นักลงทุนวัย 10 ขวบได้กำไรจาก GameStop มากกว่า 5,000% #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/644100

วันที่ 31 ม.ค. 2564 เวลา 11:06 น.นักลงทุนวัย 10 ขวบได้กำไรจาก GameStop มากกว่า 5,000%กรณี GameStop สร้างหายนะให้กับเฮดจ์ฟันด์ แต่มันทำให้ “แมงเม่า” หลายตัวรวยเละ

The New York Times รายงานว่าในขณะที่นักลงทุนสมัครเล่นรวมตัวกันเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเพื่อบีบกองทุนป้องกันความเสี่ยง หรือเฮดจ์ฟันด์ ในวอลล์สตรีทด้วยการช่วยกันดันราคาหุ้นของ GameStop ไปสู่ระดับที่สูงจนน่าตกใจ ในกลุ่มของ “แมงเม่าล้มยักษ์” เหล่านี้คือนักเทรดมือใหม่สุดๆ เช่น เจดิน คาร์จากเมืองซานอันโตนิโอวัย 10 ปีที่จู่ๆ เงินของลงทุนของเขาก็เพิ่มขึ้นมาแบบไม่ทันตั้งตัว

ในเดือนธันวาคม 2019 เจดินอายุ 8 ขวบซื้อเกมลดราคาที่ GameStop และเขาอยากจะซื้อ Xbox One แม่ของเขาจึงพยายามใช้ความสนใจเรื่องเกมส์ของลูกชายให้เป็นประโยชน์จึงหาทางสอนลูกชายเกี่ยวกับการลงทุน และตัดสินใจลงทุนใน GameStop จำนวน 10 หุ้นในราคา 6.19 เหรียญสหรัฐต่อหุ้นเพื่อเป็นของขวัญงานเทศกาล Kwanzaa ของชาวแอรฟริกัน-อเมริกัน ในขณะนั้นด้วย

แม่ของเจดินมอบใบรับรองให้ลูกชายของเธอที่เธอสร้างจากเทมเพลตออนไลน์เพื่ออธิบายว่าเขาเป็นเจ้าของส่วนเล็กๆ ของ GameStop แล้ว เธอบอกเขาว่าของขวัญนั้นสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของแนวคิดเรื่อง Ujamaa หรือเศรษฐศาสตร์สหกรณ์ซึ่งเป็นหนึ่งในหลักการ 7 ประการของเทศกาล Kwanzaa

แม่ของเจดินกดแจ้งเตือนในโทรศัพท์และคอมพิวเตอร์เพื่อติดตามความคืบหน้าของหุ้น ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาเธอสังเกตเห็นว่ามันสูงขึ้นเรื่อยๆ แต่เมื่อวันพุธที่ผ่านมาด้วยความตกใจของแม่และลูกชา มูลค่าของหุ้น GameStop พุ่งขึ้นสูงถึง 1,700% ตั้งแต่เดือนธันวาคมหลังจากที่นักลงทุนรายย่อยหลายล้านคนจำนวนรวมพลังผ่านโซเชียลมีเดียเพื่อบีบเฮดจืฟันด์อย่างน้อยสองกองทุนที่เดิมพันว่าหุ้นของ GameStop จะล้ม พวกรายย่อยเหล่านี้จึงลงทุนสวนเพื่อทำให้หุ้นที่ควรจะทรุดลงกลับพุ่งขึ้นจนน่าตกใจ

แม่ของเจดินเล่าว่าทันใดนั้นเธอก็ได้ยินเสียง “ติ๊ง, ติ๊ง, ติ๊ง, ติ๊ง, ติ๊ง” “ซึ่งเป็นเสียงการแจ้งเตือนหุ้น “ฉันคว้าโทรศัพท์ของฉันแล้วดูมันและมันบอกว่าราคา 351 เหรียญ ฉันตกใจมาก ฉันซื้อหุ้นนี้ในราคา 6 เหรียญฉันคิดในใจว่านี่ไม่น่าจะจะถูกต้องแล้ว”

คุณแม่นักโภชนาการรีบถามลูกชายว่าเขาต้องการจะคงหุ้นไว้หรือขาย? เจดินตัดสินใจขายหุ้นของเขาโดยมีรายได้ 3,200 เหรียญผลตอบแทนมากกว่า 5,000% จากการลงทุนประมาณ 60 เหรียญ

“ผมรู้สึกตกใจและตื่นเต้นในเวลาเดียวกัน” เจดินกล่าวในการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์เมื่อวันศุกร์

เขาบอกว่าเขาตัดสินใจที่จะเก็บออมเงิน 2,200 เหรียญและลงทุนอีก 1,000 เหรียญที่เหลือซึ่งน่าจะเป็นหุ้นของ Roblox ซึ่งเป็นจักรวาลเกมแบบผู้เล่นหลายคนที่ได้รับความนิยมในหมู่เด็กเล็ก เมื่อแพลตฟอร์มดังกล่าวเข้าตลาดหุ้น

“การลงทุนระยะยาวมีความสำคัญเพราะนั่นคือวิธีที่ผมได้รับเงิน” เจดินบอกกล่าว

แม่ของเจดินกล่าวว่าเธอมุ่งมั่นที่จะสอนลูกชายของเธอเกี่ยวกับความรู้ทางการเงินหลังจากที่พ่อของเขาซึ่งเป็นแพทย์เสนารักษ์เสียชีวิตในปี 2014 จากภาวะแทรกซ้อนที่เกี่ยวข้องกับการรบ ใบรับรองเงินฝากที่เธอเปิดบัญชีขึ้นพร้อมกับการจ่ายค่าชดเชยการเสียชีวิตเป็นจุดเริ่มต้นในการสอนความรับผิดชอบทางการเงินให้กับลูกชายของเธอ บทเรียนที่เธอบอกว่าเธอจะไม่มีวันเรียนรู้จนจบจนกว่าชีวิตจะหาไม่

Photo – Fox Business

สหรัฐติดโควิดทะลุ26ล้าน เตือนไวรัสกลายพันธุ์ติดต่อง่ายขึ้น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/644094

วันที่ 31 ม.ค. 2564 เวลา 09:05 น.สหรัฐติดโควิดทะลุ26ล้าน เตือนไวรัสกลายพันธุ์ติดต่อง่ายขึ้นยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในสหรัฐเพิ่ม 6 ล้านใน 1 เดือน ทำยอดสะสมทะลุ 26 ล้านราย ผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 4.38 แสนราย ด้านศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐเตือนไวรัสกลายพันธุ์ทำให้มีอาการรุนแรงและติดต่อระหว่างคนง่ายขึ้น

ศูนย์วิทยาศาสตร์และวิศวกรรมเชิงระบบ (CSSE) แห่งมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ รายงานยอดผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ในสหรัฐล่าสุด ณ เวลา 14.22 น. ของวันที่ 30 ม.ค.64 ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐ พบว่ามีจำนวน ผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้นแตะระดับ 26,012,880 ราย และจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 438,239 ราย

รัฐแคลิฟอร์เนียมีจำนวนผู้ติดเชื้อมากที่สุด โดยอยู่ที่ 3,293,762 ราย ตามด้วยรัฐเท็กซัส 2,356,172 ราย รัฐฟลอริดา 1,713,589 ราย และรัฐนิวยอร์ก 1,408,698 ราย ขณะเดียวกันรัฐอิลลินอยส์มีจำนวนผู้ติดเชื้อมากกว่า 1.1 ล้านราย

ส่วนรัฐอื่นๆ ที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อเกิน 600,000 ราย ได้แก่ จอร์เจีย โอไฮโอ เพนซิลวาเนีย นอร์ทแคโรไลนา แอริโซนา เทนเนสซี นิวเจอร์ซีย์ อินเดียนา และมิชิแกน

ปัจจุบันสหรัฐยังเป็นประเทศที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตมากที่สุดในโลก โดยมีผู้ติดเชื้อในสัดส่วนมากกว่า 25% ของยอดผู้ติดเชื้อทั่วโลก และมีผู้เสียชีวิตในสัดส่วนเกือบ 20% ของยอดผู้เสียชีวิตทั่วโลก

ทั้งนี้ จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในสหรัฐแตะ 20 ล้านรายเมื่อวันที่ 1 ม.ค.ที่ผ่านมา และเพิ่มขึ้น 6 ล้านรายภายใน 1 เดือน

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐ (CDC) รายงานว่า พบผู้ติดเชื้อจากกว่า 30 รัฐ ณ วันศุกร์ที่ผ่านมา พร้อมกับเตือนว่าการกลายพันธุ์ของไวรัสอาจส่งผลให้โรคมีความรุนแรงขึ้นและติดต่อระหว่างมนุษย์ได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ CDC ยังระบุผ่านทางเว็บไซต์ว่า บางสายพันธุ์สามารถแพร่กระจายและมีฤทธิ์แรงขึ้น ในขณะที่บางสายพันธุ์อาจอ่อนแรงลง

กองทัพเมียนมาปัดข่าวลือรัฐประหาร ยืนยันปกป้องรัฐธรรมนูญ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/644075

วันที่ 30 ม.ค. 2564 เวลา 18:15 น.กองทัพเมียนมาปัดข่าวลือรัฐประหาร ยืนยันปกป้องรัฐธรรมนูญกองทัพเมียนมาลดความแรงข่าวรัฐประหารยืนยันจะปกป้องและปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า กองทัพเมียนมาออกแถลงการณ์โต้ข่าวลือรัฐประหารว่า กองทัพจะปกป้องและปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ และเคารพกฎหมาย

นอกจากนี้ ยังชี้แจงคำพูดของนายพล มินอ่องหล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ที่กล่าวถึงหากไม่มีใครปฏิบัติตามก็ควรฉีกรัฐธรรมนูญก่อนหน้านี้ว่าเป็นการตีความผิด โดยย้ำว่ามินอ่องหลายต้องการพูดเพื่อให้ทหารเจ้าใจสถานการณ์ของรัฐธรรมนูญเมียนมาเท่านั้น

“กองทัพจะปกป้องรัฐธรรมนูญปี 2008 และปฏิบัติตามกฎหมาย บางองค์กรหรือบางสื่อตีความตามที่พวกเขาต้องการให้เป็นและเขียนข่าวว่ากองทัพจะล้มล้างรัฐธรรมนูญ” แถลงการณ์ระบุ

ขณะที่พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) ของอองซานซูจีมองว่า คำอธิบายของกองทัพเหมาะสมแล้ว

ทั้งนี้ สถานการณ์การเมืองของเมียนมาตึงเครียดหลังจากกองทัพไม่ยอมรับผลการเลือกตั้งที่พรรค NLD กวาดชัยชนะ โดยอ้างว่าเกิดการทุจริต และขู่ว่ากองทัพจะเข้ามาจัดการหากไม่ได้รับการชี้แจงกรณีดังกล่าว จนสหประชาชาติและชาติตะวันตกพากันแสดงความกังวลว่าจะเกิดการรัฐประหาร

ดัชนีภาพลักษณ์การคอร์รัปชั่นของไทยอันดับตก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/644068

วันที่ 30 ม.ค. 2564 เวลา 16:15 น.ดัชนีภาพลักษณ์การคอร์รัปชั่นของไทยอันดับตกคะแนนความโปร่งใสของไทยน้อยกว่าค่าเฉลี่ยระดับโลกและค่าเฉลี่ยในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

องค์กรความโปร่งใสสากล (TI) เผยดัชนีภาพลักษณ์การคอร์รัปชันประจำปี 2020 (Corruption Perception Index) โดยไทยได้ 36 จาก 100 คะแนน ไม่เปลี่ยนแปลงจากคะแนนปีก่อนหน้า แต่อันดับของไทยตกจาก 101 ในปี 2019 มาอยู่ที่ 104 ในปี 2020 จากที่สำรวจทั้งหมด 180 ประเทศ

ขณะที่ค่าเฉลี่ยของโลกอยู่ที่ 43 คะแนน ค่าเฉลี่ยกลุ่มประเทศเอเชียแปซิฟิกซึ่งรวมถึงไทยอยู่ที่ 45 คะแนน และไทยยังอยู่ในกลุ่ม 2 ใน 3 ประเทศที่ได้คะแนนน้อยกว่า 50 คะแนนด้วย

เมื่อพิจารณาในกลุ่มประเทศอาเซียน ปรากฏว่าไทยอยู่ในอันดับและคะแนนเท่ากับเวียดนาม โดยคะแนนของเวียดนามลดลงจากปี 2019 1 คะแนน

ขณะที่สิงคโปร์ยังเป็นที่ 1 ของอาเซียนด้วยคะแนน 85 คะแนน และขยับขึ้นเป็นอันดับ 3 ของโลก ส่วนบรูไน มาเลเซีย และอินโดนีเซียอยู่ในอันดับเหนือไทย มีเพียงฟิลิปปินส์ ลาว เมียนมา และกัมพูชาที่ได้คะแนนน้อยกว่าไทย

ส่วนประเทศที่คอร์รัปชันน้อยที่สุดในโลก 10 ประเทศแรก ได้แก่ เดนมาร์กและนิวซีแลนด์ซึ่งได้ 88 คะแนนเท่ากัน ตามด้วยฟินแลนด์ สิงคโปร์ สวีเดน สวิตเซอร์แลนด์ซึ่งได้ 85 คะแนนเท่ากัน นอร์เวย์ เนเธอร์แลนด์ เยอรมนี และลักเซมเบิร์ก

หญิงญี่ปุ่นซุกศพแม่ในตู้แช่แข็ง10 ปีเพราะกลัวถูกไล่จากอพาร์ตเมนต์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/644056

วันที่ 30 ม.ค. 2564 เวลา 14:15 น.หญิงญี่ปุ่นซุกศพแม่ในตู้แช่แข็ง10 ปีเพราะกลัวถูกไล่จากอพาร์ตเมนต์ ลูกสาวกลัวถูกไล่ออกจากอพาร์ตเมนต์เลยซ่อนศพแม่ในตู้แช่แข็งนาน 10 ปีโดยไม่มีใครรู้

สำนักข่าวเกียวโดของญี่ปุ่นรายงานเรื่องสุดช็อกว่า ยูมิ โยชิโนะ หญิงวัย 48 ปีซ่อนศพแม่ของตัวเองไว้ในตู้แช่แข็งโดยที่ไม่ไม่ใครระแคะระคายเป็นเวลา 10 ปี เพราะกลัวว่าจะถูกไล่ออกจากอพาร์ตเมนต์ที่พักอยู่ด้วยกันกับแม่หากมีคนรู้ว่ามีการเสียชีวิตเกิดขึ้น

ตำรวจเปิดเผยว่าโยชิโนะถูกจับกุมในข้อหาละเลยและซ่อนศพแม้ซึ่งเจ้าหน้าที่เพิ่งพบเมื่อวันที่ 27 ที่ผ่านมาในตู้แช่แข็งที่อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในกรุงโตเกียว 

โยชิโนะสารภาพว่า เธอซ่อนศพแม่เมื่อ 10 ปีก่อนหลังจากเธอพบว่าแม่เสียชีวิต เนื่องจากไม่ต้องการย้ายออกจากอพาร์ตเมนต์ห้องนี้ เพราะแม่มีชื่ออยู่ในสัญญาเช่าอพาร์ตเมนต์

เมื่อกลางเดือนที่ผ่านมาโยชิโนะถูกไล่ออกจากอพาร์ตเมนต์ดังกล่าวหลังจากไม่ได้จ่ายค่าเช่า ก่อนที่พนักงานทำความสะอาดจะพบศพในตู้แช่แข็งที่ซ่อนอยู่ในตู้เสื้อผ้า โดยจากการชันสูตรไม่สามารถระบุเวลาและสาเหตุการเสียชีวิต

บิตคอยน์พุ่ง 20% หลัง อีลอน มัสก์ ติดแฮชแท็กในทวิตเตอร์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/644046

วันที่ 30 ม.ค. 2564 เวลา 12:15 น.บิตคอยน์พุ่ง 20% หลัง อีลอน มัสก์ ติดแฮชแท็กในทวิตเตอร์แค่ อีลอน มัสก์ ติดแฮชแท็ก #bitcoin มูลค่าบิตคอยน์ก็พุ่งไปถึง 20%  

อีลอน มัสก์ มหาเศรษฐีเจ้าของค่ายรถยนต์ไฟฟ้า Tesla สร้างปรากฏการณ์ในตลาดหุ้นอีกครั้งจากเจ้าตัวติดแฮชแท็ก #bitcoin ลงในประวัติส่วนตัวในทวิตเตอร์มื่อช่วงเช้าวันศุกร์ตามเวลาสหรัฐ หรือช่วงค่ำวันเดียวกันตามเวลาประเทศไทย

และไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้นมูลค่าของสกุลเงินดิจิทัล บิตคอยน์ (Bitcoin) ก็เพิ่มขึ้นมาอีก 5,000 เหรียญสหรัฐ มาอยู่ที่ 37,299 เหรียญสหรัฐ หรือพุ่งขึ้นถึง 20% ก่อนจะขยับไปอยู่ที่ $37,653 เหรียญสหรัฐ

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่การทวีตของมัสก์มีผลต่อราคาหุ้น อย่างในกรณีของหุ้นร้านจำหน่ายวิดีโอเกม GameStop ที่ราคาพุ่งขึ้นไปอีกหลังจากมัสก์แชร์ลิงค์ของกลุ่มย่อยที่คุยเรื่องหุ้น WallStreetBets ใน Reddit ซึ่งเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการดันราคาหุ้นให้ทะยานขึ้นถึง 1,700%

การเพิ่มบิตคอยน์ลงในประวัติส่วนตัวในทวิตเตอร์ของมัสก์เกิดขึ้นท่ามกลางการคาดเดาว่าซีอีโอของ Tesla อาจลงทุนซื้อบิตคอยน์หรืออาจเพิ่มสกุลเงินดิจิทัลนี้ในบัญชีงบดุลของ Tesla แม้จะยังไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติมจากเจ้าตัว แต่เท่านั้นก็เพียงพอให้มูลค่าบิตคอยน์เพิ่มขึ้นแล้ว

Photo by Britta Pedersen / POOL / AFP

อาร์เจนตินาเก็บภาษีคนรวยมาช่วยคนเดือดร้อนจากโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/644042

วันที่ 30 ม.ค. 2564 เวลา 10:16 น.อาร์เจนตินาเก็บภาษีคนรวยมาช่วยคนเดือดร้อนจากโควิดCovid-19 ที่ระบาดหนักซ้ำเติมปัญหาความยากจนของอาร์เจนตินา

ทางการอาร์เจนตินาเริ่มบังคับใช้มาตรการจัดเก็บภาษีแบบครั้งเดียวที่เรียกว่า “ภาษีมหาเศรษฐี” จากกลุ่มคนที่มีฐานะมั่งคั่ง เพื่อนำเงินมาจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์และช่วยเหลือภาคธุรกิจขนาดเล็กที่ได้รับผลกระทบจาก Covid-19 รวมถึงเป็นทุนการศึกษาและจัดหาอุปกรณ์บรรเทาทุกข์ให้ประชาชน

มาตรการนี้ใช้กับบุคคลที่มีทรัพย์สินตั้งแต่ 200 ล้านเปโซ หรือ 68.69 ล้านบาท ต้องจ่ายภาษี 3.5% ของทรัพย์สินที่อยู่ในประเทศ และ 5.25% ของทรัพย์สินที่อยู่ต่างประเทศ ซึ่งมีบุคคลเข้าข่ายราว 12,000 คนจากประชากรทั้งหมด 44 ล้านคน

รัฐบาลของประธานาธิบดี อัลแบร์โต แฟร์นานเดซ คาดว่าจะได้เงินราว 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 89,601 ล้านบาท

มาตรการดังกล่าวได้รับการอนุมัติจากสภาเมื่อเดือน ธ.ค.ปีที่แล้วด้วยคะแนนเสียง 42 ต่อ 26 ทว่ามีเสียงคัดค้านจากฝ่ายค้านว่ามาตรการนี้เสมือนเป็นการยึดทรัพย์คนรวย และยังมีความกังวลจากสมาคมชนบทอาร์เจนตินาซึ่งเป็นปากเสียงของเกษตรกรในประเทศว่ามาตรการนี้อาจนำมาใช้แบบถาวร

ทั้งนี้ กว่า 40% ของประชากรอาร์เจนตินาอยู่ใต้เส้นแบ่งความยากจน คือมีรายได้วันละ 1.90 เหรียญสหรัฐ หรือ 56.75 บาท ขณะที่อัตราการว่างงานอยู่ที่ 11

รวบคลินิกลวงโลกหลอกฉีดวัคซีนปลอมกว่า 7 หมื่นโดส #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/644007

วันที่ 29 ม.ค. 2564 เวลา 19:00 น.รวบคลินิกลวงโลกหลอกฉีดวัคซีนปลอมกว่า 7 หมื่นโดสคลินิกแห่งหนึ่งในเอกวาดอร์หลอกฉีดวัคซีนปลอมในราคา 450 บาท อ้างจะมีภูมิคุ้มกันต้านโควิด-19 เมื่อฉีดครบ 3 ครั้ง

รัฐบาลท้องถิ่นเอกวาดอร์เผยว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมคลินิกแห่งหนึ่งในเมืองกีโต เมืองหลวงของเอกวาดอร์ หลังสืบทราบว่าคลินิกแห่งนี้ทำการฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 ปลอมให้ประชาชนไปแล้วกว่า 70,000 โดส

หัวหน้าเจ้าหน้าที่หน่วยรักษาความปลอดภัยของเมืองระบุว่าคลินิกดังกล่าวทำการฉีดสารไม่ทราบชื่อโดยคิดค่าบริการคนละ 15 เหรียญสหรัฐ หรือราว 450 บาท โดยหลอกว่าจะมีภูมิคุ้มกันต้านโควิด-19 เมื่อฉีดยาครบ 3 ครั้ง

ด้านเจ้าของคลินิกอ้างว่าไม่ได้ให้วัคซีนต้านโควิด-19 แต่เป็น “วิตามินและเซรั่ม” เพื่อกระตุ้มภูมิคุ้มกันของผู้ป่วย และให้การรักษาพยาบาลอื่นๆ เพื่อรักษาโรค พร้อมเผยว่าได้ให้การรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ไปแล้วราว 20,000 คน

ทั้งนี้ เอกวาดอร์เป็นหนึ่งในศูนย์กลางการระบาดของไวรัสโคโรนาในปีที่แล้ว และขณะนี้มีรายงานผู้ติดเชื้อสะสมในประเทศกว่า 246,000 คน รักษาหายแล้ว 204,000 คน และมีผู้เสียชีวิต 14,766 คน

โดยเอกวาดอร์ได้อนุมัติวัคซีนต้านโรคโควิด-19 จากไฟเซอร์-ไบโอเอ็นเทค (Pfizer-BioNTech) และอ็อกซ์ฟอร์ด-แอสตราเซเนกา (Oxford–AstraZeneca) เรียบร้อยแล้ว โดยกระทรวงสาธารณสุขระบุว่าจะจัดฉีดวัคซีนให้กับผู้ใหญ่ทุกคนโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายภายในสิ้นปีนี้

Photo by Ishara S. KODIKARA / AFP

ล้ำไปอีกขั้น! ไต้หวันผลิตชิปรถยนต์แลกวัคซีนจากเยอรมนี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/644001

วันที่ 29 ม.ค. 2564 เวลา 18:00 น.ล้ำไปอีกขั้น! ไต้หวันผลิตชิปรถยนต์แลกวัคซีนจากเยอรมนี เยอรมนีต้องการชิปไปผลิตรถยนต์ ส่วนไต้หวันต้องการวัคซีน ข้อตกลงแลกเปลี่ยนจึงเกิดขึ้น 

หวังเหม่ยฮัว รัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจของไต้หวันยืนยันว่าได้พบกับ โธมัส พรินซ์ ผู้แทนเยอรมนีประจำไต้หวัน เพื่อหารือเกี่ยวกับการผลิตชิปรถยนต์ของไต้หวันและวัคซีนต้าน Covid-19 ของเยอรมนี  

ก่อนหน้านี้มีรายงานจากสถาบันวิจัยเศรษฐกิจไต้หวันว่า ไต้หวันขอความช่วยเหลือจากเยอรมนีในการจัดซื้อวัคซีน โดยไต้หวันจะเร่งผลิตชิปสำหรับรถยนต์ให้เยอรมนีตามคำขอของ ปีเตอร์ ไอท์ไมเยอร์ รัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจเยอรมนี  

ขณะนี้หลายประเทศทั่วโลกเริ่มฉีดวัคซีนต้าน Covid-19 ให้ประชาชน แต่ดูเหมือนว่าการจัดหาวัคซีนของไต้หวันจะไม่เป็นไปตามแผน เนื่องจากยังต้องรอวัคซีนล็อตแรกที่คาดว่าจะมาถึงในเดือน มี.ค.

ขณะที่ฝั่งเยอรมนี สหรัฐ และญี่ปุ่นกำลังต้องการชิปรถยนต์จากไต้หวัน เนื่องจากสินค้าขาดตลาดไปทั่วโลก จึงนำมาสู่การเจรจาแลกเปลี่ยนระหว่างไต้หวันและเยอรมนีในครั้งนี้

Photo by Sam Yeh / AFP

การเมืองเมียนมาตึงเครียดจุดกระแสเกิดรัฐประหาร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/644010

วันที่ 29 ม.ค. 2564 เวลา 17:12 น.การเมืองเมียนมาตึงเครียดจุดกระแสเกิดรัฐประหารกระแสรัฐประหารในเมียนมามาแรงหลังความสัมพันธ์รัฐบาลพลเรือนและกองทัพตึงเครียด

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า หลังจากการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 8 พ.ย.ปีที่แล้วซึ่งพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย หรือเอ็นแอลดีของอองซานซูจีชนะการเลือกตั้งและได้ที่นั่งในสภาเพิ่มขึ้น ความตึงเครียดระหว่างรัฐบาลพลเรือนและกองทัพเมียนมาก็เกิดขึ้น

กองทัพไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง โดยอ้างว่าเกิดการโกงการเลือกตั้ง และประกาศว่าจะเคลื่อนไหวหากข้อร้องเรียนเรื่องการเลือกตั้งไม่ได้รับการแก้ไข ทั้งที่คณะกรรมการการเลือกตั้งยืนยันแล้วว่าการเลือกตั้งครั้งล่าสุดโปร่งใส

อีกทั้งโฆษกของกองทัพยังไม่ยอมยืนยันว่าทหารจะไม่ทำรัฐประหาร ขณะที่ มินอ่องหล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดกองทัพเมียนมายังเสนอให้ล้มรัฐธรรมนูญ จนเกิดความวิตกว่ากองทัพจะทำรัฐประหาร

ล่าสุด อันโตนิโอ กูเตร์เรส แถลงการณ์ว่า กำลังจับตาดูสถานการณ์ในเมียนมาด้วยความกังวลอย่างยิ่ง และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายงดเว้นการกระทำใดๆ ที่จะเป็นการยั่วยุปลุกปั่น นำคนออกมาประท้วง ยึดมั่นต่อบรรทัดฐานประชาธิปไตย และเคารพผลการเลือกตั้ง

ขณะเดียวกัน สถานทูตประเทศตะวันตกหลายประเทศ อาทิ ออสเตรเลีย อังกฤษ แคนาดา สหภาพยุโรป และสหรัฐ ออกแถลงการณ์ร่วมเรียกร้องให้กองทัพและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องยึดมั่นต่อบรรทัดฐานประชาธิปไตย ขอคัดค้านความพยายามใดๆ ในการเปลี่ยนแปลงผลการเลือกตั้งหรือขัดขวางการเปลี่ยนถ่ายประชาธิปไตยในเมียนมา