centralwOrld Music Heals 2021 ความสุนทรีย์ส่งท้ายปลายปีช่วงเทศกาลเฉลิมฉลอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/667236

วันที่ 03 พ.ย. 2564 เวลา 19:30 น.centralwOrld Music Heals 2021 ความสุนทรีย์ส่งท้ายปลายปีช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เบอร์หนึ่ง Lifestyle Destination ที่ดีที่สุดใจกลางเมือง จัดงาน centralwOrld Music Heals 2021 ต่อเนื่องเป็นปีที่สอง ส่งความสุขให้กำลังใจคนไทยทั่วประเทศ ผ่านเพลงบรรเลงในรูปแบบออร์เคสตราสุดอลังการ

ใกล้สิ้นปีชวนท่องเที่ยวแบบสุนทรย์ อีกครั้งกับการสร้างปรากฎการณ์ Music Community ใจกลางเมือง ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เบอร์หนึ่ง Lifestyle Destination ที่ดีที่สุดใจกลางเมือง นำทัพศิลปินรุ่นใหม่ชื่อดัง อาทิ JAYLERR x Ice Paris, Billkin, PP Krit, TRINITY และ ส้ม – มารี ผสานพลังวงดนตรีระดับแนวหน้าของประเทศ Thailand Philharmonic Orchestra โดยวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ให้ชมฟรี! ผ่าน Online Platform ของเซ็นทรัลเวิลด์ ตั้งแต่วันที่ 5 พ.ย. 64 เป็นต้นไป และบนจอ The Panoramix ดิจิทัลสกรีนที่ยาวที่สุดในเอเชียแปซิฟิก หน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ตั้งแต่วันที่ 18 พ.ย. 64 – 28 ก.พ. 65

ซึ่งงานนนี้ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ร่วมกับ วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล จัดงาน “centralwOrld Music Heals 2021” ต่อยอดความสำเร็จต่อเนื่องเป็นปีที่สอง ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Youth Collaboration” ที่รวมพลัง นักดนตรี นักประพันธ์เพลง และศิลปินวัยรุ่นชั้นแนวหน้าจากหลากหลายค่ายเพลงดังของเมืองไทย ได้แก่ สไปร์ซซี่ดิสก์, โฟร์โนล็อค และ นาดาว มิวสิค มาร่วมกันมอบความสุขด้วยบทเพลงดังที่นำมาเรียบเรียงใหม่ผ่านการบรรเลงในรูปแบบออร์เคสตราจากวง Thailand Philharmonic Orchestra (Thailand Phil) เพื่อร่วมสร้างความสุขและส่งต่อกำลังใจผ่านเสียงดนตรีให้กับคนไทยทุกคนในช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองปลายปีที่กำลังจะมาถึงภายใต้แคมเปญ ‘Forwarding Happiness 2022’

คุณพิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สไปร์ซซี่ดิสก์ จำกัด และกรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า “กลุ่มเซ็นทรัล นำโดยศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ได้จัดงาน ‘centralwOrld Music Heals 2021’ ต่อเนื่องเป็นปีที่สอง โดยร่วมมือกับวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหิดล และค่ายเพลงดังที่ส่งตัวแทนศิลปินรุ่นใหม่ อาทิ JAYLERR (เจเจ – กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม), Ice Paris (ไอซ์ – พาริส อินทรโกมาลย์สุต), Billkin (บิวกิ้น – พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล), PP Krit (พีพี – กฤษฏ์ อำนวยเดชกร), สามหนุ่ม TRINITY (ทรินิตี้) เติร์ด – ลภัส งามเชวง, ปอร์เช่ – ศิวกร อดุลสุทธิกุล, แจ๊คกี้ – จักริน กังวานเกียรติชัย, และส้ม – มารี เออเจนี เลอเลย์ มาร่วมขับร้องบทเพลงไปพร้อมกับการบรรเลงออร์เคสตราจาก Thailand Philharmonic Orchestra ซึ่งเป็นการผสมผสานกันอย่างลงตัวระหว่างดนตรีคลาสสิก นักดนตรี และศิลปินป๊อปรุ่นใหม่มากความสามารถ ที่ตั้งใจมามอบความสุขผ่านเสียงดนตรี ช่วยสร้างแรงบันดาลใจ และส่งต่อกำลังใจให้คนไทยทุกคนก้าวข้ามผ่านสถานการณ์ต่างๆ ไปได้”

ดร. ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมว่า “เซ็นทรัลพัฒนา ในฐานะแบรนด์ที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับสังคมไทยมาตลอดกว่า 40 ปี เราใส่ใจความรู้สึกในทุกช่วงเวลาของลูกค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงสถานการณ์โควิดที่คนไทยต้องการกำลังใจเป็นอย่างมาก เราจึงตั้งใจจัดงาน ‘centralwOrld Music Heals 2021’ เพื่อตอกย้ำการเป็นเบอร์หนึ่ง Music Community ใจกลางเมือง โดยได้รับความร่วมมือจากวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล และศิลปินวัยรุ่นชื่อดังที่รวมพลังกันมาสร้างความสุขผ่านเสียงดนตรีในรูปแบบออร์เคสตร้าเต็มวง ส่งต่อ Positive Energy ให้กับคนไทยทั้งประเทศ ผ่านเสียงดนตรีซึ่งเป็น Universal Language ที่ทุกคนเข้าถึงได้ง่ายและเท่าเทียมกัน และเตรียมก้าวเข้าสู่เทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองและความสุขในช่วงปลายปีที่เซ็นทรัลเวิลด์ ภายใต้แคมเปญ ‘Forwarding Happiness 2022’ ให้คนไทยทั้งประเทศได้เดินหน้าและมีความสุขไปด้วยกัน โดยการแสดงจะฉายผ่านช่องทาง online ของเซ็นทรัลเวิลด์ และบนจอ The Panoramix ดิจิทัลสกรีนที่ยาวที่สุดในเอเชียแปซิฟิก”

ปิดท้ายด้วย อาจารย์ ดร.ณรงค์ ปรางค์เจริญ คณบดีวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า “ปีนี้เป็นปีที่สองที่เราได้มีโอกาสต่อยอดความสำเร็จและใช้ Expertise ด้านดนตรีในการร่วมมือกับเซ็นทรัลพัฒนา จัดงาน ‘centralwOrld Music Heals 2021’ โดยคอนเซ็ปต์ของปีนี้คือ Youth Collaboration ที่เราได้เปิดโอกาสให้ Youth หรือเยาวชนคนรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยขับเคลื่อนทุกกระบวนการ นับตั้งแต่นักดนตรีในวง Thailand Philharmonic Orchestra ศิลปินเบื้องหน้าที่ร่วมกันขับร้องบทเพลง และทีมงานเบื้องหลังที่ร่วมกันเรียบเรียงบทเพลงใหม่ในรูปแบบออร์เคสตราที่จะแสดงภายในงานเท่านั้น เรามีความตั้งใจที่จะเผยแพร่การฟังออร์เคสตราให้เข้าสู่วงกว้างให้ได้มากที่สุดด้วยการนำเสนอผ่านบทเพลงที่คุ้นหูของคนทั่วไป โดยในเทศกาลแห่งความสุขที่กำลังจะมาถึงนี้ ผมตั้งใจให้เสียงดนตรีทำหน้าที่ช่วยส่งต่อความสุขและกำลังใจให้กับคนไทยทั้งประเทศในช่วงส่งท้ายปีอย่างยิ่งใหญ่”

โดยบทเพลงทั้งหมดที่นำมาแสดงถูกคัดเลือกและร้อยเรียงมาเป็นอย่างดีโดยค่ายเพลงดังระดับประเทศ บรรเลงดนตรีโดยวง Thailand Philharmonic Orchestra, อำนวยเพลงโดย ผศ. ดร.ธนพล เศตะพราหมณ์, เรียบเรียงดนตรีโดย ผศ. ดร.ธนพล เศตะพราหมณ์, ปริญญ์ ใจประสงค์ และยศสรัล ทรงเกียรติกุล

ชมฟรี! ‘centralwOrld Music Heals 2021’ ผ่านแพลตฟอร์ม online ของศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ตั้งแต่วันที่ 5 พ.ย. 64 เป็นต้นไป และรับชมบนจอ The Panoramix ดิจิทัลสกรีนที่ยาวที่สุดในเอเชียแปซิฟิก ณ ลานหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ตั้งแต่วันที่ 18 พ.ย. 64 – 28 ก.พ. 65 วันละ 2 รอบ เวลา 18:45 น. และ 19:45 น. ติดตามรายชื่อเพลงที่จะแสดงและสอบถามรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: Central World

กลับมาอีกครั้งกับตำนานบุฟเฟ่ต์แชมเปญบรั้นช์สุดพรีเมียม ณ ห้องอาหารอูโนมาส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/667125

วันที่ 03 พ.ย. 2564 เวลา 09:30 น.กลับมาอีกครั้งกับตำนานบุฟเฟ่ต์แชมเปญบรั้นช์สุดพรีเมียม ณ ห้องอาหารอูโนมาสห้องอาหารอูโนมาส โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ ชวนเปิดประสบการณ์กับบุฟเฟ่ต์แชมเปญบรั้นช์มื้อสายสไตล์สเปนสุดอลังการ วันอาทิตย์ที่ 7 พ.ย.นี้

ปักหมุดด่วน เพราะพลาดแล้วจะเสียใจ กับมื้อพิเศษวันอาทิตย์ที่ 7 พฤศจิกายน 2564 ที่ห้องอาหารอูโนมาส ชั้น 54 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ พร้อมให้คุณได้สัมผัสกลิ่นอายสไตล์สเปน และเพลิดเพลินกับอาหารและเครื่องดื่มที่เสิร์ฟแบบไม่จำกัด

ร่วมเปิดประสบการณ์กับบุฟเฟ่ต์แชมเปญบรั้นช์มื้อสายสไตล์สเปนสุดอลังการอันเลื่องชื่อ นำเสนอหลากหลายเมนูสุดพรีเมียม พร้อมให้คุณได้สัมผัสถึงกลิ่นอายอันทรงเสน่ห์ และวัฒนธรรมของอาหารสไตล์สเปน เรารวบรวมเหล่าบรรดาซีฟู้ดคุณภาพเยี่ยม จัดเรียงรายบนน้ำแข็งเป็นการเรียกน้ำย่อย อาทิ ก้ามปูอลาสก้าเนื้อหวาน ล็อบสเตอร์เนื้อแน่น กุ้งลายเสือ หอยนางรมหลากหลายสายพันธุ์ ไข่ปลาคาเวียร์ ทานพร้อมน้ำจิ้มรสแซ่บเพื่อเพิ่มอรรถรส รวมถึง หลากหลายเมนู ทาปาสต่างๆ มาให้คุณได้เลือกสรรความอร่อยด้วยตัวเอง

นอกจากนี้ ยังมีอาหารสเปนตามสั่งที่คัดสรรเมนูอาหารจานเด่น มาให้คุณได้ลิ้มลอง โดยทีมเชฟประจำห้องอาหารได้คัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศส่งตรงจากสเปน นำมารังสรรค์เป็นเมนูสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ตั้งใจปรุงอย่างสุดฝีมือ พร้อมเสิร์ฟร้อนให้ทุกท่านได้ลิ้มรสกันถึงโต๊ะ มอบประสบการณ์ที่คุณไม่ควรพลาด รวมทั้งเมนูของหวานละลานตาที่สายของหวานไม่ควรพลาด

เชิญสัมผัสรสชาติและวัฒนธรรมของชาวสเปน พร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัวภายใต้บรรยากาศอันอบอุ่น ในราคาเพียง 3,955 บาท++ ต่อท่าน เสิร์ฟพร้อมแชมเปญ จี เอช มุมม์ กอร์ดอง รูจ หนึ่งในสุดยอดแบรนด์แชมเปญของโลก จากขวดแม็กนัม หรือขวดใหญ่ ขนาดจุ 1.5 ลิตร หรือสองเท่าของขวดแชมเปญปกติ รวมถึงไวน์รสเลิศจากทั่วโลก และเครื่องดื่มพรีเมียมอื่นๆ แบบไม่อั้น (ราคานี้ไม่รวมอัตราภาษีและค่าบริการ) บุฟเฟ่ต์แชมเปญบรั้นช์ เปิดให้บริการทุกวันอาทิตย์แรกของทุกเดือน เวลา 11.30-14.30 น.

ขอให้ทุกท่านไว้ใจในการปรุงที่พิถีพิถัน ทั้งความสะอาด ปลอดภัย ใส่ใจ และห่วงใย พนักงานทุกคนผ่านการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายทุกวัน และยังผ่านการอบรมแนวทางป้องกัน นอกจากนี้เรายังทำการฆ่าเชื้อโรคอุปกรณ์ทำครัว ห้องครัว และเครื่องมือเครื่องใช้เป็นอย่างดี เราขอการันตีด้วยประกาศนียบัตรโรงแรมที่ผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย SHA (Amazing Thailand Safety and Health Administration) จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งได้ที่ โทร. 0-2100-6255 หรือ อีเมล์: diningcgcw@chr.co.th หรือสำรองที่นั่งผ่านเว็บไซต์ www.unomasbangkok.com

ติดตามข่าวสารของห้องอาหารอูโนมาสได้ที่ เว็บไซต์ : www.unomasbangkok.com เฟซบุ๊ก:  UNO MAS อินสตาแกรม: Unomas_Bangkok

ประลองความชีสสส กับคัตสึด้งราดไข่และไข่ลาวาชีส สองเมนูใหม่จากคัตสึยะ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/667029

วันที่ 02 พ.ย. 2564 เวลา 12:40 น.ประลองความชีสสส กับคัตสึด้งราดไข่และไข่ลาวาชีส สองเมนูใหม่จากคัตสึยะชิมสองความอร่อยใหม่ในรูปแบบคัตสึด้งสันนอก ราดไข่ / ไข่ลาวา / ไข่ลาวาชีส จากร้าน “คัตสึยะ” No.1 ทงคัตสึยอดนิยมจากญี่ปุ่น รสชาติแท้เจแปนนิสสไตล์กับหลากหลายเมนูที่รอคุณอยู่…รู้ยัง

เรื่องและภาพ : วารุณี มณีคำ

กินเที่ยวโพสต์ทูเดย์ ครั้งนี้พาไปที่เซ็นทรัลเวิลด์ เช็กอินไลฟ์สไตล์แลนด์มาร์ก และ Tourist destination ระดับโลกใจกลางกรุงเทพฯ พร้อมชิมทงคัตสึยอดนิยมจากญี่ปุ่น รสชาติแท้เจแปนนิสสไตล์กันที่ร้าน คัตสึยะ สัมผัสอาหารจานเดี่ยวแบบชาวอาทิตย์อุทัย พร้อมปริ่มใจไปกับความชีสสส ราดเยิ้มๆ อร่อยเคลิบเคลิ้มสุดๆ กับสองเมนูใหม่ที่จะมีให้ลิ้มลองถึงสิ้นเดือน พ.ย.นี้เท่านั้น

เริ่มที่ คัตสึด้งสันนอก ราดไข่ และไข่ลาวา ราคา 159 บาท (ปกติ 179 บาท) ความอร่อยใหม่ในรูปแบบคัตสึด้ง กับหมูสันนอกชุปเกล็ดขนมปังทอดจนเหลืองกรอบ แล้วนำมาราดไข่ หัวหอมใหญ่ ท็อปด้วยไข่ออนเซ็นที่ไหลเยิ้มจนเหมือนลาวา

ตามมาด้วยเมนูโดนใจสาวกชีสอย่าง คัตสึด้งสันนอก ราดไข่ และไข่ลาวาชีส ราคา 179 บาท (ปกติ 199 บาท) ความชีสฟินๆ กินคู่กับหมูสันนอกทอดชุปเกล็ดขนมปังในน้ำมันร้อนๆ เสิร์ฟมาแบบกรอบๆ หอมๆ มันๆ กินกันสุดเพลิน 

พิเศษ แลกซื้อเกี๊ยวซ่า หรือชีสซี่ สติ๊ก ในราคา 39 บาท (จากปกตติ 55-59 บาท) หรือเพิ่มเพียง 35 บาท ก็ได้อิ่มจุใจแบบครบชุด กับซุปมิโซะ และเครื่องดื่ม (ไม่รีฟิล) เลือกได้ทั้งเป๊ปซี่/ชาเขียวเย็น/ชามะนาว/ชาเขียวร้อน สำหรับโปรโมชั่นเสิร์ฟความสุขแบบจุกๆ นี้มีให้ถึงวันที่ 30 พ.ย. 64 เท่านั้น

ยังมีเมนูสุดอร่อยอีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็นสลัด อาหารทานเล่น หรือจะเป็นเมนูไก่ กับคัตสึด้งไก่ราดชีส คัตสึด้งไก่ราดซอส คัตสึด้งไก่ราดไข่ ข้าวหน้าไก่สไตล์ญี่ปุ่น หอมกรุ่นต่อกับเมนูปลา Seabass Katsu คัตสึด้งปลากะพงราดไข่ เนื้อปลานุ่มๆ พร้อมรสชาติกลมกล่อม หรือจะเลือกแบบเป็นชุดทงคัตสึเสิร์ฟพร้อมข้าวญี่ปุ่นและซุปมิโซะ

ส่วนใครอยากซดที่ คัตสึยะ มีกิมจินาเบะสไตล์ญี่ปุ่นเสิร์ฟพร้อมข้าวญี่ปุ่น กับ กิมจิอุด้งนาเบะเสิร์ฟจานร้อนพร้อมเส้นอุด้งนุ่มๆ ความอร่อยกลมกล่อมรสชาติเผ็ดนิด เปรี้ยวหน่อยๆ เสิร์ฟในรูปแบบจานร้อนพร้อมซดที่อยากให้ทุกคนมาลิ้มลอง  

แวะไปเอร็ดอร่อยสไตล์ญี่ปุ่นแบบนี้ ได้ที่ คัตสึยะ  No.1 ทงคัตสึยอดนิยมจากญี่ปุ่นรสชาติแท้ เจแปนนิสสไตล์ ติดตามรายละเอียดได้ที่เฟซบุ๊ก Katsuya Thailand

ชี้เป้าร้านใหม่ ‘ปาปา’ บะหมี่โคตรปู-ก๋วยเตี๋ยวไก่อุทัย เมนูยั่วใจคนรักเส้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/667026

วันที่ 02 พ.ย. 2564 เวลา 08:30 น.ชี้เป้าร้านใหม่ 'ปาปา' บะหมี่โคตรปู-ก๋วยเตี๋ยวไก่อุทัย เมนูยั่วใจคนรักเส้นแวะเมืองทอง ลองร้านเปิดใหม่ “ปาปา บะหมี่ปู (ปูม้าเกรดพรีเมียม)” ชิมบะหมี่โคตรปู ก๋วยเตี๋ยวไก่อุทัยธานี ต่อที่ข้าวไข่ทอร์นาโดปู สุดยอดเมนูกินง่ายที่เลือกอร่อยได้หลายฟิล

เพราะความอร่อยใหม่รอให้เราไปลิ้มรสอยู่เสมอ ครั้งนี้ กินเที่ยวโพสต์ทูเดย์ ชวนพลพรรคคนรักเส้นไปสัมผัสกับอีกสุดยอดเมนูปู ที่ร้านเปิดใหม่บนถนนบอนด์สตรีท เมืองทองธานี จ.นนทบุรี อย่างร้าน “ปาปา บะหมี่ปู (ปูม้าเกรดพรีเมียม)” ร้านที่เริ่มต้นขึ้นจากพนักงานบริษัทที่อยากเริ่มต้นธุรกิจเล็กๆ ให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตหลังการเป็นพนักงานกินเงินเดือนในอนาคต ด้วยแรงบันดาลใจจากการเป็นเด็กต่างจังหวัดที่ชอบกินบะหมี่ใส่หมูสับ อวลกลิ่นหอมกรุ่นกระเทียมเจียวของร้านดังที่ตั้งอยู่ในตัวเมืองของจังหวัดที่เขาได้ไปเป็นประจำ

เมื่อเข้าเรียนระดับมหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ จากที่มีโอกาสได้กินบะหมี่ปูร้านดังอยู่หลายครั้ง ก็สังเกตเห็นภาพบนฝาผนังปรากฏรูปความสำเร็จของลูกเจ้าของร้าน พานคิดไปว่าเขาน่าจะขายดีจนมีเงินส่งลูกเรียนต่างประเทศ จนเมื่อได้ทำงานและเดินทางไปต่างประเทศบ่อยๆ เมนูบะหมี่สุดอร่อยจึงเป็นที่สนใจยิ่งขึ้น โดยเฉพาะที่ฮ่องกง เรียกว่าทุกครั้งที่ไปต้องสรรหาบะหมี่ที่ถูกใจเสมอ

ทั้งหมดจึงกลายเป็นที่มาของการเปิดร้านปาปา บะหมี่ปู (ปูม้าเกรดพรีเมี่ยม) ร้านเล็กๆ ของตัวเองที่คัดสรรวัตถุดิบหลักคุณภาพดี อย่างเส้นบะหมี่ไข่เส้นเล็กๆ ที่มีความหอมและเหนียวนุ่ม เฟ้นหาเนื้อปูม้า เลือกสรรส่วนกรรเชียงปูก้อนคัดพิเศษอย่างดีระดับเดียวกับภัตตาคาร ใส่ในเมนูชูโรงอย่าง บะหมี่โคตรปู เพื่อให้ลูกค้าได้ลิ้มรสชาติความหวานของเนื้อปูอย่างเต็มคำ พร้อมด้วยน้ำซุปสูตรพิเศษของทางร้านที่มีรสกลมกล่อมเข้ากันได้เป็นอย่างดี

ต่อกันที่ ข้าวไข่ทอร์นาโดปูก้อน เมนูข้าวสวยร้อนๆ นุ่มๆ ถูกปกคลุมด้วยไข่ข้นที่ใช้วิธีทอดไข่ให้ม้วนเกลียวเหมือนพายุทอร์นาโดตามชื่อ โรยด้วยกรรเชียงปูก้อนและส่วนผสมอื่นๆ อร่อยครบเครื่อง

อีกเมนูแนะนำคือ ก๋วยเตี๋ยวไก่อุทัยธานี ก๋วยเตี๋ยวไก่สูตรต้นตำรับจากคุณอา หนึ่งในร้านดังของอุทัยธานีที่คนไปเยือนต้องแวะชิม ผ่านการพัฒนาให้ถูกปากคนกรุงเทพฯ เด็ดด้วยรสชาติที่จัดจ้านไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือน อร่อยครบรส ให้ทั้งน่องไก่และไก่ชิ้น ปิดท้ายด้วยเครื่องดื่มสมุนไพรไทยเย็นๆ อย่าง น้ำอัญชัญผสมน้ำผึ้งออร์แกนิค ที่สัมผัสได้ถึงความหอมหวาน และความรู้สึกสดชื่นไปพร้อมกัน

สำหรับบรรยากาศ ร้านปาปา บะหมี่ปู (ปูม้าเกรดพรีเมียม) ตกแต่งในสไตล์คาเฟ่ ให้นั่งแบบสบายๆ เพิ่มความอาร์ตด้วยภาพวาดลายเส้นน่ารักๆ จากฝีมือเพื่อนที่เป็นศิลปิน จะนั่งกินที่ร้านหรือสั่งกลับบ้านก็อร่อยไม่แพ้กัน นอกจากนี้ ยังมีบริการเดลิเวอรี่สั่งผ่าน Robinhood และ Lineman ส่งตรงถึงประตูบ้าน รอทานกันได้เลย

ตามไปลิ้มรสเมนูกินง่ายที่หาอร่อยไม่ง่ายแบบนี้ ได้ที่ “ปาปา บะหมี่ปู (ปูม้าเกรดพรีเมียม)” ตั้งอยู่ที่อาคาร TOBA ถนนบอนด์สตรีท เมืองทองธานี สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเฟซบุ๊ก : ปาปา บะหมี่ปู หรือสอบถามได้ที่ โทร. 095-195-4919

Welcome to Thailand เซ็นทรัลต้อนรับนักท่องเที่ยว ผ่านจอดิจิทัลอินเตอร์แอ็คทีฟที่ใหญ่ที่สุดในโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/667001

วันที่ 01 พ.ย. 2564 เวลา 16:50 น.Welcome to Thailand เซ็นทรัลต้อนรับนักท่องเที่ยว ผ่านจอดิจิทัลอินเตอร์แอ็คทีฟที่ใหญ่ที่สุดในโลกเซ็นทรัลพัฒนา ขานรับเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ผ่านสัญลักษณ์ “Welcome to Thailand” ในภาษาต่างๆ บนจอ PanOramix เซ็นทรัลเวิลด์ ไลฟ์สไตล์แลนด์มาร์กใจกลางราชประสงค์

  • ตอกย้ำการเป็นไลฟ์สไตล์แลนด์มาร์ก และ Tourist destination ระดับโลกใจกลางกรุงเทพฯ ส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย เตรียมต้อนรับนักท่องเที่ยว 1 พ.ย. นี้
  • ผนึกกำลังธุรกิจในเครือกลุ่มเซ็นทรัล อัดโปรฯ พิเศษสำหรับนักท่องเที่ยว พร้อมโปรโมชั่นบัตรเครดิตชั้นนำพร้อมส่วนลดมากมาย
  • ต้นแบบศูนย์การค้าปลอดภัย ภายใต้มาตรการ “เซ็นทรัล สะอาด มั่นใจ Safe Plus+” ยกระดับเข้มข้นสูงสุด เพื่อให้ศูนย์การค้าเป็นพื้นที่ COVID-FREE สำหรับทุกคน

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัลพลาซา, เซ็นทรัลเฟสติวัล, เซ็นทรัล ภูเก็ต และ เซ็นทรัล วิลเลจ ลักชูรี่เอาต์เล็ตแห่งแรกของไทย ขานรับภาครัฐเตรียมต้อนรับนักท่องเที่ยวจาก 63 ประเทศทั่วโลก ผ่านสัญลักษณ์ “Welcome to Thailand” ในภาษาต่างๆ 7 ภาษา คือ ไทย, อังกฤษ, จีน, ญี่ปุ่น, เกาหลี, สวีเดน และฝรั่งเศส บนจอ PanOramix ดิจิทัลอินเตอร์แอ็คทีฟที่ใหญ่ที่สุดในโลก หน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ตอกย้ำการเป็นไลฟ์สไตล์แลนด์มาร์ก และ Tourist Destination ระดับโลกใจกลางกรุงเทพฯ และส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวที่โดดเด่นของไทย สู่สายตานักท่องเที่ยวจากทั่วโลก เตรียมเปิดประตูต้อนรับภายใต้มาตรการยกระดับเข้มข้นสูงสุด “เซ็นทรัล สะอาด มั่นใจ Safe Plus+” ศูนย์การค้าปลอดภัย พนักงานปลอดภัยทั้ง 34 สาขา ทั่วประเทศ พร้อมผนึกกำลังธุรกิจในเครือกลุ่มเซ็นทรัล อัดโปรฯ ‘Shopcation Exclusive Privileges’ มอบสิทธิพิเศษ และโปรโมชั่น ส่วนลดมากมายสำหรับนักท่องเที่ยว

ดร. ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายการตลาด บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า “เซ็นทรัลพัฒนา มีความพร้อมอย่างเต็มที่สำหรับการเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวในวันที่ 1 พ.ย. นี้ ในฐานะภาคเอกชน เรามุ่งมั่นในการช่วยขับเคลื่อนประเทศโดยให้ความร่วมมือกับทุกภาคส่วนมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นการร่วมผลักดัน “ภูเก็ต โมเดล ให้เป็นต้นแบบเมืองท่องเที่ยวปลอดภัย” โดยมีแนวทางที่สำคัญเพื่อเป็นต้นแบบของการบริหารจัดการมาตรการของศูนย์การค้าไทยต่อไป ดังนี้

· สร้างพื้นที่สาธารณะที่สะอาดปลอดภัย COVID-FREE ‘No.1 Hygiene & Safety Standard’: สร้างความพร้อมเป็น Place of Confidence ของสถานที่ให้ความมั่นใจนักท่องเที่ยวชาวไทยและเทศ ชูความเป็นต้นแบบของศูนย์การค้าปลอดภัย อาทิ เซ็นทรัล ภูเก็ต ที่เป็นศูนย์การค้าแรกที่ได้รับสัญลักษณ์ SHA PLUS+ จาก ททท. และเป็น The First Vaccinated Shopping Center พร้อมสร้างความมั่นใจให้ลูกค้า โดยพนักงานติดสัญลักษณ์ I’M VACCINATED

· กระตุ้นเศรษฐกิจและยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั้งระบบ สร้างเศรษฐกิจ “ไทยช่วยไทย” อย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่

– เชื่อมโยงธุรกิจท่องเที่ยวและบริการทั้ง Value Chain ตั้งแต่ศูนย์การค้า-โรงแรม-ผู้ประกอบการท้องถิ่น เพื่อเติมเต็มการท่องเที่ยวทั้งระบบ ร่วมกันสร้างความพร้อมให้กับจังหวัด โดยเฉพาะสาขาที่อยู่ในเมืองท่องเที่ยวหลัก อาทิ เซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัล วิลเลจ เซ็นทรัล ภูเก็ต, เซ็นทรัล เชียงใหม่, เซ็นทรัล พัทยาบีช และ เซ็นทรัล สมุย เป็นต้น

– โปรโมทท่องเที่ยวไทย แบบ Cross-Region โดยมีศูนย์การค้าเซ็นทรัล 34 สาขาทั่วประเทศเป็นแพลตฟอร์มที่ดีที่สุดในการสร้าง “ไทยเที่ยวไทย” ให้ คนใต้เที่ยวภาคเหนือ คนเหนือเที่ยวภาคใต้ เป็นต้น โดยได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีทั้งจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, สมาคมการท่องเที่ยว และผู้ประกอบการต่างๆ ทั้งรายใหญ่และรายย่อย

โดยตั้งเป้ากระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั้งระบบ สนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs ช่วยสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนภายในประเทศ ซึ่งคาดว่าจากนี้สถานการณ์ในประเทศจะค่อยๆ ฟื้นตัวดีขึ้นโดยเฉพาะช่วงปลายปี เนื่องจากเป็นช่วงเทศกาลแห่งความสุข ประกอบกับการผ่อนคลายมาตรการและเคอร์ฟิวของภาครัฐส่งผลให้มู้ดบรรยากาศการท่องเที่ยวของประชาชนดีขึ้น รวมไปถึงนักท่องเที่ยวมีความหลากหลายในการมาเที่ยวประเทศไทยมากขึ้น ช่วยกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยในประเทศให้คึกคัก ทั้งจากแคมเปญกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ รวมไปถึงแคมเปญการตลาดส่งท้ายปีต่างๆ ซึ่งศูนย์การค้าเซ็นทรัลตั้งเป้าเป็น Destination landmark เทศกาลความสุขในทุกสาขาทั่วประเทศ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งไทย-ต่างชาติ ภายใต้มาตรการ เซ็นทรัล สะอาด มั่นใจ Safe Plus+ เน้นย้ำเป็นพิเศษเรื่องการจำกัดจำนวนคน และเว้นระยะห่าง Social distancing” ดร. ณัฐกิตติ์ กล่าว

ผนึกกำลังธุรกิจในเครือกลุ่มเซ็นทรัล มอบสิทธิพิเศษและโปรโมชั่นสำหรับนักท่องเที่ยวในแคมเปญ ‘Shopcation Exclusive Privileges’ อาทิ ส่วนลดจากร้านค้าในศูนย์การค้าเครือเซ็นทรัลพัฒนา และห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลในเครือเซ็นทรัล รีเทล, ส่วนลดห้องพักจากโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา (ราคาพิเศษเริ่มต้นเพียง 650 บาท ต่อคืน สำหรับการเข้าพักอย่างน้อย 7 วัน) และส่วนลดสูงสุด 40% สำหรับเมนูสปา à la carte และ โปรโมชั่นส่วนลดสุดพิเศษจากท็อปส์, เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์, ร้านอาหารในเครือเซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป, สินค้ากีฬาจากซูเปอร์สปอร์ต และร้านค้าที่ร่วมรายการในเครือ ซี อาร์ ซี สปอร์ต และร้านค้าในเครือเซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป

นอกจากนี้ ยังมีโปรโมชั่นบัตรเครดิตชั้นนำที่ร่วมรายการในสาขาเมืองท่องเที่ยว อาทิ เซ็นทรัลเวิลด์: รับฟรี ลำโพงบลูทูธ เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต JCB ครบ 2,000 บาท และรับเงินคืนเมื่อใช้จ่ายผ่านบัตร Mastercard ในร้านค้าที่ร่วมรายการ, เซ็นทรัล วิลเลจ: รับฟรีกระเป๋า Clutch Bag, Tote Bag และรับสิทธิ์เข้าใช้บริการ VIP Lounge เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต JCB ครบตามเงื่อนไขที่กำหนด / รับฟรี บัตรรับประทานอาหารที่ Food Village มูลค่า 200 บาท เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต Mastercard ครบ 1,500 บาท / รับฟรีกระเป๋า Visa Tote Bag เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต Visa ครบ 5,000 บาท และเซ็นทรัล ภูเก็ต: รับฟรี Cash Voucher มูลค่า 900 บาท เพื่อใช้ในร้านค้าที่ร่วมรายการในศูนย์การค้าพร้อมสิทธิพิเศษอื่นๆ อีกมากมายเพียงแสดงบัตรโดยสารจากสายการบิน Etihad (**หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามที่แต่ละสาขากำหนด โปรดตรวจสอบรายละเอียดของแต่ละสาขา)

3 ร้านอร่อยเด็ดขายดีจนต้องบอกต่อ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/666998

วันที่ 01 พ.ย. 2564 เวลา 16:45 น.3 ร้านอร่อยเด็ดขายดีจนต้องบอกต่อ“หนึ่งปูม้า ทะเลเผา – หมูทอดยอดชาย – ผัดไทโบราณยายเจี๊ยบ” 3 ร้านอร่อยเด็ดกับกลเม็ดการขายให้ตอบโจทย์คนชอบกินในยุคโควิด พิชิตยอดขาย

หลังจากที่ร้านอาหารเงียบเหงากันมาสักพักจากการล็อกดาวน์ แต่พอเริ่มคลายล็อกบวกกับการกระตุ้น จากโครงการคนละครึ่งเฟส 3 ก็ทำให้ธุรกิจร้านอาหารกลับมาคึกคักอีกครั้ง รอบนี้เรียกว่าแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี ต่างงัดแคมเปญช่วยเพิ่มยอดขายคนละครึ่งให้ร้านอาหารกันแบบจัดหนัก อย่าง LINE MAN ที่มีทั้งงดเว้นการเก็บค่าส่ง และแคมเปญลูกค้าใหม่จ่ายค่าอาหารคนละครึ่งมื้อแรก 1 บาทก็ช่วยโกยลูกค้าให้สั่งคนละครึ่งมากขึ้นกว่าเดิม จนทำเอา บางร้านยอดขายเติบโตสูงสุดถึง 10 เท่าเลยทีเดียว บทความนี้ลองมาพูดคุยกับเจ้าของร้านเด็ดถึงผลตอบรับจากคนละครึ่งเดลิเวอรีกัน

ร้านแรก หนึ่งปูม้า ทะเลเผา : ที่สุดของความสด ในราคาสบายกระเป๋า ที่สาขารามคำแหง 24

“ปูม้าสด เนื้อรสหวาน เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มที่ใช้พริกขี้หนูสวนคัดสดๆ ทำวันต่อวัน เสิร์ฟคู่ด้วยกรรเชียงปู คือหนึ่งใน ความโดดเด่นของร้านเรา”

คุณหนึ่ง เจ้าของร้าน หนึ่งปูม้า ทะเลเผา ร้านอาหารทะเลชื่อดังคุ้นหูของเหล่านักกิน เล่าให้เราฟังว่า วัตถุดิบส่วนใหญ่ของร้านจะถูกนำเข้าจากเมืองจันทบุรี อ่าวไทย รวมไปถึงทะเลใต้ โดยไม่ผ่านพ่อค้า คนกลาง ส่งผลให้สามารถขายได้ในราคาย่อมเยาว์ ซึ่งเป็นเหตุผลให้เหล่าลูกค้าประจำต้องติดใจนอกเหนือจาก เรื่องความสดและรสชาติที่อร่อยของอาหาร

“…เดลิเวอรีตอบโจทย์มากๆ สำหรับลูกค้าที่ยังไม่กล้าออกจากบ้าน ไม่กล้าสัมผัส”

จากที่เคยมีอคติกับเดลิเวอรีก็เปลี่ยนใจ

เธอเล่าให้ฟังว่า เคยเป็นคนที่อคติกับเดลิเวอรีมาก และไม่คิดว่าจะได้ผล จนได้มีโอกาสมาใช้เดลิเวอรี แล้วพอมี โครงการคนละครึ่งทำให้มีทั้งลูกค้าเดิม และลูกค้าใหม่กลับมาซื้อซ้ำ “ช่วงแรกที่ขายเดลิเวอรีใหม่ๆ ก็มีทีมงาน LINE MAN เข้ามาช่วยสอน ทุกวันนี้ ลูกค้าที่มาสั่งจะใช้คนละครึ่งแทบทุกคน” ถึงแม้ออร์เดอร์จะเพิ่มขึ้นจนมือเป็นระวิง แต่หนึ่งปูม้า ทะเลเผา ก็ยังคงคุณภาพคัดความสดส่งให้ถึงมือลูกค้าทุกคนเสมอ พร้อมกับส่งท้ายให้กับเราว่า “ซื้ออาหารร้านเราได้ 2 เด้ง เพราะอาหารร้านเรา ราคาสบายกระเป๋า ยิ่งซื้อผ่านคนละครึ่งใน LINE MAN ก็ยิ่งจ่ายน้อยลงไปอีก”

 

ร้านที่สอง หมูทอดยอดชาย : พื้นที่ที่คนรักเนื้อหมูคู่ควร ในแถบบรรทัดทอง กรุงเทพฯ

คุณฝ้าย เจ้าของร้านหมูทอดยอดชาย ที่มี “หมูทอด” สูตรเด็ดชวนน้ำลายสอ ด้วยกรรมวิธีของร้านที่ใช้ หมูสันนอกหมักถึง 48 ชั่วโมง ทอดออกมาด้วยแป้งบางเนื้อนุ่ม กินคู่กับน้ำจิ้มแจ่ว โรยกระเทียมกรอบพร้อมเสิร์ฟ มาพร้อมต้มเล้งเนื้อเปื่อย ที่เคี่ยวในน้ำซุปไม่ต่ำกว่า 4 ชั่วโมง ให้รสแซ่บแบบกลมกล่อมจนต้องติดใจ

“…รู้สึกว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกมาก คนละครึ่งเดลิเวอรีช่วยให้เด็กที่ร้านมีงานทำโดยไม่ต้องลดตารางวันทำงานของเขา และสร้างรายได้หมุนเวียนให้กับร้านมากขึ้น”

ยอดขายคนละครึ่งเดลิเวอรีพุ่งสูงจนกลายเป็นรายได้หลักของร้าน

นอกจากหมูทอดรสเด็ดแล้ว ผู้ช่วยชั้นดีของคุณฝ้ายที่ดึงดูดเหล่าลูกค้าให้กดสั่งแบบไม่เว้นวัน ก็คือการเข้าร่วม คนละครึ่งกับ LINE MAN ทำให้ลูกค้าประจำของร้านเข้ามาสั่งซ้ำในทุกๆ วัน “ทุกวันก็จะมีชื่อเดิมๆ ของลูกค้าประจำ ขึ้นมาแล้ว ส่วนใหญ่จ่ายผ่านคนละครึ่งกันหมดเลย” และยังเผยอีกว่า “ทุกวันนี้รายได้จากการเดลิเวอรีแบบคนละครึ่ง พุ่งสูงจนเป็นรายได้หลักของทางร้านเลย ซึ่งมองว่าการใช้คนละครึ่งผ่านฟู้ดเดลิเวอรีเป็นวิธีที่สะดวกและง่ายมาก ไม่ว่าจะขั้นตอนการสมัครหรือใช้จ่าย ตอบโจทย์ลูกค้าสามารถจ่ายคนละครึ่งผ่านแอปได้เลย”

 

ร้านที่สาม ผัดไทโบราณยายเจี๊ยบ: สูตรเด็ดหนึ่งเดียว แห่งตำบลบ้านใหม่ จังหวัดนครราชสีมา

ร้านผัดไทโบราณยายเจี๊ยบเกิดขึ้นมาจากความชอบส่วนตัวของคุณสมหญิง เจ้าของร้านผัดไทโบราณ ยายเจี๊ยบ ที่ได้ใช้ความเชี่ยวชาญจากการสั่งสมประสบการณ์การลิ้มลองรสชาติผัดไทจากที่ต่างๆ “เริ่มต้นจากการ ชิมไปเรื่อยๆ เพื่อปรับปรุงสูตร ประกอบกับสูตรจากคุณย่า คุณยายด้วย” ก่อให้เกิดเมนูผัดไทโบราณรสชาติกลมกล่อม ฉบับของตัวเองที่เคี่ยวด้วยน้ำมะขามเปียกและน้ำตาลปี๊บที่ใช้เวลาเคี่ยวกว่า 4 ชั่วโมง หาทานได้ยากแห่งตำบลบ้านใหม่

“…หลังร่วมโครงการคนละครึ่งกับ LINE MAN ยอดขายเป็นเท่าตัวเลย”

โควิด-19 บทเรียนสำคัญของร้านอาหารที่จะต้องสู้และอยู่กับมันให้ได้

ตลอดระยะเวลาประมาณ 2 ปี ในฐานะเจ้าของกิจการของตัวเอง เธอได้เรียนรู้มากมาย แม้กระทั่งสถานการณ์ โควิดที่ทำให้หลายธุรกิจร้านอาหารต่างต้องตั้งหลักให้แข็งแรงขึ้น “แน่นอนว่าสถานการณ์โควิดที่ผ่านมาร้านได้รับ ผลกระทบ ซึ่งการใช้เดลิเวอรีเข้ามาช่วยก็เป็นอีกทางรอดหนึ่งโดยเฉพาะเมื่อมีคนละครึ่งให้ใช้ด้วย” ด้วยช่องทาง ออนไลน์ที่สามารถตอบโจทย์ให้กับคนที่ไม่อยากออกจากบ้าน และไรเดอร์ที่คอยรับออร์เดอร์ตลอดทั้งวัน ก็ทำให้ เพิ่มโอกาสในการขายของร้านมากขึ้น ยิ่งเป็นตัวช่วยให้ยอดขายดีขึ้นไปตามกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่สร้างความประทับใจ และเป็นกำลังใจให้คุณสมหญิงในฐานะคนทำธุรกิจร้านอาหารได้อย่างดี พร้อมได้ทิ้งท้ายไว้ว่า “อีกไม่นานกำลังจะมี เมนูใหม่ออกมา คือ ผัดไทสปาเก็ตตี้ อยากให้ทุกคนได้มาลอง”

เรื่องราวจากทั้ง 3 ธุรกิจร้านอาหารคงทำให้หลายคนได้ใจชื้นที่เห็นเหล่าร้านอาหารโปรดของเรา กำลังจะกลับมา แข็งแรงอีกครั้งจากยอดขายและการอุดหนุนออร์เดอร์ที่เพิ่มขึ้น โครงการคนละครึ่งครั้งนี้ ไม่ได้ช่วยเหลือเพียงเหล่าร้าน อาหารเท่านั้น แต่ยังสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้กับผู้บริโภคอันนำไปสู่การกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย และสนับสนุนทุกคนในระบบเศรษฐกิจต่อไป

โชคุปังสุดปังกลางทองหล่อ @คิวามิ นามะ โชคุปัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/666874

วันที่ 31 ต.ค. 2564 เวลา 11:15 น.โชคุปังสุดปังกลางทองหล่อ @คิวามิ นามะ โชคุปังเอาใจสาวกคนรักขนมปังนมสไตล์ญี่ปุ่น “ดองกิ” ต่อยอดความอร่อย เปิดตัวร้าน “คิวามิ นามะ โชคุปัง” กลางทองหล่อ

กินเที่ยวโพสต์ทูเดย์ ครั้งนี้ชวนฟินกับเมนูขนมปังสุดปังสไตล์ญี่ปุ่น หรือที่คุ้นกันนาม โชคุปัง ร้านใหม่ล่าสุดย่านทองหล่อ โดยบริษัท ดองกิ (ประเทศไทย) จำกัด ร้านค้าอันดับหนึ่งด้านสินค้าประเภทของใช้และอาหารคุณภาพดีนำเข้าจากจากประเทศญี่ปุ่น ในเครือบริษัท แพน แปซิฟิค อินเตอร์เนชั่นแนล โฮลดิงส์ จำกัด (PPIH) เปิดตัวร้าน “คิวามิ นามะ โชคุปัง” สาขาหลักในประเทศไทยอย่างเป็นทางการที่ ชั้น 1 โซนด้านหน้าอาคารดองกิ มอลล์ ทองหล่อ

จุดนัดพบคนรักโชคุปัง ขนมปังนมสุดพรีเมี่ยมที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ ของดองกิประเทศไทย และเป็นครัวกลางในการผลิตสำหรับส่งผลิตภัณฑ์ไปจำหน่ายยังดอง ดอง ดองกิ สาขาอื่นๆ ควบคู่ไปกับแผนในการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายขนมปังคิวามิโชคุปัง ทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัดในอนาคต เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบขนมปังคิวามิโชคุปังคุณภาพสูง และต้องการความสดใหม่ ตลอดจนเพิ่มความคล่องตัวในการผลิตมากยิ่งขึ้น

สำหรับที่มาของชื่อร้าน มาจากคำว่า “คิวามิ” ในภาษาญี่ปุ่นมีความหมายว่า “ขั้นเทพ หรือขั้นสุดยอด” สื่อถึงความพรีเมี่ยมสุดยอดของขนมปังที่เกิดจากความมุ่งมั่นของเชฟชาวญี่ปุ่นที่คิดค้นสูตรขนมปังนี้ขึ้นมา ส่วนคำว่า “นามะ” ในภาษาญี่ปุ่น หมายถึง “สด” ดังนั้น “นามะ โชคุปัง” จึงหมายถึง ขนมปังที่ให้ความอร่อยแบบรับประทานได้โดยไม่จำเป็นต้องปิ้ง

ซึ่งจุดเด่นของขนมปังคิวามิ คือเนื้อสัมผัสที่นุ่มมากๆ จากความชุ่มชื้นที่ค่อนข้างสูงกว่าขนมปังทั่วไป เพราะมีกรรมวิธีการผลิตที่ไม่เหมือนใคร โดยสามารถดึงเอาความหอมอร่อยจากแป้งสาลีสูตรพิเศษ ผสานกับความหอม มัน เข้มข้นของนมแบบเน้นๆ จึงทำให้ได้รสสัมผัสที่ละมุนลิ้น เนื้อเนียนนุ่มฟู รวมถึงการฝึกฝนและประสบการณ์ในการทำโชคุปังทุกวันมานานเกือบ 3 ปีของพนักงานดองกิ ประเทศไทย ที่ได้รับการอบรมถ่ายทอดมาจากเชฟญี่ปุ่นผู้พัฒนาสูตร ทำให้มียอดขายแล้วกว่า 100,000 ชิ้น จึงการันตีได้ทั้งในเรื่องของรสชาติความอร่อย และคุณภาพของขนมปังคิวามิในแบบฉบับญี่ปุ่นแน่นอน

สำหรับร้าน คิวามิ นามะ โชคุปัง เน้นการตกแต่งร้านด้วยสีขาวและน้ำเงิน ที่ให้กลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่นสมัยใหม่ สอดคล้องกับสไตล์ของขนมปังคิวามิ ที่เป็นขนมปังพรีเมี่ยมสูตรดั้งเดิมของเชฟชาวญี่ปุ่น โดยตั้งใจให้เป็นร้านที่ขายขนมปังคิวามิ นามะ โชคุปัง ทั้ง 2 แบบ คือขนมปังที่ใช้นมผลิตในไทย และขนมปังที่ใช้นมฮอกไกโดจากญี่ปุ่นโดยเฉพาะ ซึ่งมีให้เลือก 2 ขนาด คือขนาดหนึ่งโลฟและครึ่งโลฟ เพื่อเอาใจกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบและให้ความสำคัญกับการเลือกทานขนมปังระดับพรีเมี่ยมที่มีเนื้อสัมผัสนุ่มอร่อยเป็นพิเศษ รวมถึงลูกค้าประจำชาวญี่ปุ่นที่มีความคุ้นเคยกับโชคุปังระดับพรีเมี่ยม ขนมปังขั้นเทพยอดนิยมอยู่แล้ว ซึ่งทุกท่านสามารถที่จะซื้อขนมปังอบสดใหม่ได้ทุกวัน

ตามหาความอร่อยได้ที่ร้านคิวามิ นามะ โชคุปัง ตั้งอยู่ใจกลางทองหล่อได้แล้ววันนี้ ที่ชั้น 1 โซนด้านหน้าอาคารดองกิ มอลล์ ทองหล่อ และ ดอง ดอง ดองกิ สาขาใกล้บ้าน (เดอะมาร์เก็ต ราชดำริ และซีคอน สแควร์ ศรีนครินทร์) หรือสั่งซื้อแบบเดลิเวอรีผ่านแอปพลิเคชัน GrabMart ติดตามข่าวสารและข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง DON DON DONKI Thailand หรือทางเว็บไซต์ https://www.dondondonki.com/th/

ปักหมุด 7 ร้านดัง ชิมฝีมือ 7 เชฟสุดปัง เพื่อบีฟเลิฟเวอร์ชาวไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/666837

วันที่ 30 ต.ค. 2564 เวลา 12:52 น.ปักหมุด 7 ร้านดัง ชิมฝีมือ 7 เชฟสุดปัง เพื่อบีฟเลิฟเวอร์ชาวไทยพาเหรดความอร่อย MLA จัดแคมเปญ “The Great Steak Escape” เอาใจสายเนื้อเลิฟเว่อร์ ยกขบวน 7 เชฟสุดปัง ปักหมุด 7 ร้านอาหารดัง เสิร์ฟเมนูเนื้อวัวออสเตรเลียเกรดพรีเมี่ยมสู่เหล่านักชิม

นับเป็นข่าวดีที่คนรักเนื้อในเมืองไทยห้ามพลาด เมื่อเชฟชื่อดังร่วมกันนำเสนอเมนูเนื้อวัวออสเตรเลียแสนอร่อยในสไตล์ของตนเอง เพื่อเฉลิมฉลองรสชาติความอร่อยแบบต้นตำรับและคุณภาพระดับสูงที่นักชิมทั่วโลกต่างให้การยอมรับมาช้านาน โดย MLA (Meat & Livestock Australia) องค์กรซึ่งก่อตั้งโดยกลุ่มผู้ผลิต ได้ดำเนินการวิจัยและพัฒนา รวมถึงทำการตลาดเพื่อสร้างความสำเร็จระยะยาวแก่อุตสาหกรรมเนื้อแดงออสเตรเลีย ได้จัดแคมเปญ The Great Steak Escape ทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และได้เวียนมาถึงประเทศไทยในที่สุด เริ่มแล้ววันนี้ – 24 พฤศจิกายน 2564

ความพิเศษในครั้งนี้คือการเปิดประสบการณ์ในการลิ้มรสชาติเนื้อตำรับออสเตรเลียขนานแท้ นำโดย 7 เชฟชั้นนำจาก 7 ร้านอาหารชื่อดังทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งเชฟแต่ละท่านจะนำเนื้อวัวออสเตรเลียมารังสรรค์เป็นสูตรอาหารที่แตกต่างกันเพื่อนำเสนอคุณภาพของเนื้อออสเตรเลียที่เปี่ยมด้วยความชุ่มฉ่ำ รสชาติเนื้อที่เข้มข้น และสัมผัสอันนุ่มละมุนอย่างน่าประทับใจในทุกคำที่ลิ้มลอง เพื่อให้คอเนื้อในเมืองไทยสามารถสัมผัสกับรสชาติแบบฉบับออสเตรเลียขนานแท้ได้อย่างสะดวกสบายแบบไม่ต้องบินไปไกลถึงเมืองต้นตำรับ

แคมเปญ The Great Steak Escape”คัดเลือกเชฟฝีมือเยี่ยมจำนวน 7 คน โดยแต่ละคนจะนำเนื้อวัวออสเตรเลียส่วนต่าง ๆ มารังสรรค์เป็นเมนูอาหาร ผ่านกรรมวีธีการปรุงอันเป็นเอกลักษณ์ในแบบฉบับของตัวเอง นับเป็นโอกาสดีของบรรดาคนรักเนื้อที่จะได้เปิดโลกแห่งรสชาติและสัมผัสมาตรฐานใหม่ของเนื้อวัวจากออสเตรเลีย ที่ผ่านการควบคุมคุณภาพมาอย่างเข้มงวดตั้งแต่ขั้นตอนฟาร์มเลี้ยงจนถึงการนำเสิร์ฟขึ้นโต๊ะอาหาร จนเป็นที่ยอมรับในหมู่นักชิมทั่วโลกถึงคุณภาพเนื้อที่สม่ำเสมอทุกคำที่ลิ้มลอง อีกทั้งเชฟที่เข้าร่วมแคมเปญจะแบ่งปันสูตรอาหาร รวมถึงเทคนิคการปรุง เพื่อให้ลูกค้าและบุคคลทั่วไปสามารถปรุงเมนูเนื้อที่อร่อยระดับภัตตาคารได้ที่บ้านของตัวเอง

“ในช่วงเวลาที่เราไม่สามารถเดินทางไปต่างประเทศได้ แคมเปญ The Great Steak Escape จะมอบประสบการณ์การเดินทางสู่โลกแห่งรสชาติชั้นเลิศของเนื้อวัวออสเตรเลีย แหล่งผลิตวัวสุขภาพดีจากฟาร์มปศุสัตว์ที่เลี้ยงแบบธรรมชาติบนทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ ทำให้เนื้อวัวที่ไม่เพียงแค่มีความปลอดภัยต่อการบริโภคเท่านั้น หากยังเต็มเปี่ยมทั้งคุณค่าทางโภชนาการและรสชาติที่อร่อยเข้มข้น เหมาะกับการปรุงเป็นเมนูอาหารแสนอร่อยทุกรูปแบบ รวมถึงอาหารไทยยอดนิยมอีกมากมาย แม้ในวันนี้คุณไม่สามารถเดินทางไปต่างประเทศได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องจำกัดประสบการณ์แห่งรสชาติตามไปด้วย MLA จึงได้จัดแคมเปญ The Great Steak Escape เพื่อส่งมอบประสบการณ์แห่งรสชาติเนื้อออสเตรเลียขนานแท้สู่เมืองไทย ด้วยผลิตภัณฑ์เนื้อวัวที่ผลิตจากความใส่ใจของกลุ่มเกษตรกรชาวออสเตรเลีย โดยร้านอาหารและเชฟที่เข้าร่วมแคมเปญจะร่วมนำเสนออาหารจานหลัก ซึ่งเมนูนั้นจะสื่อถึงรสชาติอันโดดเด่นของเนื้อออสเตรเลียในแบบฉบับของเชฟแต่ละคน นักชิมและคนรักเนื้อตัวจริงจึงไม่ต้องแบกกระเป๋าเดินทางเพื่อไปตะลุยชิมเมนูเนื้อในต่างประเทศอีกแล้ว เพียงแค่ไปยังร้านอาหารที่เข้าร่วมแคมเปญ ก็จะได้ลิ้มลองเมนูแสนอร่อยที่ปรุงโดยเชฟชั้นนำซึ่งใช้เนื้อวัวนำเข้าเป็นวัตถุดิบหลัก และสัมผัสกับรสชาติต้นตำรับออสเตรเลียนขนานแท้ได้อย่างสะดวกสบาย” วาเลสกา ผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Meat & Livestock Australia กล่าว

ร้านอาหาร 7 แห่งที่เข้าร่วมแคมเปญ The Great Steak Escape

“Smoked by Chef Pam” ร้านอาหารบาร์บีคิวเนื้อรมควันแนวใหม่สไตล์เชฟแพม-พิชญา อุทารธรรม แบรนด์แอมบาสเดอร์ True Aussie Beef ประจำประเทศไทย โดดเด่นด้วยการใช้กรรมวิธีการย่าง รมควัน และอบด้วยไม้และถ่านไม้ ให้มีกลิ่นหอมกรุ่น เพื่อปลดล็อกรสชาติอันน่ามหัศจรรย์ของเนื้อคุณภาพเยี่ยมที่ถูกนำมาห่อด้วยเครื่องเทศชั้นดี แล้วนำมารมควันหรือย่างด้วยถ่านไม้ ทาด้วยซอสบาร์บีคิวสไตล์โฮมเมดสดใหม่เพื่อมอบรสชาติแสนอร่อยเข้มข้นในทุกวัน

“Market Café by Khao” ในเครือ “ข้าว” แบรนด์ร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์ซึ่งตั้งอยู่ภายในโรงแรมไฮแอท รีเจนซี กรุงเทพ สุขุมวิท ดำเนินงานโดยเชฟมาโนช พึ่งพร้อม ผู้ทุ่มเทสร้างสรรค์เมนูอาหารไทยเพื่อลูกค้าด้วยวัตถุดิบคุณภาพสูง ซึ่งรวมถึงเนื้อวัวออสเตรเลียระดับคุณภาพ โดยเชฟมาโนชพิถีพิถันในทุกรายละเอียดของการปรุง เพื่อให้อาหารทุกจานมอบรสชาติชั้นเลิศที่จะกลายเป็นความทรงจำอันน่าประทับใจ

“Chef’s Table by Chef Art” โดยเซเลบริตี้เชฟชื่อดัง อาร์ต-ศุภมงคล ศุภพิพัฒน์ ผู้บุกเบิกบริการแบบ Chef’s Table รายแรกของเมืองไทยเพื่อนำเสนอนิยามใหม่ของร้านอาหารแบบ Fine Dining Restaurant โดยเชฟอาร์ตจะคัดสรรวัตถุดิบเพื่อปรุงเป็นเมนูอาหารตามฤดูกาล รวมถึงเมนูซิกเนเจอร์ที่ใช้เนื้อวัวออสเตรเลียนำเข้า อาทิ บีฟเวลลิงตัน ซึ่งใช้เนื้อคุณภาพสูงเพื่อให้ทุกคำมีรสชาติสม่ำเสมอ ซึ่งลูกค้าจะได้พบกับรายการอาหารที่แตกต่างกันไปในการไปเยือนแต่ละครั้ง

“Sexy Cow Prime Steak & Seafood” มอบประสบการณ์มื้ออาหารชั้นเลิศโดย เชฟเอก-อภิชิต ปวงขจร ซึ่งนำองค์ความรู้มาพัฒนาต่อยอดเพื่อคิดค้นสูตรและแนวทางการทำอาหารเป็นของตนเอง โดยเชฟเอกให้ความสำคัญกับการคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพสูงเพื่อลูกค้า ซึ่งเนื้อออสเตรเลียก็เป็นหนึ่งในเมนูพระเอกของร้านด้วย โดยเนื้อของร้านจะถูกบ่มในโรงเก็บที่สร้างขึ้นโดยเฉพาะซึ่งต้องมีอากาศถ่ายเทสม่ำเสมอเพื่อให้ได้รสชาติเนื้อที่เข้มข้นที่สุด ซึ่งลูกค้าสามารถดื่มด่ำกับรสชาติวัตถุดิบที่หลากหลาย รวมถึงอาหารทะเลสดใหม่ที่ย่างเสิร์ฟจากเตา Charzilla

“Flat Marble Restaurant” โดยเชฟอั้ม-พีชญา สุขวิบูลย์ และหุ้นส่วน ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่นักชิมที่ชื่นชอบประสบการณ์ Fine Dining Restaurant ในห้องอาหารขนาดเล็กแต่อบอุ่น โดดเด่นด้วยบริการชั้นเยี่ยมจากพนักงานที่เปี่ยมด้วยอัธยาศัยไมตรี ร้านตั้งอยู่ในซอยอารีย์อันเงียบสงบโดยเป็นร้านเรือนกระจกที่ให้บรรยากาศอบอุ่นเหมือนบ้านและมีการตกแต่งที่สวยงามเก๋ไก๋ ซึ่งทำให้ดูแตกต่างจากร้านอื่น ๆ อย่างชัดเจน นำเสนอเมนูอาหารหลากหลายรูปแบบ รวมถึงเมนูเนื้อสำหรับคนรักเนื้อตัวจริง

“MAD BEEF” โดยเชฟเชอ-พันธ์ทิพย์ อรรถการวงศ์ ร้านอาหารไคเซกิที่เสิร์ฟเนื้อย่านใจกลางกรุงเทพฯ ภายใต้แนวคิดการนำเสนออาหารเนื้อรสเยี่ยมเพื่อคนรักเนื้อ และแน่นอน รวมถึงเมนูเนื้อออสเตรเลีย ทางร้านมักเลือกใช้คัตเนื้อส่วนที่หายากและนำมาปรุงด้วยวิธีการที่พิสดารที่สุดในสไตล์ของเชฟ โดยไม่มีนิยามว่าเป็นอาหารประเภทใด เพียงแค่ใช้เนื้อวัวที่ดีที่สุดก็เพียงพอแล้ว ซึ่งปกติทางร้านเลือกใช้เฉพาะเนื้อจากวัวพันธุ์แท้ ทั้งเนื้อแองกัสและเนื้อวากิวในการทำอาหารทุกจาน

“Fat Lamb Restaurant” โดยเชฟยาคุป-ธฤต ตั้งทรงศิริศักดิ์ ซึ่งต้องการสร้างร้านอาหารให้เป็นแหล่งพบปะสังสรรค์ของเพื่อนฝูง คนในครอบครัว ไปจนถึงการรับรองแขกคนสำคัญ ด้วยบรรยากาศที่สนุกสนาน พร้อมบริการอาหารสไตล์เมดิเตอเรเนียน-อเมริกันทวิสต์ในแบบฉบับฮาลาล ซึ่งเป็นอาหารแนวถนัดของเชฟ

คนรักเนื้อตามไปชิมเมนูสุดพิเศษจากเชฟคนพิเศษกันได้ ดูรายละเอียดแคมเปญ The Great Steak Escape และเมนูอาหารของเชฟทั้ง 7 ท่านที่ร่วมกิจกรรมได้ที่เว็บไซต์  www.thegreatsteakescape.com/th

ส่อง 7 ไฮไลท์สุขล้ำอย่างลงตัวเพื่อชาวศรีราชา @เซ็นทรัล ศรีราชา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/666646

วันที่ 28 ต.ค. 2564 เวลา 10:30 น.ส่อง 7 ไฮไลท์สุขล้ำอย่างลงตัวเพื่อชาวศรีราชา @เซ็นทรัล ศรีราชา เช็กอินห้างใหม่! ใหญ่! ครบ! สุขล้ำที่ “เซ็นทรัล ศรีราชา” กับ 7 ไฮไลท์ไลฟ์สไตล์แห่งอนาคต ต้นแบบ Eco-Friendly Mall และคอมมูนิตี้คนรักสัตว์ที่ดีที่สุดแห่งแรกในภาคตะวันออก

ในวันที่เทคโนโลยีและไลฟ์สไตล์เปลี่ยนไป ‘ศูนย์การค้า’ จึงเป็นมากกว่าสถานที่เพื่อการช้อปปิ้ง แต่ถือได้ว่าเป็น Experience Mall ให้คนมาใช้ชีวิตในหลากหลายรูปแบบ เสมือน ‘ศูนย์กลางการใช้ชีวิต’ ของชุมชนที่ให้ทุกคนได้มาสร้างสรรค์ประสบการณ์ แชร์ไลฟ์สไตล์และความชอบที่คล้ายกัน ด้วยไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ เพิ่มทางเลือกด้วยคอนเซ็ปต์ที่ชัดเจน

อย่างเช่นที่ “เซ็นทรัล ศรีราชา” โครงการมิกซ์ยูสที่ใหญ่และครบครันที่สุดแห่งแรกในภาคตะวันออกที่จะมาสร้างปรากฏการณ์ต้นแบบศูนย์การค้าสีเขียว Eco-friendly Mall แห่งแรกในภาคตะวันออก ท่ามกลางบรรยากาศ Semi-outdoor ใกล้ชิดธรรมชาติ และ Pet-friendly เพื่อนำเสนอไลฟ์สไตล์แห่งอนาคต ด้วยคอนเซ็ปต์ The Innovation Oasis ต้นแบบชีวิตสุขล้ำอย่างลงตัว ที่สุดของความล้ำแห่งแรกในศรีราชา ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ครอบคลุมทุกคอมมูนิตี้ รวมถึงกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวันของคนยุคใหม่ ด้วยพื้นที่ Co-working Space ที่ล้ำที่สุด

ครั้งนี้ โพสต์ทูเดย์พาเที่ยว เซ็นทรัล ศรีราชา ศูนย์การค้าเปิดใหม่ใจกลางศรีราชา พร้อมชม 7 ไฮไลท์สุขล้ำอย่างลงตัวเพื่อชาวศรีราชา…รู้แบบนี้ ไม่ไปไม่ได้แล้ว

1. สุขล้ำกับไลฟ์สไตล์แห่งอนาคต

ต้นแบบศูนย์การค้ารูปแบบใหม่แห่งอนาคต Eco-Friendly Mall แห่งแรกในภาคตะวันออก ใส่ใจสิ่งแวดล้อมตั้งแต่เริ่มก่อสร้างโครงการกับการนำขยะเสาเข็มมารีไซเคิล, ติดตั้ง Recycle Station, EV Charging Station, Solar Battery Charger, สนับสนุนให้ใช้ร้านค้าใช้ Bio-Degradable Packaging, E-Receipt, E-Menu เพื่อลดการใช้กระดาษ สำหรับด้าน Energy Saving  มีการพัฒนาระบบปรับอากาศที่ช่วยลดพลังงานได้ถึง 40%, ติดตั้ง Solar Rooftop ลดการใช้ไฟฟ้า รวมถึงการออกแบบที่ช่วยประหยัดพลังงาน อาทิ การใช้แสงธรรมชาติภายในศูนย์ฯ ให้มากที่สุด, การติดตั้งฝ้าลดความร้อน ไปจนถึงการเพิ่มพื้นที่สีเขียวทั่วทั้งโครงการ

2. สุขล้ำอร่อยทุกวันไม่มีซ้ำ

กับ Food Destination ที่ดีที่สุดในศรีราชา ครั้งแรกของ Tops Market (Premium) รูปแบบ Glasshouse ที่คัดสรรสินค้าที่ดีที่สุดเพื่อคนศรีราชา รวมร้านอาหารดังจากกรุงเทพฯ และชลบุรีมากมายกว่า 30 ร้าน อาทิ Bonchon, CoCo Ichibanya, Mos Burger, Starbucks, Koi The’, Kamu Kamu, Bake A Wish, Bar B Q Plaza, Hachiban Ramen, Fin Sushi, Potato Corner, Fuji Restaurant, MK Restaurant, KFC, Olino, Sizzler, Swensen’s, Yayoi, Yamazaki, ซาลาเปาโกอ้วน และครั้งแรกกับ ‘Food Park x ซอสศรีราชา’ เสิร์ฟเมนูเด็ดที่ปรุงจากซอสศรีราชา เฉพาะที่ เซ็นทรัล ศรีราชา เท่านั้น

3. สุขล้ำช้อปปิ้งฟินเว่อร์

จุใจกับร้านค้าแฟชั่นกว่า 100 แบรนด์ดัง อาทิ Muji, Uniqlo, Skechers, Anello, Beautrium, iStudio, .life, Xiaomi, Huawei, Big Camera, Converse, Crocs, Fitflop, Guess, Havaianas, กลุ่ม Jaspal อาทิ CCOO, Lyn, Levi’s, Mc, MLB, Timberland, Wrangler สร้าง Seamless Shopping Journey พบโซนใหม่โซนใหม่ที่ช้อปปิ้งด้วยกันได้ทั้งครอบครัว ‘Playhouse’ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของคนรักแฟชั่น คัดสรรสินค้าสุดชิคมารวมอยู่ในชั้นเดียว, ‘Design House’ รวบรวมสินค้าตกแต่งบ้านอย่างมีสไตล์ไว้ในที่เดียว, ‘Asian Village’ ที่นำแบรนด์ดังจากทั่วเอเชียมารวมกันไว้ในที่เดียว, Supersports, Powerbuy นอกจากนี้ยังครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการต่างๆ ทั้งธนาคาร, โรงภาพยนตร์ Si Racha Cineplex, Kids Playground และ Education Center

4. สุขล้ำถูกใจ Pet Lovers

ครั้งแรกของศูนย์การค้าในชลบุรีกับ Central Si Racha Pet Community คอมมูนิตี้คนรักสัตว์ ที่สามารถพาน้องหมามาทำ Dog ID ฟรี! และมีพื้นที่เล่นสนุกสำหรับสัตว์เลี้ยงตัวโปรดของคุณที่ Pet Park พร้อมบริการและสินค้าเพื่อสัตว์เลี้ยงแสนรักอีกมากมาย

5. สุขล้ำแลนด์มาร์กถ่ายรูปสุดปัง

ถูกใจสายโซเชียลและสายคอนเท้นต์กับมุมถ่ายรูปที่ดึงเอาอัตลักษณ์และความภาคภูมิใจท้องถิ่นมาผสานและถ่ายทอดผ่านคอนเซ็ปต์ ‘Si Racha’s Charm หรือ มนต์เสน่ห์แห่งศรีราชา’ ในดีไซน์ฟีเจอร์แลนด์มาร์กทั่วศูนย์ฯ ได้แก่ Outdoor Signature ชื่อเมือง ‘ศรีราชา’, Si Racha Textile ตกแต่งด้วยลวดลาย ‘ผ้าทอคุณย่าท่าน’, House of Carpenter จุดนั่งพักผ่อนหย่อนใจ, Tiger + Neko Sculpture

6. สุขล้ำสุดยอด Co-working Space

พร้อม Free Wi-fi ทั่วทั้งศูนย์ฯ ครั้งแรกของ B2S Thinkspace ตีม Jungle Books และ Co-Working Space ที่ครบวงจรและดีที่สุดในศรีราชา ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ เพื่อสร้างสรรค์ไอเดียใหม่ต่อยอดธุรกิจ รองรับการจัด Start-Up Hackathon Showcase, Creative Forum

7. สุขล้ำสร้างสรรค์ไอเดียท้องถิ่น

สนับสนุนกิจกรรมภูมิปัญญาท้องถิ่น และต่อยอดไอเดียสู่ธุรกิจชุมชนอย่างยั่งยืน ด้วยการจับมือกับแบรนด์ดังเพื่อทำสินค้าคอลเลคชั่นพิเศษที่ขายเฉพาะที่เซ็นทรัล ศรีราชา เท่านั้น เช่น Uniqlo และ Jubilee นอกจากนี้ยังร่วมมือภาครัฐ อาทิ อพท. จัดงานส่งเสริมหัตถกรรมชุมชนตลอดปี, ร่วมกับชุมชนพนัสนิคม ทำ Wrap ตุ๊กตุ๊กจักสานและนำสินค้าจักสานชุมชนมาขายภายในศูนย์ฯ

พร้อมช้อปสะอาด มั่นใจ ปลอดภัยที่สุด ครั้งแรกกับนวัตกรรม ‘Smart & Healthy Building’ ที่เซ็นทรัล ศรีราชา อัพเกรดระบบปรับอากาศและกรองอากาศเพื่อให้มีอากาศที่สะอาดหมุนเวียนภายในศูนย์การค้ามากที่สุด ด้วยการติดตั้งแผ่นกรองอากาศคุณภาพสูง (MERV Filter) ที่ช่วยกรองละอองฝุ่นได้มากถึง 90%, ติดตั้ง UVC Lamp แสงยูวีที่เครื่องปรับอากาศส่วนกลาง ลดการแพร่เชื้อโรคในระบบปรับอากาศได้มากถึง 95% และติดตั้งระบบตรวจวัดคุณภาพอากาศตามจุดต่างๆ เพื่อวัดคุณภาพอากาศภายในศูนย์การค้าให้มั่นใจว่าอยู่ในระดับที่ดีเสมอ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าทุกท่านที่มาใช้บริการ และมาตรการเซ็นทรัล สะอาด มั่นใจ SAFE PLUS+ พนักงานฉีดวัคซีนครบแล้ว 100% ก่อนเปิดให้บริการ

“เซ็นทรัล ศรีราชา” จัดเต็มไฮไลท์และโปรโมชั่นเพื่อเอาใจพี่น้องชาวศรีราชาอย่างเต็มที่ในช่วงเปิดตัว ร่วมสัมผัสประสบการณ์ Digitalised Experience สุขล้ำทั่วทั้งศูนย์การค้า สแกน QR Code ผ่าน Smart Phone เพียงเครื่องเดียว เพื่อทำความรู้จักแลนด์มาร์ก Si Racha’s Charm, ร่วมสนุกเล่นเกม, รับข้อมูลโปรโมชั่น, สแกนชมผลงานภาพวาดสัตว์เลี้ยงในโลกเสมือนจริงของ “คุณยูน-ปัณพัท เตชเมธากุล” นักวาดภาพประกอบชื่อดังระดับโลกที่บริเวณ Moonlight Garden Outdoor Market & AR Zone ชั้น G ลาน Outdoor ด้านหน้า ให้คุณ Scan & Collect บรรดาสัตว์เลี้ยงในโลกเสมือนจริงเพื่อเก็บคะแนนและลุ้นรับของรางวัล, Giant Digital Christmas Tree ชั้น G ลานโปรโมชั่น แลนด์มาร์กสุดอลังการด้วยต้นคริสต์มาสยักษ์สูงกว่า 17 เมตร ให้ชาวศรีราชาได้มา Snap & Share, Creative Food & Garden Truck ลานโปรโมชั่น หน้าศูนย์การค้า เสิร์ฟความอร่อยท่ามกลางบรรยากาศสุดชิคจากหลากหลายร้านดังในชลบุรี, Foodie Oasis ชั้น G ลานโปรโมชั่น รวมที่สุดของร้านโฮมเมด และแปลงผักไฮโดรโปรนิกจำลอง จากร้านชีวิตดี คาเฟ่ แอนด์ ฟาร์ม พิเศษ! พบกับเมนูสุดครีเอท ‘โอมากาเสะ’ ดอกไม้กินได้ ที่เปิดให้ลิ้มลองเฉพาะงานนี้เท่านั้น

โปรโมชั่นช้อปทุกวันรับสิทธิ์ลุ้นได้ทุกวัน รับ 1 สิทธิ์ลุ้นรับ Toyota C-HR Hybrid Premium Safety มูลค่า 1.139 ล้านบาท จำนวน 1 รางวัล เมื่อช้อปครบ 1,000 บาท, รับฟรีกระเป๋าดีไซน์พิเศษเฉพาะที่เซ็นทรัล ศรีราชา 1 ใบ เมื่อช้อปครบ 5,000 บาท, รับฟรี Movie Gift Set 1 ชุด ประกอบด้วย Movie Complimentary Voucher 1 ใบ และบัตร M GEN Next 1 ใบ เมื่อช้อปครบ 500 บาท พร้อมสิทธิพิเศษอีกมากมายจากบัตรเครดิตและแอพพลิเคชั่นที่ร่วมรายการ อาทิ รับของสมนาคุณหรือเครดิตเงินคืนสูงสุด 18% พิเศษ!สำหรับสมาชิก The1 เท่านั้น ตั้งแต่วันที่ 27 ต.ค. 64 ถึง 6 ม.ค. 65 สามารถสะสมและแลกรับคะแนน The1 ได้ กับ 150 แบรนด์ที่ร่วมรายการ หรือแลกรับคูปองส่วนลดเพียงแลกคะแนนผ่านแอพพลิเคชั่น The1 และรับฟรีคะแนน The1 เมื่อสมัครสมาชิกผ่านแอป The1 เมื่อดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นเป็นครั้งแรก

เซ็นทรัล ศรีราชา เป็นศูนย์การค้าลำดับที่ 35 ของเซ็นทรัลพัฒนา ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท ทางหลวงสายหลักสู่ภาคตะวันออก และเป็นโครงการแบบมิกซ์ยูสที่ครบครันและใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออก ประกอบด้วย ศูนย์การค้ารูปแบบ Semi-Outdoor แห่งแรกนอกกรุงเทพฯ, คอนเวนชั่นฮอลล์, โรงแรม, เซอร์วิสอพาร์ทเมนท์ และอาคารสำนักงาน สามารถจอดรถยนต์ได้ 1,800 คัน และจักรยานยนต์กว่า 800 คัน ซึ่งจะเป็นศูนย์กลางไลฟ์สไตล์เดสติเนชั่นแห่งอนาคต และศูนย์กลางการใช้ชีวิต (Center of Life) ยุคใหม่ที่ครบทุกมิติ รวมสถานที่พักผ่อนหย่อนใจและศูนย์กลางกิจกรรมทุกประเภทที่ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ของเมืองศรีราชา

‘เวนติซี’ เนรมิตสรวงสวรรค์สำหรับคนรักเนื้อแกะ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/666496

วันที่ 26 ต.ค. 2564 เวลา 16:55 น.'เวนติซี' เนรมิตสรวงสวรรค์สำหรับคนรักเนื้อแกะ ปักหมุดความอร่อย! สวรรค์ของคนรักเนื้อแกะ จัดหนักจัดเต็มไม่อั้นกับบุฟเฟ่ต์เนื้อแกะ และอาหารนานาชาติ ณ ห้องอาหารเวนติซี โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์

กินเที่ยวโพสต์ทูเดย์ชวนตะลุยลิ้มรสความอร่อยบุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติ และเมนูไฮไลท์เนื้อแกะออสเตรเลีย ห้องอาหารเวนติซี ชั้น 24 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ พร้อมให้คุณได้เต็มอิ่มฟินแบบจัดหนักจัดเต็มไปกับไปกับบุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติมื้อเย็น โดยเชฟแอนเดรีย มอนเทลลา หัวหน้าพ่อครัวใหญ่ ได้ยกวัตถุดิบชั้นเลิศอย่างเนื้อแกะออสเตรเลีย นำมารังสรรค์เป็นสุดยอดเมนูซิกเนเจอร์ทั้งอิตาเลียน-ไทย หลากหลายเมนูให้คุณได้อิ่มไม่อั้น

อาทิ สลัดไส้กรอกเนื้อแกะ, แกงมัสมั่นแกะ, กะเพราเนื้อแกะไข่ดาว, ซี่โครงแกะซอสโรสแมรี่, เนื้อแกะสอดไส้ผลไม้แห้ง, มีทบอลเนื้อแกะ, คาเนลโลนี่เนื้อแกะ รวมไปถึงบุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติอีกมากมาย มุมซีฟู้ดออนไอซ์ กั้งกระดาน กุ้งแม่น้ำ หอยแมลงภู่ หอยนางรม กุ้ง ซูชิและซาชิมินานาชนิด รวมถึงอาหารอิตาเลียน และอาหารไทย แฮมนานาชนิด สลัดต่างๆ ซุปให้คุณเลือกลิ้มลอง พร้อมตื่นตาตื่นใจไปกับชีส รวมถึงของหวานนานาชนิด

บุฟเฟ่ต์นานาชาติมื้อเย็น ทุกวันพฤหัสบดี ตั้งแต่เวลา 18.00-22.00 น. (ปิดไลน์อาหาร 21.30น) ในราคาเพียง 1,590 บาท++ ต่อท่าน (ไม่รวมเครื่องดื่ม) ซื้อแพ็กเกจเครื่องดื่มเพิ่มเติมในราคา 149 บาท++ (น้ำดื่ม น้ำอัดลม และชา กาแฟ) สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 4 ขวบทานฟรี และอายุ 5-11 ขวบครึ่งราคา 

ห้องอาหารเวนติซี เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.30–22.00 น. สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งได้ที่ โทร. 0-2100-6255 หรือ อีเมล : diningcgcw@chr.co.th ติดตามข่าวสารของห้องอาหารเวนตี้ซี่ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ได้ที่ เฟซบุ๊ก: Centara Grand & Bangkok Convention Centre at CentralWorld อินสตาแกรม: centaragrand_centralworld