การผลิบานครั้งใหม่ของ 6 ไอเท็มชิ้นเด็ดจาก Piaget #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/656164

วันที่ 22 มิ.ย. 2564 เวลา 15:35 น.

การผลิบานครั้งใหม่ของ 6 ไอเท็มชิ้นเด็ดจาก Piaget#PiagetRose การผลิบานครั้งใหม่ของ 6 ไอเท็มชิ้นเด็ด ที่พรรณนาถึงหมู่มวลกุหลาบ อีฟ เพียเจต์ได้อย่างดึงดูดจนคุณต้องทึ่ง!

แฟชั่น ดอกไม้ และเฟมินีน เชื่อมถึงกันเสมอ ล่าสุด Piaget (เพียเจต์) ส่งดอกไม้ซิกเนเจอร์ของเมซง อย่าง Yves Piaget Rose (กุหลาบ อีฟ เพียเจต์) ที่ไล่เฉดสีงดงามจากชมพูไปถึงบานเย็นและมีกลีบดอกซ้อนกันถึง 80 ชั้น แถมยังมอบกลิ่นหอมหวานอมเปรี้ยวแบบซิตรัส มาเติมเต็มคอลเลคชั่นของ Piaget Rose (เพียเจต์ โรส) ให้อบอวลอีกครั้ง

Piaget Rose (เพียเจต์ โรส) เปิดตัวครั้งแรกในปี 2002 ถือเป็นหนึ่งในคอลเลคชั่นจิวเวลรี่ชั้นสูงของเมซงที่ได้รับแรงบันดาลใจจากกุหลาบที่ไม่มีวันเหี่ยวเฉา อย่าง อีฟ เพียเจต์ ซึ่งตลอดหลายปีที่ผ่านมา แต่ละชิ้นงานล้วนหยิบอัญมณีหลากชนิดมาถ่ายทอด เพื่อเติมเต็มความโรแมนติกเหนือกาลเวลาเข้าไปในเครื่องประดับสุดหรู อาทิ ทอง เพชร ไปจนถึง ทัวร์มาลีนสีชมพู และ โอปอลสีชมพูลูกกวาด

และนี่คือการผลิบานครั้งใหม่ของ 6 ไอเท็มชิ้นเด็ดในปีนี้ ที่พรรณนาถึงหมู่มวลกุหลาบ อีฟ เพียเจต์ ได้อย่างดึงดูดจนคุณต้องทึ่ง! ยิ่งไปกว่านั้นยังมีเหล่าช่างฝีมือชื่อดังมาร่วมคอลลาบอเรตอีกด้วย

Piaget Rose Rings

แหวนดีไซน์ใหม่ 2 รุ่น มาพร้อมเฉดสีหลัก อย่างสีชมพูที่สื่อถึงสีสันของกลีบกุหลาบ และ สีเขียวที่หยิบยกเฉดสีเข้มของใบไม้มานำเสนอ ทั้งสองแบบโดดเด่นด้วยทัวร์มาลีนขนาดราว 5 กะรัต ล้อมรอบด้วยเพชรน้ำงามที่ร้อยเรียงอยู่บนกลีบกุหลาบสีทองอร่าม ซึ่งแต่ละกลีบถูกตกแต่งอย่างพิถีพิถัน ก่อนประดับลงบนตัวเรือนในดีไซน์แบบอสมมาตร

เมซงทุ่มเทกว่า 50 ชั่วโมงในการสร้างสรรค์ ใช้เทคนิคการฝังอัญมณีเก่าแก่ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากผลงานในคอลเลคชั่นจิวเวลรี่ชั้นสูงมากมาย แม้กระทั่งรายละเอียดที่ซุกซ่อนอยู่ด้านหลังก็ยังตกแต่งอย่างประณีตด้วยลวดลายฉลุ “Rose ajourée” อันละเอียดอ่อน

Extraordinary Colours

ทัวร์มาลีน หรือเรียกอีกชื่อตามโทนสีครามที่ปรากฏว่า อินดิโคไลต์ (indigolite or indicolite) โดยทั่วไปมักมีสีครามเข้ม ไล่เฉดสีไปจนถึงน้ำเงินอมเขียว แม้ประกายที่สะท้อนออกมาอาจแตกต่างกันในแต่ละชิ้น แต่กลับมอบความรู้สึกที่มีชีวิตชีวาเฉกเช่นความตั้งใจของเมซงที่อุทิศอยู่ในทุกชิ้นงาน ซึ่งทัวร์มาลีนโทนน้ำเงินอมเขียวนี้ ถือเป็นหนึ่งในอัญมณีหายากและมีความต้องการในตลาดโลกค่อนข้างสูง เมซงจึงพิถีพิถันในการคัดสรรอย่างมาก ทั้งเฉดสีและความอิ่มตัวของสีต้องอยู่ในเกณฑ์ที่สมดุลกัน เพื่อให้ได้ทัวร์มาลีนสีน้ำเงินอมเขียวที่ไร้ที่ติ ขณะที่ทัวร์มาลีนสีกุหลาบ ก็ขึ้นชื่อว่าหายากไม่แพ้กัน ทั้งในแง่ของเฉดสีและขนาดที่สมบูรณ์แบบจนทำให้เหล่านักล่าอัญมณีอยากมีไว้ครอบครอง นอกจากเรื่องสีแล้ว องค์ประกอบทางคุณภาพอย่าง ความแข็งและความเหนียวก็ต้องเป็นไปตามมาตรฐานระดับสูงของเมซงในทุกรายละเอียด

Extraordinary Cuts

ทัวร์มาลีนสีชมพู และสีเขียวขนาดใหญ่ ถูกนำมาเจียระไนแบบทรงไข่ ซึ่งถือเป็นทรงที่ดีที่สุดสำหรับการเจียระไนกลุ่มอัญมณีที่มีสีสัน เพื่อให้คงความเข้มของสีและเปล่งประกายได้อย่างเจิดจรัสที่สุดเมื่อยามที่แสงตกกระทบ ซึ่งทุกขั้นตอนอยู่ในความดูแลของผู้เชี่ยวชาญภายใต้มาตรฐานระดับสูงของเมซง

Extraordinary Details

แหวนทัวร์มาลีนสีเขียว (G34UW500) ตัวเรือนโรสโกลด์ ตกแต่งด้วยเพชรบริลเลียนต์คัตรวม 154 เม็ด (ราว 1.69 กะรัต) ทัวร์มาลีนเฉดสีเขียวทรงไข่ 1 เม็ด (ราว 4.92 กะรัต) และทรงลูกแพร์ 8 เม็ด (ราว 1.36 กะรัต)

แหวนทัวร์มาลีนสีชมพู (G34UX200) ตัวเรือนไวท์โกลด์ ประดับเพชรบริลเลียนต์คัตรวม 154 เม็ด (ราว 1.69 กะรัต) ทัวร์มาลีนเฉดสีชมพูทรงไข่ 1 เม็ด (ราว 4.94 กะรัต) และทรงลูกแพร์ 8 เม็ด (ราว 1.36 กะรัต)

Glyptic and Enamel Art Timepieces

เพียเจต์ ถือเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่หลงใหลใน Métiers d’Art เป็นอย่างมาก ดังที่ปรากฏในเรือนเวลาเพียเจต์ โรส ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการใช้เทคนิคประดับแบบดั้งเดิมอย่าง Micro-mosaic, การเลือกใช้เนื้อไม้ หรือ หิน มารังสรรค์ผ่านหัตถศิลป์เก่าแก่อย่าง Marquetry, การปักแพทเทิร์นบนพื้นหน้าปัด, การแกะสลัก, ขัดลายด้วยเทคนิคกิโยเช่ ไปจนถึงการลงยา

มาปีนี้ เมซงยังคงแฝงไว้ซึ่งศาสตร์และศิลป์อันเชี่ยวชาญได้อย่างน่าสนใจ กับ 4 เรือนเวลาใหม่ Altiplano – Rose Bouquet Métiers d’Art โดยไฮไลต์อยู่ที่ดีไซน์หน้าปัดที่ถูกเติมเต็มด้วยหมู่มวลดอกไม้ล้ำค่าอย่าง กุหลาบ อีฟ เพียเจต์ ผ่านฝีมือการรังสรรค์ของ 2 ศิลปินมากความสามารถ อย่าง Dick Steenman ผู้เชี่ยวชาญด้านงานศิลป์บนเรือนเวลาที่เน้นการนำเสนอด้วยเทคนิคการแกะสลัก ตกแต่งด้วยอัญมณี และ Anita Porchet ศิลปินนักลงยาที่มีชื่อเสียงที่สุดในอุตสาหกรรมนาฬิกา ถ่ายทอดผลงานผ่านหลากหลายวิธีเพื่อแต่งแต้มจินตนาการให้มีมิติมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็น cloisonné, champlevé, grisaille หรือ paillonné

The Creative Process

เริ่มต้นชิ้นงานด้วยฝีมือแกะสลักของ Dick Steenman ที่เนรมิตดอกกุหลาบขนาดจิ๋วให้บานสะพรั่งทั่วทั้งหน้าปัด ก่อนส่งต่อให้ Anita Porchet แต่งแต้มสีสันด้วยการเคลือบสีลงยา เมื่อผ่านการเผาจนได้เฉดสีที่ไร้ที่ติจึงส่งกลับให้ Dick Steenman อีกครั้ง เพื่อขัดแต่งรายละเอียดของกลีบดอก รวมถึงนำหินสีที่ผ่านการ

แกะสลักด้วยเทคนิค glyptic ที่หาตัวจับได้ยากมาประดับลงบนหน้าปัดอย่างประณีต แต่งแต้มให้สมจริงด้วยเกสรดอกไม้ที่ทำจากเพชร แซฟไฟร์ และ ซาวอไรต์

The Challenges

หน้าปัดแต่ละชิ้นใช้เวลาอย่างน้อย 1 เดือนในการสร้างสรรค์ ซึ่งถือเป็นความท้าทายของเมซงที่ต้องเผชิญกับหลากหลายปัจจัย อาทิ

1. การควบคุมเปอร์เซ็นต์ส่วนผสม Alloy ที่ผสมลงไปในทองคำ 22 กะรัต ต้องพอเหมาะ เพื่อให้การเคลือบสีลงยาและองค์ประกอบของดอกไม้ที่ได้ออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด

2. หินสีมีความเปราะบางเป็นพิเศษและสามารถแตกหรือร้าวได้ง่าย ทั้งยังมีข้อจำกัดที่ต่างกันไป อาทิ โอปอลที่มีความเปราะบางค่อนข้างมากกว่าอัญมณีอื่นๆ, คอรัลมีความสามารถในการเปลี่ยนสีได้ ขณะที่โรโดไนต์ และ คริสโซเพรส ค่อนข้างแข็งและยุ่งยาก ดังนั้นในการลงมือแกะสลักหินสีแต่ละชิ้น Dick Steenman ต้องอาศัยทักษะและเครื่องมือเฉพาะ ไปจนถึงการใช้น้ำมัน แป้งเปียก และผงเพชรในการขัดขั้นสุดท้าย

3. ในพาร์ทของการเคลือบสีลงยาก็ซับซ้อนพอกัน ไม่เพียงแต่การออกแบบโทนสีในแต่ละตำแหน่งเพื่อบอกเล่าเรื่องราวได้อย่างสมจริง แต่ Anita Porchet ต้องใส่ใจแม้กระทั่งความหนาของอีนาเมลเพื่อไม่ให้บดบังรูปแกะสลักอื่น ๆ ที่อยู่ข้างใต้ ขณะเดียวกันเพื่อให้นาฬิกาแต่ละรุ่นมีเอกลักษณ์ที่ควรจดจำ เธอยังได้สร้างสรรค์เฉดสีเฉพาะที่เข้ากับอัญมณีอีกด้วย รวมถึงประยุกต์ลูกเล่นต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเล่นแสงเงาที่ทำให้กลีบดอกไม้ดูพลิ้วไหวราวกับมีชีวิต

4. ความท้าทายที่ซับซ้อนที่สุดที่ช่างฝีมือและช่างนาฬิกาต่างเผชิญร่วมกัน คือความจริงที่ว่าการสร้างสรรค์ทั้งหมดเกิดขึ้นบนหน้าปัดที่มีพื้นที่ค่อนข้างจำกัดและหนาเพียงระดับมิลลิเมตร ขณะเดียวกันก็ต้องรักษามาตรฐานแห่งประสิทธิภาพและความเที่ยงตรงของของเพียเจต์ไว้ด้วยนั่นเอง

และนี่คือ 4 งานศิลป์ล้ำค่าที่หยิบเอา ทองคำ, หินสี อาทิ อิมพีเรียล แจสเปอร์, คอรัล, คริสโซเพรส, มูไคต์ รวมถึง มาเธอร์ออฟเพิร์ล มารังสรรค์

Altiplano – Rose Bouquet Métiers d’Art ตัวเรือนโรสโกลด์ ขนาด 36 มิลลิเมตร ขอบตัวเรือนประดับเพชรทรงบาแก็ตต์ หน้าปัดตกแต่งอย่างวิจิตรด้วยอัญมณีหลากสี ไม่ว่าจะเป็น แซฟไฟร์สีชมพู, ซาวอไรต์สีเขียว และเพชร ในแพทเทิร์นและเฉดสีที่ต่างกันออกไป มีให้เลือก 3 สไตล์

ขณะที่เวอร์ชั่นสุดท้าย มาพร้อมหน้าปัดทองคำที่บานสะพรั่งไปด้วยหมู่มวลกุหลาบ ประดับแซฟไฟร์สีชมพู, อะเมธิสต์ และเพชร (G0A46219) ซึ่งแต่ละโมเดลผลิตจำกัดเพียง 8 เรือนเท่านั้น และขับเคลื่อนด้วยกลไกไขลานด้วยมือแบบบางพิเศษ 430 P อีกด้วย

นอกจากนี้แบรนด์ยังเดินตามปรัชญา ”Always do better than necessary” อย่างยึดมั่น โดยล่าสุดเปิดตัว Piaget Care Program ที่อัพเดทสิทธิประโยชน์ให้กับเจ้าของเรือนเวลาเพียเจต์ทุกเรือนไม่ว่าจะเป็น การขยายการรับประกันระดับสากลเป็นเวลา 8 ปี ซึ่งครอบคลุมทั้งลูกค้าใหม่ไปจนถึงลูกค้าที่ยังอยู่ในระยะประกัน เพื่อสะท้อนถึงความแน่วแน่ในการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่น่าเชื่อถือและพิถีพิถันในการสร้างสรรค์แก่ลูกค้า ซึ่งนอกจากประกันแล้ว เมซงยังเพิ่มเติมบริการปรับแต่ง Personalized services เพื่อเข้าถึงความต้องการของลูกค้าในทุกรายละเอียดเข้าไว้ในโปรแกรมอีกด้วย รายละเอียดเพิ่มเติม https://www.piaget.com/services/piaget-care-program

สัมผัสเรือนเวลาและเครื่องประดับชั้นสูงจากเพียเจต์ (Piaget) ได้แล้ววันนี้ ณ เพียเจต์ บูติค โดย เอส ที ไดเมนชั่น ชั้น M สยามพารากอน โทร. 02-610-9678

Self-resilience การปรับฟื้นคืนสภาพตนเองเชิงรุกทำอย่างไร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/656022

วันที่ 21 มิ.ย. 2564 เวลา 08:01 น.

Self-resilience การปรับฟื้นคืนสภาพตนเองเชิงรุกทำอย่างไรโดย ภก.ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล สถาบันอินทรานส์ Hipot – การปฏิรูปศักยภาพมนุษย์อย่างบูรณาการศาสตร์ชีวิตองค์รวมเพื่อความมั่นคงยั่งยืน

เพราะโลกไม่แน่นอน อ่อนไหว ซับซ้อน คลุมเครือ ผลกระทบจากโควิดไม่มีจบ เพราะการกลายพันธุ์ของมันเป็นเรื่องปกติ และมันจะอยู่กับเราตลอดไปเหมือนไข้หวัดทั่วไป วัคซีนจะได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยชะลอความรุนแรงได้ รวมทั้งลดอาการข้างเคียง

ผลจากวิกฤตโควิด ธุรกิจได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง อย่างไรก็ตามธุรกิจต้องเดินหน้าต่อ อีก 4 เดือนจะเปิดประเทศ การปรับฟื้นคืนสภาพเพื่อกลับมาเล่นเชิงรุกได้ด้วยตนเอง (Self-resilience) จึงเป็นกุญแจสำคัญ โดยมีประเด็นที่อยากเสนอให้พิจารณาดังนี้

1. การพัฒนาความสามารถในการเลือกตอบสนอง

ประเด็นนี้ต้องการทำความเข้าใจว่า เหตุการณ์ต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ล้วนเป็นเรื่องภายนอกที่เราไม่อาจควบคุมได้ แต่ตนมีอิสรภาพในการตอบสนองต่อสิ่งที่เข้ามากระทบ เพราะเราเลือกได้ ความสามารถของการเลือกตอบสนองได้นี้เองเป็นหลักการสำคัญของการสร้างการนำตนเอง เพื่อพลิกฟื้นตนเองให้กลับมาเล่นเชิงรุกได้

2. มองทางเลือกในขอบเขตศักยภาพที่ตนสามารถทำได้

การจะพลิกฟื้นตนเองได้ต้องปรับมุมมองใหม่ว่า ทุกปัญหาเป็นความท้าทาย ทุกปัญหามีทางออก มองปัญหาเป็นโอกาส มันอยู่ที่เราเอง ดังนั้น ลองถามตนเองว่า เราควรเอาเวลาไปโฟกัสต่อสิ่งที่ตนสามารถทำได้ หรือจมอยู่กับตัวปัญหา หลายคนมักคิดวนอยู่กับตัวปัญหาและบ่นโทษโน่นนี่นั่นว่าเป็นสาเหตุของปัญหา ไม่สามารถก้าวข้ามพ้นกรอบติดลบที่ตนเองนั่นแหละสร้างขึ้นมาเองได้ และเอาเวลาไปคิดหาทางออกในขอบเขตศักยภาพของตนเองที่ตนพอจะทำได้ ไม่ดีกว่าหรือ 

3. หาเป้าหมายชีวิตตนเอง

เป็นการถามตนเองว่า ตนมีภาพเป้าหมายชีวิตอะไร อยู่ไปเพื่ออะไร ทำไม อะไรสำคัญในชีวิต ตนอยากมีอะไร อยากเป็นอย่างไร อยากทิ้งอะไรไว้เบื้องหลัง ภาพเป้าหมายชีวิตที่ชัดเจนนี้เองที่จะสามารถพลิกฟื้นคืนสภาพตนเองให้กลับมานำตนเอง เล่นเชิงรุกได้

4. วาดภาพก่อนลงมือทำทุกครั้ง

เพราะภาพเป้าหมายความสำเร็จจะสร้างแรงบันดาลใจ แต่ที่หลายคนลังเล ไม่กล้าตัดสินใจ ไม่สามารถนำตนเองได้ เพราะภาพของผลลัพธ์ที่ต้องการมันไม่ชัด ดังนั้น ก่อนลงมือทำอะไรต้องวาดภาพเป้าหมายให้ชัด เพราะภาพยิ่งชัด ฝันยิ่งเป็นจริง โอกาสพลิกฟื้นจึงเป็นไปได้

5. พัฒนาแนวคิดเชิงระบบ การมองภาพเชิงองค์รวม

หลายคนเวลาเจอปัญหาแล้วคิดไม่ออก ไม่สามารถคิดอะไรที่แตกต่าง จึงขาดทางเลือก ขาดทางออกที่สร้างสรรค์ จึงแก้ปัญหาไม่ได้ ไม่สามารถพลิกสถานการณ์ได้ นั่นเป็นเพราะขาดปัญญา ความรู้ และกระบวนการเรียนรู้ และที่ขาดองค์ความรู้ก็เพราะขาดแนวคิดเชิงระบบ องค์กรที่สามารถพลิกฟื้นตนเองได้จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ทีมงานต้องพัฒนาแนวคิดเชิงระบบ โดยมองว่าอะไรคือองค์ประกอบหลักที่เกี่ยวข้องกับปัญหา และองค์ประกอบเหล่านั้นมันเชื่อมโยงกันอย่างไร เพื่อให้ได้ทางออกใช้แก้ปัญหา อีกทั้งต้องสร้างการเชื่อมโยงที่หลากหลายขององค์ประกอบที่แตกต่าง เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านสินค้าและบริการเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มในเชิงเศรษฐกิจ

6. มองความพลาดพลั้งคือการเรียนรู้

ไม่ว่าเราจะทำอะไร มันย่อมมีความคลาดเคลื่อน เพราะนี่คือธรรมชาติ แต่หลายคนเข้าใจผิด มองว่ามันคือความผิด ที่สำคัญคือมองว่าตนผิด แล้วเอาความรู้สึกผิดมาทำทำลายศักยภาพตนเองอย่างเข้าใจผิด เราจึงต้องปรับมมุมมองที่มีต่อความพลาดพลังนั้นเสียใหม่ว่า มันคือกระบวนการเรียนรู้ที่สำคัญยิ่งต่อการเติบโตอย่างมั่นคงในอนาคต เพื่อพลิกฟื้นตนเองให้กลับมาเข้มแข็ง

7. พัฒนามุมมองที่เห็นคุณค่าตนเอง

นอกจากจะมองว่าความพลาดพลั้งคือกระบวนการเรียนรู้แล้ว เรายังต้องทำความเข้าใจเพิ่มเติมอีกว่า ความพลาดพลั้งเป็นประสบการณ์ที่ฝังลงในกรอบความคิด กรอบความคิดคือตัวตน ตัวตนคือชีวิต ชีวิตต้องการคุณค่าและความหมาย ชีวิตที่เห็นตนเองมีค่าเท่านั้นจึงจะสามารถสร้างความมั่นคงภายใน มีความเข้มแข็ง สามารถก้าวข้ามพ้นข้อจำกัดตนเอง เพื่อสร้างความเชื่อมั่น มีภูมิต้านทาน เพื่อพลิกฟื้นตนเองให้สามารถกลับมานำตนเองเชิงรุกได้อีกครั้ง

ปัญหาใดๆ มันไม่เคยมาเดี่ยว มันรุมเข้ามารอบด้านอย่างสลับซับซ้อน ส่งผลให้หลายคน หลายองค์กรหมดสภาพ ถอดใจ ท้อถอย แต่บางคนยังยืนหยัดสู้ต่อ สามารถพลิกฟื้นตนเอง สามารถสร้างการนำตนเอง ให้ลุกขึ้นมารับมือกับปัญหาได้อย่างท้าทาย ท่านในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งขององค์กร ท่านคิดว่าแล้วอะไรทำให้คนเราแตกต่างกัน อะไรทำให้องค์กรของท่านสามารถยืนหยัดอยู่ได้อย่างยั่งยืน และที่สำคัญเรื่องนี้เป็นจริงทั้งที่บ้านและที่ทำงาน

New Collection : แฟชั่นชุดไทยสุดหรูจาก วนัช กูตูร์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/655957

วันที่ 20 มิ.ย. 2564 เวลา 10:10 น.

 New Collection : แฟชั่นชุดไทยสุดหรูจาก วนัช กูตูร์วนัช กูตูร์ อวดโฉมลุคใหม่ เพลง-ชนม์ทิดา อัศวเหม กับแฟชั่นชุดไทยพระราชนิยมสุดหรูครั้งแรก

แห่ขับสดับเสียงเจรียงเจิด เลอวิเลิศเพริศพิลาสภาสไสว

ชนม์ทิดาพะงาพรั่งสุรังค์พิไล อันอรทัยประไพพริ้งศฤงคาร

งามสมวงศ์สวัสดิ์อัศวเหม อะเคื้อเอมอร ภฤศสมร ขจรสถาน

งามถ้วนทั้งอินทรีย์ศรีอังคาร อันตระการปรานต์นิรันดร์

…ปานวาด ณ วนัช ผู้ประพันธ์

ใครที่ชื่นชอบและติดตามผลงานชุดไทยของห้องเสื้อ วนัช กูตูร์ จะเห็นได้ว่าแต่ละชุดนั้นสวยงดงามยืนหนึ่งมาโดยตลอด และครั้งนี้ก็อีกเช่นกันกับแฟชั่นชุดไทยแต่งงานคอลเลกชันใหม่ล่าสุด ที่ออกแบบดีไซน์ให้ดูสวย หรูหราตามแบบฉบับเจ้าสาวชุดไทยที่มีให้เลือกชมทั้งชุดไทยโบราณ และ ชุดไทยประยุกต์ มากกว่า 9 แบบ โดยได้ เพลง-ชนม์ทิดา อัศวเหม มาร่วมถ่ายทอดผลงานแฟชั่นชุดไทยในครั้งนี้

ด้วยลุคที่ดูสวยเก๋พราวเสน่ห์แบบสาวไทยแท้ ทำให้ชุดไทยทั้ง 9 ลุคดูงดงามจับตาเป็นพิเศษ นอกจากงานดีไซน์และงานตัดเย็บที่ประณีตขั้นสุดแล้ว ยังยกระดับความเลิศหรูดูแพงให้กับชุดไทยด้วยการเลือกใช้ผ้าไหมระดับพรีเมียมอย่าง ผ้าไหมยกลำพูน ผ้าไหมปักธงชัย และผ้าไหมพาราณสี อีกด้วย

รวมถึงทุกรายละเอียดของชิ้นงานล้วนมีความวิจิตรบรรจง เผยให้เห็นถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียดและมีเอกลักษณ์ที่สวยงดงามไม่ซ้ำใคร อีกทั้งสีผ้าไหมที่เลือกใช้ยังเน้นโทนสีที่ละมุนตามากขึ้น อาทิ สีทอง สีกลีบบัว สีงาช้าง สีโรสโกลด์ และ สีเขียวอมเทา นอกจากนี้ ยังมีการปรับลุคชุดไทยให้ผู้สวมใส่ดูเรียบโก้แต่ยังคงความหรูหราตามแบบฉบับของสาวชาววัง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของสาวยุคใหม่ให้ได้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย โดยการันตีผลงานด้วยการเป็นแบรนด์เดียวในเมืองไทยที่ได้รับรางวัล The Best of Thai Wedding Dress ถึง 5 ปีซ้อน ถือเป็นห้องเสื้อตัวจริงที่มีผลงานคุณคับแก้วที่ไม่เคยแผ่วลงไปแม้แต่นิดเดียวเลยแม้จะอยู่ในสถาณการณ์ไหนก็ตาม สมศักดิ์ศรีเจ้าของรางวัล

สำหรับใครที่ชื่นชอบชุดไทยที่ดูเรียบหรูและมีสไตล์แบบนี้ สามารถเข้ามาขอรับคำปรึกษาได้ที่ ห้องเสื้อ วนัช กูตูร์ พิกัดร้านอยู่ที่ ปากซอยลาดพร้าว 50 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ www.facebook.com/vanuscouture หรือโทร 02-002-4895 , 086-491-5445 Line: @ vanuscouture

ความประทับใจครั้งใหม่ของรองเท้าผ้าใบในตำนาน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/655612

วันที่ 16 มิ.ย. 2564 เวลา 10:10 น.

ความประทับใจครั้งใหม่ของรองเท้าผ้าใบในตำนานเผยความคิดสร้างสรรค์และจิตวิญญาณแห่งการรังสรรค์สิ่งใหม่ๆ อาดิดาส ออริจินอลส์ จับมือ เลโก้ กรุ๊ป เปิดตัวรองเท้าผ้าใบระดับตำนานรุ่นซูเปอร์สตาร์ พร้อมเลโก้คอลเลกชั่นพิเศษที่นักสะสมต้องมี

อาดิดาส ออริจินอลส์ และเลโก้ กรุ๊ป เดินหน้าสานต่อความร่วมมืออีกครั้ง ด้วยการเปิดตัวรองเท้าผ้าใบรุ่นใหม่ที่นำเสนอลุคใหม่ที่ต่อยอดมาจากคอลเลกชั่นระดับตำนานอย่างซูเปอร์สตาร์ พร้อมกับการเปิดตัวเลโก้ ออริจินอลส์ ซูเปอร์สตาร์ ที่สร้างสรรค์รองเท้ารุ่นซูเปอร์สตาร์ด้วยตัวต่อเลโก้บริก เพื่อเพิ่มความประทับใจให้แก่คอลเลกชั่นรองเท้าผ้าใบของคุณ

รองเท้าผ้าใบอาดิดาส ออริจินอลส์ รุ่นเลโก้ ซูเปอร์สตาร์ ดึงความโดดเด่นของทั้งสองแบรนด์ โดยผสานสุนทรียศาสตร์ระดับสูงจากอาดิดาส และตัวตัวต่อเลโก้บริกที่เป็นที่รู้จักของเลโก้เข้าร่วมด้วยกัน

สำหรับรองเท้าผ้าใบรุ่นเลโก้ ซูเปอร์สตาร์ ขนาดสำหรับผู้ใหญ่ เป็นรุ่นที่หยิบเอาเค้าโครงที่เป็นเอกลักษณ์ของหนังสีขาวและสีดำสุดคลาสสิกมาผสมผสานกันได้อย่างสนุกสนานและโดดเด่น ไม่เพียงเท่านั้น รองเท้ารุ่นนี้ยังเพิ่มความเท่ด้วยลวดลายแถบ 3 แถบที่บริเวณหัวรองเท้า (Shelltoe) และส้นเท้า (heel tab ) ที่ดีไซน์อย่างพิถีพิถันเพื่อจำลองลวดลายเลโก้บริก และรองเท้าเอดิชันนี้ยังเพิ่มความโดดเด่นน่าสนใจด้วยดีไซน์แถบทองรอบตัวรองเท้า

โดยในครั้งนี้เลโก้นำเสนอสิ่งใหม่ ด้วยการมอบโอกาสให้คุณได้ออกแบบโมเดลรองเท้าที่มีเอกลักษณ์อันโดดเด่นจากส่วนประกอบของเลโก้ เพื่อรังสรรค์ของสะสมที่จะเป็นที่สนใจจนทำให้ใครๆ ก็พูดถึงได้อย่างแน่นอน

เลโก้เวอร์ชั่นนี้มีความสมจริง เพราะมาพร้อมกราฟิกบนรองเท้าผ้าใบอาดิดาส ออริจินอลส์ ซูเปอร์สตาร์ที่มีความโดดเด่น ด้วยรูปทรงบริเวณหัวเท้า โลโก้ Trefoil และเครื่องหมายลายทาง 3 แถบ จะดีไซน์ให้อยู่บนรองเท้าข้างขวาหรือข้างซ้ายก็ได้ตามที่ผู้สร้างต้องการ หรือจะออกแบบให้ครบคู่ก็ทำได้ เลโก้ชุดนี้ประกอบไปด้วยอุปกรณ์พิเศษ 17 ชิ้น เพื่อให้คุณสามารถเลือกที่จะสร้างรองเท้าผ้าใบเท้าสำหรับข้างขวาหรือข้างซ้ายก็ได้ตามที่ต้องการ นอกจากนี้ ยังมาพร้อมเชือกผูกรองเท้าและกล่องรองเท้าเพื่อเพิ่มความสมจริงมากยิ่งขึ้น

โมเดลของรองเท้ารุ่นนี้สูงกว่า 12 ซม. ยาว 27 ซม. และกว้าง 9 ซม. มาพร้อมแท่นตั้งแสดงผลงานและแท่นวางโลหะ โมเดลรุ่นนี้จะเป็นที่ชื่นชอบของผู้ที่รักในการสะสมอาดิดาสและงานสตรีทแวร์ รวมถึงแฟนๆ ของเลโก้อีกด้วย

เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองให้กับความคิดสร้างสรรค์และจิตวิญญาณแห่งการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ของเลโก้ อาดิดาส ออริจินอลส์ ซูเปอร์สตาร์ ทางเลโก้ กรุ๊ป ได้ระดมเหล่าผู้สร้างแรงบันดาลใจ 6 คน มาออกแบบโมเดลรองเท้าผ้าใบที่สร้างจากเลโก้บริกในเวอร์ชั่นของตัวเอง พร้อมทั้งเชิญชวนให้เหล่าผู้ติดตามทำการแสดงท่าทางในแบบของตัวเองบนโซเชียลมีเดีย โดยใช้แฮชแท็ก #RebuiltByOriginals สามารถเข้าชมผลงานได้ก่อนใครที่ www.lego.com/adidas-originals-superstar เพื่อจะได้เห็นว่าเหล่าผู้หลงรักในรองเท้าอย่าง Aida Kiraya (@afrokickz), Tom Yoo (@tommyoo23), Hanna Helsøe (@helsoe), Leta Sobierajski (@sobierajski), Nicolai Sclater (@ornamentalconifer) และ Coffee Boy (@178kz_boy) ทำการออกแบบโมเดลในแบบฉบับของตนเองอย่างไร

“ในฐานะเด็กยุค 80 ที่เติบโตขึ้นมาในยุค 90 รองเท้าผ้าใบรุ่นซุปเปอร์สตาร์ ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยวัฒนธรรมแนวสตรีทอาร์ตจึงเป็นสัญลักษณ์ของช่วงเวลานั้น และทำให้นึกถึงช่วงเวลาที่ได้เป็นเจ้าของรองเท้าผ้าใบรุ่นนี้คู่แรก” ฟลอเรียน มัลเลอร์ ดีไซเนอร์อาวุโสของเลโก้ กรุ๊ป กล่าว

”ตอนที่เราเริ่มต้นโปรเจ็กนี้กับอาดิดาสผมจึงตื่นเต้นมากที่จะได้ทำงานนี้ เนื่องจากรองเท้าเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงความเป็นธรรมชาติมากๆ การผลิตจากวัสดุที่มีความยืดหยุ่น แต่ให้ภาพลักษณ์ที่ต่างออกไปตามผู้สวมใส่ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่ทั้งท้าทายและน่าสนุกกับการตีความสิ่งเหล่านี้ออกมาเป็นรูปแบบและระบบการต่อของเลโก้ ซึ่งโดยพื้นฐานแล้วเป็นตัวต่อสี่เหลี่ยมและบล็อก ขอขอบคุณซูเปอร์สตาร์ของอาดิดาส ออริจินอลส์ ที่ให้ความร่วมมืออย่างดีเยี่ยมตลอดช่วงการทำงานร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นการแบ่งปันข้อมูลเชิงลึกที่ช่วยได้มากเกี่ยวกับศิลปะการผลิตรองเท้า และตอนนี้เราก็ตั้งตารอดูผลตอบรับจากแฟนๆ ว่าจะนำโมเดลนี้มาสร้างสรรค์ในรูปแบบของตนเองได้อย่างไรบ้าง”

เลโก้ รุ่นอาดิดาส ออริจินอลส์ ซูเปอร์สตาร์ 10282 จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 กรกฎาคม และจะวางจำหน่ายเฉพาะร้านเลโก้ที่ห้างสรรพสินค้าสยาม พารากอน และเมกา บางนา โดยราคาอยู่ที่ 2,990 บาท สำหรับรองเท้าผ้าใบอาดิดาส ออริจินอลส์ รุ่นเลโก้ ซูเปอร์สตาร์ จะวางจำหน่ายในวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 ในราคา 5,000 บาท ที่ร้านอาดิดาส ออริจินอลส์ สยามเซ็นเตอร์ และทางออนไลน์ที่ www.adidas.co.th

ไอเดียมิกซ์แอนด์แมทช์บีชแวร์ส่งท้ายปลายฤดูร้อน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/655484

วันที่ 15 มิ.ย. 2564 เวลา 11:45 น.

ไอเดียมิกซ์แอนด์แมทช์บีชแวร์ส่งท้ายปลายฤดูร้อนหาไอเดียมิกซ์แอนด์แมทช์บีชแวร์ให้ได้ลุคสุดเริ่ด…ส่งท้ายฤดูร้อน เลิก #เที่ยวทิพย์ เมื่อไหร่ ขอปังเมื่อนั้น

ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาหลายคนต้องกักตัวอยู่บ้าน สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ปิดให้บริการแม้จะเป็นฤดูท่องเที่ยวทะเลก็ตาม สำหรับใครที่ #เที่ยวทิพย์ กันมาพักใหญ่ต้องเตรียมตัวเก็บกระเป๋าให้พร้อมโดยเฉพาะ ชุดว่ายน้ำอย่าให้ขาดเพราะสถานที่ท่องเที่ยวในหลายจังหวัดเริ่มกลับมาเปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวกันอีก อาทิ พัทยา เกาะล้าน ภูเก็ต เป็นต้น แต่ทั้งนี้ ก่อนจะเดินทางก็อย่าลืมเช็กมาตรการคัดกรองของแต่ละจังหวัดให้ดีเสียก่อน …

เที่ยวส่งท้ายฤดูร้อนทั้งนี้ก็ต้องจัดเต็มทั้งบีชแวร์ดีไซน์เริ่ดและแอคเซสซอรี่ประจำชายหาด วันนี้เลยมีไอเดียมิกซ์แอนด์แมทช์อย่างไรให้ได้ลุคสุดจี๊ดในธีม Sweet, Sweet Summer คอลเลกชั่น Spring Summer 2021 – “Baby Icing” จากแบรนด์ AB. Angelys Balek มาฝากสาวๆ ให้ได้โพสท่าถ่ายรูปลงโซเซียลกัน

เริ่มต้นกับชุดว่ายน้ำสีดำ แม้จะเป็นสีเบสิคแต่ถ้าหากเลือกชุดว่ายน้ำที่มีดีไซน์ก็ช่วยเพิ่มมิติให้ลุคดูน่าค้นหา อย่างชุดบิกินี่ชุดนี้โดดเด่นด้วยสายไขว้ Ruffle เข้าคู่กับกางเกงเอวสูงช่วยกระชับสรีระได้เป็นอย่างดี เพิ่มความเท่ให้ลุคด้วยแว่นตากันแดดทรงวินเทจ เติมความหวานด้วยต่างหูทำจากเปลือกหอย และรองเท้าแตะมัดเชือก

สำหรับใครที่ชอบชุดว่ายน้ำวันพีชสไตล์สาวหวาน แนะนำให้เลือกชุดว่ายน้ำวันพีชสี Dazzling Blue ที่มีดีไซน์คล้ายเกาะอก สะท้อนความเซ็กซี่ของหญิงสาว ดึงความละมุนด้วยสายไขว้ Ruffle แมทช์กับ ต่างหูสีชมพู แหวนดีไซน์เก๋ จาก Bea Bongiasca แว่นตารูปทรงเรขาคณิตขนาดโอเวอร์ไซส์ เท่านี้ก็จะได้ลุคสาวหวาน น่ารัก แต่แฝงความแซ่บ

ชุดว่ายน้ำสไตล์สปอร์ตเป็นอีกดีไซน์ยอดฮิตของผู้หญิง ซึ่งดีไซน์ชุดนี้แบรนด์ AB. Angelys Balek ได้รังสรรค์ออกมาเป็น ชุดว่ายน้ำทูพีช สี Blooming dahlia หรือ สีส้มอมชมพู ที่ผสานความเท่และความเย้ายวนของผู้หญิงได้อย่างลงตัว ท่อนบนโดดเด่นด้วยดีไซน์ไหล่เดี่ยว ทรงคัตเอาท์ เผยความสวยงามของสรีระหญิงสาว เข้าเซ็ทกับกางเกงทรงเอวสูงที่ช่วยกระชับสัดส่วนให้สามารถเคลื่อนไหว หรือ เล่นกีฬาทางน้ำได้อย่างคล่องตัว เติมเต็มลุคให้น่าหลงใหลด้วยแอคเซสซอรี่ประจำชายหาดอย่าง สร้อยลูกปัด หมวกบักเก็ตลวยลายมัดย้อม จาก Paco Rabanne และแว่นตาทรงกลมกรอบใส

ส่งท้ายฤดูร้อนด้วยลุคเซ็กซี่ ท้าแสงแดดและน้ำทะเลกับบิกินี่สีสันสดใสตัดกับพื้นทรายและท้องฟ้า 2 ดีไซน์ จาก AB. Angelys Balek

บิกินี่สี Tomato Red ท่อนบนเก๋ด้วยดีไซน์เชือกคล้องคอ ซึ่งสามารถปรับขนาดให้กระชับกับขนาดหน้าอก ท่อนล่างเป็นบิกินี่สไตล์บราซิลเว้าสูง เอวต่ำ แมทช์กับหมวกบักเก็ตสีอ่อน ต่างหูห่วงสีทอง และ เพิ่มความน่ารักด้วยแหวนดอกไม้ จาก Bottega Veneta

อัพลุคสาวมั่นเปรี้ยวดูไฮแฟชั่น ต้องบิกินี่สี Flame ท่อนบนดีไซน์เกาะอกโดดเด่นด้วยลูกเล่นเชือกผูกเส้นคู่ ท่องล่างเป็นบิกินี่สไตล์บราซิลที่ออกแบบให้เสริมความสง่างามของสรีระหญิงสาว และเบรคความร้อนแรงด้วยสร้อยคอดีไซน์สายคล้องโทรศัพท์สีขาว จาก Bottega Veneta แว่นตากันแดดทรงเหลี่ยมและรองเท้าแตะเชือกคัลเลอร์ฟูล จาก Nomadic State of Mind

สาวๆ สามารถอัพเดทเทรนด์แฟชั่น ได้ที่ https://www.angelysbalekshop.com/ หรือ Instagram: @angelysbalek, @angelysbalekth และ ชั้น G ศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอร์รี่ #AB #ABWorld #ABAngelysBalek #ABSS2021

ความหลากหลาย-ความเท่าเทียม หลักการบริหารความสุขของคนในองค์กรยุคใหม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/655478

วันที่ 15 มิ.ย. 2564 เวลา 08:20 น.

ความหลากหลาย-ความเท่าเทียม หลักการบริหารความสุขของคนในองค์กรยุคใหม่Pride Month : เมื่อ “ความหลากหลาย” และ “ความเท่าเทียม” คือหลักการบริหารความสุขของคนในองค์กรยุคใหม่ในแบบ LINE ประเทศไทย

ในโอกาสที่เดือนมิถุนายน เป็นเดือนแห่ง Pride Month ของทุกปี ความเท่าเทียมทางเพศ LGBTQ+ (Equality) ถูกนำมาพูดถึงในหลากหลายบริบท และดูเหมือนจะ ทวีความสำคัญมากขึ้นในทุกๆปี จากการก้าวเข้ามาของกลุ่มคนรุ่นใหม่ในหลายๆ ภาคส่วน ซึ่งให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เช่นเดียวกันกับ LINE ประเทศไทย องค์กรที่ได้ชื่อว่าเป็นบริษัทที่มีคนรุ่นใหม่อยากทำงานด้วยมากที่สุดแห่งหนึ่ง ของเมืองไทย ก็ให้ความสำคัญกับการสร้างสรรค์องค์กรที่เปิดรับและยอมรับ ความหลากหลาย (Diversity & Inclusion) ทั้งในแง่ของเชื้อชาติ วัฒนธรรม ประสบการณ์ ความเชื่อในเรื่องต่างๆ รวมถึงเพศสภาพที่ไม่เป็นอุปสรรคต่ออาชีพ

กานต์ กิมสวัสดิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล LINE ประเทศไทย กล่าวว่า “LINE ประเทศไทย เห็นความสำคัญในการสนับสนุนความหลากหลาย ของพนักงานเสมอมา เราเป็นบริษัทที่รวม New Blood ที่จะก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญของสังคมและประเทศในอนาคตอันใกล้ เราเล็งเห็นว่าการยอมรับความหลากหลาย จะนำมาซึ่งการทำให้พนักงานตระหนักถึงคุณค่าและศักยภาพการทำงาน ของตัวพนักงานแต่ละคน ซึ่งไม่เพียงแต่การเปิดพื้นที่กว้างโดยไม่ได้หยิบเอา ความแตกต่าง มาเป็นประเด็นหรือกีดกันแต่อย่างใดเท่านั้น บริษัทฯ ยังส่งเสริมการปฏิบัติต่อเพื่อนร่วมงานอย่างเท่าเทียม ทำให้พนักงานรู้สึกอิสระ เป็นตัวของตัวเอง เป็นส่วนหนึ่งของบริษัท กลายเป็นแรงผลักดันที่เพิ่มประสิทธิภาพให้กับคนที่ LINE ได้แสดงความสามารถในการทำงานอย่างเต็มที่”

พูดคุยกับชาว LINE ประเทศไทย : เมื่อการยอมรับคือจุดเริ่มต้นของความสุขพนักงาน

เมย์เดย์ (Marketing Manager – LINE TODAY) กล่าวว่า “ในการทำงานที่ LINE ทุกคนมีสิทธิเสรีภาพ เท่าเทียมกันหมดไม่ว่าคุณจะเป็นใคร เพศอะไร อายุเท่าไหร่ ตั้งแต่ที่ทำงานมาไม่เคยเจอเหตุการณ์ ถูกดูถูก หรือถูกลิดรอนเสรีภาพอะไรจากการทำงานเลย ทุกคนถูกปฏิบัติเท่าเทียมกันหมด พูดแสดงความคิดเห็นต่องานได้อย่างเต็มที่ อยากแต่งตัวแบบไหนก็แต่ง ทุกคนให้เกียรติกันมาก รวมถึงเพื่อนร่วมงานรุ่นพี่ ยิ่งทำให้สภาพแวดล้อม ในที่ทำงานมันดีและน่าอยู่สำหรับทุกคน”

เช่นเดียวกันกับ บูม (Human Resources – LINE ประเทศไทย) พูดถึงความสุขที่ไม่มีการแบ่งแยกในการทำงานว่า “บริษัทให้ความสำคัญกับการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข โดยเปิดกว้างให้กับพนักงานทุกคน ได้ทำงานอย่างเต็มที่ LINE มี Mission ที่ว่า Closing The Distance เช่นเดียวกันกับสังคมในที่ทำงานที่ถูกเชื่อม เข้าด้วยกันโดยที่ความหลากหลายไม่ได้เป็นข้อจำกัด เราสามารถแสดงตัวตน ได้รับการยอมรับจากเพื่อนร่วมงาน ทำให้บรรยากาศการทำงานสนุก ไม่อึดอัด”

สุดท้ายกับ แพทริเซีย (Partnership Team – LINE TODAY) “แพทเชื่อเสมอว่าการทำงานที่ดีคือการได้ เป็นตัวของตัวเองด้วย เพราะชีวิตการทำงานคือเวลาส่วนใหญ่ในชีวิตคนวัยเรา ถ้าเราไม่ได้เป็นตัวเองในที่ทำงาน ก็คงน่าเศร้า แต่แพทโชคดีที่เพื่อร่วมงานสนับสนุนให้เป็นตัวของตัวเอง ซึ่งแน่นอนผลงานก็จะสะท้อนความสุขและสภาพจิตใจคนทำงานได้เลยนะคะ แต่ถ้าไม่มีความสุข ไม่ว่าจะสาเหตุมาจากการต้องปกปิดตัวตนหรือเหตุผลใด ก็ตาม ก็จะฟ้องออกมาที่ผลงาน งานดูไม่มีเอเนอร์จี้ เรามาถึงยุคที่เพศไม่ควรเป็นอุปสรรคใดๆ ในการทำงาน ซึ่งความหลากหลายจะนำมาซึ่งผลลัพธ์งานที่มีพลัง สนุกสนานและมีสีสันค่ะ”

“LINE ประเทศไทย ยังมุ่งเน้นให้องค์กรเสมือนพื้นที่เสรีให้กับพนักงานได้เรียนรู้ เก็บเกี่ยว และต่อยอดประสบการณ์ เพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ให้กับสังคมไทย ผ่านมุมมองที่มาจากความหลากหลายทั้งสายอาชีพ วัย และเพศ เพื่อให้ทุกคนที่ทำงานในบริษัทฯ สามารถที่จะเติบโตได้ด้วยศักยภาพตัวเองอย่างแท้จริง” กานต์ กล่าวสรุป

แม็กซ์ มาร่า คอลเลคชั่นใหม่ก่อนฤดูใบไม้ร่วง 2021 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/655391

วันที่ 13 มิ.ย. 2564 เวลา 13:10 น.

แม็กซ์ มาร่า คอลเลคชั่นใหม่ก่อนฤดูใบไม้ร่วง 2021เอลิซาเบธ ‘ลี’ มิลเลอร์ แรงบันดาลใจของ แม็กซ์ มาร่า คอลเลคชั่น Pre-Fall 2021

แม็กซ์ มาร่า (MaxMara) นำเสนอคอลเลคชั่นก่อนฤดูใบไม้ร่วง (Pre-Fall 2021) โดยได้แรงบันดาลใจจาก เอลิซาเบธ ‘ลี’ มิลเลอร์ (Elizabeth ‘Lee’ Miller) นางแบบที่มีชื่อเสียงทั้งในด้านความงาม สติปัญญา ความคิดสร้างสรรค์ การให้แรงบันดาลใจ ตลอดจนความมุ่งมั่นของเธอ ซึ่งทำให้เธอเป็นจุดศูนย์กลางอยู่ในทุกๆ เหตุการณ์ตลอดชีวิตอันน่าทึ่งของเธอ นอกจากนั้น เธอยังเป็นทั้งนักข่าว ช่างภาพสงคราม และเป็นแรงบันดาลใจให้แก่ศิลปินมากมาย อาทิเช่น Man Ray, Max Ernst, Magritte, Cocteau และ Picasso

ชีวิตของมิลเลอร์แตกต่างจากที่ผู้คนทั่วไปคิดอย่างสิ้นเชิงและทุกๆ เหตุการณ์ก็ได้ถูกบันทึกผ่านภาพถ่าย ซึ่งภาพถ่ายสีขาวดำที่ทรงพลังเหล่านั้นกระตุ้นให้แม็กซ์ มาร่านำเสนอเรื่องราวของเธอออกมาผ่านภาพถ่ายสีเทา  รูปภาพของมิลเลอร์ในชุดทหารเป็นแรงบันดาลใจให้กับธีมหลักของคอลเลคชั่น โดยแม็กซ์ มาร่าได้ตัดเย็บชุดนักรบให้กับผู้หญิงเพื่อใช้ในการปฏิบัติภารกิจ ทั้งชุดสูทดีไซน์สุดเฉียบ และสูทลายตารางสุดคลาสสิคที่มาพร้อมกับกระเป๋าด้านหน้าที่สามารถใช้ประโยชน์ได้จริง รวมถึงแจ็คเก็ตตัวใหญ่ทรงหลวมจับคู่กับกางเกงและกระโปรงคาร์โก้สูงเหนือเข่าที่ดัดแปลงมาจากเครื่องแบบของทหาร

ชีวิตของมิลเลอร์ในฐานะนางแบบเริ่มต้นจากที่เธอบังเอิญเดินผ่านหน้ารถของผู้บริหารนิตยสาร Condé Nast กลางถนนในเมืองแมนฮัตตัน ภาพถ่ายโดย Edward Steichen and George Hoyningen-Huene ที่ถ่ายรูปเธอไว้ ณ ตอนที่เธอขึ้นมาถึงจุดสูงสุดของวงการแฟชั่น ซึ่งเธอได้ถูกกล่าวขานว่าเป็นผู้นำแฟชั่นของสาวยุคใหม่ และสิ่งเหล่านี้ได้ทำให้แม็กซ์ มาร่าสร้างสรรค์ชุดที่ผลิตจากผ้าออร์แกนซ่า และผ้าไหมแก้วตกแต่งด้วยโบว์ขนาดใหญ่และแขนเสื้อพองที่ดูโดดเด่น

มิลเลอร์ได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับงานดีไซน์ของแบรนด์แม็กซ์ มาร่ามาโดยตลอด โดยเห็นได้จาก Moodboard ของแบรนด์ในปี 1999 รวมถึงภาพแคมเปญของ Carolyn Murphy ที่ถ่ายโดย Steven Meisel ที่สะท้อนถึงสไตล์ของ Miller ออกมาได้อย่างชัดเจน รูปที่เธอสวมชุดสูทสีขาวนั้นเต็มไปด้วยความเท่ ความมั่นใจ และความมีเสน่ห์ และซีซั่นนี้แม็กซ์ มาร่าก็ได้สร้างสรรค์ชุดสูทขึ้นใหม่อีกครั้งโดยมีสัญลักษณ์ 101801 พาดอยู่บนไหล่

เมื่อเร็วๆ นี้ศิลปินและช่างภาพมากความสามารถอย่าง Jessie Mann ก็ได้เสาะหานางแบบที่มีลักษณะและสไตล์คล้ายกับ Miller มากขึ้น โดยได้นิยามหญิงสาวเหล่านั้นว่าเป็น ‘ผู้หญิงที่มีความซับซ้อน สมบูรณ์แบบ และน่าค้นหา’ ซึ่งแม็กซ์ มาร่าได้สร้างสรรค์คอลเลคชั่นนี้ขึ้นมาเพื่อให้ผู้หญิงเหล่านั้นได้สวมใส่ชุดที่ทำให้พวกเธออยากออกไปโลดแล่นบนโลกใบนี้

Chat & Shop สร้างประสบการณ์บนโลกออนไลน์ ส่งต่อสิ่งดีๆ ให้คนที่รักเพียงปลายนิ้วสัมผัส #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/655376

วันที่ 13 มิ.ย. 2564 เวลา 11:30 น.

Chat & Shop สร้างประสบการณ์บนโลกออนไลน์ ส่งต่อสิ่งดีๆ ให้คนที่รักเพียงปลายนิ้วสัมผัสเมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์ สยามเซ็นเตอร์ ชวนสร้างประสบการณ์ในการช้อปปิ้งบนโลกออนไลน์พร้อมส่งต่อความประทับใจและความรู้สึกดีๆ ให้กับตัวเองและคนที่คุณรัก ผ่าน OneSiam Ultimate Chat & Shop ช้อปสินค้าหลากหลายแบรนด์ดังที่คัดสรรมาแล้วว่าโดนใจ เลือกส่งต่อให้ตัวเอง หรือส่งเป็นของขวัญให้พ่อแม่ พี่น้อง ผองเพื่อน หรือคนที่คุณรักได้ง่ายๆ เพียงสัมผัสแค่ปลายนิ้ว

ที่สุดของศูนย์รวมไอเดียสร้างสรรค์ด้านแฟชั่นจากไทยดีไซเนอร์และแบรนด์แฟชั่นชั้นนำ

OneSiam Ultimate Chat & Shop มีสินค้าครบครันทั้งสินค้าไลฟ์สไตล์ แฟชั่น แอคเซสเซอรี่ต่างๆ รวมถึงแฟชั่นแบรนด์ดังจากไทยดีไซเนอร์ อาทิ FRI 27 Nov. ที่ยกทัพสินค้าแฟชั่นมาให้เลือกถึงหน้าจอทั้งเสื้อ Linen Oversized Shirt Yukata Sleeve, Oversized Linen Shirt , Oversized Linen T-Shirt หรือกางเกง Limited Edition อย่าง Painter Pant

LEISURE PROJECTS กับ Knit Tank Top , เสื้อฮาวายลวดลายเก๋ๆ , Adhoc กับเดรสโอเวอร์ไซต์ เสิ้อยืดตัดต่อลายผ้าเก๋ๆ หน้ากากผ้าสองชั้นสุดคูล

Q DESIGN AND PLAY กับเสื้อเชิ้ตลายทาง เสื้อเชิ้ตฮาวาย หรือจะเป็นกางเกงเล กางเกงขาสั้นๆใส่อยู่บ้านสบายๆไม่แพ้กัน

นอกจากนี้ ยังมีแบรนด์ PATTRIC BOYL ,good mixer ,Muse by good mixer,TAKTAI ,Getricheary,New Era ,Villains sf ,Swan ,Poison , MARON Jewelry , FILL IN THE BAG ฯลฯ

สุดแห่งความเอ็กซ์คลูซีฟ – คอลลาบอเรชั่นแบบมีสไตล์กับ Absolute Siam Store

Absolute Siam Store แหล่งรวมสินค้าแฟชั่น ไลฟ์สไตล์ และความคิดสร้างสรรค์อันมีเอกลักษณ์ทั้งสินค้าที่เป็นเอ็กซ์คลูซีฟ และคอลลาบอเรชั่น ระหว่างแบรนด์ไทยดีไซเนอร์ชื่อดังหรือสินค้าสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ไม่เคยมีมาก่อน

ไม่ว่าจะเป็นคอลเลคชั่นเอ็กซ์คลูซีฟอย่าง“ARCHIVE COLLECTION ” by SODA คอลเลคชั่นพิเศษที่นำเอาผลงาน และลายต่างๆของแบรนด์ SODA ที่เป็นลายอันเป็นเอกลักษณ์และได้รับความนิยมมากนำกลับมาทำใหม่บนไอเท็มที่ต่างไปจากเดิมไม่ว่าจะเป็น หน้ากากผ้า หรือเสื้อยืด

Absolute Siam Store X PHANNAPAST การคอลลาบอเรชั่นกับ “ยูน” ปัณพัท เตชเมธากุล” นักวาดภาพประกอบชื่อดัง กับสินค้าลิมิเต็ดเอดิชั่นจากลายเส้นที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเรื่องราวสุดมหัศจรรย์ของเหล่าสัตว์ป่าภายในผืนป่าหิมพานต์ที่เต็มไปด้วยตำนานเล่าขานมายาวนาน มาออกแบบเป็นลายผลิตภัณฑ์สุดพิเศษ ทั้งเสื้อ เดรส กระเป๋าช้อปปิ้ง ผ้าพันคอ หมวก กระเป๋าใส่การ์ด ฯลฯ

นอกจากนี้ ยังมีสินค้าเอ็กซ์คลูซีฟโดยเฉพาะกับแบรนด์ REALISTIC SITUATION , MAHANAKHON ฯลฯ

ที่สุดของความเป็น K Culture กับ ALAND – Jung Saem Mool

ALAND ชวนสาวกเคป๊อปมาเลือกซื้อเสื้อผ้าแต่งตัวแก้เบื่อ หรือจะเลือกส่งไปให้เพื่อนๆแต่งตัวเป็นแพ็คคู่กันก็ไม่ผิด กับหลากสินค้าไลฟ์สไตล์มัลติแบรนด์จากเกาหลีที่นำมารวมไว้ในที่เดียวตั้งแต่เสื้อผ้าแฟชั่น, แอคเซสเซอรี่, บิวตี้, สินค้าไลฟ์สไตล์ที่มีครบถ้วนสำหรับผู้หญิงและผู้ชาย ทั้งเสื้อ T-shirt แขนสั้น แขนยาว ฮู้ดดี้ เสื้อคาดิแกนคอวี เดรส กระโปรง กางเกงขาสั้นลายปริ้นท์ หมวกเก๋ๆ แว่นตา หรือแม้แต่กระเป๋าถือ กระเป๋าผ้าช่วยลดโลกร้อนก็มีให้เลือก รวมถึงแอคเซสเซอรี่ต่างๆ ทั้งสายคล้องหน้ากากอนามัย สายคล้องโทรศัพท์ ฯลฯ

ส่วนสายบิวตี้ต้องไม่พลาดกับ Jung Saem Mool เครื่องสำอางแบรนด์ดังจากเกาหลีต้นตำรับผิว glass skin ฉ่ำวาวที่ส่งตรงถึงมือสาวไทยแบบไม่ต้องรอนาน สินค้า signature ตัวเด็ดตัวท้อปของมันต้องมีสามารถเป็นเจ้าของได้ทันทีเพียงปลายนิ้วสัมผัส ทั้ง Skin Setting Base เบสช่วยปรับสภาพผิวอย่างเป็นธรรมชาติ , Essential Skin Nuder Cushion คุชชั่นปกปิดริ้วรอย , Essential Mool Toner – Mool Cream , Lip-pression – Shine ลิปเนื้อแมทช์และเนื้อ shine ให้สัมผัสบางเบาติดทนนาน และผลิตภัณฑ์อื่นๆอีกมากมาย

ตัดสินใจได้แล้วปักหมุดไปช้อปกันได้เลยที่ OneSiam Ultimate Chat & Shop https://onesiam.one-viz.com หรือ Line @ONESIAM คลิกเมนู OneSiamUltimate Chat & Shop เริ่ม ช้อปได้ทันที หรือช้อปผ่าน FB Messenger ที่ FB Page OneSiam ง่ายๆ แค่นี้ก็รอรับสินค้าอยุ่บ้านอย่างสบายใจได้เลย

ECOVACS DEEBOT N8 Pro สมาร์ทเทคโนโลยีที่ช่วยให้บ้านสะอาดอย่างไม่สะดุด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/655313

วันที่ 10 มิ.ย. 2564 เวลา 19:00 น.

ECOVACS DEEBOT N8 Pro สมาร์ทเทคโนโลยีที่ช่วยให้บ้านสะอาดอย่างไม่สะดุดWork From Home เป็นเหตุสังเกตได้! หุ่นยนต์ทำความสะอาด หนึ่งในไอเท็มที่คนรักบ้านต้องมี ECOVACS DEEBOT N8 Pro ตัวช่วยทำความสะอาดบ้านเหนือประสิทธิภาพ สะดวกใช้ เก็บง่าย พร้อมสมาร์ทเทคโนโลยี TrueDetect 3D ช่วยตรวจจับวัตถุได้อย่างแม่นยำเพื่อการทำความสะอาดอย่างไม่สะดุด

ยุค New Normal ไลฟ์สไตล์ใหม่ก็ต้องมาพร้อมกับอะไรใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ ทันสมัย ใช้ง่าย สะดวกสบาย และมีประสิทธิภาพมากขึ้น ยิ่งต้องอยู่บ้านมากขึ้นช่วง Work From Home หุ่นยนต์ทำความสะอาดจึงกลายเป็นตัวช่วยที่หลายคนอยากมีไว้ในครอบครอง และหนึ่งในหุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่อยากแนะนำก็คือ ECOVACS DEEBOT N8 Pro หุ่นยนต์อำนวยความสะดวกของคนรุ่นใหม่ช่วยให้การทำงานจากที่บ้านสะดวก ง่ายดาย สะอาด ไร้ความกังวล เพราะขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีตรวจจับและหลีกเลี่ยงสิ่งกีดขวางแบบ TrueDetect 3D ที่ช่วยให้ตรวจจับวัตถุได้อย่างแม่นยำเพื่อการทำความสะอาดอย่างไม่สะดุด หุ่นยนต์อำนวยความสะดวกสามารถสแกนสภาพแวดล้อมในห้องด้วยความแม่นยำสูง และตรวจจับแม้กระทั่งสิ่งกีดขวางที่เล็กที่สุด จึงหมดปัญหากับการชนกัน การติด หรือการพันกับ รองเท้า สายไฟ หรือของเล่นขนาดเล็ก

DEEBOT N8 Pro ยังมาพร้อมเทคโนโลยี TrueMapping ทำแผนที่และนำทางด้วยเลเซอร์ อีกหนึ่งในความแม่นยำที่คลายความกังวลว่าสามารถทำความสะอาดหมดจดได้ทุกซอกทุกมุม ทั้งยังสามารถทำแผนที่บ้านด้วยความครอบคลุมถึง 2 เท่า และความแม่นยำสูงสุดถึง 4 เท่าตัว ให้ผู้ใช้กดควบคุมได้อย่างชาญฉลาด ผ่านแอพ ECOVACS Home โดยการเลือกห้องและชั้นที่ต้องการ แถมยังสามารถปรับแต่งเส้นทางการทำความสะอาดที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละแผนผังชั้นได้อีกด้วย และหากต้องการความเป็นส่วนตัว ผู้ใช้สามารถจำกัดบริเวณ ไม่ให้หุ่นยนต์เข้าไปทำความสะอาดพื้นที่นั้นๆ ได้ gท่านี้ยังไม่พอ DEEBOT N8 Pro ยังมีประสิทธิภาพการทำความสะอาดที่ทรงพลังยิ่งขึ้นด้วยพลังดูดแรงถึง 2600 Pa นับเป็นแรงดูดที่แรงมาก ให้ความสะอาดอย่างหายห่วงไร้ที่ติ

แพ็คเก็จ ECOVACS ROBOTICS DEEBOT N8 มาพร้อม หนุ่มฮยอนบิน Brand Ambassador
แกะกล่อง มาพร้อมอุปกรณ์ที่มากับตัวเครื่อง ได้แก่ แท่นเชื่อมสำหรับชาร์จไฟ แปรงข้าง ระบบการสั่น OZMO แผ่นเช็ดถูแบบใช้แล้วทิ้ง
ในกล่องมี แผ่นเช็ดถูแบบใชแล้วทิ้งมาให้ด้วย 1 แพ็คมี 10 แผ่น

นอกจากนี้ ECOVACS signature OZMO™? Mopping System สามารถทำความสะอาดบ้านทั้งหลังได้อย่างมีประสิทธิภาพสุดๆ โดยไม่จำเป็นต้องหยุดเพื่อเติมถังน้ำ เซ็นเซอร์ของตัวเครื่องจะสลับระหว่างโหมดการถู หรือหยุดการใช้งานโดยอัตโนมัติ รับประกันกระบวนการทำความสะอาดที่ปลอดภัยและล้ำลึกยิ่งขึ้น และหากต้องการ ผู้ใช้สามารถจัดการน้ำได้ด้วยตนเองผ่านแอพ ECOVACS HOME เช่นกัน

เปิดฝาเครื่องมาเจอ วีธีการใช้งาน มีทั้งรูปและข้อความ อ่านเข้าใจง่าย เริ่มใช้ได้ทันที
กล่องดักฝุ่นอยู่ใต้ฝาเครื่อง เปิดฝา ดึงกล่องออกมานำไปถ่ายใส่ถังขยะ สามารถแกะหน้ากากดักฝุ่นไปล้างได้ด้วย
ล้อแข็งแรง ตะลุยไปทุกพื้นที่ในบ้าน
เข้าไปดูดฝุ่นใต้โซฟาอย่างง่ายดาย

เห็นได้ว่าหุ่นยนต์ทำความสะอาดของ ECOVACS เหมาะกับวิถีชีวิตคนยุคใหม่จริงๆ เพราะทุกอย่างควบคุมด้วยแอพ ECOVACS HOME ทั้งบนสมาร์ทโฟน หรืออุปกรณ์สมาร์ทโฮม เช่น Amazon Echo/Dot และ Google Home ผู้ใช้สามารถเลือกตารางการทำความสะอาดที่เหมาะสมสำหรับบ้านของตน ที่สามารถกำหนดเวลาแผนการทำความสะอาด และตรวจสอบสถานะความสะอาดจากระยะไกลได้ด้วย

ดี สะดวก ทันสมัย และตอบโจทย์พฤติกรรมการทำความสะอาด และไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตคนยุคใหม่ขนาดนี้ ลองซื้อมาใช้ แล้วจะติดใจ ของแบบนี้ทุกครัวเรือนต้องมีจริงๆ  หาซื้อได้ในราคาพิเศษที่ Shopee หรือหากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมก็เข้าไปที่ ecovacs.com หรือ Facebook : ECOVACS ROBOTICS และ Instagram

เทรนด์แฟชั่นชุดแต่งงานเรียบโก้สไตล์เจ้าสาวยุค New Normal #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/655137

วันที่ 10 มิ.ย. 2564 เวลา 08:50 น.

เทรนด์แฟชั่นชุดแต่งงานเรียบโก้สไตล์เจ้าสาวยุค New Normalอัพเดทเทรนด์แฟชั่นชุดแต่งงานสุดเรียบหรูปี 2021 จากห้องเสื้อ ‘วนัช กูตูร์’ ที่รังสรรค์เพื่อเจ้าสาวยุค New Normal โดยเฉพาะ กับคอลเลกชั่นพิเศษ “New normal minimal collection” ที่ถ่ายทอดผ่านนางแบบสาวสุดเซ็กซี่ ซอโซ่-นัทธ์หฤทัย อัครกิจวัฒนากุล

ตอบโจทย์เจ้าสาวยุค New Normal โดยเฉพาะกับ วนัช กูตูร์ คอลเลกชั่นพิเศษ New normal minimal collection ที่ครั้งนี้ได้นางแบบสาวสุดเซ็กซี่ ซอโซ่-นัทธ์หฤทัย อัครกิจวัฒนากุล มาร่วมถ่ายทอดผลงานซึ่งมีมาให้เลือกหลากหลายลุคเช่นเดิม เพื่อให้เหมาะกับเจ้าสาวยุคใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกัน

คอลเลกชั่นนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสถานการณ์โควิดที่กำลังระบาดระลอก 3 อยู่ในปัจจุบัน รูปแบบของงานดีไซน์ได้ถูกปรับให้ดูมินิมอลมากขึ้น ดูเรียบง่ายแต่โดดเด่น โก้หรู และมีสไตล์แบบสาวเซเลป บวกกับคัตติ้งสุดเนี๊ยบที่บ่งบอกถึงความมีคลาสของผู้สวมใส่ได้อย่างดี เหมาะกับธีมงานแต่งงานแบบมินิมอล ภายใต้คอนเซ็ปต์น้อยแต่มาก เรียบแต่โก้ ที่คู่รักยุคใหม่หลากหลายคู่นำมาปรับใช้กับงานแต่งของตัวเองในช่วงนี้อีกด้วย

สาวๆ คนไหนที่กำลังมองหาชุดแต่งงานสไตล์แบบนี้ บอกเลยว่าครั้งนี้ห้ามพลาดเด็ดขาด โอกาสทองเป็นของคุณแล้ว เพราะทางแบรนด์ได้จัดโปรโมชั่นสุดพิเศษเฉพาะ เดือนมิถุนายน 2564 ราคาเริ่มต้นที่ 19,000 บาทเท่านั้น สำหรับผู้ที่สนใจติดต่อทางห้องเสื้อ วนัช กูตูร์ เพื่อออกแบบชุดเจ้าสาวในแบบที่เป็นตัวคุณได้ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ www.facebook.com/vanuscouture หรือโทร. 02 002 4895, 02 002 4896, 086-491-5445 Line: @ vanuscouture