เคยไปหรือยัง? สวยงามอลังการ สแกนชัด พุทธอุทยาน จ.กาญจนบุรี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 ม.ค. 2560 06:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/828726

สวัสดีปีใหม่ ปีไก่ 2560 สัปดาห์นี้ คู่มือคนเมืองไทยรัฐออนไลน์ ขอพาไปเที่ยวชม ไหว้พระ ถ่ายรูปในสถานที่งดงามอลังการ ทั้งยังเป็นแหล่งความรู้ทางพระพุทธศาสนา  กับแลนด์มาร์คแห่งใหม่จังหวัดกาญจนบุรี ‘พุทธอุทยานพระพุทธเมตตาประชาไทยไตรโลกนาถคันธารราฐอนุสรณ์’ ซึ่งได้เปิดให้เข้าชมกันสักระยะหนึ่งแล้ว แต่หลายคนอาจจะยังไม่รู้จักกันมากเท่าไรนัก วันนี้เราพาไปสแกนสิ่งน่าสนใจในสถานที่แห่งนี้ให้ได้ชมกัน…

เรื่องเล่า กำเนิดพระพุทธรูปปางขอฝน ‘พระพุทธเมตตาประชาไทยไตรโลกนาถคันธารราฐอนุสรณ์’


เมื่อครั้นสมเด็จพระมหาธีราจารย์ (นิยม ฐานิสฺสโร) ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมการก่อสร้าง วัดทิพย์สุคนธาราม ณ ตำบลดอนแสลบ อำเภอห้วยกระเจา จังหวัดกาญจนบุรี โดยสมเด็จพระมหาธีราจารย์ให้การอุปถัมภ์การดำเนินการสร้างวัดและเสนาสนะต่างๆ  จึงทำให้เห็นสภาพแวดล้อมรอบๆ บริเวณดังกล่าวมีความแห้งแล้ง ชาวบ้านประสบปัญหาด้านการขาดแคลนน้ำเพื่ออุปโภค บริโภค ในการเพาะปลูก จึงไม่สามารถทำเกษตรกรรมได้ กอปรกับพุทธศตวรรษที่ 26 นี้ (พ.ศ. 2501 – พ.ศ. 2600) นับเป็นปี “พุทธชยันตี” ครบรอบวันถือกำเนิดของพระพุทธศาสนา ซึ่งเจริญรุ่งเรืองมาเป็นเวลากว่า 2,600 ปี

อีกทั้งช่วงเวลาในขณะนั้นได้เกิดเหตุพระพุทธรูปศิลปะคันธาระอายุเก่าแก่ที่สลักขึ้นด้วยจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนาของกษัตริย์แห่งราชวงศ์คุปตะ เมื่อราวพุทธศตวรรษที่ 10 บนหน้าผาสูง 2,500 เมตร ในหุบเขาบามิยัน อันเป็นฐานที่มั่นของพระพุทธศาสนามาเป็นเวลากว่าสองพันปีได้ถูกทำลายลง เมื่อพุทธศักราช 2544 สมเด็จพระมหาธีราจารย์ จึงเกิดแรงบันดาลใจสำคัญในการดำริสร้าง พระพุทธรูปใหญ่ เป็นสิ่งแทนองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชน ปรารถนาอันแรงกล้าสืบสานพระพุทธศาสนาให้มั่นคงสืบไป ประกอบกับกำหนดให้เป็นปางคันธารราฐ หรือ ปางขอฝน เนื่องด้วยความมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือราษฎรบริเวณนั้น เพราะพุทธานุภาพของพระพุทธรูป จะช่วยดลบันดาลให้ฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาลได้

พระพุทธเมตตาฯ-

สวยงาม พระพุทธรูปองค์ใหญ่ สูง 32 เมตร บนเนื้อที่กว่า 320 ไร่

สมเด็จพระมหาธีราจารย์จึงมีดำริให้สร้างพระพุทธรูปปางขอฝน องค์ใหญ่ สูง 32 เมตร หมายถึงอาการแห่งกายครบบริบูรณ์ทั้ง 32 ประการของมนุษย์ สร้างอยู่บนเนื้อที่กว่า 320 ไร่ ณ วัดทิพย์สุคนธาราม ตำบลดอนแสลบ อำเภอห้วยกระเจา จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อเป็นอนุสรณ์รำลึกความรุ่งเรืองแห่งพระพุทธศาสนาที่สืบเนื่องมาแต่อดีต พร้อมทั้งเป็นศูนย์รวมจิตใจ และบำรุงขวัญพุทธศาสนิกชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่บริเวณนี้ให้ยั่งยืนสืบไป โดยท่านได้ให้นามพระพุทธรูปองค์นี้ว่า “พระพุทธเมตตาประชาไทยไตรโลกนาถคันธารราฐอนุสรณ์” อันเป็นนามที่มีความหมาย 3 ประการ คือ

1. เป็นพระพุทธรูปซึ่งเป็นที่พึ่งของประชาชนชาวไทยและชาวโลก

2. เป็นพระพุทธรูปซึ่งเป็นที่พึ่งของสามโลก ได้แก่ โลกสวรรค์ โลกมนุษย์ และยมโลก

3. เป็นพระพุทธรูปที่สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึง พระพุทธรูปแห่งบามิยัน ประเทศอัฟกานิสถาน

พระพุทธเมตตาฯ ใช้เวลาก่อสร้างถึง 3 ปี

ปฐมฤกษ์แห่งการก่อสร้าง คณะกรรมการ โดยมี นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี เป็นประธาน (ฝ่ายฆราวาส) ได้ดำเนินการจัดพิธีบวงสรวงการก่อสร้าง ณ บริเวณอันเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธเมตตาประชาไทยไตรโลกนาถคันธารราฐอนุสรณ์ เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2554 และเมื่อโครงการได้ดำเนินไประยะหนึ่ง สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปทรงเททองหล่อชิ้นส่วนสำคัญของพระพุทธเมตตาประชาไทยฯ (พระหัตถ์ขวา ซึ่งเป็นกิริยาสำคัญของพระพุทธรูปปางขอฝน คือ กิริยากวักเรียกฝน) ณ วัดชนะสงคราม กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2557

จากนั้นโครงการฯ ได้ดำเนินการตามแผนอย่างเรียบร้อย โดยได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนด้วยแรงศรัทธาจากทุกภาคส่วนที่มีความจงรักภักดีและศรัทธาในพระบวรพุทธศาสนาจนแล้วเสร็จในเดือนธันวาคม 2557 รวมระยะเวลาในการดำเนินการทั้งสิ้น 3 ปี ในการนี้สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปทรงเป็นประธานในพิธีสมโภชพระพุทธเมตตาประชาไทยไตรโลกนาถคันธารราฐอนุสรณ์ ณ วัดทิพย์สุคนธาราม จังหวัดกาญจนบุรี ในวันที่ 23 ธันวาคม 2558

สถานที่น่าสนใจในพุทธอุทยาน

จุดแรก : องค์พระพุทธเมตตาฯ และลานประทักษิณ

เมื่อได้เห็นกับตา หลายคนต้องรู้สึกเหมือนกันว่างดงามเหลือเกิน องค์พระพุทธเมตตาประชาไทยไตรโลกนาถคันธารราฐอนุสรณ์ ประดิษฐาน ณ ลานประทักษิณ พื้นที่ดังกล่าวเป็นบริเวณเกือบกึ่งหน้าภูเขา มีรูปทรงเฉพาะเป็นสามเหลี่ยมตั้งอยู่กลางที่ราบ ทำให้องค์พระมีความโดดเด่น สง่างาม โดยมีทางเดินนำสายตามุ่งหน้าสู่องค์พระ ซึ่งบริเวณทางเดินเข้าสู่องค์พระเป็นพื้นที่ยกระดับสูงขึ้นไปทีละน้อย เปรียบเสมือนการเดินขึ้นไปนมัสการองค์พระพุทธรูปอันศักดิ์สิทธิ์ที่ตั้งอยู่บนที่สูง ซึ่งภูเขาที่เขียวชอุ่มด้านหลังองค์พระเป็นดังฉากหลังที่กันสายตา ส่งเสริมให้องค์พระเด่นชัดยิ่งขึ้น

ท้าวไวยเวทย์

ท้าวสุบรรณคีรี

นอกจากนั้นภูมิทัศน์โดยรอบไม่มีอาคารหรือสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ มาบดบังมุมมองทัศนียภาพและองค์พระ บริเวณด้านหลังข้างองค์พระมียักษ์ 2 ตนเป็นผู้คอยปกป้องพิทักษ์ องค์พระพุทธรูป ยักษ์ตนที่สถิตอยู่ด้านซ้ายองค์พระ มีนามว่า “ไวยเวทย์” สีแดงฉานแสงพระอาทิตย์ อาวุธพิเศษประจำกาย คือ เมฆพัท พระอิศวรประทานให้เป็นหอก ที่มีฤทธิ์เดชเกรียงไกร สามารถพุ่งไปทำลายศัตรูให้ราบคาบในชั่วพริบตา ยักษ์ตนที่สถิตอยู่ด้านขวาองค์พระ มีนามว่า “สุบรรณคีรี” เป็นแม่ทัพยักษ์ที่มีความยิ่งใหญ่ กายเป็นสีเขียว มีรูปร่างกำยำและมีขนาดร่างกายใหญ่กว่ายักษ์ตนอื่น

จุดที่ 2 : อาคารนิทรรศการ อนุสรณ์แห่งการตื่นรู้

จุดนี้บอกเลยว่าได้รับความรู้มากมาย เป็นสถานที่เก็บรวบรวมข้อมูลในการดำเนินโครงการจัดสร้างพระพุทธเมตตาฯ ไว้ทั้งหมด อีกทั้งยังเป็นสถานที่ศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับความรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนา ก่อกำเนิด การเผยแผ่ และพัฒนาการด้านการสืบทอดพระพุทธศาสนาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ด้วยความเชื่อที่ว่า หากพุทธศาสนิกชนเข้าถึงหัวใจของพระพุทธศาสนาได้มากขึ้นเท่าใด การสืบทอดพระพุทธศาสนาจะก้าวหน้ายืนยาวและหยั่งรากลึกลงไปถึงแก่นได้มากขึ้นเท่านั้น โดยการจัดแสดงนิทรรศการในอาคารนั้น แบ่งเป็น 4 ส่วน ดังนี้

ส่วนที่ 1 จัดแสดงประวัติความเป็นมาของโครงการฯ ตั้งแต่การดำริสร้าง ความท้าทายทางวิศวกรรม รวมทั้งความสัมพันธ์ของสถาบันพระมหากษัตริย์กับพระพุทธศาสนา

ส่วนที่ 2 จัดแสดงนิทรรศการเรื่องของการเดินทางของพระพุทธศาสนาจากดินแดนชมพูทวีปสู่ดินแดนสุวรรณภูมิ การหยั่งรากของพระพุทธศาสนาลงบนดินแดน สุวรรณภูมิจวบจนปัจจุบัน

ส่วนที่ 3 จัดแสดงสัญลักษณ์และเครื่องหมายแห่งการระลึกถึงพระพุทธศาสนา ตลอดจนหลักปรัชญาและคติคำสอน เพื่อการเข้าถึงแก่นแท้ของพระพุทธศาสนา

ส่วนที่ 4 จัดแสดงเรื่องราวของการสืบทอดพระพุทธศาสนาของพุทธศาสนิกชนจากทั่วโลกที่ปรากฏให้เห็นในปัจจุบัน

จุดที่ 3 : วัดทิพย์สุคนธาราม

วัดทิพย์สุคนธาราม

วัดทิพย์สุคนธารามจัดสร้างขึ้นเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2547 ด้วยจิตศรัทธาเลื่อมใส ในพระพุทธศาสนาของนางฉันท์ทิพย์ กลิ่นโสภณ และครอบครัว โดยได้ถวายที่ดิน 339 ไร่ ที่ตำบลดอนแสลบ อำเภอห้วยกระเจา จังหวัดกาญจนบุรี พร้อมด้วยทุนทรัพย์เป็นทุนในการสร้างวัด เพื่อประโยชน์ทางศาสนาของภิกษุสงฆ์และประชาชน โดยสมเด็จพระมหาธีราจารย์ อดีตเจ้าอาวาสวัดชนะสงคราม รับอุปถัมภ์การสร้างวัดมาตั้งแต่ต้น และได้ตั้งนามวัดว่า “วัดทิพย์สุคนธาราม” และพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2556

จุดที่ 4 : สวนป่าพุทธอุทยาน

สงบร่มเย็นเป็นที่สุดกับสวนป่าพุทธอุทยาน ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 170 ไร่ โดยออกแบบให้มีบรรยากาศพุทธอุทยาน ด้วยความมุ่งหมายที่จะสร้างพื้นที่สีเขียวเพิ่มมากขึ้น เพื่อความชุ่มชื้นของพื้นที่ มีความโดดเด่นในการใช้พรรณไม้นานาชนิดรายรอบพื้นที่ โดยการคัดเลือกพรรณไม้ที่มุ่งเน้นไม้ที่มีความหมายตามพุทธประวัติเป็นสำคัญ เป็นพรรณไม้ไทยพันธุ์หายาก พรรณไม้ในพุทธประวัติอันเกี่ยวเนื่องด้วยเรื่องราวการประสูติ ตรัสรู้ ปฐมเทศนา และปรินิพพาน สมเป็นสวนแห่งธรรม นอกจากนี้ภายในสวนยังมีการจัดนิทรรศการกลางแจ้ง จัดแสดงเป็นสัญลักษณ์และเหตุการณ์สำคัญต่างๆ ใน พุทธประวัติ ตั้งแต่ประสูติจนถึงการเสด็จดับขันธปรินิพพานขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า 4 เหตุการณ์สำคัญ คือ

1. กำเนิดมหาโพธิ การประสูติของพระพุทธเจ้าและการเสด็จออกผนวช
2. ค้นพบการตื่นรู้ การบำเพ็ญทุกรกิริยา และการตรัสรู้ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
3. จากหน่อแรก เจริญงอกงามแผ่ขยายร่มเงา การแสดงธัมมจักกัปปวัตนสูตร และการเผยแผ่พระพุทธศาสนา
4. มหาโพธิสิ้นอายุขัย การเสด็จดับขันธปรินิพพาน

จุดที่ 5 : อ่างเก็บน้ำในพระบรมราชินูปถัมภ์

อ่างเก็บน้ำในพระบรมราชินูปถัมภ์สถานที่สุดท้ายเราถือว่าเป็นของแถมสำหรับคนชอบถ่ายรูป เป็นสถานที่เก็บกักน้ำเพื่อเอาไปใช้สอยต่างๆ ภายในอุทยาน แต่แอบบอกอีกว่าถือเป็นจุดชมวิวชั้นดีเลยก็ว่าได้ พักผ่อนหย่อนใจชิลๆ ถ่ายรูปเก๋ๆ ก่อนขับรถกลับบ้าน

พุทธอุทยานพระพุทธเมตตาประชาไทยไตรโลกนาถคันธารราฐอนุสรณ์ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และสักการะองค์พระพุทธเมตตาฯ
เปิดเข้าสักการะทุกวันฟรี ตั้งแต่เวลา 06.00 – 19.00 น.

อาคารนิทรรศการอนุสรณ์แห่งการตื่นรู้ เปิดเข้าเยี่ยมชม วันอังคาร-วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 10.00 – 16.00 น.

 

ตะลุยอเมริกาเที่ยวป่า Yosemite ขาลุยห้ามพลาด!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย แบกกล้องเที่ยว 21 ม.ค. 2560 16:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/838557

Yosemite National Park ถือว่าเป็นสถานที่ในฝันแห่งหนึ่งของแบกกล้องเที่ยวเลย สถานที่แห่งนี้ผมเคยเห็นรูปอยู่บน wallpaper ของเครื่อง mac book ไม่เคยคิดว่า เราจะมีโอกาสได้มายืนที่นี่ ได้สัมผัสความสวยงามสุดแสนอลังการของธรรมชาติเบื้องหน้าแบบนี้

อุทยานแห่งชาติ โยเซมิตี (Yosemite National Park) ตั้งอยู่ในสหรัฐอเมริกา ได้รับการประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติ โดยการผลักดันของนักอนุรักษ์ธรรมชาติคนสำคัญคือ จอห์น มุยร์ หุบเขาโยเซมิตี (Yosemite Valley) มีความกว้าง 1.6 กิโลเมตร ยาว 11 กิโลเมตร ถูกตัดผ่านโดยธารน้ำแข็ง (Glacier) ในอดีตกาล จนกลายเป็นหุบเขาที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในอเมริกา ฮาล์ฟโดม (Half Dome) และเอล แคปปิตอล (El Capital) ภูเขาหินขนาดใหญ่ที่มีหน้าผามหึมาตั้งฉากและสูงลิบคือสัญลักษณ์ของอุทยานฯ นี้ สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป แค่ขับรถเที่ยวชมก็ควรใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 2 วัน โดยเฉพาะที่หุบเขาโยเซมิตีก็ต้องใช้เวลาแล้ว 1 วัน แม้จะมีระยะทางเพียง 19 กิโลเมตร แต่ก็มีจุดที่ควรแวะดูมากมาย

เริ่มต้นให้แวะที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยววัลเล่ย์ (Valley Visitor Center) ก่อนเป็นแห่งแรก เข้าชมการบรรยายประกอบการฉายสไลด์สั้นๆ เพื่อเข้าใจประวัติและความเป็นมาของอุทยานฯ แห่งนี้ จากนั้นขึ้นรถต่อไปยังน้ำตกโยเซมิตี (Yosemite Falls) ซึ่งเป็นน้ำตกสวยเห็นโดดเด่นแต่ไกล มีเส้นทางเดินเท่าระยะทางเพียง 400 เมตร เข้าไปถึงตัวน้ำตกชั้นล่าง หากต้องการขึ้นไปถึงชั้นบน ต้องเดินไกลเข้าไปอีกกว่า 4 กิโลเมตร กลับมารอรถบัสเที่ยวถัดไปซึ่งใช้เวลาไม่นานไปยังเอล แคปปิตอล อีกสัญลักษณ์หนึ่งของที่นี่ มันเป็นภูเขาหินขนาดใหญ่ สูงตั้งฉากขึ้นไปถึง 900 เมตร หลังจากนั้นจะผ่านจุดที่น่าสนใจอีกมากมาย รวมทั้งเซนติเนล ร็อก (Sentinel Rock) และกลาเซียร์พอยต์ (Glacier Point) นับเป็นเทือกเขาหินแกรนิตอีกจุดหนึ่งที่ถูกธารน้ำแข็งกัดกร่อนในอดีตกาล

จากหุบเขาโยเซมิตีใช้ถนนวาโวนา (Wawona Road) ไปยังอุโมงค์วาโวนา (Wawona Tunnel)

จุดแรกที่ต้องแวะคือ จุดชมวิวทันเนลวิว (Tunnel View Overlook) ที่ถูกยกย่องให้เป็น the most photographed vista on earth นับเป็นจุดชมวิวแบบพาโนรามาที่ยิ่งใหญ่ มองเห็นเทือกเขาหินปูนทั้งหมดของโยเซมิตี รวมทั้งน้ำตกไบรดัลเวล (Bridalveil Fall) ที่มีความสูง 186 เมตร (หากมาในช่วงบ่ายจะเห็นสายรุ้งบริเวณน้ำตก) ถัดมาอีก 11 กิโลเมตร ให้เลี้ยวซ้ายไปใช้เส้นทางกลาเซียร์พอยต์ สองข้างทางเป็นป่าสน ไปสุดที่ลานจอดรถ จากนั้นเดินไปเพียง 250 เมตร มีจุดชมวิวหลายแห่งบนเทือกเขาซึ่งมีความสูง 964 เมตร โดยเฉพาะฮาล์ฟโดมและน้ำตกอีกหลายแห่ง

จริงๆ ที่นี่มีสถานที่เที่ยวอีกเยอะครับ แต่ผมมีเวลาแค่นิดเดียว เลยเก็บภาพส่วนหนึ่งมาให้เพื่อนๆ ชมก่อน แล้วจะมาลงทริปต่อไปให้ชมเรื่อยๆ นะครับ

ที่มา – แบกกล้องเที่ยว
www.baagklong.com
www.facebook.com/baagklong

 

เช็กหน่อยไหม มีอะไรใหม่? ล้วงลึก 7+3 งานรอบกรุง ชมชิลห้างดังอีเวนต์เด็ด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 ม.ค. 2560 06:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/838641

สวัสดีวันสุดสัปดาห์ เผลอแป๊บเดียวก็กลับมาเจอกันอีกครั้ง เป็นประจำทุกวันศุกร์แบบนี้ พร้อมอัพเดตความเคลื่อนไหวจากทุกวงการในเมืองไทย

ปฏิทิน ไทยรัฐออนไลน์ สัปดาห์นี้มีงานดีๆ มาเสิร์ฟเพียบ ไม่ว่าจะเป็นงานสำหรับนักปั่นน่องเหล็ก นิทรรศการบอกลาพลาสติกที่ทิ้งลงทะเล ผลิตภัณฑ์น่าสนใจ ทั้งเสื้อผ้า อาหาร เครื่องดื่ม กิจกรรมเพื่อสังคม และอีกมากมาย

ส่วนจะมีรายละเอียดอย่างไรบ้าง ต้องเข้ามาเช็กลิสต์ที่นี่ด่วนๆ

1. 100Plus Presents a day BIKE FEST

ขาปั่นมาเจอกันในงานนี้วันที่ 2 – 5 ก.พ. 2560 ชวนมาชิลในงานใหญ่ประจำปีของนักปั่น “100Plus Presents a day BIKE FEST 2016” (แต่เลื่อนมาจัด 2017) ณ สถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ มักกะสัน ภายในงานพบกับ คอมมูนิตี้แบรนด์จักรยานชั้นนำกว่า 1,000 รายการ มากกว่า 200 ร้านค้าที่มาพร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษ

พลาดไม่ได้กับแอคเซสซอรีและจักรยานคุณภาพดีทั้งในและต่างประเทศ เช่น Trek, Specialized, Cervélo, Storck bicycle, Cannondale, Fuji, Orbea, Cipollini, Dahon, Brompton, Optima, schindelhauer, Eddy Merckx, Shimano, Sapim, 3T, Lazer, Bomb bike

พร้อมด้วย 14 โซนสุดโดนใจ เช่น นิทรรศการเสื้อจักรยานในตำนานและเสื้อทีมชาติหาดูยาก ฟอรั่มเสวนาและกิจกรรมเวิร์กช็อปท็อปความรู้โดยกูรู จุดรับฝากจักรยานอุปกรณ์ไตรกีฬา โชว์จักรยานวินเทจคันเก๋า โชว์จักรยานผาดโผน อะไหล่มือสอง สนามลองจักรยาน การแข่งขันชิงรางวัล และคิดส์โซน มุมโปรดของนักปั่นรุ่นจิ๋ว รวมถึงชากาแฟอาหารเครื่องดื่มครบครัน

2. HEART for the Ocean

ชวนมารณรงค์งดใช้พลาสติกวันนี้ – 4 ก.พ. 2560 ชวนคนรักษ์สิ่งแวดล้อมและท้องทะเล มาร่วมกิจกรรม “HEART for the Ocean : บอกรักทะเล บอกเลิกพลาสติก” โดยนำขยะพลาสติกหรือหลอดที่ทำความสะอาดแล้ว ส่งผ่านไปรษณีย์ ระบุหน้าพัสดุว่า “พลาสติกสำหรับนิทรรศการศิลปะ” กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (สำนักงานประเทศไทย) 1371 ตึกแคปปิตอล ชั้น G ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 โทรศัพท์ 0-2357-1921

ทางกรีนพีซจะนำไปเป็นส่วนหนึ่งของการบอกเล่าเรื่องราวของขยะสู่ท้องทะเล ผ่านนิทรรศการงานศิลปะ HEART for the Ocean : บอกรักทะเล บอกเลิกพลาสติก ที่จะจัดขึ้น ณ หอศิลป์กรุงเทพ ในระหว่างวันที่ 14 – 19 กุมภาพันธ์ 2560 ผู้ที่ร่วมกิจกรรม ลุ้นรับของที่ระลึกสุดพิเศษจากกรีนพีซ จำนวน 10 รางวัล

3. The Caring Message

กลุ่มเกษตรกรปลูกส้ม จ.สุโขทัยวันนี้ มีกิจกรรมดีๆ จากมาลี “The Caring Message” นำกลุ่มเกษตรกรไทยส่งมอบความห่วงใยผ่านน้ำผลไม้มาลี แก่หนุ่มสาวชาวออฟฟิศย่านสีลม ถ่ายทอดความรู้สึกความห่วงใยจากใจเกษตรไทย ในการดูแลผลไม้อย่างดีตั้งแต่สวนจนถึงมือผู้บริโภค

พร้อมเสิร์ฟผลิตภัณฑ์จำนวนมากเพื่อให้ผู้บริโภคสามารถหยิบกลับบ้านได้ฟรี ด้วยน้ำผลไม้มาลีทั้ง 3 รสชาติใหม่ ได้แก่ น้ำส้มเขียวหวานสุโขทัย 100% น้ำสับปะรดนางแลผสมน้ำผลไม้รวม 100% และน้ำผักผลไม้รวมสูตรมัลเบอร์รี่ 100% ในขนาด 1,000 และ 200 มิลลิลิตร

4. Little Sister

ชุดน่ารักคอลเลกชั่นใหม่ล่าสุดวันนี้ ชวนเด็กๆ มาสนุกกับการแต่งตัวไปพร้อมกับแฟชั่น “Little Sister” ณ ศูนย์การค้าชั้นนำทั่วประเทศ พบกับ แบรนด์เสื้อผ้าเด็ก Little Sister ออกแบบโดย มทินา สุขะหุต นำเสนอคอลเลกชั่นประจำฤดูกาลออทั่ม-วินเทอร์ 2016 จากนิทานแฟนตาซีหลายเรื่องมาเนรมิตเป็นเสื้อผ้าในฝันของเด็กๆ ในคอลเลคชั่นที่ชื่อว่า “Once Upon a Time…”

5. THE MALL GOLDEN SHINE MARKET

มาสวดมนต์รับตรุษจีนวันที่ 23 ม.ค. – 3 ก.พ. 2560 ชวนมาเลือกช็อปอาหารมงคลในวันตรุษจีนที่กำลังจะถึงนี้ “THE MALL GOLDEN SHINE MARKET” ณ บริเวณอีเวนต์ ฮอลล์ เดอะมอลล์ทุกสาขา

พบกับอาหาร 8 จานมงคลจักรพรรดิ เสริมพลังรับปีระกามหามงคล ได้แก่ กระพงนึ่งสมปรารถนา, หมี่ทองคำอายุมั่นขวัญยืน, บะกุ๊ดเต๋ เทพประทาน, ปูอบจักรพรรดิ์, กุ้งกังวานบารมี, เป็ดพะโล้รุ่งเรือง, เป่าฮื้อมั่งคั่ง, หมูหันฮ่องเต้

อาหารมงคล 8 อย่างนอกจากนี้ มีเครื่องประดับ กังไส ของที่ระลึกมงคลจากจีน และสินค้าไลฟ์สไตล์มาจัดจำหน่าย และยังอัญเชิญองค์จำลองพระโพธิสัตว์กวนอิมปางจักรพรรดิ และเหรียญมงคลปีระกา ซึ่งทำพิธีสวดมนต์เสริมความเป็นสิริมงคลจากวัดผู่จี้ มาประดิษฐานให้ได้สักการะเสริมสิริมงคลต้อนรับปีระกามหามงคล ระหว่างวันที่ 25 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ 2560

6. Happy Hearts Charity

วันนี้ ชวนมาร่วมกิจกรรมดีๆ “Happy Hearts Charity by Twin Pin&Pang” ณ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ พบกับ โครงการ Happy Hearts Charity โดย ฝาแฝด ปณิดา-ปภาดา กาญจนชูศักดิ์ เพื่อสมทบทุนโครงการผ่าตัดเด็กโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดให้แก่น้องผู้ด้อยโอกาส

ช่วยน้องๆ ผู้ป่วยโรคหัวใจกันเถอะรายได้ไม่หักค่าใช้จ่ายมอบให้มูลนิธิโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ และมูลนิธิเด็กโรคหัวใจในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ผู้ใหญใจดีสามารถสมทบทุน สั่งซื้อหมอนผ้าห่มได้ในราคา 300 บาท สั่งซื้อที่ Facebook fan page : Happy Hearts Charity หรือ โทร 08-1913-3353

7. SHOW DC ติ่งเกาหลีห้ามพลาด

ห้างใหม่ เอาใจติ่งเกาหลีSHOW DC ศูนย์การค้าและเอ็นเตอร์เทนเมนต์ครบวงจรแห่งแรกของไทย เปิดมิติใหม่ให้กับการท่องเที่ยวกรุงเทพฯ ด้วยการเปิดตัวแนวคิดใหม่ที่เหมาะกับความต้องการและความชอบของนักท่องเที่ยวสมัยใหม่ทั้งจากต่างประเทศ และนักท่องเที่ยวชาวไทยกว่า 67 ล้านคน 
โครงการตั้งอยู่บนพื้นที่ 43 ไร่ พื้นที่ตัวอาคารกว่า 180,000 ตารางเมตร และพื้นที่ค้าปลีกให้เช่าประมาณ 80,000 ตารางเมตร ด้วยการออกแบบด้านหน้าอาคารที่โดดเด่น เป็นเอกลักษณ์ด้วยจอ LED ขนาด 2,600 ตารางเมตร

ไปช็อปได้แล้ววันนี้ พบกับสินค้าแฟชั่นมากมาย รวมถึงโซนอาหารเครื่องดื่มที่มีมาให้เลือกชิมเพียบ และยังมี SHOW DC Venue Experience พื้นที่จัดงานและความบันเทิงทุกรูปแบบ รองรับกิจกรรมต่างๆ ได้หลากหลายสเกล ตั้งแต่งานเฟสติวัล ละครบรอดเวย์ คอนเสิร์ตทุกสไตล์

8. Prima Gold กับ Valentine Collection งดงามน่าจับจอง

เติมเต็มนิยามแห่งความรักด้วยของขวัญแทนใจล้ำค่า จาก Prima Gold กับ Valentine  Collection เครื่องประดับทองคำ 99.9% ถูกออกแบบและสร้างสรรค์ผลงานด้วยความประณีตพิถีพิถัน เพื่อเป็นของขวัญชิ้นพิเศษสำหรับคนที่คุณรัก แทนความรู้สึกอบอุ่น อ่อนโยน และทำให้ผู้รับรู้สึกถึงความรักที่มี ส่งผ่านความรู้สึกดีๆ ด้วยดีไซน์สื่อรักรูปหัวใจ เปรียบเหมือนความรักที่สุกปลั่งดั่งดวงดาวพราวแสง Prima Gold ทุกสาขาทั่วประเทศ โทร.0-2745-6111 ต่อ 129 Facebook : www.facebook.com/PrimaGoldThailand, Instagram : primagoldth หรือ Line : @primagold

9.ทองม้วนสอดไส้เจ้าแรกในไทย อร่อยต้องลอง

ฉีกกฎทองม้วนแบบเดิมๆ กับ “EK Elephant King” ทองม้วนสอดไส้เจ้าแรกของไทย ที่มีสูตรอร่อยลับเฉพาะ กับรสชาติที่คัดสรรมาให้คุณได้ลิ้มลองถึง 10 รสชาติ ได้แก่ พีนัทบัตเตอร์, ครีมชีส, ครีมวานิลลาทุเรียน, ช็อกโกแลต, สตรอเบอรี่, ส้ม, มะนาว, มังคุด, และมะม่วง มีให้เลือกอร่อยทั้งแบบโรลสอดไส้ (กล่องละ 89 บาท) และแบบแผ่นสอดไส้ (กล่องละ 109 บาท) พิเศษสุด! ต้อนรับเทศกาลตรุษจีน กับแพ็กเกจเฮง เฮง เฮง กับทองม้วนแสนอร่อย ที่ดีทั้งความหมาย เป็นเลิศทั้งรสชาติ หนึ่งแพ็กมี 4 กล่อง 4 รส ส้ม เนยถั่ว ช็อกโกแลต และชีส

พบกับความอร่อยที่คุณต้องลิ้มลองได้ที่งาน “Central Bangkok China’s best” 22-28 ม.ค. 60 นี้ ที่โซนอีเดน ชั้น 1 เซ็นทรัลเวิลด์ หรือเซ็นทรัลฟู้ด ฮอลล์ , ท็อปส์ซูเปอร์มาร์เก็ต และกรูเมต์ มาร์เก็ต หรือแอดไลน์สั่งซื้อได้ที่ Line Id: chocoteddybear สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 08-2455-6699.

10. เพื่อเด็ก “Little Store Manager Experience Camp”  กับแฟมิลี่มาร์ท

เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมดีๆ ที่มาบอกต่อกับ โครงการ “Little Store Manager Experience Camp” หรือ “ผู้จัดการสาขาตัวน้อย” ที่ FamilyMart ร้านสะดวกซื้อใหญ่อันดับ 3 ของประเทศญี่ปุ่นและมีสาขาในประเทศไทยกว่า 1,130 สาขา ในปัจจุบัน ริเริ่มขึ้นมาโดยได้จัดกิจกรรมให้เด็กๆ อายุระหว่าง 3 ปี ถึง 10 ปี เข้ามาเรียนรู้ประสบการณ์จริงในการทำงานเป็นพนักงานแฟมิลี่มาร์ท 1 ชั่วโมงที่สาขา เพื่อฝึกให้เด็กได้เรียนรู้การทำงานของร้านสะดวกซื้อ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า การบริการลูกค้า และการสร้างความประทับใจให้กับผู้ใช้บริการที่สาขา ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นคุณสมบัติของพนักงานแฟมิลี่มาร์ททุกคนต้องพึงมี โดยโครงการฯ ได้ถูกจัดขึ้นในหลายประเทศ อาทิ ไต้หวัน จีน เป็นต้น

โครงการ “Little Store Manager Experience Camp” หรือ “ผู้จัดการสาขาตัวน้อย” ครั้งนี้จัดขึ้นที่แฟมิลี่มาร์ท สาขาสีลม 32 โดยได้คัดเลือกน้องๆ จากทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดเข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 6 คน โดยน้องๆ ทุกคนจะได้รับการฝึกอบรมก่อนเริ่มการปฏิบัติหน้าที่จริง ตั้งแต่การกล่าวคำทักทายกับลูกค้า ตลอดจนการจัดเรียงสินค้าที่ชั้นและตู้แช่ ก่อนเริ่มการปฏิบัติหน้าที่จริงเป็นระยะเวลา 1 ชั่วโมงเต็ม ที่น้องทุกๆ คนจะได้สัมผัสกับบทบาทพนักงานหน้าร้าน ได้ทำงานเป็นทีมและการคิดวางแผนการทำงานให้ผ่านอุปสรรค์ต่างๆ เพื่อให้การทำงานสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

นอกจากภาพในปีนี้แล้ว ต่อไปจะมีกิจกรรมอะไรเจ๋งๆ รอดูได้ที่ Facebook: FamilyMart Thailand

ตามหา “เกอิชา” นางฟ้ากาแฟ….แห่งเมืองน่าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 21 ม.ค. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/840037

ภาพพระอาทิตย์ขึ้นที่ดอยผาผึ้ง

หากพูดถึงเมืองน่าน ความรุ่มรวยแห่งศิลปะและวัฒนธรรม คงเป็นเหตุผลแรกที่เชื้อเชิญผู้คนจากทั่วสารทิศให้มุ่งสู่ดินแดนในอ้อมกอดของขุนเขาแห่งนี้

น้อยคนนักที่จะรู้ว่า ยังมีสุนทรียะของชีวิตอีกอย่างหนึ่งอยู่ที่นี่ด้วย…

กรุ่นกลิ่นกาแฟหอมลอยมาเตะจมูก ขณะที่เบื้องหน้า คือ ทะเลหมอกอันงดงามของดอยผาผึ้ง ดอยอันเป็นภูเขาหินปูนที่อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลถึง 1,600 เมตร เป็นป่าต้นน้ำสำคัญ ที่มีตำนานของน้ำผึ้งป่าอันอุดม

การเดินทางสู่เมืองน่านคราวนี้ มีวัตถุประสงค์ที่ต่างไปจากการเที่ยวเมืองน่านในคราวอื่น ด้วยเพราะชื่อเสียงของกาแฟ ที่กำลังเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ของที่นี่ ได้รับการกล่าวขาน จนทำให้คอกาแฟอย่างเราอดใจไว้ไม่ไหว ต้องรีบจองตั๋วเครื่องบินและวางแผนการเดินทางสู่เส้นทางกาแฟน่าน ตามคำเชื้อเชิญของ เอิบลาภ ศรีภิรมย์ ผอ.การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานแพร่ ซึ่งรับผิดชอบดูแลการท่องเที่ยวในจังหวัดแพร่และน่าน

ดอยภูคา..มุมมองจากผาผึ้งบ้าน มณีพฤกษ์ผอ.เอิบลาภ บอกกับเราว่า จริงๆแล้ว จังหวัดน่านมีแหล่งปลูกกาแฟอยู่หลายแหล่ง มีแบรนด์กาแฟที่เป็นที่รู้จักหลากหลายแบรนด์ เช่น กาแฟภูพยัคฆ์ กาแฟพันธุ์อาราบิก้า ซึ่งปลูกอยู่ที่สถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริภูพยัคฆ์ และหมู่บ้านในโครงการฯ ในเขต อ.เฉลิมพระเกียรติ กาแฟหมู่บ้านสันเจริญ เขต อ.ท่าวังผา ซึ่งชาวบ้านที่นั่นปลูกกาแฟเป็นอาชีพหลัก ฯลฯ

เอิบลาภ ศรีภิรมย์“ทุกวันนี้ เวลามาเที่ยวน่าน นอกจากขึ้นดอย ไหว้พระ เที่ยวชมศิลปวัฒนธรรม ตามรอยเส้นทางผ้า เส้นทางเครื่องเงินแล้ว กาแฟก็เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของการท่องเที่ยว ตั้งแต่ชิมกาแฟตามร้านกาแฟเก๋ๆ ชิคๆในเมืองน่าน และอำเภอต่างๆ อย่างเช่น อ.ปัว ที่มีร้านกาแฟสวยๆอยู่ไม่น้อย ไปจนถึงการท่องเที่ยวตามเส้นทางกาแฟที่สามารถขึ้นไปเที่ยวได้ถึงแหล่งผลิตในไร่กาแฟโดยตรง” ผอ.ททท.แพร่บอก

กรุ่นกลิ่นกาแฟท่ามกลางทะเลหมอก..ที่บ้านมณีพฤกษ์ได้รู้เรื่องกาแฟน่านอย่างคร่าวๆแล้ว ก็ได้เวลาเดินทางสู่หมู่บ้านมณีพฤกษ์ ในเขตอำเภอทุ่งช้าง ซึ่งเป็นเป้าหมายการเดินทางของเราคราวนี้

ภารกิจสำคัญคือ การจิบ “เกอิชา” นางฟ้าแห่งกาแฟ ที่ร่ำลือกันว่ากลิ่นหอมและรสชาติของนางนั้น เย้ายวนนักดื่มกาแฟไม่น้อย…

เกอิชา เป็นสายพันธุ์กาแฟในตระกูลอาราบิก้า ซึ่งเป็นกาแฟที่นิยมปลูกในพื้นที่สูง ชื่อของกาแฟสายพันธุ์นี้ จริงๆแล้วมาจากชื่อหมู่บ้านแห่งหนึ่งในเอธิโอเปียที่ปลูกกาแฟชนิดนี้ ต่อมามีการนำเมล็ดพันธุ์กาแฟชนิดนี้ไปปลูกที่ปานามา จนโด่งดัง จึงเรียกนางฟ้ากาแฟสายพันธุ์นี้ ว่า ปานามา เกอิชา และมีการขยายพันธุ์นำไปปลูกตามแหล่งต่างๆทั่วโลก รวมทั้งที่หมู่บ้านมณีพฤกษ์ด้วย

หมู่บ้านมณีพฤกษ์ เป็นอีกหนึ่งในแหล่งปลูกกาแฟที่สำคัญของจังหวัดน่าน ที่มีแบรนด์กาแฟมณีพฤกษ์เป็นของตัวเอง เป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่บนพื้นที่สูงจากระดับน้ำทะเลราว 1,200-1,400 เมตร ซึ่งเป็นระดับความสูงที่มีความหนาวเย็นเพียงพอสำหรับการปลูกพืชอย่างกาแฟได้ดี

เกอิชา..นางฟ้ากาแฟแห่งบ้านมณีพฤกษ์เดิมหมู่บ้านแห่งนี้เคยเป็นสมรภูมิการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ชื่อว่า หมู่บ้านฉงผ้า หรือฉงไผ่ เป็นหมู่บ้านของชาวม้งที่อพยพมาจากประเทศจีน เพราะสมัยนั้นจีนเกิดสงครามพวกม้งต้องเร่ร่อนหาที่ทำกิน เมื่อเดินทางมาถึงตอนเหนือของประเทศไทย และเห็นว่าเป็นภูมิประเทศที่มีความอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การเพาะปลูก จึงตั้งรกรากขึ้นที่นี่ กระทั่งมีนายทหารชื่อ พ.ท.อนัน พฤกษ์ กับนายตำรวจอีกคนชื่อ “มณี” ไม่ปรากฏนามสกุลได้วางแผนปราบปรามคอมมิวนิสต์ จนได้รับชัยชนะ ชาวบ้านเข้ามอบตัวกับทางราชการ ในปี พ.ศ.2527 จึงเปลี่ยนชื่อหมู่บ้านจาก “ฉงผ้า” หรือ “ฉงไผ่” เป็น “มณีพฤกษ์” โดยใช้ชื่อนายตำรวจและนามสกุลของนายทหารสองท่านนั้นมาจนถึงปัจจุบัน

การเดินทางท่องเที่ยวในหมู่บ้านมณีพฤกษ์ นอกจากจะได้เที่ยวไร่กาแฟแล้ว ยังได้เห็นร่องรอยประวัติศาสตร์การสู้รบของพรรคคอมมิวนิสต์ ที่มีทั้งฐานที่มั่นปฏิบัติการทางทหาร และถ้ำซึ่งเป็นที่หลบซ่อนของ สหาย สมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยในยุคนั้น ผู้คนที่อาศัยอยู่ที่นี่ส่วนใหญ่เป็นชาวเขาเผ่าม้ง และลัวะ อาชีพหลักคือทำเกษตรกรรม สมัยก่อนหลักๆก็จะปลูกกะหล่ำปลี ขิง เพิ่งมาเริ่มปลูกกาแฟในช่วงไม่กี่ปีมานี้ เพราะการปลูกพืชสองอย่างแรก แม้จะได้เงินเป็นกอบเป็นกำ แต่ก็ต้องตัดไม้ถางป่าไปเรื่อยๆ ซึ่งถ้าปล่อยต่อไป อีกไม่นานก็จะไม่เหลือผืนป่าให้เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารอีก

ปัจจุบันการปลูกกาแฟที่หมู่บ้านมณีพฤกษ์ ทำกันอยู่ 2 แบบ คือ ปลูกแซมใต้ต้นไม้ กับ ปลูกแบบเป็นไร่กลางแดด กาแฟที่นี่เป็นอาราบิก้า ปลูกแบบออแกนิกไม่ใช้สารเคมีใดๆทั้งสิ้น

รุ่งอรุณที่หมู่บ้านมณีพฤกษ์ นักชิมกาแฟอย่างเราตื่นเต้นเป็นทุนเดิม เหมือนกำลังจะได้พบกับสาวงามที่เต็มไปด้วยเสน่ห์แพรวพราย

เกอิชา คือ เธอคนนั้น…

รสชาติของเกอิชา ไม่ขมเข้มเหมือนกาแฟ

เมล็ดกาแฟเชอร์รี่สุกอร่ามพันธุ์ดุทั่วไป แต่จะออกไปทางฟรุตตี้เล็กๆ กลิ่นคล้ายดอกมะลิ คนที่ชอบกาแฟเข้มขม อาจไม่พิสมัยนางเท่าไหร่นัก แต่ถ้าจะจิบเป็นกาแฟรับอรุณเบาๆล่ะก็ เธอก็เย้ายวนไม่น้อยเหมือนกัน เรื่องเล่าต่อๆกันมาของคนปลูกกาแฟ บอกว่า เกอิชา เป็นกาแฟที่มีเมล็ดใหญ่สวย ค่อนไปทางเรียว ไม่อ้วนกลม มีลักษณะเด่นเฉพาะตัว ที่ไม่มีกาแฟสายพันธุ์ใดในโลกที่มีลักษณะเด่นเท่านี้อีกแล้ว

จากมณีพฤกษ์เหนือขึ้นไปอีกราว 200 เมตรจากระดับน้ำทะเล เป็นที่ตั้งของดอยผาผึ้ง ซึ่งเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นและตกที่สวยงามมาก ยิ่งในช่วงที่ดอกไม้บานด้วยแล้ว ที่นี่ไม่ต่างกับสวรรค์บนดอยที่เสพและสัมผัสได้อย่างไม่รู้เบื่อ

ผอ.ททท.แพร่ บอกว่า ถ้าอยากจิบกาแฟเกอิชาแบบที่ไม่ต้องลำบากตามหาถึงดอยสูง วันที่ 25-29 ม.ค.นี้ ททท.สำนักงานแพร่ จะยกกาดกาแฟจากเมืองน่าน มาให้ได้ช็อป ชิม และจิบกาแฟหอมๆจากยอดดอยกันที่สวนลุมพินี….

ยิ่งถ้าได้ขนมหวานๆกินกับกาแฟขมร้อนๆ ต่อให้ยกอาหารภัตตาคารมายั่วยวน คอกาแฟอย่างเราไม่ปันใจให้ใครแน่นอน.

 

พลังปิกาจู! เด็กวันนี้จะเป็น ‘ผู้ใหญ่ที่ดี’ ในวันหน้า (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ม.ค. 2560 06:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/835746

‘ผมว่ามันน่ารักมาก เด็กๆ ผมก็ได้แรงบันดาลใจจากสิ่งเหล่านี้ อย่างผมชอบดูหนังมาตั้งแต่เด็กๆ เอาความฝันมาผันเป็นสิ่งที่เราอยากจะทำจนถึงวันนี้’

ภาพเล่าเรื่องสัปดาห์นี้ ไกด์ไลฟ์ ช่างภาพนิ่งและตัดต่อวิดีโอวัย 23 ปี ฝีมือดีไทยรัฐออนไลน์ เก็บมาจากสีสันวันเด็ก เป็นสีสันความสนุกของตัวการ์ตูน เป็นโลกของพวกเขา ที่จะเติบใหญ่ไปเป็นอนาคตของชาติ

“Life was like a box of chocolates. You never know what you’re gonna get.” เขาบอกว่าชอบประโยคนี้ของหนังเรื่อง Forrest Gump และใช้เป็นย้ำเตือนในทุกทางเดินว่า

ถ้าเด็กๆ คุณมีความฝัน มีจินตนาการ แต่ไม่ลงมือเดินไปหาสิ่งนั้นมันก็ไร้ความหมาย.

งานกล้วยไม้ ไม้ดอก ไม้ประดับ นครปฐม 60

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ 15 ม.ค. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/835638

“ส้มโอหวาน ข้าวสารขาว ลูกสาวงาม ข้าวหลามหวานมัน สนามจันทร์งามล้น พุทธมณฑลคู่ธานี พระปฐมเจดีย์เสียดฟ้า สวยงามตาแม่น้ำท่าจีน”

คำขวัญประจำจังหวัดนครปฐม นอกจากของอร่อยคุณภาพดี สาวงาม และสถานที่สำคัญ ดังที่ระบุไว้ในคำขวัญประจำจังหวัดแล้ว นครปฐมยังมีดีอีกหลายอย่าง ซึ่งถ้าจะนำมาใส่ไว้ในคำขวัญให้ครบทุกอย่าง คำขวัญประจำจังหวัดคงยาวเกินครึ่งหน้ากระดาษเป็นแน่แท้

เรื่องการเกษตรนั้น นอกจากเป็นแหล่งปลูกส้มโอและข้าวพันธุ์ดี ของดีอีกอย่างหนึ่งที่อยากจะนำมาบอกกล่าวในคราวนี้คือ การปลูกกล้วยไม้ ซึ่งมีทั้งปลูกเลี้ยงไว้เพื่อตัดดอกกล้วยไม้ส่งไปจำหน่าย ทั้งในและต่างประเทศ และการขยายพันธุ์ต้นกล้วยไม้เพื่อจำหน่ายเป็นไม้ประดับ

ชาวสวนกล้วยไม้ร่วมกันนำกล้วยไม้สีขาวมาจัดตกแต่งเพื่อแสดงความอาลัยถวายแดพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พุทธมณฑลเมื่อไม่กี่วันมานี้ ทีมงานรายการครอบจักรวาลได้เดินทางไปถ่ายทำรายการเกี่ยวกับ “กล้วยไม้ ไม้ดอก ไม้ประดับ นครปฐม 60” ซึ่งจะจัดขึ้นที่สวนกล้วยไม้ “สุวรรณภูมิออร์คิดส์” อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ในวันที่ 18 ถึง 22 มกราคมนี้

คุณยอดมนู ภมรมนตรี ผู้ดำเนินรายการได้สนทนากับ คุณอดิศักดิ์ เทพอาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม คุณสุวรรณ หิรัญวรวุฒิกุล ที่ปรึกษาสมาคมพฤกษชาติแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ คุณบุญเลี้ยง ข่ายม่าน เกษตร–จังหวัดนครปฐม คุณสิริพงศ์ วราศรัย เกษตรกรผู้ปลูกกล้วยไม้ และ คุณวาสนา กลิ่นพยอม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลยายชา ได้ข้อมูลว่า จังหวัดนครปฐมเป็นแหล่งปลูกกล้วยไม้แหล่งใหญ่แห่งหนึ่งของประเทศไทย มีพื้นที่ปลูกกล้วยไม้ทั้งจังหวัดประมาณ 600 ไร่

เมื่อปลายเดือนตุลาคม 2559 กลุ่มเกษตรกรชาวสวนกล้วยไม้ในจังหวัดนครปฐมและจังหวัดใกล้เคียง ได้แก่ ราชบุรี สมุทรสาคร และนนทบุรี ได้ร่วมมือร่วมใจกันนำดอกกล้วยไม้สีขาวจำนวนนับล้านดอก มาช่วยกันจัดตกแต่งเพื่อแสดงความอาลัยถวายแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ สวนลายไทย บริเวณลานหน้าวิหารพุทธมณฑล อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม

กล้วยไม้ที่ได้รับรางวัลในการประกวดเมื่อปีที่ผ่านมา

กล้วยไม้ที่เกษตรกรนำมาจำหน่ายในงานสำหรับงาน “กล้วยไม้ ไม้ดอก ไม้ประดับ นครปฐม 60” ที่กำลังจะจัดขึ้นในปีนี้ นับเป็นปีที่ห้า ที่ได้ใช้สวนกล้วยไม้ “สุวรรณภูมิออร์คิดส์” อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม เป็นสถานที่จัดงาน โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานเกษตรจังหวัดนครปฐม กรมส่งเสริมการเกษตร กรมวิชาการเกษตรและสมาคมชมรมกล้วยไม้ต่างๆ พร้อมด้วยเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยไม้จากทั่วประเทศ

ภายในงานจะมีการประกวดกล้วยไม้เหมือนเช่นทุกปี โดยแบ่งการประกวดเป็นสามประเภท ได้แก่ กล้วยไม้ต้นในกระถาง กล้วยไม้ตัดดอก และกล้วยไม้หมู่ 50 ต้น

การประกวดกล้วยไม้ในกระถาง แบ่งเป็นประเภทย่อยๆ ตามสกุลของกล้วยไม้ ได้แก่ สกุลแวนด้า สกุลหวาย สกุลแคทลียา สกุลรองเท้านารี สกุลฟาแลนนอปซิส สกุลออนซิเดียม แกรมมาโต ซิมบิเดียม กล้วยไม้ดิน สกุลอแรนด้า ม็อคคาร่า รีแนนเธอร่า อแรกนิส กล้วยไม้พันธุ์แท้ทุกสกุล กล้วยไม้ลูกผสมทุกสกุล และกล้วยไม้ช่อแรก

กล้วยไม้สกุลช้าง ที่ปลูกไว้ตามธรรมชาติการประกวดกล้วยไม้ตัดดอก กับ การประกวดกล้วยไม้หมู่ 50 ต้น แบ่งเป็นสองประเภท ได้แก่ สกุลหวาย และสกุลอแรนด้า ม็อคคาร่า รีแนนเธอร่า อแรกนิส ซึ่งการประกวดต้นไม้หมู่ 50 ต้นนี้ น่าสนใจมากตรงที่คณะกรรมการจะพิจารณาความสวยงาม และความสมบูรณ์ของกล้วยไม้ทั้ง 50 ต้นที่นำมาจัดรวมกันเป็นหมู่ ต้องสวยสมบูรณ์ทุกต้นถึงจะมีโอกาสได้รับรางวัล เชื่อว่าผู้เข้าชมงานจะได้ชมความสวยงามของกล้วยไม้ที่เกษตรกรชาวสวนกล้วยไม้คัดสรรมาส่งเข้าประกวดอย่างตระการตา

นอกจากการประกวดกล้วยไม้ ยังมีการประกวดไม้ประดับอีกสามชนิด คือ โกสน แก้วกาญจนา และ โป๊ยเซียน ใครชื่นชอบต้นไม้ประเภทไหนเป็นพิเศษก็ไปชื่นชมความงามกันได้

เดินชมกล้วยไม้และไม้ประดับที่ส่งเข้าประกวดแล้ว เดินเข้าไป ภายในบริเวณสวนกล้วยไม้ “สุวรรณภูมิออร์คิดส์” ยังมีการจัดตกแต่งด้วยกล้วยไม้และต้นไม้นานาชนิด เพื่อให้ผู้เข้าชมงานได้ชื่นชมและถ่ายรูปสวยๆกัน เหมือนเช่นทุกปีที่ผ่านมา ภายในสวนมีกล้วยไม้สกุลช้างปลูกไว้หลายต้น ขณะนี้กำลังมีช่อดอกที่พร้อมจะบานในช่วงวันงานพอดี

การจัดตกแต่งภายในบริเวณสวนกล้วยไม้ “สุวรรณภูมิออร์คิดส์”

แคทลียาดอกใหญ่การจัดงานในปีที่ผ่านๆมาเป็นที่ประทับใจของผู้เข้าชมจำนวนมาก ทราบมาว่ามีหลายท่านเดินทางไปชมงานเป็นประจำทุกปี และคอยติดตามข่าวอยู่ว่างานในปีนี้จะจัดขึ้นในวันไหน ทางคณะผู้จัดงานแจ้งว่าตั้งใจจะจัดงานในช่วงเดือนมกราคมเช่นนี้ และจะเริ่มวันพุธถึงวันอาทิตย์อย่างนี้ทุกปี

ไปเที่ยวไปชมกล้วยไม้สวยๆงามๆแล้วถ้าอยากได้ต้นกล้วยไม้กลับไปเลี้ยงเองที่บ้าน สามารถอุดหนุนชาวสวนกล้วยไม้จากจังหวัดต่างๆ ที่นำมาจำหน่ายเองโดยตรง สนนราคาไม่แพง ขอคำแนะนำการปลูกการเลี้ยงจากชาวสวนได้เลย

งาน “กล้วยไม้ ไม้ดอก ไม้ประดับ นครปฐม 60” เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 08.00 ถึง 18.00น. วันพุธที่ 18 ถึงวันอาทิตย์ที่ 22 มกราคม 2560 โดยวันแรกของงาน ช่วงเช้าเป็นเวลาลงทะเบียนส่งกล้วยไม้เข้าประกวด หลังจากนั้นคณะกรรมการจะตัดสินการประกวดในช่วงบ่าย มีพิธีเปิดงานและมอบรางวัลในช่วงเย็น เวลาประมาณ 17.30น.

แกรมมาโตแคระ ออกดอกตลอดปีสวนกล้วยไม้ “สุวรรณภูมิออร์คิดส์” ตั้งอยู่ที่ตำบลหนองกระทุ่ม อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ริมถนนสาย 346 ทางไปพระแท่นดงรัง เลยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ไปประมาณ 16.5 กิโลเมตร ระหว่างทางมีป้ายบอกเป็นระยะ ถ้ามองเห็นที่ทำการ อบต.หนองกระทุ่มอยู่ทางขวา แสดงว่าตรงต่อไปอีกหน่อยก็จะถึงบริเวณสถานที่จัดงานซึ่งอยู่ทางฝั่งซ้ายมือ มีลานจอดรถ ร้านค้า ร้านอาหารบริการ

การเดินทางไปโดยรถยนต์ส่วนตัว สามารถไปได้หลายเส้นทาง ไม่ว่าจะตั้งหลักจากกรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม ราชบุรี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ถนนหนทางสะดวก ยิ่งสมัยนี้มีระบบนำทางทันสมัยในสมาร์ทโฟน ศึกษาเส้นทางล่วงหน้าอย่างคร่าวๆก่อนออกเดินทาง แล้วใช้ระบบนำทางช่วยบอกทางระหว่างขับรถ ก็ไปถึงที่หมายได้ไม่ยาก

คุณยอดมนู ภมรมนตรี กับ คุณอดิศักดิ์ เทพอาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐมและคณะผู้จัดงานที่สวนกล้วยไม้ “สุวรรณภูมิออร์คิดส์”

แวนด้าสีสวยแปลกตาหากต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับงานนี้ สอบถามได้ที่ คุณสิริพงศ์ 08-1655-6903 และคุณบัญญัติ 08-3999-7924

งานนี้เข้าชมฟรี ไม่เก็บค่าผ่านประตู จึงอยากเชิญชวนให้ไปเที่ยวชมความงามของกล้วยไม้นานาพันธุ์ และอุดหนุนต้นไม้จากเกษตรกรชาวสวนโดยตรง

…สวัสดี.

ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์

 

เกาะมังกร สวรรค์ใต้น้ำที่พม่า!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย แบกกล้องเที่ยว 14 ม.ค. 2560 16:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/832418

หนาวนี้ไปทะเลกันไหม? หน้าหนาวใครเขาจะไปกันล่ะ แต่เดี๋ยวนะขอบอกเลยว่าทะเลหน้าหนาวอะ สวยไม่แพ้หน้าร้อนและอากาศดี๊ดีด้วยนะ น้ำใสอีกต่างหาก ถ้าไม่เชื่อตามไปพิสูจน์กันเลย

ล่าสุด แบกกล้องเที่ยว เดินทางไปจังหวัดระนองมาครับ ที่นี่มีสถานที่ท่องเที่ยว น่าสนใจเยอะมากตามที่หลายๆ คนรู้ แต่ครั้งนี้เราขอเจาะจงไปที่ “เกาะมังกร” ที่อยู่พม่า ซึ่งเราสามารถนั่งเรือไปเที่ยวได้ไม่ต้องค้างไม่ต้องใช้พาสปอร์ตอะไรทั้งนั้น แค่บัตรประชาชนใบเดียว

เริ่มต้นให้หาซื้อ package one-day trip ก่อนเลยมีหลายบริษัทที่น่าสนใจ แต่ครั้งนี้เราใช้ของ Love Andaman เขาจะมีรถตู้มารับเราที่สนามบินหรือมารับที่โรงแรมก็ได้ จากนั้นทางบริษัทจะทำเรื่อง พร้อมเตรียมเอกสารให้ล่วงหน้า แค่ 2 นาที ก็ผ่านด่านศุลกากร เราก็ลงเรือไปจอดที่เกาะสอง ประเทศพม่า เพื่อตรวจเอกสารประมาณ 10 นาที จากนั้นก็ใช้เวลาชม. นิดๆ ก็มาถึง

ความรู้สึกแรกที่เห็น เกาะอะไร ทำไมน้ำมันใสจัง เฮ้ยนี่ ขนาดหน้าหนาว ทะเลมีคลื่น ตะกอนก็เยอะ ยังใสขนาดนี้ หมู่เกาะมังกร (Lord Loughborough) และเกาะเฮฟเว่น ราชอาณาแห่งปะการังหลากสีสันแสนบริสุทธิ์ที่ยังไม่เคยมีผู้ใดได้เห็นมาก่อน ทรายที่นี่ขาวมาก น้ำใสเหมือนกระจก

โลกใต้ทะเลสมบูรณ์สุดๆ เพียงแค่ไม่กี่เมตรจากผืนน้ำเราก็จะได้พบกับอาณาจักรปะการัง และดงดอกไม้ทะเลบ้านของนีโมหลากหลายสีสัน ที่ไม่ได้มีแค่หลักร้อยตัวแต่มีนับพันๆ ตัว ฝูงปลาน้อยใหญ่อีกหลากหลายสายพันธุ์ ที่ได้เห็นแล้วเชื่อเถอะว่าอยากดำน้ำแล้วดำน้ำอีกแทบไม่อยากจะขึ้นฝั่งกันเลยทีเดียว และบนเกาะก็งดงามไม่แพ้โลกใต้ท้องทะเล ต้นไม้น้อยใหญ่หนาแน่นมาก มองไปทางไหนก็ดูร่มรื่นไปหมด สีเขียวของต้นไม้ตัดกับสีฟ้าของน้ำทะเล หาดทรายสีขาวสะอาดทอดยาวหลายร้อยเมตร

เป็นหนึ่งวันที่เรารู้สึกว่า มันผ่านไปเร็วมากๆ กำลังสนุก กำลังเพลินเลย ต้องกลับฝั่งเสียแล้ว

ทริปหนึ่งเราจะอยู่ได้ถึงเวลาประมาณ 16.00-17.00 น. เพราะต้องใช้เวลาเดินทางกลับเข้าฝั่งด้วย

ใครสนใจลองไปเที่ยวดูนะ แล้วจะติดใจแบบเรา..

ที่มา – แบกกล้องเที่ยว
www.baagklong.com
www.facebook.com/baagklong

 

เพลินโปรรอบกรุง! เสิร์ฟ 11+1 กิจกรรมดีๆ บริจาคของ ช็อป เที่ยว ดีลสุดคุ้ม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 ม.ค. 2560 10:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/834318

กลับมาพบกันอีกเช่นเคย คราวนี้ ปฏิทิน ไทยรัฐออนไลน์ ชวนคุณมาร่วมส่งใจช่วยพี่น้องชาวใต้ที่กำลังประสบอุทกภัยขั้นรุนแรง ใครมีกำลังกาย กำลังทรัพย์ หรืออยากร่วมบริจาคสิ่งของ ก็สามารถช่วยได้ตามกำลังของตัวเอง พร้อมส่งใจให้พี่น้องชาวใต้สู้ไปด้วยกัน

อ่อ…แต่ก็ไม่ลืมที่จะอัพเดตข่าวสารกิจกรรมดีๆ รอบกรุงให้ได้ทราบกันเหมือนเคย รวมถึงหอบโปรโมชั่นสินค้ามาเอาใจสายช็อป และรวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับงานวันเด็กในวันเสาร์ที่กำลังจะถึงนี้ด้วย จะมีอะไรบ้าง ตามมาดู…

1. ถุงยังชีพพระราชทาน เพื่อพี่น้องใต้

ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยนายประวิทย์ หาญณรงค์ รองประธานกรรมการบริหาร นายพร อุดมพงษ์ รองประธานกรรมการบริหาร และพลตำรวจตรี อรรถกฤษณ์ ธารีฉัตร เลขาธิการมูลนิธิ เป็นผู้แทนส่งมอบถุงยังชีพพระราชทาน เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ในขณะนี้ พร้อมพระบรมฉายาลักษณ์ของ ร.9 จำนวน 10,000 ชุด สู่ท่าอากาศยานหาดใหญ่

นอกจากนี้ยังมีบริษัทเมืองไทยประกันชีวิต ร่วมส่งของอุปโภคบริโภคบริจาค จำนวน 500 ชุด สู่จังหวัดกระบี่เเละสุราษฎร์ธานี โดยมี เพ็ชร ชั้นเจริญ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานดอนเมือง และ วิชชุนี กันตะเพ็ง ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการภาคพื้น สายการบินไทยแอร์เอเชียเป็นตัวเเทนรับมอบ

ทั้งยังพร้อมเป็นสื่อกลางขนส่งของอุปโภคบริโภคบริจาคสำหรับผู้ประสบภัยน้ำท่วมในภาคใต้ กับพันธมิตรที่หลากหลายอย่างต่อเนื่อง ทั้งภาครัฐเเละเอกชน ในการส่งของบริจาคกับแอร์เอเชีย โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งสามารถติดต่อเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายสื่อสารองค์กร โทร. 0-2562-5824 วันจันทร์-ศุกร์ เวลาทำการ 10.00-18.00 น. (ขอสงวนสิทธิ์หมายเลขดังกล่าวสำหรับการติดต่อเพื่อการขนส่งสิ่งของบริจาคเท่านั้น)

2. ซุปเปอร์ โรบอท ริบลีส์ฯ พัทยา

วันที่ 14 ม.ค. 2560 ชวนเด็กๆ มาเที่ยวงาน “ซูปเปอร์ โรบอท พร้อมแจกทุนการศึกษาและของขวัญ” ณ ริบลีส์ เวิลด์ พัทยา ภายในงานพบกับ กองทัพหุ่นยนต์จากภาพยนตร์ชื่อดัง และเกมยอดฮิตมาร่วมงานมากมาย พร้อมลุ้นรับทุนการศึกษาและของขวัญมากกว่า 2,000 ชิ้น พบกันที่ริบลีส์ เวิลด์ พัทยา ชั้น 2 ศูนย์การค้ารอยัล การ์เด้น พลาซ่า พัทยา สามารถดูรายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่ http://www.ripleysthailand.com หรือ โทร 0-3871-0294

3. วันเด็กสุดพิเศษ สวนสยามลด 50%

วันที่ 14 ม.ค. 2560 ชวนเด็กๆ มาเปิดประสบการณ์วันเด็กที่แสนพิเศษที่สวนสยาม สนุกเรียนรู้และคุ้มค่าทั้งครอบครัวด้วยบัตรราคาเพียง 50% บัตรผู้ใหญ่เริ่มต้นเพียง 250 บาท/คน (ปกติ 500 บาท/คน) เล่นสวนน้ำและสวนสนุกได้ไม่อั้น และเฉพาะวันเด็กแห่งชาติ บัตรเด็กเพียง 60 บาท/คน (ปกติ 120 บาท/คน สำหรับเด็กที่สูงไม่เกิน 130 ซม.)

เพลิดเพลินกับเครื่องเล่นเด็กถึง 6 ชนิด และสวนน้ำได้อีกด้วย เด็กต่ำกว่า 100 ซม.และผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป เข้าฟรี มาที่สวนสยามที่เดียว เที่ยวได้ทั้งครอบครัว สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร 0-2919-7200 หรือ 0-2105-4294

4. 11street ดีลสุดช็อก 70%

วันนี้เป็นต้นไป ชวนมาช็อปออนไลน์กับ อีเลฟเว่นสตรีท (11street) แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศเกาหลีใต้ เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยแล้ว พร้อมนำเสนอบริการออนไลน์แพลตฟอร์มและโมบายแอพพลิเคชั่น ใช้งานง่าย เหมาะกับการใช้งานบนมือถือ

พบกับ ดีลสุดช็อกห้ามพลาดประจำสัปดาห์ ได้แก่ โปรโมชั่นมือถือสมาร์ทโฟน ราคาพิเศษ พร้อมรับส่วนลดเพิ่มอีก 15%, โปรโมชั่นแว่นตากันแดดยอดนิยมจากแบรนด์ Oakley และ RayBan ลดสูงสุด 35% และยังจะได้รับคูปองลดเพิ่มอีก 500 บาท, โปรโมชั่นต้อนรับวันเด็กแห่งชาติ ขนสินค้าของเล่นมาลดราคากระหน่ำ สูงสุดถึง 70% พร้อมคูปองลดราคาเพิ่มอีก 20%

5. Emporio Armani

วันนี้ ชวนมาชมเปิดตัวนวัตกรรมล่าสุด Hybrid Smart Watch ภายใต้ชื่อรุ่น “Emporio Armani Connected” ที่ช่วยให้ชีวิตคุณง่ายขึ้น ด้วยการออกแบบฟังก์ชันสุดพิเศษ สามารถควบคุมการฟังเพลงบนสมาร์ทโฟนได้ผ่านการเชื่อมต่อไร้สายและปุ่มที่อยู่บนนาฬิกา เปลี่ยนเวลาตามไทม์โซนได้โดยอัตโนมัติ

และสามารถซิงค์ข้อมูลเข้ากับสมาร์ทโฟนผ่านการเชื่อมต่อ Bluetooth ได้โดยง่าย พร้อมฟีเจอร์พิเศษอีกมากมาย เช่น ตัวติดตามพฤติกรรมการนอนหลับ (ตรวจสอบ รูปแบบการนอนหลับแบบอัตโนมัติ), เซ็นเซอร์ติดตามเมื่อนาฬิกาหาย, การแจ้งเตือนต่างๆ จาก Social Media สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร 0-2347-0177

6. โอเดอมาร์ ปิเกต์ (Audemars Piguet)

วันนี้ ชวนมาสัมผัสประสบการณ์ นาฬิกาสุดหรู โอเดอมาร์ ปิเกต์ (Audemars Piguet) เพื่อฉลองครบรอบ 40 ปีของเรือนเวลา รอยัล โอ๊ค (Royal Oak) ปรับโฉมเรือนเวลารุ่นไอคอนนิคนี้ให้ทันสมัยและโฉบเฉี่ยว โดยได้รับเกียรติจาก แคโรลีนา บุชชี่ (Carolina Bucci) จิวเวลรี ดีไซเนอร์ชื่อดังและเก่าแก่แห่งเมืองฟลอเรนซ์ มาร่วมรังสรรค์เรือนเวลาชิ้นนี้

โดดเด่นดุจอัญมณีจากฟากฟ้าด้วยประกายแสงระยิบระยับขนาดเล็กบนพื้นผิวตัวเรือนและสายนาฬิกา ที่เกิดจากขั้นตอนการทำพื้นผิวด้วยเทคนิคการตีทองเก่าแก่ของอิตาลี (gold hammering) สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเอ็มบาสซี โทร 0-2160-5838

7. Matina Amanita (มาทีน่า อมานิต้า)

วันนี้ – 31 มี.ค. 2560 ชวนมาพบกับโปรเจกต์พิเศษ Matina Amanita “Chapel of Love” at Benedict Studio จัดขึ้นเพื่อมอบอีกหนึ่งทางเลือกสุดพิเศษให้กับว่าที่เจ้าสาวผู้ที่อยากจะเนรมิตช่วงเวลาพิเศษในการเริ่มต้นชีวิตคู่อย่างมีสไตล์ เนื่องจากแหวนในคอลเลกชั่น “The Engagement” ของมาทีน่า อมานิต้า

ดีไซน์ขึ้นพิเศษสำหรับเป็นแหวนหมั้นและแหวนแต่งงาน และมีเพียงชิ้นเดียว (One of a kind) เพื่อสร้างความทรงจำพิเศษในการเริ่มต้นชีวิตคู่ สามารถส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นได้อีกด้วย

นอกจากนี้ ยังมีเครื่องประดับทองชิ้นเล็กๆ ในไลน์ “Love Tokens” เช่น สร้อยพร้อมจี้ แหวน และต่างหู พิเศษ แพ็กเกจสุดคุ้มลูกค้าที่ใช้สถานที่ Benedict Studio ในการจัดงานแต่งงาน มอบ Cash Voucher มูลค่า 5,000 บาทไปเลือกซื้อเครื่องประดับที่ร้านมาทีน่า อมานิต้า และยังได้รับส่วนลดพิเศษ 10% เมื่อเลือกซื้อแหวนจากคอลเลกชั่น The Engagement

8. No7 ADVANCED Whitening Skincare

“No7 โพรเท็ค แอนด์ เพอร์เฟ็ค อินเทนซ์ แอดวานซ์ ไวท์เทนนิ่ง สกินแคร์ ใหม่” (No7 Protect & Perfect Intense ADVANCED Whitening Skincare) กลุ่มผลิตภัณฑ์อันทรงประสิทธิภาพในการลดเลือนริ้วรอย พร้อมเผยผิวดูขาวกระจ่างใสในสองสัปดาห์ คิดค้นมาเป็นพิเศษสำหรับสาวเอเชียโดยเฉพาะ

อุดมไปด้วย เมทริซิล 3000 พลัส (Matrixyl 3000 PlusTM) สารสกัดจากเปปไทด์ต่อต้านริ้วรอย ไวท์เทนนิ่งคอมเพล็กซ์ สารสกัดจากเอมบลิกา (อินเดียนกูสเบอรี่) มัลเบอร์รี่ และวิตามินซี ที่ช่วยปรับสีผิวให้แลดูขาวกระจ่างใสยิ่งขึ้น คิดค้นมาเป็นพิเศษสำหรับสาวเอเชียโดยเฉพาะ

9. คริสปี้ ครีม ฉลองตรุษจีน

วันนี้ – 31 ม.ค. 2560 ชวนมาต้อนรับปีระกา ด้วย คริสปี้ ครีม ไชนีส นิวเยียร์ โดนัท กับ 3 รูปแบบความอร่อย แทนคำอวยพรด้วยความหมายดีๆ ในราคาเพียงชิ้นละ 35 บาท หรือแบบเซต (ออริจินัล 6 ชิ้น ไชนีส นิวเยียร์ 6 ชิ้น) ในราคา 296 บาท (ยกเว้นสาขาสนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินดอนเมือง) ที่ร้านคริสปี้ ครีม ทั้ง 24 สาขา

– ชิก โดนัท : โดนัทสอดไส้ช็อกโกแลตฟัจด์เข้มข้น และเคลือบหน้าด้วยช็อกโกแลตสีเหลืองสดใส แต่งแต้มเป็นรูปไก่น้อย อวยพรให้รุ่งโรจน์ สดใส ตลอดปี
– ลัคกี้โดนัท ชิกเก้น : สอดไส้ไวท์ครีมนุ่ม ละมุนลิ้น ตกแต่ง และโรยหน้าด้วยไวท์ช็อกโกแลตเป็นรูปไข่ไก่
– พรอสเพอริที ชิกเก้น : สัญลักษณ์แทนความรุ่งเรือง ด้วยโดนัทสีเหลืองทอง ตกแต่งหน้าตาด้วยช็อกโกแลตสีแดง ช่วยเพิ่มสีสันวันตรุษจีนให้สดใสในแบบไชนีสนิวเยียร์

10. ไนกี้ เปิดตัวคอลเลกชั่น “Zonal Strength” เพื่อศักยภาพการออกกำลังกายที่สูงสุด

เปิดตัวกางเกงวิ่งเลกกิ้งและกางเกงออกกำลังกายเลกกิ้งรุ่นล่าสุด NikeZonal Strength Running Tights และ Nike Zonal Strength Training Tights ซึ่งโอบกระชับทุกส่วนกางเกงวิ่งเลกกิ้งไนกี้ รุ่น Zonal Strength มอบความกระชับให้ต้นขาและน่องเพื่อลดการสั่นของกล้ามเนื้อขณะวิ่งสำหรับนักวิ่งโดยเฉพาะ ขอบกางเกง ฟลายเว้นท์ (Flyvent) ที่สามารถระบายอากาศได้ดีและเนื้อผ้ายืดได้ถึง 4 ทิศทาง เพื่อสะดวกต่อการเคลื่อนไหว โดยเฉพาะบริเวณสะโพกและเข่า

การออกกำลังกายแต่ละแบบใช้กล้ามเนื้อแตกต่างกัน การวิ่งระยะไกลนั้นจะเน้นการใช้กล้ามเนื้อต้นขา แฮมสตริง และกล้ามเนื้อน่อง ส่วนการออกกำลังกายอย่างหนักแบบ high intensity ซึ่งเน้นการเกร็งกล้ามนื้อแกนกลางลำตัว นอกจากจะต้องคำนึงถึงการใช้กล้ามเนื้อแล้ว นักกีฬายังต้องคำนึงถึงการออกกำลังกายให้เกิดประสิทธิภาพที่สูงสุดทุกครั้ง และสิ่งสำคัญก็คืออุปกรณ์ที่จะมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการออกกำลังกาย กางเกงออกกำลังกายเลกกิ้ง Zonal Strength ช่วยโอบกระชับกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว สะโพก ต้นขาด้านหน้า และแฮมสตริง ขอบเอวสูงช่วยกระชับช่วงแกนกลางลำตัว ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อที่ต้องใช้ขณะออกกำลังกายแบบเทรนนิ่ง ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายแบบ low impact อย่างโยคะ หรือ high impact อย่างครอสเทรนนิ่ง ตะเข็บที่เรียบแบนทำให้ไม่รู้สึกรำคาญเวลาเคลื่อนไหว สามารถหาซื้อได้ที่ร้านค้าและ NIKE.COM ตั้งแต่ 12 มกราคม เป็นต้นไป

 

11. เผยโฉมคอลเลคชั่นใหม่ต้อนรับซีซั่นค่าย 3 ขีดสุดเจ๋ง

อาดิดาส ออริจินอลส์ จับมือ WHITE MOUNTAINEERING เผยโฉมคอลเลคชั่นใหม่ ต้อนรับซีซั่นใหม่ SPRING/SUMMER 2017 ซีซั่น SPRING/ SUMMER 2017 นี้ อาดิดาส ออริจินอลส์ กลับมาอีกครั้ง โดยร่วมมือกับแบรนด์เสื้อผ้าแบรนด์ดัง White Mountaineering และ โยสุเกะ ไอซาว่า (Yosuke Aizawa) ดีไซเนอร์ชื่อดังจากแดนญี่ปุ่น รังสรรค์พรีเมียมคอลเลคชั่นเพื่อเฉลิมฉลองในสไตล์, ความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรม คอลเลคชั่นนี้แสดงให้เห็นถึงเทคโนโลยี และการตีความดีไซน์ใหม่ที่ทันสมัยของ White Mountaineering ความใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ และความรู้ความเข้าใจที่ไม่มีใครเทียบได้ในเรื่องของสินค้า ประโยชน์ใช้สอย เมื่อผสานเข้ากับมรดกที่มีค่าสั่งสมมาอย่างยาวนานและตราสัญลักษณ์สามแถบ คอลเลคชั่น SPRING/SUMMER 2017 ถือเป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นสไตล์รองเท้าแบบใหม่ ซึ่งรวมถึงเส้นทางของอาดิดาส ออริจินอลส์ รุ่น NMD Trail และรุ่น Campus 80s

พบกับอาดิดาส ออริจินอลส์ โดย WHITE MOUNTAINEERING SPRING/SUMMER 2017 ได้ในเดือนมกราคม 2560 และเดือนมีนาคม 2560 ที่ ร้านอาดิดาส ออริจินอลส์ คอนเซ็พท์ สโตร์ สยามเซ็นเตอร์ ชั้น G โทร 02-658-1733 และ ร้าน Carnival สยามสแควร์ ซอย 7 และทางออนไลน์

12. แอร์เอเชีย จัดโปรโมชั่นร่วมใจช่วยพี่น้องชาวใต้ บินประหยัดเส้นทางภาคใต้ ราคารวมเริ่มต้นที่ 590 บาท

สายการบินแอร์เอเชีย จัดโปรโมชั่น “To South With Love จากใจเราสู่ชาวใต้” บินประหยัดเส้นทางสู่ภาคใต้ ราคารวมเริ่มต้นที่ 590 บาทต่อเที่ยว สำรองที่นั่งได้ตั้งแต่วันที่ 12-22 มกราคม 2560 เดินทางวันที่ 12-31 มกราคม 2560 พร้อมเปิดรับขนส่งของบริจาคสำหรับหน่วยงานรัฐเเละเอกชน สู่พี่น้องประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง

สามารถจองได้ตั้งแต่วันที่ 12-22 มกราคม 2560 ผ่านทุกช่องทาง อาทิ โมบายแอพ เคาน์เตอร์เซอร์วิสทุกสาขา ตัวแทนจำหน่าย และสำนักงานจำหน่ายบัตรโดยสารแอร์เอเชีย ทั้งนี้ หน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่สนใจส่งของบริจาค สามารถติดต่อเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายสื่อสารองค์กร โทร. 02-562-5824 วันจันทร์-ศุกร์ เวลาทำการ 10.00-18.00 น. (ขอสงวนสิทธิ์หมายเลขดังกล่าวสำหรับการติดต่อเพื่อการขนส่งสิ่งของบริจาคเท่านั้น)

อ้อ…สุดท้ายแถมถือว่าเป็นวันเด็ก  ข่าวดีต้องชื่นชม กองบังคับการตำรวจทางหลวง จับมือ GS Battery สานต่อกิจกรรม “พร้อมเป็นพลังให้คุณเดินทางปลอดภัยทุกเส้นทาง” ครั้งที่ 2 พร้อมเปิดตัว Mobile Application “HWP ตำรวจทางหลวง” โดยแอปพลิเคชัน “HWP ตำรวจทางหลวง” เกิดจากความร่วมมือกันระหว่าง กองบังคับการตำรวจทางหลวง และ บริษัท สยามยีเอสเซลส์ จำกัด ผู้จัดจำหน่าย GS Battery โดยจะเริ่มต้นให้ทดลองใช้เบื้องต้นในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ และคาดว่าระบบจะเสร็จสมบูรณ์ในช่วงวันหยุดสงกรานต์ต่อไปในปี 2560 สำหรับการทำงานของแอปพลิเคชัน “HWP” ในเบื้องต้นรองรับระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ เริ่มต้นใช้งานง่ายเพียงโหลดแอปพลิเคชัน และลงทะเบียน install เปิดใช้งานครั้งแรกครั้งเดียว ด้วยการใส่ชื่อ, อีเมล และเบอร์โทรศัพท์ เพื่อทำการเก็บข้อมูล และส่งข้อมูลให้ศูนย์ตำรวจทางหลวงในเวลาฉุกเฉิน หรือสามารถ Skip ข้ามได้ในกรณีผู้ใช้ไม่สะดวก

โดย Main Menu การทำงานหลัก จะมีอยู่ 5 เมนู ได้แก่ ค้นหาสถานีตำรวจ – สำหรับค้นหาข้อมูลเบอร์ติดต่อของหน่วยงานตำรวจ ข่าวสารการจราจร – แจ้งเตือนข่าวสารรายงานการจราจร และอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในจุดต่างๆ แบบ Real-time Maps แผนที่ – สำหรับแสดง จุดบริการของตำรวจ (พร้อมใช้สมบูรณ์ต้นปีหน้า) SOS ช่วยเหลือฉุกเฉิน – เมื่อกดเมนูนี้เพื่อโทรแจ้งเหตุฉุกเฉิน เข้าไปที่หน่วยงานตำรวจ SAVE เก็บรวบรวมข้อมูล

ทั้งนี้ GS battery ผู้นำตลาดแบตเตอรี่มากว่า 60 ปี ยังคงพัฒนาผลิตภัณฑ์ และคิดค้นเทคโนโลยีเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้รถ ตลอดจนสานต่อกิจกรรมดีๆ เพื่อตอบแทนผู้ใช้รถบนท้องถนน และสนับสนุนนโยบายของภาครัฐเพื่อให้เดินทางท่องเที่ยว และกลับบ้านได้อย่างปลอดภัยในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ และเตรียมพบกับกิจกรรมดีๆ ของ GS Battery

 

เที่ยว.. “ภูเรือ” ด้วยหัวใจที่พอเพียง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 14 ม.ค. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/834950

อ่างเก็บน้ำห้วยกระทิง

เมื่อ คุณพรศิลป์ แต้มศิริชัย ประธานกรรมการ โรงแรมภูเรือ แซงค์ชัวรี รีสอร์ท แอนด์ สปา ส่งเทียบเชิญให้ไปเยือนภูเรือ อำเภอเล็กๆในจังหวัดเลย แถมด้วยการโฆษณาสำทับว่า ไปภูเรือเพื่อฟื้นฟูชีวิตใหม่สู่ความเป็นหนุ่มสาว นี่ละ… สุดยอดของการเดินทางทริปนี้เลย…

ออกจากกรุงเทพฯเช้าตรู่ด้วยสายการบินนกแอร์ ไปถึงเมืองเลยราว 7 โมงเช้า คุณพรศิลป์ ต้อนรับด้วยอาหารเช้าข้าวเปียกเส้นหรือกวยจั๊บญวน “ร้านข้าวเปียกปากหมา” เจ้าดังใน จ.เลย แค่ชื่อร้านก็ชวนให้ไปลิ้มลองเสียแล้ว

กวยจั๊บญวนรสเด็ดว่ากันว่าใครมาเมืองเลยแล้ว ไม่ได้ชิมข้าวเปียกเส้นร้านนี้ ถือว่ามาไม่ถึงเมืองเลย ชื่อร้านสันนิษฐานว่ามีที่มาหลายอย่าง บ้างก็ว่า เพราะอาเฮียเจ้าของร้านแกมีบุคลิกพิเศษ คือ บ่นตลอดเวลา เวลาสั่งอาหารแล้ว ห้ามไปจุกจิกจู้จี้ใส่นั่นไม่ใส่นี่ไม่ได้ แต่ที่เจ้าของร้านเล่าให้ฟัง คือ มีคนไปใส่ร้ายว่าแกใช้กระดูกหมาต้มน้ำแกง แต่ความจริงแล้ว น้ำซุปของร้านนี้ ต้องบอกว่าหวานชุ่มลิ้น ด้วยน้ำต้มกระดูกแทบชนิดไม่ต้องปรุง ส่วนเส้นข้าวเปียกก็เป็นเส้นสด ต้มแล้วเหนียวนุ่ม เสิร์ฟมาพร้อมกับหมูชิ้น หมูยอหั่นบางๆ ถ้าต้องการไข่ลวกเพิ่มก็สั่งได้ เพิ่มความหอมอร่อย ขนาดเจ้าของร้านดุขนาดนี้ คนยังเข้าคิวรอแน่นทุกวัน

อิ่มท้องจากร้านข้าวเปียกปากหมาแล้ว ก็ไปต่อกันที่การล่องแพแบบชิวๆที่ อ่างเก็บน้ำห้วยกระทิง ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำสันเขื่อนดินขนาดใหญ่ ครอบคลุมพื้นที่ถึง 1,500 ไร่ เฉพาะสันเขื่อนยาวถึง 800 เมตร วัตถุประสงค์จริงๆของการสร้างก็เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในด้านการชลประทาน แต่มีผลพลอยได้คือ กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีทัศนียภาพงดงาม โดยเฉพาะจุดชมวิวห้วยกระทิง ที่สามารถมองเห็นหุบเขาด้านล่างและบรรยากาศของอ่างเก็บน้ำกลางขุนเขา จากมุมสูงและแพสำหรับนั่งชมวิวเรียงรายกันดูสวยงามไปอีกแบบ

ศาลาเฉลิมพระ เกียรติวัดป่าห้วยลาดใช้เวลาในการชมวิวราว 1 ชั่วโมง จากนั้นก็ไปต่อกันที่ วัดป่าห้วยลาด ซึ่งอยู่ห่างจาก อ.ภูเรือราว 7 กิโลเมตร และห่างจากตัวจังหวัดเลยประมาณ 42 กิโลเมตร เป็นเส้นทางผ่านก่อนจะเข้าที่พัก โรงแรมภูเรือ แซงค์ชัวรี รีสอร์ท แอนด์ สปา

วัดป่าห้วยลาด เดิมเป็นสำนักสงฆ์ห้วยลาด ซึ่งจัดตั้งโดย หลวงปู่ชอบ ฐานสโม ซึ่งท่านเคยจาริกธุดงค์มาที่นี่ ชาวบ้านห้วยลาดมีความเลื่อมใสศรัทธา จึงอาราธนานิมนต์ท่านให้จำพรรษา เมื่อปี 2483 และหลังจากนั้น ครูบาอาจารย์ พระกรรมฐาน สายพระอาจารย์มั่นก็ได้เดินทางมาพำนักเพื่อปฏิบัติธรรม จำพรรษา เป็นประจำทุกปี เป็นวัดที่มีความสวยงามโดดเด่นท่ามกลางขุนเขา โดยเฉพาะศาลาเฉลิมพระเกียรติ ที่สร้างอย่างใหญ่โต โอ่อ่า และสง่างาม ภายในประดิษฐานพระประธานสีขาวบริสุทธิ์ ชื่อว่า พระสัพพัญญูรู้แจ้งสามแดนโลกธาตุ สร้างด้วยแร่แคลไซด์ องค์ใหญ่ที่สุด ขนาดหน้าตัก 20 เมตร สูง 19 เมตร สร้างเมื่อปี พ.ศ.2549 เนื่องในมหามงคลสมัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี และทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 80 พรรษา ในปี 2550

พระสัพพัญญูรู้แจ้งสามแดนโลกธาตุความหมายขององค์พระสัพพัญญูรู้แจ้งสามแดนโลกธาตุ มีความหมายถึง พระพุทธเจ้า ซึ่งทรงไว้ซึ่งพระเมตตาคุณ พระปัญญาคุณ และพระบริสุทธิคุณ ทรงตรัสรู้ธรรมอันวิเศษ เลิศสุดในสามแดนโลกธาตุ ได้แก่ อริยสัจ 4 คือ ทุกข์ เหตุแห่งทุกข์ การดับทุกข์ และหนทางแห่งความดับทุกข์

เรียกว่า มาภูเรือคราวนี้อิ่มบุญ อิ่มใจกันถ้วนหน้าจริงๆ

อาคารที่พักโรงแรมภูเรือแซงค์ชัวรี รีสอร์ท
ไหว้พระเป็นสิริมงคลแล้ว ก็ได้เวลาเดินทางสู่จุดหมายปลายทาง คือ โรงแรมภูเรือ แซงค์ชัวรี รีสอร์ท แอนด์ สปา โรงแรมที่มีแนวคิดในการก่อสร้างโดยยึดหลักการเชื่อมชุมชนสู่การออกแบบ และนำเอาศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นมาแปรรูปอย่างสร้างสรรค์ให้มีอัตลักษณ์ โดยเฉพาะการวางผังให้องศาของทุกอาคารอยู่ในโครงสร้างที่เชื่อมโยงจากจุดศูนย์กลาง แผ่ออกคล้ายโครงสร้างของใบไม้ เรียกว่ามีรายละเอียด และไม่ใช่แค่เรื่องออกแบบเท่านั้น คอนเซปต์ของการพักผ่อนที่นี่ ยังเน้นหลัก 3 R คือ Restore, Recharge และ Rejuvenate หรือ ฟื้นฟูจิต ฟื้นพลังชีวิต และฟื้นวัย ซึ่งเมื่อเข้า สู่อาณาจักรของ ภูเรือ แซงค์ชัวรี รีสอร์ท ก็รู้สึกได้จริงๆถึงความโปร่ง โล่ง สบาย เจือกลิ่นอายวัฒนธรรมที่ทำเอาหลายคนอดปริ่มสุขไม่ได้

– นาข้าวในโครงการคุณพรศิลป์ เล่าให้ฟังว่า การออกแบบภูมิสถาปัตย์ ใช้วิธีปรับเปลี่ยนหน้าที่ตามฤดูกาล ตามธรรมชาติของที่ตั้ง เช่น ปลูกข้าว ช่วงหน้านา ปลูกผักไว้กิน แถมยังมีศูนย์เรียนรู้วิถีชีวิตชุมชนอยู่ในโครงการด้วย

“ผมคิดว่าสิ่งที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดชทิ้งไว้ให้กับคนไทยที่สำคัญที่สุด ก็คือ แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง คือ พอประมาณ ไม่น้อยไปและไม่มากเกิน, มีเหตุผล พิจารณาเหตุปัจจัยอย่างรอบคอบ และการมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมยึดถือมาตลอด” เจ้าของโรงแรมภูเรือ แซงค์ชัวรี บอก แถมยังพาไปชมนาข้าว บ่อปลา โรงเพาะเห็ด แปลงผักสวนครัวที่ไม่มีการใช้สารเคมี สามารถเลี้ยงคนงานได้ตลอดทั้งปี บางทีแขกที่มาพักยังได้เก็บผัก เก็บพริก เก็บมะนาวเอาไปปรุงอาหารด้วย บางคนถึงขนาดลงทุนลงไปดำนาแข่งกับชาวบ้าน สนุกสนานกันเป็นการใหญ่

ชาร์จแบตกันเต็มที่แล้ว ก่อนกลับ กทม. มีโอกาสแวะกราบ พระพุทธเจ้าไภสัชยาคุรุไวฑูรยประภา จอมแพทย หรือ พระกริ่งปวเรศ ที่ วัดสมเด็จภูเรือมิ่งเมือง ที่มีทั้งความสวยงามของตัวโบสถ์ วิหาร ประทับใจกับพระนอนในวิหารและนาคหัวบันได ที่แกะสลักจากหินหยกแม่น้ำโขง…งดงามมาก2 คืน 3 วัน กับชีวิตช้าๆ ไม่วุ่นวาย ที่ภูเรือ บอกตัวเอง อีกครั้งว่า ชีวิตคนเราไม่มีอะไรมาก ถ้าตั้งโจทย์ง่ายๆและเข้าใจคำว่า “พอ” แค่นั้นเอง.

 

โลกแห่งการเรียนรู้ไม่สิ้นสุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 13 ม.ค. 2560 05:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/834314

เอาใจน้องๆ หนูๆอย่างเต็มที่ไปกับกิจกรรม “ฉลองวันเด็กแห่งชาติ” ในสุดสัปดาห์นี้ ที่เหล่าผู้ใหญ่ใจดีรวมใจกันจัดให้ เพื่อความสุข สนุกสนานของคนทั้งครอบครัว อย่าง อุทยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรี นครินทราบรมราชชนนี ซอยสมเด็จเจ้าพระยา 3 คลองสาน จัดกิจกรรม “วันเด็ก ณ อุทยานสมเด็จย่า” ในวันที่ 14 ม.ค. และสนุกกับซุ้มเกมต่างๆ ตั้งแต่ 10.00 น. เป็นต้นไป

ส่วน เดอะมอลล์ กรุ๊ป จัดงาน “THE MALL KIDS FUNTASIA MAGICAL VILLAGE” ให้น้องๆหนูๆได้สนุกสนาน ณ ดินแดนมหัศจรรย์ สัมผัสและเรียนรู้กับธรรมชาติ พันธุ์ไม้แปลกหายาก อาทิ ว่านไก่ฟ้าพญาลอ, ม้ายักษ์ทรงพลัง สูงถึง 180 ซม.และมีน้ำหนักตัวมากกว่า 1 ตัน และผองเพื่อนไซส์มินิ อาทิ หมูจิ๋ว, เม่นแคระ, วัวแพนด้า ฯลฯ พร้อมสนุกสนานกับเหล่าซุปเปอร์ฮีโร่และประลองความเร็วในสนามแข่งรถจิ๋ว majorette ที่ยาวที่สุด ที่เดอะมอลล์ ทุกสาขา

ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี จัดงาน “Central Embassy Children’s Day 2017” บริเวณชั้น G ให้น้องๆได้ฝึกฝนทักษะด้านศิลปะไปกับกิจกรรมวาดภาพระบายสี ในหัวข้อ “ฉันรักในหลวง” โดยสมาคมศิลปินทัศนศิลป์นานาชาติแห่งประเทศไทย มาแนะนำความรู้ให้กับเด็กๆตลอดทั้ง 2 วัน วันละ 5 รอบ นอกจากนี้ ที่บริเวณชั้น 5 มีกิจกรรมการเรียนรู้ อาทิ กิจกรรมการทดลองวิทยาศาสตร์, เวิร์กช็อป DIY การทำคุกกี้รูปแบบต่างๆ เป็นต้น และร้านอาหารชั้นนำภายในศูนย์ฯ อาทิ ไมเซน (Maisen) ร้านอาหารญี่ปุ่น, สตาร์บัคส์ คอฟฟี่, พอล (Paul) ร้านเบเกอรี่ ฯลฯ มีเมนูพิเศษที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อน้องๆหนูๆ โดยเฉพาะด้วย

ส่วน ห้างเซ็นทรัล จัดกิจกรรมให้น้องๆ อาทิ เล่านิทานของพ่อ ผ่านการแสดงหุ่นมือ และนักเล่านิทาน ที่เซ็นทรัลชิดลม ลาดพร้าว บางนา และปิ่นเกล้า และเมื่อซื้อสินค้าแผนกเด็กรับสิทธิ์ร่วมเวิร์กช็อปฟรี อาทิ เพนต์กระถางต้นไม้ และศิลปะทรายสี จากภาพวาดลายเส้นพระบรมสาทิสลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยครูปาน-สมนึก คลังนอก ที่ห้างเซ็นทรัลชิดลม, ลาดพร้าว, บางนา, ปิ่นเกล้า, แจ้งวัฒนะ, อีสต์วิลล์, เวสต์เกต และรังสิต พร้อมกันนี้แผนกเด็ก ห้างเซ็นทรัล บางนา และปิ่นเกล้า ได้เนรมิตอาณาจักรสุดหรรษา “Kidspace” นำอุปกรณ์เครื่องเล่นหลากหลายชนิดจากญี่ปุ่นมาให้สนุกสนานด้วย….ห้างสรรพสินค้าเซน แผนก ZEN KIDS ชั้น 6 จัดกิจกรรมสนุกเช่นกันตั้งแต่เวลา 11.00-17.00 น.

ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค จัดงาน “สนุกสุขสันต์ มหัศจรรย์วันเด็ก” รอยัล พาร์ค พลาซ่า ชั้น 1 พบกับสนามเด็กเล่นสนุกสนานจากเครื่องเล่นนานาชนิด ไม่ว่าจะเป็น บ่อบอล, สโนว์บอล ตื่นตาตื่นใจไปกับโชว์สุดพิเศษจากโบโซ่ มายากล และมาสคอต พร้อมกันนี้ชวนน้องๆมาร่วมแบ่งปันความสุขกับโครงการ “เพื่อนให้เพื่อน” ด้วยการนำตุ๊กตาเก่า 3 ตัว มาแลกตุ๊กตาหมีไซส์ยักษ์กลับบ้านไปนอนกอดฟรีๆ โดยพาราไดซ์ พาร์ค จะนำตุ๊กตาที่ไม่ใช้แล้ว ไปมอบให้เด็กๆ ที่ขาดแคลนต่อไป

ศูนย์การค้าแฟชั่น ไอส์แลนด์ จัด “Toy’s World 2017” จัด 3 โซนสนุกเอาใจคุณหนู มีทั้ง Cartoon Zone, Toy Zone และ Education Zone ที่บริเวณเซ็นเตอร์คอร์ท ชั้น 1….ศูนย์การค้าฟิวเจอร์ พาร์ค และ สเปลล์ พาน้องเปิดโลกจินตนาการ ด้วยเครื่องเล่นมากมาย ในคอนเซปต์ Kids Paradise Playground ที่รวมความสนุกสนาน พร้อมจัดกิจกรรมวาดภาพระบายสี, เพนต์หน้าแฟนซี ฯลฯ ที่บริเวณชั้น G

เทอร์มินอล 21 โคราช จัด “Kid’s World 2017” จัดเต็มด้วยการรวมตัวของเหล่าการ์ตูนชื่อดัง อาทิ โคนัน, โพโรโระ ฯลฯ และการแข่งขัน Character Cosplay Contest และกิจกรรมอื่นๆอีกมากมาย ที่บริเวณไอเฟล สแควร์ ชั้น G…ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน จัดงาน “BLÚPORT KIDS CARNIVAL” พบกิจกรรมเสริมความคิดสร้างสรรค์ อาทิ ปาเป้ายักษ์,ต่อจิ๊กซอว์สัตว์โลกใต้น้ำ, เวิร์กช็อปปั้นดินน้ำมันจาก CLAY WORK ฯลฯ ที่ PORT WALK ชั้น G ในงานยังเสิร์ฟขนมและเครื่องดื่มฟรีตลอดทั้งงาน.