ลูกหาบอเมริกันรวมหัวบอยคอตโอลิมปิกจีน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/670104

วันที่ 08 ธ.ค. 2564 เวลา 12:08 น.ลูกหาบอเมริกันรวมหัวบอยคอตโอลิมปิกจีนหลายประเทศพิจารณามาตรการคว่ำบาตรทางการทูตโอลิมปิกฤดูหนาว “ปักกิ่ง 2022”

หลังจากที่รัฐบาลสหรัฐประกาศใช้มาตรการคว่ำบาตรทางการทูต โดยการไม่ส่งผู้แทนทางการทูตเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว “ปักกิ่ง 2022” ที่จะจัดขึ้นในเดือนก.พ. ที่จะถึงนี้ กำลังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณา ล่าสุดออสเตรเลียยืนยันที่จะเข้าร่วมการคว่ำบาตรกับสหรัฐแล้ว เนื่องจากความไม่ลงรอยกับจีนในหลายประเด็นด้วยกัน

โดยในวันนี้ (8 ธ.ค.) นายกรัฐมนตรีสกอตต์ มอร์ริสัน ของออสเตรเลียกล่าวว่าออสเตรเลียพร้อมเข้าร่วมการคว่ำบาตรทางการทูตกับสหรัฐ โดยจะไม่ส่งเจ้าหน้าที่ทางการทูตเข้าร่วมงานโอลิมปิกที่ปักกิ่ง

พร้อมเผยว่าการตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความเห็นที่ไม่ตรงกันกับจีนในหลายประเด็น ซึ่งรวมถึงการแทรกแซงกิจการภายใน และข้อตกลงในการจัดหาเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ของออสเตรเลียเมื่อเร็วๆ นี้

“ออสเตรเลียยืนหยัดที่จะทำเพื่อผลประโยชน์ของชาติ และแน่นอนว่าไม่น่าแปลกในเลยที่เราจะไม่ส่งเจ้าหน้าที่เข้าร่วมงานแข่งขันกีฬานั้น” มอร์ริสันกล่าวโดยเสริมว่านักกีฬายังคงเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาตามปกติ

มอร์ริสันยังอ้างถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชนในภูมิภาคซินเจียง และความไม่เต็มใจของรัฐบาลจีนที่จะเจรจากับเจ้าหน้าที่ของออสเตรเลีย

ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างออสเตรเลียและจีนตึงเครียดลงในช่วงที่ผ่านมา โดยสินค้าจากออสเตรเลียหลายอย่างถูกคว่ำบาตรจากจีน อาทิ ข้าวบาร์เลย์, ถ่านหิน, แร่ทองแดง, ฝ้าย, กุ้งมังกร, น้ำตาล, ไวน์, เนื้อวัว และธัญพืช ประกอบกับการที่รัฐบาลออสเตรเลียเรียกร้องให้สอบสวนต้นกำเนิดของโควิด-19

ขณะที่สื่อท้องถิ่นอังกฤษรายงานว่ารัฐบาลกำลังพิจารณาอนุมัติการคว่ำบาตรทางการทูตต่อการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวที่ปักกิ่งเช่นกัน โดยอาจห้ามไม่ให้รัฐมนตรีและผู้แทนทางการทูตเข้าร่วมงาน

อย่างไรก็ตามโฆษกรัฐบาลอังกฤษกล่าวเมื่อวันที่ 7 ธ.ค. ที่ผ่านมาว่ารัฐบาลยังไม่ไม่ได้ตัดสินใจว่าผู้แทนรัฐบาลจะเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวที่ปักกิ่งหรือไม่

นอกจากนี้ยังมีนิวซีแลนด์ซึ่งกล่าวในเดือนต.ค. ว่าจะไม่ส่งผู้แทนทางการทูตเข้าร่วมงานเช่นกัน โดยอ้างถึงปัจจัยหลายประการส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่หลายครั้งรัฐบาลนิวซีแลนด์ก็ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับปัญหาสิทธิมนุษยชนในจีน

Photo by REUTERS/Thomas Peter/File Photo

ผลศึกษาชี้แอนติบอดีจาก Pfizer ลดลงมากเมื่อเจอ Omicron

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/670095

วันที่ 08 ธ.ค. 2564 เวลา 11:10 น.ผลศึกษาชี้แอนติบอดีจาก Pfizer ลดลงมากเมื่อเจอ Omicronผลการศึกษาจากแอฟริกาใต้ชี้ว่า Omicron ลดแอนติบอดีจากวัคซีน Pfizer 41 เท่า

วันนี้ (8 ธ.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานผลการศึกษาจากสถาบันวิจัยด้านสุขภาพแอฟริกาในประเทศแอฟริกาใต้ซึ่งได้ทำการทดลองประสิทธิภาพของวัคซีนโควิด-19 ของ Pfizer-BioNTech ในการรับมือกับโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน พบว่าวัคซีนยังคงสามารถต้านไวรัสได้บ้าง แต่มีแอนติบอดีลดลงมากเมื่อเทียบกับโควิด-19 สายพันธุ์อื่นๆ

ศาสตราจารย์ อเล็กซ์ ซิกัล จากสถาบันวิจัยสาธารณสุขแอฟริกาและทีมวิจัยได้ทดสอบแอนติบอดีจากผู้ที่ได้รับวัคซีน Pfizer-BioNTech ซึ่งไม่เคยติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 6 คน และผู้ที่ติดเชื้อก่อนรับวัคซีนอีกจำนวน 6 คน พบว่า แอนติบอดีจากทั้ง 12 คนสามารถต้านโอมิครอนได้น้อยกว่าโควิด-19 สายพันธุ์ก่อนหน้า แต่ผู้ที่ได้รับวัคซีนหลังติดเชื้อมีแอนติบอดีที่สูงกว่าผู้ที่ยังไม่เคยติดเชื้อ

โดยรวมแล้วศักยภาพของแอนติบอดีต่อโอไมครอนลดลงอย่างมากประมาณ 41 เท่า อย่างไรก็ตาม ศาสตราจารย์ซิกัลมองว่าแม้เชื้อโอมิครอนจะทำให้มีผู้ป่วยจำนวนมาก แต่มันสามารถควบคุมได้

ผลการศึกษาดังกล่าวช่วยอธิบายเหตุการณ์ซูเปอร์สเปรดเดอร์ซึ่งเกิดจากโอมิครอนได้ อย่างเช่นงานปาร์ตี้คริสต์มาสในนอร์เวย์ซึ่งมีผู้ติดเชื้ออย่างน้อยครึ่งหนึ่งของผู้เข้าร่วมงานที่ได้รับวัคซีนแล้ว 120 คน

ศาสตราจารย์ซิกัลเสริมว่าการศึกษาดังกล่าวยังไม่สามารถตอบได้อย่างชัดเจนว่าวัคซีนเข็มกระตุ้นจะเพิ่มประสิทธิภาพในการรับมือกับไวรัสได้ดีเพียงใด ซึ่งต้องทำการทดสอบแอนติบอดีของผู้ที่ได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้นเสียก่อน แต่เชื่อว่าผู้ที่ได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้นจะมีแอนติบอดีที่มากกว่า ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ และอาการป่วยรุนแรงได้ดียิ่งขึ้น

ด้านผู้ผลิตวัคซีน Pfizer และ Moderna กล่าวก่อนหน้านี้ว่ากำลังเดินหน้าทดสอบวัคซีนในการรับมือกับเชื้อโอมิครอน และจะสามารถพัฒนาวัคซีนสำหรับไวรัสดังกล่าวโดยเฉพาะได้ภายในเวลาประมาณ 3 เดือน

Photo by JEFF PACHOUD / AFP

Bitcoin-หุ้น-น้ำมัน ขยับขึ้น นักลงทุนคลายกังวล Omicron

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/670065

วันที่ 07 ธ.ค. 2564 เวลา 18:43 น.Bitcoin-หุ้น-น้ำมัน ขยับขึ้น นักลงทุนคลายกังวล Omicronราคาหุ้น น้ำมัน และคริปโตเคอร์เรนซีเริ่มขยับขึ้น นักลงทุนวางใจ Omicron อาจไม่เลวร้ายเท่าที่คิด

วันนี้ (7 ธ.ค.) สำนักข่าว CNBC รายงานว่าหุ้นทั่วเอเชียแปซิฟิกปรับตัวขึ้นหลังจากที่ดิ่งลงในวันจันทร์ (6 ธ.ค.) ที่ผ่านมา เช่นเดียวกับ Wall Street ก็ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน ขณะที่นักลงทุนเริ่มคลายความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนว่าอาจไม่เลวร้ายอย่างที่กังวลในตอนแรก เนื่องจากผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่พบมีอาการไม่รุนแรงและยังไม่พบผู้เสียชีวิต

โดย Hang Seng ของฮ่องกงเพิ่มขึ้น 2.72%, Nikkei 225 ของญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น 0.25%, SSE Composite ของเซี่ยงไฮ้ขยับขึ้น 0.16% ขณะที่ Topix เพิ่มขึ้น 0.34% และ S&P/ASX 200 ขยับขึ้น 0.44% ขณะที่ธนาคารกลางจีนเตรียมอัดฉีดสภาพคล่องอีกครั้ง

ด้านหุ้นเทคโนโลยีก็ปรับตัวขึ้นเช่นกัน โดย Tencent เพิ่มขึ้น 3.57% และ Alibaba พุ่งขึ้น 12.24% หลังร่วงลงกือบ 6% ในวันจันทร์

ขณะที่ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 4% โดยนักวิเคราะห์มองว่ามีสาเหตุมาจากการที่นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับโควิด-19 กลายพันธุ์ สายพันธุ์โอมิครอนเช่นเดียวกัน

ในขณะเดียวกันคริปโตเคอร์เรนซีหลายรายก็ปรับตัวขึ้นเช่นกันหลังจากที่ร่วงลงเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา โดย Bitcoin พุ่งขึ้นมาอยู่ที่กว่า 53,000 เหรียญสหรัฐ หลังร่วงแตะหลัก 46,000 เหรียญสหรัฐเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่วน Ethereum ขยับขึ้นทะลุหลัก 149,000 เหรียญสหรัฐ

AP Photo/Shizuo Kambayashi

‘ค่ายรถยนต์จีน’ เล็งขึ้นแท่นผู้นำตลาด ‘ยานยนต์ไฟฟ้า’ ของไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/670063

วันที่ 07 ธ.ค. 2564 เวลา 18:00 น.‘ค่ายรถยนต์จีน’ เล็งขึ้นแท่นผู้นำตลาด ‘ยานยนต์ไฟฟ้า’ ของไทยกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติจีนตีตลาดรถยนต์ไทย ชูรถยนต์ไฟฟ้าลดการปล่อยมลพิษ

วันนี้ (7 ธ.ค.) สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ด้วยแรงกระตุ้นจากเป้าหมายการปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ทั่วโลก และความมุ่งมั่นของไทยในการทยอยเลิกใช้รถยนต์ขับเคลื่อนด้วยเชื้อเพลิงฟอสซิล กลุ่มผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติจีนจึงกำลังเขย่าตลาดรถยนต์ของไทย อันเป็นตลาดที่ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นครองส่วนแบ่งส่วนใหญ่มายาวนาน ผ่านการส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้าบริสุทธิ์

ณ งานมหกรรมยานยนต์ ไทยแลนด์ อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์เอ็กซ์โป 2021 (Thailand International Motor Expo 2021) ซึ่งจะจัดไปจนถึงวันที่ 12 ธ.ค. เอสเอไอซี (SAIC) หนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของจีน ได้เปิดตัว เอ็มจี ไซเบอร์สเตอร์ (MG Cyberster) รถคอนเซปต์พลังงานไฟฟ้ารุ่นล่าสุดเพื่อเสริมทัพรถยนต์ไฟฟ้าของบริษัท โดยรถยนต์รุ่นนี้มีกำหนดส่งมอบในปี 2023

เอสเอไอซี ประเทศไทย ระบุว่ารถยนต์ไฟฟ้านำเข้า 2 รุ่น ได้แก่ เอ็มจี แซดเอส อีวี (MG ZS EV) และ เอ็มจี อีพี (MG EP) ซึ่งเปิดตัวในปี 2019 ครองสัดส่วนราวร้อยละ 90 ของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าบริสุทธิ์ของไทย

จางไห่โป ประธานบริษัทเอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด (SAIC Motor-CP Co. Ltd.) และเอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด (MG Sales (Thailand) Co. Ltd) แสดงความหวังว่าผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของจีนจะสามารถก่อให้เกิดพลวัตใหม่ในตลาดรถยนต์ของไทยที่ครองโดยบริษัทญี่ปุ่นมายาวนาน

ไทยตั้งเป้าขยายตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของประเทศอย่างมีนัยสำคัญ โดยหวังว่าจะสามารถผลิตรถยนต์ไฟฟ้าได้ร้อยละ 30 ของการผลิตรถยนต์ทั้งหมด เป้าหมายข้างต้นกระตุ้นให้ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติจีน อย่างเอสเอไอซี และ เกรต วอลล์ มอเตอร์ส (GWM) ซึ่งดำเนินธุรกิจในไทยอยู่แล้ว ให้เริ่มนำร่องนพเข้ารถยนต์เพื่อดูกระแสตอบรับ และคาดว่าจะเริ่มการผลิตเมื่อมีอุปสงค์เพียงพอ

จางเจียหมิง ประธานจีดับเบิลยูเอ็ม อาเซียน และประเทศไทย กล่าวว่าจีดับเบิลยูเอ็มวางแผนเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าบริสุทธิ์และแบบไฮบริด จำนวน 9 รุ่น ภายในระยะ 3 ปี และสร้างห่วงโซ่อุตสาหกรรมในท้องถิ่นสำหรับการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในระยะยาว

จีดับเบิลยูเอ็มเปิดตัวรถยนต์รุ่น กู๊ด แคต (Good Cat) ภายใต้แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าย่อย โอรา (ORA) เมื่อช่วงกลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมา หรือก่อนงานมหกรรมยานยนต์ครั้งนี้เพียงไม่นาน และมียอดสั่งจองล่วงหน้าเกือบ 2,000 รายการเมื่อนับจนถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายน

เกวลิน หวังพิชญสุข ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่าผู้บริโภคชาวไทยหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้นตามกระแสโลก โดยคาดว่าความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในตลาดกลุ่มใหญ่ (Mass Market) ภายในปี 2030 อย่างไรก็ดี ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าทั้งคันของไทยยังคงอยู่ในระยะแรกเริ่มเนื่องจากราคาที่สูงกว่าและข้อกังวลเกี่ยวกับความพร้อมของสถานีชาร์จพลังงาน

ข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างอาเซียนและจีน ส่งผลให้ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติจีนสามารถส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าแบบปลอดภาษีมายังไทยได้ ซึ่งช่วยสนับสนุนการแข่งขันด้านราคาของรถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติจีน และเมื่อตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของไทยมีขนาดใหญ่พอสมควร ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติจีนและต่างประเทศย่อมจะพิจารณาจัดตั้งสายการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในไทย

เกวลินกล่าวว่าผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นอาจต้องเพิ่มการลงทุนด้านรถยนต์ไฟฟ้า หากต้องการรักษากลุ่มผู้บริโภคขนาดใหญ่ของตนไว้ โดยปัจจุบันแบรนด์รถยนต์ญี่ปุ่นในไทยยังคงให้ความสำคัญกับการผลิตรถยนต์เชื้อเพลิงฟอสซิลและรถยนต์ไฮบริดที่มีอยู่ในปัจจุบัน

เพื่อแก้ไขปัญหาโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ไฟฟ้า เอสเอไอซี และจีดับเบิลยูเอ็ม กำลังทำงานร่วมกับหน่วยงานของรัฐและองค์กรต่างๆ ของไทย เพื่อติดตั้งสถานีชาร์จที่ใช้ร่วมกันเพิ่มในทั่วประเทศ นอกเหนือจากจุดชาร์จพิเศษของบริษัท ซึ่งยังช่วยให้ทั้งสองบริษัทสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักในหมู่ผู้บริโภคชาวไทยอีกด้วย

ธวัชชัย หนึ่งในผู้เข้าชมงานมหกรรมยานยนต์ กล่าวว่าหลายคนจะนึกถึงแบรนด์จีนเมื่อพูดคุยกันเรื่องรถยนต์ไฟฟ้า โดยหากจุดชาร์จพลังงานมีให้บริการอย่างแพร่หลายและรัฐบาลเสนอสิ่งจูงใจที่เพียงพอ คนไทยจะให้ความสนใจรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้นโดยเฉพาะแบรนด์จีนซึ่งมีความคุ้มค่าสูง

ภาพ: mgcars

Evergrande ใกล้ปรับโครงสร้างหนี้ครั้งใหญ่สุดของจีน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/670062

วันที่ 07 ธ.ค. 2564 เวลา 17:32 น.Evergrande ใกล้ปรับโครงสร้างหนี้ครั้งใหญ่สุดของจีนEvergrande ตั้งคณะกรรมการความเสี่ยง เตรียมปรับโครงสร้างใหม่ครั้งใหญ่ทีสุดในประวัติศาสตร์จีน

เอเวอร์แกรนด์ (Evergrande ) บริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่กำลังวางแผนปรับโครงสร้างหนี้ครั้งใหญ่ที่สุดของจีน โดยครอบคลุมภาระผูกพันด้านหนี้สินในต่างประเทศทั้งหมด ขณะที่บริษัทเผชิญกับแนวโน้มที่จะผิดนัดชำระเงินในส่วนหลักๆ ในวันอังคาร

นักวิเคราะห์กล่าวกับเอเอฟพีว่า รัฐบาลจีนซึ่งจุดชนวนให้เกิดวิกฤติเมื่อประกาศมาตรการควบคุมหนี้ส่วนเกินในบริษัท Evergrande และบริษัทอสังหาริมทรัพย์อื่นๆ ในปีที่แล้ว พร้อมที่จะมีบทบาทสำคัญในการปรับโครงสร้างหนี้

Evergrande ซึ่งมีกองหนี้มากกว่า 3 แสนล้านเหรียญ เป็นบริษัทที่ใหญ่ที่สุดที่ต้องเผชิญกับการปราบปรามมาตรการควบคุมหนี้ของรัฐบาลจีน แต่บริษัทอื่นๆ ก็ได้รับความเดือดร้อนเช่นกัน

อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์เป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตอันดับต้นๆ ของประเทศจีนซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก และวิกฤตหนี้ได้ทำให้เกิดความกลัวว่าจะล้นทะลักเข้าสู่ภาคส่วนสำคัญอื่นๆ ของจีน

ระยะเวลาผ่อนผันสำหรับการจ่ายดอกเบี้ยสำหรับธนบัตร Evergrande ทั้งสองประเภทมูลค่า 82,500 ล้านดอลลาร์มีกำหนดสิ้นสุดในวันจันทร์ และหากไม่เป็นไปตามเงื่อนไขจะนำไปสู่การผิดนัดชำระครั้งแรกของบริษัท

หลังจากที่ Evergrande กล่าวเมื่อวันศุกร์ว่าอาจจะไม่สามารถปฏิบัติตามภาระผูกพันทางการเงินได้ รัฐบาลได้เรียกผู้ก่อตั้งบริษัทและประกาศการเคลื่อนไหวหลายอย่างเกี่ยวกับแผนการของรัฐบาลในการยุติวิกฤติ

“การเปิดเผยของ Evergrande และคำแถลงของรัฐบาลที่ตามมาสอดประสานกันเป็นอย่างดี ชี้ให้เห็นถึงการเริ่มต้นอย่างเป็นทางการของการปรับโครงสร้างหนี้ของ Evergrande” Lu Ting หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ชาวจีนของ Nomura กล่าวในหมายเหตุ

เขาเสริมความเห็นของผู้กำกับดูแลแนะนำว่า “นักลงทุนทั่วโลกควรรับผิดชอบต่อการตัดสินใจของตนเองในการลงทุนในพันธบัตรดอลลาร์ของ Evergrande และรัฐบาลจีนจะไม่ให้การรับประกันอย่างหนักแก่ บริษัท ที่เป็นหนี้เช่น Evergrande”

เอเวอร์แกรนด์ประกาศเมื่อวันจันทร์ว่าจะมี “คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง” ใหม่จำนวน 7 คน ซึ่งจะมีผู้บริหารเพียงสองคนจากบริษัทเท่านั้น รวมถึงเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานของรัฐด้วย

รัฐบาลมณฑลกวางตุ้งก็กำลังส่งคณะทำงานไปยังบริษัทเช่นกัน ซึ่งนักวิเคราะห์จาก Jefferies กล่าวว่า “มีความเป็นไปได้ที่จะเข้าซื้อกิจการ Evergrande

คณะทำงานเป็นสัญญาณที่ชัดเจนของการควบคุม Evergrande โดยรัฐบาลที่เพิ่มขึ้นในอนาคตตามความเห็นของ Chen Long หุ้นส่วนของ บริษัท วิจัย Plenum

“(ผู้ก่อตั้ง) Hui Ka Yan จะไม่ทำการตัดสินใจขั้นสุดท้าย” เขากล่าวกับ AFP

“จากมุมมองด้านปฏิบัติการ…คณะทำงานนั้นจะรับผิดชอบและจะทำการตัดสินใจที่สำคัญที่สุด”

Bloomberg News รายงานว่า Evergrande กำลังวางแผนที่จะรวมพันธบัตรออฟชอร์และภาระหนี้ภาคเอกชนทั้งหมดไว้ในการปรับโครงสร้างโดยอ้างถึงคนที่คุ้นเคยกับเรื่องนี้

Bloomberg รายงานว่าการปรับโครงสร้าง – ซึ่งยังไม่เริ่มต้น – สามารถครอบคลุมพันธบัตรที่ขายโดย Evergrande และบริษัทลูกคือ Scenery Journey รวมถึงธนบัตรมูลค่า 260 ล้านดอลลาร์ที่ออกโดยกิจการร่วมค้า Jumbo Fortune Enterprises

มีสัญญาณว่ารัฐบาลเริ่มผ่อนคลายการควบคุมทรัพย์สิน

ธนาคารกลางของจีนกล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า จะลดอัตราส่วนเงินสำรองลง 0.5% สำหรับธนาคารส่วนใหญ่ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม เพื่อลดปริมาณเงินสดที่ธนาคารต้องสำรองไว้ และอัดฉีดเงิน 1.2 ล้านล้านหยวน เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ

สำนักข่าวของรัฐ Xinhua ยังรายงานว่าผู้นำระดับสูงของจีนยังตกลงที่จะ “ส่งเสริมการก่อสร้างที่อยู่อาศัยราคาไม่แพง สนับสนุนตลาดที่อยู่อาศัยเชิงพาณิชย์ และตอบสนองความต้องการที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมของผู้ซื้อได้ดีขึ้น”

Photo by Hector RETAMAL / AFP

สวิตเซอร์แลนด์อนุมัติ ‘Sarco’ แคปซูลฆ่าตัวตายอย่างสงบในเวลาไม่กี่นาที

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/670057

วันที่ 07 ธ.ค. 2564 เวลา 16:55 น.สวิตเซอร์แลนด์อนุมัติ 'Sarco' แคปซูลฆ่าตัวตายอย่างสงบในเวลาไม่กี่นาทีสวิตเซอร์แลนด์อนุมัติ Sarco แคปซูลการุณยฆาต เสียชีวิตอย่างสงบโดยไม่ทรมาน

“Sarco” (ซาร์โก) แคปซูลการุณยฆาตแบบพิมพ์ 3 มิติที่ได้รับการพัฒนาโดย Exit International ผ่านการตรวจสอบทางกฎหมายและได้รับการอนุมัติใช้ในสวิตเซอร์แลนด์

Swiss Info เปิดเผยว่าในปี 2020 มีผู้เสียชีวิตจากการการุณยฆาตราว 1,300 คนในสวิตเซอร์แลนด์ โดยได้รับการช่วยเหลือจากองค์กรช่วยเหลือด้านการการุณยฆาตที่ใหญ่ที่สุด 2 แห่งในสวิตเซอร์แลนด์ ได้แก่ Dignitas และ Exit (ไม่มีความเกี่ยวข้องกับ Exit International)

โดยวิธีการที่ใช้อยู่ในปัจจุบันคือการใช้สาร “โซเดียมเพนโทบาร์บิทอล” ซึ่งจะส่งผลให้ร่างกายหลับไปราว 2 ถึง 5 นาทีก่อนที่จะตกอยู่ในอาคารโคม่า และเสียชีวิตในไม่ช้า

Sarco ได้เสนอแนวทางใหม่เพื่อการเสียชีวิตอย่างสงบโดยไม่ต้องใช้สารควบคุม

Sarco คืออะไร ทำงานอย่างไร?

ดร.ฟิลิป นิตช์เก นักเคลื่อนไหวด้านการการุณยฆาตชาวออสเตรเลีย ผู้ก่อตั้ง Exit International เปิดเผยถึงนวัตกรรมของเขาว่า Sarco เป็นแคปซูลฆ่าตัวตายที่เขาคาดหวังว่าจะมีส่วนในการช่วยเหลือชาวสวิสที่มีความประสงค์ที่จะทำการุณยฆาต

โดยแคปซูลตัวนี้สามารถเคลื่อนไปไว้ที่ในก็ได้ตามความต้องการ ซึ่งอาจเป็นสถานที่กลางแจ้งอันงดงามหรือในสถานที่ขององค์กรช่วยเหลือการการุณยฆาต

ดร.ฟิลิป เผยว่า เมื่อผู้ใช้เอนตัวลงนอนในแคปซูล ซึ่งมันจะรู้สึกผ่อนคลายและสบายมากๆ เขาสามารถกดปุ่มจากภายในแคปซูลเพื่อเริ่มการการุณยฆาตทันทีที่พร้อมที่จะลาโลกนี้ไปแล้ว และหลังจากที่เขาผ่านการทดสอบทางจิตวิทยาด้วยการตอบคำถามบางอย่างเพื่อยืนยันว่าเขาพร้อมที่จะทำการุณยฆาตแล้วจริงๆ

ทันทีที่กดปุ่ม ปริมาณออกซิเจนในแคปซูลจะลดลงและถูกแทนที่ด้วยไนไตรเจน ทำให้ระดับออกซิเจนลดลงอย่างรวดเร็วจาก 21% เป็น 1% ภายในเวลาประมาณ 30 วินาทีเท่านั้น ซึ่งดร.ฟิลิปยืนยันว่าผู้ใช้จะรู้สึกผ่อนคลายและไม่ทรมาน ก่อนที่จะหมดสติและเสียชีวิตอย่างสงบภายในเวลาประมาณ 5 ถึง 10 นาที

พัฒนาไปถึงไหนแล้ว?

ในปีที่แล้วผู้พัฒนาได้ขอคำแนะนำทางด้านกฎหมายในการใช้ Sarco สำหรับการการุณยฆาตในสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งขณะนี้การตรวจสอบเสร็จสิ้นแล้ว และไม่มีปัญหาด้านกฎหมายใดๆ

ปัจจุบันมีต้นแบบของ Sarco อยู่ทั้งหมด 2 แคปซูล ซึ่งแคปซูลที่ 3 กำลังอยู่ระหว่างการพิมพ์ในเนเธอร์แลนด์ และคาดว่าจะพร้อมใช้งานในปี 2022

แต่เนื่องด้วยการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้การพัฒนาฟังก์ชันเสริมของ Sarco ล่าช้าลง อาทิ การพัฒนากล้องภายในแคปซูลเพื่อให้ผู้ใช้สามารถสื่อสารกับบุคคลภายนอกได้ ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการผลิต

เป้าหมายของ Sarco?

การพัฒนาแคปซูล Sarco มีจุดประสงค์เพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่เข้าถึงง่าย สำหรับผู้ที่ต้องการทำการุณยฆาตโดยไม่ต้องฉีดสารเข้าร่างกาย ไม่ทรมาน และเสียชีวิตลงอย่างสงบ ซึ่งปัจจุบันการการุณยฆาตในเนเธอร์แลนด์จำเป็นต้องได้รับการอนุญาตและดำเนินการโดยแพทย์

ปัจจุบันมีหลายประเทศที่สามารถทำการุณยฆาตได้อย่างถูกกฎหมาย อาทิ เนเธอร์แลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ เบลเยียม ลักเซมเบิร์ก แคนาดา และโคลอมเบีย โดยแต่ละประเทศมีกฎเกณฑ์แตกต่างกันออกไป

โดยในสวิตเซอร์แลนด์ไม่ได้มีกฎหมายห้ามการทำการุณยฆาต แต่การช่วยเหลือการฆ่าตัวตายนั้นถือเป็นความผิดหากเป็นการกระทำที่มีแรงจูงใจเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน

ในเนเธอร์แลนด์อนุญาตให้ผู้ใดก็ตามที่มีอายุ 12 ปีขึ้นไปสามารถขอการุณยฆาตได้ เพื่อให้หลุดพ้นจากความเจ็บปวดทุกข์ทรมานที่ไม่สามารถเยียวยาได้ แต่สำหรับผู้ที่อายุต่ำกว่า 16 ปีต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง โดยผู้ที่ขอการุณยฆาตส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุที่ป่วยโรคร้ายแรง เช่น โรคมะเร็ง

ฮ่องกงพบ 2 นักเดินทางติดโอมิครอนระหว่างกักตัว แม้ไม่ได้ออกจากห้อง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/670025

วันที่ 07 ธ.ค. 2564 เวลา 13:30 น.ฮ่องกงพบ 2 นักเดินทางติดโอมิครอนระหว่างกักตัว แม้ไม่ได้ออกจากห้องนักวิจัยฮ่องกงหวั่นโอมิครอนกระจายในโถงทางเดิน หลังพบ 2 นักเดินทางห้องตรงข้ามติดเชื้อแม้ไม่ได้ติดต่อกัน

Bloomberg รายงานงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮ่องกงซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Emerging Infectious Diseases เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ระบุว่า ฮ่องกงพบ 2 นักเดินทางจากต่างประเทศติดโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนขณะอยู่ระหว่างกระบวนการกักตัวที่โรงแรมในฮ่องกง โดยภาพจากกล้องวงจรปิดแสดงให้เห็นว่าทั้งคู่ไม่ได้ออกจากห้องและไม่มีการสัมผัสใกล้ชิดหรือติดต่อกับใคร

สมมติฐานที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดในตอนนี้คือเชื้ออาจแพร่กระจายอยู่ในอากาศบริเวณโถงทางเดิน ซึ่งผู้ป่วยได้รับเชื้อเมื่อเปิดประตูห้องเพื่อรับอาหารในช่วงเวลาเดียวกัน

ทั้งนี้ นักเดินทาง 2 คนมาจากแคนาดาและแอฟริกาใต้ ซึ่งได้รับวัคซีนของ Pfizer ครบ 2 โดสแล้ว ทั้งคู่มีผลตรวจเชื้อแบบ PCR เป็นลบก่อนเดินทางถึงฮ่องกงเมื่อวันที่ 10 พ.ย. และเข้าสู่กระบวนการกักตัวในโรงแรมเดียวกัน ห้องตรงข้ามกัน

นักเดินทางจากแอฟริกาใต้มีผลตรวจหาเชื้อเป็นบวกในวันที่ 13 พ.ย. ซึ่งคาดว่าจะได้รับเชื้อก่อนเดินทางมาถึงฮ่องกง ขณะที่นักเดินทางจากแคนาดาเริ่มมอาการป่วยและมีผลตรวจเชื้อเป็นบวกในอีก 4 วันถัดมา

ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮ่องกงระบุว่า “การแพร่กระจายของโอมิครอนระหว่างผู้ที่ได้รับวัคซีนครบ 2 โดสซึ่งไม่ได้สัมผัสใกล้ชิดหรือติดต่อกัน เน้นย้ำถึงความกังวลว่าเชื้ออาจแพร่ระบาดได้ง่ายขึ้นรวมถึงในกลุ่มผู้ที่ได้รับวัคซีนแล้ว”

ทั้งนี้ โอมิครอนมีการกลายพันธุ์บริเวณโปรตีนหนาม (spike protein) ในหลายตำแหน่งทำให้เกิดความกังวลว่าจะสามารถหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันจากวัคซีน ส่งผลให้จำนวนผู้ติดเชื้อพุ่งสูงขึ้น และขัดขวางความพยายามในการฟื้นฟูเศรษฐกิจโลก

นักวิทยาศาสตร์จากองต์การอนามัยโลก (WHO) กล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า นักวิจัยประมาณ 450 คนจากทั่วโลกเร่งศึกษาเพื่อทำความเข้าใจการกลายพันธุ์ของโอมิครอนว่าจะส่งผลต่อประสิทธิภาพของวัคซีนและเพื่อศักยภาพในการแพร่เชื้อหรือไม่ ซึ่งคาดว่าจะได้คำตอบในเร็ววันนี้

ในระยะหลังมานี้ผู้ป่วยโควิด-19 เพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณในหลายพื้นที่ของแอฟริกาใต้ ส่งผลให้มีการแพร่ระบาดระลอกที่ 4 ซึ่งเกิดจากเชื้อโอมิครอน ขณะที่หลายสิบประเทศตรวจพบเชื้อดังกล่าวแล้วเช่นกัน แต่ยังคงเร็วเกินไปที่จะสรุปเกี่ยวกับความรุนแรงของโอมิครอน เนื่องจากผู้ป่วยส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรง และยังไม่พบผู้เสียชีวิต

Photo by Bertha WANG / AFP

นายกฯ ญี่ปุ่นเตรียมรับมือสถานการณ์ ‘เลวร้ายสุด’ จากโอมิครอน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/670020

วันที่ 07 ธ.ค. 2564 เวลา 12:30 น.นายกฯ ญี่ปุ่นเตรียมรับมือสถานการณ์ 'เลวร้ายสุด' จากโอมิครอนรัฐบาลญี่ปุ่นเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์เลวร้ายที่สุด หลังพบชาวญี่ปุ่นติดเชื้อโอมิครอนรายแรก

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่านายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ฟูมิโอะ คิชิดะ ของญี่ปุ่นประกาศว่าจะเตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดในการรับมือกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน ในขณะเดียวกันก็ต้องพยายามฟื้นฟูเศรษฐกิจให้กลับมาอยู่ในทิศทางที่ดี

“เราจะรักษาจุดยืนของเราอย่างระมัดระวังและรอบคอบ” นายกรัฐมนตรีกล่าวพร้อมเสริมว่าญี่ปุ่นได้เพิ่มเตียงในโรงพยาบาล 10,000 เตียงเพื่อรองรับผู้ป่วยโควิด-19 และคาดว่าจะอนุมัติยาเม็ดรักษาโควิด-19 ในปลายเดือนนี้

เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. ตามเวลาท้องถิ่นญี่ปุ่นยืนยันผู้ป่วยโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนรายที่ 3 ในประเทศ ซึ่งเป็นผู้ป่วยรายแรกที่เป็นชาวญี่ปุ่น

โดยผู้ป่วยคนดังกล่าวเป็นชายชาวญี่ปุ่นวัย 30 ปี ซึ่งเดินทางกลับจากอิตาลี เข้าสู่ประเทศญี่ปุ่นผ่านสนามบินฮาเนดะของโตเกียวเมื่อวันที่ 1 ธ.ค. และได้รับวัคซีนของ Moderna ครบ 2 โดสในเดือนส.ค.

กระทรวงสาธารณสุขเผยว่าผู้โดยสารทั้งหมด 41 รายที่โดยสารเที่ยวบินเดียวกับผู้ป่วยรายข้างต้นได้รับการตรวจหาเชื้อ โดยมี 1 รายมีผลตรวจเป็นบวกแต่ไม่ใช่สายพันธุ์โอมิครอน

Photo by Kazuhiro NOGI / AFP

สหรัฐคว่ำบาตรโอลิมปิกฤดูหนาวปักกิ่ง ประท้วงจีนละเมิดสิทธิมนุษยชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/670005

วันที่ 07 ธ.ค. 2564 เวลา 11:35 น.สหรัฐคว่ำบาตรโอลิมปิกฤดูหนาวปักกิ่ง ประท้วงจีนละเมิดสิทธิมนุษยชนสหรัฐประกาศคว่ำบาตรโอลิมปิกฤดูหนาว 2022 ที่ปักกิ่ง ตอบโต้การละเมิดสิทธิมนุษยชนของทางการจีนต่อชนกลุ่มน้อยในซินเจียง

Bloomberg รายงานว่าเจน ซากี โฆษกทำเนียบขาวแถลงยืนยันว่ารัฐบาลสหรัฐจะใช้มาตรการคว่ำบาตรทางการทูต โดยการไม่ส่งผู้แทนเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว “ปักกิ่ง 2022” ที่จะจัดขึ้นในเดือนก.พ. ที่จะถึงนี้ เพื่อเป็นการตอบโต้ในประเด็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนของทางการจีน ท่ามกลางความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศที่สั่นคลอนอีกครั้ง

“รัฐบาลสหรัฐจะไม่ส่งตัวแทนทางการทูตเข้าร่วมมหกรรมแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวและพาราลิมปิก 2022 ที่ปักกิ่ง อันเนื่องมาจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ และนโยบายที่ก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติของทางการจีน ทั้งในเขตปกครองตนเองซินเจียงและการละเมิดสิทธิมนุษยชนอื่นๆ ” โฆษกรัฐบาลกล่าว

แต่สำหรับนักกีฬาจะยังคงสามารถเข้าร่วมการแข่งขันได้ตามปกติ เพียงแต่สหรัฐจะไม่ส่งเจ้าหน้าที่รัฐบาลเข้าร่วมงานทั้งในพิธีเปิดและพิธีปิดการแข่งขัน

การประกาศดังกล่าวมีขึ้นไม่กี่สัปดาห์หลังจากที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนจัดการประชุมเสมือนจริงร่วมกัน ซึ่งนับเป็นการประชุมครั้งแรกระหว่างสองผู้นำนับตั้งแต่ที่ไบเดนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี

โดยในการประชุมครั้งนั้นไบเดนได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนในภูมิภาคซินเจียง และมีการหารือร่วมกันในหลายประเด็น แต่ไม่ได้กล่าวถึงการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวแต่อย่างใด แม้จะมีรายงานก่อนหน้านี้ว่าจีนจะเชิญสหรัฐเข้าร่วมงานด้วย

ขณะที่จ้าว ลี่เจียน โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีนกล่าวเมื่อเดือนเม.ย. ว่าจีนพร้อมที่จะตอบโต้หากสหรัฐคว่ำบาตรการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก

นอกจากนี้ยังมีนิวซีแลนด์ซึ่งกล่าวในเดือนต.ค. ว่าจะไม่ส่งผู้แทนทางการทูตเข้าร่วมงานเช่นกัน โดยอ้างถึงปัจจัยหลายประการส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่หลายครั้งรัฐบาลนิวซีแลนด์ก็ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับปัญหาสิทธิมนุษยชนในจีน

ด้านออสเตรเลียและอังกฤษเผยว่าการคว่ำบาตรทางการทูตต่อการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกนั้นกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณา

Photo by Nicholas Kamm / AFP

อังกฤษอาจมีผู้ติดเชื้อ ‘โอไมครอน’ มากถึง 1 พันรายต่อวัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/669996

วันที่ 07 ธ.ค. 2564 เวลา 10:51 น.อังกฤษอาจมีผู้ติดเชื้อ 'โอไมครอน' มากถึง 1 พันรายต่อวัน ผู้เชี่ยวชาญชี้อังกฤษอาจมีผู้ติดเชื้อ ‘โอไมครอน’ มากถึง 1 พันรายต่อวัน หลังพบการแพร่ระบาดในชุมชน

ซาจิด จาวิด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของสหราชอาณาจักรรายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอนในประเทศ โดยระบุว่าขณะนี้ไวรัสดังกล่าวกำลังแพร่ระบาดในหลายพื้นที่ และมีผู้ติดเชื้อที่ไม่มีประวัติเดินทางต่างประเทศ

โดยปัจจุบันมีผู้ป่วยยืนยันอย่างน้อย 336 ราย ในจำนวนนี้แบ่งเป็น 261 รายในอังกฤษ 71 รายในสกอตแลนด์ และ 4 รายในเวลส์ แต่ยังไม่มีผู้ป่วยรายใดต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล

ทั้งนี้ รัฐบาลยอมรับว่าโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอนอาจส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของประเทศ เนื่องจากยังไม่ชัดเจนว่าไวรัสสายพันธุ์ดังกล่าวจะสามารถหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันหรือส่งผลให้เกิดอาการป่วยรุนแรงกว่าสายพันธุ์อื่นๆ ก่อนหน้านี้หรือไม่ แต่เรียกร้องให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการฉีดวัคซีน

ด้านศาสตราจารย์ฟรองซัวส์ บัลลู ผู้อำนวยการสถาบันพันธุศาสตร์มหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอน กล่าวกับ Sky News ว่า การแพร่ระบาดของโอไมครอนในสหราชอาณาจักรมีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าทุกๆ 3 ถึง 4 วัน ซึ่งอาจส่งผลให้ระบบสาธารณสุขตกอยู่ภายใต้แรงกดดันอย่างรวดเร็ว

พร้อมกล่าวเสริมว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อสายพันธุ์โอไมครอนในความจริงแล้วมากกว่าตัวเลขที่ทางการรายงาน โดยผู้ติดเชื้อสายพันธุ์โอไมครอนคิดเป็นประมาณ 1% ของผู้ป่วยรายใหม่รายวันทั้งหมด หรืออาจมากถึง 500 ถึง 1,000 รายต่อวัน แม้จะไม่ใช่ตัวเลขที่แน่นอนแต่คงไม่ไกลจากความเป็นจริงมากนัก

Photo by various sources / AFP