาเป็นอันดับแรกในการซื้อแว่นก็คือเลนส์นั่นเอง

ชนิดของโครงสร้างเลนส์สายตา

เลนส์ชั้นเดียว (Single Vision) คือเลนส์ที่แก้ไขปัญหาการมองเห็น จากค่าสายตาที่ผิดปกติระยะเดียว เช่น สายตาสั้น หรือสายตายาว ซึ่งอาจมีหรือไม่มีสายตาเอียงร่วมด้วย

เลนส์อายเซ็น (Eyezen) คือนวัตกรรมเลนส์รุ่นใหม่เพื่อการแก้ไขปัญหาสายตาของคนยุคดิจิทัล ที่ต้องใช้สายตาหน้าจออุปกรณ์ต่างๆ อย่างต่อเนื่องยาวนานตลอดวัน มีทั้งรุ่นที่ออกแบบด้วยเทคโนโลยีที่คำนวณค่าบิดเบือนของแสง 2 ระยะทั้งการมองใกล้และไกล และรุ่นที่มีเทคโนโลยีช่วยลดการเพ่ง เพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้าดวงตาซึ่งเป็นอาการที่พบบ่อยในผู้ที่ใช้งานสายตาในระยะใกล้อย่างหนักกับทั้งจอคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟน โดยช่วยให้มองเห็นอย่างคมชัดสบายตายิ่งขึ้น

เลนส์โปรเกรสซีฟ (Progressive Lenses) เลนส์หลายโฟกัสที่เหมาะกับคนอายุ 40 ปีขึ้นไป ถูกออกแบบเพื่อให้มองเห็นได้อย่างชัดเจนทั้งระยะใกล้ กลางและไกลโดยไม่มีรอยต่อในเนื้อเลนส์ ด้วยคุณสมบัติในการแก้ไขปัญหามองเห็นได้หลายระยะจึงสวมใส่ได้ทุกสถานการณ์และตลอดวัน โดยไม่ต้องคอยสลับใช้แว่นตาหลายอัน เช่น เปลี่ยนใส่แว่นอ่านหนังสือ

อีกหนึ่งขั้นตอนที่สำคัญของการเลือกเลนส์แว่นตา นอกจากการเลือกโครงสร้างเลนส์ที่สามารถแก้ไขปัญหาสายตาเราได้แล้ว ผู้สวมใส่แว่นยังสามารถมีฟีเจอร์เสริมที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการด้านสุขภาพ และตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายได้เช่นกัน

การป้องกันแสงสีน้ำเงิน (Blue UV Capture) เพื่อกรองแสงสีน้ำเงินทั้งจากแสงอาทิตย์ ตลอดจนโทรทัศน์และหน้าจออุปกรณ์ดิจิทัลต่าง ๆ เนื่องจากแสงสีน้ำเงินสามารถทะลุผ่านเลนส์ตาและกระจกตาเข้าไปถึงจอประสาทตาได้ หากได้รับเป็นเวลานานจะทำให้เกิดความเสี่ยงต่อสภาวะจอประสาทตาเสื่อมเร็วกว่าที่ควร

การเปลี่ยนสีเลนส์อัตโนมัติเข้มขึ้นตามสภาพแสง (Transitions Lens) เรียกว่าเลนส์ปรับแสง เมื่ออยู่ในที่ร่มเลนส์จะใสเหมือนเลนส์สายตาปกติ เมื่อออกแดดเลนส์จะปรับสีเข้มขึ้นคล้ายกับแว่นกันแดด ทำให้ผู้ที่มีปัญหาสายตาสามารถสวมใส่แว่นสายตาออกกลางแจ้งได้โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนมาสวมแว่นกันแดด คุณสมบัตินี้ยังช่วยกรองรังสี UV ทั้ง UVA/UVB ได้ 100% ซึ่งช่วยลดโอกาสเสี่ยงต่อโรคต้อกระจกที่จะเพิ่มมากขึ้นตามอายุ นอกจากป้องกันรังศี UV แล้ว เลนส์ทรานซิชั่นส์ (Transitions Lens) ยังกรองแสงสีนำเงินอีกด้วย

การตัดแสงจ้าด้วยเลนส์โพลาไรซ์หรือเอกซ์เพอริโอ เป็นเลนส์ที่ผู้มีปัญหาสายตาหลายท่านไม่ทราบว่า สามารถทำเลนส์สายตาเป็นแว่นกันแดดได้ เลนส์ชนิดนี้จะช่วยขจัดความจ้าของแสงที่สะท้อนเข้าตาที่รบกวนการมองเห็น รวมถึงเพิ่มความสบายตาในการสวมใส่เมื่ออยู่กลางแจ้งหรือขณะขับรถ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนนหรือขณะทำกิจกรรมแอคทีฟต่างๆ กลางแดดจ้า

ต่อไปนี้เวลาเราเดินเข้าร้านแว่น นอกจากการเลือกกรอบให้เข้ากับรูปหน้า และเสริมบุคคุลิกของเราเองแล้ว เรายังสามารถเลือกเลนส์ที่แก้ไขปัญหาสายตา และมีนวัตกรรมเลนส์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของตัวเราเองได้อีกด้วย ที่สำคัญที่ควรเลือกแบรนด์ของเลนส์แว่นตาที่น่าเชื่อถือ เพื่อให้เราได้ใช้เลนส์ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่โฆษณาจริง ๆ เพราะ “เลนส์แว่นตาไม่ใช่อะไรก็ได้” สำหรับเลนส์ที่คุณดู๋แนะนำ คือ เอสซีลอร์ (Essilor) ซึ่งเป็นแบรนด์ผู้ผลิตเลนส์แว่นตาระดับโลกจากฝรั่งเศสเอสซีลอร์ เลนส์แว่นตาที่จบครบทุกคุณสมบัติ ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขการมองเห็น การปกป้องสุขภาพดวงตา และความเคลียร์ใส ทำให้คุณทำทุกกิจกรรมอย่างเต็มที่ไม่มีสะดุด #ดูแลสุขภาพสายตา #ยิ่งเร็วยิ่งดี

ชี้เป้า 4 ลุคสุดปังรับเทรนด์แฟชั่นหน้าหนาว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/638027

วันที่ 15 พ.ย. 2563 เวลา 08:10 น.ชี้เป้า 4 ลุคสุดปังรับเทรนด์แฟชั่นหน้าหนาวอัพเดทเทรนด์ใหม่เอาใจสาวๆ ชี้เป้า 4 ลุคโดดเด่นสุดปังรับเทรนด์แฟชั่นหน้าหนาว ในงาน ZAAP HARD SALE ครั้งที่ 4

ช่วงนี้สาวๆ คงจะรู้สึกถึงลมหนาวที่พัดมากระทบผิวกายในยามเช้ากันแล้วใช่ไหม แน่นอนว่าอากาศแบบนี้หลายคนคงถือโอกาสหยิบเสื้อผ้าที่มีอยู่ในตู้มามิกซ์แอนด์แมตช์ แต่ถ้าหากว่าอยากได้ไอเดียเก๋ๆ ในการแต่งตัวแล้วละก็ มาดู 4 เทรนด์แฟชั่นเสื้อผ้าคูลๆ ที่ใส่กันหนาวก็ได้ ใส่เดินสวยๆ ก็ดี ว่ามีสไตล์ไหนบ้าง

ลุคที่ 1 กระโปรงยีนส์คู่กับชุดสายเดี่ยวพร้อมเสื้อคลุมสั้นสีพาสเทล เป็นลุคคลาสสิกแบบชิลๆ กลิ่นอายวินเทจ แลดูเป็นสาวหวานซ่อนเปรี้ยว โดยแมทช์กับเสื้อด้านในและเสื้อคลุมลายตาราง ช่วยขับผิวให้ขาวผ่องโอโม่มาก หรืออีกไอเดียสำหรับกระโปรงยีนส์คู่กับเสื้อแขนยาวสีสดใส พร้อมรองเท้าสีขาว ก็น่ารักแบบเท่ๆ อย่างลงตัว

ลุคที่ 2 เสื้อเชิ้ตตัวใหญ่สวมทับด้วยเสื้อกั๊กไหมพรมแขนกุด อากาศเย็นทั้งที สาวๆ ที่อยากใส่แขนยาว ก็สามารถคว้าเสื้อเชิ้ตตัวใหญ่ แล้วสวมทับด้วยเสื้อกั๊กไหมพรมแขนกุดได้ลุคสาวเกาเลย และสามารถนำเสื้อเชิ้ตตัวใหญ่มาใส่คลุมทับเสื้อตัวใน ใส่คู่กับกางเกงผ้าลินิน สะพายถุงผ้า เฟี้ยวอินเทรนด์ อยากใส่ต้องได้ใส่ จัดมาเลยเสื้อกั๊กไหมพรมสีจี๊ด คู่กับกางเกงสีแนวเอิร์ธโทน หรือเป็นเสื้อไหมพรมเอวลอย ให้เปรี้ยวต้องปลดกระดุมเล็กน้อย ใส่คู่กับกางเกงเอวสูงหรือมินิสเกิร์ต

ลุคที่ 3 เสื้อยืดคลุมทับด้วยเบลเซอร์ลายตารางตัวใหญ่สีเอิร์ธโทน ใส่คู่กับกางเกงยีนส์ หรือกระโปรงยีนส์มินิสเกิร์ต หนาวๆ สาวออฟฟิศยุคใหม่อย่างเราต้องมาคู่กับเสื้อยืดคลุมทับด้วยเบลเซอร์ลายตารางตัวใหญ่สีเอิร์ธโทน ใส่คู่กับกางเกงยีนส์หรือกระโปรงยีนส์มินิสเกิร์ต โชว์เข็มขัดหน่อย พร้อมใส่รองเท้าผ้าใบสีขาวคู่โปรดไปด้วย หรือหยิบเสื้อคลุมคาดิแกน สีสันสดใสมาใส่ทับ ให้อารมณ์สาวหวาน หรืออาจจะ ใส่เสื้อคลุมสีชมพูตัวใหญ่เนื้อผ้าบางๆ ทับด้านนอก ลุคนี้ก็ดูมุ้งมิ้งไปอีกแบบ จะจับคู่เดรสลายดอกสีเข้มกับเสื้อคลุมผ้าเนื้อบางตัวจิ๋ว ก็ช่วยพรางหุ่นให้ดูเพรียวได้อย่างดีเยี่ยม

ลุคที่ 4 การจับคู่สีแบบคัลเลอร์บล็อก โดยเลือกแมตช์กับไอเทมที่มีสีตัดกัน สาวๆ ยังสามารถเพิ่มความสนุกให้กับการแต่งตัวได้มากยิ่งขึ้นด้วยการจับคู่สีแบบคัลเลอร์บล็อก โดยเลือกแมตช์กับไอเทมที่มีสีตัดกัน หากท่านใดที่ชื่นชอบลุคที่ดูมินิมัลก็สามารถเลือกสีโทนอ่อนที่ดูสบายตา หรือสร้างลุคที่ดูเท่ยิ่งขึ้นด้วยไอเทมที่มาพร้อมกับเฉดสีที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น

หากใครที่ยังมองหาเสื้อผ้าและไอเท็มเด็ดๆ เอาไว้มิกซ์แอนด์แมตช์กันอยู่ละก็ สามารถมาช้อปพร้อมกันได้ที่งาน ZAAP HARD SALE #4 ลดทะลุโลก ขนมาทั้งร้านเด็ดออนไลน์ไปถึงย่านรังสิต เสิร์ฟโปรโมชั่นแบบจุกๆ ลดสูงสุดถึง 90% ทั้งเสื้อผ้า ของแต่งบ้าน รวมถึงข้าวของเครื่องใช้สำหรับคนรักสัตว์เลี้ยง มีทุกอย่างครบจบที่เดียว โดยงานจะจัดขึ้นในวันเสาร์และอาทิตย์ที่ 28-29 พฤศจิกายนนี้ เวลา 10.00-21.00 น. ที่ Zpell @Alive Park Hall ชั้น G ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ติดตามรายละเอียดได้ที่เฟซบุ๊กเพจ ZAAP HARD SALE หรือคลิก www.facebook.com/zaaphardsale

How to ดูแลผิวและเส้นผมให้สวยสุขภาพดีท้าลมหนาว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/637799

วันที่ 12 พ.ย. 2563 เวลา 09:11 น.How to ดูแลผิวและเส้นผมให้สวยสุขภาพดีท้าลมหนาวพญ.อรอุมา พันธ์อภิวัฒน์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม และ ธัญ (THANN) แบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม ร่วมแนะวิธีดูแลสภาพผิวและเส้นผมให้สวยสุขภาพดีท้าลมหนาวช่วงปลายปี

เมื่อเข้าสู่ช่วงปลายฝนต้นหนาว สภาพอากาศที่หนาวเย็นนั้นทำร้ายผิวและเส้นผมมากกว่าที่ทุกคนคิด แม้ว่าประเทศไทยจะไม่ได้มีอากาศหนาวจัดก็ตาม แต่อากาศที่เย็นตัวลงมาพร้อมกับระดับความชื้นในอากาศที่ต่ำ หรือเรียกกันว่า “อากาศแห้ง” ย่อมทำให้ผิวและเส้นผมสูญเสียความชุ่มชื้นไปอย่างง่ายดาย ส่งผลให้ผิวแห้งกร้าน ลอกเป็นขุย เส้นผมและหนังศีรษะแห้ง ผมชี้ฟูจากไฟฟ้าสถิต และขาดความเงางาม

แบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม ‘ธัญ’ (THANN) ร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม พญ.อรอุมา พันธ์อภิวัฒน์ จัดกิจกรรมแนะนำ ‘วิธีดูแลสภาพผิวและเส้นผมให้มีสุขภาพดีท้าลมหนาวช่วงปลายปี’ กับผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและเส้นผม อาทิ Aromatherapy Shampoo, Aromatherapy Hair Conditioner, Hair Mask, Advance Protective Hair Serum, Body Butter และ Bath & Massage Oil โดยมีเซเลบริตี้สาวสวยร่วมกิจกรรม อาทิ หฤทัย ไชยยันต์ ณ อยุธยา, มธุนาฏ ซอโซตถิกุล และณชา จึงกานต์กุล ที่ KBank Private Banking ชั้น 42 อาคารภิรัช ทาวเวอร์ แอท เอ็มควอเทียร์

พญ.อรอุมา พันธ์อภิวัฒน์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม แนะนำวิธีดูแลสภาพผิวและเส้นผมให้สวยสุขภาพดีท้าลมหนาวช่วงปลายปีว่า อากาศเย็นในช่วงหน้าหนาวมาพร้อมกับความชื้นในอากาศที่ลดลง ซึ่งอากาศที่แห้งนั้นทำให้หลายคนมักพบกับปัญหาผิวและเส้นผม อาทิ ผิวและผมแห้ง แตกลาย อาการคันบริเวณผิวและหนังศีรษะ รวมถึงอาการระคายเคืองต่างๆ

โดยเฉพาะผู้ที่เป็นโรคผื่นแพ้ต่อมไขมัน หรือโรคเซ็บเดิร์ม (Seborrheic dermatitis) ก็มีโอกาสที่อาการกำเริบได้ในช่วงที่มีอากาศแห้ง บริเวณที่พบบ่อย คือ ใบหน้า บริเวณหัวคิ้ว ข้างจมูก หลังใบหู หรือหนังศีรษะ ในบางรายที่มีอาการรุนแรงจะพบที่บริเวณหน้าอกหรือแผ่นหลังด้วย

อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องระวังช่วงหน้าหนาว คือ ฝุ่นละออง PM 2.5 หรือ Particulate Matters 2.5 เนื่องจากเกิดการเปลี่ยนแปลงของความกดอากาศ ทำให้เกิดการฟุ้งกระจายของฝุ่นมากขึ้นในช่วงหน้าหนาว นอกจากจะส่งผลเสียต่อระบบทางเดินหายใจ และสุขภาพผิวโดยตรงแล้ว ฝุ่นละออง PM 2.5 จะไปทำปฏิกิริยาออกซิเดชั่น (Oxidation) กับชั้นฟิล์มไขมันเคลือบผิว (Sebum) ที่ทำหน้าที่เสมือนเกราะปกป้องผิว ทำให้เกิดการระคายเคือง อักเสบ อุดตัน นำมาซึ่งปัญหาผิว อาทิ สิว ริ้วรอย ความหมองคล้ำ อักทั้งยังเป็นตัวการร้ายที่ทำให้เส้นผมเราหลุดร่วงได้ง่าย มลภาวะฝุ่นละอองเหล่านี้สามารถเกาะติดเส้นผมได้ง่าย ก่อให้เกิดปัญหาผมแห้ง ขาดความเงางาม หากปล่อยไว้นานฝุ่นละอองเหล่านี้สามารถแทรกซึมเข้าเส้นผมและทำลายโครงสร้างโปรตีนของเส้นผม ทำให้ผมแห้ง หลุดร่วงมากยิ่งขึ้น

การดูแลสุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะในช่วงฤดูหนาวนี้ แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเส้นผมและหนังศีรษะสูตรอ่อนโยน ไม่มีส่วนผสมของสารจำพวกซัลเฟต (SLS) เพราะอาจก่อให้เกิดอาการระคายเคืองได้โดยเฉพาะผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย และควรเน้นกลุ่มผลิตภัณฑ์ประเภทฟื้นบำรุงสภาพเส้นผมและหนังศีรษะอย่างแฮร์คอนดิชั่นเนอร์ แฮร์มาส์ก และแฮร์เซรั่ม ที่สำคัญไม่ควรปล่อยให้เส้นผมแห้งจนเกินไป เพราะจะทำให้เกิดไฟฟ้าสถิตซึ่งเป็นสาเหตุของผมชี้ฟู

ส่วนการการดูแลสุขภาพผิวช่วงหน้าหนาว แนะนำว่าไม่ควรอาบน้ำที่ร้อนจัดจนเกินไป เพราะน้ำร้อนจะดึงความชุ่มชื้นออกจากผิวไปปริมาณมาก และไม่ควรสครับผิวในขณะที่ผิวแห้ง ไม่ควรขัดผิวแรงๆ เพราะจะทำให้ผิวเกิดอาการระคายเคือง และยังทำให้เกิดริ้วรอยได้ง่ายด้วย ดังนั้นควรทาครีมบำรุงผิวทันทีหลังอาบน้ำ เพื่อเพิ่มและกักเก็บความชุ่มชื้นให้ผิว รวมถึงรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ดื่มน้ำสะอาดให้มากๆ อย่างน้อยวันละ 2 ลิตร

4 มิติการเปลี่ยนแปลง ถึงเวลายกเครื่ององค์กรอย่างจริงจัง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/637518

วันที่ 09 พ.ย. 2563 เวลา 06:50 น.4 มิติการเปลี่ยนแปลง ถึงเวลายกเครื่ององค์กรอย่างจริงจังโดย ภก.ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล สถาบันอินทรานส์ Hipot – การปฏิรูปศักยภาพมนุษย์อย่างบูรณาการศาสตร์ชีวิตองค์รวมเพื่อความมั่นคงยั่งยืน

ถึงเวลายกเครื่ององค์กรอย่างจริงจังหรือยัง?

เราตระหนักดีว่าโลกไม่เคยหยุดนิ่งและเราก็พยายามปรับตัวเพื่อให้อยู่รอด แต่ท่านสงสัยไหมว่าทำไม ไม่ว่าเราจะพยายามอย่างไร ทั้งเวลาและการลงทุนในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อย่างมหาศาล แต่ก็ยังไม่สามารถสร้างความยั่งยืนได้อย่างแท้จริง ถ้าเช่นนั้น ท่านคิดว่าถึงเวลาที่เราจะต้องก้าวข้ามกระบวนการพัฒนาแบบเดิมๆ หรือยัง แล้วแนวคิดดังกล่าวคืออะไร มีกระบวนการอย่างไร

เพราะโลกเปลี่ยนไปแล้ว ไม่เหมือนเดิม ทั้งอ่อนไหว ซับซ้อน คุลมเครือ ไม่แน่นอน อีกทั้งเทคโนโลยี หุ่นยนต์ เอไอ ก็พัฒนาไปไกลอย่างก้าวกระโดด เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ อย่างไม่เคยหยุดนิ่ง ลูกค้ามีความคาดหวังสูง ต้องการสินค้าและบริการที่แตกต่างและคุ้มค่า การแข่งขันเพิ่มความรุนแรง การดำเนินธุรกิจทั้งภาครัฐและเอกชนมีความซับซ้อนยิ่งขึ้นและเสี่ยงสูง หลายแห่งต้องล่มสลาย ไปต่อไม่ไหว องค์กรที่เหลืออยู่ก็คิดหนัก ต่างเร่งปรับตัวเพื่อความอยู่รอด

แต่การปรับตัวในปัจจุบันที่ไม่อาจนำไปสู่ความยั่งยืนนั้นเป็นเพราะ

1. องค์กรส่วนใหญ่ยังยึดติดอยู่กับแนวคิดเดิมๆ รูปแบบเก่าๆ ยังคงเน้นแต่การปรับแต่งพฤติกรรมอย่างฉาบฉวย เพราะมันง่าย เห็นผลเร็ว แต่ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงจริง ขาดความมุ่งมั่น ซักพักก็กลับไปเหมือนเดิม

2. มุมมองต่อการแก้ปัญหาก็ยังเน้นแต่ผลลัพธ์สุดท้าย แต่ขาดกระบวนการเรียนรู้ที่แท้จริง ยังยึดอยู่กับการหาคำตอบเดียวที่ดีที่สุด แต่ขาดความคิดสร้างสรรค์ที่แตกต่างที่แปลกใหม่ และก็ยังขาดทักษะของการนำความรู้ไปใช้จริงได้อย่างเป็นรูปธรรม จึงไม่เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้

3. ทีมงานขาดความเป็นเอกภาพ ขาดความเข้มแข็ง ไม่สามารถระเบิดศักยภาพออกมาเสริมกันได้อย่างมีพลังร่วม

4. องค์กรขาดผู้นำการเปลี่ยนแปลง ไม่สามารถเหนี่ยวนำสร้างการมีส่วนร่วมให้ทีมงานเดินไปในทิศทางเดียวกันได้อย่างเป็นหนึ่งเดียว องค์กรจึงไม่ถึงเป้าหมาย ส่วนรวมก็เสียหาย

ทั้งหมดนี้คือสาเหตุหลักที่การพัฒนาไม่อาจนำไปสู่ความยั่งยืนได้อย่างแท้จริง มันจึงเกิดคำถามว่า “เราจะยังคงพัฒนาคนและองค์กรด้วยแนวคิดและกระบวนการแบบเดิมๆ อยู่อีกหรือ ถึงเวลาหรือยังที่เราจะมาพลิกตำราเพื่อสร้างองค์กรให้มั่นคงยั่งยืนได้อย่างแท้จริง” ถ้าเช่นนั้น เราต้องปรับอะไร ปรับอย่างไรจึงจะยั่งยืน แล้วอะไรคือคำตอบ

จากการศึกษาวิจัยเชิงลึกด้านการพัฒนาองค์กรเพื่อความยั่งยืนมากว่า 20 ปี เราพบว่าทางออกของความท้าทายดังกล่าวคือ เราต้องปรับยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาทรัพยากรบุคคลอย่างถอนรากถอนโคนด้วย กระบวนการพัฒนาเชิงองค์รวม (Holistic Development Approach) ที่ครอบคลุมทุกมิติชีวิตอย่างเชื่อมโยงให้เป็นหนึ่งเดียวอันประกอบไปด้วยจิตใจ ปัญญา อารมณ์ และภาวะผู้นำ กล่าวคือ

1. มิติด้านจิตใจเมื่อพูดถึงจิตใจ

นั่นคือเรากำลังพูดถึงกรอบความคิด (Mindset) อันเป็นฐานรากชีวิต ปัญหาหลักในประเด็นนี้คือ บุคคลมักติดกรอบเดิมๆ ส่งผลให้บุคคลไม่เปลี่ยน มีทัศนติติดลบ ขาดแรงบันดาลใจ ไม่สามารถนำตนเองได้ ดังนั้น การปรับเปลี่ยนใดๆ จึงต้องเริ่มที่การปรับที่กรอบความคิดนี้ เพื่อปรับทัศนคติ ค่านิยม และความเชื่อ รวมทั้งแรงขับเคลื่อนภายใน ความมุ่งมั่น เพื่อระเบิดศักยภาพภายในที่แท้จริงออกมาได้อย่างเต็มที่ด้วยตนเอง อีกทั้งการปรับการมองภาพเป้าหมายเดียวกัน เพื่อสร้างทีมงานให้มีความสอดคล้องไปในแนวเดียวกัน

ดังนั้น การพัฒนาเพื่อความยั่งยืนในอนาคต เราจึงต้องเริ่มด้วยการเปลี่ยนตนเอง แต่ต้องปรับออกจากแนวคิดการพัฒนาแบบเดิมๆ ที่เน้นแค่การปรับแต่งพฤติกรรมอย่างผิวเผิน มาเป็นแนวคิดใหม่ของการปรับที่ฐานรากชีวิต นั่นคือ กรอบความคิดตนเอง เพื่อระเบิดศักยภาพจากภายใน สร้างแรงขับเคลื่อนภายในอย่างมุ่งมั่น เพื่อสร้างการนำตนเอง เพื่อเล่นเชิงรุกเป็นทีมให้สอดคล้องกันอย่างเป็นเอกภาพ

2. มิติด้านปัญญาเมื่อพูดถึงปัญญา

ความท้าทายในประเด็นนี้คือ เมื่อมีปัญหาเข้ามา เราแก้ปัญหาไม่ตก เพราะองค์ความรู้และกระบวนการเรียนรู้ที่มีอยู่นั้น ไม่พอที่จะรับมือกับมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราจึงมักข้ามขั้นตอนและหาทางลัดเพื่อให้ได้มาซึ่งคำตอบสุดท้าย นั่นเป็นเพราะเราขาดมุมมองเชิงระบบ จึงไม่สามารถจับประเด็นสำคัญได้ และก็ไม่สามารถเชื่อมโยงประเด็นเหล่านั้นเข้าด้วยกันเพื่อสร้างเป็นองค์ความรู้ใหม่ จึงไม่เกิดกระบวนการเรียนรู้ที่แท้จริง จึงไม่สามารถแก้ปัญหาเชิงซ้อนได้ อีกทั้งขาดการมองภาพเชิงองค์รวม จึงไม่อาจสร้างสรรค์นวัตกรรมที่แตกต่างและทางเลือกที่หลากหลาย ทั้งหมดนี้ทำให้กระบวนการแก้ปัญหาคับแคบ ตีบตัน แก้ปัญหาไม่ตก ไม่มีอะไรใหม่ องค์กรจึงไม่ยั่งยืน

ดังนั้น ในโลกปัจจุบันแห่งความไม่แน่นอน ซับซ้อน คุลมเครือ องค์กรจะอยู่รอดได้อย่างยั่งยืน เราต้องแก้ปัญหาด้วยนวัตกรรมที่แตกต่าง และมันจะเป็นจริงได้ เราจำเป็นต้องก้าวข้ามจากการพัฒนาด้วยมุมมองเชิงเดี่ยวแบบเดิมๆ มาเป็นการพัฒนาด้วยแนวคิดใหม่ นั่นคือ แนวคิดเชิงระบบ และการมองภาพเชิงองค์รวม เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแก้ปัญหาเชิงซ้อน ด้วยนวัตกรรมใหม่ๆ ที่มีคุณค่าเชิงเศรษฐกิจ

3. มิติด้านอารมณ์เมื่อพูดถึงอารมณ์

ความท้าทายในประเด็นนี้ เมื่อพิจารณาในระดับบุคคลคือ บุคลากรขาดความมั่นคงทางอารมณ์ ขาดความเชื่อมั่น หวั่นไหว ขาดความอดทน ขาดความมุ่งมั่น ไม่ยืนหยัด ขาดภูมิต้านทาน จึงไม่สามารถปรับฟื้นคืนสภาพตนเองให้กลับมาขับศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่ ทั้งนี้ ก็เพราะตนไม่เห็นคุณค่าตนเอง ขาดความภาคภูมิใจในตนเอง

เมื่อพิจารณาในระดับองค์กร เราพบว่าความท้าทายคือ ทีมงานขาดศรัทธา จึงไม่เข้าใจกัน ไม่ไว้ใจกัน การสื่อสารจึงไม่เปิดใจกว้างรับฟัง เอาความคิดตนเองเป็นใหญ่ ไม่เห็นคุณค่าในความแตกต่าง แต่มักเอาตนเองเป็นศูนย์กลาง การทำงานจึงไม่เป็นทีม ต่างคนต่างไป คนละทิศคนละทาง จึงไม่สามารถระเบิดศักยภาพออกมาเสริมกันได้อย่างมีพลังร่วม

ประเด็นทั้งการขาดความมั่นคงทางอารมณ์และขาดศรัทธา ทำให้ศักยภาพตนเองและทีมงานลดลงบุคลากรขาดการมีส่วนร่วม ทีมงานจึงขาดความเข้มแข็งและไม่สอดคล้องไปในแนวเดียวกัน ไม่เป็นหนึ่งเดียวองค์กรจึงไม่บรรลุเป้าหมาย ส่วนรวมก็ถดถอย ไม่ยั่งยืน

ประเด็นด้านอารมณ์จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างทีมงานให้แข็งแกร่ง ดังนั้น แนวคิดใหม่ของการสร้างทีมงานให้เข้มแข็ง จึงต้องให้ความสำคัญต่อความหมายของตัวตน โดยการเห็นคุณค่าทั้งต่อตนเองและเห็นคุณค่าในความแตกต่าง

4. มิติด้านภาวะผู้นำเมื่อพูดถึงภาวะผู้นำ

ความท้าทายในประเด็นนี้คือ องค์กรขาดผู้นำการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง จึงไม่สามารถสร้างทีมงานให้รับมือกับการเปลี่ยนแปลงให้ไปในทิศทางเดียวกันได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ เพราะผู้นำมักเน้นแต่ในด้านการพัฒนาความสามารถด้านเทคนิค ซึ่งสะท้อนออกมาในรูปของประสิทธิภาพของผลสัมฤทธิ์อย่างตกขอบซึ่งว่าไปแล้วมันสำคัญ แต่ไม่พอ เพราะละเลยความสำคัญต่อคุณค่าของความเป็นมนุษย์

ดังนั้น การพัฒนาผู้นำการเปลี่ยนแปลงในอนาคตจึงต้องปรับกรอบแนวคิดใหม่ จากการให้น้ำหนักแต่เฉพาะความสามารถด้านการบริหารจัดการ มาเป็นการให้ความสำคัญต่อความเป็นมนุษย์ที่ต้องการคุณค่าและความหมายด้วย ด้วยเหตุนี้ การสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืนจึงต้องตั้งอยู่บนความสมดุลของทั้งความสามารถด้านการจัดการและการเห็นคนเป็นมนุษย์ จึงจะสามารถนำองค์กรสู่การเปลี่ยนแปลงให้ไปในทิศทางเดียวกันได้อย่างยั่งยืน

เพราะโลกเปลี่ยนอย่างเป็นพลวัต องค์กรไม่อาจอยู่นิ่งได้ แต่ต้องปรับตาม แต่มิใช่แค่ให้ทัน แต่ต้องก้าวข้ามและล้ำหน้าด้วยแนวคิดเชิงรุก แต่นั่นจะเป็นจริงไม่ได้เลย หากเรายังยึดติดอยู่กับกรอบแนวคิดการพัฒนาแบบเดิมๆ ดังนั้น จึงถึงเวลาแล้วที่เราต้องพลิกตำรามาเป็นการพัฒนาอย่างเป็นองค์รวม (Holistic Development Approach) ที่ครอบคลุมทุกมิติชีวิต เพื่อความมั่นคงยั่งยืน

How To เลือกชุดชั้นในให้เป๊ะปังง่ายๆ เตรียมช้อปออนไลน์ด้วยปลายนิ้ว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/637428

วันที่ 07 พ.ย. 2563 เวลา 11:11 น.How To เลือกชุดชั้นในให้เป๊ะปังง่ายๆ  เตรียมช้อปออนไลน์ด้วยปลายนิ้วเลือกซื้อชุดชั้นในผ่านช่องทางออนไลน์อย่างไรให้ไม่ให้พลาด!! วาโก้ (Wacoal) เผยทริคเอาใจสาวๆ เตรียมพร้อมช้อปง่ายๆ ด้วยปลายนิ้ว

ต้องยอมรับเลยว่าการช้อปปิ้งออนไลน์กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในช่องทางอีคอมเมิร์ซแพลตฟอร์มที่รวมเอาสารพัดสิ่งมาไว้ให้เลือกสรร หนึ่งในนั้นคือ ชุดชั้นใน เพื่อนคู่ใจของสาวๆ ทั้งสาวเล็ก สาวใหญ่ เชื่อว่าหลายคนยังมีข้อกังวลใจในการจะซื้อชุดชั้นในผ่านช่องทางออนไลน์อย่างไรให้ไม่พลาด คุณสุปราณี อุ่ยยะเสถียร ผู้จัดการแผนกการตลาดและการขายดิจิทัล บริษัท ไทยวาโก้ จำกัด (มหาชน) เผยว่า การเลือกซื้อชุดชั้นใน เป็นเรื่องที่ต้องพิถีพิถัน และจะต้องมีความละเอียดรอบคอบในการเลือกซื้อ เพราะชุดชั้นในจะมีไซส์ที่แตกต่างกันไปตามแต่ละสรีระของผู้หญิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการช้อปปิ้งชุดชั้นในผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ที่ผู้หญิงอย่างเราไม่ได้มีโอกาสทดลองของจริง ดังนั้นการวัดขนาดที่แม่นยำและถูกต้องจึงเป็นเรื่องสำคัญที่สาวๆ ทุกคนควรมีความรู้ติดตัวเอาไว้ อาทิ

วัดขนาดรอบอกและรอบใต้อกอยู่เสมอ

เพราะอายุ ฮอร์โมน รวมไปถึงการเพิ่มหรือลดของน้ำหนักมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของสรีระ อย่ายึดติดกับคัพเดิมที่เคยใส่มาก่อน เพราะหากเราใส่ชุดชั้นในไม่พอดีตัว ไม่ว่าจะแน่นหรือหลวมเกินไป จะมีผลต่อรูปทรงและความหย่อนคล้อยของหน้าอกของเราได้ ยิ่งการซื้อชุดชั้นในออนไลน์ การวัดไซส์ต้องให้ชัวร์ โดยให้วัดเป็นหน่วยเซนติเมตร เพราะให้ความละเอียดได้ดีกว่าหน่วยการวัดแบบนิ้ว และที่สำคัญทุกครั้งที่วัดหาขนาดของชุดชั้นใน ควรถอดชุดชั้นในก่อนเพื่อให้ได้ขนาดแน่นอนที่ละเอียดมากขึ้น

พิจารณารูปทรงของหน้าอก

เพื่อให้ชุดชั้นในตัวเก่งสร้างความมั่นใจให้สาวๆ ได้มากยิ่งขึ้น อย่างสาวอกไก่ หรือ อกทรงเชอร์รี่ ที่ทรงหน้าอกค่อนข้างเล็กและแบนราบ ฐานเต้าไม่ชัด ความพุ่งชันของหน้าอกมีน้อย ควรเลือกบราแบบยกทรงเสริมฟองน้ำ จะช่วยให้ดูมีหน้าอกมากขึ้น แต่หากเป็นสาวอกเล็กและห่าง ไม่ค่อยมีไขมันที่หน้าอก ก็ควรเลือกบราแบบมีโครงและมีตะขอหน้า เพื่อพยุงหน้าอกให้สูงขึ้น บางคนหน้าอกสองข้างไม่เท่ากัน โดยที่เต้าข้างใดข้างหนึ่งมันใหญ่กว่าอีกข้างอย่างชัดเจน ควรเลือกชุดชั้นในที่สามารถปรับเปลี่ยนแผ่นฟองน้ำหรือซิลิโคนที่เสริมได้ เพื่อที่จะได้สามารถจัดขนาดและรูปทรงของหน้าอกให้สมมาตรได้ บางคนเป็นสาวหน้าอกใหญ่และมีความหย่อนคล้อย ควรเลือกใส่บราที่มีโครง เพื่อประคองทรงเต้าไม่ให้หย่อน โดยโครงจะต้องกว้างเพื่อรับกับฐานทรงด้วย และควรจะเลือกรูปแบบที่เก็บเนื้อด้านข้างได้หมด เป็นต้น

นอกเหนือจากเรื่องไซส์หรือคัพหน้าอกแล้ว สิ่งที่ต้องคำนึงถึงอีกเรื่องสำคัญ คือ การเลือกใช้ให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ ในแต่ละวันของสาวๆ อีกด้วย เพราะวาโก้อยากให้สาวๆ สวยให้สุด ใครก็หยุดไม่ได้ โค้งสุดท้ายปลายปี ทางวาโก้จึงเตรียมสินค้าชิ้นเลิศหลากสไตล์ แมทช์ได้กับทุกรูปแบบการใช้งาน มาให้สาวๆ ได้ช้อปกันให้จุใจในราคาสุดพิเศษกับมหกรรมช้อปปิ้งออนไลน์ สุดยิ่งใหญ่ที่ใครๆ ก็ต่างรอคอยอย่าง Shopee 11.11 Big Sale ที่ครั้งนี้ วาโก้จัดเต็มกับชุดชั้นในรุ่นไฮไลท์ที่ให้สาวๆ ได้เลือกเป็นเจ้าของได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็น Wacoal Wireless Bra ไร้โครงเหล็ก สำหรับสาวๆ ที่ต้องการความคล่องตัว สามารถปรับอกให้เป๊ะ! กระชับสวย จะชุดรัดรูปหรือชุดทำงานที่ต้องการความคล่องตัว เอาอยู่ทุกชุด!!! หรือจะเก็บกระชับอัพความมั่นใจให้กับสาวคัพใหญ่ กับชุดชั้นใน Wacoal Curve Diva บราที่รู้ใจและเข้าใจสาวคัพใหญ่และสาวไซส์ใหญ่ดีที่สุด Wacoal Travel Bra Spacer ชุดชั้นในที่พร้อมจะเดินทางไปทุกที่ ไม่มีโครง ม้วนได้ ไม่เสียทรง  ส่วนสาวๆ ที่สวยเริ่ดกว่าใคร มั่นใจกับทุกไลฟ์สไตล์ ต้องบราสุดเอ็กซ์คลูซีฟ Wacoal Mood New Travel Bra x Shogi บราม้วนได้คอลเลคชั่นสุดพิเศษที่ วาโก้ ได้จับมือกับ ช้อปปี้ มอบความเอ็กซ์คลูซีฟให้กับลูกค้า 

นอกจากชุดชั้นในที่จะช่วยเสริมความมั่นให้กับสาวๆ ในทุกๆ ไลฟ์สไตล์แล้ว วาโก้ยังมีสินค้าอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น กางเกงในอนามัยสำหรับกลางคืน Wacoal Hygieni Night Panty ที่ช่วยป้องกันการซึมเปื้อนได้ดี และไม่มีกลิ่นอับ มาพร้อมความกระชับเรียบเนียน ให้สาวๆ หลับสบาย มั่นใจได้ในทุกการเคลื่อนไหว ให้สาวๆ ได้ช้อปออนไลน์กันแบบเพลินๆ ตลอดทั้งแคมเปญอีกด้วย 

เมื่อได้เทคนิคการวัดชุดชั้นในอันแสนโปร กับสไตล์ชุดชั้นในทรงสวยที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ในแต่ละวันของสาวๆ กันแล้ว ก็เตรียมตัวไปช้อปออนไลน์ได้ที่ ได้ที่ https://shopee.co.th/wacoal กันได้เลย

11.11 วันช้อปคนโสด แต่คนไม่โสดก็ซื้อได้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/637200

วันที่ 05 พ.ย. 2563 เวลา 11:11 น.11.11 วันช้อปคนโสด แต่คนไม่โสดก็ซื้อได้ส่องไอเท็มเด็ด “11.11” วันช้อปคนโสด แต่คนไม่โสดก็ซื้อได้ กับมหกรรมช้อปแห่งปี Central Retail 11.11 Double Mega Sale

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าปี 2020 นี้ เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เผลอแป๊ปเดียวก็ใกล้จะสิ้นปีแล้ว เชื่อเลยว่าขาช้อปตัวจริงนั้นจะต้องตั้งตารอวันที่ 11 เดือน 11 อย่างแน่นอน เพราะนอกจากจะเป็น “วันคนโสด” Singles’ Day แล้ว ก็ยังเป็นวันที่แบรนด์เอาสินค้ามาลดราคากันกระหน่ำ เรียกได้ว่าให้ทุกคนได้เซอร์ไพรส์แบบจัดเต็มอย่างแน่นอน วันที่ 11 เดือน 11 ทั้งที เลยอยากชวนทั้งคนโสดและคนมีคู่มาช้อปปิ้งให้จิตใจหายว้าเหว่ กลับมาสดใสอีกครั้ง กับแคมเปญ “Central Retail 11.11 Double Mega Sale” (เซ็นทรัล รีเทล 11.11 ดับเบิ้ล เมกา เซล) ที่จัดระหว่างวันนี้-12 พฤศจิกายน 2563 มาส่องดูกันว่าสินค้าแบรนด์ใดที่น่าจับตามองและจะต้องซื้อให้ได้ในช่วง 11.11 นี้

เติมอากาศสดชื่นให้บ้านน่าอยู่ขึ้น

ช่วงนี้หลายพื้นที่ในประเทศไทยกำลังเผชิญกับปัญหาฝุ่น PM 2.5 ซึ่งเป็นฝุ่นละอองขนาดเล็กที่เรามองไม่เห็น โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่มีค่ามลภาวะทางอากาศสูงติดอันดับต้นๆ ของโลก สร้างผลกระทบต่อสุขภาพและระบบทางเดินหายใจของผู้คนจำนวนมาก ประเด็นนี้เราจะมองข้ามไม่ได้เลยเพราะอาจจะส่งผลเสียกับสุขภาพของเราในระยะยาว เพราะฉะนั้นจะโสดไม่โสดก็มาเตรียมรับมือกับฝุ่นควันที่มองไม่เห็น ด้วยเครื่องฟอกอากาศที่จะมาช่วยเปลี่ยนทุกอากาศเสียในบ้านให้สดชื่นขึ้น ให้คุณใช้ช่วงเวลาคุณภาพกับคนที่คุณรักที่บ้านอย่างเต็มที่ ยิ่งตอนนี้มีการจัดโปรโมชั่นกับแคมเปญ “Central Retail 11.11 Double Mega Sale” ด้วยส่วนลดหน้าร้านสูงสุดถึง 90% เครื่องฟอกอากาศ SHARP สีชมพูสุดเก๋รุ่น FP-J30TA-P ลดเหลือ 2,990 บาท ทั้งหน้าร้านและหน้าเว็บ รวมไปถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น ๆ อีกมากมาย ช้อปสินค้าคุณภาพทนทาน คุ้มค่าต่อการใช้งาน รับประกันของแท้ 100% ในราคาโดนใจ ได้ที่ Power Buy

ดูแลร่างกายให้ฟิตตลอดเวลา เผื่อนัดเดตรอบหน้า 

เทรนด์สุขภาพกำลังมาแรง หลายคนหันมาใส่ใจดูแลตัวเองให้ดูดีจากภายในสู่ภายนอกเพื่อเสริมสร้างความมั่นใจจะได้ไม่พลาดทุกโอกาสสำคัญในชีวิต เพราะเราไม่รู้ว่าเดตครั้งหน้าจะมาเมื่อไหร่ ไม่แน่ว่าแค่ไปวิ่งออกกำลังกายที่สวนสาธารณะใกล้บ้านหรือไปเข้ายิม อาจจะได้พบกับคนที่ใช่แบบไม่รู้ตัวก็ได้ มาเตรียมตัวไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ให้ร่างกายฟิตอยู่เสมอกับอุปกรณ์กีฬาและชุดออกกำลังกายคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุดอย่างรองเท้าวิ่งผู้ชาย Nike Air Zoom Tempo NEXT% และสินค้าอีกหลากหลายจากแบรนด์ดังยอดนิยม เช่น Adidas, Skechers, New Balance และ Crocs ที่ Supersports ยกขบวนมาลดราคา หน้าร้านสูงสุด 60% พบกับสินค้าราคาเดียว 511 บาท 1,111 บาท 1,511 บาท และ 2,111 บาท ออนไลน์ลด on-top 35% สินค้าราคาเดียว 911 และ 1,111 บาท

จะโสดหรือมีคู่ มาใช้เวลาว่าง สร้างสรรค์งานคราฟต์เก๋ๆ

ชวนคนโสดหรือคนมีคู่มาใช้วันว่างให้เป็นประโยชน์ กับกิจกรรมสุดครีเอทีฟที่จะมาเปลี่ยนวันที่จำเจให้กลับมามีสีสันอีกครั้ง ด้วยการทำงานคราฟต์หรืองานแฮนด์เมด DIY ชิ้นเดียวในโลกแบบไม่ซ้ำใคร แถมยังเป็นของขวัญให้กับคนที่เรารักได้ อาทิ สมุดโน้ตลายน่ารัก ๆ หรือการจัดสวนในขวด เพียงแค่มาช้อปที่ B2S ทุกสาขา คุณสามารถหาซื้ออุปกรณ์ตกแต่ง พร้อมเครื่องเขียนต่าง ๆ ได้อย่างครบครัน ตามที่จะนำไปประดิษฐ์และรังสรรค์งานอาร์ตสุดเก๋แนวใหม่แบบที่ต้องการอย่าง ดินสอสีไม้แท่งยาว Master Art S-Series 72 สี ในราคาเพียง 229 บาท และ ชุดอุปกรณ์ศิลปะ Ultimate Art Studio (215 ชิ้น) ราคา 299 บาท พิเศษสุดกับช่วงนี้ โปรโมชั่นลดสูงสุด 70% ทุกรายการสินค้า ให้มาช้อปแบบจุใจทั้งหน้าร้านและออนไลน์

ตามเทรนด์แฟชั่นใหม่ๆ ให้สดใสข้ามปี

ใกล้จะปลายปี ถึงเวลาบอกลาเสื้อผ้าและเครื่องสำอางของปีนี้ที่อาจจะไม่อินเทรนด์แล้ว พร้อมมาทำให้ตัวเองดูดีขึ้นอีก ด้วยการเลือกซื้อสินค้าแฟชั่นใหม่ ๆ ที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลและโรบินสัน มีไอเท็มให้คุณได้เลือกช้อปแบบครบ โดนใจทุกรายการ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าที่กำลังฮอตฮิตติดเทรนด์จากแบรนด์ G2OOO, GUESS และ MARK & SPENCER เครื่องสำอางจากแบรนด์ดังต่าง ๆ อย่าง LA MER The Treatment Lotion 150 ลดพิเศษเหลือเพียง 5,130 บาท รวมไปถึงยี่ห้ออื่น ๆ อาทิ Three, MAC, Clarins และ Shiseido ที่ยกทัพมาลดแบบเกินคุ้ม หน้าร้านลดกว่า 70% และออนไลน์ลดให้มากกว่า 90% พิเศษสุด! ช้อปรับความคุ้มแบบดับเบิ้ล ซื้อสินค้าหน้าร้าน รับคูปองช้อปต่อหน้าเว็บ สูงสุด 5,500 บาท พร้อมบริการส่งสินค้าฟรีโดยไม่มียอดสั่งซื้อสินค้าขั้นต่ำและรับของรางวัลพิเศษทุกการสั่งซื้อ

ลดเยอะขนาดนี้แล้ว จะโสดหรือไม่โสดก็อดใจไม่ไหวแน่ ๆ ต้องออกมาช้อปให้หายเหงาที่ร้านค้าในเครือเซ็นทรัล รีเทล และกลุ่มเซ็นทรัล หรือช้อปออนไลน์ ตั้งแต่วันที่ 4 ถึง 12 พฤศจิกายน 2563 นี้ ติดตามรายละเอียดแคมเปญ Central Retail 11.11 Double Mega Sale เพิ่มเติมได้ที่ www.centralretail.com/1111doublemegasale

ช้อปผลิตภัณฑ์คุณภาพ ตรวจดวงชะตากับนักโหราศาสตร์ ในงาน “สานสายใยเพื่อผลิตภัณฑ์สายใจไทย” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/637115

วันที่ 04 พ.ย. 2563 เวลา 10:30 น.ช้อปผลิตภัณฑ์คุณภาพ ตรวจดวงชะตากับนักโหราศาสตร์ ในงาน “สานสายใยเพื่อผลิตภัณฑ์สายใจไทย”มูลนิธิสายใจไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ชวนคนไทยร่วมสนับสนุนผลิตภัณฑ์คุณภาพ พร้อมตรวจดวงชะตากับนักโหราศาสตร์ชั้นนำในงาน “สานสายใยเพื่อผลิตภัณฑ์สายใจไทย” 10-16 พ.ย.นี้ ที่สยามพารากอน

ผ้าไหมพิมพ์ลายดอกไม้สีสันสวยงาม จานกระเบื้องลวดลายวิจิตร และเครื่องหนังฝีมือตัดเย็บอันประณีต ผลิตภัณฑ์หัตถกรรมคุณภาพดีต่างๆ เหล่านี้ ล้วนสร้างสรรค์ด้วยฝีมืออันพิถีพิถันจากเหล่าทหารผ่านศึกผู้ทุพพลภาพจากการเสียสละทำหน้าที่ปกป้องผืนแผ่นดินไทย ภายใต้การดูแลของมูลนิธิสายใจไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ มูลนิธิที่เกิดขึ้นเพื่อสนองพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศ มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงเห็นความสำคัญ และ ไม่ทรงละทิ้งเหล่าทหารผ่านศึกและครอบครัว โดยโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธรฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นองค์ประธานกรรมการมูลนิธิสายใจไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2518 และต่อมาทรงมีพระราชดำริให้มีการฝึกอาชีพให้กับสมาชิกผู้ทุพพลภาพ ซึ่งมีทั้งงานเครื่องหนัง งานตัดเย็บ งานไม้ งานพู่กันระบายสี ฯลฯ ออกมาเป็นสินค้าจำหน่าย เพื่อให้สมาชิกสามารถช่วยตนเอง มีรายได้เลี้ยงครอบครัวอย่างยั่งยืน

ในโอกาสครบรอบ 45 ปี ของการดำเนินงานในปีนี้ มูลนิธิสายใจไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จึงร่วมกับ ศูนย์การค้าสยามพารากอน จัดงาน “สานสายใยเพื่อผลิตภัณฑ์สายใจไทย ประจำปี 2563” ขึ้นระหว่างวันที่ 10-16 พฤศจิกายน 2563 ณ ไลฟ์สไตล์ ฮอลล์ ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน เพื่อจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์งานหัตถกรรมจากแผนกต่างๆ ของมูลนิธิสายไทยฯ กว่า 2,000 ชิ้น เพื่อหารายได้เข้ามูลนิธิสายใจไทยฯ โดย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เสด็จแทนพระองค์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ เป็นองค์ประธานในพิธีเปิดงาน วันอังคารที่ 10 พฤศจิกายน 2653 เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป

วนิดา ดุละลัมพะ ผู้อำนวยการสายพัฒนาอาชีพ มูลนิธิสายใจไทยฯ กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานว่า “งานสานสายใยเพื่อผลิตภัณฑ์สายใจไทย เป็นงานที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อเผยแพร่กิจการของ มูลนิธิฯ ที่ยังคงช่วยเหลือเหล่าสมาชิกด้วยการฝึกอาชีพ และนำผลิตภัณฑ์ออกจัดจำหน่ายมาโดยตลอด ซึ่งล้วนเป็นฝีมือทหาร ตำรวจ ฯลฯ รวมถึงสมาชิกในครอบครัว ปัจจุบันมูลนิธิสายใจไทยฯ มีสมาชิกที่อยู่ในความดูแลในสายพัฒนาอาชีพประมาณ 200 คนและ กว่า 4,000 ครอบครัวจากทั่วประเทศ โดยดำเนินการตามพระราชดำริอย่างมุ่งมั่นด้วยการสร้างอาชีพให้สมาชิกสามารถช่วยเหลือตนเองและมีรายได้เลี้ยงครอบครัวต่อไปอย่างยั่งยืน”

มูลนิธิสายใจไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ The SaiJaiThai Foundation under The Royal Patronage สำนักงาน สวนจิตรลดา สวนจิตรลดา กทม.10300 โทร. 02-281-6403 , 02-282-6466 สำนักงาน บางนา 265 ถนนสรรพาวุธ เขตบางนา กทม. 10260 โทร. 02-183-5115 โทรสาร. 02-183-5129 สำนักงาน ศรีอยุธยา 306/1 ถนนศรีอยุธยา เขตพญาไท กทม.1040 โทร. 02-644-4850-1 โทรสาร. 02-644-4852

ไฮไลท์ของผลิตภัณฑ์ในปีนี้ ของแผนกงานพู่กันระบายสี ได้แก่ ภาพวาดพระที่นั่งวิมานเมฆ พร้อมด้วยลวดลายทองคำแท้บนขอบจาน, ภาพวาดเสือโคร่ง สัตว์ป่าคุ้มครองที่ใกล้สูญพันธุ์, ชุดอาหาร 20 ชิ้น ฯลฯ ของแผนกเครื่องหนังก็มีกระเป๋าทรงแปลกใหม่ หลากหลายลวดลายและขนาดให้เลือกมากมาย จากแผนกผลิตภัณฑ์ผ้า มีผ้าไหมพิมพ์ลายสีสันสดใส ทันสมัย แต่ไม่ทิ้งลวดลายดอกไม้อันเป็นสัญลักษณ์ของสายใจไทย ออกใหม่เพิ่มอีก 6 ลาย มีกระเป๋าผ้า และผ้าเช็ดมือรูปปีนักษัตรฉลู เป็นต้น

นอกจากสินค้าหัตถกรรมคุณภาพดีที่นำมาจำหน่ายแล้ว ปัจจุบันมูลนิธิสายใจไทยฯ ได้มีการเปิดร้านจำหน่ายต้นไม้ ภายใต้ชื่อ “สวนสายใจไทย” ซึ่งตั้งอยู่บริเวณตรงข้ามมูลนิธิฯ ถ.สรรพาวุธ ครั้งนี้จึงได้นำต้นไม้นานาพันธุ์ ทั้งไม้ดอก ไม้ประดับ และพันธุ์ไม้ฟอกอากาศ อาทิ เฟิร์นเท้ากระต่าย ไทรใบสัก ยางอินเดีย เฟิร์นข้าหลวง ลิ้นมังกร ฯลฯ ซึ่งงานสวนได้เพาะพันธุ์ขึ้นมา อีกทั้งได้รับบริจาคจากคณะกรรมการ สมาชิก ฯลฯ และได้รับการสนับสนุนจากโครงการพัฒนาดอยตุงฯ มาจำหน่ายในราคาพิเศษภายในงาน นอกจากนี้ยังได้รับความร่วมมือจากมูลนิธิสิริวัฒนาเชสเชียร์ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ โดยคุณหญิงตรึงใจ อิฐรัตน์ ประธานมูลนิธิฯ เชิญนักโหราศาสตร์มากประสบการณ์ในศาสตร์ต่างๆ มาร่วมตรวจดวงชะตา ชี้แนะแนวทางในการดำเนินชีวิตด้วยหลักโหราศาสตร์ตลอดระยะเวลาการจัดงานด้วย

ด้านหนึ่งในสมาชิกมูลนิธิสายใจไทยฯ ร.ท.กฤษณพล ปาปี อดีตนายทหารรับราชการกองพันทหารราบศูนย์การทหารค่ายธนะรัชต์ จ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ทำงานที่มูลนิธิฯ มาประมาณ 7 ปีแล้ว โดยตนเองชื่นชอบศิลปะเป็นพื้นฐาน จึงเลือกอยู่แผนกพู่กันระบายสี ส่วนใหญ่จะวาดลวดลายลงบนพื้นผิวที่เรียบ อาทิ ไม้ จานกระเบื้อง หรืออื่นๆ และจากการได้ใช้มือสร้างสรรค์งานด้านศิลปะ ทำให้มือขวาที่เคยชาจากการถูกยิงตอนไปรบ เมื่อปี 2525 มีอาการดีขึ้นจนเกือบหายเป็นปกติ จึงนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่ในหลวงรัชกาล ที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งมูลนิธิสายใจไทยฯ ขึ้นเพราะไม่เพียงให้เขาได้ค้นพบพรสวรรค์ทางด้านศิลปะ แต่ยังเป็นการฝึกอาชีพและทำให้เขามีรายได้จากการทำงานที่มูลนิธิสายใจไทยฯ ด้วย

ปัจจุบันงานหัตถกรรมของมูลนิธิสายใจไทยฯ ยังคงเดินหน้าต่อยอดผลงานต่างๆ ให้เข้ากับยุคสมัยมากยิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มมูลค่าของสินค้า โดยได้รับการสนับสนุนจากชาวไทยและชาวต่างชาติ ช่วยอุดหนุนผลิตภัณฑ์ของมูลนิธิสายใจไทยฯ อันเป็นการให้กำลังใจแก่สมาชิกผู้ทุพพลภาพ ทั้งยังเป็นการสนับสนุนการใช้สินค้าไทย ช่วยเผยแพร่ให้เป็นที่รู้จักสู่สากล และเป็นการทำกุศลอีกทางหนึ่งด้วย

มูลนิธิสายใจไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ขอเชิญชวนร่วมงาน “สานสายใยเพื่อผลิตภัณฑ์ สายใจไทย ประจำปี 2563 ” ซึ่งจะขึ้นจัดระหว่าง วันที่ 10-16 พฤศจิกายน 2563 เวลา 10.00 – 20.00 น. ณ ไลฟ์สไตล์ฮอลล์ ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ มูลนิธิสายใจไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ โทรศัพท์ 02-183-5115 เฟสบุ๊ค : Saijaithai Market ร้านสายใจไทย หรือ Line : @saijaithai

ยูนิโคล่เผยแคมเปญใหม่ What Will You Wear for Tomorrow? #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/637113

วันที่ 03 พ.ย. 2563 เวลา 13:18 น.ยูนิโคล่เผยแคมเปญใหม่ What Will You Wear for Tomorrow?ญาญ่า ร่วมแคมเปญใหม่ระดับโกลบอลของยูนิโคล่ ‘What Will You Wear for Tomorrow?’ ตั้งคำถามถึงอนาคตว่าเสื้อผ้าของวันพรุ่งนี้จะเป็นเช่นไร

ยูนิโคล่ แบรนด์เครื่องแต่งกายระดับโลกจากญี่ปุ่น ประกาศเปิดตัวแคมเปญระดับโกลบอล ‘What Will You Wear for Tomorrow?’ เพื่อจุดประกายผู้คนให้ร่วมค้นหาคอนเซ็ปต์ของเสื้อผ้าแห่งอนาคตที่อยู่เหนือกาลเวลา โดยมีคนดังจากหลายวงการและเชื้อชาติทั่วโลกเข้าร่วมในแคมเปญนี้ เพื่อร่วมขับเคลื่อนโลกให้เข้าสู่อนาคตที่ดียิ่งขึ้น ซึ่งรวมถึงนักแสดงหญิงแถวหน้าของไทยอย่าง ญาญ่า-อรัสยา เสปอร์บันด์ ที่มีไลฟ์สไตล์โดดเด่นและสามารถสะท้อนชีวิตวิถีใหม่ผ่านเสื้อผ้าของยูนิโคล่ได้เป็นอย่างดี ซึ่งเนื้อหาทั้งหมดจะทยอยนำเสนอผ่านมัลติมีเดียหลากหลายรูปแบบต่อไป

‘What Will You Wear for Tomorrow?’ เป็นแคมเปญระดับโกลบอลล่าสุดของยูนิโคล่ที่สร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อกระตุ้นผู้คนให้ได้ลองทบทวนตัวเองและการตัดสินใจในชีวิต ซึ่งล้วนมีพลังในการเปลี่ยนแปลงโลก เพราะชีวิตและไลฟ์สไตล์ของผู้คนเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ และต้องปรับเปลี่ยนเมื่อเจอความท้าทายต่างๆ ยูนิโคล่จึงมุ่งมั่นพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อที่จะมั่นใจได้ว่าเสื้อผ้าของเราเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน ไม่ใช่แค่สำหรับวันนี้ แต่สำหรับทุกวันในอนาคตด้วยเช่นกัน โดยยูนิโคล่ยังยึดมั่นในปรัชญาไลฟ์แวร์ (LifeWear) ในการสร้างสรรค์เสื้อผ้าที่เรียบง่าย มีคุณภาพสูงและประณีต ที่ช่วยให้ชีวิตของผู้คนดีขึ้นตั้งแต่ตอนที่ตัดสินใจหยิบขึ้นมาสวมใส่

ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์ พรีเซนเตอร์ของ ยูนิโคล่ ประเทศไทย กล่าวว่า “ในเช้าแต่ละวัน เรามักจะถามตัวเองว่าวันนี้จะใส่ชุดอะไรดีนะ แต่จะเป็นอย่างไร ถ้าเราลองมองไปข้างหน้าและถามตัวเองว่า เสื้อผ้าที่เราจะสวมใส่ในวันพรุ่งนี้ที่จะช่วยทำให้อนาคตดียิ่งขึ้นควรเป็นเช่นไร คำถามนี้จะช่วยทำให้เราคิดไตร่ตรองได้ถี่ถ้วนขึ้นก่อนจะตัดสินใจทำอะไร ซึ่งไม่ได้จำกัดเฉพาะแค่การเลือกซื้อเสื้อผ้า แต่ยังรวมถึงการตัดสินใจอื่นๆ ที่สามารถเปลี่ยนแปลงโลกที่เราอยู่ได้เช่นกัน ญาญ่าดีใจมากค่ะที่ได้เข้าร่วมแคมเปญระดับโกลบอลของยูนิโคล่ ซึ่งจะช่วยจุดประกายผู้คนให้ได้ลองค้นหาความหมายว่าเสื้อผ้าของวันพรุ่งนี้ของแต่ละคนคืออะไรค่ะ” 

นอกจากญาญ่าแล้ว คนดังที่มาร่วมแคมเปญ ‘What Will You Wear for Tomorrow?’ ยังมาจากหลากหลายวงการ เชื้อชาติ และประเทศ ไม่ว่าจะเป็น อาลีโอนา โดเลสกายา (Aliona Doletskaya) นักข่าวชาวรัสเซีย และแคนดิซ บราธเวท (Candice Brathwaite) นักเขียนจากอังกฤษ รวมถึงคนดังจากฝั่งเอเชียอย่าง เปีย วูร์ซบาค (Pia Wurtzbach) นักแสดงสาวชาวฟิลิปปินส์ผู้ครองมงกุฎ Miss Universe 2015 รอยสตัน ตัน (Royston Tan) ผู้กำกับภาพยนตร์จากสิงคโปร์ และจาง จุน (Zhang Jun) ศิลปินงิ้วคุน ซึ่งเป็นศิลปะการแสดงอันเก่าแก่ของจีน โดยคนดังทั้งหมดนี้ได้มาร่วมสะท้อนมุมมองและไลฟ์สไตล์ของตัวเองที่สามารถช่วยขับเคลื่อนโลกให้เข้าสู่อนาคตที่ดียิ่งขึ้น รวมถึงความเชื่อมโยงที่แต่ละคนมีต่อไลฟ์แวร์ ผ่านภาพถ่ายและวิดีโอซึ่งจะทยอยเผยแพร่ตั้งแต่วันนี้จนถึงเดือนพฤศจิกายนนี้

รับชมคลิปวิดีโอที่ญาญ่ามาบอกเล่าถึงมุมมองที่มีต่อ “เสื้อผ้าของอนาคต” ได้ที่ https://youtu.be/UqroILHc6Mc และร่วมค้นหาความหมายของ ‘What Will You Wear for Tomorrow?’ ได้จากเว็บไซต์ยูนิโคล่ www.uniqlo.com หรือทางอินสตาแกรม @UniqloThailand รวมถึงแฮชแท็ก #WhatWillYouWearForTomorrow