อะไรที่ทำให้ Bitcoin ทะลุ 50,000 และยังพุ่งไม่หยุดแล้วมันยั่งยืนไหม? #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/645628

วันที่ 17 ก.พ. 2564 เวลา 16:02 น.อะไรที่ทำให้ Bitcoin ทะลุ 50,000 และยังพุ่งไม่หยุดแล้วมันยั่งยืนไหม?แนวโน้มของสกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในโลกจะเสถียรหรือไม่ หรือว่าจะร้อนสุดๆ แล้วดับลงมาอย่างรวดเร็ว?

เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์มูลค่าของ Bitcoin ทะลุเพดาน 50,000 เหรียญสหรัฐในที่สุดและวันต่อมามันยังพุ่งขึ้นไม่หยุดอีกจนกระทั่งในระหว่างวันมูลค่าของมันยังไหลขึ้นไปอีกถึง 51,259 เหรียญสหรัฐหรือเพิ่มขึ้น 4.2%

ก่อนหน้านี้ Bitcoin ราคาตกลงมาเล็น้อยก่อนที่ทะยานขึ้นมาทีเดียวจนถึง 51,000 เหรียญฯ อะไรที่เป็นสาเหตุให้มันมาแรงได้ถึงขนาดนี้?

สินทรัพย์ดิจิทัลกำลังได้รับความสนใจจากนักลงทุนกระแสหลักมากขึ้นโดยเฉพาะหลังจากการซื้อ Bitcoin มูลค่า 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐโดย Tesla Inc. เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์บวกกับการแพลมท่าทีของเอลอน มัสก์เกี่ยวกับควาฒโปรดปรานของเขาต่อ Bitcoin ที่มีอย่างต่อเนื่อง

หนึ่งในบริษัทกระแสหลักที่ตามกระแส Bitcoin คือ MicroStrategy Inc. บริษัทข้อมูลด้านธุรกิจชั้นนำที่กล่าวเมื่อวันอังคารว่าจะขายหุ้นกู้แปลงสภาพมูลค่า 600 ล้านเหรียญสหรัญและใช้เงินที่ได้มาไปซื้อ Bitcoin เพิ่มเติม

แต่ Jeffrey Halley เจฟฟรีย์ ฮัลลีย์ นักวิเคราะห์ตลาดอาวุโสของ Oanda Asia Pacific Pte ระบุในบทความแสดงความเห็นกับสำนักข่าว Bloomberg ว่า ท่าทีของบริษัท MicroStrategy ที่มีต่อ Bitcoin เป็นสัญญาณเตือนว่าโลของเงินคริปโตฯ เริ่มที่จะเกินที่จะควบคุมไปเรื่อยๆ

นักลงทุนคนอื่นเห็นต่างออกไป เช่น นิโคลาส เพเลคานอส หัวหน้าฝ่ายการค้าของ NEM กล่าวว่า มีสาเหตุหลายประการที่ทำให้ Bitcoin พุ่งสูงขึ้น แต่สาเหตุที่โดดเด่นที่สุดคือแนวโน้มที่ MicroStrategy เริ่มต้นขึ้นและการที่ Tesla ทำให้มันได้รับความสนใจในหมู่มวลชนนั่นคือการย้ายงบดุลของสถาบันไปยัง Bitcoin เพื่อป้องกันความเสียหายจากอัตราเงินเฟ้อที่

น้ำเสียงที่แสดงความกังวลต่อความร้อนแรงของ Bitcoin ยังมาจาก นิโคลาส ปานิเกอร์ตซอกลู นักนักยุทธศาสตร์ของ JPMorgan Chase & Co. ที่บอกว่า

ความผันผวนของ Bitcoin จำเป็นต้องผ่อนคลายลงเพื่อป้องกันไม่ให้การเพิ่มขึ้นของโทเค็นมอดลงตาม JPMorgan Chase & Co. ควรที่จะต้องผ่อนปรนความผันผวนของ Bitcoin ก่อนที่มันจะอ่อนแรงลง

เขาบอกว่า หากการแกว่งของมูลค่าของมันไม่ลดลงอย่างรวดเร็ว เมื่อมองจากราคาปัจจุบันของ Bitcoin แล้วมันดูไม่ยั่งยืน

JPMorgan กล่าวว่ามูลค่าตลาดของ Bitcoin เพิ่มขึ้นประมาณ 700,000 ล้านเหรียญสหรัฐในช่วงห้าเดือนที่ผ่านมาแม้ว่าจะมีการไหลเข้าของสถาบันเพียงประมาณ 11,000 ล้านเหรียญสหรัฐ นักยุทธศาสตร์ของ JPMorgan บอกว่าว่าอุปทานที่จำกัดของ Bitcoin และอุปสงค์ของนักลงทุนรายย่อยอาจทำให้ราคาสูงขึ้น

“การเคลื่อนไหวตั้งแต่เดือนมกราคมปีนี้ดูเหมือนจะได้รับอิทธิพลจากกระแสการเก็งกำไรมากขึ้น” ทีมงานของ JPMorgan กล่าว

Photo by KAREN BLEIER / AFP

จำคุกนักเคลื่อนไหวสิงคโปร์ จัดม็อบเล็กๆ ประท้วงรัฐบาล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/645611

วันที่ 17 ก.พ. 2564 เวลา 14:30 น.จำคุกนักเคลื่อนไหวสิงคโปร์ จัดม็อบเล็กๆ ประท้วงรัฐบาลศาลสิงคโปร์ตัดสินจำคุกโจโลแวน แวม หลังจัดม็อบบนขบวนรถไฟใต้ดิน

เมื่อวันที่ 15 ก.พ. ที่ผ่านมาศาลสิงคโปร์จำคุกโจโลแวน แวม วัย 40 ปี หลังรับสารภาพว่าจัดประท้วงเล็กๆ บนรถไฟใต้ดินเมื่อเดือนมิถุนายน 2017 เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้แก่กลุ่มคน 22 คนที่ถูกจับกุมในปี 1987 ภายใต้กฎหมายโทษร้ายแรงซึ่งอนุญาตให้กักขังได้โดยไม่ต้องพิจารณาคดี

นอกจากนี้ประท้วงโดยไม่ได้รับอนุญาตแล้วแวมยังถูกตั้งข้อหาทำลายทัพย์สินเนื่องจากการติดประกาศบนหน้าต่างรถไฟ และข้อหาปฏิเสธลงนามในแถลงการณ์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องกับการประท้วง

แวมรับสารภาพผิดทั้ง 3 ข้อหา ซึ่งเขาจะถูกปรับเป็นเงิน 8,000 เหรียญสิงคโปร์ หรือประมาณ 180,000 บาท หรือรับโทษจำคุก 32 วัน โดยแวมเลือกที่จะจ่ายค่าปรับส่วนหนึ่งและรับโทษจำคุก 22 วัน

ทั้งนี้ ผู้พิพากษาระบุว่าแวมเป็นผู้กระทำความผิดซ้ำ เนื่องจากในปี 2016 เขาเคยถูกตัดสินโทษจำคุก 10 วันหลังจัดกิจกรรมทางการเมือง ซึ่งมีโจชัว หว่อง นักเคลื่อนไหวชื่อดังร่วมสนทนาผ่านทางสไกป์ด้วย

Photo by Roslan RAHMAN / AFP

จีนยันไม่เกี่ยวรัฐประหารเมียนมา ด้านกองทัพยังเดินหน้าออกหมายจับ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/645595

วันที่ 17 ก.พ. 2564 เวลา 13:00 น.จีนยันไม่เกี่ยวรัฐประหารเมียนมา ด้านกองทัพยังเดินหน้าออกหมายจับเอกอัครราชทูตจีนยันไม่เห็นด้วยรัฐประหารเมียนมา ขณะที่กองทัพยังคงเดินหน้าออกหมายจับ

เฉิน ไห่ เอกอัครราชทูตจีนประจำเมืองย่างกุ้งออกมาปฏิเสธว่าการรัฐประหารโดยกองทัพเมียนมาและความไม่สงบที่เกิดขึ้นไม่ใช่สิ่งที่จีนต้องการให้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน พร้อมยืนยันว่าไม่ทราบมาก่อนว่ากองทัพเมียนมาจะดำเนินการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง หลังมีข่าวลือว่าจีนให้การสนับสนุนการรัฐประการของกองทัพเมียนมา

นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้ทุกฝ่ายจัดการกับความขัดแย้งได้อย่างเหมาะสม เดินหน้าเจรจาโดยสันติวิธี เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเมืองและสังคม พร้อมยืนยันว่าการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในเมียนมาเป็นกิจการภายในประเทศ

ขณะที่กองทัพเมียนมายังคงเดินหน้าออกหมายจับนักการเมืองและนักเคลื่อนไหวในประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 16 ก.พ. ที่ผ่านมาสำนักข่าวท้องถิ่นเมียนมารายงานว่ากองทัพเมียนมาออกหมายจับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งตั้งคณะกรรมการต่อต้านรัฐบาลทหารทั้งสิ้น 17 คนฐานยั่วยุปลุกระดม

นอกจากนี้เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมากองทัพได้ออกหมายจับนักเคลื่อนไหว 7 คน ฐานยุยงปลุกปั่นรัฐบาล บั่นทอนสันติภาพและความเรียบร้อยของประเทศ

ล่าสุดยังมีรายงานว่ามีการตั้งข้อหาออง ซาน ซูจีเพิ่มอีก 1 ข้อหา ฐานละเมิดกฎหมายการจัดการภัยพิบัติทางธรรมชาติสืบเนื่องจากการหาเสียงในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 และมีกำหนดขึ้นศาลในวันที่ 17 ก.พ. นี้

Photo by YE AUNG THU / AFP

เผยคลิปเจ้าหญิงดูไบขอความช่วยเหลือหลังถูกพระบิดาขังเดี่ยว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/645586

วันที่ 17 ก.พ. 2564 เวลา 11:30 น.เผยคลิปเจ้าหญิงดูไบขอความช่วยเหลือหลังถูกพระบิดาขังเดี่ยวเจ้าหญิงลาติฟา แห่งนครดูไบส่งวิดีโอลับเผยถูกพระบิดาจับเป็นตัวประกัน

รายการ BBC Panorama เผยแพร่คลิปวิดีโอซึ่งระบุว่าเป็นเจ้าหญิงลาติฟา แห่งนครดูไบ พระธิดาของเชคโมฮัมเหม็ด บิน รอชิด อัลมักตูม นายกรัฐมนตรีแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเจ้าผู้ครองนครดูไบ

เจ้าหญิงลาติฟาเผยว่าถูกพระบิดาจับเป็นตัวประกันในบ้านพักซึ่งถูกดัดแปลงให้เป็นเหมือนคุกเพื่อกักขังเธอ หน้าต่างทุกบานถูกปิดตาย มีตำรวจคุ้มกันตลอดเวลา และไม่สามารถเข้าถึงความช่วยเหลือด้านการแพทย์และกฎหมาย

เจ้าหญิงลาติฟาเคยพยายามหลบหนีจากนครดูไบเมื่อปี 2018 แต่ถูกตามตัวกลับมาได้ขณะที่กำลังอยู่บนเรือนอกชายฝั่งประเทศอินเดียโดยกองกำลังความมั่นคงสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์พยายามฉุดเธอลงจากเรือและวางยาสลบก่อนนำตัวหลับมายังดูไบ

หลังจากนั้นเธอก็แอบบันทึกวิดีโอส่งให้เพื่อนของเธอมาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ก่อนที่เธอจะหายไปอย่างเงียบๆ และไม่มีการส่งวิดีโอออกมาอีกเลย เพื่อนของเธอจึงตัดสินใจเผยแพร่คลิปวิดีโอเนื่องจากเป็นห่วงความปบอดภัยของเธอพร้อมเรียกร้องให้องค์การสหประชาชาติให้การช่วยเหลือ และรณรงค์แคมเปญ “Free Latifa” เพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวเจ้าหญิงลาติฟา

ก่อนหน้านี้ในปี 2019 เจ้าหญิงฮายา บิน อัล ฮุสเซน พะชายาของเชคโมฮัมเหม็ด และพระมารดาเลี้ยงของเจ้าหญิงลาติฟา ทรงหลบหนีไปอาศัยอยู่ที่ลอนดอนหลังทราบข้อเท็จจริงเบื้องหลังเหตุการณ์ที่เจ้าหญิงลาติฟาถูกนำตัวกลับดูไบ พร้อมต่อสู้ทางกฎหมายขณะที่ทนายความของเชคโมฮัมเหม็ดปฏิเสธข้อกล่าวหา

https://www.bbc.com/news/av-embeds/56085369/vpid/p0975bgt

สหรัฐเข้ามาช่วยหรือฉวยโอกาส? เมื่อแม่น้ำโขงต้องมีพันธมิตร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/645551

วันที่ 16 ก.พ. 2564 เวลา 22:00 น.สหรัฐเข้ามาช่วยหรือฉวยโอกาส? เมื่อแม่น้ำโขงต้องมีพันธมิตร แม่น้ำโขงกลายเป็นสมรภูมิขยายอิทธิพลระหว่างสองมหาอำนาจอย่างสหรัฐและจีน

หลังจากที่ชะล่าใจจนจีนเข้ามาขยายอิทธิพลในพื้นที่เขตลุ่มน้ำโขงอยู่นาน กระทั่งจีนสามารถสร้างเขื่อนบนแม่น้ำโขงตอนบนได้ถึง 11 เขื่อนจนแทบจะกลายเป็นผู้กุมชะตาน้ำของประเทศท้ายน้ำไปแล้ว ในที่สุดสหรัฐก็หันกลับมาให้ความสนใจภูมิภาคนี้อีกครั้ง โดยเฉพาะเมื่อปีที่แล้วเราจะเห็นว่าสหรัฐรุกหนักขึ้น

เมื่อเดือน ก.ย.ปีที่แล้วรัฐบาลของอดีตประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เปิดศึกชิงลุ่มน้ำโขงกับจีนด้วยการนำข้อริเริ่มลุ่มน้ำโขงตอนล่าง (Lower Mekong Initiative) ที่ใช้มาตั้งแต่สมัยอดีตประธานาธิบดี บารัก โอบามา มาต่อยอดใหม่เป็นกรอบความร่วมมือหุ้นส่วนลุ่มน้ำโขง-สหรัฐ (Mekong-US Partnership) กับประเทศท้ายน้ำโขง 5 ประเทศ ได้แก่ กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม และไทย โดยเพิ่มความร่วมมือเกี่ยวกับการจัดการน้ำในแม่น้ำโขงที่ยังขาดไปในสมัยโอบามาในความร่วมมือครั้งล่าสุดนี้

ภายใต้กรอบความร่วมมือนี้ สหรัฐมอบความช่วยเหลือรวมแล้วกว่า 52 ล้านเหรียญสหรัฐ ในด้านสาธารณสุข มนุษยธรรม เศรษฐกิจ และการพัฒนาในภาวะฉุกเฉิน เพื่อต่อสู้โรค Covid-19 ใน 5 ประเทศลุ่มน้ำโขง และอีก 6 ล้านเหรียญสหรัฐเพื่อกิจการต่างๆ รวมถึงขั้นตอนต่างๆ ที่ช่วยให้ประเทศลุ่มน้ำโขงมีข้อมูลที่ครบถ้วนในการตัดสินใจเกี่ยวกับปริมาณน้ำในแม่น้ำโขง

ต่อมาในเดือน ธ.ค.ปีเดียวกัน สหรัฐรุกหนักด้วยการเปิดตัวโครงการดาวเทียม (Mekong Dam Monitor) สำหรับติดตามตรวจสอบระดับน้ำในเขื่อนของจีนในลุ่มน้ำโขง ซึ่งมาในช่วงเวลาที่ประเทศลุ่มน้ำโขงกำลังเรียกร้องให้จีนเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการปล่อยและกักน้ำอย่างโปร่งใส

โครงการนี้เกิดจากความร่วมมือกันระหว่างศูนย์สังเกตการณ์แม่น้ำโขง สติมสัน เซ็นเตอร์ (Stimson Center) ที่ได้รับทุนสนับสนุนจากกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ และอายส์ออนเอิร์ธ (Eyes On Earth) บริษัทวิจัยและที่ปรึกษาด้านน้ำของสหรัฐ โดยจะจับตาเขื่อน 11 แห่งบนแม่น้ำโขงตอนบนที่จีนเรียกว่าแม่น้ำล้านช้าง และอีก 15 เขื่อนบนแม่น้ำสายย่อย

หลังจากก่อตั้ง โครงการนี้ได้แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับระดับน้ำจากเขื่อนที่ปล่อยออกมาจากเขื่อนจีน รวมทั้งข้อมูลต่างๆ ที่จำเป็นสำหรับการจัดการน้ำของประเทศท้ายน้ำอย่างสม่ำเสมอ

ในขณะที่จีนแม้จะแจ้งการปล่อยน้ำจากเขื่อนเมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมาตามที่รับปากไว้เมื่อปลายปีที่แล้ว แต่ก็ยังไม่เรียลไทม์พอให้ประเทศท้ายน้ำจัดการน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะระดับน้ำยังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วชนิดตั้งรับไม่ทัน จนคณะกรรมาธิการต้องเรียกร้องให้จีนแบ่งปันข้อมูลน้ำอีกครั้งเมื่อเร็วๆ นี้

นอกจากนี้ สหรัฐยังขยับไปร่วมมือกับเวียดนามจัดการประชุม Friends of the Mekong Policy Dialogue ครั้งแรกภายใต้กรอบความร่วมมือหุ้นส่วนลุ่มน้ำโขง-สหรัฐ โดยสหรัฐให้ความสำคัญกับความมั่นคง ความเปิดกว้าง และความมั่งคั่งของภูมิภาคลุ่มน้ำโขง

การประชุมครั้งนี้เป็นหลักฐานได้อย่างดีว่าสหรัฐลงเล่นในสนามรบในภูมิภาคลุ่มน้ำโขงอย่างเต็มที่ และยังชี้ให้เห็นว่าเวียดนามหันไปซบสหรัฐเต็มตัว ในขณะที่ลาว เมียนมา และไทยยังสงวนท่าที ส่วนกัมพูชาเลือกฝั่งจีน

อย่างไรก็ดี หากเลือกได้ประเทศลุ่มน้ำโขงคงไม่มีใครต้องการพึ่งพาจีนมากเกินไป

ศ.ดร.ฐิตินันท์ พงษ์สุทธิรักษ์ จากคณะรัฐศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมองว่า ประเทศลุ่มน้ำโขงทั้ง 5 หวังว่าจะสามารถหลีกเลี่ยงการพึ่งพาความช่วยเหลือจากจีนมากเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพราะเขื่อนบนแม่น้ำโขงตอนบนของจีนอาจทำให้แม่น้ำโขงตอนล่างแห้งแล้ง และยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า จีนใช้การปล่อยน้ำจากเขื่อนเป็นเครื่องมือต่อรองอำนาจในอาเซียน

“สิ่งที่สหรัฐมีให้คืออำนาจในการถ่วงดุลและตอบโต้ ไม่มีประเทศไหนใน CLMTV ถูกจีนครอบงำ” ศ.ดร.ฐิตินันท์กล่าวถึงประเทศลุ่มน้ำโขงทั้ง 5

มาถึงตรงนี้อาจเกิดคำถามว่าอะไรทำให้สหรัฐกลับมาให้ความสนใจภูมิภาคลุ่มน้ำโขงอีกครั้ง

คาร์ล เธเยอร์ ศาสตราจารย์เกียรติคุณจากมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ของออสเตรเลียเผยว่า สหรัฐมีแรงจูงใจ 3 ข้อในการก่อตั้งกรอบความร่วมมือหุ้นส่วนลุ่มน้ำโขง-สหรัฐ ได้แก่ 1) จัดการปัญหาในลุ่มน้ำโขงตอนล่าง อาทิ การรับมือโรคระบาด การบริหารจัดการน้ำข้ามแดน

2) เพิ่มความร่วมมือของสหรัฐกับ 5 ประเทศลุ่มน้ำโขงตอนล่างซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่มความร่วมมือระหว่างสหรัฐกับอาเซียน  และ 3) เพื่อตอบโต้การขยายอิทธิพลของจีนและเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกแข่งกับโครงการเส้นทางสายไหมแห่งศตวรรษที่ 21 (Belt and Road Initiative) ของจีน

ขณะที่มุมมองจากฝั่งจีนมองว่า สหรัฐเข้ามาเพื่อแทรกแซงความสัมพันธ์ของประเทศลุ่มน้ำโขงกับจีน

บทความเรื่อง US manipulation can’t divide Lancang-Mekong countries (การแทรกแซงของสหรัฐไม่สามารถสร้างความแตกแยกในประเทศล้านช้าง-แม่โขง) ของกัวเหยียนจวิน จากสถาบันเอเชียศึกษาแห่งมหาวิทยาลัย China Foreign Affairs ระบุว่า จีนรับปากว่าจะแบ่งปันข้อมูลแม่น้ำโขงกับประเทศลุ่มน้ำโขงแล้ว แต่สหรัฐพยายามหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาอีกครั้งด้วยการขอให้จีนแบ่งปันข้อมูลน้ำ โดยกำหนดว่าต้องแบ่งปันผ่านคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (MRC) เท่านั้น

กัวเหยียนจวินระบุว่า ยุทธศาสตร์ของสหรัฐคือ การใช้ประเด็นเรื่องแม่น้ำโขงสร้างความวุ่นวายทางการเมือง เพาะสร้างความบาดหมางระหว่างประเทศในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง และบ่อนทำลายความร่วมมือล้านช้าง-แม่โขง

ศาสตราจารย์รายนี้ยังบอกอีกว่า สหรัฐยังทำให้พรรคคอมมิวนิสต์จีนและรัฐบาลจีนเป็นตัวร้ายและทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง โดยการสร้างภาพให้จีนเป็นประเทศมหาอำนาจควบคุมแม่น้ำโขง ทว่าความพยายามของสหรัฐกลับไร้ประโยชน์ ในขณะที่กรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง มีความก้าวหน้าในหลายด้าน รวมทั้งการแบ่งปันข้อมูลน้ำ

ส่วนคำถามว่าสหรัฐเข้ามาช่วยหรือฉวยโอกาสจากภูมิภาคนี้ หากมองจากเป้าหมายที่ระบุไว้ในเว็บไซต์ Mekong-US Partnership ที่บอกว่า “เพื่อเสริมสร้างความโปร่งใส ธรรมาภิบาล ความเชื่อมโยง และการพัฒนาที่ยั่งยืน” ในภูมิภาค และ “เพื่อแก้ปัญหาที่เป็นความท้าทายสำคัญของภูมิภาค” ก็สามารถมองได้ว่าสหรัฐต้องการเข้ามาช่วยเหลือประเทศลุ่มน้ำโขงที่เดือดร้อนจากการสร้างเขื่อนของจีน

แต่อีกมุมหนึ่ง เป้าหมายเหล่านี้ก็อาจตีความได้ว่า นอกจากช่วยเหลือประเทศลุ่มน้ำโขงแล้ว สหรัฐยังทำเพื่อตอบโต้การขยายอิทธิพลของจีนในภูมิภาคลุ่มน้ำโขงที่กลายเป็นสนามรบระหว่างทั้งสองมหาอำนาจไปแล้วด้วย

และดีไม่ดีเหตุผลนี้อาจเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้สหรัฐกลับมาให้ความสำคัญกับประเทศลุ่มน้ำโขงอีกครั้ง

Photo by Suchiwa PANYA / AFP

แจ็กเก็ตยันต์หลวงพ่อคูณ เมื่อของไทยๆ เป็นแรงบันดาลใจแฟชั่นระดับโลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/645537

วันที่ 16 ก.พ. 2564 เวลา 20:00 น.แจ็กเก็ตยันต์หลวงพ่อคูณ เมื่อของไทยๆ เป็นแรงบันดาลใจแฟชั่นระดับโลกล่าสุดแบรนด์ดังสัญชาติอเมริกันสกรีนยันต์หลวงพ่อคูณเป็นลายเสื้อ ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีหลายแบรนด์ที่ชาวเน็ตจับตามองว่าดูคล้ายๆ วัฒนธรรมของไทยอยู่เหมือนกัน

หลังจากที่ Supreme แบรนด์ดังสัญชาติอเมริกันเปิดตัวเสื้อ “Supreme x หลวงพ่อคูณ” (Blessings Ripstop Shirt) ซึ่งเตรียมวางจำหน่ายในคอลเลกชันใหม่ Spring/Summer ประจำปี 2021 ก็ทำเอาชาวเน็ตไทยฮือฮากันเป็นแถว

แม้ว่าด้านหน้าจะดูเหมือนเสื้อแจ็กเก็ตแนวสตรีทธรรมดาตามสไตล์ Supreme แต่ด้านหลังมีการสกรีนเป็นลายยันต์ต่างๆ รวมถึงผ้ายันต์หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ด้วย เห็นแบบนี้ชาวเน็ตก็อดแซวไม่ได้ว่าเสื้อตัวนี้ใส่แล้วเหนียวแน่ๆ

ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้แบรนด์ดังระดับโลกหลายแบรนด์ก็เคยออกคอลเลกชันใหม่ที่คนไทยหลายคนเห็นก็ต้องพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ามันคุ้นๆ อย่างเช่นกระเป๋า Bazar bag จาก Balenciaga ใบนี้ที่ดูแว๊บแรกเหมือนถุงกระสอบสายรุ้งตามสำเพ็ง แต่ราคาเปิดตัวเหยียบ 5 หมื่นบาทเลยทีเดียว

ต่อกันที่ Balenciaga เจ้าเก่าเจ้าเดิมที่เมื่อเร็วๆ นี้ก็ได้เปิดตัวสร้อยลูกปัดราคากว่า 2 หมื่นบาท แต่ถูกชาวเน็ตจับสังเกตว่าหน้าตาคุ้นๆ เหมือนเครื่องประดับสุดฮิตหน้าโรงเรียนของไทยเลย ทั้งนี้ทั้งนั้นบางคนก็ออกมาแย้งว่าแฟชั่นลูกปัดอันนี้ฮิตไกลในหลายประเทศไม่ได้มีแค่ในไทยเท่านั้น

นอกจากนี้ Marni แบรนด์ดังจากอิตาลีก็เคยออกคอลเลกชันกระเป๋าช้อปปิ้งโดยจำหน่ายเพื่อการกุศลภายใต้ชื่อว่า MARNI CHARITY BASKET ที่หน้าตาคล้ายกระเป๋าสานพลาสติกของไทย สนนราคาอยู่ที่ 6-7 พันบาท รวมถึงแบรนด์ Kate Spade ก็เคยผลิตกระเป๋าหน้าตาคล้ายๆ กันนี้ด้วยเช่นกัน

Gucci แบรนด์เนมสุดหรูจากอิตาลีก็เคยถูกแซวเหมือนกันเมื่อเปิดตัวกระเป๋า Wicker ภายใต้คอลเลกชัน Pre Fall 2018 ว่าดีไซน์คล้ายๆ กระเป๋า OTOP ของไทย อย่างไรก็ดีกระเป๋าที่ว่านี้สนนราคาอยู่ที่ 6-7 หมื่นเลยทีเดียว

Gucci ยังถูกจับตามองอีกครั้งเมื่อเปิดตัวชุดเดรสผ้าไหมราคาเหยียบแสนเมื่อช่วงกลางปีที่แล้ว ซึ่งชาวเน็ตไทยก็พากันแซวว่าดูคล้ายๆ ชุดงานบุญของไทยอยู่เหมือนกัน

แฟชั่นที่ถูกพูดถึงอย่างหนาหูอีกหนึ่งคงเป็นการที่ Kyrzayda Rodriguez บล็อกเกอร์แฟชั่นชื่อดังโพสต์ภาพคู่กับกระเป๋าคลัชงานแฮนด์เมดสุดเก๋จากกัวเตมาลา แต่ชาวเน็ตกลับบอกว่าดูๆ ไปแล้วเหมือนได้แรงบันดาลใจจากพรมเช็ดเท้าถักที่เราๆ ใช้กันตามบ้านเลย

เกาหลีเหนือแฮ็กข้อมูลวัคซีนบริษัท Pfizer #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/645543

วันที่ 16 ก.พ. 2564 เวลา 18:30 น.เกาหลีเหนือแฮ็กข้อมูลวัคซีนบริษัท Pfizer มีกระแสข่าวตั้งแต่ปีที่แล้วว่าเกาหลีเหนือส่งกองทัพแฮกเกอร์ล้วงความลับเรื่องวัคซีนจากบริษัทที่พัฒนาวิธีรักษาโควิด-19

หน่วยงานสายลับของเกาหลีใต้เปิดเผยว่าแฮกเกอร์ชาวเกาหลีเหนือเจาะเข้าไปในระบบคอมพิวเตอร์ของ บริษัทไฟเซอร์ (Pfizer) ยักษ์ใหญ่ด้านเภสัชกรรมเพื่อค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับวัคซีนป้องกันไวรัสโคโรนาและเทคโนโลยีการรักษาโควิด-19

ฮาแทกึง ส. ส. ของเกาหลีใต้กล่าวกับผู้สื่อข่าวหลังการรับฟังสรุปจากหน่วยข่าวกรองแห่งชาติของรัฐบาลเกาหลีใต้ว่า เกาหลีเหนือพยายามแสวงหาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับวัคซีนโควิดและการรักษา โดยการใช้ปฏิบัติการสงครามไซเบอร์เพื่อเจาะเข้าเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของ Pfizer

เป็นที่ทราบกันดีว่าเกาหลีเหนือมีกองทัพของแฮกเกอร์ที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดีหลายพันคนที่โจมตีบริษัท, สถาบัน และนักวิจัยในเกาหลีใต้และที่อื่นๆ

เดรื่องนี้สอดคล้องกับการที่บริษัท Microsoft Corp. เปิดเผยเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วว่าแฮกเกอร์จากเกาหลีเหนือและรัสเซียได้เล็งเป้าหมายไปที่บริษัทที่มีชื่อเสียง 7 แห่งที่ทำงานเกี่ยวกับวัคซีนโควิด -19 และการวิจัยการรักษาโรคนี้

ต่อมา Pfizer และ BioNTech SE หุ้นส่วนสัญชาติเยอรมันกล่าวในภายหลังว่าเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาวัคซีนของพวกเขาถูกล็อคเป้าหมายการโจมตีทางไซเบอร์

เกาหลีเหนือที่ยากจนแต่มีอาวุธนิวเคลียร์ ล็อคดาวน์โดยปิดพรมแดนเมื่อเดือนมกราคมปีที่แล้วเพื่อพยายามป้องกันตัวเองจากไวรัส โดยผู้นำคิมจองอึนยืนยันซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าประเทศนี้ไม่มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา แม้ว่าผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกจะสงสัยในคำยืนยันเหล่านั้นก็ตาม

และการล็อคดาวน์ได้เพิ่มแรงกดดันต่อเศรษฐกิจที่ตกต่ำจากการคว่ำบาตรของนานาชาติจากการที่เกาหลีเหนือพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ทำให้รัฐบาลเกาหลีเหนือต้องเร่งหาทางจัดการกับโรคนี้

Photo by STR / KCNA VIA KNS / AFP

Clubhouse คืออะไร ดียังไง ทำไมถึงฮิตกันจัง? #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/645521

วันที่ 16 ก.พ. 2564 เวลา 18:00 น.Clubhouse คืออะไร ดียังไง ทำไมถึงฮิตกันจัง? ทำความรู้จักแอปพลิเคชันใหม่สุดฮิต อีลอน มัสก์ถึงกับต้องชวนปูตินมาเล่นด้วย

หลังจากที่ก่อนหน้านี้มหาเศรษฐีเบอร์ 1 ของโลกอย่างอีลอน มัสก์ส่งคำเชิญถึงประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซียให้ร่วมเล่นแอป Clubhouse ด้วยกัน ด้านรัสเซียก็ออกมาเผยว่าเป็นข้อเสนอที่น่าสนใจ แต่ยังไม่ได้ตอบรับใดๆ เพราะจำเป็นต้องดูรายละเอียดเพิ่มเติมก่อน

.@KremlinRussia_E would you like join me for a conversation on Clubhouse?

— Elon Musk (@elonmusk) February 13, 2021

นอกจากนี้ยังมีคนดังในหลากหลายแวดวงจากทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นนักพูด นักพัฒนา เซเลบดารา และอื่นๆ อีกมากมายร่วมใช้แอปดังกล่าวและสร้างห้องแชทของตัวเองเช่นกัน

Clubhouse เปิดตัวตั้งแต่เดือนเมษายน 2020 โดยนักพัฒนาซอฟต์แวร์ Alpha Exploration Co. และยังมีบริษัท Andreessen Horowitz เข้าร่วมลงทุน 10 ล้านเหรียญสหรัฐ และขอซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นเดิมอีก 2 ล้านเหรียญสหรัฐ จนกระทั่งเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมามีการประเมินมูลค่าแอปดังกล่าวถึง 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 30,000 ล้านบาท

จุดเด่นของแอปพลิเคชันนี้คือเป็นแอปแชทที่สื่อสารด้วย ‘เสียง’ เท่านั้น ไม่เห็นภาพ ไม่เห็นหน้า ไม่ต้องพิมพ์ข้อความ ลักษณะคล้ายพอดแคสท์ แต่ผู้พูดสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ฟังในห้องแชทได้ แต่ไม่ใช่ว่าใครจะพูดขึ้นมาก็ได้แต่ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของห้องแชทก่อนเสมอ ซึ่งเจ้าของห้องจะเป็นผู้ดูแลควบคุมเปิดหรือปิดไมค์สมาชิกในห้องแชท

จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของ Clubhouse คือเป็นการสนทนารูปแบบเรียลไทม์ ไม่สามารถย้อนกลับมาฟังซ้ำได้ และไม่มีการบันทึกเก็บไว้ และนี่อาจเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้หลายๆ อยากเข้าร่วม Clubhouse เพราะไม่อยากพลาดอะไรไปนั่นเอง

แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะสามารถเล่นแอปนี้ได้ ตอนนี้ Clubhouse รับรองการใช้งานในระบบ iOS เท่านั้น สาวกแอนดรอยด์คงต้องไปก่อน ถึงกระนั้นสำหรับผู้ใช้ iOS เองก็ไม่ง่ายเช่นกันเพราะการจะเล่นแอปนี้ได้ต้องได้รับคำเชิญ (invited) จากผู้ใช้ Clubhouse คนอื่นๆ เสียก่อน หรือต้องต่อคิวรอให้ผู้ใช้ Clubhouse ชวนเราเข้าไปเล่นด้วยกันนั่นเอง ความยุ่งยากนี้ทำให้มีคนหัวหมอเกิดปิ๊งไอเดียขาย invited ในราคาหลักร้อยถึงหลักพันกันเลยทีเดียว

อาจจะดูยุ่งยากไปสักหน่อย แต่ก็ทำให้การเข้าร่วมวงสนทนาผ่าน Clubhouse ดูมีความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย บนพื้นที่ที่ผู้คนจากหลากหลายแวดวงเข้ามาแลกเปลี่ยนกันในประเด็นที่หลากหลายและสามารถเลือกห้องแชทได้ตามที่ตนสนใจ

อย่างไรก็ตามแอปดังกล่าวก็ยังมีช่องโหว่และถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงมาตรการในการควบคุมห้องแชท เนื่องจากการเปิดกว้างในการสนทนาอาจทำให้กระทบประเด็นอ่อนไหว อย่างเช่นห้องสนทนา “Is there a concentration camp in Xinjiang?” (มีค่ายกักกันในซินเจียงหรือเปล่า?) จนถูกบล็อกในประเทศจีน

Photo by Odd ANDERSEN / AFP

มันกลับมาแล้ว ตั๊กแตนกินทุกอย่างที่ขวางหน้าในแอฟริกา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/645529

วันที่ 16 ก.พ. 2564 เวลา 16:33 น.มันกลับมาแล้ว ตั๊กแตนกินทุกอย่างที่ขวางหน้าในแอฟริกา ภาพข่าวสถานการณ์การระบาดของตั๊กแตนในแอฟริกาที่หวนกลับมาระบาดีอครั้งหลังจากที่ปีที่แล้วถล่มพื้นภาคตะวันออกของแอฟริกาจนเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดภาวะอดอยากในวงกว้าง

ภาพข่าวจากสำนักข่าว AFP ที่ถ่ายเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2020 แสดงให้เห็นฝูงตั๊กแตนในทะเลทรายที่เข้าโจมตีกัดกินพืชผักตามเส้นทางของพวกมัน ซึ่งในภาพจะเห็นว่าพวกมันเข้ามถล่มไร่ข้าวโพด จนต้องมีการส่งเครื่องบินฉีดพ่นยาฆ่าแมลงเพื่อกวาดล้างพวกมันในเมืองเมรู ประเทศเคนยา

ภาพโดย Yasuyoshi CHIBA / AFP

องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ทำงานร่วมกับบริษัทรักษาความปลอดภัย, บริษัทโลจิสติกส์และบริษัทเครื่องบินเช่าเหมาลำของเคนยาซึ่งตอนนี้บริษัทเหล่านี้หันมาเพิ่มบริการช่วยติดตามฝูงตั๊กแตนในแอฟริกาตะวันออกอย่างใกล้ชิด ก่อนที่จะส่งทีมไปยังพื้นที่เป้าหมายเพื่อฉีดพ่นแมลงด้วยสารกำจัดศัตรูพืชเพื่อป้องกันความเสียหายในพื้นที่เพาะปลูกและทุ่งเลี้ยงสัตว์

ภาพโดย Yasuyoshi CHIBA / AFP

เป็นเวลากว่าหนึ่งปีแล้วที่การระบาดของตั๊กแตนในทะเลทรายที่เลวร้ายที่สุดในรอบหลายสิบปีเข้าโจมตีภูมิภาคนี้และในขณะที่แมลงอีกระลอกหนึ่งกำลังแพร่กระจายไปทั่วโซมาเลีย เอธิโอเปียและเคนยา การใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยและการพัฒนาร่วมกันกำลังเป็นทางออกในการช่วยบดขยี้ฝูงตั๊กแตนที่กินไม่ยั้งและปกป้องการวิถีชีวิตของชาวนาหลายพันคนจากการทำลายล้างครั้งนี้

ภาพโดย Yasuyoshi CHIBA / AFP
ภาพโดย Yasuyoshi CHIBA / AFP
ภาพโดย Yasuyoshi CHIBA / AFP
ภาพโดย Yasuyoshi CHIBA / AFP
ภาพโดย Yasuyoshi CHIBA / AFP
ภาพโดย Yasuyoshi CHIBA / AFP
ภาพโดย Yasuyoshi CHIBA / AFP
ภาพโดย Yasuyoshi CHIBA / AFP
ภาพโดย Yasuyoshi CHIBA / AFP
ภาพโดย Yasuyoshi CHIBA / AFP

กองทัพเมียนมาลั่นมันไม่ใช่รัฐประหาร โบ้ยผู้ประท้วงก่อเหตุรุนแรง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/645520

วันที่ 16 ก.พ. 2564 เวลา 15:12 น.

กองทัพเมียนมาลั่นมันไม่ใช่รัฐประหาร โบ้ยผู้ประท้วงก่อเหตุรุนแรง

เป็นอีกครั้งที่กองทัพเมียนมาปฏิเสธว่าไม่ได้ทำรัฐประหารและการไล่รัฐบาลมีความชอบธรรมแล้ว

กองทัพของเมียนมาแถลงเมื่อวันอังคารว่าการขับไล่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งไม่ใช่การทำรัฐประหารโดยกล่าวว่าการกระทำดังกล่าวมีความชอบธรรมเนื่องจากมีการทุจริตในการเลือกตั้งเดือนพฤศจิกายนและไม่มีการแก้ไขปัญหาดังกล่าว และจะคืนอำนาจหลังการเลือกตั้งครั้งใหม่

“วัตถุประสงค์ของเราคือจัดการเลือกตั้งและส่งมอบอำนาจให้กับพรรคที่ชนะ” นายพลจัตวา ซอ มิน ตุน โฆษกสภาปกครองกล่าวในการแถลงข่าวครั้งแรกของกองทัพนับตั้งแต่ยึดอำนาจเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์

กองทัพไม่ได้กำหนดวันเลือกตั้งใหม่ แต่ได้กำหนดภาวะฉุกเฉินเป็นเวลาหนึ่งปี และยืนยันว่าจะยึดมั่นในรัฐธรรมนูญฉบับปี 2008

นอกจากนี้ นายพลจัตวา ซอ มิน ตุนโฆษกทหารเมียนมายังกล่าวว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เสียชีวิตลงแล้วหลังได้รับบาดเจ็บจาก ‘การกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย’ ของผู้ชุมนุมประท้วง

โฆษกทหารเมียนมาร์ยังกล่าวว่าการประท้วงกำลังก่อให้เกิดความรุนแรงและมีการกดดันข้าราชการอย่างผิดกฎหมาย ไม่ให้กลับมาปฏิบัติหน้าที่และเข้าร่วมกับการทำอารยะขัดขืนต่อต้านกองทัพ

Photo by STR / AFP