งานหัตถศิลป์ งานช่างสิบหมู่ กับ Thai Craft Studio เป็นการนำประติมากรรมพระพุทธรูปและองค์เทพตามความเชื่อของไทยที่หาชมได้ยาก จัดแสดงให้ชม ระหว่างวันที่ 1 – 30 เมษายน และหลังจากนั้นจะเปลี่ยนผลงานให้ทุกได้ชมอย่างต่อเนื่อง ณ Arts Way ชั้น M
โซนที่ 5 “LIGHTING INSTALLATION & MAPPING ON THE BIG GIANT TREE WITH THE GLASS SCREENS” แสงสิเนหา ณ แรกรัก สัมผัสงานอาร์ตกับการจัดแสดงแสงไฟนับพันดวง ที่ประดับ ประดาบริเวณสนามหญ้า และต้นไม้ยักษ์ พร้อมตื่นตาตื่นใจกับเทคนิค “Glass Screens”
งาน “Doraemon Run” แบ่งการวิ่งออกเป็น 2 ระยะ ได้แก่ Family Fun Run ระยะทาง 5 กิโลเมตร และ Mini Marathon 10 กิโลเมตร เริ่มต้นออกสตาร์ตวิ่งสนามแรกที่ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ วันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม 2567 เปิดขายบัตรแล้ว 2 ราคา ผู้ใหญ่ 750 บาท และเด็กอายุไม่เกิน 12 ปี ราคา 450 บาท สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Page: Doraemon Run Thailand หรือ Add Line: @Runonline
เสื้อสำหรับงาน Doraemon Run
สำหรับงาน Doraemon Run จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2015 ที่ Sanchong Taipei Metropolitan Park เมืองนิวไทเป ไต้หวัน ซึ่งครั้งนั้นมีนักวิ่งจากไต้หวัน ฮ่องกง และญี่ปุ่น ร่วมงานอย่างคึกคักกว่า 14,000 คน
การจัดงานครั้งที่สองมีขึ้นในปีถัดมาปี 2016 ในชื่อ “Doraemon Run Hong Kong” จัดขึ้นเพื่อระดมทุนให้ Hong Kong Angelman Syndrome Foundation ซึ่งสร้างปรากฏการณ์บัตร Sold out ภายใน 1 ชั่วโมงหลังการเปิดขาย สำหรับประเทศไทยจะเกิดขึ้นในปีนี้ นับเป็นการจัดงานครั้งแรกในประเทศไทย และครั้งที่ 3 ของโลก
จากเหตุการณ์ข้างต้นทำให้พนักงาน และผู้คนเกิดเทรนด์ในการทำงานจากที่ไหนก็ได้ (Work From Anywhere) มากขึ้น และเริ่มผันตัวเองเป็น Digital Nomad ที่เป็นกลุ่มคนที่แสวงหาความท้าทายในชีวิตด้วยรูปแบบงานใหม่ๆ
ประชากรในรูปแบบ Digital Nomad คือ ผู้ที่ทำงานอิสระพร้อมกับเดินทางท่องเที่ยวไปตามสถานที่ต่างๆ โดยมีที่ทำงานเป็นร้านกาแฟ สถานที่ท่องเที่ยว หรือ Co-working Space โดยใช้อุปกรณ์ที่สามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตไร้สายในการทำงานเป็นหลัก
การที่ญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับ กลุ่มคน Digital Nomad มากยิ่งขึ้น เพราะคนกลุ่มนี้ต่างจากพนักงาน Freelance ทั่วไป โดยมักจะเป็นนักเดินทางที่มีการเดินทางท่องเที่ยวไปพร้อมๆ กับการทำงานผ่านระบบออนไลน์ นอกจากนี้ยังมีความต่างจาก Expatriate ในหลายจุด อาทิ ลักษณะงานที่เป็นอิสระ ไม่ยึดติดกับพื้นที่สำนักงาน ทำให้กลุ่ม Digital Nomad มีลักษณะคล้ายไปกับนักท่องเที่ยวมากกว่า เป็นการทำงานที่เรียกว่า Remote Work อย่างเต็มรูปแบบ
ผนวกกับสถิติของ The Rise of Global Digital Jobs กล่าวว่า ปัจจุบันทั่วโลกมีผู้คนทั้งหมด 73 ล้านคน ที่สามารถทำงานที่ไหนก็ได้ (Remote Work) อย่างเต็มรูปแบบ และในปี 2023 จะมีจำนวนคนที่ทำงานในรูปแบบนี้เพิ่มขึ้นเป็น 90 ล้านคน
สาเหตุนี้เองทำให้ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองญี่ปุ่น ได้พิจารณาการออกวีซ่าแบบใหม่ให้ผู้ที่ประกอบอาชีพแบบ Digital Nomad เพื่อที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศ และยังเป็นแรงขับเคลื่อนในการพัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยี เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวในกลุ่ม Digital Nomad ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อใช้เป็นแรงจูงใจในการดึงดูดพนักงานทักษะสูง เจ้าของบริษัทต่างชาติ รวมถึงเหล่ายูทูบเบอร์ ให้เข้ามามากขึ้นนั่นเอง