โจทย์ใหญ่ Bangkok Design Week 2024 คนยิ่งทำ..เมืองยิ่งดี..กรุงเทพฯน่าอยู่กว่าที่เคย

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2756490

โจทย์ใหญ่ Bangkok Design Week 2024 คนยิ่งทำ..เมืองยิ่งดี..กรุงเทพฯน่าอยู่กว่าที่เคย

20 ม.ค. 2567 05:30 น.

โจทย์ใหญ่ Bangkok Design Week 2024 คนยิ่งทำ..เมืองยิ่งดี..กรุงเทพฯน่าอยู่กว่าที่เคย

กลับมาสร้างสีสันให้กรุงเทพฯ อีกครั้ง ในฐานะเมืองกิจกรรมที่ไม่เคยหลับใหล เปิดปีใหม่มาก็คอนเสิร์ตฉ่ำ อีเวนต์ไม่เว้นแต่ละวัน ล่าสุดถึงคิวเทศกาลของคนรักงานดีไซน์ “Bangkok Design Week 2024” ที่จะมาสร้างความคึกคักทั่วทุกพื้นที่ของเมืองกรุง ภายใต้ธีม “Livable Scape คนยิ่งทำ เมืองยิ่งดี” ระหว่างวันที่ 27 มกราคม ถึง 4 กุมภาพันธ์นี้

ปีนี้ถือเป็นปีที่มีโปรแกรมจัดแสดงเยอะและหลากหลายที่สุดตั้งแต่เคยมีมา กระหน่ำทีเดียวกว่า 500 โปรแกรมจัดแสดง โดยครอบคลุมทั้งในหมวด SHOWCASE, MUSIC & PER FORMING, WORKSHOP, TOUR, TALK, EVENT และ MARKET ให้ทุกคนได้มาอัปเดตเทสต์เสพงานดีไซน์แบบจุใจตลอด 9 วัน เพื่อร่วมกันสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กรุงเทพฯน่าอยู่กว่าที่เคย

ความพิเศษยังอยู่ที่พื้นที่จัดแสดงจัดเต็มถึง 15 ย่าน ครอบคลุมทั่วกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเดินไปทางไหน ในช่วงเทศกาล ก็เหมือนได้เดินงาน “Bangkok Design Week 2024” เพราะปีนี้จัดพร้อมกันถึง 15 ย่านทั่วกรุงเทพฯ เพื่อให้เข้าถึง ทุกคนในเมืองได้อย่างทั่วถึง นำทีม โดยคนในพื้นที่ที่ต่างหยิบยกเอาของดีประจำย่านออกมานำเสนอ ผ่านความคิดสร้างสรรค์และงานออกแบบ มีทั้งการเล่าเรื่องของ ย่านผ่านแพลตฟอร์มที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน, การเปลี่ยนประวัติศาสตร์ในชุมชนให้กินได้ และการเปิดตัวพื้นที่ Unseen ในย่านที่ไม่มีใครเคยเห็น ที่จะทำให้ทุกคนได้เห็นแต่ละย่านในมุมใหม่ๆ ที่ต่างกันออกไป จนต้องอุทานว่ากรุงเทพฯมีอะไรแบบนี้ด้วยเหรอ? จะน่าสนุกขนาดไหน ถ้าเราได้สำรวจเมืองมุมใหม่กับไกด์ประจำย่าน ที่จะพาเราเข้าทุกซอกออกทุกซอยไปทำความรู้จักกับเมืองแบบเจาะลึก ผ่านโปรแกรมท่องเที่ยวจากย่านสร้างสรรค์ทั่วกรุงเทพฯที่มีให้เลือกทั้งทริปเดินเล่น, เดินกิน, ปั่นจักรยาน ไปจนถึงทริปทางน้ำ

ปีนี้ทีมผู้จัดเทศกาลยังร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร เพื่อรวมไอเดียแก้ไขปัญหาจากโจทย์จริงของ กทม. และมอบโจทย์ให้เหล่านักสร้างสรรค์ได้มาร่วมคิด ทำ เพื่อแก้ไข ปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในเมือง ผ่านงานออกแบบหลากหลายศาสตร์ เราจะได้เห็นไอเดียดีๆที่ถูกคิดมาเพื่อทำให้กรุงเทพฯเป็น เมืองน่าอยู่ยิ่งขึ้น แถมยังได้ทดลอง ใช้งาน และมอบ ฟีดแบ็ก เพื่อ พัฒนางานออกแบบให้สมบูรณ์และยั่งยืนในอนาคต

เรียกได้ว่าเทศกาลครั้งนี้คือผลลัพธ์ของการจับมือกันจากหลากหลายภาคส่วนคึกคักกว่าทุกปีที่ผ่านมา ตั้งแต่กรุงเทพมหานคร, หน่วยงานรัฐ, หน่วยงานเอกชน, สถานศึกษา, นักสร้างสรรค์, คนในพื้นที่ รวมไปถึงคนทั่วไปที่พร้อมร่วมใจกันระดมความคิดสร้างสรรค์ เพื่อขับเคลื่อนเมืองไปข้างหน้า โดยไม่ปล่อยให้เป็นแค่หน้าที่ของคนใดคนหนึ่ง

ทั้งหมดนี้เป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นของเทศกาล “Bangkok Design Week 2024” ภายใต้ธีม “Livable Scape คนยิ่งทำ เมืองยิ่งดี” บอกเลยว่าไม่น่าพลาดจริงๆ.

เปิดพิกัด 5 จังหวัด ชมดอกนางพญาเสือโคร่ง ไปเที่ยวเหนือต้องปักหมุดที่ไหน

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2756002

เปิดพิกัด 5 จังหวัด ชมดอกนางพญาเสือโคร่ง ไปเที่ยวเหนือต้องปักหมุดที่ไหน

17 ม.ค. 2567 19:35 น.

เปิดพิกัด 5 จังหวัด ชมดอกนางพญาเสือโคร่ง ไปเที่ยวเหนือต้องปักหมุดที่ไหน

ดอกนางพญาเสือโคร่ง หรือที่มักจะเรียกกันว่าเป็น “ซากุระเมืองไทย” ถึงฤดูกาลผลิบานให้เหล่านักท่องเที่ยวได้ไปดื่มด่ำบรรยากาศกันปีละครั้งที่ภาคเหนือของไทย สำหรับปีนี้มีที่ไหนให้น่าไปเช็กอินถ่ายรูปบ้าง เรารวมมาให้แล้ว

ในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ ของทุกปีเป็นฤดูกาลที่ภูเขาทางภาคเหนือ ไม่ว่าจะลูกเล็กลูกใหญ่จะถูกแต่งแต้มด้วยความสดใสของสีชมพูพาสเทล ดูละมุนน่ารัก ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวจากทั่วทุกสารทิศเดินทางมาชื่นชมความงดงามของซากุระเมืองไทย หรือดอกนางพญาเสือโคร่ง ที่พร้อมใจกันเบ่งบานแต่งแต้มสีสันอวดโฉมต่อสายตานักท่องเที่ยว กลายเป็นจุดเช็กอินที่ต้องเดินทางมาสัมผัสด้วยตัวเองสักครั้ง โดยในปีนี้ ททท. ภูมิภาคภาคเหนือ มีเส้นทางตามล่าเสือที่สุดโรแมนติกใน 5 จังหวัด 26 เส้นทาง ให้ทุกคนได้ออกไปสัมผัสประสบการณ์ “สุขทันที…ที่เที่ยวเหนือ” ก่อนออกเดินทางสามารถโทรสอบถามข้อมูลการบานของดอกนางพญาเสือโคร่งได้ที่ ททท. สำนักงานในแต่ละพื้นที่

ดอกนางพญาเสือโคร่ง จังหวัดเชียงใหม่

  1. สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง และไร่ชา 2000 ตำบลแม่งอน อำเภอฝาง
  2. โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ตำบลเมืองแหง อำเภอเวียงแหง
  3. ป่าสนวัดจันทร์ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ตำบลบ้านจันทร์ อำเภอกัลยาณิวัฒนา
  4. ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง) ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง
  5. สะพานซากุระ ขุนวาง ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง
  6. ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ หน่วยย่อยแม่จอนหลวง ตำบนแม่นาจร อำเภอแม่แจ่ม
  7. ดอยค้ำฟ้า อุทยานแห่งชาติผาแดง ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว
  8. สถานีวิจัยเกษตรสันป่าเกี๊ยะ ดอยแม่ตะมาน ตำบลแม่นะ อำเภอเชียงดาว
  9. หน่วยพิทักษ์ป่าขุนห้วยแม่กอก เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว ตำบลเชียงดาว อำเภอเชียงดาว
  10. หน่วยวิจัยต้นน้ำขุนแม่ยะ ตำบลป่าแป๋ อำเภอแม่แตง
  11. อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง ตำบลกิ๊ดช้าง อำเภอแม่แตง
  12. สถานีวิจัยและศูนย์ฝึกอบรมเกษตรที่สูงขุนช่างเคี่ยน ตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม
  13. ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารี ตำบลบ้านหลวง อำเภอจอมทอง
  14. พระตำหนักดอยผาตั้ง อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ตำบลบ้านหลวง อำเภอจอมทอง

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงใหม่ หมายเลขโทรศัพท์ : 0 5324 8604 – 5

ดอกนางพญาเสือโคร่ง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

  1. ลีไวน์ รักไทย รีสอร์ท บ้านรักไทย ตำบลหมอกจำแป่ อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน
  2. ดอยขุนแม่ยะ ตำบลแม่ฮี้ อำเภอปาย
  3. ปางอุ๋ง ตำบลหมอกจำแป่ อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานแม่ฮ่องสอน หมายเลขโทรศัพท์ : 0 5361 2982 – 3

ดอกนางพญาเสือโคร่ง จังหวัดเชียงราย

  1. ดอยผาตั้ง ตำบลปอ อำเภอเวียงแก่น
  2. หน่วยจัดการต้นน้ำหงาว-งาว ตำบลปอ อำเภอเวียงแก่น
  3. โรงเรียนบรรพตวิทยา โรงเรียนบรรพตวิทยา อำเภอเวียงแก่น
  4. ดอยปางขอน ตำบลห้วยชมภู อำเภอเมืองเชียงราย
  5. ดอยช้าง ตำบลวาวี อำเภอแม่สรวย
  6. ดอยแม่สลอง ตำบลแม่สลองนอก อำเภอแม่ฟ้าหลวง

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงราย หมายเลขโทรศัพท์ : 0 5371 7433

ดอกนางพญาเสือโคร่ง จังหวัดน่าน

  1. หน่วยจัดการต้นน้ำขุนสถาน ตำบลสันทะ อำเภอนาน้อย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานน่าน หมายเลขโทรศัพท์ : 0 5471 1217 – 8

ดอกนางพญาเสือโคร่ง จังหวัดพิษณุโลก

  1. ภูลมโล อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ตำบลเนินเพิ่ม อำเภอนครไทย
  2. หมู่บ้านร่องกล้า อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ตำบลเนินเพิ่ม อำเภอนครไทย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพิษณุโลก หมายเลขโทรศัพท์ : 0 5525 2742 – 3

ข้อมูลอ้างอิง : ข่าวสารการท่องเที่ยวประเทศไทย

ชวนเที่ยวเทศกาล Colorful Bangkok Expo 2024 รวมพลคนสายศิลป์ กรุงเทพฯ 2567

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2755336

ชวนเที่ยวเทศกาล Colorful Bangkok Expo 2024 รวมพลคนสายศิลป์ กรุงเทพฯ 2567

15 ม.ค. 2567 17:32 น.

ชวนเที่ยวเทศกาล Colorful Bangkok Expo 2024 รวมพลคนสายศิลป์ กรุงเทพฯ 2567

ปักหมุดเที่ยวงานเทศกาลรับต้นปี 2567 งานที่คนรักงานศิลปะห้ามพลาด กับงาน Colorful Bangkok Expo 2024 ที่กรุงเทพมหานคร

งานเทศกาลที่รวมตัวกันของคนสายอาร์ต งานประจำปีของผู้ที่รักศิลปะต้องห้ามพลาด เทศกาลที่รวมศิลปินทุกแขนงให้มาช่วยกันแต่งแต้มสีสัน เติมชีวิตชีวาให้กับกรุงเทพมหานคร ในงาน “Colorful Bangkok Expo 2024”

สิ่งที่น่าสนใจในงาน Colorful Bangkok Expo 2024 คือการที่เหล่าศิลปิน และศิลปะในสาขาต่างๆ มาร่วมกันออกแบบงานอาร์ต และแต่งแต้มสีสันให้กับกรุงเทพมหานครแบบครบรส โดยทางกรุงเทพมหานครเปิดลานคนเมือง ซึ่งเป็นพื้นที่สร้างสรรค์ให้เหล่าคนทำงานด้านศิลปะร่วมสมัยได้มาจัดกิจกรรมมากมายให้ และนักท่องเที่ยวสามารถเข้าร่วมงานได้ฟรี

Colorful Bangkok Expo 2024 รับไม้ต่อมาจากปีที่แล้ว โดยปีนี้ทาง กรุงเทพมหานคร สัญญาว่าจะจัดเต็มมากกว่าเดิม ด้วยกิจกรรมอันหลากหลายให้ทุกคนให้มีส่วนร่วมที่สนุกสนาน 

ภายในงาน Colorful Bangkok Expo 2024 มีบูธโชว์เคสจากหน่วยงาน องค์กรด้านศิลปะการออกแบบ การจัดบูธจากศิลปินผู้สร้างสรรค์งานศิลป์ และบูธสินค้างานดีไซน์ หรืองานคราฟต์ ที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้อันหลากหลายของความคิดสร้างสรรค์มากกว่ากว่า 90 บูธ

ไฮไลต์กิจกรรมการแสดงต่างๆ ที่น่าสนใจในศาสตร์ศิลปะ ประกอบไปด้วย หนังกลางแปลง คอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง การออกบูธของศิลปิน การเสวนาเรื่องศิลปะในกรุงเทพฯ และนักสร้างสรรค์ รวมถึงการรังสรรค์ (Mapping) ศาลาว่าการกรุงเทพมหานครโฉมใหม่ ด้วยแสง และสีสัน ให้ออกมาอย่างยิ่งใหญ่ และสวยงาม

Colorful Bangkok Expo 2024 จัดขึ้นวันที่ 18-21 มกราคม 2567 ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป ณ ลานคนเมือง หน้าศาลาว่าการกรุงเทพฯ เข้าชมฟรี หากผู้ที่สนใจสามารถติดตามข่าวสาร และรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ bangkokartcity.

ข้อมูล และภาพ : bangkokartcity

ปักหมุดเที่ยวอุทยานแห่งชาติ ตามรอย ‘จอง และ คัลแลน’

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2755321

ปักหมุดเที่ยวอุทยานแห่งชาติ ตามรอย ‘จอง และ คัลแลน’

15 ม.ค. 2567 17:31 น.

ปักหมุดเที่ยวอุทยานแห่งชาติ ตามรอย ‘จอง และ คัลแลน’

เปิดโลเคชั่น สถานที่เที่ยวตามรอยของสองหนุ่มบล็อกเกอร์สายท่องเที่ยวชาวเกาหลีใต้ อย่าง ‘จอง และ คัลแลน’ ที่กำลังมาแรงที่สุดในขณะนี้ มีที่ไหนบ้าง

ถ้าพูดถึงบล็อกเกอร์สายท่องเที่ยวที่มาแรงที่สุด ณ ขณะนี้ คงหนีไม่พ้น จอง และ คัลแลน จากช่องยูทูบ “컬렌 Cullen HateBerry” ที่หากใครได้หลงเข้าไปในโลกของการท่องเที่ยวจากพวกเขาแล้ว ไม่สามารถหลุดพ้นออกมาได้ เนื่องจากความเป็นกันเองในแบบที่ไม่ต้องปรุงแต่ง มีความตลก เฮฮา ตามภาษาชาวต่างประเทศที่ยังไม่ค่อยเชี่ยวชาญในสถานที่ และภาษาไทยมากนั้น แต่นั่นเป็นสิ่งที่ทำให้ “คัลแลน-พี่จอง” กลายเป็นอีกหนึ่งผู้ทรงอิทธิพลทางโซเชียลมีเดีย และการท่องเที่ยวไทยอยู่ในปัจจุบัน 

สถานที่ท่องเที่ยวหลักๆ ของสองหนุ่มชาวเกาหลีใต้ที่เดินทางไปท่องเที่ยวอยู่บ่อยๆ คือ ‘อุทยานแห่งชาติ’ เป็นการท่องเที่ยวในสไตล์ ‘แบ็กแพ็กเกอร์’ ที่ทั้งสองหนุ่มนี้เดินทางไปท่องเที่ยวมาแล้วทั้งเมืองท่องเที่ยวหลัก และเมืองรอง จนทำให้กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช ต้องทาบทามมาเป็นพรีเซนเตอร์การท่องเที่ยว ซึ่งทั้งสองคนก็ยินดีช่วยประชาสัมพันธ์อุทยานฯ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เรียกได้ว่าได้ใจแฟนคลับไปอีกเต็มๆ 

ไทยรัฐออนไลน์ จึงนำข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวของ “จอง และ คัลแลน” ที่ได้รวบรวมไว้โดย อนุสาร อ.ส.ท. นำมาแชร์ให้นักท่องเที่ยว และแฟนคลับทุกคนได้ทดลองท่องเที่ยวตามรอยความสนุกกันพวกเขากัน

6 อุทยานแห่งชาติที่ จอง และ คัลแลน เคยเดินทางไป

  • ดอยอินทนนท์ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ 
  • หาดในยาง อุทยานแห่งชาติสิรินาถ จังหวัดภูเก็ต
  • น้ำตกถ้ำพระ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว จังหวัดบึงกาฬ
  • อุทยานแห่งชาติผาแต้ม จังหวัดอุบลราชธานี
  • ภูกระดึง อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จังหวัดเลย
  • เกาะหลีเป๊ะ อุทยานแห่งชาติตะรุเตา จังหวัดสตูล

4 อุทยานแห่งชาติ ‘ใกล้กรุงเทพ’ ที่ จอง และ คัลแลน เคยเดินทางไป

  • เขาใหญ่ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา
  • น้ำตกเอราวัณ อุทยานแห่งชาติเอราวัณ จังหวัดกาญจนบุรี
  • บ้านกร่าง อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี
  • น้ำตกตรอกนอง อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว จังหวัดจันทบุรี

ข้อมูล : อนุสาร อ.ส.ท.

ภาพ : cullen_hateberry

เกาหลีใต้ เตรียมผลักดันการท่องเที่ยวด้วย ‘วีซ่าพิเศษ’ สำหรับคนรัก K-Pop

https://www.thairath.co.th/lifestyle/life/2755240

เกาหลีใต้ เตรียมผลักดันการท่องเที่ยวด้วย ‘วีซ่าพิเศษ’ สำหรับคนรัก K-Pop

15 ม.ค. 2567 16:24 น.

เกาหลีใต้ เตรียมผลักดันการท่องเที่ยวด้วย ‘วีซ่าพิเศษ’ สำหรับคนรัก K-Pop

เกาหลีใต้ เตรียมนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วยวีซ่าพิเศษที่ออกให้สำหรับคนรักดนตรี K-Pop หลังจากที่วงการนี้กวาดรายได้มหาศาลเข้าประเทศ

กระแสเพลงและศิลปิน K-Pop ณ ปัจจุบันมาแรงเป็นอย่างมาก ซึ่งวงการนี้สามารถสร้างฐานแฟนคลับได้ทั่วโลก สามารถนำเม็ดเงินมหาศาลเข้าสู่ประเทศเกาหลีใต้ ด้วยการต่อยอดไปได้ในหลากหลายอุตสาหกรรม เรียกว่าเป็นหนึ่งใน Soft Power (ซอฟต์พาวเวอร์) ที่แท้จริงของทางเกาหลีใต้ ที่มีมูลค่าประมาณ 10 พันล้านดอลลาร์สหรัฐโดยประมาณ

เทรนด์ของ K-Pop ได้สร้างศิลปินชื่อดังที่มีชื่อเสียงก้องโลก ตัวอย่างเช่น BTS, NewJeans, NCT, EXO และอีกมากมายนับไม่ถ้วน ยืนยันได้ด้วยผลการค้นหาเพลงของพวกเขา ที่มียอดการค้นหามากที่สุดบนกูเกิลที่เป็นประวัติศาสตร์ของวงการดนตรีตลอด 25 ปีที่ผ่านมา

K-Pop จึงเป็นจุดเริ่มต้นในการพาประเทศเกาหลีใต้ ก้าวข้ามขีดจำกัด สร้างชื่อเสียง และทำให้คนทั่วโลกรู้จักกับวัฒนธรรมเกาหลีอื่นๆ เช่น ภาพยนตร์ และซีรีส์ที่มากด้วยคุณภาพอย่าง K-Series รวมถึงวัฒนธรรมอาหารเกาหลี ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้คนทั่วโลกสนใจไม่น้อย

สิ่งที่กล่าวไปข้างต้น เป็นเหตุผลหลักๆ ที่ทำให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกต้องการเดินทางไปท่องเที่ยวที่เกาหลีใต้เป็นจำนวนมาก ซึ่งมีอัตราฟื้นฟูที่รวดเร็วหลังจากโรคระบาด และมีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกๆ ปี 

รัฐบาลของเกาหลีใต้ จึงนำสิ่งที่เป็นประโยชน์เหล่านี้ มาผลักดันอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เพื่อโอกาสในการเติบโตทางเศรษฐกิจ ที่คาดการณ์ไว้ว่าจะเติบโตขึ้น 4.8% ต่อปีไปจนถึงปี 2575 มีอัตราเพิ่มขึ้น 1.8% ต่อปี แซงหน้า GDP รวมเดิม 

รัฐบาลจึงออกกลยุทธ์ในการประชาสัมพันธ์ประเทศ และส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วยวีซ่าพิเศษ สำหรับคนรัก K-Pop และ K-Culture ซึ่งมีชื่อเรียกว่า “Hallyu Visa (ฮันรยู วีซ่า)” แปลเป็นไทยว่า กระแสจากเกาหลี (Korean Wave) ซึ่งมีความหมายถึงวัฒนธรรมทั้งหมดที่สร้างชื่อเสียงให้ประเทศเกาหลีใต้

Hallyu Visa (ฮันรยู วีซ่า) เป็นนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลีใต้ มีไว้ให้สำหรับชาวต่างชาติที่ต้องการเดินทางท่องเที่ยว และมีส่วนรวมกับวัฒนธรรมเกาหลีในรูปแบบต่างๆ สามารถอยู่ได้ถึง 2 ปี โดยนักท่องเที่ยวจะต้องลงทะเบียนผ่านสถาบันศิลปะการแสดงในประเทศเกาหลีใต้ เพื่อทำการคัดเลือกด้วยตนเอง 

ส่วนรายละเอียด เงื่อนไข และข้อกำหนดในการคัดเลือกนั้น ยังคงต้องติดตามกันในปี 2567 นี้ ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป

ข้อมูล : worldeconomicforum

ภาพ : istock

ประวัติ บึงฉวาก จากบึงน้ำธรรมชาติสู่แหล่งเรียนรู้พันธุ์สัตว์ป่าของเหล่านักท่องเที่ยว

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2755142

ประวัติ บึงฉวาก จากบึงน้ำธรรมชาติสู่แหล่งเรียนรู้พันธุ์สัตว์ป่าของเหล่านักท่องเที่ยว

14 ม.ค. 2567 21:41 น.

ประวัติ บึงฉวาก จากบึงน้ำธรรมชาติสู่แหล่งเรียนรู้พันธุ์สัตว์ป่าของเหล่านักท่องเที่ยว

บึงฉวาก แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดสุพรรณบุรี มีประวัติและที่มาน่าสนใจอย่างไร ทำไมจึงกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวและพื้นที่เรียนรู้พันธุ์สัตว์ป่าได้

ประวัติบึงฉวาก

บึงฉวาก มีชื่อเต็มว่า บึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ เป็นบึงน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 2,700 ไร่ อยู่ห่างจากตัวเมืองสุพรรณบุรีประมาณ 64 กิโลเมตร เดิมเคยเป็นส่วนหนึ่งของสายน้ำท่าจีน เมื่อผ่านระยะเวลาและการทับถมของตะกอนดินโคลน จึงทำให้ส่วนหนึ่งของแม่น้ำแยกตัวออกมาเป็นบึงรูปโค้งมีขนาดใหญ่กินพื้นที่อำเภอเดิมบางนางบวช จังหลัดสุพรรณบุรี และอำเภอหันคา จังหวัดชัยนาท

บึงฉวากได้รับประกาศให้เป็นเขตห้ามล่าสัตว์มาตั้งแต่ ปี 2526 และในปี 2541 ได้รับการจัดให้เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับชาติ ตามอนุสัญญาแรมซาร์ที่ประเทศไทยเป็นภาคี เนื่องจากความหลากหลายของพันธุ์พืชและสัตว์ที่มีในบึง

ในปี 2537 จังหวัดสุพรรณบุรี ฯพณฯ บรรหาร ศิลปอาชา ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ จัดทำโครงการพัฒนาบึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงครองราชย์ครบ 50 ปี จึงมีการขุดลอกคลองบึงให้กักเก็บน้ำได้มากถึง 10 ล้านลูกบาศก์เมตร สามารถหล่อเลี้ยงเกษตรกรได้ 6,500 ไร่ และพัฒนาพื้นที่โดยรอบให้เป็นที่ตั้งของหน่วยงานต่างๆ คือศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่า กรมปศุสัตว์ อุทยานผักพื้นบ้านเพื่อการยังชีพ และสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำบึงฉวาก หรืออุโมงค์ปลาบึงฉวาก เป็นต้น

สำหรับโซนสวนสัตว์ของบึงฉวาก เป็นศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก ประกอบด้วย อาคารศูนย์บริการนักท่องเที่ยว จัดนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับการ เพาะเลี้ยงสัตว์ป่าชนิดต่างๆ การดูนก สภาพทางภูมิศาสตร์ ประวัติความเป็นมาของบึงฉวาก มีตู้จำลองระบบนิเวศ ห้องฉายสไลด์วีดิทัศน์

ด้านนอกอาคารมีกรงเลี้ยงนกขนาดใหญ่ มีพื้นที่ประมาณ 5 ไร่ สูง 25 เมตร ภายในกรงได้รับการตกแต่งให้ดูคล้ายสภาพธรรมชาติ ประกอบด้วยนกกว่า 45 ชนิด ที่น่าสนใจ ได้แก่ นกกาบบัว นกเป็ดแดง ไก่ฟ้าพญาลอ และไก่ฟ้าสีทอง มีการจำลองน้ำตกขนาดเล็กเอาไว้ภายในกรง เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสใกล้ชิดกับนกต่างๆ ที่ปล่อยให้มีชีวิตอยู่ในสภาพแบบธรรมชาติ นอกจากนี้ยังมีกรงเสือขนาดใหญ่ กรงเสือขนาดเล็ก มีเสือชนิดต่างๆ ให้ชม พร้อมสัตว์สวยงามอีกหลายชนิด

บึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ ตั้งอยู่ที่อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี เปิดทำการในจันทร์-ศุกร์ เวลา 10.00-17.00 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 09.00-18.00 น.

ข้อมูลอ้างอิง : ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน), สำนักงานจังหวัดสุพรรณบุรี

ภาพจาก : สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำบึงฉวากเฉลิมพระเกียรติฯ, สวนสัตว์บึงฉวาก จังหวัดสุพรรณบุรี

เจาะ 6 เทรนด์ท่องเที่ยว ปี 2024 ฉลาดเที่ยว..พึ่ง AI..หรูหราคุ้มค่าเงิน

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2754564

เจาะ 6 เทรนด์ท่องเที่ยว ปี 2024 ฉลาดเที่ยว..พึ่ง AI..หรูหราคุ้มค่าเงิน

13 ม.ค. 2567 05:30 น.

เจาะ 6 เทรนด์ท่องเที่ยว ปี 2024 ฉลาดเที่ยว..พึ่ง AI..หรูหราคุ้มค่าเงิน

ปี 2024 การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกยังคงฝากความหวังไว้กับ “การท่องเที่ยว” ภายหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้เกิดความปกติใหม่ไปทั่วทุกวงการ โดยเฉพาะแวดวงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ที่พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวได้เปลี่ยนโฉมหน้าไปอย่างไม่มีวันเหมือนเดิม ถือเป็นความท้าทายของผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่จะต้องเร่งพัฒนาธุรกิจท่องเที่ยวให้ตอบโจทย์กระแสการท่องเที่ยวยุคใหม่

จากการสำรวจพฤติกรรมนักท่องเที่ยวทั่วโลกของ Booking.com และ Expedia พบว่า เทรนด์ท่องเที่ยวของปี 2024 ที่จะมาแรง ประกอบด้วย 6 เทรนด์สำคัญ คือ

“หนีร้อนไปพึ่งเย็น” การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยต่อการตัดสินใจออกเดินทาง ปี 2023 หลายภูมิภาคทั่วโลกสัมผัสถึงปรากฏการณ์ “คลื่นความร้อน” รุนแรงที่สุดเป็นประวัติการณ์ ตั้งแต่ทวีปอเมริกาเหนือ, ยุโรป และเอเชีย โดยประเทศที่ได้รับผลกระทบรุนแรงคือ อิตาลี, สเปน, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, โปแลนด์, กรีซ, โครเอเชีย, จีน และญี่ปุ่น ปัจจัยดังกล่าวกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวหาทางหนีอากาศที่ร้อนอบอ้าวจากคลื่นความร้อนไปสู่สถานที่ที่เย็นกว่าเพื่อเยียวยาตนเอง ผลสำรวจพบว่า 56% ของนักท่องเที่ยวอยากจะเดินทาง “หนีร้อนไปพึ่งเย็น” เมื่ออุณหภูมิใกล้บ้านสูงขึ้น ทั้งนี้ สถานที่เย็นกว่าไม่ได้หมายถึงความเย็นแบบฤดูหนาว หรือหิมะ แต่ยังเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวทางน้ำ เช่น ทะเล, มหาสมุทร และกิจกรรมใต้น้ำ

“AI ผู้ช่วยการเดินทาง” นักท่องเที่ยวจะเปิดใจเลือกใช้งาน AI มากขึ้น ในฐานะผู้ช่วยการเดินทาง โดยข้อมูลจาก Expedia ระบุว่า นักท่องเที่ยวสนใจใช้ Generative AI วางแผนการเดินทางครั้งถัดไป จนกลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือจำเป็น เพื่อช่วยค้นหาโรงแรมที่พัก และ 1 ใน 3 จะใช้เพื่อเปรียบเทียบตัวเลือกเที่ยวบิน, โรงแรม และร้านอาหาร ความฉลาดของ AI ช่วยให้การจัดทริปท่องเที่ยวมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

“นักเฟ้นหาอาหาร” เรื่องกินเรื่องใหญ่จะกลายเป็นกระแสท่องเที่ยวอีกครั้ง 2 ใน 3 แสดงความสนใจชัดเจนที่จะออกเดินทางเพื่อสำรวจอาหาร โดยนักท่องเที่ยว 81% เผยว่า พวกเขามีความสนใจเรื่องอาหารพื้นเมือง และ 61% สนใจเรียนรู้ต้นกำเนิดของอาหารที่เคยทาน บ่งบอกความแรงของเทรนด์ตะลุยชิม

“หรูหรา คุ้มค่าเงิน” นักท่องเที่ยวยุคใหม่เต็มใจจ่ายเงิน เพื่อลองประสบการณ์ท่องเที่ยวสุดพิเศษ โดยปี 2024 “ความคุ้มค่าเงิน” จะมีน้ำหนักมากขึ้นสำหรับการพิจารณาเลือกแผนการท่องเที่ยว การยกระดับประสบการณ์ด้วยราคาสบายกระเป๋า จึงถือเป็นโอกาสของผู้ประกอบการท่องเที่ยว อยากคว้าใจนักเดินทางฉลาดเที่ยวต้องนำเสนอแพ็กเกจที่มีความพิเศษเฉพาะและหลากหลายมากขึ้น ภายใต้ราคาที่เข้าถึงง่าย

“ดื่มแอลฯน้อย ดื่มด่ำบรรยากาศมาก” Dry Tripping กำลังเป็นเทรนด์ท่องเที่ยวที่มาแรงในกลุ่ม Gen Z มีความหมายกว้างๆว่า การท่องเที่ยวที่โฟกัสตัวเองและประคองสติมากขึ้น นักท่องเที่ยวยุคใหม่เริ่มมีความต้องการจะออกห่างจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่มองหาประสบการณ์วันหยุดที่ไม่เน้นเรื่องการดื่ม ทั้งนี้ ผลการสำรวจของ Hotels.com พบว่า นักท่องเที่ยวกว่า 40% กำลังพิจารณาจองทริปดีทอกซ์ในปี 2024 ครึ่งหนึ่งสนใจเข้าพักในโรงแรมที่มีตัวเลือกเครื่องดื่มปราศจากแอลกอฮอล์ โดยเหตุผลหลักเพื่อความปรารถนาที่จะควบคุมตัวเองให้มีสติ พร้อมสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวมากขึ้น

“ฟินกับความยั่งยืน” 73% ของนักท่องเที่ยวยังคงสนับสนุนแนวทางเพื่อความยั่งยืนต่อไป ส่งผลให้ธุรกิจท่องเที่ยว โดยเฉพาะโรงแรมที่พักที่มีแนวทางด้านความยั่งยืน มีแนวโน้มได้รับการตอบรับที่ดี นักท่องเที่ยวยุคใหม่กว่า 53% ให้ความสำคัญกับนวัตกรรมความยั่งยืน 60% ต้องการเห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม และรู้สึกดีกับแหล่งท่องเที่ยวที่มีพื้นที่สีเขียว อุดมด้วยต้นไม้, อากาศบริสุทธิ์ และกิจกรรมเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม.

เที่ยวทำบุญ 9 วัด ศิลปะพม่า เมืองลำปาง พร้อมกิจกรรมสร้างบุญกุศล รับต้นปี 2567

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/thaitravel/2753800

เที่ยวทำบุญ 9 วัด ศิลปะพม่า เมืองลำปาง พร้อมกิจกรรมสร้างบุญกุศล รับต้นปี 2567

9 ม.ค. 2567 16:26 น.

เที่ยวทำบุญ 9 วัด ศิลปะพม่า เมืองลำปาง พร้อมกิจกรรมสร้างบุญกุศล รับต้นปี 2567

ชวนเที่ยว ทำบุญ ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ 9 วัดสวยที่ได้รับวัฒนธรรม และสถาปัตยกรรมทางศิลปะมาจากวัดพม่า และไทใหญ่นครลำปาง พร้อมชวนร่วมกิจกรรมงานประเพณี “ปอยต่างข้าวซ่อมต่อ”

ปีใหม่ 2567 นี้ หากใครต้องการเดินทางท่องเที่ยว สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์รับต้นปี ลำปางเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญที่น่าสนใจไม่ใช่น้อย สำหรับนักท่องเที่ยวสายบุญ ที่นอกจากจะได้รับสิริมงคลต้นปีแล้ว ในจังหวัดลำปางนี้ยังมีวัดสวยรวมตัวกันอยู่อีกมากมาย

เนื่องจาก ลำปาง เป็นหนึ่งในจังหวัดที่ได้รับวัฒนธรรม และสถาปัตยกรรมทางศิลปะมาจากไทใหญ่ รวมทั้งยังมีวัดสวยงามอีกมากมายที่มีศิลปะ ดัดแปลงมาจากวัดทางพม่า ทำให้จังหวัดนี้ขึ้นชื่อเรื่องวัดสวย ที่มีวัฒนธรรม และประเพณีอันเป็นเอกลักษณ์ โดยเป็นอีกหนึ่งโลเคชันสำคัญที่นักท่องเที่ยวได้เข้ามาเยี่ยมชมกันอย่างไม่ขาดสาย

ชี้เป้า 9 วัดสวย สถาปัตยกรรมพม่า จังหวัดลำปาง

วัดจองคา (วัดไชยมงคล)

วัดจองคา (วัดไชยมงคล)

วัดจองคา เป็นวัดพม่าที่ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2441 เอกลักษณ์โดดเด่นเป็นอย่างมากเพราะได้รับสถาปัตยกรรมรูปแบบผสมระหว่างยุโรป และพม่า รวมทั้งยังเคยได้รับรางวัล อนุรักษ์สถาปัตยกรรมดีเด่นในปี 2559 ประเภทอาคารศาสนสถาน และเป็นที่นิยมอย่างมากเพราะภายในมีองค์เทพทันใจ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ชื่อดังประจำประเทศพม่า

วัดท่ามะโอ

วัดเก่าแก่สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2437 หนึ่งในวัดที่มีศิลปะจากทางพม่าที่น่าสนใจ ประกอบไปด้วยอุโบสถที่สร้างด้วยปูนทั้งหลัง รวมถึงพระพุทธรูปปางมารวิชัยจากทางพม่า และยังเป็นพิพิธภัณฑ์ไว้ศึกษาประวัติศาสตร์ย่อมๆ อีกด้วย

วัดม่อนปู่ยักษ์

วัดม่อนปู่ยักษ์ เริ่มสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2442 มีองค์เจดีย์ขนาดใหญ่จากทางพม่า พร้อมสถาปัตยกรรมคอนกรีตแบบโคโลเนียล พร้อมทั้งงานจิตรกรรมแบบสกุลช่าง ที่เล่าเรื่องราววิถีชีวิตชาวพม่าในสมัยก่อน

วัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม

วัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม

วัดเก่าแก่กว่า 500 ปี ก่อนตั้งในปี พ.ศ. 1223 และเป็นที่ๆ เคยประดิษฐานของพระแก้วมรกต ก่อนจะอัญเชิญสู่กรุงเทพมหานคร ภายในวัดมีเจดีย์องค์ใหญ่ พร้อมมณฑปไม้สักทั้งหลังในรูปแบบพม่า หนึ่งในสถานที่สำคัญที่สื่อถึงศิลปะไทย พม่า และตะวันตกแบบผสมผสาน

วัดม่อนจำศีล

วัดเจดีย์ที่มีศิลปะจากทางพม่าอยู่ 3 องค์ หนึ่งในวัดสำคัญที่เป็นที่ประดิษฐานขององค์เทพทันใจ จากพม่า ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2424

วัดป่าฝาง

วัดป่าฝาง

วัดที่มีสถาปัตยกรรมแบบพม่าแทบทั้งหมด ด้วยเจดีย์องค์ 8 เหลี่ยม ประดับด้วยพระพุทธรูป สัตว์ทั้ง 8 ทิศ และสัตว์ประจำปีเกิด และเป็นวัดที่มีชื่อเสียงอย่างในเรื่องของการขอพรทางด้านสุขภาพ สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2435

วัดศรีชุม

วัดศรีชุมเป็นหนึ่งในวัดพม่าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ก่อตั้งปี พ.ศ. 2433 ที่ประดับด้วยสถาปัตยกรรมแบบพม่าแทบทั้งหมด ภายในมีพระประธานเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะจากทางพม่า ที่นำมาจากมัณฑะเลย์ นามว่า พระพุทธไชยมงคล

วัดศรีรองเมือง

วัดที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของพม่าอีกหนึ่งวัด ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2447 มีจองหลังใหญ่สร้างด้วยไม้สัก และหลังคาซ้อนทับในรูปแบบพม่า พร้อมลายฉลุบนสังกะสี เสาไม้ประดับตกแต่งด้วยลายเครือดอกไม้ พรรณพฤกษา ประดับด้วยกระจกหลากสีสุดสวยงาม

วัดพระเจดีย์ซาวหลัง

วัดพระเจดีย์ซาวหลัง

วัดพระเจดีย์ซาวหลัง หรือวัดเจดีย์ 20 องค์ ศิลปะไทยล้านนา ผสมกับพม่า สร้างในปี พ.ศ. 2461 คนลำปางมีความเชื่อว่าหากนับเจดีย์ได้ครบ 20 องค์จะถือว่ามีโชค และบุญมหาศาล

หากนักท่องเที่ยวท่านใดสนใจเดินทางไปทำบุญ สักการะ วัดสวยสไตล์พม่าในจังหวัดลำปาง ในรูปแบบที่ไม่เหมือนใคร การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลำปาง ได้จัดกิจกรรม งานประเพณี “ปอยต่างข้าวซ่อมต่อ” ศิลปะวัดพม่า และเที่ยวชมเส้นทางสายศรัทธา 9 วัดพม่างาม เดินทางด้วยรถราง ระหว่างวันที่ 20-21 มกราคม 2567 เวลา 17.00-20.00 น. ณ วัดจองคา (ไชยมงคล) อ.เมือง จ.ลำปาง 

พร้อมทั้งชวนแต่งกายย้อนวันวาน (ชุดพม่า ชุดพื้นเมืองหรือชุดย้อนยุค) ตามรอยมุมภาพถ่ายนิตยสารโวค (Vouge) รวมทั้ง ชิมอาหารถิ่น และชมการแสดงโดยไม่มีค่าใช้จ่ายภายในงานประเพณีในวันเสาร์ที่ 20 มกราคม 2567 เวลา 17.00-20.00 น. ณ วัดจองคา (ไชยมงคล) และการเข้าร่วมพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ ล้างหน้าพระมหามัยมุนีจำลอง ครั้งแรกของนครลำปาง และพิธีถวายข้าวซ่อมต่อ วันอาทิตย์ที่ 21 มกราคม 2567 ตั้งแต่ เวลา 05.00-07.00 น. เป็นต้นไป

ข้อมูล : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลำปาง

ภาพ : Tourism Authority of Thailand, Istock

ชวนเที่ยว ‘ก้านกล้วยแลนด์’ สวนสนุกแห่งการเรียนรู้เด็ก เปิดใหม่ ใกล้กรุงเทพฯ รับวันเด็ก 2567

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/thaitravel/2753556

ชวนเที่ยว 'ก้านกล้วยแลนด์' สวนสนุกแห่งการเรียนรู้เด็ก เปิดใหม่ ใกล้กรุงเทพฯ รับวันเด็ก 2567

8 ม.ค. 2567 17:23 น.

ชวนเที่ยว ‘ก้านกล้วยแลนด์’ สวนสนุกแห่งการเรียนรู้เด็ก เปิดใหม่ ใกล้กรุงเทพฯ รับวันเด็ก 2567

ก้านกล้วยแลนด์ สวนสนุกแห่งใหม่ ใกล้กรุงเทพฯ เตรียมเปิดรับวันเด็ก 2567 นี้ พร้อมกิจกรรมเติมเต็มความรู้ ประสบการณ์ และจินตนาการสำหรับเด็กเพียบ

วันเด็ก 2567 นี้ มีสวนสนุกเปิดใหม่ใกล้กรุงเทพฯ อยากมาแนะนำ คุณพ่อ คุณแม่ และหนูๆ ได้ทดลองเดินทางไปอย่าง ‘ก้านกล้วยแลนด์’ สวนสนุกที่ชูคอนเซปต์ เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของ “ก้านกล้วย” ช้างทรง ผู้สร้างวีรกรรม การต่อสู้บนหน้าประวัติศาสตร์ ที่เคยถูกเล่าผ่านภาพยนตร์แอนิเมชันสามมิติ เคยโลดแล่นบนแผ่นฟิล์มในประเทศไทย ที่ได้กลับมาผงาดบนผืนแผ่นดินไทยอีกครั้ง โดยให้เด็กๆ เป็นตัวแทนของการผจญภัย และการต่อสู้สุดยิ่งใหญ่นี้อีกครั้ง 

ก้านกล้วยแลนด์ ถูกสร้างขึ้นให้เป็นสวนสนุกแห่งการเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมไทยกลางแจ้งในรูปแบบ Adventure Based Learning Camp ที่จำลองออกมาเป็นค่ายทหารไทย เพื่อให้น้องๆ หนูๆ ได้พัฒนาศักยภาพทั้งทางร่างกาย ความรู้ และเปี่ยมไปด้วยความสุขกลับบ้านไปอย่างเต็มอิ่ม

ก้านกล้วยแลนด์ มีฐานกิจกรรมยู่มากมายที่มีผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการอบรม มาคอยดูแล และให้ความรู้เด็กๆ ตลอดการทำกิจกรรม ประกอบไปด้วย

1. ฐานฝึกสมรรถภาพร่างกายของเด็กๆ 

สวนสนุกจำลอง ที่มีเครื่องเล่นที่คอยฝึกสมรรถภาพในส่วนต่างๆ เพื่อให้หนูๆ ได้ปีนป่ายได้ตามใจอย่างปลอดภัยทั้ง สไลเดอร์ยักษ์ ที่ปีนป่าย และราวไม้เดินทรงตัว เป็นต้น

2. กิจกรรมยุทธหัตถี

จำลองการทำยุทธหัตถีดั้งเดิม ที่ถูกดัดแปลงมาให้เป็นกิจกรรมสนุกๆ ให้เด็กๆ ได้วัดกึ๋นความรู้ รวมถึงสนุกไปกับเกมในฐานนี้ได้อยากหลายอย่าง 

3. กิจกรรมช่วยตัวประกัน

ฐานปีนป่ายวัดใจ เด็กๆ ที่มีน้ำเป็นองค์ประกอบ โดยในฐานนี้จะมีที่ปีนป่ายจำลองเช่น สะพานวัดใจ ซิปไลน์เด็ก ไต่เชียง ข้ามสระน้ำเด็กที่เป็นอุปสรรคเพื่อไปช่วยตัวประกันจากอีกฝั่ง

4. Workshop

ก้านกล้วยแลนด์ มีเวิร์กช็อปที่น่าสนใจ ประกอบไปด้วย 2 กิจกรรมหลัก โดยกิจกรรมแรก คือ การให้เด็กๆ ได้ทดลองพากย์เสียงประกอบภาพยนตร์ ‘ก้านกล้วย’ การ์ตูนเด็กยอดนิยม เพื่อร่วมสร้างประสบการณ์ และความรู้ใหม่ที่น่าสนใจให้แก่เด็กๆ รวมทั้งกิจกรรมแนวศิลปะ เช่น การปั้นดิน เพื่อให้หนูๆ ได้ใช้จินตนาการได้อย่างเต็มที่ในการปั้นดินออกมาเป็นลวดลาย เพื่อเป็นการสร้างสรรค์ผลงานของตนเอง

กิจกรรมทั้งหมดนี้ เป็นกิจกรรมที่ช่วยฝึกพัฒนาการเติบโตรอบด้าน ผ่านการเล่นกิจกรรมกลางแจ้ง โดยมีเป้าหมายในการฝึกสมรรถภาพความแข็งแรง, เรียนรู้การพึ่งพาตัวเอง เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า, เรียนรู้การทำงานเป็นทีม เพื่อสร้างความสามัคคี, เรียนรู้เรื่องสัตว์ และธรรมชาติรอบตัว 

ก้านกล้วยแลนด์ ตั้งอยู่ใกล้ สถาบันกันตนา ที่ จ.นครปฐม ถนนศาลายา-บางภาษี ตำบลคลองโยง อำเภอพุทธมณฑล ซึ่งจะเปิดทุกวันเสาร์-อาทิตย์ และเปิดอย่างเป็นทางการวันแรก ในวันเสาร์ที่ 13 มกราคม 2567 (วันเด็กแห่งชาติ 2567) ที่จะถึงนี้ 

โดยจะแบ่งเป็น 3 รอบกิจกรรม รอบที่ 1 เวลา 10.00-12.00 น., รอบที่ 2 เวลา 13.00-15.00 น. และรอบที่ 3 เวลา 15.30-17.30 น. ต่อวันเท่านั้น โดยสวนสนุกแห่งนี้เหมาะสมสำหรับเด็กอายุ 5-12 ปี โดยมีเครื่องเล่นบางชนิด เหมาะสำหรับเด็กที่มีส่วนสูง 100 เซนติเมตรขึ้นไป ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียด และกิจกรรมได้ที่เพจเฟซบุ๊ก ก้านกล้วยแลนด์ 

ชวนเติมจินตนาการ สานฝันกรุงเทพฯ ไปกับงาน Bangkok Design Week 2024 ครั้งที่ 7

https://www.thairath.co.th/lifestyle/life/2752685

ชวนเติมจินตนาการ สานฝันกรุงเทพฯ ไปกับงาน Bangkok Design Week 2024 ครั้งที่ 7

5 ม.ค. 2567 11:40 น.

ชวนเติมจินตนาการ สานฝันกรุงเทพฯ ไปกับงาน Bangkok Design Week 2024 ครั้งที่ 7

Bangkok Design Week 2024 หรือ เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2567 ครั้งที่ 7 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 27 มกราคม – 4 กุมภาพันธ์ 2567 มีกิจกรรมอะไรที่สำคัญ และน่าสนใจบ้าง

หนึ่งในงานนิทรรศการที่ชวนนักคิด นักสร้างสรรค์ ผู้ประกอบการ และนักจินตนาการ มาร่วมกันออกแบบไอเดียในการพัฒนากรุงเทพมหานครให้มีความทันสมัย ยั่งยืน น่าอยู่มากยิ่งขึ้น โดยในปี 2567 นี้งาน Bangkok Design Week 2024 มาในคอนเซปต์ “Livable Scape คนยิ่งทำ เมืองยิ่งดี” ด้วยแนวคิดที่ว่าทำไม กรุงเทพฯ เมืองน่าเที่ยว ที่ (ยังไม่ค่อย) น่าอยู่?

กรุงเทพฯ นั้นติดอันดับต้นๆ ของ ‘เมืองน่าเที่ยว’ ในหลากหลายสํานัก ที่นักท่องเที่ยวต่างชื่นชอบการเดินทางมาเยี่ยมเยือน ด้วยเสน่ห์ทางแหล่งท่องเที่ยว วัฒนธรรม อาหาร และค่าครองชีพที่สมเหตุสมผล ทำให้นักท่องเที่ยวต่างต้องการเดินทางมาเยือน แต่ในขณะเดียวกัน กรุงเทพฯ ก็เป็นเมืองที่น่าอยู่น้อยที่สุด โดยติดอันดับท้ายๆ ในหลายๆ โพล

แน่นอนว่าคำตอบนี้ ชาวเมืองกรุงเทพฯ คงทราบถึงเหตุผลได้อย่างไม่ยากนั้น ประกอบไปด้วยความเหลื่อมล้ำ โครงสร้างพื้นฐานของเมืองที่ไม่ตอบโจทย์การใช้ชีวิต ปัญหาคุณภาพอากาศ พื้นที่สีเขียว และพื้นที่สาธารณะไม่เพียงพอ ตลอดจนความท้าทายที่เมืองกําลังเผชิญ ทั้งการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงของเมืองที่ขาดฐานรากทางวัฒนธรรม เพราะการเป็นเมืองน่าเที่ยวเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถทําให้เมืองแข็งแรง และอยู่รอดท่ามกลางความท้าทายในโลกยุคปัจจุบันได้ 

เหตุผลดังกล่าวสะท้อนไปถึงความสําคัญของความน่าอยู่ในเมืองกรุงเทพฯ จึงทำให้ Bangkok Design Week 2024 (BKKDW2024) ในปีนี้จึงต้องการทําหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มทางความคิด และการสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ผ่านเมือง (Festivalisation) ชวนทุกคนมาลงมือสร้าง ‘Livable Scape’ ในทุกรูปแบบที่จะเป็นไปได้ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งเล็กๆ รอบตัว ความสัมพันธ์ พื้นที่ สภาพแวดล้อม และมุมมอง ที่จะทําให้กรุงเทพมหานครเป็น ‘เมืองที่น่าอยู่’ กว่าที่เคย ผ่านหัวใจสําคัญ 3 มิติ ประกอบไปด้วย 

  • Hard Matters (เมืองดีต่อกาย กายภาพดีเข้าถึงง่าย เชื่อมโยงผู้คนให้อยู่สบาย มีสุขภาพดี)
  • Heart Matters (เมืองดีต่อใจ ใส่ใจผู้คน กิจกรรมหลากหลาย วัฒนธรรมแข็งแรง) 
  • Design Matters (เมืองออกแบบดีชีวิตดี หัวใจในการพัฒนาพื้นที่ ชุมชน และเศรษฐกิจสร้างสรรค์) 

เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2567 หรือ Bangkok Design Week 2024 ที่จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 7 นี้ จะจัดขึ้นในวันที่ 27 มกราคม – 4 กุมภาพันธ์ 2567 ในพื้นที่ย่านต่างๆ ของกรุงเทพฯ เช่น เจริญกรุง-ตลาดน้อย, สามย่าน-สยาม, อารีย์-ประดิพัทธ์, พระนคร, พร้อมพงษ์และพื้นที่อื่นๆ ผ่าน 6 โปรแกรมหลัก ประกอบไปด้วย

Exhibitor Program 

นําเสนอผลงานออกแบบในสาขาที่หลากหลายที่แก้ปัญหา และพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ต่อยอดนําไปใช้ได้จริง 

  • Special Project: ‘HACK BKK’ โจทย์จริงที่ท้าทายความสามารถนักออกแบบร่วมกันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโดยมีผู้คนเป็นศูนย์กลาง 
  • นําเสนอผลงานออกแบบ และงานสร้างสรรค์ ในโปรแกรมหลากรูปแบบที่กลมกลืนไปกับบริบทเมือง

Academic Program 

ส่งเสริมการแสดงศักยภาพของนักศึกษา และเตรียมพร้อมการก้าวสู่อุตสาหกรรมสร้างสรรค์อย่างเต็มตัว

  • Special Project โปรเจกต์พิเศษประจําปีเพื่อสร้างโอกาสการทํางานร่วมกันระหว่างสถาบันการศึกษา นักออกแบบ หน่วยงานภาครัฐ และองค์กรเอกชน โดยทุกฝ่ายมีโจทย์การทํางานร่วมกัน 
  • Volunteer อาสาสมัครช่วยปฏิบัติงานภาคสนาม เพื่อส่งเสริมให้นิสิต และนักศึกษา ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของทีมทํางานเทศกาลฯ เพื่อเรียนรู้วิธีการทํางาน และฝึกประสบการณ์การทํางานจริงในการจัดงาน

Business Program 

เชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจควบคู่ไปกับการสร้างรายได้ และการจ้างงานในรูปแบบต่างๆ

  • Partnership Program ‘CROSS Collab’ แพลตฟอร์มจับคู่การทํางาน ระหว่างหน่วยงานรัฐ เอกชน แบรนด์ต่างๆ และนักสร้างสรรค์ที่ต่างมีความต้องการที่จะร่วมสร้างความน่าอยู่ น่าลงทุน น่าเที่ยว น่ารัก ให้กับเมือง ธุรกิจ และผู้คน ผ่านความคิดสร้างสรรค์ในมิติต่างๆ
  • Creative Market & Promotion ตลาดนัดสร้างสรรค์ (ออนไซต์ และออนไลน์) กิจกรรมส่งเสริมการขาย 

International Program 

สร้างเครือข่าย และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างนักออกแบบไทย และต่างชาติ มุ่งเน้นให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ประสบการณ์ และการเชื่อมต่อเพื่อขยายโอกาสให้อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทย 

  • การแลกเปลี่ยนความร่วมมือการจัดแสดงงานระหว่างประเทศ
  • In residence โปรแกรมที่นักสร้างสรรค์ต่างชาติร่วมทํางานระหว่างชุมชน และนักสร้างสรรค์ท้องถิ่น

Local Community Program 

โครงการพัฒนาย่านที่เน้นการลงมือทําร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่มากขึ้น

  • Livable Proximity เมืองพอดีที่เอาใจใส่ ดีไซน์ความใกล้ใส่ใจสารทุกข์สุกดิบ
  • Health Alleys ตรอกซอย สุขภาวะดี / Sociable Public space พื้นที่สาธารณะสังสรรค์ 6 

Lively Program 

สร้างความเคลื่อนไหว เติมเต็มบรรยากาศสร้างสรรค์ และเพิ่มสีสันให้กับพื้นที่ ดึงดูดผู้คนให้เข้าถึงเทศกาลมากขึ้น 

  • Music & Performing: Open Stage/ BKK Street Performer by BMA 
  • Event : Tour / Open House

สิ่งน่าสนใจภายในงาน Bangkok Design Week 2024

  1. มีโปรแกรมจัดแสดงให้ข้อมูลอย่างมากมาย และหลากหลายกว่า 500 โปรแกรม และครอบคลุมเพื่อให้ทุกคนได้มาอัปเดต เสพงานดีไซน์แบบจุใจ
  2. พื้นที่จัดแสดงจัดเต็มกว่า 15 ย่านครอบคลุมทั่วกรุงเทพฯ ให้ทุกคนในเมืองได้เข้าชมอย่างทั่วถึง เพื่อโชว์ที่ของดีประจำย่านนั้นๆ ที่มาออกแบบมานำเสนอผ่านความคิดสร้างสรรค์ งานออกแบบ และการเล่าเรื่องของย่านต่างๆ ที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน การเปลี่ยนประวัติศาสตร์ในชุมชนให้กินได้ รวมถึงการเปิดตัวพื้นที่อันซีนในย่านต่างๆ ที่ไม่มีใครเคยเห็น
  3. รวมไอเดียแก้ไขปัญหา โดยนักสร้างสรรค์ และหน่วยงานจาก กทม. ได้ร่วมมือกันแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจริง ในเมืองผ่านงานออกแบบหลากหลายศาสตร์ เพื่อโชว์ไอเดียใหม่ๆ ที่ถูกคิดมาเพื่อทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองน่าอยู่ยิ่งขึ้น แถมยังได้ทดลองใช้งาน และมอบข้อปรับปรุงแก้ไขเพื่อพัฒนางานออกแบบให้สมบูรณ์ และยั่งยืนในอนาคต
  4. ความสามัคคีจากหลายหน่วยงาน ที่ร่วมสร้างสรรค์ให้เมืองดียิ่งขึ้นด้วยงานเทศกาลครั้งนี้ ที่ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร หน่วยงานรัฐ หน่วยงานเอกชน สถานศึกษา นักสร้างสรรค์ คนในพื้นที่ รวมไปถึงคนทั่วไป เพื่อรับรู้ถึงปัญหา ร่วมใจในการระดมความคิด ความสร้างสรรค์ เพื่อขับเคลื่อนกรุงเทพฯ ไปข้างหน้า โดยไม่ปล่อยให้เป็นแค่หน้าที่ของคนใดคนหนึ่ง.

ข้อมูล และภาพ : Bangkok Design Week