พิพิธภัณฑ์ผ้าฯ ชวนชมนิทรรศการผ่านไลฟ์ Stay Home Stay Connected #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/654368

วันที่ 01 มิ.ย. 2564 เวลา 10:50 น.

พิพิธภัณฑ์ผ้าฯ ชวนชมนิทรรศการผ่านไลฟ์ Stay Home Stay Connectedพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จัดกิจกรรม “Stay Home Stay Connected” ชวนชมนิทรรศการผ่านไลฟ์พร้อมลุ้นรางวัล ทุกศุกร์ตลอดเดือน มิ.ย.นี้

อยู่บ้านก็ชมนิทรรศการได้! พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ชวนท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์แบบเพลิดเพลิน แถมได้ความรู้ แม้ไม่ได้ออกเดินทาง กับกิจกรรมออนไลน์ “Stay Home Stay Connected” โดยภัณฑารักษ์ของพิพิธภัณฑ์จะมาพาชมนิทรรศการผ่านช่องทาง การถ่ายทอดสด (Live) ในเพจเฟซบุ๊ก Queen Sirikit Museum of Textiles พร้อมร่วมสนุกกับกิจกรรม ตอบคำถาม และรับของรางวัลพิเศษจากนิทรรศการต่าง ๆ ทุกวันศุกร์ ตลอดเดือนมิถุนายน เวลา ๑๑.๐๐ – ๑๑.๔๐ น. ประเดิมศุกร์แรก ๔ มิถุนายนนี้

กิจกรรมออนไลน์ครั้งนี้ ภัณฑารักษ์ของพิพิธภัณฑ์จะพาชม ๒ นิทรรศการซึ่งกำลังจัดแสดง ในปัจจุบัน ได้แก่ นิทรรศการผ้าบาติกในพระปิยมหาราช: สายสัมพันธ์สยามและชวา เรื่องราวการเสด็จฯ เยือนชวาของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทั้งสามครั้ง พร้อมชื่นชมความงดงามของผ้าบาติกในพระปิยมหาราชจากเมืองต่าง ๆ บนเกาะชวาอย่างทั่วถึงและนิทรรศการด้วยพลังแห่งรักบอกเล่าพระราชกรณียกิจในด้านต่าง ๆ ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงนับตั้งแต่ทรงได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระบรมราชินี เมื่อพุทธศักราช ๒๔๙๓ เป็นต้นมา 

สำหรับกิจกรรมออนไลน์ “Stay Home Stay Connected” จะมีการไลฟ์แต่ละนิทรรศการผ่านช่องทางเฟซบุ๊ก Queen Sirikit Museum of Textiles ทุกวันศุกร์ตลอดเดือนมิถุนายนศกนี้ เวลา ๑๑.๐๐ – ๑๑.๔๐ น. ตามรายละเอียดดังนี้

  • วันที่ ๔ มิถุนายน นิทรรศการผ้าบาติกในพระปิยมหาราช: สายสัมพันธ์สยามและชวา ตอนที่ ๑
  • วันที่ ๑๑ มิถุนายน นิทรรศการผ้าบาติกในพระปิยมหาราช: สายสัมพันธ์สยามและชวา ตอนที่ ๒
  • วันที่ ๑๘ มิถุนายน ร้านพิพิธภัณฑ์และห้องกิจกรรม
  • วันที่ ๒๕ มิถุนายน นิทรรศการด้วยพลังแห่งรัก

ติดตามการไลฟ์ พร้อมลุ้นรับรางวัลได้ทุกวันศุกร์ ในวันที่ ๔, ๑๑, ๑๘ และ ๒๕ ตลอดเดือนมิถุนายนศกนี้ เวลา ๑๑.๐๐ – ๑๑.๔๐ น.ได้ทางเฟซบุ๊ก www.facebook.com/qsmtthailand

How to ดูแลสุขภาพมือคู่สวยให้เนียนนุ่มน่าสัมผัส #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/654273

วันที่ 31 พ.ค. 2564 เวลา 12:30 น

How to ดูแลสุขภาพมือคู่สวยให้เนียนนุ่มน่าสัมผัสผู้เชี่ยวชาญด้านด้านผิวหนังและความงาม แนะเคล็ดลับการดูแลสุขภาพมือคู่สวยให้เนียนนุ่มน่าสัมผัส พร้อมบอกท่านวดบริหารมือหลังทาแฮนด์ครีม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบำรุงผิวให้เนียนนุ่มชุ่มชื้น

ในช่วงที่ต้องรักษาระยะห่างทางสังคมเพื่อลดความเสี่ยงและยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นั้น ควรระวังเรื่องการสัมผัสกับสิ่งต่างๆ รอบตัวเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะ “มือ” ทำให้เราต้องหมั่นทำความสะอาดมืออยู่ตลอดเวลาเพราะการล้างมือด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์บ่อยๆเป็นการป้องกันเชื้อโรคที่ดีแต่ผิวก็จะสูญเสียความชุ่มชื้นอย่างรวดเร็วยิ่งล้างผิวยิ่งแห้งและลอกได้ง่ายกว่าปกติ

แพทย์หญิงนิโลบล เจริญวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญด้านด้านผิวหนังและความงาม ได้แนะเคล็ดลับการดูแลสุขภาพมือคู่สวยให้เนียนนุ่มน่าสัมผัสว่า “การล้างมือเป็นหนึ่งในมาตราการป้องกันตนเองจากเชื้อไวรัสโควิด 19 ที่มีประสิทธิภาพ และลดการแพร่กระจายของเชื้อโรคต่างๆ ได้ดี เพราะผิวหนังบริเวณมือของเรานั้นเต็มไปด้วยรอยพับ รอยย่น รวมถึงซอกเล็กๆ มากมาย ทำให้เป็นที่หลบซ่อนของเชื้อโรค และแบคทีเรียต่างๆ ที่อาจก่อให้เกิดโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ และโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร

จากผลการวิจัยจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า การล้างมือเป็นประจำด้วยสบู่สามารถลดความเสี่ยงของโรคที่เกี่ยวกับทางเดินอาหารและโรคที่เกี่ยวกับทางเดินหายใจ เช่น หวัด หรือไข้หวัดใหญ่ได้ การล้างมือเป็นเวลาประมาณ 20 วินาที ด้วยสบู่สามารถทำลายเชื้อไวรัส Covid-19 ได้ เนื่องจากสบู่มีโมเลกุลที่เป็นไขมันซึ่งมีโครงสร้างคล้ายเยื่อหุ้มเซลล์ของไวรัส โดยโมเลกุลดังกล่าวจะไปทำการแยกไขมันออกและทำลายเยื่อหุ้มเซลล์ของไวรัสให้แตกออก ทำให้โครงสร้างภายในของไวรัสถูกทำลาย

ส่วนการทำความสะอาดมือด้วยแอลกอฮอล์ที่มีความเข้มข้น 70-90% โดยปริมาตรในน้ำ (%v/v) สามารถทำลายเยื่อหุ้มเซลล์ที่เป็นโปรตีนและไขมันของไวรัสให้แตกออก และเข้าไปรบกวนระบบเมตาบอลิซึม (Metabolism) ของเชื้อไวรัส ทำให้เชื้อไวรัสตายในที่สุด ซึ่งกระบวนการนี้ต้องใช้เวลาประมาณ 15 วินาที

แต่การล้างมือด้วยสบู่และการใช้แอลกอฮอล์ทำความสะอาดมือบ่อยๆ ก็อาจส่งผลกระทบต่อผิวหนังชั้นนอกสุด (Stratum corneum) ซึ่งจะถูกปกคลุมด้วยชั้นฟิล์มบางๆ ของน้ำและไขมัน ที่เรียกว่าไฮโดรไลปิด ฟิล์ม (Hydrolipid film) ทำหน้าที่ช่วยทำให้ผิวอ่อนนุ่ม ปกป้องผิวจากแบคทีเรียและเชื้อโรค การล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่และน้ำหรือใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดมือที่มีส่วนประกอบของแอลกอฮอล์จะทำให้ชั้นฟิล์มของน้ำและไขมันถูกชะล้างออกไป ส่งผลให้ผิวแห้งกร้านหรือระคายเคืองได้ง่าย เนื่องจากสูญเสียเกราะป้องกันผิวและอาจทำให้เกิดโรคผื่นระคายสัมผัส (Contact Dermatitis) ซึ่งหลังการล้างมือแต่การละครั้งผิวจะสูญเสียความชุ่มชื้นไปถึง 20%* ยิ่งล้างมือบ่อยๆ ผิวจะยิ่งแห้งกร้าน และลอกได้ง่ายกว่าปกติ

ดังนั้น หลังจากการล้างมือด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์ ควรเพิ่มขั้นตอนการบำรุงและป้องกันผิวมือไม่ให้แห้งกร้าน เนื่องจากผิวบริเวณมือนั้นแทบจะไม่มีต่อมไขมันอยู่เลย หากขาดการดูแลและบำรุงอย่างถูกวิธี อาจทำให้มือแห้งกร้าน เกิดริ้วรอย และเหี่ยวย่นลงเร็วกว่าปกติ ดังนั้นควรให้ความสำคัญกับการเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวมือ สามารถเลือกใช้ผลิตภัณฑ์แฮนด์ครีมที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากธรรมชาติ และมีความอ่อนโยนต่อทุกสภาพผิว ร่วมกับการนวดบริหารมือหลังทาแฮนด์ครีม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบำรุงผิวให้เนียนนุ่มชุ่มชื้น นอกจากนี้ยังสามารถช่วยลดความอ่อนล้าของกล้ามเนื้อและกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตด้วย’

ท่านวดบริหารมือหลังทาแฮนด์ครีม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบำรุงผิวให้เนียนนุ่มชุ่มชื้น

ASV x Ink Waruntorn ผลงานคอลลาโบเรชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/654272

วันที่ 31 พ.ค. 2564 เวลา 10:11 น

ASV x Ink Waruntorn ผลงานคอลลาโบเรชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟอิ้งค์ วรันธร สุดประทับใจโชว์ฝีมือออกแบบเสื้อผ้าครั้งแรก กับคอลเลกชั่น ‘ASV x Ink Waruntorn’

เรียกได้ว่าทั้งสวย และเก่งแบบครบเครื่องเลยจริงๆ สำหรับนักร้องสาวมากความสามารถอย่าง อิ้งค์-วรันธร เปานิล ที่ไม่ว่าจะหยิบจับ ทำอะไรก็ได้รับกระแสตอบรับจากแฟนๆ อย่างล้นหลาม ล่าสุดก็หันมารับบทดีไซเนอร์ ร่วมออกแบบคอลเลกชั่นเสื้อผ้ากับแบรนด์ดังอย่าง ASV (เอเอสวี) ของ หมู-พลพัฒน์ อัศวะประภา ดีไซเนอร์และผู้ก่อตั้งอาซาว่า กรุ๊ป กับผลงานคอลลาโบเรชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ‘ASV x Ink Waruntorn’ ที่ออกแบบมาได้น่ารัก สดใส เป็นตัวสาวอิ้งค์แบบสุดๆ

งานนี้สาว อิ้งค์-วรันธร เปานิล ยังเผยถึงความประทับใจในการออกแบบครั้งนี้ไว้ว่า “โดยปกติอิ้งค์ชื่นชอบ แบรนด์เอเอสวีอยู่แล้ว ถ้าสังเกตจะเห็นว่าอิ้งค์ใส่เอเอสวีแทบจะทุกคอลเลกชั่นเลย สำหรับอิ้งค์ เอเอสวีเป็นเสื้อผ้า ที่สามารถใส่ได้ในทุกโอกาส ใส่แล้วเรารู้สึกมั่นใจ บ่งบอกถึงความเป็นตัวของตัวเองได้เป็นอย่างดี พอได้รับการติดต่อ จากทางแบรนด์ให้มาออกแบบคอลเลกชั่นร่วมกัน ก็ตอบตกลงทันทีเลย และด้วยความที่อิ้งค์ชอบสไตล์ของทางแบรนด์เป็นพิเศษอยู่แล้ว ก็เลยทำให้การออกแบบครั้งนี้สนุกและราบรื่นมากค่ะ

สำหรับคอลเลกชั่น ‘ASV x Ink Waruntorn’ อิ้งค์เลือกที่จะออกแบบให้มีความสนุกโดยถ่ายทอดคาแรคเตอร์และสไตล์ความเป็นตนเองลงไปบนผลงานการออกแบบ เน้นความสบายแต่แฝงไปด้วยเทคนิคและรายละเอียดที่โดดเด่น ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวัน สามารถใส่เที่ยวเล่นหรือแม้กระทั่งใส่ขึ้นคอนเสิร์ตได้อย่างมั่นใจ ‘ASV x Ink Waruntorn’ คือการผสมผสานระหว่างความเป็นอิ้งค์ และเอกลักษณ์ของเอเอสวีเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ฝากติดตามอิ้งค์และเอเอสวีของอิ้งค์ด้วยนะคะ สำหรับคอลเลกชั่นนี้ตื่นเต้นมากเลย และหวังว่าทุกคนจะชอบกันนะคะ” สาวอิ้งค์กล่าวด้วยรอยยิ้ม

นอกจากนี้ สาวอิ้งค์ยังฝากติดตามชม Instagram Live เปิดคอลเลกชั่น ‘ASV x Ink Waruntorn’ ร่วมพูดคุยกับ หมู-พลพัฒน์ อัศวะประภา และ อิ้งค์-วรันธร เปานิล แบบเอ็กซ์คลูซีฟ ในวันอังคารที่ 1 มิถุนายน เวลา 19.00 น. ทาง Instagram : @asv_official

พบกับคอลเลกชั่น ‘ASV x Ink Waruntorn’ ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนนี้เป็นต้นไป ทางออนไลน์สโตร์ที่ https://www.asavagroup.com/product-category/online-exclusive/asv-x-ink-waruntorn/ และทาง ASV Flagship Store บน Lazada ในวันที่ 10 มิถุนายน 2564 หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ IG: @asv_official , FB: https://www.facebook.com/asvthailandofficial , Website: asavagroup.com และ Line: @asavagroup

‘วัคซีนชีวิต’ ภูมิต้านทานชีวิตเชิงองค์รวม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/654267

วันที่ 31 พ.ค. 2564 เวลา 08:50 น

'วัคซีนชีวิต' ภูมิต้านทานชีวิตเชิงองค์รวมโดย ภก.ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล สถาบันอินทรานส์Hipot – การปฏิรูปศักยภาพมนุษย์อย่างบูรณาการศาสตร์ชีวิตองค์รวมเพื่อความมั่นคงยั่งยืน

ในช่วงที่โควิดกำลังระบาดรอบ 3 สิ่งที่จำเป็นที่สุดคือ วัคซีน เพื่อสร้างภูมิต้านทานและลดความรุนแรงของโรค ในทำนองเดียวกัน ในโลกที่ผันผวน ไม่แน่นอน ซับซ้อน คุลมเครือ เราต้องรีบหาวัคซีนเพื่อสร้างภูมิต้านทานชีวิตเช่นเดียวกัน แต่ภูมิต้านทานดังกล่าวต่างกับวัคซีนโควิดตรงที่ว่า เราพัฒนาวัคซีนโควิดเพื่อสู้กับศัตรูที่เราพอจะรู้ว่ามันคือใคร มันมีวิวัฒนาการมาอย่างไร แต่การสร้างภูมิต้านทานชีวิต เราจำเป็นต้องพัฒนาภูมิต้านทานในเชิงองค์รวม เพื่อให้ครอบคลุมทุกมิติของความท้าทายที่อาจจะผ่านเข้ามา ดังนี้

ประการแรก ในภัยพิบัติเดียวกัน ปัญหาเดียวกัน บางคนสามารถปรับตนเองออกจากกรอบแนวคิดเดิมๆ ที่ติดลบ ออกจากภาพความสำเร็จเก่าๆ ที่คอยฉุดรั้งไม่ให้ก้าวไปข้างหน้า สามารถสร้างแรงบันดาลใจ แรงขับเคลื่อนภายในอย่างมุ่งมั่น สามารถดึงศักยภาพภายในออกมาเพื่อสร้างการนำตนเอง เพื่อเล่นเชิงรุกได้ แม้ในภาวะที่ยากลำบาก ยิ่งไปกว่านั้น เวลามีปัญหาเกิดขึ้น แทนที่จะโทษโน่นนี่นั่นว่าเป็นต้นเหตุ แต่กลับมองว่า ตนมีอำนาจในการเลือกตอบสนองได้ สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ และดูว่าตนจะทำอะไรได้บ้าง มีทางเลือกอะไรบ้าง ในสถานการณ์นั้นๆ นอกจากนี้ ตนยังสามารถควบคุมตนเองได้ ไม่ตกอยู่ในอำนาจของสื่อโซเชียล ไม่ถูกเหวี่ยงไปตามกระแสสังคม ไม่ยอมให้ความคิดคนอื่นมาคอยชี้นำ จนหาตัวเองไม่เจอ ไม่รู้ว่าคุณค่าตนเองอยู่ที่ไหน และนี่คือ…ภูมิต้านทานด้านจิตใจ

ประการที่สอง การทำงานคือการแก้ปัญหา ปัญหาไม่เคยเข้ามาเดี่ยวๆ แต่โถมเข้ามารอบด้านอย่างสลับซับซ้อน บางคนสามารถพัฒนาแนวคิดเชิงระบบ โดยพัฒนาการคิดวิเคราะห์เพื่อหาองค์ประกอบของปัญหา อีกทั้งสามารถคิดเชิงสังเคราะห์เพื่อสร้างการเชื่อมโยงขององค์ประกอบเหล่านั้น เพื่อพัฒนากระบวนการเรียนรู้ เพื่อแก้ปัญหาเชิงซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งสามารถพัฒนามุมมองเชิงองค์รวม นำไปสู่ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ที่แตกต่าง ที่หลากหลาย เพื่อสร้างนวัตกรรมที่มีคุณค่าเชิงเศรษฐกิจ ทั้งหมดนี้จึงจะสามารถยกระดับองค์กรให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ได้อย่างแท้จริง และนี่คือ…ภูมิต้านทานด้านปัญญา

ประการที่สาม บางช่วงปัญหาถาโถมเข้ามาอย่างหนักหน่วงรอบด้าน แต่บางคนสามารถสร้างความเข้มแข็งจากภายใน สามารถพลิกฟื้นคืนสภาพตนเองให้กลับมาได้แม้ในภาวะที่ยากลำบาก เพื่อเรียกความเชื่อมั่น ความมั่นคงภายในให้กลับคืนมา เพื่อให้สามารถระเบิดศักยภาพภายในให้ออกมาได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งสามารถสร้างภูมิต้านทานให้กับตนเอง สามารถควบคุมการตอบสนองของตนเองและการแสดงออกได้อย่างเหมาะสม เมื่อมีแรงกระตุ้นจากภายนอกเข้ามากระทบ นั่นคือ มีความมั่นคงทางอารมณ์ผ่านการเห็นคุณค่าตนเอง นอกจากนี้ ยังเห็นคุณค่าในความแตกต่างระหว่างบุคคล นำไปสู่การเปิดใจกว้าง รับฟังโดยเอาอีกฝ่ายเป็นศูนย์กลาง เกิดเป็นศรัทธา สามารถสร้างการมีส่วนร่วม การทำงานเป็นทีมที่สอดคล้องไปในแนวทางเดียวกันอย่างเป็นเอกภาพ และนี่คือ…ภูมิต้านทานด้านอารมณ์

ประการที่สี่ ในโลกที่ผันผวน การเปลี่ยนแปลงคือธรรมชาติ การปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงคือคำตอบ ในการทำงานร่วมกัน ผู้นำบางคนเข้าใจและเห็นคุณค่าในความเป็นมนุษย์ เห็นคนมีชีวิตที่ต้องการคุณค่าและความหมาย จึงเกิดการยอมรับจากทีมงานด้วยใจ จึงสามารถพัฒนาศักยภาพทีมงานและขับออกมาได้อย่างเต็มที่ สามารถพัฒนาองค์กรให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ผ่านการคิดเชิงระบบ สามารถสร้างทีมงานที่เข้มแข็งอย่างมีส่วนร่วมบนฐานของความเชื่อมั่นและศรัทธา สามารถสร้างทีมงานด้วยภาพเป้าหมายร่วมที่สอดคล้องไปในแนวเดียวกัน นำทีมงานไปสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นเอกภาพ หนึ่งเดียว และนี่คือ…ภูมิต้านทานด้านภาวะผู้นำ

ในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างเป็นพลวัต การปรับตัวเพื่อความอยู่รอดอย่างยั่งยืนคือคำตอบ และความหมายที่สำคัญที่สุดของการปรับตัวก็คือ การสร้างภูมิคุ้มกันชีวิต ภูมิคุ้มกันดังกล่าวต้องตั้งอยู่บนแนวคิดเชิงองค์รวมที่ครอบคลุมทั้งด้านจิตใจ ปัญญา อารมณ์ และภาวะผู้นำ

โค้งสุดท้าย Central x Jubilee Exclusive Private Sale #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/654225

วันที่ 30 พ.ค. 2564 เวลา 14:30 น

โค้งสุดท้าย Central x Jubilee Exclusive Private Sale “ห้างเซ็นทรัล” ร่วมกับ “ยูบิลลี่ ไดมอนด์” มอบประสบการณ์ช้อปปิ้งสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ตอกย้ำความเป็นหนึ่งเพื่อลูกค้ากลุ่มลักชัวรี่ กับ ‘Jewelry Virtual Shopping’ ผ่านวิดีโอคอล กับผู้ช่วยช้อปส่วนตัว ครั้งแรกของสินค้าจิลเวลรี่

นับเป็นอีกก้าวสำคัญของห้างเซ็นทรัล ในการยกระดับการช้อปปิ้งเพื่อให้เข้าถึงในทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้า กับแคมเปญ “Central x Jubilee Exclusive Private Sale” ด้วยการจับมือ “ยูบิลลี่ ไดมอนด์” แบรนด์เครื่องประดับหรู เสิร์ฟประสบการณ์ช้อปปิ้งสุดเอ็กซ์คลูซีฟครั้งแรก! ‘Jewelry Virtual Shopping’ ผ่านวิดีโอคอล กับ Personal Shopper on Demand ผู้ช่วยช้อปส่วนตัว เพื่อให้ลูกค้าระดับท็อปช้อปสะดวกสบายแม้อยู่ที่บ้าน ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 พ.ค. 64 – 31 พ.ค. 64 

นางสาวรวิศรา จิราธิวัฒน์ ประธานบริหารฝ่ายการตลาด บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เผยว่า “ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ห้างเซ็นทรัล ได้นำเสนอประสบการณ์ช้อปปิ้งรูปแบบใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้ากลุ่มต่างๆ ที่มีไลฟ์สไตล์แตกต่างกัน สำหรับลูกค้ากลุ่ม Wealth ซึ่งเป็นกลุ่มกำลังซื้อสูง ห้างเซ็นทรัลคือที่หนึ่งในใจของพวกเขามาอย่างยาวนานจากรุ่นสู่รุ่น โดยเฉพาะ สมาชิก The Embassy Club และ Central Diamond Society ซึ่งถือเป็นลูกค้ากลุ่ม Wealth คนสำคัญที่จะได้รับสิทธิพิเศษที่สุดในการเข้าร่วมกิจกรรมพิเศษก่อนใคร นอกเหนือจากสิทธิประโยชน์อื่นๆ ของห้างเซ็นทรัลตลอดทั้งปี อาทิ ที่จอดรถ และการใช้บริการเลาจน์ รวมถึงมีผู้ช่วยช้อปส่วนตัวดูแลอย่างใกล้ชิด เป็นต้น 

ด้วยเหตุนี้ ห้างเซ็นทรัล จึงร่วมกับ “ยูบิลลี่ ไดมอนด์” แบรนด์เครื่องประดับเพชรแท้ชั้นนำของประเทศไทย มอบการช้อปปิ้งเหนือระดับตอบรับไลฟ์สไตล์เฉพาะตนของลูกค้ากลุ่มดังกล่าว กับแคมเปญ Central x Jubilee Exclusive Private Sale” เสิร์ฟประสบการณ์ช้อปปิ้งสุดเอ็กซ์คลูซีฟครั้งแรก! กับ Per-sonal Shopper on Demand ผู้ช่วยช้อปส่วนตัว ให้ลูกค้าของห้างเซ็นทรัลที่ได้รับเชิญ ได้เลือกซื้อเครื่องประดับเพชรแท้ ได้ง่ายๆ แม้อยู่ที่บ้านด้วยรูปแบบ “Jewelry Virtual Shopping” ผ่านวิดีโอคอล พร้อมกับ Diamond Advisor ผู้เชี่ยวชาญเรื่องเพชรของยูบิลลี่ มาให้คำแนะนำและคำปรึกษาอย่างเป็นกันเอง และรับโปรโมชั่นพิเศษ อาทิ รับฟรี คูปองแทนเงินสด และบัตรของขวัญจากยูบิลลี่ รวมมูลค่า 2,000 บาท และข้อเสนอสุดพิเศษจากยูบิลลี่มากมาย

ความเอ็กซ์คลูซีฟยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะลูกค้าสามารถแจ้งล่วงหน้าถึงความสนใจในการชมเครื่องประดับแบบต่างๆ ของยูบิลลี่ อาทิ แหวนแต่งงาน เครื่องประดับที่สะสมเพื่อการลงทุน เป็นต้น และเพื่อความพิเศษสุด ห้างเซ็นทรัลยังมีบริการเมนูของว่างส่งตรงถึงบ้าน เพื่อสร้างบรรยากาศให้เพลิดเพลินยิ่งขึ้นระหว่างวิดีโอคอล โดยมีนางแบบมาลองสวมใส่เครื่องประดับให้ได้เห็นจริง พร้อมจัดส่งสินค้าแบบ เอ็กซ์คลูซีฟถึงมือคุณ อย่างถูกสุขอนามัย ถือได้ว่าเป็นบริการรูปแบบใหม่ ที่ห้างเซ็นทรัลนำสินค้าลักชัวรี่มาเสิร์ฟให้ลูกค้าอย่างใกล้ชิดถึงที่บ้าน” 

รวิศรา กล่าวทิ้งท้ายว่า “ห้างเซ็นทรัล ใส่ใจ ให้ความสำคัญ และไม่หยุดที่จะสร้างสรรค์เพื่อส่งมอบประสบการณ์เหนือระดับให้กับลูกค้ากลุ่มลักชัวรี่ โดยมีพนักงานของห้างเซ็นทรัลดูแลและบริการอย่างใกล้ชิด ทั้งยังมุ่งสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ แบบเอ็กซ์คลูซีฟในการช้อปปิ้งให้กับทุกกลุ่มลูกค้าคนสำคัญของห้าง ให้ได้รับความเพลิดเพลินและสะดวกสบายจากบริการของเราเสมือนเป็นบ้านหลังที่สองอีกด้วย”

สำหรับโปรโมชั่นพิเศษของแคมเปญ Central x Jubilee Exclusive Private Sale นี้ ลูกค้าจะได้รับฟรี Voucher จาก ยูบิลลี่ 1,000 บาท เมื่อซื้อครบ 50,000 บาท (ลดในบิลได้ทันที), รับฟรี Cash Coupon 1,000 บาท เมื่อซื้อครบ 10,000 บาท (ลดในบิลได้ทันที), รับฟรี คูปองแทนเงินสดเซ็นทรัล มูลค่าถึง 5,500 บาท (สำหรับใช้ครั้งถัดไป) หรือ หากซื้อสินค้าครบ 250,000 บาท รับฟรี คะแนน The1 230,000 คะแนน (คะแนนสามารถนำมาแลกเป็นคูปองแทนเงินสดได้ มูลค่า 28,750 บาท) พร้อมทั้งโปรโมชั่นพิเศษจาก ยูบิลลี่ ราคาเริ่มต้นเพียง 29,900 บาท รวมถึง สินค้า The Excellence คอลเลคชั่นเพชรที่มีใบเซอร์ทุกชิ้น และเซ็ตเครื่องประดับสุดคุ้ม รวมถึงโปรโมชั่น สุดคุ้ม และ สินค้า Carat ที่มาพร้อมใบรับประกันคุณภาพจาก GIA สถาบันที่ให้การรับประกันเพชรจากประเทศสหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 28 พ.ค. 64 – 31 พ.ค. 64 

นอกจากนี้ ลูกค้าทุกท่านยังสามารถช้อปปิ้งได้ง่ายๆ ผ่านหลากช่องทางของห้างเซ็นทรัล ทั้งที่หน้าร้าน หรือช้อปบนมือถือผ่าน Central App ช้อปผ่านเว็บไซต์ www.central.co.th ตลอด 24 ชั่วโมง แชตและช้อปใน Central Chat & Shop ผ่าน Line Official @centralofficial รวมถึงโทรผ่าน Central Call & Shop โทร.1425 ที่มาพร้อมบริการ Personal Shopper On Demand ผู้ช่วยช้อปส่วนตัวสำหรับคุณ รวมถึงช้อปผ่าน Central Facebook Live และ Facebook Inbox ที่ www.facebook.com/CentralDepartmentStore

กุมารแพทย์แนะทิปส์เสริมพัฒนาการลูกน้อยในวิถี New Normal #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/654222

วันที่ 30 พ.ค. 2564 เวลา 13:55 น

กุมารแพทย์แนะทิปส์เสริมพัฒนาการลูกน้อยในวิถี New Normal กุมารแพทย์แนะนำวิธีการเสริมพัฒนาการให้ลูกน้อยในวิถี New Normal พร้อมเผยเรื่องที่คุณพ่อคุณแม่ต้องเข้าใจธรรมชาติในการพัฒนาทักษะต่างๆ ตามช่วงวัย

การดูแลพัฒนาการสำหรับลูกน้อยถือเป็นสิ่งสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรมองข้าม เนื่องจากเป็นช่วงเวลาทอง หรือ Golden Period สำหรับพัฒนาการทางด้านสมองและสติปัญญาที่มีส่วนสำคัญในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ และพัฒนาทักษะในการใช้ชีวิตต่อไปในอนาคต แต่ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในปัจจุบันที่ส่งผลให้การออกนอกบ้านเป็นสิ่งที่ต้องระมัดระวัง จึงทำให้คุณพ่อคุณแม่หลายท่านมีความกังวลและประสบกับข้อจำกัดถึงวิธีการในการเลี้ยงดูลูกน้อยเพื่อการมีพัฒนาการและทักษะที่ดี ด้วยเหตุนี้ Dodolove (ดูดู เลิฟ) แบรนด์กางเกงผ้าอ้อมยอดนิยม จึงได้เชิญ พญ. พรนิภา ศรีประเสริฐ กุมารแพทย์จากเพจเรื่องเด็กๆ by หมอแอม มาร่วมไขข้อข้องใจและแนะนำเทคนิคการเสริมสร้างพัฒนาการของลูกน้อยง่ายๆ ในวิถีนิวนอร์มัล พร้อมชวนช้อปผลิตภัณฑ์ของใช้จำเป็นในราคาพิเศษให้เจ้าตัวน้อยในแคมเปญ Shopee 6.6 Greatest Brands Celebration

พญ.พรนิภา ศรีประเสริฐ กุมารแพทย์จากเพจเรื่องเด็กๆ by หมอแอม กล่าวว่า “การดูแลเลี้ยงลูก และได้เฝ้ามองลูกๆ เติบโตถือเป็นประสบการณ์ที่สร้างความสุขและความท้าทายไปพร้อมๆกันสำหรับคุณพ่อคุณแม่ เด็กในแต่ละช่วงอายุจะมีพัฒนาการที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับสามปัจจัยหลัก คือ การเลี้ยงดู พันธุกรรม และสภาพแวดล้อม โดยเฉพาะช่วงอายุตั้งแต่ทารกแรกเกิดถึง 12 เดือนเป็นช่วงที่ปัจจัยดังกล่าวจะมีอิทธิพลต่อการพัฒนาการทางร่างกาย สมองและอารมณ์เป็นอย่างมาก คุณพ่อคุณแม่จึงต้องให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ”

เข้าใจกลไกการเรียนรู้แต่ละช่วงวัย เพื่อเสริมสร้างพัฒนาการอย่างเหมาะสม

ทารกแรกเกิด: ในวัยทารกแรกเกิดเป็นช่วงที่ทารกต้องปรับตัวอย่างมาก คุณพ่อคุณแม่ควรกระตุ้นระบบประสาทต่างๆ ให้ทารกได้คุ้นเคยกับโลกใบใหม่ การนวด ใช้นิ้วไต่ตามแขนและขา และโอบกอดทารกอย่างนุ่มนวลเป็นประจำจะเป็นการกระตุ้นระบบประสาทสัมผัสและช่วยเพิ่มความสัมพันธ์ที่มั่นคงระหว่างคุณพ่อคุณแม่และลูกน้อย เนื่องจากทุกครั้งที่มีการโอบกอดสัมผัส ร่างกายจะหลั่งสาร Oxytocin (ฮอร์โมนแห่งความรัก) ที่ช่วยให้ผ่อนคลาย และยังช่วยกระตุ้นการหลั่งน้ำนมของคุณแม่ได้อีกด้วย

นอกจากนี้ วัยทารกแรกเกิดเป็นวัยที่สายตายังมองเห็นได้ไม่เต็มที่ สามารถมองเห็นเพียงแค่ในระยะ 1 ฟุต คุณพ่อคุณแม่จึงควรกระตุ้นการมองเห็นของลูกด้วยการจ้องมองตาอยู่เป็นประจำ หรือหาของเล่นสีสดอย่างเช่นลูกบอลเล็กๆ สีแดง ให้ลูกฝึกมอง จะเป็นการช่วยกระตุ้นระบบประสาทและการมองเห็นของลูกได้ดี

1 – 4 เดือน: ทารกช่วง 1-4 เดือน เป็นช่วงที่เริ่มมีการพัฒนาของระบบประสาทและการมองเห็น การได้ยิน มีปฏิกิริยาโต้ตอบ อย่างเช่นการชันคอและหลัง ยิ้ม หัวเราะ มองหาเมื่อเวลาคุณพ่อคุณแม่ไม่อยู่ รวมถึงเริ่มมีการปรับตัวตามสภาพแวดล้อมซึ่งจะเห็นได้จากการนอนหลับและการรับประทานอาหารที่เริ่มเป็นเวลามากขึ้น คุณพ่อคุณแม่ควรหมั่นพูดคุย ฝึกการได้ยินและชันคอ โดยการให้ลูกนอนคว่ำ หาของเล่นที่มีเสียงกรุ๋งกริ๋งมาชูเหนือศีรษะให้ลูกพยายามชันคอขึ้น หรืออุ้มลูกหันหน้าเพื่อมองสบตากัน พร้อมเอียงหน้าไปมาช้าๆ เพื่อให้ลูกมองตาม 

5 – 8 เดือน: ในวัย 5-8 เดือน เจ้าตัวน้อยจะมีพัฒนาการเรื่องการนั่งและการกิน เนื่องจากเป็นวัยที่กล้ามเนื้อหลังเริ่มแข็งแรง คุณพ่อคุณแม่ควรให้ความสำคัญในการฝึกให้ลูกนั่งกินข้าวร่วมกับครอบครัว นั่งทำกิจกรรม เล่นของเล่น โดยให้ลูกได้ลองจับของเล่นที่มีพื้นผิวสัมผัสแตกต่างกัน อาทิ น้ำ บล๊อกไม้ ของเล่นยางนิ่มๆ สีสันสดใส ก้อนไหมพรม เป็นต้น

สิ่งที่ต้องระวังเป็นพิเศษในวัยนี้คือเจ้าตัวน้อยบางรายอาจมีพฤติกรรมโยนขว้างสิ่งของ คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรดุหรือห้าม แต่ควรหาพื้นที่ที่ปลอดภัยหรืออุปกรณ์เสริมให้ลูกเล่น อย่างเช่น การขว้างของเล่นให้ลงตะกร้า เพราะนอกจะช่วยเสริมสร้างพัฒนาการกล้ามเนื้อและการเคลื่อนไหวแล้ว ลูกๆ ยังได้พัฒนาทักษะการเรียนรู้ได้อย่างเต็มที่

9 – 12 เดือน: ลูกน้อยจะเริ่มทรงตัวเพื่อหัดยืน เดิน และเป็นนักสำรวจตัวน้อย พัฒนาการของวัยนี้จะเรียนรู้จากการได้ลองทำด้วยตัวเอง ดังนั้นสิ่งแรกที่คุณพ่อคุณแม่ควรเตรียมคือพื้นที่ที่ปลอดภัยให้ลูกได้เล่นสำรวจอย่างเต็มที่ และควรระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยเป็นพิเศษ อย่างเช่น ปิดรูปลั๊กและครอบพัดลมป้องกันไม่ให้ลูกเอานิ้วแหย่ ปิดสันขอบโต๊ะเพื่อป้องกันไม่ให้หัวลูกกระแทก เก็บสายระโยงระยาง รวมถึงทำรั้วกั้นบันไดเพื่อป้องกันลูกตกบันไดและอุบัติเหตุอื่นๆ

เมื่อมีพื้นที่ที่ปลอดภัยให้ลูกได้เล่นแล้ว คุณพ่อคุณแม่ควรหากิจกรรมเล่นกับลูก โดยเน้นการเคลื่อนไหวของแขนขา อย่างเช่น การฝึกให้ลูกเกาะคอกเดิน เกมคลานเก็บของเล่น หรือการเล่นน้ำในสระยางเพื่อให้ลูกเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ

เคล็ด (ไม่) ลับเสริมพัฒนาการลูกน้อย เมื่อต้องกักตัวอยู่บ้าน

  1. กำหนดเวลาให้ชัดเจน เคล็ดลับพื้นฐานข้อแรก คือ คุณพ่อคุณแม่ควรกำหนดเวลาในการทำกิจกรรมต่างๆ ของลูกให้ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเวลาตื่นนอน เวลารับประทานอาหาร และเวลาเล่น นอกจากจะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่บริหารจัดการเวลาได้ดีขึ้นแล้ว ยังเป็นการสร้างวินัยเชิงบวกให้ลูก
  2. ใส่ใจเรื่องโภชนาการ ในช่วงกักตัว คุณพ่อคุณแม่หลายคนมักสั่งอาหารจากร้านอาหารนอกบ้านมารับประทาน จึงควรระมัดระวังเรื่องความสะอาด สุขอนามัย และหลีกเลี่ยงผงชูรส อาหารที่ใส่ผงชูรสหรือมีรสจัด อาจส่งผลให้ไตของลูกน้อยทำงานหนักเกินไป
  3. เอ็นจอยกับกิจกรรมภายในบ้านร่วมกัน เด็กเล็กเป็นวัยที่กำลังมีพลังงานมาก และเมื่อพวกเขาไม่ได้ออกไปเล่นกับเพื่อนๆ คุณพ่อคุณแม่ควรเป็นเพื่อนเล่นและหากิจกรรมง่ายๆ ที่ลูกสามารถมีส่วนร่วมเพื่อให้ได้เคลื่อนไหว เสริมสร้างพัฒนาการทางร่างกายทั้งกล้ามเนื้อมัดเล็กและใหญ่ รวมถึงช่วยฝึกกระบวนการคิดวิเคราะห์ อย่างเช่น รดน้ำต้นไม้ ให้อาหารสัตว์เลี้ยง ล้างจาน หรือเช็ดโต๊ะ
  4. อย่ามองข้ามเสื้อผ้าและกางเกงผ้าอ้อม เสื้อผ้าที่สวมใส่สบาย ใส่ง่าย ทำให้ลูกน้อยเคลื่อนไหวและเรียนรู้ได้อย่างเต็มที่ เช่นเดียวกันกับการเลือกกางเกงผ้าอ้อมที่ควรเลือกเนื้อผ้าที่อ่อนนุ่ม ซึมซับและระบายอากาศได้ดี เนื่องจากผ้าอ้อมที่หนาจะทำให้ลูกรู้สึกไม่สบายตัว งอแงหงุดหงิดง่าย ซึ่งเป็นอุปสรรคขัดขวางต่อการเคลื่อนไหวอย่างอิสระ ทั้งการพลิกตัว การคลานเดิน รวมถึงการนอนหลับที่ไม่เต็มที่ ที่จะส่งผลต่ออารมณ์และพัฒนาการการเรียนรู้ของลูกได้เช่นกัน

ส่องความยูนีคพร้อมอัพเดทเทรนด์เพิ่มสีสันให้ตัวเอง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/653986

วันที่ 27 พ.ค. 2564 เวลา 13:15 น.

ส่องความยูนีคพร้อมอัพเดทเทรนด์เพิ่มสีสันให้ตัวเองAbsolute Siam Store ชวนสายแฟอัพเดทเทรนด์เพิ่มสีสันให้ตัวเอง กับคอลเลคชั่นใส่สบายๆ แฝงความยูนีค ที่ชั้น 1 สยามเซ็นเตอร์ เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์

Absolute Siam Space พื้นที่แห่งการอัพเดทแบรนด์แฟชั่นใหม่ๆอยู่เสมอภายใต้ร้าน Absolute Siam Store แหล่งรวมสินค้าแฟชั่น งานดีไซน์ไลฟ์สไตล์ และความคิดสร้างสรรค์อันมีเอกลักษณ์เฉพาะทั้งสินค้าที่เป็นเอ็กซ์คลูซีฟ และคอลลาบอเรชั่น ระหว่างแบรนด์ไทยดีไซเนอร์ชื่อดังหรือสินค้าสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ไม่เคยมีมาก่อน แตกต่างไม่เหมือนใคร พร้อมเผยโฉมคอลเลคชั่นจาก 3 แบรนด์ให้ได้จับจองเป็นเจ้าของแล้วที่ชั้น 1 สยามเซ็นเตอร์ เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์

waterandothers (วอเตอร์แอนด์อาเธอร์ส)

waterandothers

waterandothers (วอเตอร์แอนด์อาเธอร์ส) ดับความร้อนด้วยชุดว่ายน้ำสุดชิคมีสไตล์ไม่ซ้ำใคร ซิกเนเจอร์จะมีความเป็น feminine ผู้หญิงสูง colourful สีสันสดใส และ Functionable ใช้ประโยชน์ได้ มีแพทเทิร์นที่คลาสสิค สามารถใส่ได้นานไม่เอาท์ มีติดตู้เสื้อผ้าไว้ถือเป็น classic piece ได้ดีทีเดียว หยิบมาใส่เมื่อไหร่ก็ยังร่วมสมัยอยู่แน่นอน ที่สำคัญการออกแบบจะคำนึงถึงการรองรับสรีระผู้หญิงมากๆ จะใส่อวดหุ่นสวยริมชายหาด ถ่ายรูปโพสต์ท่าสวยริมสระ หรือใส่ลงสระว่ายน้ำจริงไปเลยก็ไม่มีปัญหา เรียกได้ว่ามีดีไซน์ที่เรียบง่ายแต่ไม่เหงามีลูกเล่นเล็กๆแฝงในชุด พร้อมสีสันสดใสที่มาเติมความสดชื่น

SCULPTURE Studio

SCULPTURE Studio (สคัลป์เจอร์ สตูดิโอ) แบรนด์ที่เริ่มต้นจากความรักแบบฉบับโครงสร้างนิยมที่มุ่งมั่นจะเติบโตไปเป็น “ไลฟ์สไตล์ แบรนด์” ที่สดใสแข็งแรง แบรนด์มีความสนใจในเรื่องของการสร้างสังคมที่ดีขึ้นกว่าเดิม สังคมที่ไร้การกดขี่ข่มเหง แบ่งแยกกีดกัน สะท้อนผ่านการออกแบบงานในแต่ละคอลเลคชั่น ที่จะมีความแปลกใหม่และเต็มไปด้วยเนื้อหาที่ดึงให้ผู้คนฉุกคิดและช่วยกันก้าวผ่านกรอบเดิมเพื่อโลกที่ดีกว่า โดยคอลเลคชั่น Human Contest นำเสนอในเรื่องของการจำกัดสิทธิเสรีภาพ การรับรู้ – ยอมรับ มองว่าอัตลักษณ์ของผู้คนในยุคดิจิทัลและโซเชียลมีเดียเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ ผู้คนแบ่งแยกตัวตนในโลกความจริงกับโลกเสมือน ทำให้เกิดร่างอวตารที่ผู้คนแต่งแต้มแต่งเติมจนความจริงถูกบิดเบือน ผู้คนถูกปฏิเสธจากโลกความเป็นจริงในสังคมทุนนิยม

คอลเลคชั่นนี้หยิบประเด็นเหล่านี้มาตั้งคำถามและสร้างองค์ประกอบสื่อถึงมนุษย์อวตารที่ต้องผ่านประสบการณ์อย่างโชกโชน ไม่ว่าจะเป็นการบีบรูป ยืดตัวที่กลายมาเป็นคัตติ้งของเสื้อแจ็คเก็ตที่โดนอัดบีบ,กระโปรงอัดพลีทที่เส้นบิดเบี้ยว , กางเกงยีนส์และเสื้อโปโลถูกดึงยืดจนกลายเป็นเดรส รวมไปถึงการนำเครื่องหมาย LIKE / COMMENT / HEART มาทำเป็น Signature Print สำคัญของ Collection นี้และ Iconic figure ที่สำคัญใน collection นี้ คือหญิงชราที่แลดูละม้ายคล้าย Margaret Thatcher ผู้ที่เป็นตัวแทนของสังคมแสน Conservative จึงเกิดการสร้าง AVATAR MODEL ขึ้นมาใน Collection หลอมรวมเอาภาพของ Magaret Thatcher เข้ากับผู้หญิง ผู้ชาย หลากหลายชาติพันธ์ มีผมสีชมพู ไม่สามารถระบุอัตลักษณ์ที่แน่ชัด เพื่อสื่อถึงจุดประสงค์ การทำ Collection และของ Brand ที่มุ่งเน้นถึง สังคมยุคใหม่ที่ไร้ซึ่งพรมแดน และกฎเกณฑ์ที่กีดกันและขัดขวางการเติบโตของสังคมยุคใหม่

Collector Project

Collector Project (คอลเลคเตอร์ โปรเจค) เป็นแบรนด์ที่เกิดจากความชอบส่วนตัวในการเก็บสะสมผ้าและข้าวของต่างๆที่ได้มาจากการเดินทางท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่างๆทั้งในและต่างประเทศ วัสดุที่นำมาใช้ในแต่ละคอลเลคชั่นจึงมีจำนวนจำกัดแต่ก็เป็นการนำเสนอในรูปแบบใหม่ที่ไม่ยึดติดกับกรอบดั้งเดิมของวัสดุ ในแต่ละคอลเลคชั่นของ Collector Project จึงมุ่งเน้นไปที่เรื่องราวของวัสดุ เน้นการผลิตบนเสื้อผ้าชิ้นคลาสสิคเพียงไม่กี่ชิ้น อย่างเสื้อ Camp Collar Shirt , กางเกงขาสั้น ,เสื้อยืด , แจ็คเก็ต ฯลฯ ซึ่งจะมุ่งเน้นไปที่การบอกเล่าความพิเศษของวัสดุมากกว่าการตามเทรนด์ ทุกคอลเลคชั่นจะไม่มีกำหนดเวลาเหมือนเสื้อผ้าแฟชั่นที่มีกำหนดตามฤดูกาล แต่จะมาจากการได้มาซึ่งวัสดุในการผลิตตามช่วงเวลานั้นๆมากกว่า ที่สำคัญสินค้าในกลุ่ม one of a kind ,limited edition จะมีเพียงตัวเดียวชิ้นเดียวไม่สามารถทำเพิ่มได้อีกเนื่องจากวัสดุที่ใช้จะเป็นวินเทจ

จากแนวคิดของแบรนด์นำไปสู่การสร้างสรรค์คอลเลคชั่น sex education 101 แรงบันดาลใจจาก ปฏิทินอีโรติควินเทจในยุค 60 เป็นการตีแผ่เรื่องราวทางเพศของแบรนด์ที่นำภาพจากสมุดภาพตัดแปะสะสมส่วนตัวของบุคคลนิรนามที่เจอจากแผงของเก่ามาทำเป็นลวดลายเสื้อผ้าทั้งหมดของคอลเลคชั่นนี้ นำเสนอผ่าน camp collar shirt ,กางเกงขาสั้น ,เสื้อ T-shirt เป็นสไตล์สบายๆ ที่ดูลงตัว

แวะชมสินค้าหรืออัพเตทเทรนด์ใหม่ๆ ได้ที่ร้าน Absolute Siam Store ชั้น 1 สยามเซ็นเตอร์ หรือเลือกช้อปปิ้งผ่าน OneSiam Ultimat Chat & Shop ช้อปล้ำนำเทรนด์ กับประสบการณ์การแชทแอนด์ช้อปที่ง่ายและสนุกกว่าเดิม ผ่านทาง https://onesiam.one-viz.com หรือ Line@ONESIAM คลิกเมนู OneSiamUltimate Chat & Shop เริ่มช้อปได้ทันที หรือช้อปผ่าน FB Messenger ที่ FB Page OneSiam ง่ายๆแค่นี้ก็รอรับสินค้าอยุ่บ้านอย่างสบายใจได้เลย หรือจะเป็นบริการพิเศษ Call & Shop ช้อปให้ทุกอย่างแค่คุณโทรมา บริการสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับสมาชิก VIZ Card และ Platinum M Card ช้อปได้ทุกอย่างที่ต้องการในสยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ โทร. 063-205-7989 หรือ 063-205-7974 พร้อมบริการทุกวัน

ทางรอดท่องเที่ยวไทยในยุค Next Normal #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/653982

วันที่ 27 พ.ค. 2564 เวลา 11:15 น.

ทางรอดท่องเที่ยวไทยในยุค Next Normalสตาร์ทอัพแนะ 5 ทางรอดท่องเที่ยวไทยในยุค Next Normal

สตาร์ทอัพธุรกิจท่องเที่ยว “มาคาเลียส” (Makalius) แหล่งรวมอี-วอเชอร์ ที่พัก ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว อันดับ 1 ของประเทศไทย เผยประเทศไทยแม้เจอวิกฤตโควิด-19 หนักอย่างไร แต่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวยังไงก็ฟื้นตัว แต่ผู้ประกอบการต้องรู้วิธีการรับมือในยุค Next Normal เพราะไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคเปลี่ยนไป สงครามราคาไม่ใช่ทางแก้ปัญหาที่ตรงจุด คุณภาพ ความปลอดภัย เทคโนโลยี ทักษะ และการผนึกกำลังแบบบูรณาการ คือรูปแบบการแก้ปัญหาที่ยั่งยืน 

นางสาวณีรนุช ไตรจักร์วนิช ประธานกรรมการบริหาร บริษัท มาคาเลียส ประเทศไทย จำกัด (Makalius) กล่าวว่า “วิกฤตการแพร่ระบาดของโควิด-19 ถือเป็นวิกฤตที่รุ่นแรงที่สุดในช่วง 2 ปี ที่ผ่านมา ที่ประเทศไทยและทั่วโลกได้พบเจอ ส่งผลต่อการสร้างการเปลี่ยนแปลงและผลกระทบอย่างมหาศาลกับธุรกิจทุกภาคส่วน โดยเฉพาะธุรกิจท่องเที่ยวซึ่งถือเป็นอุตสาหกรรมที่สร้างรายได้หลักให้กับประเทศไทย แต่ทั้งนี้จากประสบการณ์การบริหารงานของบริษัทแม่ในโซนยุโรปประกอบกับการดำเนินงานในประเทศไทยตลอดระยะเวลากว่า 5 ปีที่ผ่านมา ประเมินว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยจะฟื้นคืนกลับมาเป็นปกติได้เหมือนทุกครั้งที่เคยเกิดวิกฤตต่างๆ เพราะประเทศไทยมีเอกลักษณ์ที่เป็นแม็กเน็ตสำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยวมากมาย อาทิ วัฒนธรรมประเพณี ความงดงามของธรรมชาติ อาหารการกิน ค่าใช้จ่ายต่อการท่องเที่ยว เป็นต้น แต่สิ่งที่จะตามมาภายหลังจากพายุโควิด-19 สงบลง คือการท่องเที่ยวที่เข้าสู่ยุค “Next Normal” หรือยุค “การเปลี่ยนแปลง” เพราะพฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไป ส่งผลให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวต้องปรับตัวตาม

ดังนั้น การเรียนรู้วิธีการรับมือให้เร็วคือทางรอดของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย โดยมาคาเลียสมองว่า 5 แนวทางที่สำคัญในการเตรียมความพร้อมและสร้างระบบการท่องเที่ยวยุค Next Normal ได้นั้น คือ “คุณภาพและประสบการณ์” (Quality & Experience) ของผลิตภัณฑ์หรือการบริการ คือสิ่งที่นักท่องเที่ยวจะพิจารณาเป็นอันดับแรกมากกว่าเรื่องของราคา เพราะการออกไปท่องเที่ยวในแต่ละครั้งนักท่องเที่ยวจะคิดเยอะขึ้น ดูความสมเหตุสมผลระหว่างราคากับคุณภาพ และที่สำคัญในแต่ละทริปต้องสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ได้อีกด้วย ดังนั้น ผู้ประกอบการจำเป็นต้องสร้างคุณภาพของบริการที่จับต้องได้มากกว่าการทำโปรโมชั่น ยกตัวอย่างเช่น เปลี่ยนการจำหน่ายแพคเกจแบบการลดราคา เป็นการเพิ่มกิจกรรมต่างๆ ที่จะสร้างความสนุกให้กับทริปท่องเที่ยว เป็นต้น

แนวทางต่อมาคือ “ความปลอดภัย” (Hygiene) ยังคงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการท่องเที่ยวในยุค Next Normal ทั้งความปลอดภัยด้านสุขอนามัยของห้องพัก รวมถึงการให้บริการที่เน้นแบบไร้สัมผัส (Contactless Services) ด้วยการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ เช่น e-Voucher เปลี่ยนจากกระดาษเป็นออนไลน์ e-Concierge เปลี่ยนจากการเช็คอินที่เคาเตอร์เป็นการให้บริการเช็คอินที่ห้องพัก เพื่อลดการแออัดบริเวณพื้นที่ส่วนรวม และ Digital payment การชำระเงินด้วยรูปแบบการโอนจ่าย หรือการจ่ายผ่านเหรียญคริปโต (Crypto Currency) ที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน อีกทั้งยังเป็นบริการใหม่ของทางมาคาเลียสที่ได้เปิดใช้งานแล้วและได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี

“เทคโนโลยี” (Tech) ถือเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการยกระดับคุณภาพของงานบริการ ซึ่งในปัจจุบันเริ่มมีผู้ประกอบการหลายแห่งนำเทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการให้บริการ เช่น การใช้แท็บเล็ตหรือสมาร์ทโฟน สำหรับการเช็คอิน การเช็คเอาท์ การสอบถามข้อมูล รวมไปถึงการให้บริการ Room Service แทนการใช้โทรศัพท์ในห้องพัก เพิ่มความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยว เพราะสามารถใช้บริการได้ทุกที่ อีกทั้งยังเป็นเครื่องมือในการติดตามนักท่องเที่ยวได้อีกด้วย

และที่ขาดไม่ได้คือ “ทักษะ” (Skill) เนื่องจากไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภค การนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการบริการมากขึ้น ส่งผลให้รูปแบบบริการเปลี่ยนไป บางสายงานอาจถูกลดจำนวนลง ดังนั้น บุคลากรควรมีการ Upskill คือการนำองค์ความรู้ที่มีอยู่เดิมมาพัฒนาตัวเองให้มีความรู้ที่เพิ่มมากขึ้น อย่างเช่น การเพิ่มทักษะภาษาจีนจากเดิมที่มีทักษะภาษาอังกฤษอยู่แล้ว เพื่อเตรียมรับนักท่องเที่ยวชาวจีน เป็นต้น และ Reskill การเปลี่ยนองค์ความรู้เดิมเพื่อรับมือกับสายอาชีพใหม่ที่จะเกิดขึ้น เช่น เดิมเป็นเจ้าหน้าที่ออฟฟิศรับจองห้องพัก แต่เมื่อ Ai เข้ามาทำงานแทน เราอาจผันตัวเองมาเรียนเป็นผู้สอน SUP Board เพราะเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมทางน้ำที่กำลังได้รับความนิยม และเป็นกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบ เป็นต้น

นางสาวณีรนุช กล่าวต่อว่า “แนวทางสุดท้ายที่ถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยนำพาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนในยุค Next Normal คือ “บูรณาการ” (Integration) เพราะการทำงานเพียงลำพังคนเดียวอาจไม่ใช้ทางออกที่ดีที่สุดของการดำเนินธุรกิจท่องเที่ยว ดังนั้น ภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวต้องร่วมมือและผนึกกำลังจากทุกภาคส่วนเข้าด้วยกัน ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน รวมไปถึงกลุ่มชุมชน เพื่อร่วมกันสร้างแผนแม่บทด้านการท่องเที่ยวที่ประเทศไทยควรจะเป็น รวมถึงการร่วมมือกันกำหนดแนวทางการแก้ไข ดูแล และป้องกัน หากเกิดวิกฤตต่างๆ ขึ้นอีกครั้ง”

Ermenegildo Zegna คอลเลคชั่นฤดูร้อน 2021 สะท้อนความเรียบง่าย สบายๆ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/653983

วันที่ 27 พ.ค. 2564 เวลา 11:05 น.

Ermenegildo Zegna คอลเลคชั่นฤดูร้อน 2021 สะท้อนความเรียบง่าย สบายๆErmenegildo Zegna คอลเลคชั่นฤดูร้อน 2021 นำเสนอลุคที่ดูเรียบง่าย สบายๆ เรียบง่าย แต่ยังคงไว้ซึ่งงานตัดเย็บอันประณีต

แอร์เมเนจิลโด เซนญ่า (Ermenegildo Zegna) คอลเลคชั่นฤดูร้อน 2021 นำเสนอลุคที่ดูเรียบง่าย สบายๆ แต่ยังคงไว้ซึ่งสไตล์ของ Ermenegildo Zegna โดยการหลอมรวมระหว่างธรรมชาติกับงานเสื้อผ้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งเฉดสีที่เลือกใช้เป็นเฉดสีที่มีความนุ่มนวลอ่อนโยน และเนื้อผ้าที่ใช้มีความโปร่งเบาแต่เหนียวแน่น ทำให้ใส่สบายมากขึ้น รวมถึงมีการนำเสนอฟังก์ชั่นของเสื้อผ้าที่แปลกใหม่ อย่างการนำกระเป๋าหรือซิปออกมาไว้ข้างนอกอีกด้วย จากความพิถีพิถันในการสร้างสรรค์ทำให้คอลเลคชั่นนี้มีดีไซน์ที่แตกต่าง สามารถสวมใส่ในลุคสบายๆ ที่คงความเรียบง่าย ดูดี แอบแฝงไปด้วย ความแข็งแกร่ง

สำหรับคอลเลคชั่นนี้ อเลสซานโดร ซาร์โตริ อาร์ทิสติกไดเร็กเตอร์ ได้แรงบันดาลใจมาจากการหลอมรวมโลก ที่แตกต่างเข้าไว้ด้วยกัน นอกจากนี้คอลเลคชั่นนี้ยังแสดงให้เห็นถึงการหลอมรวมกันของอารมณ์และความรู้สึก ความสมดุล ของอดีตและอนาคต ข้างในและข้างนอกที่สอดประสานกลมกลืนกันอย่างเหนียวแน่น

เอาชนะ Food Coma เลิกถ่างตาหลังกินอิ่ม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/653927

วันที่ 26 พ.ค. 2564 เวลา 15:30 น.

เอาชนะ Food Coma เลิกถ่างตาหลังกินอิ่ม“หนังท้องตึง หนังตาหย่อน” รู้จักกับอาการง่วงนอนหลังจากการรับประทานอาหาร (Food Coma) พร้อมหาวิธีเอาชนะอาการไม่พึงประสงค์ของคนทำงาน ก่อนบานปลายหลับยาวช่วง Work from Home

ตอนทำงานที่ออฟฟิศมีเพื่อนร่วมงาน แต่เมื่อต้องทำงานที่บ้านช่วง Work from Home แบบนี้ อาการง่วงนอนหลังกินอิ่มอาจเกิดขึ้นได้ง่ายกว่าเดิม เรื่องนี้ทางการแพทย์เรียกว่า ฟู้ดโคม่า (Food Coma) ซึ่งเป็นอาการที่เกิดขึ้นได้เมื่อเรารับประทานอาหารในแต่ละมื้อที่มักประกอบไปด้วยคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน เมื่อผ่านระบบการย่อยอาหารแล้วร่างกายจะกลั่นกรองน้ำตาล หรือกลูโคส ที่สามารถซึมเข้าสู่กระแสเลือดนำไปใช้เป็นพลังงานในการใช้ชีวิตประจำ แต่ก็ยังมีกรดอะมิโนชนิดหนึ่งมาจากอาหารที่เราทานเข้าไปเช่นเดียวกัน เรียกว่า ทริปโตเฟน (Tryptophan) ซึ่งสารนี้จะเข้าสู่สมองและระบบประสาททำให้ลดความตึงเครียด และทำให้เราเกิดอาการง่วงนอนได้

สำหรับปัจจัยที่ทำให้เกิด Food Coma นั้นมีด้วยกันหลายสาเหตุ ไม่ได้เกิดจากการทานอาหารอิ่มจนเกินไปเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมไปถึงการนอนพักผ่อนไม่เพียงพอ การโหมงานหนักมากเกินไปในช่วงเวลาเช้า การทานอาหารประเภทแป้งและคาร์โบไฮเดรตในมื้ออาหารมากเกินไป ทานอาหารที่มีกรดไขมันมากไปทำให้สมองหลั่งฮอร์โมนเซโรโทนิน และเมลาโทนินออกมา ซึ่งมีผลทำให้ง่วงนอน ซึม และรู้สึกเหนื่อยล้า

ป้องกันไว้ก่อนง่วงเพราะอาการ Food Coma

  • ควรนอนหลับให้เพียงพอในเวลากลางคืน โดยพักผ่อน 7-8 ชั่วโมงต่อคืน เพราะเป็นเวลาที่ไม่มากเกินและไม่น้อยเกินไป และอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของการนอนหลับที่ดี
  • เลือกใช้เวลาในการพักเที่ยงเดินย่อย ออกกำลังกายเบาๆ ให้เลือดไหลเวียนและสมองทำงานได้เต็มที่ รวมถึงยังสามารถช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้นในเวลากลางคืนอีกด้วย
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อวันเพื่อให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น
  • จัดการงานกองโตที่แสนน่าเบื่อบนโต๊ะทำงานในช่วงเช้า เพราะเป็นช่วงที่สมองกำลังตื่นตัว หากสะสมมาทำตอนช่วงบ่าย หรือหลังรับประทานอาหารมื้อกลางวัน อาจทำให้เรารู้สึกเบื่อ เหนื่อย เพิ่มความล้า และกระตุ้นการง่วงนอนได้

4 เทคนิคเอาชนะอาการ Food Coma ที่เกิดขึ้นระหว่างวัน

1 เทคนิคสร้างความตื่นตัว หลังกินอาหารเที่ยงเสร็จควรหากิจกรรมอื่นๆ ทำก่อนไปลุยงานนั่งโต๊ะทำงาน หรือลองเคลื่อนไหวร่างกายมากกว่าปกติ เลือกงานที่ต้องมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนไว้ทำช่วงหลังพักเที่ยง 

2 เทคนิคปรับพฤติกรรมการกิน สำหรับคนที่ชอบง่วงหลังมื้ออาหารเป็นประจำ แนะนำให้กินอาหารพอดีคำ เคี้ยวช้าๆ ลดความเร็วในการกินอาหาร เพื่อให้กระเพาะไม่ต้องทำงานหนัก นักวิจัยพบว่าอาหารที่อ่อนหรือมีลักษณะเป็นของเหลวจะช่วยลดอาการ Food Coma ได้ และดื่มน้ำตามมากๆ เพื่อเป็นการบังคับให้ร่างกายตื่นตัว ทำให้อยากเข้าห้องน้ำ จะได้ไม่นั่งแช่นานๆ

3 เทคนิคเลือกกิน หลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลสูง แป้ง ขนมขบเคี้ยว เครื่องดื่มรสหวานจัด เปลี่ยนไปทานผลไม้ยามบ่ายที่มีรสเปรี้ยวแทน เพราะอาหารที่มีไขมันสูงมักจะทำให้เราง่วงเร็ว ลองหาสมดุลคาร์โบไฮเดรตและโปรตีนที่เราต้องการในแต่ละวัน โดยให้อยู่ในระดับที่จะไม่ทำให้เราหิวโหยมากนัก และในขณะเดียวกันก็ไม่ทำให้เรารู้สึกง่วงหนักจนเกิน พยายามรักษาสัดส่วนของอาหารที่ทานในแต่ละมื้อไว้

4 เทคนิคเชื่อร่างกาย ไม่ไหวอย่าฝืน สุดท้ายแล้วหากร่างกายยังฝืนถ่างตาไว้ไม่ไหวจริงๆ อาจต้องขอเวลาไปนอนพักสัก 10 นาที วิธีการง่ายๆ แบบนี้ก็อาจช่วยให้กลับมากระปรี้กระเปร่าพร้อมลุยงานอีกครั้งได้แล้ว