ไม่ต้องพึ่งเงินเดือน สาวเสิร์ฟได้ทิปสัปดาห์ละ 4 หมื่น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/667634

วันที่ 08 พ.ย. 2564 เวลา 18:02 น.ไม่ต้องพึ่งเงินเดือน สาวเสิร์ฟได้ทิปสัปดาห์ละ 4 หมื่นหลังจากมีกรณีพนักงานเสิร์ฟอเมริกันทำงานเดือนกว่าได้ค่าแรงไม่ถึง 1 เซนต์ ก่อนหน้านี้พนักงานสาวอีกคนเผยว่าเธอได้ทิปถึงสัปดาห์ละ 4 หมื่นบาท

ตามกฎหมายตั้งแต่ปี 2019 ใครก็ตามที่ทำงานในร้านอาหารในสหรัฐอเมริกา ไม่ว่าจะอยู่ในรัฐใด จะต้องได้รับเงินขั้นต่ำ 7.25 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง (ราว 239.78 บาท)

ไม่ใช่แค่นั้น บางรัฐยังกำหนดค่าแรงในอัตราขั้นต่ำที่กำหนดโดยรัฐบาลกลาง ดังนั้นพนักงานเสิร์ฟจึงอาจได้แค่ 2.13 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง (ราว 70 บาท) เช่น ในเซาท์แคโรไลนา นอร์ทแคโรไลนา เท็กซัส และเนบราสก้า

ทั้งนี้ จากข้อมูลของ calculator.net ระบุว่าในสหรัฐอเมริกา เป็นเรื่องปกติที่จะให้ทิป 15% ของราคาสินค้าและบริการก่อนหักภาษี เช่น มูลค่า 55 ดอลลาร์ ถ้าบวกทิป 15% จะเพิ่มขึ้นมา 8.25 รวมเป็น 63.25 ดอลลาร์

เนื่องจากค่าแรงของพนักงานเสิร์ฟในสหรัฐมีอัตราที่ต่ำมาก พนักงานกลุ่มนี้จึงต้องพึ่งพาทิปจากลูกค้า อัตราการให้ทิปในสหรัฐจึงสูงมาก และพนักงานเสิร์ฟบางคนยังได้รับทิปรวมแล้วสูงกว่ารายได้ของพนักงานทั่วๆ ไปเสียอีก ยังไม่นับบางเหตุการณ์ที่ลูกค้าประทับใจพนักงานเป็นพิเศษจนอาจจะมอบทิปในการบริการครั้งเดียวถึง 1,000 ดอลลาร์หรืออาจจะมากกว่านั้น

ตัวอย่างของพนักงานที่ได้ทิปเป็นจำนวนมากที่ได้รับการเปิดเผยเร็วๆ นี้ เช่น คริสเตน ซองเกอร์ (Kirsten Songer) สมาชิก TikTok ที่รู้จักกันในชื่อ ‘The flat Hooters girl’ ออกมาเผยรายได้ต่อสัปดาห์ในฐานะพนักงานเสิร์ฟของร้าน Hooters ซึ่งเป็นเชนร้านอาหารในสหรัฐที่เน้นพนักงานเสิร์ฟสาวๆ เซ็กซี่ที่เรียกว่า “Hooters Girls”

ในคลิปเกือบหนึ่งนาที ซองเกอร์เผยว่าในระหว่างสัปดาห์ เธอได้ทิปอยู่ระหว่าง 50 ดอลลาร์ถึง 408 ดอลลาร์ต่อวัน (ประมาณ 1,653 – 13,494 บาท) เธอยังเพิ่มเงินอีก 60 ดอลลาร์จาก “ผู้ชายที่บาร์” หลังจากที่เธอไปคุยกับเขา (ซึ่งเป็นงานอย่างหนึ่งของสาวๆ Hooters Girls)

โดยรวมแล้ว ซองเกอร์ได้รับทิปประมาณ 1,310 ดอลลาร์ (เกือบ 43,325 บาท) ในระหว่างสัปดาห์ หมายความว่ารายได้ต่อปีของเธอจะอยู่ที่ประมาณ 70,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 231,5075 บาท) ซึ่งสูงกว่าเงินเดือนเฉลี่ยในรัฐเซาท์แคโรไลนา ซึ่งอยู่ที่ 54,672 ดอลลาร์ต่อปี (ราว 1,808,139 บาท) ตามข้อมูลของ Ziprecruiter ประจำปีนี้

เงินทิปของซองเกอร์ยังสูงกว่าอัตราเฉลี่ยของเงินเดือนทั้งปีของผู้ประกอบอาชีพด้านดีไซน์และงานด้านสื่อในสหรัฐ ที่อยู่ที่ 64,400 ดอลาร์ จากข้อมูลของ Statista Research Department

ไม่น่าแปลกใจที่ซองเกอร์ยังทำงานนี้ ทั้งๆ ที่เธอจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเซาท์แคโรไลนา ปัจจุบันเข้าเรียนที่โรงเรียนแพทย์ แต่ยังคงทำงานกับ Hooters

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกคนที่แฮปปี้กับรายได้จากทิป เนื่องจากมันไม่ใช่หลักประกันที่แน่นอนในชีวิต ตัวอย่างเช่น เมื่อต้นเดือนตุลาคมพนักงาน Hooter ที่ชื่อ Rose ออกมาใช้ TikTok เรียกร้องให้เพิ่มรายได้แค่ 2 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง เป็น 8 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง หลังจากเธอทราบว่าเจ้าของบริษัททำรายได้มากถึง 500 ล้านดอลาร์เมื่อปีที่แล้ว

ภาพ TikTok

ประเดิมแล้ว จีนใช้ ‘หยวนดิจิทัล’ ครั้งแรกในงานมหกรรม CIIE #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/667650

วันที่ 08 พ.ย. 2564 เวลา 17:04 น.ประเดิมแล้ว จีนใช้ ‘หยวนดิจิทัล’ ครั้งแรกในงานมหกรรม CIIEจีนไม่รอช้าเดินหน้าใช้เงินดิจิทัลที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐ ในขณะที่ประเทศอื่นๆ ก็เล็งๆ จะทำแต่ยังไม่เร็วเท่าจีน

เซี่ยงไฮ้, 8 พ.ย. (ซินหัว) — สกุลเงินดิจิทัลของจีน หรือหยวนดิจิทัล (e-CNY) ถูกใช้ทำธุรกรรมที่ร้านอาหาร บูธจัดแสดงสินค้า และตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติเป็นครั้งแรก ภายในงานมหกรรมแสดงสินค้านำเข้านานาชาติจีน (CIIE) ครั้งที่ 4

งานมหกรรมฯ มีบริษัทเกือบ 3,000 แห่งจาก 127 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลกเข้าร่วมจัดแสดงสินค้า โดยตัวแทนบริษัทและผู้เข้าร่วมงานสามารถใช้เงินหยวนดิจิทัลชำระค่าอาหารหรือซื้อของที่ระลึกภายในงานได้

ฉู่อี้เฟิง พนักงานธนาคารแห่งประเทศจีน (BOC) ระบุว่าธนาคารฯ จัดตั้งบูธ 6 จุดภายในงานมหกรรมฯ เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ต้องการสมัครกระเป๋าเงินหยวนดิจิทัล โดยแต่ละวันมีผู้สนใจสมัครราว 60-80 คน

ผู้บริโภคจะได้รับส่วนลด “30 จาก 50” เมื่อชำระค่าสินค้าด้วยเงินหยวนดิจิทัลที่ร้านขายของที่ระลึกของศูนย์การประชุมและนิทรรศการแห่งชาติ (เซี่ยงไฮ้) ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานมหกรรมฯ รวมถึงสามารถใช้ส่วนลดข้างต้นกับร้านอาหารชื่อดังอย่างพิซซ่า ฮัท และเคเอฟซี ด้วย

ทั้งนี้ หยวนดิจิทัลเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารประชาชนจีน (PBOC) ซึ่งเป็นธนาคารกลางของจีน และบริหารจัดการโดยผู้ดำเนินการที่ได้รับอนุญาต ถือเป็นเครื่องมือการชำระเงินแบบไฮบริดที่อิงมูลค่า บัญชีเสมือน และบัญชีเป็นพื้นฐาน โดยมีสถานะเป็นเงินตราที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมายและเชื่อมโยงกับบัญชีแบบหลวม

การพัฒนาระบบหยวนดิจิทัลมีเป้าหมายสร้างสกุลเงินเหรินหมินปี้ (RMB) ในรูปแบบใหม่ ที่ตอบสนองความต้องการเงินสดของประชาชนในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล โดยธนาคารฯ เริ่มโครงการวิจัยและพัฒนาหยวนดิจิทัลเมื่อช่วงสิ้นปี 2017

เงินหยวนดิจิทัลถูกนำมาใช้ในหลายสถานการณ์มากกว่า 1.32 ล้านรายการ ครอบคลุมการชำระค่าสาธารณูปโภค บริการจัดเลี้ยง การขนส่ง การซื้อของ และบริการต่างๆ ของรัฐ เมื่อนับถึงวันที่ 30 มิ.ย. 2021

เนื้อหาข่าวและภาพด้วยความร่วมมือกับสำนักข่าวซินหัว

สร้างประวัติศาสตร์ นักบินหญิงจีนเดินในอวกาศครั้งแรก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/667638

วันที่ 08 พ.ย. 2564 เวลา 16:00 น.สร้างประวัติศาสตร์ นักบินหญิงจีนเดินในอวกาศครั้งแรกนักบินอวกาศ ‘เสินโจว-13’ เสร็จสิ้นกิจกรรมนอกยานอวกาศครั้งแรก

ปักกิ่ง, 8 พ.ย. (ซินหัว) — วันจันทร์ (8 พ.ย.) องค์การอวกาศที่มีมนุษย์ควบคุมแห่งประเทศจีน (CMSA) เปิดเผยว่า ไจ๋จื้อกัง และหวังย่าผิง ทีมนักบินอวกาศภารกิจเสินโจว-13 (Shenzhou-13) ของจีน เสร็จสิ้นการทำกิจกรรมนอกยานอวกาศและกลับเข้าสู่โมดูลหลักของสถานีอวกาศเทียนเหอแล้ว

องค์การฯ ระบุว่ากิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นกิจกรรมนอกยานอวกาศ ครั้งที่ 3 ระหว่างการก่อสร้างสถานีอวกาศของจีน และเป็นกิจกรรมนอกยานอวกาศครั้งแรกของทีมนักบินอวกาศภารกิจเสินโจว-13 รวมถึงเป็นกิจกรรมนอกยานอวกาศครั้งแรกในประวัติศาสตร์อวกาศของจีนที่มีนักบินอวกาศหญิงร่วมภารกิจด้วย

นักบินอวกาศทั้งสองคนกลับเข้าสู่โมดูลหลักเมื่อ 01.16 น. ตามเวลาปักกิ่ง หลังจากใช้เวลา 6 ชั่วโมงครึ่งในการปฏิบัติกิจกรรมนอกยานอวกาศ ซึ่งมีทั้งการทดสอบการทำงานของชุดนักบินอวกาศรุ่นใหม่ที่จีนพัฒนาขึ้นเอง การประสานงานระหว่างนักบินอวกาศและแขนกล และการทดสอบความน่าเชื่อถือและความปลอดภัยของอุปกรณ์สนับสนุนที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ จีนส่งยานอวกาศเสินโจว-13 ขึ้นสู่อวกาศเมื่อวันที่ 16 ต.ค. พร้อมด้วยนักบินอวกาศ 3 คน เพื่อปฏิบัติภารกิจก่อสร้างสถานีอวกาศเป็นเวลา 6 เดือน

เนื้อหาภาพและข่าวโดยสำนักข่าวซินหัว

ทั้งนี้ พันเอก หวาง ย่าผิง (เกิด 27 มกราคม พ.ศ. 2523) เป็นนักบินและนักบินอวกาศของกองทัพจีน หวางเป็นนักบินอวกาศหญิงคนที่สองที่ได้รับเลือกให้เข้าร่วมกองกำลังนักบินอวกาศของกองทัพปลดแอกประชาชน หญิงชาวจีนคนที่สองในอวกาศ และสตรีชาวจีนคนแรกที่เดินในอวกาศ

หวางกลายเป็นนักบินอวกาศหญิงชาวจีนคนที่สองในฐานะสมาชิกคนหนึ่งของลูกเรือยานอวกาศเสินโจว 10 ซึ่งโคจรรอบโลกในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2556 และของสถานีอวกาศเทียนกง-1 ที่กำลังโคจรอยู่ด้วย

ขณะอยู่บนเทียนกง-1 หวางได้ทำการทดลองทางวิทยาศาสตร์และสอนบทเรียนฟิสิกส์ให้กับนักเรียนชาวจีนโดยการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ ปัจจุบันเธอดำรงตำแหน่งผู้พันกองทัพอากาศที่สามารถบินเครื่องบินได้ถึง 4 รุ่น

หวางได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในลูกเรือ 3 คนที่บินไปพร้อมกับเสินโจว-13 ไปยังสถานีอวกาศเทียนกง ซึ่งเป็นเที่ยวบินอวกาศครั้งที่ 2 ของเธอและเป็นครั้งแรกที่ผู้หญิงชาวจีนจะเดินทางไปในอวกาศ 2 ครั้ง เธอเป็นนักบินอวกาศหญิงคนแรกที่ขึ้นสถานีอวกาศเทียนนกงและทำกิจกรรมนอกยาน หรือ spacewalk โดยใช้เวลา 6 ชั่วโมง 25 นาที

จีนสร้างหุ่นจำลองเรือรบสหรัฐซ้อมยิงขีปนาวุธ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/667632

วันที่ 08 พ.ย. 2564 เวลา 15:01 น.จีนสร้างหุ่นจำลองเรือรบสหรัฐซ้อมยิงขีปนาวุธถึงจะยังไม่ได้เผชิญหน้ากันตรงๆ แต่ตอนนี้จีนเริ่ทมทำการซ้อมโดยใช้เป้าเป็นยุทโธปกรณ์ของสหรัฐ พร้อมกับทำการทดสอบอาวุธที่สร้างความกังวลให้สหรัฐมากขึ้นเรือ่ยๆ

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงาน กองทัพจีนได้สร้างแบบจำลองในรูปแบบของเรือบรรทุกเครื่องบินของกองทัพเรือสหรัฐ และเรือรบอื่นๆ ของสหรัฐ ที่อาจใช้เป็นเป้าหมายการซ้อมรบในทะเลทรายของเขตซินเจียง ข้อมูลนี้ได้มาจากภาพถ่ายดาวเทียมโดย Maxar

หุ่นจำลองเหล่านี้สะท้อนถึงความพยายามของจีนในการสร้างขีดความสามารถในการต่อต้านเรือบรรทุกเครื่องบิน โดยเฉพาะกับกองทัพเรือสหรัฐ หลังจากความตึงเครียดกับสหรัฐเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากกรณีไต้หวันและทะเลจีนใต้

ภาพถ่ายดาวเทียมแสดงให้เห็นโครงร่างเต็มรูปแบบของเรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐ และเรือพิฆาตติดขีปนาวุธนำวิถีชั้น Arleigh Burke อย่างน้อย 2 ลำได้ถูกสร้างขึ้นในบริเวณที่ดูเหมือนจะเป็นพื้นที่ซักซ้อมเป้าหมายแห่งใหม่ในทะเลทรายทากลามากัน

สถาบันนาวิกโยธินสหรัฐ รายงานว่า สิ่งก่อสร้างดังกล่าวถูกใช้ทดสอบขีปนาวุธ โดยอ้างถึงกาสรวิเคราะห์ข้อมูลของบริษัท All Source Analysis

โครงการขีปนาวุธต่อต้านเรือของจีนอยู่ภายใต้การดูแลของกองกำลังจรวดของกองทัพปลดปล่อยประชาชน (PLARF) ด้านกระทรวงกลาโหมของจีนไม่ตอบสนองต่อคำร้องขอความคิดเห็นในทันที

ตามรายงานประจำปีล่าสุดของเพนตากอนเกี่ยวกับกองทัพจีน PLARF ทดสอบการยิงครั้งแรกในทะเลจีนใต้ในเดือนกรกฎาคม 2020 โดยการยิงขีปนาวุธต่อต้านเรือรบ DF-21 จำนวน 6 ลูก ลงไปในน่านน้ำทางเหนือของหมู่เกาะสแปรตลีย์ ซึ่งจีนมีข้อพิพาทเรื่องดินแดนกับไต้หวันและ 4 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ตามรายงานของเพนตากอนที่เผยแพร่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว วัตถุประสงค์หลักของ PLARF คือการทำให้เรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐตกอยู่ในความเสี่ยงจากขีปนาวุธต่อต้านเรือรบทั่วมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก

แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ กล่าวเมื่อเดือนกรกฎาคมปีนี้ว่า สหรัฐจะปกป้องฟิลิปปินส์หากถูกโจมตีในทะเลจีนใต้ และเตือนจีนให้ยุติ “พฤติกรรมยั่วยุ” ของตน

Satellite Image ©2021 Maxar Technologies/Handout via REUTERS.

พลิกประวัติศาสตร์ นักโบราณคดีค้นพบ ‘ห้องทาส’ ในปอมเปอี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/667600

วันที่ 08 พ.ย. 2564 เวลา 11:10 น.พลิกประวัติศาสตร์ นักโบราณคดีค้นพบ 'ห้องทาส' ในปอมเปอีนักโบราณคดีค้นพบห้องทาสเมืองปอมเปอี หลักฐานสำคัญที่บ่งชี้วิถีชีวิตกลุ่มเปราะบางสมัยโรมัน

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 6 พ.ย. ที่ผ่านมา นักโบราณคดีค้นพบ “ห้องทาส” ในคฤหาสน์โรมัน หรือวิลลาขนาดใหญ่ ในเขตชิวิต้า จูเลียนาบริเวณรอบนอกของเมืองปอมเปอี เมืองโบราณสมัยโรมันของอิตาลี ซึ่งถูกภูเขาไฟวิซุเวียสถล่มเมื่อ 2,000 ปีก่อน

ห้องพื้นที่ประมาณ 16 ตารางเมตรยังอยู่ในสภาพดี มีหน้าต่างเล็กๆ 1 บานเพื่อรับแสงสว่าง ภายในห้องมีเตียงไม้ 3 เตียง โดย 2 เตียงมีความยาว 170 เซนติเมตร และอีกเตียงหนึ่งมีความยาว 140 เซนติเมตร ซึ่งนักโบราณคดีคาดว่าอาจเป็นเตียงสำหรับเด็กในครอบครัวทาส

นอกจากนี้บริเวณใต้เตียงยังค้นพบสิ่งของส่วนตัวหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเหยือกเซรามิก โถ และหม้อ รวมถึงหีบไม้ที่บรรจุสิ่งของที่เป็นโลหะและผ้า ซึ่งเชื่อว่าน่าจะเป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการเทียมม้าอันเป็นหน้าที่ของทาสที่ต้องจัดเตรียมและดูแลรักษารถม้า

การค้นพบครั้งนี้เกิดขึ้นเกือบ 1 ปีหลังจากที่มีการค้นพบร่างของชายสองคนซึ่งเชื่อว่าเป็นเจ้านายและทาส โดยคนหนึ่งเป็นเจ้านายอายุประมาณ 40 ปี และอีกคนเป็นทาสหนุ่มของเขา

ทั้งนี้ การสำรวจวิลลาในชิวิต้า จูเลียนา เริ่มขึ้นครั้งแรกเมื่อ 4 ปีก่อน ซึ่งมีการค้นพบข้าวของต่างๆ มากมายรวมถึงรถม้าสำหรับใช้ในงานพิธี และคอกม้าที่มีซากม้า 3 ตัว

กาเบรียล ซุคทรีเกล ผู้อำนวยการอุทยานโบราณคดีปอมเปอี กล่าวว่า การค้นพบครั้งนี้ถือเป็นการค้นพบที่พิเศษแม้ว่าจะไม่มีสมบัติล้ำค่า แต่นี่ถือเป็นหลักฐานที่สำคัญที่บ่งชี้ถึงการดำรงชีวิตของกลุ่มเปราะบางที่สุดในสังคมโบราณซึ่งหาได้ยาก เนื่องจากก่อนหน้านี้ประวัติศาสตร์มักถูกเขียนขึ้นจากกลุ่มชนชั้นสูง

“นี่คือหน้าต่างสู่ความเป็นจริงที่ไม่ค่อยปรากฏในแหล่งประวัติศาสตร์…ถือเป็นการค้นพบที่น่าตื่นเต้นที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตของผมในฐานะนักโบราณคดี”

ทั้งนี้ เมืองปอมเปอีเป็นเมืองในสมัยโรมันโบราณที่ถูกกลืนหายไปภายใต้กองเถ้าภูเขาไฟ หลังจากภูเขาไฟวิซุเวียสระเบิดในปีค.ศ. 79 ซึ่งพ่นเถ้าถ่านลาวาความหนาหลายเมตร ต่อมาได้กลายเป็นหินห่อหุ้มเมืองทั้งเมืองเอาไว้ ทำให้สามารถรักษาสภาพของเมืองโบราณเอาไว้ได้รวมถึงร่างของคนตายในเมือง

Photo by Handout / POMPEI ARCHAEOLOGICAL PARK / AFP

ตลาด Crypto คึกคัก Ether สู่สถิติใหม่ Bitcoin สูงสุดในรอบสัปดาห์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/667592

วันที่ 08 พ.ย. 2564 เวลา 10:14 น.ตลาด Crypto คึกคัก Ether สู่สถิติใหม่ Bitcoin สูงสุดในรอบสัปดาห์Bitcoin พุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุด 2 สัปดาห์ครึ่งในวันจันทร์และ Ether ไต่ขึ้นสู่สถิติใหม่เนื่องจากคริปโตเคอเรนซีพุ่งสูงขึ้นจากโมเมนตัมกระแสข่าวดีในตลาด และความกังวลต่อเงินเฟ้อ

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงว่า Bitcoin เพิ่มขึ้นประมาณ 3% ที่ 65,121 ดอลลาร์ และอีเธอร์ ซึ่งหนุนเครือข่าย ethereum อยู่ที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 4,711 ดอลลาร์

Ether เพิ่มขึ้น 57% ตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคมและ Bitcoin ประมาณ 50% หลังจากนักลงทุนยินดีกับการเปิดตัวกองทุนซื้อขายแลกเปลี่ยน Bitcoin ล่วงหน้าของสหรัฐเมื่อเดือนที่แล้วและพยายามเข้าหากลุ่มสินทรัพย์ที่ถือเป็นการป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ

ไคล์ ร็อดดา (Kyle Rodda) นักวิเคราะห์จากโบรกเกอร์ IG Markets กล่าวว่า ผลตอบแทนพันธบัตรที่ร่วงลง ในขณะที่เทรดเดอร์เผชิญกับเงินเฟ้อ เพิ่มความน่าดึงดูดของสินทรัพย์ เช่น ทองคำและคริปโตเคอเรนซีที่ไม่ต้องจ่ายคูปอง (อัตราดอกเบี้ย) กล่าวเสริมว่า บรรยากาศในภาคส่วนนี้ก็ดีเช่นกัน

“สถาบันการเงินต้องการเป็นส่วนหนึ่งของมัน หน่วยงานกำกับดูแลไม่ต้องการจำกัดมันมากเกินไป” เขากล่าว “เราเกือบจะผ่านจุดเปลี่ยนเว้าไปแล้ว (Inflection Point) ซึ่งมันเป็นส่วนหนึ่งของระบบ และมันจะยากมากที่จะกำจัด (คริปโต) มันออก”

ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ธนาคารที่ใหญ่ที่สุดของออสเตรเลียได้กล่าวว่าจะเสนอการซื้อขายคริปโตให้กับลูกค้ารายย่อย ทางการสิงคโปร์ให้ความเห็นเชิงบวกต่อกลุ่มสินทรัพย์และบรรยากาศเชิงบวกในหุ้นก็เป็นแรงสนับสนุนตลาดคริปโตเช่นกัน

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เอริก อดัมส์ (Eric Adams) นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์กกล่าวว่าเขาจะรับเช็คสามครั้งแรกของเขาเป็น Bitcoin และส่งสัญญาณถึงความตั้งใจของเขาที่จะทำให้เมืองของเขาเป็น “ศูนย์กลางของอุตสาหกรรมคริปโตเคอร์เรนซี” หลังจากที่มีคำมั่นสัญญาที่คล้ายกันจากนายกเทศมนตรีของไมอามี

Photo by Ozan KOSE / AFP

ผลโพลมาแล้ว ชาว Twitter แนะ Musk ขายหุ้น Tesla 10% #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/667569

วันที่ 08 พ.ย. 2564 เวลา 09:17 น.ผลโพลมาแล้ว ชาว Twitter แนะ Musk ขายหุ้น Tesla 10%  อีลอน มัสก์ (Elon Musk) ซีอีโอของ Tesla Inc ควรขายหุ้นเทสลาประมาณ 10% ของเขาตามผล 57.9% ของผู้ที่โหวตในแบบสำรวจ Twitter ของเขาโดยถามผู้ใช้เครือข่ายโซเชียลมีเดียว่าเขาควรลดสัดส่วนการถือหุ้นหรือไม่

“ผมพร้อมที่จะยอมรับผลทั้งสองอย่าง” มัสก์กล่าวหลังจากการลงคะแนนสิ้นสุดลง

บุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลกทวีตเมื่อวันเสาร์ว่าเขาจะลด 10% ของหุ้นของเขาหากผู้ใช้ Twitter ส่วนใหญ่เห็นควร มัสก์เคยกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่าเขาจะต้องทำอะไรบางอย่างกับออปชั่นหุ้นจำนวนมากในช่วงสามเดือนข้างหน้า เพราะมันจะถูกเรียกเก็บเงินภาษีจำนวนมาก การขายหุ้นบางส่วนของเขาสามารถเพิ่มเงินทุนเพื่อจ่ายภาษีได้

ณ วันที่ 30 มิถุนายน สัดส่วนการถือหุ้นของมัสก์ในเทสลาอยู่ที่ประมาณ 170.5 ล้านหุ้น และการขาย 10% จะมีมูลค่าเกือบ 21,000 ล้านดอลลาร์ตามราคาหลังปิดการซื้อขายในวันศุกร์ ตามการคำนวณของ Reuters

โพลมีผู้มาลงคะแนนเสียงมากกว่า 3.5 ล้านเสียง

มัสก์กล่าวเมื่อวันเสาร์ว่า “กำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงส่วนใหญ่เกิดจากการหลีกเลี่ยงภาษี ดังนั้นผมจึงเสนอให้ขายหุ้น Tesla 10% ของผม” มัสก์กล่าวเมื่อวันเสาร์ พร้อมเสริมว่าเขาไม่ได้รับเงินเดือนเงินสดหรือโบนัส “จากที่ใดๆ ก็ตาม” และมีเพียงหุ้นเท่านั้น

วุฒิสภาพรรคเดโมแครตของสหรัฐได้เปิดเผยข้อเสนอในการเก็บภาษีหุ้นของมหาเศรษฐีและสินทรัพย์ที่ซื้อขายได้อื่นๆ เพื่อช่วยสนับสนุนวาระการใช้จ่ายทางสังคมของประธานาธิบดีโจ ไบเดนและเติมช่องโหว่ที่อนุญาตให้เศรษฐีเลี่ยงภาษีกำไรจากการลงทุนไปอย่างไม่มีกำหนด

มัสก์วิจารณ์ข้อเสนอการเก็บภาษีนี้ว่า “ในที่สุด เงินของคนอื่นหมดลงแล้วพวกเขาก็มาหาคุณ”

รอน ไวเดน ประธานคณะกรรมการการเงินของวุฒิสภา ซึ่งเห็นด้วยตามข้อเสนอด้านภาษี กล่าวเมื่อวันเสาร์ว่า “ชายที่ร่ำรวยที่สุดในโลกจ่ายภาษีหรือไม่ก็ตาม ไม่ควรขึ้นอยู่กับผลการสำรวจความคิดเห็นของ Twitter”

“ถึงเวลาเก็บภาษีเงินได้เศรษฐีพันล้าน”

เมื่อรวมออปชั่นหุ้นแล้ว มัสก็ถือหุ้น 23% ใน Tesla บริษัทรถยนต์ที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลก ซึ่งเพิ่งมีมูลค่าตลาดเกิน 1 ล้านล้านดอลลาร์เมื่อเร็วๆ นี้ เขายังเป็นเจ้าของบริษัทที่มีคุณค่าอื่นๆ รวมถึง SpaceX

คิมบาล มัสก์ น้องชายของเขาขายหุ้น Tesla 88,500 หุ้นเมื่อวันศุกร์ กลายเป็นสมาชิกบอร์ดบริหารคนล่าสุดที่จำหน่ายหุ้น Tesla จำนวนมากซึ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มสก์กล่าวใน Twitter ว่าเขาจะขายหุ้นของ Tesla มูลค่า 6,000 ล้านดอลลาร์และบริจาคให้กับโครงการอาหารโลกของสหประชาชาติ (WFP) หากองค์กรเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการใช้จ่ายเงิน

แกรี่ แบล็ค ผู้จัดการพอร์ตโฟลิโอของ Tesla Bull กล่าวว่าการขายหุ้นของมัสก์จะนำไปสู่ ??”แรงกดดันในการขายเพียงเล็กน้อย 1-2 วัน” แต่กล่าวว่าจะมีความต้องการจากนักลงทุนกลุ่มสถาบันที่แข็งแกร่งที่จะมาช้อนซื้อหุ้นที่ราคาตกลง

มัสก์กล่าวว่าเขาไม่ต้องการยืมเงินจากหุ้นเพื่อจ่ายภาษีเพราะมูลค่าหุ้นอาจลดลง

เขามีออปชั่นหุ้น 22.86 ล้านหุ้นในราคา 6.24 ดอลลาร์ต่อหุ้น ซึ่งจะหมดอายุในวันที่ 13 สิงหาคมปีหน้า ตามรายงานของ Tesla การตัดสินใจซื้อขายออปชั่นอาจนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของมูลค่าประมาณ 28,000 ล้านดอลลาร์จากราคาปิดของ Tesla ในวันศุกร์ที่ 1,222.09 ดอลลาร์

ในเดือนกันยายน มัสก์กล่าวว่าเขามีแนวโน้มที่จะจ่ายภาษีมากกว่าครึ่งหนึ่งของกำไรที่เขาจะได้รับจากการใช้ออปชั่นต่างๆ ปีที่แล้ว เขาบอกว่าจะย้ายจากแคลิฟอร์เนียไปยังเท็กซัส ซึ่งน่าจะช่วยลดเงินภาษี เนื่องจากเท็กซัสไม่มีภาษีเงินได้

“(มัน) ดูเหมือนบ้าที่จะยืมเงินมากขนาดนั้นเพื่อจ่ายภาษี ดังนั้นผมจึงคิดว่าเขาคงมีความจำเป็นต้องชำระบัญชีหุ้นจำนวนมากที่ซื้อจากการใช้ออปชั่นเพื่อจ่ายภาษี” ไบรอัน สปริงเมเยอร์ ทนายความของสำนักงานกฎหมาย Springmeyer Law ในซานฟรานซิสโกกล่าว

Photo by Patrick Pleul / dpa / AFP

เกินคาด สหรัฐเผยอีกไม่ถึง 10 ปี จีนจะมีนิวเคลียร์ 1,000 หัวรบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/667551

วันที่ 07 พ.ย. 2564 เวลา 19:38 น.เกินคาด สหรัฐเผยอีกไม่ถึง 10 ปี จีนจะมีนิวเคลียร์ 1,000 หัวรบสหรัฐระบุจีนกำลังขยายคลังอาวุธนิวเคลียร์เร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก แต่รัฐบาลจีนตำหนิรายงานของเพนตากอนว่าเป็นภัยคุกคามที่ปลุกปั่นมากเกินไป

สหรัฐได้ประกาศว่าจีนเป็นกังวลเรื่องความมั่นคงหลักในอนาคต ขณะที่จีนพยายามสร้างกองทัพปลดแอกประชาชนให้เป็น “กองกำลังระดับโลก” ภายในปี 2049 ตามแผนอย่างเป็นทางการ

สาธารณรัฐประชาชนจีนอาจมีหัวรบนิวเคลียร์ที่ใช้การได้ 700 หัวรบภายในปี 2027 และอาจเพิ่ม 1,000 หัวรบภายในปี 2030 ซึ่งเป็นคลังแสงที่มีขนาดใหญ่กว่าที่เพนตากอนคาดการณ์ไว้เมื่อปีที่แล้วถึงสองเท่าครึ่ง รายงานเพนตากอนเผยแพร่เมื่อวันพุธระบุ

เช่นเดียวกับสหรัฐและรัสเซีย สองประเทศมหาอำนาจนิวเคลียร์ชั้นนำ จีนกำลังสร้าง “กลุ่มนิวเคลียร์สามกลุ่ม” ที่มีความสามารถในการใช้อาวุธนิวเคลียร์ที่ยิงจากขีปนาวุธทิ้งตัวจากภาคพื้นดิน จากขีปนาวุธที่ปล่อยจากอากาศ และจากเรือดำน้ำ รายงานระบุ

รัฐบาลจีนยัง “กำลังสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อการสนับสนุนการขยายตัวครั้งสำคัญของกองกำลังนิวเคลียร์ของตน” ตามการประเมินซึ่งอยู่ในรายงานประจำปีของเพนตากอนต่อรัฐสภาเกี่ยวกับการพัฒนาทางทหารของจีน

แต่รายงานดังกล่าวแย้งว่าจีนไม่น่าจะพยายามเปิดการโจมตีด้วยนิวเคลียร์หากไม่ได้ถูกยั่วยุต่อศัตรูมีอาวุธนิวเคลียร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสหรัฐ แต่ต้องการยับยั้งการโจมตีด้วยส่งสัญญาณว่าจีนมีความสามารถที่จะตอบโต้ด้วยนิวเคลียร์

รัฐบาลจีนปฏิเสธท่าทีกังวลของสหรัฐต่อการพัฒนาทางทหารของตน และเมื่อวันพฤหัสบดีทางการจีนชี้ว่ารายงานของเพนตากอนที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อ “กระตุ้นการพูดถึงภัยคุกคามนิวเคลียร์ของจีน”

“รายงานที่ออกโดยกระทรวงกลาโหมสหรัฐ เช่นเดียวกับรายงานที่คล้ายกันก่อนหน้านี้ เพิกเฉยต่อข้อเท็จจริงและเต็มไปด้วยอคติ” หวางเหวินปิน โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีนกล่าว

– คู่แข่งหลักของสหรัฐฯ –

ปีที่แล้ว รายงานของจีนของเพนตากอนระบุว่า จีนมีหัวรบที่สามารถใช้การได้ประมาณ 200 หัวรบ และจะเพิ่มเป็นสองเท่าภายในปี 2030

ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา นักวิจัยอิสระได้เผยแพร่ภาพถ่ายดาวเทียมของไซโลขีปนาวุธนิวเคลียร์แห่งใหม่ทางตะวันตกของจีน

การพัฒนาเกิดขึ้นในขณะที่จีนขยายและยกระดับกองทัพของตน โดยพยายามแสดงแสนยานุภาพไปทั่วโลก เหมือนกับที่สหรัฐทำมานานหลายทศวรรษ

การแข่งขันได้เพิ่มความกังวลเกี่ยวกับการปะทะระหว่างสหรัฐกับจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในไต้หวัน ซึ่งได้รับการสนับสนุนอย่างใกล้ชิดจากวอชิงตัน แต่ปักกิ่งอ้างว่าเป็นอาณาเขตของตน จะถูกยึดในวันหนึ่งโดยใช้กำลังหากจำเป็น

รายงานล่าสุดระบุว่า ภายในปี 2027 จีนตั้งเป้าที่จะ “มีขีดความสามารถในการตอบโต้กองทัพสหรัฐในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก และบังคับผู้นำของไต้หวันให้เข้าร่วมโต๊ะเจรจาตามเงื่อนไขของปักกิ่ง”

– จุดอันตราย –

รายงานยังยืนยันรายงานล่าสุดด้วยว่าในเดือนตุลาคม 2020 เจ้าหน้าที่เพนตากอนต้องออกมาชี้แจงข้อกังวลของทางการจีนว่า สหรัฐตั้งใจจะยุยงให้เกิดความขัดแย้งกับจีนในทะเลจีนใต้ โดยได้รับแรงหนุนจากความตึงเครียดทางการเมืองภายในประเทศที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งประธานาธิบดี

รายงานกล่าว เพื่อเน้นย้ำถึงความกลัวของตน PLA ของจีนจึงได้ส่งสัญญาณเตือนที่จริงจังผ่านสื่อที่ควบคุมโดยรัฐ โดยอวดแสนยานุภาพการซ้อมรบขนาดใหญ่ ขยายกำลังพล และทำให้กองทัพมีความพร้อมมากขึ้น

หลังจากที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของเพนตากอนพูดคุยกับเจ้าหน้าที่จีนโดยตรง ความกังวลก็คลี่คลายลง

“เหตุการณ์เหล่านี้เน้นย้ำถึงศักยภาพในการเข้าใจผิดและการคำนวณผิด และเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและทันเวลา” รายงานกล่าว

นอกจากนี้ยังตั้งคำถามถึงเจตนาของ PLA ในการวิจัยทางชีววิทยาเกี่ยวกับสารที่อาจใช้ได้ทั้งทางการแพทย์และการทหาร

“การศึกษาที่ดำเนินการในสถาบันทางการแพทย์ของกองทัพสาธารณรัฐประชาชนจีนมีการพูดถึง การระบุ การทดสอบ และการกำหนดลักษณะเฉพาะของสารพิษที่มีศักยภาพหลากหลายด้วยการใช้งานแบบใช้สองทาง” รายงานกล่าว ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับการปฏิบัติตามสนธิสัญญาอาวุธชีวภาพและอาวุธเคมีทั่วโลก

ความกังวลดังกล่าวมีมากขึ้นตั้งแต่มีการระบาดของโควิด-19 ในอู่ฮั่น ทางตอนกลางของจีน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีห้องปฏิบัติการวิจัยทางชีววิทยาที่เชื่อมต่อกับ PLA

จีนปฏิเสธว่าโรงงานแห่งนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการระบาดของโควิด-19 แต่ก็วางข้อจำกัดต่อคณะผู้สอบสวนในการเข้าถึงแหล่งข้อมูล

Photo by Noel Celis / AFP

มาเหนือเมฆ มือสังหารส่งโดรนลอบฆ่านายกฯ อิรัก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/667549

วันที่ 07 พ.ย. 2564 เวลา 17:59 น.มาเหนือเมฆ มือสังหารส่งโดรนลอบฆ่านายกฯ อิรัก สถานการณ์ในอิรักคุกรุ่น มือมืดส่งโดรนหมายสังหารผู้นำประเทศ แต่พลาดไป

นายกรัฐมนตรีมุสตาฟา อัล-คาเดมี ของอิรักรอดชีวิตจากการลอบสังหารโดยใช้โดรนเข้าโจมตีบ้านพักของเขาเมื่อช่วงเช้ามืดวันอาทิตย์ตามเวลาท้องถิ่น หลังเกิดความตึงเครียดขึ้นอย่างมากในช่วงหลายสัปดาห์หลังการเลือกตั้งทั่วไปจากข้อพิพาทกับกลุ่มติดอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน

แหล่งข่าวด้านความมั่นคงระบุกับเอเอฟพีว่า การโจมตีนายกฯ ในกรุงแบกแดดใช้โดรน 3 ลำ ถูกยิงตก 2 ลำ

ขณะที่สมาชิกของกองกำลังคุ้มครองส่วนบุคคลของอัล-คาเดมีจำนวน 6 คนซึ่งประจำการอยู่ด้านนอกที่พักของเขาในกรีนโซนได้รับบาดเจ็บ แหล่งข่าวด้านความมั่นคงกล่าวกับรอยเตอร์

โดรน “ถูกปล่อยออกจากพื้นที่ใกล้กับสะพานรีพับลิก” ซึ่งข้ามแม่น้ำไทกริสในกรุงแบกแดด ก่อนที่จะบินไปยังกรีนโซนที่คาเดมีอาศัยอยู่ แหล่งข่าวรายหนึ่งกล่าว พร้อมยืนยันว่า “โดรน 2 ลำถูกยิงตก”

อัล-คาเดมีปรากฏตัวในคลิปวิดีโอที่เผยแพร่โดยทำเนียบนายกรัฐมนตรีโดยเป็นประธานการประชุมกับผู้บัญชาการรักษาความปลอดภัยระดับสูงเพื่อหารือเกี่ยวกับการโจมตีด้วยโดรน

“การโจมตีของผู้ก่อการร้ายขี้ขลาดที่มุ่งเป้าที่บ้านของนายกรัฐมนตรีเมื่อคืนนี้โดยมีเป้าหมายที่จะลอบสังหารเขา เป็นการกำหนดเป้าหมายที่ร้ายแรงต่อรัฐอิรักโดยกลุ่มติดอาวุธอาชญากร” สำนักงานของนายกรัฐมนตรีกล่าวในแถลงการณ์ที่ออกหลังการประชุม

สีจิ้นผิง : บุรุษผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์จีนบนการเดินทางใหม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/667511

วันที่ 07 พ.ย. 2564 เวลา 16:38 น.สีจิ้นผิง : บุรุษผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์จีนบนการเดินทางใหม่บทความพิเศษของสำนักข่าวซินหัว ว่าด้วยเสีนทางการบริหารประเทศของสีจิ้นผิง เขาเดินบนเส้นทางสายไหน และกำลังจะพาจีนไปยังทิศทางไหน? (ภาพปกข่าวPhoto by GREG BAKER / AFP)

นับเป็นเวลา 72 ปีแล้ว ที่พรรคคอมมิวนิสต์จีน (CPC) ได้บริหารปกครองจีน ซึ่งถือเป็นพรรคการเมืองเพียงไม่กี่พรรคบนโลกที่มีประวัติศาสตร์ยืนยาวและระยะเวลาปกครองประเทศต่อเนื่องเช่นนี้ โดยปัจจุบันมี “สีจิ้นผิง” เป็นแกนหลักของการนำพรรคฯ

ขณะที่หลายทศวรรษก่อนหน้านี้ การนำแบบรวมศูนย์ของพรรคฯ มีเหมาเจ๋อตง เติ้งเสี่ยวผิง เจียงเจ๋อหมิน และหูจิ่นเทา เป็นแกนหลักของการนำหลายต่อหลายรุ่น

นับตั้งแต่สีจิ้นผิงได้รับเลือกตั้งเป็นเลขาธิการใหญ่คณะกรรมการกลางพรรคฯ ในเดือนพฤศจิกายน 2012 สีจิ้นผิงได้แสดงบทบาทของบุรุษผู้มีความมุ่งมั่นและพูดจริงทำจริง บุรุษผู้มีความคิดและความรู้สึกลึกซึ้ง บุรุษผู้สืบทอดมรดกและกล้าหาญสร้างสิ่งใหม่ และบุรุษผู้มีวิสัยทัศน์ก้าวไกลและตั้งใจทำงานอย่างมิรู้จักเหน็ดเหนื่อย

แชนเนล นิวส์ เอเชีย ช่องข่าวภาษาอังกฤษในสิงคโปร์ ระบุว่าจีนกำลังกลายเป็นประเทศมหาอำนาจภายใต้การนำของสีจิ้นผิง และปัจจุบันจีนกำลังก้าวเข้าสู่ยุคสมัยแห่งความแข็งแกร่ง

ก้าวเดินกับประชาชน

ในวัย 15 ปี สีจิ้นผิงเดินทางสู่หมู่บ้านเหลียงเจียเหอของมณฑลส่านซีด้วยสถานะ “ยุวปัญญาชน” ในปี 1969 และเข้าร่วมพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่หมู่บ้านแห่งนี้ในปี 1974

ใช้ชีวิตอยู่ที่หมู่บ้านเล็กๆ บนที่ราบสูงดินลมหอบแถบชนบทแห่งนี้นานเจ็ดปี ยามสิ้นสุดวันของการทำงานหนัก สีจิ้นผิงจะกลับเข้าบ้านถ้ำโบราณและหลับพักผ่อนบนเตียงดินเหนียวแสนธรรมดา

สีจิ้นผิงใช้เวลาเนิ่นนานถึง 38 ปี ดำรงตำแหน่งต่างๆ ตามลำดับชั้นภายในพรรคฯ ก่อนจะย่างก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดเฉกเช่นทุกวันนี้

หลังจากเข้าร่วมพรรคฯ สีจิ้นผิงเริ่มต้นด้วยตำแหน่งเลขาธิการพรรคฯ ประจำหมู่บ้านเหลียงเจียเหอ ซึ่งเหล่าเพื่อนร่วมงานในหมู่บ้านเผยว่า “สีจิ้นผิงทำงานอย่างซื่อตรง มีความคิดหลากหลาย สามารถรวมประชาชนและเจ้าหน้าที่เป็นหนึ่งเดียวกัน”

สีจิ้นผิงรำลึกถึงตอนอยู่หมู่บ้านเหลียงเจียเหออันยากไร้ว่าสิ่งที่ตนเองต้องการมากกว่าสิ่งใดคือทำให้ชาวบ้านมี “เนื้อสัตว์บนจานข้าว”

ปี 1975 สีจิ้นผิงได้เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยชิงหัวในกรุงปักกิ่ง หลังจากสำเร็จการศึกษา สีจิ้นผิงทำงานแรกที่สำนักงานทั่วไปของคณะกรรมาธิการการทหารส่วนกลาง ก่อนย้ายไปอำเภอเจิ้งติ้งของมณฑลเหอเป่ยทางตอนเหนือในปี 1982

สีจิ้นผิงเล่าถึงการย้ายไปยังเจิ้งติ้งว่าตนเองอาสาทำงานระดับรากหญ้าท่ามกลางประชาชน และอยาก “รักประชาชนเหมือนที่รักพ่อแม่”

ต่อจากเจิ้งติ้ง เส้นทางอาชีพทางการเมืองของสีจิ้นผิงเบนสู่มณฑลชายฝั่งทะเลอย่างฝูเจี้ยนและเจ้อเจียง รวมถึงมหานครเซี่ยงไฮ้ ซึ่งไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหน สายสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างสีจิ้นผิงกับประชาชนเป็นสิ่งที่เด่นชัดเสมอ

หลิวจิ้งเป่ย ศาสตราจารย์ประจำสถาบันภาวะผู้นำของผู้บริหารแห่งประเทศจีน (CELAP) ในเขตผู่ตงของเซี่ยงไฮ้ กล่าวว่าปรัชญายึดประชาชนเป็นศูนย์กลางของสีจิ้นผิงได้อธิบายว่าทำไมสีจิ้นผิงจึงสั่งการรักษาชีวิตประชาชนอย่างสุดกำลังระหว่างการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19)

สีจิ้นผิงกลับสู่กรุงปักกิ่งในปี 2007 เพื่อดำรงตำแหน่งคณะกรรมการถาวรประจำกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคฯ และตำแหน่งรองประธานาธิบดีจีนในเวลาต่อมา โดยกำกับดูแลงานด้านต่างๆ ครอบคลุมการสร้างพรรคฯ งานองค์กร กิจการเขตบริหารพิเศษฮ่องกงและมาเก๊า และการเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันกีฬาปักกิ่ง โอลิมปิก 2008

สีจิ้นผิงในวัย 59 ปี ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งอาวุโสที่สุดของพรรคฯ ในเดือนพฤศจิกายน 2012 และราวหนึ่งเดือนต่อมา สีจิ้นผิงฟันฝ่าอากาศเย็นของฤดูหนาวเยี่ยมชาวบ้านยากจนในมณฑลเหอเป่ย นั่งพูดคุยกับพวกเขาถึงรายได้ ซักถามว่ามีอาหาร ผ้าห่ม และถ่านหินเพียงพอจะผ่านพ้นฤดูหนาวหรือไม่ ซึ่งสีจิ้นผิงเผยว่าเศร้าใจที่ได้เห็นชาวบ้านบางส่วนยังคงมีชีวิตที่ยากลำบาก

เสริมความแข็งแกร่งของพรรคฯ

ปี 2021 นับเป็นปีที่ 9 ของโครงการปราบปรามการทุจริตของสีจิ้นผิง ซึ่งดำเนินการเป็นวงกว้างมากที่สุดในประวัติศาสตร์จีน และไม่มีสัญญาณของการโอนอ่อนผ่อนปรนแต่อย่างใด

ปีก่อนมีเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงในภาคการเงินถูกลงโทษหรือสอบสวนมากกว่า 20 คน ขณะช่วงสามสิบวันที่ผ่านมา มีอดีตเจ้าหน้าที่รัฐระดับกระทรวงในหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของรัฐบาลกลางถูกสอบสวน และเจ้าหน้าที่อีกคนหนึ่งถูกลงโทษ

ช่วงเก้าปีที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่รัฐระดับกระทรวงและระดับกระทรวงขึ้นไปถูกลงโทษหรือสอบสวนมากกว่า 400 คน ซึ่งรวมถึงอดีตสมาชิกคณะกรรมการถาวรประจำกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคฯ และอดีตรองประธานคณะกรรมาธิการการทหารส่วนกลางสองคน

นอกจากนั้นมีผู้หลบหนีคดีความมากกว่า 8,300 คน ถูกนำตัวกลับมาสะสางความผิดจากกว่า 120 ประเทศและภูมิภาคระหว่างปี 2014-2020

“สีจิ้นผิงทวนกระแสในห้วงยามสำคัญ” บทบรรณาธิการของสื่อต่างประเทศระบุ

สีจิ้นผิงในฐานะเลขาธิการใหญ่คณะกรรมการกลางพรรคฯ พยายามบัญญัติและแก้ไขระเบียบข้อบังคับภายในพรรคฯ ราว 200 รายการ ทั้งยังดำเนินโครงการการศึกษาทั่วพรรคฯ ห้าโครงการ เพื่อกระชับอุดมการณ์และความเชื่อมั่นของสมาชิกพรรคฯ รวมถึงรักษาการปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

ปัจจุบันจำนวนสมาชิกพรรคฯ ขยายตัวจนอยู่ที่ 95 ล้านคน เมื่อนับถึงเดือนมิถุนายนปีนี้ โดยคณะผู้เชี่ยวชาญด้านกิจการจีนชี้ว่าพรรคฯ มีระเบียบวินัย โปร่งใส และทรงอำนาจยิ่งขึ้น

การประชุมเต็มคณะครั้งที่ 6 ของคณะกรรมการกลางพรรคฯ ชุดที่ 18 ในปี 2016 ได้กำหนดสถานะของสีจิ้นผิงเป็นแกนหลักของคณะกรรมการกลางพรรคฯ และพรรคฯ ทั้งมวล

การประชุมสมัชชาใหญ่พรรคฯ ครั้งที่ 19 ในเดือนตุลาคม 2017 ได้รับรองความคิดสีจิ้นผิงว่าด้วยสังคมนิยมอันมีอัตลักษณ์จีนสำหรับยุคใหม่ (Xi Jinping Thought on Socialism with Chinese Characteristics for a New Era) และบรรจุเข้าธรรมนูญพรรคฯ รวมถึงรัฐธรรมนูญของจีนด้วย

ซินหมิง ศาสตราจารย์ประจำโรงเรียนพรรคฯ แห่งคณะกรรมการกลางพรรคฯ (สถาบันธรรมาภิบาลแห่งชาติ) กล่าวว่าเฉกเช่นเดียวกับเหมาเจ๋อตงและเติ้งเสี่ยวผิง สีจิ้นผิงได้เดินหน้าการปรับใช้ลัทธิมาร์กซ์ให้เข้ากับบริบทของจีนและทำให้ลัทธิมาร์กซ์มีความทันสมัยอยู่เสมอ

Photo by Noel Celis / AFP

สร้างจีนที่แข็งแรง

หลังจากสงครามฝิ่น ปี 1840 จีนถูกลดสถานะอย่างค่อยเป็นค่อยไปสู่การเป็นสังคมกึ่งอาณานิคมและกึ่งศักดินา ทั้งยังถูกกลั่นแกล้งและบอบช้ำจากความยากจนและความอ่อนแอ นำไปสู่การก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์จีนในปี 1921 เพื่อเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ดังกล่าว

สองสัปดาห์หลังจากการก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดในพรรคฯ สีจิ้นผิงผลักดัน “ความฝันจีน” ของการฟื้นฟูชาติ และเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ณ กิจกรรมรำลึกการปฏิวัติซินไฮ่ครบรอบ 110 ปี สีจิ้นผิงกล่าวถึง “การฟื้นฟู” จำนวน 25 ครั้ง ในการกล่าวสุนทรพจน์นาน 35 นาที ซึ่งทำให้คำนี้เป็นหนึ่งในสารที่ถูกเน้นย้ำมากที่สุด

สีจิ้นผิงเชื่อว่าการฟื้นฟูจำต้องมีการออกแบบกลยุทธ์และการทำงานหนัก สีจิ้นผิงเป็นผู้นำด้วยการพูดจริงทำจริง โดยนับเฉพาะปี 2019 สีจิ้นผิงเข้าร่วมกิจกรรมสำคัญมากกว่า 500 รายการ กำหนดการเดินทางทำงานของสีจิ้นผิงครอบคลุมวันหยุดสุดสัปดาห์ราว 30 สัปดาห์ในปีนั้น และสีจิ้นผิงร่วมปรับแก้ร่างแผนการปฏิรูปสำคัญแต่ละร่าง

“ความสุขเกิดขึ้นระหว่างการทำงานหนัก” สีจิ้นผิงกล่าว โดยสีจิ้นผิงมักเยือนฟาร์ม หมู่บ้านชาวประมง บ้านเรือนเกษตรกร ร้านอาหารขนาดเล็ก ซูเปอร์มาร์เก็ต โรงงาน ห้องปฏิบัติการ โรงพยาบาล โรงเรียน หรือแม้แต่ตรวจดูเล้าหมูและห้องน้ำในชนบท เพื่อเก็บข้อมูลด้วยตัวเอง

สีจิ้นผิงยืนหยัดเผชิญหน้ากับสารพัดอุปสรรคและวิกฤตตลอดเก้าปีที่ผ่านมา

ช่วงต้นปี 2015 เมื่อเยเมนถดถอยสู่ความสับสนวุ่นวาย สีจิ้นผิงสั่งการกองทัพเรืออพยพชาวจีนที่ติดค้างในเยเมนหลายร้อยคนทันที หรือเมื่อสหรัฐฯ ริเริ่มสงครามการค้ากับจีน สีจิ้นผิงวางกลยุทธ์ว่าจีนไม่ได้ต้องการทำสงครามการค้า แต่ก็มิหวั่นเกรงสงครามดังกล่าว และพร้อมจะต่อสู้สงครามนี้หากจำเป็น

อย่างไรก็ดี สีจิ้นผิงกล่าวว่าการสนทนาและความร่วมมือที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นเป็นตัวเลือกที่ถูกต้องเพียงหนึ่งเดียวของจีนและสหรัฐฯ พร้อมระบุว่า “มหาสมุทรแปซิฟิกอันกว้างใหญ่มีพื้นที่เพียงพอสำหรับสองประเทศใหญ่อย่างจีนและสหรัฐฯ”

นับจากการดำเนินการตรวจตราประจำในน่านน้ำหมู่เกาะเตี้ยวอวี๋ ปัดป้องสิ่งที่เรียกว่าอนุญาโตตุลาการทะเลจีนใต้ แสวงหาวิธีแก้ไขข้อพิพาทพรมแดนจีน-อินเดีย จนถึงอำนวยความสะดวกแก่การกลับมาของชาวจีนที่ถูกจับกุมในต่างประเทศอย่างผิดกฎหมาย สีจิ้นผิงได้เป็นผู้นำการวางกลยุทธ์และยุทธวิธี ตลอดจนเข้าช่วยเหลือเป็นการส่วนตัวหากจำเป็น

เมื่อเกิดความไม่สงบทางสังคมในเขตบริหารพิเศษฮ่องกงในปี 2019 สีจิ้นผิงสั่งการคุ้มครองหลักการ “หนึ่งประเทศ สองระบบ” และปราบปรามความพยายามยุยงปลุกปั่น “การปฏิวัติสี”

ช่วงก่อนเทศกาลตรุษจีน ปี 2020 ขณะการระบาดของโรคโควิด-19 บดบังบรรยากาศแห่งเทศกาล สีจิ้นผิงจัดประชุมคณะผู้นำพรรคฯ เพื่อหารือแผนการรับมือ โดยสีจิ้นผิงตัดสินใจกระชับข้อจำกัดการเดินทางของประชาชน และการเข้าออกหูเป่ยและอู่ฮั่น ซึ่งกาลเวลาพิสูจน์แล้วว่าวิธีการอันเข้มงวดนี้เป็นเพียงตัวเลือกเดียวที่มีประสิทธิผล

“การปกครองประเทศขนาดใหญ่เช่นนี้ถือเป็นความรับผิดชอบอันใหญ่หลวงและภาระงานอันยากยิ่ง” สีจิ้นผิงกล่าวตอบคำถามจากนักการเมืองต่างชาติ “ผมยินดีเสียสละและอุทิศตนเพื่อการพัฒนาของจีน ผมจะไม่ทำให้ประชาชนผิดหวัง”

Photo by NICOLAS ASFOURI / AFP

กรุยเส้นทางใหม่แห่งการปฏิรูป

สีจิ้นผิงออกแบบการสร้างความทันสมัยแบบจีนที่มีวิถีการพัฒนาที่สร้างสรรค์สิ่งใหม่ สอดประสาน เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และเปิดกว้างเพื่อทุกคน

เหล่านักสังเกตการณ์เผยว่าวิสัยทัศน์การพัฒนานี้มุ่งนำสังคมนิยมจีนออกจากกับดักการพัฒนาที่พึ่งพาการเติบโตอันไร้ประสิทธิภาพ ไร้ขอบเขต และทำลายระบบนิเวศ ขยับทิศทางของประเทศสู่การพัฒนาคุณภาพสูง และหลีกเลี่ยงสถานการณ์คนรวยยิ่งรวย คนจนยิ่งจน

การปฏิรูปที่นำโดยสีจิ้นผิงได้เข้าถึงแวดวงต่างๆ นโยบายการใช้ที่ดิน การสร้างพรรคฯ ในรัฐวิสาหกิจ กระบวนการยุติธรรม การวางแผนครอบครัว นโยบายการคลังและภาษี ตลาดอสังหาริมทรัพย์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และการต่อต้านการผูกขาด

หนึ่งมาตรการปฏิรูปที่โดดเด่นคือการสร้างความทันสมัยขององค์กรต่างๆ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อการพัฒนาและเสถียรภาพในระยะยาวของจีน โดยแก่นสำคัญของมาตรการปฏิรูปนี้คือการยึดมั่นและปรับปรุงสังคมนิยมอันมีอัตลักษณ์จีน และสร้างระบบและศักยภาพการบริหารปกครองที่ทันสมัย

บางครั้งที่การปฏิรูปเผชิญอุปสรรคใหญ่ บางคราวที่ต้องแก้ไขความขัดแย้งและขจัดสิ่งกีดขวาง สีจิ้นผิงจำเป็นต้องตัดสินใจชี้ขาดด้วยตัวเอง

การปฏิรูปช่วยเปิดประเทศจีนยิ่งขึ้น โดยปี 2013 จีนจัดตั้งเขตการค้าเสรีนำร่องแห่งแรกในเซี่ยงไฮ้ ขณะปัจจุบันจำนวนเขตการค้าเสรีดังกล่าวสูงถึง 21 แห่ง ซึ่งหนึ่งในนั้นครอบคลุมทั้งเกาะไห่หนาน (ไหหลำ) ที่มีขนาดราวประเทศเล็กๆ ในยุโรป ส่วนรายการข้อจำกัดการลงทุนจากต่างชาติของจีนถูกลดทอนลงเช่นกัน

ยามที่บางประเทศเลือกตั้งกำแพงการค้า จีนเลือกจัดงานมหกรรมการค้าและการลงทุนระดับโลกมากมาย โดยสีจิ้นผิงได้ริเริ่มงานมหกรรมสินค้านำเข้านานาชาติจีน (CIIE) เป็นการส่วนตัว ซึ่งเป็นหนึ่งในงานมหกรรมระดับชาติที่มีความหลากหลายของประเทศ

ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของจีนระหว่างปี 2013-2020 เติบโตเฉลี่ยกว่าร้อยละ 6.4 ต่อปี ซึ่งมีส่วนส่งเสริมการเติบโตของเศรษฐกิจโลกเฉลี่ยมากกว่าร้อยละ 30 ต่อปีเป็นเวลาติดต่อกันหลายปี โดยจีดีพีของจีนสูงเกินเกณฑ์หนึ่งร้อยล้านล้านหยวนในปี 2020 หรือคิดเป็นราว 7 ใน 10 ของจีดีพีสหรัฐฯ

หลิวหรงกาง นักวิจัยประจำสถาบันประวัติศาสตร์และวรรณกรรมพรรคแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน กล่าวว่านับจนถึงปัจจุบัน ความสำเร็จอันน่าประทับใจมากที่สุดในยุคใหม่คือการบรรลุ “เป้าหมายแห่งศตวรรษแรก” อันหมายถึงการสร้างสังคมมั่งคั่งปานกลางในทุกด้าน

จีนนั้นมีระบบประกันสังคมครอบคลุมวงกว้างมากที่สุดในโลก และกลุ่มชนชั้นรายได้ปานกลางขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ขณะเดียวกันจีนสามารถยุติความยากจนขั้นรุนแรง (extreme poverty) ได้ในท้ายที่สุดด้วย

ช่วงเก้าปีที่ผ่านมา มีประชาชนจีนหลุดพ้นจากความยากจนขั้นรุนแรงราว 100 ล้านคน โดยสีจิ้นผิงสั่งสมาชิกพรรคฯ และเจ้าหน้าที่รัฐประจำการที่หมู่บ้านยากไร้เพื่อดำเนินมาตรการบรรเทาความยากจนแบบพุ่งเป้าที่หน้างานจริง

ตัวสีจิ้นผิงเองเดินทางเยือนพื้นที่ยากจนที่สุดที่อยู่ติดกันทั้ง 14 แห่งของประเทศ ขณะการขจัดความยากจนขั้นรุนแรงถูกยกเป็นการทำสงครามครั้งสำคัญ ซึ่งมีวีรบุรุษผู้เสียชีวิตระหว่างการปฏิบัติหน้าที่มากกว่า 1,800 คน

ปี 2021 จีนครองอันดับ 12 ในดัชนีนวัตกรรมโลก (Global Innovation Index) สูงกว่าญี่ปุ่น อิสราเอล และแคนาดา รวมถึงเป็นผู้รับการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศอันดับหนึ่ง และตลาดผู้บริโภคเบอร์หนึ่งของโลก

นอกจากนั้นสีจิ้นผิงยังปฏิรูปกองทัพอย่างรอบด้าน เน้นย้ำหลักการของเหมาเจ๋อตงที่ว่า “พรรคฯ ควบคุมปืน” ริเริ่มการปฏิรูปต่างๆ ในระบบการนำและบัญชาการ ขนาด โครงสร้าง และองค์ประกอบของกองทัพ ตลอดจนสั่งการกองทัพพร้อมสู้รบอยู่เสมอ

Photo by GREG BAKER / AFP

มีส่วนส่งเสริมประชาคมโลก

สีจิ้นผิงนั้นมุ่งมั่นนำพาจีนมีส่วนร่วมและส่วนส่งเสริมประชาคมโลก โดยก่อนเกิดการระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 สีจิ้นผิงได้เยือน 69 ประเทศในการเดินทาง 41 ครั้ง และเป็นผู้นำจีนคนแรกที่เข้าร่วมการประชุมเศรษฐกิจโลกในเมืองดาวอสของสวิตเซอร์แลนด์

การเดินทางเยือนต่างประเทศของสีจิ้นผิงมักอัดแน่นด้วยกำหนดการต่างๆ และใช้เวลาจนถึงดึกดื่นเลยเที่ยงคืน โดยสีจิ้นผิงยังเคยใช้เวลาวันคล้ายวันเกิดของตัวเองกับการเดินทางเยือนต่างประเทศด้วย สีจิ้นผิงกล่าวว่าเวลาที่หมดไปกับการเยือนนานาประเทศอาจดู “ฟุ่มเฟือย” แต่ก็ “คุ้มค่า”

อัลไต แอตลิ นักวิชาการในนครอิสตันบูลของตุรกี ชี้ว่าภายใต้การนำของสีจิ้นผิง การมีส่วนร่วมของจีนในกิจการระหว่างประเทศ ทั้งด้านเศรษฐกิจและการทูต เกิดการเปลี่ยนแปลง และโลกกำลังจับตาดูการผงาดของประเทศใหญ่ที่มีอิทธิพลระดับโลกแห่งนี้

ปี 2013 สีจิ้นผิงนำเสนอแนวคิด “การสร้างประชาคมมนุษยชาติที่มีอนาคตร่วมกัน” สีจิ้นผิงอธิบายว่าประชาคมระหว่างประเทศควรส่งเสริมการเป็นหุ้นส่วน ความมั่นคง การเติบโต การแลกเปลี่ยนระหว่างอารยธรรม และการสร้างระบบนิเวศที่แข็งแกร่ง โดยอ้างอิงสุภาษิตที่ว่า “ผลประโยชน์ที่ดีควรเป็นผลประโยชน์ของทุกฝ่าย”

ด้วยแนวคิดข้างต้น สีจิ้นผิงนำเสนอวิถีทางใหม่ของการประสานสายสัมพันธ์ระหว่างประเทศบนพื้นฐานความร่วมมือที่ได้ประโยชน์ร่วมกันและหลักการบรรลุการเติบโตร่วมกันผ่านการเจรจาหารือและการทำงานร่วมกันในธรรมาภิบาลโลก

“ระเบียบระหว่างประเทศและระบบธรรมาภิบาลใดที่เหมาะสมกับโลกและประชาชนของทุกประเทศมากที่สุด? สิ่งนี้ควรถูกตัดสินใจร่วมกันโดยทุกประเทศผ่านการปรึกษาหารือ มิใช่โดยประเทศใดประเทศหนึ่งหรือเพียงไม่กี่ประเทศ” สีจิ้นผิงกล่าว

สีจิ้นผิงยังสนับสนุนหลักการเดียวกันนี้ในกรอบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศขนาดใหญ่ ซึ่งมีเสถียรภาพโดยรวมและการพัฒนาสมดุล โดยสีจิ้นผิงเน้นย้ำในหลายโอกาสว่าหากประเทศต่างๆ รักษาการติดต่อสื่อสารและปฏิบัติต่อกันอย่างจริงใจ ย่อมสามารถหลีกเลี่ยง “กับดักธูซิดิดิส” (Thucydides trap) ได้

ในปีที่ชักชวนโลกร่วมสร้างประชาคมมนุษยชาติที่มีอนาคตร่วมกันครั้งแรก สีจิ้นผิงยังเสนอแผนริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (BRI) ซึ่งปัจจุบันมี 172 ประเทศและองค์กรระหว่างประเทศลงนามเอกสารความร่วมมือกับจีนภายใต้กรอบแผนริเริ่มฯ มากกว่า 200 ฉบับ เมื่อนับถึงเดือนสิงหาคม 2021

รายงานจากธนาคารโลกระบุว่าโครงการต่างๆ ตามแผนริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางสามารถช่วยเหลือประชาชนทั่วโลกหลุดพ้นจากความยากจนขั้นรุนแรง 7.6 ล้านคน และหลุดพ้นจากความยากจนขั้นปานกลาง 32 ล้านคน

อย่างไรก็ดี การพัฒนาระดับโลกมิควรส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ประเด็นนี้สีจิ้นผิงได้ส่งสัญญาณความตั้งใจอันแน่วแน่สู่ทั่วโลกในปี 2020 ว่าจีนจะปล่อยคาร์บอนแตะจุดสูงสุดก่อนปี 2030 และบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนก่อนปี 2060

“โลกควรขอบคุณจีนที่มีส่วนส่งเสริมการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” เควิน รัดด์ อดีตนายกรัฐมนตรีออสเตรเลียกล่าว

ขณะที่เมื่อเกิดการระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 สีจิ้นผิงเรียกร้องความสามัคคีและความร่วมมือระดับโลก โดยจีนได้จัดสรรอุปกรณ์ต้านเชื้อไวรัสให้กว่า 150 ประเทศและ 14 องค์กรระหว่างประเทศ รวมถึงจัดส่งทีมบุคลากรการแพทย์ 37 ทีม ไปยัง 34 ประเทศด้วย

สีจิ้นผิงเผยคำมั่นว่าจะทำให้วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของจีนเป็นสินค้าสาธารณะของโลก และคำสัญญาว่าจีนจะจัดสรรวัคซีนแก่ทั่วโลก จำนวน 2 พันล้านโดส ภายในปีนี้

ช่วงหนึ่งร้อยปีที่ผ่านมา “จีน” ประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก ได้เดินทางมาไกลอย่างน่าเหลือเชื่อ จากประเทศที่ติดกับดักความยากจนสู่ประเทศที่สามารถตอบสนองความต้องการพื้นฐานของประชาชน จนถึงปัจจุบันเป็นประเทศที่มีความมั่งคั่งปานกลาง ซึ่งสีจิ้นผิงถือว่าความสำเร็จนี้มีส่วนส่งเสริมมนุษยชาติ

มาเรีย เฟอร์นันดา เอสปิโนซา การ์เซส ประธานการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ครั้งที่ 73 ยกย่องสีจิ้นผิงเป็น “กัปตันผู้ช่ำชอง” ที่สร้างคุณูปการสำคัญอย่างการสนับสนุนลัทธิพหุภาคี แผนริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง และแนวคิดประชาคมมนุษยชาติที่มีอนาคตร่วมกัน

Photo by AFP) / China OUT

บรรลุภารกิจใหม่

พรรคคอมมิวนิสต์จีนวางแผนบรรลุการฟื้นฟูชาติผ่านเป้าหมายสองประการ หรือที่รู้จักกันว่า “เป้าหมายร้อยปีสองประการ”

ช่วงเก้าปีที่ผ่านมา สีจิ้นผิงในฐานะผู้นำอาวุโสสูงสุดของพรรคฯ ได้นำพาประเทศบรรลุขั้นแรกสำเร็จ และเป็นประธานการออกแบบขั้นที่สองของแผนการประวัติศาสตร์นี้

เป้าหมายแรก จีนควรบรรลุการสร้างสังคมนิยมอันทันสมัยขั้นพื้นฐานภายในปี 2035 ส่วนเป้าหมายที่สอง จีนควรเป็นประเทศสังคมนิยมอันทันสมัยที่มั่งคั่ง แข็งแกร่ง เป็นประชาธิปไตย ก้าวหน้าทางวัฒนธรรม สามัคคีปรองดอง และสวยงามภายในกลางศตวรรษที่ 21 ซึ่งจะตรงกับวาระสาธารณรัฐประชาชนจีนก่อตั้งครบร้อยปี

แนวทางเสริมได้สนับสนุนเป้าหมายอันครอบคลุมข้างต้น สีจิ้นผิงได้ชี้นำการร่างข้อเสนอของคณะผู้นำพรรคฯ สำหรับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5 ปี ฉบับที่ 14 (2021-2025) และเป้าหมายระยะยาวจนถึงปี 2035 (Long-Range Objectives Through the Year 2035) ซึ่งได้รับการรับรองในเดือนตุลาคม 2020

“การบรรลุความฝันอันยิ่งใหญ่นี้ต้องการความพยายามอันใหญ่ยิ่ง” สีจิ้นผิงกล่าว

ดังนั้น การประชุมเต็มคณะครั้งที่ 6 ของคณะกรรมการกลางพรรคฯ ชุดที่ 19 ในเดือนพฤศจิกายน จึงเกิดขึ้นในห้วงเวลาสำคัญ เพื่อหารือปณิธานแห่งความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ และประสบการณ์แห่งประวัติศาสตร์หนึ่งร้อยปีของพรรคฯ

“การดิ้นรนต่อสู้ตลอดหนึ่งร้อยปีที่ผ่านมา พรรคฯ ได้สั่งสมประสบการณ์มากมาย ทำความเข้าใจกฎเกณฑ์สำคัญ พัฒนาทฤษฎีการปกครอง และตักตวงปัญญาความรู้ สมบัติล้ำค่านี้ควรถูกสรุปรวมเพื่อเป็นแรงบันดาลใจสู่การปกครองที่ดียิ่งขึ้นของพรรคฯ” หานชิ่งเสียงกล่าว

คำว่าประวัติศาสตร์กลายเป็นคำนิยมของเหล่าสมาชิกพรรคฯ ในปีนี้ ขณะโครงการการศึกษาวงกว้างช่วยเจ้าหน้าที่พรรคฯ รับรู้ประวัติศาสตร์ของพรรคฯ และมีการเปิดพิพิธภัณฑ์พรรคฯ แห่งใหม่ ซึ่งสีและคณะผู้นำได้เดินทางเยือนและชมนิทรรศการที่อธิบายว่าพรรคฯ นำพาจีนอย่างไร เมื่อวันที่ 18 มิ.ย.

ทั้งนี้ สีจิ้นผิงและคณะผู้นำได้กล่าวคำปฏิญาณต่อหน้าธงพรรคฯ หลังจากเสร็จสิ้นการเยี่ยมชมนิทรรศการ ซึ่งเป็นการรื้อฟื้นพิธีการที่ปฏิบัติโดยสมาชิกใหม่ของพรรคฯ ทุกคน

“ข้าพเจ้าจะต่อสู้เพื่อพรรคคอมมิวนิสต์ตลอดชีวิตที่เหลือ”

เนื้อหาบทความจากความร่วมมือกับสำนักข่าวซินหัว