เมื่อเด็กรุ่นใหม่เลือกเรียน ‘วิศวะ’ แต่ไม่เลือกเป็น ‘วิศวกร’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/659065

วันที่ 27 ก.ค. 2564 เวลา 13:50 น.

เมื่อเด็กรุ่นใหม่เลือกเรียน 'วิศวะ' แต่ไม่เลือกเป็น 'วิศวกร'สภาวิศวกร ชี้วิศวกรรุ่นใหม่เตรียมหันหลังให้ภาคอุตฯ! หากขาด 2 ปัจจัยสนับสนุน หลังพบ 88% ของบัณฑิตจบใหม่เปลี่ยนสายอาชีพ !!

‘ศาสตร์แห่งวิศวกรรม’ ไม่ใช่เรื่องที่ไกลตัวอีกต่อไป หากรายล้อมรอบตัวเรามีทั้งสิ่งปลูกสร้าง อาคารสูง สะพาน ข้ามแม่น้ำ ถนนหนทาง รถยนต์หรือขนส่งสาธารณะ โดรนบังคับวิทยุ หรือแม้กระทั่งอุปกรณ์ทางการแพทย์ ก็ล้วนมีวิศวกรรมเป็นกลไกในการพัฒนาหรือรังสรรค์ขึ้น สะท้อนภาพชัดได้จากนานาประเทศที่พัฒนาแล้วและเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด ล้วนเป็นประเทศที่มีความร่ำรวยด้านวิศวกรรมศาสตร์ทั้งสิ้น เช่น ‘จีน’ เป็นศูนย์กลางขายอุปกรณ์ไอทีทั่วโลก ‘เกาหลี’ มีแบรนด์สมาร์ททีวีเป็นของตนเอง ‘เยอรมนี อังกฤษ สหรัฐอเมริกา’ ผลิตเครื่องบินแอร์บัส (Airbus) หรือกระทั่งในหลายประเทศ ก็สามารถผลิตเครื่องมือทางการแพทย์ ที่มีมาตรฐานระดับ Medical Grade พร้อมทั้งส่งออกเชิงพาณิชย์ได้เช่นกัน

แต่ในวันนี้ ในห้วงวิกฤตโควิด-19 ประเทศไทยเรากลับต้องนำเข้าอุปกรณ์ทางการแพทย์จำนวนมาก อันสะท้อนถึงความไม่มั่นคงด้านการแพทย์และสาธารณสุข ทั้งที่วิศวกรไทยล้วนมีศักยภาพสูง สามารถคิดประดิษฐ์นวัตกรรม เพื่อแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้จำนวนมาก ซ้ำร้ายยังมาพร้อมวิกฤตของวิศวกรรุ่นใหม่ที่มีจำนวนลดน้อยถอยลง จากตัวเลขของบัณฑิตจบใหม่กว่า 35,000 รายต่อปี กลับพบจำนวนผู้ขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมจากสภาวิศวกร (COE: Council of Engineers) 6,000 – 7,000 ราย และคงเหลือเพียง 11% เท่านั้น หรือราว 4,000 ราย ที่มีใบอนุญาตฯ ดังนั้น จึงถึงเวลาแล้วที่เราเร่งแก้ปัญหาระดับชาติว่า เหตุใด 88% ของวิศวกรรุ่นใหม่ ที่เลือกเรียนวิศวะแต่กลับไม่เลือกเป็นวิศวกร!?

“พี่เอ้” ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ นายกสภาวิศวกร เปิดเผยว่า หลักสำคัญที่ทำให้เด็กรุ่นใหม่ เลือกเรียนแต่ไม่เลือกเป็นวิศวกร จนอาจจะส่งผลให้การขับเคลื่อนประเทศในภาคอุตสาหกรรมหยุดชะงักได้ในอนาคต มาจากการขาดแรงหนุนใน 2 ปัจจัย ดังนี้ ‘ขาดโอกาสในการสร้างสรรค์ผลงาน’ หรือเสนอแนวคิดประดิษฐ์นวัตกรรม รวมถึงเทคโนโลยีใหม่ จากการต่อยอดองค์ความรู้ด้านวิศวกรรมศาสตร์ ‘ขาดผลตอบแทนด้านรายได้’ เพราะในปัจจุบันรายได้ของวิศวกรไม่สูงมากนัก คนรุ่นใหม่จึงเลือกเปลี่ยนไปทำงานในสายอาชีพอื่นที่ได้ค่าตอบแทนสูงเพิ่มมากขึ้น หรือในบางรายเลือกเรียนในสาขาอาชีพยอดฮิต เช่น นักกฎหมาย นักสื่อสารมวลชน นักบริหารธุรกิจหรือสายการเงิน

“ดังนั้น เพื่อเป็นการดึงคนรุ่นใหม่มองเห็นโอกาสในการเรียนและก้าวสู่การเป็นวิศวกรมืออาชีพเพิ่มมากขึ้น ในยุคดิสรัปชันเช่นนี้ ในฐานะนายกสภาวิศวกร เล็งเห็นว่า โลกแห่งเทคโนโลยี ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม ที่มีการเปลี่ยนแปลงและเติบโตอย่างต่อเนื่อง จึงจำเป็นต้องอาศัยแนวคิดหรือมุมมองใหม่ ๆ จากคนรุ่นใหม่ เข้ามาร่วมวิเคราะห์และหาทางออกร่วมกัน เพราะในอนาคตอันใกล้นี้ ก็จะเป็นโลกของคนรุ่นใหม่อย่างเต็มรูปแบบแล้ว ผู้ใหญ่อย่างเราควรให้การสนับสนุน ทั้งแนวคิด ทรัพยากรและแหล่งเงินทุน เพื่อเป็นต้นทุนให้กับคนรุ่นใหม่ร่วมขับเคลื่อนประเทศให้เดินต่อไปข้างหน้า สภาวิศวกรจะไม่หยุดนิ่ง ในการสนับสนุนคนรุ่นใหม่ผ่านการจัดอบรมวิชาชีพ ให้การรับรองปริญญา มอบใบอนุญาตฯ เช่นกัน”

ด้าน “น้องเติ้ล” ณัฐนนท์ ดวงสูงเนิน ผู้ร่วมก่อตั้งและบรรณาธิการสื่อออนไลน์ SPACETH.CO ที่รวบรวมทุกเรื่องราวของอวกาศและดาราศาสตร์ ตัวแทนคนรุ่นใหม่ ได้เล่าว่า เด็กในยุคปัจจุบันเกิดมาพร้อมกับชุดความคิด ในการตั้งคำถามและคิดหาทางออก เพื่อให้การใช้ชีวิตสะดวกสบายยิ่งขึ้น แต่ในมุมมองของผู้ใหญ่กลับมองว่า เป็นสิ่งที่เด็กต้องปรับตัวหรือแก้ปัญหาที่ตัวเอง เช่น ความคิดของการไม่อยากลุกขึ้นไปปิดไฟก่อนนอนเป็นความผิดของเด็ก(ที่เกียจคร้าน) แต่ในความคิดของเด็กนั้นเพียงเพราะต้องการระบบควบคุมไฟได้จากบนเตียง ฯลฯ ซึ่งสวนทางกับแนวคิดของผู้ใหญ่ ในต่างประเทศ อย่าง สหรัฐอเมริกา ขณะที่เพื่อนของตนทำวิจัยและพัฒนาหุ่นยนต์ลิ้นขึ้น กลับได้รับการสนับสนุนจากผู้ใหญ่จำนวนมาก โดยไม่ปิดกั้นความคิด ปล่อยให้เด็กได้ลงมือทำจริง เปิดโอกาสให้เข้าถึงแหล่งข้อมูล (Resource) รวมไปถึงบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างแอปเปิ้ล (Apple) และกูเกิ้ล (Google) ก็ร่วมให้การสนับสนุนแหล่งเงินทุน (Funding) อีกด้วย ซึ่งในท้ายที่สุดองค์ความรู้ดังกล่าว แม้ต้นกำเนิดมาจากเด็กแต่ก็สามารถต่อยอดเชิงธุรกิจได้ในอนาคต ขณะที่ผู้ใหญ่ในไทยอาจจะมองว่า หุ่นยนต์ดังกล่าวไม่สามารถพัฒนาเชิงพาณิชย์หรือ Commercialize ได้

ดังนั้น จึงต้องยอมรับว่า จุดเปลี่ยนสำคัญที่มีผลต่อความคิดของคนรุ่นใหม่ คือ ข้อจำกัดในด้านทรัพยากร แหล่งเงินทุน และแรงสนับสนุนจากหน่วยงานต่าง ๆ พร้อมทั้งต้องตั้งคำถามกลับว่า ในวันนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เปิดให้เข้าถึงแหล่งข้อมูล หรือวางกรอบนโยบายในการสนับสนุนวิชาชีพดังกล่าวเพียงเพราะความต้องการตลาด ซึ่งสวนทางกับ ความเปลี่ยนแปลงในยุดิสรัปชันเป็นอย่างมาก เพราะโลกปัจจุบันมีความต้องการที่หลากหลายและเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง “อย่างไรก็ตาม ความจริงแล้วแม้คุณจะไม่ได้ศึกษาต่อหรือจบการศึกษาด้านวิศวกรรมศาสตร์ แต่หากคุณมีความตั้งใจหรือ มีแนวคิดที่อยากเปลี่ยนแปลงโลก คุณก็สามารถทำได้ เช่นเดียวกับผมที่มีความสนใจด้านอวกาศและดาราศาสตร์ แต่ขณะนั้นแหล่งข้อมูลด้านนี้หาได้ยาก ตนเลยตัดสินใจชักชวนเพื่อน ๆ รวมกลุ่มกันทำเว็บไซต์ SPACETH.CO ขึ้นมา ซึ่งในท้ายที่สุด ก็กลายเป็นพื้นที่ที่ทุกคนสามารถเข้ามาเรียนรู้เรื่องอวกาศและดาราศาสตร์ได้อย่างลึกซึ้ง”

ผู้สนใจสามารถรับชมเสวนาออนไลน์ หัวข้อ “WHYวิศวะ? วิศวกรในยุคดิสรัปชันกับทางรอดของโลก” ย้อนหลังแบบเต็มรูปแบบ และหลากหลายประเด็นที่น่าสนใจเพิ่มเติม อาทิ ‘วิศวกรรมชีวการแพทย์’ (Engineering Medicine) โดย รศ. ดร.สุธา ขาวเธียร รองเหรัญญิกสภาวิศวกร ‘สมาร์ทซิตี้’ (Smart City) โดย นายกิตติพงษ์ วีระโพธิ์ประสิทธิ์ เหรัญญิกสภาวิศวกร ‘เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน’ (Sustainable Development Goals: SDGs) ปี 2050 โดย ดร.ประเสริฐ ตปนียางกูร เลขาธิการสภาวิศวกร ฯลฯ ผ่านทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ www.facebook.com/suchatvee.aewww.facebook.com/coethailand ติดตามข้อมูลเกี่ยวกับการขอรับใบอนุญาตฯ การต่ออายุใบอนุญาต การขอสอบเลื่อนระดับใบอนุญาตฯ กิจกรรมอบรมหรือการถ่ายทอดความรู้เชิงวิชาการ และอื่น ๆ ได้ที่ สายด่วนสภาวิศวกร 1303 ไลน์ไอดี @coethai และเว็บไซต์ http://www.coe.or.th ยูทูบแชลแนล (YouTube) เพียงเสิร์ช “สภาวิศวกร Council of Engineers”

4 เคล็ดลับดูแลตัวเองอย่างไรให้สวยทะลุทุก Zoom Meeting #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/659039

วันที่ 27 ก.ค. 2564 เวลา 13:10 น.

4 เคล็ดลับดูแลตัวเองอย่างไรให้สวยทะลุทุก Zoom Meetingเคล็ดลับสำคัญที่จะทำให้ได้ลุคที่ดูมั่นใจในทุก Zoom Meeting แบบไม่ต้องปิดกล้อง

แม้สถานการณ์ขณะนี้ที่หลายคนต้องอยู่ในช่วงกักตัวและทำงานที่บ้านอย่างต่อเนื่อง แต่การดูแลตัวเองก็เป็นเรื่องสำคัญ เพื่อให้ทุก Zoom Meeting สามารถเปิดกล้องได้อย่างมั่นใจแบบไม่อายหน้าสด นอกเหนือจากการเลือกรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ดื่มน้ำเปล่าเยอะๆ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และออกกำลังกายสม่ำเสมอแล้ว

ไอคอนสยาม แนะนำ 4 เคล็ดลับเด็ดที่จะทำให้คุณสวยเปล่งปลั่งทะลุโน๊ตบุ้คสะดุดทุกสายตา จนเพื่อนร่วมงานทุกคนต้องทักถามอย่างแน่นอน พร้อมให้คุณช้อปปิ้งออนไลน์แก้เครียดอย่างผ่อนคลายสบายกระเป๋า กับแคมเปญ ICONSIAM Amazing Beauty มอบโปรโมชั่นสุดพิเศษสำหรับผลิตภัณฑ์เพื่อความงามทั้ง เมคอัพ (Makeup), สกิน แอนด์ แฮร์ แคร์ (Skin and Hair Care), เวล บีอิ้ง (Well Being) จากแบรนด์ชั้นนำในไอคอนสยาม และแผนก Beauty Avenue จากห้างสรรพสินค้าสยาม ทาคาชิมายะ ตั้งแต่วันนี้ – 31 สิงหาคม 2564 โดยที่คุณสามารถช้อปปิ้งอย่างง่ายดายโดยไม่ต้องออกจากบ้านผ่านบริการ ICONSIAM Ultimate Chat & Shop ให้คุณช้อปล้ำนำเทรนด์กับประสบการณ์การแชทแอนด์ช้อปที่สุดแสนจะสะดวกและปลอดภัย

มาเริ่มดูแลตัวเองอย่างตั้งใจในระหว่างช่วงล็อกดาวน์นี้ไปด้วยกันกับ 4 เคล็ดลับที่รับรองว่าเห็นผลเกินคาดอย่างแน่นอน

1. ลงเมกอัพแบบเนเชอรัลลุคเพื่อเผยผิวที่ดูกระจ่างใสสุขภาพดี

เคล็ดลับสำคัญที่จะทำให้คุณได้ลุคที่ดูมั่นใจในทุก Zoom Meeting แบบไม่ต้องปิดกล้อง คือการหยิบจับเมคอัพมาแต่งแต้มเบาๆ ในสไตล์เนเชอรัลลุคที่ดูไม่มากไม่น้อยจนเกินไป ไอคอนสยามขอแนะนำให้คุณช้อปออนไลน์ผ่าน ICONSIAM Ultimate Chat and Shop แล้วเลือกแบรนด์ JUNG SAEM MOOL (จองแซมมุล) แบรนด์เมกอัพระดับมืออาชีพจากเกาหลี โดยเมกอัพอาร์ทิสต์ JUNG SAEMMOOL ผู้คิดค้นทฤษฏีงานผิวฉ่ำสุขภาพดีแบบ Glass Skin ให้เป็นไอเท็มหลักที่ต้องมีติดโต๊ะเครื่องแป้งไว้ในช่วงนี้ ด้วยส่วนผสมหลักของทุกผลิตภัณฑ์ที่เน้นหนักในการใช้ความชุ่มชื้นสูงและมาในเนื้อที่บางเบาซึมเข้าสู่ผิวแบบที่ไม่ทิ้งคราบให้รำคาญใจอย่าง Skin Setting Glow Base เบสเมคอัพเพื่อเตรียมผิวให้สวยโกลว มีส่วนผสมหลักอย่างกรดไฮยาลูโรนิกขนาดไมโครที่ซึมซาบเร็ว ช่วยทำให้ผิวอิ่มเอิบและเรียบเนียนขึ้นทันตา จนถึง Masterclass Radiant Cushion คุชชั่นรองพื้นที่ขายดีเป็นอันดับ 1 ที่เป็นทั้งครีมคอนซีลเลอร์ในตลับเดียว ปกปิดแน่นแต่ยังคงดูเป็นผิวธรรมชาติ ก่อนจะฟินนิชลุคด้วยลิปสติก Lip Pression Water Tinted Balm ลิปสติกบาร์มสีละมุนเนื้อบางเบาที่ช่วยบำรุงผิวให้ริมฝีปากชุ่มชื้นดูสุขภาพดี

2. เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพผิว

เพราะสภาพผิวของแต่ละคนมีปัญหาและความต้องการที่แตกต่างกัน Beauty Avenue ชั้น M ห้างสรรพสินค้าสยาม ทาคาชิมายะ คืออีกหนึ่งพิกัดความงามที่สำคัญสำหรับคุณสาวๆ เพราะที่นี่เค้าคัดสรรสุดยอดบิวตี้แบรนด์ชื่อดัง ทั้งแบรนด์คอสเมติกและร้านเพื่อสุขภาพและความงามแบบครบครันด้วยแบรนด์ชั้นนำจากหลากหลายประเทศทั่วโลกมารวมไว้ในที่เดียว เพื่อให้คุณได้เลือกสรรแบบทุก Categories ที่ผิวต้องการไม่ว่าจะเป็นการทำความสะอาด การบำรุงเติมความชุ่มชื้น การรักษาปัญหาสิวและริ้วรอย หรือเมกอัพเครื่องสำอาง ก็จบครบในที่เดียว ซึ่งการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงให้เหมาะกับสภาพปัญหาผิวนั้น นอกจากจะเป็นการช่วยกระตุ้นให้ผิวพรรณกลับมาดูแข็งแรงสุขภาพดีขึ้นได้แบบเร่งด่วนทันใจแล้ว ยังเป็นการทำให้ผิวได้รับการดูแลอย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพสูงสุดอีกด้วย

3. ดูแลเส้นผมให้นุ่มสลวยสุขภาพดี

อย่าคิดว่าการพบปะผู้คนผ่าน Zoom Meeting ไม่ได้ออกไปเผชิญมลภาวะนอกบ้าน แล้วเรื่องผมจะเป็นสิ่งไม่จำเป็น เพราะการแก้ปัญหาด้วยการมัดขมวดรวบตึงจะยิ่งเป็นการทำลายเส้นผมให้แห้งกรอบและเสียยิ่งกว่าเดิม ที่สำคัญสุขภาพผมที่ดีแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในการดูแลตัวเองและยังช่วยสร้างบุคลิกภาพให้ดูดีขึ้น เพื่อเส้นผมเงางามดูมีสุขภาพดีการทำความสะอาดให้ล้ำลึกคือจุดเริ่มต้นที่สำคัญ แนะนำให้ปักหมุดไว้ที่ The Selected ชั้น 2 ไอคอนสยาม เพราะไลฟ์สไตล์มัลติแบรนด์สโตร์แห่งนี้เต็มไปด้วยแบรนด์ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติที่พร้อมตรงเข้าดูแลเส้นผมอย่างล้ำลึก อาทิ Kaff & Co. ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่ผลิตจากธรรมชาติ 100% ด้วยสารสกัดจากมะกรูด เหง้าขิง และมะขามป้อม นอกจากนี้ มี Common Ground แชมพูสายออร์แกนิคเป็นมิตรต่อโลกและช่วยปรับสมดุลหนังศีรษะและปกป้องเส้นผมจากสารเคมีและมลภาวะ ช่วยให้คุณมีผมนุ่มลื่นและมีสุขภาพดีไม่ง้อทรีตเม้นต์ที่ร้าน สามารถจัดแต่งทุกทรงได้ตามต้องการ

4. เติมความหอมเพื่อเพิ่มพลังให้กับตัวเอง

แม้เราจะต้องนั่งทำงานอยู่ที่บ้านแทบทุกวันในสัปดาห์ แต่อย่าลืมเติมพลังความหอมให้ตัวเอง อีกหนึ่งในเคล็ดลับที่ช่วยให้คนทำงาน Work From Home ได้อย่างมีประสิทธิภาพคือกลิ่นหอม เพราะกลิ่นหอมจะช่วยปลุกพลัง เติมความคิดสร้างสรรค์ และรีเฟรชให้พลังกลับมาได้อย่างน่ามหัศจรรย์ นอกจากนี้กลิ่นช่วยเสริมความมั่นใจและสามารถสะท้อนตัวตน ส่งเสริมบุคลิกให้ดูดีได้ ICONCRAFT พื้นที่แห่งงานฝีมือสุดสร้างสรรค์ของคนไทย ชั้น 4-5 ไอคอนสยาม ขอชวนมาลองความรื่นรมย์ของแบรนด์ ReunRom ผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์และสปาที่มุ่งสืบสานภูมิปัญญาไทยให้คงอยู่ ด้วยการผสมผสานความเป็นไทยสมัยก่อนเข้ากับไทยสมัยใหม่ได้อย่างละมุนละไมและลงตัว โดย ReunRom Perfume เป็นน้ำหอมที่ได้แรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติของสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศไทย มีให้กลิ่นหอมให้เลือก 14 กลิ่น ทั้งกลิ่นสดชื่น เย็นสบาย รวมถึงกลิ่นหอมจากกุหลาบหลายสายพันธุ์ ที่จะช่วยสร้างบรรยากาศมุมทำงานภายในบ้านให้อบอุ่นและผ่อนคลาย

ทั้งหมดนี้คือเคล็ดลับบางส่วนเท่านั้นที่จะช่วยรีเฟรชให้คุณกลับมาเปล่งปลั่ง ชาร์จพลังความมั่นใจในทุกการประชุมและทำงาน และเติมเต็มช่วงเวลาแห่งความสุขของการอยู่บ้านให้มากขึ้น ด้วยหลากหลายผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ความงามชั้นนำ พร้อมรับโปรโมชั่นพิเศษกับแคมเปญ ICONSIAM Amazing Beauty ช้อปครบ 10,000 บาท แลกรับ Siam Gift Card มูลค่า 500 บาท, ช้อปครบ 50,000 บาท แลกรับ Siam Gift Card มูลค่า 3,000 บาท พิเศษสุด! เฉพาะสมาชิก VIZ ที่มียอดซื้อสะสมสูงสุดขั้นต่ำ 150,000 บาทขึ้นไป รับ Siam Gift Card มูลค่า 5,000 บาท จำนวน 3 รางวัลตลอดรายการ ตั้งแต่วันนี้ – 31 สิงหาคม ศกนี้ ช้อปง่ายโดยไม่ต้องออกจากบ้าน ด้วยบริการช้อปออนไลน์ ICONSIAM Ultimate Chat & Shop วิธีการง่ายๆ กับการเลือกซื้อสินค้าผ่านทาง LINE Application เพียงเพิ่มเพื่อน LINE @ICONSIAM แล้วเลือกบริการ ICONSIAM Ultimate Chat & Shop ที่เมนู เมื่อเจอสินค้าที่ถูกใจ แค่คลิกที่ปุ่ม “สนใจสินค้า” หรือ “Buy this” ก็จะมีผู้ช่วยช้อปที่จะแชทกับคุณ พร้อมจัดส่งสินค้าถึงที่ทั่วไทย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.1338 หรือ www.iconsiam.com

ภาพปก : Freepik.com

ภาวะที่ไม่ปกติ ต้องเล่นแบบไม่ปกติ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/658884

วันที่ 26 ก.ค. 2564 เวลา 07:05 น.

ภาวะที่ไม่ปกติ ต้องเล่นแบบไม่ปกติโดย ภก.ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล สถาบันอินทรานส์ Hipot – การปฏิรูปศักยภาพมนุษย์อย่างบูรณาการ ศาสตร์ชีวิตองค์รวมเพื่อความมั่นคงยั่งยืน

ในยามวิกฤตอย่างการระบาดของโควิด 19 ทุกวันนี้ ถ้ารัฐบาลยังบริหารจัดการอยู่ในกรอบเดิมๆ ด้วยแนวทางเดิมๆ ทางออกก็จะเหมือนเดิม ไม่มีอะไรใหม่ มันพิสูจน์แล้วว่ามันแก้ปัญหาไม่ได้ เพราะภาวะนี้มันไม่ปกติ

เราจะยังคงเล่นแบบในภาวะปกติ บริหารงานในรูปแบบเดิมๆ มันไม่ได้แล้ว เราจึงต้องเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ ตั้งรับต่อไปไม่ได้แล้ว ในเมื่อมันไม่ปกติ เราต้องเล่นแบบไม่ปกติ คือไม่ปกติใน 3 แนวทาง

  1. การเล่นเชิงรุก
  2. การแก้ปัญหาด้วยแนวคิดระบบเชิงซ้อน
  3. การสร้างความสอดคล้องไปในแนวเดียวกัน

1. การเล่นเชิงรุก

เชื่อว่าทุกวันนี้ รัฐบาลพยายามเล่นเชิงรุก แต่อย่างไรก็ตาม ลองถามว่ามันยังมีอะไรใหม่ได้อีกไหม ทุกฝ่ายจึงต้องเปลี่ยนวิธีคิดเสียใหม่ ปรับกรอบความคิดใหม่ มองในมุมใหม่ ต้องกล้าปรับกระบวนการแก้ปัญหาเสียใหม่ เพราะนี่มันไม่ปกติ ผู้นำต้องขอใช้อำนาจที่มีอยู่เปลี่ยนกติกาใหม่ ขอความร่วมมือกับทีมผู้บริหาร ในภาวะเช่นนี้ต้องขอใช้อำนาจแบบเบ็ดเสร็จชั่วคราว ไม่เช่นนั้น มาตรการต่างๆ ที่ทำมา มันจะละลายหายไปหมด ไม่เกิดผล ตัวเลขติดเชื้อก็ไม่ลด เกินหมื่น คนตายก็ยังอยู่แถวๆ ร้อย บวกลบ และมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างในหลายประเทศเพื่อนบ้าน การเล่นเชิงรุกจึงต้องขอใช้อำนาจพิเศษในภาวะวิกฤต เพราะมันต้องเด็ดขาด ไปในแนทางเดียวกัน และต้องทันเวลา

2. การแก้ปัญหาด้วยแนวคิดระบบเชิงซ้อน

เพราะระบบคือภาวะที่เกิดจากการเชื่อมโยงขององค์ประกอบ ปัญหาโควิดก็เช่นกัน มันคือระบบ แต่ที่หนักกว่าและยากกว่าคือ ปัญหาโควิด มันไม่ตรงไปตรงมา มันเป็นปัญหาเชิงซ้อน เพราะมีองค์ประกอบมากมายเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างสลับซับซ้อนในหลายมิติ และทุกมิติเชื่อมโยงกัน ส่งผลถึงกันหมด ไม่ว่าจะเป็นการเลือกชนิดวัคซีน การตรวจหาเชื้อ แนวทางการรักษา กลุ่มเป้าหมาย ขีดความสามารถด้านสาธารณสุข การจัดหาวัคซีน/งบประมาณ การกระจายวัคซีน/การฉีดวัคซีน การรับมือกับการกลายพันธุ์ของโควิด การล็อกดาวน์/มาตรการเยียวยา การประชาสัมพันธ์สื่อสาร และอื่นๆ อีกมากมาย ทุกเรื่องล้วนเป็นประเด็นล้วนใหญ่และมีผลกระทบสูงทั้งสิ้น นอกจากนี้ ในแต่ละประเด็นหลัก มันยังมีตัวแปรย่อยๆ อีกมากมาย ซ้อนอยู่อย่างสลับซับซ้อน ซึ่งทั้งหมดล้วนสัมพันธ์กันทั้งหมด และสร้างความปวดหัวอยู่ทุกวันนี้ เพราะไม่ว่าจับไปที่ใด มันก็สะเทือนประเด็นอื่นๆ ด้วยทั้งหมด การแก้ปัญหาจึงต้องปรับมุมมองเสียใหม่ เห็นความจริงว่ามันเป็นระบบเชิงซ้อน

ปัญหาโควิดจึงท้าทายมาก เพราะมันใหญ่ มันเกี่ยวของกับหลายมิติ แต่ละมิติมันทับซ้อนกันหมด มันจึงเป็นปัญหาซ้อนปัญหา ระบบซ้อนระบบ เราจึงต้องมองปัญหาโควิดแบบระบบเชิงซ้อน มองภาพองค์รวมที่ใหญ่ขึ้น เห็นความเชื่อมโยงของตัวแปรในหลายมิติ หลายระดับ แล้วค่อยๆ แตกปัญหาออกเป็นประเด็นย่อยๆ แกะที่ละประเด็น จัดการไปทีละเรื่อง ด้วยการปรับตัวแปรใหม่ เปลี่ยนการเชื่อมโยงมันเสียใหม่ แล้วจะได้แนวทางใหม่ๆ ที่แตกต่าง ไม่เหมือนเดิม

3. การสร้างความสอดคล้องไปในแนวเดียวกัน

การเล่นเชิงรุกด้วยแนวคิดเชิงระบบนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่หน่วยงานต่างๆ ต้องตอบสนองอย่างเป็นเอกภาพ ทุกฝ่ายจึงต้องปรับกรอบการทำงานใหม่ ต้องปรับมุมมองต่อปัญหาและกระบวนการแก้ปัญหาเสียใหม่ จะคิดและทำแบบเดิมๆ ไม่ได้แล้ว นอกจากนี้ ยังต้องสื่อสารต่อประชาชนให้เข้าใจแนวคิดนี้ เพื่อสร้างการยอมรับเพื่อไปในแนวทางเดียวกัน ส่วนใครจะเล่นการเมืองในภาวะเช่นนี้ ก็ปล่อยไป เพราะประชาชนจะเลือกข้างเอง แต่ผู้นำต้องเด็ดขาด ในเมื่อมีอำนาจอยู่ในมือ รวบกฎหมายมาอยู่ในมือแล้วต้องกล้าฟันธง ตัดสินใจ ไม่เช่นนั้น ก็ไม่มีใครรอดทั้งนั้น

อีกทั้งต้องกล้ายอมรับต่อประชาชนว่าไม่มีทางทำทุกอย่างได้อย่างสมบูรณ์แบบ เพราะมันเป็นปัญหาเชิงซ้อน และทุกมาตรการที่ออกมาล้วนมาจากความตั้งใจเพื่อช่วยประชาชน แต่ย่อมมีคนพอใจบ้างและไม่พอใจบ้าง จะได้ทุกคนเป็นไปไม่ได้ มาตรการต่างๆ ที่ออกมาช่วย มันก็ไม่ง่าย มันใช้เวลา ขอเวลาคนทำงานคิด เพื่อสร้างความขัดเจนว่าแนวทางปฏิบัติควรเป็นอย่างไร เพราะตอนที่คิด มันก็ไม่รู้หรอกว่าต้องทำอย่างไร มันเป็นแค่นโยบาย เพราะเรื่องนี้มันใหม่ มันไม่เคยเกิดมาก่อน ประชาชนต้องเข้าใจ แค่ประเด็นการชดเชย ประเด็นนี้ประเด็นเดียวก็ไม่ง่ายแล้ว ใครควรได้ ใครไม่ควรได้ ใครอยู่ในระบบประกันสังคมแบบไหน ถ้าไม่อยู่ในระบบเลย ต้องทำอย่างไร แค่เรื่องสมัครเข้าระบบประกันสังคมเพื่อรับค่าชดเชย วันนี้ระบบก็ล่มแล้ว นี่ยังไม่นับเรื่องความซ้ำซ้อนของการชดเชย บางคนไม่ปฏิบัติตามมาตรการ แต่ก็จะขอค่าชดเชย และปัญหาอื่นๆ อีกมากมาย แต่หากมีอะไรที่พลาด ก็บอกไป ยอมรับ แล้วสื่อออกไปว่าจะปรับแก้ไขอย่างไร ในกำหนดระยะเวลาเท่าไหร่ แล้วสุดท้ายให้ประชาชนจะวัดเอง เพราะนี่มันเป็นภาวะที่ไม่ปกติ

ในภาวะวิกฤตเช่นนี้ มันไม่ปกติ จึงต้องปรับมุมมองการบริหารจัดการใหม่แบบไม่ปกติ ด้วยการเล่นเชิงรุกผ่านมุมมองใหม่ที่คิดเชิงระบบ และการสร้างความสอดคล้องให้ไปในแนวทางเดียวกันทั้งระบบ

5 สาเหตุที่ลูกดื้อ พร้อมวิธีรับมือ by หมอปุ๊ก Doctor For Kids #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/658887

วันที่ 25 ก.ค. 2564 เวลา 08:10 น.

5 สาเหตุที่ลูกดื้อ พร้อมวิธีรับมือ by หมอปุ๊ก Doctor For Kidsพญ.ดวงรัตน์ วังเกล็ดแก้ว กุมารแพทย์ที่ปรึกษาศูนย์สุขภาพเด็ก โรงพยาบาลนวเวช และเจ้าของเพจ หมอปุ๊ก Doctor For Kids ได้เล่าถึงเหตุผลที่ทำให้ลูกดื้อและไม่เชื่อฟัง พร้อมทั้งมีวิธีแก้มาฝากคุณพ่อคุณแม่ด้วย

โดยทั่วไปธรรมชาติของเด็กต้องการความรัก และการยอมรับจากคุณพ่อคุณแม่ อยากได้คำชมว่าเป็นเด็กดี น่ารัก รู้จักเชื่อฟังผู้ใหญ่ แต่หากลูกเรามักจะดื้อ ต่อต้าน ไม่เชื่อฟัง นั่นคือผิดวิสัยเด็ก และมีสาเหตุที่เป็นเช่นนั้น

พญ.ดวงรัตน์ วังเกล็ดแก้ว กุมารแพทย์ที่ปรึกษาศูนย์สุขภาพเด็ก โรงพยาบาลนวเวช และเจ้าของเพจ หมอปุ๊ก Doctor For Kids ได้เล่าถึงเหตุผลที่ทำให้ลูกดื้อและไม่เชื่อฟัง พร้อมทั้งมีวิธีแก้มาฝากคุณพ่อคุณแม่ จากประสบการณ์ที่ได้ดูแลเด็กดื้อ ต่อต้านที่พ่อแม่พามาปรึกษา พบว่า

5 สาเหตุสำคัญที่ทำให้ลูกดื้อ และไม่เชื่อฟังพ่อแม่ มีดังนี้

ข้อแรก เด็กไม่ได้รับความสนใจเมื่อทำตัวดี

อย่างที่บอกไปข้างต้นว่าโดยทั่วไปเด็กต้องการความรัก ความใส่ใจ คำพูดดีๆ จากจากพ่อแม่ แต่หากเด็กทำตัวดี เชื่อฟัง ว่านอนสอนง่ายมาเรื่อยๆ แล้วพ่อแม่กลับทำเฉย ไม่สนใจ เหมือนมองไม่เห็นการทำดีนั้น พอมาวันหนึ่ง ด้วยเหตุอะไรก็ตาม เด็กบังเอิญได้ทำตัวไม่ดี ดื้อ ไม่เชื่อฟัง อาละวาดโวยวายขึ้นมาสักครั้งสองครั้ง พ่อแม่รีบเข้ามาสนใจ ให้ความสำคัญเห็นเป็นเรื่องใหญ่ และบางทียังได้ของที่อยากได้ (ที่เวลาพูดขอดีๆ กลับไม่ได้) เพื่อเป็นการตัดรำคาญหรือติดสินบนให้หยุดดื้อ หยุดโวยวาย อาละวาด เอาแต่ใจ หากเป็นแบบนี้ เด็กจะเรียนรู้ที่จะทำตัวไม่ดีเวลาอยากได้ความสนใจหรือเวลาอยากได้อะไรจากผู้ใหญ่

วิธีแก้

  • พ่อแม่ให้ “ความสนใจทางบวก” เวลาลูกทำตัวดี
  • ให้เป็นคำชม ยิ้มให้ลูก พยักหน้าแสดงความสนใจ แสดงท่ารับรู้ ลูบศีรษะ กอด ฯลฯ ทำเช่นนี้บ่อยๆ ทุกครั้งที่ลูกทำตัวดี
  • การให้ความสนใจทางบวกกับลูกอย่างสม่ำเสมอ เป็นเสมือนการเติมพลังใจ สร้างแรงจูงใจในการทำตัวดีให้กับลูก เป็นการแสดงออกให้ลูกรู้ว่าคุณรับรู้คุณค่าในตัวเขา ตอบสนองความต้องการของลูกที่อยากได้การยอมรับ ความรัก ความสนใจจากพ่อแม่และผู้ใหญ่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นความต้องการพื้นฐานที่มนุษย์ทุกคนต้องการ

ข้อสอง ลูกไม่ได้รับการสอนว่าพฤติกรรมที่ดีคืออะไร

บางบ้านไม่สอนอะไรว่าอะไรถูก อะไรผิด อะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ ไม่มีการกำหนดขอบเขตพฤติกรรมที่ควรและไม่ควรทำในครอบครัว

วิธีแก้ สั่งสอนลูก ชี้แนะให้รู้จักขอบเขตที่ชัดเจนของพฤติกรรมที่ทำได้และทำไม่ได้

ตัวอย่างในการสอนลูก เวลาเห็นลูกทำตัวไม่เหมาะสมในเรื่องใดก็ตาม ควรพูดเตือนทันที อย่าปล่อยผ่านไป โดยให้พูดบอก “สั้นๆ ง่ายๆ” ใช้น้ำเสียง สีหน้ากลาง ๆ ไม่ใช้อารมณ์ แต่ท่าทางเอาจริง ลองฝึกพูดกับหน้ากระจกดูก่อนก็ได้ว่าหน้าตาท่าทางเราดูคุกคามลูกเกินไปมั๊ย หรือน้ำเสียงเราอ่อน ขาดความเด็ดขาด ตัองบาลานซ์

  • ให้พูดกับลูกสาววัย 4 ขวบ ที่กำลังแย่งของเล่นจากพี่ชายวัย 6 ขวบ ว่า “หนูไม่แย่งของจากมือพี่ หนูขอพี่แล้วรอให้พี่ส่งของให้ค่ะ”
  • เมื่อลูกเอาเท้ายกขึ้นมาบนโต๊ะตอนกินอาหาร ให้พูดกับลูกว่า “โต๊ะไว้วางอาหาร ลูกเอาเท้าวางบนพื้นค่ะ”

ข้อสาม ลูกเห็นพฤติกรรมไม่เหมาะสมจากพ่อแม่ และเกิดการเลียนแบบ

วิธีแก้ เตือนตัวเองว่าลูกจำและเรียนรู้จากเรา เราต้องเป็นต้นแบบของพฤติกรรมที่เหมาะสมให้กับลูก

ข้อสี่ ลูกโกรธ เศร้า หรือกังวล

เวลาเด็กมีความรู้สึกลบๆ พวกเขามักจะระบายอารมณ์ออกมาเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เช่น ดื้อ ต่อต้าน ก้าวร้าว ทำร้ายคนอื่น ทำลายข้าวของ

วิธีแก้ ก่อนที่จะพูดตำหนิหรือไม่พอใจลูก ให้ลองพิจารณาว่าช่วงนี้ลูกมีอารมณ์และการแสดงออกด้านอื่นที่เปลี่ยนไปจากเดิมด้วยหรือไม่ เช่น เงียบลง  ดูหงอยๆ แยกตัว ไม่ร่าเริง กินน้อย นอนยาก ร้องไห้ง่ายกว่าเดิม หงุดหงิดง่าย ขี้โมโหกว่าเดิม ถ้าพ่อแม่สังเกตเห็นอาการเหล่านี้ ให้ลองคุยกับลูกว่ามีเรื่องอะไรไม่สบายใจ ลองถามดูว่าที่โรงเรียนเป็นยังไง ทั้งเรื่องครู เรื่องเพื่อน เรื่องการเรียน ถามไถ่ชีวิตลูก จะได้รู้สาเหตุที่ทำให้ลูกมีอารมณ์และการแสดงออกที่ผิดไปจากเดิม อาจจะช่วยชี้แนะลูกถ้าช่วยได้

ข้อห้า พื้นอารมณ์ของลูก

เด็กบางคนเป็นเด็กที่มีพื้นอารมณ์อ่อนไหว หงุดหงิดง่าย ปรับตัวยาก มีความคิดและอารมณ์ค่อนไปทางลบ เด็กกลุ่มนี้มักจะแสดงท่าทีต่อต้าน ไม่ร่วมมือกับคนอื่นอยู่บ่อยๆ มีความคับข้องใจง่าย จะแสดงพฤติกรรมถดถอย ทำตัวไม่สมวัย

วิธีแก้ พ่อแม่ควรทำความเข้าใจในเรื่องพื้นอารมณ์ของเด็ก และตอบสนองลูกให้เหมาะกับพื้นอารมณ์ของเค้า จะช่วยลดความคับข้องใจของลูกลงไปได้ ช่วยให้ลูกปรับตัวกับสิ่งต่างๆ ได้ดีขึ้น 

เมื่อคุณพ่อคุณแม่ทราบถึง 5 สาเหตุสำคัญที่ทำให้ลูกมีพฤติกรรมดื้อ ต่อต้าน ไม่เชื่อฟังแล้ว ลองนำไปใช้สังเกตลูกดูว่าเป็นแบบนี้หรือไม่ หากพบว่าใช่ ควรรีบปรับพฤติกรรมตัวเอง เน้นที่ พ่อแม่ปรับพฤติกรรมของตัวเองที่กระทำต่อลูก จะพบว่าลูกร่วมมือกับพ่อแม่มากขึ้น ต่อต้านลดลง ให้ค่อยๆ ปรับตัวเองและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกเพิ่มขึ้นทุกวัน แต่หากลูกยังมีพฤติกรรมดื้อ ต่อต้านเช่นเดิม แนะนำว่าควรปรึกษากุมารแพทย์หรือจิตแพทย์เด็กเพื่อประเมินสภาวะอารมณ์ จิตใจ ความคิด และการปรับตัวของลูก เพื่อได้รับการดูแลช่วยเหลือให้ตรงสาเหตุต่อไป

ชี้เป้ากระเป๋าสุดหรูใบใหม่ของสองสาวเซเลบริตี้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/658664

วันที่ 22 ก.ค. 2564 เวลา 09:30 น.

ชี้เป้ากระเป๋าสุดหรูใบใหม่ของสองสาวเซเลบริตี้ส่องกระเป๋าใบโปรดของสองสาวสุดแซ่บ อั้ม พัชราภา และ ศรีริต้า เจนเซ่น กับ MCM X MINI ROCKSTAR VANITY CASE IN VINTAGE JACQUARD THE NEW CELEBRITIE IT-BAG

ยกให้เป็นไอเท็มใหม่ที่มาแรงที่สุดในขณะนี้แล้ว สำหรับกระเป๋าเอ็กซ์ มินิ ร็อกสตาร์  วานิตี้เคส (X Mini Rockstar Vanity Case in Vintage Jacquard) สีน้ำเงิน (Modern Blue) จาก MCM ที่พึ่งเปิดตัวในฤดูกาลใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว ปี 2021 (Fall/Winter 2021) นี้ไปไม่นานก็ได้ขึ้นแท่นเป็นกระเป๋าใบโปรดในดวงใจของเหล่าเซเล็บสาวสวยหลายท่านไปแล้ว

ไม่เชื่อก็ดูได้จากโพสต์ล่าสุดในอินสตาแกรมของนางเอกตัวท็อปของวงการ อย่างสาวอั้ม พัชรภา ไชยเชื้อ ที่ไม่ว่าจะขยับตัวไปทางไหน ทุกคนต่างให้ความสนใจและติดตามไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของเธออยู่เสมอ เมื่อล่าสุดเธอได้ออกมาโพสต์รูปคู่กับกระเป๋าใบโปรดใบใหม่ของเธออย่าง กระเป๋า X Mini Rockstar Vanity Case in Vintage Jacquard สีน้ำเงิน (Modern Blue) จาก MCM แมทซ์เข้ากับเสื้อเชิ้ตซีทรูสีครีมและกางเกงขาสั้นสีขาว เรียกได้ว่าเป็นลุค Effortless Casual ที่สวยงามและน่าหลงใหลสมกับเป็นเจ้าหญิงของวงการเป็นที่สุด

สาวอั้ม-พัชราภา ไชยเชื้อ กับกระเป๋า รุ่น Rockstar Vanity Case in Vintage Jacquard Monogram สีน้ำเงิน ในไซส์ X Mini

และถ้าจะพูดถึงเหล่านางเอกของวงการแล้ว ยังมีอีกหนึ่งท่านที่หากจะไม่พูดถึงคงไม่ได้ อย่างสาวศรีริต้า เจนเซ่น ณรงค์เดช ที่ถึงแม้ว่าพึ่งจะกลายเป็นคุณแม่ป้ายแดงไปหมาดๆ แต่ก็ยังไม่ลืมที่จะอัพเดทลุคแฟชั่นและไลฟ์สไตล์สวยๆ ให้เราชมอยู่เสมอ เพราะอย่างล่าสุดเธอก็เลือกหยิบเจ้ากระเป๋า X Mini Rockstar Vanity Case in Vintage Jacquard สีน้ำเงิน (Modern Blue) จาก MCM มาใช้ในลุค Business สีขาว ได้อย่างลงตัวสมบูรณ์แบบไม่แพ้ใคร

คุณแม่ริต้า-ศรีริต้า เจนเซ่น ณรงค์เดช กับกระเป๋ารุ่น Rockstar Vanity Case in Vintage Jacquard Monogram สีน้ำเงิน ในไซส์ X Mini

สำหรับแคปซูลคอลเลคชั่น วินเทจ โมโนแกรม แจ็คการ์ด (Vintage Monogram Jacquard Capsule Collection) MCM (Modern Creation München) แบรนด์เครื่องหนังสุดหรูสัญชาติเยอรมนี นำเอากลิ่นอายความวินเทจกลับมาบอกเล่าใหม่อีกครั้ง ให้ดูหรูหราและวินเทจยิ่งขึ้น ด้วยเทคนิคการทอแจ็คการ์ด (Jacquard) ที่ถูกคิดค้นขึ้นมาเป็นพิเศษจากโรงเรียนสิ่งทอบาวเฮาส์ (The Bauhaus Textiles School) อันเลื่องชื่อของเยอรมันนีโดยเฉพาะ

เทคนิคการทอแบบแจ็คการ์ดนี้ถือได้ว่าเป็นเทคนิคการทอชั้นสูงที่ทำให้เกิดลักษณะของงานแบบสามมิติที่ต้องอาศัยทั้งความประณีตและความชำนาญของช่างทอเป็นอย่างมาก ความละเอียดละออของการสร้างลวดลายลงไปบนเนื้อผ้าในคอลเลคชั่นนี้จึงยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าความสวยงามและถ่ายทอดความหรูหราของแบรนด์ออกมาได้อย่างชัดเจนเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 45 ปีอย่างเป็นทางการ

เจ้ากระเป๋าเอ็กซ์ มินิ ร็อกสตาร์  วานิตี้เคส (X Mini Rockstar Vanity Case in Vintage Jacquard) นอกจากจะสะพายข้างครอสบอดี้ (Crossbody)ได้แล้ว ยังสามารถนำมาถือเป็น ท็อป แฮนเดิล ได้อีกด้วย (Top Handle) รู้แบบนี้แล้วไม่แปลกใจเลยที่เจ้ากระเป๋าใบนี้ได้กลายเป็น IT BAG ในดวงใจใบใหม่ของเหล่าเซเล็บบริตี้ทั้งหลายในวงการ

เป็นเจ้าของแคปซูลคอลเลคชั่น วินเทจ โมโนแกรม แจคการ์ด (Vintage Monogram Jacquard Capsule Collection) ได้แล้ววันนี้ ทาง LINE: @MCMTHAILAND FB: MCMTHAILANDOFFICIAL และ IG: @MCMTHAILAND และ ณ  MCM ทั้ง 4 สาขาที่  EmQuartier, Central Embassy, Siam Paragon และ ICONSIAM หรือโทร. 06-5526-6608

G2000 คอลเลคชั่นล่าสุดแห่งปี 2021 อัพลุคเฉิดฉายในสไตล์ที่ไม่เหมือนใคร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/658558

วันที่ 21 ก.ค. 2564 เวลา 09:50 น.

G2000 คอลเลคชั่นล่าสุดแห่งปี 2021 อัพลุคเฉิดฉายในสไตล์ที่ไม่เหมือนใครอัพเดทแฟชั่นชุดทำงานโฉมใหม่ในแบบฉบับ G2000 กับคอลเลคชั่นล่าสุดแห่งปี 2021

G2000 Women’s Collection

สวยเท่และสวมใส่สบาย คือเสื้อผ้าที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับอากาศร้อนๆ ช่วงซัมเมอร์ G2000 Women’s Collection จึงได้นำเอาประสบการณ์ความสดใหม่ทั้งการดีไซน์และฟังก์ชั่นต่างๆ ไว้ให้กับคุณผู้หญิงด้วย Cool-biz Suit ด้วยวัสดุที่ระบายอากาศได้ดี พร้อมสัมผัสที่เย็นสบายผิวช่วยระบายอุณหภูมิอันร้อนระอุของร่างกายได้เป็นอย่างดีจนรู้สึกได้ถึงความผ่อนคลายทุกครั้งที่สวมใส่แม้เป็นชุดทำงานทางการก็ตามพร้อม Antibacterial Suit ซึ่งมีฟังก์ชั่นยับยั้งการเติบโตของแบคทีเรียและลดกลิ่นอับชื้นจากเหงื่อเพื่อความมั่นใจในทุกๆวันตลอดหน้าร้อนนี้! นอกจากเรื่องของฟังก์ชั่นแล้วในฤดูกาลนี้สีสันที่ดูแปลกตามาในคัตติ้งที่ดูสวยคมนั้นถือเป็นจุดเด่น อย่างเช่นการใช้สีเขียวอะโวคาและชมพูที่มอบลุคความงามที่แตกต่างออกไปในชุดเรียบโก้ โดยในซีซั่นนี้ชิ้นเด่นที่ถือว่าต้องมีก็คือชุดเบลเซอร์กับกางเกงขาสั้นที่เข้าเซ็ทกัน สร้างลุคสวยชิค คล่องตัว และยังดูโดดเด่นมีสไตล์ไม่เหมือนใคร นอกจากนี้การเพิ่มขนาดไซส์ให้เลือกได้หลากหลายยิ่งขึ้นเพื่อสอดรับกับทุกความต้องการของทุกรูปร่างและทุกขนาดยังช่วยให้คุณสนุกกับแฟชั่นได้อย่างไร้ข้อจำกัด

สัมผัสความเย็นสบายพร้อมฟังก์ชั่นชุดทำงานที่ลงตัว

หนึ่งในไฮไลท์สำคัญของ G2000 ก็คือ Cool-biz Suit ชุดสูทที่ดูดี ทันสมัย และมีหลากหลายเท็กซ์เจอร์ โดยเนื้อผ้าในคอลเลคชั่นซัมเมอร์นี้ เราเลือกที่มีความโปร่ง บางเบา ช่วยให้ผู้สวมใส่รู้สึกเย็นสบาย ไม่อึดอัด สัมผัสนุ่มละมุนผิว ลดทอนข้อจำกัดที่ว่าชุดทำงานจะต้องดูเนี้ยบ เป๊ะ และอึดอัดเข้าไว้เพื่อลุคที่สง่างาม แต่ด้วยคอลเลคชั่นนี้ของเราคุณสามารถเอนจอยกับทุกการเคลื่อนไหวมีความคล่องตัวได้เสมอไม่ว่าจะทำงาน หรือกิจกรรมใดๆ ระหว่างวัน รวมถึง Antibacterial Suit ที่เหมาะมากกับสภาพอากาศร้อนชื้นของบ้านเราโดยเนื้อผ้าจะช่วยยับยั้งแบคทีเรียที่เกิดจากเหงื่อจึงทำให้คุณรู้สึกสะอาดสดชื่นและดูดีได้ยาวนานตลอดวัน

หลากหลายสีสันและการตัดเย็บเพื่อทุกความต้องการ

การมิกซ์แอนด์แมทช์เสื้อผ้าได้อย่างหลากหลายนั้นช่วยให้แต่ละลุครับซัมเมอร์นี้ดูสนุกสนาน สดชื่น ไม่น่าเบื่ออีกต่อไป โดยเฉพาะเมื่อใช้เฉดสีสดใสอย่างสีเขียวอะโวคาโดและสีชมพูฉีกลุคสาวออฟฟิตผู้เคร่งขรึมอึมครีม ให้กลับสดใสขึ้นทันตา รวมถึง Tops เสื้อตัวบนที่มีความหลากหลายเฉดสีให้เลือกสวมใส่ เช่นเดียวกับวัสดุที่ใช้ และระดับความยาวของแขนเสื้อที่มีให้เลือกครบครัน เปลี่ยนลุคได้ตามมู้ดแต่ละวันแบบไม่ซ้ำซาก Flowy Dress กับหลากหลายเนื้อผ้าและความยาวแขนช่วยให้คล่องตัวสุดๆ ในซัมเมอร์นี้ อีกทั้งยังดูพลิ้วไหว สดใสไปกับหน้าร้อนได้อย่างดี นอกจากนี้ ยังมี Lightweight Cardigan ที่ต้องบอกว่าเหมาะสุดกับการทำงานในห้องแอร์ช่วงซัมเมอร์ ที่บางทีก็หนาวเย็นด้วยอุณหภูมิต่ำเป็นพิเศษ หนาพอให้อุ่นขึ้นแต่ยังบางพอให้สวมใส่สบาย ดังนั้นจะออกนอกออฟฟิศไปกินข้าวเอาท์ดอร์หรือกลับเข้ามาประชุมด่วนๆ ในห้องแอร์ก็ไม่ต้องใส่ๆ ถอดๆ ให้เปลืองแรง นี่แหละ! ฟังก์ชั่นที่ผู้หญิงเราต้องการ!

เบลเซอร์กับกางเกงขาสั้นเข้าเซ็ทกัน ความสมาร์ทแบบสาวทำงานตลอดซัมเมอร์นี้

ในฐานะผู้เชี่ยวชาญงานสูท G2000 ได้นำเสนองานสูทที่ออกแบบมาเพื่อสวมใส่ในหลากหลายโอกาส โดยในซีซั่นนี้มี 2 ซีรีส์หลักด้วยกันคือ Professional และ Feminine โดย #ทีมProfessional นั้นได้รังสรรค์ภาพลักษณ์ความเป็นมือโปรด้วยสูททางการสุดเนี้ยบ ในขณะที่ #ทีมFeminine นั้นเน้นลุคที่ดูอ่อนโยนและทรงเสน่ห์ยิ่งขึ้น ลดทอนความแข็งกร้าวด้วยชุดสูทที่ส่งเสริมส่วนโค้งเว้า ช่วงเอวเน้นเย็บเข้าให้ดูแบบบางลง  มาพร้อมเข็มข้ด เสื้อคอวี และแจ๊กเก็ต ปัดฝุ่นให้ลุคงานสูทดูชิคและทันสมัย ที่นับว่าเป็นไฮไลท์สำคัญประจำฤดูกาลเลยก็คือเบลเซอร์และกางเกงขาสั้นเข้าเซ็ทกัน Blazer and Shorts โดยมีเบลเซอร์ที่สวมใส่อย่างพอดีตัวมิกซ์กับกางเกงขาสั้นที่ดูทั้งสวยเท่และยังเนี้ยบได้ในหน้าร้อนโดยไม่ต้องทนใส่ชุดร้อนระอุอย่างที่เคย และแน่นอนว่ายังคงดูเป็นสาวทำงานมือโปรฯ เช่นเดิม ด้วยการผสมผสานไอเท็มที่หลากหลายกันนี้ไว้ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งลุคที่แปลกตาแต่สวยเกินคาด พร้อมสไตล์ที่โดดเด่น ไม่เหมือนใคร แบบไม่ต้องฝืน!

 

G2000 Men Collection

ชุดทำงานฟังก์ชั่นครบในลุคซัมเมอร์ ไปทำงานเจอเดดไลน์โหดๆ ว่าเครียดประมาณนึงแล้ว ยิ่งพอเจออากาศร้อนๆแบบนี้คิดว่าจะใส่อะไรไปดียิ่งเครียดเข้าไปใหญ่เพราะในฤดูกาลนี้การจะเลือกสวมใส่ชุดทำงานแบบ “เต็มรูปแบบ” ก็อาจจะอึดอัดได้ ถ้ามีเบลเซอร์ที่ทำจากวัสดุที่ช่วยให้รู้สึกเย็นสบายขณะสวมใส่ไปดด้วยได้ก็คงดีซึ่งเราได้คัดสรรและออกแบบ เบลเซอร์สำหรับร้อนนี้ให้ตอบโจทย์ด้วยคัตติ้งที่ไม่เป็นทรงแข็งทื่อและมีแผ่นเสริมไหล่แบบน้อยๆ ให้มีความนุ่มนวลและเคลื่อนไหวได้สะดวกที่สุด ยิ่งเมื่อทั่วโลกต้องประสบปัญหาดรึระบาดการเลือกสวมใส่ อะไรที่ง่ายดายแต่ยังดูดีนั้นย่อมตอบความต้องการได้ดีกว่า เช่น ชุดสูทที่สามารถซักได้ด้วยเครื่องซักผ้าที่ของคุณเองสะดวกสุดและยังช่วยประหยัด ค่าบริการซักแห้งไปได้มากโขทั้งยังช่วยคุมลุคให้ดูดีมีความโปรฯ และสมาร์ทเช่นเคย! ด้วยเนื้อผ้าเบาสบายระบายอากาศได้ดีอย่างเบลเซอร์ลินินที่สวมใส่เย็นสบายโดยยังคงลุคสมาร์ทเรียบเท่ไว้ได้อย่างครบครัน

กางเกงที่หลากหลายตรงกับทุกความต้องการ

การเลือกสวมใส่กางเกงที่ใช่จะช่วยลดปัญหาในชีวิตไปได้มาก โดยเฉพาะเรื่องไซส์และสไตล์ ดีไซเนอร์ของเราจึงออกแบบกางเกงทุกตัวอย่างพิถีพิถันและแม่นยำ  ด้วยรูปทรงและไซส์ที่หลากหลายเช่นเดียวกับดีเทล ของกางเกงที่ตอบได้ทุกความต้องการของชายหนุ่มทุกคน ไม่ว่าจะเป็นรุ่นคลาสสิคที่อยู่มาทุกยุค (Comfort, Regular, Smart and Slim Fit) ไปจนถึงงานสายแฟฯ แบบ Ultra Slim Fit และหากต้องการความสบายเป็นพิเศษก็ต้องเลือกช่วงเอวแบบยืดได้อย่าง Flexi-waist Smart Fit พูดง่ายๆว่า ไม่ว่าความต้องการของคุณจะ เป็นอย่างไรเราก็มีกางเกงแบบที่ตอบโจทย์ได้ตรงใจคุณอย่างแน่นอนรวมถึงสายคาดเอวแบบยืดได้ในกางเกงรุ่นยอดนิยมอย่าง Smart Fit ที่แม้จะเป็นกางเกงทำงานแต่สวมใส่ตอนไปเที่ยวพักผ่อนก็ยังเหมาะเพราะสวมใส่สบายและคล่องตัวทุกมูฟเมนต์เรียกว่าเป็นหนึ่งในแนวคิดที่ฉีกกรอบความคิดเดิมๆไปเลยว่ากางเกงของสุภาพบุรุษจะต้องเป็นอะไรที่สวมใส่แล้วสบายตาแต่ไม่สบายตัวเอาเสียเลย

กางเกงชิโน ก็เป็นอีกหนึ่งไอเดียที่สวมใส่ได้ทุกโอกาส เพราะมีความกลางๆ ระหว่างลุคสมาร์ทกับลุคสบาย แต่แน่นอนว่าดูดีและสามารถสวมใส่ไปทำงานได้เหมาะสมและเหมาะกับซัมเมอร์ลุคนี้อีกต่างหาก ส่วน New Slim Fit คืออีกทรงที่น่าสนใจด้วยช่วงสะโพกและขาที่เรียวเล็ก ช่วยให้รูปร่างดูเพรียวบาง คล่องตัว หรือ Cropped Slim Tapered Fit ที่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความสบายมีพื้นที่ให้ขยับแข้งขาได้สะดวกด้วยขาท่อนบนที่เรียวและท่อนล่างที่กว้างออกมาหน่อยกำลังอินเลยทีเดียว ที่สำคัญคือความเบาสบายของเนื้อผ้าระบายอากาศได้ดีเหมาะกับอากาศหน้าร้อน ดังนั้นไม่ว่าจะไปทำกิจกรรมใดๆเมื่อไหร่ยังไงก็มั่นใจได้ ทุกทวงทาอิริยาบถว่าสบายและดูดี ยิ่งถ้าอยากคล่องตัวเป็นพิเศษกางเกงชิโนแบบยืดได้ก็มี! ช่วยให้ทุกย่างก้าวของแต่ละเป็นไปแบบไร้สะดุด

คีย์พีซสำหรับชายหนุ่มช่วงซัมเมอร์นี้

สีเขียว คือสีเด่นประจำฤดูกาลสำหรับแคชวลลุค ซึ่งเข้ากันได้ดีกับเสื้อยืดหรือกางเกงชิโนหรือแม้กระทั่ง เบลเซอร์หรือแจ๊กเก็ตแบบชิลๆสักตัว เรียกว่าเข้ากับอะไรก็ได้ปรับเปลี่ยนได้หลากลุคจะไปทางโทนสีกลางๆ ก็ได้หรือแมทช์เข้ากับโทนไหนก็ดูดี อาจเพราะเป็นโทนสีที่ไม่เอะอะเกินไปและไม่ได้บ่งชี้เฉพาะว่าเหมาะกับเพศใดเป็นพิเศษจึงควรตุนไอเท็มสีเขียวไว้เสมอเบลเซอร์แบบแคชวลหรือลำลองก็ถือเป็นคีย์พีซสำหรับหน้าร้อนนี้ อัพลุคให้ดูสมาร์ทขึ้นได้อย่างง่ายดายแม้กับชุดในวันสบายๆไม่ว่าจะจับแมทช์กับกางเกงชิโนหรือกางเกงขาสั้น เสื้อยืดสีขาว แล้วตามด้วยสูทออกซ์ฟอร์ดทับก็ดูเนี้ยบขึ้นได้โดยที่ยังสวมใส่ได้สบาย และคล่องตัว  

แมทช์เบลเซอร์กับกางเกงชิโน อยากได้ลุคที่ดูเนี้ยบขึ้นมาหน่อยเบลเซอร์ก็ต้องมาจับคู่กับกางเกงชินคือหล่อเลยอาจลดทอนความจริงจังลงไปหน่อยด้วยการแทรกเสื้อยืดสบายๆสวมไว้ด้านในกับรองเท้าผ้าใบโดยเฉพาะถ้าเป็นเบลเซอร์สีกรมท่ากับกางเกงชิโนสีอ่อนบอกเลยว่านี่คือสูตรสำเร็จสู่ลุคที่ดูดีสนุกสนานเนี้ยบก็ได้เท่ก็ได้ดูดีมีลูกเล่นกำลังเหมาะ

แมทช์เบลเซอร์กับกางเกงขาสั้น อยากใส่เบลเซอร์แต่ดูไม่ทางการ มีความสนุกสนานสักหน่อย ลองจับคู่กับกางเกงขาสั้นสักตัวสิถือเป็นอีกลุคหนึ่งที่มีความขี้เล่นหน่อยๆและยังดูมีสไตล์เหมาะกับอากาศร้อนๆช่วงซัมเมอร์อีกต่างหาก อยากดูจัดเต็มขึ้น หน่อยแมทช์สีเบลเซอร์กับกางเกงชิโนขาสั้นให้เป็นเฉดเดียวกันไปเลยแล้วด้านในสวมเสื้อยืดง่ายๆกับรองเท้าสบายๆ อย่างแซนดัล รองเท้าผ้าใบ ไปจนถึงรองเท้าหัวแหลมสำหรับชายหนุ่มที่มั่นใจในสไตล์อันจัดจ้านของตัวเองแต่ยังคงความชิลล์ไว้ไม่ให้ล้นเกินเรื่องหรือถ้าจะลองสวมเสื้อยืดคอปกกับกางเกงขาสั้นก็เข้ากันดีเช่นกัน 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.g2000.co.th Facebook: G2000Thailand และ Instagram: G2000Thailand

เปิด 5 Step เพื่อผิวดูสวยตามแบบฉบับ Neal’s Yard Remedies #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/658512

วันที่ 21 ก.ค. 2564 เวลา 08:50 น.

เปิด 5 Step เพื่อผิวดูสวยตามแบบฉบับ Neal’s Yard Remediesบูสต์พลังให้ผิวเปล่งประกายจากภายในสู่ภายนอก Neal’s Yard Remedies เผย 5 บิวตี้ไอเท็มสุดหรูในคอลเลกชั่นมาแรงแห่งเมืองผู้ดี New! Wild Rose Collection พร้อมชวนอวดผิวโกลว์สวยเปล่งประกายถึงขีดสุด ด้วยพลังของโรสฮิปออยล์ออร์แกนิค ส่วนผสมระดับตำนานที่ดีที่สุดในโลกจากเซอร์เบีย

โพสต์ทูเดย์ชวนสาวๆ พบกับนิยามใหม่ของผิวมีออร่าและผิวสุขภาพดีจากภายในด้วย 5 บิวตี้ไอเท็มสุดหรูในคอลเลกชั่นมาแรงแห่งเมืองผู้ดี New! Wild Rose Collection จาก Neal’s Yard Remedies (นีลส์ ยาร์ด เรมมิดีส์) ผู้นำผลิตภัณฑ์พรีเมียมออร์แกนิคที่มีชื่อเสียงระดับโลกจากประเทศอังกฤษ กับคอลเลกชั่นใหม่ที่โดดเด่นด้วยส่วนผสมหลักจาก โรสฮิปออยล์ ออร์แกนิคแท้ 100% แห่งประเทศเซอร์เบีย ที่ซึ่งชาวอียิปต์โบราณ ชาวมายัน และชนพื้นเมืองอเมริกัน ค้นพบความมหัศจรรย์ในการดูแลสุขภาพและผิวพรรณมาตั้งแต่พันปีก่อน

ทีมนักวิทยาศาตร์ของ Neal’s Yard Remedies ได้ทำการค้นคว้าวิจัยจนค้นพบพลังอันทรงประสิทธิภาพของโรสฮิปออยล์ ออร์แกนิคแท้ 100% ที่มีวิตามินเข้มข้น สารต้านอนมูลอิสระสูง และอาหารจำเป็นต่อผิวมากมาย เราร่วมกับชาวบ้านกว่า 100 คน จากชุมชนเล็กๆ แห่งหนึ่งในชนบทห่างไกลของเซอร์เบีย ที่บรรจงเก็บเมล็ดโรสฮิปสีแดงสวยด้วยมือจากไม้พุ่มชื่อ ‘Rosa canina’ โดยเมล็ดโรสฮิปป่าจะผลิบานเพียงปีละ 3 เดือนเท่านั้น (ระหว่างเดือนสิงหาคม-ตุลาคมของทุกปี) ผ่านการพิสูจน์ทางคลินิคแล้วว่าช่วยให้ผิวเปล่งประกายจากภายในสู่ผิวกระจ่างใสภายนอกอย่างอ่อนโยนและมีประสิทธิภาพ

4 คุณสมบัติเด่นจากโรสฮิปออยล์ ออร์แกนิคแท้ 100% ที่ดีที่สุดในโลกแห่งเซอร์เบีย

  1. อุดมด้วยวิตามิน สารต้านอนุมูลอิสระอันทรงประสิทธิภาพ
  2. คืนความกระจ่างใสดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ
  3. ปรับสีผิวให้เนียนละเอียดไร้ฝ้ากระและจุดด่างดำ
  4. เติมความชุ่มชื่นให้ผิวเปล่งประกายยาวนาน 24 ชม.

นอกจากนี้ ทุกผลิตภัณฑ์ของ Neal’s Yard Remedies ยังเลื่องชื่อด้วยกลิ่นหอมมีเอกลักษณ์จากพืชออร์แกนิคนานาพันธุ์ ปราศจากส่วนผสมของน้ำหอมสังเคราะห์และสารแต่งกลิ่นทุกชนิด โดยกลิ่นหอมในคอลเลกชั่นนี้เกิดจากการผสมผสาน 5 เอสเซนเชี่ยลออยล์ ออร์แกนิค ได้แก่ แฟรงคินเซนส์ เจอราเนียม พัทชูลี่ พัลมาโรซ่า และโรสแมรี่ เอสเซนเชี่ยลออยล์ ออร์แกนิค ให้กลิ่นหอมหรูมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่หลายคนชื่นชอบ ทั้งยังช่วยฟื้นฟูผิวและเพิ่มความรู้สึกผ่อนคลายในเวลาเดียวกัน

5 ขั้นตอนดูแลผิวหน้าเพื่อผิวโกลว์สวยได้อย่างมั่นใจในทุกวัน

Step 1 : กระตุ้นกระบวนการผลัดเซลล์ผิวตามธรรมชาติ

Wild Rose AHA Toner ที่สุดของโทนเนอร์ออร์แกนิคเพื่อผิวเปล่งประกายดุจผิวมีออร่า ช่วยกระตุ้นกระบวนการผลัดเซลล์ผิวตามธรรมชาติ อ่อนโยนต่อทุกสภาพผิวด้วยส่วนผสมของ AHA จากธรรมชาติ และโรสฮิปออยล์ ออร์แกนิค แท้ 100% ที่ดีที่สุดในโลกจากเซอร์เบีย ผสานพลังกับ Caviar Lemon พืชออร์แกนิคหายากจากประเทศออสเตรเลีย และกรดซิตริกขจัดเซลล์ผิวเสื่อมสภาพได้อย่างอ่อนโยน พร้อมอโรเวร่าและกลีเซอรีนช่วยปรับสภาพผิวให้นุ่มละมุน เรียบเนียน และผิวกระจ่างใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

Step 2: คืนความกระจ่างใสให้ผิวรอบดวงตา

Wild Rose Eye Brightener ตัวช่วยคืนความกระจ่างใสให้ผิวรอบดวงตาเปล่งประกายอ่อนเยาว์ ด้วยอายครีมที่มีส่วนผสมของโรสฮิปออยล์ ออร์แกนิคแท้ 100% ที่ดีที่สุดในโลกจากเซอร์เบีย ช่วยฟื้นฟูผิวรอบดวงตาให้เรียบเนียน ชุ่มชื่น และกระจ่างใสขึ้น ผสานพลังกับ ‘Light-reflecting Mineral’ ทำหน้าที่สะท้อนแสงให้ผิวมีออร่าในทุกองศาฯ เนื้อครีมซึมซาบสู่ผิวได้อย่างรวดเร็ว ช่วยลดความหมองคล้ำและอาการบวมของถุงใต้ตา ช่วยให้ผิวรอบดวงตาดูสว่างใสและมีชีวิตชีวาขึ้น ?

Step 3: เติมเซรั่มเพื่อผิวเปล่งประกายถึงขีดสุด

Wild Rose Beauty Serum อวดผิวกระจ่างใสดุจผิวมีออร่า ด้วยเซรั่มเพื่อผิวเปล่งประกายถึงขีดสุด เปี่ยมด้วยสารสกัดจากโรสฮิปออยล์ ออร์แกนิคแท้ 100% ที่ดีที่สุดในโลกจากเซอร์เบีย โปรวิตามินเอ (Provitamin A) ช่วยฟื้นฟูและรับมือกับต้นเหตุของผิวหมองคล้ำได้อย่างล้ำลึก กรดไฮยาลูรอนิคเข้มข้นจากธรรมชาติ เจอราเนียม และพัทชูลี เอสเซนเชียลออยล์ ออร์แกนิค ช่วยปรับสภาพผิวให้นุ่มเนียน ชุ่มชื่น กระจ่างใส และสุขภาพดีจากภายในดุจผิวได้รับการปรนนิบัติอย่างดีที่สุดเสมอ

Step 4: บูสต์ผิวกระจ่างใสและเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวโกลว์สวยฉ่ำวาว

Wild Rose Glow Facial Oil ไอเท็มที่จะช่วยบูสต์ผิวกระจ่างใสและเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวโกลว์สวยฉ่ำวาว ด้วยพลังของเฟเชี่ยลออยล์จากโรสฮิปออยล์ ออร์แกนิคแท้ 100% ที่ดีที่สุดในโลกจากเซอร์เบีย ให้ผิวชุ่มชื่น เรียบเนียน และกระจ่างใสอย่างรวดเร็ว เนื้อสัมผัสบางเบาด้วยเทคโนโลยี ‘Light-oil’ เอกลักษณ์เฉพาะตัวของ Neal’s Yard Remedies ช่วยให้ออยล์  ซึมเร็ว ไม่เหนอะหนะ ไม่หนักผิว และไม่มันเยิ้มระหว่างวัน พร้อมกรดไขมันจากพืชธรรมชาติ ช่วยปรับสภาพผิวให้นุ่มละมุน เนียนละเอียด และชุ่มชื่นกำลังดี

Step 5: คืนความชุ่มชื้นให้ผิวหน้า

Wild Rose Glow Day Cream อวดผิวเปล่งประกายตลอดวัน พร้อมคืนความชุ่มชื้นให้ผิวหน้าด้วยที่สุดของมอยส์เจอไรเซอร์เพื่อผิวกระจ่างใส เปี่ยมคุณค่าส่วนผสมของโรสฮิปออยล์ ออร์แกนิคแท้ 100% ที่ดีที่สุดในโลกจากเซอร์เบีย ช่วยปรับสภาพผิวให้เนียนนุ่ม ชุ่มชื่น และฟื้นฟูผิวให้เอิบอิ่มในทันที เนื้อครีมบางเบา ซึมเร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะ ช่วยบูสต์ผิวให้สุขภาพดีจากภายใน ให้คุณเริ่มต้นวันใหม่พร้อมอวดผิวมีออร่าเปล่งประกายได้อย่างมั่นใจ

สัมผัสประสบการณ์การดูแลผิวจากประสิทธิภาพอันทรงคุณค่าของส่วนผสมออร์แกนิคอันแสนบริสุทธิ์ อ่อนโยน และปลอดภัยต่อผิวพรรณ พร้อมศาสตร์ในการดูแลผิวและสุขภาพแบบองค์รวม ผสานวิทยาศาสตร์ล้ำยุคเพื่อผิวที่สวยสดใสอ่อนเยาว์อย่างยั่งยืนจากภายในสู่ภายนอกของนีลส์ ยาร์ด เรมมิดีส์ (Neal’s Yard Remedies) ได้แล้ววันนี้ที่ชั้นเอ็มบิวตี้ฮอลล์ สยามพารากอน / เอ็มโพเรียม และ Beauty Hall ชั้นจี เดอะมอลล์ บางแค หรือทาง Line Official Account : @nyr_th และเว็บไซต์ www.nealsyardremedies.co.th

12 ไอเท็มกู้ผิวหน้าให้กลับมาสวยเหมือนสาวแรกรุ่น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/658463

วันที่ 20 ก.ค. 2564 เวลา 12:15 น.

12 ไอเท็มกู้ผิวหน้าให้กลับมาสวยเหมือนสาวแรกรุ่นกู้ผิวให้กลับมาปัง กับ 12 มาสก์หน้าสุดฮอตในดวงใจสาวๆ ที่ช้อปง่ายๆ แค่ปลายนิ้วคลิ๊ก

แม้ว่าช่วงนี้จะไม่ค่อยได้ออกจากบ้านกัน หรือถ้าออกไปก็ต้องใส่มาสก์ตลอด แต่สาวๆอย่าลืมว่าเราจะละเลยเรื่องการบำรุงผิวหน้าให้เนียนนุ่มกระจ่างใสไม่ได้เป็นอันขาด สยามเซ็นเตอร์ เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์ แนะนำ 12 มาสก์หน้าสุดฮอตฮิตในสยามเซ็นเตอร์ที่เชื่อว่าสาวๆ ต้องมีติดบ้านไว้อย่างน้อยสองชิ้น หรือจะซื้อส่งเป็นของขวัญแทนใจให้กับเพื่อนในยามนี้ก็ไม่มีปัญหา

ที่สุดในดวงใจชิ้นแรกต้องยกให้ Jung Saem Mool Essential Mool Cream Mask ขึ้นชื่อว่า Mool Cream แล้วการันตีได้ถึงความปังแน่นอน ไม่เพียงแต่แค่มีครีมบำรุงผิวเท่านั้น แต่ Mool Cream ยังมีมาสก์ด้วย เป็นมาสก์เนื้อเข้มข้นครีมมี่ ด้วยคุณค่าเซรามายด์และไฮยาลูโรนิคเอซิด ทำให้ผิวชุ่มชื่น เนียนเรียบ สุขภาพดี ตามมาด้วย Shiseido White Lucent Overnight Cream and Mask มาสก์สูตรไวท์เทนนิ่งที่หรูหรา ช่วยเรื่องผิวหมองคล้ำ จุดด่างดำ ผิวที่ไม่เสมอกัน ใช้แล้วผิวจะเปล่งปลั่ง อ่อนเยาว์ , M.A.C Mineralize Reset & Revive Charcoal Mask เหมาะสำหรับสาวๆที่มีสิวเสี้ยนเยอะ ตัวนี้จะช่วยดูดสิวเสี้ยนออกไปด้วยสารสกัดจากชาร์โคล เนื้อมาสก์ไม่แห้ง ช่วยให้รูขุมขนกระชับขึ้น , Three Purifying Clay Mask อีกตัวที่สาวผิวมันห้ามพลาด สารสกัดจากธรรมชาติ 92% และสารช่วยนำความหยาบกร้านของผิวออกไป ช่วยลดผิวมันและขจัดเซลล์ผิวส่วนเกินได้ดี

Kiehl’s Ultra Facial Overnight Hydrating Masque สำหรับสาวๆ ที่ผิวแห้งมากๆ ตัวนี้จะช่วยกู้ผิวให้กลับมาชุ่มชื่นได้อย่างรวดเร็ว ผิวฟูขึ้นอย่างเห็นได้ชัดหลังใช้ก็รู้สึกได้ทันที ส่วน Lush Mask of Magnaminty มาสก์เนื้อสีเขียวมิ้นท์ มีเท็กเจอร์เหมือนเป็นเมล็ดธัญพืช สามารถขัดผิวไปได้ในตัว ทำให้หน้านุ่มและผิวละเอียดเนียนมากขึ้น ไม่มีสารกันบูดและสารอันตรายต่อผิว , Etude House Soon June Sleeping Pack ถูกใจสาวๆที่อยากมาสก์หน้าแล้วนอนหลับไปเลย เพราะอีทูดี้ตัวนี้จะเป็นแนวสลีปปิ้ง มาสก์ นอนหลับได้เลยไม่ต้องห่วง เนื้อครีมมี่บาล์มทาเบาๆ มีส่วนผสมของแพนเท็นโซไซต์ 5% ช่วยให้ผิวแข็งแรงขึ้น , Frudia Firming My Orchard Squeeze Mask Acai Berry จาก All Abou You มาสก์หอมๆ ด้วยสารสกัดอาซาอิเบอร์รี่ ช่วยยกกระชับผิว คงความชุ่มชื่น ให้ผิวรู้สึกผ่อนคลาย

ด้าน Sephora มีมาสก์หลายตัวที่ครองใจสาวๆอย่าง Laneige Water Sleeping Mask EX สลีปปิ้งมาสก์ที่ครองใจสาวๆมานาน เชื่อว่าทุกคนต้องเคยใช้แน่นอน มีส่วนผสมของไมโครไบโอม โปรไบโอติค ที่ช่วยให้ผิวแข็งแรง ใบหน้ากระจ่างใสอย่างเห็นได้ชัด , Biotherm Life Plankton Mask สารสกัดจากไลฟ์แพลงก์ตอนบริสุทธิ์ เมื่อประสานการทำงานเข้ากับผิวแล้วจะทำให้ผิวชุ่มชื่นสุดๆ เนื้อมาสก์เป็นเจลข้น กลิ่นหอมสดชื่นแบบธรรมชาติ อีกหนึ่งมาสก์ยอดนิยมที่ช่วยกู้ผิวแห้งให้กลับมาฉ่ำน้ำแบบรวดเร็ว , Foreo Call It a Night เด่นที่ส่วนผสมของโสมและน้ำมันโอลีฟ เอ็กโซติค ธรรมชาติสุดๆ แต่ตัวนี้พิเศษนิดตรงนี้ต้องใช้คู่กับอุปกรณ์ยูเอฟโออันโด่งดังของแบรนด์ แต่รับรองว่าผลลัพธ์จะทำให้พึงใจสุดๆ สีผิวสม่ำเสมอและเรียบเนียนขึ้นแน่นอน ปิดท้ายกับ Tatcha Luminous Dewy Skin Mask ขวัญใจบิวตี้ เอดิเตอร์ทั่วโลก มักถูกหยิบยกให้มาอยู่ในลิสต์มาสก์ในดวงใจเสมอๆ มีส่วนผสมของชาเขียวออกแนวสไตล์ญี่ปุ่น แผ่นมาสก์นุ่มอ่อนโยนต่อผิวเป็นที่สุด

สาวๆ ที่อยากมีผิวสวยฉ่ำน้ำ ไม่แห้งตึง เนียนกระจ่างใส สามารถเลือกช้อปปิ้งได้ผ่านทางบริการผู้ช่วยส่วนตัวเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะสมาชิก VIZ Card และ Platinum M Card กับ Call & Shop โทร. 063-2057989 , 063-2057974 หรือแอด Line @callandshop โดยสามารถช้อปสินค้าทางโทรศัพท์ แล้วจะเลือกมารับเองหรือจัดส่งก็สะดวก บริการตั้งแต่ 10.00-18.00 น. ทุกวัน พิเศษเพียงช้อปครบ 500 บาทส่งฟรีทั่วประเทศ และช้อปครบ 1,000 บาท ส่งฟรีในวันเดียวกันภายในรัศมี 20 กม. จาก ONESIAM ตั้งแต่วันนี้-31 ก.ค.2564

จากเมล็ดพันธุ์กาแฟ สู่เมล็ดพันธุ์แห่งความยั่งยืนของโลกในอนาคต #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/658460

วันที่ 20 ก.ค. 2564 เวลา 11:35 น.

จากเมล็ดพันธุ์กาแฟ สู่เมล็ดพันธุ์แห่งความยั่งยืนของโลกในอนาคตไม่ใช่แค่กาแฟ เนสเพรสโซ เดินหน้าสร้างความยั่งยืน พร้อมขับเคลื่อนแนวคิดด้วยการสานต่อโครงการรีไซเคิลผ่านพรมแดงงานเทศกาลหนังเมืองคานส์

ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาหลายประเทศทั่วโลกต่างเผชิญกับวิกฤติภาวะโลกร้อนอันเกิดมาจากความเสื่อมโทรมของธรรมชาติและการขาดสมดุลของระบบนิเวศ ซึ่งทำให้เกิดผลกระทบเป็นห่วงโซ่ตามมา และมีแนวโน้มจะทวีความรุนแรงมากขึ้นจนกระทบสู่ความเป็นอยู่ในอนาคตของคนรุ่นหลังที่ต้องเผชิญ ดังนั้นแนวความคิดเรื่องความยั่งยืนจึงถูกยกให้เป็นประเด็นสำคัญของมวลมนุษยชาติให้ทุกภาคส่วนหันมาทบทวนทิศทางการพัฒนาโลกยุคใหม่เพื่อธำรงไว้ซึ่งความอยู่รอดอย่างยั่งยืนของคนรุ่นต่อไป

ในฐานะผู้นำด้านกาแฟแคปซูลและเครื่องชงกาแฟชนิดแคปซูลระดับพรีเมียม เนสเพรสโซ (Nespresso) อุทิศตนในการเสริมสร้างระบบธุรกิจกาแฟให้เติบโตอย่างยั่งยืนในทุกย่างก้าว โดยกาแฟที่ดีที่สุดในนิยามของเนสเพรสโซ ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่การส่งมอบคุณภาพหรือรสชาติกาแฟที่เยี่ยมยอด แต่กาแฟทุกเมล็ดจะต้องสามารถสร้างความเป็นอยู่ที่ดีแก่สังคมและสิ่งแวดล้อม รวมถึงยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรชาวไร่กาแฟทั่วโลกที่เนสเพรสโซได้ทำงานด้วย เพื่อส่งมอบกาแฟที่ดีที่สุดในโลกให้กับทุกคน

เนสเพรสโซ เดินหน้าสร้างความยั่งยืนด้วยการทำงานร่วมกับชาวไร่กาแฟ กว่า 110,000 คน จาก 15 ประเทศในโครงการ AAA Sustainable Quality เพื่อสร้างแนวปฏิบัติทางการเกษตรกรรมที่ยั่งยืนบนไร่กาแฟและพื้นที่เพาะปลูกโดยรอบ ไปจนถึงการสานต่อความยั่งยืนทางธรรมชาติอย่างไม่มีที่สิ้นสุดด้วยการผลักดันโครงการรีไซเคิลแคปซูลอะลูมิเนียม โดยมอบชีวิตใหม่ให้แคปซูลในรูปแบบของปากกาและจักรยาน รวมถึงร่วมทำงานอย่างใกล้ชิดกับองค์การไม่แสวงผลกำไร (NGO) โดยการเพิ่มพื้นที่สีเขียว ปลูกต้นไม้บริเวณไร่กาแฟและพื้นที่โดยรอบมากขึ้น เพื่อชดเชยการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้เป็นศูนย์ รวมถึงการสร้างสมดุลระหว่างกิจกรรมของมนุษย์และธรรมชาติ ดังเช่นเจตนารมณ์สูงสุดของเนสเพรสโซ

ไม่นานมานี้เนสเพรสโซได้ประกาศเป้าหมายในการจัดระบบการผลิตให้ปลอดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในทุกขั้นตอน เพื่อให้แน่ใจว่าภายในปี 2565 ทุกๆ แก้วของเนสเพรสโซจะไม่มีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์หลงเหลืออยู่ รวมไปถึงกำหนดให้ผลิตแคปซูลกาแฟจากวัสดุรีไซเคิลจากอะลูมิเนียมให้ได้ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ ภายในสิ้นปี 2564 โดยในปีที่ผ่านมา เนสเพรสโซ ประเทศไทย ได้สานต่อพันธสัญญาแห่งความยั่งยืนด้วยการริเริ่มนำแคปซูลกาแฟที่ผลิตจากอะลูมิเนียมรีไซเคิลมาจำหน่าย และผลักดันให้ลูกค้าของเนสเพรสโซได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อม ด้วยการรณรงค์ให้ส่งคืนแคปซูลกาแฟใช้แล้วเพื่อนำไป รีไซเคิลต่อ นอกจากนี้ เนสเพรสโซ ประเทศไทย ยังได้ผลิตชุดปลูกผักออร์แกนิก (Nespresso Grow Kit) ที่ทำจากกากกาแฟของเนสเพรสโซแจกให้กับลูกค้าที่ส่งคืนแคปซูลกาแฟใช้แล้ว เพื่อนำกากกาแฟมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และไม่เพิ่มขยะให้กับสิ่งแวดล้อม

ปัจจุบัน เนสเพรสโซ ได้เปิดช่องทางต่างๆ ให้ผู้บริโภคกว่า 90 เปอร์เซ็นต์สามารถนำแคปซูลที่ใช้แล้วมารีไซเคิลได้หลากหลายวิธี โดยมีจุดรับแคปซูลที่ใช้แล้วถึง 100,000 แห่งทั่วโลก รวมบูติกเนสเพรสโซ ศูนย์วัสดุรีไซเคิล หรือสามารถส่งคืนผ่านบริการการรับสินค้าจากบ้าน โดยในประเทศไทยมีจุดรับคืนกาแฟแคปซูลสำหรับรีไซเคิลมากกว่า 20 แห่งทั่วประเทศ ลูกค้าสามารถนำกาแฟแคปซูลที่ใช้แล้วมาส่งคืนได้ที่บูติกเนสเพรสโซทุกสาขา และจุดขายสินค้าของเนสเพรสโซตามห้างสรรพสินค้าทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด หรือสามารถส่งคืนผ่านบริการการรับส่งสินค้าถึงบ้านได้ด้วยเช่นกัน

ล่าสุดเนสเพรสโซประกาศเจตนารมณ์และขับเคลื่อนแนวความคิดความยั่งยืนด้วยการสานต่อโครงการรีไซเคิลผ่านพรมแดงงานเทศกาลหนังเมืองคานส์ จับมือ “จามบัตติสตา วัลลี” (Giambattista Valli) แฟชั่นดีไซเนอร์โอต์ กูตูร์ชาวอิตาเลียน ร่วมสร้างสรรค์ชุดราตรีรักษ์โลกที่ตัดเย็บพิเศษโดยใช้วัสดุจากแคปซูลกาแฟอะลูมิเนียมรีไซเคิลของเนสเพรสโซ นำเสนอผ่าน “เคียร่า เฟอร์รังงี” (Chiara Ferragni) แฟชั่นไอคอนชาวอิตาเลียนชื่อก้องโลก ตัวแทนคนรุ่นใหม่เปี่ยมด้วยหัวใจรักษ์สิ่งแวดล้อม สวมใส่ร่วมงานพรมแดงเมืองคานส์เมื่อต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ชุดราตรีสีเขียวมะนาว พร้อมผ้าไหมชีฟองจีบระย้าพริ้วทิ้งตัวยาวที่เฉิดฉายสะกดสายตาผู้คนทั่วโลกนี้ ถือเป็นมิติใหม่แห่งการปลุกเจตนารมณ์ความยั่งยืนผ่านการผสานศาสตร์แห่งศิลปะ แฟชั่น กาแฟ และสิ่งแวดล้อม มอบชีวิตใหม่ให้แคปซูลกาแฟที่ใช้แล้วอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นของเนสเพรสโซที่มุ่งทำธุรกิจกาแฟบนเส้นทางแห่งความยั่งยืนมาโดยตลอด

ตลอดเวลาหลายศตวรรษที่ผ่านมา โลกได้มอบของขวัญอันล้ำค่าให้กับนับล้านชีวิต จึงถึงเวลาที่เราจะคืนของขวัญกลับคืนสู่สิ่งแวดล้อม เนสเพรสโซ เชื่อว่าการดูแลโลกเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกภาคส่วน เราจึงมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ในการร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงให้โลกของเราอย่างจริงจังด้วยการหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่มีความหมายและยั่งยืนให้กับโลกอนาคตของคนรุ่นต่อไป

สัมผัสโลกอิสระของสัตว์ป่าบนดินแดนไกลโพ้นแห่งแอฟริกาใต้ กับ DISAYA Out of Safari Collection #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/658457

วันที่ 20 ก.ค. 2564 เวลา 11:15 น.

สัมผัสโลกอิสระของสัตว์ป่าบนดินแดนไกลโพ้นแห่งแอฟริกาใต้ กับ DISAYA Out of Safari Collectionเสน่ห์แห่งความบริสุทธิ์ของท้องทุ่งซาฟารี อุทยานแห่งชาติของแอฟริกาใต้ สถานที่ที่อุดมสมบูรณ์ด้วยพืชนานาพันธุ์ สัตว์ป่ายังคงออกหากินได้อย่างอิสระ คือแรงบันดาลใจในการสรรสร้างคอลเลกชั่น Out of Safari จาก DISAYA

ผลงานชิ้นใหม่ล่าสุดของครีเอทีฟไดเรคเตอร์ ออม-ดิษยา สรไกรกิติกูล นำความสง่างาม น่าเกรงขามของเหล่าสัตว์ป่าและความอัศจรรย์ของธรรมชาติมาถ่ายทอด สะท้อนผ่านการพิมพ์ลายและเทคนิค งานปักอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ คอลเลกชั่นนี้ดิษยานำเสนอมิติใหม่ของลายพิมพ์ อย่างลายม้าลาย ที่เกิดจากการจัดเรียงดอกไม้นานาชนิด รวมถึงลายทุ่งหญ้าสะวันนา ผืนป่าแอฟริกันในเขตซาฟารี เสือดาวแอฟริกา และนกฟลามิงโก เมื่อผสานกับดีไซน์อันเย้ายวน หรูหรา และอ่อนหวานในแบบฉบับสาวดิษยา ปรากฏเป็นไอเทมหลากหลายที่ให้สาวๆ ได้เลือกมิกซ์แอนด์แมทช์ได้อย่างอิสระ อาทิ เสื้อเชิ้ตแขนสั้นและกางเกงขาสั้นเข้าเซ็ท กางเกงขากระบอกเล็ก 5 ส่วน เสื้อเชิ้ตแขนยาวโอเวอร์ไซน์ โดดเด่นด้วยดีเทลการปักลายดอกไม้ตรงช่วงอก ชุดเดรสที่เพิ่มลูกเล่นผูกโบว์ที่ปลายแขน ชายกระโปรงตกแต่งระบายด้วยพู่ ชุดเดรสสายเดี่ยวยาวประดับดีเทลลูกไม้ และเสื้อครอปสายเดี่ยว กางเกงขาสั้น และกระโปรงเข้าเซ็ท รวมถึงยังมีหมวกบักเก็ตดีไซน์เก๋อีกด้วย

DISAYA Out of Safari Collection ยังคงความโดดเด่นด้วยงานฝีมือ สัมผัสของเนื้อผ้า และ การเลือกใช้วัสดุที่มีบทบาทสำคัญในการรังสรรค์รูปทรงซึ่งสร้างความมั่นใจในทุกย่างก้าว และสวมใส่ได้ทั้งกลางวันและกลางคืน นอกจากนั้นยังมีการเลือกใช้เทคนิคพิเศษที่นำเอาผ้าฝ้ายปักฉลุที่เกิดจากโลโก้ ‘DISAYA’ และการนำเอาโครงชุดเดินป่า ชุดซาฟารีที่มีความทะมัดทะแมง โดยนำเอารายละเอียดของกระเป๋า รวมไปถึงการสอดเชือก การรูด การผูกเชือกสอดแทรกเข้าไปในตำแหน่งต่างๆ ของชุด ทำให้เกิดการผสมผสานระหว่างโครงชุดซาฟารีที่มีความเฟมีนีนแต่ทว่าปนขี้เล่นได้อย่างลงตัว

ด้านสีสันสำหรับฤดูกาลนี้นำเสนอการผสมผสานของสีโทนอ่อนไม่ฉูดฉาด โดยเลือกสีให้เข้ากับเนื้อผ้าและเฉดที่กลมกลืนกัน อย่างสีขาว ฟ้า เขียว ให้เป็นโทนสีหลัก ส่วน สีเหลืองพาสเทล และ เฉดสีชมพู ช่วยเติมความมีชีวิตชีวาให้กับคอลเลกชั่น

พบกับ DISAYA – Out of Safari Collection ได้ที่ www.disaya.com เว็บไซต์โฉมใหม่ ที่จะพาสาวๆ นักเดินทางไปสัมผัสมนต์เสน่ห์ท้องทุ่งซาฟารีแห่งแอฟริกาใต้ได้ง่ายขึ้น และเพื่อฉลองเว็บไซต์โฉมใหม่ พิเศษ! เมื่อช็อปสินค้าตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป รับ Exclusive Gift ผ้าพันคอลายเสือดาว มูลค่า 3,250 บาท (มีจำนวนจำกัด) ติดตามเทรนด์แฟชั่นได้ที่ Line official / Instagram @disayaofficial และ DISAYA Boutique ทุกสาขา