หลายประเทศไม่ไว้ใจประสิทธิภาพ ‘Sinovac’ ยังคลุมเครือ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/642543

วันที่ 12 ม.ค. 2564 เวลา 19:30 น.หลายประเทศไม่ไว้ใจประสิทธิภาพ 'Sinovac' ยังคลุมเครือหลายประเทศไม่เชื่อใจหลังข้อมูลด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัยของวัคซีนซิโนแวคจากจีนยังคงคลุมเครือ

บลูมเบิร์กรายงานว่าประสิทธิภาพของวัคซีนซิโนแวค (Sinovac) จากบริษัทซิโนแวค ไบโอเทค (Sinovac Biotech Ltd.) ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันในหลายประเทศเนื่องจากข้อมูลผลการทดสอบประสิทธิภาพของวัคซีนที่เผยเผยออกมาจากแต่ละแหล่งนั้นไม่ตรงกัน

โดยอินโดนีเซียกำลังเร่งดำเนินการแจกจ่ายวัคซีนซิโนแวคให้กับประชาชนโดยกล่าวว่าจากการทดลองวัคซีนในประเทศพบว่าซิโนแวคมีประสิทธิภาพในการต้านไวรัสโคโรนา 65% อย่างไรก็ตามมีประชาชนที่เข้าร่วมการทดลองในอินโดนีเซียเพียง 1,620 คนเท่านั้นซึ่งไม่เพียงพอต่อการยืนยันประสิทธิภาพของวัคซีน

ด้านตุรกีกล่าวเมื่อเดือนที่แล้วว่าจากผลการทดลองในตุรกีพบว่าวัคซีนดังกล่าวมีประสิทธิภาพถึง 91.25% แต่ผู้เข้าร่วมทดลองก็ยังน้อยเกินไปที่จะสรุปได้เช่นกัน

ขณะที่บราซิลซึ่งมีการทดลองที่ใหญ่ที่สุดของวัคซีนซิโนแวค โดยมีอาสาสมัครมากกว่า 13,000 คนได้เผยแพร่ผลการทดลองว่าวัคซีนดังกล่าวมีประสิทธิภาพในการต้านไวรัสโคโรนา 78% สำหรับกรณีที่ไม่รุนแรง และมีประสิทธิภาพ 100% สำหรับการติดเชื้อรุนแรงและปานกลาง

ข้อมูลข้างต้นส่งผลให้หลายประเทศเกิดความสับสนในประสิทธิภาพของวัคซีนและขณะนี้จีนกำลังพยายามที่จะทำให้ทั่วโลกยอมรับและเชื่อถือในซิโนแวคแม้ว่าจะมีการเปิดเผยข้อมูลจากการทดลองวัคซีนและข้อมูลด้านความปลอดภัยน้อยกว่าวัคซีนสัญชาติตะวันตกตัวอื่นๆ

โดยโฆษกของซิโนแวคปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นต่อผลการทดลองทั้งในบราซิล ตุรกี และอินโดนีเซีย โดยกล่าวว่าจะมีการเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมในสัปดาห์นี้

อย่างไรก็ตามศาสตราจารย์นิโคไล เปตรอฟสกี จากวิทยาลัยแพทยศาสตร์และการสาธารณสุขแห่งมหาวิทยลัยฟลินเดอร์สกล่าวว่า จีนกำลังพยายามอวดอ้างประสิทธิภาพของวัคซีนขณะที่หลายประเทศไม่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้

ศาสตราจารย์เปตรอฟสกีชี้ว่าผลการทดลองประสิทธิภาพของวัคซีนในบราซิลซึ่งได้ 78% นั้นมีการเปิดเผยข้อมูลว่าในอาสาสมัครส่วนหนึ่งจำนวน 220 คนที่ติดเชื้อมีอาสาสมัคร 160 คนที่ได้รับยาหลอก และอีก 60 คนได้รับวัคซีนจริง

ซึ่งหากแบ่งให้อาสาสมัครที่ได้รับยาหลอกและวัคซีนจริงมีจำนวนเท่าๆ กันประสิทธิภาพของวัคซีนจะออกมาเป็น 62.5% เท่านั้น

เรนะ แมคอินไทร์ หัวหน้าโครงการความปลอดภัยทางชีวภาพของสถาบันเคอร์บี้แห่งมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ระบุว่าการคำนวณต่างๆ ยังคงเป็นเพียงการคาดเดาเว้นแต่จะมีการเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมที่ได้รับการเผยแพร่ในวารสารทางวิทยาศาสตร์ที่ตรวจสอบแล้ว เช่น จำนวนอาสาสมัครทั้งหมดที่ได้รับยาหลอกและวัคซีนจริง

ด้านศาสตราจารย์เดวิด ฮุย ศาสตราจารย์ด้านเวชศาสตร์ระบบทางเดินหายใจแห่งมหาวิทยาลัยจีนในฮ่องกงกล่าวว่า วัคซีนซิโนแวคกำลังจะถูกจัดส่งไปยังฮ่องกงในเดือนนี้ แต่อย่างไรก็ตามทางบริษัทยังคงไม่เปิดเผยข้อมูลในการทดลองวัคซีนขั้นที่ 3

Photo by STR / AFP

เอาจริง! หน่วยรบอังกฤษซ้อมต่อสู้รับมือเอเลี่ยน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/642528

วันที่ 12 ม.ค. 2564 เวลา 18:00 น.เอาจริง! หน่วยรบอังกฤษซ้อมต่อสู้รับมือเอเลี่ยนทหารประจำหน่วยรบพิเศษ SAS ของอังกฤษกำลังฝึกซ้อมรับมือกับภัยคุกคามด้านต่างๆ รวมถึงมนุษย์ต่างดาว

เว็บไซต์เดลี่สตาร์ของสหราชอาณาจักรเผยว่าทหารประมาณ 20 นายประจำหน่วยรบพิเศษของกองทัพอังกฤษ “สเปเชียลแอร์เซอร์วิส” (Special Air Service) หรือ SAS ได้รับการฝึกให้รับมือกับภัยคุกคามในหลากหลายรูปแบบรวมถึงเตรียมพร้อมรับมือต่อการเผชิญหน้ากับสิ่งมีชีวิตจากนอกโลก

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า SAS ต้องเตรียมพร้อมรับมือกับภัยคุกคามทุกรูปแบบ ตั้งแต่ผู้ก่อการร้ายไปจนถึงอาวุธชีวภาพ ตลอดจนภัยคุกคามจากสิ่งมีชีวิตจากนอกโลก ซึ่งพวกเขาถูกฝึกฝนให้สามารถใช้อาวุธได้หลากหลายประเภท หนึ่งในนั้นคือการฉีดสเปรย์โฟมให้เป้าหมายแข็งตัวอย่างรวดเร็วเพื่อป้องกันไม่ให้ศัตรูเคลื่อนไหว

แหล่งข่าวยังกล่าวว่า แม้จะฟังดูเป็นเรื่องบ้าแต่อย่างไรก็ตามคนส่วนใหญ่เชื่อว่าสิ่งมีชีวิตจากนอกโลกนั้นมีอยู่จริง แม้แต่ไอน สไตน์ ยังไม่เชื่อว่าโลกจะเป็นดาวเคราะห์ดวงเดียวที่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่

เพราะฉะนั้นหากเราเชื่อว่ามนุษย์ต่างดาวมีอยู่จริงเราก็ต้องยอมรับว่าพวกเขาอาจเป็นภัยคุกคามหนึ่งต่อมวลมนุษยชาติ ดังนั้นจึงต้องมีการวางแผนรับมือกับภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้น โดยคาดว่า SAS ได้รับการฝึกร่วมกับหน่วยรบพิเศษของสหรัฐอเมริกา

Photo by FLORENT VERGNES / AFP

คิมเปิดคลังแสงอวดขีปนาวุธ ขู่ผู้นำสหรัฐคนใหม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/642510

วันที่ 12 ม.ค. 2564 เวลา 16:30 น.คิมเปิดคลังแสงอวดขีปนาวุธ ขู่ผู้นำสหรัฐคนใหม่คิมจองอึนประกาศขยายคลังอาวุธนิวเคลียร์รับไบเดนนั่งเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐ

บีบีซีรายงานว่าคิมจองอึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือได้ฉลองวันเกิดของเขาด้วยประกาศบัญชีอาวุธใหม่จำนวนมากซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ท้าทายเมื่อโจ ไบเดน เตรียมเข้ารับตำแหน่งเป็นประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐ

ที่สร้างความประหลาดใจก็คือคิมได้ประกาศรายการอาวุธโดยละเอียด อาทิ ขีปนาวุธระยะไกลที่แม่นยำยิ่งขึ้น หัวรบขนาดใหญ่พิเศษ ดาวเทียมสอดแนม และเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ และยังกล่าวอีกว่าเขาต้องการขีปนาวุธที่มีความสามารถในการโจมตีระยะไกลถึง 15,000 กิโลเมตร ซึ่งเป็นระยะไกลพอที่จะโจมตีสหรัฐ

ก่อนหน้านี้คิมยังได้ประกาศกร้าวว่าสหรัฐคือ “ศัตรูหมายเลขหนึ่ง” ของเกาหลีเหนือ แต่อย่างไรก็ตามคิมไม่ได้กล่าวถึงการตัดขาดทางการทูตแต่อย่างใด

อันกิต แพนด้า ผู้เขียนหนังสือเรื่อง Kim Jong Un and the Bomb ให้ความเห็นว่ารัฐบาลไบเดนควรให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง และไบเดนควรดำเนินการเจรจากับเกาหลีเหนือโดยเร็วที่สุด

พร้อมกล่าวว่า “การประกาศของคิมไม่ต้องสงสัยเลยว่ามีขึ้นเพื่อเน้นย้ำกับฝ่ายบริหารของสหรัฐว่าเกาหลีเหนือได้เพิ่มขีดความสามารถในรูปแบบที่เป็นอันตรายต่อสหรัฐและเกาหลีใต้”

ทั้งนี้ คิมและประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เคยพบกันสามครั้้งแต่พวกเขาไม่สามารถบรรลุข้อตกลงใดๆ ร่วมกันได้ ไม่ว่าจะเป็นข้อตกลงเพื่อยุติโครงการอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือหรือมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ

ส่งผลให้งานยากจึงไปตกที่ไบเดน และเกาหลีเหลือกำลังจับตามองว่าไบเดนจะสามารถดำเนินการได้ดีกว่าทรัมป์หรือไม่

ด้านประธานาธิบดีมุน แจอิน ของเกาหลีใต้ก็กล่าวในคำปราศัยเมื่อช่วงปีใหม่ที่ผ่านมาว่ายินดีที่จะเข้าพบเจรจากับผู้นำเกาหลีเหนือทุกที่ทุกเวลา และแสดงท่าทีบอกใบ้ว่าฝ่ายบริหารของไบเดนควรส่งสัญญาณต่อเกาหลีเหนือว่าสหรัฐยินดีที่จะพูดคุยด้วยเช่นกัน

Photo by KCNA VIA KNS / AFP

สหรัฐยืนยันไม่ไปไต้หวันหลังจีนขู่ทำสงคราม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/642512

วันที่ 12 ม.ค. 2564 เวลา 15:00 น.สหรัฐยืนยันไม่ไปไต้หวันหลังจีนขู่ทำสงครามสหรัฐยืนยัน ไมค์ ปอมเปโอ ไม่มีแผนเยือนไต้หวันหลังประกาศยกเลิกข้อจำกัดติดต่อกับไต้หวันส่งผลให้ความตึงเครียดกับจีนรุนแรงขึ้น

เซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์รายงานว่า เมื่อวันที่ 11 มกราคม กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐยืนยันว่าไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจะไม่เดินทางไปเยือนไต้หวัน หลังจากที่ก่อนหน้านี้สหรัฐประกาศยกเลิกมาตรการจำกัดในการติดต่อกับไต้หวันส่งผลให้ความตึงเครียดระหว่างจีนและสหรัฐยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น

นอกจากนี้ มอร์แกน ออร์ตากัส โฆษกกระทรวงการต่างประเทศทวีตว่าการเดินทางไปยุโรปครั้งต่อไปของปอมเปโอจะเป็นการเดินทางเยือนต่างประเทศครั้งสุดท้ายของเขาในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

พร้อมเสริมว่า ปอมเปโอยังไม่มีแผนที่จะเดินทางไปไต้หวันแต่เราจะยังคงในการสนับสนุนไต้หวันต่อไปในฐานะที่มีเศรษฐกิจที่ประสบความสำเร็จ มีประชาธิปไตยที่สดใส ซึ่งจะสร้างความดีงามบนโลกใบนี้

There are no plans to travel to #Taiwan this week but we will continue our consistent support for Taiwan as a successful market economy, vibrant democracy, and force for good in the world. https://t.co/K5JZzB8C7D

— Morgan Ortagus (@statedeptspox) January 11, 2021

ท่าทีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่หนังสือพิมพ์โกลบอลไทมส์ของจีนเตือนว่าหากปอมเปโอเยือนไต้หวันอีกครั้งอาจนำไปสู่สงคราม

ทั้งนี้ ปอมเปโอได้ออกแถลงการณ์เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาโดยระบุว่ารัฐบาลสหรัฐขอยกลิกข้อจำกัดทั้งหมดเกี่ยวกับการติดต่อระหว่างเจ้าหน้าที่ของสหรัฐและไต้หวัน เนื่องจากข้อจำกัดดังกล่าวนั้นมีขึ้นเพื่อพยายามเอาใจระบบคอมมิวนิสต์ของจีน และในอนาคตการติดต่อระหว่างสหรัฐและไต้หวันควรดำเนินการโดยสถานทูตสหรัฐในไต้หวันเท่านั้น

ขณะที่ จ้าว ลี่เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีนกล่าวว่าจีนขอประณามการเคลื่อนไหวของปอมเปโอ และจะยืนหยัดต่อสู้กับความพยายามใดๆ ก็ตามที่จะบ่อนทำลายผลประโยชน์ของจีน และการที่ต่างประเทศเข้ามาติดต่อกับไต้หวันนั้นถือเป็นการละเมิดอธิปไตยของจีน

Photo by NICHOLAS KAMM / AFP

เตือนลงทุนบิตคอยน์ระวังหมดตัวหลังผันผวนหนัก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/642515

วันที่ 12 ม.ค. 2564 เวลา 14:30 น.เตือนลงทุนบิตคอยน์ระวังหมดตัวหลังผันผวนหนักทางการอังกฤษเตือนนักลงทุนที่ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลโดยเฉพาะบิตคอยน์ให้ระวังสูญเงินทั้งหมด

สำนักงานกำกับตลาดการเงินอังกฤษ (FCA) เตือน ผู้ที่ลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล (cryptocurrency)โดยเฉพาะอย่างยิ่งบิตคอยน์ (bitcoin) หรือการลงทุนหรือให้กู้ยืมที่เกี่ยวข้องกับสกุลเงินดิจิทัลที่อ้างว่าจะให้ผลตอบแทนสูง ให้ระวังจะสูญเงินทั้งหมด เนื่องจากการลงทุนดังกล่าวมีความซับซ้อน ทำให้ผู้ลงทุนบางรายอาจไม่เข้าใจความเสี่ยงทั้งหมด ทั้งยังไม่มีการการันตีว่าสกุลเงินดิจิทัลทั้งหลายจะสามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ ส่งผลให้ผู้ลงทุนต้องตกอยู่ภายใต้กฎอุปสงค์และอุปทานของตลาด

“FCA ตระหนักว่า บริษัทบางแห่งกำลังเสนอการลงทุนในรูปสกุลเงินดิจิทัล หรือปล่อยกู้ หรือให้มีการลงทุนในสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับสกุลเงินดิจิทัลที่ให้ผลตอบแทนสูง ซึ่งถ้าผู้บริโภคเข้าลงทุนในผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ก็ควรเตรียมตัวที่จะสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด” FCA ระบุ

คำเตือนดังกล่าวมีขึ้นหลังจากเกิดความผันผวนในตลาดเงินดิจิทัล จากข้อมูลของ CoinMarketCap ผู้ให้บริการข้อมูลสกุลเงินดิจิทัลระบุว่า เมื่อเวลา 22.30 น.ของวันจันทร์ตามเวลาประเทศไทย มูลค่าตลาดของสกุลเงินดิจิทัลร่วงลงเหลือ 900,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หลังจากทะยานขึ้นไปถึง 1.1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐก่อนหน้านี้ หรือหายไปถึง 200,000 ล้านเหรียญสหรัฐในเวลา 24 ชั่วโมง

และแน่นอนว่าส่งผลกระทบไปถึงสกุลเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างบิตคอยน์ด้วย โดยบิตคอยน์ร่วงอย่างต่อเนื่องมาอยู่ที่ 30,200 เหรียญสหรัฐ หลังจากทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 42,000 เหรียญสหรัฐ หรือลดลง 28% เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้มูลค่าในตลาดหายไปถึง 125 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือตกลง 17% ในช่วงเวลา 24 ชั่วโมง

การร่วงของบิตคอยน์เกิดขึ้นหลังจากหนังสือพิมพ์ Sunday Times ของอังกฤษรายงานว่า บรรดาธนาคารรวมทั้ง HSBC เตรียมออกกฎห้ามไม่ให้โอนเงินจากการแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลในประเทศ

ที่ผ่านมาบิตคอยน์เป็นที่นิยมของนักลงทุนทั่วโลก เนื่องจากมองว่าเป็นช่องทางการลงทุนเพื่อหนีภาวะเงินเฟ้อ ทว่ามีผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าสกุลเงินดิจิทัลนี้อาจนำมาสู่ปัญหา และเงินบิตคอยน์ก็ไม่มีมูลค่าในตัวเอง

ไมรอน จ็อบสัน จากแพลตฟอร์มการลงทุนออนไลน์ Interactive Investor ระบุว่า ที่น่าห่วงคือบรรดานักลงทุนแมงเม่า ที่มักจะกระโดดเข้ากองไฟโดยไม่ดูให้ดี จนตกเป็นเหยื่อการตลาดที่นำกราฟที่พุ่งขึ้นมาเป็นเหยื่อล่อ ยอมลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลที่มีความซับซ้อมสูง ความเสี่ยงสูง และเป็นการลงทุนที่ค่อนข้างใหม่

ด้านไมเคิล อาร์ทเน็ตต์ หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนของธนาคาร Bank of America Securities เตือนว่า บิตคอยน์ถือเป็น “มารดาของฟองสบู่ทั้งปวง”

ทรัมป์ไฟเขียวประกาศภาวะฉุกเฉินวอชิงตัน ดี.ซี. รับมือม็อบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/642520

วันที่ 12 ม.ค. 2564 เวลา 13:15 น.ทรัมป์ไฟเขียวประกาศภาวะฉุกเฉินวอชิงตัน ดี.ซี. รับมือม็อบโดนัลด์ ทรัมป์อนุมัติประกาศภาวะฉุกเฉินกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เตรียมพร้อมม็อบป่วนพิธีสาบานตนไบเดน

เว็บไซต์ของทำเนียบขาวแถลงว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์อนุมัติการประกาศภาวะฉุกเฉินในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. หลังจากที่หลายฝ่ายเตือนถึงภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นจากกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงก่อนพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีของโจ ไบเดนในวันที่ 20 มกราคมนี้

โดยประกาศภาวะฉุกเฉินมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 11 มกราคม ถึง 24 มกราคม

ทั้งนี้ ทรัมป์มอบหมายให้สำนักงานจัดการภาวะฉุกเฉินของรัฐบาลกลางสหรัฐ (FEMA) ประสานงานเพื่อบรรเทาสาธารณภัยที่เกิดขึ้นกับประชาชนในพื้นที่จากสถานการณ์ฉุกเฉินและให้ความช่วยเหลือที่จำเป็น

รวมถึงปกป้องทรัพย์สินและความปลอดภัยของประชาชนเพื่อลดหรือหลีกเลี่ยงภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.

นอกจากนี้ FEMA จะทำหน้าที่ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ ยุทโธปกรณ์ และทรัพยากรที่จำเป็นเพื่อบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ฉุกเฉินโดยจะได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลกลาง

เช่นเดียวกับสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐ (FBI) ที่ออกคำเตือนก่อนหน้านี้ว่ากลุ่มผู้สนับสนุนทรัมป์อาจมีการเดินขบวนประท้วงพร้อมอาวุธเพื่อต่อต้านไบเดนในทั้ง 50 รัฐรวมถึงกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ระหว่างวันที่ 16 ถึง 20 มกราคมนี้

AFP PHOTO / NICHOLAS KAMM

สิงคโปร์ผลักดัน ‘อั่งเปาออนไลน์’ รับกระแสสังคมไร้เงินสด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/642481

วันที่ 12 ม.ค. 2564 เวลา 12:00 น.สิงคโปร์ผลักดัน 'อั่งเปาออนไลน์' รับกระแสสังคมไร้เงินสดสิงคโปร์รณรงค์ให้ประชาชนหันมาแจกและรับอั่งเปาออนไลน์ในช่วงเทศกาลตรุษจีนเพื่อลดมลพิษจากการพิมพ์ธนบัตรใหม่

บลูมเบิร์กรายงานว่าประเพณีการแจกอั่งเปาในช่วงเทศกาลตรุษจีนนั้นธนาคารต้องพิมพ์ธนบัตรใหม่จำนวนมากซึ่งสร้างมลพิษไม่ต่างจากการชาร์จสมาร์ทโฟน 5.7 ล้านเครื่องเป็นเวลา 5 วัน สิงคโปร์จึงได้ผลักดันการแจกอั่งเปาออนไลน์

โดยองค์การเงินตราแห่งประเทศสิงคโปร์ (Monetary Authority of Singapore) ซึ่งมีสถานะเป็นธนาคารกลางของประเทศระบุว่าการผลิตธนบัตรใหม่สำหรับเทศกาลตรุษจีนสร้างการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ประมาณ 330 ตันในแต่ละปี

จึงได้มีการรณรงค์ให้ประชาชนหันมาแจกอั่งเปาในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์แทนการให้เงินใส่ซองซึ่งนอกจากจะสามารถมอบให้กันได้ในระยะไกลแล้วยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและลดปริมาณในการพิมพ์ธนบัตรใหม่อีกด้วย

เบอร์นาร์ด วี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการองค์การเงินตราแห่งประเทศสิงคโปร์แถลงว่า “อั่งเปาออนไลน์จะช่วยลดการรอคิวที่ธนาคารและยังช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์”

สำหรับผู้ที่ต้องการธนบัตรใหม่เพื่อแจกในเทศกาลตรุษจีนในวันที่ 12 กุมภาพันธ์นี้ จะต้องทำการจอล่วงหน้าผ่านธนาคาร เว้นแต่ผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปและผู้พิการ

เช่นเดียวกับประเทศจีนที่เริ่มมีการแจกอั่งเปาออนไลน์แล้ว โดยมีจำนวนผู้ใช้ฟีเจอร์แจกและรับอั่งเปาทางแอปพลิเคชันวีแชท (We Chat) ในช่วงเทศกาลตรุษจีนเพิ่มขึ้นเป็น 823 ล้านคนในปี 2019 ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 688 ล้านคนในปี 2018

ส่อวุ่นอีก! FBI เตือนกลุ่มหนุนทรัมป์เตรียมประท้วงทั่วประเทศ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/642509

วันที่ 12 ม.ค. 2564 เวลา 10:15 น.ส่อวุ่นอีก! FBI เตือนกลุ่มหนุนทรัมป์เตรียมประท้วงทั่วประเทศกลุ่มหนุนทรัมป์เตรียมนัดรวมตัวป่วนพิธีสาบานตนของ โจ ไบเดน

สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐ (FBI) เตือนว่า กลุ่มผู้สนับสนุนประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมรวมตัวประท้วงอีกครั้งพร้อมอาวุธที่ศาลาว่าการของแต่ละรัฐทั้ง 50 แห่งและที่อาคารรัฐสภาในกรุงวอชิงตันดี.ซี. ระหว่างวันที่ 16-20 ม.ค.นี้ ซึ่งเป็นช่วงก่อนและระหว่างที่ โจ ไบเดน จะทำพิธีสาบานตนรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ

ความหวั่นวิตกดังกล่าวทำให้มีคำสั่งเพิ่มการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยทั้งรัฐบาลกลาง ทางการแต่ละรัฐและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นต่างเตรียมพร้อมรับมือเหตุการณ์ความรุนแรงหลังจากการบุกอาคารรัฐสภาเมื่อสัปดาห์ที่แล้วจนมีผู้เสียชีวิต 5 รายรวมทั้งตำรวจรัฐสภา

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายจากรัฐเวอร์จิเนีย แมริแลนด์ และนิวเจอร์ซีจะถูกส่งไปประจำในกรุงวอชิงตันดี.ซี.ในวันสาบานตน ส่วนกรมตำรวจนิวยอร์กจะส่งเจ้าหน้าที่ 200 นายไปช่วย ขณะที่กองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิ (National Guard) วางแผนเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ไว้ราว 15,000 นายสำหรับวันดังกล่าว

นอกจากนี้ FBI ยังระบุว่า มีการข่มขู่ว่าจะก่อจลาจลหากทรัมป์ถูกถอดถอนด้วยบทแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่ 25 (25th Amendment) ก่อนพิธีสาบานตนในวันที่ 20 ม.ค. รวมทั้งขู่ว่าจะทำร้ายไบเดน และคามาลา แฮร์ริสด้วย

อย่างไรก็ดี ไบเดนเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ไม่กลัวที่จะเข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่ง และคาดหวังว่าพิธีดังกล่าวจะจัดขึ้นกลางแจ้งตามธรรมเนียมที่เคยปฏิบัติมา

มาเลย์เอาไม่อยู่ กษัตริย์ประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วประเทศ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/642505

วันที่ 12 ม.ค. 2564 เวลา 09:01 น.มาเลย์เอาไม่อยู่ กษัตริย์ประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วประเทศกษัตริย์มาเลเซียประกาศภาวะฉุกเฉินเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด -19

สมเด็จพระราชาธิบดีอับดุลละฮ์ ชะฮ์ของมาเลเซียทรงใช้พระราชอำนาจประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วประเทศเพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของโควิด -19

สถานการณ์ฉุกเฉินจะดำเนินไปจนถึงวันที่ 1 สิงหาคมหรือเร็วกว่านั้นขึ้นอยู่กับสถานะของการติดเชื้อโคโรนาไวรัส สำนักพระราชวังกล่าวในแถลงการณ์

“อัล-สุลต่านอับดุลละฮ์ทรงมีความเห็นว่าการแพร่ระบาดของโควิด -19 อยู่ในขั้นวิกฤตและมีความจำเป็นต้องประกาศภาวะฉุกเฉิน” สำนักพระราชวังกล่าว

นายกรัฐมนตรีมุฮ์ยิดดิน ยัซซิน ขอให้สมเด็จพระราชาธิบดีทรงประกาศภาวะฉุกเฉิน เพื่อเป็นมาตรการเชิงรุกเพื่อลดจำนวนผู้ติดเชื้อ

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา มุฮ์ยิดดิน ยัซซินได้ประกาศห้ามการเดินทางทั่วประเทศและการล็อคดาวน์14 วันในเมืองหลวงกัวลาลัมเปอร์และใน 5 รัฐโดยกล่าวว่าระบบการรักษาพยาบาลของประเทศอยู่ในจุดที่แบกรับไม่ไหวแล้ว 

จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ในมาเลเซียพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในสัปดาห์ที่แล้วซึ่งทะลุ 3,000 รายเป็นครั้งแรก ผู้ติดเชื้อทั้งหมดทะลุ 138,000 รายในวันจันทร์โดยมีผู้เสียชีวิต 555 ราย

Photo by Handout / Malaysia National Palace / AFP

“เมียนมา”ยังพบผู้ติดโควิดต่อเนื่อง ยอดสะสมพุ่งกว่า 1.3 แสนราย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/642503

วันที่ 12 ม.ค. 2564 เวลา 08:54 น."เมียนมา"ยังพบผู้ติดโควิดต่อเนื่อง ยอดสะสมพุ่งกว่า 1.3 แสนรายเมียนมายังพบผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่ในประเทศต่อเนื่อง ล่าสุดพบเพิ่มอีก 582 ราย ส่งผลให้ยอดสะสมอยู่ที่ 131,185 ขณะที่ผู้เสียชีวิตสะสมอยู่ที่ 2,858 ราย

กระทรวงสาธารณสุขและการกีฬาของเมียนมา รายงานว่า ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา พบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายใหม่ในประเทศจำนวน 582 ราย ส่งผลให้ขณะนี้เมียนมามีจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 สะสมอยู่ที่ 131,186 ราย และมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 12 ราย ส่งผลให้ยอดสะสมอยู่ที่ 2,858 ราย

รายงานข่าวระบุว่า จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในเมียนมาได้เพิ่มขึ้นจำนวนมาก หลังจากที่มีการตรวจพบผู้ติดเชื้อเป็นครั้งแรก 2 รายในวันที่ 23 มี.ค.2563

ด้าน กระทรวงการต่างประเทศของเมียนมาประกาศขยายเวลาห้ามชาวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศจนถึงวันที่ 31 ม.ค.64 จากเดิมมีกำหนดสิ้นสุดลงในวันที่ 31 ธ.ค.63 เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19