ไปถ่าย ไปเช็กอินกันรึยัง วิบวับเก๋ไก๋ ‘ไฟคริสต์มาส’ ลานเซ็นทรัลเวิลด์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 ธ.ค. 2559 15:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/812081

ไปกันยัง? เก๋ไก๋ไฉไลสุดๆ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์เปิดไฟต้นคริสต์มาสอย่างเป็นทางการแล้วใครชอบความมุ้งมิ้ง ถ่ายรูปชิกๆ กับแสงสีในช่วงเทศกาลแห่งความสุข ไทยรัฐออนไลน์ขอแนะนำว่าต้องไปแชะรูปสักครั้งที่นี่…

ร่วมชมแสงไฟที่ประดับอย่างสวยงาม ภายใต้คอนเซปต์ Winter White, The Garden of Happiness อีกทั้งพร้อมร่วมส่งต่อความดี และพลังใจให้กันและกัน ให้ก้าวสู่ปี 2017 ให้เป็นปีที่ดีพร้อมๆ กัน ภายใต้แคมเปญ “LIGHTEN UP TOGETHER”

ลดแรงท้าชน! ช็อปกระจาย 9 โปรโมชั่นแจ่มว้าวส่งท้ายปี ไม่ไปเสียใจแย่!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 ธ.ค. 2559 13:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/812166

มาพบกับโปรโมชั่นลดแรงอย่างต่อเนื่องในสัปดาห์นี้ เรียกว่าขนมาเสิร์ฟกันแบบรัวๆ สำหรับขาช็อปที่กำลังมองหาของขวัญวันปีใหม่ให้กับครอบครัวหรือเพื่อนฝูง

ปฏิทิน ไทยรัฐออนไลน์ สัปดาห์นี้จัดโปรโมชั่นสินค้าตัวเด็ดๆ มาให้เลือกเพียบ มีทั้งบิวตี้ไอเทม เสื้อผ้าแฟชั่น ขนมอร่อยราคาโปรโมชั่น รองเท้า และอื่นๆ อีกมากมาย อย่ารอช้า มาเช็กลิสต์กับเราด่วนๆ ทางนี้

1. Watsons Sale 50%

วันนี้ ชวนสาวๆ ไปช็อปส่งท้ายปี “Watsons Sale 50%” ณ ร้านวัตสัน ทุกสาขา ช็อปช่วยชาติลดภาษีได้ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธ.ค. 2559 พร้อมออกใบกำกับเพื่อลดหย่อนภาษีได้ที่ร้านวัตสันทุกสาขา

พบกับสินค้าลดราคากระหน่ำสุดๆ ได้แก่ หมวดสินค้าวัตสัน 2 ชิ้น เพียง 159 บาท มีทั้งเมคอัพรีมูฟเวอร์ วัตสันแอนิมิลมาส์ก ครีมอาบน้ำ แชมพู ลิปสติกแบรนด์เมเบอร์ลีนลด 50% ทุกชิ้น และโปรโมชั่นอื่นๆ อีกมากมาย

2. คริสปี้ครีม โปรโมชั่นพิเศษ

วันนี้ – 15 ม.ค. 2560 ชวนมาซื้อขนมฝากเพื่อนๆ และครอบครัว “คริสปี้ ครีม ซีซั่น อีททิง” ณ ร้านคริสปี้ ครีม ทั้ง 24 สาขา ในราคาโปรโมชั่น ในราคาเพียงชิ้นละ 35 บาท หรือแบบกล่อง 12 ชิ้น (6 ออริจินัล และ 6 ฮอลิเดย์ โดนัท) ในราคาเพียง 296 บาท

คริสปี้ ครีม ในเซตนี้ประกอบไปด้วย
– เมลท์ สโนแมน โดนัทรูปตุ๊กตาหิมะตกแต่งด้วยบัตเตอร์วิปครีมกับช็อกโกแลตไอซิ่ง สอดไส้ไวท์ครีมเนื้อเนียน
– ซานต้า แบลลี่ โดนัทสีแดงตามแบบฉบับซานตาครอส ไส้ช็อกโกแลตฟัดจ์ เข้มข้น

– ฮอลิเดย์ ทรี โดนัทตกแต่งลวดลายเป็นต้นคริสต์มาส ประดับไฟดวงน้อยๆ จากช็อกโกแลตสีแดง
– ฮอลิเดย์ สปริงเคิล โดนัทเคลือบช็อกโกแลตพรีเมียม เพิ่มความสดใสด้วยสายรุ้งสปริงเคิลหลากสีสัน

3. เซ็นทรัลมอบสิทธิพิเศษ ช็อปสุดคุ้ม

วันนี้ – 31 ธ.ค. 2559 เอาใจสายช็อปกับสิทธิพิเศษสูงถึง 4 ต่อ เมื่อช็อปปิ้งภายในศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เซ็นทรัลพลาซา และเซ็นทรัลเฟสติวัล ทั้ง 30 สาขาทั่วประเทศ

ต่อที่ 1 ได้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีสูงสุด 15,000 บาท
ต่อที่ 2 ช็อปครบ 15,000 บาท ได้คืน 500 บาท
ต่อที่ 3 ช็อปครบ 5,000 บาท รับฟรี กระเป๋าดีไซน์เก๋พร้อมข้าวกล้องดอยจากโครงการหลวง
ต่อที่ 4 ได้สิทธิ์ลุ้นรางวัล “ช็อป 1,000 คืน 10,000 ช็อป 10,000 คืน 100,000” สามารถตรวจสอบเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ ณ จุดขายและจุดแลกของสมนาคุณของศูนย์การค้าฯ

4. Scholl Year End Sale 70%

วันนี้ – 20 ธ.ค. 2559 ชวนมาช็อปรองเท้าเพื่อสุขภาพเท้าที่ดีในราคาสุดพิเศษ “Scholl Year End Sale” ณ ลาน Center Hall ชั้น G ศูนย์การค้ามาบุญครอง พบกับรองเท้าสกอลล์ขนมาลดสูงสุดถึง 70% พบกับรองเท้าสตรี สุภาพบุรุษ ในหลากหลายแบบ มีทั้งรองเท้าแตะ ผ้าใบ รองเท้าหนัง ทุกแบบมีเทคโนโลยีช่วยประคองอุ้งเท้า สวมใส่สบาย ช่วยให้เดินได้สบาย ไม่ปวดเมื่อย

5. THE RED HOT SALE 90%

วันนี้ – 25 ธ.ค. 2559 ชวนไปช็อปสินค้าลดราคาแรงๆ ได้ใจไปเลยในงาน “CENTRAL LARDPRAO THE RED HOT SALE” ณ BCC Hall ชั้น 5 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลลาดพร้าว ลดล้างสต็อกลดไม่อั้น เติมสินค้าใหม่ทุกวัน ลดส่งท้ายปี สูงสุด 90% แถมยังจะได้พบกับ สินค้านาทีทอง ราคาพิเศษทุกวัน และมีส่วนลดเพิ่มสูงสุด 15% จากบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ

6. Cinnabon MiniBiteSet 30 Rolls

วันนี้ ชวนมาชิมขนมอร่อยพร้อมโปรโมชั่นโดนใจ “MiniBiteSet 30 Rolls” ณ ร้าน ซินนาบอนทั้ง 9 สาขาทั่วไทย พบกับชุดของขวัญต้อนรับเทศกาลปีใหม่ ส่งมอบความสุขผ่านของขวัญระดับพรีเมียม 2 สไตล์ ในราคาเบาๆ 30 ชิ้น เพียง 269 บาท มีทั้งรสชาติ Cinnabite และ Chocobite

นอกจากนี้ยังมี Cinnabon Premium Glass แลกซื้อแก้วพรีเมียมจากซินนาบอน ราคา 39 บาทเท่านั้น (จากปกติ 89 บาท) เมื่อซื้อเครื่องดื่มเย็นรสชาติใดก็ได้ที่ร้านซินนาบอนทุกสาขา โปรโมชั่นแก้วน้ำลดราคานี้ มอบจนกว่าสินค้าจะหมด

7. Yogurtland โปรโมชั่น 199 บาท

เราชวนคนชอบทานโยเกิร์ตมาลองชิม “Yogurtland ชุดปาร์ตี้เซต” ณ ร้านโยเกิร์ตแลนด์ทุกสาขา พบกับ โฟรเซ่นโยเกิร์ตแท้ 100% ผลิตจากนมสดแคลิฟอร์เนีย ส่งความสุขท้ายปีด้วยชุดปาร์ตี้เซต ให้อิ่มอร่อยอย่างมีสุขภาพดีในโอกาสพิเศษ ประกอบด้วย ชุดโฟรเซ่นโยเกิร์ตแบบ ทู-โก ขนาด 8 ออนซ์ จำนวน 6 ถ้วย และท็อปปิ้งแห้ง 4 ชนิด ราคา 899 บาท

นอกจากนี้ ยังมีโยเกิร์ตและท็อปปิ้งแบบไม่อั้น ในราคาเพียง 199 บาท Unlimited โดยสามารถกดโยเกิร์ต และท็อปปิ้งใดก็ได้ ในราคา 199 บาท แบบไม่จำกัดปริมาณ ในขนาดเฉพาะถ้วยขนาด 8 ออนซ์เท่านั้น ไปชิมกันได้ที่โยเกิร์ตแลนด์ทุกสาขา (ยกเว้นสาขาเอ็มโพเรียม)

8. Shrink Wrap Limited Edition

วันนี้ พบกับเครื่องดื่มแพ็กเกจใหม่แบบขวดแก้วชริ้งค์แร็พ (Shrink Wrap) และพิเศษสุดในรูปแบบของขวดแชมเปญ ส่งท้ายปี 2559 นอกจากนี้ยังมีแบบแพ็ก 12 ขวด, แพ็ก 12 กระป๋อง โดยรุ่นพิเศษทั้งหมดนี้จะมีจำหน่ายตั้งแต่เดือนธันวาคม 2559 นี้เป็นต้นไป เว้นแต่ในรูปแบบของขวดแชมเปญที่จะมีจำหน่ายประมาณช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2560 โดยทางบริษัทฯ ได้ร่วมกับกราฟิกดีไซเนอร์ชื่อดังระดับโลก มร. อเล็กซ์ โทรชูตท์ (Alex Trochut) เจ้าของรางวัลนักออกแบบ เช่น รางวัล Young Gun 2008 จาก The Type Directors Club และรางวัลจาก The Creative Review

9. แฟมิลี่มาร์ท เสิร์ฟกระเช้าปีใหม่เอาใจนักช็อป

วันนี้ ชวนคุณไปหาซื้อกระเช้าปีใหม่คุณภาพดี สำหรับไปสวัสดีปีใหม่ญาติผู้ใหญ่และเพื่อนๆ “Let’s Get Together” ณ ร้านแฟมิลี่มาร์ท ทุกสาขาทั่วไทย โดยจัดทำเป็นถุงผ้ารักษ์โลก บรรจุสินค้าขนมไทยและแฟมิลี่มาร์ทคอลเลกชั่น จำหน่ายให้กับลูกค้าในราคาเพียง 249 บาท กระเช้าปีใหม่ปีนี้มีสินค้าเข้ามาร่วมรายการกว่า 100 รายการ ครอบคลุมทั้งสินค้าอุปโภค บริโภค และอาหารพร้อมรับประทาน เช่น คัพเค้ก วุ้นมินิแฟนซี สยามบานาน่ารสทุเรียนและรสกล้วยหอม คุ้กกี้รสต่างๆ เป็นต้น

 

อร่อย ชิค! 6 โมงเช้าถึงเที่ยงคืน โมเดิร์นไทยผสมสตรีทฟู้ด aLL Six To Twelve

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ธ.ค. 2559 14:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/805392

เป็นอีกหนึ่งร้านที่น่านั่ง บรรยากาศดี อาหารอร่อย ‘คู่เมืองคนเมือง’ ไทยรัฐออนไลน์อยากแนะนำ กับร้าน ออล ซิกซ์ ทู ทเวลฟ์ คาเฟ่ แอนด์ โซเชียล บาร์ (aLL Six To Twelve Café & Social Bar) ร้านอาหารออลเดย์ ไดนิ่งสุดชิคใจกลางกรุง ณ ย่านหลังสวน ที่ผู้มาเยี่ยมเยียนต่างไม่พลาดที่จะต้องเรคคอมเมนต์กันต่อ การันตีได้จากรางวัลหนึ่งใน ร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งปี 2015 จาก “ทริปแอดไวเซอร์”…

ด้วยคอนเซปต์เก๋ๆ ของ เกด-กุลศิริ ไชยนพกุล และพอล-พรพจน์ แก่นเพ็ชร์ ที่อยากสร้างแหล่งฮิปแฮงก์เอาต์เท่ๆ สำหรับเป็นแหล่งนัดสังสรรค์ของคนรุ่นใหม่ ภายใต้บรรยากาศอันหลากหลายของในแต่ละช่วงเวลาแบบไม่ซ้ำใคร พร้อมกับอาหารรสชาติดีมีความแปลกใหม่ จึงกลายเป็นอีกจุดนัดพบที่มีกระแสตอบรับจากเหล่านักชิมทั้งหลายว่าเป็น “คาเฟ่ & โซเชียลบาร์” ที่มีความคูลไม่แพ้ที่ใดๆ เลยทีเดียว!

อร่อยนาน 6 โมงเช้าถึงเที่ยงคืน 

ออล ซิกซ์ ทู ทเวลฟ์ (aLL Six To Twelve) ให้ความหมายที่ตรงไปตรงมา โดยคำว่า “ออล” สื่อถึงสถานที่ที่คนทุกเพศทุกวัยสามารถเข้าถึงได้อย่างไร้ขีดจำกัด “ซิกซ์ ทู ทเวลฟ์” คือเวลาเปิดทำการของร้าน ตั้งแต่ 6 โมงเช้า จนถึงเที่ยงคืน ไม่มีปิดพักระหว่างวัน ถือเป็นร้านอาหารที่มีเวลาเปิดทำการยาวเกือบตลอดวัน ทำให้ร้านมีถึง 3 บรรยากาศ 3 สไตล์อันแตกต่างกันภายในวันเดียว ถือเป็นมนต์เสน่ห์ที่ไม่เหมือนใครของที่นี่เลยก็ว่าได้ เริ่มจากช่วงเช้ามีบริการบุฟเฟ่ต์เบรกฟาสต์หลากสไตล์ อันเป็นที่นิยมของเหล่านักธุรกิจย่านหลังสวนและเพลินจิตเป็นอย่างมาก ช่วงกลางวันมีเมนูอาหารจานเดียวบริการสำหรับหนุ่มสาวทำงานที่ต้องการความสะดวกรวดเร็ว หรือสำหรับใครที่อยากดินเนอร์สังสรรค์กับหมู่เพื่อนฝูงอย่างมีสไตล์ ก็สามารถแฮงก์เอาต์กันได้ตั้งแต่หัวค่ำจรดดึก

Hidden Place

คอนเซปต์ของร้าน Hidden Place ซุกซ่อนน่าค้นหาและสร้างความประหลาดใจเมื่อได้เข้ามา เสมือนเป็นสถานที่สนุกสนานซึ่งถูกซ่อนตัวอยู่ภายใต้ความวุ่นวายของสังคมเมือง ตกแต่งในสไตล์นิวยอร์ก ลอฟต์ (New York Loft) มากด้วยเสน่ห์ของความเรียบง่ายแต่ไม่น่าเบื่อ แฝงด้วยความเท่ที่มีจุดเด่นเฉพาะตัว เน้นความสวยงามเป็นธรรมชาติของโครงสร้างและพื้นผิว เช่น ผนังปูนเปลือย โครงสร้างเหล็ก ท่อน้ำ สายไฟ เพดานสูงที่ให้ความรู้สึกโปร่งโล่งสบาย อันถือเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของลอฟต์สไตล์  พร้อมเพิ่มกลิ่นอายของความเป็น นิวยอร์ก ด้วยเพลย์ลิสต์สไตล์ฟังค์ & โซล และนูแจ๊ส (Nu Jazz) ที่คุณพอลผู้ชื่นชอบเสียงเพลงเป็นชีวิตจิตใจ ได้ครีเอตเพลย์ลิสต์เก๋ๆ ขึ้นมาเอง เพื่อเติมเต็มประสบการณ์การกินดื่มให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

“โมเดิร์นไทย – สตรีทฟู้ด”

อาหารเสิร์ฟมาในสไตล์ “โมเดิร์นไทย” ผสมผสานความเป็น “สตรีทฟู้ด” เกิดเป็นมื้ออาหารที่เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน แต่มีความแปลกใหม่สร้างสรรค์อยู่ในตัว ล่าสุดกับการครบรอบ 4 ปี และเตรียมก้าวขึ้นสู่ความฮอตฮิตอย่างต่อเนื่องกับปีที่ 5 ที่กำลังจะมาถึง  ทางร้านจึงจัดขบวนทัพเมนูอาหารและเครื่องดื่มชุดใหญ่ต้อนรับครึ่งปีหลัง ที่ครีเอตขึ้นมาใหม่มากกว่า 30 รายการ ให้เหล่านักชิมทั้งหลายได้ลิ้มลองกัน

ทดสอบเมนูเด็ด! 

เมนูแรก : ไข่ปลาหมึกทอด

เป็นเมนูใหม่ที่พยายามใส่ความเป็นสตรีทฟู้ดเข้าไปด้วย อย่างที่วันนี้ก็เป็นไข่ปลาหมึกทอดประยุกต์จากเมนูหอยทอดที่ชาวไทยชอบรับประทานกัน ใช้แป้งของหอยทอดเลย แต่เราเปลี่ยนจากหอยเป็นไข่ปลาหมึกแทน ตัวน้ำจิ้มก็จะเปลี่ยนจากหอยทอดที่เราทานกัน เป็นน้ำจิ้มซีฟู้ดเหมือนเรากินอาหารทะเลอยู่

เมนูที่ 2 : สลัดขนมจีน

สลัดขนมจีน เมนูนี้คล้ายๆ กับยำขนมจีน แต่สลัดขนมจีนมีผักที่เยอะกว่าก็เลยเรียกว่าเป็นสลัด สลัดของทางร้านจะมีสองสูตรคือ คลุกกับกะปิ หรือปลาร้าก็ได้ บอกเลยว่าแซ่บมาก จนคุณอาจจะอดใจไม่อยู่

เมนูที่ 3 : เรนโบว์พาร์ม่าแฮมชีสพิซซ่า

เมนูนี้ความพิเศษคือสีสันเรนโบว์ เห็นปุ๊บคิดในใจเลยว่าเมนูนี้รสชาติจะเป็นยังไง แต่จริงๆ แล้วสีสันทั้งหมดนั้นเป็นชีสนำเข้าจากเนเธอร์แลนด์ มีด้วยกันทั้งหมด 7 สี ชีสเป็นรสสีธรรมชาติมาจากมะเขือเทศ พริก ลาเวนเดอร์ ไม่ได้มีการปรุงแต่งอะไร และชีสก็อร่อยมาก ฟินจนเราไม่ได้หยุดอยู่ที่ชิ้นเดียว

เมนูที่ 4 : วาฟเฟิลมัสมั่นไก่

เมนูนี้เหมือนเรากำลังกินโรตีมัสมั่นไก่ แต่เปลี่ยนจากแป้งโรตีธรรมดาเป็นวาฟเฟิล นำวาฟเฟิลมาทานกับมัสมั่นไก่ เป็นการประยุกต์เข้ากันที่ค่อนข้างลงตัวได้รสชาติอร่อยทีเดียว หวาน มัน เข้ากันเป็นอย่างดี เป็นอีกหนึ่งเมนูที่อยากแนะนำให้มาลองชิมกัน

เมนูที่ 5 : โรตีหมูพิซซ่า

อร่อยจนเราต้องแนะนำอีกหนึ่งเมนู ตัวแป้งพิซซ่าใช้เป็นแป้งโรตีแทนกรอบแบบโรตี โรยหน้าด้วยซอสเขียวหวานหมู โรยชีสเข้าไปด้วย โรตี + แกงเขียวหวานไก่ แปลกและอร่อยทานง่ายอีกด้วย

เมนูที่ 6 : สปาเก็ตตี้กุ้งแม่น้ำโอลิโอ้

เมนูนี้เป็นเส้นสปาเก็ตตี้ที่ผัดกับเครื่องที่มีความเข้มข้น มีพริกมีหอม แต่อร่อยและพิเศษด้วยกุ้งแม่น้ำตัวโตๆ ซึ่งบอกเลยว่าหากินยาก ในหลายๆ ร้านอาจจะไม่มีกุ้งแม่น้ำตัวโตแบบนี้

คักแท้แท้ แพรอีโป้ 5 จุดเที่ยว ‘จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม’ ลานฟักทอง&ทุ่งคอสมอส สวยสุดๆ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ธ.ค. 2559 06:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/809132

กลับมาอีกแล้ว 1 ปีมีครั้งกับเทศกาลท่องเที่ยว “จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม” ปีนี้ไม่ไปไม่ได้แล้ว ก็ทุ่งดอกคอสมอสสีชมพู มันบานซะ…จนพี่นี้อยากนอนทิ้งตัวลงไปในทุ่ง สวยจับใจจริงๆ แม่คุ๊ณ!! เรียนเชิญไปถ่ายรูปกันให้จุใจ เซลฟี่กันอย่าให้สะดุด แม้ผู้คนจะรายล้อมมากมาย ก็อย่าไปสนไปแคร์สายตาใครๆ ค่ะ แหม่…ไม่ได้มาได้บ่อยๆ ปีหนึ่งเปิดแค่ไม่กี่วัน ใครยังไม่ได้ไปเที่ยวชม พี่จะมาบอกเรื่องราวดีๆ ในฟาร์มแห่งนี้ให้ฟัง จะได้วางแผนไปเที่ยวกันให้ชุ่มฉ่ำหัวใจ รับอุณหภูมิต่ำๆ (ต่ำกว่าที่ต้องเผชิญในหน้าร้อน) ในช่วงหน้าหนาวนี้

1. ทุ่งคอสมอส & แปลงผักปลอดสาร

ที่แรกที่ จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม จัดไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยว คือ ทุ่งคอสมอสสีชมพูละลานตา ที่ปลูกในพื้นที่กว่า 50 ไร่ จุดนี้นะสวยสุดๆ ดอกไม้บานๆ ท่ามกลางอุณหภูมิหนาวๆ มีลมพัดมาโชยๆ เอาหัวเป็นประกัน สาวคนไหนไม่ชอบ ไม่มีทาง!!

ไม่พอแค่นี้ ปีนี้ฟาร์มยังได้จัดแสดงแนวคิดเรื่อง “แพรอีโป้” หรือที่ภาษาอีสานเรียกว่า “ผ้าขาวม้า” ด้วยความที่ผ้าชนิดนี้มีความสารพัดประโยชน์และผูกพันต่อชาวถิ่นอีสานตั้งแต่เกิด (เป็นเปล) จนตาย (คลุมศพ) ฟาร์มจึงอยากนำเสนอจิม ทอมป์สัน ฟาร์มทัวร์ 2559 เป็นเรื่องราวของผ้าขาวม้า ภายใต้ชื่อ “คักแท้แท้ แพรอีโป้ – มหัศจรรย์ผ้าขาวม้า” นั่นเอง ซึ่งผ้าขาวม้าที่ฟาร์มนี้ ก็ไม่สุดแสนจะธรรมดา มีการแสดงผ้าขาวม้าพันตา เงาผ้าขาวม้า และผ้าขาวม้านำทางเข้าสู่ จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม ด้วย

อ้อ…เกือบลืม! ก่อนจะขึ้นรถไปจุดอื่นๆ แนะนำให้แวะเก็บมะเขือเชอรี่สดจากไร่ ปลอดภัยจากสารพิษ ณ บริเวณ U-Pick Garden ก่อนไปชมจุดท่องเที่ยวต่างๆ ในฟาร์มนะจ๊ะ

2. ลานฟักทอง & ทุ่งดอกไม้หลากสี

อลังการงานฟักทองมากๆ จากจุดนี้ พี่นี้จะขอเล่าถึงวิวทิวทัศน์ของภูเขาพญาปราบและอ่างเก็บน้ำลำสำลาย ว่าเราจะพบกับทุ่งดอกไม้หลากสีที่บานสะพรั่งอวดสีสันแข่งกัน แบบไม่มีใครยอมใคร ใครใคร่จะเก็บภาพท่ามกลางสวนกุหลาบกว่า 5,000 ต้น รวมไปถึงทุ่งทานตะวัน ทุ่งดาวกระจาย และทุ่งตารางดอกไม้หลากสี เอาให้เมมโมรี่เต็มไปกันเลยจ้า

แต่อย่าลืม…ยังมีลานฟักทองหลากหลายสายพันธุ์มากๆ (ส่วนตัวชอบจุดนี้มากๆ นึกถึงวันฮาโลวีนขึ้นมาโดยพลัน) ก่อนจะเดินไปดูเขาวงกตผ้าขาวม้า กิ๊บเก๋ไปอีก ถ่ายภาพมุมสูงกับทุ่งดอกไม้ 360 องศา ถ้าเนเธอร์แลนด์ ก็ต้อง กังหันผ้าขาวม้า สีสันสดใสสะดุดตา หมุนสะดวกสายตา เล่นแสงและเงาท่ามกลางความสวยงามของดอกไม้หลากสี ไม่รู้จะบอกว่ายังไง ดี๊ดี!!

เดี๋ยวๆ ก่อนจะไปจุดที่ 3 จุดนี้ไม่ต้องต่อรถนะคะ (ลงทุนเดินค่ะ) เพราะคุณจะพลาดกับเรือนดังแห่งปี เรือนคำแก้ว เรือนถ่ายละครเรื่องนาคี เรือนนี้แทบพัง ก็คุณผู้ชมแห่กันเซลฟี่กับบ้านพญานาค เนื่องจากวิวดีสุดๆ ท่ามกลางทุ่งดอกไม้ที่บานตัดกับสีของบ้านไม้ที่ทรงและสีสันน่าสะพรึงสุดๆ (นึกถึงเวลาค่ำคืน…สยิว)

3. หมู่บ้านอีสาน

กิ๊บเก๋สแลนเดอร์มากๆ กับวัฒนธรรมอีสานแบบชิคๆ หากใครเห็นภาพ คงต้องคิดเหมือนกัน นี่มัน อีสานฟรุ้งฟริ้ง น่ารักไปหมด น่าจับ น่าต้อง น่าเซลฟี่ไปทุกมุม จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม จัดแสดงทุกอย่างได้ลงตัว แถมมีร้านอาหารแบบอีสานสไตล์อีกมากมาย  บริการอยู่ในหมู่บ้าน กับบรรยากาศสบายๆ จะบอกว่าที่ อีสานวิลเลจ แห่งนี้ มีเรื่องราวที่เป็นวิถีอีสานอีกมากมาย ตั้งแต่การทอผ้าขาวม้า และทดลองใช้ผ้าขาวม้าในรูปแบบต่างๆ ยิ่งใหญ่กับปราสาทผ้าขาวม้าด้วย

ไฮไลต์สุดๆ กับศิลปะ “หลงฟาร์ม” ที่บริเวณเรือนนางเอื้อย ของศิลปิน “นาวิน ลาวัลย์ชัยกุล” เพราะทุกคนจะได้เรียนรู้วงจรชีวิตมหัศจรรย์ของหนอนไหม ที่ถักทอเส้นใยออกมาเป็นเส้นไหมที่สวยงาม ชมกระบวนการเข็นฝ้าย และการย้อมคราม รวมทั้งเรือนนางเผอะ เรือนโคราชที่ได้รับรางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรมดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2558

4. หมู่บ้านจิม

มาถึงจุดนี้ คงต้องสะดุดตากันทุกคนด้วย อุโมงค์ผ้าขาวม้า ที่นำทางเข้าสู่หมู่บ้านจิม อันนี้ถือเป็นเอกลักษณ์ของจิม ทอมป์สัน ฟาร์มเลย กับกระบวนการผลิตผ้าไหมอันเลื่องชื่อ โดยคุณๆ จะได้เรียนรู้ตั้งแต่การสาวไหม การฟอกย้อมเส้นไหม การทอผ้าไหม และการพิมพ์ผ้าไหม

5. ตลาดจิม

จุดสุดท้ายเอาใจคนไทย ไปที่ไหน ซื้อที่นั่น (อย่าว่าแต่เขา ดิฉันก็เป็น) ผักไฮโดรโปนิกส์ ผลไม้สดๆ ไร้สาร ไม้ดอกไม้กระถางหลากสายพันธุ์ ผลผลิตทางการเกษตร  ผลิตภัณฑ์แปรรูป ผ้าไหม ผ้าฝ้าย ผลิตภัณฑ์ผ้าขาวม้า กระเป๋า ผ้าคลุมไหล่ ดินสอ ปากกา มีหมดค่ะคุณขา แต่สิ่งที่ดิฉันหอบหิ้วเป็นที่สุดนั่นคือ ฟักทอง ใช่แล้วคุณ ฟังไม่ผิด หวาน กรอบ เนียน นุ่ม กลืนลงคอกันไปเลย มีกี่พันธุ์ ซื้อมาให้หมด แหม่…พูดแล้วอยากกลับไปอีกรอบ!

เอาล่ะ…สาธยายมาเยอะ ใครยังไม่ได้ไป รีบๆ หน่อย เพราะปีนี้งานจิม ทอมป์สัน ฟาร์มทัวร์ 2559 จะเปิดให้เข้าชมเวลา 09.00 – 17.00 น. ระหว่างวันที่ 3 ธันวาคม 2559 ถึงวันที่ 8 มกราคม 2560 เองจ้ะ เวลาเหลือน้อยรีบๆ หน่อย

เอ้า! เกือบลืม ราคาบัตรจำหน่ายหน้าฟาร์ม สำหรับวันธรรมดา บัตรผู้ใหญ่ ราคา 180 บาท และบัตรเด็ก ราคา 130 บาท วันเสาร์-อาทิตย์ บัตรผู้ใหญ่ ราคา 220 บาท และบัตรเด็ก ราคา 160 บาท สำหรับวันหยุดยาวช่วงเทศกาลปีใหม่ (31 ธันวาคม 2559 ถึง 3 มกราคม 2560) บัตรผู้ใหญ่ ราคา 280 บาท และบัตรเด็ก ราคา 180 บาท นะจ๊ะ

แล้วเจอกัน ณ จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม ตำบลตะขบ อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา.

ช็อปส่งท้ายปี! เจาะ 8+1 โปรโมชั่น กิน ดื่ม เที่ยว สินค้าลดราคาจัดเต็ม!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ธ.ค. 2559 13:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/805487

ช่วงที่แฮปปี้ที่สุดในการช็อปปิ้งก็คือช่วงปลายปีแบบนี้นี่แหละ ไปที่ไหนก็มักจะมีสินค้าลดราคาอยู่แทบทุกห้าง แล้วไหนจะดีลสุดคุ้มจากห้องอาหารโรงแรม ร้านอาหาร สปาดีๆ อีกเพียบ ใครอยากรู้ว่ามีดีลไหนตัวเด็ดๆ บ้าง ตามมาดู…

ปฏิทิน ไทยรัฐออนไลน์ สัปดาห์นี้มีโปรโมชั่นดีๆ อย่างงานท่องเที่ยว โปรร้านอาหาร ร้านขนม ส่วนลดห้องอาหารโรงแรมหรู สินค้าลดราคาจากห้างสรรพสินค้า เป็นต้น ส่วนจะมีรายละเอียดอย่างไรบ้าง มาเช็กลิสต์กันดีกว่า

1. เที่ยวข้ามภาค ตามรอยพระบาทวิถีพอเพียง

วันที่ 16-18 ธ.ค. 2559 ชวนคนไทยไปเดินทางท่องเที่ยวตามรอยพระบาทในหลวง ร.9 ในงาน “สังคมสุขใจ” ณ สวนสามพราน จ.นครปฐม อิ่มอร่อยไปกับเมนูอาหารออแกนิกเพื่อสุขภาพ ช็อปปิ้งผลิตผลส่งตรงจากเครือข่ายเกษตรอินทรีย์กว่า 200 ร้านค้าทั่วประเทศ บริการคลินิกเกษตรอินทรีย์ครบวงจร ตั้งแต่การเตรียมดิน คัดเลือกเมล็ดพันธุ์ การปลูก วิธีการดูแล การแปรรูปต่างๆ

กิจกรรม Workshop เช่น กิจกรรมปั่นน้ำผักผลไม้จากพลังงานจักรยานด้วยตัวเอง กิจกรรมย้อมผ้าด้วยสีและสมุนไพรธรรมชาติ และชมนิทรรศการเที่ยวข้ามภาคเส้นทางเกษตรพอเพียงตามรอยพระบาทในภูมิภาคภาคกลาง นิทรรศการพลังงานทดแทน นิทรรศการลดขยะจากเศษอาหาร

และพบกับ ติ๊ก เจษฎาภรณ์ ผลดี พรีเซ็นเตอร์โครงการท้าเที่ยวข้ามภาค ที่จะมาบอกเล่าประสบการณ์ท่องเที่ยวตามรอยพระบาท ที่อยากจะให้ทุกคนไปสัมผัส พร้อมเพลิดเพลินไปกับบทเพลงพระราชนิพนธ์ในสวนโดย โก้ Mr.Saxman สอบถามเพิ่มเติม โทร 0-3432-2588-93 หรือติดตามที่ Facebook/สามพรานโมเดล

2. โดนัทช็อกโกแลตพรีเมียม

วันนี้-31 ม.ค. 2560 ชวนคนชอบทานโดนัทมาพบกับเมนูใหม่ “มิสเตอร์ โดนัท ช็อกโก ดีไซร์ (Mister Donut Choco Desire)” ณ ร้านมิสเตอร์ โดนัท 10 สาขาเท่านั้น ได้แก่ เซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต, เซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์ วิลล์, เซ็นทรัลพลาซา ปิ่นเกล้า ชั้น 3, เซ็นทรัลเฟสติวัล พัทยา บีช, เซ็นทรัลพลาซา รัตนาธิเบศร์, เซ็นทรัลพลาซา แกรนด์ พระราม 9, เมกา บางนา, เซ็นจูรี่เดอะมูฟวี่พลาซ่า, มาบุญครอง และสยามพารากอน

อร่อยเข้มเต็มรสช็อกโกแลตระดับพรีเมียม ด้วยการรังสรรค์โดนัทเนื้อนุ่มที่มาพร้อมกับความพรีเมียมไม่ว่าจะเป็น ท็อปปิ้งผลไม้ เช่น ส้มนาเวล กล้วยหอมเคลือบช็อกโกแลต วิปปิ้งครีม เพียงชิ้นละ 39 บาท มี 3 แบบให้เลือก คือ
– ออเร้นจ์ บราวน์นี่ ช็อกโก : โดนัทสอดไส้แยมส้ม ท็อปปิ้งด้วยช็อกโกแลตเข้มข้น พร้อมบราวน์นี่
– คุ้กกี้ แอนด์ ครีม ช็อกโก : โดนัทสอดไส้ครีมช็อกโกแลต ท็อปปิ้งช็อกโกแลต มะพร้าวอบ และคุ้กกี้
– อัลมอนด์ บานาน่า ช็อกโก : โดนัทสอดไส้ครีมกล้วยหอมหวาน ท็อปปิ้งช็อกโกแลต กล้วยหอมเคลือบช็อกโกแลต

นอกจากนี้ ยังมี มิสเตอร์ โดนัท ช็อกโก เฟสติวัล” โดนัทหน้าพิเศษ ท็อปปิ้งด้วยช็อกโกแลตเข้มข้นแสนพรีเมียม พร้อมแต่งหน้าหลากหลายสไตล์ มีให้เลือกลิ้มลองถึง 9 แบบ 9 สไตล์
– 1 กล่อง มี 4 ชิ้น กล่องละ 75 บาท / สมาชิก CRG PLUS+ เพียง 65 บาท (จากปกติกล่อง 76 บาท)
– 1 กล่อง มี 6 ชิ้น กล่องละ 109 บาท / สมาชิก CRG PLUS+ เพียง 99 บาท (จากปกติกล่อง 114 บาท)
– 1 กล่อง มี 9 ชิ้น กล่องละ 129 บาท / สมาชิก CRG PLUS+ เพียง 119 บาท (จากปกติกล่อง 171 บาท)

3. GAYSORN’S SOI DAO 2016

วันนี้-6 มกราคม 2560 ชวนมาช็อปสินค้าลดราคาสไตล์สอยดาวในงาน “GAYSORN’S SOI DAO 2016 (เกษร สอยดาว 2016)” ณ ศูนย์การค้าเกษร ราชประสงค์ พบกับการช็อปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เมื่อช็อปปิ้งครบทุก 30,000 บาท รับ 1 สิทธิ์สอยดาวต้นสีเงินและเมื่อช็อปปิ้ง ครบทุก 300,000 บาท รับ 1 สิทธิ์สอยดาวต้นสีทอง ลุ้นรับของรางวัลสุดพริวิลเลจที่มีความหลากหลาย รวมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท จากแบรนด์ชั้นนำกว่า 60 แบรนด์

สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้า Gaysorn Diamond Member เพียงซื้อสินค้าครบ ครบ 28,000 บาท รับ 1 สิทธิ์สอยดาวที่ต้นสอยดาวต้นสีเงิน และเมื่อซื้อสินค้าครบตั้งแต่ 280,000 บาท ขึ้นไปรับ 1 สิทธิ์สอยดาวที่ต้นสอยดาวสีทอง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เคาน์เตอร์เกษรคอนเซียจ ชั้น G และชั้น 2 ศูนย์การค้าเกษร โดยเปิดบริการทุกวันตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น.

4. รอยัล ออคิด มอบโปรวันคริสต์มาส

วันที่ 24 ธ.ค. 2559 ชวนมาฉลองเทศกาลคริสต์มาสอีฟ “ห้องอาหารฟีสท์” ณ โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน พบกับอาหารค่ำแบบบุฟเฟ่ต์นานาชาติ พร้อมอาหารทะเลนานาชนิดให้เลือกสรร และบุฟเฟ่ต์บาร์บีคิว ปิ้งย่างพร้อมเสิร์ฟไม่อั้น ในราคาท่านละ 2,700 บาทสุทธิ ระหว่างเวลา 18.00-22.00 น.

วันที่ 25 ธ.ค. 2559 มาฉลองต่อเนื่องกับบรรยากาศวันคริสต์มาส ที่อบอวลไปด้วยความสุขและความอบอุ่น พร้อมหน้าพร้อมตากันกับครอบครัว อิ่มอร่อยกับสุดยอดอาหารเทศกาลคริสต์มาสแบบบุฟเฟ่ต์ ในบรรยากาศผ่อนคลายริมแม่น้ำเจ้าพระยา ได้แก่ อิตาเลียนพาสต้า เป็ดปักกิ่ง หมูหัน อาหารอินเดีย อาหารญี่ปุ่น กุ้งลอบสเตอร์เทอร์มิดอร์ หอยนางรมฟินเดอร์แคลร์ พร้อมมุมบาร์บีคิวสเต๊ก และยังมีกิจกรรมต่างๆ เช่น การ์ตูน การดัดลูกโป่ง การเล่นมายากล การเพ้นท์หน้า และอีกมากมาย มื้อบรั๊นช์ราคาท่านละ 3,200 บาทสุทธิ เวลา 11.30-15.00 น. รวมน้ำผลไม้สดปั่น (เพิ่มอีก 1,000 บาท สำหรับไวน์, สปาร์คกิ้ง และเบียร์แบบไม่อั้น)

ทุกโต๊ะยังจะได้รับไวน์สปาร์คกิ้ง 1 แก้วต่อท่าน สำรองที่นั่งและชำระเงินก่อนวันที่ 10 ธันวาคม 2559 รับทันทีส่วนลด 15% เฉพาะค่าอาหาร บริการเรือรับส่งจากรถไฟฟ้าสะพานตากสินถึงโรงแรมฟรี ส่วนลดครึ่งราคาสำหรับเด็กอายุ 3-12 ปี และฟรีสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-2266-9214

5. โปรฉลองปีใหม่ ดื่มด่ำริมเจ้าพระยา

วันที่ 31 ธ.ค. 2559-1 ม.ค. 2560 ชวนคุณและครอบครัวร่วมต้อนรับช่วงเวลาแห่งความสุข ต้อนรับปีใหม่ 2560 ด้วยอาหารบุฟเฟ่ต์นานาชนิดชั้นเลิศคุณภาพเยี่ยม การแสดงโชว์บนเวที และการแสดงพลุครั้งยิ่งใหญ่เหนือลำน้ำเจ้าพระยา ณ โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน

อิ่มอร่อยมื้อกาล่าดินเนอร์สุดพิเศษพร้อมอาหารนานาชนิด ณ ห้องอาหารริเวอร์ไซด์ เทอเรซ เพลิดเพลินอาหารบุฟเฟ่ต์นานาชนิดสุดอลังการที่เชฟใหญ่คัดสรรมาจากหลายมุมของโลก ในราคาเพียงท่านละ 8,200 บาทสุทธิ พร้อมปาร์ตี้เซต 1 ชุด

และในวันที่ 1 มกราคม เริ่มต้นปีใหม่อันสดใสกับมื้อบรั๊นช์คุณภาพชั้นเลิศ ณ ห้องอาหารฟีสท์ กับอาหารบุฟเฟ่ต์นานาชาติจากทั่วโลกที่มีให้เลือกมากมาย ในราคาท่านละ 2,200 บาทสุทธิ รวมน้ำผลไม้สดปั่นแบบไม่จำกัด (เพิ่มอีก 1,000 บาท สำหรับไวน์, สปาร์คกิ้ง และเบียร์แบบไม่อั้น) ตั้งแต่เวลา 11.30 น. ถึง 15.00 น. หากสำรองที่นั่งและชำระเงินล่วงหน้าภายในวันที่ 17 ธันวาคม 2559 รับทันทีส่วนลดพิเศษ 15% โทร 0-2266-9214

6. โปรโมชั่น BBQ DINNER

วันนี้-28 ก.พ. 2560 ชวนไปพักผ่อนเปลี่ยนบรรยากาศพร้อมดินเนอร์สุดชิล “BBQ DINNER” ณ โรงแรม เอสเคป หัวหิน และ เอสเคป เขาใหญ่

โรงแรมเอสเคป เขาใหญ่
ชวนมาแฮงค์เอาต์สบายๆ ท่ามกลางขุนเขา และอากาศบริสุทธิ์ในฤดูหนาว ประดับประดาไฟบนต้นไม้ที่ลานสนามหญ้าของโรงแรม มีกระโจมใหญ่-เล็กที่ตกแต่งให้ดูอบอุ่น อิ่มอร่อยไปกับเมนูบาร์บีคิว เนื้อวัวชั้นเยี่ยมและเนื้อแกะจากออสเตรเลีย ซี่โครงหมู และอาหารทะเลสดๆ ปิ้งย่างเอง และยังมีซุป พาสต้า และสลัดบาร์ทานไม่อั้น ในราคาเริ่มต้นเพียง 1,120 บาทสุทธิต่อท่าน พร้อมเพลิดเพลินไปกับ LIVE ACOUSTIC ทุกวันพฤหัสบดี-เสาร์ ตั้งแต่เวลา 18.00-22.00 น.

โรงแรมเอสเคป หัวหิน
พบกับ ESCAPE POOL BAR & GRILL บรรยากาศดีริมสระน้ำ ตกแต่งสถานที่แบบ BEACH PICNIC ให้ความรู้สึกอบอุ่น พร้อมเสิร์ฟ FISHERMAN FLAVOURS SEAFOOD BBQ คัดสรรอาหารทะเลสดๆ เช่น ปลากระพง กุ้งแม่น้ำ หอยเชลล์ออสเตรเลีย หอยแมลงภู่ ฯลฯ ให้เลือกย่างเองในเตาส่วนตัว เสิร์ฟพร้อมซอสซีฟู้ดรสเด็ด ราคาเริ่มต้นเพียงท่านละ 999 บาทสุทธิ พร้อม LIVE ACOUSTIC ทุกวันศุกร์-เสาร์ ตั้งแต่เวลา 18.30-22.00 น.

โปรโมชั่นพิเศษ
ห้องพัก Deluxe พร้อมอาหารเช้าสำหรับ 2 ท่าน ราคาเริ่มต้นเพียง 2,700 บาทสุทธิต่อคืน ที่โรงแรมเอสเคป หัวหิน และ 3,200 บาทสุทธิต่อคืน ที่โรงแรมเอสเคป เขาใหญ่ ให้คุณสะดวกสบายยิ่งขึ้น และเพลิดเพลินกับกิจกรรมต่างๆ ภายในโรงแรม ราคานี้สำหรับการโทรจองตรงเท่านั้น ตั้งแต่วันนี้-28 ก.พ. 2560 โรงแรมเอสเคป หัวหิน โทร. 06-3187-0777 หรือโรงแรมเอสเคป เขาใหญ่ โทร. 06-3196-4999

7. TUBULAR ENTRAP & DEFIANT

วันนี้ ชวนสาวกรองเท้าอาดิดาสมาช็อป “TUBULAR ENTRAP & DEFIANT” 2 โมเดลรองเท้ากับการปรับโฉมใหม่สุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะอย่าง Tubular Entrap และ Tubular Defiant ยกระดับรูปทรงของรองเท้าผ่านวิธีการทอผ้าในลักษณะเฉพาะ เพิ่มความโดดเด่นด้วยผ้าทอในส่วนด้านบนของรองเท้า ปิดทับด้วยหนังกลับในส่วนส้นเท้า ในรุ่น Entrap โครงสร้างส่วนข้อเท้าเกิดจากการรวมกันของสายรัดส้นเท้ายางยืดเพื่อความสบายและความกระชับขณะสวมใส่

ในขณะที่รุ่น Defiant โครงสร้างปิดคลุมในส่วนของส้นเท้าเน้นใช้วัสดุอันเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวคือแถบยางยืดในส่วนของปลายเท้า เป็นการรวมตัวกันของผ้าใยสังเคราะห์ sock-fit ในส่วนบนของรองเท้าเพื่อความนุ่มสบายขณะสวมใส่

รูปทรงของรองเท้าทั้ง 2 รุ่นนี้ เป็นดีไซน์ที่มีลักษณะเฉพาะที่สำคัญคือการเพิ่มลายหนังงูเข้ามาในส่วนของโครงสร้างรองเท้าบริเวณส่วนบน อีกทั้งยังเพิ่มความพิเศษในส่วนของลิ้นรองเท้าที่สามารถสะท้อนแสงได้ พบกับคอลเลกชั่น Tubular SS17 ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่ร้านอาดิดาสออริจินอลส์ทุกสาขา และห้างสรรพสินค้าชั้นนำ

8.Xclusive Sale in The City ครั้งที่ 3 

ข่าวดีเกิดที่ BCC Hall Central Plaza Lardprao ชั้น 5 วันที่ 8-11 ธันวาคม 2559 นี้ ช็อปส่งท้ายปีกับมหกรรมลดราคาสินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปีที่ได้รวบรวมแบรนด์ชั้นนำทั่วโลกกว่า 100 แบรนด์ให้ได้เลือกช็อปในราคาพิเศษ ลดสูงสุดถึง 80% อาทิ FitFlop, Toms, AIIZ, Columbia, Bonny, Herschel Supply, Native Shoes, Bratpack และอีกมากมาย และที่พิเศษสุดๆ SEEK Thailand จะไปร่วมลดกระหน่ำกันใน
งานนี้ด้วยครับ แบรนด์ที่จะนำไปคือ Nike, Adidas, Asics Tiger, Reebok, New Balance, Under Armour, ICNY และ Onzie

9.UNION CAMP Flea market ต้องไป

งานรวมตัวของคนรักของเก่าทุกรูปแบบจากทั่วทุกมุมโลก ในงานมีการออกร้านขายสินค้าจาก Dealer / Picker ที่ตระเวนเสาะหาของมาอย่างยาวนานในทุกทวีปทั่วโลก ทั้งเฟอร์นิเจอร์ชั้นยอด ของสะสมหายาก เครื่องแต่งกายดีไซน์โดดเด่น อาหารเลิศรส เครื่องดื่มชั้นดี ดนตรีที่มีเอกลักษณ์ ฯลฯ ภายใต้แนวคิด “กินอยู่อย่างมีศิลปะ” โดยบรรยากาศในงานจะพาคุณย้อนกลับไปยัง “แคมป์ยุโรปยุค 30s-50s” สัมผัสเนื้อแท้แห่งอดีต ความสวยงามของวันวาน ได้ในวันที่ 16-18 ธันวาคม 2559…ที่ Acmen Ekamai วันที่ 16 ธ.ค. เริ่มเวลา 18.00 – 23.00 น. วันที่ 17-18 ธ.ค. เริ่มเวลา 12.00 – 23.00 น.

ตั้งอยู่ระหว่างซอยเอกมัย 13-15 (ตรงข้ามวัฒนาเนื้อตุ๋น) เขตวัฒนา กรุงเทพฯ ประเทศไทย เชิญสัมผัสการกินอยู่อย่างมีศิลปะในแบบของพวกเรา แล้วท่านจะรับรู้ได้ถึงความสุขและสุนทรีย์ในการใช้ชีวิต UNION CAMP

 

หนาวนี้ที่ ‘ปางอุ๋ง’ สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ธ.ค. 2559 07:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/800991

ไม่ได้เร่าร้อนเหมือนสปอตไลต์, แต่ให้ความ ‘อุ่นกาย’ และสบายสายตามากกว่า แสงส่องสาดลงมากระทบวัตถุไหน ก็แตกกระจาย มองไปทางใด แสงเงา งดงาม ตรึงสายตา 

แสงกระทบ ‘ต้นไม้’ กระทบทิวสน ลงมาก็แบ่งแฉก แยกเป็นสาย มอง ‘ผิวน้ำ’ สว่างวาบ แต่ไม่ถึงกับระคายดวงตา เพราะมีม่าน ‘หมอกสีขาว’ บางเบาลอยล้อเล่นกับฝูงปลา กุ้ง เฟิร์นน้ำ ใบหญ้าที่โผล่พ้นผิวน้ำอย่างสนุกใจ

ภาพเล่าเรื่องสัปดาห์นี้ ‘ดาวดี ชะอุ่ม’ นักข่าวสาวไลฟ์สไตล์ไทยรัฐออนไลน์เดินทางไปกับ ททท.(การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย) เก็บภาพมาจากปางอุ๋ง จังหวัดแม่ฮ่องสอนในวันที่อากาศหนาวค่อยๆ ทยอยเข้ามากอดรัดร่างกาย และหัวใจ

เป็นภาพที่มองและหลับตา เป็นภาพที่สวยด้วยแสง เป็นภาพที่ราวกับมีอากาศหนาวโอบกอดอยู่รอบกายมาฝากกัน.

**รู้ไว้ใช่ว่า**

ปางอุ๋ง เป็นโครงการในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 มีพระราชดำริให้รวบรวมราษฎรกลุ่มน้อยบริเวณนั้น และพัฒนาความเป็นอยู่ ส่งเสริมอาชีพปลูกป่า สร้างอ่างเก็บน้ำ โดยมีพระราชประสงค์สร้างความมั่นคงแนวชายแดน พัฒนาความเป็นอยู่ของราษฎรให้ดีขึ้น และฟื้นฟูอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้สมบูรณ์ยั่งยืนตลอดไป เปลี่ยนจากพื้นที่อันตรายติดแนวชายแดนพม่า และมีกองกำลังต่างๆ มีการขนส่ง ปลูกพืชเสพติด รวมไปถึงการบุกรุกพื้นที่ตัดไม้ทำลายป่าอยู่เสมอ

ปางอุ๋ง มีลักษณะเป็นพื้นที่อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่บนยอดเขาสูง ริมอ่างเก็บน้ำเป็นทิวสนที่ปลูกเรียงราย และกลายเป็นที่ท่องเที่ยวสุดแสนโรแมนติกติดอันดับต้นๆ ของแม่ฮ่องสอน จนได้รับขนานนามว่าเป็น “สวิตเซอร์แลนด์แห่งเมืองไทย”

สามารถจองที่พัก และสอบถามข้อมูลได้ที่ ศูนย์ศิลปาชีพจังหวัดแม่ฮ่องสอนฯ โทร. 0 5361 1244 โทรสาร 0 5361 1649

 

เช็กอินหรือยัง? ทะเลหมอกแห่งใหม่ที่ ดอยผาตั้ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย แบกกล้องเที่ยว 10 ธ.ค. 2559 16:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/804416

เร็วๆ นี้มีเพื่อนของผมบอกว่า เริ่มเข้าหน้าหนาวแล้ว อยากไปเที่ยวภูเขา อากาศดีๆ ชมทะเลหมอก ได้ดูพระอาทิตย์ขึ้นและตกพร้อมกัน…แต่เราขี้เกียจเดินนะ… แบบรถไปถึงหรือเดินนิดเดียวอ่ะมีไหม?

แหมออปชั่นเยอะจังเลยครับ แต่จะว่าไปแล้วมันก็มีที่แบบนั้นอยู่จริงๆ แบกกล้องเที่ยวไปมาแล้วก็คือที่ “ดอยผาตั้ง” ยังไงล่ะ!

ดอยผาตั้ง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย อยู่ในเขตตำบลปอ อำเภอเวียงแก่น ดอยผาตั้งเป็นยอดดอยอยู่ในเทือกเขาหลวงพระบาง สันปันน้ำเป็นจุดแบ่งอาณาเขตระหว่างประเทศไทย-ลาว เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อสำหรับชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกในตอนเช้าและชมพระอาทิตย์ตกในเวลาเย็น มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,800 เมตร เส้นทางเดินขึ้นยอดดอยอยู่ติดกับสถานที่จอดรถและร้านค้าบริการความยาวประมาณ 700 เมตร จากยอดดอยสามารถมองเห็นแม่น้ำโขงฝั่งลาว และสามารถมองเห็นยอดภูชี้ฟ้าที่อยู่ห่างออกไปกว่า 25 กิโลเมตรได้ชัดเจน

จุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจบนดอยผาตั้ง

1.จุดชมวิวผาบ่องประตูสยาม เป็นหน้าผาขนาดใหญ่ ตรงกลางเป็นเนินช่องเขาเหมือนประตู เป็นช่องทางไปยังสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

2.ศาลาเก๋งจีน อยู่ถัดจากช่องผาบ่องขึ้นไปอีกราว 15 เมตรเท่านั้น และจากเนินตรงนี้เดินลงไปอีก 30 เมตร ก็จะพบทางขึ้นไปชม ป่าหินยูนนาน ซึ่งเป็นหินรูปทรงลักษณะ คล้ายภูเขาในประเทศจีนที่มีรูปทรงสูงๆ ปลายแหลมขึ้นสลับซับซ้อนสวยงามมาก

3.จุดชมวิวช่องผาขาด เป็นจุดชมวิวที่อยู่ใกล้วิวผาบ่องประตูสยาม ลักษณะเป็นผาหิน ที่แยกออกเป็นช่องมองลงไปเห็นทิวทัศน์ประเทศลาวและสายแม่น้ำโขงได้

4.จุดชมทะเลหมอกเนิน 102 จากจุดผาขาดเดินขึ้นดอยต่อไปยังเนิน 102 ระยะทางกว่า 300 เมตร เป็นเนินเขาลูกหนึ่งบนดอยผาตั้ง เป็นจุดชมทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกที่สวยงาม ที่นักท่องเที่ยวนิยมไปมากที่สุด สามารถมองเห็นทะเลหมอกได้กว้างไกลสุดตา ระลอกคลื่นอยู่ไกลๆ

5.จุดชมทะเลหมอกเนิน 103 เป็นเนินเขาอีกลูกบนดอยผาตั้ง อยู่ห่างจากเนิน 102 ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ราว 500 เมตร ลักษณะบนเนิน 103 มีหินขนาดใหญ่อยู่บนเนิน เป็นจุดชมวิวที่สวยงาม จะเป็นจุดชมทะเลหมอกที่สวยงามที่สุดบนดอยผาตั้ง  เพราะสามารถชมทะเลหมอกได้กว้างไกล

ดอยผาตั้งสามารถเที่ยวได้ทั้งปี ที่พิเศษคือเดือนธันวาคมถึงมกราคม มีดอกซากุระบาน และเดือนกุมภาพันธ์ มีดอกเสี้ยวบานสะพรั่งงดงาม อีกทั้งเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวจีนฮ่อ ม้ง และเย้า ปัจจุบันประกอบอาชีพทางการเกษตร ปลูกพืชเมืองหนาว เช่น บ๊วย ท้อ สาลี่ แอปเปิ้ล และชา.

ที่มา – แบกกล้องเที่ยว
www.baagklong.com
www.facebook.com/baagklong

 

ดูวิวไม่ดราม่า! รวม 5 จุดชมวิวกิ่วแม่ปาน ไม่ยืน ปีน นั่งให้หวาดเสียว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 ธ.ค. 2559 06:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/806642

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในโลกโซเชียลสายท่องเที่ยว เมื่อมีนักเดินทางสาวผู้ใช้ล็อกอินชื่อว่า Somewhere Someone เขียนกระทู้แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว ‘กิ่วแม่ปาน’ ในอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ แต่ดันโพสต์ภาพยืนอยู่บนราวไม้ตรงจุดชมวิว จนมีหลายคนออกมาทักท้วงว่าไม่เหมาะสมและอันตราย แต่สาวเจ้าก็ตอบกลับแบบไม่แคร์โลก พร้อมบอกให้เคารพสิทธิส่วนบุคคล

ไม่นานก็พบอีกราย ดาราหนุ่มชื่อดังเดินทางไปเที่ยวที่กิ่วแม่ปานเช่นกัน แถมโพสต์ภาพตนเองปีนออกไปนั่งห้อยขาอยู่บนราวไม้ตรงจุดชมวิวแห่งเดียวกันด้วย งานนี้ชาวเน็ตก็ออกมาวิจารณ์ยกใหญ่ ทางดาราหนุ่มเองออกมาตอบกลับ ไม่อยากให้ดราม่าเพราะมีไกด์ดูแลอย่างใกล้ชิด

วันนี้ ไทยรัฐออนไลน์ เลยอยากพาคุณไปทำความเข้าใจกันหน่อยว่าจริงๆ แล้ว จุดชมวิวที่กิ่วแม่ปานเขาให้ชมวิวแบบไหน อย่างไรได้บ้าง และมีจุดชมวิวอื่นๆ อีกมากมายหลายจุดที่น่าไปลอง

นักเดินทางสายเที่ยวดอยคงทราบกันอยู่แล้วว่า ไฮไลต์หลักของการมาเที่ยวที่นี่ ก็คือ การเดินชมเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน โดยทางอุทยานฯ จัดเป็นเส้นทางเดินเท้ารอบๆ พื้นที่ ในระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร ซึ่งจะผ่านป่าดิบเขาอันอุดมสมบูรณ์ ผ่านจุดชมวิวทะเลหมอก และทุ่งหญ้าสีทองสวยงาม

1. สันกิ่วแม่ปาน

บริเวณนี้อยู่ใกล้เคียงกับราวไม้จุดชมวิวทะเลหมอก ตามที่เป็นกระแสข่าว โดยสันกิ่วแม่ปานนับเป็นเส้นทางธรรมชาติที่สวยงามมากจุดหนึ่ง แต่ก็เป็นจุดที่อันตรายมากเช่นกัน ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ และทางอุทยานจะมีราวไม้ช่วยทรงตัวให้นักท่องเที่ยวได้จับเวลาเดินด้วย หากไปชมวิวบริเวณนี้ควรเดินในเส้นทางเท่านั้น อย่าออกนอกเส้นทาง เมื่อเดินไปถึงบริเวณจุดชมวิวบนสะพานไม้ ไม่ควรปีน ยืน หรือออกไปนั่งห้อยขาบนราวไม้ เพื่อความปลอดภัยและความเป็นระเบียบ

ทั้งนี้ ทางหัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ก็ออกมาให้ข้อมูลย้ำว่า บริเวณนั้นมีป้ายคำเตือนห้ามปีนอย่างชัดเจน นักท่องเที่ยวที่ฝ่าฝืนสามารถเอาผิดตามกฎหมายได้ โดยขั้นแรกจะใช้วิธีการตักเตือน หากไม่เชื่อฟังก็จะใช้กฎหมายเข้าจัดการ พร้อมคาดโทษมัคคุเทศก์ท้องถิ่นที่ปล่อยปละละเลย

2. น้ำตกลานเสด็จ

นอกจากวิวทะเลหมอกสสวยๆ แล้ว ที่นี่ก็มีน้ำตกให้ชมกันด้วย เรียกว่า น้ำตกลานเสด็จ เป็นน้ำตกเล็กๆ กลางป่าดิบเขาในบริเวณของกิ่วแม่ปาน รอบๆ น้ำตกยังคงมีความอุดมสมบูรณ์อยู่มาก มีมอสสีเขียวปกคลุมโขดหินและต้นไม้ใหญ่ และน้ำตกแห่งนี้ถือเป็นแหล่งต้นน้ำจุดหนึ่งของแม่น้ำเจ้าพระยาเลยก็ว่าได้ เพราะจะเป็นธารน้ำไหลสลับซับซ้อนไปเรื่อยๆ จนถึงแม่น้ำปิง

3. จุดชมต้นกุหลาบพันปี

ต้นกุหลาบพันปีเป็นพันธุ์ไม้ที่หาชมยากมาก โดยมักจะขึ้นอยู่ตามหน้าผาและซอกหินบนพื้นที่โล่งตามสันเขาของพื้นที่นี้ แต่ละปีจะออกดอกให้ชมเพียง 1 ครั้งในหน้าหนาว ในบางปีถ้าอุณหภูมิไม่ได้หนาวอย่างเต็มที่ ดอกกุหลาบพันปีก็ไม่บานซะอย่างนั้น ฉะนั้นใครที่ไปเที่ยวกิ่วแม่ปานอย่าพลาดไปเช็กอินที่จุดนี้เด็ดขาด ดูสิว่าปีนี้จะมีโอกาสได้ชมดอกไม้หายากหรือเปล่า

4. ทุ่งหญ้าเมืองหนาว

ทุ่งหญ้าที่นี่มีชื่อเรียกตามหลักวิชาการว่า ทุ่งหญ้ากึ่งอัลไพน์ เป็นทุ่งหญ้าโล่งกว้างบนเนินเขาของกิ่วแม่ปาน บรรยากาศคล้ายๆ เดินอยู่ในทุ่งหญ้าสะวันนา มีต้นหญ้าสูงเขียวสวยงาม ให้อารมณ์คนละอย่างกับเส้นทางเดินในป่า ทุ่งหญ้าที่ว่านี้สามารถพบในเขตพื้นที่สูงที่หนาวเย็นเท่านั้น

5. ผาแง่มน้อย

บริเวณนี้มีจุดเด่นคือ แท่งหิน 2 แท่ง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของกิ่วแม่ปานตั้งอยู่ริมเชิงผา ว่ากันว่าเป็นหินเก่าแก่อายุหลายร้อยล้านปี ตามตำนานเชื่อว่าเป็นตัวแทนของคู่รักหญิงชายคู่หนึ่งยืนริมหน้าผาด้วยกัน

ที่มาภาพ : อช.ดอยอินทนนท์, IG jesjpp

 

ไปลอยกระทงที่..พารามัตตา ปักธงวิถีไทย..ในแดนออสซี่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 10 ธ.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/806321

กระทงใหญ่ในแม่น้ำพารามัตตา.

ดูเหมือนจะไม่ใช่เป้าหมายของการเดินทางท่องเที่ยวในออสเตรเลีย สำหรับเมืองพารามัตตา ซึ่งตั้งอยู่ในเขตชานเมืองห่างจากนครซิดนีย์ราว 24 กิโลเมตร แต่ทุกๆปี การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จะร่วมกับสถานกงสุลใหญ่ นครซิดนีย์ และคณะกรรมการของเมืองพารามัตตาจัดงานลอยกระทง เพื่อเป็นการสืบสานและประกาศวัฒนธรรมไทยให้ชาวต่างชาติได้ซึมซับและสัมผัสอย่างใกล้ชิด

ปีนี้ก็เช่นเดียวกัน รุจิรัศมิ์ ฉัตรเฉลิมกิจ ผอ.การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครซิดนีย์ ชวนไปร่วมงานลอยกระทงที่เมืองพารามัตตา แถมด้วยงานไทยเฟสติวัล ที่บริสเบน..

สำหรับ เมืองพารามัตตา แม้จะเป็นเมืองเล็กๆแต่ตามประวัติศาสตร์อาณานิคม 200 ปี บอกว่าเป็นถิ่นที่อยู่เก่าแก่อันดับสองของออสเตรเลีย ที่พวกชาวดารัก ซึ่งเป็นกลุ่มผู้คนในยุคบุกเบิกของการตั้งถิ่นฐานในออสเตรเลียอพยพมาอยู่ ตั้งแต่ครั้งที่เรือชุดแรกของชาวยุโรปมาถึง Sydney Cover และเลือกพื้นที่อันอุดมสมบูรณ์นี้ให้นักโทษอาณานิคมทำไร่เป็นแห่งแรก โดยมีอดีตนักโทษชื่อ เจมส์ รูส เป็นคนหว่านเมล็ดพันธุ์ชุดแรกเพื่อเป็นอาหารแก่คนในอาณานิคมแห่งนี้

ชื่อ “พารามัตตา” มาจากชื่อของปลาไหลในแม่น้ำ ที่ทั้งพวกนักโทษและชาวดารักยังชีพด้วยการตกปลา แตกต่างจากทุกวันนี้ ที่เมืองเติบโตขึ้นมาก กลายเป็นเมืองสมัยใหม่ น้ำในแม่น้ำจึงไม่ใสสะอาดเหมือนเมื่อก่อน มีข่าวตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ของออสเตรเลียอยู่ตลอดถึงน้ำเน่าเสียที่ทำให้สัตว์น้ำในแม่น้ำลดปริมาณลงเรื่อยๆ

งานลอยกระทงที่พารามัตตาปีนี้ ผอ.ททท. สำนักงานนครซิดนีย์ บอกว่า ไม่เน้นความรื่นเริง เพราะยังอยู่ในช่วงของการแสดงความอาลัยต่อการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช ซึ่งแม้แต่ธงที่ประดับตกแต่งบริเวณทางเข้างาน ทั้งธงออสเตรเลียและธงไทย ต่างลดลงครึ่งเสาเป็นการแสดงความอาลัย

แดดร่มลมตก ผู้คนเริ่มทยอยเข้ามาในงาน กิจกรรมที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยนำไปโชว์ในปีนี้ มีทั้งการแสดงชุด Costume ของศิลปะชั้นสูงอย่างโขน พร้อมสาธิตการ “ปักชุดโขน” ซึ่งถือว่าเป็นงานศิลปะที่ละเอียด ประณีต การสาธิตการทำกระทง ที่ให้ผู้ที่มาร่วมงานได้ร่วมกิจกรรมเวิร์กช็อปทำกระทงด้วยตนเอง เพื่อลอยในแม่น้ำพารามัตตา ซึ่งดูเหมือนจะเป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมจากทั้งคนไทย จีน แขก และฝรั่งที่มาร่วมงานไม่น้อย ดูจากการเข้าคิวต่อแถวยาวเหยียดเพื่อรอทำกระทง โดยเฉพาะเด็กๆเหมือนจะตื่นเต้นเป็นพิเศษ

อีกอย่างที่ได้รับความสนใจไม่แพ้กัน คือ การปั้นลิงจากดินเหนียว ที่งานนี้ ได้ พี่หลุยส์ อรรถ
พล วรรณกิจ ผอ.การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลพบุรี นำทีมมาปั้นโชว์ พร้อมสาธิตและทำกิจกรรม DIY เรียกว่า นอกจากจะได้เผยแพร่วัฒนธรรมไทยแล้ว ยังเป็นโอกาสที่ได้บอกเล่าเรื่องราวของเหล่าวานรในเมืองประวัติศาสตร์ อย่างลพบุรีด้วย

ภายในงานนอกจากบูธต่างๆแล้ว พี่เล็ก รุจิรัศมิ์ ผอ.ททท.สำนักงานซิดนีย์ ยังสร้างสีสันด้วยการให้หุ่นละครเล็ก ทั้งหนุมาน และนางสีดา เดินทักทายคนในงาน ให้ได้ทั้งถ่ายเซลฟี่ และถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ทั้งยังมีกิจกรรมจับสลากมอบตั๋วเครื่องบินจากการบินไทย โดยมี พี่ป็อบ ปริญญ์ อยู่ประเสริฐ ผจก.บมจ.การบินไทย นครซิดนีย์ ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่

อาจกล่าวได้ว่าประเพณีลอยกระทงของไทยเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในต่างประเทศอยู่แล้ว และสำหรับที่นี่ คือ เมืองพารามัตตา ดูเหมือนจะถูกจัดอยู่ในปฏิทินการจัดงานของเมืองในทุกๆปีนานกว่า 20 ปีมาแล้ว นอกเหนือจากเทศกาลป๊อปอัพ อย่าง Parramatta Lanes ซึ่งจัดขึ้นในเดือนตุลาคมของทุกปี เป็นงานแสดงที่มีทั้งดนตรีและการออกร้านขายอาหารตลอดทั้งถนน

นอกจากจะเป็นเมืองเก่าแก่แล้ว พารามัตตา ยังเป็นเมืองพี่น้องหรือ Sister Cities กับจังหวัดเพชรบุรีของไทย เหมือนที่ภูเก็ตเป็นเมืองพี่น้องกับเมืองนีชของฝรั่งเศส ที่คัดเลือกจากเมืองที่มีความคล้ายคลึงกัน ไม่ว่าจะเป็นสภาพภูมิประเทศ สิ่งแวดล้อม ความเป็นอยู่ ศิลปวัฒนธรรม บางครั้งก็เรียกว่าเมืองคู่แฝด (Twin cities) อย่างเช่น ยโสธรกับเมืองโยชิดะของญี่ปุ่น ที่มีประเพณีการเล่นบั้งไฟคล้ายคลึงกัน เป็นต้น

จากพารามัตตา วันรุ่งขึ้นเราต้องเดินทางไปยังบริสเบน เมืองหลวงของรัฐควีนสแลนด์ ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของออสเตรเลีย เพื่อร่วมงานไทยเฟสติวัล ที่จัดขึ้นที่ Roma Street Parkland ใจกลางเมืองบริสเบน ซึ่ง ททท.สำนักงานซิดนีย์ ร่วมจัดด้วย พร้อมกับนำชุดการสาธิตศิลปวัฒนธรรมไทยต่างๆที่นำไปร่วมงานที่พารามัตตา มาออกแสดงอีกครั้ง มีการออกบูธแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆในประเทศไทยเพื่อเชิญชวนนักท่องเที่ยวจากออสเตรเลียมาเที่ยวเมืองไทย

บรรยากาศงานที่บริสเบนดูแตกต่างกว่าที่พารามัตตา ท้องฟ้าสีใสสวยสด ร้านอาหารไทยนับสิบร้านมาออกร้านโชว์อาหารไทยกันอย่างสุดเหวี่ยงทั้งผัดไทย น้ำพริก แกงเขียวหวาน ต้มยำกุ้ง และตามคาดหมาย ที่ได้รับความสนใจสูงสุด เห็นจะเป็น Papaya Salad หรือส้มตำอีสานบ้านเฮา ที่ทุกบูธประชันแม่ครัวตำโชว์กันสดๆ รสชาตินัวประมาณว่าขอขอดน้ำปูปลาร้าจนหมดกล่อง…

งานไทยเฟสติวัล ปีนี้ก็เช่นเดียวกัน ผอ.รุจิรัศมิ์ บอกว่า ไม่เน้นความรื่นเริงมากนัก แต่เพื่อให้รู้จักเมืองไทยกันมากๆ บนเวทีมีการสาธิตการทำต้มยำกุ้งมะพร้าวอ่อนสูตรเด็ดที่ใช้ความมันจากมันกุ้งแท้ๆ งานนี้ฝรั่งเข้าคิวยาวเหยียดรอชิม..จนเชฟปรุงแทบไม่ทัน

ก่อนกลับจากบริสเบน เพื่อให้เห็นความเจริญของบ้านเมืองฝรั่ง พี่เล็ก พร้อมพี่คนไทย คือ พี่เพชร และพี่วรรณ พาไปเดินเล่นย่านช็อปปิ้ง และชมความยิ่งใหญ่ของห้องสมุดในเมืองบริสเบน รวมทั้งทาวน์ฮอล ที่มีสิงโตคู่นอนหมอบอยู่ด้านหน้า

เทศกาลลอยกระทงจบลงแล้ว ที่ออสเตรเลียสีสันของวันคริสต์มาสกำลังเริ่มต้น

แต่ที่แน่ๆ งานปักธงวิถีไทยทั้งในพารามัตตา และบริสเบน คงเป็นการจุดประกายให้นักท่องเที่ยวจากออสเตรเลียเดินทางมาเที่ยวเมืองไทยทะลุล้านได้ภายในปีนี้แน่นอน.

 

รู้ครบจบที่เดียว! คู่มือเที่ยวภูทับเบิก แนะการเดินทาง อากาศ ที่พักสุดคูล!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ธ.ค. 2559 06:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/800311

หนาวนี้เที่ยวไหนดีจ้ะ? อย่าบอกนะว่าจะไม่ออกไปเที่ยวในช่วงที่อากาศดีที่สุดในเมืองไทย โดยเฉพาะช่วงนี้ใครๆ ก็แชร์ โพสต์ อัพเดตรูปท่องเที่ยวกันเต็มหน้าฟีด ใครอยากไปสัมผัสประสบการณ์ดีๆ ในหน้าหนาว แนะนำให้ไปเที่ยว ภูทับเบิก ด่วนๆ ที่นี่กำลังเนื้อหอม ขาเที่ยวเขาคอนเฟิร์มว่าฟินมากถึงมากที่สุด

คู่มือเที่ยว ไทยรัฐออนไลน์ เห็นฮอตฮิตขนาดนี้ เราไม่รอช้าที่จะขอแนะนำข้อมูลเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย สำหรับการเดินทางไปเที่ภูทับเบิกมาฝากกันไม่ว่าจะเป็นการเช็กสภาพอากาศ วิธีการเดินทาง และเรื่องที่พัก มีมาให้ส่องกันครบครัน เอาล่ะ เตรียมตัวให้พร้อม หนาวนี้แพลนไปเที่ยวภูทับเบิกกันดีกว่า…

เช็กอุณหภูมิและสภาพอากาศ
ภูทับเบิก เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในจังหวัดเพชรบูรณ์ ตั้งอยู่ที่บ้านทับเบิก ตำบลวังบาล ห่างจากอำเภอหล่มเก่า ไปทางภูหินร่องกล้าอีกประมาณ 40 กิโลเมตร และเนื่องจากภูทับเบิกอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,768 เมตร จึงเป็นสถานที่ที่มีอากาศเย็นตลอดทั้งปี ยิ่งหน้าหนาวปลายปีแบบนี้ ยิ่งทำให้ขาเที่ยวหลายคนใจตรงกัน ปักหมุดที่ภูทับเบิกโดยไม่ได้นัดหมาย

ว่าแล้วก็มาเช็กอุณหภูมิที่ภูทับเบิกกันก่อนดีกว่า ในช่วงเดือนธันวาคมนี้มีสภาพอากาศเป็นอย่างไรบ้างนะ? ทีมข่าวได้เช็กไปที่เว็บไซต์ของกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่าสภาพของเพชรบูรณ์ช่วงนี้ตั้งแต่วันที่ 3-8 ธ.ค. 2559 มีอุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ประมาณ 18-20 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิสูงสุดอยู่ที่ 33-34 องศาเซลเซียส อากาศช่วงเช้าและเย็นมีลมหนาวพัดมาเรื่อยๆ ส่วนระหว่างวันมีแดดจัดแต่ก็ไม่ค่อยร้อนมากนัก

นอกจากนี้เรายังเช็กไปยังแหล่งข้อมูลอื่นๆ พบว่ามีความใกล้เคียงกัน โดยระบุว่าโดยรวมสภาพอากาศของภูทับเบิกในเดือนธันวาคมนี้ จะมีอากาศปลอดโปร่งเป็นส่วนใหญ่ บางวันจะมีเมฆและแดด บางวันมีเมฆมาก บางวันแดดจัด เป็นต้น

การเดินทาง
1. ขับรถไปเอง
สำหรับใครที่จะขับรถไปเที่ยวเอง จากกรุงเทพฯ ไปยังภูทับเบิก มีระยะทางทั้งหมดประมาณ 430 กม. ใช้เวลาเดินทางโดยรถยนต์ประมาณ 6 ชั่วโมง 30 นาที

จากกรุงเทพฯ แนะนำให้ใช้ถนนพหลโยธิน มุ่งหน้าสู่ จังหวัดสระบุรี ประมาณ 75 กิโลเมตรจะถึง ตัวเมืองสระบุรี พอเข้าตัวเมืองสระบุรีแล้ว ให้ขับตรงไปเพื่อมุ่งหน้าสู่ จังหวัดลพบุรี ประมาณ 16 กิโลเมตร จากนั้นจะมีป้ายบอกทางไปยังจังหวัดเพชรบูรณ์ ขับไปเรื่อยๆ จะเจอแยกให้เลี้ยวขวา เข้าทางหลวงหมายเลข 21 ไปยังจังหวัดเพชรบูรณ์

ขับยาวไปประมาณ 115 กิโลเมตร จนมาถึงตัวเมืองเพชรบูรณ์ จากนั้นขับตรงไปมุ่งหน้าสู่ จังหวัดพิษณุโลก ประมาณ 350 เมตร จะเจอแยก ให้เลี้ยวซ้ายเข้าถนนหมายเลข 12 ไป จังหวัดพิษณุโลก แล้วขับตรงไปอีก 4 กิโลเมตร

ก็จะถึง สี่แยกไฟแดง บอกทางไปภูทับเบิก, ภูแผงม้า, ลานหินปุ่ม และอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ตรงนี้ให้เลี้ยวขวา เข้า ถนนหมายเลข 2372 เพื่อไปภูทับเบิก จากนั้น ขับตรงไปประมาณ 12 กิโลเมตร ตามป้ายบอกทางไปเรื่อยๆ

จากนั้นจะเจอ 3 แยก (หลักกิโลเมตรที่ 4-5 ถนนหมายเลข 2372) ให้เลี้ยวซ้าย มุ่งหน้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2331 เพื่อไปยังภูทับเบิก และอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ขับตรงไปอีกประมาณ 17.6 กิโลเมตร ตรงนี้จะเป็นทางขึ้นเขามีหลายโค้ง ต้องค่อยๆ ขับ

จนมาเจอ 3 แยก ก็จะมีป้ายบอกทางอีกรอบ ให้เลี้ยวขวาไปภูทับเบิก ขับตรงไปเรื่อยๆ จนถึงวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวภูทับเบิก เมื่อสังเกตเห็นอาคารหอดูดาวและที่วัดอุณหภูมิ ก็เป็นอันถึงที่หมาย ที่นี่เป็นจุดชมวิวภูทับเบิกที่สวยงามและสามารถชมวิวทะเลหมอกได้ด้วย

2. ไปโดยบริการขนส่งสาธารณะ
ใครที่อยากไปเองก็มีรถทัวร์ให้บริการ ได้แก่ รถทัวร์บริษัทขนส่งจำกัด 999,99 (สถานีขนส่งหมอชิต 2) โทร. 0-2936-2841-48, 0-2936-2852-66 ต่อ 442, 311 และรถทัวร์บริษัทเพชรประเสริฐทัวร์ (เพชรทัวร์) หมอชิต โทร. 0-2936-3230

แนะนำให้จองตั๋วรถเที่ยวดึก เช่น 23.00 น. , 23.30 น. หรือเที่ยงคืน เพื่อจะได้ไปถึงเพชรบูรณ์ในตอนเช้าพอดี ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6-7 ชั่วโมง โดยรถจะมีจุดจอดอยู่ที่อำเภอหล่มสัก พอถึงหล่มสักให้เหมารถไปยังอำเภอหล่มเก่า หรือไปลงที่แยกทับเบิกก็ได้ ลองถามหารถเหมาได้ที่ตลาดขายผัก ซึ่งมักจะมีรถที่เขาขนผักมาลงที่ตลาด จากนั้นเหมารถต่อ เพื่อขึ้นไปยังภูทับเบิกใช้เวลาเดินทางอีกประมาณ 30 กิโลเมตร

ที่พักแนะนำ
สำหรับที่พักในภูทับเบิกมีหลายเจ้ามากๆ บางเจ้าก็อยู่ไกลจากจุดชมวิว บางเจ้าอยู่ใกล้จุดชมวิวแต่ห้องไม่ค่อยสวย บ้านพักดูเก่า เอาเป็นว่าถ้าใครซีเรียสเรื่องที่พักที่ใกล้จุดชมวิวมากที่สุด แนะนำให้กางเต็นท์นอนตรงลานกางเต็นท์ จะฟินที่สุด แต่ถ้าใครอยากพักแบบบ้านเป็นหลังๆ และมีสภาพดีหน่อย อยู่ไม่ไกลจากจุดชิมวิวมากนัก เราแนะนำอยู่ 2-3 แห่ง ดังนี้

บ้านกลางหมอกภูทับเบิก
ที่นี่เป็นรีสอร์ตขนาดเล็ก ออกแบบในสไตล์ที่ทันสมัยขึ้นมาหน่อย เป็นที่พักที่มีบริการอาหาร เครื่องดื่ม Free WiFi บรรยากาศห้อมล้อมด้วยธรรมชาติ สามารถชมวิวทะเลหมอกช่วงเช้าวิว 360 องศา บริการเป็นกันเอง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ตั้งอยู่ที่ ต.วังบาล อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ อยู่ในตำแหน่งของจุดชมวิวที่สวยอีกแห่งของภูทับเบิก ทำให้สามารถมองเห็นพระอาทิตย์ขึ้นและตก มีลานจอดรถและลานกางเต็นท์ด้วย ราคามีตั้งแต่ 500-3,000 บาท

ไร่สุวิทย์ภูทับเบิก
ที่นี่มีบริการบ้านพักทั้งแบบเป็นหลัง และมีลานกางเต็นท์เช่นกัน ตั้งอยู่ห่างจากจุดชมวิวหอดูดาวประมาณ 1.8 กิโลเมตร จากบ้านพักสามารถมองเห็นวิวพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกในยามเช้าได้อย่างชัดเจนและใกล้ชิดธรรมชาติ มีบริการอาหารและเครื่องดื่มด้วย ราคาช่วงปกติอยู่ที่ 800-1,500 บาท แต่ถ้าหน้าไฮซีซั่นราคาพุ่งไปที่ 3,000-4,000 บาท

ไร่ภูทะเลหมอกภูทับเบิก
ที่นี่มีบ้านพักที่ตั้งอยู่บนเนินเขา อยู่ที่จุดสูงสุดภูทับเบิก ต.วังบาล อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ มีลานกว้างไว้สำหรับกางเต็นท์นอน บ้านพักของที่นี่จะเน้นการตกแต่งแบบเรียบง่าย และเน้นความสะดวกสบายเป็นส่วนใหญ่ มีความสงบ เป็นส่วนตัว สามารถชมวิวทะเลหมอกได้อย่างใกล้ชิด และสามารถนั่งชมพระอาทิตย์ขึ้นตรงริมผาภูทับเบิกได้แนบชิดธรรมชาติมากๆ ราคาในช่วงปกติอยู่ที่ 800-1,000 บาท แต่ถ้าไปช่วงหน้าไฮซีซั่นราคาจะอยู่ที่ 1,500-3,000 บาท

ที่มาภาพ : FB ภูทับเบิก, กรมอุตุนิยมวิทยา, accuweather