CPS Coffee เนรมิตเมนูน่าจดจำให้พร้อมดื่มด่ำไปกับช่วงเวลาอันแสนวิเศษ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/670327

วันที่ 11 ธ.ค. 2564 เวลา 09:45 น.CPS Coffee เนรมิตเมนูน่าจดจำให้พร้อมดื่มด่ำไปกับช่วงเวลาอันแสนวิเศษ“CPS Coffee” ชวนเปิดประสบการณ์ครั้งใหม่ เอาใจเหล่าคาเฟ่ฮอปเปอร์ ด้วยเมนูเครื่องดื่มและเบเกอรี่สุดพิเศษ ต้อนรับช่วงเวลาแห่งความสุขที่กำลังจะมาถึง ในคอนเซ็ปต์ “Holiday Spirit” The Magic Moment Specials ที่จะทำให้ทุกเมนูน่าจดจำ และดื่มด่ำไปกับช่วงเวลาอันแสนวิเศษ

เมื่อเทศกาลแห่งความสุข และการเฉลิมฉลองได้เดินทางมาถึงอีกครั้ง ปีนี้คอฟฟี่บาร์สุดเท่อย่าง CPS Coffee ก็ได้ชวนเหล่าคาเฟ่ฮอปเปอร์มาร่วมเปิดประสบการณ์ในการลิ้มรสเมนูสุดพิเศษประจำฤดูกาล (Seasonal menu) ในคอนเซ็ปต์ “Holiday Spirit” The Magic Moment Specials ที่สร้างสรรค์หลากหลายเมนูเครื่องดื่ม และเบเกอรี่ขึ้นมาใหม่อย่างพิถีพิถัน โดยได้รับแรงบันดาลใจจากช่วงเวลาแห่งความสุขในเทศกาลคริสต์มาส ที่ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็มีแต่ความสุขสนุกสนาน

CPS Coffee คาเฟ่ไลฟ์สไตล์สุดเท่ในเครือ CPS CHAPS แบรนด์แฟชั่นชั้นนำที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งได้ถ่ายทอดความทันสมัย (Modern) และเหนือกาลเวลา (Timeless) สู่คาเฟ่ CPS Coffee ได้อย่างลงตัว โดยคอนเซ็ปต์ของคาเฟ่จะเป็นการผสมผสานระหว่างแฟชั่น และไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกัน สร้างสรรค์ผ่านเมนูเครื่องดื่ม และการตกแต่งร้านที่มีกลิ่นอายของความเท่ ทันสมัยตอบโจทย์ความต้องการของเหล่าคาเฟ่ฮอปเปอร์ (Café Hopper) ได้ทุกรูปแบบ

คุณอภิสิทธิ์ สิงห์สัจจเทศ ผู้อำนวยการแบรนด์ CPS CHAPS กล่าวถึงเมนูใหม่ล่าสุดจากร้าน CPS Coffee ว่า “สำหรับเมนูประจำฤดูกาลในปีนี้ เราได้สร้างสรรค์ขึ้นมาในคอนเซ็ปต์ Magic Moments ที่อยากจะให้ทุกคนได้ดื่มด่ำไปกับช่วงเวลาแห่งความสุข ผ่านการรังสรรค์ออกมาเป็นเมนูเครื่องดื่ม และเบเกอรี่อย่างพิถีพิถัน ด้วยรสชาติถูกปากอันเป็นเอกลักษณ์ ที่เหล่าแฟนคลับแบรนด์ทุกคนจะต้องชื่นชอบในขณะที่ได้ลิ้มลองอย่างแน่นอน โดยเมนูเครื่องดื่มนั้นจะมีทั้งหมด 5 เมนูด้วยกัน ซึ่งมีทั้งเมนูกาแฟ และเมนูที่ไม่มีส่วนผสมของกาแฟ โดยแต่ละเมนูเราได้ใช้ส่วนผสมที่หลากหลาย จากการนำจุดเด่นของแต่ละวัตถุดิบมาผสมผสานไว้ด้วยกัน เพื่อเพิ่มความสนุกให้กับเหล่านักชิมได้ลิ้มลองในรสชาติที่แปลกใหม่มากขึ้น รวมถึงเมนูเบเกอรี่ที่ได้คิดค้นมาเป็นอย่างดีเช่นกัน จากการนำเอาเมนูที่หลายคนอาจคุ้นเคยกันอยู่แล้ว มารังสรรค์ขึ้นในรสชาติใหม่ ที่มีความหลากหลาย และลงตัวยิ่งกว่าเดิม”

โดยเมนูสุดพิเศษประจำฤดูกาล (Seasonal menu) จาก CPS Coffee ในครั้งนี้ นั้นประกอบไปด้วย ทอฟฟี่ นัท เช็คเกอร์ราโต้ (Toffee Nut Shakerato) เมนูที่ชูเอกลักษณ์ของ Toffee Nut ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งการเฉลิมฉลอง ด้วยรสชาติหอมหวานของถั่ว และทอฟฟี่ ผสมกับช็อตเอสเพรสโซ่เข้มข้น พร้อมเพิ่มความพิเศษด้วยนมที่ใช้เทคนิคการปรุงแบบเช็คเกอร์ราโต้ (Shakerato) คือการนำนมและครีมมาเขย่ารวมกัน ด้วยเครื่องบอสตั้น เช็คเกอร์ (Boston Shaker) ที่ให้สัมผัสความนุ่มนวลได้เป็นอย่างดี และปิดท้ายด้วยการโรยเกล็ดน้ำตาล (Sprinkle) ท็อปปิ้งยอดฮิตที่เป็นที่ชื่นชอบของใครหลายๆ คน (Toffee Nut Shakerato ราคา 150 บาท) ถัดมาที่ ชู ชู ลาเต้ (Chou Chou Latte) แรงบันดาลใจจากถั่ว ชู ชู นัท (Chou Chou Nut) จากฝรั่งเศส ที่สื่อถึงเทศกาลเฉลิมฉลองได้เป็นอย่างดี ส่วนผสมของแก้วนี้จึงประกอบไปด้วยไซรัปแมคคาเดเมีย (Macadamia Syrup) ที่ชูความหอมของถั่วได้อย่างลงตัว และไซรัปคาราเมล (Caramel Syrup) เพื่อเพิ่มความหอมหวาน ผสานกับช็อตกาแฟเอสเพรสโซ่ พร้อมตกแต่งด้วยโฟมนมที่นำไปตีจนนุ่ม เกลือชมพู ซอสคาราเมล และถั่วคาราเมลพีนัท ที่จะใช้เพิ่มให้รสชาติของเครื่องดื่มแก้วนี้โดดเด่นมากยิ่งขึ้น (Chou Chou Latte ราคา 150 บาท)

ต่อมาที่กลุ่มเมนูเครื่องดื่ม Non- Coffee วัน มอร์ สลีป (One more sleep) เมนูเครื่องดื่มสุดกลมกล่อม ที่ผสมผสานบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองเอาไว้ได้อย่างลงตัว ด้วยสีแดงจากส่วนผสมหลักของน้ำทับทิม (Pomegranate Juice) ที่ให้รสชาติเปรี้ยวหวานสดชื่น และวอร์มสไปซ์ไซรัป (Warm Spices Syrup) สร้างรสสัมผัสที่แตกต่างมากขึ้นด้วยสปาร์คกลิ้ง (Sparkling Water) ตกแต่งด้านบนด้วยก้านซินนามอน และราสเบอรี่ พร้อมเติมเต็มช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองให้พิเศษมากยิ่งขึ้นด้วยการใช้เทคนิคสโมคบับเบิ้ล (Smoked Bubble) สร้างฟองที่ด้านในอบอวลไปด้วยกลิ่นของมิ้นท์ (One more sleep ราคา 140 บาท) ถัดมาคือ นอตี้ ลิสต์ (Naughty List) แรงบันดาลใจจากคอนเซ็ปน่ารักๆ ของเด็กที่จะไม่ได้รับของขวัญหากพฤติกรรมไม่ดี จึงเกิดเป็นเครื่องดื่มสนุกๆ ที่มีรสชาติแปลกใหม่ ด้วยการผสมผสานรสชาติเปรี้ยวซ่าของขิง (Ginger Ale) ผสมกับความหอมของวอร์มสไปซ์ไซรัป (Warm Spices Syrup) ตกแต่งด้านบนด้วยน้ำชาเขียวที่ตีจนข้นเล็กน้อยเพื่อเป็นการไล่สี พร้อมโรยน้ําตาลไอซิ่ง (Icing) และประดับด้วยโรสแมรี่ (Rosemary) เป็นเครื่องดื่มที่ให้รสชาติเปรี้ยวหวานกลมกล่อมที่แปลกใหม่ และเป็นเอกลักษณ์ (Naughty List ราคา 150 บาท) และอีกหนึ่งเมนูที่ไม่ควรพลาดคือ ช็อกโกแลต สเตรนจ์ (Chocolate Strange) ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเครื่องดื่มยอดฮิตอย่างเปปเปอร์มิ้นท์ช็อกโกแลต (Peppermint Chocolate) ที่ทางแบรนด์ได้นำมาต่อยอดด้วยการเพิ่มความสนุกเข้าไป จากการรังสรรค์ไซรัปสูตรพิเศษที่จะเพิ่มความสดชื่นได้ดีกว่าเดิม ตกแต่งด้วยฟองนมผสมเกลือหิมาลายันที่ตีจนนุ่ม เพิ่มความเข้มข้นด้วยโกโก้นิบส์ (Cocoa Nibs) ที่จะช่วยชูรสชาติให้เครื่องดื่มแก้วนี้น่าจดจำยิ่งขึ้น (Chocolate Strange ราคา 140 บาท)

สำหรับเมนูเบเกอรี่นั้นประกอบไปด้วย ทอฟฟี่ นัท โครนัท (Toffee Nut Cronut) ที่ต่อยอดมาจากเมนูยอดนิยมอย่างโครนัท โดยการสร้างสรรค์เป็นรสชาติใหม่ ที่ให้เนื้อสัมผัสกรอบนอกนุ่มใน หอมเนย จากส่วมผสมของตัวแป้ง และเนื้อครีมคอฟฟี่กานาช (Coffee Ganache) สุดเข้มข้น ตกแต่งด้วยทอฟฟี่นัท และซอสคาราเมลสุดกลมกล่อม ที่ชวนให้นึกถึงช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง (Toffee Nut Cronut ราคา 170 บาท) ถัดมาที่เมนูยอดนิยมอย่าง เค้กแครอท (Carrot Cake) ด้วยความเป็นเอกลักษณ์จากตัวเนื้อเค้กที่หอมนุ่ม ชุ่มฉ่ำ ชูรสหวานด้วยเนื้อลูกเกด แต่เพิ่มความกลมกล่อมด้วยวอลนัต (Walnuts) แครอท และครีมชีสรสชาติเปรี้ยวมัน เมื่อรับประทานรวมกันแล้วจะให้รสชาติที่หลากหลายแต่ลงตัว (Carrot Cake ราคา 120 บาท)

สำหรับสายคุกกี้ต้องไม่พลาดกับเมนูสุดพิเศษ คุกกี้ ช็อต (Cookie Shot) ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากการมอบของขวัญให้กับคนพิเศษ ที่คุกกี้มาในรูปทรงถ้วย ซึ่งสามารถเติมความสนุกระหว่างรับประทานด้วยการเทนมใส่ลงใน คุกกี้ ช็อต (Cookie Shot) และสามารถกัดคุกกี้ไปพร้อมกับนมได้เลย โดยตัวคุกกี้นั้นจะมีให้เลือกทั้งหมดถึง 3 รสชาติด้วยกัน ได้แก่ เนย, ช็อกโกแลต และจินเจอร์เบรด (Gingerbread) (Cookie Shot ราคา 120 บาท) และสุดท้ายกับเมนูสุดสร้างสรรค์ ช็อกโกแลต สเตอร์ (Chocolate Stirring Stick) หรือช็อกโกแลตแท่ง ที่ตกแต่งด้วยลวดลายที่ชวนให้นึกถึงเทศกาลคริสต์มาส โดยเมนูนี้จะต้องรับประทานคู่กับนมร้อน เพียงจุ่มลงไปและคนให้ช็อกโกแลตละลายเข้ากับนมก็จะได้นมช็อกโกแลตร้อน เมนูรับลมหนาวที่นอกจากจะสวยงามแล้ว ยังให้ความสนุกในการรับประทานอีกด้วย โดยมีให้เลือก 2 รสชาติด้วยกัน คืออัลมอนด์ ช็อกโกแลต (Almond Chocolate) และจินเจอร์เบรด (Gingerbread) (Chocolate Stirring Stick ราคา 150 บาท)

ร่วมลิ้มรสความอร่อยกับเมนูใหม่ล่าสุดจาก CPS Coffee ได้แล้ววันนี้ที่ CPS Coffee ทั้ง 3 สาขา ได้แก่ สาขาเทอมินัล 21 ชั้น M, สาขาไอคอนสยาม ชั้น 1 และ สาขาเซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ ชั้น G ตั้งแต่วันนี้ ไปจนถึง วันที่ 31 มกราคม 2565

ส้มยูซุเน้นๆ กับ Krispy Kreme Yuzu Doughnuts และ Yuzu Perfect Together ความหวานหอมสดชื่นใหม่ที่ใครๆ ก็ต้องเลิฟ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/670309

วันที่ 10 ธ.ค. 2564 เวลา 15:55 น.ส้มยูซุเน้นๆ กับ Krispy Kreme Yuzu Doughnuts และ Yuzu Perfect Together ความหวานหอมสดชื่นใหม่ที่ใครๆ ก็ต้องเลิฟหอมหวานสดชื่นสองต่อกับ Krispy Kreme ทั้งโดนัทและเครื่องดื่มใหม่จากส้มยูซุ ทั้ง Krispy Kreme Yuzu Doughnuts และ Yuzu Perfect Together

คริสปี้ ครีม (Krispy Kreme) จับคู่กับความหอมสดชื่น อันเป็นเอกลักษณ์ของส้มยูซุ ผลไม้ยอดฮิต กลายเป็นความอร่อยใหม่แบบเปรี้ยวอมหวาน  “คริสปี้ ครีม ยูซุ โดนัท” (Krispy Kreme Yuzu Doughnuts)

ซันนี่ ยูซุ โดนัท (Sunny Yuzu Doughnut) โดนัทฟิล ริง ที่เปล่งประกายความสดใสแสนอร่อยด้วยไส้ครีมยูซุรสชาติเปรี้ยวอมหวาน ท็อปด้วยเนื้อยูซุและแครกเกอร์ ครัช กรุบกรอบ และฟินกันต่อกับ ยูซุ เมอแร็งก์ โดนัท (Yuzu Meringue Doughnut) โดนัทสอดไส้ยูซุแบบเต็มๆ คำ พร้อมดับเบิ้ลความฟินด้วยเมอแร็งก์และครีมยูซุด้านบน จนคุณต้องตกหลุมรัก ในราคาเพียงชิ้นละ 35 บาท แบบแพ็ก 3 ในราคา 105 บาท (ยูซุ โดนัท 3 ชิ้น) และแบบเซ็ต ในราคา 296 บาท (ออริจินัล เกลซ 6 ชิ้น และ ยูซุ โดนัท 6 ชิ้น)

ตั้งแต่วันนี้ – 16 มกราคม 2565 ที่ร้านคริสปี้ ครีม สาขาใกล้บ้านคุณ (ราคาดังกล่าวยกเว้นสาขาสนามบินดอนเมือง และสาขาสนามบินสุวรรณภูมิ) หรือเลือกสั่งผ่านแอปพลิเคชันฟู้ดเดลิเวอรี่  

คริสปี้ ครีม พร้อมเสิร์ฟ “Yuzu Perfect Together” ความสดชื่นใหม่ที่ใครๆ ก็ต้องเลิฟ

คริสปี้ครีมประเทศไทยยกทัพความสดชื่นมากับ “Yuzu Perfect Together” เริ่มด้วย “ยูซุ มิกซ์เบอร์รี่” (Yuzu Mixed Berries) เครื่องดื่มรสชาติเปรี้ยวอมหวานของยูซุและมิกซ์เบอร์รี่ ผสานความซาบซ่าของโซดา กลายเป็นความสดชื่นใหม่น่าลิ้มลอง

“ยูซุ มัทฉะ” (Yuzu Matcha) กลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของยูซุ จับคู่กับรสละมุนของมัทฉะ ที่ขวัญใจคนรักชาเขียวได้ลองแล้วจะติดใจ ปิดท้ายด้วย “ยูซุ อเมริกาโน่” (Yuzu Americano) การผสมผสานระหว่างความหวานซ่อนเปรี้ยวของยูซุกับความหอมเข้มของเอสเพรสโซ่ช็อต กลายเป็นความกลมกล่อมลงตัว ราคาแก้วละ 95 บาท  (ขนาด 12 ออนซ์)

ลิ้มลองความอร่อยได้แล้วตั้งแต่วันนี้ – 31 มกราคม 2565 ที่ร้านคริสปี้ ครีม สาขาใกล้บ้านคุณ (ยกเว้น คาร์ท, ฟู้ดทรัค และ บ็อกซ์ช้อป) พิเศษสุด!! เมื่อซื้อเครื่องดื่ม Yuzu Perfect Together เมนูใดก็ได้ 1 แก้ว รับทันที! โดนัทคริสปี้ ครีม ออริจินัลเกลซ 2 ชิ้น

รับข่าวสาร และโปรโมชั่นพิเศษก่อนใคร FB: Krispy Kreme Thailand

#Krispykremethailand

#KrispyKremeYuzuPerfectTogether

#จอยได้อร่อยด้วย

5 ที่เที่ยวสายเขียว @นครนายก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/669801

วันที่ 03 ธ.ค. 2564 เวลา 18:45 น.5 ที่เที่ยวสายเขียว @นครนายก “นครนายก” เที่ยวฤดูไหนยังไงก็สวย แนะนำ 5 สถานที่ท่องเที่ยวที่คนรักธรรมชาติต้องไป

นครนายก เป็นอีกหนึ่งจังหวัดใกล้กรุงเทพ มีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลาย โดยเฉพาะสายธรรมชาติไปเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นป่าเขา น้ำตก คาเฟ่ ไหว้พระ จัดให้เต็มแบบครบครัน มาพร้อมที่พักนครนายกเก๋ไก๋เพียบเลย ที่พักนครนายกมีให้หลากหลายแบบใกล้ชิดธรรมชาติก็มี สายกรีนชอบอิงแอบแนบชิดธรรมชาติปักหมุดตามมาเที่ยวพักผ่อนเลย ซึ่ง Traveloka แอปพลิเคชั่นจองที่พักมาแนะนำสถานที่เที่ยวสวยๆ ให้สายรักธรรมชาติได้ใช้ชีวิตแบบสดชื่นกันแบบเต็มอิ่มกันไปเลย

1.อุโมงค์ป่าไผ่ วัดจุฬาภรณ์วนาราม

มาเที่ยวที่อุโมงค์ป่าไผ่ เรียกได้ว่ายิงปืนนัดเดียวได้นก 2 ตัว เพราะได้ทั้งไหว้พระและได้รูปสวยๆ ของอุโมงก์ต้นไผ่โค้งเข้าหากันสวยงามซึ่งเป็นไฮไลท์อีกแห่งหนึ่งของนครนายกเลย ได้ฟีลเหมือนอยู่ญี่ปุ่นมาก เงียบสงบร่มรื่นแนะนำให้มาเที่ยววันธรรมดาจะได้รูปสวยงามแบบไม่ติดคน ไม่มีค่าเข้า ที่จอดรถเยอะ ได้รูปสวยๆ แบบไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายอะไร จะถ่ายรูปนานแค่ไหนก็ได้จนกว่าจะได้รูปสวยงามดั่งใจ

2.น้ำตกนางรอง

เที่ยวนครนายกสายธรรมชาติไม่ควรพลาด น้ำตกนางรอง อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มาเที่ยวรับรองได้รับความสดชื่นอากาศบริสุทธิ์กลับบ้านไปอย่างแน่นอน เพราะธรรมชาติยังคงความสมบูรณ์ น้ำตกยังคงความสวยงาม สามารถมาเที่ยวเช็คอินรับความชุ่มฉ่ำได้ตลอดทั้งปี แต่ถ้าอยากได้ความฟินอินธรรมชาติแบบชื่นใจ น้ำตกสวยไหลเชี่ยวก็ต้องฤดูฝน เขียวชอุ่มไปทั่วอุทยาน ปล.น้ำตกนางรองเล่นน้ำได้นะ เตรียมเสื้อผ้ามาเปลี่ยนกันด้วย

เปิดทุกวัน 6.00-18.00 น ค่าเข้า รถยนต์พร้อมคนขับ 50 บาท ผู้ใหญ่ 10 บาท เด็กสูงไม่เกิน 120 เซนติเมตร ฟรี

3. อุทยานวังตะไคร้

พูดถึงที่เที่ยวเขียวๆ ในนครนายก ต้องไม่พลาดวังตะไคร้ อีกหนึ่งแลนด์มาร์คสำคัญ ถ้าใครยังไม่เคยมาเที่ยวต้องมาให้ได้สักครั้งแพราะเป็นแหล่งท่องเที่ยวครบรสสำหรับคนชอบธรรมชาติ มีที่พักนครนายก ใกล้วังตะไคร้ให้เลือกพักมาก อุทยานวังตะไคร้ เงียบสงบ เหมาะกับการพักผ่อน ชาร์ตพลังเพื่อกลับไปสู้งานต่อในเมืองที่มีแต่ความวุ่นวาย นอกจากนี้ยังเหมาะกับคนชอบเที่ยวสายกิจกรรมด้วย เพราะมีให้ทำไม่เบื่อมาพร้อมความตื่นเต้น เช่น ล่องแก่งห่วงยาง ล่องแก่งแพยาง เป็นต้น ใครไม่ชอบอะไรท้าทายก็แช่น้ำเย็นๆ ก็เพลินชื่นใจแล้ว

เปิดทุกวัน เวลา 08.00-18.00 น. ค่าเข้า : เดินเท้าคนละ 10 บาท, รถทุกประเภท คันละ 150 บาท (ผู้โดยสารเกิน 8 คน คิดเพิ่มคนละ 10 บาท)

4.เขื่อนขุนด่านปราการชล

ต้องมาเที่ยวสัมผัสความยิ่งใหญ่ให้ได้สักครั้ง เพราะเขื่อนขุนด่านปราการชลได้ชื่อว่า เป็นเขื่อนคอนกรีตบดอัดยาวที่สุดในประเทศไทยและในโลกเลยทีเดียว นอกจากเป็นที่กักเก็บน้ำแล้ว ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ชอบสายกรีน คลั่งรักธรรมชาติห้ามพลาด ถึงแม้เขื่อนจะเป็นคอนกรีตแต่รอบๆ เขื่อนล้อมไปด้วยธรรมชาติ วิวสวย อีกทั้งยังมีกิจกรรมเก๋ๆ อย่าง การเช่าเรือหางยาวเพื่อไปชมน้ำตกที่อยู่ลึกเข้าไปในอ่างเก็บน้ำของเขื่อนได้ด้วย

เปิดให้เที่ยวได้ทุกวัน เวลา 8:00 – 18:00 น.

5. วัดเลขธรรมกิตติ์

ไม่ว่าจะไปเที่ยวที่ไหนก็ตามเพื่อความเป็นสิริมงคล และให้การเที่ยวราบรื่นตลอดทริป เราแนะนำให้แวะไหว้พระกันซะก่อน วัดที่นครนายกก็เยอะมาก แต่ละแห่งคือมีเรื่องราวต่างๆ มากมาย อย่าง วัดเลขธรรมกิตติ์ เป็นวัดเก่าแก่ไฮไลท์อยู่ที่โบสถ์เก่าอายุกว่าร้อยปี เหลือเพียงผนังเล็กน้อยและซุ้มประตูวัดที่ปกคลุมด้วยรากต้นโพธิ์มีความอันซีนนครนายกมาก สายธรรมชาติแวะมาไหว้พระไม่ผิดหวังเพราะบรรยากาศร่มรื่น เงียบสงบ และยังได้รูปสวยเก๋ไม่ซ้ำใครด้วย

นครนายกเที่ยวง่ายใกล้กรุงเทพแค่นี้เอง ไปเช้าเย็นกลับ หรือค้างคืนก็ได้ แต่เพื่อให้ได้เที่ยวและพักผ่อนกันอย่างเต็มอิ่ม แนะนำให้ค้างสักคืน ที่พักนครนายก สายธรรมชาติก็มีเยอะ ใครคิดไม่ออกก็เข้าไปส่อง Traveloka ได้ที่พักเยอะมาก

เวลคั่มแบ็ค! #StayandDine @Baiyoke Sky Hotel เสพความสุขบนความสูง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/669721

วันที่ 03 ธ.ค. 2564 เวลา 10:08 น.เวลคั่มแบ็ค! #StayandDine @Baiyoke Sky Hotel เสพความสุขบนความสูงใบหยกสกาย เวลคั่มแบ็คด้วยแพ็กเกจยอดฮิต #StayandDine ตอบโจทย์ทุกสิ่ง ทั้งกิน l นอน l ดินเนอร์พรีเมี่ยม l ชมวิว l นวด l ทุกกิจกรรมการันตีความสูง เริ่มต้นแค่คนละ 960 บาท!!!

เรื่องและภาพ : วารุณี มณีคำ

ครั้งนี้ไม่รีบมาถือว่าผิด!!! กินเที่ยวโพสต์ทูเดย์ เฮสุดเสียงกับการกลับมาอีกครั้งของแพ็กเกจสุดปังจากโรงแรมใบหยกสกาย (Baiyoke Sky Hotel) ที่เนรมิตความสะดวกสบายมาไว้บนความสูงเสียดฟ้า ในราคาเคียงดิน กับแพ็กเกจยอดฮิต #StayandDine ที่พร้อมตอบโจทย์ทุกสิ่ง ทั้งเรื่องห้องพัก เรื่องกินและดินเนอร์สุดพรีเมี่ยม พร้อมชมวิวเมืองหลวงสุดลูกหูลูกตาแบบไม่มีอะไรมากั้น ต่อเนื่องด้วยความผ่อนคลายกับบริการนวดเท้า ฟรี! ค่าเข้า Roof Top Bar บนชั้น 83 บาร์ที่สูงที่สุดในประเทศไทย พร้อมเครื่องดื่ม 1 แก้ว แถมยังให้เข้าพักสบายได้ยาวๆ นานถึง 30 ช.ม. เรียกว่าเช็กอินเวลาไหน ให้นับไปอีก 30 ช.ม.ถึงเวลาเช็กเอาท์ (เฉพาะวันอาทิตย์-พฤหัสบดีเท่านั้น)

สำหรับแพ็กเกจยอดฮิต #StayandDine สนนราคาพักผ่อนเหนือระดับเพียง 1,599.- /ท่าน และจ่ายจ่ายถูกลงอีกเมื่อใช้ “เราเที่ยวด้วยกัน” เหลือเพียง 960.-/ท่าน ซึ่งสิ่งที่จะได้ คือประสบการณ์การพักผ่อนในห้องพักเคียงข้างก้อนเมฆ (อัพเกรด Sky zone ชั้น 51 ขึ้นไป) บันทึกความทรงจำให้เต็มเมมโมรี่กับซิตี้วิวที่มองได้จากบนเตียงนอน ดูดาวบนดิน ดวงไฟนับล้านจากรถยนต์ที่แล่นบนท้องถนน และไฟที่ส่องสว่างตามอาคารบ้านเรือน ภาพที่มองหาไม่ได้ง่ายๆ ถ้าไม่สูงพอ! ชมวิวกันต่อที่ความสูงของชั้น 77 และดาดฟ้า ชั้น 84 จุดชมวิวที่สวยที่สุดและสวยที่สุดของใบหยกสกาย ที่สามารถชมได้ตลอดการเข้าพัก

อิ่มเอมกับอาหารเช้าสูงที่สุด บนชั้น 81 ของโรงแรม แถมด้วยโปรแกรมดินเนอร์บุฟเฟ่ต์พรีเมี่ยม ที่ชั้น 81 (แบบ Indoor) ในห้องอาหารนานาชาติที่คัดสรรอาหารเกรดพรีเมี่ยม ทั้งเนื้อพรีเมี่ยมนำเข้า ซาซิมิ กุ้งแม่น้ำย่างมันเยิ้ม หอยนางรมตัวอวบ และหลากหลายรายการอาหารทั้งเมนูไทยและต่างประเทศ พร้อมเครื่องดื่ม ผลไม้ และของหวานละลานตาที่นักชิมต้องมาลิ้มรส จะมีความสุขขนาดไหนถ้าได้ทานอาหารอร่อยๆ พร้อมชมวิวดวงอาทิตย์ตกไปพร้อมๆ กัน

สำหรับข้อมมูลใบหยกสกาย

  • Check in 24 ช.ม. ชั้น 19 
  • สระว่ายน้ำ เปิดให้บริการทุกวัน 7.00-20.00 น. ชั้น 20
  • Fitness เปิดให้บริการทุกวัน 7.00-21.00 น.   ชั้น 20
  • นวดลอยฟ้า เปิดให้บริการทุกวัน 10.00-22.00 น. ชั้น 69
  • มื้อกลางวัน เปิดให้บริการทุกวัน 10.30 – 15.00 น. ชั้น 75
  • จุดชมวิว เปิดให้บริการทุกวัน 10.00 – 22.00 น. ชั้น 77
  • บุฟเฟต์ซีฟู้ด เปิดให้บริการทุกวัน 17.00 – 21.00 น.  ชั้น 78
  • Private Room (มื้อดินเนอร์) 17.00 – 21.00 น. ชั้น 79
  • อาหารเช้าสูงที่สุด เปิดให้บริการทุกวัน 6.00 – 10.00 น. ชั้น 81
  • บุฟเฟต์พรีเมี่ยม เปิดให้บริการทุกวัน 17.00 – 21.00 น. ชั้น 81
  • จุดชมวิว 360 องศา ดาดฟ้าหมุน เปิดให้บริการทุกวัน 10.00 – 24.00 น. ชั้น 84
  • Roof Top Bar เปิดให้บริการทุกวัน 10.00 – 22.00 น. ชั้น 83

จองมาพัก #ใบหยกสกาย Stay&Dine ได้ที่ https://baiyoke.page.link/stayanddine2110

สำหรับเราเที่ยวด้วยกัน Stay&Dine คลิ๊ก https://baiyoke.page.link/stayanddine2110wtt 

พิเศษเมื่อใช้สิทธิเราเที่ยวด้วยกัน รับ E-voucher 600 บาท/ห้อง/คืน จองวันนี้ เข้าพักได้ถึง 31 ม.ค. 2565 พักได้ห้องละ 2 ท่าน

จองด่วน! จำนวนจำกัด ที่โทร. 02-656-3000, 02-656-3456 กด 3 Line @Baiyokeskyhotel หรือที่ https://lin.ee/pgd9qdw

Facebook  : Baiyoke Sky

Map : https://goo.gl/maps/SMaouasuVhRCgqn7A

กินเที่ยวรับความสุขทั่วเมืองภูเก็ต พร้อมอิ่มใจไปกับสตรีตฟู้ดร้านดังทั้งจากเมืองกรุงและเมืองใต้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/669712

วันที่ 03 ธ.ค. 2564 เวลา 07:55 น.กินเที่ยวรับความสุขทั่วเมืองภูเก็ต พร้อมอิ่มใจไปกับสตรีตฟู้ดร้านดังทั้งจากเมืองกรุงและเมืองใต้KING POWER HOLIDAY CHECK-IN @ภูเก็ต ฉลอง Festive ต้อนรับนักท่องเที่ยว ครั้งแรกกับสีสันแห่งดอกไม้กว่าล้านดอกกลางเมืองภูเก็ต อิ่มเอมเปรมใจกับสตรีตฟู้ดร้านดังจากเมืองกรุงและภาคใต้ เริ่มแล้ววันนี้–12 ธ.ค. 2564 ณ คิง เพาเวอร์ ภูเก็ต

ร่วมส่งความสุขท้ายปีสุดยิ่งใหญ่ให้ชาวภูเก็ต คิง เพาเวอร์ ภูเก็ต ต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ด้วยประสบการณ์การท่องเที่ยววิถีใหม่ภายใต้แนวคิด “King Power Celebration 2022 : A New Journey Begins With A Smile” ส่งตรงความสุขจากกรุงเทพฯ สู่ภาคใต้ ด้วยประติมากรรมดอกไม้ของทีมนักจัดดอกไม้ ‘รักดอก’  ที่จะมาเนรมิตสีสันของดอกไม้กว่าล้านดอกให้ถ่ายรูปเช็กอินรับความสุขกันทั่วเมืองภูเก็ต พร้อมรวมสตรีตฟู้ดร้านดังจากกรุงเทพฯสู่ภาคใต้ และร้านดังของภาคใต้ที่พร้อมเสิร์ฟครบจบที่เดียว รวมถึงพลาดไม่ได้ กับโปรโมชั่นส่งท้ายปีต้อนรับการเดินทางอีกครั้ง มีไฟลต์บินหรือไม่มีไฟลต์บินก็ช้อปได้ ระหว่างวันที่ 2-12 ธันวาคม 2564

สมหวัง วุฒิวงกต ผู้อำนวยการส่วนงานปฏิบัติการร้านค้าปลอดอากร คิง เพาเวอร์ ภูเก็ต กล่าวว่า เพื่อเป็นการสร้างสีสันการท่องเที่ยวของเมืองภูเก็ตในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง ‘ภูเก็ต’ หนึ่งในจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญของภาคใต้ ที่เป็นจุดหมายของนักเดินทางทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ในช่วงระหว่างวันที่ 2-12 ธันวาคมนี้ ซึ่งเป็นช่วงวันหยุดยาว ของประเทศไทย และเป็นช่วงเวลาที่มีนักท่องเที่ยวต่างประเทศ ทยอยเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเทศกาลคริสต์มาส-ปีใหม่ คิง เพาเวอร์ ภูเก็ต จึงมีแนวคิดจัดกิจกรรม “KING POWER HOLIDAY CHECK – IN” เช็กอินความสุข ช้อปสนั่น กินสนุก รับวันหยุดยาว เพื่อต้อนรับนักเดินทางทุกกลุ่ม ภายใต้มาตรการสุขอนามัย ตั้งแต่สนามบิน ภูเก็ต จนถึงดาวน์ทาวน์ ที่ คิง เพาเวอร์ ภูเก็ต โดยกิจกรรมจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “King Power Celebration 2022: A New Journey Begins With A Smile” เพื่อรวบรวมทุก ‘ความสุข’ จากประสบการณ์  ช้อป กิน และเช็กอิน ไว้ในที่เดียว

โดยงานนี้จะเป็นครั้งแรกของภูเก็ตที่มีดอกไม้กว่าล้านดอกมาจัดแสดงในรูปแบบประติมากรรมดอกไม้ ต้อนรับเทศกาลปีใหม่ ในธีม “Million Flowers Billion Joys” โดยมีทีมนักจัดดอกไม้ ‘รักดอก’ ที่มีชื่อเสียงจากกรุงเทพฯ มาร่วมเนรมิตความสวยงาม โดยสามารถเข้าชมและถ่ายภาพได้ตั้งแต่วันนี้ – 16 มกราคม 2565 โดยแบ่งเป็นโซนให้เข้าชม ดังนี้ 

  • โซนที่ 1 Platinum Snow สัมผัสความน่ารักของดอกไม้สีม่วงที่เบ่งบานท่ามกลางทุ่งดอกแคสเปียและต้นคริสต์มาสเสมือนปกคลุมไปด้วยหิมะ
  • โซนที่ 2 Cosmic Rainbow  สะท้อนความสุขและรอยยิ้มอย่างไม่รู้จบภายใน Happiness Crystal สีสายรุ้ง และ Mirror Ball ที่ผสมผสานกับมวลหมู่ดอกไม้ได้อย่างลงตัว
  • โซนที่ 3 Ray of Reflection  เติมสีสันของความสุขด้วยดอกไม้สีแดงและชมพูที่บานสะพรั่งอยู่ท่ามกลางพรมดอกแคสเปียในประติมากรรมทรงหกเหลี่ยม
  • โซนที่ 4 Floral Embrace  เติมสีสันของความสนุกสนานและรอยยิ้มด้วยความสดใสของดอกไม้ที่ถูกจัดวางโอบล้อม เสมือนความสุขที่มีอยู่รอบตัว
  • โซนที่ 5 Alive Around เพลิดเพลินกับเหล่าสัตว์น้อยน่ารักที่ถูกเนรมิตขึ้นด้วยดอกไม้หลากสี รอให้ทุกคนมาร่วมถ่ายภาพภายใน Crystal Dome
  • โซนที่ 6 Brilliant Bloom ตระการตากับภูเขาและทุ่งดอกไม้สีม่วง ตั้งตระหง่านรอต้อนรับทุกคนให้มาแชะแอนด์แชร์
  • โซนที่ 7 Journey Of Dreams  สัญลักษณ์สำคัญในช่วงเทศกาลแห่งความสุขอย่างกวางเรนเดียร์ และลากเลื่อนที่ถูกนำมาประดับตกแต่งท่ามกลางดอกไม้สวยๆ จะทำให้ทุกคนเพลิดเพลินประหนึ่งได้เดินเล่นอยู่กลางทุ่งปุยฝ้ายหลากสี
  • โซนที่ 8 The Sweetest Season สะกดทุกสายตาให้ต้องตะลึงไปกับป่าสนสีชมพูและมนตร์สะกดจากพระจันทร์ที่จะชวนให้ทุกคนต้องมนตร์เสน่ห์เคลิบเคลิ้มไปกับโลกแห่งจินตนาการ

นอกจากความสุขจากประติมากรรมดอกไม้ที่สวยงาม ในงานนี้ ยังมี ‘ความอิ่มเอม’ จากรสชาติอาหารของสตรีตฟู้ดกว่า 20 ร้าน ที่รวบรวมโดย THAI TASTE HUB @PHUKET ศูนย์รวมสตรีตฟู้ดชั้นนำของประเทศไทย ได้แก่ ผัดไทยไฟทะลุ, ละมัยหอยทอดจากเยาวราช, ธีรชัยไก่ย่าง, สว่างบะหมี่ก้ามปู, กะเพราหม่อมแม่, Mayrai by ChefTon ,ก๋วยเตี๋ยวเรือแม่มาลี,  ป้าณีลูกชิ้นยืนกินบุรีรัมย์, เอี๊ยงออเฮ่าชือ และสตรีตฟู้ดร้านดังจากภาคใต้ 7 ร้าน

ได้แก่ หมี่สะปำคุณยายเจียร, โกเบนซ์ข้าวต้มแห้ง, ฮกกี่เหลา, บะหมี่ตลาดขวางพังงา, ขนมจีนจี้ลิ่ว, คุณทิพย์หมูสะเต๊ะเมืองพังงา และโลบะบางเหนียว สูตรดั้งเดิม ที่พร้อมมาเสิร์ฟให้ทุกคนได้อิ่มอร่อยรวมกันในที่เดียว ไม่ต้องไปเข้าคิวรอถึงกรุงเทพฯ ส่วนใครที่ติดใจของดีเมืองภูเก็ต–พังงา  หรือแม้แต่ชาวภูเก็ตเอง ก็สามารถแวะเวียนมาสร้างประสบการณ์ความอร่อยไม่รู้จบที่ คิง เพาเวอร์ ภูเก็ต รวบรวมมาไว้ให้ในที่เดียวแบบครบหมดโดยไม่ต้องตระเวนไปทั่วเมืองก็สามารถอิ่มอร่อยได้ทันที

ปิดท้ายกับโปรโมชั่นสุดคุ้มที่ คิง เพาเวอร์ จะชวนทุกคนให้มา “ช้อปสนั่น” ต้อนรับวันหยุดยาวกับโปรโมชั่นพิเศษสำหรับขาช้อปทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ มีไฟลต์บินหรือไม่มีไฟลต์บินก็ช้อปได้ กับโปรโมชั่นสุดคุ้ม รับฟรี คูปองส่วนลด 2 ใบ เพียงลงทะเบียนก่อนช้อป คูปองใบที่ 1: เลือกรับคูปองลดคุ้ม 50% ที่สามารถเลือกมูลค่าคูปองส่วนลดที่ต้องการ อาทิ คูปองส่วนลด 500 บาท สำหรับช้อป 1,000 บาทขึ้นไป / ใบเสร็จ หรือ คูปองส่วนลด 1,000 บาท สำหรับช้อป 2,000 บาทขึ้นไป / ใบเสร็จ หรือคูปองส่วนลด 1,500 บาท  สำหรับช้อป 3,000 บาทขึ้นไป / ใบเสร็จ คูปองใบที่ 2:  ช้อปหนัก จัดให้ รับทันทีคูปองส่วนลด 2,000 บาท สำหรับช้อปครบ 8,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ พิเศษ เมื่อมียอดช้อปครบ 10,000 บาทขึ้นไป(สุทธิ)/ใบเสร็จ อิ่มฟรี 500 บาท ที่ THAI TASTE HUB @PHUKET

ตามไปเช็กอินฟินกับความสวยงามให้อิ่มเอิบ พร้อมพบกับหลากกิจกรรมความสุขส่งท้ายปีที่จะมาสร้างสีสัน ความสุข และรอยยิ้มให้กับทุกคน พร้อมอิ่มอร่อยกับสตรีตฟู้ดรสเลิศ และโปรโมชั่นสุดคุ้มในงาน “KING POWER HOLIDAY CHECK – IN” เช็กอินความสุข ช้อปสนั่น กินสนุก รับวันหยุดยาว  ได้แล้วระหว่างวันนี้-12 ธ.ค. 2564 และสามารถเช็กอินความสุขกับประติมากรรมดอกไม้ Million Flowers Billion Joys ได้ถึงวันที่ 16 มกราคม 2565 ที่คิง เพาเวอร์ ภูเก็ต 

คิมป์ตัน คีตาเล สมุย รีสอร์ตแรกของแบรนด์คิมป์ตันในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/669633

วันที่ 02 ธ.ค. 2564 เวลา 08:00 น.คิมป์ตัน คีตาเล สมุย รีสอร์ตแรกของแบรนด์คิมป์ตันในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แรงบันดาลใจจากวิถีชีวิตชาวเล สู่ ‘คิมป์ตัน คีตาเล สมุย’ รีสอร์ตแห่งแรกที่เปิดตัวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภายใต้แบรนด์คิมป์ตัน แบรนด์สุดหรูระดับโลกของ IHG ที่ใกล้เปิดให้บริการสุดประทับใจในดีไซน์ที่โดดเด่น

โรงแรมและรีสอร์ต IHG หนึ่งในเครือโรงแรมชั้นนำระดับโลก เตรียมเปิดตัว คิมป์ตัน คีตาเล สมุย อย่างเป็นทางการในวันที่ 20 ธันวาคม 2564 นับเป็นรีสอร์ตแห่งแรกที่เปิดตัวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภายใต้แบรนด์โรงแรมคิมป์ตัน (Kimpton) แบรนด์สุดหรูระดับโลกของ IHG โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากวิถีชีวิตของชาวสมุย พร้อมเปิดประสบการณ์ที่ไม่ซ้ำใครผ่านการบริการที่มีเอกลักษณ์ของคิมป์ตัน ครบครันด้วยร้านอาหารและบาร์อันเป็นที่รักของชาวสมุย รวมถึงตื่นตากับดีไซน์โดดเด่นที่ผสมผสานวัฒนธรรมท้องถิ่นและความหรูหราแบบทันสมัยเอาไว้ในที่เดียวกัน

สำหรับ “คีตาเล” เป็นชื่อที่รับแรงบันดาลใจจากการเชื่อมคำไทยสองคำ คือ คีตา อันหมายถึง เพลงขับ หรือการขับร้อง กับ เล ที่นอกจากจะมีความหมายว่าทะเลแล้ว ยังรวมไปถึงวิถีชาวเลอีกด้วย “คีตาเล” จึงสื่อถึงการได้ถูกรังสรรค์ขึ้นมาเพื่อขับกล่อมบทเพลงจากท้องทะเลพร้อมความอบอุ่นจากชุมชนชาวเล เพื่อมอบประสบการณ์ที่งดงามอย่างมีเอกลักษณ์ผ่านทุกแง่มุมของรีสอร์ต

คิมป์ตัน คีตาเล สมุย ตั้งอยู่ที่หาดเชิงมน ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะสมุย ห่างจากท่าอากาศยานนานาชาติสมุยเพียงไม่กี่นาที และเป็นรีสอร์ตเพียงแห่งเดียวบนชายหาดของเกาะสมุยที่ตกแต่งด้วยสไตล์หมู่บ้านชาวประมง ด้วยเจตนารมณ์ที่ต้องการให้ทุกคนได้สัมผัสกับความเงียบสงบและความเป็นส่วนตัว ฟังเสียงคลื่นที่เข้ากระทบชายหาดอย่างแผ่วเบาหลีกหนีจากความเร่งรีบและวุ่นวาย

คุณไมเคิล แจนเซ่น ผู้จัดการทั่วไป คิมป์ตัน คีตาเล สมุย

คุณไมเคิล แจนเซ่น ผู้จัดการทั่วไปของคิมป์ตัน คีตาเล สมุย กล่าวว่า “เกาะสมุยขึ้นชื่อในด้านความงามอันน่ามหัศจรรย์และกลิ่นอายเสน่ห์ของชุมชนชาวเกาะ ซึ่งเป็นมิตร และวิถีชีวิตดั้งเดิมที่งดงามได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้เราสรรค์สร้างประสบการณ์ภายในรีสอร์ตตามแบบฉบับวิถีชีวิตชาวสมุย นำเสนอเอกลักษณ์และความเฉพาะตัวของคิมป์ตัน อาทิ Social Hour ช่วงเวลาพิเศษในช่วงเย็นของทุกๆ วัน โปรแกรมสัตว์เลี้ยงอันเป็นที่คุ้นเคยของคิมป์ตัน และประสบการณ์ความหรูหราที่เข้าถึงได้ โดยพนักงานในรีสอร์ตทุกท่านพร้อมมอบบริการเหนือระดับและปฏิสัมพันธ์ที่จริงใจ”

รีสอร์ตสุดหรูแห่งนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากหมู่บ้านชาวประมงที่ได้ใช้ชีวิตกับท้องทะเลเป็นเวลายาวนาน พร้อมชูเสน่ห์ของการออกแบบร่วมสมัยและวัฒนธรรมดั้งเดิม โดย P49 Deesign บริษัทออกแบบชั้นนำของประเทศไทยได้ประยุกต์ใช้เศษไม้จากเรือประมงมาเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญ ชวนให้ย้อนนึกถึงอดีต และกลายมาเป็นการตกแต่งที่เหนือกาลเวลา เช่น งานศิลปะในท้องถิ่นโดยช่างฝีมือชาวไทย การตกแต่งด้วยสีเอิร์ธโทน และระเบียงที่ได้รับแรงบันดาลใจจากคลื่นทะเล ทำให้ห้องพักและพูลวิลล่าทั้ง 138 ห้อง มีดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ เสริมด้วยลวดลายกระเบื้องไทยบนพื้นห้องน้ำ และงานศิลปะชิ้นเอกบนผนัง เสื้อคลุมอาบน้ำจากผ้าทอเนื้อนุ่ม ตะกร้าปิกนิกบนชายหาดสำหรับทุกห้องพัก และประสบการณ์การผ่อนคลายที่เหนือระดับด้วย amenities กลิ่นเกลือทะเลและพิมเสน (Sea salt and Patchouli) จาก HARNN ที่รังสรรค์มาเพื่อรีสอร์ตนี้โดยเฉพาะ

Fish House Exterior
Fish House Restaurant & Bar
LANAI Bar & Lounge

ทางด้านโปรแกรมอาหารและเครื่องดื่ม ภายในคิมป์ตัน คีตาเล สมุย มีห้องอาหาร 5 แห่งที่ทรงเสน่ห์แตกต่างกัน เริ่มจาก Fish House Restaurant & Bar ห้องอาหารริมชายหาดที่มีเมนูอาหารทะเลคลาสสิกมากมาย รวมทั้งเมนูซีฟู้ดที่สร้างสรรค์ขึ้นใหม่ LANAI Bar & Lounge ห้องสมุดรูปแบบใหม่ที่นำเสนอประสบการณ์ใหม่ๆ ด้วยเมล็ดกาแฟที่การผ่านคัดสรรมาอย่างดี รวมถึงกาแฟไทย Single Origin ใบชาที่ถูกเก็บเกี่ยวมาด้วยมือ (Artisan Tea) และสุราท้องถิ่น นอกจากนี้ ยังสามารถจิบค็อกเทลริมสระน้ำและจัดอีเวนท์สำคัญบนชายหาดได้ที่ SHADES Ocean Lounge and Pool Bar นอกจากนั้นยังเลือกรับประทานอาหารที่คาเฟ่สไตล์ไทยอย่าง Boho ได้ตลอดทั้งวัน หรือจะเพลิดเพลินไปกับเวิร์คช็อปการทำเบเกอรี่ ขนมหวาน ชาสูตรพิเศษ และน้ำผลไม้สกัดเย็นสดใหม่ทุกวันได้ที่ HOM Baking Company

ส่วนโปรแกรมไลฟ์สไตล์ต่างๆ ของรีสอร์ตยังคงเป็นดีเอ็นเอของคิมป์ตัน ที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์ประสบการณ์ให้น่าจดจำเสมอ อาทิ การเริ่มต้นวันใหม่ด้วยกิจกรรม Morning Kickstart ดื่มชากาแฟและพูดคุยกันที่ล็อบบี้ ไปจนถึงกิจกรรม Kimpton’s Social Hour ที่แบรนด์ตั้งใจที่จะเปิดช่องทางให้ผู้คนท้องถิ่นและแขกผู้เข้าพักจากต่างถิ่นได้พบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนมุมมองความคิดและเรื่องราวที่ได้เจอมาในแต่ละวัน นอกจากนี้ ยังมี Junio Kid’s Club ขนาด 500 ตารางเมตร ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ของคิมป์ตัน คีตาเล สมุย ที่สร้างขึ้นมาด้วยแรงบันดาลใจจากท่าเรือที่มีชีวิตชีวา โดยออกแบบมาให้เหมาะแก่การวิ่งเล่นและการเรียนรู้จากการผจญภัย การออกสำรวจที่น่าตื่นเต้นเพื่อเปิดโลกจินตนาการให้กับแขกตัวน้อยอย่างไม่มีที่สิ้นสุด พร้อมผ่อนคลายในสระว่ายน้ำของรีสอร์ตและสระว่ายน้ำส่วนตัวในวิลล่า

ปิดท้ายด้วยความใส่ใจในสุขภาพกับ Pimãanda by HARNN ที่พร้อมปรนเปรอผู้ที่แสวงหาความผ่อนคลายด้วยบริการซิกเนเจอร์ที่มี 14 ขั้นตอน หรือ “Paradise of Wondrous Sea” ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากรามโนราห์จากจังหวัดในภาคใต้ของประเทศไทย เริ่มต้นด้วย กษิธารา หรือการอาบน้ำนม ก่อนขัดผิวด้วยสครับจากไข่มุกธรรมชาติที่เตรียมผิวให้พร้อมเปล่งประกาย และ Trio of Bliss หรือการนวดน้ำมันอุ่นที่ผสมผสานเทคนิคการนวดสามแบบเข้าไว้ด้วยกัน

และก่อนการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 20 ธันวาคม 2564 โพสต์ทูเดย์ก็อดตื่นเต้นไม่ได้กับการที่จะได้ไปสัมผัสมนต์เสน่ห์ของคิมป์ตัน คีตาเล สมุย เยือนสวรรค์กลางอ่าวไทย จึงนำเอาภาพบรรยากาศบางส่วนมาให้ชม ซึ่งงานนี้จัดขึ้นที่โรงแรม คิมป์ตัน มาลัย กรุงเทพฯ พร้อมทั้งมีโอกาสได้ลิ้มลองเมนูสุดพิเศษ

เตรียมตัวร่วมเดินทางไปกับเราในการผจญภัยครั้งใหม่ บนหาดทรายขาวและทะเลใสทางภาคใต้ของประเทศไทย เราเชื่อว่าความประทับใจและประสบการณ์ดีๆ รอทุกคนอยู่ที่ คิมป์ตัน คีตาเล สมุย

รวมที่สุดความเรืองรอง ‘เซ็นทรัล อยุธยา’ เดสติเนชั่นของการท่องเที่ยวและการใช้ชีวิตแบบอัศจรรย์อยุธยา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/669525

วันที่ 01 ธ.ค. 2564 เวลา 07:55 น.รวมที่สุดความเรืองรอง 'เซ็นทรัล อยุธยา' เดสติเนชั่นของการท่องเที่ยวและการใช้ชีวิตแบบอัศจรรย์อยุธยาเปิดแล้ว!! เซ็นทรัล อยุธยา จุดเริ่มต้นและจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยว ภายใต้แนวคิด “อัศจรรย์อยุธยา” Capital of Wonders ตามติดประสบการณ์ 9 อัศจรรย์ รวมที่สุดของความเรืองรองไว้ในที่เดียว

ประจักษ์สู่สายตาชาวอยุธยาพร้อมเรียกความตื่นเต้นเป็นอย่างมากกับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ “เซ็นทรัล อยุธยา” โครงการ Fully-integrated Mixed-Use Development บน Strategic Gateway ประตูสู่ภาคเหนือและอีสาน ที่จะยกระดับการท่องเที่ยวให้เมืองอยุธยา กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน พร้อมชูต้นแบบ Kyoto Model ปั้นเมืองอยุธยาให้เป็น The Cultural Capital เมืองหลวงด้านท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของไทย สะท้อนอัตลักษณ์อยุธยาแบบ Thai Twist พร้อม The Must-Visit Instagrammable Landmarks ทั่วทั้งศูนย์ 

“เราตั้งใจให้เซ็นทรัล อยุธยา ช่วยยกระดับการท่องเที่ยวของเมืองมรดกโลกให้เป็นทั้ง ‘จุดเริ่มต้นและจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยว’ ที่ครบครันและดีที่สุด ด้วยการออกแบบโครงการที่นำเอาความเรืองรองของอัตลักษณ์ไทยมาผสมผสานกับความร่วมสมัย สร้างให้เป็นแลนด์มาร์กที่มีเอกลักษณ์ความโดดเด่นอีกแห่งหนึ่งของจังหวัด และพร้อมอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวด้วย Tourist Transportation Hub, Information Center รวมไปถึงมีแผนการเปิด Cultural Space ในปีหน้าเพื่อเป็นแหล่งการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ในรูป Interactive Museum ในอนาคตอีกด้วย” นายปรีชา เอกคุณากูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา กล่าว

พบกับ 9 อัศจรรย์เซ็นทรัล อยุธยา เดสติเนชั่นของการท่องเที่ยวและการใช้ชีวิตที่ครบครันและดีที่สุด

อัศจรรย์แลนด์มาร์กดี ศรีอยุธยา พบแลนด์มาร์กถ่ายรูปสวยทั่วศูนย์การค้า ในบรรยากาศที่ integrated ทั้ง indoor & outdoor ด้วยแนวคิด Thai Twist ผสมผสานความโมเดิร์นกับเสน่ห์แห่งอยุธยา อาทิ Façade ย่อมุมไม้สิบสอง, ลานพระนคร, ลานบัว, เพลินนคร Indoor Market,  ประติมากรรมพานพุ่มดอกไม้, สวนดอกยี่สุ่นเรืองแสง, อู่ข้าว เสน่ห์วิถีชุมชน ความอุดมสมบูรณ์, Co-Working Space ลายเบญจรงค์, ห้องจาน, ห้องโคม, ห้องผ้าลายอย่าง เป็นต้น 

อัศจรรย์เมนูล้ำข้ามกาลเวลา เปิดประสบการณ์ Authentic Twist ขนมไทยต้นตำรับกรุงศรี มามิกซ์ในสไตล์โมเดิร์น พิเศษในช่วงเปิดศูนย์ฯ ในงาน Taste of Ayutthaya สิทธิพิเศษสำหรับสมาชิก The 1 เพียงใส่ชุดไทยรับส่วนลด 50% เฉพาะเมนูที่ร่วมรายการ รับคูปองผ่าน Line @CentralLife

อัศจรรย์กับแบรนด์เด็ดสุดลิมิเต็ด รวมทุกของฮิต Only at Central Ayutthaya กับการผนึกกำลังครั้งสำคัญในกลุ่มเซ็นทรัล ได้แก่ ‘ห้างโรบินสัน สาขาอยุธยา 2’ เดสติเนชั่นใหม่แห่งการ ช้อปปิ้งของชาวอยุธยา และนักท่องเที่ยว ในคอนเซ็ปต์ ‘ช้อปไฉไล วิถีใหม่ของอยุธยา’  บนพื้นที่ 7,000 ตร.ม. กับสินค้าชั้นนำและแบรนด์ใหม่กว่า 300 แบรนด์, PowerBuy ศูนย์รวมเครื่องใช้ไฟฟ้าและดิจิตัลไลฟ์สไตล์ทันสมัย, Tops Market ที่แรกที่เดียวในอยุธยากับหลากหลายสินค้าทั้งในและต่างประเทศ, go! WOW รวมของใช้ในบ้านกว่า 14,000 รายการ เริ่มต้น 5 บาท, Supersports รวมสินค้ากีฬาอันดับหนึ่งของประเทศ, B2S Think Space แห่งแรกในอยุธยา ร่วมด้วยแบรนด์ชั้นนำทั้งโรงภาพยนตร์ SF, Jetts Fitness เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมงทุกวัน

อัศจรรย์เทศกาลดีศรีอยุธยา เที่ยวอยุธยาสนุกสุขทุกวันกับเทศกาลและอีเว้นท์ตลอดทั้งปีอาทิเทศกาลสายไหมเทศกาลกุ้งแม่น้ำเป็นต้น

อัศจรรย์ความสุข สนุกทั้งวัน กับตลาดเช้าลานพระนคร และตลาดย่ำค่ำ ที่ขยายเวลาแห่งความสุข ทำให้คุณเที่ยว “อยุธยา” ได้ทั้งวัน ทั้งคืน

อัศจรรย์ของดี ของเด็ด 16 อำเภอดัง แหล่งรวมของกินของฝาก OTOP ยอดฮิต ที่ห้ามพลาดจากอยุธยา

อัศจรรย์ครบจบทุกทริป กับจุดขึ้นรถโดยสาร ศูนย์การขนส่งสาธารณะ และ Tourist Information  ที่สะดวก และครบครันที่สุด

อัศจรรย์วันแฮปปี้ของทั้งแฟมมิลี่ กับพื้นที่ความสุขและกิจกรรมมากมายที่ตอบโจทย์ทุกคนในครอบครัว พบกับสนามเด็กเล่น, แบรนด์แฟชั่นและความงามชั้นนำ UNIQLO / BEAUTRIUM / CC-OO / ADIDAS, SKECHERS ร้านอาหารและเครื่องดื่มชื่อดัง BONCHON / LAEMCHAROEN SEAFOOD / COCO ICHIBANYA / YAYOI / FUJI RESTAURANT /  WASHI / MK RESTAURANT / BAR-B-Q PLAZA / KOI THE / STARBUCKS / CAFE AMAZON / AFTER YOU พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและ Tech Space ที่ครบวงจร

อัศจรรย์มรดกโลก เปิดประตูสู่ตำนานไทย กับ Ayutthaya Cultural Space ศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์อยุธยาในรูปแบบ Interactive Museum (พร้อมเปิดให้บริการ Q4/2565)

ตามไปเช็กอินเดสติเนชั่นใหม่ได้แล้วที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล อยุธยา ตื่นตากับงาน “อัศจรรย์ตำรับอาหารสองกรุง” ตำรับไทยท้าวทองกีบม้า และตำรับพระวิมาดาเธอฯ ร.๕ (30 พ.ย.-6 ธ.ค. 64), และงานไลฟ์สไตล์สุดชิค Gift Market (30 พ.ย.-15 ธ.ค. 64), Ayutthaya Floral (7-15 ธ.ค. 64), Little Tree Market (30 พ.ย.-6 ธ.ค. 64) และ Café & Garden Zone (ตลอดเดือน ธ.ค. 64-พ.ค. 65) พลาดไม่ได้กับอีเว้นท์ส่งความสุขท้ายปี ฉลองไปกับ “ต้นคริสต์มาสดอกยี่สุ่น” ดอกไม้ในตำนานคู่ประวัติศาสตร์อยุธยา 

ขาช้อปห้ามพลาดกับพบโปรโมชั่นช้อปทุกวันรับสิทธิ์ลุ้นได้ทุกวัน รับ 1 สิทธิ์ลุ้นรับ Toyota C-HR Hybrid Premium Safety เมื่อช้อปครบ 1,000 บาท, รับฟรีกระเป๋าเก็บอุณหภูมิ Central Ayutthaya Limited Edition จำนวน 1 ใบ เมื่อช้อปครบ 5,000 บาท, รับฟรี ตั๋วหนัง SF Movie Complimentary Voucher 1 ใบ เมื่อช้อปครบ 500 บาท พร้อมส่งเสริมและอนุรักษ์ความเป็นไทย สำหรับลูกค้าที่แต่งชุดไทยรับฟรี คูปองซื้อบัตรชมภาพยนตร์ 1 ที่นั่ง ฟรี 1 ที่นั่ง และสิทธิพิเศษอีกมากมายจากบัตรเครดิตและแอพพลิเคชั่นที่ร่วมรายการ  พร้อมช้อปสะอาด มั่นใจ ปลอดภัยที่สุด โดยคุมเข้มมาตรการเซ็นทรัล สะอาด มั่นใจ SAFE PLUS+ พนักงานฉีดวัคซีนและตรวจ ATK แล้ว 100% ก่อนเปิดให้บริการ

‘ส้มตำนัว’ อีสานสไตล์ แซ่บเกินต้าน นัวได้ใจ และเมนูใหม่ ‘ไก่ย่างลุยไฟ ข้าวเหนียวผัดแจ่ว’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/669463

วันที่ 30 พ.ย. 2564 เวลา 15:05 น.‘ส้มตำนัว’ อีสานสไตล์ แซ่บเกินต้าน นัวได้ใจ และเมนูใหม่ 'ไก่ย่างลุยไฟ ข้าวเหนียวผัดแจ่ว'อยากสุดจัดแซ่บจี๊ดย่านกลางเมือง ไม่ใช่เรื่องยาก!! มื้อนี้ขอฝากท้องกับร้านที่ไว้ใจได้ในความนัว ณ ส้มตำนัว ความลงตัวของรสชาติอาหารผสานเสน่ห์ปลาร้าอีสานสไตล์ ในเซ็นทรัล เอ็มบาสซี

เรื่องและภาพ : วารุณี มณีคำ

ชื่อนี้ไม่เคยทำให้ผิดหวัง เพราะมาทานกี่ครั้งก็เป๊ะปังในความนัว อร่อยชัวร์ไม่มีเปลี่ยน สำหรับร้าน ส้มตำนัว สาขาเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ที่ตอนนี้มีเมนูใหม่อยากให้ได้ลองไปพร้อมๆ กัน แต่ก่อนเริ่มลิ้มรสคงต้องขอย้อนความเป็นมาเล่าจุดเริ่มต้นของร้านนี้ให้ฟังกัน

สำหรับ ส้มตำนัว มาจากคุณดี้ หนุ่มอุดรธานีที่เข้ามาทำงานด้านโฆษณาในกรุงเทพฯ จากแรกเริ่มเดิมทีแค่ตั้งใจต้มปลาร้าตำส้มตำกินเอง แต่จับพัดจับผลูสู่การเปิดร้าน พร้อมตั้งปณิธานว่าจะเป็นร้านที่คนอยากกินส้มตำต้องนึกถึง ด้วยความที่เติบโตมากับอาหารอีสานแท้ๆ จึงตั้งใจอยากเปิดร้านส้มตำอีสานที่ดูแตกต่าง จึงเลือกเปิดสาขาแรกในย่านสยามสแควร์ ถิ่นวัยรุ่น ณ ตอนนั้น โดยวางคอนเซ็ปต์ว่าอยากให้คนกรุงเทพฯ ได้ทานอาหารรสชาติอีสานแท้ และนับจากวันนั้นถึงวันนี้ ส้มตำนัว ก็ยังคงรักษารสชาติอาหารอีสานแบบออริจินัลมากว่า 20 ปี การันตีความอร่อยด้วยอายุอานานที่พร้อมจะเป็นตำนานไปแล้ว

ด้านจุดเด่น ส้มตำนัว เน้นเรื่องความพิถีพิถันในการคัดสรรวัตถุดิบและใส่ใจในการปรุง เพราะถือเป็นหัวใจสำคัญของความอร่อย และที่โดดเด่นกว่าใครแบบไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน คือ “ปลาร้า” ที่ต้องต้มและปรุงนาน 4-5 ชั่วโมงจนเขาเนื้อเพื่อความนัวขีดสุด

ส่วนเมนูเด็ดยืนหนึ่ง ยกให้เมนู ตำมั่ว ซิกเนเจอร์เด็ดประจำร้าน ฟินกับมะละกอเส้นกรอบที่คลุกเคล้ากับน้ำปลาร้าสูตรลับฉบับส้มตำนัว ตำกับถั่วฝักยาว มะเขือเทศ และเครื่องปรุงนานา ก่อนเติมเส้นขนมจีนเข้าไป จะให้ครบสูตรต้องกินคู่กับ ไก่ทอด ปีกไก่คุณภาพที่หมักด้วยเครื่องสูตรเฉพาะ ผ่านการทอดอย่างพิถีพิถันจนได้ไก่ทอดที่กรอบนอกนุ่มในแบบไม่อมน้ำมัน และที่สำคัญคือกลิ่นหอมโชย ยั่วน้ำลายมากๆ 

พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวงกับ ผัดขนมจีนกระทะร้อน เมนูสุดครีเอทที่เหตุเกิดจากความบังเอิญ ด้วยการหยิบนั่นผสมนี่แล้วมานำไปผัด แต่กลับได้รสชาติที่จัดว่าเด็ดจนกลายเป็นเมนูดังเชิดหน้าชูตามากว่า 20 ปี มีดีตรงเส้นขนมจีนผัดร้อนๆ คลุกเคล้ากับหมูยอ กุนเชียง แครอท และผักสด ก่อนโรยด้วยหมูหยองปิดท้าย

อร่อยต่อกับ คอหมูย่าง คอหมูมันน้อยย่างบนเตาถ่านหอมๆ เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มแจ่ว ส่วน เนื้อย่าง บอกเลยเนื้อดีเคี้ยวเพลิน ตอด้วย ลาบหมู เนื้อหมูคุโรบุตะสับคลุกเคล้าพริกปั่น มะนาว น้ำปลา ข้าวคั่ว สะระแหน่ และหอมแดง เข้าถึงรสชาติลาบแบบเด็ดๆ

อยากซดร้อนๆ ให้คล่องคอ ต่อกันที่ ต้มผักหวาน และ ต้มแซ่บกระดูกหมูอ่อน กระดูกหมูอ่อนต้มจนเปื่อยข้ามคืนในน้ำซุปสูตรเด็ด ปรุงรสจัดจ้าน ทว่า กลมกล่อมไม่เหมือนเจ้าไหน

ปิดท้ายเริดหรูด้วยเมนูใหม่ ไก่ย่างลุยไฟ ข้าวเหนียวผัดแจ่ว ไก่ย่างหนังสีน้ำตาลทองส่งกลิ่นหอมไปทั้งร้าน ผ่านกรรมวิธีหลายขั้นตอนก่อนหมักไว้นาน 24 ชั่วโมง และย่างที่อุณหภูมิ 200 องศา ด้านละ 15-20 นาที ได้หอมกลิ่นรากผักชี กระเทียม พริกไทย เสิร์ฟคู่ข้าวเหนียวผัดแจ่วสูตรเด็ด กินพร้อมกันเข้ากันสุดๆ

ตามไปกินให้ฟินแบบนี้ได้ที่ร้านส้มตำนัว  ทั้ง 6 สาขา และสาขา Cloud Kitchen 2

สาขาสยามสแควร์ ซอย 5 โทร. 080-068-1022

สยามเซ็นเตอร์ ชั้น 2 โทร. 080-068-1009

เซ็นทรัล เอ็มบาสซี ชั้น 5 โทร. 080-068-1028

เมกาบางนา ชั้น 1 โทร. 080-065-9929

เซ็นทรัล ลาดพร้าว ชั้น 4 โทร. 080-065-9948 

เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 3 โทร. 080-065-9913

W District พระโขนง (Cloud Kitchen) โทร. 080-069-3697

บิ๊กทอมดินแดง (Cloud Kitchen) โทร. 080-068-1038

หรือสั่งผ่านช่องทาง Delivery

GrabFood: https://bit.ly/3z2eNjp

Lineman: https://bit.ly/2XGPvXW

Foodpanda: https://bit.ly/3hIEbEM

Robinhood: https://static.robinhood.in.th/app_link.html?URI=robinhoodth://merchantlanding/id/105408

ติดตามรายละเอียดได้ที่ Facebook: https://web.facebook.com/Somtamnuathailand IG: https://www.instagram.com/somtamnua/

Line OA: @somtamnua

สำรับมีสไตล์ By The Map ความสุขบนโต๊ะอาหารผ่านการรังสรรค์โดยเชฟจั๊ม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/669429

วันที่ 30 พ.ย. 2564 เวลา 09:55 น.สำรับมีสไตล์ By The Map ความสุขบนโต๊ะอาหารผ่านการรังสรรค์โดยเชฟจั๊มชวนดื่มด่ำรสชาติอาหารไทยในแบบฉบับ “เชฟจั๊ม-จันทร์ตระกูล ชัยชนะพลตระกูล” ชิมสำรับมีสไตล์ 3 ชุดสุดอลังการ “เจริญรุ่งเรือง-สุขสมบูรณ์-สิริมงคล” เติมความสุขได้ทุกมื้อสังสรรค์

กินเที่ยวโพสต์ทูเดย์ บุกแลนด์มาร์คใหม่ย่านรัชดาฯ พาชิมสำรับตำรับไทยที่ห้องอาหาร The Map (เดอะ แมป) ภายใน โรงแรมมีสไตล์ มิวเซียม (MeStyle Museum Hotel) รัชดา-ห้วยขวาง โรงแรมของนักสะสม แหล่ง Hang out และ Hotel destination แห่งใหม่ของกรุงเทพฯ 

สำหรับโรงแรมมีสไตล์ มิวเซียม เกิดจากความตั้งใจของผู้ก่อตั้ง คุณสมบัติ แสงรัฐกาญจนสิน นักธุรกิจ นักพัฒนาที่ดิน นักสะสม และนักเดินทาง  ที่มาของคอนเซ็ปต์ โรงแรมของนักสะสม (the collector’s hotel) โดยทุกมุมของโรงแรมจะพบของสะสมล้ำค่าที่ได้มาจากการเดินทางหลายสิบปีของผู้ก่อตั้ง เมื่อนำมาผสมกับการออกแบบที่ไม่ซ้ำใคร โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของ MESTYLE บวกกับฝีมือ interior designer อาจารย์กิตติศักดิ์ สุธรรมโชติ ตอกย้ำความตั้งใจ ..สร้างโรงแรมสวยๆ เลือกใช้แต่ของดีๆ ไว้ให้ลูกค้าเข้ามาพักผ่อน รวมทั้งให้สถานที่แห่งนี้เป็นแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นหลัง..

ซึ่งความพิเศษในครั้งนี้อยู่ที่การรังสรรค์เซ็ทเมนูสำรับไทยที่มาในชื่อสุดมงคล (สำหรับ 10-12 ท่าน) เพื่อวาระอันเป็นมงคล ตอบโจทย์ทุกการสังสรรค์ เหมาะอย่างยิ่งกับการเป็นมื้อแห่งความสำราญ ที่เต็มไปด้วยความสุข ปะปนรอยยิ้ม เคล้าเสียงหัวเราะ ตรงตามเจตนารมณ์ของผู้รังสรรค์เมนูอย่าง เชฟจั๊ม-จันทร์ตระกูล ชัยชนะพลตระกูล ผู้ถ่ายทอดความรู้สึกลงในสำรับอาหาร

     เริ่มด้วยสำรับเจริญรุ่งเรือง 

       สำรับสุขสมบูรณ์

      ปิดท้ายด้วยสำรับสิริมงคล

คิดถึงสำรับไทยในบรรยากาศสังสรรค์มากันได้ที่ The Map (เดอะ แมป) ห้องอาหารไทยฟิวชั่นที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการเดินทาง ตั้งอยู่ชั้น 2 ของโรงแรมมีสไตล์ มิวเซียม (MeStyle Museum Hotel) รัชดา-ห้วยขวาง ดูข้อมมูลเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊ก The MAP Line official – @mestylehotelgroup https://lin.ee/2g0XE5tmi เว็บไซต์ www.mestylemuseum.com หรือโทร. 02 690 8899 

รวม 6 เมนูจาก 6 ร้านดัง เติมพลังความอุ่นคลายหนาว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/669303

วันที่ 29 พ.ย. 2564 เวลา 15:58 น.รวม 6 เมนูจาก 6 ร้านดัง เติมพลังความอุ่นคลายหนาวเมื่ออากาศหนาวกับความอบอุ่นของร่างกายเป็นของคู่กัน เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป ส่ง 6 เมนูแสนอร่อย จาก 6 ร้านดัง มาเติมความอุ่นรับลมหนาว

ตื่นเช้าบางวันก็เริ่มมีไอหนาวมาสัมผัสกาย ชวนให้คิดถึงเมนูเติมความอบอุ่นให้ร่างกาย ซึ่งปีนี้ เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป (ซีอาร์จี) ชวนมาชิม กินเมนูร้อนๆ กับ 6 จานแสนอร่อย จาก 6 แบรนด์ดังที่รับรองว่ากินแล้วคลายหนาวแน่นอน

เริ่มต้นที่ เปปเปอร์ ลันช์ (Pepper Lunch) พร้อมเสิร์ฟสุดยอดสเต๊กสไตล์ญี่ปุ่น โดยทุกเมนูอร่อยจะเสิร์ฟบนกระทะร้อนที่สามารถรักษาอุณหภูมิให้สามารถอุ่นอร่อยไปกับเมนูอาหารจานโปรดได้จนถึงคำสุดท้าย และยังคงความชุ่มฉ่ำของเนื้อที่คัดสรรมาได้อย่างดี อุณหภูมิลดลงแบบบี้ต้องเมนูแสนอร่อยอย่าง สุกี้ยากี้ ที่เสิร์ฟมาพร้อมข้าวญี่ปุ่น อีกหนึ่งเมนูยอดฮิตจากแดนซามูไร เสิร์ฟผ่านกระทะร้อนสไตล์เปปเปอร์ ลันช์ ทั้งหมูสไลซ์ และเนื้อสไล์แผ่นบาง ผสมผสานด้วยซอสสุกี้สไตล์ญี่ปุ่น ตัดรสชาติกับไข่ไก่ที่มาในจาน อร่อยจนต้องบอกต่อ มีให้เลือกอร่อยได้ทั้งชุดสุกี้ยากี้หมู (ราคา 225 บาท) หรือชุดสุกี้ยากี้เนื้อ (ราคา 260 บาท) ปลายปีแบบนี้ หาอะไรร้อนๆ ทานให้อุ่นๆ ไปอร่อยกันได้แล้วที่ร้านเปปเปอร์ ลันช์ ทุกสาขา

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

· Facebook : PepperlunchThailand

· Line@ : pepperlunchth

· CRG Call Center โทร. 1312

ชาบูตง ราเมน (Chabuton) สุดยอดร้านราเมนต้นตำรับจากญี่ปุ่น ORIGINAL TASTE FROM JAPAN ส่งเมนูสุดพรีเมี่ยมรับปลายปี กับ “พรีเมี่ยม แบล็ค โชยุ ราเมน (Premium Black Shoyu Ramen) ศึกปะทะเทพ 2 เนื้อ สัมผัสรสชาติความพรีเมียมจนหยดสุดท้าย” จัดเต็มให้คุณเลือกอร่อยถึง 2 เมนู จะรับประทานที่ร้าน สั่งกลับบ้าน หรือสั่งแบบเดลิเวอรี่ส่งตรงถึงที่ ก็ให้อรรถรสอร่อยเหมือนกัน เริ่มต้นที่ พรีเมียมแบล็คโชยุราเมนเนื้อ U.S. (Premium U.S. Beef Black Shoyu Ramen) เมื่อเทพแห่งเนื้อ U.S. มาจับคู่กับราเมนในน้ำซุปโชยุเข้มข้นตามตำรับโตเกียวขนานแท้ เกิดเป็นรสชาติความพรีเมียมจนหยดสุดท้าย ราคา 249 บาท และ พรีเมียมแบล็คโชยุราเมนหมูชาชู (Premium Chashu Pork Black Shoyu Ramen) เมื่อเทพแห่งหมูชาชู ที่เคี่ยวจนเปื่อยในน้ำซุปรสเด็ดนานกว่า 5 ชั่วโมง ตามสูตรพิเศษลับเฉพาะ เพิ่มความหอมอร่อยด้วยการย่างกับซอสสูตรพิเศษ จัดเต็มล้นชาม มาจับคู่กับราเมนในน้ำซุปโชยุ จนได้รสชาติอร่อยอย่างลงตัว ราคา 289 บาท ไปอิ่มอร่อยกันได้แล้ว ตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2564-11 มกราคม 2565 ที่ร้านชาบูตง ราเมน ทั้ง 16 สาขา

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

· Facebook: Chabuton Ramen

· Line@: ChabutonThailand

· CRG Call Center โทร. 1312

โยชิโนยะ (Yoshinoya) สุดยอดต้นตำรับข้าวหน้าเนื้อ (กิวด้ง) ที่คัดสรรเนื้อ US Beef 100% คุณภาพพรีเมี่ยมนำเข้าจากต่างประเทศ และเมนูข้าวหน้าญี่ปุ่นแบบต่างๆ (ดงบุริ) ปรุงด้วยซอสสูตรลับต้นตำรับจากโตเกียว ให้รสชาติอร่อยระดับตำนานที่มีมากกว่า 100 ปี ส่งเมนูรับลมหนาวกับชุดสุกี้กิมจินาเบะเนื้อ เสิร์ฟพร้อมข้าวญี่ปุ่นและไข่ไก่ อร่อยเน้นๆกับสุกี้หม้อไฟพร้อมน้ำซุปกิมจิรสจัดจ้าน กับเนื้อสไลด์แน่นๆพร้อมผักต่างๆและเต้าหู้ขาวญี่ปุ่น เสิร์ฟพร้อมจุดไฟให้หม้อนาเบะมีความร้อนตลอดเวลาตั้งแต่คำแรกจนคำสุดท้าย มีให้เลือกทั้งชุดสุกี้กิมจินาเบะเนื้อ ราคา 259 บาท หรือ ชุดสุกี้กิมจินาเบะเนื้อ ราคา 249 บาท เลือกอร่อยกับเมนูนี้ได้ที่ร้านโยชิโนยะทุกสาขา (ยกเว้นสาขาประเภท Express, Cloud Kitchen และ Hybrid Cloud)

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

· Facebook: YoshinoyaThailand

· Line@ : YoshinoyaTH

· CRG Call Center โทร. 1312

โอโตยะ (OOTOYA) ร้านอาหารญี่ปุ่นพรีเมี่ยมสไตล์โฮมเมด เน้นความเป็นญี่ปุ่นแท้ๆ โดยให้ความสำคัญกับการพิถีพิถันในทุกขั้นตอนของการคัดสรรวัตถุดิบที่มีคุณภาพสูง เน้นความสดใหม่ของวัตถุดิบตลอดจนรสชาติที่คงความเป็นญี่ปุ่นแท้ๆและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ ส่งเมนูคลายหนาวกับ สุกี้ยากี้หมูนาเบะสไตล์ญี่ปุ่น นาเบะหมูสไลซ์ปรุงเป็นสุกี้ยากี้น้ำดำสไตล์ญี่ปุ่นเสิร์ฟพร้อมเส้นบุก เต้าหู้ และผักหลากหลายชนิด ในราคาจานเดี่ยว 289 บาท หรือจะอร่อยเป็นเซตเพียง 349 บาทเท่านั้น สามารถไปอิ่มอร่อยกันได้แล้ว ที่ร้านโอโตยะทุกสาขา

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

· Facebook: Ootoya Japanese Restaurant

· LINE@ : ootoyathai

· CRG Call Center โทร. 1312

คัตสึยะ (KATSUYA) หนึ่งในผู้นำตลาดทงคัตสึยอดนิยมอันดับหนึ่งจากญี่ปุ่น รสชาติแท้ เจแปนนิส สไตล์ ส่งเมนูคลายหนาว กับเมนู คัตสึ โทจิ ในหม้อร้อนกับทงคัตสึสันนอก ราดไข่ และไอโมริ คัตสึ โทจิ ในหม้อร้อนกับหมูสไลด์ชิ้นโต และทงคัตสึสันนอก ราดไข่ มาในน้ำซุปโชยุ สูตรเฉพาะของคัตสึยะ เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยญี่ปุ่นและซุปมิโซะ มีให้เลือกถึง 2 แบบ ได้แก่ คัตสึ โทจิ จานเดี่ยว 169 และ ไอโมริ คัตสึ โทจิ จานเดี่ยว 199 ไปเติมความอุ่นให้ร่างกายได้แล้วที่ร้านคัตสึยะทุกสาขา

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

· Facebook : Katsuya Thailand

· Line@ : KatsuyaThailand

· CRG Call Center โทร. 1312

ส้มตำนัว (Somtamnua) ขอเสิร์ฟเมนูแซ่บๆ รับลมหนาวกับ เมนูต้มแซ่บกระดูกอ่อน เมนูขายดีประจำร้านที่ซดร้อนคล่องคอ รสชาติแซ่บถึงใจ โดยร้านส้มตำนัวเลือกใช้กระดูกหมูอ่อนส่วนใบพาย หรือนิยมเรียกอีกชื่อว่า พายแก้ว เป็นส่วนประกอบของกระดูกอ่อนที่ติดกับกระดูกสะโพก เรานำมาตุ๋นข้ามคืนจนเปื่อยจนสามารถเคี้ยวรับประทานได้ พร้อมใส่สมุนไพรหลากหลายชนิดเพื่อเพิ่มความหอมของน้ำซุปที่เป็นสูตรเด็ดของร้าน ปรุงรสเพิ่มด้วยน้ำปลา น้ำมะนาวคั้นสด พริกป่น รสชาติจัดจ้านแต่กลมกล่อม ในราคา 180 บาท (สาขาเซ็นทรัล เอ็มบาสซี่ 190 บาท) ไปอิ่มอร่อยกันได้แล้วที่ร้านส้มตำนัวทุกสาขา

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

· Facebook : Somtamnua

· Line : @somtamnua

· CRG Call Center โทร. 1312