‘ทองหล่อ’ ส่งต่อความอร่อยผ่าน 4 เซตเมนูโปรโมชั่นไดอิน ฟินตำรับไทยพื้นบ้านเลิศรสครบคาวหวานเพียง 450 บาท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/666455

วันที่ 26 ต.ค. 2564 เวลา 14:35 น.‘ทองหล่อ’ ส่งต่อความอร่อยผ่าน 4 เซตเมนูโปรโมชั่นไดอิน ฟินตำรับไทยพื้นบ้านเลิศรสครบคาวหวานเพียง 450 บาทร้านอาหารไทย “ทองหล่อ” ขอจัดเต็มความอร่อยคุ้มค่าคุ้มราคา กับ 4 เซตเมนูอาหารโปรโมชั่นไดอิน อิ่มอร่อยทั้งเมนูอาหารไทยพื้นบ้านและเมนูเลิศรสดีต่อสุขภาพ ในราคาเพียง 450 บาท (สำหรับ 1-2 ท่าน) ทั้งมื้อกลางวันและมื้อเย็น ตั้งแต่วันนี้–31ธันวาคม ศกนี้

เรื่องและภาพ : วารุณี มณีคำ

เชฟนุ๊ก-ฐิติรัตน์ เพ็ชรเจริญ รองหัวหน้าเชฟประจำร้านอาหารไทย “ทองหล่อ”

คิดถึงอาหารไทย…คิดถึงร้านอาหารไทย “ทองหล่อ” ครั้งนี้ชวนทุกคนมาดื่มด่ำกับเมนูสุดอร่อย พร้อมเสริมความมั่นใจกับมาตรการป้องกันไวรัสโควิด-19 อย่างเคร่งครัด โดยจัดเต็มความอร่อยผ่าน 4 เซตเมนูอาหารสุดคุ้มกับโปรโมชั่นไดอินที่ให้ได้อิ่มอร่อยทั้งเมนูอาหารไทยพื้นบ้านและเมนูเลิศรสที่ดีต่อสุขภาพ พร้อมของหวานที่ปรุงอย่างพิถีพิถันโดยฝีมือเชฟคุณภาพคนรุ่นใหม่ในทุกขั้นตอน ในราคาเพียงชุดละ 450 บาท (รับประทานได้ 1-2 ท่าน) ไม่ว่าจะอิ่มอร่อยมื้อกลางวันหรือมื้อเย็นก็อร่อยสุดคุ้ม พร้อมให้บริการตั้งแต่วันนี้–31ธันวาคม ศกนี้

สำหรับโปรโมชั่นไดอิน 4 เซตอาหารสุดคุ้มนี้มีให้บริการเฉพาะรับประทานอาหารที่ร้านเท่านั้น เริ่มที่ เซต A ประกอบด้วย “หมูครองแครง” หมูบดปรุงรสที่หอมเครื่องเทศสามเกลอ นำไปทอด เสิร์ฟพร้อมสับปะรด เหมาะสำหรับรับประทานเล่นหรือรับประทานคู่กับแกงไทย “ยำวุ้นเส้นโบราณใส่ดอกขจร” อร่อยจัดจ้านถึงใจ “แกงแห้งป่าปลากะพง” ที่ใช้ปลากะพงออร์แกนิค “ข้าวหอมมะลิพันธุ์ดี” และเมนูของหวานขายดี “บัวลอยน้ำกะทิ”

ต่อที่ เซต B ประกอบด้วย “กุ้งตะไล” เมนูเรียกน้ำย่อยจัดจ้านถึงเครื่องยำแบบไทย “ปีกไก่ทอดออร์แกนิค” “ปลาช่อนหลงไฟใส่มะเฟือง” ซดน้ำแกงคล่องคอ หอมปลาย่างชั้นดี และเสิร์ฟพร้อม “ข้าวไรซ์เบอรี่” ดีต่อสุขภาพ ปิดท้ายด้วยของหวาน “นารีจำศีล” 

จัดเต็มกันหน่อยสำหรับเซต C ที่อัดแน่นด้วยอาหารไทยเลิศรสดีต่อสุขภาพ “ยำขมิ้นขาวพร้าวคั่วหอม” ยำแบบไทยถึงเครื่องสมุนไพร ใส่ขมิ้นขาว มะพร้าวคั่วหอม และกุ้งสดตัวโต และยังมี “วุ้นเส้นผัดไข่ใส่ผักหวาน” ใช้ผักหวานป่าผัดกับไข่และวุ้นเส้นจนหอม “แกงส้มไหลบัวใส่ปลากะพง” พริกแกงเหลืองใต้โขลกเอง ปรุงกับไหลบัวอ่อนๆ และปลากะพงออร์แกนิค รับประทานกับ “ข้าวสีคราม” และของหวาน “ถั่วเขียวต้มน้ำลำไย”

ปิดท้ายด้วยเซต D “ไข่ลูกเขยทรงเครื่อง” รสชาติเข้มข้นลงตัว ปรุงโดยใช้ไข่ไก่ออร์แกนิคนำไปต้มและทอด แล้วนำมาเคี่ยวจนได้ที่ “ยำส้มฉุน” เมนูชาววังที่หารับประทานยาก ใช้มะม่วงหั่นแฉลบคล้ายผลส้มฉุน ใส่ปลากรอบและหอมแดง ยำให้เข้ากัน “แกงเขียวหวานลูกชิ้นปลากราย” เข้มข้นถึงเครื่องแกง อร่อยกับลูกชิ้นปลากรายที่นวดอย่างดีจนเหนียวหนึบได้ที่ เสิร์ฟพร้อมขนมจีนผักสด และของหวาน “สาคูเปียกข้าวโพดมะพร้าวอ่อน” ปิดท้ายมื้ออร่อย

นอกจากนี้ ทางร้านยังขอแนะนำ 2 เมนูซิกเนเจอร์ขายดีที่ทุกคนต้องลองอย่าง ทองพลุไส้ไก่ (250 บาท) ของว่างตำรับโบราณตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย ตำรับท้าวทองกีบม้า ดัดแปลงมาจากขนมเอแคลร์ของฝรั่งเศส ตัวแป้งเอาไปนวดกับน้ำมัน เนยและไข่ไก่ และนำไปทอดให้แตกเป็นพลุ เปรียบเสมือนความมีชื่อเสียง ยัดไส้ด้วยกะหรี่ไก่ผัดแห้งรสชาติหอมละมุน และ มัสมั่นเนื้อน่องลายใส่เม็ดบัว (350 บาท) มัสมั่นเนื้อน่องลายสุดเข้มข้น ใช้เนื้อวัวจากจังหวัดสกลนคร เคี่ยวนานถึง 2 วันจนหอมนุ่มและเข้าเนื้อ ส่วนเครื่องแกงมัสมั่นก็เข้มข้นถึงเครื่องแกง ใส่เม็ดบัว เพิ่มความหอมมัน ทานกับโรตีนุ่มหนึบแสนเข้ากัน 

พิเศษสุด! สำหรับผู้อ่านเว็บไซต์ PostToday รับสิทธิพิเศษ เมื่อสั่งอาหารชุด Dine In Promotion ชุดใดชุดหนึ่ง ในระหว่างวันนี้-30 พฤศจิกายน 2564 สามารถสั่งซื้อ ทองพลุไส้ไก่ 115 บาท จากราคาเต็ม 215 (ขนาด Half) หรือ มัสมั่นเนื้อน่องลายใส่เม็ดบัว ราคา 195 บาท จากราคาเต็ม 350 บาท (ขนาด Half) หรือมั่สมั่นไก่ออร์แกนิคมันสามสีราคา 175 บาท จากราคาเต็ม 295 บาท (ขนาด Half)

เครื่องดื่มทางร้านแนะนำ Virgin Bangkok Sunrise (150 บาท) ม็อกเทลสุดพิเศษแสนสดชื่น มีส่วนผสมของน้ำส้ม และน้ำมะนาว กรีนาดีน เสิร์ฟพร้อมตะไคร้และผลส้มสไลซ์ นอกจากนี้ ทางร้านทองหล่อยังมีหลากหลายเครื่องดื่มให้เลือกทั้งชากาแฟค็อกเทลม็อกเทลและไวน์พร้อมให้บริการตลอดทั้งวัน

และปิดท้ายกับโค้งสุดท้ายสำหรับเมนูเจประจำปีนี้ ด้วยเมนูอาหารเจและเมนูมังสวิรัติ เอาใจสายวีแกนด้วยขบวนหลากหลายความอร่อยกับอาหารเจ 16 เมนูที่ยังคงความอร่อยแบบไทย ในราคาเริ่มต้นที่ 99 – 195 บาท  อาทิ “ข้าวผัดผักเจเห็ดหอม” “หมี่ฮกเกี้ยนเต้าหู้เจ” “ก๋วยเตี๋ยวน้ำลูกชิ้นปลาเจ” ที่มีน้ำซุปรสอร่อยจากผักหลายชนิด อาทิ หัวไชเท้า เห็ดหอม พร้อมลูกชิ้นปลาเจชั้นดี และเต้าหู้คัดพิเศษ “กะเพราโปรตีนเกษตรเจราดข้าว” “แกงเขียวหวานลูกชิ้นปลาเจใส่ฟัก” “ผัดวุ้นเส้นผักหวานเต้าหู้กรอบเจ” “ผัดพริกขิงเจ” “ต้มยำเห็ดสามสหายเจ” หนึ่งในเมนูเจที่อร่อยจัดจ้านแบบไร้เนื้อสัตว์ แต่ได้ประโยชน์จากเห็ดสามอย่าง พร้อมกลิ่นหอมจากใบกะเพราที่มีสรรพคุณช่วยป้องกันหวัด “ต้มกะหล่ำปลีเห็ดหอมเจ” “มัสมั่นเต้าหู้เจ” ที่รสเข้มข้นถึงเครื่องแกง ใช้เต้าหู้เหลืองคัดพิเศษที่ดีต่อสุขภาพปรุงกับเครื่องเทศหลายชนิด ทั้งโป้ยกั๊ก อบเชย กานพลู รับประทานคู่โรตีสดยิ่งเพิ่มความอร่อย “แกงส้มผักรวมเจ” ที่ใช้พริกแกงส้มโขลกเองรสชาติเข้มข้น พร้อมผักรวมมิตร อุดมด้วยวิตามินซี และปิดท้ายด้วย “ลาบเห็ดเจ” เมนูขายดีที่ใครๆ ก็ชื่นชอบ นอกจากนี้ยังเมนูอาหารทานเล่นให้เลือกอร่อยในราคาเพียง 99 บาท ได้แก่ “เผือกทอดเจ” “ข้าวโพดทอดเจ” “เปาะเปี๊ยะไส้ผักเจ” และ “ข้าวเกรียบปากหม้อเจ” ห้ามพลาดความอร่อยของเมนูอาหารเจที่ร้านอาหารไทย “ทองหล่อ” ตลอดเดือนตุลาคม 2564

ตามมาค้นพบความอร่อยสุดพิถีพิถัน พร้อมสัมผัสบรรยากาศร้านสุดคลาสสิคกับโปรโมชั่นไดอิน 4 เซตอาหารไทยเลิศรสที่คุณจะประทับใจไม่รู้ลึม แวะมาอิ่มอร่อยได้ที่ ร้านอาหารไทย “ทองหล่อ” ตั้งอยู่ที่โรงแรมสเตย์บริดจ์ สวีท แบงค็อก ทองหล่อ (ทองหล่อ ซอย 5)  เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 10.30–21.00 น. พร้อมบริการซื้อกลับบ้านและเดลิเวอรี่ โดยสั่งผ่านไลน์ @thonglorcuisine หรือโทร. 095-426-4646, 02-000-4701 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมและติดตามข่าวสารและโปรโมชันต่างๆ ได้ทางเว็บไซต์ http://www.thong-lor.com เฟซบุ๊ก: www.facebook.com/thonglorcuisine อินสตาแกรม: www.instagram.com/thonglorcuisine ไลน์: @thonglorcuisine และช่องทางใหม่ในการอัปเดตเรื่องราวงานหัตถศิลป์เอาใจคนรักงานฝีมือทางอินสตาแกรม Sri.thonglor

ฮิลตัน หัวหิน รีสอร์ท แอนด์ สปา สวรรค์แห่งการพักผ่อนริมชายหาดใจกลางเมืองหัวหิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/666290

วันที่ 24 ต.ค. 2564 เวลา 12:50 น.ฮิลตัน หัวหิน รีสอร์ท แอนด์ สปา สวรรค์แห่งการพักผ่อนริมชายหาดใจกลางเมืองหัวหินอีกครั้งกับความสุขและความตื่นเต้นของการพักผ่อนด้วยกันในวันหยุด ฮิลตัน หัวหิน รีสอร์ท แอนด์ สปา หนึ่งในโรงแรมริมชายหาดที่ดีที่สุดในหัวหิน ปล่อย Family Getaway Package ข้อเสนอโดนใจทั้งที่พักใหม่ ห้องพักเยี่ยม สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และอาหารเลิศรส ตอบโจทย์ทั้งครอบครัว

หลายเดือนที่ผ่านมา คนส่วนใหญ่ได้ใช้เวลาอยู่ที่บ้านมากกว่าปกติและสำหรับใครหลายๆ คนโดยเฉพาะครอบครัวแล้วนั้นมักจะหมายถึงการใช้เวลารอให้พัสดุมาส่งที่บ้านด้วยความคาดหวังและความตื่นเต้นที่จะได้รับสิ่งใหม่ๆ เป็นสีสัน อาจจะเป็นพวกของเล่น แกดเจ็ต หรืออะไรบางอย่างที่จะช่วยให้การอยู่บ้านสะดวกสบายและสนุกมากยิ่งขึ้น

แต่จากวันนี้ไป การท่องเที่ยวในวันหยุดและความฝันที่จะได้ไปพักผ่อนที่รีสอร์ทริมชายหาดนั้นจะกลับมาอยู่ในแผนของหลายครอบครัวอีกครั้ง  หลัง มีการผ่อนคลายข้อจำกัดและมาตรการต่างๆ หากใครกำลังคิดถึง ท้องฟ้า แสงแดด สายลม คลื่นซัดเบาๆ เคล้ากลิ่นไอทะเล “หัวหิน” เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เราจะแนะนำในครั้งนี้ ข้อเสนอพิเศษที่ ฮิลตัน หัวหิน รีสอร์ท แอนด์ สปา จะช่วยให้บนใบหน้าของทุกคนกลับมามีรอยยิ้มได้อีกและสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ พร้อมกับความสนุกสนานท่ามกลางแสงแดดอันอบอุ่นริมชายหาดด้วย Family Getaway Package แพ็คเกจสุดคุ้มสำหรับครอบครัว

ฮิลตัน หัวหิน รีสอร์ท แอนด์ สปา เป็นหนึ่งในสถานที่ชื่นชอบสำหรับครอบครัวมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะผู้ที่กำลังมองหาประสบการณ์การพักผ่อนในเมืองชายหาดยอดนิยมของประเทศไทย ใช้ระยะเวลาสั้นๆ เพียงไม่สองชั่วโมงจากกรุงเทพฯ ก็สามารถเดินทางมาสู่รีสอร์ทติดชายหาดที่ปรับปรุงใหม่ใจกลางเมืองหัวหิน สถานที่ที่พร้อมจะมอบความทรงจำใหม่ๆ ให้กับผู้มาเยือน พร้อมสรรพด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ฮิลตัน หัวหิน รีสอร์ท แอนด์ สปา เป็นสถานที่ในฝันสำหรับการท่องเที่ยวแบบครอบครัว

บรรดาคุณพ่อคุณแม่สามารถเพลิดเพลินกับสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อการนันทนาการที่หลากหลาย อาทิ สระว่ายน้ำแบบลากูนกลางแจ้งขนาดใหญ่ บริการสปาสุดหรูที่มีห้องทรีตเมนต์ส่วนตัวถึง 10 ห้อง รวมถึงจากุซซี่ ห้องอบซาวน่า อ่างอาบน้ำสไตล์ญี่ปุ่น และห้องอาบน้ำแบบวิชชี่ ชาวเวอร์ และศูนย์ออกกำลังกายที่มีอุปกรณ์ครบครัน อีกทั้งยังมีสนามสควอช และสนามเทนนิส เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่เลือกสนุกสนานกับกิจกรรมต่างๆ ตามอัธยาศัยได้มากยิ่งขึ้น

สำหรับบรรดาลูกๆ  นอกจากมีสระว่ายน้ำสำหรับเด็กให้สนุกสนานกันแล้ว ในรีสอร์ทยังมีคิดส์คลับในร่มขนาดใหญ่ ที่มีพื้นที่มากกว่า 230 ตร.ม. ภายในมีโซนการเล่นแบบอินเทอร์แอคทีฟ เช่น การปีนหน้าผา สไลด์เดอร์ กำแพงเรืองแสง ศิลปะและงานฝีมือ และในขณะที่ลูกๆ กำลังทำกิจกรรมในคิดส์คลับภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่ของโรงแรม คุณพ่อคุณแม่สามารถนั่งพักผ่อนและเฝ้าดูเด็กๆ เล่นที่บริเวณเลาจน์ซึ่งอยู่ติดกับคิดส์คลับได้  นอกจากนี้คุณพ่อคุณแม่ยังสามารถผ่อนคลายและสบายใจได้ว่า ในโซนของเล่นเด็ก เกมต่างๆ และสไลเดอร์ และจุดที่พื้นผิวมีการสัมผัสสูงจะได้รับการทำความสะอาดอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน และทางโรงแรมยังมีการทำความสะอาดสถานที่ทั้งหมดแบบเชิงลึกทุก ๆ 3 วันต่อสัปดาห์เพื่อความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ทางรีสอร์ทยังมีบริการให้ยืมจักรยานฟรี สำหรับครอบครัวเพื่อออกไปสำรวจตรอกซอกซอยและแหล่งท่องเที่ยวท้องถิ่นในเมืองหัวหินที่ยังคงขนบธรรมเนียมประเพณีต่างๆ ภายในท้องถิ่นไว้ แต่ผสมผสานกับความตื่นเต้นแบบร่วมสมัยของเมือง 

หากทั้งหมดที่กล่าวมานี้คือ สวรรค์แห่งการพักผ่อนสำหรับครอบครัว แพ็คเกจ Family Getaway ของฮิลตัน หัวหิน รีสอร์ท แอนด์ สปา ให้คุณได้มากกว่าที่คิด

ข้อเสนอพิเศษโดนใจกับการเข้าพักในห้องสวีท เหมาะสำหรับครอบครัวอย่างแท้จริง มี 2 แบบให้เลือก ได้แก่ ห้องเอ็กเซ็คคิวทีฟ จูเนียร์ สวีท (Executive Jr. Suite) ขนาด 60 ตร.ม. หรือห้องเอ็กเซ็คคิวทีฟ โอเชียนฟรอนท์ สวีท (Executive Oceanfront Suite) ขนาด 80 ตร.ม. ซึ่งห้องสวีททั้งสองแบบนี้คุณสามารถมองเห็นวิวทะเล มีระเบียงให้ออกไปรับลมชมวิว โต๊ะทำงานพร้อมอุปกรณ์เชื่อมต่อ และห้องน้ำขนาดใหญ่และอ่างอาบน้ำที่แยกเป็นสัดส่วน

ข้อเสนอพิเศษและสิทธิประโยชน์จากแพ็คเกจ Family Getaway ได้แก่ ของกำนัลต้อนรับและของขวัญสำหรับเด็กที่เตรียมไว้ภายในห้องพักของโรงแรม อาทิเช่น เต็นท์เด็ก ลูกเป็ดลอยน้ำ และชุดสร้างปราสาททราย นอกจากนี้ยังมีบริการไอศกรีมสำหรับคุณหนู ๆ ฟรี!!! ที่ DECA Coffee and Dessert Bar และบริการเปิดเตียงทุกคืนพร้อมขนมหวานสำหรับเด็ก ส่วนคุณพ่อคุณแม่สามารถให้รางวัลกับตัวเองด้วยการผ่อนคลายกับสปาทรีทเมนท์ หรือสั่งจะอาหารและเครื่องดื่มที่โปรดปรานได้ ด้วยส่วนลดพิเศษถึง 25%

อัตราค่าห้องพักสำหรับห้องเอ็กเซ็คคิวทีฟ จูเนียร์ สวีท (60 ตร.ม.) ราคา 6,500 บาทสุทธิ/คืน และ ห้องเอ็กเซ็คคิวทีฟ โอเชียนฟรอนท์ สวีท (80 ตร.ม.) ราคา 7,500 บาทสุทธิ/คืน  ราคานี้สำหรับผู้ใหญ่ 2 ท่าน และเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี 2 ท่าน โดยต้องทำการจองแพ็กเกจโดยตรงกับทางโรงแรม ระยะเวลาการจองตั้งแต่วันที่ วันที่ 1-30 พฤศจิกายน 2564 สำหรับการเข้าพักตั้งแต่ 3 พฤศจิกายน ถึง 30 ธันวาคม 2564

สามารถจองแพ็คเกจ Family Getaway ได้แล้ววันนี้  เพื่อใช้เวลาพักผ่อนกับครอบครัวในวันหยุดอย่างมีคุณภาพอีกครั้งได้ที่นี่ ฮิลตัน หัวหิน รีสอร์ท แอนด์ สปา โรงแรมริมชายหาดที่ดีที่สุดในหัวหิน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่อีเมล huahin.reservations@hilton.com หรือโทร +66 (0) 32 538 990

Fin&Fun One Day Trip กับ ORA Good Cat รถยนต์ไฟฟ้า 100% ที่ใครเห็นเป็นต้องหลงรัก!!

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/666203

วันที่ 22 ต.ค. 2564 เวลา 18:05 น.Fin&Fun One Day Trip กับ ORA Good Cat รถยนต์ไฟฟ้า 100% ที่ใครเห็นเป็นต้องหลงรัก!!สัมผัสประสบการณ์การขับขี่มิติใหม่กับ “ORA Good Cat Future Ready Driving Experience” สนุกท้าทายตอบโจทย์ได้ทุกไลฟ์สไตล์ กับรถยนต์ไฟฟ้า 100% แกดเจ็ตอัจฉริยะยุคใหม่ที่ทุกคนรอคอย

ก่อนเปิดตัวในประเทศไทย พร้อมประกาศราคาอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 29 ตุลาคมนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ นำคณะสื่อมวลชนร่วมกิจกรรม ORA Good Cat Future Ready Driving Experience เพื่อทดสอบสมรรถนะและสัมผัสประสบการณ์การขับขี่มิติใหม่กับ ORA Good Cat รถยนต์ไฟฟ้า 100% อัจฉริยะที่ทุกคนรอคอยที่คนไทยจับตามองมากที่สุดในขณะนี้ ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้า พร้อมนำประเทศไทยก้าวสู่ยุคการขับขี่แห่งอนาคตที่เปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยีอันล้ำสมัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยเนรมิตพื้นที่ อิมแพ็ค เลคไซด์ เมืองทองธานี ให้เป็นสถานีทดสอบเทคโนโลยีการขับขี่สุดเร้าใจ ก่อนนำขบวนน้องเหมียวสุดน่ารักไปโลดแล่นบนถนนจริง และเช็กอินยังสถานที่ต่างๆ ในกรุงเทพฯ พร้อมรับประทานอาหารกลางวัน ทำกิจกรรมเวิร์คชอปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ และปิดท้ายด้วยกิจกรรม ORA Good Cat Challenge ที่อัดแน่นไปด้วยความสนุกสนานและความท้าทายในทุกมิติตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ภายใต้มาตรการความปลอดภัยด้านสาธารณสุข ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย การตรวจ ATK ที่หน้างาน การสวมหน้ากากอนามัย 100% ตลอดการทำกิจกรรม และการจัดให้มีจุดวางแอลกอฮอล์หรือเจลล้างมือให้บริการอย่างเพียงพอ

กิจกรรมครั้งนี้มี นายณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ นางสาวศุภรางศุ์ อนุชปรีดา ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร และนายจิรศักดิ์ ชื่นอารมย์ รองผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) ร่วมให้การต้อนรับและบรรยายข้อมูลที่โดดเด่นเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และแคมเปญการตลาดของ ORA Good Cat โดยคณะสื่อมวลชนได้มีโอกาสเรียนรู้และทำความเข้าใจเกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้าจากแบรนด์ ORA เพิ่มเติม พร้อมทั้งพูดคุยกับผู้บริหารอย่างใกล้ชิด ภายในพื้นที่ที่สร้างสรรค์ให้เป็น ORA Good Cat Café พร้อมเพลิดเพลินไปกับกิจกรรม ORA Good Cat Coffee Print ที่สามารถพริ้นท์ลายโลโก้ ORA หรือรูปน้องเหมียวสุดน่ารักบนฟองของถ้วยกาแฟแก้วโปรดได้

นายณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวขอบคุณสื่อมวลชนและคนไทยทุกคนที่ให้ความสนใจ และรอคอยที่จะได้สัมผัส ORA Good Cat ตั้งแต่ที่ได้ประกาศเปิดตัวแบรนด์เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ว่าเราจะนำรถยนต์ไฟฟ้าจากแบรนด์ ORA เข้ามาทำตลาดในประเทศไทย โดยมี ORA Good Cat เป็นรถยนต์รุ่นแรกในปีนี้ เราได้รับเสียงตอบรับที่ดีอย่างล้นหลามจากชาวไทย พร้อมยอดลงทะเบียนจองสิทธิ์เพื่อซื้อจากแคมเปญ ORA Good Cat ULTRA DEAL สูงกว่า 4,296 คัน ภายใน 24 ชั่วโมง แม้จะยังไม่ได้มีการเปิดตัวและประกาศราคาอย่างเป็นทางการ ผนวกกับเป้าหมายของเราในการก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้า (xEV Leader) ในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นกำลังใจให้เรามุ่งมั่นที่จะพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาคำมั่นสัญญาของเราในการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและการบริการที่ดีที่สุดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้กับลูกค้าชาวไทย

ในวันนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้มีโอกาสต้อนรับทุกท่านซึ่งเป็นคนไทยกลุ่มแรกๆ ในประเทศไทย ที่จะได้ทดสอบและสัมผัสประสบการณ์การขับขี่รูปแบบใหม่ไปกับ ORA Good Cat ซึ่งเป็นหนึ่งในรถยนต์ไฟฟ้าจากแบรนด์ ORA ที่ได้รับความนิยมสูงสุดก่อนหน้านี้ในประเทศจีน และประเทศไทยถือเป็นประเทศแรกที่มีการทำตลาดรถยนต์รุ่นนี้ในต่างประเทศ เราเชื่อว่า ทุกท่านจะได้รับความสุข ความสนุกสนาน พร้อมประสบการณ์การขับขี่อันยอดเยี่ยม และเปี่ยมไปด้วยความประทับใจกลับไป และทุกท่านจะต้องหลงรักเจ้าเหมียวไฟฟ้า ORA Good Cat คันนี้อย่างแน่นอน

สำหรับ ORA Good Cat เป็นรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ (Battery Electric Vehicle : BEV) จากแบรนด์ ORA ซึ่งเป็นแบรนด์ที่สอง ที่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ นำเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย ด้วยเป้าหมายที่จะให้เป็น ‘Game Changer’ ในการเข้ามาผลิกโฉมวงการยานยนต์ของเมืองไทยให้คึกคักและมีความน่าสนใจยิ่งขึ้น โดย ORA Good Cat ได้รับการออกแบบและสร้างสรรค์ด้วยเทคโนโลยีอันล้ำสมัยโดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายประเทศทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น เยอรมนี ออสเตรีย สหรัฐเอมริกา ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ โดดเด่นยืนหนึ่งในด้านความเป็นแฟชั่นนิสต้า พร้อมดึงดูดทุกสายตาด้วยรูปลักษณ์โค้งมนสไตล์ Retro Futuristic พร้อมด้วยแพลตฟอร์ม GWM E LEMON แพลตฟอร์มโมดูล่าอัจฉริยะที่มีความยืดหยุ่น น้ำหนักเบา เปี่ยมไปด้วยสมรรถนะและความปลอดภัยขั้นสูง ซึ่งผสานกันได้อย่างลงตัวกับเทคโนโลยีการขับชี่ที่จัดเต็มทั้งสมรรถนะและฟังก์ชั่นการใช้งาน พร้อมตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายได้เป็นอย่างดี

จากนั้นเป็นการทดสอบรถยนต์ไฟฟ้า ORA Good Cat สัมผัสเทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะต่างๆ ในสนามทดสอบรถระบบปิด (Test Track) บริเวณ ORA Good Cat Fun Park ณ  อิมแพ็ค เลคไซด์ เมืองทองธานี ก่อนที่จะได้ทดลองขับ ORA Good Cat บนเส้นทางถนนจริงเพื่อทดสอบความแม่นยำของระบบพวงมาลัย การตอบสนองของคันเร่งและการขับเคลื่อนจากระบบไฟฟ้า รวมไปถึงทดลองใช้งานอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและเทคโนโลยีการขับขี่อันล้ำสมัยอื่นๆ เพิ่มเติม โดยรถยนต์ไฟฟ้า ORA Good Cat ที่นำมาให้สื่อมวลชนได้ทดสอบสมรรถนะในวันนี้ มีด้วยกันทั้งหมด 2 รุ่น ได้แก่ ORA Good Cat 400 PRO มาพร้อมกับแบตเตอรี่ชนิดลิเธียมไอออนฟอสเฟต (LFP) ความจุ 47.788 kWh และระยะทางวิ่งสูงสุด 400 กิโลเมตร และรุ่น ORA Good Cat 500 ULTRA มาพร้อมกับแบตเตอรี่ชนิดลิเธียม Ternary (NMC) ความจุ 63.139 kWh ระยะทางวิ่งสูงสุด 500 กิโลเมตร

ตลอดระะยะทาง 117 กิโลเมตร ในการเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ในกรุงเทพฯ ทุนคนจะได้ทดสอบระบบต่างๆ ระหว่างการขับขี่ ORA Good Cat บนท้องถนนจริง ไม่ว่าจะเป็น ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (LKA) ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน (LDW) ระบบช่วยรักษาระยะให้อยู่กลางเลน (LCK) พร้อมทั้งเพลิดเพลินไปกับการเชื่อมต่อกับฟังก์ชั่นอัจฉริยะและความบันเทิงต่างๆ ได้อย่างไร้ขีดจำกัดตลอดเส้นทางการเดินทาง

สถานที่แรกที่เหล่าน้องเหมียวเลี้ยวไปคือ ถนนอุทยาน (ถนนอักษะ) ถนนสายที่สวยที่สุดในกรุงเทพฯ เรียงรายด้วยโคมไฟรูปหงส์ตลอดสองข้างถนน ก่อนเช็กอินที่ร้าน The Hay – Equestrian Center & Eatery เพื่อรับประทานอาหารกลางวัน

จากนั้นก็มุ่งหน้าขึ้นทางด่วนตรงไปที่ Soul Salt River City เพื่อทำกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ Painting Workshop ปลดปล่อยจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ในการวาดภาพที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก ORA Good Cat พร้อมดื่มด่ำและเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศระหว่างการวาดภาพอันรื่นรมย์บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา

หลังจากได้ชื่นชมผลงานศิลปะของตัวเองแล้ว เราก็ได้เดินทางกลับมายังจุดเริ่มต้น ณ ORA Good Cat Fun Park อิมแพ็ค เลคไซด์ เมืองทองธานี เพื่อร่วมสนุกกับ ORA Good Cat Challenge กิจกรรมส่งท้ายก่อนการเดินทางกลับบ้าน ซึ่งสื่อมวลชนจะได้ขับขี่รถยนต์ ORA Good Cat เพื่อร่วมผ่านด้านทดสอบและความท้าทายอีก 2 ด่าน ได้แก่

Cat catch the Mouse ด่าน ‘แมวจับหนู’ ที่เปี่ยมไปด้วยความสนุกสนานด้วยการขับรถยนต์ ORA Good Cat ผ่านจุดต่างๆ เพื่อขับต่อไปในเส้นทางที่ถูกต้อง จนกว่าจะไปถึงจุดหมายได้สำเร็จ ซึ่งเมื่อผ่านเส้นทางที่ถูกต้องระบบเซ็นเชอร์จะขึ้นไฟสีเขียว โดยสื่อมวลชนที่สามารถทำเวลาได้ดีที่สุดเมื่อไปถึงจุดหมายจะเป็นผู้ชนะในด่านนี้

Cat Track and Naughty Cat Yard ด่าน ‘แมวซน’ กับความท้าทายในการทดสอบเสถียรภาพและการทรงตัวของ ORA Good Cat บนไม้กระดานรูปทรงชีสสุดน่ารัก โดยการขับรถยนต์ ORA Good Cat ขึ้นไปบนกระดานรูปทรงชีสและจอดให้รถหยุดในจุดที่กำหนดเพื่อตรวจสอบทดสอบเสถียรภาพและการทรงตัวของรถยนต์ก่อนที่จะขับกลับลงไปจากไม้กระดาน สร้างความท้าทายและความสนุนสนานให้กับทุกคน

สำหรับความตื่นเต้นประทับในครั้งนี้ คงหนีไม่พ้นการได้สัมผัสจริงครั้งแรกกับ ORA Good Cat รถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ 100% ดีไซน์ภายนอกสะดุดตา ภายในกลิ่นอายเรโทรคลาสสิค ทั้งยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มาพร้อมกับความสามารถในการขับขี่ที่สนุกสนานในทุกๆ เส้นทาง เต็มเปี่ยมไปด้วยนวัตกรรมการขับขี่แบบอัตโนมัติ ทำให้สามารถโลดแล่นได้อย่างราบรื่น และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 152 กม./ชั่วโมง สามารถขับขี่ได้อย่างนุ่มนวลทั้งบนเส้นทางในเมือง หรือบนถนนขรุขระหรือเส้นทาง Off Road

ห้องโดยสารอัจฉริยะ Intelligent Cockpit เพลิดเพลินไปกับสุนทรียะ และความสะดวกสบายสูงสุดภายในห้องโดยสารของ ORA Good Cat อาทิ หน้าจอ Interactive Double Screen หน้าจอพาดยาวบริเวณคอนโซลของตัวรถมีขนาด 17.25 นิ้ว ที่มีความละเอียดสูง แบ่งออกเป็น หน้าจอแสดงผลการขับขี่แบบดิจิทัล (Full TFT) ขนาด 7 นิ้ว และหน้าจอระบบมัลติมีเดียพร้อมระบบสัมผัส ขนาด 10.25 นิ้วเกียร์ระบบ Electronic Shifter เพื่อลดขนาดพื้นที่คอนโซลกลางให้มีความทันสมัย หรูหราเบาะนั่งไฟฟ้าแบบปรับได้ 6 ทิศทาง พร้อมการจดจำตำแหน่งที่นั่ง (sitting position record) และฟังก์ชั่น Welcome Seat ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเข้าออกจากรถได้อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น ประทับใจกับระบบเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนต่อกับแอปพลิเคชัน ทำให้ฟังเพลง ดูวิดีโอ เป็นเรื่องง่าย มีระบบชาร์จไร้สาย ระบบการแจ้งเตือนและเข้าถึงข้อมูลแบตเตอรี่รถไฟฟ้า เช่น ระบบตรวจสอบสถานะปริมาณแบตเตอรี่ ระบบตรวจสอบสถานะการชาร์จแบตเตอรี่ ระบบตรวจสอบระยะทางวิ่งคงเหลือ ระบบช่วยเตือนเมื่อแบตเตอรี่มีปริมาณต่ำ หรือระบบช่วยเตือนเมื่อแบตเตอรี่มีความร้อนสูง และการค้นหา POIระบบแจ้งเตือนและเข้าถึงข้อมูลด้านความปลอดภัย เช่น การแสดงตำแหน่งรถยนต์ การกำหนดรัศมีการใช้งานรถ และการแสดงผลการตั้งค่าต่างๆ ของรถยนต์ เป็นต้น ระบบการสั่งการและควบคุมได้จากระยะไกล (Telematics System) ที่จะช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมการทำงานบางฟังก์ชั่นของรถยนต์ได้ แม้ผู้ขับขี่จะอยู่ในระยะที่ไกลจากตัวรถ เช่น การควบคุมระบบปรับอากาศ การล็อกและปลดล็อกประตู การค้นหารถยนต์ และสามารถสั่งการปิดหน้าต่าง เป็นต้น 

ด้านโหมดการขับขี่มี 5 รูปแบบ คือ 1) โหมดมาตรฐาน 2) โหมด Sport 3) โหมด ECO 4) โหมด ECO+ และ 5) โหมดอัตโนมัติ

และที่ถูกใจสาวๆ เป็นอย่างมากคือมีระบบช่วยจอดรถอัตโนมัติ 3 รูปแบบ (Integration Auto Parking : IAP) สำหรับ ORA Good Cat รุ่น 400 PRO และ 500 ULTRA โดยจะเป็นการใช้เซ็นเซอร์และกล้องรอบคันในการตรวจสอบและตรวจจับวัตถุ รวมทั้งเครื่องหมายบริเวณช่องจอดหรือจุดจอดรถ และช่วยทำงานเต็มรูปแบบเพื่อเข้าจอด ทั้งแนวตั้ง แนวนอน หรือแนวเฉียง โดยเมื่อระบุช่องว่างที่จะนำรถเข้าจอดแล้ว รถจะทำการจอดด้วยตัวเองด้วยการควบคุมพวงมาลัย เบรก และคันเร่ง 

ORA Good Cat มีกำหนดการที่จะเปิดตัวและประกาศราคาอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ในวันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2564 โดยในตอนนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้เปิดให้ผู้ที่สนใจสามารถจองสิทธิ์ลงทะเบียนเพื่อซื้อ ORA Good Cat ได้ก่อนกับแคมเปญ ORA Good Cat ULTRA DEAL พร้อมมอบข้อเสนอสุดพิเศษ ไม่ว่าจะเป็น การผ่อน 0% นาน 48 เดือน ฟรีประกันรถยนต์ชั้น 1 ฟรีโฮมชาร์จเจอร์พร้อมการติดตั้ง และบริการเหนือระดับอื่นๆ อีกมากมาย รวมมูลค่ากว่า 220,000 บาท ในระหว่างวันที่ 14 ตุลาคม 2564 เวลา 0.01 น. ถึงวันที่ 29 ตุลาคม 2564 เวลา 18.00 น. นอกจากนี้ ลูกค้าที่ลงทะเบียนจองสิทธิ์ในแคมเปญดังกล่าว ยังสามารถเลือกซื้อแพ็กเกจเสริม ORA Value Plus สุดคุ้มเพิ่มเติมได้อีกด้วย

ติดตามข้อมูลข่าวสารของ ORA Good Cat และ เกรท วอลล์ มอเตอร์ เพิ่มเติมได้ที่ GWM Application ,  Facebook: GWM Thailand , Instagram: GWM Thailand , Website: www.gwm.co.th  , Twitter: GWM Thailand , YouTube: GWM Thailand และ Line Official: GWM Thailand

เซ็นทาราเปิดแคมเปญใหม่ Ultimate Seven Night Experience แพ็กเกจกินหรูอยู่ดี 7 วัน 7 คืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/666177

วันที่ 22 ต.ค. 2564 เวลา 12:10 น.เซ็นทาราเปิดแคมเปญใหม่ Ultimate Seven Night Experience แพ็กเกจกินหรูอยู่ดี 7 วัน 7 คืนท่องเที่ยวทั่วไทยทั้งในภูเก็ต กระบี่ พัทยา หัวหิน และกรุงเทพฯ “เซ็นทารา” เปิดตัวแคมเปญใหม่ต่อยอดความสำเร็จ Thailand Rediscovered เสริมประสบการณ์การท่องเที่ยวด้วยแพ็กเกจที่พักรวมอาหาร พร้อมประสบการณ์ 7 วัน กับ “Ultimate Seven Night Experience”

จากผลตอบรับอันท่วมท้นของแคมเปญทางการตลาดเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวภูเก็ต อย่างแคมเปญ Phuket Rediscovered โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา ได้นำเอาคอนเซปท์ของแคมเปญนี้ ขยายไปสู่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญและหัวเมืองใหญ่อื่นๆ ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยยกระดับประสบการณ์การเดินทางให้กับแขกผู้เข้าพักคนสำคัญ

โดยล่าสุดเซ็นทาราได้ออกแพ็กเกจพิเศษที่มีชื่อว่า Ultimate Seven Night Experience ที่ครอบคลุมทั้งห้องพักสุดหรู โปรแกรมอาหารแบบฮาล์ฟบอร์ด (รวมอาหารเช้าและอาหารเย็น) เป็นเวลา 7 วัน ณ โรงแรมและรีสอร์ทที่ร่วมรายการ ในภูเก็ต กระบี่ พัทยา หัวหิน และกรุงเทพฯ ซึ่งแพ็กเกจนี้รวมถึงกิจกรรมสุด เอ็กซ์คลูซีฟที่จัดให้แขกผู้เข้าพักได้สัมผัสกับสีสันวัฒนธรรมท้องถิ่นและประสบการณ์การพักผ่อนอย่างเต็มอิ่ม

เริ่มตั้งแต่กรกฎาคม 2564 ที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนครบถ้วนแล้ว สามารถเดินทางท่องเที่ยวภายในเกาะภูเก็ตได้โดยไม่ต้องกักตัว ยิ่งไปกว่านั้น ล่าสุดรัฐบาลไทยยังได้ประกาศเปิดประเทศเพื่อต้อนรับนักเดินทางที่ได้รับวัคซีนครบถ้วนจาก 10 ประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำ อาทิ สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร สิงคโปร์ จีน และเยอรมัน ให้สามารถเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศไทยได้โดยที่ไม่ต้องกักตัว โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 เป็นต้นไป

สำหรับแพ็กเกจนี้เปิดให้ลูกค้าสำรองห้องพักได้แล้ว ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 20 ธันวาคม 2564 สำหรับการเข้าพักตั้งแต่วันนี้ จนถึง 31 มีนาคม 2565 โดยราคาเริ่มต้นที่ 52,500 บาท สำหรับแขกผู้เข้าพัก 2 ท่าน ในการเข้าพักต่อเนื่อง 7 คืน และพิเศษสำหรับสมาชิกเซ็นทาราเดอะวัน (CentaraThe1) ยังลดเพิ่มได้อีกถึง 15%

Phuket Rediscovered

สำหรับแพ็กเกจการพักผ่อน 7 คืนที่ภูเก็ตนั้นมีตัวเลือกเป็นโรงแรมและรีสอร์ทสุดหรูในเครือสองแห่งที่ร่วมรายการ ได้แก่ เซ็นทารา แกรนด์ บีช รีสอร์ท ภูเก็ต และ ไม้ขาว ดรีม วิลลา รีสอร์ทและสปา เซ็นทารา บูติก คอลเลกชัน โดยหากเป็นการเข้าพักที่ เซ็นทารา แกรนด์ บีช รีสอร์ท ภูเก็ต จะสามารถเลือกห้องพักได้ ว่าจะเป็นห้องพักประเภทพูลสวีทหรือพูลวิลล่า โดยจะรวมโปรแกรมอาหารและเครื่องดื่มแบบฟูลบอร์ด (รวมอาหารทุกมื้อ) และสารพัดกิจกรรมมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการทำสปาสุดผ่อนคลาย คลาสเรียนมวยไทยและทำอาหาร หรือหากเป็นการเข้าพักที่ ไม้ขาว ดรีม วิลลา รีสอร์ทและสปา เซ็นทารา บูติก คอลเลกชัน ก็สามารถเลือกห้องพักเป็นวิลล่าขนาด 1 ถึง 3 ห้องนอนได้ โดยจะมาพร้อมโปรแกรมอาหารแบบฮาล์ฟบอร์ด (รวมอาหารเช้าและอาหารเย็น) แล้วเสริมด้วยหลากหลายกิจกรรมที่น่าสนใจระหว่างเข้าพัก อาทิ คลาสเรียนทำขนมไทย คลาสฟิตเนส คลาสโยคะ หรือกีฬาต่างๆ เช่น การพายบอร์ดลอยน้ำ พายคายัค ก็มีให้เลือกใช้บริการอย่างหลากหลาย 

ราคาแพ็คเกจสำหรับ 7 วัน เริ่มต้นที่ 52,500++ บาท

Krabi Rediscovered

หลีกหนีความวุ่นวายและพักผ่อนบนเกาะส่วนตัวไปกับข้อเสนอห้องพัก ที่มาพร้อมบริการอาหารเช้า กลางวัน และค่ำ เป็นเวลา 7 วัน รวมถึงบริการรับส่งจากสนามบิน ณ เซ็นทารา แกรนด์ บีช รีสอร์ทและวิลลา กระบี่ รีสอร์ทแห่งนี้ตั้งอยู่ที่อ่าวไผ่ปล้อง โอบล้อมด้วยหน้าผาหินปูน ท่ามกลางน้ำทะเลใสสีฟ้าครามและหาดทรายขาวละเอียด โดยลูกค้ายังสามารถเพลิดเพลินไปกับกิจกรรมหลากหลายรอบๆ รีสอร์ทได้อีกมากมาย อาทิ ปีนผา ทัวร์เกาะพีพี ทัวร์สี่เกาะกระบี่ และทัวร์เกาะห้อง

ราคาแพ็คเกจสำหรับ 7 วัน เริ่มต้นที่ 63,000++ บาท

Hua Hin Rediscovered

ผ่อนคลายไปกับรีสอร์ทสวยริมหาดหัวหินอันเงียบสงบที่ห้องพูลวิลล่า พร้อมบริการอาหารเช้าและค่ำ ณ เซ็นทารา แกรนด์ บีช รีสอร์ทและวิลลา หัวหิน รีสอร์ทสง่างามสุดคลาสสิกที่มาพร้อมเสน่ห์ริมทะเลและความหรูหราแบบสบายๆ เซ็นทารา แกรนด์ หัวหินฯ เป็นหนึ่งในโรงแรมมรดกที่มีชื่อเสียงที่สุดด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนานและความสวยงามในสไตล์โคโลเนียล ลูกค้าสามารถสัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งกาลเวลาไปกับกิจกรรมมากมายภายในรีสอร์ทได้ อาทิ ทัวร์ชมโรงแรม เซตชุดน้ำชายามบ่าย และคลาสเรียนทำอาหารไทยแท้แบบดั้งเดิม 

ราคาแพ็คเกจสำหรับ 7 วัน เริ่มต้นที่ 75,000++ บาท

Pattaya Rediscovered

หากคุณกำลังมองหาความสนุกและความบันเทิงสำหรับครอบครัวอย่างเต็มรูปแบบ เซ็นทารามอบแพ็กเกจห้องพัก ที่มาพร้อมบริการอาหารเช้า กลางวัน และค่ำ ณ เซ็นทารา แกรนด์ มิราจ บีช รีสอร์ท พัทยา รีสอร์ทสำหรับครอบครัวภายใต้ธีมเดอะลอสต์เวิลด์ที่ลูกค้าชาวไทยชื่นชอบเป็นอย่างมาก เซ็นทารา แกรนด์ มิราจ บีช รีสอร์ท พัทยา ได้รับการออกแบบเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของกลุ่มลูกค้าครอบครัว และเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งสำหรับผู้ใหญ่และเด็กอย่างครบครัน อาทิ สวนน้ำขนาดใหญ่ สระว่ายน้ำ ถ้ำน้ำตก สไลเดอร์ และสระน้ำวนเลซี่ริเวอร์ รวมถึงสวนสนุกเดอะลอสเวิลด์แอดเวนเจอร์แลนด์ ที่มอบการผจญภัยและความสนุกไม่รู้จบสำหรับเด็กๆ ด้วยสนามเด็กเล่น 3 ระดับ ที่มีทั้งสไลเดอร์ เครื่องเล่นสำหรับกระโดด เครื่องเล่นตีลังกากลางอากาศ และอื่นๆ อีกมากมาย 

ราคาแพ็คเกจสำหรับ 7 วัน เริ่มต้นที่ 97,650++ บาท

Bangkok Rediscovered

ดื่มด่ำวิวเมืองอันงดงามจากห้องพักผสานการใช้ชีวิตในเมืองอย่างหรูหรา ไปกับข้อเสนอห้องพัก ที่มาพร้อมบริการอาหารเช้า กลางวัน และค่ำ รวมถึงบริการรับส่งจากสนามบิน ณ เซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ โรงแรมหรูที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ ท่ามกลางย่านช้อปปิ้ง ท่องเที่ยว ธุรกิจ และศูนย์รวมของทุกอย่าง แขกผู้เข้าพักสามารถสัมผัสประสบการณ์ชีวิตคนเมืองอย่างเหนือระดับไปกับไลฟ์สไตล์คอมเพล็กซ์แบบครบครันที่โรงแรมแห่งนี้ได้ อาทิ ดื่มด่ำกับวิวขอบฟ้าของกรุงเทพฯ บนบาร์แชมเปญที่สูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ผ่อนคลายไปกับคอร์สอโรม่าสปาทรีตเมนต์ต่างๆ ของทางโรงแรมฯ หรือจากอ่างอาบน้ำพร้อมบรรยากาศวิวเมืองแบบส่วนตัวที่ห้องพักคลับสวีท

ราคาแพ็คเกจสำหรับ 7 วัน เริ่มต้นที่ 69,300++ บาท

ลูกค้าสามารถจองข้อเสนอ “Thailand Rediscovered” ได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 20 ธันวาคม 2564 สำหรับการเข้าพักภายใน 31 มีนาคม 2565 โดยสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.centarahotelsresorts.com/thailand-rediscovered 

สามารถติดต่อฝ่ายสำรองห้องพักได้ที่ ccc@chr.co.th และ +66(0) 2101 1234 หรือ ดูข้อมูลอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่ https://www.centarahotelsresorts.com/th

ชวนสัมผัสประสบการณ์ Oktoberfest ฉลองสุดรื่นเริงแบบชาวแคว้นบาวาเรีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/666013

วันที่ 20 ต.ค. 2564 เวลา 13:50 น.ชวนสัมผัสประสบการณ์ Oktoberfest ฉลองสุดรื่นเริงแบบชาวแคว้นบาวาเรียฮอลล์ ฉลองเทศกาล Oktoberfest ในงาน Bavarian Oktoberfest : The Best of Germany ชวนกิน ดื่ม ช้อป สินค้าบาวาเรียและเยอรมันยอดนิยม ลดสูงสุด 25%

เริ่มได้เห็นบรรยากาศของการท่องเที่ยวกันบ้างพอให้คลายความคิดถึง ครั้งนี้กินเที่ยวโพสต์ทูเดย์ พาไปสัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่สไตล์  บาวาเรีย รัฐใหญ่ที่สุดทางตอนใต้ของประเทศเยอรมนี ที่โอบล้อมไปด้วยธรรมชาติงดงาม ซึ่งมีเทศกาล Oktoberfest (อ็อกโทเบอร์เฟสต์) อันโด่งดังและอาหารขึ้นชื่อหลายเมนูกลายเป็นเสน่ห์ที่นักท่องเที่ยวต่างหลงใหล

โดย ท็อปส์ และ เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล พร้อมมอบประสบการณ์ OKTOBERFEST ให้ทุกคนได้สัมผัสบรรยากาศแห่งความรื่นเริงแบบดั้งเดิมและเฉลิมฉลองไปพร้อมๆ กับชาวแคว้นบาวาเรีย ในงาน Bavarian Oktoberfest : The Best of Germany ชวนมากิน ดื่ม ช้อป สินค้าบาวาเรียและเยอรมันยอดนิยม มอบส่วนลดสูงสุด 25% พร้อม 12 เมนูเยอรมันจานเด็ดจากเชฟ CENTRAL EATERY และเบเกอรี่อบใหม่สไตล์บาวาเรียนจาก THE BAKER ตั้งแต่วันนี้ – 2 พฤศจิกายน 2564 ที่ท็อปส์ มาร์เก็ต เฉพาะสาขากรุงเทพฯ และปริมณฑล, เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ทุกสาขา และช้อปออนไลน์ได้ที่ http://www.tops.co.th, แอปพลิเคชั่นแกร็บ และไลน์ @TopsThailand พิเศษ! ช้อปสินค้าบาวาเรียหรือเยอรมันที่ร่วมรายการครบ 450 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ รับฟรี! กระเป๋าเก็บความเย็นดีไซน์พิเศษ 1 ใบ มูลค่า 95 บาท

พบกับความพิเศษในครั้งนี้ อาทิ  

· สินค้าบาวาเรียและเยอรมันยอดนิยม ลดสูงสุด 25% เช่น Scandia Pepparrot ซอสทาเฟลเมียเรททิชและซอสซานี เมียเรททิชสำหรับจิ้มอาหารทะเล, Bauer Sahne โยเกิร์ต, Zott Toast ชีสสไลด์, Annes Feinste แยมออร์แกนิค, ไส้กรอกสไตล์บาวาเรียนสูตรเฉพาะจากเชฟเซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ และไส้กรอกอีกหลากรสชาติเมนูจานเด็ดของเยอรมัน เช่น ไส้กรอกซอสผงกะหรี่, ไส้กรอกธัวริงเกอร์, ไส้กรอกขาวจากเนื้อลูกวัว

· สังสรรค์ร่วมกันด้วยอาหารบาวาเรียน 12 เมนูเด็ด ประจำเทศกาล Bavarian Oktoberfest โดยเชฟประจำ CENTRAL EATERY อาทิ Crispy-Beer Roasted Pork Shoulder: อาจเรียกได้ว่าหมูกรอบสไตล์เยอรมัน สันไหล่หมูหมักเบียร์จนเนื้อนุ่ม นำไปอบจนหนังกรอบ ทานคู่กับซอสสูตรเด็ด , Sauerkraut: ซาวเคราท์ หรือกะหล่ำปลีเปรี้ยว เครื่องเคียงพื้นเมืองที่มักจะเสิร์ฟพร้อมกับอาหารประเภทเนื้อสัตว์ ไส้กรอก หรือแฮม เพื่อช่วยตัดเลี่ยน

Chicken Schnitzel: ชนิต-เซิล หรือไก่ทอดสไตล์เยอรมัน เมนูยอดนิยมที่ใครๆ ก็รัก ไก่เนื้อนุ่มนำไปทุบให้บาง ชุบด้วยแป้ง ไข่ และเกล็ดขนมปังก่อนนำไปทอดจนกรอบ เป็นได้ทั้งเมนูทานเล่นและมื้อหลัก , Weisswurst with Pretzel and Sweet Mustard: เพรสเซลไส้กรอกขาว ของดีประจำรัฐบาวาเรีย ทานคู่กับซอสมัสตาร์ดหวาน อร่อยอย่าบอกใคร, Warm Skillet Potatoes: มันฝรั่งทอดกรอบนอก นุ่มใน เมนูกินเล่นรสชาติโฮมมี่กินที่ไรก็ชวนให้หัวใจอบอุ่น

Currywurst with curry sauce and French fries: เมนูฟาสต์ฟู้ดสุดที่รักของชาวเยอรมัน ไส้กรอกทอดเสิร์ฟพร้อมมันฝรั่งทอด เพิ่มรสชาติด้วยผงกะหรี่ บอกได้แค่คำเดียวไม่เคยพอ , Fleischkaese pretzel burger: เบอร์เกอร์เพรซเซลที่เด็ดตรงเนื้อแพตตี้ที่ไม่เหมือนใคร ทำจากเนื้อวัวอัดผสมชีส คลุกเคล้าด้วยเนื้อหมู เบคอน หัวหอม ก่อนนำไปย่างจนหอม เสิร์ฟพร้อมไข่ดาวสีสวย ออกมาเป็นเมนูสตรีทฟู้ดที่ทั้งอิ่มและอร่อย , XL Bratwurst: ไส้กรอกชิ้นจัมโบ้ย่างจนหอม เสิร์ฟพร้อมขนมปัง หัวหอมคาราเมลไลซ์ และเฟรนช์ฟราย

หอมกรุ่นกับขนมปังสไตล์บาวาเรียน อบใหม่ ๆ จากเตาจาก THE BAKER ได้แก่ ขนมปังไส้กรอกมานไฮเมอร์เวียนเนอร์ บาวาเรียนรัสติคัลไรย์เบรด บาวาเรียน อาร์ติซานเพรซเซล

ร่วมเฉลิมฉลอง Oktoberfest พร้อมกิน ดื่น ช้อปกับเมนูฟินๆ และวัตถุดิบคุณภาพพรีเมียม ได้แล้ววันนี้ ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.tops.co.th, เฟซบุ๊ก TopsThailand, Central Food Hall และไลน์ @TopsThailand

Central Anniversary 2021 ฉลอง 74 ปี ‘ห้างเซ็นทรัล’ มอบความสดใสให้ทุกหัวใจเบิกบานอีกครั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/665985

วันที่ 20 ต.ค. 2564 เวลา 10:10 น.Central Anniversary 2021 ฉลอง 74 ปี 'ห้างเซ็นทรัล' มอบความสดใสให้ทุกหัวใจเบิกบานอีกครั้งด้วยแรงบันดาลใจจากความยิ่งใหญ่ของสายน้ำเจ้าพระยา สู่งานศิลปะแห่งดอกไม้ในคอนเซ็ปต์ “The Flow at Sun Dawn” โอกาสฉลอง 74 ปี “Central Anniversary 2021”

รีบเตรียมกล้องแล้วคิดท่าโพสสวยๆ ให้พร้อม เพราะงานนี้ ห้างเซ็นทรัล ร่วมกับ เซ็นทรัลเดอะวันเครดิตการ์ด และมาสเตอร์การ์ด จัดงานใหญ่ Central Anniversary 2021 มอบความสดใส แทนขอบคุณที่เคียงข้างกันตลอด 74 ปี ด้วยความตั้งใจที่อยากส่งต่อความสุขและรอยยิ้ม ผ่านดอกไม้ออริกามิหลากสีสันกว่า 2 แสนดอก ที่กำลังผลิบาน เฉกเช่นหัวใจคนไทยที่เบิกบานอีกครั้ง พร้อมพบกับไฮไลต์ผลงานศิลปะสุดสร้างสรรค์บนใบไม้ขนาดใหญ่เต็มพื้นที่โถงชั้น 1 และกิจกรรมสร้างสีสันแห่งความสุขทั่วทั้งห้างตลอดวันที่ 21-25 ตุลาคม 2564 ที่ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลชิดลม และ 15-31 ตุลาคม 2564 ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี พบกับงานศิลปะแห่งดอกไม้ในคอนเซ็ปต์ “The Flow at Sun Dawn” ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากความยิ่งใหญ่ของสายน้ำเจ้าพระยา

โอลิวิเยร์ บรง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เผยว่า “ห้างเซ็นทรัล อยู่เคียงข้าง และอยู่ในทุกโมเมนต์สำคัญของคนไทยมากว่า 7 ทศวรรษ ในปีนี้ห้างเซ็นทรัลได้มีการนำเสนอเรื่องราวดีๆที่จะมาสร้างรอยยิ้ม ผ่านภาพยนตร์โฆษณา “Bloom” ถ่ายทอด 3 เรื่องราวของคนดังจิตอาสา นำโดย คู่รักนักสู้ บอย – อนุวัฒน์ และ เจี๊ยบ – พิจิตตรา สงวนศักดิ์ภักดี, ลิลลี่ – ระริน สถิตธนาสาร นักเคลื่อนไหวเพื่อสิ่งแวดล้อม และกลุ่มหมอและพยาบาล ผู้ก่อตั้ง “โรงเรียนโควิดวิทยา” ที่จะมาสร้างแรงบันดาลใจ สร้างความสุข ความสดใสให้กลับมาในสังคมไทยอีกครั้ง สามารถรับชมได้ทุกช่องทางโซเชียลมีเดียของห้างเซ็นทรัล ตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม 2564 เป็นต้นไป”

ความสำเร็จของเซ็นทรัลคงจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากไม่ได้รับการสนับสนุนอันดีจากทุกคน ในโอกาสครบรอบ 74 ปี เราจึงตั้งใจสร้างสรรค์ดิสเพลย์ “มวลดอกไม้ออริกามิ (Origami)” ตกแต่งทั่วห้างเซ็นทรัลชิดลม อันเกิดจากช่วงเวลาพิเศษที่ห้างฯ จัดกิจกรรมให้ลูกค้าและพนักงาน ร่วมประดิษฐ์ดอกไม้เหล่านี้ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ทำให้เราได้ดอกไม้ออริกามิที่เบ่งบานกว่า 2 แสนดอก สื่อถึงช่วงเวลาดอกไม้ผลิบาน อันเป็นห้วงเวลาแห่งความสุข ที่จะก้าวผ่านช่วงเวลาอันยากลำบากไปด้วยกัน ‘เพราะห้างเซ็นทรัล อยากเห็นหัวใจคนไทยเบิกบานอีกครั้ง’ ประกอบไปด้วย 6 พันธุ์ดอกไม้ ที่เปี่ยมด้วยความหมายดี ๆ อย่าง ดอกแอนนีโมนี (Anemone) มีความหมายว่า รักแท้และความคิดถึง, ดอกมงกุฎจักรพรรดิ (Crown Imperial) หมายถึง ความประทับใจ ความสง่างาม และตราตรึงใจ, ดอกแดนดิไลออน (Dandelion) สื่อถึง ความสุข ความร่าเริง และความหวัง, ดอกบิลลี่บัตตัน (Billy Button) แทน ความสุขนิรันดร์, ดอกพีโอนี (Peony) หมายถึง เกียรติยศ ความมั่งคั่ง ความโชคดี และชีวิตรักโรแมนติก ปิดท้ายที่ ดอกไอริส (Iris) แทน รักบริสุทธิ์ และความผูกพัน นอกจากนี้ยังนำดอกไม้ออริกามิไปตกแต่งห้างเซ็นทรัลสาขา ลาดพร้าว บางนา ปิ่นเกล้า และ เซ็นทรัล แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ด้วยเช่นกัน

สำหรับกิจกรรมมอบความสุข ยังจัดเต็มให้ได้เบ่งบานใจทั่วห้างฯ ภายใต้การรักษาความปลอดภัยจากเชื้อโควิด-19 โดย ห้างเซ็นทรัลชิดลม จะจัดงานระหว่างวันที่ 21-25 ตุลาคม 2564 อิ่มเอมใจกับดอกไม้หลากหลายสีสัน ที่ช่วยสร้างบรรยากาศการช้อปปิ้งให้เพลิดเพลิน เริ่มต้นที่ ชั้น 1 พบกับ Central The1 Credit Card Exclusive Lounge ซึ่งได้ร่วมกับ “คอ ระฆังคาเฟ่” คาเฟ่แสนสวย พร้อมนำเมนูขนมอาลัวร์สร้างสรรค์เป็นรูปดอกไม้ที่ทำขึ้นเป็นพิเศษพร้อมเครื่องดื่มชื่นใจ สำหรับสมาชิกบัตรเครดิต Central The1 โดยเฉพาะ

นอกจากนี้ลูกค้าสามารถไปรับดอกไม้จากแบรนด์ชั้นนำในแผนก Beauty Galerie หรือเสื้อผ้าและเครื่องประดับจากแผนก Luxe Galerie ที่ร่วมรายการ เพื่อนำมาจัดช่อดอกไม้สวยๆ จาก เป็นเลิศ เดอ เฟลอร์ มาต่อกันที่ ชั้น 2 แผนกแฟชั่น และเครื่องประดับสตรี พบกิจกรรมเวิร์คช้อปการเพ้นต์รูปดอกไม้ลงบนถุงผ้าไม่ซ้ำแบบใคร มาถึง ชั้น 3 แผนก

วัยรุ่นและยูนิเซ็กส์ ห้ามพลาดไว้ที่ ป๊อบอัพ บาร์ ให้ทุกคนเพลิดเพลินกับกิจกรรมความสุขผ่านเสียงเพลง พร้อมอิ่มอร่อยกับโดนัท “Chubby Dough” ร้านโดนัทดังของวัยรุ่น ขณะที่ชั้น 4 แผนกผู้ชาย มาเพิ่มดีกรีความสนุกด้วยหลากกิจกรรม ทั้งการโชว์เต้นฮิปฮอป โรลเลอร์แดนซ์ แฟลซม็อบ และยังมีเครื่องดื่มสูตรเด็ด ที่รอให้มาลองลิ้มชิมรสกันอีกด้วย

ต่อกันที่ ชั้น 5 แผนกตกแต่งบ้าน ได้เตรียมกิจกรรมสุดพิเศษสำหรับคนรักบ้าน ทั้งการสาธิตทำอาหารจากแบรนด์ Tefal นำโดยเชฟบอย ปิยะชาติ พุทธวงษ์ มิชลินเชฟ และผู้เข้าแข่งขัน The Next Iron Chef สาธิตการปรุงกาแฟแบบต่างๆ จาก Hario และ Bialetti นอกจากนี้ยังมี Wine Festival พบกับการจัดโต๊ะไวน์อย่างไรให้ได้อรรถรส Korean Cooking Theme โดย Lock n’ Lock ในบรรยากาศปิกนิกริมแม่น้ำฮัน ได้อารมณ์เดียวกับซีรีย์ดัง พร้อมป็อปอัพร้านเค้กสุดอร่อยจาก CakeLicious ในส่วนของ ชั้น 6 แผนกเด็ก ที่ขอมอบความเพลิดเพลินให้กับเจ้าตัวเล็ก กับการตกแต่งด้วยลูกโป่งหลากสีสัน ดีไซน์เป็นดอกไม้หลายแบบ และยังมีลูกโป่งประดิษฐ์ บิดเป็นช่อดอกไม้มอบให้น้องๆ ด้วย ปิดท้ายที่ ชั้น 7 พบ “Muji New Concept Store” ที่นอกจากจะได้รู้จักความเป็นมูจิที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น พร้อมสินค้าที่ออกแบบสไตล์น้อยแต่มาก ยังได้รับสิทธิพิเศษเฉพาะงาน Central Anniversary 2021 กับการรับบริการปักผ้าลายดอกไม้ฟรี! เพียงช้อปครบ 3,000 บาท

เดินลัดเลาะมาฝั่ง ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี พร้อมจัดกิจกรรมระหว่าง วันที่ 15 – 31 ตุลาคม 2564 ที่ ชั้น G พร้อมเซอร์ไพรส์ความสุขครบครัน ในคอนเซ็ปต์ “The Flow at Sun Dawn” ที่สร้างสรรค์เป็น Flower Installation โดยได้แรงบันดาลใจจากความยิ่งใหญ่ของสายน้ำเจ้าพระยา และความสวยงามในรุ่งอรุณยามเช้า ที่มาบรรจบกันจนทำให้เกิดความร่มเย็นและสวยงาม กลายเป็นฉากสีฟ้าของสายน้ำและสีแดงของพระอาทิตย์ขนาด 4 เมตร โดยมีลูกบอลเมทาลิกขนาดใหญ่ สื่อถึงดวงอาทิตย์ รวมถึงเกาะดอกไม้บานสะพรั่ง แสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของผืนแผ่นดินไทย เรียกว่าจัดใหญ่อลังการเอาไว้คอยทุกคนมาเก็บภาพประทับใจ รวมทั้งยังเอาใจสายคาเฟ่ กับ “Char Flower Tea” ที่จะมาเปิดคาเฟ่ดอกไม้ให้มาพักผ่อน พร้อมลิ้มรสเครื่องดื่มและขนมแสนอร่อย รวมทั้ง “The1 Flower Shop” ร้านดอกไม้ที่จะมามอบดอกไม้ให้ผู้ที่แสดงบัตรเครดิต Central The1 และยังได้สเปรย์แอลกอฮอล์จาก “Char Flower Tea” (จำนวน 300 สิทธิ์) ฟรี! พร้อมอิ่มอร่อยกับเมนูอาหารสุดพิเศษ 7 เซ็ต ในราคาสุดว้าว! เพียงเซ็ตละ 74 บาท ตั้งแต่วันที่ 21 ต.ค. 64 – 25 ต.ค. 64 ที่ อีทไทย ชั้น LG ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี

เริ่มแล้วตั้งแต่วันนี้–วันที่ 2 พ.ย. 2564 พร้อมพบกับโปรโมชั่นคุ้มที่สุดแห่งปี อาทิ ช้อปสินค้าราคาปกติ ลดสูงสุด 30% ใช้คะแนนลดเพิ่มและรับเครดิตเงินคืนจากบัตรเครดิตที่ร่วมรายการสูงสุด 30% และรับฟรี คูปองแทนเงินสด หรือ E-Coupon และเครดิตเงินคืนจากบัตรเครดิต Central The 1 รวมสูงสุด 19% เมื่อช้อปครบตามเงื่อนไข, แลกรับผ้าพันคอผ้าไหมพิมพ์ลายดอกไม้ดีไซน์พิเศษ เมื่อช้อปครบ 20,000 บาทขึ้นไปต่อวัน, สำหรับลูกค้า Mastercard รับฟรี Samsung Galaxy Z Flip 3 ความจุ 256 GB เมื่อมียอดช้อปสะสมตลอดรายการครบ 350,000 บาท (จำนวนจำกัด) และสิทธิพิเศษอีกมากมาย ที่ห้างเซ็นทรัลทุกสาขา หรือช้อปผ่านช่องทาง Central Chat & Shop, Central Personal Shopper On Demand โทร.1425 และ Facebook Live ผ่านเฟซบุ๊กเพจ Central Department Store สำหรับ Central App รับส่วนลดสูงสุด 70% พร้อมโค้ดลดเพิ่มสูงสุด 1,200 บาท พบสินค้า Flash Deal ราคาพิเศษเปลี่ยนใหม่ทุกวัน ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/CentralDepartmentStore

ในช่วงเวลาแสนพิเศษนี้ ห้างเซ็นทรัล ร่วมกับ เปี่ยมรัก หัตถกิจโกศล หรือที่รู้จักในชื่อ “Ping Hatta” ศิลปินและนักวาดประกอบ ที่ได้ออกแบบบัตรของขวัญเซ็นทรัลดีไซน์ใหม่ล่าสุด ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากดอกไม้สายพันธุ์ต่าง ๆ ที่มีความหมายถึง “ความหวังและการให้พลังใจ ที่จะให้ก้าวต่อไปข้างหน้าด้วยกัน” นอกจากนี้ยังมีโปรโมชั่นบัตรของขวัญเซ็นทรัล เมื่อช้อปบัตรของขวัญเซ็นทรัลครบตามเงื่อนไข รับคูปองแทนเงินสด และเครดิตเงินคืนจากบัตรเครดิตเซ็นทรัล เดอะวัน รวมสูงสุด 8% ตั้งแต่วันนี้–31 มกราคม 2565

วาร์ปสู่ความรื่นเริงแบบ Matsuri กับเทศกาลอาหารและความสุขสไตล์ญี่ปุ่น JAPAN SIGNATURE 2021–2022

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/665882

วันที่ 19 ต.ค. 2564 เวลา 09:30 น.วาร์ปสู่ความรื่นเริงแบบ Matsuri กับเทศกาลอาหารและความสุขสไตล์ญี่ปุ่น JAPAN SIGNATURE 2021–2022เริ่มแล้ววันนี้ อร่อยรับความสุขกับอาหารญี่ปุ่นจากแบรนด์ดังทั้งในและนอกศูนย์การค้า กับงาน JAPAN SIGNATURE 2021–2022 ในบรรยากาศ “MATSURI” เทศกาลอาหารและความสุขสไตล์ญี่ปุ่นที่เหล่าเจแปนเลิฟเวอร์ต้องมา

ชี้เป้างานดีๆ ที่ เซ็นทรัลพัฒนา จับมือพันธมิตรธุรกิจ ชวนเหล่าเจแปนเลิฟเวอร์มาอร่อยรับความสุขกับอาหารญี่ปุ่นจากแบรนด์ดังทั้งในและนอกศูนย์การค้า ชิมราเมนระดับตำนาน อาหารจานเด็ดแนว Ready to Eat มากกว่า 300 เมนู ตลอดทั้งแคมเปญสมาชิก Blue Card รับฟรี เมนูเด็ด เพียงแลก 200 คะแนน ในงาน Japan Signature 2021–2022 เหมือนได้วาร์ปสู่ความรื่นเริงแบบ “Matsuri” ที่คนญี่ปุ่นจะออกมาเที่ยวชมงาน พร้อมเดินซื้อของกินไปตามทางอย่างสนุกสนาน โดยจะเริ่มสาขาแรกที่เซ็นทรัล เวสต์เกต วันที่ 19 ต.ค. 64 – 25 ต.ค. 64 และโรดโชว์ไปยังศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 15 สาขา ภายใต้มาตรการเซ็นทรัล สะอาด มั่นใจ Safe Plus+

รวมความอร่อยแบบต้นตำรับ ในงาน Japan Signature 2021 – 2022 กว่า 300 เมนู อาทิ เมนูเด็ด ที่เซ็นทรัล เวสต์เกต เริ่มแล้ววันนี้ ห้ามพลาด A Ramen แสนอร่อยจนต้องให้เกรด A เด่นด้วยเส้นราเมนสด คลุกเคล้าน้ำซุปเข้มข้น แนะนำเมนูใหม่ “ข้าวหมูชาชู” นุ่มละลาย กินคู่กับ “ไข่ต้ม AJITSUKE TAMAGO” ต่อที่ Uma Ramen ราเมนสไตล์โฮมเมด Tonkotsu Ramen รสชาติเอกลักษณ์ น้ำซุปกระดูกหมู ต้มนานกว่า 72 ชม. เพื่อความเข้มข้น หวาน หอมกระดูกหมูไม่เหมือนใคร

UNAGI DON จากร้าน Semakutei ข้าวหน้าปลาไหลญี่ปุ่น ปลาไหลชิ้นใหญ่ ย่างจนหอม ฉ่ำซอสสูตรพิเศษจากเชฟชาวญี่ปุ่นแท้ๆ Seal Mochi Special Sakura Flavor น้องโมจิแมวน้ำสีชมพูน่าเอ็นดู มาพร้อมกับ รสครีมซากุระไวท์ช็อกโกแลต หวานฉ่ำรับซัมเมอร์ จากร้าน Tokyo Sweets หรือจะเป็น Strawberry cream Sando จากร้าน Hakuna Matacha ขนมปังนุ่มประกบไส้แบบแซนวิส กับครีมละมุนและสตรอเบอรี่ลูกโต แช่เย็นจัด กัดเต็มคำ

ลิ้มรสอาหารญี่ปุ่นขนานแท้ พร้อมของฝากจากญี่ปุ่นอีกมากมายที่งาน Japan Signature 2021 – 2022 โรดโชว์ไปยังศูนย์การค้าเซ็นทรัล 15 สาขา ภายใต้มาตรการแผนแม่บท เซ็นทรัล สะอาด มั่นใจ Safe Plus+

  1. เซ็นทรัล เวสต์เกต (19 ต.ค. 64 – 25 ต.ค. 64)
  2. เซ็นทรัลพัทยา บีช (1 พ.ย. 64 – 7 พ.ย. 64)
  3. เซ็นทรัล ลาดพร้าว (11 พ.ย. 64 – 17 พ.ย. 64)
  4. เซ็นทรัล พระราม 9 (19 พ.ย. 64 – 25 พ.ย. 64)
  5. เซ็นทรัล ศาลายา (30 พ.ย. 64 – 05 ธ.ค. 64)
  6. เซ็นทรัล อีสต์วิลล์ (8 ธ.ค. 64 – 14 ธ.ค. 64)
  7. เซ็นทรัล พระราม 2 (16 ธ.ค. 64 – 21 ธ.ค. 64)
  8. เซ็นทรัล พระราม 3 (23 ธ.ค. 64 – 5 ม.ค. 65)
  9. เซ็นทรัล ชลบุรี (10 ม.ค. 65 – 16 ม.ค. 65)
  10. เซ็นทรัล บางนา (27 ม.ค. 65 – 3 ก.พ. 65)
  11. เซ็นทรัล นครราชสีมา (8 ก.พ. 65 – 17 ก.พ. 65)
  12. เซ็นทรัล มหาชัย (22 ก.พ. 65 – 28 ก.พ. 65)
  13. เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ (4 มี.ค. 65 – 10 มี.ค. 65)
  14. เซ็นทรัลเวิลด์ (21 มี.ค. 65 – 27 มี.ค. 65)
  15. เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า (3 พ.ค. 65 – 9 พ.ค. 65)

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดโมเดลความยั่งยืน จาก'กาแฟ' สู่ 'ฟาร์ม'

เปิดโมเดลความยั่งยืน จาก’กาแฟ’ สู่ ‘ฟาร์ม’

ไขรหัสความสมบูรณ์แบบของโลกกาแฟ @Pacamara Coffee Roasters

ไขรหัสความสมบูรณ์แบบของโลกกาแฟ @Pacamara Coffee Roasters

ต้อนรับเทศกาลแห่งความสุข ด้วยเมนูเครื่องดื่มและขนมหวานสุดพิเศษ จาก 'เดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์'

ต้อนรับเทศกาลแห่งความสุข ด้วยเมนูเครื่องดื่มและขนมหวานสุดพิเศษ จาก ‘เดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์’

Ready to Eat อร่อยง่าย ได้สุขภาพ กับสลัดแฟคทอรี่ ที่ท็อปส์ และเซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/665757

วันที่ 18 ต.ค. 2564 เวลา 07:25 น.Ready to Eat อร่อยง่าย ได้สุขภาพ กับสลัดแฟคทอรี่ ที่ท็อปส์ และเซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์สลัดแฟคทอรี่ ส่งเมนูสลัดซิกเนเจอร์เริ่มต้นที่ 99 บาท วางจำหน่ายในท็อปส์ มาร์เก็ต และเซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ ตอบโจทย์ความสะดวกรับเทรนด์สุขภาพ

เพิ่มทางเลือกให้คนรักสุขภาพ สลัดแฟคทอรี่ (Salad Factory) ร้านสลัดที่เสิร์ฟความอร่อยจากเมนูเพื่อสุขภาพที่หลากหลายให้คนทานได้ทานผักจากแหล่งผลิตอาหารที่ดี ภายใต้งานบริหารงานโดย บริษัท กรีนฟู้ด แฟคทอรี่ มั่นใจตลาดอาหารพร้อมทาน หรือ Ready to Eat (RTE) ยังเติบโตไม่หยุด จึงเร่งเพิ่มช่องทางจำหน่ายเพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงอาหารคุณภาพได้สะดวกที่สุด พร้อมส่งเมนูสลัดพร้อมทาน สไตล์โฮมเมด 6 เมนูซิกเนเจอร์ อาทิ สลัดมังสวิรัติ สลัดหมูย่างงาญี่ปุ่น สลัดไก่ย่างอบน้ำผึ้ง สลัดซีซาร์ สลัดร็อกเก็ตผักรวมย่าง และ สลัดควินัวร์อกไก่ จัดจำหน่ายใน ท็อปส์ มาร์เก็ต และ เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์

ปิยะ ดั่นคุ้ม กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กรีนฟู้ด แฟคทอรี่ (สลัดแฟคทอรี่) (Mr.Piya Dankum Chief Executive at Green Food Factory) เปิดเผยว่า ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้กลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมทาน หรือ Ready to Eat (RTE) เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีแนวโน้มเติบโตสูงขึ้น ซึ่งสอดรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคปัจจุบัน จึงเล็งเห็นโอกาสในการแตกไลน์สินค้าเพื่อสร้างรายได้ให้กับแบรนด์ได้อีกทางหนึ่ง เร่งทำการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เป็นเมนูสลัดพร้อมทาน เพื่อตอบโจทย์ความสะดวกสบาย และการเข้าถึงที่ง่ายขึ้น พร้อมทั้งยังดำเนินการ Synergy กันภายในกลุ่มธุรกิจระหว่าง ซีอาร์จี (CRG) โดยแบรนด์ สลัดแฟคทอรี่ และ ท็อปส์ (TOPS) ร่วมผนึกกำลังเพิ่มช่องทางในการจัดจำหน่าย และขานรับเทรนด์สุขภาพที่ยังคงมาแรงในขณะนี้ วางจำหน่ายเมนูสลัดพร้อมทาน ในราคาเริ่มต้นที่ 99 บาท ที่ ท็อปส์ มาร์เก็ต และ เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ นำร่องที่ 6 สาขา อาทิ เซ็นทรัล ชิดลม, เซ็นทรัล อีสต์วิลล์, เซ็นทรัล บางนา, เซ็นทรัล ลาดพร้าว, เมกา บางนา และ เซ็นทรัล พระราม 3 (จัดจำหน่ายเฉพาะในช่องทางออนไลน์)

โดยสินค้าที่วางจำหน่ายใน ท็อปส์ มาร์เก็ต เป็นสินค้าที่ผลิตจากโรงงานของทางแบรนด์เอง ซึ่งถือเป็นจุดแข็งของทางแบรนด์ ที่ช่วยให้แบรนด์สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ และต่อยอดโมเดลใหม่ ๆ ได้มากขึ้น อีกทั้งผู้บริโภคยังสามารถมั่นใจได้ในคุณภาพ ด้วยมาตรฐานการผลิตผลิตภัณฑ์อาหารที่สะอาด ปลอดภัย และยังคงความอร่อยเสมือนรับประทานที่ร้าน ช่วงแรกประเดิมตลาดใหม่ด้วยเมนูสลัดซิกเนเจอร์ 6 เมนู ได้แก่ สลัดมังสวิรัติ สลัดหมูย่างงาญี่ปุ่น สลัดไก่ย่างอบน้ำผึ้ง สลัดซีซาร์ สลัดร็อกเก็ตผักรวมย่าง และ สลัดควินัวร์อกไก่ และยังตั้งเป้าในการพัฒนาเมนูใหม่ ๆ ให้หลากหลาย และมองหาช่องทางใหม่ ๆ เพิ่มอยู่เสมอ

สลัดแฟคทอรี่พร้อมคุมเข้มมาตรการรับมือโควิด-19 ในทุกขั้นตอนการบริการ เพื่อให้ลูกค้าที่ใช้บริการมั่นใจในความสะอาด ปลอดภัย ถูกสุขอนามัย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/saladfactoryofthailand หรือ CRG Call Center โทร. 1312

#RediscoverThailand แชร์ภาพถ่ายที่เที่ยวลับโปรโมทการท่องเที่ยว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/665733

วันที่ 17 ต.ค. 2564 เวลา 15:55 น.#RediscoverThailand แชร์ภาพถ่ายที่เที่ยวลับโปรโมทการท่องเที่ยวททท. จับมือ Leica จัดแคมเปญ #RediscoverThailand ชวนคนไทยแชร์ภาพถ่ายสถานที่ท่องเที่ยวลับ ที่น้อยคนจะรู้จักเพื่อช่วยกันฟื้นฟูการท่องเที่ยวและสนับสนุนกิจการท้องถิ่นให้ยั่งยืนไปด้วยกัน

นับเป็นเวลากว่า 2 ปี ที่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบจากโควิด-19 แต่ก็ส่งผลให้ธรรมชาติค่อยๆ ฟื้นฟูกลับมาสวยงามยิ่งกว่าเดิม ประกอบกับการเตรียมความพร้อมของประชาชนชาวไทยให้สามารถดำเนินชีวิตในสถานการณ์วิกฤตินี้ได้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ Leica Camera Thailand (ไลก้า คาเมร่า ไทยแลนด์) ผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย Leica (ไลก้า) แบรนด์กล้องและอุปกรณ์การถ่ายภาพระดับโลกสัญชาติเยอรมัน จึงร่วมกันจัดแคมเปญ #RediscoverThailand ชวนคนไทยจับมือช่วยกันฟื้นฟูการท่องเที่ยวไทยและเศรษฐกิจชุมชน ด้วยการแชร์ภาพสถานที่ท่องเที่ยว ที่พัก ผู้คน อาหารการกิน ธรรมชาติที่สวยงาม โดยเฉพาะ location ลับที่นักท่องเที่ยวทั่วไปอาจจะยังไม่รู้ พร้อมใส่ #RediscoverThailand ระบุสถานที่ โพสต์ลงโซเชียลมีเดียของตัวเอง Facebook, Instagram หรือ Twitter ทาง Leica Camera Thailand จะคัดเลือกและจัดทริปตามรอยบันทึกภาพด้วยกล้องไลก้าผ่านมุมมองของไลก้า ไทยแลนด์ แอมบาสเดอร์ ช่างภาพชื่อดัง เพื่อเก็บรวบรวมภาพถ่ายสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศไทย แล้วส่งต่อให้กับ ททท. และสื่อต่างๆ เพื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 ธันวาคม 2564

ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เผยว่า “จากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้อัตราการเดินทางของนักท่องเที่ยวชาวไทยลดลงกว่าร้อยละ 84.75% ส่งผลให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเกิดการชะลอตัว โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร สายการบิน และขนส่งท้องถิ่น ในขณะที่ภาคเศรษฐกิจและสังคมได้รับผลกระทบเชิงลบอย่างรุนแรง และท่ามกลางบรรยากาศการท่องเที่ยวที่ฅซบเซาตลอดระยะกว่า 2 ปี ที่ผ่านมานั้นสถานการณ์โควิด-19 กลับส่งผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติจากการฟื้นตัวของระบบนิเวศ ทำให้นักท่องเที่ยวมีโอกาสสัมผัสความสวยงามและความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติในเมืองไทย และเพื่อปลุกกระแสการเดินทางภายในประเทศให้นักท่องเที่ยวได้ออกเดินทางครั้งใหม่ในมุมมองที่ “Amazing ยิ่งกว่าเดิม” ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จึงได้ร่วมกับไลก้า คาเมร่า ไทยแลนด์ เปิดตัวโครงการ “Rediscover Thailand” ให้ประชาชนคนในชุมชนได้มีส่วนร่วมในการนำเสนอแหล่งท่องเที่ยวใหม่ หรือแหล่งท่องเที่ยวมุมมองใหม่สู่สายตานักท่องเที่ยว ผ่านการจัดกิจกรรมที่ทางไลก้าจัดขึ้น โดยเฉพาะการนำช่างภาพระดับแนวหน้าของประเทศไทยเดินทางไปเก็บภาพแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ เพื่อประชาสัมพันธ์ผ่านโลกออนไลน์ นับเป็นอีกหนึ่งแคมเปญที่ช่วยขับเคลื่อนค้นหาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ – Unseen New Series พร้อมกับการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบต่อสังคม (Responsible Tourism) ควบคู่กับมาตรการสาธารณสุขในช่วงที่สถานการณ์การแพร่ระบาดคลี่คลายลง ให้ประเทศไทยกลับมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอย่างยั่งยืนตลอดไป โดย ททท.วางเป้าว่าจะสามารถกระตุ้นให้เกิดการเดินทางของนักท่องเที่ยวชาวไทยจำนวน 160 ล้านคน-ครั้ง สร้างรายได้สู่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไม่น้อยกว่า 882,000 ล้านบาท ภายในปี 2565 นี้”

ดนัย สรไกรกิติกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอลิส ไพรเวต จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย Leica กล่าวว่า “ในช่วงที่ผ่านมาเราได้เรียนรู้ที่จะปรับตัวทั้งด้านวิถีชีวิตและการดำเนินธุรกิจ ในทางกลับกันธรรมชาติก็ได้ฟื้นฟูตัวเองจนทำให้วันนี้แหล่งท่องเที่ยวกลับสวยงามมากยิ่งขึ้นและพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ซึ่งแต่ละปีมีจำนวนเกือบ 40 ล้านคน แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันการจะดึงจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศให้กลับมานั้นต้องใช้เวลา ประกอบกับการเดินทางไปต่างประเทศก็ไม่สามารถทำได้ง่ายเหมือนเมื่อก่อน จึงเป็นโอกาสที่ดีที่เราคนไทยจะกลับมาสำรวจความสวยงามของประเทศไทย จึงจัดแคมเปญนี้ขึ้นเพื่อช่วยกระตุ้นให้การท่องเที่ยวไทยกลับมาคึกคักอีกครั้ง เพื่อช่วยเหลือคนในชุมชน ธุรกิจต่างๆ ที่เชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว พร้อมกับการค้นพบสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ๆ ที่ยังไม่เป็นที่รู้จัก โดยเชิญชวนคนไทย คนในชุมชนร่วมกัน แชร์ภาพหรือคลิปวีดีโอ แหล่งท่องเที่ยวร้านอาหาร ที่พัก ซึ่งจะถ่ายด้วยกล้องโทรศัพท์มือถือ หรือ กล้องถ่ายรูปแบรนด์ใดก็ได้ โพสต์ลงโซเชียลของตัวเอง พร้อมปักหมุดสถานที่ในภาพถ่าย ใส่ #RediscoverThailand และบอกเล่าความประทับใจเกี่ยวกับสถานที่นั้นๆ จากนั้นทางไลก้าจะทำการรวบรวมและคัดเลือกสถานที่เพื่อออกทริปตามรอยบันทึกภาพถ่ายทุกๆ เดือน เพื่อเก็บรวบรวมภาพถ่ายสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศไทย แล้วส่งต่อให้กับ ททท. เพื่อนำไปใช้โปรโมทการท่องเที่ยวต่อไป โดยเรายังได้พาร์ทเนอร์คนสำคัญอย่าง Thai Smile Airways (สายการบินไทยสมายล์แอร์เวย์) มาร่วมสนับสนุนโครงการนี้ด้วย ทาง Leica Camera Thailand หวังว่าแคมเปญนี้จะสร้างแรงกระเพื่อมให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวประเทศไทย พร้อมกับการสร้างรายได้ สร้างอาชีพให้กับคนในชุมชนอย่างทั่วถึงและยั่งยืน”

ด้าน ตุลย์ หิรัญญลาวัลย์ หนึ่งใน Leica Thailand Ambassador (ไลก้า ไทยแลนด์ แอมบาสเดอร์) ได้แสดงทัศนะต่อแคมเปญนี้ว่า “หลังจากกักตัวอยู่บ้านกันมานานตอนนี้ทุกคนต่างคิดถึงโมเมนต์การออกเดินทาง และโควิดทำให้เจ้าของกิจการเรียนรู้ถึงการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน #RediscoverThailand เป็นแคมเปญที่จะเปิดประสบการณ์ใหม่ของการท่องเที่ยว สถานที่ที่คนในชุมชนคุ้นเคยจะถูกบอกเล่าผ่านภาพถ่าย เช่น จังหวัดชุมพรส่วนมากจะนึกถึงทะเลแต่ที่จริงยังมีวิวภูเขาที่สวยงามอย่าง ดอยตาปัง ซึ่งเมื่อขึ้นจุดชมวิวที่หลายคนมักคาดหวังว่าจะได้เห็นวิวทะเล แต่กลับเห็นวิวทิวเขาความเขียวชอุ่มของต้นไม้ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเที่ยวภูเขาแถวภาคเหนือ หรือ เกาะปลิง หาดในยาง จังหวัดภูเก็ต ตั้งอยู่ในอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติสิรินาถเป็นเกาะเล็กๆ ล้อมรอบด้วยแนวปะการังน้ำตื้นซึ่งสวยงามมากๆ และไม่คิดว่าจะมีสถานที่ที่สามารถแวะไปเที่ยวก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ ได้ เพราะเป็นทางผ่านไปสนามบิน ผมหวังว่าแคมเปญนี้จะทำให้ทุกคนอิ่มเอมไปกับความสวยงามของธรรมชาติพร้อมๆ กับการสร้างอาชีพสร้างรายได้ให้กับชุมชนที่เกิดจากคนไทยเที่ยวเมืองไทย”

ชัช-ชัชวาล จันทโชติบุตร Leica Thailand Ambassador กล่าวว่า “ผมดีใจที่เกิดแคมเปญนี้ขึ้น เพราะเป็นการใช้ความถนัดที่เราทำได้ดีมาช่วยเหลือชุมชน นำภาพสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ไปเผยแพร่ในวงกว้าง และเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นมากที่เราได้จะค้นพบเดสติเนชั่นใหม่ๆ พร้อมกับการที่คนในชุมชนช่วยกันพัฒนาสินค้าและบริการให้สอดคล้องกับสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เช่น จังหวัดพังงา ไม่ใช่เป็นเพียงเมืองที่สงบเหมาะกับครอบครัวเท่านั้นแต่เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพในการเป็นเมืองท่องเที่ยวแนวสปอร์ต เนื่องจากทะเลของพังงาก็สามารถเล่นเซิร์ฟได้ เล่นโยคะริมชายหาด มีภูเขาที่สามารถรองรับนักท่องเที่ยวที่ชอบแทรคกิ้ง รวมถึงยังมีร้านอาหารท้องถิ่นที่รสชาติอร่อยๆ มากมาย ซึ่งนักท่องเที่ยวชาวไทยอาจจะไม่เคยรู้มาก่อน”

ด้าน แอ๊ด-พีรพัฒน์ วิมลรังครัตน์ Leica Thailand Ambassador เผยว่า “RediscoverThailand แคมเปญที่นอกจากจะทำให้ค้นพบสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ๆ แล้ว ยังช่วยกระตุ้นให้ผู้ประกอบการ คนในชุมชน และนักท่องเที่ยวตระหนักถึงการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เพราะผลจากโควิดทำให้ธรรมชาติกลับมาสมบูรณ์ ดังนั้นเราต้องช่วยกันฟื้นฟูการท่องเที่ยวควบคู่กับการดูแลธรรมชาติ เพราะบางครั้งเมื่อเราไปเยือนสถานที่นั้นๆ เราอาจมองข้ามบางสิ่งไป เช่น เมื่อเราเดินขึ้นดอยเพื่อจะไปชมวิว ชมทะเลหมอก ทุกย่างก้าวที่เดินคุณอาจจะไปเหยียบต้นไม้หายากก็เป็นได้ ผมหวังว่าแคมเปญนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทุกคนจะได้ท่องเที่ยววิถีใหม่ในสถานที่ใหม่ๆ และช่วยกันดูแลธรรมชาติของเมืองไทยไว้ให้คงอยู่”

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นฟูการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจชุมชนกับแคมเปญ #RediscoverThailand ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 ธันวาคม 2564 สำหรับผู้ประกอบการ สื่อ หรือ องค์กรเอกชน ที่สนใจร่วมมือในการช่วยฟื้นฟูการท่องเที่ยวประเทศไทย แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว ที่พัก ร้านอาหาร กิจกรรมเด็ดแบบเจาะลึก สามารถติดต่อเราได้ทาง Line Official: @leicath หรือ bit.ly/LeicaTHLineOA

ททท.ชี้เป้าสถานที่ท่องเที่ยวไทยที่ชนะการประกวด Thailand Tourism Awards ครั้งที่ 13

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/665316

วันที่ 11 ต.ค. 2564 เวลา 15:30 น.ททท.ชี้เป้าสถานที่ท่องเที่ยวไทยที่ชนะการประกวด Thailand Tourism Awards ครั้งที่ 13แพ็คกระเป๋าเที่ยวตามลายแทงจากงานรางวัลการประกวดอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Awards) ครั้งที่ 13 ประจำปี 2564 โดย ททท.จัดพิธีพระราชทานรางวัลรับรองคุณภาพสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวไทยสู่ระดับสากล

บ่ายวันนี้ (11 ตุลาคม 2564) ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีพระราชทานรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ครั้งที่ 13 ประจำปี 2564 หรือรางวัล Thailand Tourism Awards ให้กับผู้ประกอบการ องค์กร และชุมชนท้องถิ่น ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ชนะการประกวด จำนวนทั้งสิ้น 185 รางวัล ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้จัดการประกวดและรับสมัครผลงานตั้งแต่เดือนมีนาคม–พฤษภาคม 2564 ที่ผ่านมา เพื่อผลักดันการยกระดับมาตรฐานสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยว พร้อมสร้าง ความเชื่อมั่น มั่นใจ และประทับใจแก่นักท่องเที่ยวในการท่องเที่ยวรูปแบบวิถีใหม่ ปลอดภัยห่างไกลโควิด-19 ณ PM Studio กรุงเทพมหานคร และถ่ายทอดสดทางออนไลน์ผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ ThailandTourismAwards และ Amazing Thailand

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 อุตสาหกรรมท่องเที่ยวได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง จากข้อจำกัดในการเดินทางของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ รวมถึงพฤติกรรมการเดินทางที่คำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญ รางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Awards) จึงเป็นกลไกหนึ่งในการยกระดับมาตรฐานสินค้าทางการท่องเที่ยว โดยในปีนี้ได้เพิ่มเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน Amazing Thailand Safety and Health Administration : SHA เพื่อสร้างภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทยให้เป็น “การท่องเที่ยวสีขาว” (สะดวก สะอาด ปลอดภัย เป็นธรรม และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม) และสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ในการท่องเที่ยววิถีใหม่ นำไปสู่การสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยว ที่ปลอดภัยและประทับใจ โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมในการรักษาสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนด้วย

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. กล่าวว่า ตามที่ ททท. ได้ดำเนินการจัดโครงการประกวดรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Awards) มาอย่างต่อเนื่อง โดยจัดประกวดทุกๆ 2 ปีเปรียบเสมือนเครื่องมือรับรองคุณภาพสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวด้วยมาตรฐานการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อผลักดันและยกระดับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้พัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพและบริการที่ดี ส่งเสริมขีดความสามารถทางการแข่งขันให้ผู้ประกอบการ รวมถึงการรักษามาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย ผ่านการรับรองมาตรฐาน SHA เพื่อตอกย้ำถึงคุณภาพและมาตรฐานอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสู่ระดับสากล โดยมีผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิจากสาขาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวร่วมเป็นคณะกรรมการพิจารณาและตัดสินรางวัล ตามกรอบเกณฑ์การตัดสินทั้ง 5 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ 1.การท่องเที่ยวสีขาว 2.ตอบโจทย์ BCG Model 3.มาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย (SHA) 4.การรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม 5.เสียงสะท้อน จากนักท่องเที่ยว (Voice of Customer)

สำหรับรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ครั้งที่ 13 ประจำปี 2564 มีผู้ประกอบการส่งผลงาน เข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 346 ราย และมีผู้ที่ผ่านการคัดเลือกชนะรางวัล รวมทั้งสิ้น 185 รางวัล แบ่งออกเป็น 3 ประเภทรางวัลหลัก ได้แก่ 1) แหล่งท่องเที่ยว (Attraction) จำนวน 83 รางวัล 2) ที่พักนักท่องเที่ยว (Accommodation) จำนวน 69 รางวัล และ 3) การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Health & Wellness Tourism) จำนวน 33 รางวัล โดยแต่ละประเภทได้รับคัดสรรผลงานที่มีคุณภาพ แบ่งเป็น 3 ประเภทรางวัลย่อย ได้แก่ รางวัล Thailand Tourism Gold Award (ยอดเยี่ยม) Thailand Tourism Award (ดีเด่น) และ รางวัล Hall of Fame สำหรับผู้ที่ได้รับรางวัลยอดเยี่ยม 3 ครั้งติดต่อกัน

ซึ่งในปี 2564 นี้ มีผู้ประกอบการได้รับรางวัล Hall of Fame จำนวนทั้งสิ้น 10 รางวัล ได้แก่ ประเภทแหล่งท่องเที่ยว จำนวน 3 รางวัล ได้แก่ เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี จ.เชียงใหม่ ทิฟฟานี่โชว์ พัทยา จ.ชลบุรี และฟลายอิ้ง หนุมาน จ.ภูเก็ต ประเภทที่พักนักท่องเที่ยว จำนวน 1 รางวัล ได้แก่ โรงแรมสยามเบย์ชอร์ รีสอร์ท พัทยา จ.ชลบุรี และประเภทการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ จำนวน 6 รางวัล ได้แก่ บันยันทรี สปา ภูเก็ต จ.ภูเก็ต บันยันทรี สปา สมุย จ.สุราษฎร์ธานี ฟ้าล้านนา สปา จ.เชียงใหม่ ระรินจินดา เวลเนส สปา เชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ โอเอซิส เทอร์ควอยซ์ โคฟว สปา จ.ภูเก็ต และโอเอซิสสปา พัทยา จ.ชลบุรี

ททท. คาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Awards) จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะเข้ามาช่วยให้เกิดการบูรณาการระหว่างหน่วยงานภาครัฐ เอกชน องค์กรและท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม ต่อเนื่องและยั่งยืน ทั้งกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาจัดการแหล่งท่องเที่ยวภายในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้ดียิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสทางการตลาดในการเสนอขายสินค้าและผลิตภัณฑ์ ตลอดจนกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เพื่อก่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ กระจายสู่ระบบเศรษฐกิจในทุกระดับอย่างกว้างขวางและทั่วถึง นำไปสู่การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนต่อไป

ทั้งนี้ สามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ประกอบการที่ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Awards) ครั้งที่ 13 ประจำปี 2564 ได้ที่ www.tourismthailand.org/tourismaward หรือ www.facebook.com/thailandtourismawards