สุขจากสิ่งที่พ่อทำ คมกริช นาคะลักษณ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

19 สิงหาคม 2560 เวลา 07:59 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/life/509828

สุขจากสิ่งที่พ่อทำ คมกริช นาคะลักษณ์

โดย…ปอย

 จากเมืองหลวงเดินทางลงพื้นที่ต่างจังหวัดบ่อยๆ ครั้ง คมกริช นาคะลักษณ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายงานองค์กรสัมพันธ์และบริหารองค์กรเพื่อความยั่งยืนกลุ่มมิตรผล ปีนี้เดินทางบ่อยครั้ง เพื่อร่วมกิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์งานศิลปะให้แก่เยาวชน

โดยนำปรัชญาหลักการใช้ชีวิตแบบพอเพียงในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ถูกนำมาสอนเป็นหลักปฏิบัติในชีวิต

เป็นการลงพื้นที่โรงเรียนซึ่งอยู่รอบบริเวณโรงงานน้ำตาลของกลุ่มมิตรผล ครอบคลุมพื้นที่ทั้งสิ้น 7 จังหวัด ได้แก่ สุพรรณบุรี สิงห์บุรี ขอนแก่น ชัยภูมิ เลย กาฬสินธุ์ และอำนาจเจริญ

ในปีนี้จัดขึ้นปีที่ 4 มีการจัดค่ายศิลปะเพื่อเยาวชน 4 ครั้ง มีเยาวชนเข้าร่วมทั้งสิ้นกว่า 300 คน

ครั้งแรกจัดที่ศูนย์ศิลป์สิรินธร จ.เลย  ครั้งที่สอง รวมโรงเรียนในพื้นที่ จ.สิงห์บุรี และ จ.สุพรรณบุรี จัดที่อุทยานมิตรผลด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี และครั้งที่สาม โรงเรียนหนองเรือวิทยา จ.ขอนแก่น สำหรับโรงเรียนในพื้นที่ จ. ขอนแก่น และ จ.ชัยภูมิ ส่วนครั้งที่ 4 จัดที่อุทยานมิตรผลกาฬสินธุ์ สำหรับโรงเรียนในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ และ จ.อำนาจเจริญ

คมกริช เล่าวัตถุประสงค์ “ค่ายศิลปะกลุ่มมิตรผล”  ปีที่ 4 จัดภายใต้แนวคิด “สุขจากสิ่งที่พ่อทำ” เพื่อปลูกฝังให้เด็กๆ รู้จักความสุขที่ยั่งยืนจากการใช้ชีวิตอย่างพอเพียงตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ปีนี้เยาวชนได้ลงพื้นที่เพื่อสัมผัสประสบการณ์สุขอย่างพอเพียง และเพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์งานศิลปะให้แก่เยาวชนเป็นครั้งแรกในปีนี้ด้วย

“เป็นการเปิดโลกแห่งศิลปะให้เยาวชนจากทั่วทุกพื้นที่ ที่กลุ่มมิตรผลให้การสนับสนุนและดูแลอยู่ ต้องการให้เด็กที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลได้มีโอกาสเข้าถึงองค์ความรู้ด้านศิลปะ ได้มาร่วมกันเรียนรู้และช่วยพัฒนาทักษะความคิดสร้างสรรค์ผ่านการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะแบบสื่อผสม (Media Mixed Arts) โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ อาจารย์สังคม ทองมี ผู้อำนวยการศูนย์ศิลป์สิรินธร จ.เลย  มาร่วมถ่ายทอดวิชาความรู้ และเทคนิคในการสร้างสรรค์ผลงานให้กับเด็กๆ ชั้น ม.ปลาย” คมกริช แจงรายละเอียดโครงการเพื่อสังคม

การบ่มเพาะเยาวชนให้เข้าใจถึงหลักการดำเนินชีวิตในอนาคต คมกริช ย้ำว่าศิลปะนำมาใช้เป็นวิธีโน้มน้าวให้เด็กๆ เกิดความรู้สึกมีส่วนร่วม และพร้อมเปิดใจเรียนรู้ ซึ่งการเรียนรู้ผ่านงานศิลปะเป็นรูปแบบหนึ่งที่เยาวชนชื่นชอบ

“ค่ายศิลปะในแนวคิดสุขจากสิ่งที่พ่อทำ เพื่อปลูกฝังให้เด็กๆ รู้จักความสุขที่ยั่งยืนจากการใช้ชีวิตอย่างพอเพียงตามแนวพระราชดำริ รัชกาลที่ 9 การลงพื้นที่เพื่อสัมผัสประสบการณ์สุขอย่างพอเพียง และเพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์งานศิลปะให้แก่เยาวชนได้อีกด้วยนะครับ การได้ไปชมวิถีชีวิตแบบพอเพียงถึงแปลงเกษตรผสมผสาน ปีนี้ไปที่หมู่บ้านนาหว้า-นาคำ อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น ไปชมโครงการอุโมงผันน้ำลำพะยังภูมิพัฒน์ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์

“เป็นการซึมซับแนวคิด “ร่วมอยู่ ร่วมเจริญ” ของกลุ่มมิตรผลที่ส่งเสริมให้ชุมชนเติบโตไปด้วยกันแบบยั่งยืน ด้วยการพัฒนา 5 ด้าน คือ ด้านเศรษฐกิจ รู้จักใช้จ่ายพอประมาณ รู้จักออมเงินด้านสังคม เรียนรู้จากต้นแบบที่ดี รู้จักแบ่งปันการเรียนรู้ ด้านสุขภาวะ รู้จักดูแลสร้างเสริมสุขภาพที่ดี  ด้านทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม รู้จักการใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสมและพิทักษ์สิ่งแวดล้อม และด้านจิตใจ รู้จักรักและช่วยเหลือกันในครอบครัวและชุมชน”

การเรียนรู้ในแปลงสาธิตเกษตรผสมผสาน คมกริช บอกว่า ทำให้ทุกๆ คนรู้ว่าการใช้ชีวิตแบบพอเพียงนั้นทำได้ไม่ยากเลย นำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้จริงๆ เช่น การแบ่งพื้นที่ปลูกพืชสวนครัวไว้กินเอง การทำสบู่จากพืชสวนครัว

“กิจกรรมรูปแบบนี้ทำให้เข้าใจแนวคิด ‘สุขจากที่พ่อทำ’ ของการประกวดชัดเจนขึ้นครับ เด็กๆ สามารถถ่ายทอดออกมาเป็นผลงานศิลปะสื่อผสม ทำจากเศษวัสดุธรรมชาติ เด็กได้ลองทำที่แปลงเกษตรผสมผสาน ทำให้ได้เรียนรู้ว่าการใช้ชีวิตแบบพอเพียงนั้นทำได้ไม่ยาก และนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้จริงๆ เช่น การแบ่งพื้นที่ปลูกพืชสวนครัวไว้กินเอง การทำสบู่จากพืชสวนครัว กิจกรรมนี้ทำให้เข้าใจแนวคิด ‘สุขจากที่พ่อทำ’ ได้ลึกซึ้ง

“และในการประกวดครั้ง การได้ถ่ายทอดออกมาเป็นผลงานศิลปะสื่อผสม ที่สร้างจากเศษวัสดุธรรมชาติ ก็มีรางวัลชนะเลิศให้ด้วย ผมประทับใจที่เยาวชนบอกก็จะกลับไปถ่ายทอดให้คนรอบข้าง นำหลักการใช้ชีวิตพอเพียงนี้ไปใช้สร้างความสุขในชีวิตประจำวันได้ต่อไป”

 

บริหารรายได้เสริมยามเกษียณ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

17 สิงหาคม 2560 เวลา 10:05 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/life/509450

บริหารรายได้เสริมยามเกษียณ

เรื่อง : กั๊ตจังภาพ : เอพี, เอเอฟพี

หากคนวัยเกษียณ หรือใกล้จะเกษียณต้องการอยู่รอดในสังคมคนเมืองที่เต็มไปด้วยรายจ่าย ก็มักจะหารายได้เสริมตามความถนัดของแต่ละคนจากเวลาว่างที่มีอยู่ ซึ่งคนกลุ่มนี้เมื่อค้นพบช่องทางหารายได้เสริมที่พวกเขาทำได้ดี มักจะพบว่าหากบริหารจัดการรายรับดีๆ พวกเขาอาจจะมีรายได้เสริมที่มากกว่าเดือน 2 เท่า ในขณะที่มีชั่วโมงทำงานน้อยกว่า 1 เท่า ลองมาดูวิธีบริหารจัดการรายได้เสริมเหล่านี้กันครับ

1.กำหนดรายได้เสริมต่อเดือนของตัวเอง

การกำหนดเป้าหมายในการหารายได้เป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งจะทำให้คุณทำงานอย่างเป็นระบบมีเวลาทำงานอย่างแน่นอน รายได้ตรงส่วนนี้ ซึ่งคุณอาจจะตั้งเป็นรายจ่ายต่อเดือนทั้งหมดที่ผ่านแล้วคูณด้วย 1.5 เช่น คุณมีรายจ่ายเป็นค่าน้ำค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าส่วนกลางหมู่บ้าน ค่าอาหาร ค่าเดินทาง เป็นเงินทั้งหมด 1 หมื่นบาท คูณด้วย 1.5 คุณก็จะต้องหารายได้เสริมเป็นเงิน 1.5 หมื่นบาท/เดือน

ที่ต้องหาให้ได้มากกว่ารายจ่ายเผื่อกรณีที่เดือนต่อไปคุณหารายได้ไม่ถึงเป้าก็ยังมีเงินที่ได้จากเดือนก่อนๆ มาช่วยหนุนนั่นเอง ซึ่งคุณอาจจะปรับเปลี่ยนการตั้งเป้าการใช้รายได้เสริมไปในทางอื่นได้ เช่น เก็บไว้สำหรับการไปเที่ยวก็ได้เช่นกัน

2.ลงทุนน้อยๆ แต่ใช้เวลาหากำไรให้มาก

การลงทุนสูงเป็นความเสี่ยงอย่างมากสำหรับวัยเกษียณ เพราะนั่นอาจเป็นเงินที่คุณต้องใช้ต่อจนถึงวาระสุดท้ายในชีวิต ดังนั้น การหารายได้เสริมเพื่อความมั่นคงในบั้นปลายชีวิต ควรลงทุนแต่น้อย และจะดีที่สุดคือการลงทุนตาม ออร์เดอร์

นั่นหมายความว่าอาชีพเสริมของคุณจะต้องไม่ลงทุนไปกับอุปกรณ์ราคาหลักแสน อาจจะเป็นจักรเย็บผ้าที่พอทำงานได้ โน้ตบุ๊กที่มีราคาไม่แพง หรืออุปกรณ์ในการทำขนมในชุดเริ่มต้น จริงอยู่ว่าการลงทุนกับอุปกรณ์ที่ดีจะได้ผลในระยะยาว แต่ไม่มีสำหรับความเสี่ยง

เราแนะนำให้ลงทุนแต่พอประมาณ หากได้กำไรดีค่อยขยับขยายลงทุนหาซื้อเครื่องที่มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้นก็ยังไม่สาย ดังนั้น ใช้เวลาในการลงแรงหากำไร ในช่วงเริ่มต้นจะเป็นผลดีต่อคนวัยเกษียณมากกว่า

3.เก็บเงินอย่างมีประสิทธิภาพ

ทุกครั้งที่มีรายได้เข้ามาเรามักจะนำไปเก็บไว้ในบัญชีเงินออมทั้งหมดและนำกำไรที่ได้ต่อเดือนไปฝากในบัญชีเงินฝากประจำตอนปลายเดือน แต่อันที่จริงแล้วการเก็บเงิน ที่ดีเราควรนำเงินกำไรหลังหักต้นทุนต่อวันทั้งหมดไปเก็บในบัญชีเงินฝากประจำที่ให้ดอกเบี้ยสูงกว่าได้ทันที เป็นเทคนิคช่วยให้เงินทำงานสร้างดอกเบี้ยที่สูงขึ้น

ดีกว่ารอเวลาไปฝากปลายเดือนและกว่าจะได้ดอกเบี้ยก็เสียเวลาไปอีก 1 เดือนเต็ม หากคุณไม่สะดวกเดินทางไปธนาคารทุกครั้งลองกำหนดเวลาอย่างน้อย 1 สัปดาห์/ครั้ง ก็ยังดีครับ แต่จะดีกว่านั้นหากคุณนำเงินกำไรไปลงทุนในหุ้น หรือช่องทางการลงทุนอื่นๆ ที่สถาบันการเงินให้การยอมรับและให้เงินปันผลตอบแทนที่สูงกว่า

4.กำหนดเวลาทำงานที่ชัดเจน

นอกจากเรื่องเงินแล้วก็คือ เรื่องเวลาในการทำงาน อย่าลืมว่าในวัยนี้ไม่สามารถทำงานข้ามวันข้ามคืนได้เหมือนกับคนหนุ่มที่ฟื้นตัวได้เร็ว คุณอาจจะพบว่าแม้จะนอนมาเต็มอิ่ม 6-8 ชั่วโมง แต่พอทำงานตอนเช้าต่อเนื่อง 4 ชั่วโมง ก็เกิดอาการอ่อนเพลียอยากนอนกลางวันสักงีบแล้ว ไหนจะงานเก็บกวาดบ้างที่เราต้องดูแล

แบ่งเวลาทำงานอย่างมากวันละ 6 ชั่วโมง จันทร์-ศุกร์ แล้วใช้เวลาที่เหลือในการออกกำลังกายพักผ่อน ทำงานบ้าน นั่งจิบชาชมสวน อ่านนิยาย ดูซีรี่ส์ สนุกๆ สักเรื่อง เป็นการใช้เวลาลงทุนด้านสุขภาพ และจิตใจ ที่มีเงินก็รักษาได้ ไม่ดีเท่า

 

ทิพย์ธรรมชาติ สร้างตัวช่วยเพื่อสุขภาพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

16 สิงหาคม 2560 เวลา 11:20 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/life/509311

ทิพย์ธรรมชาติ สร้างตัวช่วยเพื่อสุขภาพ

โดย…บีเซลบับ ภาพ กิจจา อภิชนรจเรข

ทิปป-กาญจน์กีรติ เอื้อกูลวราวัตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทิพย์ธรรมชาติ ผู้ผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพแนวธรรมชาติ “ทิพย์ธรรมชาติ” (Thip Nature) เล่าให้ฟังเรื่องการสร้างธุรกิจจากแนวคิดเรื่องสมดุลระหว่างชีวิตกับธรรมชาติว่า คือจังหวะและความลงตัวของคำว่า “ใช่”

“มีความใฝ่ฝันเรื่องการมีธุรกิจของตัวเองตั้งแต่ยังเด็ก เพราะจำความได้ก็รู้แล้วว่า เราต้องการทำธุรกิจของตัวเอง โตขึ้นมาอยากขายของ (ฮา) เพราะฉะนั้นก็มองหามาตลอดว่า เราทำอะไรได้ เราอยากทำอะไร อยากขายอะไร โอกาสของเรา เส้นทางของเรา สิ่งที่เราต้องการจะทำจริงๆ” ทิปป เล่า

“คำตอบ” ของทิปป เกิดขึ้นในช่วงที่เธออยู่ระหว่างเดินทางไปศึกษาต่อปริญญาโทที่ต่างประเทศ ได้รับแจ้งข่าวร้ายว่ามารดาป่วยเป็นมะเร็ง โชคดีที่มารดาเพียงต้องไปรับการตรวจเช็กเฝ้าดูอาการเป็นระยะๆ เท่านั้น อย่างไรก็ตาม ทิปปตัดสินใจเดินทางกลับงดการศึกษาต่อ เพื่อทุ่มเทดูแลมารดาอย่างเต็มที่ในช่วงนั้น

ในจังหวะนี้เองที่เธอเฝ้ามองและได้เห็นความสำคัญของธรรมชาติ ก็เพราะความไม่สมดุลจากการใช้วิถีชีวิตประจำวัน ทั้งการกินอาหารและการใช้ชีวิตใช่หรือไม่ เมื่อไม่สมดุลก็เกิดโรคภัย จะทำอย่างไรเพื่อให้ชีวิตของบุคคลอันเป็นที่รักได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดีและปลอดภัย

“ชีวิตที่ไม่ปนเปื้อนอยู่ด้วยสารเคมีเป็นโจทย์ที่ใหญ่มากสำหรับเรา ซึ่งทิปปเชื่อว่าเป็นโจทย์ใหญ่ของคนทุกคน เราทั้งหมดมีชะตากรรมเดียวกัน” ทิปปเล่า

หญิงสาวตัดสินใจหัดทำนา โดยเข้าอบรมที่มูลนิธิข้าวขวัญ จ.สุพรรณบุรี เรียนรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับการทำเกษตรในแนววิถีอินทรีย์ แม้ในช่วงแรกครอบครัวจะไม่สนับสนุน แต่เมื่อเห็นความตั้งใจจริงก็เริ่มโอนอ่อนผ่อนตาม อีกทั้งให้ที่นาสำหรับปลูกข้าวแบบปลอดสารพิษจำนวน 16 ไร่ เพื่อทำแปลงปลอดยาฉีดยาพ่น

“พ่อบอกว่าไม่มีใครเขาทำนาแบบนี้กันหรอก ไม่เคยเห็นเลย แต่เมื่อเห็นทิปปเอาจริง พ่อก็สนับสนุน ในที่สุดก็ปันพื้นที่บางส่วนจากนาที่ให้ชาวบ้านเช่าทำนาอยู่ก่อน เพื่อมาปลูกนาอินทรีย์ ผลผลิตใช้เก็บกินในครอบครัว กระทั่งต่อมาคิดว่าน่าจะขายได้ เพราะคนอยากกินข้าวอินทรีย์มีเยอะมากจริงๆ”

นักธุรกิจรุ่นใหม่ในวัย 29 ปี ก่อตั้งบริษัทเมื่อ 1 ปีที่ผ่านมา ผลิตและส่งออก รวมทั้งจัดจำหน่ายในประเทศเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ที่ใช้วัตถุดิบปลอดภัยจากธรรมชาติ 100% นอกจากนี้คือการสร้างเครือข่ายปลอดสารพิษที่ จ.สกลนครและพื้นที่ใกล้เคียง ผลิตภัณฑ์ของทิพย์ธรรมชาติมี 5 ชนิด ประกอบด้วย ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ข้าวกล้องหอมมะลิ ข้าวฮาง (ที่ใช้ข้าวหอมมะลิทำ) น้ำมะเม่า และเอลลี (Eley) ออร์แกนิก ไรซ์ แครกเกอร์

ไม่เพียงยึดหลักว่า ธรรมชาติ 100% ที่ดีที่สุด หากการดำเนินธุรกิจยังเน้นหลักการบริหารจัดการแบบสมัยใหม่ การดำเนินงานใช้การเอาต์ซอร์สบุคลากรในต่างประเทศ ใช้วิธีบริหารจัดการแหล่งที่มาจากหลายๆ แหล่งตามความเหมาะสม เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด

1 ปีเศษที่ผ่านมา ผลการดำเนินงานเป็นที่พอใจ ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่จัดจำหน่ายในตลาดต่างประเทศ และผลิตภายใต้โออีเอ็มหรือคำสั่งผลิตของลูกค้าในต่างประเทศเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม ในปีหน้าจะหันมาบุกตลาดในประเทศมากขึ้น รวมทั้งแตกสายผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพอื่นๆ ให้มากขึ้นด้วย (www.thipnature.com)

“ถ้าเห็นผลิตภัณฑ์ของทิพย์ธรรมชาติ อย่าลืมช่วยกันอุดหนุนนะคะ รับรองว่าดีต่อสุขภาพของทุกคน”

เมื่อสมดุลธรรมชาติคือ เทรนด์ ก็คือโอกาสของคนที่เห็นโอกาส ทิพย์ธรรมชาติคือโอกาสที่ถูกคว้าไว้ด้วยคนที่รู้คำตอบ ใช่! ใช่แล้ว ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ ที่ทำเงินด้วย และสร้างสุขภาพที่ดีด้วย คำตอบที่ใช่ของทิปป!

 

เอาใจช่วย ให้เพื่อนเก็บเงิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

15 สิงหาคม 2560 เวลา 11:12 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/life/509096

เอาใจช่วย ให้เพื่อนเก็บเงิน

เรื่อง ภาดนุภาพ รอยเตอร์ส, เอพี

“ไม่อยากเชื่อเลยว่า ฉันจะสามารถเก็บเงินได้ถึง 5 แสนบาท ในปีนี้ ขอบคุณมากสำหรับคำแนะนำของเธอ”

คำพูดของเพื่อนสนิทคนหนึ่ง ที่ไม่เคยเก็บเงินในรูปแบบอื่นเลย นอกจากฝากธนาคาร ทั้งที่อยู่ในแวดวงการเงินแท้ๆ แต่เนื่องจากวินัยการออมน้อยไปหน่อย ประกอบกับเธอยังโสด ไม่มีห่วงให้กังวล เลยใช้จ่ายได้ตามอำเภอใจ

แม้ว่าจะเคยแนะนำเรื่องกองทุนรวมไป แต่เธอบอกว่า พอนึกจะลงทุนในกองทุนรวมทีไร ก็ไม่กล้าทุกที แต่หลังจากที่เราได้มีโอกาสพบกันอีกครั้ง ก็ได้แนะนำให้เธอซื้อกองทุน RMF และ LTF เพื่อลดหย่อนภาษี แต่ก็ยังไม่ได้ผล เพราะเธอยังมีทัศนคติที่ไม่ดีต่อการลงทุนในกองทุนรวมอยู่ เราจึงแนะนำให้เธอเก็บเงินในรูปแบบของการทำประกันชีวิตสะสมทรัพย์ไปก่อน เพื่อจะได้สิทธิเรื่องการลดหย่อนภาษีไปด้วย

นอกจากนี้ เธอยังทำประกันสุขภาพที่เป็นลักษณะของค่าชดเชยรายวัน ในกรณีที่ต้องนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลเพื่อกันเหนียวไว้นิดหน่อย กรณีไม่สามารถเบิกจากสวัสดิการพนักงานของบริษัทได้ครบ ซึ่งเพื่อนคนนี้ก็ตกลง เพราะจ่ายเบี้ยประกันเดือนละไม่กี่ร้อยบาท

เพื่อนเป็นสาวโสดอายุราวๆ 44 ปี เพิ่งจะเป็นไทยจากการผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ไปเมื่อกลางปีที่ผ่านมา หลังจากนั้นเธอก็พยายามเก็บเงินมาโดยตลอด เพราะเริ่มกลัวว่าเกษียณแล้วจะไม่มีเงินใช้จ่าย เนื่องจากอายุปูนนี้แล้วยังหาผู้ชายมาเลี้ยงไม่ได้เลย

จนแล้วจนรอด เธอก็ไม่สามารถเก็บเงินก้อนได้ (ที่จริงจะพูดอย่างนั้นก็ไม่ถูกซะทีเดียว เพราะเธอชอบเก็บในรูปของทรัพย์สิน คือ รถและบ้าน) นอกจากประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ที่มีทุนประกันอยู่ประมาณ 2 แสนบาท ที่ต้องจ่ายค่าเบี้ยประกันปีละ 5 หมื่นบาท จะครบกำหนดอีก 15 ปีข้างหน้า ซึ่งเธอจะมีอายุย่างเข้า 60 ปี และเกษียณพอดี เธอก็จะได้รับเงินกลับมาประมาณ 5 แสนบาท

ด้วยความรักเพื่อน ก็เลยลองคำนวณให้เธอดูว่า หลังเกษียณแล้ว ถ้าสมมติว่าเธอมีชีวิตอยู่ไปจนถึงอายุ 80 ปี เธอจะต้องเตรียมเงินไว้สำหรับใช้ในระยะเวลา 20 ปีประมาณเท่าไร ปรากฏว่าตกประมาณ 12 ล้านบาท (เดือนละ 5 หมื่นบาท) จึงลองแนะนำให้เธอใช้วิธีเก็บเงินโดยซื้อกองทุนรวมที่ลงทุนในตราสารหนี้ ที่มีสภาพคล่องคล้ายกับเงินฝากออมทรัพย์ แต่ผลตอบแทนดีกว่า แถมขายคืนได้ทุกวัน โดยสั่งขายวันนี้ เงินก็จะเข้าบัญชีในวันรุ่งขึ้น ซื้อได้ขั้นต่ำตั้งแต่ 5,000 บาทขึ้นไป

หลังจากนั้นพอเงินเดือนออก เธอก็รวบรวมความกล้าไปเปิดบัญชีกองทุนรวมที่เราแนะนำทันที เริ่มแรก 7 หมื่นบาท จากนั้นก็ซื้อเพิ่มทุกเดือน เดือนละ 7-8 หมื่นบาท แต่ต้องไม่ต่ำกว่า 7 หมื่นบาท นี่เป็นกฎกติกาที่ตกลงกันไว้ เพื่อให้ได้เงินก้อนยามเกษียณตามเป้าหมาย เดือนไหนเธอเข้าห้างน้อยหน่อย ก็จะเหลือเก็บมากขึ้น กติกาที่ตกลงกันอีกข้อ คือ ซื้อเพิ่มได้อย่างเดียว ห้ามขายคืน

เมื่อเธอซื้อไปได้ 6 เดือน (ประมาณ 4.5 แสนบาท) จึงได้เริ่มแนะนำเรื่องการซื้อกองทุนเพื่อลดหย่อนภาษี เพราะเธอเสียภาษีประมาณ 30% ต่อปี เมื่อเริ่มคุ้นเคยกับกองทุน ก็ทำให้เธอเข้าใจได้ง่ายขึ้น จึงแนะนำให้เธอซื้อกองทุน RMF และ LTF ซึ่งจะช่วยให้เธอได้ภาษีกลับคืนมาเป็นหลักแสนบาท และยังได้สะสมทรัพย์ไปด้วย

ในกรณีของ RMF เธอจะได้เงินก้อนคืนพร้อมผลตอบแทนจากการลงทุนเมื่ออายุครบ 55 ปี ส่วน LTF เป็นการลงทุนในหุ้น ซึ่งบริษัทจัดการกองทุนรวมบริษัทใหญ่ๆ ล้วนแล้วแต่มืออาชีพทั้งนั้น และการเลือกลงทุนในหุ้น ส่วนใหญ่ก็จะเป็นหุ้นที่พื้นฐานดี อย่างน้อยทันทีที่ลงทุนไป เธอได้คืนมาแล้ว 30% หรือตามฐานภาษีของแต่ละคน หากเธอมีวินัยในการเก็บเงินเช่นนี้ รับรองเธอจะได้เงินตามเป้าหมายที่ตั้งไว้แน่นอน จะส่งผลให้เธอมีชีวิตในวัยเกษียณอย่างมีความสุข

ไม่เพียงแต่เพื่อนคนนี้เท่านั้นที่เก็บเงินด้วยวิธีแบบนี้ได้ ทุกคนก็สามารถทำได้ ไม่ว่าเงินเดือนจะมากหรือน้อย ยิ่งทุกวันนี้มีเครื่องมือในการเก็บเงินมากมายให้เราเลือกและจัดการได้หลายช่องทาง เพื่อให้ได้ผลตอบแทนมากที่สุด โดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆ ทั้งหลาย ควรใช้เครื่องมือในการลดหย่อนภาษีต่างๆ ที่มี ก็จะเป็นการดีมากๆ ต่ออนาคตของเรา n

 

‘โขนพระราชทาน’ ถวายความจงรักภักดี ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

15 สิงหาคม 2560 เวลา 11:03 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/life/509131

‘โขนพระราชทาน’ ถวายความจงรักภักดี ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

โดย…พุสดี สิริวัชระเมตตา

ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในวันที่ 26 ต.ค.นี้ คณะโขนพระราชทาน ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ จะมีโอกาสร่วมแสดงความจงรักภักดี โดยได้รับมอบหมายให้เป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งในการแสดงมหรสพครั้งนี้กับกรมศิลปากร และสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ โดยรูปแบบของการจัดแสดงในครั้งนี้จะแตกต่างจากครั้งก่อนๆ เนื่องจากเป็นการแสดงกลางแจ้ง บริเวณสนามหลวงด้านทิศเหนือจึงจัดให้มีการแสดงรูปแบบใหม่ (โขนกึ่งฉาก) คือ มีทั้งฉากและเทคนิคมัลติวิชั่นที่วิจิตรงดงามมาใช้ประกอบกัน พร้อมกันนี้ ยังมีการปรับรูปแบบการแต่งกาย เพลงดนตรี เพลงขับร้อง แต่ยังคงรักษาจารีตประเพณีโบราณไว้อย่างครบถ้วน

ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ ราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระบรมราชินีนาถ ประธานคณะกรรมการจัดการแสดงโขน มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ กล่าวถึงการแสดงโขนพระราชทานในโอกาสสำคัญครั้งนี้ว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระราชประสงค์ให้โขนพระราชทาน ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้มาแสดงร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงบนเวทีมหรสพในงานถวายพระเพลิงพระบรมศพ โดยกำหนดให้ผู้แสดงโขนทั้งหมดซ้อมร่วมกันที่วิทยาลัยนาฏศิลป ศาลายา จ.นครปฐม ส่วนใหญ่เป็นนักเรียน นักศึกษาของวิทยาลัยนาฏศิลปที่เคยแสดงโขนพระราชทานมาแล้ว รวมถึงครูอาจารย์ด้านนาฏศิลป์ ที่ต้องการมีส่วนร่วมแสดงถวายพระองค์เป็นครั้งสุดท้าย

ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ

นับได้ว่าเป็นเกียรติที่โขนพระราชทาน ที่จะได้มีโอกาสสนองพระมหากรุณาธิคุณ และแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นครั้งสุดท้าย

“โขนพระราชทาน ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้ดำเนินงานมากว่า 10 ปี ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่จะจัดแสดงกลางแจ้ง ซึ่งทุกคนทั้งคณะกรรมการ นักแสดง นักร้อง คณะทำงานทุกฝ่าย รวมทั้งนักเรียนศิลปาชีพ ต่างถือเป็นความภาคภูมิใจที่ได้มีโอกาสร่วมในการแสดงถึงความจงรักภักดีอย่างสุดหัวใจ”

อาจารย์ประเมษฐ์ บุณยะชัย

เหตุผลที่ครั้งนี้ต้องจัดให้มีการแสดงรูปแบบใหม่ เนื่องจากที่ผ่านมาจะจัดแสดงภายในอาคาร แต่ครั้งนี้เป็นการแสดงกลางแจ้ง จึงจัดให้เป็นรูปแบบใหม่ ที่เรียกว่า “โขนกึ่งฉาก” คือมีทั้งฉากและเทคนิคมัลติวิชั่นที่วิจิตรงดงามมาใช้ประกอบกัน โดยเฉพาะฉากใหญ่ๆ ที่ไม่สามารถยกเอามาใช้ในภาคสนามได้ จะใช้วิธีฉายภาพขึ้นจอ

แต่ละฉากจะมีอุปกรณ์ประกอบเป็นแบบสามมิติที่วิจิตรงดงาม เช่น ฉากที่ประทับพระอิศวร หรือฉากตอนลักสีดา เชื่อว่าครั้งนี้จะไม่ทำให้ผู้ชมผิดหวังแน่นอน เพราะยังคงความงดงามทั้งรูปแบบ การร่ายรำ การเปลี่ยนฉากให้สมกับเป็นโขนพระราชทาน และใช้ผู้แสดงถึง 300 คน มากกว่าโขนพระราชทานที่จัดแสดงเป็นปกติซึ่งใช้ผู้แสดงราว 200 คน

การแสดงในครั้งนี้ จะแบ่งออกเป็น 3 ตอน ใช้ระยะเวลาการแสดง 2 ชั่วโมง ได้แก่ ตอนรามาวตาร เป็นต้นเรื่องของการแสดง กล่าวถึงการอัญเชิญพระนารายณ์ให้อวตารลงมาเป็นพระราม เพื่อปราบอสูร โดยมีเหล่าเทพบุตรต่างๆ อาสาลงมาเป็นพลวานร ทั้งพระลักษณ์และเทพอาวุธ ถัดมาคือตอน สีดาหาย และพระรามได้พล กล่าวถึงตอนที่ทศกัณฐ์ใช้อุบายลักนางสีดาพาขึ้นพระราชรถเหาะมาพบนกสดายุเข้าขัดขวาง แต่นกสดายุพ่ายแพ้ ได้รับบาดเจ็บจนพระรามพระลักษณ์ติดตามมาพบ จึงทราบเหตุการณ์ทั้งหมด ตอนสุดท้ายคือ ตอนขับพิเภก กล่าวถึงตอนที่พิเภกทูลให้ทศกัณฐ์คืนนางสีดาแก่พระราม ทศกัณฐ์โกรธจึงขับไล่ออกจากเมือง พิเภกไปสวามิภักดิ์กับพระราม และถวายสัตย์ สุจริต

อาจารย์สุดสาคร ชายเสม

“ในการแสดงครั้งนี้ เราได้เพิ่มฉากระบำ เป็นการสรรเสริญความซื่อสัตย์ของพิเภก พร้อมทั้งได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการแต่งกาย เพลงดนตรี เพลงขับร้อง แต่ยังคงรักษาจารีตประเพณีโบราณอย่างครบถ้วน นำทั้งดนตรีและเพลงขับร้องโบราณมาใช้ ซึ่งบางเพลงยังไม่เคยมีการแสดงที่ไหนมาก่อน เช่น การแสดงหน้าพาทย์ ซึ่งเพลงที่ใช้ประกอบกิริยาการแสดงมาตั้งแต่โบราณ มีหลายระดับ แต่ครั้งนี้เป็นการแสดงหน้าพาทย์ในระดับสูงสุดที่ใช้กับตัวละครสูงศักดิ์ โดยได้หลักฐานจากลายมือของพระยานัฏกานุรักษ์ (ทองดี สุวรรณภารต) เจ้ากรมโขนหลวงในสมัยรัชกาลที่ 6 ได้บันทึกไว้ แต่ยังไม่มีการถ่ายทอด ซึ่งเราได้แกะลายมือแล้วนำมาใช้ในการแสดงครั้งนี้

นอกจากนี้ ยังได้นำเพลง “วา” ของคุณหญิงไพฑูรย์ กิตติวรรณ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทย) ประจำปี 2529 ที่ไม่เคยจัดแสดงที่ไหนมาก่อน มาจัดแสดงครั้งนี้ด้วย”

ขณะที่ อาจารย์สุดสาคร ชายเสม ผู้ออกแบบและจัดทำฉากโขน กล่าวว่า ฉากที่นำมาใช้ในครั้งนี้ เป็นฉากเดิมที่เคยทำไว้อย่างดีที่สุดและมีการเก็บรักษาไว้ตั้งแต่เริ่มจัดแสดงโขนพระราชทานครั้งแรกเมื่อ 10 ปีที่แล้ว โดยจะนำมาถ่ายรูปและฉายขึ้นวีดิทัศน์ ประกอบกับอุปกรณ์ประกอบฉาก เช่น ราชรถ และวิมาน เป็นต้น ซึ่งมีความงามไม่แพ้กับฉากจริง

อาจารย์วีระธรรม ตระกูลเงินไทย

อลังการ “เครื่องแต่งกาย” สุดประณีต

ด้าน อาจารย์วีระธรรม ตระกูลเงินไทย ผู้จัดทำเครื่องแต่งกายและเครื่องประดับ เผยถึงการจัดทำเครื่องแต่งกายโขน พัสตราภรณ์ จะมีการดำเนินการใหม่ให้วิจิตรงดงามตามโบราณราชประเพณี โดยชุดสำคัญจะสร้างใหม่ทั้งหมด ได้แก่ ชุดของทศกัณฐ์ 5 ชุด และที่พิเศษมีการสร้างชุดมหาเทพ พระอิศวร พระนารายณ์ 2 ชุด ซึ่งไม่เคยสร้างขึ้นมาก่อน รวมถึงผ้าห่มนาง 24 ผืน 12 ชุด กษัตริย์ 2 ชุด นางกำนัล 10 ชุด เช่นเดียวกับชุดเสนายักษ์ เสนาลิง ที่ชำรุดเพราะผ่านการแสดงมานานก็สร้างใหม่เช่นกัน

ในการทำงานจะแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรก คือ การทอผ้ายกทองเป็นผ้านุ่งที่วิจิตรงดงาม ใช้ช่างฝีมือของศูนย์ศิลปาชีพบ้านเนินธัมมัง และศูนย์ศิลปาชีพบ้านตรอกแค นอกจากนี้ยังได้กลุ่มศิลปาชีพสีบัวทอง จ.อ่างทอง ร่วมทอผ้ายกทอง ส่วนงานปักเครื่องโขน ตั้งแต่แขนเสื้อ อินธนู กรองคอ สนับเพลา รัดเอว ได้ช่างฝีมือของศิลปาชีพ จำนวน 76 คน จากทั่วประเทศเข้ามาดำเนินการ ได้แก่ ศูนย์ศิลปาชีพสีบัวทอง ศูนย์ศิลปาชีพสวนจิตรลดา ศูนย์ศิลปาชีพหนองลาด จ.สิงห์บุรี กลุ่มดอนคำเสนา จ.สกลนคร กลุ่มกุดนาขาม จ.สกลนคร กลุ่มสานแว้ จ.สกลนคร กลุ่มอุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ กลุ่มกาญจนบุรี จ.กาญจนบุรี และกลุ่มเพชรบุรี ศูนย์ศิลปาชีพสวนผึ้ง

“เครื่องแต่งกายและเครื่องประดับที่จัดสร้างขึ้นใหม่ ได้สืบทอดจากเครื่องภูษาพัสตราภรณ์ ถนิมพิมพาภรณ์ อันเป็นเครื่องประดับลงยาที่เคยมีมาตั้งแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ โดยใช้วัสดุอย่างดี มีค่า ขณะนี้เครื่องแต่งกายโขนทั้งหมดเสร็จเรียบร้อยแล้ววิจิตรงดงามเป็นงานที่ประณีตยิ่งขึ้น เพราะสมาชิกศูนย์ศิลปาชีพมีทักษะและความชำนาญมากขึ้น” อาจารย์วีระธรรม กล่าว

สำหรับเวลาในการแสดงโขนพระราชทานในพระราชพิธีถวายพระเพลิงนั้น ยังไม่มีหมายกำหนดการที่แน่นอน แต่จะเป็นการแสดงช่วงต้นของการแสดงโขนทั้งหมดของทางราชการ

 

“บี พีระพัฒน์”เตรียมทำหมวกแก๊ปขายนำเงินช่วยเด็กถูกทอดทิ้ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

03 มกราคม 2560 เวลา 15:01 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/ent/thai/473592

"บี พีระพัฒน์"เตรียมทำหมวกแก๊ปขายนำเงินช่วยเด็กถูกทอดทิ้ง

นักร้องดัง”บี พีระพัฒน์”โพสต์เฟซบุ๊กเตรียมทำหมวกแก๊ปขายบริจาคเงินช่วยเด็กด้อยโอกาส ในวันเกิด 19 ก.พ.นี้

ต้อนรับปีใหม่ด้วยการทำแต่สิ่งดีๆ

นี่ก็เป็นอีกคนที่สร้างความสุขให้แก่แฟนเพลงมาอย่างต่อเนื่อง สำหรับนักร้องหนุ่มเสียงดี “บี พีระพัฒน์” ด้วยความสามารถด้านการร้องเพลง ความน่ารักเป็นกันเองกับทุกคน ไม่แปลกใจที่มีแฟนคลับติดตามอย่างเหนียวแน่น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 3 ม.ค. หนุ่มบีได้โพสต์ผ่านเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว บี พีระพัฒน์ Be Peerapat เชิญชวนให้แฟนคลับทุกคนร่วมกันทำบุญด้วยการซื้อหมวกแก๊ปสีดำสกรีนชื่อตัวเอง เพื่อนำไปเงินสมทบทุนเลี้ยงอาหารและมอบทุนการศึกษาแก่เด็กที่พ่อแม่ต้องโทษในเรือนจำแล้วทอดทิ้ง โดยโพสต์รายละเอียดคร่าวๆดังนี้

“วันที่ 19ก.พ.เป็นวันเกิดของผม ผมจะจัดมีตติ้งครั้งแรกของพวกเรานะครับ จะเป็นการแบ่งปันให้น้องๆที่ บ้านพระพร ซึ่งเป็นเด็กที่พ่อแม่ติดคุกบางรายออกมาแล้วก็ไม่มาเอาน้องคืนน้องจึงมีสภาพเหมือนเด็กถูกทิ้ง ผมจะทำหมวกขายเพื่อให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการแบ่งปัน หน้าตาประมาณนี้ครับ ราคาตั้งไว้499 บาท เงินที่ได้จากการขายหมวกจะนำมาเลี้ยงอาหารและเป็นทุนการศึกษาของน้องๆ ใครสนใจลงชื่อเลยจำนวนจำกัดครับ #อันนี้ภาพร่างนะครับ”

แหม น้ำใจงดงามแบบนี้ ใครอยากช่วยหนุ่มบีรอฟังข่าวอัพเดตต่อไปได้เลย …อนุโมทนาสาธุ

ที่มาจากเฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/bepeerapat/photos/a.124627798586.104059.123498758586/10154200777068587/?type=3&theater

 

รีเทิร์นมั้ย?”ทับทิม”โพสต์ขอบคุณ”ปลื้ม”หลังให้ของขวัญปีใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

03 มกราคม 2560 เวลา 14:04 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/ent/thai/473570

รีเทิร์นมั้ย?"ทับทิม"โพสต์ขอบคุณ"ปลื้ม"หลังให้ของขวัญปีใหม่

แฟนคลับแอบลุ้น!ทับทิมโพสต์ไอจีขอบคุณปลื้ม-สุรบถ หลังอดีตคนรักให้ของขวัญเป็นผ้าพันคอแบรนด์ดัง

แม้จะร้างรากันไปแล้วสำหรับอดีตคู่รัก“ปลื้ม สุรบถ” กับ “ทับทิม มัลลิกา” แต่ดูเหมือนว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะยังไม่จบ แฟนๆแอบเห็นปลื้มและทับทิมยังห่วงใยเอาใจใส่ต่อกันเสมอมา

ล่าสุดเมื่อเร็วๆนี้ แฟนคลับถึงกับตื้นเต้นกันยกใหญ่ เมื่อสาวทับทิมได้โพสต์อินสตาแกรมส่วนตัว @tubtimofficial เป็นภาพผ้าพันคอแบรนด์ดังซึ่งหนุ่มปลื้มมอบให้เป็นของขวัญปีใหม่ พร้อมระบุว่า

“ขอบคุณสำหรับผ้าพันคอค่ะคุณผู้ชาย ได้รับแล้วจ้ะ happy new year ขอให้มีความสุขเช่นกันจ้ะ อย่าซนมาก หายไวๆ ซ่ามากก็งี้แหละ ดูแลตัวเองหน่อย”

นอกจากนี้ยังมีการฝากสุนัขแสนรักไว้ให้เลี้ยงระหว่างไปทำงานที่เกาหลีอีกด้วย

ทำเอาแฟนๆส่งเสียงเชียร์ให้ทั้งคู่กลับมาคืนดีกันดังเดิม …

 

 

สุดอบอุ่น!ชมภาพครอบครัว”บี้-กุ๊บกิ๊บ-น้องเป่าเปา”จัดปาร์ตี้ปีใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

02 มกราคม 2560 เวลา 18:51 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/ent/thai/473510

สุดอบอุ่น!ชมภาพครอบครัว"บี้-กุ๊บกิ๊บ-น้องเป่าเปา"จัดปาร์ตี้ปีใหม่

ใจละลาย!พ่อแม่ลูก”บี้ เคพีเอ็น-กุ๊บกิ๊บ-น้องเป่าเปา” จัดปาร์ตี้ฉลองคืนเคาท์ดาวน์สุดน่ารัก

เป็นครอบครัวคนบันเทิงที่แฟนๆติดตามกันทั้งประเทศ สำหรับคุณพ่อ “บี้ เคพีเอ็น” คุณแม่ “กุ๊บกิ๊บ” และ “น้องเป่าเปา” ลูกสาวตัวน้อย เรียกว่าโพสต์รูปลงอินสตาแกรมทีไร คนกดไลค์กระจาย

ล่าสุดทั้งคู่ได้เผยแพร่ภาพบรรยากาศงานฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2017 ภายใต้ธีม #paopaowhiteparty2017 ทุกคนพร้อมใจแต่งชุดขาว ทั้งร้อง เล่น เต้นอบอุ่น สนุกสนาน

โอ๊ยยยย ช่างน่ารักจริงๆ

ภาพประกอบจากอินสตาแกรม @bie_kpn , gggubgib36

 

 

 

 

 

“อั้มผอมลงมะ?”คลิปอั้ม พัชราภาทักทายแฟนคลับเป็นกันเองสุดๆ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

01 มกราคม 2560 เวลา 16:45 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/ent/thai/473358

"อั้มผอมลงมะ?"คลิปอั้ม พัชราภาทักทายแฟนคลับเป็นกันเองสุดๆ

เปิดคลิปอั้ม พัชราภาทักทายแฟนคลับ จับไม้จับมือเป็นกันเองสุดๆ

เป็นนางเอกระดับซูเปอร์สตาร์แห่งวงการบันเทิง ใครๆก็อาจมองว่าสวย เลิศ เชิด หยิ่ง เข้าถึงยาก แต่ใครจะเชื่อว่าตัวจริงของ“อั้ม พัชราภา” เป็นกันเองมากๆ

ล่าสุดสมาชิกยูทูบ Sup’tar About ได้โพสต์คลิปวีดีโอวินาทีที่แฟนคลับรายหนึ่งมอบของขวัญให้แก่นางเอกสาว สาวอั้มรับมาด้วยความเต็มใจ ก่อนจะร้องเสียงหลงว่า “ขอบคุณค่า อะไรอ่ะ …กำลังลดความอ้วนนนน” แล้วถามอย่างเป็นกันเองว่า “อั้มผอมลงมะ … ผอมลงเนอะ” พร้อมส่งยิ้มสวยๆให้ จากนั้นเธอจับไม้จับมือร่ำลาแฟนๆอย่างไม่ถือตัว

สวย ใจดีแบบนี้ ไม่แปลกใจที่แฟนคลับจะรักเธอมากมายเหลือเกิน

 

 

“น็อต”โพสต์สวัสดีปีใหม่ขอบคุณทุกกำลังใจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

01 มกราคม 2560 เวลา 15:50 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/ent/thai/473355

"น็อต"โพสต์สวัสดีปีใหม่ขอบคุณทุกกำลังใจ

น็อต-อัครณัฐ โพสต์ไอจีสวัสดีปีใหม่ ระบุขอโทษที่ทำให้หลายคนผิดหวัง

ผ่านพ้นช่วงเวลาร้ายๆมาได้เสียที

สำหรับหนุ่ม“น็อต-อัครณัฐ อริยฤทธิ์วิกุล” หลังก่อเหตุทำร้ายร่างกายคู่กรีที่ขี่รถจักรยานยนต์ชนเก๋งมินิ จนถูกสังคมถล่มตั้งฉายาว่าน็อต กราบรถ ทำเอาเจ้าตัวถึงกับต้องออกมาขอโทษสำนึกผิด ก่อนจะบวชที่ไร่เชิญตะวัน จ.เชียงราย

ล่าสุดเมื่อวันที่ 1 ม.ค. หนุ่มน็อตได้ปรากฎตัวต่อสาธารณชนโดยโพสต์ข้อความสวัสดีปีใหม่ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว @nottakanat ข้อความว่า

“สวัสดีปีใหม่ครับ ขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังใจ ให้เกียรติแล้วที่ยืนเล็กๆกับผมและครอบครัวนะครับ ขอโทษที่ทำให้ใครหลายๆคนผิดหวังในตัวผมครับ เป็นกำลังใจให้กับทุกคนเช่นกันนะ ไม่ว่าสุขหรือทุกข์ เขาอยู่กับเราไม่นานหรอก อยู่กับ ปัจจุบันอย่างมีสติ เป็นเพื่อนกันนะ สู้ๆนะยูววว”

หลังโพสต์ข้อความดังกล่าว มีแฟนคลับ พี่น้องผองเพื่อนเข้ามาให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก

ภาพประกอบจากอินสตาแกรม @nottakanat