SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

เปิดโลเคชัน 8 จุดชมพระอาทิตย์ขึ้น-ตก สุดโรแมนติก จ.พังงา

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/thaitravel/2752632

เปิดโลเคชัน 8 จุดชมพระอาทิตย์ขึ้น-ตก สุดโรแมนติก จ.พังงา

4 ม.ค. 2567 16:47 น.

เปิดโลเคชัน 8 จุดชมพระอาทิตย์ขึ้น-ตก สุดโรแมนติก จ.พังงา

ชี้จุดชมพระอาทิตย์ขึ้น และพระอาทิตย์ตก ในจังหวัดพังงา พื้นที่สุดโรแมนติกที่นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปต้องห้ามพลาด

จังหวัดพังงา เป็นหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมเป็นอย่างมากในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว ตั้งแต่ปลายฤดูหนาวไปจนถึงช่วงฤดูร้อน เนื่องจากเป็นพื้นที่จังหวัดติดทะเลอันดามันที่สุดแสนจะเงียบสงบ มากไปด้วยธรรมชาติที่สมบูรณ์

นอกจากนี้ในช่วงไฮซีซั่นในจังหวัดพังงานี้ยังเป็นช่วงแห่งการเปิดเกาะท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ในจังหวัด เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปเที่ยวชมความสวยงามได้ของธรรมชาติอันสมบูรณ์ได้อย่างไม่ยากเย็น เช่น หมู่เกาะสิมิลัน หมู่เกาะสุรินทร์ สองจุดดำน้ำยอดนิยมที่ต้องมาให้ได้สักครั้ง หรือ เกาะยาวใหญ่ เกาะยาวน้อย เกาะไข่ เกาะไข่แมว ก็เป็นหมู่เกาะที่น่าสนใจไม่แพ้กัน นอกจากนี้ยังมีจุดชมวิวที่เป็นไฮไลต์อย่างเสม็ดนางชีที่มีบรรยากาศที่งดงามไม่แพ้ชาติไหนๆ 

รวมไปถึงผู้ที่ชื่นชอบกิจกรรมทางทะเล เช่น การเล่นเซิร์ฟบอร์ด ซับบอร์ด ก็ต้องมองมาที่โซนเขาหลัก (Memories Beach) หรือแม้แต่กระทั่งผู้ที่ต้องการพักผ่อน หาความสงบเคล้าไปกับเสียงคลื่นทะเลธรรมชาติ ‘จังหวัดพังงา’ จึงถือเป็นหนึ่งในจังหวัดที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก

ไทยรัฐออนไลน์ จึงได้รวบรวมสถานที่ซึ่งเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ในการเดินทางมาที่จังหวัดพังงานี้ ด้วยจุดชมพระอาทิตย์ขึ้น และพระอาทิตย์ตก แนะนำโดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงาน จ.พังงา มาฝากให้นักท่องเที่ยวทุกคนได้แพลนท่องเที่ยวกันในปี 2567 นี้

จุดชมพระอาทิตย์ขึ้น-พระอาทิตย์ตก จ.พังงา

เสม็ดนางชี
  • เสม็ดนางชี

จุดชมวิวเสม็ดนางชี ตั้งอยู่ที่อำเภอตะกั่วทุ่ง จ.พังงา หนึ่งในจุดชมวิวยอดฮิตที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัด และในประเทศไทย ที่เรามักจะเห็นกันอย่างคุ้นตาบนโซเชียลมีเดีย ใครที่ได้เดินทางไปมักจะไม่พลาดที่จะเช็กอินจุดชมวิวมุมมองสวยๆ แห่งนี้

เสม็ดนางชี ขึ้นชื่อมากๆ ในการเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้น และพระอาทิตย์ตก ที่ดวงอาทิตย์จะสอดแทรกท่ามกลางภูเขาหินปูนของอ่าวพังงา  

  • เขาไข่นุ้ย

เขาไข่นุ้ย ตั้งอยู่ที่อำเภอท้ายเหมือง ชุมชนบ้านฝายท่า ตำบลทุ่งมะพร้าว เป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวที่ยอดเยี่ยมในช่วงปลายฤดูหนาว ที่เราอาจจะได้เห็นทะเลหมอกอันสวยงาม ไปจนถึงฤดูร้อนที่สามารถเห็นความสวยงามของท้องทะเลอันดามันแบบสุดลูกหูลูกตา ด้วยความสูงประมาณ 200 เมตรจากระดับน้ำทะเล และเป็นจุดชมวิวทิวทัศน์แบบ 360 องศา สามารถชมได้ทั้งพระอาทิตย์ขึ้น และพระอาทิตย์ตก 

  • เกาะพระทอง

เกาะพระทอง ตั้งอยู่ที่ตำบลเกาะพระทอง อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา เป็นหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวแนวธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ และมีกิจกรรมท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย นอกจากนี้ยังเป็นหนึ่งจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางไปนั่งรับลม ชมบรรยากาศพระอาทิตย์ขึ้น และพระอาทิตย์ตกที่คลุกเคล้าไปกับธรรมชาติ ซึ่งเปิดมุมมองท่องเที่ยวที่น่าสนใจใหม่ได้ไม่ซ้ำใคร

  • อ่าวไม้งาม (หมู่เกาะสุรินทร์)

อ่าวไม้งาม เป็นหน้าหาดธรรมชาติ บนหมู่เกาะสุรินทร์ ที่เป็นหนึ่งจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกควบคู่ไปกับบรรยากาศริมทะเล หากใครได้เดินทางไปหมู่เกาะสุรินทร์แล้วไม่ควรพลาดที่จะไปปิดบรรยากาศของวัน ณ สถานที่แห่งนี้ ด้วยปลายแสงอาทิตย์ที่สอดแทรกไปกับภูเขาทั้ง 2 ลูก ได้อย่างได้อย่างโรแมนติกสุดๆ

  • จุดชมวิวอ่าวโต๊ะหลี

จุดชมวิวอ่าวโต๊ะหลี หนึ่งในจุดชมวิวบนพื้นที่ท่องเที่ยวชุมชน ตั้งอยู่บริเวณของบ้านอ่าวมะขาม ตำบลคลองเคียน อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา หนึ่งในจุดชมวิวสุดอันซีนอีกที่หนึ่งในจังหวัดพังงา โดยที่นี่สามารถสัมผัสกับธรรมชาติได้อย่างหลากหลาย เช่น จุดชมพระอาทิตย์ขึ้น-พระอาทิตย์ตก จุดชมทะเลหมอก จุดชมดอกพญาเสือโคร่ง รวมทั้งยังเป็นอีกหนึ่งจุดชมดาวยอดนิยมอีกด้วย

อ่าวโต๊ะหลี จึงเป็นอีกหนึ่งจุดใหม่ที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากจุดชมวิวเสม็ดนางชีที่มองเห็นวิวธรรมชาติได้กว้างถึง 180 องศา เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งจุดไฮไลต์ที่สามารถไปได้ทุกฤดูกาล

เกาะปันหยี
  • เกาะปันหยี

เกาะปันหยี ตั้งอยู่ที่ตำบลเกาะปันหยี อำเภอเมือง จังหวัดพังงา หมู่บ้านชาวประมงกลางทะเลสุดโด่งดังของ จ.พังงา เป็นหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวชุมชน ที่นอกจากนักท่องเที่ยวจะได้เข้าไปสัมผัสวิถีการใช้ชีวิตชุมชนชาวมุสลิมแล้ว ที่นี่ยังเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้น-พระอาทิตย์ตก ที่เหมาะมากๆ สำหรับคนที่ไม่ชอบบรรยากาศชมวิวอันจำเจ โดยที่ เกาะปันหยี จะถ่ายทอดความรู้สึกของแหล่งท่องเที่ยวชุมชนกลางธรรมชาติอันสวยงามที่มีมุมมองที่แปลกใหม่ไม่เหมือนใคร

สามช่องใต้
  • สามช่องใต้

สามช่องใต้ อีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวชุมชนบนหมู่บ้านชาวประมงอีกสถานที่หนึ่งของจังหวัดพังงา ชื่อของ สามช่องใต้ มาจากการที่มีลำคลองสามสายไหลผ่านทางเหนือของหมู่บ้าน คือ คลองบางหลาม คลองเชียงใหม่ และคลองตาจอ จึงเรียกว่า “คลองสามช่อง”  นอกจากนี้คลองทั้งสาม หรือสามช่องใต้ นั้นยังเป็นจุดชมทิวทัศน์ที่สวยงามไม่เหมือนใคร ที่นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสได้ด้วยเรือหางยาวเพื่อชมพระอาทิตย์ขึ้นได้ 

ประภาคาร เขาหลัก
  • ประภาคาร เขาหลัก

ประภาคารแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ หาดนางทอง ตำบลคึกคัก อำเภอตะกั่วป่า หนึ่งจุดเช็กอิน และแลนด์มาร์กสำคัญในเขาหลัก ที่ใครไปใครมาต้องเป็นอันแวะเวียนมาถ่ายรูปพระอาทิตย์ตกที่นี่ ควบคู่ไปกับหาดทรายดำ และประภาคารอันสวยงามแห่งนี้.

ข้อมูล : ททท., ททท.สำนักงานพังงา

ภาพ : istock

15 ที่เที่ยวพัทยา 2567 เที่ยวครบทุกสไตล์ เดินทางง่าย ใกล้เมืองกรุง

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2752138

15 ที่เที่ยวพัทยา 2567 เที่ยวครบทุกสไตล์ เดินทางง่าย ใกล้เมืองกรุง

3 ม.ค. 2567 09:00 น.

15 ที่เที่ยวพัทยา 2567 เที่ยวครบทุกสไตล์ เดินทางง่าย ใกล้เมืองกรุง

เมืองพัทยา ถือเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ เนื่องจากเดินทางง่าย อยู่ใกล้เมืองกรุง ที่สำคัญที่เที่ยวพัทยามีหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นวัด คาเฟ่ ที่เที่ยวสำหรับเด็ก หรือที่เที่ยวพัทยาติดทะเล ใครที่กำลังวางแผนเที่ยวพักผ่อนชิลๆ กับคนรัก แก๊งเพื่อน หรือครอบครัวก็สนุก ประทับใจไม่มีเบื่อ

15 ที่เที่ยวพัทยา 2567/2024 ทั้งพัทยาเหนือ กลาง ใต้ เที่ยวได้ครบทุกสไตล์

1. สวนน้ำ Columbia Pictures Aquaverse

สวนน้ำ Columbia Pictures Aquaverse กลายเป็นที่เที่ยวพัทยาสําหรับเด็ก หรือกลุ่มเพื่อน เพราะนักท่องเที่ยวจะได้เปิดประสบการณ์กับเครื่องเล่นทางน้ำขนาดใหญ่ ผจญภัยในโลกของภาพยนตร์ของโคลัมเบีย พิคเจอร์ส รวมถึงสนุกสนานกับเครื่องเล่นอื่นๆ และกิจกรรมที่น่าสนใจ เช่น บาร์ริมสระ บาร์แอนด์กริล 
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/6B5UTKM3mSiSSq7NA
เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน ยกเว้นวันพุธ เวลา 10.00-18.00 น.

2. หาดวงศ์อมาตย์

หากใครกำลังมองหาที่เที่ยวพัทยาเข้าฟรี ชายหาดวงศ์อมาตย์ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ เนื่องจากเข้าฟรี บรรยากาศเงียบสงบ มีความเป็นส่วนตัวสูง เหมาะแก่การนั่งชิล พักผ่อนหย่อนใจในช่วงวันหยุด 
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/i3Wc4FoN33HFA4hRA
เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน เวลา 06.00-18.00 น.

3. เกาะล้าน

ปฏิเสธไม่ได้ว่า เกาะล้านเป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวพัทยาที่หลายคนชื่นชอบ แม้ว่าจะเป็นเกาะที่แยกออกไปจากตัวเมือง แต่ก็เดินทางง่าย ใช้เวลานั่งเรือไม่กี่นาทีก็ได้สัมผัสกับน้ำทะเลสีใส ธรรมชาติที่สวยงาม โดยนักท่องเที่ยวสามารถขับรถชมวิว นั่งชิลริมหาด หรือจะทำกิจกรรมริมทะเลก็สนุกไม่แพ้กัน
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/k1WXFN3HXwn12pVdA 
เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

4. Cave Beach Club

อีกหนึ่งที่เที่ยวพัทยา คาเฟ่สวยๆ ที่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่มากับแก๊งเพื่อน คนรัก หรือครอบครัว เพราะที่นี่บริการอาหารเครื่องดื่มครบครัน อยู่ติดทะเล อีกทั้งยังตกแต่งด้วยสไตล์ที่โดดเด่น สวยงาม สามารถมานั่งชิลหรือสังสรรค์ตั้งแต่ช่วงเย็นไปจนถึงช่วงกลางคืนได้
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/KRr4yUULzBQpegWLA
เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน เวลา 11.00-00.00 น.

5. Backstreet Cafe & Bar

Backstreet Cafe & Bar อีกหนึ่งที่เที่ยวพัทยาเหนือเอาใจคอกาแฟ จุดเด่นของที่นี่คือ มีโรงคั่วกาแฟของตนเอง ทำให้มีเมล็ดกาแฟหลากหลายรูปแบบ และเนื่องจากตัวร้านตกแต่งสไตล์ลอฟต์ ปูนเปลือย ประดับตกแต่งด้วยต้นไม้ เพิ่มความร่มรื่น ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถนั่งจิบกาแฟชิลๆ ท่ามกลางบรรยากาศดีได้ตลอดวัน
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/DqZSHeo6h7tyzgX98
เวลาเปิด-ปิด : วันจันทร์-อังคาร เวลา 10.00-18.00 น. และวันพฤหัสบดี-อาทิตย์ เวลา 10.00-23.30 น.

6. Mini Siam เมืองจำลองพัทยา

เมืองจำลองพัทยาเป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวพัทยากลางที่ได้รับความนิยม นักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติสามารถเดินชมบรรยากาศ เรียนรู้วัฒนธรรมที่หลากหลาย และชมความงามของสถาปัตยกรรมแบบจำลองทั่วโลกได้โดยรอบ อย่างไรก็ดี หากใครจะแวะเที่ยวเมืองจำลองแห่งนี้ แนะนำให้มาช่วงเย็น เพราะอากาศจะไม่ร้อนมากนัก
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/QsG5xRJ7QZkFTBaJA
เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน เวลา 09.00-21.00 น.

7. Great & Grand Sweet Destination Pattaya

ที่เที่ยวพัทยา 2567 เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวสายถ่ายรูปโพสต์หรือเช็กอินลงบนโซเชียลมีเดีย ภายในเมืองขนมหวานขนาดใหญ่มีจุดถ่ายรูปที่หลากหลาย จัดเต็มความน่ารัก ส่วนบริเวณใกล้เคียงมีคาเฟ่บริการเครื่องดื่มและขนมหวาน หากใครมีเด็กๆ ร่วมทริปมาด้วยจะต้องประทับใจแน่นอน 
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/P5HTj5VtQK7wZDdg6
เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน เวลา 08.30-18.00 น.

8. ปราสาทสัจธรรม

ปราสาทสัจธรรมเป็นปราสาทไม้ขนาดใหญ่ นักท่องเที่ยวจะได้ชมความวิจิตรศิลป์ของการแกะสลัก และสถาปัตยกรรมที่สวยงามและอลังการของปราสาท ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงปรัชญาและความหมายของชีวิต นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจ เช่น ขี่ช้าง นั่งเรือล่องแม่น้ำให้เข้าร่วมอีกด้วย 
พิกัด https://maps.app.goo.gl/qM93ZnrUffb95Cg98
เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน เวลา 08.00-20.30 น.

9. Art in Paradise

Art in Paradise เป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวพัทยากลางยอดฮิต นักท่องเที่ยวสามารถชื่นชมภาพวาดแบบ 3 มิติ และมีส่วนร่วมกับแต่ละภาพผ่านการโพสต์ท่าทางได้อย่างสนุกสนาน ซึ่งใครจะถ่ายภาพสวยๆ ลงโซเชียลมีเดีย หรือจะถ่ายเก็บไว้ก็สร้างความประทับใจได้แน่นอน
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/LqPtBrBhREub4Enz7
เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน เวลา 09.00-21.00 น.

10. Alcazar Cabaret 

หากพูดถึงที่เที่ยวพัทยาตอนเย็นหรือกลางคืน อัลคาซาร์ คาบาเรต์ก็อาจเป็นหนึ่งในสถานที่ที่หลายคนนึกถึง เพราะนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสประสบการณ์สุดประทับใจผ่านการแสดง ร้อง เล่น เต้น รำ โดยจะทำการแสดงช่วงเย็นไปจนถึงกลางคืน ซึ่งหากใครสนใจ แนะนำให้จองเข้าชมการแสดงล่วงหน้า
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/rvJ2YqHSzWoCfSbQ6
เวลาทำการแสดง : รอบ 17.00 น. / 18.30 น. / 20.00 น. / 21.30 น.

11. วัดพระใหญ่

วัดพระใหญ่เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธสุโขทัยวลัยชลธาร พระพุทธรูปองค์ใหญ่สูงกว่า 300 เมตร สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2520 หากใครที่เป็นสายบุญสามารถแวะมากราบไหว้ ขอพรกันได้ นอกจากนี้บริเวณที่ประดิษฐานของพระพุทธรูป ยังมีจุดชมวิวให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปวิวมุมสูงและดื่มด่ำกับบรรยากาศดีๆ อีกด้วย
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/nDMUivcNFsRbu7XN6
เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน เวลา 07.00-19.00 น.

12. จุดชมวิวเขาพระตำหนัก

จุดชมวิวเขาพระตำหนักเป็นสถานที่ตั้งของอนุสาวรีย์พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ และวัดเขาพระบาท นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมากราบไว้ ขอพร รวมถึงพักชมวิวและดื่มด่ำกับบรรยากาศวิวเมืองและทะเลพัทยากันได้ทั้งช่วงกลางวันและกลางคืน ทั้งนี้ จุดชมวิวเขาพระตำหนักสามารถเข้าชมได้ฟรี 
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/BV8WsjYbZonYaPX67
เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน เวลา 07.00-22.00 น.

13. Pattaya Dolphinarium

Pattaya Dolphinarium ที่เที่ยวพัทยา 2567 เหมาะกับทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะเด็กๆ เพราะที่นี่มีการแสดงสุดพิเศษของโลมาและแมวน้ำ พร้อมทั้งมีกิจกรรมที่น่าสนใจ เช่น ว่ายน้ำ หรือถ่ายรูปกับโลมา ถือเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ดีๆ ที่ประทับใจไม่ลืมแน่นอน
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/BgKtKo9rk1GHYU9t5
เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน ยกเว้นวันพุธ เวลา 10.00-19.00 น.

14. ถนนคนเดินพัทยา

อีกหนึ่งที่เที่ยวพัทยาใต้ตอนกลางคืนยอดนิยม และเป็นแลนด์มาร์กสำคัญที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด โดยถนนเส้นนี้จะครึกครื้นเป็นพิเศษในช่วงเย็นไปจนถึงค่ำ สองข้างถนนเต็มไปด้วยร้านอาหารและเครื่องดื่มหลายรูปแบบ เรียกได้ว่าเที่ยวยาวๆ ทั้งคืน ถูกใจสายปาร์ตี้หรือผู้ชื่นชอบการเที่ยวกลางคืนแน่นอน
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/dfMkRYu3EdakVvMSA
เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน 24 ชั่วโมง

15. Under Water World

ปิดท้ายด้วยที่เที่ยวพัทยาใต้ที่เปิดประสบการณ์ใหม่ให้นักท่องเที่ยวได้สำรวจโลกใต้น้ำ 5 โซน ชมปลากว่า 5,000 ชนิด รวมถึงยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจ เช่น สัมผัสสัตว์น้ำ ให้อาหารปลากระเบนและฉลาม ถูกใจเหล่าคนรักสัตว์แน่นอน
พิกัด : https://maps.app.goo.gl/o44f9PUYueDdbEEo9
เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน เวลา 09.00-18.00 น.

นอกจาก 15 ที่เที่ยวพัทยา 2567/2024 ในข้างต้นแล้ว ยังมีที่เที่ยวพัทยาอีกหลายแห่งที่รอให้นักท่องเที่ยวมาสัมผัส แน่นอนว่าด้วยเสน่ห์ของเมืองพัทยาที่ไม่เหมือนใคร ทำให้กลายเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติไปโดยปริยาย

ที่มาภาพ : istock

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

งดงามทุ่งข้าวสีทองส่อง! เคยไปกันหรือยังสะพานบุญ ‘โขกู้โส่’ จ.แม่ฮองสอน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 มี.ค. 2560 06:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/873162

งดงามทุ่งข้าวสีทองส่อง! เคยไปกันหรือยังสะพานบุญ ‘โขกู้โส่’ จ.แม่ฮองสอน

ไปมาแล้วชอบมาก! คุณเคยไปหรือยัง สะพานบุญ ‘โขกู้โส่’ อ.ปาย จ.แม่ฮองสอน เราได้เดินทางไปเที่ยวกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ในช่วงเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ซึ่งบอกก่อนว่าช่วงที่เราไปอาจจะไม่ได้เป็นช่วงที่สวยที่สุด แต่ก็งดงามก็ไม่แพ้ช่วงอื่น ด้วยความเป็นทุ่งข้าวสีทองอร่ามตา มีแสงส่องระยิบระยับทำให้เราประทับใจอย่างบอกไม่ถูก…
สะพานบุญ โขกู้โส่

สะพานบุญ

‘โข’ แปลว่า สะพาน, ‘กู้โส่’ แปลว่า บุญ ดังนั้น ‘โขกู้โส่’ จึงหมายถึง สะพานบุญ ผู้รู้บอกแบบนั้น โขกู้โส่ เป็นสะพานไม้ไผ่ โครงสร้างเหล็ก เป็นสะพานที่มีระยะทาง 815 เมตร นายบุญอนันต์ เหล่อโพ ผู้ประสานงานการท่องเที่ยวชุมชนบ้านแพมบก ได้ทำหน้าที่เป็นไกด์พาเราเดินทัวร์และเล่าให้ฟังว่า ชาวบ้านชาวไทใหญ่ได้ช่วยกันทำสะพานแห่งนี้ขึ้นมา เดิมเป็นทุ่งนาทั้งหมด ข้ามไปจะเป็นวัดห้วยคายคีรี สะพานแห่งนี้ชาวบ้านตั้งใจสร้างถวายให้พระเพื่อเดินบิณฑบาตทุกเช้า ชาวบ้านและพระอาจารย์เลยเอาแนวคิดของสะพานซูตองเป้มาสร้าง เรื่มสร้างสะพานเมษายน เสร็จกรกฎาคม 2559

พระสงฆ์เดินบิณฑบาต

ซึ่งสะพานแห่งนี้สามารถย่นเวลาให้กับชาวบ้านและพระสงฆ์ได้เป็นอย่างดี ในอดีตพระสงฆ์ต้องเดินบิณฑบาต 2 กิโลเมตร ช่วงหน้านาพระสงฆ์จะลำบากเพราะข้ามน้ำ 2 ที่ ทำให้พระไม่สามารถเดินบิณฑบาตได้ แต่เมื่อสะพานสร้างเสร็จก็ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับพระและชาวบ้านได้เป็นอย่างดี โดยใช้เวลาพียง 15 นาทีในการเดิน ทำให้ชาวบ้านใส่บาตรได้ทัน

งดงาม

สร้างสะพานต่ออายุ 

สะพานนี้เชื่อมระหว่างพุทธอุทยานห้วยคาย ชุมชนและวัดแพมบก ชาวบ้านมีความเชื่อว่าการสร้างสะพานคือการต่ออายุ เพราะชาวไทใหญ่เชื่อว่าจะต่ออายุทุกคนในครอบครัว จึงร่วมแรงร่วมใจกันสร้างขึ้นมา ที่ปัจจุบันเป็นที่ดินของชาวบ้านที่บริจาคโครงการสร้างทำจากไม้ไผ่ เสาเป็นปูนและเสริมโครงเหล็ก แนวสะพานจะลัดเลาะตามคันนา ขนาดกว้าง 1.50 เมตร

แหล่งท่องเที่ยวน่าสนใจ

ปัจจุบันเริ่มมีคนรู้จักมากขึ้นจากการติดตามผ่านเพจของชุมชน นอกจากชุมชนแพมบกจะมีสะพานบุญให้ได้มาเที่ยวชม ถ่ายรูปกันแล้ว ยังมีของดีและแหล่งท่องเที่ยวอีกหลายอย่างที่น่าสนใจ แหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ของชุมชน อาทิ จุดชมวิวดอยเมี้ยง จะมองเห็นวิวเมืองปาย ดอยธง เห็นดอยอินทนนท์และดอยหลวงเชียงดาว ทั้งยังมีของดี น้ำพริกคั่วทราย ถั่วเน่าแผ่น ไม้กวาด การตำข้าว การเรียนรู้เรื่องหนีบอ้อย และเกษตรชุมชน

ส่วนการบริหารจัดการในชุมชน จะให้คนในชุมชนค้าขายเองโดยจะไม่เปิดให้คนภายนอกเข้ามาทำกิจการเพื่อให้รายได้หมุนเวียนในชุมชน ทั้งนี้จะมีเงินปันผลให้กับคนในชุมชน

ดอกจันตัวโตๆ สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจมาเที่ยว ต้องรู้ก่อนว่าที่นี่มีข้อห้ามในการมาเที่ยวของนักท่องเที่ยว คือ ห้ามกระโดด ห้ามวิ่ง ห้ามทิ้งขยะและตัองแต่งตัวสุขภาพเรียบร้อย สายเดี่ยวกางเกงขาสั้นไม่ได้นะจ๊ะ

ถ่ายรูปกับทุ่งนาก็เก๋

**ล้อมกรอบ**

การเดินทาง : ขับรถมาตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1095 (แม่มาลัย-แม่ฮ่องสอน) ประมาณ 10 กิโลเมตร จะถึงหมู่บ้านแพมบก (เลยน้ำตกแพมบกประมาณ 2-3 กิโลเมตร) สามารถจอดรถไว้ในหมู่บ้าน หรือที่วัดแพมบก หากเดินทางมาอำเภอปายด้วยรถประจำทาง ใครสนใจแวะไปเที่ยวชมชุมชนแห่งนี้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม: การท่องเที่ยวโดยชุมชนแพมบก นายบุญอนันต์ เหล่อโพ (น้องเจ) โทร. 0631239022

    อย่าแค่ผ่าน…ของดีโคราชอยู่ที่นี่

    ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

    โดย แบกกล้องเที่ยว 11 มี.ค. 2560 16:01

    อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/878371

    ทริปนี้แบกกล้องเที่ยวจะพาทุกท่านไปตะลอนกิน เที่ยว ลุย กันที่ โคราช ก่อนหน้านี้ผ่านเส้นโคราชบ่อยมาก แต่ไม่เคยแวะไปเที่ยวหรือทานข้าวเลยสักครั้ง ทริปนี้ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีมาก เพราะเราได้รู้แหล่งเที่ยวใหม่ๆ ร้านอาหารอร่อยๆ เต็มไปหมด ต่อไปนี้โคราชจะไม่ได้เป็นแค่ทางผ่านอีกต่อไป ถ้าอย่างนั้นก็ชวนเพื่อนเก็บกระเป๋าพร้อมเดินทางไปตามหาของดีที่…เมืองย่าโมกันเลย

    ขับรถออกจาก กทม. แต่เช้าแบบไม่พักกันเลยค่ะ ทำให้เราถึงโคราชในช่วงที่ท้องร้องพอดี เช้าแบบนี้ต้องจัดอาหารลงท้องกันก่อน มื้อแรกจะพาไปทานร้านเด็ดเป็นร้านเก่าแก่ขายมา 20 ปีแล้วอย่าง ขนมจีนครูยอด มีชื่อเสียงคนแน่นจนต้องขยายกิจการเปิดร้านใหม่ใหญ่โตกว่าเดิม ขนมจีน เสิร์ฟพร้อมน้ำยาสี่อย่าง ได้แก่ น้ำยาไก่ น้ำพริก น้ำยาป่า น้ำยากะทิ พร้อมผักที่มาทั้งถาด เมนูร้านครูยอดเยอะมาก ทีเด็ดห้ามพลาด ไก่ทอด ส้มตำข้าวโพด ปลาดุกฟู และอีกหลายๆ เมนู

    เสร็จจากทานมื้อเช้าแล้วเราไปหาที่พักกันค่ะ ได้ที่พักใหม่ในตัวเมืองโคราช โรงแรมโครานารี่ คอร์ทยาร์ด โรงแรมสีขาวจะพาย้อนสู่อดีต ในยุคที่ความงดงามของสถาปัตยกรรมไทย ผสมผสานอย่างลงตัวกับวัฒนธรรมตะวันตก ใครไม่ได้พักที่นี่แวะไปทานอาหารก็ได้ค่ะ เมนูอาหารที่ “เลอ อินถวา” ก็รสชาติดีและทำให้นึกถึงการกินข้าวเวลาคุณย่าคุณยายทำให้เพราะเเลือกใช้วัตถุดิบที่มีมาแต่โบราณ และอาหารทุกจานไม่ใส่ผงชูรสเลย

    ช่วงบ่ายนี้เรามีกิจกรรมแห่งใหม่ในเมืองโคราช ที่หลายคนไม่คิดว่าโคราชภาคอีสานเรามีกิจกรรมกีฬาแบบนี้ด้วยหรอ นั้นก็คือ ศูนย์กีฬาทางน้ำ Korat Water Land สุดสนุกกับเครื่องเล่นทางน้ำ ในโซน Adventure สุดเร้าใจกับ Wake board สุดเท่ ที่สนามนี้ได้มาตรฐานระดับโลก นอกจากนั้นยังมีขับรถ ATV กับเส้นทางสั้นๆ แต่ดีกรีความมันจัดเต็ม หรือถ้าชอบความเงียบใช้สมาธิมากต้องไปยิงธนู

    ตบท้ายด้วยมื้อเย็นเรามาทานข้าวกันที่ 8 DINING ความโดดเด่นของร้านเน้นอาหารไทยแท้ ยกเมนูพิเศษอาหารท้องถิ่นขึ้นชื่อในแต่ละภาคมาไว้ที่นี่โดยเชฟอายุน้อยแต่ฝีมือไม่ธรรมดา เช่น แกงคั่วเนื้อ ห่อหมกใบยอ ปลากะพงย่างใบมะรุม แกงส้มกุ้งลายเสื้อ ผัดหมี่โคราช คั่วกลิ้งเนื้อแกะ ยำส้มโอปลาดุกฟู ผัดหมี่โคราช ยำปลาหมึกย่างพริกย่าง เป็นต้น ร้านนี้มีดนตรีสด นักร้องเสียงดี มาขับกล่อมเราให้เพลิดเพลินกับการทานอาหารค่ำอีกด้วย

    ใครที่ไม่อยากเดินทางไปเที่ยวไกลๆ เราแนะนำที่โคราชบ้านเองนี่เลยค่ะ ใช้เวลาเดินทางจากกทม. 2-3 ชม. เท่านั้น แต่มีทั้ง ที่กิน ที่เที่ยว พักผ่อน ผ่อนคลายให้เราเลือกใช้เวลาของวันหยุดได้คุ้มค่าแบบไม่เหน็ดเหนื่อย

    ที่มา – แบกกล้องเที่ยว
    www.baagklong.com
    www.facebook.com/baagklong

    ความฟินระดับ 10!! The Habita โซนใหม่เสน่ห์เร้าใจของ “ศรีพันวา”

    ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

    โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 11 มี.ค. 2560 05:30

    อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/880517

    เป็นขวัญใจนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบความสงบเป็นส่วนตัวสูง ในบรรยากาศสุดฮิปมีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร สำหรับ “ศรีพันวา” โครงการบ้านพักตากอากาศ และโรงแรมสุดหรูสไตล์พูลวิลล่า ตั้งอยู่บนหาดส่วนตัวปลายสุดของแหลมพันวา ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้เกาะภูเก็ต โดยเสน่ห์สร้างชื่อของศรีพันวาอยู่ที่การออกแบบสไตล์ทรอปิคอลร่วมสมัย เปิดโล่งให้เห็นท้องทะเลอันดามันและหมู่เกาะล้อมรอบ เพื่อให้ผู้มาเยือนแอบอิงใกล้ชิดธรรมชาติที่สุด

    ตอกย้ำความเป็นรีสอร์ตชั้นนำของไทยที่มีเสน่ห์ที่สุดในโลก ศรีพันวาเปิดที่พักโซนใหม่เก๋ไก๋มีสไตล์กว่าเดิม ภายใต้ชื่อ “เดอะ ฮาบิตา” (The Habita) ตั้งอยู่บน เนินเขาสูงท่ามกลางแมกไม้ธรรมชาติ ในบรรยากาศแสนสงบ มีความเป็นส่วนตัว มองเห็นวิวของท้องทะเลอันดามันแบบ 180 องศา และจะยิ่งงดงามโรแมนติกเมื่อยามอาทิตย์อัสดง

    ภายในประกอบด้วยห้องพูลสวีท และห้องพูลเพนส์ เฮ้าส์ แต่ละห้องมีขนาด 70-140 ตารางเมตร พร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัวทุกห้อง ตกแต่งอย่างประณีต ครบครันไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก โซนนี้ยังมีสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ 44 เมตร ที่โอบล้อมไปด้วยต้นไม้ใหญ่น้อยให้ความรู้สึกผ่อนคลายอย่างล้ำลึก

    นอกจากห้องอาหารเดิมที่ฮิตฮอตอยู่แล้ว เช่น ร้านอาหารไทย “Baba Soul Food” ในอาคาร Baba Dining Lounge เสิร์ฟอาหารไทยรสชาติจัดจ้านสไตล์ต้นตำรับพื้นเมือง, ห้องอาหาร “Baba Q” ในอาคาร Baba Poolclub และห้องอาหาร “Baba IKI” ร้านอาหารญี่ปุ่นแนวร่วมสมัยของศรีพันวา ยังมีน้องใหม่เปิดให้บริการเพิ่มความคึกคัก ถ้าชอบสไตล์ปิ้งย่างในบรรยากาศสบายๆริมสระน้ำ แนะนำให้ลอง “บาบา ฮอต บ๊อกซ์” มีเชฟหุ่นล่ำยืนปิ้ง BBQ สูตรเฉพาะให้ชิมกันสดๆด้วยเตาสุดเจ๋งของ Josper จากสเปน ที่มีคุณสมบัติพิเศษคือ สามารถเก็บความชุ่มฉ่ำของเนื้อไว้ได้อย่างดี ยิ่งอร่อยเมื่อทานคู่กับผักและแป้งพิต้า พร้อมน้ำจิ้มรสเด็ด หรือจะลองเมนูเหลาแบบจีนต้นตำรับ ก็เชิญแวะไปที่ “บาบา ชิโน” ร้านอาหารจีนน้องใหม่มาแรงของศรีพันวา

    ไม่ว่าจะมาเป็นคู่ หรือขนมาเป็นแก๊ง ก็ห้ามพลาด “Baba Nest” พร้อมให้บริการเครื่องดื่มค็อกเทลและอาหารทานเล่น ที่คัดสรรมาให้ลิ้มลองหลากหลายรสชาติ ท่ามกลางบรรยากาศสุดโรแมนติกของพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า และวิวท้องทะเลแบบพาโนราม่า 360 องศา ถ้าไม่เจ๋งจริงซีเอ็นเอ็นคงไม่ยกให้เป็นหนึ่งในสามบีชบาร์ที่ดีที่สุดในโลก ประจำปี 2011.

    สโลว์ไลฟ์..ใน ‘โทเบตสึ’

    ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

    โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 11 มี.ค. 2560 05:01

    อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/880297

    ใบไม้เปลี่ยนสีในสวนโอโดริ.ระหว่างเดินทางร่วมกิจกรรมในหลักสูตร “การจัดระบบสนับสนุนคนพิการ” ซึ่งจัดโดยองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (Japan International Cooperation Agency) หรือไจก้า เมื่อเร็วๆนี้ ที่เมืองซัปโปโรของญี่ปุ่น เลยถือโอกาสแวะไปเที่ยวเมืองโทเบตสึที่อยู่ใกล้ๆกันโทเบตสึ เมืองเล็กๆที่อยู่ไม่ไกลจากซัปโปโรมากนัก ขับมาทางสะพานซัปโปโร โอฮาชิ ข้ามแม่น้ำอิชิการิ ซึ่งเป็นแม่น้ำสายที่ยาวที่สุดของฮอกไกโด ไม่ถึงชั่วโมง เราก็มาถึงโทเบตสึ ซึ่งเป็นเมืองที่มีโรงแรมน้ำแข็ง และโรงงานช็อกโกเลตชื่อดัง ROYCE

    โรงแรมน้ำแข็ง.และที่มากไปกว่านั้น คือ โทเบตสึ เป็นเมืองที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับประเทศสวีเดน ที่เริ่มต้นมาจากอดีตเอกอัครราชทูตสวีเดน ประจำญี่ปุ่น คนหนึ่งมาเที่ยวที่เมืองนี้ แล้วเกิดติดอกติดใจทั้งวิวที่สวยงามและอากาศที่ค่อนข้างสบาย จึงริเริ่มสร้างชุมชนบนเนินเขา ชื่อว่า “สวีเดน ฮิลล์ส” เมื่อปี 2527 และต่อมาในปี 2530 โทเบตสึก็ได้พัฒนาเป็นเมืองพี่เมืองน้องกับ เมืองเลกซานด์ ใน ภูมิภาคดอลาร์นา ของสวีเดน และอีก 3 ปีต่อมา กษัตริย์แห่งสวีเดนก็ได้เสด็จเยือนโทเบตสึ…ถือเป็นการตอกย้ำความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศให้ใกล้ชิดมากขึ้น

    วิวด้านบนอนุสรณ์สถานเลกซานด์.การเดินทางเยือน โทเบตสึ คราวนี้ ได้มีโอกาสพบกับ คุณมาซากิ มิยาจิ นายกเทศมนตรีเมืองโทเบตสึ ด้วย คุณมาซากิไม่ใช่คนเมืองนี้โดยกำเนิดแต่เป็นนักธุรกิจในเมืองฟูกูโอกะ ที่เดินทางไปประเทศต่างๆมาแล้วไม่น้อยกว่า 70 ประเทศ เขาเล่าว่า ในช่วงที่เดินทางไปเรื่อยๆ ก็คิดว่า ตอนเกษียณอายุราชการ น่าจะมีสถานที่สักแห่ง ที่สามารถอยู่ได้อย่างสงบและเป็นสุข แถมภรรยา ยังให้โจทย์มาเพิ่มว่า ควรเป็นเมืองที่หน้าร้อนไม่ต้องเปิดแอร์ พอมาพบโทเบตสึ เลยเหมือนเจอเนื้อคู่ ตอบโจทย์ได้ แถมยังเป็นเมืองเล็กๆที่เดินทางไปไหนมาไหนสะดวก จึงตัดสินใจย้ายจากฟูกูโอกะมาอยู่ที่นี่ อยู่ไปอยู่มา เลยได้รับเลือกให้เป็นนายกเทศมนตรี ประมาณว่าย้ายไปไหนไม่ได้แล้ว

    ราเม็งหมูนุ่มชามยักษ์ในโทเบตสึ .มาเที่ยวโทเบตสึ มีหลายที่ที่น่าสนใจ เราเริ่มต้นการเดินทางในเมืองที่ ศูนย์วัฒนธรรมสวีเดน หรือ The Swedish Center Foundation (SCF) ที่นี่มีการสาธิตการเป่าขวดแก้วของศิลปินญี่ปุ่นด้วย ดูเพลินดี

    ออกจากศูนย์วัฒนธรรม ไปต่อกันที่ สวนอนุสรณ์สถานเลกซานด์ ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขา เป็นอนุสรณ์ที่สร้างขึ้นในวาระครบรอบ 20 ปี ของความสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้องระหว่างโทเบตสึกับเมืองเลกซานด์ของสวีเดน เป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็น สวีเดน ฮิลล์ส ที่อยู่ด้านล่างแบบพาโนราม่า สะดุดตากับม้าไม้สีแดง ตัวใหญ่ในคอกไม้ ถามคนที่นี่ ได้ความว่า ม้าสีแดง เป็นสัญลักษณ์ของแคว้นดอลาร์นาของสวีเดน ซึ่งทางเทศมนตรีเมืองเลกซานด์ได้มอบให้กับโทเบตสึ เป็นของขวัญที่ชาวโทเบตสึเชื่อว่าเป็นม้านำโชค

    หน้าศาลเจ้าประจำเมืองโทเบตสึ.ปกติสวนอนุสรณ์เลกซานด์จะเปิดให้ขึ้นไปชมวิวได้ในช่วงเดือน พ.ค.- ต.ค. ของทุกปี ยกเว้นช่วงหน้าหนาวแต่เพราะความสามารถพิเศษของ อีซูโกะ เดกูชิ ไกด์ของเรา ที่ไม่รู้ไปคุยกับเจ้าหน้าที่แบบไหน ทำให้พวกเราได้ขึ้นไปถ่ายรูปท้าแรงลมบนจุดชมวิวเป็นที่ระลึกได้

    พูดถึงไกด์ เดกูชิ บอกว่า เผื่อใครอยากจะย้ายสำมะโนครัวไปเป็นชาวโทเบตสึ ที่เมืองนี้เขาเปิดกว้าง ให้คนต่างเมืองหรือแม้แต่ต่างชาติย้ายมาอยู่กันได้ มีเว็บไซต์บอกรายละเอียด เข้าไปดูกันได้ที่ www.town.tobetsu.hokkaido.jp

    ปัจจุบัน โทเบตสึ มีคนอาศัยอยู่ราว 16,000 คน ชีวิตของผู้คนที่นี่บอกได้เลยว่า สโลว์ไลฟ์มากๆ ผู้คนอยู่อย่างเรียบง่าย เวลาเดินไปตามถนนจะเห็นคนทุกวัยมารวมกลุ่มกันทำกิจกรรมทั้งเล่นกีฬา เล่นเกม รับประทานอาหารร่วมกัน เราได้มีโอกาสไปร่วมวงกับกลุ่มที่มีอาสาสมัครคนไทยรวมอยู่ด้วย ได้ข้อมูลว่า คนที่นี่อยู่กันแบบพึ่งพาอาศัย มีการทำกิจกรรมต่างๆทั้งปลูกผักสวนครัว ปรุงอาหาร ร่วมกันอย่างวันที่เราไป มีชาวบ้านนำเนื้อเจงกิสข่านกระทะร้อนมาต้อนรับ อร่อยจนหยุดไม่อยู่

    มาซากิ มิยาจิ นายกเทศมนตรีเมืองโทเบตสึ ฟ้อนรำร่วมกับคนไทย.เสร็จจากอาหารกลางวัน ช่วงบ่าย มาชิโระ กาโตะ ประธานสภาประจำเมืองโทเบตสึ อาสาพาไปสักการะศาลเจ้าประจำเมือง ซึ่งสร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับ คูนินาโอะ ดาเตะ ซามูไรในยุคเอโดะ ที่อพยพครอบครัวมาสร้างบ้านแปงเมืองโทเบตสึ และพัฒนาจนกลายเป็นเมืองที่ทันสมัยในหลายๆ เรื่อง ทำให้ชาวบ้านยอมรับนับถือ และร่วมกันสร้างศาลประจำเมืองขึ้น เพื่อเป็นอนุสรณ์รำลึกถึงท่าน คูนินาโอะ ดาเตะ ที่ได้ทำคุณประโยชน์ให้กับเมืองนี้

    ศาลเจ้าแห่งนี้เพิ่งจะมีอายุครบ 120 ปี เมื่อปีที่ผ่านมา โดยทุกๆปีจะมีการจัดเทศกาล 7-5-3 ที่หมายถึงอายุ 7 ขวบ 5 ขวบ และ 3 ขวบ เป็นการเฉลิมฉลองให้กับเด็กผู้หญิงที่มีอายุครบ 3 ขวบ เพื่อเป็นการขอบคุณพระเจ้าที่ทำให้เด็กเติบโตแข็งแรง ฉลองให้กับเด็กผู้ชายที่มีอายุครบ 5 ขวบ ซึ่งเป็นปีแรกที่เด็กผู้ชายจะได้ใส่ชุดกิโมโนของผู้ชาย และฉลองอายุเด็กหญิงครบ 7 ขวบ ซึ่งจะได้เปลี่ยนการผูกเอวชุดกิโมโนจากเชือกเป็นผ้าแถบใหญ่ที่เรียกว่า “โอบิ”

    คุณมาชิโระ กาโตะ บอกว่า ขั้นตอนการไหว้พระตามแบบฉบับโบราณ จะต้องล้างมือในอ่างที่มีมังกรทองคำเป็นหัวก๊อกน้ำก่อน เพื่อเป็นการชำระล้างมลทินต่างๆ เสียก่อน จึงค่อยเข้าไปทำพิธีด้านในออกจากศาลเจ้าประจำเมือง ไกด์ร่างเล็กของเราพาไปต่อที่โมเอะเรนุมะ สวนสาธารณะประจำเมือง ซึ่งสร้างจากบ่อเก็บขยะเก่าของฮอกไกโด ใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 23 ปี อิซามุ โนกูชิ คนออกแบบสวนสาธารณะแห่งนี้ ใช้การนำขยะมากกว่าหลายล้านตันถมซ้อนเป็นภูเขา ที่เรียกว่า โมะเอะเระ ที่มีขนาดความสูงถึง 62 เมตร เมื่อปีนขึ้นไปถึงยอดภูเขา จะมองเห็นเมืองซัปโปโรทั้งเมือง เรียกว่าเป็นซิกเนเจอร์ของที่นี่เลยก็ว่าได้

    ชาวบ้านเลี้ยงอาหารท้องถ่ินสไตล์มองโกเลีย.นอกจากนี้ ในสวนยังมีพีระมิดกระจก ที่เรียกว่า ฮิดามาริ ดูสวยงามแปลกตา ก่อนกลับเมืองไทย ชะแว้บ!ไปดูใบไม้เปลี่ยนสีที่มหาวิทยาลัยฮอกไกโดกับสวนโอโดริ กลางเมืองซัปโปโร สีเหลืองของใบแปะก๊วย สลับสีแดง ส้มของใบเมเปิ้ลที่สะพรั่งไปทั้งต้นช่างยวนยั่วให้ผู้คนรวมถึงนักท่องเที่ยวแห่ชื่นชมความจัด จ้านของสีที่มองมุมไหนก็สวย

    สวยจนไม่อยากลบภาพไหนออกจากความทรงจำเลยจริงๆ…

    มาสิรออะไร! รีวิว 6 โซน บ้านบางเขน ลุยเดี่ยวเที่ยวเมืองวินเทจยุค90 (ชมคลิป)

    ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

    โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 มี.ค. 2560 06:05

    อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/873122

    มาสิรออะไร! รีวิว 6 โซน บ้านบางเขน ลุยเดี่ยวเที่ยวเมืองวินเทจยุค90 (ชมคลิป)

    มาสิรออะไร! รีวิว 6 โซน บ้านบางเขน ลุยเดี่ยวเที่ยวเมืองวินเทจยุค90 (ชมคลิป)

    เหนื่อยล้าจากการทำงานมาทั้งวัน เย็นนี้ไปหาที่เดินเที่ยว กิน ดื่มชิลๆ กันดีกว่ามั้ย? สถานที่แฮงเอาต์แห่งใหม่ที่กำลังมาแรงในนาทีนี้ คงหนีไม่พ้น ‘บ้านบางเขน’ ชุมชนสไตล์วินเทจที่จะพาคุณย้อนกลับไปสัมผัสบรรยากาศในยุค 90 เขาเปิดให้บริการ 24 ชั่วโมงด้วยนะตัวเธอ เก๋ไปอีก

    สัปดาห์นี้ I TOUR ALONE กับฮัมมิ่งเบิร์ด จะพาคุณไปเจาะสไตล์เท่ๆ ของชุมชนแห่งนี้ซะหน่อย เห็นว่ามีมุมให้เดินเที่ยว ถ่ายรูป และอิ่มอร่อยไปกับอาหารเครื่องดื่มรวมถึง 6 โซนด้วยกัน จะมีโซนไหนถูกใจคุณบ้างรึเปล่า ล้อมวงเข้ามาดู…

    -1-

    แดดร่มลมตกช่วงบ่ายแก่ๆ หลังจากเลิกงาน อยากหาสถานที่ผ่อนคลายอารมณ์สักหน่อย ไปไหนดี? นึกไปนึกมา อ้อ! มีเพื่อนเราเคยแนะนำให้ไปเดินเที่ยวที่บ้านบางเขน นางไปมาแล้วถูกจริตนางมาก เม้าท์มอยให้ฟังยกใหญ่ (มันมีนั่นมีนี่นะ บลา บลา บลา…) ประมาณว่านางมีไลฟ์สไตล์แบบคนเมืองที่ชอบถ่ายรูปชิคๆ เลยทำให้ประทับใจที่นี่เป็นพิเศษ

    ไหนๆ เพื่อนก็ชักแม่น้ำทั้งห้าเล่าสรรพคุณมาขนาดนี้ ลองแวะไปเที่ยวหน่อยก็แล้วกัน ตัดภาพมาที่ “แดดร่มลมตกช่วงบ่ายแก่ๆ” นั่นแหละ…เราเลยมายืนอยู่หน้าทางเข้า บ้านบางเขน เดินทางมาไม่ยากนะ มาตามถนนพหลโยธินยาวๆ ประมาณพหลโยธิน 49/2 ตรงข้ามกับ กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ เขตบางเขน

    โซนแรกที่เจอเลยอยู่ใกล้ๆ ป้ายทางเข้าก็คือ ‘โซนร้านอาหาร (Food Court)’ ตรงนี้มีอาหารโบราณรสเด็ดให้เลือกชิมหลายร้าน มีทั้งผัดไทย ขนมเบื้องญวน ชาไทยโบราณ ก๋วยเตี๋ยวเรือ ข้าวราดแกง ลูกชิ้นปิ้ง ข้าวเหนียวมะม่วง ฯลฯ ก่อนเดินเที่ยวจะแวะเติมพลังที่ตรงนี้ก่อนก็ไม่ผิดกติกาใดๆ โดยจะต้องนำเงินสดไปแลกเป็นการ์ดก่อน แล้วค่อยนำมาชำระค่าอาหารนะจ๊ะ

    พอท้องอิ่มก็ได้เวลาเดินเที่ยวชิลๆ ถัดเข้ามาอีกเล็กน้อยจะมีซุ้มประตูทางเข้าชมโซนอื่นๆ ของบ้านบางเขน ตรงนี้ต้องซื้อบัตรค่าเข้าชมก่อน คนละ 20 บาท บัตรนี่อย่าขยำทิ้งนะ เพราะเอาไปแลกน้ำเปล่าฟรีได้ 1 ขวด หรือจะเอาไปเป็นส่วนลดในร้านกาแฟวินเทจก็ได้ เลือกเอาตามใจชอบ

    เดินมาอีกแค่ 2-3 ก้าว ก็เจอ ‘โซนบ้านโค้ก’ อยู่ด้านซ้ายมือ สังเกตง่ายๆ จะมีรูปวาดเป็นสัญลักษณ์โค้กอยู่ที่ผนัง คนมาต่อคิวถ่ายรูปเพียบ ส่วนด้านในเขาจัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์โค้ก มีทั้งเครื่องกดน้ำอัดลมโบราณ ขวดโค้กโบราณจากประเทศต่างๆ ของที่ระลึก และโมเดลรถแบรนด์โค้กหลากหลายรูปแบบ มีชั้นสองให้ขึ้นไปชมความอลังการจากด้านบนได้ด้วย แจ่มเลย!

    -2-

    ถัดมาตรงข้ามกันเราเจอกับ ‘โซนพิพิธภัณฑ์บ้านพ่อหลวง’ ด้านในอลังการจนขนลุกซู่ เขารวบรวมเอาพระบรมรูปปั้น พระบรมฉายาลักษณ์ พระบรมสาทิสลักษณ์ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช หรือในหลวง รัชกาลที่ 9 และธนบัตรโบราณต่างๆ ไว้ให้ชมมากมาย เข้ามาชมแล้วยิ่งทำให้คิดถึงพระองค์มากไปอีก ในนี้เป็นห้องจัดแสดงเล็กๆ ใช้เวลาไม่นานมากก็สามารถเดินชมทั่วห้อง

    ถัดมาเราเดินต่อไปยัง ‘โซนร้านกาแฟวินเทจ’ เปิด 24 ชม. ที่นี่เป็นห้องโถงกว้างขวาง โปร่งโล่งสบายในสไตล์ลอฟต์ มีโต๊ะที่นั่งให้เลือกพักผ่อนหลากมุมหลายสไตล์มากๆ เช่น ชุดโซฟา ชุดโต๊ะวินเทจ โต๊ะไม้โซนเอาต์ดอร์ใกล้ชิดธรรมชาติ เขาบริการเค้กอร่อยๆ และเครื่องดื่มซอฟต์ดริงก์ กาแฟหอมๆ ชาร้อน ชาเย็นรสชาติดี เป็นต้น

    นอกจากนี้ก็มีมุมโซนอาหาร ที่นี่เขามีเมนคอร์สให้บริการด้วยนะ โต๊ะโซนนี้ก็จะมีทั้งโต๊ะใหญ่รองรับได้ 10-15 คน แบบมาเป็นกรุ๊ป แล้วก็มีแบบโต๊ะอาหารในมุมส่วนตัวด้วย (แยกเป็นห้องๆ)

    อ้อ! อีกอย่างที่เราคิดว่าไอเดียดี คือ ‘โซนอ่านหนังสือ’ เป็นโซนสำหรับให้นักเรียนนักศึกษาเข้ามาติวหนังสือกันได้ แต่ก็มีกฎระเบียบเล็กน้อยคือ ห้ามเล่นการพนัน ห้ามของมึนเมา ห้ามแอบหลับในร้าน และห้ามส่งเสียงดังรบกวนคนอื่น โซนนี้จุคนได้ประมาณ 200-250 คนเลยทีเดียว เป็นมุมสงบเงียบที่น่ามาอ่านหนังสือสอบมากๆ

    -3-

    เดินเที่ยวปิดท้ายกันที่ ‘โซนพิพิธภัณฑ์ของเก่า’ โซนนี้มีห้องจัดแสดงหลายห้องตั้งอยู่ติดๆ กันเลย ได้แก่ โรงเรียนลำสนุ่น ร้านขายยาวิทยาพรโอสถ ร้านโชห่วยไทยเจริญทรัพย์ ร้านเจียเซ่งกี่ ร้านบาร์เบอร์โบราณ เป็นต้น

    เดินชมร้านบาร์เบอร์ข้างในมีโปสเตอร์บอกด้วยว่าอยากได้ทรงไหน เป็นทรงผมโบราณของเด็กนักเรียนชายสมัยก่อน มีพวกน้ำมันแต่งทรงผมแบบเก่าๆ เต็มไปหมดเลย (หามาได้ไง เก่งจัง) สวย ขรึม ขลัง ดี แล้วก็เดินไปต่อที่ ร้านขายยาโบราณ มีป้ายบอกว่าเป็นร้านขายยาประเภท ค ด้วยนะ ดีเทลมาเต็ม (เป็นร้านขายยาสำเร็จรูปที่ไม่มียาอันตรายผสมอยู่ ถ้าเจ้าของร้านเป็นเภสัชกรแผนโบราณก็ผลิตยาแผนโบราณขายได้)

    เข้าไปดู เออ เป็นยาแผนโบราณจริงด้วยแฮะ มีตาชั่งยาเก่า มีลูกคิด มีตู้ใส่ยาจีนแห้งอยู่หลายประเภท ส่วนด้านหน้าก็มียาแผนปัจจุบัน (ในยุคนั้น) วางจำหน่ายด้วย เช่น ยาฤาษีประทาน ยาหอมแก้วฟ้า ผิวงามทิพย์โอสถ หมากหอมเยาวราช แอนตาซิล เป็นต้น เด็กสมัยนี้ไม่รู้ว่าจะรู้จักกันหรือเปล่า

    แล้วก็มีโรงเรียนเก่า เข้าไปนั่งโต๊ะเรียนหน้ากระดานดำแล้วนึกถึงสมัยเรียนชั้นประถมเลยอะ บนกระดานมีเขียนวันที่ รอบๆ ห้องมีโปสเตอร์ให้ความรู้วิชาต่างๆ มีโต๊ะคุณครูประจำชั้น ชอบมุมนี้อะ ย้อนวัยดี แล้วถัดไปก็เป็นร้านโชห่วยโบราณ มีของเก่าๆ ให้ดูเพียบ บรรยายไม่หมด

    แต่ที่เห็นเยอะสุดก็โหลใส่ลูกอมแฮ็กส์ (โอ้ย จุดนี้รู้สึกแก่มาก) จำได้ว่าเด็กๆ เคยซื้อ 2 เม็ด 1 บาท อะ อมแล้วเย็นๆ แบบมิ้นต์ หวานๆ สดชื่น มีให้เลือกหลายรสด้วยนะ นอกจากนี้ก็มีผงซักฟอกเปา แป้งสปริงซอง แป้งเด็กน่ารัก แป้งหอมฮอลลีวู๊ด ฯลฯ

    แป้งพวกนี้ตอนเด็กๆ เราก็เคยใช้มาทุกยี่ห้อเหมือนกัน (ฮา…)

    *ชมคลิป*

    ดับอนาถท้องแตกตาย! รีวิวของกินที่ตลาด ‘Raohe’ กลางกรุงไทเป…ฟิ๊นฟิน

    ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

    โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 มี.ค. 2560 06:05

    อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/874237

    ดับอนาถท้องแตกตาย! รีวิวของกินที่ตลาด 'Raohe' กลางกรุงไทเป...ฟิ๊นฟิน

    ดับอนาถท้องแตกตาย! รีวิวของกินที่ตลาด ‘Raohe’ กลางกรุงไทเป…ฟิ๊นฟิน

     

    ไปเที่ยวประเทศไหน ก็ไม่ชิลเท่า “ไต้หวัน” มีใครคิดเหมือนเรา ยกมือขึ้น!!! ก็มันเรื่องจริง…ไม่ว่าจะเริ่มตั้งแต่เรื่องของวีซ่า ที่ปัจจุบันคนไทยสามารถเดินทางไปได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าแล้ว แถมด้วยอาหารการกินที่หลากหลาย ชวนน้ำลายสอ ค่าเงินเขาก็ไม่ต่างจากบ้านเรา ช็อปปิ้งกินเที่ยวสบายอุรา แบบไม่ต้องงกกินงกดื่ม (เที่ยวแบบนั้นไม่เห็นจะสนุกเนอะ) การเดินทาง ระบบขนส่งสาธารณะ จะไปทางไหนทุกอย่างสะดวกสบาย ลงตัว ยอดเยี่ยมกระเทียมดองมากๆ รับรองไปไม่มีหลง เพราะทุกอย่างออกแบบมาอย่างดี 

    วันนี้เราจะพาไปบุกตลาดนัดกลางคืนกลางกรุงไทเป ที่มีชื่อว่า Raohe Street Night Market หรือตลาด “เหราเหอ” (เรียกผิดไปต้องขออภัยด้วย) จะบอกว่าละลานตามากๆ ตั้งแต่ทางเข้า เพราะโคมไฟหน้าวัด Ciyou Temple สีสันสวยงามสะดุดตา อันดับแรกหันไปไหว้พระไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์กันก่อนนะจ๊ะ เพื่อขอพรให้เจอแต่สิ่งดีๆ และแล้วเราก็สะดุดตา เมื่อเงยหน้ามาพบเจอคุณป้าขายลอตเตอรี่ แหม่…คนรุมเชียว แถมคนเสี่ยงโชคส่วนใหญ่ก็ไม่ใช่ใครอื่น หนุ่มๆ สาวๆ ทั้งน้ัน (น่าสนุกเนอะ) 

    ตลาดนัดกลางคืนแห่งนี้ก็เป็นตลาดของกินน่าเดินในบรรดา 3 แห่งของกรุงไทเป เนื่องจากมีร้านรวงไม่ต่ำกว่าร้อยร้าน แต่ที่น่าสนใจที่สุดคือ อาหาร ของตลาดแห่งนี้จะบอกว่าหลากหลายมากๆ ถ้าใครที่ยังไม่ได้ทานอะไรมา รับรองมีน้ำลายไหลตลอดทาง ก็มันน่ากินน่าชิมไปหมดอ่ะ แต่สุดท้ายขอเตือนไว้ก่อน คุณอาจมีจุกได้…

    จากนั้นเราเริ่มเดินเข้าตลาด สิ่งที่เราเห็นก็คือคนจำนวนมหาศาลต่อแถวคดเคี้ยวไปมา วนรอบร้านหนึ่งรอบ เราก็ชะเง้อ มันร้านอะไรกัน? เขาขายอะไรกันนะ? ทำไมคนเยอะแยะมากมายขนาดนี้ เราก็เดินวนจนครบรอบแถว อ้อ…ร้านขายเสี่ยวหลงเปานั่นเอง ดูภาพเลยค่ะคุณผู้ชม! แหม่สงสัยรสชาติจะดีเว่อร์ ไม่งั้นคิวไม่ยาวเป็นหางว่าวแน่นอน แต่ดิฉันทนรอไม่ไหวเป็นแน่…ขอบายค่ะ

    คลายความสงสัยแล้ว ก็เริ่มเดินเข้าไปเรื่อยๆ ทีนี้ล่ะครับท่านผู้ชม ถ่ายรูปกันรัวๆ อะไรอ่ะ…แปลกตาจัง? อะไรอ่ะ…กินได้มั้ย? อะไรอ่ะ…หน้าตาดีจัง? (คนขาย…คริคริ) ขายอะไรอ่ะ…คนกินเพียบเลย? เฮ้ย…อันนี้ก็น่ากิน! เฮ้ย…กินอันนี้กันเหอะ! คำถามคำพูดเหล่านี้ผุดอยู่ในหัวสมองและท่องอยู่ตลอดเวลา พูดไปก็มิอาจเชื่อ จะพาไปดูรูปภาพ!!!

    แต่ก่อนอื่นขอบอกแบบนี้ว่า บางอย่างเราก็ไม่รู้จักจริงๆ ว่ามันคืออะไร รสชาติเป็นอย่างไร เพราะจะให้กินหมด ชิมหมดทุกสิ่งอย่าง มีหวังดับอนาถเพราะท้องแตกตาย  คุณๆ ดูรูปภาพกันเองแล้วกัน จากนั้นก็ไปกดจองตั๋วด่วนๆ เลย ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลงอะไรกันแล้ว เพราะอะไรน่ะเหรอ! เพราะ…ไต้หวันยังมีอะไรดีอีกเยอะ นี่เป็นแค่หนึ่งตลาด หนึ่งสถานที่เที่ยว เดี๋ยวยังไงคอยติดตามอ่านละกันนะ ว่ามีอะไรมานำเสนอต่อไป ถือว่าอันนี้…เรียกน้ำย่อยไปก่อนแล้วกัน (โอ๊ย…หิว!!) 

    อ้อ…เกือบลืม!! กดเข้าไปไว้ก่อนเลยสำหรับลิงค์นี้ เพราะเราพาไปดูเทศกาลโคมไฟไต้หวัน 2017 มาด้วย ดูให้ฉ่ำปอด งานระดับโลก! โคมไฟไต้หวัน 2017 สวยงามจับใจนึกว่าสรวงสวรรค์ ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ.

     

    ปั่นจักรยานเส้นทางประวัติศาสตร์ สืบสาน “เจียงใหม่” เมืองน่าอยู่

    ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

    โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 9 มี.ค. 2560 05:15

    อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/878280

    ปั่นจักรยานเส้นทางประวัติศาสตร์ สืบสาน "เจียงใหม่" เมืองน่าอยู่

    ปั่นจักรยานเส้นทางประวัติศาสตร์ สืบสาน “เจียงใหม่” เมืองน่าอยู่

    “การขี่จักรยาน” กลายเป็นเทรนด์ฮิตที่ได้ทั้งความสนุกและสุขภาพ ชาวเจียงใหม่อินเทรนด์ไม่แพ้ภาคไหน ร่วมแรงร่วมใจกันจัดงาน “ปั่นสองล้อ ผ่อเจียงใหม่” โดยมีมูลนิธิแพทย์น้ำเงิน-ขาวสู่ชุมชน เป็นโต้โผร่วมกับศูนย์วัฒนธรรมเชียงใหม่ และเดอะมอลล์ กรุ๊ป เชิญชวนคนรักการปั่นจักรยานมาร่วมปั่นๆๆ รอบตัวเมืองชื่นชมเส้นทางประวัติศาสตร์ เป็นระยะทาง 21 กิโลเมตร เพื่อหารายได้นำไปซื้อเครื่องมือทางการแพทย์

    งานนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ “ปวิณ ชำนิประศาสน์” นำขบวนปั่นจักรยานผ่อเจียงใหม่อย่างแข็งขัน พร้อมบอกเล่าถึงความประทับใจในกิจกรรมสุดสร้างสรรค์ครั้งนี้ว่า ขอชื่นชมมูลนิธิแพทย์น้ำเงิน-ขาวสู่ชุมชน ศูนย์วัฒนธรรมเชียงใหม่ และเครือข่ายผู้รักการปั่นจักรยานเชียงใหม่ ที่ร่วมกันจัดกิจกรรมดีๆ มีประโยชน์ ทำให้ชาวเชียงใหม่ได้ออก กำลังกายร่วมกัน พร้อมซึมซับเรื่องราวในอดีตของเมืองเชียงใหม่ และชื่นชมความงดงามของทัศนียภาพในย่านเก่าแก่และสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของเมืองเชียงใหม่ อย่างเช่น ถนนรอบคูเมือง, ถนนท่าแพ, ถนนช้างม่อย, ถนนเจริญกรุง, ตลาดวโรรส, ตลาดต้นลำไย, โบสถ์เชียงใหม่คริสเตียน
    และวัดเกตการาม

    ในโอกาสเดียวกันนี้ทางศูนย์วัฒนธรรมเชียงใหม่ยังได้จัดนิทรรศการแสดงผลงานศิลปะ “กิ๊ดเติงหาเจียงใหม่สมัยตะก่อน” โดย “อ.ธนกร ไชยจินดา” ศิลปินสีน้ำชื่อดังของถิ่นล้านนา เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวของเมืองเชียงใหม่ในอดีตผ่านฝีพู่กัน พร้อมเชื้อเชิญ “รศ.สมโชติ อ่องสกุล” กรรมการบริหารหลักสูตรสาขาวิชาล้านนาศึกษา คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ “อ.เสรินทร์ จิรคุปต์” ย้อนอดีตถึงความทรงจำเมื่อครั้ง “ในหลวง รัชกาลที่ 9” เสด็จประพาสเชียงใหม่.

    “เยลโลว์สโตนแห่งแอตแลนติกเหนือ” มรดกสีครามของโอบามา

    ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

    โดย National Geographic 8 มี.ค. 2560 16:02

    อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/877245

    “เยลโลว์สโตนแห่งแอตแลนติกเหนือ” มรดกสีครามของโอบามา

    “เยลโลว์สโตนแห่งแอตแลนติกเหนือ” มรดกสีครามของโอบามา

    ราว 160 กิโลเมตรทางตะวันออกเฉียงเหนือของอ่าวบอสตัน วาฬแกลบครีบดำซึ่งมีสถานะใกล้สูญพันธุ์หกตัวผุดขึ้นมาเหนือน้ำเป็นระลอก ลำท้องเรียวขาวสะท้อนวาวอยู่ในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ แต่ละครั้งที่พุ่งเสยขึ้นมาสูงสุด พวกมันจะอ้าปากขนาดมหึมาเพื่อกรองกินโคพีพอดขนาดเล็กจิ๋ว ถัดจากกราบซ้ายของเรือวิจัยชื่อ แพลนบี ฝูงปลาเฮร์ริงกำลังไล่กิน ครัสเตเชียนชนิดเดียวกันนี้จนผิวน้ำแตกกระจาย ขณะเดียวกัน บนสันหินใต้ทะเลลึกลงไปเบื้องล่าง 15 เมตร นักวิทยาศาสตร์จากเรือดังกล่าวก็กำลังเฝ้าดูปลาพอลล็อก ปลาค้อด และปลาคันเนอร์ กินอาหารอยู่ท่ามกลางสายริบบิ้นเส้นยาวของสาหร่าย เคลป์สีทอง

    แคชเชสเลดจ์ (Cashes Ledge) เป็นภูเขาใต้ทะเลที่สูงที่สุดในอ่าวเมน และเป็นแหล่งอาหารเคลื่อนที่อันน่าทึ่ง คลื่นใต้น้ำที่เคลื่อนปะทะแนวสันเขาแกรนิตและยอดแบนราบจะลากพาคลื่นจากชั้นผิวน้ำอันอบอุ่นที่อุดมด้วยแพลงก์ตอน ลงไปยังท้องน้ำลึก กระแสน้ำที่พัดลงสู่เบื้องล่างนี้เปิดโอกาสให้เหล่าปลาที่หากินตามหน้าดินที่อาศัยอยู่ตามพื้นทะเลหากินกันอย่างคึกคักพอๆ กับปลาที่หากินอยู่ช่วงน้ำลึกระดับปานกลาง วาฬ ปลาเฮร์ริง และนกที่ผิวน้ำ กระแสน้ำขึ้นน้ำลงและภูมิประเทศที่นี่ทำงานสอดประสานกันเพื่ออนุรักษ์ไว้ซึ่งร่องรอยแห่งความอุดมสมบูรณ์ ซึ่งเคยเป็นนิยามของอ่าวเมนจวบกระทั่งการประมงทำให้เหือดหายไป

    คอร์เตสแบงก์ มหาสมุทรแปซิฟิก: ปลากระเบนค้างคาวว่ายโฉบอยู่กลางสวนงามตาของหญ้าทะเลและสาหร่ายเคลป์ สีทองที่ขึ้นอยู่ตามแนวสันเขา

    “หากว่ากันตามจริงแล้วแคชเชสเลดจ์คือเครื่องจักรย้อนเวลากลับไปสู่ชายฝั่งนิวอิงแลนด์เมื่อ 400 ปีก่อน” จอน วิตแมน นักนิเวศวิทยาทางทะเลผู้ศึกษาพื้นที่อุดมด้วยความหลากหลายทางชีวภาพแห่งนี้มานานกว่า 30 ปี บอก ขณะที่ซิลเวีย เอิร์ล นักสมุทรศาสตร์ และนักสำรวจประจำของสมาคมเนชั่นแนล จีโอกราฟิก เรียกแคชเชสเลดจ์ว่า “เยลโลว์สโตนแห่งแอตแลนติกเหนือ” และถือเป็นสมบัติแห่งชาติที่ควรค่าแก่การพิทักษ์ไว้ แม้เราจะไม่สามารถขับรถไปเยี่ยมชมได้ก็ตาม

    หมู่เกาะมิดเวย์: “สำหรับคนที่มีภาระหน้าที่รัดตัวและต้องสวมชุดสูทผูกเนกไทตลอดเวลา การได้ออกไปว่ายน้ำกลางมหาสมุทรจะต้องเป็นการพักผ่อนที่สุดยอดมาก” ช่างภาพ ไบรอัน สเกอร์รี บอก เขาหวังว่าผลงานภาพถ่ายประธานาธิบดี บารัก โอบามา ขณะดำน้ำรูปนี้ของเขาจะช่วยดึงดูดให้ผู้คนหันมาสนใจการอนุรักษ์มหาสมุทร

    ขณะที่มหาสมุทรได้รับความเสียหายจากการทำประมงเกินขนาด มลภาวะ และผลกระทบที่รุนแรงขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เอิร์ลเป็นส่วนหนึ่งของทีมนักวิทยาศาสตร์ทางทะเลและนักอนุรักษ์ที่พยายามกันบางส่วนของพื้นที่บริสุทธิ์แห่งท้ายๆ ในน่านน้ำอเมริกันให้เป็นเขตสงวน ไล่จากแคชเชสในนิวอิงแลนด์ ป่าปะการังน้ำเย็นทางตะวันตกของหมู่เกาะอะลูเชียนในอะแลสกา ไปจนถึงภูเขาใต้ทะเลคอร์เตสและภูเขาใต้ทะเลแทนเนอร์นอกชายฝั่งแซนดีเอโก กลุ่มนักรณรงค์เคลื่อนไหวเหล่านี้มองเห็นภาพของเขตอนุรักษ์ทางทะเลของสหรัฐฯ ที่ร้อยต่อกันเป็นสายไปเชื่อมโยงกับเครือข่ายระดับโลก ซึ่งจะมีขนาดใหญ่พอจนสามารถกอบกู้และฟื้นฟูมหาสมุทรต่างๆ กลับคืนมาได้

    หมู่เกาะเวอร์จินของสหรัฐฯ ทะเลแคริบเบียน : เต่ามะเฟืองละจากหาดที่มันขึ้นมาวางไข่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า แซนดีพอยต์บนเกาะเซนต์ครอย ห่างจากเกาะบัก 35 กิโลเมตร พื้นที่คุ้มครองช่วยให้จำนวนลูกเต่ามะเฟืองและเต่าพันธุ์อื่นๆ เพิ่มสูงขึ้น

    ตั้งแต่สมัยประธานาธิบดีทีโอดอร์ รูสเวลต์ เป็นต้นมา สหรัฐฯ ได้กำหนดพื้นที่ทางทะเลให้เป็นเขตสงวนแล้ว มากกว่า 1,200 แห่ง รวมเป็นพื้นที่หนึ่งส่วนสี่ของน่านน้ำสหรัฐฯ แต่โรบิน คันดิส เครก ศาสตราจารย์ด้านกฎหมาย ที่มหาวิทยาลัยยูทาห์ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญทางสมุทรศาสตร์ บอกว่า เขตสงวนทางทะเลต่างๆ ไม่อาจช่วยหยุดยั้งการลดลงอย่างรวดเร็วของสิ่งมีชีวิตทางทะเลได้ เนื่องจากในน่านน้ำสงวนส่วนใหญ่ซึ่งมีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลอย่างน้อยก็ยังมีการอนุญาตให้ทำการประมง หรือการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรในทะเลได้ในระดับหนึ่ง “เราสนใจที่จะสงวนรักษาทรัพยากรทางทะเลของเราไว้มากกว่า หรือสนใจที่ตักตวงประโยชน์จากทะเลมากกว่ากัน” เครกตั้งคำถาม “เรายังตอบคำถามนี้ให้ชัดเจนไม่ได้เลย”

    คอร์เตสแบงก์ มหาสมุทรแปซิฟิก: ปลาชีพเฮดแคลิฟอร์เนียและปลาอื่นๆ แหวกว่ายในป่าสาหร่ายเคลป์และสาหร่ายหินปูนเหนือคอร์เตสแบงก์ ภูเขาใต้ทะเลที่เสียดแทงขึ้นจากพื้นทะเลกว่า 1.5 กิโลเมตรผลักดันน้ำลึกที่อุดมไปด้วยสารอาหาร ขึ้นสู่ผิวน้ำ ก่อเกิดเป็นโอเอซิสอันอุดมสมบูรณ์

    เมื่อปลายฤดูร้อนที่ผ่านมา ประธานาธิบดีบารัก โอบามา พยายามให้คำตอบที่ชัดเจนเด็ดขาดในพื้นที่สองแห่งด้วยกัน โดยอาศัยอำนาจของเขาภายใต้รัฐบัญญัติว่าด้วยการอนุรักษ์มรดกโบราณของชาติ ซึ่งอนุญาตให้ประธานาธิบดีประกาศให้พื้นที่สาธารณะที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และวิทยาศาสตร์เป็นเขตอนุรักษ์ได้ อันดับแรก เขาประกาศขยายพื้นที่ อนุสรณ์สถานทางทะเลปาปาฮาเนาโมกูอาเกียทางตะวันตกเฉียงเหนือของหมู่เกาะฮาวายเพิ่มขึ้นสี่เท่า หรือคิดเป็นพื้นที่ มากกว่า 1.5 ล้านตารางกิโลเมตร ภายในเขตอนุสรณ์แห่งนี้จะอนุญาตให้ทำประมงเพื่อนันทนาการหรือเพื่อยังชีพเท่านั้น ที่นี่เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์น้ำใกล้สูญพันธุ์อย่างวาฬสีน้ำเงินและแมวน้ำมังก์ เหล่าสัตว์นักล่าอันดับสูงสุดในห่วงโซ่อาหาร เช่น ทูน่า และฉลาม รวมทั้งแนวปะการังที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์ที่สุดและอยู่ทางเหนือสุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มที่มีโอกาสมากที่สุดที่จะรอดจากภาวะโลกร้อน

    คอร์เตสแบงก์ มหาสมุทรแปซิฟิก: คอร์เตสแบงก์เป็นแหล่งชุมนุมของสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนมที่คลาคล่ำที่สุดแห่งหนึ่งในโลก โดยพบมากกว่า 30 ชนิดที่ใช้เวลาอยู่ที่นี่อย่างน้อยช่วงหนึ่งในแต่ละปี รวมถึงโลมาวาฬไรต์ถิ่นเหนือซึ่งโดยทั่วไปมักว่ายอยู่ด้วยกันเป็นฝูงใหญ่

    สามสัปดาห์ต่อมา โอมาบายังจัดตั้งอนุสรณ์สถานทางทะเลแห่งแรกขึ้นนอกชายฝั่งแถบอีสต์โคสต์ของสหรัฐฯ ซึ่งก็คือนอร์ทอีสต์แคนยอนแอนด์ซีเมานต์ (Northeast Canyons and Seamounts) ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 12,725 ตารางกิโลเมตร และอยู่ห่างจากเคปค้อดไปทางตะวันออกเฉียงใต้ 210 กิโลเมตร ก่อนหน้านี้ กลุ่มนักอนุรักษ์เสนอให้จัดตั้งอนุสรณ์ที่มีพื้นที่กว้างใหญ่กว่านี้มาก รวมทั้งอ้างเหตุผลข้อโต้แย้งอย่างหนักแน่นว่า แคชเชสเลดจ์ควรได้รับการคุ้มครองด้วยเช่นกัน แต่อุตสาหกรรมประมงต่อต้านข้อเสนอของกลุ่มนักอนุรักษ์ในทั้งสองกรณี หลังจากโดนัลด์ ทรัมป์ ได้รับเลือกตั้งให้เป็นประธานาธิบดีแล้ว โฆษกจากแวดวงอุตสาหกรรมประมงบางคนออกมากล่าวทำนองว่า แม้แต่พื้นที่ซึ่งโอบามาประกาศจัดตั้งเป็นอนุสรณ์สถานไว้แล้วก็อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ แม้ไม่เคยปรากฏว่ามีประธานาธิบดีคนใดเพิกถอนการประกาศจัดตั้งพื้นที่อนุสรณ์สถานมาก่อน แต่ก็เห็นได้ชัดว่าการต่อสู้เพื่อพิทักษ์รักษาพื้นที่ที่มีความสำคัญในมหาสมุทรและตัวมหาสมุทรโดยรวม ได้ย่างเข้าสู่ขั้นเร่งด่วนแล้ว

    ที่มา – National Geographic
    www.ngthai.com
    www.facebook.com/NationalGeographicThailand