Tamil Nadu ทมิฬ…น่าดู

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย GQ Thailand 8 ม.ค. 2560 16:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/823610

กว่าสองทศวรรษแล้วที่ กาย ทรีเบย์ หลีกเร้นมาท่องเที่ยวอยู่ในซอกมุมเล็กๆ ของทมิฬนาฑู ตอนใต้ของประเทศอินเดีย แม้วัดวา ผู้คน ตึกรามบ้านช่องอันตระการตาจะเป็นภาพอันคุ้นตาของเขาไปแล้ว กระนั้นเขาก็ยังพบว่าที่นี่คือดินแดนที่เหมาะกับการผจญภัยชนิดที่ไม่ได้วางแผนอะไรมาก่อนเลย

‘กูน่าน้อย’ กระโดดโลดเต้นมาตามทาง “ห้าร้อยรูปีครับนายท่าน” เขาตะโกนมาแต่ไกล พร้อมคลี่ชุดโปสการ์ดที่เป็นภาพวาดการบำเพ็ญตบะของพระอรชุน หนึ่งในเทพเจ้าของฮินดู ภาพวัดชอร์ที่สร้างตั้งแต่สมัยศตวรรษที่แปด และภาพศิลายักษ์ต้านแรงโน้มถ่วงที่เชื่อกันว่าเป็น ‘ก้อนเนยของพระกฤษณะ’

ผมสังเกตเห็นเล็บนิ้วโป้งของกูน่าถูกทาด้วยสีแดง “แพงไปกูน่า แพงไป” ผมพูดกลั้วหัวเราะ ขณะที่ไอทะเลบางๆ ลอยอยู่ในอากาศ อบอวลไปทั่วกลุ่มอารามมหาบาลีปุรัมที่ตั้งอยู่ริมชายฝั่ง

“ห้าสิบ” ผมต่อ “โอเค ได้นายท่าน” กูน่ารับคำทันที เขาเป็นชายที่มีร่างเล็กไม่ต่างจากเด็ก แต่หน้าตาน่าจะอายุราว 50 แล้ว เขาบอกผมว่าเขาอายุ 20 ตอนเราเจอกันครั้งแรก ต่อมาก็บอกว่า 30 แต่ดูใบหน้ากระจิริดนั่นแล้ว จะอายุเท่าไรก็ช่างเถอะ

“ครั้งแรกของวันนี้เลยนะเนี่ย” กูน่าประกาศอย่างร่าเริง ในอินเดียถือว่าการขายอะไรได้ครั้งแรกของวันนับเป็นเรื่องมงคล และแค่พริบตาเดียวหลังจากนั้นกูน่าก็หายแวบไปในซุ้มหางนกยูง ผมเองก็เดินทางไปต่อเหมือนกัน ผมมุ่งหน้าสู่วัดชอร์ ที่ยูเนสโกยกให้เป็นมรกดกโลก ในเช้าอันเงียบสงบของเดือนเมษายน ผมรู้สึกราวกับที่แห่งนี้มีเพียงผม หมาจรจัดขี้เซา และนกกาช่างพูด เท่านั้นเอง

เพื่อนผมมักจะไม่เชื่อเวลาที่ผมเล่าประสบการณ์ความเงียบสงบแบบนี้ที่อินเดีย เพราะแน่นอนว่ามันตรงข้ามกับภาพความวุ่นวายและสกปรกที่สื่อนำเสนอจนชินตา ซึ่งผมก็เข้าใจได้ว่าทำไมเขาถึงไม่ค่อยเชื่อผม เพราะไม่ว่าจะอย่างไร อินเดียก็คือประเทศที่มีประชากรมากถึง 1.25 พันล้านคน และยังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วไม่แพ้จีน

แต่พวกเขาไปไหนกันหมดล่ะ? ประชากรอินเดียจำนวนมาก (และมากขึ้นเรื่อยๆ) ได้หลบหนีความกันดารในภูมิภาคห่างไกลเข้าไปแสวงโชคในตัวเมือง แต่ประเด็นคือ ไม่ว่าเหตุผลคืออะไร ผมก็เดินทางมาประเทศนี้เพื่อแสวงหาความสันโดษอยู่เสมอ

เชตินาถ… อาณาจักรแห่งคฤหาสถ์ที่ถูกทิ้งร้าง

ตอนอยู่ที่นิวเดลี เพื่อนศิลปินและช่างภาพของผมคนหนึ่งชื่อเดยานิตา สิงห์ เลี้ยงมื้อเช้าผมที่โรงแรมทัชมาฮาล พร้อมเล่าเรื่องราวมหกรรมเวนิซเบียนนาเล่ครั้งล่าสุด ปกติแล้วเวลาเดยานิตากลับจากทริปท่องโลกมาสู่บ้านเกิดของเธอที่อินเดีย เธอมักจะแค่มาเปลี่ยนเสื้อผ้า เก็บกระเป๋า และจับเครื่องบินไป Goa เลยทันที เพราะเธอซื้อบ้านสไตล์โคโลเนียลโปรตุเกสที่นั่นไว้เมื่อหลายปีก่อน แต่ระยะหลังมานี้ เดยานิตาบอกว่ากัวได้กลายเป็น ‘แฮมป์ตันแห่งอินเดีย’ ไปซะแล้ว มันเต็มไปด้วยโรงแรมหรู ร้านอาหารเลิศ คลับเต้นรำ และงานเลี้ยงค็อกเทลมากมาย ตอนนี้เธอพยายามแสวงหาสถานที่ใหม่ๆ สำหรับหนีความวุ่นวายที่มาพร้อมกลุ่มครีเอทีฟรุ่นใหม่ชาวอินเดีย เธอจึงเดินทางมุ่งหน้าไปทิศตรงกันข้ามกัน เธอเดินทางลึกลงไปทางทิศใต้ของประเทศ

แล้วเธอก็เลือกไปยังเมืองแห่งอารามในทมิฬนาฑู เมืองเดียวกับที่ผมมักแอบหลบไปพักตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมานั่นเอง เมืองอย่างมหาบาลีปุรัม หรือคังไคคอนดา โจฬะปุรัม (ไม่แน่ว่า ชื่อชวนให้ลิ้นพันกันของมันอาจเป็นสาเหตุให้มันยังไม่โด่งดังมากไป) ไปจนถึงจุดหมายสำคัญในการจาริกแสวงบุญของชาวฮินดูอย่างเมืองมธุไร

แต่แล้วผมก็คิดอยากไปเมืองเชตินาถ ฉายาเมืองแห่งคฤหาสถ์ ขึ้นมา

ร่วมยี่สิบปีมาแล้วที่ผมเดินทางด้วยรถออโต้ (รถตุ๊กตุ๊กแบบอินเดีย) เลาะเรื่อยไปตามชายฝั่งโคโรแมนเดลจนถึงวัดชอร์ ระหว่างทางเรามักถูกกีดขวางด้วยเกวียนเทียมวัว ผมจึงใช้ทางเลี่ยง ที่ทำให้ได้ไปเจอดินแดนกึ่งแห้งแล้งแห่งหนึ่ง มีต้นปาล์มเรียงรายสองข้างถนน เรื่อยไปจนเข้าสู่ใจกลางดินแดนทมิฬ

ในตอนนั้น เมืองเชตินาถสำหรับนักเดินทาง เป็นเหมือนดินแดนที่กำลังหลับใหลอยู่ในการจำศีลอันยาวนาน หมู่บ้านของเมืองถูกแบ่งแยกห่างจากกันด้วยคูน้ำ ผมรู้สึกเหมือนอยู่ในความฝันตลอดทางที่นั่งรถท่องไปตามภูมิประเทศที่มีทุ่งนาเรียบนิ่ง กอต้นปาล์ม สลับกับเฟื่องฟ้าสีจัดจ้าน แล้วอยู่ๆ ก็ต้องตกตะลึงเมื่อเดินทางมาถึงหมู่บ้าน ที่ประกอบไปด้วยคฤหาสถ์หรูหราอลังการเรียงรายเป็นทิวแถว!

ไม่ว่าจะดูเหมือนฉากสำหรับถ่ายหนังแค่ไหน แต่นี่คือของจริงแท้แน่นอน แถมมีอยู่อย่างมหาศาลเลยด้วย หมู่บ้านแห่งนี้สร้างขึ้นนานมาแล้วโดยกลุ่มคนที่เรียกกันว่าชาวนัตตุโกตไตเศรษฐี (Nattukottai Chettiar) ซึ่งอยู่ในวรรณะไวศยะ หรือวรรณะพ่อค้า โดยถูกสร้างขึ้นเป็นสามระลอกสามสมัย นับแต่ช่วงกลางศตวรรษที่สิบเก้าจนถึงภายหลังจากที่อินเดียได้รับเอกราช สไตล์ของงานสถาปัตยกรรมได้แรงบันดาลใจผสมผสานหลายวัฒนธรรม ทั้งวิคตอเรียน, อินโด-ซาราเซนิค และอินเดียใต้แบบดั้งเดิม จริงๆ แล้วการหลอมรวมกันแบบนี้มีอยู่หลายแห่ง และอาจดูเหมือนเป็นงานเลียนแบบศิลปวัฒนธรรมต่างๆ ทั่วไป ไม่น่าสนใจอะไร ถ้าเพียงแค่ขนาดมันจะไม่ใหญ่โตมโหฬารอย่างนี้ มีอายุเก่าแก่อย่างนี้ และยังรักษาขนบแบบการของงานสถาปัตยกรรมยุคโบราณได้อย่างตระการตาเช่นนี้

ในเชตินาถ บ้านที่ประกอบด้วยห้อง 50-100 ห้อง นับว่าเป็นเรื่องธรรมดา ความมั่งคั่งอันของเจ้าของที่พักอาศัยเหล่านี้ล้วนมีที่มาจากการค้าขายที่ดำเนินอยู่ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในขณะนั้น ภายในบ้านจึงเหมือนเป็นแกลเลอรี่แสดงทรัพย์สมบัติล้ำค่าจากหลายวัฒนธรรม ทั้งเครื่องเงินแท้สำหรับพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ แชนเดอเลียร์จากคริสตัลโบฮีเมียน, พื้นหินอ่อนลายหมากรุก, เสาห้องโถงที่ทำจากไม้สักพม่าทั้งต้น ฯลฯ

นานหลายทศวรรษแล้วที่คฤหาสน์เหล่านี้ถูกทิ้งร้าง ของล้ำค่าห่อหุ้มไว้ด้วยผ้าขาวบาง มีชาวบ้านมาดูแลบ้างตามมีตามเกิด แต่บัดนี้ความเปลี่ยนแปลงเริ่มมีให้เห็น หลังจากนักเดินทางทยอยกันไปเยือนเชตินาถมากขึ้นเพราะถูกดึงดูดโดยประวัติแปลกประหลาดและลับแลของมัน จำนวนโรงแรมบูติกสุดเก๋ก็เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย

โรงแรมที่ผมมักจะไปพักคือเดอะ บังคลา ดำเนินกิจการโดยสตรีวัยเลขแปดที่ชื่อมาดามมินากษี หนึ่งในผู้ประกอบการชาวเศรษฐี ที่สามารถพาแขกของเธอเข้าชมคฤหาสน์หลายหลังที่ปกติแล้วไม่อาจเข้าชมได้ ผมเองได้ไปชมมาก็มาก ทุกครั้งจะรู้สึกราวกับล่องลอยผ่านห้องบอลล์รูมอันว่างเปล่า คอร์ทยาร์ดที่ล้อมด้วยแนวเสาสูงใหญ่ และภาพบรรพบุรุษชาวเศรษฐีที่จ้องมองเราเขม็งจากภาพที่ติดบนผนัง

วันนี้ผมกลับมาที่นี่ด้วยเหตุผลที่ต่างไป นอกเหนือไปจากเหตุผลที่อยากมาเห็นภูมิประเทศเงียบสงบ ดูวัดวาอารามท้องถิ่น ที่มีงานศิลปะยุคราชวงศ์โจฬะที่หาดูยาก และใช้เวลาอยู่กับอัธยาศัยและมิตรไมตรีอบอุ่นของชาวทมิฬแล้ว ครั้งนี้ผมมาเพื่อ…กิน

ระยะหลังมานี้ ตำราการครัวฉบับชาวเศรษฐีกำลังได้รับความนิยมในแวดวงอาหารระดับโลก ในที่สุดเหล่าเชฟตะวันตกก็ได้เรียนรู้ศิลปะแห่งเครื่องเทศและการปรุงอันละเอียดอ่อน เมนูอย่างไก่บังคลาพริกไทยดำ, แกงกะหรี่ปูมะขาม, แกะทอด และกุ้งใหญ่ใส่หอมแดง กลายเป็นจุดขายสำคัญในการท่องเที่ยวที่ทำให้ชาวต่างชาติพากันแห่มาลงเรียนคลาสทำอาหารของทางโรงแรม ครัวของเดอะ บังคลา ปัจจุบันกำกับดูแลโดยเชฟคารูเปียในวัยเลขเจ็ด ผู้มากพรสวรรค์ขนาดที่โรงแรมในมัทราสใช้ความพยายามนานนับสิบแย่งชิงเขามาทำงานแต่ไม่สำเร็จ พนักงานส่วนใหญ่ของที่นี่ถือเอาเดอะ บังคลาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตมาตั้งแต่วัยเยาว์ สำหรับผม มันคือบรรยากาศเก่าแก่ของจริงของเดอะ บังคลาต่างหากที่ทำให้ผมต้องกลับมาครั้งแล้วครั้งเล่า

ความรุ่งเรืองและโรยราที่โจฬะปุรัม

ระหว่างนั่งรถลงใต้จากเมืองเชนไน เราใช้ถนนเลียบชายฝั่งตะวันออกเพื่อมุ่งหน้าสู่จุดหมายหลักอันได้แก่รีสอร์ตฟิชเชอร์แมนส์ โคฟ ผมมาที่นี่ครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2004 ตอนที่สึนามิยังไม่พัดพาทุกอย่างเรียบเป็นหน้ากลอง ปัจจุบันรีสอร์ตต่างๆ ฟื้นตัวกลับมาเหมือนเดิมแล้ว สวนสวยเขียวขจีราวกับไม่เคยถูกถอนรากถอนโคน บ้านพักหลายหลังตั้งอยู่ชิดติดทะเลขนาดที่สามารถมองเห็นคลื่นหัวแตกบนริ้วน้ำทะเลที่นิ่งสงบ ยากจะเชื่อว่าครั้งหนึ่งพื้นที่แถบนี้เคยถูกทำลายล้างจนเหี้ยนเตียน

ผมไปเยือนที่นั่นในเดือนเมษายน ซึ่งเป็นช่วงเวลาของเทศกาลจิตธิไรในปฏิทินของชาวทมิฬ นับเป็นช่วงเวลาสุดพิเศษในแทบทุกแง่มุมยกเว้นอากาศ ซึ่งชาวบ้านบรรยายไว้อย่างได้อารมณ์ว่า “ร้อน, ร้อนมาก, ร้อนมากที่สุด!” กระนั้นในช่วงเวลานี้อากาศก็ยังต่างไปเล็กน้อย เพราะกระแสน้ำหลงฤดูจะพัดขึ้นมาจากทางใต้ ไหลท่วมรัฐอานธรประเทศและรัฐโอริสสา กวาดเอาคราบขมุกขมัวออกไปจากชายหาด และนำพาไอเย็นมาสู่แผ่นดิน อุณหภูมิประมาณ 20 องศา อาจรบกวนการใช้ชีวิตของชาวบ้านพอควร เพราะต้องคอยหาอะไรหนาๆ ฟูๆ มาห่ม แต่สำหรับนักท่องเที่ยวอย่างผมแล้ว รู้สึกเหมือนถูกหวยยังไงยังงั้น

เมื่อกลับโรงแรมเดอะ บังคลา กิจวัตรของผมคือการนั่งที่ระเบียงและวางแผนการโต๋เต๋สำหรับวันต่อไป และหนึ่งในนั้นคือการเที่ยววัดวาอารามที่คนยังไม่ค่อยรู้จัก ชื่อแรกที่ผมจดไว้คือศาลหินตัดบูชาพระพิฆเนศ ซึ่งเป็นเทพที่มีศีรษะเป็นช้าง และขึ้นชื่อว่ามีฤทธิ์ช่วยขจัดปัดเป่าอุปสรรคให้ผู้คน ไม่บอกก็คงเดาได้ว่าท่านเป็นที่นิยมแค่ไหน เมื่อผมไปถึงวัดปิลไลยาร์ปัตติ ก็บังเอิญว่าเป็นเวลาที่เขาประกอบพิธีกรรมสรงน้ำพระพิฆเนศพอดี แล้วผมก็พบตัวเองยืนต่อคิวร่วมกับผู้จาริกแสวงบุญจำนวนมาก เพื่อเดินเข้าสู่วิหารชั้นใน จากนั้นก็ยื่นเครื่องบูชาของเราให้กับนักบวชผู้เปลือยท่อนบน แล้วพวกเขาก็จะนำไปคล้องหลวมๆ รอบคอพระพิฆเนศเพื่อทำพิธีบูชา ก่อนจะถอดเครื่องทรงรูปปั้นเคลือบทองคำออก แล้วเทน้ำผึ้ง น้ำนม และน้ำกุหลาบ อาบลงไป

ผมเดินทางไปวัดอีกหลายแห่งในโจฬะปุรัม และแทบทุกแห่งปรากฏว่ามีแค่ผมคนเดียว หรือไม่ก็วัวสีน้ำนมสองสามตัว และอาจจะมีชาวปัญจาบอีกไม่กี่คน คงเป็นเมษายนที่เงียบเหงายิ่งนักเมื่อเทียบกับในศตวรรษที่ 11 ยุคสมัยที่กษัตริย์ราเชนตรา โจฬะ ที่หนึ่ง ปกครองแผ่นดิน พรมแดนอาณาจักรของพระองค์ครอบคลุมดินแดนตอนใต้แทบทั้งหมด รวมถึงศรีลังกา สุมาตรา กัมพูชา มาเลเซีย และบังคลาเทศ โดยมีเมืองหลวงและศูนย์กลางความเจริญรุ่งเรืองอยู่ที่คังไคคอนดา โจฬะปุรัมแห่งนี้

อดีตของความรุ่งเรืองหลงเหลือให้ผมเห็นเพียงครอบครัวชาวปัญจาบครอบครัวหนึ่ง กำลังปิกนิกนอกบ้านด้วยการดื่มโค้กร่วมกัน ว่าแล้วผมก็ซื้อให้ตัวเองกระป๋องหนึ่ง แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าผมโต๋เต๋นานเกินไปแล้วสำหรับวันนี้ กว่าจะกลับถึงเดอะ บังคลา คงใช้เวลานานเกินไป ผมจึงกวัดแกว่งมือถือราวกับมันเป็นไม้กายสิทธิ์ เพื่อเสกสัญญาณอินเทอร์เน็ตให้ตัวเอง และด้วยอำนาจมนตราแห่งกูเกิล ผมก็พบโรงแรมใกล้ๆ สำหรับซุกหัวในคืนนี้ แถมยังเป็นโรงแรมที่คนขับรถของผมรู้จักซะด้วย เขายืนยันให้ผมมั่นใจว่าจะมีห้องว่างเสมอในปลายฤดูท่องเที่ยวเช่นนี้ และเขายังแจ้งอีกหนึ่งเรื่องที่เขาใคร่ครวญแล้วว่าอาจเป็นปัญหาสำหรับผม กล่าวคือ รีสอร์ตมันตราเวปะธุระที่ผมจะเข้าพักนั้น เป็นโรงแรมมังสะวิรัติระดับเข้มงวด นั่นแปลว่าจะไม่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เสิร์ฟต้อนรับ ผมนึกไม่ออกเลยว่าหลังผ่านการนั่งรถยาวนานกับวันร้อนๆ แล้ว การต้อนรับอะไรจะดีไปกว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ระหว่างทางไปโรงแรม ผมและคนขับจึงมีภารกิจใหม่ร่วมกัน นั่นคือการเสาะแสวงหาร้านค้าแอลกอฮอล์ที่ผูกขาดโดยรัฐบาล และเมื่อขับไปได้ครึ่งทางเราก็เจอ คนขับของผมกระโดดลงรถไปซื้อเบียร์มาให้ทันที ภายในถุงพลาสติกที่เขาถือกลับมานั้นบรรจุขวดเบียร์ขนาด 40 ออนซ์ ที่มีหน้าตาคล้ายตอร์ปิโด พร้อมฉลากที่เขียนว่า 10,000 โวลต์ คนขับบอกว่าที่ร้านยังมี 5,000 โวลต์ และ 2,000 โวลต์ สิ่งที่เขาละไว้ไม่ได้พูดคือเขาคิดว่ารู้จักลูกค้าของตัวเองดีพอถึงขนาดเลือกดีกรีเบียร์ให้เองเลย ระหว่างกำลังนั่งกังวลตลอดทางว่าผมจะลงเอยมีสภาพเหมือนเอมี ไวน์เฮาส์ หรือเปล่า ทิวทัศน์รอบข้างก็เบี่ยงเบนความสนใจของผมไปได้ เพราะมันดูราวกับผมหลุดเข้าไปอยู่ในหนังไตรภาคของสัตยาจิต เรย์ ผู้กำกับระดับตำนานของอินเดีย

สองข้างทางเป็นป่าครึ้ม สลับกับหมู่บ้านเล็กๆ เป็นระยะ มีหมาข้างถนนนอนสบายใจเฉิบอยู่กลางถนน เมื่อเข้าสู่ถนนเลนเดียว รถของเราต้องคอยหลบเกวียนเทียมวัว จนในที่สุดเราก็มาถึงรีสอร์ตมันตรา ที่โอบล้อมเราด้วยสวนมะม่วง ป่าสัก ดงปาล์ม และบังกะโลปูนปั้นเรียงราย พร้อมศาลานั่งเล่นที่ยื่นออกไปยังลำคลองเล็กๆ ผมเห็นลิงซุ่มแอบดูเราอยู่หลังต้นไม้ กับนกยูงแปลกตาเกาะอย่างเป็นสง่าอยู่บนซุ้มปะรำ หลังจากเช็กอินเรียบร้อย ผมก็อาบน้ำล้างเนื้อล้างตัวในห้องอาบน้ำกลางแจ้ง ก่อนจะมุ่งหน้าไปสระว่ายน้ำเพื่อหย่อนกายคลายความเมื่อยล้าใต้แสงจันทร์

แต่ทั้งหมดนั่นยังไม่น่าอัศจรรย์สำหรับผมเท่าตอนที่ผมเดินลงไปกินข้าวในศาลารับประทานอาหาร และพนักงานเสิร์ฟในเครื่องแบบเชิ้ตขาวสะอ้านแจ้งกับผมว่า กฎหมายห้ามดื่มแอลกอฮอล์นั้นไม่มีผลบังคับใช้กับชาวต่างชาติ จากนั้นเขาก็ยื่นถาดใส่ขวดเบียร์คิงฟิชเชอร์เย็นเจี๊ยบมาให้ ระหว่างกำลังรินเบียร์นั้น เขาบอกกับผมอย่างแจ่มใสว่าผมเป็นแขกคนเดียวของมันตราในคืนนี้ เพราะฉะนั้นที่นี่จึงเปรียบได้กับอาณาจักรของผม

ในชีวิตคนเรา จะมีอยู่บางคืนที่เราผล็อยเข้าสู่นิทรารมย์พร้อมมนตราแห่งนิทานอันชวนเคลิบเคลิ้ม คืนนั้นผมหลับไปแบบนั้น และตื่นขึ้นตอนเช้าอย่างแสนกระปรี้กระเปร่า ผมโยนข้าวของใส่กระเป๋า พร้อมเต็มที่แล้วสำหรับการเดินทาง 14,000 ไมล์ข้ามน้ำข้ามทะเลเพื่อกลับบ้าน

ที่มา – GQ Thailand
www.gqthailand.com
www.facebook.com/gqmagazinethailand

 

ฟัง ‘จันทร์’ บน ‘ฟ้า’ จีบดาว สูดอากาศหนาว แม่กำปอง เชียงใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 ม.ค. 2560 06:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/830273

ยิ้มกับก้อนเมฆรำลึกความหลัง

ระหว่างเครื่องบินไทยแอร์เอเชียแลนดิ้งที่สนามบิน ภาพเก่าๆ ที่เดินทางมาตามหาผุดพรายขึ้นมาช้าๆ อย่างมากมาย เพราะการเดินทางครั้งนี้เป็นการย้อนอดีตที่ไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว

มาเพราะมันดีต่อ ‘ปอด หัวใจ’ อยากสูดสัมผัสอากาศหนาว มาเพื่อปรับทุกข์ มาเพื่อส่งต่อสุขกับ ‘ขุนเขา น้ำตก ต้นไม้’ ที่ยิ่งใหญ่ งดงาม กระทั่งมาเติมกำลังใจด้วยการนอนแนบ ‘พื้นดิน พื้นหญ้า’ ฟัง ‘จันทราบนท้องฟ้าจีบดวงดาว’

มาสัมผัสความน่ารัก โอบอ้อมอารีของชาวบ้าน มามีความสุขที่ที่ค้นพบเมื่อสิบปีก่อน เดินทางกลับมาเติมเต็มความอิ่มเอม

ภาพเล่าเรื่องไทยรัฐออนไลน์สัปดาห์นี้ เป็นภาพที่เก็บมา ‘แม่กำปอง’ กิ่งอำเภอแม่ออน (โฮมสเตย์สุดธรรมชาติที่นี่เคยติดหนึ่งในสิบที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกต้องมา) หมู่บ้านเล็กๆ ตั้งอยู่โดดเด่นกลางขุนเขา มีลำธารไหลผ่านหมู่บ้าน และป่าไม้ที่สุดสมบูรณ์

แม้วันนี้ สิ่งที่เห็นเมื่อ 10 ปีก่อนจะเปลี่ยนแปลงไปพอสมควร สองข้างทางถนนแคบๆ รถวิ่งสวนกันกระจกแทบจะสัมผัส รถ ผู้คนแออัดอยู่บนถนนสายกระจิริด ต้นไม้กลายเป็นบ้าน บ้านไม้กลายเป็นบ้านปูน ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ผุดขึ้นมากมาย

ยังไม่นับวิถีชาวบ้านเปลี่ยนไปมหาศาลจากปลูกผักหญ้าขาย แปลงกายเป็นนักธุรกิจย่อมๆ ก่อนใครหลงบอกทางด้วยการเดินพาไป แต่วันนี้นั่งมอเตอร์ไซค์ไปไม่ไกลก็ว่ากันด้วยเรื่องเงินทอง

แต่เราไม่โทษใคร โลกต้องเปลี่ยนไป แต่รวมๆ แล้วที่นี่ยังน่ารัก ธรรมชาติยังงดงาม อากาศยังหนาวเย็น (ตลอดปี) ที่สักครั้งต้องไปเยือน. 

**เคล็ดลับการเดินทาง**

เราเลือกเดินทางด้วยสายการบินโลว์คอสต์จองก่อนแต่เนิ่นๆ ราคาจะไม่แพงมาก ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง หลังจากสนามบินก็โบกรถ 2 แถวสีแดง คนละ 40 บาท ไปขนส่งช้างเผือก เพื่อรอรถตู้วิ่งตรงไปแม่กำปอง ซึ่งก่อนเดินทางเราจองรถตู้ไปแม่กำปองจากเฟซบุ๊กนี้ รถตู้น้ำพุร้อนสันกำแพง ราคาแค่ 100 บาทต่อคน แต่แนะนำจองและโอนเงินก่อน เพราะคิวเต็มเร็วมากวิ่งแค่วันละ 2 รอบ หลังจากนั้นใช้เวลาราว1 ชั่วโมงเศษก็จะถึงแม่กำปอง

ซากุระล้านดอกที่ขุนวาง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย แบกกล้องเที่ยว 7 ม.ค. 2560 16:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/829437

ถ้าจะกล่าวถึงช่วงหน้าหนาว Highlight ของการท่องเที่ยวส่วนใหญ่คงจะหนีไม่พ้น กับหมู่มวลดอกไม้ ที่จะผลิบานให้ยลโยม มากมายหลากสีสัน หลากสายพันธุ์

แต่มีดอกไม้ชนิดหนึ่ง ที่ผู้คนจะคอยติดตามข่าวสารเพื่อที่จะไปเยื่ยมชมกับดอกชนิดนี้ ซึ่งบานปีละครั้งเท่านั้น โดยแต่ละครั้งจะบานไม่เกิน 1-2 อาทิตย์อยู่ที่สภาพอากาศของแต่ละปี ดอกที่ว่านี้ มีสีสันสดใส เป็นที่ถูกใจโดยเฉพาะกับสาวๆ ทั้งหลาย… ใช่แล้วครับ ดอกที่ว่านี่คือ ดอกนางพญาเสือโคร่ง หรือได้อีกฉายาว่า ซากุระเมืองไทย

ในเมืองไทยเรา… มีจุดชมดอกนางพญาเสือโคร่งมากมายหลายที่ แต่มีอยู่ที่หนึ่งที่ผมจะมาแนะนำ สถานที่นี่มีการปลูกต้นนางพญาเสือโคร่งเป็นแนวยาวขนานกับถนน เมื่อถึงช่วงเวลาที่ดอกนางพญาเสือโคร่งเบ่งบาน ก็จะกลายเป็นถนนสีชมพู บานสะพรั่งไปด้วยสีชมพูละลานตา

นั่นก็คือ ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง) ที่ตั้งอยู่บนดอยอินทนนท์ ได้รับการจัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2525 ครั้งนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินไปยังบ้านขุนวางเป็นครั้งแรก ทรงทอดพระเนตรเห็นว่า บริเวณนี้ยังคงมีการปลูกพืชเสพติด เช่น ฝิ่น อยู่เป็นจำนวนมาก จึงเห็นควรส่งเสริมให้มีการปลูกพืชชนิดอื่นๆ ที่มีรายได้ทัดเทียมหรือดีกว่าปลูกฝิ่น

สำหรับจุดชมดอกนางพญาเสือโคร่งภายในสถานีเกษตรที่สูงขุนวางที่น่าสนใจมี 2 จุด คือ

1. มุมด้านหน้าสถานีเกษตรขุนวาง บริเวณแปลงดอกไม้เมืองหนาว
2. จุดไฮไลต์ อุโมงค์พญาเสือโคร่ง ต้องเข้าไปข้างในโครงการ เลยร้านกาแฟและร้านอาหาร

กิจกรรมการท่องเที่ยวในพื้นที่แบ่งออกเป็นสามส่วน

ส่วนแรก เป็นกิจกรรมภายในโครงการ อาทิ การชมแปลงสาธิตไม้ผลเมืองหนาว ภายในศูนย์ฯ ซึ่งออกดอกในช่วงเดือนมีนาคม-พฤศจิกายน

ส่วนที่สอง จะเป็นกิจกรรมการท่องเที่ยวที่อยู่ละแวกใกล้เคียงเช่น การท่องเที่ยวในพื้นที่สถานีเกษตรที่สูงขุนวางและแม่จอนหลวง ซึ่งเป็นสถานีเกษตรที่สูงที่มีความงดงามทางธรรมชาติในเรื่องพันธุ์ไม้ต่างๆ โดยเฉพาะซากุระ ซึ่งจะบานสะพรั่งในช่วงปลาย เดือนธันวาคมถึงกลางเดือนมกราคม

ส่วนกิจกรรมท่องเที่ยวชมประเพณีและวัฒนธรรมในพื้นที่จะมีวิถีชีวิตของชาวไทยภูเขาเผ่าม้งและกระเหรี่ยง ซึ่งเป็นประชาชนหลัก ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ โดยมีงานปีใหม่ของชาวม้ง และงานข้าวใหม่ของชาวกะเหรี่ยงให้ชม

วิธีการเดินทาง

รถยนต์ส่วนตัว นักท่องเที่ยวสามารถเลือกเส้นทางได้ 2 เส้นทาง

เส้นทางแรก จากจังหวัดเชียงใหม่ผ่าน อ.สันป่าตอง แยกเลี้ยวขวาหน้าธนาคารกสิกรไทย (สาขาสันป่าตอง) เข้าสู่เส้นทางหมายเลข 1013 ไป อ.แม่วาง ผ่าน อ.แม่วาง ไปจะมีทางแยกซ้ายมือให้เลี้ยวซ้าย จากนั้นเส้นทางจะลัดเลาะขึ้นภูเขาไปอีกประมาณ 40 กิโลเมตรช่วงสุดท้ายของเส้นทางนี้จะเป็นถนนดินแดงประมาณ 5 กิโลเมตร หน้าฝนจำเป็นต้องใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อ เส้นทางนี้รวมระยะทาง 86 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 1.5 ชั่วโมง

เส้นทางที่สอง จากจังหวัดเชียงใหม่ ใช้เส้นทางหมายเลข 108 ไป อำเภอจอมทอง ก่อนเข้าตัวอำเภอจอมทอง 1 กิโลเมตรตรงหลัก กม. ที่ 54 เลี้ยวขวาเข้าสู่เส้นทางหมายเลข 1009 เส้นทางขึ้นสู่ดอยอินทนนท์ จนถึงกิโลเมตรที่ 31 เลี้ยวขวา เป็นถนนลาดยางไปประมาณ 17 กิโลเมตร ก็จะถึงที่ตั้งศูนย์วิจัยเกษตรหลวงดอยขุนวาง รวมระยะทาง 115 กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง รถตู้ รถเก๋งสามารถขึ้นได้

รถประจำทาง

มีรถโดยสารประจำทางจากประตูเชียงใหม่ มาถึงจอมทอง จากนั้น ต้องต่อรถสองแถว จอมทอง แม่แจ่มลงตรงทางแยกขึ้นดอยอินทนนท์ที่ กิโลเมตร 31 จากจุดนี้ต้องเหมารถสองแถวให้ขึ้นไปส่งที่ขุนวางอีกประมาณ 17 กิโลเมตรหรือเหมารถตั้งแต่ที่อำเภอจอมทอง

พิกัด GPS ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง): N18.628332 E98.506385

ข้อมูลการติดต่อ: ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง) หมู่ที่ 10 ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ โทรศัพท์ 053114133, 053114136

ที่มา – แบกกล้องเที่ยว
www.baagklong.com
www.facebook.com/baagklong

 

ลั่นระฆังรัก…บนเขาอาซาริ สวรรค์บนดิน…ที่ฮอกไกโด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 7 ม.ค. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/829425

ขึ้นชื่อว่า ฮอกไกโด ไปกี่ครั้งก็ยังไม่เบื่อ…..!!

เปิดศักราชใหม่ของปี 2560 เที่ยวตามตะวัน อาสาพาคุณผู้อ่านไปย่ำหิมะขาว ที่ Kiroro Resort สกี รีสอร์ตแห่งแรกของคนไทยบนเกาะฮอกไกโด…

น้องเฟิร์ส ณัฐพล สืบอ่ำ พาไปอรุณสวัสดิ์ฮอกไกโดกันที่สนามชิโตเสะ ท่าอากาศยานแห่งการช็อป และชิม มองเผินๆ เหมือนเดินอยู่ในห้างใหญ่ๆ ที่มีทั้งเสื้อผ้า ของใช้ ของกิน ของฝาก ละลานตาไปหมด และถ้าเป็นสาวกการ์ตูนดังอย่างโดราเอมอน, เฮลโหล คิตตี้ ก็ต้องที่นี่เลย มีให้เลือกหลากหลาย รวมทั้งคอช็อกโกเลตอย่างช็อกโกเลต Royce ต้องไม่พลาด

ทริปคิโรโระ ฮอกไกโด เที่ยวนี้ไม่ธรรมดา เพราะเป็นการตามรอยภาพยนตร์รัก อย่าง แฟนเดย์…แฟนกันแค่วันเดียว ที่เคยสร้างความประทับใจให้กับคนดูมาแล้ว

เริ่มทริปแฟนเดย์ที่แรกกันที่ ทานุกิโคจิ (Tanuki koji) ถนนคนเดินเก่าแก่ อายุกว่า 130 ปี ในตัวเมืองซัปโปโร ที่มีร้านค้าให้เลือกซื้อสินค้าราคาถูก รวมทั้งสินค้าปลอดภาษี แต่ที่ถูกใจนักชิม นักช็อป เห็นจะเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นสารพัดอย่างมากกว่า 200 ร้าน ที่เรียงรายกันตลอดระยะทาง 1 กิโลเมตร งานนี้เลยได้ทั้งน้ำหนักตัวและน้ำหนักของเป็นแพ็กคู่กันไปเลย

ช็อป ชิม อิ่มท้อง อิ่มใจแล้ว ก็ต้องไปหาที่เซลฟี่สวยๆ ซึ่งก็ต้องที่นี่เลย ตึกแดง หรืออาคารที่ทำการรัฐบาลเก่าฮอกไกโด สถาปัตยกรรมสไตล์นีโอบาร็อคอเมริกา ลอกแบบมาจากอาคารทำเนียบรัฐบาลแห่งรัฐแมสซาชูเซตต์ ตอนที่ไปถึง เห็นหิมะขาวโพลนตัดกับตึกก่ออิฐสีแดง ดูคลาสสิกมาก ตึกนี้ใช้เป็นที่ทำการรัฐบาลฮอกไกโดตั้งแต่ปี พ.ศ.2429 และใช้ต่อเนื่องยาวนานถึง 80 ปี ก่อนจะย้ายไปยังที่ทำการรัฐบาลแห่งใหม่ในปัจจุบัน

จากตึกแดง พระอาทิตย์เริ่มโบกมือลาเพราะเป็นช่วงฤดูหนาว ที่เวลากลางวันจะสั้นกว่ากลางคืน ก่อนกลับเข้าที่พักที่คิโรโระ รีสอร์ต แวะดูแสงสีที่โอโดริปาร์ค สวนสาธารณะใหญ่ใจกลางเมือง อีกหนึ่งไฮไลต์ของการเที่ยวฮอกไกโด ปีนี้การประดับไฟดูไม่ค่อยอลังการเหมือนทุกปี แต่ก็ยังมีเสน่ห์ตามสไตล์แสงสีของโอโดริ…ไม่เปลี่ยนแปลง

มาคิโรโระคราวนี้ เขามีการรีโนเวทโรงแรมใหม่เกือบหมด ทั้ง Sheraton Hokkaido Kiroro Resort และ The Kiroro, A Tribute Portfolio Hotel เรียกว่าเป็นการแปลงโฉมครั้งใหญ่ ตั้งแต่พรม เตียงนอน เตียงนวด และแม้แต่ห้องอาบน้ำออนเซนสไตล์ญี่ปุ่น ก็ปรับปรุงจนสวยงามระดับอินเตอร์

ห้องพักของคิโรโระมีหลายแบบทั้งเตียงเดียว เตียงคู่ ไปจนถึงห้อง 4 เตียง ที่สามารถรองรับนักท่องเที่ยวที่มากันเป็นครอบครัวให้ได้อยู่รวมกันอย่างอบอุ่นได้ แถมเมื่อมองออกไปนอกหน้าต่าง จะเห็นหิมะโปรยปรายเป็นละอองขาวพราวพลิ้ว หลายคนที่เคยมาเยือนคิโรโระจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า หิมะที่นี่เป็น fresh snow เพราะสะอาด ขาว นุ่มเป็นปุย โดยเฉพาะสำหรับนักสกีแล้ว ที่นี่เป็นอีกหนึ่งเดสติเนชั่น…ที่ไม่ควรพลาดเด็ดขาด

ลานสกี อยู่ติดกับตัวโรงแรม Sheraton ซึ่งต้องขึ้นกระเช้าไปบนยอดเขาอาซาริ ที่สูงจากระดับน้ำทะเล ถึง 1,180 เมตร บนเขา Nisa (นิสะ) หรือ ระฆังแห่งความรัก ที่ว่ากันว่าใครก็ตามที่ต้องการสมหวังในความรัก สามารถมาลั่นระฆังเพื่อขอพรในเรื่องของความรักได้และบนยอดเขาอาซาริแห่งนี้ ยังได้ชื่อว่าเป็นจุดชมวิวที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งของฮอกไกโดด้วย

นอกจากระฆังขอพรแล้ว หน้าโรงแรมยังมีโบสถ์เก่า ที่เดิมเคยเป็นสถานที่แต่งงานของคู่บ่าวสาวชาวญี่ปุ่นไม่น้อยกว่าปีละ 200 คู่ แต่ปัจจุบันเมื่อโลกเปลี่ยนไป การแต่งงานแบบเดิมก็ถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นไปตามยุคสมัย เหลือเพียงชาวญี่ปุ่นที่ยังอนุรักษ์ประเพณีดั้งเดิม มาจัดงานแต่งงานที่โบสถ์แห่งนี้เพียงปีละไม่กี่คู่

แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ความงดงาม ความคลาสสิกของโบสถ์แห่งนี้เลือนหายไป…

นอกจากใช้เวลาในคิโรโระแล้ว มาถึงฮอกไกโด อีกที่ที่ไม่ควรพลาด คือ การเดินเล่นในเมืองโอตารุ เมืองเล็กๆที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และสีสัน มีคลองโอตารุเป็นจุดแลนด์มาร์คของเมือง ที่เคยเป็นเส้นทางลำเลียงสินค้า ตลอดสองฝั่งคลองมีโกดังเก่าเรียงราย ที่ปัจจุบันมีการดัดแปลงโกดังเหล่านี้เป็นร้านค้า ร้านกาแฟ ร้านขายของที่ระลึก

ส่วนที่ถนนซาไกมาจิ ก็เป็นอีกที่ที่มีอาคารเก่าโบราณสองข้างทาง มีทั้งร้านซูชิ ร้านขายของที่ระลึก อย่าลืมแวะชิมชีสเค้กร้านดัง La Tao ที่ต้องบอกว่า เป็นชีสเค้กที่ละลายในปาก…สมคำร่ำลือจริงๆ

ไฮไลต์อีกที่ของการเที่ยวฮอกไกโด นอกจากพิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี ที่มีนาฬิกาพ่นไอน้ำเป็นเพลงทุก 15 นาทีแล้ว ที่ที่ควรไปอีกแห่งหนึ่ง คือ บ่อน้ำพุร้อนโนะโบะริเบะสุ (Noboribetsu) ซึ่งเป็นบ่อน้ำพุร้อนยอดนิยมที่สุดในฮอกไกโด ตั้งอยู่ในบริเวณที่ชาวญี่ปุ่นเรียก ว่า จิโกะคุดานิ หรือ หุบเขานรก ซึ่งก็ไม่เข้าใจว่าทำไมจึงเรียกชื่ออย่างนั้น เพราะภาพที่เห็นตรงหน้า งดงามราวกับสวรรค์ แต่เมื่อสืบค้นความเป็นมาของชื่อ จึงรู้ว่าที่เรียกแบบนั้น เพราะที่นี่มีทั้งบ่อโคลนและบ่อน้ำร้อนที่เดือดตามธรรมชาติกระจายไปทั่วบริเวณ แต่ก็ถือว่าเป็นแหล่งกำเนิดน้ำแร่และออนเซนที่มีชื่อเสียงที่สุดของฮอกไกโด

ปิดทริปกันที่ ฮาโกดาเตะ เมืองใหญ่อันดับ 3 ของเกาะ ตั้งอยู่ปลายสุดทางตอนใต้ของเกาะ จุดแรกที่ไปคือบริเวณ Hachiman-Zaka Slope ที่เป็นเนินเขาที่ลาดตัวลงไปจนถึงทะเลด้านล่าง ช่วงฤดูหนาวที่นี่จะมีการประดับไฟตามต้นไม้อย่างสวยงาม จุดถ่ายรูปที่สวยงาม ต้องเดินขึ้นเนินไปก่อนแล้วมองย้อนลงมา จะเห็นวิวท่าเรือฮาโกดาเตะ ท้องทะเล และภูเขาที่อยู่ฝั่งตรงข้ามและที่ไม่ควรพลาดอีกอย่างคือ การขึ้นไปชมวิวเมืองในตอนค่ำที่ Hakodateyama Ropeway บนยอดเขาสูงถึง 334 เมตร ในวันที่ท้องฟ้าโปร่งทั้งกลางวันหรือกลางคืนจะเห็นวิวของเมือง Hakodate และวิวของช่องแคบ Tsugaru Strait ที่เป็นเวิ้งอ่าวสองฝั่งได้อย่างสวยงาม ที่นี่นับเป็น 1 ใน 3 จุดชมวิวกลางคืนที่สวยที่สุดในโลก…

นี่แค่เบาๆสำหรับทริปตามรอยแฟนเดย์ แต่ถ้าใครสนใจจะไปพักกาย พักใจ สัมผัส หิมะขาวราวปุยนุ่น ที่คิโรโระ อาจเข้าไปดูราย ละเอียดได้ที่ www.kirororesort.com

แล้วจะรู้ว่า สวรรค์บนดิน…มีอยู่จริงๆ

 

LA เมืองสวรรค์ และโลเกชั่นใน La La Land

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย Vogue Thailand 6 ม.ค. 2560 16:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/823602

ทันทีที่คว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากงาน Critics’ Choice Awards ตามมาด้วยการได้รับเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำมากที่สุดถึง 6 รางวัลในปีนี้ ชื่อของ La La Land ก็กลายมาเป็นเต็งหนึ่งของรางวัลใหญ่ต่างๆ ที่กำลังจะทยอยประกาศผลจนไปสิ้นสุดที่ปลายทางอย่างออสการ์ในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้านี้ หนึ่งในความยอดเยี่ยมที่หลายคนกล่าวถึงก็คือในส่วนของโปรดักชั่นและอาร์ต ไดเรกชั่นของภาพยนตร์ ที่สามารถปรับให้เมืองที่แสนวุ่นวายอย่างแอลเอ กลายมาเป็นสวรรค์บนดินได้สมความตั้งใจ

โว้กพาไปชม 5 โลเกชั่นเด็ดที่ผู้ชมจะได้พบในหนัง และน่าจะเป็นภาพจำที่คุณจะได้ชมจริงในโรงภาพยนตร์ ต้นเดือนมกราคมนี้

1. On the Street

รถติดกลางลอสแอนเจลิสจะน่าสนุกได้ไหม? นี่คือคำถามที่ผู้สร้างและผู้กำกับตั้งขึ้นมา เมื่อเริ่มทำงานในภาพยนตร์เรื่องนี้ นักเขียนบทและผู้กำกับ เดเมียน ชาเซลล์ เลือกที่จะให้ฉากนี้เป็นฉากเปิดในหนังเรื่องใหม่ของเขา LA LA LAND ด้วยฉากเต้นสุดคูลขณะรถติด เป็นหนึ่งในฉากการเต้นหลายๆ ฉากในเรื่องนี้ เอ็มม่า สโตน และ ไรอัน กอสลิ่ง รับบท มีอา และ เซบาสเตียน สองศิลปินที่ตกหลุมรักกัน แต่ดาวเด่นที่สุดของเรื่องคงหนีไม่พ้นตัวเมืองเอง ในโลกภาพยนตร์ ลอสแอนเจลิส เป็นเหมือนฉากหลังทั่วไป มากกว่าสถานที่สุดโรแมนติก ระหว่างการสัมภาษณ์ที่นิวยอร์ก ชาเซลล์ กล่าวว่าเขาได้แรงบันดาลใจมาจากหนังเพลงยุค 1920 อย่าง “Manhatta” หรือ “Man With a Movie Camera” ซึ่งเป็นหนังที่อุทิศให้กับความเป็นมหานคร เขายังพูดด้วยว่าหนังเรื่องนี้มาจากประสบการณ์ส่วนตัวของเขา การที่ต้องย้ายจากฝั่งตะวันออกมาลอสแอนเจลิส เขาวาดภาพในหัวว่าเมืองนี้คงเป็น “เป็นที่มีห้างเยอะๆ และทางหลวงหลายเส้น” แทนที่จะบังคับให้ ลอสแอนเจลิส กลายเป็นเมืองทรงสเน่ห์อย่าง ปารีส หรือ ซานฟรานซิสโก เขาเลือกให้ความสำคัญกับสิ่งที่ทำให้เมืองนี้ไม่เหมือนที่ไหนๆ ในโลก การจราจร ความระเกะระกะ และท้องฟ้าที่เหมือนจะไร้จุดสิ้นสุด ชาเซลล์ อธิบายว่า เขาและทีมงานใช้ทางหลวงถ่ายร่วมกับผู้ใช้รถใช้ถนนปกติได้อย่างไร เขาทำให้เส้นทางรถรางกลับมาเปิดใหม่อีกครั้ง และทำไมเขาถึงอยากให้สถานที่จริงดูปลอมที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ สำหรับฉากเต้นเปิดเรื่องกลางการจราจรแสนติดขัด ชาเซลล์ ต้องการมอบความรู้สึกให้คนดูว่า เมืองนี้มันกว้างใหญ่ขนาดไหน เขาถ่ายเรื่องนี้ด้วยเลนส์กว้างพิเศษ เพื่อจะที่เก็บบรรยากาศได้ครบถ้วน ซีนนี้เปิดเพลงจากคลื่นวิทยุ มีต้นตอจากความคิดที่ว่าผู้คนที่ติดอยู่บนถนนคือดาราหนังมิวสิคัลของตัวเอง มันนำไปสู่การร้องประสาน การเต้น และการกระโดดข้ามรถไปมา ฉากนี้ถ่ายบนสะพานที่เชื่อมระหว่างทางหลวง 105 และ 110 “สิ่งที่ผมชอบคือมันเป็นตัวเมืองได้จากไกลๆ” ชาเซลล์กล่าว “เมื่อคุณเลือกใช้ภาพกว้างเผยให้เห็นเส้นขอบฟ้า

สำหรับผมแล้วมันให้ความรู้สึกเหมือน ‘Wizard of Oz’ ถนนอิฐสีเหลืองที่นำคุณสู่เมืองมรกต” ขณะที่ผู้กำกับล้อเล่นว่าฉากนี้ “ดูปลอมที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้” เขายังกล่าวด้วยว่าถนนไม่ได้ปิดทั้งหมด ถ้าคุณเห็นด้านซ้ายล่างของภาพ คุณจะเห็นรถคนทั่วไปขับเหมือนอย่างเช่นทุกวัน “เราปูพื้นหนังให้รู้ตั้งแต่เริ่ม ระหว่างจินตนาการมิวสิคัลตระการตา และชีวิตคนเมืองยุคปัจจุบัน”

2. On the Rail

ปลุกชีวิตรถรางในตำนาน ในช่วงที่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่กำลังหอมหวน มีอา และ เซบาสเตียน ไปเที่ยวยังที่ต่างๆ รวมทั้งรถราง แองเจิ้ลส์ ไฟลท์ ที่รับผู้โดยสารขึ้นเนินบังเกอร์ฮิลล์ “มันมีสเน่ห์บางอย่างในย่านพวกนี้ของแอลเอ ที่เริ่มจะจางไป ไม่เหมือนเดิม” ชาเซลล์ พูด “โครงสร้างเก่าๆ ถูกรื้อ แทนที่ด้วยตึกระฟ้า” รถรางนี้ถูกปิดไปเมื่อสามปีที่แล้ว เพราะมันตกราง (มีการซ่อมแซม และสมาชิกชุมชนพยายามผลักดันให้มีการกลับมาเปิดใหม่) ชาเซลล์ และทีมงานสามารถขอให้มันกลับมาใช้งานได้อีกครั้งแค่ในวันถ่ายทำ “แอลเอ มีความแตกต่างยิ่งกว่าทุกเมืองในอเมริกา บางครั้งมันหม่นหมอง เย็นชา มีประวัติศาสตร์ของตัวเอง” เขากล่าว “แต่มันยังมีเวทมนตร์ เพราะมันเป็นเมืองที่เผยเปลือกออกมาทีละนิด เหมือนหัวหอมนั่นแหละ ถ้าคุณให้เวลาสำรวจมันมากพอ”

3. On the Sunset

เดินเล่นขณะอาทิตย์ตกดิน รูปนี้เป็นรูปที่ มีอา และ เซบาสเตียน กำลังเดินทอดน่องบนสะพานโคโลราโด สตรีท ในพาซาดีดา ทีมงานถ่ายทำหลายฉากกันที่นั่น รวมถึงฉากในโรงหนังที่ทั้งคู่ดู “Rebel Without a Cause” “มันเป็นสถานที่ที่ให้บรรยากาศแบบแอลเอยุคเก่า” ชาเซลล์ กล่าว มีหลายคนที่ต้องขับรถผ่านสะพานนี้ทุกวัน “มันเป็นสถานที่ที่คุณต้องแวะสองรอบเพื่อดื่มด่ำกับมัน” ขณะที่พระอาทิตย์เริ่มตก ไฟสะพานเพิ่งเปิด ท้องฟ้าสีชมพูอ่อน “ท้องฟ้าแอลเอไม่เหมือนที่ไหน” เขากล่าว “เพราะส่วนนี้ของประเทศและช่วงเวลาที่เราถ่ายทำ” ในเดือนกันยายน “บางครั้งคุณจะได้สีท้องฟ้าแบบที่คุณหาไม่ได้ในนิวยอร์ก” ทีมงานไม่ได้ใช้แสงตัวช่วยใดๆ เลย “เราไม่มีงบพอใช้อุปกรณ์เสริมบนสะพาน” เขากล่าว “มีแค่สองนักแสดงและตากล้อง”

4. On the Old-Hollywood

แอบดูฮอลลีวูดยุคเก่า ชาเซลล์ เล่าว่า สตูดิโอเก่าของเมืองบางแห่งไม่ต่างอะไรกับอนุสาวรีย์ มีอา ทำงานในร้านกาแฟใน “อนุสาวรีย์” แห่งหนึ่ง ในซีนนี้ (ไม่ได้ถ่ายกันในสตูดิโอใหญ่) ตัวละครทั้งสองมองเข้าไปในฉากเหมือนกับเป็นการย้อนมองดูฮอลลีวูดยุคเก่า ว่าหนังเขาเคยถ่ายมากันยังไง “ผู้ออกแบบงานสร้างของเรา เดวิด วาสโก้ ทำโปสเตอร์หนังเก่าพวกนี้ และบางครั้งผมก็เป็นคนตั้งชื่อหนังให้พวกเขา” เขาตัดสินใจใช้ชื่อหนังเรื่องแรกของเขา “Guy and Madeline on a Park Bench” เป็นหนึ่งในโปสเตอร์ ซึ่งเป็นหนังที่เขาได้แรงบันดาลใจมาจากหนังมิวสิคัลยุค 30s

5. On the Lighting

ออกแบบแสงสวย ที่หอดูดาวกริฟฟิธ ชาเซลล์ถ่ายทอดตัวอาคารและตัวเมืองออกมาได้ราวกับภาพวาด ต้องขอบคุณฝีมืออันสุดยอดของ เอ็ดเวิร์ด ฮอปเปอร์ “ฉากนี้เป็นฉากที่ทำให้เห็นภาพรวมหนังทั้งหมด” ชาเซลล์กล่าว “ที่ต้องใช้ แอลเอ เล่าเรื่องผ่านกล้องโดยไม่ใช้เทคนิคดิจิตอลช่วย แต่ขณะที่เราทำแบบนั้นชีวิตจริงของตัวละครต้องดูปรุงแต่งมากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้” เขาและทีมงานรอให้ตกเย็นเพื่อให้ได้ท้องฟ้าแบบที่พวกเขาต้องการ และผู้กำกับภาพ ไลนัส แซนด์เกรน ใช้แสงสีเขียวอมขาว อาบทั้งมีอา และ เซบาสเตียน ขณะเดียวกับที่เสริมเงาให้ทั้งคู่ ชาเซลล์ เลือก แซนด์เกรนที่เป็นชาวสวีเดน ที่ถ่ายภาพออกมาได้เป็นธรรมชาติ ซึ่งเป็นพื้นเพของงานฝั่งยุโรป เพราะว่าเขากล่าว “เขาให้ความรู้สึกกับหนังฮอลวีวูดสเกลใหญ่ แต่ไม่จัดแสงหนักเกินไปจนไม่เป็นธรรมชาติ”

ที่มา – Vogue Thailand
www.vogue.co.th
www.facebook.com/VogueThailandOfficial

 

สุดยอดสีสัน! รวม 10 การเดินทางสุดแจ่มปี 59 ไม่สนิทก็ติดว้าวได้โดนใจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 ม.ค. 2560 06:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/821661

ลองนึกย้อนกลับไป ปีที่ผ่านมาคุณมีโอกาสไปเที่ยวที่ไหนมาบ้าง? บางคนก็ได้ใช้วันลาพักร้อนอย่างคุ้มค่า เที่ยวต่างประเทศบ้าง ในประเทศบ้าง แต่ถ้าพูดถึงกระแสการท่องเที่ยวของปีที่แล้วในภาพรวม เห็นได้ชัดว่าคนไทยยังคงสนใจเที่ยวในเมืองไทยบ้านเรานี่เอง

วันนี้ ไทยรัฐออนไลน์ ขอรวบตึงสรุปข่าวเด่นเกี่ยวกับการเดินทางท่องเที่ยวฮอตฮิต รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่ตกเป็นข่าวดังในปี 2559 มาให้ชมกัน จะมีข่าวไหนที่อยู่ในใจคุณบ้าง ตามมาย้อนรอยกันสักหน่อยดีกว่า…

1. อยากไป ‘คิชฌกูฏ’ สักครั้ง ต้องทำไง? เปิด 10 คู่มือ ลุยเดี่ยว ‘ดินแดนลี้ลับ’

ข่าวนี้เรียกว่าเป็นปรากฏการณ์การท่องเที่ยวในเชิงความเชื่อและศาสนาที่มาแรงทุกปี  ซึ่งในปี 2559 ที่ผ่านมาก็เป็นกระแสที่มาแรงที่สุดเช่นกัน

สำหรับ ‘เขาคิชฌกูฏ’ ผู้ที่มีจิตศรัทธานิยมเดินทางขึ้นเขาเพื่อไปนมัสการรอยพระพุทธบาท ด้วยมีความเชื่อกันว่า สามารถขอพรใดๆ แล้ว ก็มักจะสมปรารถนากันทุกราย โดยในแต่ละปี ทางจังหวัดจะมีการจัดงานนมัสการรอยพระพุทธบาทพลวง ซึ่งเป็นรอยพระพุทธบาทที่สูงที่สุดในไทย พร้อมตั้งหน่วยอำนวยความสะดวกตลอด 24 ชม.

ในทุกๆ ปีจะมีพุทธศาสนิกชน นักแสวงบุญ และนักท่องเที่ยว เดินทางขึ้นเขาในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ สีสันของการขึ้นเขาคิชฌกูฏ อยู่ที่การนั่งรถขึ้นเขา 2 ช่วง ซึ่งค่อนข้างหวาดเสียว เพราะมีโค้งมากแถมยังติดหน้าผา แต่คนขับท้องถิ่นมีประสบการณ์และความชำนาญสูง อีกทั้งเมื่อเดินต่อขึ้นไปบนยอดเขา อากาศก็เย็นสบายสดชื่น วิวสวยงามตา หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง

2. ใครไม่เคยไป ถือว่าผิด! 3 เมืองพี่ไทยเนื้อหอม ติดอันดับค้นหาบ่อยที่สุด!

อีกอย่างที่ขาเที่ยวให้ความสนใจอยู่เสมอ ก็คือ ข่าวเกี่ยวกับการจัดอันดับสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ อย่างเช่นข่าวนี้ก็นำเสนอเกี่ยวกับการจัดอันดับแหล่งท่องเที่ยวสุดฮิตที่สุดในโลก 10 อันดับ ประจำปี 2559 เรียกว่าเป็นเมืองที่มีนักเดินทางเสิร์ชหาข้อมูลการท่องเที่ยวเกี่ยวกับเมืองนั้นๆ บ่อยที่สุด ทำการสำรวจโดยสกายสแกนเนอร์ (Skyscanner) และได้เปิดเผยข้อมูลว่า จุดหมายปลายทางที่มีอัตราการเติบโตของการค้นหาสำหรับปี 2559 ได้แก่

หนานชาง, ประเทศจีน
โคโลญจน์, ประเทศเยอรมนี
มอสโก, ประเทศรัสเซีย
พัทยา (ชลบุรี), ประเทศไทย
อีร์คุตสค์, ประเทศรัสเซีย
เลย, ประเทศไทย
เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก, ประเทศรัสเซีย
ครัสโนยาสค์, ประเทศรัสเซีย
เลห์, ประเทศอินเดีย
ร้อยเอ็ด, ประเทศไทย

โดยสรุปคือ พี่ไทยของเราคว้าตำแหน่งสถานที่ท่องเที่ยวจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมในปี 2559 มาถึง 3 แห่งด้วยกัน ได้แก่ พัทยา เลย และร้อยเอ็ด

3. ป้าว่า…มันก็สีสันชีวิต! ป้าแบ็กแพ็กวัย 63 เมื่อการเที่ยวไม่เกี่ยวกับอายุ

ส่วนการท่องเที่ยวแบบแบ็กแพ็กเกอร์ ขาเที่ยวชาวไทยก็ให้ความสนใจเช่นกัน พอเราปล่อยบทสัมภาษณ์ของ ‘คุณป้าแป๋ว แบ็กแพ็กเกอร์วัย 63 ปี’ ก็ได้รับการติดตามอ่านอย่างท่วมท้น

โดยคุณป้าเป็นนักเดินทางหน้าใหม่ แต่ก็ลุกขึ้นมาทำตามความฝันของตัวเองอย่างจริงจังหลังวัยเกษียณ ออกเดินทางท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ ไปคนเดียวแบบลุยๆ และเที่ยวมาแล้วหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น ญี่ปุ่น รัสเซีย อินเดีย เป็นต้น ที่น่าสนใจคือ ป้าแป๋วมีวินัยในการวางแผนเรื่องต่างๆ ที่น่าเอาเป็นแบบอย่าง เช่น วางแผนเส้นทางเอง  เดินทางเอง เที่ยวเอง หาที่พักเอง กำหนดบัดเจ็ต มาสายฮิปสเตอร์แบบนี้ได้ใจวัยรุ่นไปอีก…!

“ถ้าป้าแป๋วไม่ไปไหน อยู่บ้านสบ๊ายสบาย ทานข้าวเช้า ดูข่าวไป แล้วก็จะหลับ ตื่นมากินข้าวกลางวัน แล้วก็ดูโทรทัศน์ต่อ ชีวิตก็จะมีอยู่แค่นี้ แต่พอเดินทาง ป้ารู้สึกว่าตัวเอง Alert นะ เหมือนชีวิตเรามีสีสัน รู้สึกได้ใช้สมอง ไปเที่ยวทีก็เหมือนออกกำลังกายไปในตัว เดินทั้งวัน เดินจนขาเมื่อยเลย (หัวเราะ)” นี่คือหนึ่งในบางช่วงบางตอนของบทสัมภาษณ์ป้าแป๋ว

4. มหึมานะจ๊ะ! 10 รู้จักเวิลด์พีซวัลเล่ย์ ธรรมกายในหุบเขาสุดอลัง

ส่วนข่าวนี้แม้จะไม่ได้นำเสนอเรื่องท่องเที่ยวแบบตรงๆ แต่กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ในช่วงนั้นของปีเลยทีเดียว เพราะสถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ในเขต ‘เขาใหญ่’ แหล่งท่องเที่ยวสุดฮิตของชาวกรุง แต่กลับมีข่าวระบุว่ามีศูนย์ปฏิบัติธรรมแห่งหนึ่งกำลังก่อสร้างอยู่

งานนี้ก็ไม่วายกลายเป็นประเด็นร้อนในโลกโซเชียล ไม่ช้าไม่นานสายเผือกโซเชียลก็เริ่มขุดคุ้ยเบื้องหลังออกมาเรื่อยๆ แถมมีการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ พม. เกี่ยวกับเอกสารการครอบครองพื้นที่ เนื่องจากพบว่าอาจมีการรุกล้ำพื้นที่เขตนิคมสร้างตนเองหรือที่ดิน ส.ป.ก. (ไม่สามารถซื้อขายได้) ชาวเน็ตเลยได้ติดตามความคืบหน้ากันอีกยาวๆ

สำหรับ เวิลด์พีซวัลเล่ย์ (WORLD PEACE VALLEY) เป็นศูนย์ปฏิบัติธรรม ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ หมู่ 6 บ้านหนองจอก ต.โป่งตาลอง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา บนพื้นที่เกือบ 500 ไร่ อยู่ฝั่งตรงข้ามกับเทือกเขาของอุทยานฯ เขาใหญ่

5. พี่ไทยมาแรง! เจาะชัด ทำไมกรุงเทพฯ เป็นที่ 1 ฝรั่งมาเที่ยวมากที่สุดในโลก

นี่ก็เป็นอีกหนึ่งกระแสเกี่ยวกับการจัดอันดับที่มาแรงเช่นกัน ซึ่งคราวนี้เป็นการจัดอันดับเมืองจุดหมายปลายทางโลกของมาสเตอร์การ์ด ประจำปี 2559 ผลปรากฏว่า กรุงเทพมหานครคว้าแชมป์อันดับหนึ่งเมืองที่มีผู้เดินทางมาเยือนมากที่สุดในโลก

นอกจากนี้ยังมีอีกหลายประเทศแถบเอเชียที่ติดอันดับ 1 ใน 5 อีกด้วย โดยผลสำรวจจาก Mastercard Global Destinations Cities Index ระบุว่า กรุงเทพมหานคร คว้าแชมป์อันดับหนึ่งเมืองที่มีผู้เดินทางมาเยือนมากที่สุดในโลก นอกจากนี้ยังมีเมืองอื่นๆ อีก 4 แห่งในเอเชียที่ติดอันดับเมืองสุดยอดของโลกอีกด้วย ได้แก่ สิงคโปร์ กัวลาลัมเปอร์ โตเกียว และโซล

ในปี 2559 กรุงเทพฯ ต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลกมากถึง 21.47 ล้านคน ซึ่งมากกว่าลอนดอนที่คาดว่ามีจำนวนนักท่องเที่ยวเยอะเป็นอันดับสอง และกรุงเทพฯ เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีการค้างคืนของนักเดินทางมากที่สุด คือ 21.47 ล้านคน

6. แค่ 600 บาท! Boxtel สุวรรณภูมิ โรงแรมไซส์มินิ แจ่มแค่ไหนมาดู! (ชมคลิป)

บ๊อกซ์เทล (Boxtel) เป็นการพักผ่อนแสนสบายรูปแบบใหม่ในสนามบินสุวรรณภูมิ  โดย I TOUR ALONE กับฮัมมิ่งเบิร์ด ได้เดินทางไปรีวิวโรงแรมแสนน่ารักนี้มานำเสนอกับแฟนๆ ผู้อ่านขาประจำหมวดท่องเที่ยวของไทยรัฐออนไลน์ทุกคน

มองผิวเผินดูเป็นห้องพักเล็กๆ แต่ความสะดวกสบายมาเต็ม! Boxtel ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับความต้องการที่เฉพาะทาง ใครชอบท่องเที่ยวแบบแบ็กแพ็กเกอร์ น่าจะชอบที่พักแบบนี้มากทีเดียว เพราะเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่จำเป็นต้องใช้เวลานานๆ ที่สนามบิน ให้ได้นอนพักผ่อนระหว่างการเดินทางอย่างเต็มที่

และยังเป็นที่พักทางเลือกให้กับพนักงานสายการบินต่างๆ ที่มีเวลาพักผ่อนน้อย ได้มีพื้นที่พักผ่อนในช่วงสั้นๆ ก่อนขึ้นไปปฏิบัติงาน หรือก่อนเดินทางกลับบ้านหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจได้อีกด้วย

สำหรับบริการที่จะได้รับจากโรงแรมนี้ ได้แก่ ประตูระบบสมาร์ทคีย์
 ฟรี WiFi แบบ High Speed หมอน ฟูก ผ้าห่ม ใช้ของดีคุณภาพดีเทียบเท่ามาตรฐานโรงแรม 5 ดาว มีน้ำดื่มฟรีให้ห้องละ 1 ขวด (สามารถขอเพิ่มได้)
 บริการ wake up call มีช่องเก็บกระเป๋าสัมภาระใต้เตียงกว้างขวาง

7. 3 ชม.หนึ่งพัน! รีวิวที่แรก Sleep Box สนามบินแห่งแรกในอาเซียนเจ๋งยังไง? (ชมคลิป)

ส่วนนี่ก็เป็นโรงแรมในสนามบินเช่นกัน แต่ที่นี่มีชื่อว่า Sleep Box เปิดตัวขึ้นในสนามบินดอนเมือง เป็นแหล่งพักพิงของนักเดินทางหลังใหม่ ที่สะดวกสบายมากๆ โดยเฉพาะเวลาคุณจะไปขึ้นเครื่องหรือต่อเครื่องที่ดอนเมือง

I Tour Alone กับฮัมมิ่งเบิร์ด พาไปเจาะลึกเดินชม Sleep Box by Miracle ที่ว่ากันว่าเป็น Sleep Box แห่งแรกในสนามบินของไทย และในภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน)

ที่นี่ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 500 ตร.ม. บริเวณชั้น 4 อาคารผู้โดยสารภายในประเทศแห่งที่ 2 (Terminal 2) ท่าอากาศยานดอนเมือง มีทั้งหมด 25 ห้อง ซึ่งการออกแบบไม่ใช่ที่นอนแคบๆ แบบ ‘ที่นอนแคปซูล’ แต่เขาออกแบบเป็นห้องพักขนาดเล็กพร้อมห้องน้ำในตัว แต่ละห้องมีพื้นที่ใช้สอย 13-15 ตร.ม. (เป็นทรงสี่เหลี่ยมเล็กๆ เหมือนกล่อง) ภายในตกแต่งสไตล์โมเดิร์นสุดชิค เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนสมัยใหม่ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกตามมาตรฐานโรงแรม

8. เสียวใหม่ถอดด้าม! ลุย 5 สวนน้ำ ‘ใหม่กิ๊ก’ ร้องกรี๊ดรับรอง!

อีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่มาแรงในปีที่ผ่านมา ก็คือ บรรดาสวนน้ำทั้งหลาย ช่างเหมาะกับเมืองร้อนอย่างไทยแลนด์นี่มากๆ เลย โดยสำหรับข่าวนี้ เราได้รวบรวมสวนน้ำแห่งใหม่ใสกิ๊กเอามานำเสนอให้ได้ทราบกัน ได้แก่

– เวสท์ วันเดอร์ วอเตอร์พาร์ค
– สวนน้ำรามายณะ พัทยา
– เดอะ รีสอร์ท วอเตอร์พาร์ค
– ทุ่งสง วอเตอร์พาร์ค
– จูราสสิค วอเตอร์ พาร์ค

9. ซ่อนอยู่ไหนฉันก็ไปหา ปักหมุด 5 ร้านต้องสะดุด ตลาดบางน้ำผึ้ง (ชมคลิป)

ส่วนการท่องเที่ยวแนวช็อป ชิม ชิล ก็ยังคงอยู่ในกระแสของนักท่องเที่ยวชาวไทยอยู่เหมือนเดิม ซึ่งปัจจุบันนี้จะเห็นว่ามีตลาดแนว Flea Market ผุดขึ้นมามากมายหลายที่ รวมถึงตลาดน้ำแห่งใหม่ๆ ก็เยอะ แต่…มีไม่กี่แห่งที่ยังคงอยู่ในใจขาเที่ยว หนึ่งในนั้นคือ ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง จ.สมุทรปราการ ที่มีโลเคชั่นใกล้คุ้งกระเพาะหมู โซนอากาศบริสุทธิ์ปอดของกรุงเทพฯ

ทริปนี้ I TOUR ALONE กับฮัมมิ่งเบิร์ด ได้พาไปเจาะแหล่งท่องเที่ยวและของกินสุดคลาสสิกของตลาดแห่งนี้กัน มีทั้งร้านก๋วยเตี๋ยว ข้าวหมูแดง ข้าวไก่อบ ข้าวมันไก่ อยู่หลายร้าน ส่วนร้านเด่นๆ ที่แนะนำ ได้แก่ ขนมตุ๊บตั๊บร้านชนม์ณิชาในตำนาน ร้านวุ้นเป็ดแฟนซี ร้านหอยทอดครก ร้านขนมหม้อแกงในหม้อดิน และร้านตะโก้สารพัดหน้า

10. จูราสสิกคืนชีพ! สแกนยิบ 8 โซน Dinosaur Planet สมบูรณ์ที่สุดในอาเซียน!

ส่วนใครที่ชอบการเที่ยวแบบผจญภัย สนุกสนานกันได้ทั้งครอบครัว คิดว่าการมาใช้เวลาว่างเดินเที่ยวใน Theme Park จะเป็นอะไรที่ลงตัวที่สุด โดยเมื่อปี 2559 มีธีมปาร์คแห่งใหม่กลางกรุง ที่เรียกเสียงฮือฮาได้มากทีเดียว นั่นคือ Dinosaur Planet ธีมพาร์คไดโนเสาร์สุดยิ่งใหญ่แห่งแรกของไทย ที่รวบรวมความสนุกสุดมัน อัดแน่นด้วยแหล่งเรียนรู้ และมีเทคโนโลยีการนำเสนอที่สมบูรณ์ที่สุดในอาเซียน

ภายในมีการแบ่งโซนออกเป็นหลากหลายโซน เช่น DINOSAUR DISTRICT ที่เอาไว้จัดแสดงโครงกระดูกไดโนเสาร์สายพันธุ์ต่างๆ ให้ได้ศึกษา อีกมุมหนึ่ง ก็จัดแสดงไข่ไดโนเสาร์สายพันธุ์ต่างๆ เช่นกัน ซึ่งไข่แต่ละใบก็จะมีลักษณะแตกต่างกันไป ส่วนไฮไลต์ก็คือ DINO EYE ชิงช้าสวรรค์ขนาดใหญ่ มีความปลอดภัยสูง ให้บริการกับนักท่องเที่ยว เพื่อให้สามารถขึ้นไปชมวิวมุมสูงได้เต็มตาทั่วบริเวณ ใครอยากขึ้นไปชมวิวสวยๆ กลางกรุงก็ต้องมาลองขึ้นชิงช้าสวรรค์ที่นี่เท่านั้น

และทั้งหมดนี้ก็คือความสนุกและสีสันของข่าวท่องเที่ยว ไทยรัฐออนไลน์ ที่เราตั้งใจนำเสนอความบันเทิงคู่กับสาระความรู้ให้แก่คุณผู้อ่านขาเที่ยวตลอดปี 2559 ชอบข่าวไหนบ้างก็อย่าลืมกดไลค์ให้กำลังใจกันเยอะๆ นะจ๊ะ แล้วหลังปีใหม่กลับมาเจอกันด้วยความสดใสไฉไลยิ่งกว่าเดิม!

 

ไหว้พระขอพร 9 พระอารามหลวงคู่กรุงรัตนโกสินทร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 5 ม.ค. 2560 05:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/827877

วัดพระแก้ว

เริ่มต้นชีวิตในปีศักราชใหม่ด้วยการไหว้พระขอพรตามประเพณี เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต และเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวก บริษัท โกลบเทค จำกัด ได้จัดทำข้อมูลพิเศษ “๙ พระอารามหลวง” (The 9 Royal Temples) ผ่านแอพพลิเคชั่นแผนที่ NOSTRA Map Thailand โดยจัดทำพิกัดแผนที่ตำแหน่ง 9 พระอารามหลวงคู่กรุงรัตนโกสินทร์เสริมสิริมงคลปีระกา 2560

การใช้งานทำได้ง่ายๆ เพียงดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นแผนที่ NOSTRA Map Thailand ที่ให้บริการฟรี ทั้งบนระบบ iOS, Android เลือกเปิดชั้นข้อมูลพิเศษ “๙ พระอารามหลวง” หรือ “The 9 Royal Temples” ก็สามารถดูชั้นข้อมูลและตำแหน่งที่ตั้งของพระอารามหลวงทั้ง 9 แห่ง พร้อมเดินทางด้วยฟังก์ชันนำทาง (Navigation) ได้เลย ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางแบบรถส่วนบุคคล หรือเดินเท้า รวมทั้งรองรับการนำทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ อาทิ รถเมล์ รถไฟฟ้าใต้ดิน รถไฟฟ้าบีทีเอส หรือการเดินทางโดยเรือ โดยโหลดใช้งานได้ฟรีที่ https://map.nostramap.com/mobile ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www. nostramap.com

สำหรับ ๙ พระอารามหลวงแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ได้แก่ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) พระอารามหลวง ที่รัชกาลที่ 1 ทรง พระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้นใน พ.ศ.2325 พร้อมการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ นับเป็นวัดในพระบรมมหาราชวังแห่งแรกและแห่งเดียวในไทย ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือพระแก้วมรกต การสักการะพระแก้วมรกตจะส่งผลให้จิตใจสะอาดดุจรัตนตรัย อธิษฐานสิ่งใดจะได้สมปรารถนา วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร พระอารามหลวงชั้นโทอันเก่าแก่ สร้างขึ้นก่อนกรุงรัตนโกสินทร์ การสักการะพระประธาน “พระพุทธนรสีห์ตรีโลกเชฏฐ์” และกราบสมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาถ จะทำให้มีชัยชนะต่ออุปสรรคทั้งปวง วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร มีคติที่ว่า ไหว้พระสุทัศน์ วิสัยทัศน์กว้างไกล มีเสน่ห์แก่คนทั่วไป วัดบวรนิเวศวิหาร วัดชั้นเอกชนิดราชวรวิหาร ด้วยเป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์ ที่เสด็จออกทรงพระผนวชทุกพระองค์ จึงถือว่าเป็นวัดแห่งราชวงศ์จักรี มีพระพุทธรูปที่สำคัญ เมื่อได้มาสักการะจะพบแต่สิ่งที่ดีงามในชีวิต

วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร (วัดภูเขาทอง) พระอารามหลวงชั้นโท สร้างในสมัยอยุธยา เดิมชื่อ “วัดสะแก” ในสมัยรัชกาลที่ 3 โปรดเกล้าฯให้สร้างพระบรมบรรพต หรือภูเขาทอง อันเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ สักการะขอพรพระบรมสารีริกธาตุ เชื่อว่าเสริมสร้างความคิดอันเป็นสิริมงคล วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร มีที่มาจากการขุดพบระฆังโบราณในเขตวัด จึงได้ชื่อว่า “วัดระฆัง” วัดนี้ยังเป็นที่รู้จักกันในชื่อ “วัดหลวงพ่อโต” ซึ่งสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) เคยดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดนี้ในสมัยรัชกาลที่ 4-5 การมาไหว้พระวัดนี้ จึงมีความเชื่อว่าจะมีคนนิยมชมชื่น มีชื่อเสียงโด่งดังตลอดปี วัดอรุณ-ราชวรารามราชวรมหาวิหาร (วัดแจ้ง) วัดโบราณสร้างมาตั้งแต่สมัยอยุธยา เดิมชื่อวัดมะกอกนอก การเดินเวียนเทียนทักษิณาวัดรอบองค์พระปรางค์ วัดอรุณ 3 รอบ จะดลให้ “ชีวิตรุ่งโรจน์ทุกคืนวัน” วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์) เดิมชื่อวัดโพธาราม เป็นวัดเก่าสมัยกรุงศรีอยุธยา เป็นวัดที่มีพระเจดีย์มากที่สุดในประเทศ ไทย เมื่อมากราบสักการะขอพรที่วัดนี้ จะทำให้ “ร่มเย็นเป็นสุข” สุดท้าย วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร เชื่อกันว่าเมื่อได้มาสักการะพระพุทธไตรรัตนนายก หลวงพ่อโต หรือซำปอกง พระประธานในพระวิหาร จะทำให้ “เดินทางปลอดภัยพบแต่มิตรไมตรีที่ดี”.

 

หยุดยาว! เมื่อกรุงเทพฯ กลายเป็นเมืองร้าง แต่รวมๆ แล้วมีเสน่ห์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 31 ธ.ค. 2559 16:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/825358

ภาพเล่าเรื่อง ไทยรัฐออนไลน์ ขอร่วมส่งท้ายวันสิ้นปี 31 ธันวาคม 2559 ลงพื้นที่สำรวจแหล่งรถติดหนึบสุดฮอตของกรุงเทพฯ ว่าในวันหยุดยาวสิ้นปีแบบนี้มันโล่งตาสักแค่ไหนกันเชียว เราประมวลภาพเอามาให้ชมกันเล่นๆ กัน 4 แห่ง ได้แก่ ถนนย่านทองหล่อ, แยกอโศก, แยกราชประสงค์ และย่านวงเวียนอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

ลองมาแชร์ความรู้สึกกันหน่อยสิว่า ระหว่างการเที่ยวชิลแบบโล่งๆ รถไม่ติดในเมืองกรุงช่วงนี้ กับ การออกไปเที่ยวต่างจังหวัด ซึ่งบางแห่งนักท่องเที่ยวล้นหลามเรือนหมื่น ชอบแบบไหนมากกว่ากันจ๊ะ?

ไปถ่ายรูปกัน! ทุ่งทานตะวัน 500 ไร่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย แบกกล้องเที่ยว 31 ธ.ค. 2559 16:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/822794

สวัสดีครับ เพื่อนๆ ผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์ทุกท่าน ช่วงนี้อากาศก็เริ่มหนาวแล้ว แถมใกล้เทศกาลปีใหม่ หลายท่านเริ่มวางแผนการเดินทางท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่างๆ กันแล้ว

วันนี้ แบกกล้องเที่ยว มีสถานที่น่าสนใจแห่งหนึ่งมาแนะนำครับ อยู่ไม่ไกลจาก กทม.  แค่เขาใหญ่นี่เอง

ที่นี่คือ ไร่มณีศร ทุ่งทานตะวัน 500 ไร่ เดิมทีเป็นพื้นที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ แต่ช่วงระหว่าง 2 ปีที่ผ่านมา สภาพอากาศแปรปรวนทำให้ฝนไม่ตกตามฤดูกาล จึงทำให้ได้ผลผลิตน้อยลง และข้าวโพดก็ค่อยๆ ตายลง เจ้าของไร่จึงได้ลองนำเมล็ดทานตะวันพันธุ์มาปลูกแทน เพราะเห็นว่าทานตะวันเป็นพืชที่ทนทานต่อสภาพแล้ง หลังจากระยะเวลาผ่านไป 1 เดือน ทานตะวันก็ออกดอกสีเหลืองสวยงาม และกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของ อ.ปากช่อง ให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาชมความงดงามกัน

แต่สำหรับปีนี้เสียค่าเข้าเพิ่มเป็น 40 บาทต่อคนนะครับ จากเดิมปีที่แล้วแค่ 20 บาท

ช่วงที่บานสวยที่สุดน่าจะเป็นประมาณหลังวันปีใหม่นี้แน่นอนครับ ตอนนี้ก็เริ่มบานกันแล้ว

การเดินทาง
– พิกัด GPS 14.573428, 101.446952
– จากถนนมิตรภาพปากช่อง แยกสะพานต่างระดับ ไปตามถนนธนะรัชต์ ไปเขาใหญ่ ถึงหลักกิโลเมตรที่ 7 เลี้ยวซ้าย 3 กิโลเมตร ถึงสามแยกเลี้ยวขวาผ่านหน้าโรงแรมโบนันซ่าเขาใหญ่ ผ่านหน้าวัดหมู่บ้านคลองเสือ 500 เมตร ก็จะถึงทุ่งทานตะวันครับ
– ตามถนนธนะรัชต์ ถึงกิโลเมตรที่ 12 ตรงข้ามฟาร์มโชคชัย 3 เลี้ยวซ้ายไป 3 กิโลเมตร ถึง 3 แยกเลี้ยวขวาผ่านหน้าวัดคลองเสือ ก็จะถึงทุ่งทานตะวัน.

ที่มา – แบกกล้องเที่ยว
www.baagklong.com
www.facebook.com/baagklong

 

เจาะลดราคารับปีใหม่! เช็ก 5 งานต้องช็อปส่งท้ายปี ไม่ไปร้องไห้หนักมาก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 31 ธ.ค. 2559 06:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/824478

ตามมาเสิร์ฟกันต่อเนื่อง แม้ว่าปลายสัปดาห์นี้หลายคนเริ่มทยอยหยุดยาวปีใหม่กันแล้ว (บางคนก็กลับบ้านต่างจังหวัด) แต่เราก็จะตามไปอยู่ด้วยทุกที่ เพราะเรามีงานสินค้าลดราคาเด็ดๆ อยู่ในมือ ไม่อยากเก็บไว้คนเดียว เอามาบอกต่อแฟนๆ ให้รู้กันดีกว่า

ปฏิทิน ไทยรัฐออนไลน์ สัปดาห์นี้จะพาไปส่องกิจกรรมดีๆ อย่างงานปั่นจักรยานรอบกรุง รวมถึงโปรโมชั่นสินค้าลดราคาอีกเพียบ รีบตามมาดูด่วนๆ

1. Bangkok Ride Overnight 2016

วันที่ 4 ม.ค. 2560 ชวนนักปั่นมาร่วมงาน “100Plus Presents 100 km. Bangkok Ride Overnight 2016” ณ สถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ มักกะสัน

พบกับ ทริปจักรยานสุดพิเศษ จัดขึ้นเพื่อชวนนักปั่นมาปั่นจักรยานร่วมกันก่อนถึงเทศกาลจักรยานใหญ่ประจำปี โดยปีนี้ผู้จัดชวนปั่นจักรยานเที่ยวกรุงเทพฯ ระยะทาง 89 กิโลเมตร แบบข้ามคืน เป็นทริปจักรยานที่ชวนกันออกมาปั่นเที่ยวเมืองในยามค่ำคืน เพื่อความสนุกสนานในเส้นทางที่ปลอดภัย

ท้าทายตัวเองให้ข้ามผ่านความเหนื่อยและความง่วงจนถึงจุดหมายให้สำเร็จ เป็นประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตของนักปั่นจักรยานที่น่าลองและไม่ควรพลาด ซึ่งทริปนี้ออกแบบเส้นทางและให้คำแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญการจัดไนท์ทริป อาทิ 1000trip Cycling, Alley Cyclist, NGOBike, Chillbike และ RIDE for Eat นักปั่นเตรียมตัวกันให้พร้อม ล้อหมุนคืนวันที่ 28 ม.ค. 2560 เส้นทางปั่นทัวร์ทั่วกรุงเทพฯ  89 กิโลเมตร เวลา 18.30 น. เป็นต้นไป สนใจสมัครได้ทาง  WWW.EVENTPOP.ME สอบถามเพิ่มเติม โทร. 08-6304-4805

2. GAYSORN’S CHRISTMAS MARCHÉ

วันนี้ – 6 ม.ค. 2560 ชวนมาช็อปของลดราคาครั้งใหญ่ของศูนย์การค้าสุดไฮโซ “GAYSORN’S CHRISTMAS MARCHÉ” ตั้งแต่เวลา 10.00 – 20.00 น. ณ บริเวณชั้น G และชั้น 1 ศูนย์การค้าเกษร

พบกับ สินค้าไลฟ์สไตล์ที่มีความหลากหลาย เช่น เครื่องประดับ ขนม ของขวัญ ของตกแต่งบ้านสำหรับเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่จาก 40 แบรนด์ ที่เปี่ยมด้วยเรื่องราวความโดดเด่น ซึ่งเปี่ยมด้วยศิลปะและหัตถศิลป์ (Handcraft) สามารถบ่งบอกถึงเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำแบบใคร

เลือกซื้อสินค้าตกแต่งบ้าน และสินค้าไลฟ์สไตล์ แบรนด์ KAMUILIM Fine Arts & Décor (คามุยลิม ไฟน์ อาร์ต แอนด์ เดคอร์) ที่โดดเด่นด้วยเทคนิคการพิมพ์ลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์ลงบนเครื่องใช้ภายในบ้านอย่าง จานและหมอนอิง หรือชาร์จความสดชื่นธรรมชาติด้วยสวนขวดแก้ว เทอราเรียมจากแบรนด์ Mossiata (มอสเซียต้า) เป็นต้น

3. Mega Sale New Year 2017

วันนี้ – 18 ม.ค. 2560 มาเลือกซื้อหาของขวัญปีใหม่กันที่ “Mega Sale New Year 2017” ณ บริเวณ ชั้น G ฝั่งโรบินสัน ศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ ภายในงานพบกับ มหกรรมลดราคาส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ขนสินค้ามาลดสูงสุงถึง 70% พิเศษสุด ตลอดทั้งเดือนมกราคม เมื่อซื้อสินค้าครบทุก 100 บาท ได้สิทธิ์จับรางวัลฟรี ลุ้นของรางวัลและส่วนลดมากมาย

อีกทั้งเมื่อช็อปครบทุก 800 บาท มีสิทธิ์ลุ้นรับหมีตัวใหญ่ไปนอนกอดที่บ้าน ที่ Beteny ชั้น 1 โซนโรบินสัน สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-2721-9936

4. Awesome Gift Hub

วันนี้ – 5 ม.ค. 2560 ชวนคุณมาเลือกหาของขวัญสุดพิเศษในงาน “Awesome Gift Hub” ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลฯ ทั่วประเทศ พบกับปรากฏการณ์ความสุข และความมหัศจรรย์เทศกาลของขวัญที่มากที่สุด ดีที่สุด และใหญ่ที่สุด อัดแน่นไปด้วยความสุขจากนักสร้างสรรค์ของขวัญ พร้อมส่งต่อให้คนที่คุณรักโดยพร้อมเพรียงกัน มีทั้งของฝาก เครื่องประดับ เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า ของแต่งบ้าน สินค้าความงาม สินค้าเพื่อสุขภาพ เป็นต้น

5. The Platinum Gift Fest 2016

วันนี้ – 5 ม.ค. 2560 ชวนมาช็อปชิลๆ ในราคาสุดคุ้มกับงาน “The Platinum Gift Fest 2016” ณ บริเวณ เดอะ แพลทินัม สตรีท ศูนย์การค้า เดอะ แพลทินัม แฟชั่น มอลล์

ภายในงานพบกับ ของขวัญของฝากสำหรับเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าแฟชั่น เครื่องแต่งกาย หรือของตกแต่งบ้าน มากกว่า 50 ร้านค้า เช่น แว่นตาแฟชั่นสุดเก๋ ร้าน Photo Graph ผ้าพันคอท้าลมหนาวจากร้าน Scarf Colour อุปกรณ์เสริมสวยสำหรับสุภาพสตรี ร้าน Nuchy Shop และสินค้าสุดชิคแสนประทับใจอีกมากมาย.