4 สาวหุ่นสวยชวนฟิตร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันยุคโควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/661366

วันที่ 24 ส.ค. 2564 เวลา 12:45 น.4 สาวหุ่นสวยชวนฟิตร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันยุคโควิด-19ไม่ว่าจะล็อกดาวน์กี่ครั้ง ร่างกายก็ยังคงต้องสตรอง!!! STAGE Find The Real U ชวนออกกำลังกายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์หลากหลายรูปแบบ ตอบโจทย์ชีวิตในยุค New Normal

แม้ว่าความร้ายแรงของวิกฤตโควิดจะส่งผลกระทบให้เมืองไทยต้องถูกล็อกดาวน์ไปอีกกี่ครั้ง กักตัวยาวๆ ไปอีกกี่หน แต่จงอย่าปล่อยให้สุขภาพต้องล็อกดาวน์ไปพร้อมกับวิถีชีวิตของคุณ ลุกขึ้นมาออกกำลังกายเพื่อกระตุ้นเสริมภูมิคุ้มกันในยุคโควิด! ซึ่งการออกกำลังกายถึงแม้เป็นเรื่องง่าย แต่จริงๆ แล้วหากออกกำลังกายเล่นผิดท่าเพียงไม่กี่องศา ก็อาจส่งผลให้กล้ามเนื้อและกระดูกบาดเจ็บได้ มากไปกว่านั้น เมื่อเกิดความเจ็บป่วย การไปโรงพยาบาลในช่วงวิกฤตโควิดก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเพียงแค่คุณก้าวขาออกจากบ้าน เชื้อโรคมากมายมีอยู่เต็มไปหมด เพียงประมาทแค่เสี้ยววินาที ความเสี่ยงของการติดเชื้อโควิดเกิดขึ้นได้ในทุกเวลา จึงจำเป็นต้องพยายามดูแลตัวเองในช่วงเวลานี้ให้ดีที่สุด เพื่อไม่ให้เจ็บป่วย และให้ร่างกายแข็งแรงให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะนั่นเป็นสิ่งเดียวที่คุณจะช่วยตัวคุณเองได้ด้วยสองมือของคุณเอง ดังนั้นก่อนเริ่มออกกำลังกายจึงควรศึกษาหาข้อมูลรูปแบบการออกกำลังกาย ท่าบริหารต่างๆ ที่เหมาะสมกับช่วงวัยและรูปร่าง

ด้วยไลฟ์สไตล์ยุคโควิดที่ไม่สามารถให้คุณทำอะไรในชีวิตประจำวันได้เหมือนโลกในยุคเมื่อก่อน เพราะโควิดสกัดไปทุกทาง กระทบทุกอาชีพ ทุกหย่อมหญ้า หลายธุรกิจต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอด เกิดความกดดัน ความเครียด ทำให้ทุกคนลุกขึ้นมาปรับเปลี่ยนชีวิตและค้นพบแล้วว่า “การไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ” ผู้คนในยุคนี้ตระหนักและตื่นตัวพร้อมให้ความสำคัญกับร่างกายที่แข็งแรงทำให้ไลฟ์สไตล์ผู้คนส่วนใหญ่หันมาออกกำลังกายกันเยอะขึ้นมากนอกจากนี้ยังใส่ใจสุขภาพไปถึงเรื่องการกินและการใช้ชีวิตเพื่อเร่งเสริมภูมิทั้งภายในและภายนอกพักผ่อนให้เพียงพอตากแดดยามเช้าเพื่อรับวิตามินดีช่วยทำให้กระดูกแข็งแรงทานอาหารที่มีประโยชน์โชคดีที่ประเทศไทยมีอาหารไทยพื้นบ้านที่เต็มไปด้วยผักสมุนไพรไทยมากมายอาทิเช่นใบกะเพรากระชายกระเทียมขิงข่าตะไคร้ใบมะกรูดและที่สำคัญต้องไม่ประมาทการ์ดห้ามตกสวมหน้ากากอนามัยหมั่นล้างมือพกเจลแอลกอฮอล์เว้นระยะห่างงดออกจากบ้านโดยไม่จำเป็นไม่ใช้ของร่วมกับผู้อื่นทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่เสมอ

“การออกกำลังกายไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป คุณสามารถมีสุขภาพที่แข็งแรงควบคู่ไปกับการสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายได้ด้วยตัวคุณเอง และวันนี้ STAGE ขอเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมภูมิคุ้มกันจากการออกกำลังกาย เพราะชั่วโมงนี้สุขภาพต้องมาก่อน ขอให้ทุกคนมีใจเข้มแข็งไปพร้อมกับร่างกายที่แข็งแรงของคุณ อดทนและมีความหวังว่าพรุ่งนี้จะต้องดีขึ้น แล้วเราจะผ่านมันไปได้ด้วยกันครับ” คุณสุทัศน์ วงศ์สุขศิริ กรรมการผู้จัดการ / ผู้ร่วมก่อตั้ง STAGE Find The Real U ผู้บริหารรุ่นใหม่ไฟแรง กล่าว

STAGE Find The Real U ฟิตเนสระดับพรีเมี่ยม ศูนย์รวมแหล่งออกกำลังกายครบวงจร ใจกลางเมืองย่านเลียบทางด่วนรามอินทรา ซึ่งเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากสถานการณ์ดังกล่าว เนื่องจากมีข้อจำกัดในการเข้ามาใช้บริการฟิตเนส โดยคุณสุทัศน์  วงศ์สุขศิริ (กรรมการผู้จัดการ / ผู้ร่วมก่อตั้ง STAGE Find The Real U นักไตรกีฬา /นักวิ่ง Trail และ Ironman หลายสนามทั้งในและต่างประเทศ) ได้ตระหนักและมีความเข้าใจในคนที่รักสุขภาพ ชื่นชอบการออกกำลังกาย เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงให้ร่างกายอยู่เสมอ ณ วันนี้ STAGE Find The Real U แหล่งศูนย์รวมการออกกำลังกายแบบออฟไลฟ์ครบวงจร ได้ต่อยอดไปสู่การให้บริการ STAGE Connects ออกกำลังกายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ในรูปแบบมากมายที่ตอบโจทย์สำหรับคนในยุคโควิด เพียงแค่คุณมีโทรศัพท์มือถือ โน๊ตบุ๊ค ไอแพด และสัญญาณอินเตอร์เน็ต    ก็สามารถออกกำลังกายและ Fit Anywhere ได้ทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นที่ระเบียง สนามหญ้า ห้องรับแขก ห้องนอน และทุกพื้นที่ในบ้านของคุณ มากไปกว่านั้น นอกจากการออกกำลังกาย แบบ 1 on 1 online กับเทรนเนอร์ คุณยังสามารถออกกำลังกายไปพร้อมกับครอบครัวที่บ้าน หรือแม้กระทั่งออกกำลังกายไปพร้อมกับเพื่อนฝูงที่ผ่าน VDO Call เข้ามาพร้อมๆ กัน เพิ่มบรรยากาศที่สนุกสนาน ผ่อนคลายความเครียด ดังนั้นการออกกำลังกายออนไลน์จึงถือได้ว่าเป็นรูปแบบการกำลังกายที่ชาญฉลาด เพราะนอกจากจะช่วยเสริมภูมิคุ้มกันร่างกายให้แข็งแรงแล้ว ยังตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในยุคโควิดอย่างแท้จริง ทำให้ช่วงกักตัวอยู่บ้านยาวๆ คุณยังได้มีรูปร่างที่ดีขึ้นควบคู่ไปด้วย

เหล่านักกีฬาคนดังต่างชื่นชอบการออกกำลังกาย เพราะให้ประโยชน์และตอบโจทย์ชีวิตในยุค New Normal

คุณอาย – ศรสวรรค์ ภู่วิจิตร (อดีตนักกีฬาว่ายน้ำทีมชาติไทยและ ผู้ประกาศข่าวช่องHD) , IG : sornsawan _ch7hd , FB : Sornsawan Phuvichit 

“If it doesn’t challenge you It doesn’t change you. เพราะชีวิต อาย ขาดการออกกำลังกายไม่ได้จริงๆ ต้อง work out (แทบ) ทุกวัน ไม่มากก็น้อย เป็นแบบนี้มานานแล้ว เรียกว่าเสพติด ก็ไม่ผิดนัก ไม่ว่าจะวิ่ง, ว่ายน้ำ , weight training, cardio , body weight สลับสับเปลี่ยนกันไป จะได้ไม่เบื่อ ส่วนตัวอาย ถ้าการออกกำลังหรือเล่นกีฬาโดย “ไร้เป้าหมาย” เหมือนชีวิตขาดรสชาติ ต้องมี personal goal setting หรือมีใคร challenge เพื่อให้เกิดแรงผลัดดันการออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาก็จะสนุกและมีเป้าหมายทุกครั้งที่เทรน

แต่ด้วยข้อจำกัดในยุคโควิด ทำให้การออกกำลังกาย หรือเล่นกีฬาต้อง “ย่อส่วน” ทั้งเป้าหมาย และรูปแบบการออกกำลังกาย ทางเลือกใน “การเทรนออนไลน์” ก็มา! ดีที่อาย เป็นสมาชิก stage find the real u ที่เข้าใจสมาชิก จัดโปรแกรมเทรนออนไลน์ กับ trainer มืออาชีพ ที่ช่วยวางโปรแกรมในการออกกำลังกายแต่ละวัน ให้เป็นไปตาม goal ที่ของเรา การเทรนแต่ละครั้งจะสนุก เหนื่อย แถมได้ฟอร์มที่ถูกต้อง สวยงาม ถือเป็นข้อดีในการฝึกกับเทรนเนอร์ ที่มีประสบการณ์ เพราะปกติ เทรนเอง ยกผิด ยกถูก บาดเจ็บก็บ่อย การเทรนออนไลน์ สำหรับอาย จึงตอบโจทย์การออกกำลังกาย ในยุค normal เป็นอย่างดี”

คุณเอ – มธุรดา (คุโณปการ) วงศ์ไวโรจน์  (อดีตนักกีฬาว่ายน้ำทีมชาติไทยชุดเอเชี่ยนเกมส์ครั้งที่ 11 และซีเกมส์ 2 สมัย / อดีตพิธีกรโทรทัศน์และ DJ 104.5 FAT radio / เจ้าของแบรนด์ชุดแต่งงาน BRIDESMAIDTHAILAND http://www.bridesmaidthailand.com ) , IG : a_maturada , FB : Maturada wongwairoj

“จริงๆ สำหรับแต่ละคนที่มีสภาพร่างกาย เป้าหมายและข้อจำกัดที่แตกต่างกัน การออกกำลังกาย ควรทำให้ง่าย คล่องตัว และสนุกตามจริตของแต่ละคน ยิ่งพอมีสถานการณ์ตอนนี้ที่มีปัจจัยข้อจำกัดเพิ่มในเรื่องสถานที่เข้ามาอีก การออกกำลังกายออนไลน์ เรียกได้ว่าตอบทุกโจทย์อย่างแท้จริง เพราะสามารถออกได้ทุกที่ ได้ทุกเวลา ได้ทุกขณะที่พร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ เว้นระยะห่างได้เท่าที่ต้องการ สะดวก ปลอดภัย ไร้กังวล เรียกว่า ฟิตแอนด์เฟิร์มได้อย่างอิสระเสรีค่ะ”

คุณพิณ – กรพินธุ์ กฤษณาวารินทร์ (pilates instructor @ stage find the real you / เจ้าของร้าน :stage cafe / รับอ่านสปอตโฆษณาทีวี วิทยุ Presentation, Voice Over ทุกประเภท / นักไตรกีฬา /นักร้อง / นักแสดง ) , IG :pinsocute , FB : korrapin puangpo 

“การมีวินัยในการออกกำลังกายไม่ได้มีประโยชน์แค่ช่วยให้เราสุขภาพดี แต่ยังฝึกให้เราชนะใจตัวเองในทุกๆ วัน ชีวิตประจำวันของพิณในแต่ละวันเรียกได้ว่าอยู่กับการออกกำลังกายตลอด เหมือนมันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปแล้วค่ะ พิณสนุกกับการเล่นกีฬาหลากหลาย เล่นไตรกีฬามาหลายปี ซึ่งเช้ามาก็จะต้องเอาละ ตั้งนาฬิกาปลุกตั้งแต่ไก่ยังไม่ขัน ตื่นมาซ้อมวิ่ง  หลายครั้งก็คิดนะง่วงก็ง่วงเหนื่อยๆก็เหนื่อยทำไมไม่นอนตื่นสายๆสบายๆแต่หลังจากซ้อมเสร็จจะรู้สึกดีฟินมากจะขอบคุณตัวเองทุกครั้งที่เอาชนะใจตัวเองตื่นมาออกกำลังได้ส่วนช่วงเย็นบางวันก็จะซ้อมว่ายน้ำหรือปั่นจักรยานหรือพิลาทิส

แต่พอมีวิกฤตทีนี้จบเลยกิจกรรมกลางแจ้งต่างๆ วิ่งข้างนอกไม่ไปแล้ว ว่ายน้ำก็สระปิด สรุปตอนนี้เหลือแต่ปั่นจักรยาน ปั่นที่บ้านวนไป แล้วก็เล่นพิลาทิสบ้างบางวัน โชคดีที่ Stage มี 1 on 1 Personalized training program ที่เทรนเนอร์จะช่วยวางแผนการออกกำลังกายส่วนตัวให้ ลักษณะการtrain ก็จะมี2แบบคือ Virtual VDO แล้วก็แบบ VDO call ทำให้เราไม่ต้องเดินทางออกไปนอกบ้านก็ออกกำลังได้ เหมือนได้เทรนกับเทรนเนอร์ตัวเป็นๆที่ฟิตเนสเลย เพียงแค่ คุยกันผ่านจอ แม้ว่าที่บ้านจะไม่ค่อยมีอุปกรณ์    ฟิตเนสอะไรใดๆ มีแค่ดัมเบล ก็ไม่มีปัญหาค่ะ เทรนเนอร์จัดโปรแกรมให้เราฝึกได้หมดเอาเท่าที่เรามี 

ทุกวันนี้โลกมันเปลี่ยน การออกกำลังของเราก็ต้องปรับตาม พิณว่าการออกกำลังกายมันเหมือนการหยอดกระปุก ที่ค่อยๆสะสมไปเรื่อยๆ สร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อของเราเรื่อยๆ เมื่ออายุเรามากขึ้นเราก็จะได้ประโยชน์จากร่างกายที่แข็งแรงนี้ไปอีกนาน”

คุณแพรว – ภาพตะวัน คงสมแสวง (Beauty Blogger / นักวิ่ง / นักไตรกีฬารุ่นใหม่) , Blog: phaptawan.com , FB : phaptawanpage , IG : preauphaptawan , Youtube : Phaptawan

“โควิดทำให้ชีวิตเราสะดุดในหลายๆเรื่องค่ะ การออกกำลังกายก็ทำเหมือนแต่ก่อนไม่ได้ จะไปยิม จะไปสระว่ายน้ำก็ไม่ได้ แต่ว่าเราต้องรักษาร่ายกายให้แข็งแรง รักษา performance เพราะว่าเราไม่อยากให้ที่ออกมาเสียเปล่าแล้วก็ไม่รู้ว่าจะมีแข่งครั้งหน้าอีกเมื่อไรก็อยากจะให้ร่างกายพร้อมอยู่เสมอค่ะ การเทรนออนไลน์ช่วยแพรวได้มากเลยในวันที่เราไปไหนไม่ได้ ต้องอยู่บ้านตลอดเพราะว่าอย่างเราพอจะออกกำลังกายเป็นอยู่แล้วก็มีผู้เชี่ยวชาญมาวางโปรแกรมการออกกำลังกายให้ตรงกับเป้าหมายของเราค่ะ ถึงจะต้องอยู่บ้านหยุดเชื้อไปไหนไม่ได้แต่เรื่องออกกำลังกายเราก็ไม่อยู่กับที่ค่ะ เราต้องพัฒนากันต่อไป”

สำหรับคนที่อยากดูแลสุขภาพฟิตร่างกายให้พร้อมรับทุกสถานการณ์ STAGE Find The Real U มีแพ็กเกจที่ตอบโจทย์หลากหลายความชอบทุกไลฟ์สไตล์ สามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ STAGE Find The Real U สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 003 5445 Line : @stagefindtherealu

โรคปอดอักเสบ ภัยเงียบที่หลีกเลี่ยงได้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/661288

วันที่ 23 ส.ค. 2564 เวลา 12:50 น.โรคปอดอักเสบ ภัยเงียบที่หลีกเลี่ยงได้รู้หรือไม่ โรคปอดอักเสบเกิดขึ้นได้กับคนทุกวัย แต่โรคปอดอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อนั้นมีความอันตรายต่อเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภาวะภูมิต้านทานต่ำ เนื่องจากบางครั้งหากติดเชื้ออาจรุนแรงอาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้

ในช่วงเริ่มเข้าสู่ปลายปีที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยเช่นนี้ หลายต่อหลายครั้งที่เราเคยได้ยินว่าผู้ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่มักมีอาการปอดบวมแทรกซ้อนตามมา ทำให้แทนที่จะหายจากโรคหวัดกลับต้องรักษาตัวจากปอดบวมต่อเนื่องไปอีกพักใหญ่ ในกรณีนี้หลายคนอาจสงสัยว่าแล้วปอดบวมนั้นแท้จริงเกิดขึ้นได้อย่างไร ถ้าเป็นแล้วจะอันตรายหรือไม่ และใครบ้างที่เสี่ยงต่อปอดบวม

ข้อมูลโดย นายแพทย์เดช จงนรังสิน แผนกผู้ป่วยวิกฤต โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อธิบายว่า จริง ๆ แล้วอาการอักเสบของเนื้อปอดที่เรียกว่าปอดบวมหรือโรคปอดอักเสบ (pneumonitis) นั้น เกิดได้จาก 2 สาเหตุ คือ จากการติดเชื้อหรือที่เรียกว่า pneumonia ซึ่งพบได้บ่อยที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย และเชื้อรา จนทำให้เกิดการอักเสบของถุงลมปอดและเนื้อเยื่อโดยรอบ และปอดอักเสบที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ เช่น การหายใจเอาฝุ่น ควัน หรือสารเคมีที่ระเหยได้ที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อระบบหายใจ ก็อาจทำให้เกิดภาวะปอดบวมได้เช่นเดียวกัน โดยทั่วไปโรคปอดอักเสบสามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกวัยแต่โรคปอดอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อนั้นมีความอันตรายต่อเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภาวะภูมิต้านทานต่ำ เนื่องจากบางครั้งหากติดเชื้ออาจรุนแรงอาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้

ทีนี้มาดูกันว่าปัจจัยเสี่ยงของโรคปอดอักเสบนั้นสามารถเกิดขึ้นกับใครได้บ้างตามสถิติแล้วโรคปอดอักเสบสามารถเกิดได้กับคนทุกเพศทุกวัยแต่ในกรณีของปอดอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อมักพบบ่อยในเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 2 ขวบและผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป นอกจากนี้ยังสามารถพบได้ในผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล โดยเฉพาะในแผนกผู้ป่วยหนัก (ICU) ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคหอบหืด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง และโรคหัวใจ รวมถึงผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ผู้ติดเชื้อ HIV, ผู้ป่วยโรคเอดส์, ผู้ที่ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะผู้ป่วยมะเร็งระหว่างการให้เคมีบำบัด หรือได้รับยากดภูมิคุ้มกันเป็นเวลานาน ส่วนผู้ที่สูบบุหรี่ก็ถือว่าเป็นคนที่มีความเสี่ยงเช่นกัน

สาเหตุต่าง ๆ ของการติดเชื้อเกิดขึ้นได้ทั้งจากการไอ จาม หรือหายใจรดกัน ซึ่งเป็นการหายใจเอาเชื้อที่อยู่ในอากาศในรูปละอองฝอยขนาดเล็กเข้าสู่ปอดโดยตรง ตลอดจนการสำลักเชื้อที่สะสมอยู่บริเวณทางเดินหายใจส่วนบนลงสู่ปอด เช่น สำลักน้ำลาย อาหาร หรือสารคัดหลั่งในทางเดินอาหาร นอกจากนี้หากผู้ป่วยมีอาการติดเชื้อที่อวัยวะส่วนอื่นมาก่อนอาจเกิดภาวะการแพร่กระจายของเชื้อตามกระแสโลหิตจนลุกลามไปสู่ปอดและอวัยวะข้างเคียงได้

ข้อสังเกตง่าย ๆ สำหรับผู้ที่มีอาการของปอดติดเชื้อคือไอมีเสมหะ เจ็บหน้าอกขณะหายใจหรือไอ หายใจเร็ว หายใจหอบ หายใจลำบาก มีไข้ เหงื่อออก หนาวสั่นคลื่นไส้ อาเจียน หรือท้องเสียอ่อนเพลียหากเกิดในผู้สูงอายุอาจมีอาการซึม ความรู้สึกสับสน อุณหภูมิร่างกายต่ำกว่าปกติ ส่วนเด็กเล็กอาจมีอาการท้องอืด อาเจียน ซึม ไม่ดูดนมหรือน้ำซึ่งระดับความรุนแรงของอาการอาจแตกต่างกันไปในผู้ป่วยแต่ละรายขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อโรคที่ทำให้เกิดการติดเชื้อ อายุและสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย

อย่างไรก็ตาม หากสำรวจดูแล้วว่าสิ่งที่เป็นมีอาการเบื้องต้นของปอดอักเสบควรไปพบแพทย์ทันทีเบื้องต้นแพทย์จะวินิจฉัยโรคปอดอักเสบโดยใช้การซักประวัติร่วมกับการตรวจร่างกาย เช่น ฟังเสียงปอด และเอกซเรย์ปอด นอกจากนี้ ยังมีการตรวจเพิ่มเติมทางห้องปฏิบัติการเพื่อยืนยันการวินิจฉัยโรคและแยกเชื้อที่เป็นสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจนับเม็ดเลือดขาวในเลือด เพื่อดูว่ามีการติดเชื้อหรือไม่ ขั้นต่อมาคือการตรวจวัดออกซิเจนในเลือด เพื่อดูประสิทธิภาพของปอดในการลำเลียงออกซิเจนเข้าสู่กระแสเลือดว่าลดลงหรือไม่และสุดท้ายคือการตรวจและเพาะเชื้อจากเสมหะและเลือด เพื่อหาชนิดของเชื้อที่เป็นสาเหตุของโรคจากนั้นจึงจะรักษาการติดเชื้อร่วมกับการป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นควบคู่กันไป

ดังที่กล่าวตั้งแต่แรกว่าโรคปอดอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้ออาจนั้นอาจมีความรุนแรงจนนำไปสู่การเสียชีวิตได้การป้องกันโรคจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ในปัจจุบันกลุ่มเสี่ยงทั้งเด็กเล็กผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป และผู้ที่มีภาวะภูมิต้านทานต่ำหรือมีโรคประจำตัวบางอย่างสามารถฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ (Flu vaccine) และวัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบ (Pneumococcal vaccine) สำหรับป้องกันการติดเชื้อ Streptococcus pneumonia หรือที่เรียกกันว่าเชื้อนิวโมคอคคัส เพื่อลดอัตราการเกิดโรคปอดอักเสบจากการติดเชื้อได้เช่นกัน

สุดท้ายนี้ เรามีข้อแนะนำการปฏิบัติตัวง่าย ๆ เพื่ออยู่ให้ห่างไกลจากการเกิดโรคปอดอักเสบเริ่มจากการไม่สูบบุหรี่ เนื่องจากบุหรี่จะไปทำลายกระบวนการป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจตามธรรมชาติของปอดข้อถัดมาต้องดูแลสุขอนามัยส่วนตัว เช่น หมั่นล้างมือเป็นประจำ และหลีกเลี่ยงการไปอยู่ในที่ที่มีผู้คนหนาแน่นหลีกเลี่ยงควันบุหรี่ ควันไฟ ควันจากท่อไอเสียรถยนต์ หรืออากาศที่หนาวเย็นเมื่อเป็นหวัด หรือไข้หวัดใหญ่อย่าปล่อยทิ้งไว้ ควรรักษาให้หายขาดแต่เนิ่น ๆ นอกจากนี้ ยังควรสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรงด้วยการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

ลดน้ำหนักด้วยไข่ต้ม เทคนิคง่ายๆ จากผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/661273

วันที่ 23 ส.ค. 2564 เวลา 10:40 น.ลดน้ำหนักด้วยไข่ต้ม เทคนิคง่ายๆ จากผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการข้อมูลโดย ดร.อลิสา นานา ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ วิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา ม.มหิดล

หากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่กำลังมองหาอาหารสุขภาพที่ช่วยในการลดน้ำหนักอยู่ ไข่ต้มถือได้ว่าเป็นทางเลือกที่ดีมาก เพราะมีโปรตีนคุณภาพดี มีกรดอะมิโนที่ชื่อ “ลิวซีน” ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ

นอกจากนี้ การกินไข่ต้มยังช่วยให้อิ่มท้องนานอีกด้วย แต่การเลือกกินไข่เพื่อลดน้ำหนักนั้น เราต้องกินให้ถูกต้องและเหมาะสม มาดูกันว่า กินอย่างไรร่างกายถึงจะได้รับปริมาณแคลอรีที่พอดี และห่างไกลโรคคอเลสเตอรอลสูง

เมนูไข่แต่ละชนิด ให้พลังงานต่างกันแค่ไหน?

การเลือกเมนูไข่สำหรับการลดน้ำหนักเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะการปรุงอาหารจากไข่ 1 ฟอง ด้วยวิธีการที่ต่างกัน พลังงานที่ได้จากเมนูนั้นๆ อาจเปลี่ยนจากไม่ถึง 100 แคลอรีกลายเป็นหลายร้อยแคลอรีเลยก็เป็นได้

• ไข่เจียว 1 ฟอง พลังงาน 250 กิโลแคลอรี

• ไข่พะโล้ 1 ฟอง +  เครื่อง พลังงาน 460 กิโลแคลอรี

• ไข่ลูกเขย 1 ฟอง + น้ำราด พลังงาน 360 กิโลแคลอรี

• ไข่ดาว 1 ฟอง พลังงาน 160 กิโลแคลอรี

• ไข่ม้วน 100 กรัม พลังงาน 150 กิโลแคลอรี

• ไข่ตุ๋น 1 ถ้วยเล็ก พลังงาน 130 กิโลแคลอรี

• ไข่ต้ม 1 ฟอง พลังงาน 70 กิโลแคลอรี

• ไข่ลวก 1 ฟอง พลังงาน 70 กิโลแคลอรี

ไข่แต่ละประเภท ให้พลังงานต่างกันเท่าไร?

แม้ว่าไข่จะเป็นอาหารแนะนำสำหรับคนลดน้ำหนักแต่การเลือกกินไข่ที่ให้พลังงานน้อยที่สุดเป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับที่ช่วยให้การลดน้ำหนักเกิดประสิทธิภาพมากที่สุดซึ่งไข่ที่ให้พลังงานน้อยที่สุดคือไข่ไก่

• ไข่ไก่ 100 กรัม (2 ฟอง) พลังงาน 150 กิโลแคลอรี

• ไข่เป็ด 100 กรัม (2 ฟอง) พลังงาน 190 กิโลแคลอรี เนื่องจากไข่เป็ดมีปริมาณไข่แดงที่เยอะกว่า

• ไข่นกกระทา 100 กรัม (6 ฟอง) พลังงาน 160-170 กิโลแคลอรี ถึงแม้จะฟองเล็กมาก แต่กลับให้พลังงานสูง เพราะการกินไข่หลายฟองทำให้ปริมาณไข่แดงเพิ่มมากขึ้น

อยากให้น้ำหนักลดเร็วๆ กินไข่ต้มทุกมื้อได้หรือไม่

การกินไข่ถึงจะมีข้อดี แต่หากกินในปริมาณที่มากเกินไป คือเกิน 1 ฟอง/วัน จะทำให้ร่างกายขาดสารอาหารและเสี่ยงต่อคอเลสเตอรอลในเลือดสูงได้

ตัวอย่างเมนูลดน้ำหนักใน 1 วัน

มื้อเช้า

• ไข่ต้ม 1 ฟอง พลังงาน 70 กิโลแคลอรี

• กล้วยหอม 1 ผล พลังงาน 110 กิโลแคลอรี

มื้อกลางวัน

• อกไก่ย่าง 1 ชิ้น พลังงาน 220 กิโลแคลอรี

• สลัดผัก + น้ำสลัด พลังงาน 150 กิโลแคลอรี

มื้อเย็น

• น้ำพริกปลาทู ผักลวก ผักสด 1 จาน พลังงาน 110 กิโลแคลอรี

• ข้าว 2 ทัพพี พลังงาน 160 กิโลแคลอรี

อย่างไรก็ตาม ยังมีอาหารประเภทโปรตีนที่กินแทนไข่ได้ เช่น เนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อปลา นม เต้าหู้ กรีกโยเกิร์ต ถั่ว

ถึงการลดน้ำหนักอาจไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับบางคน แต่การลดน้ำหนักให้ได้ผลในระยะยาวอย่างมีประสิทธิภาพเป็นเรื่องของการสร้างสมดุลระหว่างการทานอาหารอย่างถูกต้อง และการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ใครที่กำลังลดน้ำหนักอยู่ ลองให้โควตาตัวเองด้วยไข่ต้มวันละฟอง ไม่แน่คุณอาจเห็นผลลัพธ์ของน้ำหนักที่ลดลงด้วยอาหารมื้อง่าย ๆ แบบนี้

รูทวารตีบ ภาวะแทรกซ้อนจากการรักษาริดสีดวงทวารผิดวิธี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/661207

วันที่ 22 ส.ค. 2564 เวลา 12:30 น.รูทวารตีบ ภาวะแทรกซ้อนจากการรักษาริดสีดวงทวารผิดวิธี“รูทวารตีบ” ภาวะแทรกซ้อนที่พบได้จากการรักษาโรคริดสีดวงทวารผิดวิธี ทำให้เกิดความทุกข์ทรมานเวลาขับถ่าย ผู้ป่วยที่มีภาวะรูทวารตีบควรได้รับการรักษาจากแพทย์เฉพาะทางอย่างถูกวิธี และยิ่งรู้ตัวเร็ว รักษาไว จะยิ่งทำให้การรักษาไม่มีความซับซ้อน

นายแพทย์วรัญญู จิรามริทธิ์ ศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านลำไส้ใหญ่และทวารหนัก โรงพยาบาลเวชธานี กล่าวว่า กว่า 90 เปอร์เซ็นต์ของคนไข้รูทวารตีบ มีสาเหตุมาจากการรักษาริดสีดวงทวารผิดวิธี ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานยา ทายา หรือฉีดยาที่ไม่เหมาะสม เนื่องจากยาที่ใช้ฉีดจะทำให้เกิดการอักเสบจนเกิดเป็นเนื้อตายและแผลเน่าบริเวณรอบรูทวาร ซึ่งกลไกการซ่อมแซมของแผลโดยธรรมชาติจะทำให้เกิดพังผืด เพราะฉะนั้นยิ่งแผลกินพื้นที่บริเวณกว้างเท่าไหร่ ร่างกายก็ยิ่งสร้างพังผืดมากขึ้นเท่านั้น โดยพังผืดจะค่อย ๆ มากขึ้นจนทำให้รูทวารตีบแคบลงได้ “ ปัจจุบันมีคนไข้จำนวนหนึ่งที่คิดว่าการรักษาริดสีดวงทวารด้วยการแพทย์แผนปัจจุบันเป็นเรื่องที่เข้าถึงยากและน่ากลัว แต่อาจจะลืมนึกไปว่าการรักษาริดสีดวงทวารที่ผิดวิธี นอกจากจะไม่ทำให้โรคเดิมที่เป็นอยู่หายแล้ว ยังทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนตามมาอีกด้วย ได้แก่ เลือดออกบริเวณรูทวาร รูทวารตีบ และการติดเชื้อ โดยเฉพาะภาวะรูทวารตีบ ที่ทำให้เกิดความทุกข์ทรมานเนื่องจากร่างกายมีอาการปวดถ่าย แต่ไม่สามารถขับถ่ายได้ตามปกติ ” นายแพทย์วรัญญูกล่าว

อาการของรูทวารตีบที่พบได้ สังเกตได้จากการรักษาริดสีดวงทวารครั้งที่ผ่านมามีความเจ็บปวดมาก, หลังการรักษาริดสีดวงทวาร มีเนื้อตายหรือแผลรอบรูทวาร, เริ่มทรมานเวลาขับถ่าย ถ่ายเป็นเส้นหรือก้อนเล็กลงเรื่อย ๆ, อาการรุนแรงที่สุดคืออาการถ่ายไม่ออก ซึ่งแตกต่างจากอาการท้องผูกตรงที่มีอาการปวดถ่ายและตุงหน่วงบริเวณทวารร่วมด้วย

วิธีการรักษารูทวารตีบแบ่งเป็น 4 วิธีตามความรุนแรงของอาการ ได้แก่

1. ขยายรูทวารด้วยนิ้ว

2. การกรีดเปิดพังผืด เพื่อให้ถ่ายออกเอง

3. การตัดเย็บซ่อมพังผืด

4. การโยกเนื้อเยื่อบริเวณข้างเคียงมาปิดแผล เพื่อไม่ให้เกิดการสร้างพังผืด

หลังการรักษาภาวะรูทวารตีบ คนไข้สามารถขับถ่ายเป็นปกติได้ทันที โดยจะมีอาการปวดจากการรักษาประมาณ 1 – 2 วันแรก และแผลจะค่อย ๆ หายใน 1 – 2 เดือน โดยในระยะแรกแพทย์จะให้ยาระบายและไฟเบอร์เพื่อให้คนไข้ขับถ่ายทุกวัน ซึ่งหากเข้ารับการรักษาเร็วเท่าไหร่ ยิ่งเป็นผลดีต่อคน

อย่างไรก็ตาม ภาวะรูทวารตีบ ไม่สามารถเกิดขึ้นได้เอง แต่มักเกิดจากการรักษาริดสีดวงทวารที่ผิดวิธี เพราะฉะนั้นหากเกิดโรคริดสีดวงทวาร ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง เพื่อได้รับการรักษาที่ถูกต้องและเหมาะสม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะรูทวารตีบตามมาภายหลัง

5 ประโยชน์ของการวิ่ง เรื่องจริงจากผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การกีฬา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/660988

วันที่ 19 ส.ค. 2564 เวลา 12:45 น.5 ประโยชน์ของการวิ่ง เรื่องจริงจากผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การกีฬาคุณหมอชวนรู้ 5 ประโยชน์ของการวิ่งที่ใครได้อ่านแล้วรับรองว่า…ไม่วิ่งไม่ได้แล้ว!! โดย นพ.กรกฎ พานิช แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การกีฬา และคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านโภชนาการของเฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น

การวิ่งเป็นกีฬายอดฮิตและกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของใครหลายคนไปเรียบร้อย เนื่องจากการวิ่งเป็นกิจกรรมการออกกำลังกายที่ง่ายเเละมีประโยชน์ ทั้งในเรื่องของการประหยัดเวลา ไม่ต้องเน้นอุปกรณ์ อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงของโรคต่างๆ รวมถึงเรื่องของการปรับระดับอารมณ์ให้ดีขึ้นได้อีกด้วย

ซึ่ง 5 ประโยชน์ของการวิ่ ที่ใครได้อ่านแล้วรับรองว่าไม่วิ่งไม่ได้แล้ว โดย นพ.กรกฎ พานิช แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การกีฬา และคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านโภชนาการของเฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น ได้แก่

1. ลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิต และอายุยืนขึ้น

การวิ่งและการเดินอย่างสม่ำเสมอจะส่งผลดีต่อร่างกาย ทำให้ป่วยลดลง โดยเฉพาะกลุ่มโรค NCDs หรือโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูง โรคอ้วน ลงพุง โรคหัวใจและหลอดเลือด (1) และโรคมะเร็ง (2) เป็นต้น รวมถึงมีอายุยืนขึ้น มีงานวิจัยพบว่าการวิ่งเป็นประจำจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้อย่างชัดเจน โดยเปรียบเทียบ ระหว่างผู้ที่วิ่งและไม่วิ่ง พบว่า แม้วิ่งเพียง 50 นาทีต่อสัปดาห์ อย่างสม่ำเสมอ จะมีโอกาสเสียชีวิตต่ำกว่าผู้ที่ไม่วิ่งถึง 30% และมีอายุยืนกว่าผู้ที่ไม่วิ่งถึง 3 ปี (1)

2. กำจัดไขมันสะสม

การวิ่งเป็นประจำช่วยในเรื่องการลดไขมันได้เป็นอย่างดี หากต้องการวิ่งเพื่อลดไขมันสะสม ในแต่ละครั้งไม่จำเป็นต้องวิ่งจนเหนื่อย แต่ควรวิ่งให้รู้สึกสบายๆ ด้วยความเหนื่อยปานกลาง (moderate intensity) หรือวิ่งโซน 2 (ของความหนักของการทำงานของหัวใจ) อย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 30 – 45 นาที จะทำให้ร่างกายสลายไขมันสะสมออกมาใช้เป็นพลังงาน จะช่วยในเรื่องของการลดไขมันสะสมได้เป็นอย่างดี หากวิ่งให้นานขึ้น ก็จะเผาผลาญไขมันออกไปได้มากขึ้น สำหรับผู้ที่มีเวลาไม่มาก สามารถวิ่งโดยใช้ความเร็วและวิ่งให้เหนื่อยพอประมาณสลับกับวิ่งสบายๆ (หนักสลับเบา หรือ โซน 4-5 สลับกับโซน 2) แต่มีข้อควรระวัง ในการวิ่งหนักสลับเบา ร่างกายจะทำงานหนัก และอาจบาดเจ็บ หรือเกิดภาวะหัวใจขาดเลือดได้ ไม่เหมาะกับผู้ที่ไม่ได้วิ่งอย่างสม่ำเสมอ หรือนักวิ่งมือใหม่

3. เพิ่มความแข็งแรงกล้ามเนื้อ

การวิ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแล้ว มวลกล้ามเนื้อที่มากขึ้นยังเป็นแหล่งสะสมพลังงานในรูปไกลโคเจน และใช้น้ำตาลในร่างกายในขณะวิ่ง ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดไม่สูงเกินไป ทั้งผู้สูงอายุ ผู้ป่วยเบาหวาน หรือแม้กระทั่ง คนในวัยทำงานแต่ใช้เวลาทั้งวันในการนั่ง มักจะมีปัญหากล้ามเนื้อลีบเล็ก ไม่แข็งแรงทั้งสิ้น เกิดผลเสียที่ชัดเจน เช่น มีมวลกล้ามเนื้อช่วยเผาผลาญน้ำตาลลดลง อาจส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดก็จะสูงขึ้น เมื่อเทียบกับคนที่มวลกล้ามเนื้อมากกว่า

4. ปรับสภาวะอารมณ์ ลดความเครียด

ความเครียดเป็นหนึ่งในสาเหตุของปัญหาสุขภาพมากมาย อีกทั้งยังทำให้เกิดปัญหาทางด้านอารมณ์ที่ส่ง ผลต่อร่างกาย ทำให้นอนหลับไม่มีคุณภาพ การวิ่งแบบหนักปานกลาง (moderate intensity) ช่วยให้หลับอย่างมีคุณภาพ แม้กระทั่งในผู้สูงอายุ (3)  สำหรับเวลาของแต่ละท่านในการวิ่ง อาจเป็นช่วงที่ท่านสะดวก มีบ้างที่บางท่านอาจวิ่งหนัก หรือ ดึกเกินไปจนทำให้นอนไม่หลับ ก็อาจปรับเวลาไม่ให้ดึก หรืออาจลดความหนักของการวิ่งลง

5. ปรับบุคลิกภาพให้ดีขึ้น

เพราะบุคลิกภาพเป็นเรื่องสำคัญ เมื่อสุขภาพภายในดี ร่างกายแข็งแรง รูปร่างดูสมส่วน สิ่งเหล่านี้จะส่งผลต่อความรู้สึกโดยตรงโดยเฉพาะเรื่องของความมั่นใจและการเข้าสังคม การวิ่งเป็นประจำจะมีการเผาผลาญไขมันสะสม ทั้งในช่องท้องและผิวหนัง หากท่านวิ่งเป็นประจำจนกระทั่งไขมันสะสมที่ผิวหนัง (เซลลูไลท์) ลดลง ผิวหนังสวย เนียนขึ้น ความมั่นใจก็ตามมา

สำหรับคนที่อยากเริ่มต้นการวิ่งเพื่อสร้างสุขภาพที่ดี ช่วงนี้มีแคมเปญงานวิ่งเสมือนจริงที่ยิ่งใหญ่ระดับเอเชียแปซิฟิก Get Moving With Good Nutrition โดยจะมีกิจกรรม Asia Pacific Get Moving With Good Nutrition 2021 Virtual Run ในเดือนตุลาคมนี้ เพื่อส่งเสริมให้ทุกคนออกกำลังกายในรูปแบบใหม่ที่จะได้ทั้งสุขภาพและความสนุกสนานในเวลาเดียวกัน และเพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ในความเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการและพันธกิจที่ต้องการทำให้ผู้คนมีสุขภาพที่ดีขึ้น พบหลากหลายเคล็ดลับดีๆ ได้ที่ เฟซบุ๊ก Herbalife Nutrition และอินสตาแกรม HerbalifeThailand

WFH กับความเสี่ยงของกระดูกสันหลังและต้นคอ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/660683

วันที่ 16 ส.ค. 2564 เวลา 13:30 น.WFH กับความเสี่ยงของกระดูกสันหลังและต้นคอหลังจากเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ หรือโควิด -19 (COVID-19) ระบาดหนัก เราทำงานที่บ้านกันมากขึ้น หลายคนเจออาการออฟฟิศซินโดรมตามมาถึงบ้าน ปวดคอ ปวดหลัง ไหล่ บางคนถึงกับมีอาการหมอนรองกระดูกเสื่อม กระดูกต้นคอเสื่อมกันเลยทีเดียว

นพ.ธีรฉัตต์ ธนะสารสมบูรณ์ ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ โรงพยาบาลนครธน อธิบายว่า หมอนรองกระดูกเสื่อมและกระดูกต้นคอเสื่อม เกิดได้จากหลายสาเหตุ หนึ่งในนั้นคือท่านั่งที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ไม่ว่าจะนั่งหลังค่อม หลังตรงเกินไป ก้มคอมาก ยกแขน เกร็งตัวมากขึ้น หรือการยกของหนักแบบไม่ถูกวิธี ล้วนแต่มีส่วนเพิ่มความเครียดให้กล้ามเนื้อ รวมทั้งทำให้หมอนรองกระดูกสันหลังและข้อต่อต้องรับภาระมากกว่าปกติ หรือทำให้หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทได้

รู้จักหมอนรองกระดูก

หมอนรองกระดูก เป็นเนื้อเยื่อนุ่ม ๆ ที่อยู่ระหว่างกระดูกสันหลังแต่ละข้อ ทำให้กระดูกของเราสามารถขยับไปในทิศต่าง ๆ ได้ ก้มหลังได้ บิดซ้ายบิดขวาได้ แอ่นไปด้านหลังได้ ถ้าหมอนรองกระดูกยังมีสภาพดี เราจะขยับตัวได้อย่างราบรื่น นุ่มนวล

แต่ถ้าหมอนรองกระดูกเสื่อมและเปลือกนอกฉีกขาด จะทำให้เนื้อข้างในของหมอนรองกระดูกที่นุ่ม ๆ หยุ่น ๆ จะปลิ้นออกมาด้านนอก ซึ่งจะทำให้เรารู้สึกปวดหลังมาก ขยับตัวยาก และอาจทำให้ใช้ชีวิตประจำวันหรือช่วยตัวเองลำบาก ยิ่งถ้าแขนขาชาหรืออ่อนแรงยิ่งต้องรีบมาพบแพทย์โดยด่วน

เพราะบ้าน…ไม่ใช่ออฟฟิศ

สำหรับคนส่วนใหญ่ บ้านคือที่พักผ่อน อาจไม่มีโต๊ะ เก้าอี้ที่เหมาะกับการทำงานหรือการใช้คอมพิวเตอร์ บางคนนั่งทำงานที่โต๊ะกินข้าว โต๊ะรับแขก บนพื้น หรือแม้กระทั่งบนเตียง นอกจากนี้ บ้าน คอนโด ที่อยู่อาศัยของหลายคนมีพื้นที่จำกัด ประกอบกับเราไม่ค่อยลุกเดินไปโน่นมานี่ บางคนประชุมออนไลน์วนไปทั้งวัน จึงต้องนั่งอยู่กับที่มากขึ้น และยิ่งนั่งในท่าที่ไม่ถูกสุขลักษณะ นอกจากจะตึงกล้ามเนื้อคอ บ่า ไหล่ แขนหรือออฟฟิศซินโดรมแล้ว โอกาสที่จะบาดเจ็บที่หลังยิ่งมีมากขึ้น

กระดูกต้นคอก็เช่นกัน โดยปกติแล้วเราจะเริ่มเห็นอาการกระดูกคอเสื่อมในคนที่อายุเกิน 40 ปีเป็นส่วนใหญ่ แต่พฤตกรรมของคนในปัจจุบันที่ก้มหน้าก้มตาใช้โทรศัพท์มือถือ เล่นเกม ใช้คอมพิวเตอร์ต่อเนื่องเป็นเวลานาน มีส่วนทำให้กระดูกต้นคอเสื่อมได้เร็วขึ้นเช่นกัน ซึ่งสัญญาณเตือนสำคัญคือปวดคอ ร้าวลงไปที่ไหล่ แขน บางทีมีอาการแขนขาชาด้วย

ในกรณีที่เกิดปัญหากับกระดูกสันหลัง แพทย์จะรักษาด้วยยาและกายภาพบำบัดก่อน แต่ถ้าหากปัญหานั้นรุนแรงมากจนยาหรือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการทำกายภาพบำบัดช่วยไม่ไหวแล้ว จึงจะพิจารณาเรื่องการผ่าตัด

สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการหรือข้อบ่งชี้ที่จำเป็นต้องผ่าตัด แต่ยังตัดสินใจผ่าตัดไม่ได้ อยากหา second opinion ศูนย์กระดูกสันหลังโรงพยาบาลนครธน ซึ่งเกิดจากความร่วมมือระหว่างโรงพยาบาลนครธนและบำรุงราษฎร์ เฮลท์ เน็ตเวิร์ค มีความพร้อมทั้งด้านเครื่องมือที่ทันสมัย และคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ไม่ได้ให้แค่ second opinion แต่เป็น last opinion หมายความว่าคณะแพทย์จะประชุมกันพิจารณาผู้ป่วยทุกราย และต้องมีแพทย์เฉพาะทางระดับซีเนียร์ถึง 4 ท่านให้ความเห็นตรงกันเรื่องแผนการรักษา จึงให้ความมั่นใจได้ว่ามีการพิจารณาอย่างรอบคอบรอบด้านแล้ว และสามารถผ่าตัดด้วยการส่องกล้องที่ทำให้แผลเล็ก ใช้เวลาน้อย ผู้ป่วยฟื้นตัวได้ไว กลับบ้านได้ในวันรุ่งขึ้น และมีราคาที่จับต้องได้

กระดูกสันหลัง เป็นอัวยะที่สำคัญมากของร่างกาย และจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการใช้ชีวิต หากมีปัญหาเกี่ยวกับกระดูกสันหลังจึงควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้ last opinion เพื่อดูแลรักษาที่ตรงจุดและมีประสิทธิภาพเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ส่องกองทัพน้องหมี Rare items เอาใจเหล่าคอลเลคเตอร์ Bearbrick #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/660588

วันที่ 15 ส.ค. 2564 เวลา 12:30 น.

ส่องกองทัพน้องหมี Rare items เอาใจเหล่าคอลเลคเตอร์ Bearbrick Absolute Siam Store เอาใจเหล่าคอลเลคเตอร์ Bearbrick ขนทัพน้องหมี Rare items มาให้ได้จับจองเป็นเจ้าของแล้ววันนี้ที่ OneSiam Ultimate Chat & Shop

Absolute Siam Store บนชั้น 1 สยามเซ็นเตอร์ เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์ แหล่งรวมสินค้าแฟชั่น งานดีไซน์ไลฟ์สไตล์ และความคิดสร้างสรรค์อันมีเอกลักษณ์เฉพาะ ทั้งสินค้าที่เป็นเอ็กซ์คลูซีฟ และคอลลาบอเรชั่น ระหว่างแบรนด์ไทยดีไซเนอร์ชื่อดังหรือสินค้าสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ไม่เคยมีมาก่อน แตกต่างไม่เหมือนใคร พร้อมนำเสนอสินค้าสุดพิเศษ สำหรับเหล่าคอลเลคเตอร์และแฟนๆ Bearbrick ทั้งหลายบนช่องทาง OneSiam Ultimat Chat & Shop ให้ได้จับจองเป็นเจ้าของกันแล้ว กับ Rare items เด็ดมากมายที่คัดสรรมาแล้วว่าโดนใจแน่นอน

Be@rbrick Flowers Bomber 1000% ตัวนี้น่าสนใจมาก มาในไซส์ 1000% ขนาด 70 cm. เป็นการนำภาพกราฟิตี้หนึ่งในผลงานชิ้นที่โด่งดังที่สุดชิ้นนึงของ BANSKY อย่าง Flower Bomber มา collab ลงบนหมี เป็นแบร์บริคที่ฮิตสุดๆ นำไปวางมุมไหนก็สวยมากแน่นอน

Be@rbrick Mickey R&W 1000% ตัวยอดนิยมที่เป็นแนวการ์ตูนตอนนี้ต้องยกให้ Mickey เลย ด้วยดีไซน์รูปหน้าแบบน่ารักสุดๆ เป็นที่รู้จักของทุกคน ตัวนี้ห้ามพลาด นำไปตกแต่งบ้าน ออฟฟิศ หรือมอบเป็นของขวัญให้คนรู้ใจก็ได้เช่นกัน

Be@rbrick Tim 400% ตัวนี้เหมาะสำหรับแฟนๆ ที่ชอบน้องตัวขนๆ พลาดไม่ได้กับ Tim 400% ตัวนี้เป็นการนำการ์ตูนสุดฮิตนำมาทำเป็นแบร์บริค ดีไซน์หุ้มเป็นขน ซึ่งรุ่นที่เป็นขนได้รับความนิยมอย่างมาก ซึ่งตัวนี้จะมีขนไม่มากเกินไปกำลังพอดี ใครชอบแบร์บริคแบบขนน่ารัๆ ต้องไม่พลาดคว้ามาสะสมไว้ในคอลเลคชั่น

Be@rbrick Joker 100%+400% สาวกโจ๊กเกอร์พลาดไม่ได้เลยกับตัวนี้ เพราะดีไซน์จากคาแรคเตอร์การ์ตูนและภาพยนตร์ชื่อดัง สีสันสวยงาม ใครที่ชอบแนวนี้ ตัวJoker เป็นอีกตัวที่น่าสะสมทีเดียว

Be@rbrick Andy Muhammad Ali 100%+400% ตัวนี้เป็นการ collab โดยการนำนักกีฬาชื่อดังระดับโลกอย่าง Muhammad Ali มาดีไซน์ลงบนตัวของหมีแบร์บริค ใครชื่นชอบและเป็นทั้งแฟนกีฬาและแฟนแบร์บริคควรเก็บสะสมไว้ได้เลย มาเป็นแพคคู่ ตัว 100% และ 400% ใครชื่นชอบตัว 1000% ก็มีเช่นกัน

Be@rbrick Vangogh Self Protrait 1000% ส่วนตัวนี้เรียกได้ว่าสาวกBe@rbrick พลาดไม่ได้กับVangogh Self Protrait ด้วยการออกแบบร่วมกับศิลปินชื่อดัง ทั้งดีไซน์ลาย ที่ทำลงบนผิวของตัวหมี ตัวนี้จะเงานิดนึง สวยมาก เป็นที่น่าสนใจสำหรับคนที่อยากสะสมเลย ทั้งลาย ดีไซน์และ ความนิยม วางตั้งตรงไหนสวยเท่แน่นอน

Be@rbrick Keith Haring6 100%+400% ตัวนี้สีสันโดดเด่นมากๆ มาพร้อมกับไซส์ 100% ขนาด 7 cm. 400% ขนาด 28 cm. มาเป็นคู่ในกล่องเดียวกัน เป็นลายศิลปะแนวป๊อบอาร์ตที่มีชื่อว่า Heart Face จากยุค 80 ของ Keith Haring บนพื้นหลังสีขาว สกรีนลงทั่วตัวของหมีแบร์บริค

ปิดท้ายกับ Be@rbrick Betty Boop 1000% Betty Boop ตัวนี้วางตรงไหนรับรองว่าสวยแน่นอน ด้วยหน้าตาของหมีที่น่ารัก สีที่ตัดกันเด่นชัด รวมทั้งเป็นการนำตัวการ์ตูนชื่อดังมาดีไซน์เป็นแบร์บริค ทำให้ได้รับความนิยมอย่างมาก

ไม่เพียงแต่แบร์บริคที่โดดเด่นเหล่านี้ ยังมีแบร์บริคดีไซน์เท่ๆ น่ารักๆ อีกมากมายให้เลือกสรร สามารถเข้าไปช้อปชมกันได้ที่ OneSiam Ultimate Chat & Shop @Absolute Siam Store หรือ Line@ONESIAM คลิกเมนู OneSiamUltimate Chat & Shop เริ่มช้อปได้ทันที ง่ายๆแค่นี้ก็รอรับสินค้าอยุ่บ้านอย่างสบายใจได้เลย

Piaget Sunlight คอลเลคชั่นใหม่จากแสงแห่งดวงอาทิตย์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/660306

วันที่ 11 ส.ค. 2564 เวลา 14:30 น.

Piaget Sunlight คอลเลคชั่นใหม่จากแสงแห่งดวงอาทิตย์อัพเดตแฟชั่นปลายปี ซูม 3 คอลเลกชั่นใหม่จาก Piaget แบรนด์ดังที่หยิบเอาแสงอาทิตย์มาเป็นแรงบันดาลใจ ส่งความสดใสให้ปลายฤดูฝนนี้

แสงอาทิตย์คือแหล่งกำเนิดของทุกชีวิต

เป็นความมหัศจรรย์ที่ปลุกโลกของเราให้ตื่นขึ้นพร้อมกับความสว่างไสว ไม่ว่าจะเป็นแดดอ่อน ๆ ในบรรยากาศท้องฟ้ายามเช้า, ไออุ่นที่มอบให้เราตลอดทั้งวัน หรือแม้แต่ช่วงเวลารื่นรมย์ยามเย็นก่อนลาลับขอบฟ้า โดยดวงอาทิตย์ถือเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจสำคัญในการสร้างสรรค์ชิ้นงานของเพียเจต์เรื่อยมา เป็นสัญลักษณ์แห่งชีวิต ความสดใส และความปิติยินดี ที่สะท้อนถึงการมองโลกในแง่ดี และจิตวิญญาณที่เปี่ยมด้วยชีวิตชีวาของเมซงได้เป็นอย่างสมบูรณ์แบบ

และนี่คือคอลเลคชั่นใหม่จากดวงอาทิตย์ ที่แต่ละชิ้นผสมผสานความอบอุ่นและความเจิดจรัสของทองคำในดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ ที่พร้อมให้คุณเปล่งประกายได้ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ

From Dawn to Dusk

ปีนี้ เพียเจต์ปล่อยคอลเลคชั่นเครื่องประดับ Piaget Sunlight อีกครั้ง เพื่อเฉลิมฉลองช่วงเวลาแห่งการเดินทางของดวงอาทิตย์ ขณะเคลื่อนผ่านท้องฟ้าตั้งแต่เช้าจรดค่ำ และเพื่อหยิบความเจิดจรัสเฉพาะตัวในแต่ละช่วงเวลามาถ่ายทอด นักอัญมณีศาสตร์และทีมนักออกแบบของเมซงจึงใช้หลัก “camaieu” กับอัญมณีที่เป็นเฉดสีเดียวกันเพื่อสร้างเอฟเฟกต์ให้เปล่งประกายอย่างมีเอกลักษณ์และสมจริงมากที่สุด – ไม่เพียงแต่ความยากในการตามหาหินล้ำค่าเพื่อให้ได้เฉดสีที่สมบูรณ์แบบตามต้องการ แต่การประดับอัญมณีก็ใช้ความทุ่มเทไม่แพ้กัน อาทิ จี้เพียงชิ้นเดียวใช้เวลาถึง 4 ชั่วโมงในการฝังอัญมณีแต่ละเม็ดด้วยเทคนิค Snow Setting

The Magic of Dawn

แสงแรกแห่งรุ่งอรุณคือช่วงเวลามหัศจรรย์ที่ปลุกให้เราก้าวเข้าสู่วันใหม่ โมเมนต์อันเงียบสงบของดวงอาทิตย์ขณะเริ่มพ้นจากขอบฟ้า ช่วยขับกล่อมบรรยากาศให้เต็มไปด้วยความหวังและคำมั่นสัญญา เป็นอีกวันที่สามารถเป็นอะไรก็ได้ที่คุณอยากให้เป็น – เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองช่วงเวลาพิเศษนี้ เพียเจต์ได้เปิดตัวแหวนโรสโกลด์ 18 กะรัต ใหม่ 2 วง; Piaget Sunlight Rose Gold Ring (G34R0500) ดีไซน์เรียบ และ Piaget Sunlight Rose Gold Diamond Ring (G34R0600) ที่จำลองภาพขณะพระอาทิตย์ขึ้น ผ่านงานแกะสลักอันเป็นซิกเนเจอร์ของเมซงอย่าง Palace Décor พร้อมประดับเพชรบริลเลียนต์คัต 19 เม็ด

Watching the Sunrise

ดวงอาทิตย์กำลังหยอกล้อเล่นแสงกับสิ่งรอบตัวอย่างช้า ๆ ไม่ว่าจะเป็นน้ำค้างบนยอดหญ้า ไปจนถึงนกบนต้นไม้ที่ขับกล่อมเช้าวันใหม่ด้วยบทเพลงอันแสนไพเราะ ประกายระยิบระยับที่ส่องมาจึงเป็นเหมือนการเติมพลังเพื่อเริ่มต้นวันใหม่อย่างมีชีวิตชีวา

Piaget Sunlight Pendant (G33R1500) จี้รูปดวงอาทิตย์ขนาด 30 x 32 มิลลิเมตร ตัวเรือนไวท์โกลด์ 18 กะรัต ตกแต่งด้วยแซฟไฟร์สีน้ำเงินที่แตกต่างกันถึงสามเฉดสี (อัญมณี 98 เม็ด ราว 2.15 กะรัต) รายล้อมไปด้วยแสงอาทิตย์ที่เจิดจ้าซึ่งประดับด้วยเพชรบริลเลียนต์คัต 61 เม็ด (ราว 0.96 กะรัต)

Piaget Sunlight Ring (G34R0900) แหวนไวท์โกลด์เข้าคู่ที่แฝงดีเทลของรัศมีแสงอาทิตย์ไว้ด้านข้างตัวเรือน ตกแต่งด้วยแซฟไฟร์สีน้ำเงินสองเฉดสี เจียระไนแบบบริลเลียนต์คัตรวม 102 เม็ด (ราว 1.33 กะรัต) และเพชรทรงเดียวกัน 17 เม็ด (ราว 0.21 กะรัต)

ต่อด้วยตุ้มหูในธีมสีเดียวกันกับ Piaget Sunlight Hoops Earrings (G38R7400) ตัวเรือนไวท์โกลด์ 18 กะรัต ประดับแซฟไฟร์บริลเลียนต์คัต 18 เม็ด (ราว 0.11 กะรัต) และเพชรเจียระไนแบบเดียวกัน 36 เม็ด (ราว 0.52 กะรัต)

นอกจากนี้ ยังมี นาฬิกา Limelight Gala Sunrise (G0A46183) เรือนเวลาที่หยิบประกายงามของดวงอาทิตย์ยามเช้าขณะซ่อนตัวอยู่หลังก้อนเมฆมาเล่าเรื่องราว – ตัวเรือนไวท์โกลด์ขนาด 32 มิลลิเมตร ขอบตัวเรือนตกแต่งด้วยแซฟไฟร์บริลเลียนต์คัตสีน้ำเงินไล่เฉดสี 32 เม็ด (ราว 4.70 กะรัต) และเพชรบริลเลียนต์คัต 10 เม็ด (ราว 0.90 กะรัต) หน้าปัดประดับเพชรกว่า 289 เม็ด (ราว 1.76 กะรัต) ซึ่งแต่ละเม็ดถูกฝังอย่างประณีตด้วยเทคนิค Snow Setting เข้าคู่สายรัดข้อมือที่ตกแต่งด้วยเทคนิคงานฝีมือแบบ Palace Décor ผลิตจำกัดเพียง 18 เรือน ซึ่งแต่ละชิ้นมีหมายเลขกำกับไว้

The Sun at its Zenith

แสงเหลืองอร่ามเหนือศีรษะ ยามเมื่อดวงอาทิตย์ขึ้นถึงจุดสูงสุด คือช่วงเวลาอันทรงพลังที่เมซงหยิบมาสะท้อนถึงความกระตือรือร้น และการมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวคุณเอง ดังปรัชญาของแบรนด์ที่ว่า “Always doing better than necessary” และนี่คือเหล่าชิ้นงานที่ประดับประดาด้วยเพชรและแซฟไฟร์สีเหลือง เพื่อเฉลิมฉลองโมเมนต์ที่เปี่ยมด้วยชีวิตชีวา

อย่างแรกคือ Piaget Sunlight Pendant (G33R1600) จี้สัญลักษณ์ดวงอาทิตย์ขนาด 30 x 32 มิลลิเมตร ตัวเรือนเยลโลว์โกลด์ 18 กะรัต ประดับด้วยแซฟไฟร์สีเหลืองสองเฉดสี เจียระไนแบบบริลเลียนต์คัต 98 เม็ด (ราว 2.15 กะรัต) และเพชรทรงเดียวกัน 61 เม็ด (ราว 0.96 กะรัต)

Piaget Sunlight Ring (G34R1000) แหวนเข้าคู่ที่เจิดจรัสด้วยประกายทองของเยลโลว์โกลด์ ตกแต่งด้านข้างตัวเรือนด้วยลวดลายรัศมีแสงอาทิตย์ ประดับแซฟไฟร์สีเหลืองสองเฉดสี เจียระไนแบบบริลเลียนต์คัตรวม 102 เม็ด (ราว 1.35 กะรัต) และเพชรทรงเดียวกัน 17 เม็ด (ราว 0.21 กะรัต)

Piaget Sunlight Hoop Earrings (G38R7500) ตุ้มหูในธีมสีเดียวกัน ตัวเรือนเยลโลว์โกลด์ 18 กะรัต ประดับแซฟไฟร์บริลเลียนต์คัตสีเหลือง 18 เม็ด (ราว 0.09 กะรัต) และเพชรเจียระไนแบบเดียวกัน 36 เม็ด (ราว 0.52 กะรัต)

ปิดท้ายธีมด้วย Limelight Gala Sunlight (G0A46189) เรือนเวลาที่หยิบยืมความเจิดจรัสของดวงอาทิตย์ ขณะหยอกล้อเล่นแสงยามเที่ยงวันมาเป็นแรงบันดาลใจ – ตัวเรือนไวท์โกลด์ขนาด 32 มิลลิเมตร ผสมผสานแซฟไฟร์ บริลเลียนต์คัตสีเหลืองไล่เฉดสี 32 เม็ด (ราว 4.70 กะรัต) กับเพชรบริลเลียนต์คัต 10 เม็ด (ราว 0.90 กะรัต) ไว้อย่างเข้ากัน หน้าปัดประดับเพชร 289 เม็ดด้วยเทคนิค Snow Setting จับคู่สายรัดข้อมือไฮจิวเวลรี่ที่สอดประสานเพชรบริลเลียนต์คัต 267 เม็ด 327 เม็ด (ราว 11.83 กะรัต) และแซฟไฟร์สีเหลืองน้ำงามอีก 124 เม็ด (ราว 4.58 กะรัต) ได้อย่างโดดเด่น ทั้งยังมอบสัมผัสที่บางเบาเป็นเนื้อเดียวกับข้อมือ ผลิตจำกัดเพียง 8 เรือนเท่านั้น

Sunset Time

ถึงเวลาที่ดวงอาทิตย์เตรียมลับขอบฟ้า เหลือทิ้งไว้เพียงประกายนวลสีชมพูอมม่วง โมเมนต์แสนโรแมนติกที่ไม่ว่าใครก็อยากแบ่งปันร่วมกับคนที่รู้ใจ อีกทั้งยังเป็นช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง และความสนุกสนานที่คาดไม่ถึง

โดยเมซงถอดรหัสความโรแมนติกเมื่อยามพระอาทิตย์ตก ผ่านประกายนวลของโรสโกลด์ 18 กะรัต กับ 4 ชิ้นงานที่น่ายินดี เริ่มต้นด้วย Piaget Sunlight Pendant (G33R1700) จี้สัญลักษณ์ดวงอาทิตย์ขนาด 30 x 32 มิลลิเมตร ประดับด้วยแซฟไฟร์สีชมพูสองเฉดสี เจียระไนแบบบริลเลียนต์คัต 110 เม็ด (ราว 2.38 กะรัต) และเพชรทรงเดียวกัน 49 เม็ด (ราว 0.79 กะรัต)

Piaget Sunlight Ring (G34R1100) แหวนเข้าคู่ที่สะท้อนประกายงามของท้องฟ้ายามเย็นได้เป็นอย่างดี ตัวเรือนด้านข้างตกแต่งด้วยลวดลายรัศมีแสงอาทิตย์ ประดับแซฟไฟร์สีชมพูสองเฉดสี เจียระไนแบบบริลเลียนต์คัตรวม 102 เม็ด (ราว 1.35 กะรัต) และเพชรทรงเดียวกัน 17 เม็ด (ราว 0.21 กะรัต)

Piaget Sunlight Hoop Earrings (G38R7600) ตุ้มหูตัวเรือนโรสโกลด์ 18 กะรัต ประดับแซฟไฟร์บริลเลียนต์คัตสีชมพู 36 เม็ด (ราว 0.62 กะรัต) และเพชรเจียระไนแบบเดียวกัน 18 เม็ด (ราว 0.09 กะรัต)

Limelight Gala Precious Sunset (G0A46182) เรือนเวลารับซัมเมอร์ที่มาพร้อมประกายอบอุ่นของดวงอาทิตย์ยามอัสดง – ตัวเรือนโรสโกลด์ขนาด 32 มิลลิเมตร ขอบตัวเรือนประดับด้วยแซฟไฟร์บริลเลียนต์คัตสีชมพูไล่เฉดสี 32 เม็ด (ราว 4.70 กะรัต) และเพชรบริลเลียนต์คัต 10 เม็ด (ราว 0.90 กะรัต) ตัดรับกับหน้าปัดมาเธอร์ออฟเพิร์ลสีขาวได้อย่างลงตัว จับคู่สายรัดข้อมือซาตินสีขาว ผลิตจำกัดเพียง 50 เรือน

Three Piaget Sunlight Diamond Creations

ปิดท้ายการเดินทางของดวงอาทิตย์ในปีนี้ด้วย ชุดสร้อยคอ, สร้อยข้อมือ และตุ้มหู ที่ให้คุณคอมพลีทลุคได้หลากสไตล์ ทุกชิ้นทำขึ้นจากไวท์โกลด์ 18 กะรัต พร้อมแต่งแต้มประกายของแสงอาทิตย์ด้วยเพชรเม็ดงาม

Piaget Sunlight Necklace (G37R5600) สร้อยคอประดับเพชรบริลเลียนต์คัต 7 เม็ด (ราว 0.42 กะรัต) จับคู่สร้อยข้อมือดีไซน์เดียวกัน Piaget Sunlight Bracelet (G36R1000) ประดับเพชรบริลเลียนต์คัต 7 เม็ด (ราว 0.43 กะรัต) มิกซ์แอนด์แมตช์ ด้วย Piaget Sunlight Drop Earrings (G38R7700) ตุ้มหูประดับด้วยเพชรบริลเลียนต์คัต 8 เม็ด (ราว 0.54 กะรัต) ที่สวมใส่ได้ถึงสามแบบ 1) แบบสั้นด้วยโซ่เพียงเส้นเดียว 2) แบบยาวโดยให้ส่วนที่ยาวกว่าอยู่ด้านหลังใบหู หรือ 3) แบบอสมมาตรด้วยสายโซ่สองเส้นในข้างเดียว

สัมผัสเรือนเวลาและเครื่องประดับชั้นสูงจากเพียเจต์ (Piaget) ได้แล้ววันนี้ ณ เพียเจต์ บูติค โดย เอส ที ไดเมนชั่น ชั้น M สยามพารากอน โทร. 02-610-9678

#Piaget #PiagetSunlight

“รู้รอบ รู้ลึก” ในยุคที่นิยามความเก่งเปลี่ยนไปจากมุมมอง SEAC #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/660300

วันที่ 11 ส.ค. 2564 เวลา 14:01 น.

“รู้รอบ รู้ลึก” ในยุคที่นิยามความเก่งเปลี่ยนไปจากมุมมอง SEAC“รู้รอบ รู้ลึก” แบบ T-Shaped & M-Shaped Skills ทักษะที่ผู้นำ คนทำงานทุกระดับต้องมี ในยุคที่นิยามความเก่งเปลี่ยนไป จากมุมมอง SEAC และ 3 ทักษะคนทำงานทุกระดับต้องเร่งพัฒนา ปี 2021 – 2022

เคยมีคำถามว่า ถ้าเราในฐานะผู้นำ ลงทุนใน “คน” หรือ “พนักงาน” แต่เขาไม่ได้อยู่กับเราตลอดไป กับ ถ้าเราไม่ได้ลงทุนอะไรเลยในพนักงานของเรา แล้วเขาอยู่กับเราตลอดไป ตัวเลือกไหนจะเป็น สิ่งที่น่าเสียดายมากกว่ากัน? จึงเป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมต้องเลือกพัฒนาทักษะให้กับทั้งตัวเราและคนทำงานตลอดเวลา เพราะแน่นอนว่าทักษะเดิมๆ ที่เราคุ้นเคยกันอยู่ ผ่านไปนานวันเข้าจะเข้าสู่ระยะหมดอายุ และไม่สามารถใช้งานได้อีก คีย์เวิร์ดสำคัญของเกมส์การอยู่รอดในครั้งนี้คงหนีไม่พ้น การเร่งปรับตัว เพื่อรีสกิล (Reskill) และอัพสกิล (Upskill) อย่างต่อเนื่อง เพื่อก้าวเข้าสู่โลกยุคใหม่ ยิ่งสำหรับคนทำงานในยุควันนี้ ที่ต้องเจอกับกระแสการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน การใช้ทักษะเพื่อแก้ปัญหาด้วยวิธีใหม่ๆ รวมถึงสร้างผลลัพธ์ในบริบทงานที่เปลี่ยนไปทำให้ไม่สามารถใช้ชุดทักษะในสายงานที่มีอยู่เดิมเพียงอย่างเดียว ขับเคลื่อนผลลัพธ์ใหม่ด้วยความรวดเร็วได้ แต่จำเป็นต้องพัฒนาทักษะแวดล้อมให้มีความคล่องตัว และสามารถส่งมอบผลลัพธ์ (Job Outcomes) ด้วยการเติมทักษะรอบด้าน ที่จำเป็นในการทำงานรูปแบบใหม่ของแต่ละกลุ่มงาน (Job-based skills) กล่าวคือคนทำงานต้องมีความรู้และทักษะที่นอกเหนือจากสายงานของตัวเอง เรียกได้ว่า ยิ่งมี ”ทักษะรอบด้าน” มากเท่าไหร่ ยิ่งได้เปรียบ มากเท่านั้น โดยตระหนักรู้เสมอว่า การพัฒนาตัวเองและเพิ่มทักษะเป็นเรื่องที่ “ต้องทำ” และต้องทำให้เร็วที่สุด หากไม่อยากถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

นิภัทรา ตั้งพจน์ทวีผล Director of Product Marketing, YourNextU by SEAC (เอสอีเอซี) ศูนย์พัฒนาและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตแห่งภูมิภาคอาเซียน กล่าวว่า “ปัจจุบัน การระบาดใหญ่ของโควิด-19 ทำให้โลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว “คน” รวมไปถึงธุรกิจในหลากหลายภาคส่วน ล้วนถูกผลกระทบในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจถดถอย ภาวะตกงาน จนทำให้เกิดอัตราการว่างงานเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้เกิดความท้าทายใหม่ของคนทำงานในทุกๆ ระดับที่มาพร้อมกับความคาดหวังที่เปลี่ยนไป คนเก่งในองค์กร อาจจะกลายเป็นแค่คน(เคย)เก่ง เมื่อไม่สามารถทำวิธีเดิมเพื่อให้ได้ผลลัพธ์แบบเดิม บนบริบทธุรกิจที่เปลี่ยนไป องค์กรต่างๆ กำลังต้องการสร้าง Multi-Skills Talent Pool ที่ช่วยให้องค์กรยืดหยุ่น คล่องตัวมากขึ้น และทลาย Silo ให้คนในองค์กรที่แตกต่างกันสามารถต่อยอดและทำงานร่วมกันได้ดีมากขึ้น นิยามความเก่ง เปลี่ยนไป จนหลายๆ คนเกิดการตั้งคำถามที่ว่า ถ้าอยากเป็นคนเก่งยุคนี้ต้องเริ่มจากอะไร?

“SEAC ในฐานะผู้นำด้านการเรียนรู้ตลอดชีวิต สิ่งหนึ่งที่เน้นย้ำเสมอ คือ เราต้องการกระตุ้นให้คนไทยเกิดการรีสกิล (Reskill) และอัพสกิล (Upskill) อย่างต่อเนื่อง ผ่านการพัฒนาศักยภาพผู้นำ บุคลากรและกลุ่มคนทำงานทุกระดับ ทั้งเรื่องของ Mindset, Hard Skills และ Soft Skills โดยเฉพาะการเรียนรู้เพื่อสร้างคนที่รู้กว้าง (Multi-Skills Profile) ในแบบ T-Shaped และ M-Shaped Skills เพื่อพัฒนาทักษะทั้งแนวลึกและแนวกว้างที่ทวีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ผนวกกับ Learning Mindset ซึ่งทำให้คนที่รู้กว้าง (Multi-Skills Profile) มีความได้เปรียบ และเป็นที่ต้องการขององค์กรยุคนี้ เพราะนอกจากมีทักษะการเรียนรู้ที่ “รู้รอบ รู้ลึก” แล้ว ยังผนวกองค์ความรู้ต่างๆ และเปิดรับสิ่งใหม่ ทำให้สามารถหมุนตัวเองและทำงานที่หลากหลายอย่างคล่องตัวและเชี่ยวชาญ”

3 ทักษะคนทำงานทุกระดับต้องเร่งพัฒนา ปี 2021 – 2022

การหมั่นพัฒนาทักษะไม่ใช่เรื่องที่ง่าย แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะทำไม่ได้ สิ่งแรกที่เราต้องมีคือ Mindset ที่พร้อมจะเปลี่ยน หากยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจน คือ ถ้าเราอยู่ในสถานการณ์ความไม่แน่นอนเดียวกัน และเพื่อนร่วมงานของคุณ มี Growth Mindset มองวิกฤติให้เป็นโอกาส กลับกันที่คุณมี Fixed Mindset ที่ไม่ยอมเปลี่ยนแปลง เพื่อนร่วมงาน ก็จะนำหน้าไปก่อนอย่างแน่นอน เช่นเดียวกันกับ องค์กรที่บริหารคนมากมาย อุปสรรคที่ทำให้ไม่สามารถปรับตัวได้ไวคือการที่องค์กรไปให้ความสำคัญกับเครื่องมือในการช่วยเหลือมากเกินไป โดยละเลยพื้นฐานสำคัญ อย่าง Mindset จึงทำให้ไม่สามารถเกิดการ Transform อย่างแท้จริง

· ทักษะการบริหารจัดการตัวเอง (Self-Management Skills) – เริ่มต้นที่ Mindset ว่าทำอย่างไรจะสามารถจัดการกับปัญหาหรือความเครียดที่เกิดขึ้น การมีมุมมองความคิดที่ถูกต้องเหมาะสมกับสถานการณ์จะทำให้เราสามารถปรับมุมมอง (Reframe) ต่อสถานการณ์นั้นๆ ได้เป็นอย่างดี พอเห็นโอกาสเกิดขึ้น เราก็จะสามารถกระตุ้นตัวเราไปให้ถึงเป้าหมาย

· ทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่น (Interpersonal Skills) – การทำงานร่วมกับคนที่แตกต่างให้สามารถต่อยอดออกมาเป็นผลลัพธ์ที่ดีได้ โดยอาศัย การเห็นอกเห็นใจผู้อื่น (Empathy) และการรับฟัง (Listening) ในการทำงานร่วมกันระหว่างทีม ความท้าทายใหม่จะเกิดขึ้นระหว่างหัวหน้าและลูกน้องทั้งในและนอกแผนก อีกทั้ง ใครๆ ก็สามารถเป็นผู้นำได้ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะเป็นผู้นำที่ดีได้ และตัวบุคคลเองก็สามารถมีทักษะ ภาวะผู้นำในตนเอง (Self-Leadership) หากเข้าใจถึงภาพใหญ่ว่าทำไมเราต้องเปลี่ยนการกระทำแบบเดิมๆ เพื่อมุ่งพิชิตเป้าหมายองค์กรไปด้วยกัน

· ทักษะการรู้รอบด้านในแต่ละสายงาน (Job-based skills) – เมื่อความรู้มีวันหมดอายุ ทักษะการรู้รอบด้านในสายงานที่เกี่ยวข้อง คือสิ่งสำคัญที่ต้องให้ความสนใจ ทั้งระดับผู้บริหารหรือคนทำงานต้องรีสกิลหลากหลายทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานในโลกทุกวันนี้ เสริมทักษะการทำงานรอบด้าน ผสมผสานทั้ง Hard Skills และ Soft Skills สู่การนำไปสร้างผลงานให้โดดเด่นได้ทันที

“สิ่งนี้ คือ จุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิด YourNextU by SEAC สังคมการเรียนรู้คุณภาพ ที่ปัจจุบันมีจำนวนสมาชิกมากถึง 30,000 คน เราอยากให้คนไทยได้มีโอกาสพัฒนาตัวเองให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก ด้วยแนวคิดที่มุ่งยกระดับการเรียนรู้สู่มิติใหม่ มองการเรียนรู้เป็นกระบวนการที่ผสมผสานวิธีการเรียนรู้หลากหลายรูปแบบเข้าด้วยกัน (Blended Learning) จัดสรรให้เข้ากับความต้องการที่แตกต่างกันของแต่ละบุคคล (Personalized Learning) และเน้นไปที่การสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่ดีที่สุดให้กับผู้เรียน โดย YourNextU by SEAC ได้รวบรวมหลักสูตรชั้นนำจากสถาบันการศึกษาชื่อดังระดับโลก อย่าง The Arbinger Institute และ The Ken Blanchard Companies เป็นต้น เพื่อสร้างบริบทใหม่ของการเปลี่ยนแปลงให้กับผู้เรียนด้วยคอร์สการเรียนรู้ อาทิ กระบวนการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) วิธีคิดเพื่อการทำงานร่วมกับผู้อื่น (Outward Mindset) ทักษะการเอาใจเขามาใส่ใจเรา (Empathy) กระบวนการคิดวิเคราะห์แก้ปัญหา (Critical Thinking and Problem Solving) ศาสตร์แห่งการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) การพัฒนาบริหารทีม (E3s Leader Series – Engage Empower Execute) และคอร์สทักษะอื่นๆ ที่จำเป็นต่อโลกทำงานปัจจุบันและในอนาคต ล่าสุด YourNextU by SEAC ออกหลักสูตรคอร์สเรียนออนไลน์และ Virtual Classroom สอนสดผ่านซูม “Job-based Skills Pack” ที่มัดรวมกลุ่มทักษะทั้ง Hard Skills และ Soft Skills ที่จำเป็น เหมาะกับบริบทของแต่ละสายงาน ไม่ว่าจะเป็น Digital Marketing, Sales, Data Analyst, Human Resources และสายอาชีพอื่นๆ ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของตลาด ตอบสนองต่อโลกที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา”

นางสาวนิภัทรา กล่าวทิ้งท้ายว่า “ภายใต้บริบทของการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและผันผวนของโลกในปัจจุบัน ทักษะวิธีการที่เคยใช้ได้ดีในวันนี้ วันหน้าอาจจะไม่สามารถใช้ได้อีกต่อไปแล้ว สิ่งที่เราควรจะทำมากกว่านั้นคือ การพัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่องให้เท่าทันบริบทใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยมิติการอัพสกิลมีความหลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเริ่มต้นจากการอัพสกิลให้รู้รอบด้านในสายงานปัจจุบัน (Job-based skills) การอัพสกิลที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับงานโดยตรง แต่เป็นการจับเทรนด์โลก (World Trends Captured Skills) ว่าสิ่งที่กำลังจะเปลี่ยนไปนั้นมีผลกระทบต่อเรามากน้อยแค่ไหน หรือ การอัพสกิลที่สอดคล้องกับแพชชั่นเป็นหลัก เช่น ถ้าวันนี้ไม่ได้ทำอาชีพนี้แล้ว อยากทำอาชีพอะไร เพราะความรู้หมดอายุเร็วมาก ต้องหมั่นเติมเสริมสร้างคุณค่าในตัวเอง ให้เป็นคนที่สดใหม่ ก้าวทันความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น และเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน”

ค้นพบหลักสูตรแรก Digital Marketing ในหมวด Job-based Skills Pack ที่ YourNextU ได้ทำการสำรวจและ รวมทักษะที่บริษัทชั้นนำมองหาในนักการตลาดดิจิทัล เรียกได้ว่าหากอยากรุ่งในสายงานนี้ ทักษะพวกนี้ต้องมี ถ้ายังไม่มี ต้องรีบแล้ว! มัดรวมกลุ่มทักษะทั้ง Hard Skills และ Soft Skills ที่จำเป็น เลือกเรียน Virtual Class ได้ไม่จำกัด สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการทำงานและธุรกิจของคุณได้จริง เรียนรู้ไปด้วยกันกับ YourNextU by SEAC คลิกเลย https://www.yournextu.com/th/Digital-maketing-5skills

เปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่ วนัช เฟิร์ส ร่วมงาน คาร์เทียร์ อีกขั้นของความหรูหราสุดพรีเมียม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/660265

วันที่ 11 ส.ค. 2564 เวลา 09:55 น.

เปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่ วนัช เฟิร์ส ร่วมงาน คาร์เทียร์ อีกขั้นของความหรูหราสุดพรีเมียมวนัช เฟิร์ส ตอกย้ำความเป็น Luxury Wedding จับมือแบรนด์จิวเวลรีชั้นนำระดับโลก คาร์เทียร์ เปิดตัวคอลเลคชั่นสุดหรูขึ้นปกนิตยสารดัง L’officiel Wedding Thailand

การจับมือกันครั้งแรกของสองยักษ์ใหญ่แห่งวงการแฟชั่น ระหว่างห้องเสื้อ วนัช เฟิร์ส และแบรนด์จิวเวลรีชั้นนำระดับโลก คาร์เทียร์ ที่มาร่วมถ่ายทอดผลงานคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุดขึ้นปกนิตยสารชื่อดัง L’officiel Wedding Thailand ซึ่งครั้งนี้ทาง ห้องเสื้อ วนัช เฟิร์ส ได้เปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุดกว่า 12 ชุด ด้วยสองนางแบบ ชื่อดัง อแมนด้า ออบดัม มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2563  และ แพทริเซีย ธัญชนก กู๊ด เพื่อเป็นการตอกย้ำความเป็นแบรนด์ชั้นนำแถวหน้าของเมืองไทยที่ถูกยกให้เป็น Luxury Wedding ภายใต้การกำกับดูแลของ สรรค์ สุดเกตุ เจ้าของห้องเสื้อ วนัช เฟิร์ส และ วนัช กูตูร์ โดยคอนเซปต์ของชุดที่ทางดีไซเนอร์ ได้วางเอาไว้ถ่ายแบบร่วมกับ คาร์เทียร์ ในครั้งนี้ ต้องการที่จะสื่อถึงความเป็นเจ้าสาวโซนเอเชีย ถึงแม้นางแบบที่เลือกใช้จะเป็นสาวไทยลูกครึ่ง ทั้งอแมนด้า และแพทริเซีย แต่ทั้งสองสาวก็สามารถ่ายทอดผลงานชุดแต่งงานออกมาได้อย่างงดงาม มีความสวยหวานละมุน และโดดเด่นแบบชาวตะวันออก ซึ่งมูลค่าของชุดที่นางแบบทั้งสองใส่นั้นมีมูลค่ารวมสูงถึงหนึ่งล้านบาท เลยทีเดียว

สรรค์ สุดเกตุ ได้กล่าวถึงคอลเลคชั่นชุดแต่งงานในครั้งนี้ว่า “นับเป็นโอกาสที่ดีมากๆที่ห้องเสื้อของเราได้ร่วมงานกับ   แบรนด์ใหญ่ ๆ ระดับโลก อย่าง คาร์เทียร์ ยอมรับเลยว่าตื่นเต้นและหัวใจพองโตมาก ๆ เราอยากให้ทุกคนได้เห็นและได้สัมผัสผลงานของเราที่พัฒนาฝีมือขึ้นไปเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในคอลเลคชั่นนี้ที่เราเน้นความพรีเมียมและหรูหราเป็นพิเศษด้วยงานปักทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นคริสตัล ไข่มุก และหินต่างๆ รวมทั้งรูปแบบของชุดที่มีความหลากหลายและมีสไตล์เฉพาะตัว ดีเทลของชุดเราเน้นเลเยอร์ของผ้า และ การนำผ้ามาจับเดรป หรือ ขยุ้มให้มีระบาย เป็นสไตล์ของแฟชั่นชุดแต่งงานแบบเอเชียนลุค ที่เหล่าแฟชั่นนิสต้านิยมสวมใส่ในงานแต่งงาน และครั้งนี้เราได้นางแบบสาวลูกครึ่ง คุณอแมนด้า และ คุณแพทริเซีย สองสาวสองสไตล์ที่สามารถถ่ายทอดผลงานออกมาได้สวยงาม ตรงคอนเซ็ปต์ และ ตรงใจเรามากที่สุด และด้วยความเพอร์เฟคทั้งหมดนี้ ทำให้ห้องเสื้อของเราได้รับเสียงชื่นชมอย่างล้นหลามจากแฟน ๆ มากเลยทีเดียว แถมยังได้แฟนคลับมากขึ้นอีกด้วย        

สำหรับใครที่ชื่นชอบชุดแต่งงานของทางห้องเสื้อวนัช เฟิร์ส และ วนัช กูตูร์ สามารถติดตามผลงานทั้งหมดได้ผ่านทาง https://www.facebook.com/Vanus-First  และ www.facebook.com/vanuscouture