Mooncake Festival ขนมไหว้พระจันทร์ ขนมมงคลที่จะผลิตแค่ครั้งเดียวในรอบปี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/662868

วันที่ 10 ก.ย. 2564 เวลา 15:22 น.Mooncake Festival ขนมไหว้พระจันทร์ ขนมมงคลที่จะผลิตแค่ครั้งเดียวในรอบปีรวมขนมไหว้พระจันทร์แสนอร่อยจากหลากหลายร้านชั้นนำ ภัตตาคารเลื่องชื่อ และโรงแรมดัง มาให้ช้อปเพื่อเสริมสิริมงคล ขอพรพระจันทร์ให้ปัง ในงาน “เทศกาลขนมไหว้พระจันทร์” (Mooncake Festival 2021)

วันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำเดือน 8 ใกล้เวียนมาบรรจบอีกครั้ง แน่นอนว่าหลายๆ คนคงนึกถึง “เทศกาลไหว้พระจันทร์” หนึ่งในเทศกาลสำคัญของชาวจีน จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองฤดูเก็บเกี่ยว ซึ่งในปีนี้ตรงกับวันที่ 21 กันยายน 2564 โดยมีไฮไลต์สำคัญคือ “ขนมไหว้พระจันทร์” ขนมมงคลที่จะผลิตแค่ครั้งเดียวในรอบปีเท่านั้น และเพื่อเป็นการร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลดังกล่าว “ท็อปส์ และ เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์” ในเครือเซ็นทรัล รีเทล จึงได้รวบรวมขนมไหว้พระจันทร์แสนอร่อยจากหลากหลายร้านชั้นนำ  ภัตตาคารเลื่องชื่อ และโรงแรมดัง มาให้ช้อปเพื่อเสริมสิริมงคล ขอพรพระจันทร์ให้ปัง ในงาน  “เทศกาลขนมไหว้พระจันทร์” (Mooncake Festival 2021) จัดขึ้นที่ ท็อปส์ มาร์เก็ต, ท็อปส์ ซูเปอร์สโตร์ และ เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ สาขาที่ร่วมรายการ ระหว่างวันที่ 8 – 21 กันยายน 2564     

ขนมไหว้พระจันทร์ตำนานความอร่อยจากโรงแรมชั้นนำ

โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ และลาดพร้าว คัดสรรวัตถุดิบชั้นดีอย่างพิถีพิถัน นำมาปรุงเป็นขนมไหว้พระจันทร์สูตรดั้งเดิม รสชาติเป็นเอกลักษณ์ เนื้อนุ่ม ไส้เนียน เต็มคำ มี 6 รสชาติ ได้แก่ มันม่วงไข่เค็ม, ทุเรียนหมอนทองไข่เค็ม, เม็ดบัวไข่เค็ม, พุทราจีนไข่เค็ม, โหงวยิ้งไข่เค็ม, ถั่วดำชาเชียว  และแบบกล่องแดงมงคลลายดอกไม้สุดพรีเมียมเลือกรสชาติได้ตามต้องการ

โรงแรมแชงกรี-ลา  ขนมไหว้พระจันทร์สีน้ำตาลทองน่ารับประทานในแบบฉบับแชงกรี-ลา มีหลากหลายไส้ อาทิ โหงวยิ้ง ทุเรียน เม็ดบัว ถั่วแดง และไส้ครีมรังนกเปลือกหิมะขนาดเล็กพร้อมกล่องสุดหรูลวดลายนกฟีนิกซ์สัตว์มงคลสัญลักษณ์แห่งความแข็งแกร่ง

โรงแรมดุสิต สวีท ราชดำริ ขนมไหว้พระจันทร์ 8 รสชาติ ที่มาพร้อมคุณภาพและความอร่อยที่คุ้นเคย จากเชฟและทีมงานดุสิตธานีกับรสชาติพิเศษสำหรับปีนี้ อินทผลัม และ สตรอเบอรี่ไวท์ช็อคโกแลต นอกจากนั้นยังมีไส้เม็ดบัว, คัสตาร์ด, โหงวยิ้ง, ทุเรียน, งาดำ, พุทราจีน พร้อมแพ็คเกจสวยงาม

โรงแรม แบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค ขนมไหว้พระจันทร์จากห้องอาหารพาโกด้า ไชนีส เรสเตอรองท์  รังสรรค์โดยเชฟผู้เชี่ยวชาญ ใช้วัตถุดิบสุดพรีเมี่ยม เป็นขนมไหว้พระจันทร์สูตรซิกเนเจอร์ที่ไม่ควรพลาด รสช็อกโกแลตมอลต์ โรเช่ร์ และ รสคัสตาร์ดวานิลลากับไข่แดง โดดเด่นด้วยดีไซน์กล่องหกเหลี่ยมสีแดงมงคล พิมพ์ลวดลายมังกรสีทอง

โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพฯ ขนมไหว้พระจันทร์สูตรพิเศษ ไส้ต่างๆ ทั้งไส้ยอดนิยมขายดีตลอดกาลอย่างทุเรียน ไส้เม็ดบัว โหงวยิ้ง พุทราผสมวอลนัท และไส้คัสตาร์ด โดดเด่นทั้งรสชาติและดีไซน์ของกล่อง เหมาะจะมอบเป็นของขวัญให้แก่คนพิเศษ

ภัตตาคารและร้านเลื่องชื่อที่บรรจงสร้างสรรค์ขนมไหว้พระจันทร์ทั้งสูตรต้นตำรับและแบบฟิวชั่น

ภัตตาคารเชียงการีลา ภัตตาคารเก่าแก่ที่ขึ้นชื่อเรื่องขนมไหว้พระจันทร์ตำนานความอร่อย ต้นตำรับเปลือกบาง เนื้อนุ่ม หลากหลายไส้ให้เลือก มาพร้อมโปรโมชั่นซื้อสินค้า 2 ชิ้น แถมขนมรูปหัวใจไส้ทุเรียน ขนาด 65 กรัม 1 ชิ้น และไฮไลท์พิเศษเซตขนมไหว้พระจันทร์ชุดดาวล้อมเดือนล

Skinni Bears ร้านขนมไหว้พระจันทร์ดีไซน์ทันสมัย โดดเด่นสะดุดตาด้วยความน่ารักของเจ้าหมีดำหน้ากล่องที่เป็นเอกลักษณ์ มอบรสชาติแห่งความสุข ถึง 9 รสชาติ ได้แก่ รสงาดำ, รสดาร์กช็อคโกแลต, รสทุเรียนดั้งเดิม, รสแมคคาเดเมีย & ไวท์ช็อก, รสทุเรียนไข่เค็ม, รสสตอเบอร์รี่ ฟอร์เรสท์, รสลูกบัว, รสคัสตาร์ด และ รสโหวงยิ้ง

Kyo Roll En x Sorn การร่วมมือระหว่าง Kyo Roll En และ เชฟมิชลิน 2 ดาว จากร้านอาหารใต้ไฟน์ไดน์นิ่ง “ศรณ์” รังสรรค์ขนมไหว้พระจันทร์สูตรพิเศษ 4 รสชาติ ได้แก่ Cashew Nuts-Coconut เนยถั่ว ‘กาหยู’ จากเม็ดมะม่วงหิมพานต์ ของดีขึ้นชื่อจากจังหวัดสงขลา Southern ‘Mont Blanc’ ทำจากลูกกอหรือเกาลัดจากปัตตานี Yuzu Lava ส้ม ‘ยูซุ’ ขึ้นชื่อจากญี่ปุ่น Satsuma Imo มันหวานญี่ปุ่นนำเข้าจากเกาะคิวชู พร้อมกล่องพรีเมียม 3 เลเยอร์     สีแดงมงคลปั๊มลายทองสุดหรูหรา เพิ่มความอลังการยิ่งขึ้นด้วย 3D Pop-Up เพื่อถ่ายทอดตำนานวัตถุดิบชั้นเลิศจากไทย…สู่ญี่ปุ่น 1 กล่องบรรจุ 4 รสชาติ 

ขนมไหว้พระจันทร์ เอส แอนด์ พี ร้านเบเกอรี่ที่อยู่คู่ชาวไทยมายาวนาน  โดดเด่นเรื่องรสชาติของขนมไหว้พระจันทร์ไม่แพ้ใคร เนื้อเนียนนุ่ม หลากหลายไส้ เสริมความมงคลทั้งผู้ให้และผู้รับ พิเศษกับ 2 รสชาติใหม่ประจำปีนี้ ได้แก่ หมูฮ่องเต้ซอสเอ็กซ์โอ และ หมอนทองเก๋ากี้ ไข่เค็มลาวา พร้อมกล่องสวยงามสัญลักษณ์ความเป็นมงคลด้วยภาพหญิงสาวชาวจีนเป็นตัวแทนเทพธิดาแห่งดวงจันทร์ สวมเครื่องประดับจีนโบราณที่ประดับไปด้วยดอกไม้มงคลเสมือนคำอวยพรส่งให้ผู้รับ

ร้านเชฟแมน ขนมไหว้พระจันทร์ที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ด้วยรสชาติที่หอมกลมกล่อม แป้งบาง     เนื้อเนียนนุ่ม ไส้เยอะ วัตถุดิบนำเข้าจากฮ่องกง มีให้เลือก 5 รสชาติ ได้แก่ ทุเรียนไข่, ทุเรียนก้านยาวไข่, โหงวยิ้ง, ถั่วแดงไข่ และ ลูกบัวไข่ ปีนี้มาในกล่องสีแดงสวย หรู และยังเป็นสีมงคลให้กับชีวิตและครอบครัว

โคคา เรสเตอรองส์ ร้านโปรดของหลายๆ คน ขึ้นชื่อเรื่องขนมไหว้พระจันทร์สูตรต้นตำรับไชส์มินิมี 6 รสชาติ ได้แก่ ยูสุคัสตาร์ด, มัทฉะ,  ครีมคัสตาร์ดไข่เค็ม, โหงวยิ้ง, เม็ดบัว และ ทุเรียนหมอนทอง โดยจะมีทั้งหมด 8 ชิ้น บรรจุในกล่อง Limited Edition สีแดงสุดหรูหราตัดกับสีเขียวด้านใน มีลวดลายที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากกระต่ายในแดนเทพนิยาย 

ภัตตาคารกอกใจ สืบทอดตำรับขนมไหว้พระจันทร์คุณภาพ มายาวนานกว่า 80 ปีกับรสชาติสูตรต้น      ตำหรับกวางตุ้งแท้ หลากหลายรสชาติให้ได้ลิ้มลอง เอาใจใส่ทุกรายละเอียด เพิ่มสูตร Healthy สำหรับคนรักสุขภาพ ไส้ขายดียอดนิยมประจำเทศกาล 4 รสชาติที่ไม่ควรพลาด ได้แก่ ไส้หมอนทอง ลูกบัว ชาเขียว และ  โหงวยิ้ง

MX Cakes & Bakery ขนมไหว้พระจันทร์เอ็ม เอกซ์ ต้นตำรับขนมไหว้พระจันทร์ที่มียอดขายอันดับ 1 ในฮ่องกงติดต่อกัน 23 ปีซ้อน กับรสชาติ “คัสตาร์ดลาวา” ซึ่งเป็นที่นิยมจนขึ้นแท่น Best Seller มาอย่างต่อเนื่อง ด้วยส่วนผสมชั้นเลิศ เทคนิคการออกแบบพิเศษ กลิ่นหอม รสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ เนื้อคัสตาร์ดเนียนนุ่ม แทรกด้วยไส้ลาวาตรงกลาง โปรโมชั่นพิเศษ เมื่อซื้อ 6 กล่อง รับฟรี 2 กล่อง ตั้งแต่ 16 ส.ค. 64 – 21 ก.ย.64 จำนวนจำกัด

The Rolling Pinn ขนมไหว้พระจันทร์ที่มีโมจิเป็นส่วนประกอบหลัก ไม่มีกลูเตน! มี 6 รสชาติ ได้แก่ รสวานิลลา, รสมัทฉะเข้มข้นพร้อมไวท์ช็อกโกแลตมัทฉะ, รส British Rose Tea พร้อมกลิ่นสตรอเบอร์รี่,  รสเอิร์ลเกรย์เข้มข้นสอดไส้ช็อกโกแลตคาราเมลหวานน้อย, รสเมล็ดบัวไข่แดงแมคคาเดเมียคาราเมลฟัดจ์ และ รสงาดำหวานกับลาวาไข่แดงเค็ม

ฟาร์มเฮ้าส์ ขนมไหว้พระจันทร์รสเลิศสูตรตำรับจีนโบราณ เนื้อแป้งบางนุ่มเป็นพิเศษ รสชาติกลมกล่อม ไส้แน่นเต็มปากเต็มคำ บรรจุในกล่องลวดลายอันเป็นมงคล ที่เป็นเอกลักษณ์และโดดเด่น โปรโมชั่นพิเศษเมื่อซื้อสินค้าครบ 4 ชิ้น แถมฟรี ไส้ทุเรียนหมอนทองล้วน1 ชิ้น

มายช้อยส์ขนมไหว้พระจันทร์ สูตรเฉพาะจากภัตตาคารเชียงการีลา แป้งบางนุ่ม ไส้แน่น  คัดสรรจากส่วนผสมชั้นดี อบจนหอมละมุน มีหลากหลายรสชาติให้เลือก รสชาติใหม่ ได้แก่ รสส้มยูสุแมคคาเดเมีย ไส้แมคคาเดเมียนัทผสมน้ำส้มยูสุและเนื้อสับปะรด ให้รสชาติหอมหวานอมเปรี้ยวกำลังดี เนื้อแป้งบางนุ่ม ส่วนผสมของเม็ดบัวกวนเพิ่มความกล่มกล่อมอย่างลงตัว และ มายช้อยส์ชุดขนมไหว้พระจันทร์รวมรส แพ็คเกจใหม่ของปีนี้ ที่ประกอบไปด้วยไส้หมอนทองไข่แดงรสยอดนิยม แพ็คคู่กับ ไส้เม็ดบัวไข่แดง บรรจุในกล่องสวยหรู

ชิมขนมพร้อมเตรียมขอพรพระจันทร์ไปพร้อมกันได้แล้ววันนี้ ที่ท็อปส์ มาร์เก็ต, ท็อปส์ซูเปอร์สโตร์, เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ กับเทศกาลขนมไหว้พระจันทร์ ประจำปี 2564 พิเศษ! สามารถสั่งซื้อขนมไหว้พระจันทร์ที่ร่วมรายการ   แต่ละสาขาผ่านช่องทางออนไลน์ ได้ที่ http://www.tops.co.th , แอปพลิเคชั่น Grab เลือก GrabMart หรือ GrabFood และ Personal Shopper Service ผ่านไลน์ประจำสาขา   ตั้งแต่วันนี้ – 21 กันยายน 2564 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  http://www.tops.co.th , เฟซบุ๊ก TopsThailand, Central Food Hall หรือ แอปพลิเคชั่นไลน์ @TopsThailand

COAST Teppanyaki By The Beach เทปันยากิริมหาดที่สวยที่สุดในหัวหิน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/662585

วันที่ 08 ก.ย. 2564 เวลา 10:30 น.COAST Teppanyaki By The Beach เทปันยากิริมหาดที่สวยที่สุดในหัวหินลิ้มรสเทปันยากิ พร้อมชมหาดหัวหินที่สวยที่สุด @โคสต์ บีชคลับและบิสโทร โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ บีช รีสอร์ทและวิลลา หัวหิน

โพสต์ทูเดย์ ชี้เป้าชวนฟินริมชายหาดพร้อมลิ้มรสความอร่อยสไตล์คอสโมฯ ในบรรยากาศริมหาดหัวหินที่ดีที่สุด กับ โคสต์ บีชคลับและบิสโทร ณ โรงแรม เซ็นทารา แกรนด์ บีช รีสอร์ทและวิลลา หัวหิน ที่พร้อมจะมอบทั้งความบันเทิงและอรรถรสของเทปันยากิ ท่ามกลางสายลมเย็นเบาสบายจากท้องทะเล

ซึ่งครั้งนี้ โคสต์ บีชคลับและบิสโทร ชวนเปิดประสบการณ์รับประทานอาหารมิติใหม่ในหัวหินด้วยการนำเสนอ “โคสต์ เทปันยากิ บาย เดอะ บีช” (COAST Teppanyaki By The Beach) ซึ่งจะ ยกระดับมื้ออาหารเทปันยากิแบบญี่ปุ่นให้น่าตื่นตาตื่นใจยิ่งขึ้น ผ่านการเสิร์ฟแบบไม่ซ้ำใคร เต็มที่ด้วยลีลาการปรุงอาหารแบบต้นตำรับ โดยเชฟธรธร จินดาภู เชฟ เดอ คูซีน (Chef de cuisine) ประจำห้องอาหาร นำทีมคัลลินารีอวดลีลา เบื้องหน้าทัศนียภาพอัดงดงามของทะเลและท้องฟ้าสีครามของชายหาดหัวหิน พร้อมต้อนรับทุกท่านสำหรับมื้อกลางวันและมื้อค่ำตลอดทุกวัน

เลือกสัมผัสความอร่อยแบบตื่นตาตื่นใจในหลากหลายชุด เริ่มต้นเพียง 1,150++ บาท การันตีวัตถุดิบปรุงอาหารที่ดีที่สุดจากแหล่งวัตถุดิบขึ้นชื่อและท้องทะเล เพื่อให้คุณ ครอบครัว และคนพิเศษได้ร่วมอิ่มอร่อยอย่างเต็มที่ อาทิ เนื้อวัวเซอร์ลอยน์จากออสเตรเลีย กุ้งลายเสือ แซลมอนชิ้นหนา กั้งทะเล เนื้อปลากะพงสดใหม่ สแกลล็อปชิ้นนุ่ม ปลาหมึกทะเล และอีกหลายรายการ นำเสิร์ฟแบบดั้งเดิมสไตล์ญี่ปุ่นเคียงรายการอาหารจานรองรสเยี่ยม ทั้งข้าวผัดกระเทียม ซุปมิโซะรสกลมกล่อม สลัดผักรวมแบบญี่ปุ่นพร้อมเดรซซิ่งสูตรพิเศษของห้องอาหาร

เพิ่มเติมความอิ่มอร่อยพร้อมหน้าในสไตล์คอสโมโพลิแทน (Cosmopolitan) เคล้ากลิ่นอายตะวันตกแต่ผสานรสชาติแบบตะวันออกไว้อย่างลงตัว ที่ห้องอาหาร โคสต์ บีชคลับและบิสโทร พร้อมให้บริการในรูปแบบอะ ลา คาร์ท (à la carte) อีกกว่า 50 รายการอาหารยอดนิยมจานเด่นที่ปรุงอย่างพิถีพิถัน

อาทิ เซบิเช่ ทอสทาดา (Tuna Ceviche Tostadas) จานเรียกน้ำย่อยสไตล์เม็กซิกันที่เชฟนำเสนอความสดใหม่ของปลาทูน่าเนื้อนุ่ม ควบคู่รสสัมผัสที่หลากหลาย ทั้งจากแป้งตอร์ติญ่าบางกรอบขนาดพอดีคำ อโวคาโดเขียวสดเนื้อฉ่ำ พริกฮาลาพินโญ่เผ็ดร้อนจัดจ้าน สเต็กปลากะพงสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน เนื้อปลากะพงขาวชิ้นโตหวานแน่นความสดใหม่ที่เสิร์ฟบนความสดชื่นของสลัดมะเขือเทศสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนแสนสดชื่นและไมโครกรีนหลากสี รวมถึงพิซซ่าพาร์มาแฮมและร็อคเก็ต เมนูคลาสสิคสไตล์อิตาเลียนแต่เต็มไปด้วยรสชาติที่แปลกใหม่จากซอสพิซซ่าเข้มข้นที่เข้ากันได้เป็นอย่างดีกับแป้งพิซซ่าสูตรบางกรอบพิเศษที่มีที่โคสต์เท่านั้น

ไม่ว่าจะเป็นมื้ออาหารรูปแบบไหน ห้องอาหาร โคสต์ บีชคลับและบิสโทร ณ โรงแรม เซ็นทารา แกรนด์ บีช รีสอร์ทและวิลลา หัวหิน พร้อมต้อนรับทุกท่านอีกครั้งด้วยสุดสร้างสรรค์ เคล้ากลิ่นอายตะวันตกแต่ผสานรสชาติแบบตะวันออกอย่างลงตัวจากหลากหลายจานอาหารตะวันตกในสไตล์ “คอสโมโพลิแทน” โดยเชฟธรธร จินดาภู การันตีมื้ออาหารสุดโปรดของคุณและทุกคนในครอบครัว เคล้าบรรยากาศริมทะเลหัวหินแสนสวยงามอย่างแน่นอน

“โคสต์ เทปันยากิ บาย เดอะ บีช” (COAST Teppanyaki By The Beach) ให้บริการทุกวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 17.00-20.00 น.ราคาเริ่มต้นชุดละ 1,150++ บาท (สำหรับ 2 ท่าน) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองห้องพักได้ที่  0 3251 2021 หรือ อีเมล chbr@chr.co.th และเว็บไซต์: www.centarahotelsresorts.com

ค้นหาแรงบันดาลใจจากสถานที่ท่องเที่ยวไทยที่ดังไกลระดับโลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/662622

วันที่ 08 ก.ย. 2564 เวลา 08:55 น.ค้นหาแรงบันดาลใจจากสถานที่ท่องเที่ยวไทยที่ดังไกลระดับโลกเตรียมเช็กลิสต์ให้พร้อม! รับแรงบันดาลใจจากสถานที่ท่องเที่ยวกับสุดยอดทริปในไทยที่ผู้เดินทางจากทั่วโลกต่างประทับใจและอยากกลับมาเยือนอีกครั้ง

ปัจจุบันด้วยสถานการณ์และข้อจำกัดด้านการเดินทางที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทำให้ผู้คนต่างอยากออกเดินทางมากกว่าที่เคย เห็นได้จากผลการวิจัยล่าสุดของ Booking.com ที่เปิดเผยว่า 68% ของผู้เดินทางรู้สึกว่าการท่องเที่ยวมีความสำคัญกับพวกเขาเป็นอย่างมาก เมื่อเทียบกับช่วงก่อนที่เกิดการแพร่ระบาด นอกจากนี้ 57% ของผู้เดินทางชาวไทยได้ใช้เวลาที่มีเพิ่มขึ้นจากการต้องกักตัวอยู่แต่บ้าน ในการวางแผนถึงทริปเดินทางครั้งต่อไป และรู้สึกตื่นเต้นกับโอกาสที่จะได้ทำตามแผนดังกล่าวในปีนี้และในอนาคต 

ประเทศไทยของเรามีเสน่ห์ซ่อนอยู่อีกมากมาย รวมถึงจุดหมายปลายทางที่โด่งดังในระดับโลกที่คุณเองอาจจะยังไม่เคยไปด้วยเช่นกัน หากคุณกำลังจินตนาการถึงแผนการเที่ยวในอนาคตอยู่แล้วละก็ ลองพิจารณาถึงสุดยอดทริปในไทยที่ผู้เดินทางจากทั่วโลกต่างประทับใจและอยากกลับมาเยือนอีกครั้ง ลิสต์สถานที่ท่องเที่ยวระดับโลกในไทยเหล่านี้อาจจะช่วยจุดประกายจิตวิญญาณนักสำรวจโลกกว้างของคุณให้กลับมาลุกโชนอีกครั้ง เตรียมเช็คลิสต์ให้พร้อมแล้วไปหาแรงบันดาลใจในการท่องเที่ยวครั้งต่อไปกันเลย!

เกาะหลีเป๊ะ – จังหวัดสตูล

ขอบคุณภาพจาก Adang Island Resort

เกาะหลีเป๊ะ หรือมัลดีฟส์เมืองไทยที่มีชื่อเสียงในระดับโลก ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามของหาดทรายขาว อ่าวเปิดโล่ง และวิวทิวทัศน์อันแสนงดงามของน้ำทะเลสีฟ้าครามใส เริ่มวางแผนการท่องเที่ยวล่วงหน้าเพื่อดื่มด่ำไปกับความสมบูรณ์ทางธรรมชาติในทะเลอันดามันฝั่งใต้ ด้วยการดำน้ำท่ามกลางแนวปะการังที่ผ่านการฟื้นตัวอย่างเต็มที่ นอกจากนั้น สวรรค์บนดินแห่งนี้ยังมีกิจกรรมให้เลือกทำมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเดินเที่ยวรอบเกาะที่สามารถเชื่อมต่อถึงกันโดยไม่ต้องใช้ยานพาหนะ กีฬาทางน้ำต่าง ๆ หรือผ่อนคลายไปกับช่วงเวลาอาหารเย็นในสไตล์ท้องถิ่น พร้อมดื่มด่ำบรรยากาศที่ชวนหลงใหลริมชายหาด หรือการนั่งชมภาพความงามของพระอาทิตย์ยามลาลับขอบฟ้า หรือยามย่ำรุ่งของวัน ก็สามารถทำให้ช่วงเวลาพักผ่อนของคุณกลายเป็นที่น่าจดจำ

 

อำเภอแม่ริม – จังหวัดเชียงใหม่

ขอบคุณภาพจาก Hmong Hilltribe Lodge                              

ขอบคุณภาพจาก ปานวิมาน เชียงใหม่ สปารีสอร์ท

อำเภอแม่ริมตั้งอยู่ในพื้นที่แถบทิวเขาอันงดงามในภาคเหนือของประเทศไทย และขึ้นชื่อด้านวัฒนธรรมท้องถิ่น สัตว์ป่า รวมไปถึงธรรมชาติอันหลากหลาย หากคุณชื่นชอบในประสบการณ์ท่องเที่ยวแบบใกล้ชิดธรรมชาติ และการได้สัมผัสความงดงามของเอกลักษณ์ในท้องถิ่น อำเภอแม่ริม คือจุดหมายปลายทางที่คุณกำลังมองหา เพราะเต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวัฒนธรรมที่จะเติมเต็มความต้องการของคุณผ่านกิจกรรมมากมาย ตั้งแต่การสำรวจน้ำตกแปดชั้นท่ามกลางป่าไม้สูงตระหง่านและอุดมสมบูรณ์ เยี่ยมชมสวนพฤกษศาสตร์ พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา และหมู่บ้านม้ง ไปจนถึงกิจกรรมที่เพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจอย่างการทัวร์ล่องแก่ง เดินป่า และนั่งรถไฟเหาะล่องป่าที่น่าตื่นเต้น รวมไปถึงการเล่นซิปไลน์ท่ามกลางธรรมชาติ และห้ามพลาดการชมวิวบนยอดเขาที่ม่อนแจ่ม ที่คุณจะได้พบกับศนียภาพอันแสนงดงามของธรรมชาติและขุนเขาแบบ 360 องศา ไม่มีสิ่งก่อสร้างหรือสิ่งกีดขวางมาบดบัง ให้คุณได้ผ่อนคลายไปกับการสัมผัสไอเย็นและอากาศบริสุทธิ์จากธรรมชาติอย่างแท้จริง

 

เกาะยาวน้อย – จังหวัดพังงา

ขอบคุณภาพจาก Cape Kudu Hotel, Koh Yao Noi                         

ขอบคุณภาพจาก TreeHouse Villas, Koh Yao Noi               

เกาะยาวน้อย จังหวัดพังงา สถานที่ที่ท่องเที่ยวรู้จักกันในนามเกาะสวรรค์ในประเทศไทยที่ใครไปก็ต้องหลงรัก เกาะแห่งนี้ถือเป็นสวรรค์ในเขตร้อนอย่างแท้จริง ที่มีหน้าผาสูงตระหง่าน ป่าฝนเขียวชอุ่ม และหาดทรายสีทองยาวหลายไมล์ รอให้ผู้มาเยี่ยมเยือนได้ชื่นชมพร้อมกับใจอนุรักษ์ นอกจากนี้ ยังมีท้องฟ้าสีแจ่มใสและน้ำทะเลสีฟ้าครามที่จะมอบสัมผัสแห่งความผ่อนคลายให้กับทุกคนอย่างเต็มที่ เตรียมปากกาจดเช็คลิสต์ให้พร้อม แล้ววางแผนการเดินทางครั้งต่อไปของคุณไปสู่ชายหาดที่เกาะยาวน้อย จังหวัดพังงา เพื่อใช้เวลาวันหยุดไปกับเพื่อนซี้เพื่อพักผ่อนหย่อนใจ หรือสร้างช่วงเวลาสุดแสนโรแมนติกกับคนรักของคุณเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการออกเดินทางอีกครั้ง

 

หาดบ้านใต้ – จังหวัดสุราษฎร์ธานี

ขอบคุณภาพจาก SeaEsta Beach      

ขอบคุณภาพจาก Tiki Beach Koh Phangan

จังหวัดสุราษฎร์ธานี ถือเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมตลอดกาลสำหรับผู้เดินทางทั่วโลก จุดหมายปลายทางแห่งนี้มีกิจกรรมที่สร้างความประทับใจและน่าจดจำให้กับผู้มาเยือนอย่างนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นการเยี่ยมชมหาดบ้านใต้ ที่นำเสนอผู้มาเยือนด้วยวิวทิวทัศน์อันเป็นเอกลักษณ์ของชายหาดที่รายล้อมไปด้วยทิวแถวต้นมะพร้าว  นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เลือกที่จะมาเยี่ยมชมจุดหมายปลายทางแห่งนี้ในช่วงวันหยุดฤดูร้อน พร้อมเพลิดเพลินไปกับแสงแดดบนหาดทรายสีขาวในช่วงบ่ายแก่ๆ และดื่มด่ำกับความสวยงามของช่วงเวลาพระอาทิตย์ตกดิน ภายในที่พักซึ่งรายล้อมไปด้วยภูเขาและทะเล เหนือสิ่งอื่นใด ผู้มาเยือนสามารถรู้สึกถึงความเป็นกันเองและผ่อนคลายได้อย่างสบายใจที่สุดเมื่อเข้าพักผ่อนในหาดอันเงียบสงบแห่งนี้ นอกจากนั้นยังสามารถเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศรอบข้างระหว่างรอชมความงดงามของพระอาทิตย์ตกดินในช่วงเย็น ที่จะสาดประกายสีทองส่องกระทบน้ำทะเลและชายหาด

 

อําเภอปาย – จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ขอบคุณภาพจาก เรเวอรี่ สยาม    

ขอบคุณภาพจาก โยมา โฮเทล ปาย

แม่ฮ่องสอนหรือที่หลายๆ คนขนานนามว่าคือ ‘สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย’ แหล่งท่องเที่ยวแนวใกล้ชิดธรรมชาติที่ให้ผู้มาเยือนได้ปลีกตัวจากความวุ่นวายในเมืองใหญ่มาใช้ชีวิตท่ามกลางธรรมชาติอย่างแท้จริง ด้วยมนต์เสน่ห์และความงามของผืนป่าอันเขียวชอุ่ม นักเดินทางส่วนใหญ่ชอบที่จะกางเต็นท์ท่ามกลางทัศนียภาพอันงดงามและยิ่งใหญ่ของทิวเขาและทะเลสาบที่น่าตื่นตา ลองนึกภาพการเดินทางครั้งต่อไปของคุณในช่วงฤดูหนาว ที่คุณกำลังดื่มด่ำกับสภาพอากาศอันบริสุทธิ์และได้สัมผัสกับอัตลักษณ์และความงดงามที่เรียบง่ายในการใช้ชีวิตของชุมชนท้องถิ่นใน ณ อำเภอปาย นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสประเพณีและวัฒนธรรมท้องถิ่น การแสดงพื้นบ้าน และศิลปะของชาวไทใหญ่ที่อยู่ด้วยกันอย่างกลมกลืนมานานหลายร้อยปีอีกด้วย

สั่ง 1 ได้ถึง 2 พร้อมประสบการณ์ความอร่อยเหนือระดับกับ ‘เรดสกาย’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/662531

วันที่ 07 ก.ย. 2564 เวลา 12:35 น.สั่ง 1 ได้ถึง 2 พร้อมประสบการณ์ความอร่อยเหนือระดับกับ ‘เรดสกาย’ชิมสุดยอดเมนูเด็ดไฮไลท์ประจำห้องอาหารเรดสกาย ที่สั่ง 1 ได้ถึง 2 กับสเต็กฝีมือเชฟคริสเตียนแฮม ฟรีหางล็อบสเตอร์

แวะมาอร่อยกับเมนูไฮไลท์สุดพิเศษที่ ห้องอาหารเรดสกาย โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ ต้อนรับเดือนใหม่ให้คุณได้เติมเต็มความอร่อยทุกวันของคุณให้พิเศษยิ่งขึ้น ขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมสัมผัสประสบการณ์ความอร่อยเหนือระดับ ตื่นตาตื่นใจไปกับเมนูไฮไลท์ ด้วยสเต็กฝีมือเชฟคริสเตียนแฮม หัวหน้าพ่อครัวประจำห้องอาหารเรดสกาย ที่นำเนื้อเกรดพรีเมียมมาเนรมิตเป็นเมนูชั้นเลิศ  บรรจงปรุงอย่างพิถีพิถันผสานกับวัตถุดิบคุณภาพจากทั่วทุกมุมโลกมาให้คุณได้ลิ้มรสความอร่อย

อาทิ สันในเทนเดอร์ลอยน์ 9 ออนซ์ (250 กรัม) 1,895 บาท++, สันในเทนเดอร์ลอยน์ 14 ออนซ์ (400 กรัม) 2,595 บาท++,  สันนอกเซอร์ลอยน์ 14 ออนซ์ (400 กรัม) 2,295 บาท++,  ริบอาย 14 ออนซ์ (400 กรัม) 2,295 บาท++ เสิร์ฟพร้อมซอสแบร์เนส , ซอสแปริกอร์และซอสไวน์แดง

สุดพิเศษเมื่อสั่งเมนูสเต็กฝีมือเชฟคริสเตียนแฮม ห้องอาหารเรดสกายแถมฟรี “หางล็อบสเตอร์” เสิร์ฟพร้อมกับสเต็กแสนอร่อย พร้อมอิ่มเอมช่วงเวลาแห่งความสุขให้แก่คนรู้ใจท่ามกลางบรรยากาศสุดแสนโรแมนติก ชมทัศนียภาพอันสวยงามยามค่ำคืนแบบ 360 องศา บนยอดตึกสูงกลางใจเมือง

ตื่นตาตื่นใจไปกับอีกเมนูไฮไลท์ “เซิร์ฟ แอนด์ เทิร์ฟ ทาวเวอร์” ผสมผสานทุกความลงตัวด้วยอาหารทะเลสดและเนื้อเกรดพรีเมียม อาทิ เนื้อวากิวริบอาย ซี่โครงแกะออสเตรเลีย ล็อบสเตอร์จากรัฐเมนย่าง กุ้งอันดามัน ก้ามปูอลาสก้ารสหวาน และ หอยเชลล์สดจากฮอกไกโด ทั้งหมดเสิร์ฟพร้อมผักเครื่องเคียง มันฝรั่งอบยัดไส้ และซอสชนิดต่างๆ ในราคาเพียงเซ็ตละ 6,955++ บาท

ตามไปสัมผัสประสบการณ์ความอร่อยเหนือระดับกับ ‘เรดสกาย’ ได้ที่ชั้น 55  ตั้งแต่เวลา 16.00 – 20.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือ สำรองที่นั่งได้ที่ โทร. 02 – 100 – 6255 หรืออีเมล : diningcgcw@chr.co.th  เว็บไซต์: www.centarahotelsresorts.com/redsky เฟสบุ๊ค: Red Sky Bangkok อินสตาแกรม: redskybkk_centara

วิถีการเดินทางแบบหนอนหนังสือ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/662479

วันที่ 06 ก.ย. 2564 เวลา 16:45 น.วิถีการเดินทางแบบหนอนหนังสือโรงแรมและภัตตาคาร Kimpton เปิดตัวคลับคนรักหนังสือใหม่ ให้หนอนหนังสือสามารถเพลิดเพลินไปกับการท่องเที่ยวในโลกวรรณคดีระหว่างรอการเดินทางท่องเที่ยวอย่างแท้จริง

ในขณะที่สถานที่ท่องเที่ยวที่ควรไปในชีวิตของพวกเราบางคนอาจจะต้องหยุดชะงักไว้ก่อนในช่วงนี้ แต่การค้นพบสถานที่ วัฒนธรรม และผู้คนใหม่ๆ ผ่านหน้ากระดาษหนังสือก็ยังคงเต็มไปด้วยคำมั่นสัญญาแห่งความสุขและการหลีกหนีจากความวุ่นวายได้อย่างดี ซึ่งตัวเลขของการจับจ่ายไปกับหนังสือนั้นสูงขึ้นถึง 400% ต่อสัปดาห์ในบางช่วงระหว่างที่มีโรคระบาด เนื่องจากผู้คนจำนวนมากได้กลับมาค้นพบว่าความสุขจากการอ่านหนังสือเปรียบสเมือนการเจริญสติและการหลบหนีความวุ่นวายไปกับจินตนาการอีกครั้ง สำหรับใครที่พร้อมจะเดินทางแล้วนั้น การนึกถึงเก้าอี้อาบแดดหรือเปลญวนพร้อมกับหนังสือดีๆ สักเล่มก็เป็นหนึ่งในเหตุผลมากมายที่ช่วยให้คุณตัดสินใจจองทริปเที่ยวได้แล้ว

Kimpton Book Club เปิดตัวแล้ววันนี้ ขอเชิญชวนเหล่านักเดินทางมาสำรวจเมืองอันน่าหลงไหล ซึ่งสามารถค้นพบได้ในโรงแรม Kimpton ผ่านเรื่องราวไม่ว่าจะเก่าหรือใหม่ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจหรือสร้างขึ้นจากจุดหมายปลายที่เป็นที่โปรดปรานและอยู่ในรายการที่ท่องเที่ยวที่ต้องมาเยือนสักครั้งในชีวิต โดยหนังสือเหล่านี้เขียนโดยนักเขียน นักประพันธ์ และนักกวี จากทั้งในยุคเก่าและยุคใหม่ จากชาวพื้นเมืองหรือผู้มาเยือน ซึ่งเปิดเผยเรื่องราวผ่านสายตาของพวกเขา แชร์ภาพสแนปช็อตในทุกๆ วัน บอกเล่าเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ในมุมของพวกเขาหรือเรื่องราวความหลังของสถานที่นั้น โดยจะมีรายการหนังสือที่ได้รับการจัดเตรียมไว้ให้อ่านเป็นพิเศษ ซึ่งหมายความว่าคุณสามารถสำรวจเอดิบะระผ่านเรื่องราวของเด็กซ์เตอร์และเอ็มม่าในนวนิยายเรื่อง One Day ปี 2009 ของเดวิด นิชอลหรือจะลองพิจารณา Tokyo ด้วยบทกวีแห่งความทรงทำของยาโยอิ คึซะมะ ใน Every Day I Pray for Love หรือทำไมคุณไม่ลองเที่ยวกรุงเทพมหานครผ่านหน้าหนังสือสูตรอาหารดูหน่อยล่ะ?

เจาะลึกลงไปในรายการหนังสือจากโรงแรม Kimpton ในกรุงเทพฯ ลอนดอน อัมสเตอร์ดัม โตเกียว ปารีส บาร์เซโลน่า และเอดินบะระ รวมทั้งที่บาหลี (จะเปิดทำการในปีนี้) ได้จากเว็บไซต์ Kimpton Book Club ได้

โรงแรม Kimpton ชินจูกุ โตเกียว ได้ออกแบบแพคเกจหนึ่งคืนสำหรับหนอนหนังสือสายนักเดินทาง ซึ่งรวมชุดน้ำชายามบ่ายในห้องให้เพลิดเพลินขณะอ่านหนังสือ ได้สิทธิ์เข้าถึงรายการหนังสือของ Kimpton Book Club ผ่านแท็บเล็ตดิจิทอลในระหว่างการเข้าพัก รวมถึงหนังสือปกอ่อนให้คุณได้นำกลับไปอ่านที่บ้านหลังจากเช็กเอาท์หรือในทริปหน้า ทั้งหมดทั้งมวลนี้อยู่ในสิทธิพิเศษอันเป็นเอกลักษณ์ ให้คุณได้พบปะสังสรรค์ในช่วง 5 โมงเย็นและเริ่มต้นวันใหม่ในช่วงเช้า ที่ คาเฟ่และบาร์ The Jone โดยรายระเอียดและเงื่อนไขและข้อกำหนดสามารถดูได้ จองที่พักได้โดยตรงกับทางโรงแรมและภัตตาคาร Kimpton และโรงแรมและรีสอร์ต IHG สำหรับความคุ้มค่าและนโยบายการยกเลิกแสนยืดหยุ่น พร้อมกับการรับและใช้คะแนน เพลิดเพลินไปกับสิทธิพิเศษจาก IHG Rewards

Kimpton ยังได้สนับสนุนให้ทำการเชื่อมต่อผ่าน Kimpton Book Club สำหรับท่านทั้งหลายที่ยังมีข้อจำกัดด้านการเดินทางในปัจจุบัน โดยเพื่อนและสมาชิกในครอบครัวจะสามารถสำรวจโลกไปพร้อมๆ กันผ่านรายการหนังสือที่คัดสรรไว้ มีทั้งหนังสือแต่งขึ้นและที่อิงจากเรื่องจริงให้คุณได้เลือกรับผ่านร้านหนังสือใกล้บ้านหรือดาวน์โหลดเป็น e-book มาเก็บไว้อ่านได้ถึงหลากหลายภาษา

รอพบกับกิจกรรม Book Club เพิ่มเติมจาก Kimpton Maa-Lai Bangkok ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า และการเปิดรีสอร์ทแห่งแรกของแบรนด์ในประเทศไทย Kimpton Kitalay Samui ในปลายปี 2564 ต้อนรับแขกผู้เข้าพักสู่ประสบการณ์ที่แตกต่างบนหาดเชิงมน

บริการของ Kimpton ขับเคลื่อนด้วยความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลด้วยความจริงใจ ทุกรายละเอียดที่คัดสรรมาอย่างดีและนำเสนอออย่างมีศิลปะเพื่อให้ประสบการณ์ของแขกที่มาพักโดยยังคงความเป็นส่วนตัว และมีความหมาย แชร์ช่วงเวลาของคุณบนโซเชียลด้วย #KimptonBookClub

โรงแรม Kimpton ในสหรัฐอเมริกาได้เปิดตัวความร่วมมือกับทาง Literary Hub ซึ่งเป็นเว็บไซต์สำหรับผู้รักหนังสือและวัฒนธรรมเชิงวรรณกรรม เพลิดเพลินไปกับส่วนลดและราคาห้องพักในโรงแรม Kimpton ที่มีหนังสือแนะนำตามฤดูกาล หรือร่วมออกสำรวจแผนการเดินทางของผู้รักหนังสือ โดยหนังสือที่คัดเลือกไว้ในแต่ละฤดูกาลจะสะท้อนให้เห็นว่าวรรณกรรมตอบสนองต่อช่วงเวลาทางวัฒนธรรมและความเป็นจริงของโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงของเราอย่างไร

ตรวจคัดกรองมะเร็งปอด ลดความเสี่ยงตายได้ 20 เปอร์เซ็นต์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/663573

วันที่ 20 ก.ย. 2564 เวลา 10:10 น.ตรวจคัดกรองมะเร็งปอด ลดความเสี่ยงตายได้ 20 เปอร์เซ็นต์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคปอด เผย “โรคมะเร็งปอด” ยังคงเป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญ และเป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งของประชากรโลก ย้ำการตรวจคัดกรองมะเร็งปอดช่วยลดอัตราการตายได้ 20 เปอร์เซ็นต์

ในปัจจุบันการตรวจคัดกรองโรค มีความสำคัญอย่างยิ่งในการจำแนกผู้ที่มีโรคให้ได้รับการวินิจฉัยและรับการรักษาก่อนที่จะแสดงอาการของโรค โดยผู้ป่วยในบางครั้งเริ่มมีอาการของโรคเกิดขึ้น แต่ยังไม่แสดงอาการ การตรวจคัดกรองจึงเป็นวิธีการตรวจทางห้องปฏิบัติการหรือการทดสอบอื่น ๆ การจัดให้มีการตรวจคัดกรองโรค ควรพิจารณาจากลักษณะจำเพาะของโรคนั้น ๆ ได้แก่ โรคที่เป็นปัญหาสาธารณสุขของประเทศ มีวิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพ สามารถตรวจพบได้ในระยะก่อนมีอาการ วิธีการตรวจคัดกรองจะต้องปลอดภัย มีประสิทธิผลต่อต้นทุนและควรพิจารณาถึงผลดี ผลเสียของการตรวจคัดกรองโรค ตลอดจนประเด็นทางจริยธรรมที่เกี่ยวข้องกับการตรวจคัดกรองโรค

นพ.ศิระ เลาหทัย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ศัลยศาสตร์ทรวงอกเฉพาะทางด้านโรคปอด โรงพยาบาลวชิรพยาบาล กล่าวว่าโรคมะเร็งปอดยังคงเป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญ และ เป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งของประชากรโลก โดยตั้งแต่ปีค.ศ. 1950 พบว่า มะเร็งปอดเป็นมะเร็งที่พบบ่อยมากที่สุดในโลกและจนกระทั่งในปีล่าสุด โดยในปีค.ศ. 2019 พบว่า มีผู้ป่วยเสียชีวิตจากโรคมะเร็งปอดมากถึง 140,000 คน ในสหรัฐอเมริกา โดยโอกาสรอดชีวิตที่ 5 ปีของโรคมะเร็งปอดขณะพบโรคนี้มีเพียงแค่ 19 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากผู้ป่วยส่วนมากพบในระยะแพร่กระจายเป็นหลัก ถึงแม้ว่าจะมีผู้ป่วยหลายรายที่ตรวจสุขภาพเป็นประจำ แต่ไม่สามารถคัดกรองโรคมะเร็งปอดในระยะต้น ๆ ได้อาจเป็นเพราะการตรวจสุขภาพนั้นเป็นแบบกว้าง ซึ่งอาจไม่ละเอียดเพียงพอหรืออาจเกิดจากผู้ป่วยไปตรวจตอนที่มีอาการแล้ว เช่น ไอหรือเหนื่อย ซึ่งมักจะพบในโรคมะเร็งปอดระยะท้าย ๆ ทำให้โอกาสการรอดชีวิตค่อนข้างต่ำ จากข้อเท็จจริงนี้ส่งผลทำให้เริ่มมีการส่งเสริมการคัดกรองความเสี่ยงมะเร็งปอดมากขึ้น

จากรายงานการวิจัยของสมาคมนานาชาติมะเร็งปอด ( international association for the study of lung cancer: IASLC) ได้ทำการศึกษาเปรียบเทียบระหว่างการทำเอ็กซเรย์ปกติ ( Chest x-ray) กับเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ ( Low dose Computed tomography chest screening: LDCT ) ในกลุ่มประชากรที่ความเสี่ยงพบว่าการทำเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ (LDCT) สามารถพบมะเร็งปอดได้ดีกว่าการทำเอ็กซเรย์ปกติ ( rate ratio 1.13: 95% confidence interval, 1.03 to 1.23) และยังสามารถทำให้ลดอุบัติการณ์การเสียชีวิตจากมะเร็งปอดในกลุ่มคนที่มีความเสี่ยง ได้ถึง 20 เปอร์เซ็นต์

โดยข้อดีของการทำเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ ( Low dose Computed tomography chest screening: LDCT ) นั้นคือ

  1. ปริมาณรังสีน้อยกว่าเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ปกติน้อยกว่าปกติ CT chest 5 เท่า ( เท่ากับเอ็กซเรย์ปกติ 15 ใบ )
  2. ใช้เวลาทำน้อยกว่า 1 นาที
  3. ไม่มีการฉีดสี
  4. ไม่ต้องตรวจค่าไต
  5. ระดับรังสีจะลงมาเป็นปกติภายใน 6 เดือน

ทั้งนี้ จากคำแนะนำจากสมาคมกลุ่มโรคมะเร็งปอดนานาชาติ ( National comprehensive cancer network; NCCN ) ในปีค.ศ. 2021 ได้แนะนำว่าให้กลุ่มคนที่มีความเสี่ยงควรทำ เอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ปอด (LDCT) เป็นประจำปี ปีละ 1 ครั้ง จนถึง อายุ 77 ปี และไม่แนะนำให้ทำการเอ็กซเรย์ปอดปกติในการคัดกรองความเสี่ยงของมะเร็งปอด

ดังนั้น กลุ่มที่ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อเข้าสู่กระบวนการคัดกรองอาการได้แก่ กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง High risk group คือ 1.คนที่มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป 2.กำลังสูบบุหรี่ หรือเคยสูบบุหรี่ระยะเวลาเฉลี่ยมากกว่า 20 ปีและมากกว่า 1 ซองต่อวัน

ยกตัวอย่างเช่น สูบบุหรี่มา 10 ปี เฉลี่ยวันละ 2 ซอง หรือสูบบุหรี่มา 20 ปี เฉลี่ยวันละ 1 ซอง หรือ มีประวัติเสี่ยง เช่น ทำในโรงงานโลหะหนักหรือมีประวัติครอบครัวสายตรงเป็นโรคมะเร็งปอด

สำหรับประโยชน์ของการคัดกรองความเสี่ยงมะเร็งปอด นอกจากจะลดโอกาสการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งปอดแล้ว ยังสามารถเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและเพิ่มโอกาสการเจอโรคอื่น ๆ นอกจากมะเร็งปอดที่ต้องได้รับการรักษา “เพราะสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญ ยิ่งตรวจพบได้เร็ว ยิ่งเพิ่มโอกาสการรอดชีวิต”

Long COVID เชื้อจบ อาการไม่จบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/663538

วันที่ 19 ก.ย. 2564 เวลา 13:30 น.Long COVID เชื้อจบ อาการไม่จบทำความเข้าใจ “ภาวะเรื้อรัง” หลังหายป่วยโควิด-19 (LONG COVID)

กรมการแพทย์ โดยสถาบันโรคทรวงอก ชี้แจงเกี่ยวกับภาวะลองโควิด (LONG COVID) อาการที่สามารถเกิดขึ้นกับผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 แม้จะหายจากการติดเชื้อแต่ยังมีผลข้างเคียงซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาวะของผู้ป่วยในระยะยาว พร้อมแนะแนวทางปฏิบัติเพื่อฟื้นสุขภาพร่างกายเมื่อหายป่วย

พญ.เปี่ยมลาภ แสงสายัณห์ หัวหน้ากลุ่มงานอายุรศาสตร์ปอด สถาบันโรคทรวงอก อธิบายว่า Long COVID หรือ อาการหลงเหลือหลังติดเชื้อโควิด-19 พบในผู้ป่วยบางรายที่เป็น โควิด–19 และพ้นระยะการแพร่เชื้อ ( เชื้อ โควิดอยู่ในร่างกายประมาณ 10-14 วันมากสุด 21 วัน) แล้วแต่ยังแสดงอาการคล้ายคลึงกับอาการขณะที่ยังติดมีเชื้อโควิด–19 อยู่ ในภาวะปกติหลังติดเชื้อไวรัส ผู้ป่วยจะมีอาการฟื้นตัวได้ภายใน 2-3 สัปดาห์ ต่ในผู้ป่วย Long COVID กลับพบว่ามีอาการมากกว่า 2 เดือนขึ้นไป และสามารถมีอาการได้นานถึง 4-6 เดือน ลักษณะอาการที่สามารถสังเกตได้ในกรณีที่มี ภาวะ Long COVID คือจะมีอาการคั่นเนื้อคั่นตัว อาการไอเล็กน้อย อ่อนเพลีย ยังรู้สึกถึงการไม่ฟื้นตัวจากอาการป่วย เช่น ยังรู้สึกเหนื่อยหายใจไม่อิ่ม อาการ Long COVID ไม่มีผลต่อสุขภาพในระยะยาวกว่านั้น

อย่างไรก็ดี ภาวะ LONG Covid ใช่ว่าจะเกิดขึ้นกับผู้ป่วยที่หายจากอาการติดเชื้อทุกคน สาเหตุของภาวะ Long COVID นั้นเกิดจากภาวะอักเสบที่ยังหลงเหลือ หรือเกิดจากการใช้ยากดภูมิคุ้มกัน เช่น ยาในกลุ่มสเตียรอยด์ ปัจจัยที่มีผลต่อการเกิด LONG Covid ได้แก่ อายุ กล่าวคือผู้สูงอายุมีโอกาสเป็นไปได้สูงที่พบว่ามีภาวะ LONG Covid หรือโรคประจำตัวเช่น ภาวะอ้วน ระบบภูมิคุ้มกันต่ำ หรือ ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยยากดภูมิคุ้มกัน ทำให้ร่างกายทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ คนไข้จึงรู้สึกอ่อนเพลีย อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้เกิด LONG Covid คือความเครียด ซึ่งอาจเกิดจากความวิตกกังวลอันเนื่องจากความเจ็บป่วย หรือความเครียดที่เกิดขึ้นเมื่อต้องถูกจำกัดบริเวณจากการกักตัวเป็นเวลานาน

แนวทางการรักษาภาวะ Long COVID นั้นจะเน้นที่การรักษาตามอาการเป็นหลัก ผู้ป่วยสามารถรอให้หายเองได้หากรู้สึกถึงอาการเพียงเล็กน้อย แต่หากอาการไม่ดีขึ้นหรือแย่ลง เช่น อยากมีอาการไอ เหนื่อย หอบมมากขึ้น หรือมีอาการทางระบบประสาทที่มีมากกว่าปกติ เช่น รู้สึกสับสน ผู้ป่วยควรพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยและหาแนวทางการรักษาต่อไป การออกกำลังกายเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การกลับมาทำงานของร่างกายได้อย่างรวดเร็วและสมบูรณ์ นอกจากนี้ป่วยต้องอาศัยกำลังใจทั้งจากตนเองและคนรอบข้าง อย่างเช่นการพูดคุย สื่อสาร ทำกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์เพื่อบรรเทาความเครียด ก็สามารถช่วยให้สุขภาพจิตที่ย่ำแย่อันเนื่องมาจากภาวะ Long COVID ดีขึ้นได้

“อีกหนึ่งข้อสงสัยที่ว่าการรับวัคซีนจะช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะ Long COVID ได้หรือไม่นั้น สามารถกล่าวได้ว่าวัคซีนจะเป็นตัวช่วยให้ผู้ป่วยเมื่อติดเชื้อ จะไม่มีอาการเจ็บป่วยรุนแรง กล่าวคือ เมื่อไม่มีอาการเจ็บป่วยรุนแรง ก็เท่ากับว่ามีโอกาสที่จะเกิดภาวะ Long COVID ได้น้อยลงแน่นอน”

มีข้อสงสัยว่าในผู้ป่วยที่ภาวะปอดอักเสบรุนแรงจากการติดเชื้อโควิด-19 หลังจากดีขึ้นแล้ว กลับมามีปัญหาหอบเหนื่อย และมีภาวะออกซิเจนต่ำนั้น คือภาวะ Long COVID หรือไม่ อาการดังที่กล่าวเกิดจากความเสียหายของปอดนั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับภาวะ Long COVID โดยตรง หากแต่มีผลมาจากการทำลายเนื้อเยื่อโดยภูมิคุ้มกันทำให้ปอดมีความเสื่อม และยังไม่ฟื้นตัวพร้อมทำงานอย่างเต็มที่ เกิดภาวะพร่องออกซิเจนที่ทำให้เหนื่อยหอบ หรือเกิดจากการติดเชื้อ อื่นซ้ำเติมเช่น เชื้อราหรือ แบคทีเรีย อาการของ Long COVID ที่แท้จริงคืออาการที่ผู้ป่วยรู้สึกไม่สบายเนื้อสบายตัว รู้สึกมีอาการไข้ หรือไอมากกว่าปกติ แต่ไม่ได้ส่งผลให้เนื้อปอดอักเสบเพิ่มขึ้น

ภาวะลิ่มเลือดอุดตัน อุบัติการณ์ที่คร่าชีวิตประชากรโลกมากถึง 1 ใน 4 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/663300

วันที่ 16 ก.ย. 2564 เวลา 07:40 น.ภาวะลิ่มเลือดอุดตัน อุบัติการณ์ที่คร่าชีวิตประชากรโลกมากถึง 1 ใน 4เชื่อหรือไม่! 1 ใน 4 ของประชากรทั่วโลกเสียชีวิตจากภาวะที่เกี่ยวเนื่องกับโรคลิ่มเลือดอุดตัน และโรคดังกล่าวพบได้ในผู้คนทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่เด็กถึงผู้สูงอายุ

เรื่องนี้ข้อมูลจาก ศาสตราจารย์นายแพทย์พันธุ์เทพ อังชัยสุขศิริ สาขาวิชาโลหิตวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่า กระบวนการสร้างลิ่มเลือดเป็นกลไกสำคัญในการป้องกันการเสียเลือดมากเกินไปเมื่อหลอดเลือดเกิดการบาดเจ็บโดยปกติหลังจากแผลหายดีแล้วร่างกายจะทำการสลายเลือดที่แข็งตัวตามธรรมชาติอย่างไรก็ตามในบางกรณีเลือดเกิดการแข็งตัวภายในหลอดเลือดโดยไม่ได้เกิดจากอาการบาดเจ็บและไม่เกิดการสลายโดยธรรมชาติเมื่อเลือดเกิดการแข็งตัวจะส่งผลให้การไหลเวียนของเลือดช้าลงหรือปิดกั้นการไหลเวียนระบบไหลเวียนโลหิตซึ่งอาจส่งผลให้เกิดภาวะเลือดอุดตันที่รุนแรงหรือที่รู้จักกันในชื่อโรคลิ่มเลือดอุดตันหรือหลอดเลือดอุดตัน

เป็นเรื่องจริงที่ว่า 1 ใน 4 ของประชากรทั่วโลกเสียชีวิตจากภาวะที่เกี่ยวเนื่องกับโรคลิ่มเลือดอุดตัน และโรคดังกล่าวพบได้ในผู้คนทุกเพศทุกวัยตั้งแต่เด็กถึงผู้สูงอายุ โดยมีปัจจัยเสี่ยงได้แก่ การสูบบุหรี่ การมีน้ำหนักตัวมากเกินไป ความดันโลหิตสูง หรือคอเลสเตอรอลสูง รวมถึงโรคอักเสบเรื้อรัง การตั้งครรภ์ หรือช่วง 6 เดือนภายหลังจากตั้งครรภ์ เพิ่งรับการรักษาหรือกำลังทำการรักษาโรคมะเร็ง หลังเข้ารับการผ่าตัด สูงวัย ติดเชื้อโควิด-19 มีประวัติคนในครอบครัวมีภาวะเลือดแข็งตัว การรับประทานยาคุมกำเนิดเป็นประจำ และกลุ่มที่มีพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่อยู่ในอิริยาบถเดิมนานๆ ยิ่งไปกว่านั้น สมาคมการแพทย์อเมริกัน เผยว่า มีประชากรราวปีละ 2 ล้านคนที่ต้องทนทุกข์ทรมานกับภาวะลิ่มเลือดอุดตัน ซึ่งนับเป็นจำนวนที่มากกว่าอุบัติการณ์ของโรคภาวะหัวใจล้มเหลว หรือโรคหลอดเลือดสมองในแต่ละปี

แต่ที่น่าเสียดายคือ จากผลสำรวจโดยวันโรคลิ่มเลือดอุดตันโลกจาก 9 ประเทศ พบว่า การตระหนักรู้ของผู้คนเกี่ยวกับภาวะลิ่มเลือดอุดตันโดยรวมยังอยู่ในระดับต่ำ (68%) และแค่เพียง 50% สำหรับภาวะลิ่มเลือดอุดตันของหลอดเลือดดำ (Venous Thromboembolism: VTE) ในขณะที่การรับรู้เกี่ยวกับโรคร้ายแรงอื่นๆอยุ่ในระดับที่สูงกว่านี้ เช่น โรคความดันโลหิตสูง มะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมลูกหมาก และโรคเอดส์ (ที่ 90%, 85%, 82%, 87% ตามลำดับ)

ดังนั้น การทำความเข้าใจและรับรู้เกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ภาวะลิ่มเลือดอุดตันจึงเป็นแนวทางการป้องกันที่เหมาะสมรวมถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการตรวจภาวะลิ่มเลือดอุดตันโดยแพทย์ 

ศาสตราจารย์นายแพทย์พันธุ์เทพ อังชัยสุขศิริ กล่าวว่า อาการและอาการแสดงของภาวะลิ่มเลือดอุดตันประกอบไปด้วย อาการปวดบวมที่ขา มีอาการกดเจ็บ ผิวหนังเปลี่ยนสีหรือเป็นสีแดง พบเส้นเลือดฝอยบนผิวหนัง เส้นเลือดขอด หรือรู้สึกอุ่นๆ บริเวณผิวหนัง อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยภาวะลิ่มเลือดอุดตันบางรายแสดงอาการน้อยมาก ดังนั้น จึงถือเป็นภัยเงียบที่น่ากังวล

“เมื่อการไหลเวียนของเลือดเพื่อไปหล่อเลี้ยงอวัยวะที่สำคัญถูกขัดขวาง อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนทางสุขภาพที่รุนแรง เช่น ภาวะหัวใจล้มเหลว (หัวใจวาย) โรคหลอดเลือดสมอง ภาวะลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด และไตวาย จากการศึกษาล่าสุดพบความสัมพันธ์ระหว่างผู้ป่วยโควิด-19 และภาวะลิ่มเลือดอุดตัน รวมถึงผู้ป่วยที่เพิ่งออกจากโรงพยาบาล” 

ภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำ (VTE) ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตและการพิการอันดับต้นๆ ทั่วโลก เป็นภาวะที่เกิดการแข็งตัวของเลือดในหลอดเลือดบริเวณขา ขาหนีบ หรือแขน (ภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำส่วนลึก – deep vein thrombosis, DVT) หากลิ่มเลือดเกิดการหลุดออกและไหลผ่านระบบไหลเวียนโลหิตไปยังปอด จะกลายเป็นภาวะที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตที่เรียกว่าภาวะลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด ในประเทศไทยภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ส่งผลให้ผู้ป่วยพบปัญหาหายใจลำบาก ส่งผลให้เกิดอัตราการเสียชีวิตร้อยละ 30 ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขเกี่ยวกับโรคลิ่มเลือดอุดกั้นในปอดพบว่าตั้งแต่ปี 2560-2563 มีผู้ป่วยประมาณ 12,900-26,800 คนที่เผชิญปัญหาดังกล่าวในประเทศไทย ซึ่งเท่ากับว่าจะมีผู้ป่วย 200-400 คนในประชากรทุกๆหนึ่งล้านคน1 ทั้งนี้ จากที่กล่าวมาข้างต้น ความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำมากที่สุดคือหลังจากการผ่าตัดใหญ่ การบาดเจ็บ ภาวะหัวใจล้มเหลว มะเร็งหรือภาวะหัวใจวาย ปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ประกอบไปด้วยโรคอ้วน การบริโภคสุรา การสูบบุหรี่ การบาดเจ็บทางร่างกาย หรือการใช้ยาที่มีส่วนประกอบของเอสโตรเจน 

ภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (AFib) เป็นภาวะที่พบบ่อยที่สุดของโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะและเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตัน คลื่นไฟฟ้าหัวใจที่ผิดปกตินี้ทำให้หัวใจห้องบนสุดเกิดอาการสั่นพลิ้ว อาการของภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว ได้แก่ อาการอ่อนเพลีย หัวใจเต้นเร็วหรือผิดปกติ วิงเวียนศีรษะ หายใจถี่และวิตกกังวล อาการเจ็บหน้าอกและเหงื่อออก อย่างไรก็ตาม บางครั้งไม่พบมีอาการแสดงที่ชัดเจน และตรวจพบภาวะนี้ในระหว่างการตรวจร่างกายเท่านั้น ดังนั้นจึงแนะนำว่าควรทำการตรวจร่างกายอย่างละเอียด

ทั้งนี้ นายแพทย์พันธุ์เทพ ได้แนะนำว่า การตรวจร่างกายอย่างสม่ำเสมอเป็นเรื่องจำเป็น และควรปรึกษาแพทย์หากมีอาการหรือมีปัจจัยเสี่ยงในการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตัน

กล้ามเนื้อแข็งแรง ระบบภูมิคุ้มกันก็แข็งแรง จริงหรือ? #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/663299

วันที่ 16 ก.ย. 2564 เวลา 07:10 น.กล้ามเนื้อแข็งแรง ระบบภูมิคุ้มกันก็แข็งแรง จริงหรือ?ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ เผยความเชื่อมโยงระหว่าง “มวลกล้ามเนื้อ” และ “ระบบภูมิคุ้มกัน” ปราการสำคัญป้องกันการติดเชื้อ พร้อมแนะเทคนิคการเสริมสร้างกล้ามเนื้อเพื่อเสริมเกราะภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย

ระบบภูมิคุ้มกันภายในร่างกายของมนุษย์ เป็นระบบที่ทำงานตลอดเวลา เพื่อป้องกันการติดเชื้อต่างๆ แต่เราก็มักจะมองข้ามการดูแลระบบภูมิคุ้มกัน จนเราเริ่มมีอาการเจ็บป่วย หรือเวลาที่เราต้องการที่จะป้องกันตนเองจากการติดเชื้อต่างๆ ซึ่งการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันนั้นมีอยู่หลากหลายวิธี เช่น การรับประทานผักผลไม้ในปริมาณที่เหมาะสม การออกกำลังอย่างสม่ำเสมอและการพักผ่อนที่เพียงพอ แนวทางเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายและเริ่มต้นได้ที่ตัวเราเอง นอกจากนี้ เราอาจจำเป็นต้องพิจารณาเรื่องการดูแลสุขภาพกล้ามเนื้อให้แข็งแรงอยู่เสมอ ซึ่งอาจส่งผลต่อการช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายด้วยเช่นเดียวกัน

ความเชื่อมโยงระหว่าง “มวลกล้ามเนื้อ” และ “ระบบภูมิคุ้มกัน”

กล้ามเนื้อลายมีสัดส่วนประมาณ 40% ของน้ำหนักตัวทั้งหมด และเป็นแหล่งกักเก็บโปรตีนอย่างน้อย 50% ในร่างกาย และเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยในการเคลื่อนไหว และแสดงถึงความแข็งแรงของร่างกาย อย่างไรก็ตาม มีหลักฐานที่ชี้ให้เห็นว่ากล้ามเนื้อและระบบภูมิคุ้มกันมีความสัมพันธ์กันด้วยเช่นกัน

มวลกล้ามเนื้อมีการผลิตและหลั่งสารสำคัญที่มีบทบาทในการเพิ่มจำนวนการกระตุ้น และการกระจายตัวของเซลล์ภูมิคุ้มกันบางชนิด แม้ว่าอาจยังต้องมีการวิจัยเพิ่มเติม แต่ก็มีข้อมูลบ่งชี้ว่า การสูญเสียมวลกล้ามเนื้อนั้นสัมพันธ์กับการทำงานที่บกพร่องของระบบภูมิคุ้มกันและส่งผลให้เกิดการติดเชื้อง่ายขึ้น จากการศึกษา ในผู้สูงอายุพบว่าการเพิ่มขึ้นของตัวชี้วัดการอักเสบมีความสัมพันธ์กับภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อยและการทำงานของกล้ามเนื้อ นอกจากนี้ มวลกล้ามเนื้อยังเป็นแหล่งสะสมกรดอะมิโนที่สำคัญ ซึ่งร่างกายจะนำไปใช้ในกรณีที่ได้รับบาดเจ็บหรือมีการติดเชื้อ  ดังนั้นภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อยร่วมกับการได้รับโปรตีนที่ไม่เพียงพอ จะส่งผลต่อการตอบสนองของร่างกายเมื่อได้รับบาดเจ็บหรือการติดเชื้อ

ภก.พงษ์ศิวะ กู่นอก เภสัชกรที่ได้รับการอบรมจากโครงการ Nutrition Expert ให้คำปรึกษาด้านโภชนาการ กล่าวว่า เพราะระบบภูมิคุ้มกันเป็นหนึ่งในหลายระบบในร่างกาย ทำหน้าที่สำคัญในการดูแลรักษาความสมดุลของร่างกาย โดยเมื่อเราอายุเพิ่มขึ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันนี้จะค่อยๆเสื่อมถอยลง ส่งผลให้เรามีความเสี่ยงที่จะเกิดการเจ็บป่วยหรือติดเชื้อได้ง่ายขึ้น ด้วยเหตุนี้เอง เราจึงต้องปรับพฤติกรรมการกินอาหาร ด้วยการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่เพียงพอ โดยควรได้รับโปรตีนในปริมาณที่เพียงพอ รวมถึงการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และนอนหลับพักผ่อนอย่างมีคุณภาพการนอนที่ดี เพื่อเสริมสร้างสุขภาพกล้ามเนื้อให้แข็งแรง ซึ่งจะช่วยเสริมเกราะให้ระบบภูมิคุ้มกันของเราแข็งแรง

เทคนิคเสริมสร้างกล้ามเนื้อเพื่อเสริมเกราะภูมิคุ้มกัน

การเสริมสร้างมวลกล้ามเนื้อเริ่มต้นได้ด้วยวิธีง่ายๆ ด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และดูแลโภชนาการให้เหมาะสมกับวัย ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญเมื่ออายุมากขึ้น เพราะเมื่อเข้าสู่วัย 40 เรามีโอกาสที่จะสูญเสียมวลกล้ามเนื้อได้ถึง 8% ภายในระยะเวลา 10 ปี และเมื่อก้าวสู่ช่วงอายุ 70 ปีขึ้นไป อัตราการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อจะเพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ หากไม่ได้รับการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง

จากการศึกษาวิจัยโครงการ SHIELD (Strengthening Health In Elderly through nutrition) ของโรงพยาบาลชางงี ร่วมกับศูนย์การแพทย์ SingHealth Polyclinics และบริษัทแอ๊บบอตฯในประเทศสิงคโปร์ พบว่าในแต่ละปี กลุ่มผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป มีอัตราส่วนที่บ่งบอกถึงความสัมพันธ์ของปัจจัย (the odds) ในการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อที่เพิ่มสูงขึ้นถึง 13% ซึ่งเป็นอัตราที่สูงมาก

ดังนั้น เพื่อดูแลมวลกล้ามเนื้อ เรามีเคล็ดลับมาฝาก ดังนี้

1. ตั้งเป้าออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอในแต่ละสัปดาห์: การกำหนดเป้าหมายออกกำลังกายควรเริ่มต้นที่ระดับมาตรฐานคือ 150 นาทีต่อสัปดาห์ รวมถึงการออกกำลังกายแบบมีแรงต้านที่หลากหลายเพื่อชะลอการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อและเพื่อให้กล้ามเนื้อมีความแข็งแรง

2. รับประทานโปรตีนให้เพียงพอ: อาหารที่เป็นแหล่งสำคัญของโปรตีนได้แก่ อาหารทะเล, เนื้อไก่, ไข่ไก่, ถั่วต่างๆรวมถึงผลิตภัณฑ์จากนม โดยเฉลี่ยเราควรได้รับโปรตีนประมาณ 25-30 กรัมต่อ 1 มื้ออาหารและในผู้สูงอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไปมีความต้องการโปรตีนมากกว่าคนวัยอื่นและอาจมีความต้องการโปรตีนสูงขึ้นเป็น 2 เท่าในผู้สูงอายุบางคนที่มีภาวะขาดสารอาหาร รวมถึงผู้สูงอายุที่มีโรคเรื้อรัง และเพื่อให้ร่างกายได้รับโปรตีนที่เพียงพอ อาจจะต้องรับประทานโปรตีนเสริมในกรณีที่จำเป็น

3. ปรับสมดุลโภชนาการ: เลือกรับประทานอาหารที่หลากหลายและครบถ้วนในแต่ละมื้ออาหาร ประกอบด้วย ผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี โปรตีน ไขมันดี รวมถึงวิตามินและแร่ธาตุสำคัญที่มีส่วนช่วยในการทำงานร่วมกับโปรตีน เช่น แคลเซียมและวิตามินดี เป็นต้น

‘โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง’ รีบรักษาก่อนเรื้อรัง เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/663235

วันที่ 15 ก.ย. 2564 เวลา 12:02 น.'โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง' รีบรักษาก่อนเรื้อรัง เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีแพทย์ชี้ “โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง” รุนแรงกว่าที่คิด แนะภาครัฐให้สิทธิผู้ป่วยเท่าเทียมกัน

ทราบหรือไม่ว่า ปัจจุบันมีผู้ป่วยโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง หรือที่เรียกว่า Atopic Dermatitis มากกว่า 230 ล้านคนทั่วโลก ซึ่งพบได้ในทุกช่วงอายุ ในประเทศไทยพบบ่อยที่สุดในเด็กทารกจนถึง 3 ขวบปีแรก และพบว่ามีเด็กไทยอายุ 6-12 ปี ป่วยเป็นโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง ร้อยละ 16.51 และพบน้อยลงในอายุ 13-17 ปี อยู่ที่ร้อยละ 12.79 ซึ่งหากไม่รีบทำการรักษาและดูแลให้ถูกวิธีตั้งแต่เนิ่นๆ อาจมีอาการรุนแรงมากขึ้นหรือเป็นเรื้อรังจนถึงตอนโตได้ ฉะนั้น การพบแพทย์โดยเร็วที่สุดเพื่อรับการรักษาอย่างต่อเนื่องจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด ช่วยให้ผู้ป่วยมีอาการบรรเทาลง กลับมามีความมั่นใจในการใช้ชีวิต และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้

นพ.กันย์ พงษ์สามารถ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกุมารเวชศาสตร์ โรคภูมิแพ้อิมมูโนวิทยา สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี เปิดเผยว่า “ทุกวันที่ 14 กันยายนของทุกปี ได้ถูกกำหนดให้เป็น ‘วันผื่นภูมิแพ้ผิวหนังโลก’ หรือ ‘World Atopic Dermatitis Day’ ซึ่งนับเป็นโอกาสที่ดีในการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง เพราะถือเป็นหนึ่งในโรคผิวหนังที่แพร่หลายมากที่สุดในโลก โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ประมาณการว่ามีผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ผิวหนังมากกว่า 230 ล้านคนทั่วโลก แต่สิ่งที่น่ากังวลคือ โรคนี้กลับถูกมองข้าม โดยทั่วไปมักมองว่าเป็นแค่ความผิดปกติของผิวหนังภายนอก แสดงให้เห็นว่าคนส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง การรณรงค์สร้างการรับรู้ในวงกว้างอย่างต่อเนื่องจึงเสมือนพลังขับเคลื่อนเพื่อให้วงการแพทย์  หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง รวมถึงภาคประชาชนได้เริ่มหันมาใส่ใจและดูแลผู้ป่วยโรคนี้มากยิ่งขึ้น”

โดยในความเป็นจริงแล้ว โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง เป็นมากกว่าอาการคันที่ผิวหนัง โรคนี้มีกระบวนการของการดำเนินโรคอย่างเป็นระบบ ซึ่งได้แบ่งชั้นของความรุนแรงของโรคเป็น 3 ส่วนด้วยกัน คือ รุนแรงน้อย รุนแรงปานกลาง และรุนแรงมาก  ซึ่งมีปัจจัยหรือตัวแปรที่เข้ามากระตุ้นความรุนแรงของโรคได้ในหลายมิติ ที่สำคัญโรคนี้ยังส่งผลกระทบต่อตัวผู้ป่วยเองทั้งในด้านสภาพร่างกาย สภาพจิตใจ นับรวมถึงความมั่นใจในการใช้ชีวิต และคุณภาพชีวิต ไม่เพียงเท่านั้นโรคนี้ยังส่งผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมแก่ครอบครัวผู้ป่วยอีกด้วย  

นพ.กันย์ พงษ์สามารถ กล่าวแนะนำให้ผู้ปกครองควรสังเกตลูกว่ามีอาการของผิวหนังอักเสบ ได้แก่ แห้ง แดง คัน โดยอาการคันจะเด่น ผู้ป่วยโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังจะมีอาการคันยุบ ๆ ยิบ ๆ จนไม่สามารถนั่งอยู่นิ่ง ๆ ได้ ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้บริเวณผิวหน้า แขน ขา ข้อพับ ซอกคอ มือ เท้า รอบใบหู หรือศรีษะ ในรายที่มีอาการรุนแรงก็จะมีผื่นขึ้นได้ทั้งตัว มีน้ำเหลืองเยิ้มตามผิวหนัง และผู้ป่วยบางรายอาจมีโรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจร่วมด้วย โดยผู้ปกครองควรพาบุตรหลานมาปรึกษาแพทย์ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อจะได้วางแผนการรักษาได้อย่างถูกต้อง เพราะหากปล่อยทิ้งไว้อาจส่งผลให้มีอาการรุนแรงขึ้นในระยะยาว

ปัจจุบันยังไม่สามารถระบุถึงสาเหตุของการเกิดโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังได้อย่างชัดเจน แต่เชื่อว่าอาจเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน อาทิ

·    ปัจจัยทางพันธุกรรม ซึ่งเป็นปัจจัยภายในของผู้ป่วยที่เกิดความผิดปกติของผิวหนังร่วมกับการมีความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ในกรณีที่บิดาหรือมารดาคนใดคนหนึ่งมีประวัติเป็นโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง บุตรก็มีโอกาสเป็นโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง สูงกว่าคนปกติ 2-3 เท่า แต่หากบิดาและมารดาเป็นผู้ป่วยโรคนี้ทั้งคู่ บุตรก็มีโอกาสเป็นสูงกว่าคนปกติ ถึง 3-5 เท่า

·    ปัจจัยจากสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นปัจจัยกระตุ้นให้อาการกำเริบ โดยผู้ป่วยแต่ละรายจะมีปัจจัยกระตุ้นที่แตกต่างกันไป ปัจจัยกระตุ้นที่พบได้บ่อย เช่น ภาวะอากาศร้อนจัดหรือหนาวจัด การติดเชื้อที่ผิวหนัง การแพ้สารเคมีบางชนิด การใส่เสื้อผ้าที่ระคายเคือง หรือสัมผัสสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังไม่มีวิธีการรักษาโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังให้หายขาดได้ โดยแนวทางการรักษาที่ผ่านมาจึงเป็นเพียงการรักษาผิวหนังที่อักเสบให้กลับมาเป็นผิวหนังที่ปกติ และป้องกันการกำเริบซ้ำของผื่น โดยแพทย์จะใช้วิธีบรรเทาโรคตามอาการที่เกิดขึ้น อาทิ ใช้ครีมมอยเจอไรเซอร์เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและลดอาการคัน หรือในกลุ่มที่มีอาการมากขึ้น ก็ต้องใช้ยาทาสเตียรอยด์เพื่อลดการอักเสบของผิวหนัง หรือบางรายที่มีบริเวณผื่นคันหลายตำแหน่งเป็นวงกว้างก็อาจต้องใช้ยากดภูมิคุ้มกันร่วมด้วย ซึ่งในกลุ่มยาทาสเตียรอยด์ และยากดภูมิคุ้มกัน ก็จะมีข้อจำกัดเพราะหากมีการใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน ย่อมส่งผลข้างเคียง อาจกระทบต่อภาวะการเจริญเติบโตของเด็ก

นพ.กันย์ พงษ์สามารถ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า “ด้วยเทคโนโลยีความก้าวหน้าทางการแพทย์ ทำให้ปัจจุบันมีนวัตกรรมการรักษาแบบใหม่ อาทิ การใช้ยากลุ่มชีวภาพ ซึ่งเป็นทางเลือกหนึ่งของการรักษาผู้ป่วยโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง ที่นับว่ามีประสิทธิภาพมาก โดยนวัตกรรมรูปแบบใหม่นี้ได้ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้รักษาโรคในกลุ่มภูมิแพ้ชนิดเดียวกับโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังอักเสบนี้โดยเฉพาะ ซึ่งสิ่งสำคัญคือวิธีนี้สามารถยังช่วยลดการใช้สเตียรอยด์รวมถึงลดการใช้ยากดภูมิคุ้มกันในผู้ป่วยกลุ่มหนึ่งที่ควบคุมโรคไม่ได้ โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่จะสามารถกลับมามีอาการที่ดีขึ้นและกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติหากได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง”

แต่ด้วยทุกวันนี้ ประเทศไทยยังมีข้อจำกัดในเรื่องสิทธิของผู้ป่วยในการเข้าถึงการรักษาอย่างยั่งยืน ทั้งในด้านระบบสาธารณสุขที่ไม่มีความสัมพันธ์หรือเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะเมื่อมีการเปลี่ยนสถานพยาบาล รวมถึงยังมีสิทธิการรักษาต่าง ๆ หลายประเภท อาทิ สวัสดิการของรัฐ บัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า บัตรประกันสังคม เป็นต้น ซึ่งก็ยังไม่สามารถครอบคลุมการเข้าถึงการรักษาโรคได้อย่างที่ควรจะเป็นทั้งหมด ทำให้ผู้ป่วยที่จำเป็นต้องใช้ยาบางรายการเกิดภาระค่าใช้จ่าย ส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจของครอบครัวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่ผ่านมาบัตรสุขภาพในแต่ละประเภทยังมีมาตรฐานการเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่แตกต่างกัน อีกทั้งยังมีมาตรฐานที่แตกต่างกัน ทำให้เกิดปัญหาเวลาที่ผู้ป่วยจำเป็นต้องเปลี่ยนสิทธิ เช่น หากบุตรมีพ่อหรือแม่รับราชการหรือทำงานรัฐวิสาหกิจก็จะได้รับสวัสดิการของรัฐไปด้วยจนถึงอายุ 20 ปี แต่หลังจากนั้นจะถือว่าพ้นสิทธิการรักษาของสวัสดิการของรัฐ  ไม่สามารถเบิกค่าใช้จ่ายต่อไปได้ โดยตามระบบก็จะถูกเปลี่ยนไปให้ใช้สิทธิบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า

ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเด็กเหล่านี้สำเร็จการศึกษา หลายๆ คนก็จะถูกเปลี่ยนสิทธิเป็นประกันสังคม และมักจำเป็นต้องเปลี่ยนสถานพยาบาล และเปลี่ยนแพทย์ผู้รักษาอีกครั้ง เรื่องนี้กลายเป็นปัญหาไม่เพียงเฉพาะกับผู้ป่วยโรคผื่นผิวหนังอักเสบชนิดนี้ แต่ยังเกิดกับผู้ป่วยโรคเรื้อรังอื่นๆ มากมายที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาต่อเนื่อง ทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากจำต้องยุติการรักษา เนื่องจากภาระค่าใช้จ่าย เป็นต้น ซึ่งในแง่ของสิทธิมนุษยชนในหมวดสุขภาพของสหประชาชาติแล้ว สิทธิประโยชน์ในการรักษาพยาบาลของประชาชนทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเด็กและเยาวชน ควรจะได้รับสิทธิในการเข้าถึงและดูแลรักษาด้านสุขภาพในมาตรฐานเดียวกันอย่างเท่าเทียมกัน ในส่วนนี้ยังถือเป็นความท้าทายของระบบสาธารณสุขของไทยอย่างมาก จึงอยากวิงวอนให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องพิจารณาในระดับนโยบายด้านสุขภาพของประชาชนอย่างยั่งยืนภายใต้มาตรฐานเดียวกัน เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างถ้วนหน้า